บทความเที่ยวผ่านทัวร์ครับ โดย Nook

5 พิกัดร้านอาหารดีๆในย่านจิมซาจุ่ย ฮ่องกง

Jun 19, 2018

  1. Din Tai Fung  แผนที่ : Din Tai Fung ถึงแม้ร้าน ติ่น ไท่ ฟง จะมีสาขาอยู่ในประเทศไทย แต่ไปฮ่องกงทั้งทีก็ต้องไปลองที่ร้านต้นตำรับกันซะหน่อยไม่ให้เสียเที่ยว และหลายๆ คนที่ได้มากินร้านนี้ที่ฮ่องกงล้วนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยว่าที่ไทยถึงสิบเท่า! โดยร้านติ่น ไท่ ฟง ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของห้าง Silver Court เรียกได้ว่าจะช้อปก่อนชิมก็ได้หรือจะชิมเสร็จแล้วค่อยไปช้อปก็ช่วยย่อยได้ดีทีเดียว 2. The Verandah Restaurant แผนที่ : The Verandah Restaurant ที่จิมซาจุ่ย เราสามารถสัมผัสบรรยากาศห้องอาหารสุดหรู ย่านจิมซาจุ่ย การันตีความสะอาดและคุณภาพวัตถุดิบ ทั้งยังหลากหลายด้วยอาหารยุโรปและนานาชาติได้ที่ The Verandah Restaurant โดยห้องอาหารที่นี่จะเปิดให้บริการเป็น 3 ช่วงเวลา ช่วงเช้าได้แก่ 07:00 น. - 10:00 น. ช่วงกลางวันได้แก่ 12:00 น. - 14:30 น. และช่วงเย็นคือตั้งแต่ 18:00 น. - 22:00 น. ซึ่งเวลาที่บอกนี้จะยกเว้นวันอาทิตย์ที่ช่วงเวลาอาหารเช้าจะขยายออกเป็นพิเศษถึง 10:30 น. 3. BLT Steak แผนที่ : BLT Steak ร้านอาหาร BLT Steak เป็นร้านสเต็กสไตล์ฝรั่งเศสระดับพรีเมี่ยม ย่างแบบมืออาชีพ กัดแล้วนุ่มลิ้นฟินไม่รู้ลืม แม้ราคาจะสูงแต่ก็คุ้มค่าคุ้มราคา โดยหลักที่นี่เป็นสเต็กเนื้อ แต่ถ้าใครไม่กินเนื้อก็ยังมีสเต็กไก่ให้เลือก นอกจากนั้นในช่วงมื้อเที่ยงก็มีบุฟเฟ่ต์สลัด และมื้อเย็นก็จะมีเมนูอาหารแบบ A la carte ให้ได้รับประทาน ร้าน BLT Steak ตั้งอยู่ที่ชั้น B1 โอเชี่ยน เทอมินอล 4. Sift แผนที่ : Sift ถ้าใครชอบของหวานต้องไม่พลาดที่จะมาลองชิมคัพเค้กสุดอร่อยที่บางคนถึงขั้นตั้งฉายาให้ว่าคัพเค้กขั้นเทพหรือคัพเค้กในตำนานกันเลยทีเดียว เพราะคัพเค้กที่นี่มีเนื้อแป้งนุ่มละมุนกำลังดีและมีรสชาติที่ไม่หวานจนเกินไปจึงทำให้ใครต่อใครติดใจมานักต่อนัก เมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่คือ Red Velvet  และ Salted Caramel Chocolate ร้าน Sift ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ตึก Habour City ถ้าทานอาหารคาวกันเสร็จแล้วจะมาต่อของหวานที่ร้านนี้ก็ดีไม่น้อยนะ 5. Scarlett Café & Wine Bar แผนที่ :  Scarlett Café & Wine Bar คาเฟ่และบาร์ไวน์สไตล์ฝรั่งเศสที่ชื่อ Scarlett ตั้งอยู่ถนนคิมเบอร์ลีย์ย่านจิมซาจุ่ย คติของร้านคือการเสิร์ฟไวน์ฝรั่งเศสที่ดีที่สุดในฮ่องกง เพราะฉะนั้นเราสามารถวางใจกับคุณภาพไวน์ที่นี่ได้เลย ราคาไวน์นั้นมีตั้งแต่ 45 HKD ต่อแก้ว ไปจนถึง 220 HKD ต่อขวด แต่นอกจากไวน์แล้วอาหารฝรั่งเศสที่ นี่ก็เลิศรสไม่แพ้กัน นอกจากนั้นร้านนี้ยังมีอาหารง่ายๆ ไว้คอยบริการในเวลากลางวันอีกด้วย เช่น แซนด์วิช เบอร์เกอร์ ไก่ย่าง สลัดและพาสต้า ร้านอาหารในฮ่องกงมักจะมีการเปิดปิดเป็นช่วงเวลา ถ้าไม่อยากต้องอดทนไปหิ้วท้องรอหน้าร้านเพื่อรอเวลาเปิดหรือต้องเดินหาร้านอื่นแทนเพราะหิวมากล่ะก็ขอแนะนำว่าให้ศึกษาไปดีๆ ก่อนเพื่อที่จะได้วางแผนได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้การไปฮ่องกงกับทัวร์ที่มีไกด์เป็นคนในพื้นที่อย่างของ ทัวร์ครับ (Tourkrub) ก็จะช่วยวางแผนและจัดสรรเวลาให้เราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เผลอๆ ยังได้กินอาหารอร่อยเจ้าเด็ดในราคาที่ถูกกว่าไปเองอีกด้วย  

อ่านเพิ่มเติม
10 วิธีนัดเพื่อนเที่ยว จัดทริปยังไงไม่ให้โดนเพื่อนเท

Jun 15, 2018

  1. หาหัวหน้ากลุ่ม หาหัวหน้ากลุ่มตัวหลัก คนที่ว่าง จัดการได้ จัดการในที่นี้คือสามารถหาที่พัก คำนวณงบประมาณ วางแผนการเดินทางทุกขั้นตอน การกิน การอยู่ ทุกสิ่งเสร็จสรรพในคนเดียว (ต้องเป็นคนที่เต็มใจและมีความอดทนมากๆ) แพลนเสร็จจับโยนลงแชทกลุ่มไปเลยจ้า เพื่อให้เพื่อนรู้ว่าฉันแพลนเรียบร้อยละนะ ตามนี้ !!   2. อย่าเงียบหาย เมื่อมีแพลนและสถานที่ที่อยากไป ห้ามหายเงียบเด็ดขาด ไม่งั้นจะขาดตอนในการคุยในทริปครั้งนี้ และทริปจะล่มในที่สุด ทางที่ดีแนะนำให้หาสถานที่ท่องเที่ยว หรือราคาตั๋วเครื่องบิน ที่พัก บลาๆๆ ให้เพื่อนๆในกลุ่มแชทดูเรื่อยๆค่ะ     3. เลือกเวลาให้ถูก เวลาในที่นี้หมายถึงช่วงวันหยุด จนไปถึงพฤติกรรมของเพื่อนว่าเพื่อนส่วนมากนั้นสะดวกกันช่วงไหน เพื่อที่จะได้นำมาวางแพลนปละประกอบในการตัดสินใจไปเที่ยวของเพื่อนในกลุ่ม เช่น เพื่อนกลุ่มนี้ชอบตื่นสาย เราก็เริ่มแพลนแรกโดยการนัดเพื่อนในตอนบ่าย เป็นต้น   4. ทริปสั้นๆไม่ค้างคืน   ถ้าพูดถึงการจัดทริปยังไงไม่ให้โดนเพื่อนเทละก็ ทริปสั้นๆ จะมีโอกาสที่เพื่อนจะไปมากกว่าทริปที่ต้องค้างคืนค่ะ เพราะบางคนอาจจะติดธุระหรือครอบครัวไม่อยากให้ค้างที่อื่น แถมค่าใช้จ่ายแพงกว่า จึงทำให้คนที่จะไปด้วยมีน้อยลงนั่นเอง       5. อย่านัดทีละหลายคน ข้อนี้เป็นจิตวิทยาในการชักชวนเพื่อนให้ไปร่วมทริป เพราะถ้าหากเราไปชวนลงกลุ่มแชทใหญ่แล้วบอกได้ว่ามีคนอ่าน แต่ไม่มีคนตอบ !! หรือไม่ก็ตอบแค่คนสองคน และเงียบหายไปตามสเตป เพราะฉะนั้นเราควรทักไปชวนทีละคนจะดีกว่า ค่อยๆชวนทีละคนสองคนและค่อยลงไปชวนกลุ่มใหญ่ รับรองว่าเวิร์ค !!     6. เก็บเงินล่วงหน้า ข้อนี้เป็นการมัดมือชกไปเลยค่ะ เมื่อแพลนเรียบร้อยแล้ว เราควรเก็บค่าใช้จ่ายที่เป็นกองกลางก่อนเลย เพื่อเป็นประกันว่าถ้าใครเทเพื่อน จะไม่ให้เงินคืน !!   7. จองตั๋วจ่ายค่าที่พักเลย มัดมือชกรองจากเก็บเงิน พอเราได้เงินปุ้บ ก็ให้รีบโอนจองที่พักเลย เพราะการจองที่พักและตั๋วเครื่องบินนั้นเป็นการผูกมัดไปอีกแบบนึง เป็นการันตีว่าไม่ได้คืนแน่ๆค่ะ ใครมาเทเพื่อนทีหลังก็ต้องยอมเสียเงินส่วนนี้ไป ..     8. ทริปไฟไหม้ ทริปไฟไหม้ บางคนอาจจะไม่รู้ความหมายว่าไฟไหม้คืออะไร ไฟไหม้คือทริปด๊วนด่วน นัดปุ๊บออกปั๊บ หรือนัดวันนี้เดินทางพรุ่งนี้เลย รับรองว่าไม่มีเวลาเปลี่ยนใจเลยล่ะ   9. ออกให้ครึ่งนึง ทริปนี้ ป๋าออกให้ !! ข้ออ้างที่ไม่ไปเที่ยวกับเพื่อน ยังไง๊ก็ต้องมีเรื่องเงินมาเกี่ยวแน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะไม่มีจริงหรือไม่มีหลอก เราออกปากว่าออกให้ปุ๊บ ! รับรองว่าทางสะดวกไปแน่นอน       10. ชวนได้เท่าไหน ไปเท่านั้น !! บทสรุปส่งท้าย ไม่มีอะไรมากค่ะ ชวนได้แค่ไหนไปแค่นั้น เพราะเพื่อนบางคนอาจจะไม่สะดวกจริงๆ เอาไว้ครั้งหน้าค่อยชวนไปเที่ยวด้วยกันใหม่ เพราะคงไม่มีใครที่ไม่อยากเที่ยว ถึงจะไปไม่บ่อย แต่ทัวร์ครับเชื่อว่าทุกคนต้องมีความใฝ่ฝันที่จะไปเที่ยวเยือนสถานที่เที่ยวที่ตัวเองฝันกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะทะเล ภูเขา หรือรวมไปถึงการไปเที่ยวต่างประเทศ     

อ่านเพิ่มเติม
เที่ยวดานัง เวียดนาม ฉบับสบายกระเป๋า งบเบา ๆ ก็ไปได้

Jun 8, 2018

  สภาพอากาศ เมืองดานังมีเพียง 2 ฤดูกาลคือฤดูร้อนกับฤดูฝน โดยฤดูร้อนจะเป็นช่วงเดือนเมษายนถึงสิงหาคม อุณหภูมิเฉลี่ย 23 – 34 องศาเซลเซียส และฤดูหนาวจะเป็นช่วงเดือนกันยายนถึงมีนาคม อุณหภูมิเฉลี่ย 18 -30 องศาเซลเซียส เรียกได้ว่าอากาศค่อนข้างจะเย็นสบายกว่าประเทศไทยมากนัก แต่ข้อควรระวังคือดานังจะมีฝนตกชุกในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ถ้าอยากไปเที่ยวต้องระวังช่วงนี้เพราะเดี๋ยวจะหมดสนุกไปซะก่อนนะคะ   สถานที่ท่องเที่ยว การเดินทางใน ดานัง เวียดนาม นั้น จะสะดวกที่สุดถ้าเช่ารถพร้อมคนขับค่ะ ยิ่งถ้าไปกับเพื่อนเป็นกลุ่ม เมื่อหารค่ารถต่อคนก็จะถูกลงอีกด้วย และสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรไปสัมผัสให้เห็นกับตาก็ได้แก่ 1. สะพานมังกร แลนด์มาร์คที่สำคัญของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม เพราะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำหาน  ใจกลางเมืองดานัง ในตอนกลางคืนจะมีโชว์มังกรพ่นน้ำและเปิดไฟประดับสวยงามในช่วงเวลาตั้งแต่ 3 ทุ่มเป็นต้นไป 2. พิพิธภัณฑ์รูปปั้นงานศิลปะ พิพิธภัณฑ์รูปปั้นงานศิลปะนี้อยู่ใกล้กับสะพานมังกร ภายในพิพิธภัณฑ์จะมีงานศิลปะส่วนใหญ่ที่ทำจากหินทรายแกะสลัก 3. บานาฮิลส์   หมู่บ้านสไตล์ฝรั่งเศสอยู่บนยอดเขาสูง ห่างจากเมืองดานังประมาณ 40 กิโลเมตร โดยกระเช้าไฟฟ้าของบานาฮิลส์ได้ถูกบันทึกสถิติโลกว่าเป็นกระเช้าไฟฟ้าแบบสายเดี่ยวที่ยาวที่สุดในโลก (5,801 เมตร) นอกจากนี้บนบานาฮิลส์ยังมีกิจกรรมทำให้ทำมากมาย เช่น การเที่ยวชมวัดวาอาราม พิพิธพันธ์หุ่นขี้ผึ้ง สวนสนุก เป็นต้น 4. หาดน็อนเนือก หาดน็อนเนือกอยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปประมาณ 10 กิโลเมตร รอบหาดมีป่าสน ถ้ำ และวัดโบราณให้ได้เที่ยวชมกัน หรือจะนั่งริมชายหาดรอพระอาทิตย์ตกดินก็โรแมนติกใช้ได้เลย 5. ภูเขาหินอ่อน ภูเขาหินอ่อนนอกจากมีความสวยงามด้วยหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติแล้วยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเวียดนามด้านพุทธศาสนาที่เป็นที่นิยมที่ผู้คนมักจะมาสักการะพระพุทธรูปคอนกรีตกัน 6. วัดลิ่งอึ้ง วัดลิ่งอึ้งโดดเด่นด้วยรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ เจดีย์ขนาดใหญ่และรูปปั้นพระอรหันต์เก่าแก่ที่ถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามที่สุดของเวียดนามเลยทีเดียว ค่าครองชีพ ค่าอาหารที่เวียดนามโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 100,000 ดอง หรือประมาณ 140 บาท และคนเวียดนามส่วนใหญ่จะไม่ดื่มน้ำเปล่าแต่ดื่มน้ำชากัน หากเราเข้าไปทานอาหารแล้วสั่งน้ำเปล่าเพิ่มก็จะต้องเสียเงินเพิ่มนะ ดังนั้นค่าอาหารต่อหนึ่งวันก็จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 600 – 700 บาทแบบที่รวมน้ำหรือเครื่องดื่มไปด้วยแล้ว การเดินทาง จากกรุงเทพไปดานังมีเที่ยวบินตรงที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง สายการบินที่ให้บริการ ได้แก่ บางกอกแอร์เวย์และไทยแอร์เอเชีย แต่ถ้าเป็นแบบเที่ยวบินต่อ พัก 1 จุดก็จะใช้เวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมงขึ้นไป สายการบินที่ให้บริการ ได้แก่ เจ็ทสตาร์ เวียดนามแอร์ไลน์ และเวียดเจ็ทแอร์ โดยราคาตั๋วเครื่องบินที่ถูกที่สุดจะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคม 4,300 บาทรวมทั้งขาไปและขากลับ นอกจากแผนการที่เราแนะนำ อีกวิธีที่ง่ายที่สุดในการทัวร์เวียดนามด้วยงบ 10,000 บาทคือการไปกับ ทัวร์ครับ.คอม ที่นอกจากเราจะได้ไปเที่ยวดานังแล้วยังได้ไปเมืองใกล้เคียงอย่างเว้กับฮอยอันอีกด้วย แถมยังได้ล่องเรือมังกรชมแม่น้ำหอมและไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางหรือค่าใช้จ่ายใดๆ อีก ทั้งคุ้มค่าและสะดวกสบายขนาดนี้จะเก็บไว้เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งก็ไม่เสียหาย สนใจแพ็คเกจทัวร์ดานัง เวียดนาม >> https://tourkrub.co/vietnam-tour คลิกเลย !  

อ่านเพิ่มเติม
10 เทศกาลน่ารักกับญี่ปุ่นในหน้าร้อน

Jun 8, 2018

ซึ่งถ้ามาเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงหน้าร้อนนี้ เราจะได้หอบบรรยากาศอบอุ่น สนุกสนานและสวยงามกลับไทยกันแบบล้นกระเป๋าไปเลย ~ เพราะงานเทศกาศในฤดูร้อนนั้นมีหลากหลายรูปแบบหลากหลายรสชาติให้เราได้เข้าร่วมกันเลยล่ะ จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย !!   1. เทศกาลฟุสสะทานาบาตะ     อีกหนึ่งวันสำคัญของญี่ปุ่นคือวันทานาบาตะ(Tanabata)ที่ใครๆ ต่างก็เขียนคำอธิษฐานใส่กระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆ ไปแขวนบนกิ่งไผ่กันถ้วนหน้า ที่เมืองฟุสสะเองก็มีงานเทศกาลทานาบาตะประจำปีเช่นเดียวกัน โดยเทศกาลนี้จะจัดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงกลางเดือนสิงหาคม ถ้าใครได้ไปงานนี้ก็จะได้เห็นการประกวดเจ้าหญิงโอริฮิเมะเพื่อเฉลิมฉลองทานาบาตะที่หาดูไม่ได้ที่ไหนแล้วด้วยล่ะ     2. บุงเกียวอะจิไซมัตสึริ (เทศกาลดอกไฮเดรนเยีย)     เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน ดอกไฮเดรนเยียกว่า 3,000 ต้นบริเวณศาลเจ้าฮะคุซังไปจนถึงสวนฮะคุซังใจกลางกรุงโตเกียวจะออกดอกสดใสสวยงาม ในงานจะมีแผงขายต้นไฮเดรนเยียและของอื่นๆ จิปาถะเรียงรายตลอดทาง และงานนี้จะจัดในช่วงวันที่ 9 - 17 มิถุนายน   3. อิริยะอะซะงะโอะมัตสึริ (เทศกาลดอกมอร์นิ่งกลอรี่)     ถ้าอยากเที่ยวเทศกาลดอกมอร์นิ่งกลอรี่ (Morning Glory) ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ต้องไม่พลาดที่จะมางานที่อิริยะคิชิโมจิน ถนนโคะโตะโตยโดริ ในช่วงวันที่ 6 - 8 กรกฎาคม   4. โฮตารุโนะยูเบะ (แสงหิ่งห้อยยามเย็น)     รู้หรือไม่ว่าที่เมืองฮาชิโอจิฝั่งตะวันตกของกรุงโตเกียว มีธรรมชาติสวยงามรายล้อมด้วยภูเขาแฝงอยู่ ซึ่งสิ่งสำคัญของที่นี่ก็คือเจ้าหิ่งห้อยที่ซ่อนตัวในตอนกลางวัน แต่ออกมาให้เราได้ชื่นชมในตอนกลางคืนนั่นเอง โดยเจ้าหิ่งห้อยจะอยู่ให้เราได้ชื่นชมแค่ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนล่ะ   5. เทศกาลหิ่งห้อยเก็นจิฟุสสะ     ตั้งแต่กลางเดือนจนถึงปลายเดือนที่เมืองฟุสสะ จะมีเทศกาลหิ่งห้อยเก็นจิฟุสสะที่เราจะได้เห็นหิ่งห้อยกว่า 500 ตัวบินส่องแสงวิบวับสวยงาม นอกจากนั้นยังมีการแสดงพื้นบ้านและร้านค้าให้เราเที่ยวชมอีกมากมาย   6. เทศกาลซันจะ (Sanja Matsuri)     เทศกาลซันจาจัดขึ้นเพื่อฉลองให้กับสามผู้ก่อตั้งวัดเซนโซจิ ถือว่าเป็นเทศกาลใหญ่ประจำปีของย่านอาซากุสะ ในงานจะมีทั้งขบวนแห่ การเล่นดนตรีสด ร้องเพลง การตีกลองไทโกะ และเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน โดยเทศกาลซันจะจะจัดขึ้นในวันที่ 18 – 20 พฤษภาคมนี้   7. เทศกาลซันโน (Sanno Matsuri)     เทศกาลซันโนเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองใหญ่ของศาลเจ้าฮิเอะ เมืองโทยามะ จะจัดขึ้นรอบๆ ปราสาทโทยามะตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน เป็นเวลาทั้งหมด 11 วัน ถ้ามางานนี้ก็จะได้สัมผัสพิธีกรรมต่างๆ ของคนญี่ปุ่น ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และศิลปะการแสดงของญี่ปุ่นอีกมากมาย   8. เทศกาลคะกุระซะกะมัตสึริ     ในช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนกรกฎาคม ถนนคะกุระซะกะจะมีงานเทศกาลฤดูร้อนที่มีจุดไฮไลท์คือขบวนนักดนตรีและนักเต้นรำอะวะโอโดริที่ดึงดูดความสนใจจากผู้คนมากมาย หากอยากสัมผัสบรรยากาศโตเกียวแบบเก่าล่ะก็พลาดไม่ได้เด็ดขาดเชียวล่ะ   9. งานเต้นรำโคงาเนอิอาวะ     อีกหนึ่งการเต้นรำดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการเต้นรำโคงาเนอิอาวะ ซึ่งจะจัดขึ้นกลางเดือนกรกฎาคมที่เมืองโคงาเนอิ โดยการแสดงจะเริ่มตั้งแต่หกโมงเย็นจนถึงสามทุ่ม ให้เราได้สัมผัสบรรยากาศครึกครื้นของการเต้นรำ เสียงกลอง ผู้คนมากมาย พร้อมตักกินน้ำแข็งไสเย็นๆ กันได้เพลิดเพลิน   10. คัตสึชิกะโชบุมัตสึริ (เทศกาลดอกไอริส)     เทศกาลดอกไอริสในโตเกียวจะจัดขึ้นที่สวนดอกไอริสโฮริกิริโชบุเอ็นและสวนมิซึโมโตะที่อยู่ใกล้ริมน้ำ แต่นอกจากดอกไม้ สายน้ำและสายลมแล้ว ยังมีการแสดงดนตรีสดอีกด้วยนะ โดยเทศกาลนี้จะจัดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนจนถึงกลางเดือน   เห็นลิสต์รายการเทศกาลต่างๆ แล้วก็เลือกไม่ถูกเลยใช่ไหมล่ะ เพราะไม่ว่าจะเป็นเทศกาลเกี่ยวกับดอกไม้ เทศกาลที่ศาลเจ้า หรืองานเต้นรำต่างๆ ล้วนน่าสนใจไปหมด แต่ถ้าไปกับ ทัวร์ครับ ล่ะก็ไม่ต้องห่วงเลยล่ะ เพราะทางทัวร์จะช่วยวางแผนให้เองว่าต้องไปที่ไหนอย่างไร ใช้เวลาเท่าไรถึงจะเหมาะสม ถ้าพบเจอปัญหาอะไรก็มีไกด์จากทัวร์ครับคอยช่วยดูแลอีกต่างหาก ยิ่งถ้าไปในฤดูร้อนแล้วล่ะก็ยิ่งต้องรักษาสุขภาพดีๆ เชียวล่ะ ต้องดื่มน้ำเยอะๆ ใส่เสื้อผ้าโปร่งๆ ใส่หมวกและไม่ตากแดดจัด เพราะไม่งั้นเดี๋ยวจะเป็นลมแดดไปซะก่อน หมดสนุกที่จะเที่ยวเลยนะ   สนใจทัวร์เที่ยวญี่ปุ่น ฤดูร้อน >> https://tourkrub.co/japan-tour

อ่านเพิ่มเติม
“สายช้อป-สายชิม-สายเที่ยว” ชอบแบบนี้ ควรไปเที่ยวประเทศไหนดี ??

Jun 7, 2018

บางคนเที่ยวแบบลุย บางคนชอบแบบสบาย ซึ่งความสนใจในการเที่ยวประเทศนั้นๆก็จะแตกต่างกันไป หากใครที่คิดไม่ออกว่าชอบแบบนี้จะไปเที่ยวประเทศไหนดี วันนี้ ทัวร์ครับ.คอม จะขอพาไปดูว่าสายไหนเที่ยวประเทศไหนดีสุด รับรองว่าเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนสุดๆไปเลย   สายกิน   เวลาไปเที่ยวที่ไหนๆ สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการได้ไปตะลอนกินอาหารอร่อยๆกันใช่ไหมล่ะ แถมเป็นต่างประเทศแล้วด้วยก็ยิ่งดูน่าสนใจกันไปใหญ่ เรามาดูว่าประเทศไหนที่ขึ้นชื่อด้านของกันบ้าง  ?? เกาหลี พิกัด : Korea แน่นอนว่าคงไม่มีที่ใดดีไปกว่าย่าน นัมแดมุน  ย่านที่เต็มไปด้วยอาหารสตีทฟู้ด ทั้ง เกี๊ยวนึ่ง, ต๊อกบกกี, ซุปปลาแผ่นเกาหลี, บิบิมบับ หรือขนมท้องถิ่นแสนอร่อย เดินตะลอนกินให้หนำใจกันเลยจ้า ไต้หวัน พิกัด : Taiwan ไทเป ไต้หวัน เป็นดินแดนแห่งของกินที่พลาดไม่ได้ อย่าง เครปไข่ ปาท่องโก๋ ชานมไข่มุก และอีกหลายเมนู ซึ่งในไต้หวันมีไนท์มาร์เกตหลายที่มา ยกตัวอย่างตลาดกลางคืนหนิงเซี่ย ในย่านนั้นจะทำให้เราอิ่มอร่อยไปกับของหวานของคาวนานาชนิด สวรรค์ของนักชิม นักกิน เชื่อว่าใครที่ชอบกินจุบจิบ กินทั้งวัน มาไต้หวันแล้วกินเพลินๆจนลืมนึกถึงน้ำหนักได้เลยทีเดียว ญี่ปุ่น พิกัด : Japan ถึงแม้ว่าอาหารบางอย่างในประเทศญี่ปุ่นจะหาทานที่ไหนก็ได้ ซึ่งบางอย่างก็มีในไทยอยู่แล้ว แต่ว่าทานที่ญี่ปุ่นมันได้บรรยากาศ และรสชาติที่เป็นออริจินอลกว่าที่อื่นแน่นอน อาหารที่ขึ้นชื่อของญี่ปุ่นก็จะมี ราเมง, ทะโกะยากิ, ดังโงะ, ซูชิ, ซอฟท์ครีม  และอีกหลายอย่างที่หาได้ทั่วไปในย่านของกินที่ญี่ปุ่น แนะนำหากไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ต้องไปกินราเมงข้อสอบให้ได้นะคะ รับรองว่าอร่อยกว่าไทยมากกก   สายช้อปปิ้ง มาถึงสายเปย์กันบ้าง มาต่างประเทศทั้งทีก็ต้องมีของติดไม้ติดมือกลับไปกันสักหน่อย ส่วนใหญ่แล้วมาต่่างประเทศก็จะเน้นของแบรนด์เนม น้ำหอม รองเท้า กันใช่ไหมล่ะคะ งั้นเรามาดูประเทศเมืองแห่งการช้อปปิ้งของแบรนด์เนมในราคาโดนใจกันดีกว่า ฮ่องกง พิกัด : Hong Kong ฮ่องกง ประเทศใกล้ๆสำหรับสายช้อปที่ไม่ค่อยมีวันหยุด วันหยุดสุดสัปดาห์ก็สามารถบินไปช้อปปิ้งได้สบายๆ นอกจากเรื่องของกินแล้ว แหล่งช้อปปิ้งก็เป็นที่ขึ้นชื่อด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะน้ำหอม รองเท้าแบรนด์เนม นำเทรนด์ก่อนใครต้องมาที่ฮ่องกงเลยค่ะ ฝรั่งเศส พิกัด : France ปารีส ฝรั่งเศส เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 4 ของโลก จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวสายช็อปปิ้งเหล่าแบรนด์เนมชั้นนำต่างๆ ซึ่งแหล่งฮิตๆก็คือในย่าน 8th arrondissement ที่เป็นย่านดัง โดยมีบรรดาร้านเก่าแก่ของแบรนด์แฟชั่นระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Dior, Chanel, Fendi, Valentino, และ Ralph Lauren อยู่หลายร้านให้นักท่องเที่ยวได้ช้อปปิ้งกันให้กระเป๋าเบากันไปเลยจ้า   สายธรรมชาติ เอาใจใครหลายคนที่ชอบไลฟ์สไตล์แบบสไลว์ไลฟ์ เที่ยวชิลล์ๆ นอนชิลล์อยู่กับธรรมชาติที่สวยงาม สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น งั้นมาดูประเทศแนะนำที่โดดเด่นเรื่องของธรรมชาติที่สวยงามกันบ้างดีกว่า สายธรรมชาติห้ามพลาด จีน พิกัด : China ประเทศจีน ใครได้ยินชื่อนี้ก็อาจจะแอบส่ายหัวอยู่หน่อยๆ แต่อย่าเพิ่งรีบตัดสินไปค่ะ เพราะจีนนั้นมีอะไรที่มหัศจรรย์กว่าที่คุณคิด อาจเพราะจีนเป็นประเทศที่ใหญ่โตที่สุดในโลก มันเลยมีธรรมชาติที่สวยแปลกตาซุกซ่อนอยู่เพียบ แถมยังได้รับยกย่องเป็นมรดกโลกอีกหลายแห่ง อินโดนีเซีย พิกัด : Indonesia อินโดนีเซียหลายคนอาจจะนึกไม่ออกว่ามีอะไรน่าเที่ยว แต่ถ้าพูดชื่อ บาหลี แล้วล่ะก็หลายคนอาจจะร้องอ๋อกันเลยทีเดียว และบาหลีก็อยู่ที่ประเทศอินโดนีเซียนั่นเอง บาหลีเกาะสวรรค์ของนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ไม่เพียงแต่มีภูมิประเทศที่สวยงามเป็นอันดับต้นๆเท่านั้น ยังเด่นในเรื่องของศิลปะ ประเพณีวัฒนธรรมและศาสนามากกว่าพันปีเชียวนะ ฟิลิปปินส์ พิกัด : Philippines ฟิลิปปินส์ ประเทศที่ประกอบไปด้วยเกาะ มากกว่า 7,000 เกาะ และสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอันน่าทึ่ง ไปจนถึงสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เดินทางไม่ยากและอยู่ในราคาที่เอื้อมถึง รับรองว่าธรรมชาติสวยอินโดนีเซียเลย   สายครอบครัว ใกล้ถึงวันหยุดหรือวันปิดเทอมหลายๆคนก็อยากจะพาครอบครัวไปเที่ยว สนุกสนานเฮฮากันตามประสาครอบครัว ทัวร์ครับ ก็มีมาแนะนำสองประเทศหลักๆที่เดินทางง่ายและคุ้มค่าที่จะไปเที่ยวกันยกครอบครัวกันเลยจ้า สิงคโปร์ พิกัด : Singapore สิงคโปร์ ประเทศใกล้ๆที่เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสุดฮิต สำหรับครอบครัวที่ต้องการพาสมาชิกตัวน้อยที่เพิ่งหัดออกเดินทาง เดินทางจากไทยสะดวก สิงคโปร์เป็นเมืองทันสมัย กินอยู่เดินทางไม่ลำบากสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก แถมมีที่เที่ยวเยอะอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นสวนสนุกและดูโชว์การแสดงอีกมากมาย ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น ประเทศในฝันและประเทศแรกๆที่ทุกคนเลือกที่จะไปเที่ยว ถือว่าเป็นประเทศที่ตราตรึงอยู่ในใจของใครหลายคนเลยก็ว่าได้ สถานที่เที่ยวหลากหลาย เหมาะกับทุกวัยแถมการเดินทางก็สะดวก ของกินหาง่าย พาครอบครัวไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ        สายบุญ สายบุญอย่างเราๆ ก็ต้องหาที่ไป ไหว้พระ ทำบุญกันตลอด บางคนกำลังมองหาสถานที่ไปไหว้พระขอพรเสริมดวงให้ตัวเอง ทัวร์ครับก็ขอนำเสนอสถานที่ไหว้พระและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง เดินทางใกล้ๆ ไปด้วยใจก็ได้บุญแล้ว    พม่า   พิกัด : Myanmar ถ้าพูดถึงไหว้พระ 9 วัด คงหนีไม่พ้น พม่า นี่ล่ะ ประเทศเพื่อนบ้านที่เดินทางไม่ยาก และยังเป็นประเทศที่ยึดมั่นในพระพุทธศาสนา จึงมีวัดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากมายให้คนไทยได้บินไปสักการะ กราบไหว้ ขอพร เสริมดวง กันเป็นจำนวนมาก ฮ่องกง-มาเก๊า พิกัด : Macao ฮ่องกง-มาเก๊า ก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่มีวัดเด่นๆ ดังๆ เยอะแยะมากมาย ขึ้นชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การงาน สุขภาพ ฯลฯ แถมฮ่องกง-มาเก๊า เดินทางจากไทยไปไม่ไกล บิน 3 ชม.ก็ถึงฮ่องกงแล้ว     ไม่ว่าจะไลฟ์สไตล์แบบไหนก็ไปเที่ยวต่างประเทศได้ง่ายๆ รับรองว่าคุณจะพบกับประสบการณ์ใหม่ๆที่สนุกไม่รู้ลืม และจะทำให้คุณอยากเที่ยวต่างประเทศอีกแน่นอน ..  

อ่านเพิ่มเติม
“ ไข่มุก ” ของฝากจากเซี่ยงไฮ้ เคล็ดลับความสวยของสาวจีน

Jun 5, 2018

ความสวยความงาม เป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลายคน ยอมกันไม่ได้เด็ดขาด แน่นอนว่าสำหรับสาวๆที่รักสวยรักงามทั้งหลาย คงต้องเคยได้ยินชื่อของ “ ไข่มุก (Pearl) ” อัญมณีจากท้องทะเล ที่ไม่ได้มีดีแค่ใช้ทำเครื่องประดับเพื่อความสวยงาม แต่ไข่มุก ยังเป็นเคล็ดลับความสวยของสาวจีนตั้งแต่เมื่อ 2,000 ปีก่อน หากใครได้ไปเที่ยวประเทศจีน ในเมืองหลักอย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ คงได้เห็นผิวของสาวจีนที่เนียนใสเว่อร์  สาวไทยทั้งหลายจึงไม่พลาดที่จะไปเสาะหาเคล็ดลับของสาวจีน ทำให้ไข่มุก กลายมาเป็นของฝากยอดฮิต ที่เมื่อมีโอกาสได้ไปเที่ยวทัวร์จีน ต้องซื้อติดไม้ติดมือมาเป็นของฝากคุณแม่ แก๊งค์เพื่อนสาว หรือใช้เอง วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักอัญมณีจากท้องทะเลชนิดนี้ ว่ามีดียังไง ถึงได้กลายมาเป็นของฝากยอดฮิตจากเซี่ยงไฮ้ได้ค่ะ ไข่มุก เกิดจากกระบวนการทางชีวเคมีของหอยที่เกิดการระคายเคืองจากเศษหิน ก้อนกรวดต่างๆ จึงแปรสภาพเศษกรวดเหล่านั้นด้วยการหลั่งสารที่เป็นมุกมาเคลือบไว้ เมื่ิอนานเข้าก็เกิดเป็นไข่มุก เม็ดสีขาวแวววาวอย่างที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อ 2,000 ปีก่อน คนจีนได้ใช้ไข่มุกในทางการแพทย์สำหรับรักษาโรค บำรุงร่างกาย เพราะในไข่มุกนั้นมีส่วนประกอบของโปรตีน กรดอะมิโนต่างๆที่ช่วยต้านการอักเสบได้ดี รวมถึงใช้เป็นเครื่องสำอางค์บำรุงผิว ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยทำให้ผิวเปล่งปลั่ง เนียนนุ่ม ละเอียด และยังช่วยชะลอความเหี่ยวย่นของใบหน้า ในอดีตสาวจีนจะใช้โดยการนำไข่มุกไปบดให้ละเอียดจนเป็นผง และนำมาพอกที่ใบหน้า แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนากลายเป็น ครีมไข่มุก ไอเทมบำรุงผิวในดวงใจของสาวไทยหลายคน ที่ช่วยให้ผิวเนียนใส อมชมพู โดยเฉพาะสาวออฟฟิศที่ผิวอาจจะโทรมจากกาทำงานหนัก จะช่วยให้ผิวกลับมากระจ่างใส ไม่ดูโทรมค่ะ ว่ากันว่าเจ้าครีมไข่มุกนี้นั้น ใครที่ได้ลองใช้ต่างติดใจในคุณภาพ จนเป็นของฝากที่ต้องฝากซื้อ ถ้าหากมีญาติหรือคนในครอบครัวเดินทางไปทัวร์จีน อย่างทัวร์เซี่ยงไฮ้ ทัวร์ปักกิ่ง หรือใครอยากจะใช้ผงแบบดั้งเดิมก็ยังมีขายให้ลองใช้กันอยู่ค่ะ นี่คือเคล็ดลับความงามที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 2,000 ปีของสาวจีน และกลายเป็นสินค้ายอดฮิตของคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ บอกเลยว่าหากไปเที่ยวเองเราอาจจะไม่เจอร้านขายไข่มุก หรือเจอของปลอม แต่เนื่องจากรัฐบาลจีนยกให้เป็นสินค้าโปรโมทด้านการท่องเที่ยวในทัวร์จีน ดังนั้นหากไปกับทัวร์ รับรองว่าจะได้เจอแหล่งขายไข่มุกคุณภาพที่ไว้ใจได้ ซึ่ง ทัวร์ครับ ศูนย์รวมแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ครบครัน ก็มีแพ็คเกจทัวร์เซี่ยงไฮ้ ที่บอกได้เลยว่าเน้นคุณภาพจริงๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องการสื่อสาร เพราะมีไกด์มืออาชีพคอยช่วยเหลือตลอดการเดินทาง พร้อมพาคุณไปยังแหล่งขายไข่มุกคุณภาพดี เที่ยวทุกไฮไลต์ของ เซี่ยงไฮ้ ในราคาสุดคุ้ม ไปดูรายละเอียดทัวร์เซี่ยงไฮ้ได้เลยที่ >> https://tourkrub.co/route/china-shanghai-tour เชื่อว่าสาวๆหลายคน น่าจะอยากลองใช้ครีมไข่มุกนี้แล้วแน่ๆ ใครยังไม่มั่นใจในคุณภาพ ก็สามารถอ่านรีวิวครีมไข่มุกจากบิวตี้บล็อคเกอร์ชื่อดังในเมืองไทยได้เลยค่ะ เพราะหลายคนก็ติดใจในความดีงาม และออกมาเขียนรีวิวให้ได้อ่านกันหลายคนเลย จะได้มั่นใจมากยิ่งขึ้นค่ะ ส่วนใครที่อยากไปเที่ยวต่างประเทศแต่ไม่มีประสบการณ์ด้านการเดินทาง กลัวมีอุปสรรคเรื่องการสื่อสาร หรือไม่อยากวางแผนเที่ยวเองให้ยุ่งยาก ทัวร์ครับ ก็ยังมีบริการแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอื่นๆ ที่มีให้เลือกมากกว่า 1,000 แพ็คเกจ คัดสรรมาเฉพาะทัวร์คุณภาพ เว็ปไซต์ใช้งานง่ายมาก หาทัวร์ที่ตรงใจได้อย่างรวดเร็ว ใครไม่มีไอเดียวว่าจะไปเที่ยวประเทศไหนดี ลองเข้าไปดูแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศเด็ดๆได้ที่นี่เลย https://tourkrub.co

อ่านเพิ่มเติม
ไปเก็บให้ครบ ! 10 สวนสนุกสุดมันส์ในเอเชีย

May 24, 2018

การไปเที่ยวสวนสนุกเป็นกิจกรรมที่แสนจะผ่อนคลายและช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้สนิทสนมแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเพราะได้ใช้เวลาร่วมกันทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือแฟน เรียกได้ว่าสวนสนุกเป็นสถานที่พิเศษจนเข้าขึ้นวิเศษเลยล่ะ แต่นอกจากสวนสนุกในประเทศที่เคยไปกันมาแล้วเนี่ย ยังมีสวนสนุกอีกมากมายในเอเชียที่น่าสนใจและน่าไปลองมากเลยนะ ซึ่งจะมีที่ไหนบ้างแล้วแต่ละที่น่าสนใจบ้าง ตามทัวร์ครับมากันเลยยย   1. Universal Studios Japan   ที่โด่งดังที่สุดในสวนสนุก Universal Studios Japan แน่นอนว่าต้องเป็นสวนสนุกในธีม แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่จำลองโลกเวทมนต์เอามาไว้ในโอซาก้าได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ได้เพลิดเพลินไปกับปราสาทฮอกวอตส์และหมู่บ้านฮอกมี้ดส์กันแบบลืมวัยเลยทีเดียว อีกทั้งในช่วงหัวค่ำก็ยังมีการแสดงไฟที่ปราสาทฮอกวอตส์อีกด้วย   ทัวร์ญี่ปุ่น ยูนิเวอร์แซล เจแปน >>  คลิกเลย !!     2. Universal Studios Singapore   Universal Studios Singapore จะมอบประสบการณ์น่าตื่นตาตื่นใจให้เราด้วยสวนสนุกธีมทรานสฟอร์เมอร์ ที่จะพาเราไปพบกับหุ่นยนต์ขนาดยักษ์และการผจญภัยอันเข้มข้น นอกจากนี้ที่นี่ยังมีการจัดงาน Halloween Horror Night ในช่วงวันฮัลโลวีนให้หลอนกันให้สุดไปเลย ทัวร์สิงคโปร์ ยูนิเวอร์แซล สิงคโปร์ >> คลิกเลย !!   3. Tokyo Disneyland   สายน่ารักสายมุ้งมิ้งต้องมาเที่ยวที่นี่เลย โตเกียวดิสนีย์แลนด์! ภายในสวนสนุกแห่งนี้จะแบ่งออกเป็น 7 ธีมครบทุกรส ทั้งแบบน่ารัก เฮฮา แฟนตาซี ไปจนถึงแอดแวนเจอร์ และไฮไลท์ของที่นี่ก็คือพาเรดตัวการ์ตูนดิสนีย์น่ารักๆ ในตอนเย็นนั่นเอง ทัวร์ญี่ปุ่น ดิสนีย์แลนด์ >> คลิกเลย !!   4. Hong Kong Disneyland   ถ้าใครไปโตเกียวไม่สะดวก จะแวะมา Hong Kong Disneyland ที่อยู่ใกล้กว่าแทนก็ได้นะ เพราะที่นี่ก็เนรมิตรสวนสนุกออกเป็น 7 ดินแดน 7 รสชาติเข้มข้นไม่แพ้กันเลยล่ะ ดินแดนเทพนิยายในฝันของเด็กทุกคน แถมตั้งอยู่ที่ฮ่องกงก็บินไปง่ายๆแค่ 3 ชม. เท่านั้น  ทัวร์ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ >> คลิก !     5. Shanghai Disneyland   ที่เซี่ยงไฮ้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ถ้าอยากจะมาเที่ยว Shanghai Disneyland (เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์) ก็ต้องเช็คสภาพอากาศกันดีๆ ก่อนนะจะได้ไม่เสียเที่ยว เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์จะแบ่งออกเป็น 6 โซนแต่ก็ไม่ต่างจากที่โตเกียวและฮ่องกงมากนัก โดยเครื่องเล่นที่น่าเล่นก็จะมี Tron Lightcycle และเขาวงกต ของอลิซในดินแดนมหัศจรรย์ ทัวร์เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ >> คลิก !   6. Sanrio Puroland   อีกสวนสนุกที่น่าเล่นในโตเกียวก็คือสวนสนุกซานริโอ พูโรแลนด์ ที่มีธีมน่ารักๆ ที่เรารู้จักกันดีอย่าง Hello Kitty, Little Twin Stars และ My Melody ที่สำคัญยังมีไฮไลท์พิเศษอย่างการเยี่ยมชมบ้าน Kitty อีกด้วย เรียกได้ว่าถ้าได้เข้ามาที่สวนสนุกนี้ก็คงจะสำลักความน่ารักตายกันไปข้างนึงเลย อ่านรีวิวเพิ่มเติม >> https://pantip.com/topic/36876039     7. Everland Korea   สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ เป็นสวนสนุกอันดับ 1 ของเกาหลีที่นอกจากจะมีเครื่องเล่นสุดโหดแล้วยังมีทั้งโซนสวนสัตว์ โซนแสดงสัตว์ และงานเทศกาลต่างๆ จัดขึ้นอยู่เสมอ และแอบกระซิบว่าถ้าใครชื่นชอบความตื่นเต้นชนิดหัวใจหล่นวูบ ต้องไม่พลาดเครื่องเล่น T Express รถไฟเหาะบนรางไม้ที่จัดว่าเป็นโรลเลอร์โคสเตอร์ที่สูงชันที่สุดในโลกด้วยล่ะ ทัวร์เกาหลี สวนสนุก Everland >> คลิก !!   8. Legoland Malaysia   เมื่อมาถึง สวนสนุกเลโก้แลนด์ ที่มาเลเซียแล้ว ก็อย่าลืมแวะดูตารางโชว์ของที่นี่กันสักหน่อย โดยโชว์ของที่นี่แบ่งออกเป็น 3 แบบได้แก่โชว์ดาราเลโก้ ฉายภาพยนตร์ 4D และการแสดง Lego City Stage ซึ่งแต่ละโชว์น่าตื่นตาตื่นใจไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการฉายภาพยนตร์ 4D ทัวร์มาเลเซีย สวนสนุก Legoland >> คลิก !!     9. Siam Park   เมื่อวนจนครบทั่วเอเชียแล้วก็ต้องไม่ลืมสวนสยามทะเลกรุงเทพบ้านเราที่มีสวนน้ำขนาดใหญ่และสไลเดอร์ยักษ์ให้เล่นกันได้อย่างจุใจ หรือถ้าใครชอบความหวาดเสียวก็ต้องไม่พลาดเครื่องเล่นวาฬเหาะและวอร์เท็กซ์ที่จะพาหัวใจเราให้ดิ่งลงตาตุ่มแบบที่คว้าขึ้นมาไม่ทันกันเลยทีเดียว     10. Dream World   ล่าสุดสวนสนุกดรีมเวิร์ลได้โซนใหม่ ได้แก่โซน Photopia ที่เหมาะสำหรับนักเซลฟี่หรือผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายรูปให้ได้ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน ด้วยธีมเมืองน่ารักๆ เช่นรถฟักทอง แคนดี้เฮาส์ ถ้ำมังกร หมู่บ้านฮอบบิท และโซน Water Fun ที่เป็นสนามเล่นน้ำสำหรับเด็กๆ การไปเที่ยวสวนสนุกในต่างประเทศดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากแต่จริงๆ แล้วมันไม่ยากเลยนะ เพราะทัวร์ครับก็มีจัดแพคเกจทัวร์ที่เน้นกิจกรรมสวนสนุกเอาไว้ให้แล้ว ไปเที่ยวกับทัวร์ครับไม่ต้องกลัวหลง ไม่ต้องกลัวมีปัญหา แถมยังราคาคุ้มค่า สบายกระเป๋า เพราะทัวร์ครับมีความเป็นมืออาชีพ มีคุณภาพ และเชื่อถือได้แน่นอน  

อ่านเพิ่มเติม
10 สถานที่ท่องเที่ยวจีน ที่ไม่ได้มีแต่กำแพงเมืองจีน

May 22, 2018

  1.กำแพงเมืองจีน     ไหนๆก็พูดถึงกำแพงเมืองจีนแล้ว ทัวร์ครับ ก็ขอนำเสนอสักหน่อย กำแพงเมืองจีนหรือกำแพงหมื่นลี้นั้นใช้เวลาสร้างกว่า 2 พันปี เริ่มตั้งแต่ก่อนสมัยของจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกในประวัติศาสตร์จีน เพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าทางตอนเหนือ โดยมีการก่อสร้างเพิ่มเติมโดยฮ่องเต้องค์ต่อมาอีกหลายพระองค์ จนสำเร็จในที่สุด กำแพงเมืองจีนถือเป็นงานก่อสร้างที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเท่าที่เคยมีมา และถูกจัดให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในช่วงยุคกลางอีกด้วย ใครที่ไปเที่ยวจีนครั้งแรกอย่าลืมที่จะไปสัมผัสกำแพงเมืองจีนกันให้ได้นะคะ ทัวร์จีนเที่ยวกำแพงเมืองจีน เริ่มต้น 12,999 บาท คลิก !     2.นาขั้นบันไดหยวนหยาง   เปลี่ยนจากกำแพงเมืองจีนมาเข้าโหมดธรรมชาติกันบ้าง สถานที่ท่องเที่ยวจีนไม่ได้มีแต่สิ่งปลูกสร้างทางประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังมีธรรมชาติอีกมากมาย ที่สำคัญยังสวยมากในแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน สายธรรมชาติห้ามพลาด เมื่อมีโอกาสไปเยือนที่ "เมืองหยวนหยาง" เนื่องจากอยู่บนเขาสูงจึงทำให้อากาศที่เมืองหยวนหยางค่อนข้างสบายตลอดปี นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวจีน เมืองหยวนหยางจะได้พบกับความงดงามของทุ่งนาแบบขั้นบันได ที่จะมีความสวยงามแตกต่างกันไปตามช่วงฤดูกาล แต่จะสวยที่สุดก็คงเป็นช่วงใกล้ๆฤดูเก็บเกี่ยวนั่นเองค่ะ        3.จางเจียเจี้ย   อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย ภูเขาลอยฟ้าแห่งดาวแพนดอร่าที่ปรากฎอยู่ในภาพยนต์เรื่องอวตาล สถานที่ท่องเที่ยวจีนระดับ 5A (สวยมากที่สุดในจีน)ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก และยังเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของจีนอีกด้วย สถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ยที่ห้ามพลาดคือสะพานกระจก ระเบียงแก้ว ลิฟต์แก้ว และอื่นๆอีกมากมาย     4.หลุมฟ้า บ่อสวรรค์   อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า บ่อสวรรค์ สถานที่ท่องเที่ยวจีนที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติระดับ 5A เป็นระดับความสวยที่สูงที่สุดอีกที่หนึ่ง สาเหตุที่เกิดหลุมฟ้าบ่อสวรรค์แห่งนี้คือการยุบตัวของเปลือกโลก ทำให้ที่แห่งนี้มีหลุมลึกถึง 300-500 เมตร และยังก่อให้เกิดโพรงสะพานเชื่อมภูเขาอีกหลายแห่ง ทำให้หลุมฟ้าบ่อสวรรค์เป็นสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติของจีนที่น่าสนใจอีกที่หนึ่งและที่นี่ยังได้เป็นฉากภาพยนต์เรื่อง Transformer 4 อีกด้วย     5.หมู่บ้านชาวประมงร้าง   หมู่บ้านร้างที่ตั้งอยู่บนเกาะ Goqui บริเวณแม่น้ำแยงซี ประเทศจีน ด้วยความที่หมู่บ้านแห่งนี้ถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลานานมาก ทำให้ธรรมชาติเข้ามาทดแทน หมู่บ้านแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยสีเขียวชอุ่มจากบรรดาพืชนานาพรรณ บางมุมอาจจะหลอนไปหน่อยแต่ถือว่าสวยงามแปลกตาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในจีนอีกมุมหนึ่งที่รอให้ไปเราเยือน     6.มองโกเลียใน   มองโกเลียใน หรือที่เรารู้จักกันดีว่าดินแดนของเจงกีสข่าน ดินแดนแห่งชนเผ่าบนหลังอาชา อยู่ที่ทางเหนือของจีนติดกับประเทศมองโกเลีย ที่แห่งนี้เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบลุยลุย วิวธรรมชาติ อากาศที่หนาวจัด และร้อนจัด ภูเขา แม้กระทั่งทะเลทราย เรียกว่าเกือบจะครบทุกรูปแบบ     7.ต๋ากู่ปิงชวน   ต๋ากู่ปิงชวน ธารน้ำแข๋็งหิมะ สู่ดินแดนสวรรค์ ภูเขาสีขาวบริสุทธิ์ที่มาจากสีขาวของน้ำแข็งกว้างสุดลูกหูลูกตา ตั้งอยู่ในเมืองเฉิงตู แห่งมณฑณเสฉวน อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองทำให้สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ง่าย สามารถขึ้นเคเบิ้ลคาร์เพื่อเดินทางขึ้นไปยังจุดสูงสุดของภูเขาที่ความสูง 4,860 เมตร ระหว่างทางขึ้นเราจะได้เห็นภาพของทัศนียภาพของภูเขาน้ำแข็งที่เชื่อว่าเป็น สันหลังของมังกรอันงดงาม     8.เขาสายรุ้งตันเซี่ย   เขาสายรุ้งตันเซี่ย อยู่ที่เมืองจางเย่ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน ลักษณะของภูเขาที่มีสีสัน สวยงามแปลกตา เกิดจากการที่แผ่นเปลือกโลกส่วนที่เป็นของภูเขาหิมาลัยเคลื่อนตัวเข้าหากันนานเข้าจนเกิดเป็นสันภูเขาจำนวนมาก บวกกับการกร่อนและผุพังตามธรรมชาติของหินทรายสีแดง  ทำให้เห็นเทือกเขาเป็นสีต่างๆ ในหุบเขาอย่างชัดเจน กลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งสำคัญของจีนที่สวยมากๆอีกหนึ่งที่ของจีน     9.พระพุทธรูปเล่อซาน   พระพุทธรูปสลักบนหน้าผาหินที่มีชื่อเสียงโด่งดัง สถานที่ท่องเที่ยวจีนที่ยกให้ว่าเป็นผาหินแกะสลักพระพุทธรูปที่ "ใหญ่โตที่สุดในโลก" ตั้งตระหง่านอยู่คู่เมืองจีนมานานกว่า 1,200 ปี ที่เขาเล่อซาน เมืองเฉินตู สะท้อนออกมาถึงความยิ่งใหญ่ของวัฒนธรรมและความเจริญรุ่งเรืองในสมัยราชวงค์ถัง และพระพุทธรูปเล่อซานยังได้รับเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติอีกด้วย     10.หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน   หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน ตั้งอยู่ในเขตของภูเขาหิมะมังกรหยกในลี่เจียง ลี่เจียงเป็นหุบเขาที่มีแม่น้ำเลี้ยวโค้งไปตามเชิงเขา ถ้ามองจากด้านบนจะเห็นเหมือนพระจันทร์เสี้ยวสีน้ำเงินอยู่ในหุบเขา นี่จึงเป็นที่มาของชื่อหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงินนั่นเอง คนพื้นเมืองเชื่อว่ามันคือแม่น้ำแห่งความรัก ในฤดูหนาวแฟนหนุ่มจะมายืนเท้าเปล่าในน้ำที่เย็นเพื่อพิสูจน์รักที่มีให้แฟนสาว ใครมีแฟนอย่าลืมชวนแฟนไปด้วยน้าา เป็นไงบ้างคะสำหรับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวจีนที่ไม่ได้มีแต่กำแพงเมืองจีน ซึ่งประเทศจีนอุดมไปด้วยมรดกโลกถึง 47 แห่ง ทั้งทางวัฒนธรรม และธรรมชาติ ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากที่สุดในแถบเอเชีย ทำให้เราสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติได้เต็มที่ สำหรับใครที่ไม่เคยมาเที่ยวจีนหรืออยากเที่ยวแต่กังวลเรื่องการเดินทาง ก็ลองดูทัวร์จีนกับทัวร์ครับก่อนได้เลย รับรองว่าเดินทางอย่างมั่นใจ ปลอดภัยและมีไกด์คอยดูแลตลอดการเดินทาง เข้า ดูทัวร์จีนได้ที่ >> https://tourkrub.co/china-tour  

อ่านเพิ่มเติม
เที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อนกับ 5 ทุ่งดอกไม้ ดีต่อใจ ไม่ไปไม่ได้แล้ว

May 21, 2018

เที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อนปีนี้ ทัวร์ครับ ก็มีทุ่งดอกไม้ที่สวยงามตระการตา 5 แห่งมาแบ่งปันให้ทุกคนได้เห็นภาพทิวทัศน์ที่สวยงามและน่าประทับใจในญี่ปุ่นช่วงฤดูร้อนกันค่ะ 1.ทุ่งดอกไอริสที่โตเกียว ที่โตเกียวมีสวนโฮริกิริ โชบุ (Horikiri shobu-en) ที่เราจะได้ชมทั้งดอกไอริสและดอกไอริสญี่ปุ่นสี สันสวยงามที่มีกว่า 200 สายพันธุ์ โดยปกติสวนโอริกิริจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น และเข้าชมได้ฟรี ! ใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อนก็อย่าลืมที่จะมาแวะชมสวนดอกไอริสนี้กันด้วยนะคะ   2.ทุ่งดอกลิลลี่ที่ยามางาตะ เที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อนที่ สวนดนเด็นไดระ ยูริ  สวนดอกลิลลี่หรือภาษาญี่ปุ่นคือดอกยูริ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เพราะที่นี่มีดอกลิลลี่ทั้งหมดกว่าห้าแสนต้น 150 สายพันธุ์ ดอกลิลลี่ที่นี่มีหลายสีหลายแบบ ทั้งแบบที่เป็นสีเดียวล้วน เช่น สีขาว ส้ม ชมพู ม่วง แดง และแบบที่มีสองสีในดอกเดียวกัน ที่สวนดนเดนไดระ ยูริ จะเริ่มปลูกดอกลิลลี่ในช่วงในปลายเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม และเมื่อถึงช่วงปลายฤดูร้อน ดอกลิลลี่ที่ญี่ปุ่นก็จะผลิบานพอดี ช่วงเวลาที่สามารถเข้าชมทุ่งดอกลิลลี่ได้คือตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึง 5 โมงเย็น  มีค่าเข้าชม 600 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 200 เยนสำหรับเด็ก วิธีการเดินทางที่ดีที่สุดคือนั่งรถไฟ JR สาย Yonesaka มาลงที่สถานี JR Uzentsubaki แล้วนั่งรถต่ออีกประมาณ 3.5 กิโลเมตรก็ถึงแล้ว   3.ทุ่งดอกไฮเดรนเยียที่ฮาโกเนะ ดอกไฮเดรนเยียหรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าดอกอาจิไซ (Ajisai) จัดเป็นดอกไม้ที่แต่งแต้มสีสันให้กับต้นฤดูร้อนของญี่ปุ่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้ใครๆ ต่างก็ตกหลุมรัก  เพราะดอกไฮเดรนเยียส่วนใหญ่จะมีสีขาวเป็นหลัก แต่เมื่อดอกไฮเดรนเยียเริ่มผลิบานก็จะเปลี่ยนเป็นสีฟ้า น้ำเงิน แดง ม่วง ชมพู แปรผันตามระดับความเป็นกรดด่างของดิน ในช่วงเดือนมิถุนายนดอกไฮเดรนเยียจะเริ่มบาน เมืองฮาโกเนะจะเต็มไปด้วยดอกไฮเดรนเยีย โดยเราสามารถชมความสวยงามของดอกไฮเดรนเยียได้ง่ายๆ ด้วยการนั่งรถราง Hakone Tozan Railway ที่จะวิ่งผ่านทุ่งดอกไม้เป็นทางยาว ซึ่งในตอนกลางคืนจะมีมีการเปิดไฟประดับเพิ่มความงามไปอีกระดับ แต่ขอเตือนว่าจะต้องจองที่นั่งมาก่อนเท่านั้นนะ ไม่งั้นล่ะไปเก้อแน่นอน   4.ทุ่งดอกทานตะวันที่ฮอกไกโด ถ้าหากได้มีโอกาสมาเที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อนแล้วล่ะก็ต้องไม่พลาดที่จะมาชมทุ่งดอกทานตะวัน ที่ฮอกไกโด ที่เป็นเหมือนสมบัติลับในเมืองเล็กๆ อย่างโฮคุริว แต่ด้วยพื้นที่กว่า 6 ไร่ทำให้ปลูกดอกทานตะวันมากถึง 1.5 ล้านต้น ทุ่งทานตะวันแห่งนี้จึงไม่ได้เล็กตามเมือง เมื่อถึงเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม ดอกทานตะวันจะพร้อมใจกันบานเป็นสีเหลืองสดใสสวยงามไปทั้งทุ่ง แถมที่นี่ยังไม่มีค่าเข้าชมอีกด้วย แต่การเดินทางมาที่โฮคุริวอาจจะลำบากสักหน่อยเพราะที่นี่อยู่ห่างจากสถานีซัปโปโระ 119 กิโลเมตร   5.ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ฮอกไกโด ฟาร์มโทมิตะ (Tomita Farm) เป็นจุดชมดอกลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดของเกาะฮอกไกโด ด้วยทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ไกลสุดลูกหูลูกตาและภาพภูเขาโทกะชิที่อยู่ด้านหลังนั้นเข้ากันลงตัวกันอย่างสวยงาม ดอกลาเวนเดอร์จะบานในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม โดยฟาร์มโทมิตะเปิดให้เข้าชมได้ฟรี แต่ถ้าหากอยากนั่งรถชมทุ่งลาเวนเดอร์ก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย และไฮไลท์ที่สำคัญของที่นี่อีกอย่างคือซอฟท์ครีมลาเวนเดอร์ที่ถ้ามาเที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อนแล้วไม่ลองชิมจะถือว่าพลาดมากเลยนะ ความสวยงามของทุ่งดอกไม้ในฤดูร้อนของญี่ปุ่นนั้นจะให้พรรณนาเท่าไหร่ก็คงไม่หมดและไม่มีทางสวยได้เท่าของจริงที่ต้องไปเห็นด้วยตาตัวเอง แต่การไปชมทุ่งดอกไม้อาจมีอุปสรรคเล็กน้อยเรื่องการเดินทาง อย่างเช่นทุ่งดอกทานตะวันที่ฮอกไกโดที่จะสะดวกกว่าหากเดินทางด้วยรถยนต์ หรืออย่างทุ่งดอกไฮเดรนเยียที่ฮาโกเนะที่ถ้าหากอยากนั่งรถราง Hakone Tozan Railway ก็จะต้องจองก่อนล่วงหน้า ซึ่งหากไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นก็อาจเกิดความเข้าใจผิดหรือความผิดพลาดในการจองได้ ดังนั้นถ้าหากเราไปเที่ยวกับทัวร์ก็จะสบายใจเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก เพราะทางทัวร์จะมีคนจองตั๋วรถไฟให้และมีรถบัสไว้คอยบริการให้เราได้นั่งสบายๆ เพลิดเพลินไปกับทุ่งดอกไม้อย่างไร้กังวล ดูทัวร์ญี่ปุ่นฤดูร้อน >> https://tourkrub.co/japan-tour  

อ่านเพิ่มเติม
9 ทริคเที่ยวฮ่องกงแบบประหยัด ฉบับวัยรุ่นเที่ยวเอง

May 15, 2018

พอใกล้ถึงวันหยุดยาว แน่นอนว่าในหัวหลายๆคนนั้นมีเรื่องเที่ยวอยู่ บางคนอาจจะเบื่อในไทยเลยเลือกที่จะไปเที่ยวต่างประเทศ ใกล้ๆอย่าง ฮ่องกง ซึ่งแต่ละครั้งที่ไปนั้นก็คงใช้เงินไม่น้อยถ้าไม่อยากเสียเงินเยอะ วันนี้ ทัวร์ครับ ก็จะมาบอกต่อทริคเล็กๆน้อยๆเที่ยวฮ่องกงแบบประหยัด ในฉบับวัยรุ่นเที่ยวเองกันสักหน่อย รับรองว่าช่วยประหยัดได้มากเลยทีเดียวค่ะ   1. ไปกับเพื่อนผู้หญิง เรื่องกิน ประหยัดกว่า จะบอกว่าผู้หญิงทุกคนกินน้อยก็ไม่ใช่ เอาเป็นว่าส่วนใหญ่ละกัน เพราะว่ากินอะไรก็กินไม่เคยหมดสักครั้ง  ไม่รู้ว่าอิ่มง่ายหรือกลัวอ้วน ส่วนผู้ชายที่ไปด้วยก็อิ่มหนำสำราญโดยไม่เสียเงินเพิ่มอีกต่างหาก แถมอาหารที่ฮ่องกงแต่ละร้านนั้นได้เยอะมากกกก โดยเฉพาะพวกเส้นๆ ถ้าไปเที่ยวกับเพื่อนผู้หญิงไม่ว่าจะไปผู้หญิงยกแก๊งค์หรือไปรวม ให้สั่งอาหารสองในสามของจำนวนคนที่ไปค่ะ ถ้าไม่อิ่มก็ค่อยสั่งเพิ่ม ดีกว่ากินแล้วเหลือนะคะ เสียดายเงิน   2. พกขวดน้ำ เนื่องจากการไปเที่ยวฮ่องกงครั้งนี้เราในฐานะที่เป็นวัยรุ่นอยู่ก็ต้องเน้นการเดินเป็นหลักเดินเยอะมากเดินทั้งวัน นอกจากพกเงินแล้ว น้ำเป็นสิ่งสำคัญมากและน้ำเปล่าในฮ่องกงนั้นแพงตามค่าเงินของประเทศเค้าแหละค่ะ ถ้าอยากเที่ยวฮ่องกงแบบประหยัดก็ให้พกน้ำติดตัวก่อนออกจากที่พักไปด้วย อีกอย่างที่พักมีตู้ให้เติมน้ำฟรี รับรองว่าประหยัดได้หลายร้อยบาทเลยทีเดียว   3. อาหารบนเครื่องบิน โดยปกติบนเครื่องบินจะมีน้ำและอาหารมาเสิร์ฟให้ผู้โดยสารบนเครื่องอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าหากใครที่ต้องการจะนอนตลอดการเดินทาง ไม่ทานอาหารบนเครื่อง ก็สามารถเก็บใส่กระเป๋าลงมากินมื้ออื่นได้อีก ประหยัดไปอีกหนึ่งมื้อ     4. มาม่า หลายคนอาจจะคิดว่าไปเที่ยวฮ่องกงทั้งที ทำไมไม่กินอาหารฮ่องกง? เคยคิดว่าไปเที่ยวทั้งที ไม่พกมาม่าไปดีกว่า มีเป้าหมายว่าจะตะลุยกินอาหารฮ่องกงกันให้จุใจ สุดท้ายมาจบด้วยการไปซื้อมาม่าที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตกินมื้อดึกอยู่ดี แถมซื้อแพงกว่าที่ไทยอีกด้วย   5.รวมเงินกองกลาง รวมเงินค่ากินไว้กองกลางเลยจ้า อยากกินอะไรก็ใช้เงินกองกลางออก แทนที่จะแยกซื้อแยกกินก็กินด้วยกัน ไม่ต้องอ้วนคนเดียวและสามารถจำกัดงบประมาณได้อีก เที่ยวฮ่องกงแบบประหยัดทั้งเงินและเวลาก็ข้อนี้แหละ   6. แลกเงินให้พอดี ไปเที่ยวต่างประเทศแน่นอนว่าต้องแลกเงินไปอยู่แล้ว ซึ่งค่าเงินของแต่ละที่นั้นไม่เท่ากัน ควรคำนวนก่อนไปเที่ยวเสมอว่าเราจำเป็นใช้จ่ายอะไรบ้าง เพราะถ้าเงินเหลือรับรองเลยว่าแลกกลับส่วนใหญ่จะได้เรทราคาที่ต่ำกว่าตอนแลกไปแน่นอน เพราะฉะนั้นแลกแต่พอดี แลกไปเท่าไหร่ก็ใช้ให้หมดนะคะ   7.บัตรเครดิต ไม่จำเป็นอย่าใช้ เรื่องเงินสำคัญ เรื่องหนี้สำคัญกว่า ถ้าไม่ฉุกเฉินหรือจำเป็นต้องใช้จริงๆก็ไม่ควรใช้บัตรเครดิตที่ต่างประเทศนะคะ เพราะถ้ายอดชำระออกมาคุณอาจจะช็อคก็เป็นได้ 8. เปรียบเทียบ ราคาหลายๆที่ ข้อนี้สำหรับสายช้อปปิ้งโดยเฉพาะ แน่นอนว่าการช้อปปิ้งเป็นไฮไลท์ของฮ่องกงไปแล้วก็ว่าได้ทั้งเครื่องสำอาง รองเท้าแบรนด์เนม น้ำหอม ฯลฯ  เพราะถ้าเทียบกับราคาที่ไทยแล้ว ส่วนใหญ่จะถูกกว่า แต่บางสินค้าที่ไทยกว่าถูกกว่าเช่นกัน ต้องเช็คกันดีๆนะคะ ระวังพลาด 9. รับหิ้วของ ไปเที่ยวฮ่องกงทั้งทีต้องหารายได้เพิ่มกันหน่อย ใครฝากเราก็รับหิ้วของกันไปเลยจ้า แต่ถ้าร้านไหนไม่ได้ผ่านหรือหาไม่เจอก็ไม่ต้องไปเสียเวลาเดินหานะคะ เพราะคนที่ฝากเค้าก็มีความเกรงใจเราอยู่แล้ว เที่ยวให้เต็มที่กับทริปของเราไปก่อนจ้า เรื่องของเอาเป็นเรื่องลองละกันเนอะ   เป็นไงบ้างคะสำหรับทริคเล็กๆน้อยๆสำหรับคนที่อยากไปเที่ยวแต่มีงบจำกัด สิ่งเหล่านี้อาจจะช่วยประหยัดขึ้นบ้าง แต่ก็อาจใช้ไม่ได้กับทุกคนนะคะ ลองปรับๆกันดู ที่สำคัญไปเที่ยวทั้งทีอย่าไปซีเรียสมาก เที่ยวแบบให้มีความสุขดีกว่า สำหรับใครที่อยากติดตามบทความท่องเที่ยวต่างประเทศอื่นๆ คลิกเลย >> https://tourkrub.co/blog

อ่านเพิ่มเติม
ติดต่อสอบถาม

เวลาทำการ จ.-ส. เวลา 09.00-18.00 น.