บทความเที่ยวผ่านทัวร์ครับ โดย Nayada

ซีรีส์เด็ด ซีรีส์ดัง ครึ่งปีแรก สนุกสุดมันส์ คอซีรีส์เกาหลี 2018 ห้ามพลาด !!

May 28, 2018

ว่าอปป้าแดนกิมจิ นั้นดีขนาดไหน ดูไปจิ้นไป ฟินกันไปสามบ้านแปดบ้าน บางคนถึงขั้นบินไปเที่ยวเกาหลีเลยก็มี เพราะไม่ใช่แค่ดารา นักร้องเท่านั้นนะ ประชาชนทั่วไปก็จัดว่าดีกันเลยทีเดียว แอดมินรู้ทันนะ ชิมิส์ แถมสมัยนี้ ยังมีบริการให้เช่าอปป้านำเที่ยวเกาหลีอีกด้วย เหมาะสำหรับสายเกาสุดๆไปเลยจ้าาา สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ กำลังทำความรู้จักกับซีรีส์เกาหลี แอดมินขอแนะนำเลยว่า ต้องมีเวลานะจ้ะ ไม่มีเวลาดูไม่ได้นะเธอออ เหนื่อยมากกกก ในการอดทนรอเวลาว่างเพื่อที่จะได้ดู เพราะบางเรื่องนั้นสนุกสุดๆไปเลย ดูมันทั้งวัน ดูให้ตาแฉะกันไปข้างนึงเลยทีเดียว เอาล่ะ เกริ่นกันมาเยอะละ สำหรับซีรีส์เกาหลี 2018 ที่แอดมินจะแนะนำ เรื่องแรกเลยก็คือ  1. Good witch / Nice witch 40 ตอนจบ เรทติ้งสูงถึง 8.1 ฉายช่วงกุมภาพันธ์ 2018 เรื่องนี้ จะเกี่ยวกับ แอร์โฮสเตส ซึ่งเรื่องนี้สาวๆที่อยากเป็นแอร์นั้นไม่ควรพลาด เพราะเนื่องจากจะได้รู้ขั้นตอน และความยากลำบากแล้ว เรื่องนี้ยังได้ให้อารมณ์ได้ครบรสมากๆ ฟินกันสุดๆไปเลย ผู้หญิงดูได้ ผู้ชายดูดี เพราะการดำเนินเรื่องของซีรีส์มันน่าติดตามมาก ไม่น่าเบื่อเลยสักนิด สำหรับนางเอกรับบทโดย ลี ดาเฮ [ Lee Da-hae ] สาวกซีรีส์เกาหลีคงรู้จักกันดี เพราะเธอคือสาวน้อยจาก My Girl นั้นเอง ตอนนี้เธอสวยขึ้นม๊ากก และรับบทเป็นพี่น้อง ฝาแปด คนนึงเป็นแอร์และอีกคนเป็นแม่บ้านลูกสาว 1 คน ซึ่งคาแรคเตอร์ต่างกันอย่างสุดขั้ว และต้องยอมรับว่าแสดงดี ขึ้นสุด ลงสุดมากจริงๆ ส่วนพระเอกของเรานั้นก็ รับบทโดย รยู ซูยอง [ Ryu Soo-young ] หลายคนคงเคยเห็นมาจากเรื่อง My Princess แต่ว่าเรื่องนั้น อปป้ารยูซูยองของเรา รับบทเป็นพระรอง นั่นเอง สำหรับพระเอกของเราเรื่องนี้ก็ ไม่ต้องเดากันเลย รับบทเป็นกัปตันสุดหล่อจ้า ที่ออกจะมึนๆหน่อย กลัวการมีความสัมพันธ์กับผู้หญิง แต่ก็ไม่วายหล่อ วัวตายควายล้มเป็นที่ต้องการของสาวๆอยู่ดี  2. A Korean Odyssey 20 ตอนจบ เรทติ้งสูงถึง 8.5 เริ่มฉายตั้งแต่ปลายปีธันวาคม 2017 - 2018 เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับ ตำนานไซอิ๋ว แต่จะเป็นแบบฉบับของเกาหลี แต่ตัวละครอะไรจะคล้ายๆกัน มีการดัดแปลงนิดหน่อย แต่ก็ยังมีความเป็นไซอิ๋วอยู่ ระดับความสนุกก็เรื่อยๆ มีให้เห็นเป็นระยะๆ สำหรับความมุ้งมิ้งของพระนาง โดยเรื่องนี้จะรักกันง่ายไปหน่อย แต่ก็ฟินไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับเรื่องนี้ นางเอกของเราก็คือ โอ ฮยอนซอ [ Oh Yeon‑seo ] ซึ่งรับบทเป็นพระถังซัมจั๋ง ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์นั่นเอง ที่มีกลิ่นเลือดหอมหวานของดอกบัว อันเป็นความต้องการของเหล่าปีศาจร้าย ทำให้พระเอกของเราจำเป็นต้องเข้ามาช่วยเสมอ ความน่ารักของเธอนั้นมากๆขึ้นเรื่อยๆเลย จากเรื่อง My Sassy Girl ที่เล่นคู่กับ Joo Won  มาที่พระเอกสุดฮอตตลอดกาลของเรากันบ้าง ลี ซึงกิ [ Lee Seung‑gi ] ที่โด่งดังมาจากการเป็นทั้งนักร้อง นักแสดง และพิธีกรหนุ่ม แถมรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์ ที่รับบทเป็น ซนโอกง หรือ หงอคง เวอร์ชั่นเกาหลีนั่นเอง ที่ระดับความกวนโอ้ยนั้น ก็สุดๆไปเลย แต่บทจะมุ้งมิ้งก็ฟินแทบขาดใจ สาวๆที่จะดูเรื่องนี้ต้องขอเตือนไว้ก่อนเลย เดี๋ยวตกหลุมรักขึ้นมา แอดมินแย่เลย มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นอีก >//< 3.Clean With Passion For Now -- ตอนจบ เรทติ้ง-- ตามเดิมเริ่มฉายเมษายน แต่เนื่องจากนางเอกของเราป่วย จึงเลื่อนถ่ายไปเป็นประมาณเดือนมิถุนายน และคาดว่าน่าจะฉายในเดือนตุลาคม ปี 2018 ละครเรื่องนี้รีเมคเว็บตูนชื่อดัง “Clean With Passion for Now” เป็นอีกเรื่องนึงที่น่าติดตามรอไม่น้อย แนวโรแมนติก คอมมาดี้ ซึ่งเป็นเรื่องราวของ พระ - นาง ที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ของชายหนุ่มสุดเนี๊ยบผู้รักความสะอาดขั้นสุด กับหญิงสาวผู้ซกมกและไร้ระเบียบ  โดยเนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับ Jang Sun Gyeol ( อันฮโยซอบ Ahn Hyo Seop) พระเอกสุดหล่อของเรา ที่เป็นโรคกลัวความสกปรก และเป็นเจ้าของบริษัททำความสะอาดยักษ์ใหญ่ ที่ทั้งหล่อและรวยมาก แต่กลับกลัวเชื้อโรค ซึ่งทำให้พระเอกของเรานั้น กีดกันผู้คนไม่ให้ใครเข้ามาแตะต้องตัวเขาได้เลย แค่พล็อตเรื่องก็น่าดูแล้วใช่ม้าาา อาจจะต้องรอกันอีกนิดนึงเนอะ มาถึงที่นางเอกสาวน้อย Gil O Sol ( คิมยูจอง Kim You Jung) ของเราบ้าง ที่ลักษณะนิสัย มีบุคลิกที่สดใสมาก และเป็นหญิงสาวผู้ไร้ความเป็นระเบียบอย่างสิ้นเชิง กระทั่งเขาได้พบกับ พระเอกของเรา ได้ทำการความช่วยเหลือ ทำให้พระเอกของเราเนี่ย เกิดความรู้สึกสับสน เอ๊ .... หรือจะตกหลุมรัก กันแน่นะ ?? และนั่น คือจุดเปลี่ยนในชีวิตของหนุ่มน้อย อันฮโยซอบ ของเรานั้นเอง 4. Suit 16 ตอนจบ เรทติ้ง 7.5 เริ่มฉายเดือนเมษายน 2018 เป็นการรีเมคซีรีส์ชื่อดังของอเมริกา! “Suits” ในเวอร์ชั่นเกาหลี เป็นเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับทนายเข้มข้น มีตัวละครเด่นเป็น 2 หนุ่ม ทนายความสุดหล่อ คนหนึ่งเป็นทนายความที่เก่ง อีกคนหนึ่งเป็นทนายความเถื่อน คือไม่ได้มีใบรับรองจากทางสถาบัน ที่ได้นักแสดงคุณภาพ อย่าง จางดงกอน [ Jang Dong-gun ] และ พัคฮยองชิก [ Park Hyung-sik ] ซึ่งทนาย 2 คนที่ทำงานอยู่ในสำนักกฎหมายระดับต้นของประเทศ โดย พัคฮยองชิก รับบทเป็นหนุ่มอัจฉริยะ ที่มีความฉลาด สมองไว และความจำเป็นเลิศ แต่ไม่มีแม้แต่ใบปริญญา หรือว่าใบอนุญาตในการว่าความ ในขณะที่ จางดงกอน จะรับบท ทนายผู้มีชื่อเสียง และจ้างวาน พัคฮยองซิก ให้มาเป็นผู้ช่วย ทั้งสองจึงได้มาเป็นคู่หูกัน ในที่สุด สำหรับการเจอกันของทั้งสองหนุ่มนี้นั้น ก็น่าตื่นเต้นในระดับนึง คือการที่ พัคฮยองชิก ต้องเอาชีวิตรอดด้วยตัวเองมาตั้งแต่เด็ก จนต้องทำงานรับจ้างในคลับ และต้องไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยบังเอิญ ทำให้ระหว่างที่หลบหนี ก็ไปเจอกับทนายชื่อดัง และด้วยความอัจฉริยะของเขา ทำให้เขาสามารถเอาตัวรอดจากการหลบหนีครั้งนั้นมาได้ และเข้ามาอยู่ในทีมของ จางดงกอน ในที่สุด และเรื่องสุดท้าย ไม่รีวิวไม่ได้แล้วจริงๆ เป็นกระแสกันทั่วบ้านทั่วเมือง 5. Something in the Rain หรือที่หลายๆคนรู้จักในชื่อ “Pretty Noona Who Buys Me Food” 16 ตอนจบ แม้เรทติ้งจะไม่สูงมาก แต่ระดับความฟินนี่เอาใจสาวโสดวัย 30 สุดๆ เริ่มฉายมีนาคม 2018 เป็นซีรีส์โรแมนติกเป็นกระแสมายาวนานตั้งแต่เริ่มออนแอร์ ep. แรกๆ ทำเอาหัวใจเหล่านูน่าเต้นระรัว กระชุ่มกระชวย ฟินกระจายกันมากๆ โดยเฉพาะสาวโสด วัย 30 เพราะนางเอกนูน่าของเรา อายุ 35 จ้า บอกเลยว่าออกอากาศไม่กี่ตอนก็กลายเป็นซีรีส์เรื่องดังและมาแรงสุดๆ ในตอนนี้ สำหรับ พระเอกของเราก็คือ "จองแฮอิน" [ Jung Hae In ] หนุ่มตี๋สุดละมุน ที่โด่งดังจาก While You Were Sleeping รับบทเป็น ซอจุนฮี น้องชายของเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กของนูน่าจินอาของเรา ที่เพิ่งกลับมาจากการทำงานต่างประเทศ เมื่อมีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องมาเจอกันหลายๆครั้ง ทำให้เกิดความรู้สึกที่มากขึ้นจนกลายเป็นความรักนั่นเอง โดย ประกบคู่กับนางเอก "ซนเยจิน" [ Son Ye-jin ] นางเอกมากความสามารถ ผ่านการแสดงมามากมาย และหลายคนคงรู้จักจาก Personal Taste รับบทเป็น ยุนจินอา สาวในวัย 30 กว่า ทำงานในระดับหัวหน้าอยู่ในบริษัทกาแฟแห่งหนึ่ง มีการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย แต่ภายในหัวใจกลับว่างเปล่า จนมาเจอกับ ซอจุนฮี น้องชายเพื่อนที่เธอเคยเจอ ในสมัยเด็กๆ ที่มีนิสัยแบบเด็ก แต่ตอนกลับมาเจอกันนั้น ทำให้นูน่าจินอา ของเรารับรู้ได้ว่า จุนฮี ที่เธอรู้จักนั้น ไม่เด็กอีกต่อไปแล้ว เรื่องนี้ ต้องขอบอกเลยว่า นูน่าเยจินสวยมากกกก แถมเพลงยังเพราะสุดๆ เข้ากับบรรยากาศมากๆ และแฮอินน้อยก็อ่อยนูน่า ซะน่าฟัดเหลือเกิน >//< จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หากใครที่ชอบแนว love romantic ก็มาถูกทางล่ะ เหมาะสำหรับท่านแล้วจริงๆ ฟินกระจาย จิกหมอนแล้วจิกหมอนอีก เพราะพระ - นางคู่นี้เขา เคมีเข้ากันมากๆๆ เพราะหลายฉากในซีรีส์ ก็สามารถทำให้เราเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่า พระ - นางทั้งสองคนนี้รักกันจริงๆ การแสดงเป็นธรรมชาติสุดๆ แอบจิ้นว่าในชีวิตจริงจะมีลุ้นไหมน้าาา ต้องมารอดูกันนะจ๊ะ 

อ่านเพิ่มเติม
เที่ยวฮอกโกได ซื้อของฝากยังไงให้ฟินได้ใจ

May 23, 2018

แต่ไปเที่ยวทั้งที ไม่มีของฝากก็กระไรอยู่ วันนี้เราเลยมีของฝากที่น่าโดน น่าซื้อ รับรองคนได้รับต้องฟินถึงใจ คนให้ก็สบายกระเป๋าอีกด้วย สบู่ทำมือ ของฝากฮอกไกโด ที่น่าโดน ในส่วนของฝาก ซัปโปโรฮอกไกโด สบู่ที่เราจะซื้อเป็นของฝากเรียกได้ว่าไม่ธรรมดา แตกต่างจากสบู่ทั่วไปอย่างแน่นอน โดยสบู่ทำมือที่มีเครื่องหมายการค้ารับรองจากซับโปโร จะการันตีได้ว่า ทุกอย่างในสบู่นอกจากจะทำมือแล้ว ยังใช้วัสดุจากธรรมชาติของฮอกไกโดโดยตรง ไม่เพียงแค่สบู่ แต่ยังมีเกลืออาบน้ำ รวมไปถึงน้ำหอมดับกลิ่นภายในห้อง เรียกได้ว่าเป็นของฝากดีๆ อีกอย่างที่น่าสนใจ สำหรับใครที่เบื่อการซื้อของกิน หรือขนมกลับไปเป็นของฝาก อยากเป็นคนโรแมนซ์ ซื้อของฝากคนรู้จัก ด้วย กล่องดนตรี ไป เที่ยวฮอกไกโด ตั้งไกล ทำไม๊ ทำไม ต้องซื้อกล่องดนตรีกันด้วยนะ บอกเลยว่าที่ เมืองโอตารุ ฮอกไกโด เป็นเมืองที่ขึ้นชือในด้านกล่องดนตรี และของฝาก! ถ้าใครเบื่อกับของฝากเดิมๆ ที่นี้อาจจะช่วยคุณได้ เพราะที่นี้เต็มไปด้วยกล่องดนตรีน่าสนใจให้คุณได้หยิบจับกลับไปเป็นของฝากสำหรับคนพิเศษ ใครที่กิ๊กกั๊กกันอยู่ นี้เองอาจจะเป็นช่องทางทำคะแนนของคุณก็ได้! นอกจากจะเลือกซื้อกล่องดนตรีทั่วไปได้แล้ว ที่พิเศษสุดๆ คือ คุณสามารถซื้อ กล่องดนตรีตามสั่ง หรือ เลือกเพลงที่ชอบ เพลงที่ไม่มีในร้านขาย ประกอบเข้ากับกล่องที่ต้องการอีกด้วย เรียกได้ว่าพิเศษสุดๆ แถมโรแมนติกมากๆ เลยล่ะ หอม นู้ม กับ ขนมปังฮอกไกโด ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งนมแล้ว สิ่งที่น่าสนใจสุดๆ เมื่อคุณไปเที่ยวฮอกไกโด ก็คือ หารตระเวนหาร้านเบเกอร์รี่ ร้าน ขนมปังฮอกไกโดอร่อยๆ ทานนั้นเอง  ลองคิดภาพตามดูสิ จะฟินแค่ไหนกัน หากได้ทานขนมปังฮอกไกโดร้อนๆ อบใหม่ๆ ในขณะที่ อุณหภูมิฮอกไกโด กำลังหนาวๆ และแน่นอนว่าไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ซื้อขนมปังฮอกไกโดต้นตำรับ แบบไม่ต้องมโนสูตรเหมือนตอนอยู่ไทย  ที่น่าสนใจสุดๆ คือ เบเกอร์รี่ของทางญี่ปุ่น โดยเฉพาะที่ฮอกไกโดนั้น มีขนมปัง เค้ก ต่างๆ ที่น่าทาน ให้คุณได้เลือกสรรกันอีกแล้ว อ๊ะๆ แต่เราขอเตือนไว้ก่อนว่า ขนมปังฮอกไกโดบางเจ้า อาจจะเป็นขนมปังที่ไม่มีการใส่สารกันบูด ทำให้ระยะเวลาในการเก็บได้ไม่นานเท่าที่ควร ยังไงถ้าจะซื้อกลับ ก็อย่าลืมเช็กให้ดีล่ะ ไม่อย่างงั้น คุณอาจจะได้ขนมปังขึ้นรากลับไปแทนก็ได้ ไปฮอกไกโดครั้งนี้ รู้หรือยังละ ว่าจะซื้ออะไรกลับไปฝากคนที่ไทยดี ยังไงก็อย่าลืมเช็กด้วยนะว่า สิ่งที่คุณซื้อ อาจจะโดนภาษีขาเข้าไปมากน้อยแค่ไหน แล้วจะหาว่าเราไม่เตือนนะ!

อ่านเพิ่มเติม
เคล็ดลับเที่ยวฮอกไกโดแบบประหยัดค่าโรงแรมสไตล์ Backpacker

May 23, 2018

เมื่อก้มหน้าก้มตาทำงานกันมาทั้งปี ก็ต้องมีการให้รางวัลชีวิตได้พักผ่อนชาร์จแบตฯ ใหม่ ไฟในการทำงานหรือไอเดียใหม่ ๆ จะได้กลับมาเต็มอีกครั้งหนึ่ง และหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เราอยากจะพาคุณไปในวันนี้ก็คือ “ฮอกไกโด” เกาะขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ทิศเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น ไม่ไกลจากประเทศไทยบ้านเราเท่าไรนัก เพียงจองตั๋วเครื่องบินฮอกไกโด ใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ไปถึงแล้ว และเพื่อความประหยัดทั้งค่าตั๋วเครื่องบินฮอกไกโด และค่าโรงแรมฮอกไกโด การเที่ยวแบบ Backpacker คือคำตอบที่ลงตัว สิ่งที่ต้องทำแค่การแพ็คกระเป๋าตะลุยเที่ยวเอง เพื่อให้ได้มีเงินและเวลาเหลือสำหรับเอาไว้ช้อป หรือซื้อของฝาก และข้าวของที่อยากได้กลับบ้าน เรามาลองดูเคล็ดลับเที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัดสไตล์ Backpacker กันเลย วางแผนช่วงเวลาเที่ยวล่วงหน้าและจองตั๋วเครื่องบินฮอกไกโดเอาไว้แต่เนิ่น ๆ เลย เพราะว่าราคาการจองและซื้อตั๋วเครื่องบิน ถ้าเป็นการจองล่วงหน้าก็จะมีราคาที่ถูกกว่าการซื้อในวันที่ใกล้ ๆ การเดินทาง ขอบอกเลยว่าถ้าจองล่วงหน้ากันเป็นครึ่งปี ราคานี่ก็จะยิ่งถูก มีส่วนต่างกันเหลือไปทำอย่างอื่นอยากมากเลยล่ะ แล้วก็อาจจะมีโปรโมชั่นดี ๆ ให้เราอีกด้วย และที่สำคัญถ้าเราเที่ยวแบบ Backpacker ไม่โหลดกระเป๋าขึ้นเครื่อง ก็ยิ่งจะช่วยลดค่าตั๋วไปได้อีกเยอะเลยนะ เลือกจองที่พักโรงแรมฮอกไกโดแบบหลายคืนในที่เดียวช่วยประหยัดได้ ถ้าใครที่เป็นคนชอบที่พักซึ่งมีความเป็นส่วนตัวและสะดวกสบายหน่อย โรงแรมก็คือตัวเลือกที่ใช่สำหรับคุณ การเช่าที่พักเป็นโรงแรมถึงจะสะดวกสบาย แต่เรื่องของราคาก็อาจจะทำให้จากทริปประหยัดกลายเป็นทริปเที่ยวเกินงบได้ แต่ถ้าหากว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ เราก็สามารถที่จะเลือกจองโรงแรมเพียงที่เดียว สำหรับการพักตลอดทริปก็ได้ เพราะการจองที่พักแบบยาว ๆ จะช่วยให้เราได้รับส่วนลดที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้นั่นเอง ขาลุยหน่อย ๆ เลือกที่พักแบบโฮสเทลแทนโรงแรมฮอกไกโดได้เลย สำหรับใครที่เป็น Backpacker ที่ไม่มีปัญหาเรื่องที่พักที่นอน ตัวเลือกพักที่โฮสเทลแบบพักรวมกับคนอื่น ก็จะช่วยประหยัดค่าที่พักของเราได้แบบเยอะมาก ๆ เลยล่ะ แล้วโฮสเทลในฮอกไกโดส่วนใหญ่ก็จะมีบริการอาหารเช้า พร้อมชาหรือกาแฟให้ด้วย ช่วยลดรายจ่ายค่าอาหารเช้าไปได้อีกทาง ดีไม่ดีก็จะได้เจอเพื่อนเดินทางหน้าใหม่ ๆ หรือคนไทยบ้านเราที่นี่ด้วยนะ เลือกโรงแรมฮอกไกโดแบบตั้งอยู่ไม่ห่างจากสถานีรถไฟจะดีมาก เพราะการเดินทางที่ญี่ปุ่นที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวอย่างเรามากที่สุดคือรถไฟ หรือรถไฟใต้ดิน เพราะถ้าขึ้นรถเมล์หรือ Tram ใครที่ไม่เซียนภาษาญี่ปุ่นอาจมีหลงได้ง่าย ๆ แต่ถ้าเป็นรถไฟจะง่ายกว่าเยอะเลย แล้วยังสามารถซื้อตั๋วแบบ All day ที่เราสามารถเดินทางไปไหนก็ได้ในหนึ่งวัน หรือสูงสุดก็แบบสามวัน ทีนี้ได้เดินทางเที่ยวสนุกกันเพลินไปเลย มาเป็นแก๊งพักห้องรวมประหยัดกว่า สำหรับใครที่ชอบชวนครอบครัวหรือเพื่อน ๆ มาเที่ยวฮอกไกโดกันเป็นทริป Backpacker หลายคน การเลือกห้องพักโฮสเทล หรือโรงแรมฮอกไกโดแบบห้องรวมตามจำนวนคน จะช่วยหระหยัดได้มากกว่าการพักหลายห้อง เพราะที่ฮอกไกโดนี้จะมีบริการห้องพักรูปแบบนี้ให้เลือกมากมายอีกด้วย ด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ เหล่านี้ ทริป Backpacker ไปฮอกไกโดครั้งต่อไปของคุณ ก็จะประหยัดเงินค่าทริปได้อีกเยอะ ไม่แน่ว่าคำนวณดี ๆ อาจจะทำให้ทริปในฝันนี้เป็นจริงไวขึ้น หรือไปได้หลายครั้งขึ้นก็ได้

อ่านเพิ่มเติม
6 ของฝากรัสเซียควรค่ากับการเสียเงินซื้อ

May 17, 2018

ด้วยส่วนหนึ่งเพราะเราอาจไม่ค่อยคุ้นกับวัฒนธรรม ประเพณี หรือชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในประเทศนี้มากนัก ทว่าจริงแล้วรัสเซียก็มีความน่าสนใจหลายด้าน โดยเฉพาะของฝากจากรัสเซียหากใครมีโอกาสได้ไปเยือนแล้วต้องซื้อสิ่งเหล่านี้ติดมือกลับมาด้วย กระนั้นก็อย่าลืมแลกเงินรัสเซียไปให้พอ ตุ๊กตาแม่ลูกดก – หรือตุ๊กตา Matreshka เป็นตุ๊กตารัสเซียที่ขึ้นชื่อมาก มีทั้งความสวยงาม ราคากันเอง ลักษณะคือจะวาดเป็นรูปหน้าสาวรัสเซียส่วนใหญ่ มีความน่ารักในตัว เป็นตุ๊กตาที่เกิดแรงบันดาลใจจากตุ๊กตาไม้ญี่ปุ่นและเริ่มทำกันมาตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 นาฬิการัสเซีย – บางคนอาจสงสัยว่าไปรัสเซียแล้วต้องซื้อนาฬิกาจริงหรือ คำตอบคือใช่ เพราะนาฬิกาของประเทศนี้มีความสวยงาม คงทน แข็งแรง ใช้งานได้ดีอยู่หลายยี่ห้อ เช่น Buran, Aviator ลักษณะเด่นของนาฬิกาเหล่านี้จะมีความหรูหรามาก เรียกว่าใส่แล้วดูดีขึ้นมาทันตาเห็น เครื่องประดับ – เครื่องประดับของประเทศนี้ก็ถือว่ามีความงดงามในตัวไม่น้อยทีเดียวโดยเฉพาะจำพวก Finifty ที่เป็นเครื่องประดับแนววินเทจทำจากพอร์ซเลนแล้วนำไปตกแต่งทาสีให้สวยงาม หรือใครคิดอยากได้เครื่องเพชรก็มาเดินหาซื้อที่ประเทศนี้ได้กระนั้นก็คงแอบกระซิบว่าเพชรรัสเซียราคาไม่ธรรมดาเหมือนกัน ว็อดก้า – เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีชื่อเสียงมากๆ ของรัสเซียซึ่งมียี่ห้อยอดนิยมอยู่หลายๆ ยี่ห้อ เช่น Russky Standard, Berozka, Lagoda ยี่ห้อเหล่านี้จะรสชาติเยี่ยมมากแต่หากใครต้องการซื้อฝากเพื่อเน้นลวดลายขวดสวยๆ แนะนำยี่ห้อ Kalashnikov, Matrioshka Vadka เป็นต้น ถือเป็นของฝากจากรัสเซียที่ขึ้นชื่อสุดๆ รองเท้าบูทวาเลนกี้ – ด้วยสภาพอากาศหนาวเย็นทำให้ชาวรัสเซียนิยมใส่รองเท้าบูท ยิ่งรองเท้าบูทวาเลนกี้ทำจากขนสัตว์แล้วอัดแน่นให้เป็นแผ่นสามารถให้ความอุ่นกับเท้าได้ถึง 30 องศา ขนาดมีการบอกว่าหากใส่รองเท้าบูทคู่นี้ไม่จำเป็นต้องใส่ถุงเท้าเพราะมันให้ความอุ่นได้ในระดับยอดเยี่ยมมาก ผ้าพันคอหรือผ้าคลุมไหล่ – หากจะหาซื้อของฝากให้สาวๆ เมื่อมารัสเซียแนะนำผ้าคันคอหรือบางคนก็เรียกผ้าคลุมไหล่แล้วแต่จะเอ่ยชื่อเลยแต่ถือว่านี่คือของฝากจากรัสเซียที่มีความสวยงาม มีผ้าคลุมไหล่ชนิดหนึ่งเรียกว่า Orenburg ที่ตอนนี้กำลังได้รับความนิยมสุดๆ ทั้งสวยงามและอบอุ่นด้วย ของฝากเหล่านี้คือสิ่งที่ควรค่ากับการซื้อกลับมาอย่างมากหากมีโอกาสเดินทางไปรัสเซีย ดินแดนหมีขาวที่มีความงดงามในหลายๆ ด้าน หากสนใจโปรแกรมทัวร์รัสเซีย >> คลิกเลย

อ่านเพิ่มเติม
7 ที่เที่ยวแบบธรรมชาติในประเทศจีน

May 16, 2018

บวกกับภาษาจีนอย่างจีนกลางเป็นภาษาที่คนไทยพอจะพูดกันได้ หรือคำศัพท์ภาษาจีนที่เอาไว้สำหรับการท่องเที่ยวก็ไม่ยากจนเกินไป นั่นทำให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางนั่นเอง แต่จะว่าไปเวลานึกถึงที่เที่ยวของประเทศนี้เรามักนึกถึงแต่สิ่งก่อสร้างอย่างกำแพงเมืองจีน, พระราชวังต้องห้าม เป็นต้น จนลืมไปว่าจริงๆ แล้วดินแดนมังกรก็มีที่เที่ยวตามธรรมชาติอยู่ไม่น้อย และนี่คือ 7 ที่เที่ยวแบบธรรมชาติในเมืองจีนต้องไปสัมผัส อุทยานธรณีวิทยา จางเย่ ตันเซี๋ย – ได้รับฉายาว่าหุบเขาสีรุ้งเพราะสีสันของหุบเขาแห่งนี้สวยงาม แปลกตา เกิดจากหินทรายแดงซึ่งถูกชะล้างจากลมกับฝนจนกลายเป็นสีอย่างที่หลายคนเห็นกัน นอกจากนี้ยังเกิดเป็นริ้วในหุบเขาอีกต่างหาก สีที่ชัดเจนสุดๆ คือสีแดง ตั้งอยู่ตอนเหนือของมณฑลกานซู หุบเขาเทียนจื่อ – นี่คือสถานที่ซึ่งธรรมชาติเป็นผู้รังสรรค์ขึ้นไม่ว่าจะเป็นน้ำฝน ลม แสงแดด กัดกร่อนผู้เขาหินปูนจนเปลี่ยนสภาพเป็นเสาหินปูนสูงในระดับ 692 ม. บนพื้นที่ 67 ตร.กม. ตั้งอยู่มณฑลหูหนาน จุดสูงสุดจากระดับน้ำทะเลสูงถึง 1,262 ม. สามารถขึ้นไปชมวิวสวยๆ ด้านบนได้เลย หุบเขาหวงซาน – หรือ Yellow Mountain แนวเทือกเขาตั้งตระหง่านทางตอนใต้ของมณฑลอันฮุย มีความสวยงามทางธรรมชาติมาก โขดหินคล้ายเสาหินตั้งสูงในเทือกเขาแห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ให้นักท่องเที่ยวได้พบเจอ นอกจากนี้ยังจะได้ชื่นชมกับหมู่บ้านโบราณ Xidi และ Hongcun พร้อมดื่มชาอันแสนอร่อยด้วย แม่น้ำแยงซี – แม่น้ำสายสำคัญของประเทศจีน ถือเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ความยาวกว่า 6,380 กม. สองฝั่งเป็นเมือง เขื่อน เขา บ้านเรือน มีกิจกรรมให้ได้ทำมากมายบริเวณแม่น้ำแห่งนี้ หุบเขาจิ้วจ่ายโกว – พื้นที่สำหรับการอนุรักษ์ธรรมชาติความงดงามคือทะเลสาบอันแสนสวย แนะนำว่ายิ่งไปช่วงฤดูใบไม้ร่วงยิ่งมองเห็นธรรมชาติของใบไม้สีแดง สีเหลือง ตัดกับสีทะเลสาบได้อัศจรรย์สุดๆ ตั้งอยู่บริเวณตอนเหนือของมณฑลเสฉวน หุบเขาเทียนเหมิน – ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียงของประเทศจีนมาก โอบล้อมด้วยธรรมชาติถึงขนาดได้รับฉายาว่า ประตูสวรรค์ มีความน่าตื่นเต้นให้ได้ไปสัมผัสมากมาย เช่น ทางเดินกระจกความสูง 1,000 ฟุต, ทางขึ้นเขาสุดเสียว เป็นต้น ตั้งอยู่มณฑลหูหนาน อุทยานแห่งชาติหวงหลง – หุบเขาแสนงดงาม ณ มณฑลเสฉวน ยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะ ธารน้ำแข็งแสนสวย เต็มไปด้วยสัตว์ป่าโดยเฉพาะหมีแพนด้า เรียกว่างดงามเกินคำบรรยายจริงๆ สำหรับที่แห่งนี้ ใครที่เคยไปแต่สถานที่เดิมๆ ของประเทศจีนลองเปลี่ยนมาท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติดูแล้วจะได้พบกับอีกประสบการณ์แน่นอน หากสนใจโปรแกรมทัวร์จีนดีดี >> คลิกเลย

อ่านเพิ่มเติม
จากโตเกียว ฮอกไกโด เดินทางได้กี่วิธี มีอะไรน่าสนใจบ้าง?

May 16, 2018

แต่พอเที่ยวไปเที่ยวมารู้สึกว่าโตเกียว ฮอกไกโดมันมีอะไรให้น่าสนใจอีกมากก็เลยมักจะเพิ่มเติมเป้าหมายของตัวเองในการเดินทางไปเมืองฮอกไกโดด้วย ก่อนจะรู้ว่าต้องเดินทางอย่างไรควรศึกษาสภาพอากาศให้ดีก่อน ฮอกไกโดอุณหภูมิในช่วงหน้าหนาวจะติดลบพร้อมเต็มไปด้วยหิมะ ส่วนหน้าอื่นๆ อุณหภูมิเฉลี่ยราว 13-25 องศา ซึ่งถือว่าเย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไป ซึ่งการเดินทางจากโตเกียวไปฮอกไปโดเราสามารถเลือกได้ 3 วิธี การเดินทางโดยเครื่องบิน – สนามบินบนเกาะฮอกไกโดมีทั้งหมด 9 แห่ง ซึ่งปกติหากต้องการบินจากโตเกียวเราต้องไปยังสนามบินฮาเนดะโดยสนามบินของฮอกไกโดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปลง เช่น สนามบินซินชิโตเซะ, สนามบินอาซาฮิคาวะ, สนามบินโกดาเทะ, สนามบินโอบิฮิโระ เป็นต้น ใช้เวลาเดินทางราว 1.30 ชม. หากใครเดินทางด้วยเครื่องบินระหว่างทางก็ไม่มีอะไรอยู่แล้วแต่จะมาเจอกับความน่าสนใจปลายทางโดยเฉพาะที่สนามบินซินชิโตเซะซึ่งจะมีช็อปปิ้งมอลล์กับออนเซ็นไว้คอยให้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย หากเน้นประหยัดเวลาและความสะดวกในการเดินทางก็บินมาได้เลย แต่ระวังในช่วงหน้าหนาวที่อาจมีพายุหิมะทำให้ไฟล์ทดีเลย์ได้ การเดินทางโดยรถยนต์ – แม้จะบอกว่าเมืองฮอกไกโดโด่งดังเรื่องถนนขนาดใหญ่ พร้อมกันนี้ยังสามารถแวะท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ ได้ตามสะดวก เช่น ปราสาทฮิโรซะกิ, ปราสาทเซนได และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ รายทาง ทว่าปัญหาก็คือจากโตเกียวสู่ฮอกไกโดหากเดินทางด้วยรถใช้เวลาต่ำๆ 17 ชั่วโมง แถมต้องบวกเพิ่มค่าทางด่วน ค่าน้ำมัน ค่าเช่ารถและอื่นๆ อีกจิปาถะ หากใครคิดว่าฟิตเดินทางวิธีนี้ก็ท้าทายดี การเดินทางโดยรถไฟ – วิธีเดินทางแบบสุดท้ายซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุด ยิ่งสมัยนี้การเดินทางจากโตเกียวเราสามารถนั่งชินคันเซน ณ สถานีโตเกียวไปยังสถานีนิวฮาโกดาเทะโฮคุโตะได้โดยตรง ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง แต่ค่าโดยสารก็ไม่ธรรมดาเพราะกว่า 20,000 เยนเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามการนั่งรถไฟใช่ว่าจะน่าเบื่อเพราะเราสามารถชมวิวภูเขาฮาโกดาเทะช่วงรถไฟวิ่งเลียบชายทะเลซึ่งตอนนั้นเราก็ทานเบนโตะรับบรรยากาศชิลล์ๆ ได้อีกด้วย ถือว่าคุ้มค่าสุดๆ 3 วิธีการนี้คือการเดินทางจากโตเกียวมุ่งหน้าฮอกไกโดซึ่งถ้าใครกำลังมีแผนนี้อยู่ในใจลองเอาไปใช้ดูรับรองว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ต้องบอกต่อ หากท่านในสนใจโปรแกรมเที่ยวทัวร์โตเกียว และ โปรแกรมเที่ยวทัวร์ฮอกไกโดก็คลิกเลยย

อ่านเพิ่มเติม
เที่ยวรัสเซียเดือนไหน มีอะไรให้ไปบ้าง?

May 15, 2018

อาทิ ทัวร์รัสเซียการบินไทย ที่บินแบบหรูกับสายการบินประจำชาติเรา นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายๆ แห่งของประเทศรัสเซียยังน่าสนใจอีกด้วย แต่ก็มีหลายคนตั้งคำถามว่าถ้าหากจะเดินทางไปควรต้อง เที่ยวรัสเซียเดือนไหนดี? เราเลยขอรวบรวมคำตอบมาให้ว่าเที่ยวรัสเซียไปช่วงไหนจะพบเจอกับอะไรบ้าง แต่อีกสิ่งที่อย่าลืมก็คือต้องแลกเงินรัสเซียไปให้พอด้วย ฤดูหนาว – ช่วงตั้งแต่เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ด้วยทุนเดิมของประเทศนี้เราทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่ามันหนาวแสนสาหัสขนาดไหน เรื่องอุณหภูมิคงไม่ต้องพูดถึงว่าติดลบระดับสุดขั้ว บางแห่งนี่ถึงขั้นเกิน -30 องศากันเลยทีเดียว การจะเดินทางมาในช่วงนี้จึงจำเป็นต้องเตรียมเสื้อผ้ามาอย่างดี ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวก็แนะนำให้ไปยังมหาวิหารเซนต์ไอแซค สวยงามด้วยยอดโดมสีทอง ไม่ก็พระราชวังฤดูหนาว (The Hermitage) ณ เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จัดว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลก ฤดูใบไม้ผลิ – ช่วงตั้งแต่เดือนมีนาคม – พฤษภาคม อุณหภูมิราว 5-15 องศา แต่ก็ยังถือว่าหนาวแถมต้องระวังความลื่นบนพื้นถนนที่หิมะยังเกาะอยู่ด้วย หากมาช่วงนี้แนะนำให้เที่ยวยังพระราชวังเครมลิน กรุงมอสโคว ซึงเป็นพระราชวังที่สร้างเพื่อตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของระบอบอัตตาธิปไตยรัสเซีย อีกแห่งคือสวนอเล็กซานเดอร์ สวนสาธารณะแห่งแรกของกรุงมอสโคว ใกล้กับพระราชวังเครมลิน สูดอากาศเย็นๆ พักผ่อนให้สบายใจ ฤดูร้อน – ช่วงตั้งแต่เดือนมิถุนายน – สิงหาคม ถือเป็นช่วง High Season ของประเทศนี้เลยก็ว่าได้ เนื่องจากอากาศสบายๆ ตั้งแต่ 15 – 25 องศา บางวันก็ 30 องศา และแนะนำว่าต้องมายังจัตุรัสแดงสถานที่อันโด่งดังของประเทศนี้ ชื่นชมกับสถาปัตยกรรมรัสเซียที่รอบๆ จะเป็นอาคารสีแดง แถมพื้นที่โล่งตรงลานยังใช้จัดกิจกรรมสำคัญต่างๆ เช่น เทศกาลปีใหม่, วันแรงงาน, วันชาติ เป็นต้น อีกแห่งก็คือ ถนนอารบัตอันแสนเก่าแก่กลางกรุงมอสโคว รวบรวมงานศิลปะและจิตรกรฝีมือดีให้ได้เดินชมกันเพียบ ฤดูใบไม้ร่วง – ช่วงตั้งแต่เดือนกันยายน – พฤศจิกายน อุณหภูมิราว 10 องศา จัดว่าบรรยากาศดีสุดๆ ผู้คนมักพากันมายังสวนสาธารณะหรือที่โล่งแจ้ง สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำคือ พระราชวังฤดูร้อน (Peterhof) เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานสไตล์บาร็อก คลาสสิกกับเรเนซองส์ นับว่าสวยงามโอ่อ่ามาก และอีกที่คือพระราชวังแคทเธอรีน สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1717 แต่ได้รับความเสียหายตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงบูรณะขึ้นมาใหม่ คงพอได้คำตอบกันแล้วว่าควรเที่ยวรัสเซียเดือนไหนดีเพราะไม่ว่าจะไปเดือนไหนประเทศนี้ก็มีความน่าสนใจในรูปแบบต่างกันออกไปจริงๆ  สนใจโปรแกรมเที่ยวทัวร์รัสเซีย >>คลิกเลย

อ่านเพิ่มเติม
5 ทริปเที่ยวต่างประเทศ เช็คอินใกล้ๆด้วบงบหมื่นเดียว!!

May 15, 2018

ซึ่งการไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อนๆ นั้นก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ไม่เลวเลย เพราะเราจะได้พบกับสิ่งต่างๆ ที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในประเทศไทย โดยทางเราทัวร์ครับก็ขอแนะนำ 5 ทริปนี้เลย  รับรองฟินกระจายด้วยงบง่ายๆอย่างแน่นอน 1. ล่องเรือชิลล์ๆ ที่อ่าวฮาลอง เบย์ ประเทศเวียดนาม แผนที่ : Ha Long Bay อ่าวฮาลอง เบย์ (Ha Long Bay) ในประเทศเวียดนามนี้เรียกได้เลยว่าไม่ธรรมดาเลยล่ะ เพราะนอกจากที่นี่จะได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกแล้ว เพื่อนๆ ยังได้สัมผัสกับความงดงามและความมหัศจรรย์ของเกาะหินปูนที่มีรูปร่างลักษณะที่ต่างกันออกไปตลอดทั้งทริป ซึ่งไฮไลท์ของการเที่ยวต่างประเทศของที่นี่ก็คือการล่องเรือผ่านเกาะไก่ชนที่เป็นสัญลักษณ์ของอ่าวฮาลอง เบย์ โดยเกาะไก่ชนนี้จะเป็นเกาะหินปูน 2 เกาะ ลักษณะคล้ายไก่ที่กำลังหันหน้าเข้าหากัน 2. เที่ยววังเวียง ว่ายน้ำชิลล์ๆ ที่บลูลากูน ประเทศลาว แผนที่ : Vang Vieng ลาวถือเป็นประเทศหนึ่งที่เที่ยวง่ายมาก และที่วังเวียงก็มีกิจกรรมหลายอย่างให้ทำด้วยกัน ทั้งพายเรือ หรือนั่งห่วงยางล่องไปตามแม่น้ำซอง และอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่ไม่ควรพลาดก็คือการไปว่ายน้ำเล่นที่บลูลากูน เพราะที่นี่มีสระน้ำที่ใสมาก แถมยังอยู่ท่ามกลางธรรม มีต้นไม้ใหญ่ให้เราได้ปีนขึ้นไปโดดน้ำเล่น แต่ถ้าใครที่ว่ายน้ำไม่เป็นก็ไม่ต้องกลัวไปนะคะ เพราะที่บลูลากูนเขามีเสื้อชูชีพให้เราได้เช่าในราคาที่ไม่แพงมาก เป็นทริปเที่ยวต่างประเทศ ที่ใกล้ๆและไม่แพงอีกด้วย 3. ไหว้พระที่พม่า เกิดชาติหน้าจะได้เป็นเพื่อนกันอีก แผนที่ : Myanmar สำหรับใครที่ชอบไหว้พระหรือมีเพื่อนอยู่สายบุญแล้วละก็ ทางเราขอแนะนำ ทริปไหว้พระที่ประเทศพม่า เลย ซึ่งก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างกันมาว่า การมาขอพรที่พม่านั้นศักดิ์สิทธิ์กลับไปแล้วจะสมหวังตามความปรารถนา ไม่ว่าจะเป็น เจดีย์ชเวดากอง เทพทันใจ และเทพกระซิบ โดยข้อดีของมันก็คือทริปเที่ยวต่างประเทศนี้เพื่อนๆ สามารถไปเช้า – เย็นกลับได้ 4. เที่ยว Universal ประเทศสิงคโปร์ แผนที่ :  Universal Studio Singapore คงจะเป็นไปไม่ได้ที่ชื่อของสวนสนุกแห่งนี้จะไม่ได้อยู่ในแพลนทริปของใครหลายๆ คนที่กำลังจะหาทริปเที่ยวต่างประเทศใกล้ๆ ราคาไม่แพง มีเงินหมื่นกว่าๆก็เที่ยวสิงคโปร์ได้แบบสบายๆ และใครที่มาสิงคโปร์แล้วต้องห้ามพลาดมาที่ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สวนสนุกระดับโลก แห่งที่สองของเอเชีย และเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวมาเยือนทุกครั้งที่มาเที่ยวสิงคโปร์เลยล่ะจ้า   เที่ยวสิงคโปร์ รวมสวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ >>  Click   5. หนีไปโซล เกาหลีใต้ฟีเวอร์ แผนที่ : Seoul เที่ยวเกาหลีก็จะฮิปหน่อยๆ เกาหลีใต้ประเทศที่ไม่ว่าจะฤดูไหนๆก็สามารถเดินทางไปเที่ยวตลอดทั้งปี แถมเป็นประเทศแรกๆที่ไปเที่ยวกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่ออีกด้วย เพราะที่เกาหลีมีสถานที่เที่ยวมากมายทั้งประวัติศาสตร์ สถานที่ช้อปปิ้งคูลๆ  อาหารก็อร่อย แถมวีซ่าก็ไม่ต้องขออีกต่างหาก แต่หากว่าเรื่องปัญหาเรื่องกลัวติด ตม.เกาหลีนี้ถึงกับทำให้หลายๆคนท้อถอดใจ กลัวการไปเกาหลีขึ้นมาซะงั้น ทัวร์ครับก็ขอบอกเลยว่าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากเราทำตามขั้นตอนและมีเอกสารการท่องเที่ยวที่ครบถ้วนรับรองว่าผ่านได้แน่นอน หรือถ้าไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก ทัวร์ต่างประเทศ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีไม่น้อย นอกจากไม่ต้องห่วงเรื่องการเดินทางแล้ว เรื่องตม.ก็หายห่วง เพราะมีไกด์คอยให้คำแนะนำตลอดยันจบทริป ราคาประหยัด แถมสะดวกสบายกว่าเที่ยวเองแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม
มาแล้วต้องลอง !! 5 เมนูอาหารออสเตรเลีย

May 15, 2018

ซึ่งวันนี้ทาง ทัวร์ครับ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ 5 เมนูอาหารออสเตรเลียที่เพื่อนๆ ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนถิ่นออสเตรเลีย บอกเลยว่างานนี้อร่อยแน่! 1. เนื้อจิงโจ้ เนื้อจิงโจ้ (Kangaroo meat) ไม่ว่าใครก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศออสเตรเลียนี้คือจิงโจ้ แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าจริงๆ แล้วเราสามารถกินเนื้อจิงโจ้ได้ แถมยังเป็นเมนูอาหารออสเตรเลียยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย และนอกจากจะมีรสชาติอันโอชะแล้ว เนื้อจิงโจ้ยังมีโปรตีนที่สูง ไขมันต่ำ ที่สำคัญราคาไม่แพงอีกต่างหาก 2. เวจเจไมท์ เวจเจไมท์ (Vegemite) จะคล้ายๆ กับกะเพราหมูสับของบ้านเรา ไม่ใช่เรื่องรสชาติหรอกค่ะที่คล้าย แต่เป็นเรื่องของความฮิตต่างหาก ใช่แล้วค่ะ! ชาวออสซี่จะกินเวจเจไมท์ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ยังกินอยู่ เป็นอาหารออสเตรเลียจานหลักเหมือนกับที่คนไทยกินข้าวกะเพรายังไงอย่างงั้น ซึ่งเจ้าเวจเจไมท์นี้จะมีลักษณะคล้ายๆ กับเนยถั่ว สีดำๆ รสชาติออกเค็มๆ คนไทยกินครั้งแรกอาจจะรู้สึกแปลกๆ ได้ 3. พายเนื้อ นอกจากเวจเจไมท์แล้ว คนออสซี่ชอบกินพายเนื้อ (Meat pie)กันมาก ซึ่งเนื้อที่ใช้เป็นส่วนประกอบนี้จะมีทั้งเนื้อบดและเนื้อที่หั่นเป็นชิ้นๆ ก่อนจะนำมาผสมผสานให้เข้ากับน้ำเกรวี่ ส่วนสถานที่ซื้อพายเนื้อก็หาไม่ยากเลย เพราะมีจัดหน่ายตั้งแต่โรงอาหารทั่วไป จนถึงร้านค้าตามสถานีรถไฟ ก็บอกแล้วว่านี่คือเมนูอาหารออสเตรเลียยอดฮิตของชาวออสซี่เขาล่ะ 4. ลามิงตันเค้ก ลามิงต้นเค้ก (Lamington Cake) จะเป็นเค้กเล็กๆ มีลักษณะคล้ายสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ซึ่งมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาว่าชื่อของลามิงตันเค้กนั้นมาจากเลดี้ลามิงตัน ภรรยาท่านลอร์ดลามิงตัน โดยความพิเศษของลามิงตันเค้กก็คือเป็นเค้กที่ทำด้วยเค้กสปอนจ์ ชุบด้วยช็อคโกแลตไอซิ่ง ซึ่งบางครั้งจะสอดไส้ด้วยรสชาติต่างๆ เช่น วิปครีม แยมสตรอเบอร์รี่ ราสพ์เบอร์รี่ เลม่อน ฯลฯ ก่อนนำมาคลุกเคล้าด้วยมะพร้าวอบแห้ง ทำให้เวลาเคี้ยวจะสัมผัสได้ถึงความกรอบของมะพร้าวแห้ง ก่อนที่จะกัดไปโดนความนุ่มของเค้กสปอนจ์ ยังไงก็ตามเพื่อนๆ สามารถหาสูตรการทำลามิงต้นเค้กนี้ได้ตามอินเตอร์เน็ตทั่วไป 5. สปาร์เก็ตตี้โบลองเนส ถึงแม้สปาร์เก็ตตี้จะมีแหล่งกำเนิดมาจากอิตาลีก็ตาม แต่มันก็ได้รับความนิยมมาไกลยังประเทศออสเตรียเลีย เพราะคนที่นี่ชอบกินสปาร์เก็ตตี้กันมาก โดยเฉพาะสปาร์เก็ตตี้โบลองเนส หรือ สปาร์เก็ตตี้ซอสเนื้อ ที่เด็กนักเรียนออสซี่นิยมกินกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันก็เลยถือว่าเป็นอาหารออสเตรเลียไปอีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ 5 เมนูอาหารออสเตรเลียสุดฮิตที่เพื่อนๆ ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนประเทศออสเตรเลีย หากใครอ่านแล้วน้ำลายสออยากไปกินถึงถิ่น ทาง ทัวร์ครับ ก็มีแพ็คเกจเที่ยวออสเตรเลียหลายโปรแกรมมาให้เพื่อนๆ ได้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวเมลเบิร์น นั่งเครื่องจักรไอน้ำ ชมฝูงนกเพนกวิน หรือ เที่ยวซิดนีย์ เยือนอุทยานแห่งชาติบลูเม้าท์เทนส์ ล่องเรือสำราญชมปลาโลมา ฯลฯ ซึ่งหากใครสนใจก็สามารถเช็คแพ็คเกจเที่ยวออสเตรเลียทั้งหมดได้ที่นี่ https://tourkrub.co/australia-tour

อ่านเพิ่มเติม
Tour to Busan พาเที่ยว 4 สถานที่สุดฮิตเกาหลี-ปูซาน

May 15, 2018

ประกอบกับการใช้นักแสดงหนุ่มใหญ่หน้าตาดี กงยู ทำให้ Train to Busan และเมืองปูซาน ประเทศเกาหลี โด่งดังในไทยอย่างทันที ส่งผลให้ใครหลายคนสนใจไปเที่ยวจังหวัดนี้กันมาก โดยเฉพาะ 4 สถานที่สุดฮิตเหล่านี้ ไปเที่ยวปูซานกันเถอะ 1. วัดแฮดง ยงกุงซา (Haedong Yonggungsa Temple) พิกัด : Haedong Yonggungsa Temple วัดแฮดง ยงกุงซา ถือเป็นวัดของศาสนาพุทธแห่งหนึ่งที่เก่าแก่มากที่สุดในปูซาน เริ่มก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 1376 และหลังจากนั้นก็ถูกบูรณะเรื่อยมา โดยยังคงคอนเซปต์เดิม เอกลักษณ์เดิมไว้ได้จนถึงทุกวันนี้ ไฮไลท์ของวัดแฮดง ยงกุงซา คือบรรยากาศอันสวยงาม เนื่องจากอยู่ติดทะเล โดยบริเวณหน้าของวิหารหลักจะเป็นเจดีย์สูง 3 ชั้น และมีรูปปั้นสิงโต 4 ตัวที่เป็นตัวแทนของความสนุก ความโกรธ ความเศร้า และความสุข ตั้งอยู่อีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอภายในวัดยังประดิษฐาน เจ้าแม่กวนอิมและพระสังกัจจายน์สีทององค์ใหญ่ให้ทุกคนได้กราบไหว้ขอพร ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมวัดนี้จึงกลายเป็นสถานที่รวมพุทธศาสนิกชนในเมืองปูซาน และเป็นสถานที่เที่ยวสุดฮิตในปูซานอีกด้วย   2. สะพานกวางอันแดเคียว (Busan Gwangandaegyo Bridge) พิกัด : Busan Gwangandaegyo Bridge มาเที่ยวกับทางเรา ทัวร์ครับ รับประกันได้เลยว่าเราไม่พาไปชมสะพานที่มันธรรมดาๆ อย่างแน่นอน เพราะสะพานกวางอันแดเคียว หรือ สะพานเพชร นี้คือสะพานที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ที่พาดผ่านทะเลด้วยระยะประมาณ 7.42 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมระหว่างเขต Nancheon-dong กับ Centum City โดยเพื่อนๆ สามารถเห็นทิวทัศน์อันสวยงาม รวมถึงทะเล และชายหาดของเมืองปูซานได้บนสะพานกวางอันแดเคียว นอกจากนี้เมื่อถึงเวลากลางคืนสะพานกวางอันแดเคียวก็จะถูกประดับประดาไปด้วยแสงไฟเต็มไปหมด ให้ความรู้สึกในการเที่ยวเกาหลี ปูซาน ที่สวยงามไปอีกแบบ   3. สวนแทจงแด (Taejongdae) พิกัด : Taejongdae สวนแทจงแดตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 1,100 ไร่ มีต้นไม้และดอกไม้นานาชนิด ถึงแม้แทจงแดจะได้ชื่อว่าเป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในเมืองปูซาน แต่ไฮไลท์สำคัญกลับเป็นจุดชมวิวทะเลบนหน้าผาที่สูงชัน และประภาคารสีขาวที่ตั้งโดดเด่นอยู่ริมทะเล นอกจากนั้นยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมายที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ไล่ตั้งแต่สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ไปจนถึงร้านขายของที่ระลึก 4. Lotte Premium Outlet แผนที่ : Lotte Premium Outlet สำหรับขาช้อปทั้งหลายที่มาเที่ยวเกาหลี ปูซาน และตั้งใจมาหิ้วเสื้อผ้า รองเท้าแฟชั่นกลับไทยอย่างละชิ้นสองชิ้น ทางเราขอแนะนำ Lotte Premium Outlet เลยครับ เพราะที่นี่เพื่อนๆ จะได้พบกับเสื้อผ้าแบรนด์ดังมากกว่า 150 ร้าน เช่น Nike, Adidas, New Balance, Calvin Klein, Guess ฯลฯ ที่ขนกันมาลดล้างสต๊อกตามสไตล์ Outlet แต่ยังไงก็ตามหากเพื่อนๆ ยังไม่จุใจกับ Lotte Premium Outlet แล้วละก็ ในปูซานยังมีที่ช้อปปิ้งอื่นๆ ให้เพื่อนเลือกซื้อของอีกมากมาย เช่น ย่านดาวทาวน์ และ Duty Free   ทั้งนี้ปูซาน ของประเทศเกาหลีนั้นยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายนอกจาก 4 ที่ที่เราเพิ่งนำเสนอไป และด้วยภูมิศาสตร์ที่ติดทะเล เต็มไปด้วยธรรมชาติอย่างเทือกเขาและหมู่เกาะแล้ว เชื่อว่าเพื่อนๆ ต้องประทับใจที่นี่อย่างแน่นอน แต่ถ้าใครยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นวางแผนเที่ยวยังไง เพื่อนๆ สามารถดู โปรแกรมเที่ยวเกาหลี ปูซาน ของทางทัวร์ครับ บริษัททัวร์เที่ยวต่างประเทศ ที่ไว้ใจได้ ราคาสุดคุ้ม พร้อมแล้วบินไปเที่ยวแบบฟินๆอินปูซานได้เลย

อ่านเพิ่มเติม
ติดต่อสอบถาม

เวลาทำการ จ.-ส. เวลา 09.00-18.00 น.