บทความเที่ยวผ่านทัวร์ครับ โดย Nook

แนะทริคเด็ด 8 วิธีเตรียมตัวก่อนไปดูแสงเหนือ...ที่รัสเซีย!

แนะทริคเด็ด 8 วิธีเตรียมตัวก่อนไปดูแสงเหนือ...ที่รัสเซีย!

Sep 17, 2018

โดยวันนี้ ทัวร์ครับ เราก็จะมาแนะนำทริคดีๆ ในการเตรียมตัวก่อนจะไปดูแสงเหนือที่รัสเซียกันก่อนนะคะ บอกเลยว่าอ่านบทความนี้จบปุ๊บ ไปลุยได้ปั๊บเลยล่ะ ! 1. กำหนดช่วงเวลาที่จะไป แน่นอนว่า การจะไปดูแสงเหนือนั้น นอกจากต้องเตรียมตัวให้พร้อมแล้ว “ดวง” ก็สำคัญเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น การเพิ่มแต้มดวงของเรา ก็ต้องเพิ่มโอกาสให้กับตัวเองด้วยนะคะ วิธีง่ายๆ เลยก็คือ เลือกไปในช่วงฤดูหนาว ที่มีช่วงเวลากลางคืนยาวนานนั่นเอง โดยช่วงที่ดีที่สุด ก็คือช่วง เดือนพฤศจิกายน - เดือนมีนาคมค่ะ 2. จองตั๋วเครื่องบิน พอกำหนดช่วงเวลาได้แล้ว ต่อมาก็ถึงเวลาจองตั๋วเครื่องบินค่ะ โดยการบินไปลง มอสโคว(Moscow) จะสะดวกที่สุด จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง แนะนำให้บินตรงนะคะ เพราะเราต้องต่อเครื่องอีกครั้งเพื่อไปลงที่เมืองเมอร์มรังส์อีก ถ้าต่อเครื่องหลายๆ ครั้งจะเหนื่อยเกินไป หรือหากใครจะใช้วิธีแวะพักมอสโควก่อน 1 คืนก็ได้ค่ะ 3. จองทัวร์ การจะไปชมแสงเหนือครั้งแรกนั้น แนะนำให้ไปกับทัวร์จะดีกว่า ซึ่งมีให้เลือกซื้อตั้งแต่เมืองไทยไปเลย หรือจะไปเลือกแค่ one day tour เฉพาะวันที่จะไปดูแสงเหนือกับไกด์ท้องถิ่นก็ได้เช่นเดียวกัน แนะนำว่าให้จองกับเอเจนท์ที่ไว้ใจได้ อย่าง ทัวร์ครับ.คอม จะได้รับการบริการแบบมืออาชีพ ไม่ต้องมาเซ็งทีหลังนะคะ 4. ศึกษากล้องถ่ายรูป นานๆ จะได้เห็นแสงเหนือที เพราะฉะนั้น ต้องเตรียมกล้องถ่ายรูปเพื่อไปลั่นชัตเตอร์ เพื่อเก็บภาพสวยๆ กลับมาเป็นความประทับใจให้ได้มากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ต้องหมั่นศึกษาด้วยว่า วิธีถ่ายแสงเหนือให้ออกมาสวยต้องตั้งค่ากล้องยังไง ถ้าถ่ายคนด้วยต้องปรับรูรับแสง ปรับสปีดชัตเตอร์แบบไหน เพื่อให้ไม่ติดขัดที่หน้างานนั่นเอง 5. วางแพลนทริป ไปถึงรัสเซียทั้งที จะมุ่งหน้าไปสู่เมืองเมอร์มรังส์เพื่อดูแสงเหนืออย่างเดียวก็คงจะน้อยไปหน่อย เพราะฉะนั้นอย่าลืมแวะไปเที่ยวที่เมืองมอสโคว ไปชมความสวยงามของ Saint Basil’s Cathedral หรือไปชมสถาปัตยกรรมสวยๆ ที่รัสเซียก็ดีเหมือนกันนะคะ 6. ตั้งงบประมาณ เชื่อมั้ยคะว่า ไปเที่ยวรัสเซียเนี่ยใช้งบพอๆ กับไปญี่ปุ่นเลยนะคะ เผลอๆ บางทีถ้าจัดสรรดีๆ อาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำ เพราะจากที่แอดมินดูๆ มา เค้าใช้เงินกันไปแค่ 40,000 - 50,000 บาทเท่านั้นเองค่ะ ถือว่าถูกมากเลยนะเนี่ย 7. เตรียมเสื้อผ้า ไปเที่ยวในช่วงฤดูหนาว แน่นอนว่าต้องหนาวมากๆ อยู่แล้ว และยิ่งเป็นประเทศรัสเซียที่ขึ้นชื่อเรื่องความหนาวจับใจด้วยนั้น การเตรียมเสื้อผ้าจึงจำเป็นมากๆ เสื้อขนเป็ดหนาๆ เอย หมวกไหมพรมเอย ถุงมือ ถุงเท้า หรือพวกฮ็อตแพ็คต่างๆ เตรียมให้พร้อม เตรียมให้ดี อย่าให้พลาดเชียวนะคะ 8. หาเพื่อนไปด้วย ทริปจะสนุกน้อยลง ถ้าไม่มีคนรู้ใจไปด้วย ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่คนรักนะคะ แต่รวมไปถึงเพื่อนสนิท พี่น้อง หรือคนในครอบครัว ใครก็ได้ที่เราไปเที่ยวกับเค้าแล้วจะสบายใจ จะได้ช่วยดูแลกัน แถมยังมีคนคอยช่วยกันเก็บภาพสวยๆ อีกต่างหาก 8 ทริคดีๆ เท่านี้ ก็ทำให้เพื่อนๆ วางแพลนไปดูแสงเหนือที่รัสเซียได้ง่ายขึ้นแล้วล่ะค่ะ รีบแพลนแต่เนิ่นๆ จะได้เจอกับสิ่งที่ดีที่สุดนะคะ    อ่านต่อบทความ เที่ยวรัสเซีย  >> ชี้ลายแทง! ของฝากรัสเซีย ไปเที่ยวรัสเซีย ซื้ออะไรดีนะ ? >> รู้ไว้ไม่พลาด! เที่ยวรัสเซีย เดือนไหนดี เดือนไหนโดน!  

อ่านเพิ่มเติม
7 อาหารอินเดียนสไตล์..มาเที่ยวอินเดียกินอะไรดีนะ ??
7 อาหารอินเดียนสไตล์..มาเที่ยวอินเดียกินอะไรดีนะ ??

Sep 11, 2018

แม้หลายๆ คนอาจจะติดภาพที่ว่าอาหาร อินเดียมีกลิ่นที่แรงมากจนพาลไม่อยากกิน แต่จริงๆ แล้วอาหารอินเดียนั้นไม่ได้ใส่เครื่องเทศเยอะไปเสียทุกอย่าง🥘นอกจากนั้นแล้วอาหารอินเดียยังเหมาะกับผู้ที่ชอบทานอาหารมังสวิรัติเป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสภาพฐานะ ทางเศรษฐกิจ คนอินเดียไม่ได้กินเนื้อกันบ่อยนัก จึงติดการกินผักจนเป็นนิสัย  สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวอินเดียหรือไปศึกษาต่อที่ประเทศนี้ ทัวร์ครับ ก็มีรายการอาหารอินเดียดีๆมาบอกให้ฟัง เผื่อไปแล้วจะได้ไม่พลาดไปชิมกันนะคะ  จำปาตี (Chapati) tastingtable.com คนอินเดียมักจะรับประทานแป้งและข้าวเป็นหลัก 🥟มื้ออาหารของคนอินเดียมักจะประกอบด้วยขนมปังหรือแป้ง ชนิดต่างๆ เพื่อนำมาทานร่วมกับแกง  เนยใส หรือโยเกิร์ต จาปาตีนั้นจะมีลักษณะเป็นแป้งแบนๆ สีน้ำตาลคล้ายกับแผ่นทอร์ติญาของแม็กซิกัน จี่บนกระทะแบนๆโดยไม่ใช้ น้ำมัน เนื่องจากไม่ได้ไม่มียีสต์เป็นส่วนผสม จาปาตีจึงไม่ฟูและนิ่มเหมือนกับแป้งอีกชนิดอย่างนาน โดยแป้งจาปาตี นั้นคนทางเหนือของอินเดียนิยมรับประทานกันมากเป็นพิเศษ    โดซ่า (Dosa)   นี่คืออาหารท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมโดยมากทางตอนใต้ของอินเดีย อาจจะเพราะวัตถุดิบที่ใช้ทำมีราคาไม่แพงและ ไม่เนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ จึงทำให้ไม่ว่าใครก็สามารถทานได้  โดซ่ามีลักษณะเป็นแป้งทอดแผ่นบางๆ คล้ายๆ เครปหรือขนมเบื้องญวณ โดยมีทั้งแบบธรรมดาหรือแบบปรุงรส ด้านในด้วยการใช้เครื่องเทศ เจ้าแป้งชนิดนี้มักจะทานคู่กับแกงต่างๆ จะเป็นแกงที่มีรสชาติเผ็ดมาก เผ็ดน้อย หรือ แกงอื่นๆ ก็ตามแต่รสนิยม และมักจะถูกนำมาทานเป็นอาหารเช้า   ไก่แทนดอรี (Chicken Tandoori) ถ้าจะพูดถึงเมนูอาหารยอดฮิตของอินเดียแล้วล่ะก็ จะต้องมีเมนูนี้ติดโผอยู่ในลำดับต้นๆ ของชาร์ตแน่นอน เจ้าอาหารจานนี้ได้รับความนิยมทั้งจากคนชาติอื่นๆ แล้วก็คนอินเดียเอง   เมนูนี้ถูกคิดค้นขึ้นโดยชายเจ้าของภัตคารคนหนึ่งที่กำลังพัฒนาเมนูใหม่ในยุคที่อินเดียยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ โดยชื่อของเมนูมาจากกระบวนการทำที่ใช้เตาอบแป้งที่เรียกว่าแทนดอรีที่นิยมใช้ในแถบตะวันตกเฉียงเหนือของ อินเดียมาทำให้ไก่สุกด้วยการใช้ไม้และถ่านเป็นเชื้อเพลิง ไก่แทนดอรีจะมีสีแดงและรสชาติเผ็ดร้อน ซึ่งเกิดจากการ ถูกหมักด้วยบรรดาเครื่องปรุงและเครื่องเทศจำนวนมาก ส่วนเรื่องรสชาติและความนิยมอร่อยเหาะอย่าบอกใคร เป็นเมนูที่ไม่ว่าใครที่ไปเยียมเยือนประเทศนี้มักจะสั่งมาทาน     ดาล (Dal) เจ้าอาหารที่มีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างแกงกับซุปชนิดนี้ถือว่าหนึ่งในอาหารยอดฮิตของชาวอินเดีย เรียกได้ว่ากินแทบ ทุกมื้อกินแทบทุกวัน ถึงแม้หน้าตาอาจจะดูเละๆ ไปสักหน่อยก็ตาม โดยจะทานร่วมกับข้าวหรือแป้งชนิดต่างๆ เจ้าแกงชนิดนี้จะทำมาจากถั่ว ต้มร่วมกับเครื่องเทศและสมุนไพรอย่าง เช่น มาสซาร่า ใบยี่หร่า ผงขมิ้น ลูกผักชีคั่ว พริกขี้หนูแห้ง ดาลนั้นแบ่งออกได้หลากหลายชนิดขึ้นอยู่กับชนิดของถั่วที่นำมาทำนั่นเอง แกงชนิดนี้จัดว่าเป็น อาหารโปรตีนสูงถึงแม้จะไม่ได้ใส่เนื้อสัตว์ก็ตาม     โยเกิร์ต (Curds ,Lassies และ Raita) ชาวอินเดียนั้นจะมีการเลี้ยงวัวเพื่อใช้ประโยชน์มากกว่าเพื่อนำเนื้อของมันมาทำอาหาร โดยมักจะนำนมของมันมา บริโภค บางบ้านถึงขั้นมีการลงมือทำโยเกิร์ตด้วยตัวเอง โยเกิร์ตถือว่าเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ชาวอินเดียนิยมรับประทานกันเป็นจำนวนมาก ทั้งรับประทานร่วมกับแป้งชนิด ต่างๆ รับประทานร่วมกับอาหารชนิดอื่นๆ และรับประทานแบบใส่เครื่องลงไปเพื่อเพิ่มความอร่อย อีกทั้งยังมีความ เชื่อว่ามันจะช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้อีกด้วย โดย Curds จะมีรสออกเปรี่ยวจึงนิยมนำมาประกอบอาหารคาวหรือทานร่วมกับข้าวและขนมปัง ในขณะที่ Lassies นั้นจะมีรสออกหวาน จึงนิยมนำมาทานหลังอาหารหรือนำไปประกอบอาหารหวานเมนูอื่นๆ แต่ถ้านำโยเกิร์ต ธรรมชาติมาผสมกับบรรดาผักต่างๆ เพื่อรับประทานเป็นเครื่องเคียงแล้วล่ะก็ เราจะเรียกอาหารจานนั้นว่า Raita ค่ะ   กะบับ (Kebab) อาหารจานนี้เป็นเมนูเนื้อย่างประเภทหนึ่ง ซึ่งจะทำมาจากเนื้ออะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อแกะ หรือ เนื้อหมู ถึงแม้เจ้าอาหารจานนี้จะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศตุรกีในยุคศตวรรษที่ 14 แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก ในประเทศอินเดียจนมีการนำมันมาปรับปรุงสูตรในการทำ โดยเฉพาะการนำเครื่องเทศเข้ามาช่วยในเรื่องของปรุง รสให้เข้มข้นมากขึ้น กะบับ ในประเทศอินเดียนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตอนเหนือ รสชาติของมันจะออกเผ็ดร้อนเล็กน้อย แถม ยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย มีทั้งแป้ง ทั้งผัก ทั้งเนื้อ ทำให้เวลาที่เราทานกะบับเรามักจะไม่รู้สึก เลี่ยน เพราะมีการใช้วัตถุดิบและเครื่องเทศที่หลากหลายนั่นเอง   รำซัม (Rasam) เมนูนี้ถือว่าเป็นอาหารท้องถิ่นของชาวอินเดียใต้ โดยเป็นแกงดาลชนิดหนึ่ง นิยมกินกับข้าวและผักในภาคใต้และ นิยมกินกับข้าวและโรตีทางภาคเหนือของอินเดีย รสชาติของดาลชนิดนี้จะออกเค็มและเผ็ด แต่ก็อร่อยดี ส่วนใครที่กำลังอยากลองทานเจ้าพวกแกงดาลทั้งหลาย แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปที่อินเดียด้วยตัวเอง ลองไปทดลอง ทานตามร้านอาหารอินเดียแถวบ้านเราดูก่อนก็ได้ว่าถูกปากถูกลิ้นของตัวเองรึเปล่า ถึงแม้ว่าหน้าตาของอาหารบางจานอาจจะดูแปลกหูแปลกตาไปบ้างตามประสาความแตกต่างทางวัฒนธรรมหรอื รสชาติอาจจะไม่คุ้นปากคุ้นลิ้นของเรานัก แต่เชื่อเถอะว่าอาหารทั้งหมดข้างบนนั้นถ้าคุณเปิดใจที่จะลองชิมดู คุณ อาจจะได้เมนูโปรดจานใหม่มาไว้ในครอบครองแบบคาดไม่ถึงเลยก็ได้นะ 😆 ใครที่อ่านมาถึงตอนนี้แล้วกำลังหิวๆ อยู่ลองหาร้านอาหารอินเดียสำหรับเติมเต็มท้องของคุณดูก็ดีนะ จริงๆของดีของอินเดียยังไม่หมดเท่านี้ เพราะทัวร์ครับ มีสถานที่อินเดียมาแนะนำ ตามไปอ่านกันได้เลยจ้าา    บทความแนะนำ >> 5 เมืองน่าเที่ยวอินเดีย ไปแล้วจะไม่เสียใจ!    

อ่านเพิ่มเติม
รีวิวสุดยอด 7 จานเด็ดที่ต้องห้ามพลาดในเมนูอาหารเวียดนาม
รีวิวสุดยอด 7 จานเด็ดที่ต้องห้ามพลาดในเมนูอาหารเวียดนาม

Sep 7, 2018

แต่เรื่องของ อาหารการกินของประเทศเวียดนามนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา ถึงหน้าตาของอาหารบางจานอาจจะใกล้เคียงกับบ้านเรามากๆ ก็ตาม แต่ด้วยกรรมวิธีการทำและการปรุงรส บอกเลยว่ารสชาติที่ออกมานั้นแตกต่างกันแน่นอน ปูทางมาขนาดนี้ แล้ว คิดว่าหลายคนคงจะเริ่มหิวกันแล้วล่ะสิ งั้นรีบตามทัวร์ครับไปอ่านกันเลยดีกว่าว่าอาหารจานไหนสมควรปักหมุดเอาไว้ ใน Wish list กันบ้าง   Pho (เฝอ)   เมนูอาหารเวียดนามจานแรกถือว่าเป็นอาหารที่เลื่องชื่อลือชาของชาวเวียดนามเลยก็ว่าได้  ถึงหน้าตาจะคลับคล้ายคลับคลากับ บรรดาก๋วยเตี๋ยวบะหมี่แถวบ้านเราแต่รับรองว่ารสชาติที่ได้นั้นไม่เหมือนกัน แต่อร่อยถูกปากเหมือนกันแน่นอน คน เวียดนามมักจะทานเฝอเป็นอาหารจานหลักและหาทานได้ทั้งวัน  โดยองค์ประกอบของอาหารจานนี้จะประกอบไปด้วยเส้น เฝอ หรือ บั๊ญเฝอ ซึ่งลักษณะคล้ายเส้นเล็กแต่มีไซส์ใหญ่ กว่า เส้นเฝอที่ดีจะต้องนุ่มเหนียว ไม่ขาดง่าย แถมทิ้งไว้ก็จะไม่จับตัวเป็นก้อนๆ ให้เสียอารมณ์ น้ำซุปจะเคี่ยวจาก เนื้อสัตว์และเครื่องเทศบางชนิดจนเข้มข้นกลมกล่อม โดยชาวเวียดนามจะนิยมนำเนื้อวัวมาใช้เยอะที่สุด  จากนั้นเพิ่มท็อปปิ้งให้อร่อยขึ้นด้วยหัวหอม ต้นหอม ผักชี ผักชีฝรั่ง สะระแหน่ และมีการจัดโหระพา มะนาว ถั่วงอก และพริกหยวกให้ได้เติมเครื่องเพิ่มภายหลังกันอีกด้วย ส่วนใครที่ยังคิดว่ารสชาติที่ได้ยังไม่ถูกใจพอ ลองเติม ซอสต่างๆ เช่น ซอสฮอยซิน น้ำปลา และซอสพริกศรีราช ก็ช่วยให้อร่อยขึ้นได้อีกเป็นกอง แผนที่ Google Maps : เวียดนาม  Goi cuon (ก๋อยกวั่น) ชื่อของเมนูอาหารเวียดนามจานนี้อาจจะแปลกหูแปลตาไปสักหน่อย แต่ถ้าได้เห็นหน้าตาของอาหารรับรองว่าคุ้มมากแน่ๆ เพราะเจ้าสิ่งนี้ มีลักษณะคล้ายกับก๋วยเตี๋ยวลุยสวนของบ้านเรา เป็นเมนูสุขภาพที่นิยมทานเป็นของว่างและทำทานเองได้ไม่ยากนักอีกด้วย ก๋อยกวั่นถือเป็นอาหารพื้นบ้านของ เวียดนามและนิยมทานเป็นมื้อกลางวันในช่วงฤดูร้อนมากที่สุด ก๋อยกวั่นมีวิธีการทำเหมือนลุยสวนบ้านเราไม่มีผิด คือการนำแป้งมาห่อไส้ต่างๆ ทั้งเนื้อทั้งผักหลากหลายชนิด สมุนไพร เนื้อสัตว์ ลูกชิ้น และที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือ เนื้อกุ้ง ก่อนที่จะนำไปตัดเสริฟขนาดพอคำ ทานคู่กับผักเคียงต่างๆ  และ คู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด ยิ่งถ้าเป็นซอสถั่วลิสงที่มีรสชาติเผ็ดหน่อยๆ บอกเลยว่าสุดยอด แถมเมนูนี้ยังถือว่าเป็นเมนูสุขภาพที่อุดมไปด้วยผักนานาชนิด เหมาะมากๆ ที่จะเป็นเมนูอาหารเวียดนามสำหรับสาวๆ ที่กำลังลด น้ำหนักหรือไดเอต ใครที่อยากลดแป้งและเพิ่มผักในมื้อเย็นลองเอาเมนูแทนข้าวจานหนักดูก็น่าจะโอเคไม่น้อย Banh mi (บั๊นหมี่) เมนูนี้ถือว่าเป็นการผสมผสามระหว่างอาหารเวียดนามและอาหารฝรั่งเศส จนได้เป็นเมนูใหม่ที่มีรสชาติอร่อยลงตัว ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลย เพราะเวียดนามนั้นเคยตกอยู่ใต้อาณานิคมของอังกฤษมาเป็นเวลานาน เมนูนี้นั้นถือว่าเป็น เมนูยอดฮิตของคนเวียดนาม เรียกได้ว่าเดินไปที่ไหนเมืองไหนก็สามารถหาซื้อได้ทั้งนั้น แถมยังวางขายในราคา ย่อมเยาวน์อีกด้วย ลักษณะของเมนูจะเป็นขนมปังแท่งสไตล์ฝรั่งเศสยัดไส้ตรงกลางด้วยผักและเนื้อสัตว์นานาชนิดไปจนถึงเครื่องเทศ สูตรพิเศษต่างๆ ที่มีรสแตกต่างกัน แต่ผสมผสานปรุงรสกนัมาอย่างดีออกมาจนมีรสชาติที่กลมกล่อมลงตัว  ถึงบั๊นหมี่จะยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในกลุ่มของผู้บริโภคคนไทยมากนัก แต่ได้รับความนิยมอย่างมากในหลายประเทศ เลยทีเดียว ฮอตฮิตเสียขนาดนี้ จะไม่จัดสักชิ้นคงจะพลาดไม่ใช้น้อยเลยทีเดียว Bun cha (บุ๋นจ่า) สำหรับเมนูอาหารเวียดนามนี้นั้นบอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะแม้แต่อดีตประธานาธิบดีของสหรัญอเมริกาก็ยังเคยมาลิ้มลองรสชาติ แสนอร่อยกันมาแล้ว โดยบุ๋นจ่าถือว่าเป็นอาหารหลักอีกชนิดของชาวเวียดนาม โดยเฉพาะเวียดนามทางตอนเหนือ จะนิยมเป็นพิเศษ โดยเมนูนี้มักจะปรุงเลี้ยงในงานสังสรรค์หรือโอกาสพิเศษต่างๆ บุ๋นจ่า เป็นเมนูขนมจีนที่นิยมทานคู่กับหมู่ย่าง ซึ่ง เข้ากันได้ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ไฮไลท์ของจานคงจะเป็นอะไรไม่ได้นอกจากหมูย่างนั้นเอง เพราะจะมีการผสมคารา เมลลงไปทำให้หมูย่างมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เสริมความอร่อยได้อีกด้วยซอสรสเค็มหวานและผักต่างๆ รับรองได้เลย ว่าทานเพลิน กว่าจะรู้ตัวก็คงเกลี้ยงจานไม่เหลือซากแน่ๆ Bun bo nam bo (บุ๋นบ่อ)   จานนี้เป็นเมนูเส้นที่แปรรูปมาจากข้าว หน้าตาคล้ายๆ ก๋วยเตี๋ยว แถมมีวางขายตั้งแต่ข้างถนนจนขึ้นบน ห้างสรรพสินค้า เรียกว่าหาทานได้ง่ายเพราะเป็นอาหารยอดนิยม  เส้นบุ๋นบ่อจะทำจากแป้งหมัก มีขนาดทั้งเล็กและใหญ่ นิยมรับประทานคู่กับน้ำซุปในรูปแบบต่างๆ ที่มีกลิ่นตะไคร้ ชวนน้ำลายสอ ซึ่งจะมีรสชาติแตกต่างๆ จากน้ำซุปของเฝอแต่ก็อร่อยไม่แพ้กัน โดยจะมีรสจัดมากกว่าเฝอแต่ไม่ มากกว่ากันนัก เพราะฉะนั้นถึงเป็นคนที่ทานอาหารเผ็ดไม่มากก็ยังทานได้  ส่วนผสมของเมนูนี้ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ยังมีการเติมเครื่องอย่างเลือดและเนื้อต่างๆ พร้อมใส่ถั่วลิสง และถั่วงอก ปรุงรสด้วยน้ำปลา และซอสพริก แค่นี้ก็ยอดเยี่ยมกระเทียมดองมากๆ แล้ว เป็นเมนูอาหารเวียดนามอีกหนึ่งรายการที่อย่าลืมไปชิมนะคะ Banh xeo (บั๊ญแส่ว) เมนูนี้เราคนไทยรู้จักกันในชื่อขนมเบื้องญวนนั่นเอง เป็นหนึ่งในอาหารเวียดนามที่หาทานค่อนข้างยากในบ้านเรา บั๊ญแส่วของชาวเวียดนามในภาคใต้จะมีขนาดใหญ่กว่าในภาคกลาง  หน้าตาของบั๊ญแส่วเป็นอาหารเวียดนามลักษณะคล้ายแพนเค้ก แป้งแผ่นบางกรอบและมีกลิ่นหอมนั้นจะทำจาก ข้าวเจ้า และผงขมิ้น ยัดไส้ด้วยมันหมู กุ้ง และถั่วงอกแล้วนำมาทอด บางคนนิยมทานคู่กับซอสเตือง ซึ่ง ประกอบด้วยตับ ซอสฮอยซิน และกระเทียม ตัดให้เป็นชิ้นพอดีคำห่อด้วยผักกาดก่อนแล้วค่อยราดน้ำจิ้ม เครื่อง เยอะขนาดนี้ รับรองว่าอร่อยเหาะ ใครได้ชิมต้องติดใจกันทั้งนั้น เขียนไปก็น้ำลายไหลไป บอกเลยว่าตอนนี้หิวจนไส้กิ่วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะงั้นวันนี้ทัวร์ครับคงต้องขอลาไปก่อน จะได้ไปหาอะไรทานให้หายหิวสักที ใครที่สนใจเรื่องราวๆ ดีแบบนี้ ทัวร์ครับยังมีสาระดีๆ รอให้ติดตามกันอีกเพียบ  อ่านต่อ !!! เปิดถุงช้อป! 5 ของฝากเวียดนาม ไม่ซื้อจะพลาดมากกกก… 7 ของฝากจากเวียดนาม ไปเที่ยวเวียดนามต้องไม่พลาด!    

อ่านเพิ่มเติม
สาวกดิสนีย์มีกรี๊ด !! รวม 10 ปราสาทเทพนิยาย ต้องไปให้ได้สักครั้ง
สาวกดิสนีย์มีกรี๊ด !! รวม 10 ปราสาทเทพนิยาย ต้องไปให้ได้สักครั้ง

Sep 3, 2018

แต่การจะมีปราสาทดูจะไกลเกินตัวไปหลายโข เพราะฉะนั้น เราจึงต้องเติมเต็มความฝันในวัยเยาว์ของเรา ด้วยการไปเที่ยว ณ ปราสาทต้นแบบ ที่เป็น inspiration ให้กับปราสาทของเหล่าเจ้าหญิงดิสนีย์กันแทน รออะไรล่ะจ๊ะ หยิบมงกุฎมาสวมแล้วตามทัวร์ครับไปกันเล้ยย !   1. ปราสาทของ เจ้าหญิงนิทรา เริ่มกันที่แรก กับปราสาทที่ถือว่าดังที่สุดเลยล่ะค่ะ นั่นก็คือ Neuschwanstein Castle ณ ประเทศเยอรมนี นั่นเอง อยู่ที่เมือง Fussen นั่งรถไฟประมาณ 2 ชม และบอกเลยว่า เป็นปราสาทที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามราวกับเทพนิยายมากที่สุด เพราะตั้งอยู่เนินเขากลางป่าใกล้ทิวเขาแอลป์นั่นเอง โอ๊ย ดีต่อใจอะไรขนาดนี้ !! พิกัด : Neuschwansteinstraße 20, 87645 Schwangau, Germany   2. ปราสาทของ ราพันเซล เจ้าหญิงราพันเซลจากเรื่อง Tangled มีปราสาทอยู่เหนือเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยน้ำ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Mont Saint-Michel ประเทศฝรั่งเศสค่ะ โดยทางดิสนีย์บอกว่า ปราสาทแห่งนี้คือปราสาทที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับเทพนิยายเลยทีเดียว เห็นด้วยมั้ยล่ะคะ ?? พิกัด : Le Mont-Saint-Michel 50170   3. ปราสาทของ เจ้าชายเอริค มาถึงการ์ตูนเรื่องโปรดของแอดมิน อย่าง The Little Mermaid บ้างล่ะค่ะ ซึ่งเชื่อเลยว่าเด็กๆ หลายคนนอกจากจะชอบเงือกสาวแอเรียลแล้ว ยังอินไปกับปราสาทริมทะเลอันสวยงาม ของเจ้าชายเอริคเช่นกัน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ปราสาทชิยอง (Chillon Castle) ริมทะเลสาบเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ค่ะ พิกัด :  Avenue de Chillon 21, 1820 Veytaux, switzerland   4. ปราสาทของ อะลาดิน แน่นอนว่าปราสาทของ อะลาดิน ก็ต้องได้รับแรงบันดาลใจมาจาก สถาปัตยกรรมที่สวยงาม ติด 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่าง ทัชมาฮาล (Taj Mahal) นั่นเองค่ะ สำหรับแอดมินแล้ว ที่นี่ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดเลยล่ะ ต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต !! พิกัด : Dharmapuri, Forest Colony, Tajganj, Agra, Uttar Pradesh 282001 เที่ยวอินเดีย เยือนปราสาทอาละดิน คลิกเลย!!  5. ปราสาทน้ำแข็งของ เอลซ่า แปลกกว่าเพื่อนเลย เพราะแรงบันดาลใจของปราสาทน้ำแข็ง ของเอลซ่า ไม่ได้มาจากปราสาทจริงๆ แต่มาจาก Hotel De Glace ณ ประเทศแคนาดา ค่ะ ที่นี่พิเศษมากๆ เพราะจะเปิดให้เข้าพักได้เฉพาะช่วงฤดูหนาวเท่านั้น เพราะฉะนั้นใครอยากไปต้องรีบแพลนแต่เนิ่นๆ ไม่งั้นจองไม่ทันไม่รู้ด้วยนะคะ พิกัด : 1860 Boulevard Valcartier, Saint-Gabriel-de-Valcartier, QC G0A 4S0 Canada   6. ปราสาทของ ราชินีจาก Snow White ถึงแม้ว่าในเรื่องสโนว์ไวท์จะดำเนินในป่าเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกคนคงคุ้นเคยกับปราสาทอันใหญ่โตและสวยงามนี้เป็นอย่างดี ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Segovia Castle ประเทศสเปน ซึ่งตั้งอยู่บนชะง่อนผาที่แม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน เหมือนในเรื่อง Snow White นั่นเองค่ะ พิกัด : Plaza Reina Victoria Eugenia, s/n, 40003 Segovia, spain   7. ปราสาทของ เจ้าชายอสูร อีกหนึ่งปราสาทที่มีความยิ่งใหญ่ และสวยงามตระการตา ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก พระราชวังช็องบอร์ (Chateau de Chambord) ประเทศฝรั่งเศส ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วยล่ะค่ะ พิกัด : Château, 41250 Chambord, france   8. เมืองใต้สมุทร จากเรื่อง Alantis อยู่ใกล้ๆ บ้านเรานี่เอง เพราะเมืองอันยิ่งใหญ่ใต้สมุทรจากเรื่อง Atlamtis นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจาก นครวัด-นครธม หรือ อังกอร์วัด (Angkor Wat) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่มีความยิ่งใหญ่และสวยงาม ณ ประเทศกัมพูชา นั่นเองค่ะ พิกัด : Cambodia   9. ปราสาทจากเรื่อง Brave ปราสาทแบบเรียบง่าย แต่ดูยิ่งใหญ่ ตั้งอยู่ริมหน้าผาจากเรื่อง Brave จะได้รับแรงบันดาลใจจากที่ไหนไม่ได้ นอกจาก Dunnottar Castle ณ ประเทศสก็อตแลนด์ค่ะ เป็นปราสาทบนเนินผาริมทะเล ในอดีตเป็นป้อมปราการมาตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 15 แม้ปัจจุบันจะเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่ก็ยังคงความงดงามอยู่เช่นเดิม   10. หมู่บ้าน Pacha จากเรื่อง The Emperor’s New Groove นอกจากชื่อของจักรพรรดิ Kuzco ในเรื่อง ที่ตั้งตามเมืองคัสโก ประเทศเปรู แล้ว หมู่บ้านนี้ยังได้รับแรงบันดาลใจมาจาก มาชูปิกชู (Machu Picchu) ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงในประเทศเปรู และเป็นศูนย์กลางความสำคัญทางโบราณคดีของทวีปอเมริกาใต้ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องหาโอกาสไปเที่ยวสักครั้งนะคะ พิกัด : RFP4+P2 Aguas Calientes, peru   เป็นยังไงบ้างคะ เริ่มอยากจะกดจองตั๋วแล้วไปตามรอยแรงบันดาลใจของปราสาท และฉากจากการ์ตูนเรื่องโปรดแล้วล่ะสิ เพราะฉะนั้นอย่ารอช้า รีบวางแผนแต่เนิ่นๆ แล้วตามทัวร์ครับไปฟินกันเลยดีกว่าค่ะ  

อ่านเพิ่มเติม
เช็คลิตส์ !! 10 ของฝากราคาถูก..ไปมาเลเซียซื้ออะไรดี ?
เช็คลิตส์ !! 10 ของฝากราคาถูก..ไปมาเลเซียซื้ออะไรดี ?

Aug 29, 2018

ซึ่งเมืองยอดฮิตที่คนไทยชอบไป คือ กัวลาลัมเปอร์และปีนัง แน่นอนว่าไปเที่ยวต่างประเทศทั้งทีก็ต้องมีของฝากกลับมาฝากกันพี่ป้าน้าอากันใช่ม๊าา ใครที่ยังไม่รู้จะซื้อของฝากอะไรนี้ วันนี้ทัวร์ครับก็มีคำตอบมาให้เพื่อนๆได้ตามไปซื้อกันค่ะ มาดูเลยว่า 10 ของฝากสุดฮอตของมาเลเซียนั้นมีอะไรกันบ้าง..     1.สินค้าไมโล - ของฝากสุดฮิตจากมาเลเซีย ของฝากมาเลเซียที่ใครๆก็รู้จัก คือ สินค้าตราไมโล นี่เอง กินตั้งแต่เด็กจนโต และช่วงที่ผ่านมานี้กระแส ไมโลคิวป์ ยังดังระเบิดทำให้สินค้าไมโลที่มาเลเซียนั้นเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ว่ากันด้วยรสชาติที่เข้มข้นกว่าในประเทศไทย แถมยังมีผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่ทั้งขวด กระป๋อง พกพาง่าย แถมซื้อกลับไปเป็นของฝากได้ง่ายๆในราคาที่ถูกอีกด้วย   2.ช็อกโกแลต - ของฝากราคาดี ซื้อทีเดียวคุ้ม!! มาเลเซีย อาณาจักรแห่งช็อกโกแลต 🍫 ว่าด้วยคนรักช็อกโกแลตกันเลยค่ะ ถ้าอยากซื้อช็อกโกแลตคุณภาพในราคาไม่แพง แนะนำมาซื้อที่มาเลเซียกันได้เลย ราคาถูกมากและยังเป็นของฝากยอดฮิตที่ใครมาเที่ยวก็หิ้วกลับไปเป็นของฝากเพื่อนๆกันซะแพ็คใหญ่  แบรนด์ที่ทัวร์ครับอยากแนะนำคือ Beryl’s Chocolate ช็อกโกแลตชื่อดังในมาเลเซียอยู่ที่ Beryl's Chocolate Kingdom  หรือเป็นช็อกโกแลตแบรนด์ดังอย่าง Hersheys, Toblerone, Ferrero rocher ไปเลยจะดีกว่า ราคาถูกกว่าไทยมาก หรือถ้าหาร้านซื้อไม่เจอ ก็สามารถซื้อที่ Duty Free ใน LCCT ได้เลยค่ะ 3.กาแฟ 3 in 1 - กลมกล่อมไม่แพ้กาแฟสด กาแฟสำหรับที่มาเลเซียต้อง white coffee เลยค่ะ เป็นกาแฟที่มีชื่อเสียงของประเทศมาเลเซีย  ผลิตจากเมล็ดกาแฟพิเศษผสมครีมนมพร่องมันเนย หอม หวาน กลมกล่อม มีขายตามร้านของฝากทั่วไป จุดเด่นของ white coffee  ก็คือชงออกมาแล้วกลิ่นและรสชาติคล้ายกับกาแฟสดมาก อีกทั้งปริมาณคาเฟอีนน้อยทำให้ white Coffee กลายเป็นกาแฟที่ใครไปเที่ยวมาเลเซียก็ต้องหยิบใส่ตะกร้าของฝาก ทัวร์ครับแนะนำ ยี่ห้อ old town coffee และ Ah Huat ค่ะ ซื้อมารับรองไม่ผิดหวัง..   4.ขนมปังกรอบ - ฝากเพื่อนได้ยกแก๊งค์ในราคาประหยัด ขนมปังกรอบ หรือ ขนมจุกจิกที่เป็นห่อเล็กๆ เวเฟอร์ ฯลฯ ส่วนมากแล้วจะมาจากประเทศมาเลเซียนี่แหละค่ะ แต่ถ้าหากไปซื้อที่นู่นแล้วจะราคาเป็นมิตรกว่ามาก คือมันถูกเวอร์ ถูกกว่าไทยเยอะเลยแถมยังมียี่ห้อที่หลากหลาย ส่วนใหญ่ก็จะซื้อแบบที่ไม่มีขายในไทย เป็นอีกหนึ่งของฝากมาเลเซียที่สามารถหอบกลับมาฝากเพื่อนได้หลายสิบคนในราคาที่โดนใจ 5.ลูกพรุนแห้ง - ของฝากโดนใจคุณแม่ เคยเห็นกันมาบ้างแล้วสำหรับ ลูกพรุนแห้งยี่ห้อ Sunsweet เพราะมีขายที่ไทยเยอะมาก แต่ก็ยังเป็นสินค้าที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านอยู่ดี ถ้าใครมีโอกาสไปเที่ยวมาเลเซียอยู่แล้วละก็ก็อย่าลืมซื้อลูกพรุนแห้งกลับมาเป็นของฝากด้วยล่ะ อร่อย มีประโยชน์ และราคายังถูกกว่าไทยมาก ขายประมาณ 65-90 บาท แต่เมืองไทยขายอยู่ที่ 150-200 บาท 6.เลโก้ - สาวกตัวต่อเลโก้ห้ามพลาด ! บางคนอาจจะเบื่อของฝากที่เป็นขนมกันแล้ว แต่ที่มาเลเซียยังมีของเล่นที่สามารถเป็นของฝากขึ้นชื่อของที่นี่อยู่ด้วย  เป็นของแท้คุณภาพที่ราคาดีมากก ราคาถูกกว่าที่ฮ่องกงอีก ใครที่เป็นสาวกเลโก้แล้วอย่าพลาดที่จะแวะไปเที่ยวที่ Legoland 🎡 ที่มาเลเซียกันด้วยนะคะ เที่ยวมาเลเซีย สิงคโปร์ ดูแพ็คเกจได้ที่นี่เลย >> คลิ๊กกก !! 7.กระเป๋า&รองเท้า - ของฝากที่สาวนักช้อปต้องมาหิ้ว สาวนักช้อปก็อย่าพลาดที่จะช้อปกระเป๋าและรองเท้าแบรนด์กลับไปเป็นของฝากกัน ถึงราคาจะถูกกว่าไทยไม่มากแต่บางช่วงเค้าก็ลดราคากันฮวบฮาบ แถมลดราคา 🎉 จัดโปรโมชั่นกันเกือบทุกวัน ซื้อกันไปเป็นของขวัญวันเกิดหรือให้แฟนกันได้ในราคาที่เอื้อมถึง ทัวร์ครับแนะนำอีกว่าอย่าลืมต่อราคากับพนักงานขาย เพราะบางที่พนักงานใจดีสุดๆลดกระหน่ำได้ราคาโดนใจกันไปถ้วนหน้า   8.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป - เส้นๆเน้นความอร่อย ชาวมาเลเซียนั้นนิยมกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่น้อยไปกว่าไทยค่ะ แต่ที่มาเลเซียมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลายยี่ห้อ และหลายรสชาติ เส้นบะหมี่เหนียวและนุ่มกว่าไทย ปริมาณมากกว่าด้วยบอกเลยกินซองเดียว อิ่ม! รสชาติที่นิยมก็คือ KARI ยี่ห้อ Maggi, Prawn Mee ยี่ห้อ Ibumie HarMee ใครเจออย่าลืมซื้อมาฝากกันบ้างน้าา 9.ปลากระป๋อง - ซื้อฝากทั้งทีต้องอิ่มกันทั้งบ้าน ปลากระป๋องของฝากสุดฮิตเจ้าเดิมจากมาเลเซีย ยี่ห้อนี้เลย AYAM ค่ะ เนื้อเยอะเนื้อแน่น อร่อยมากกก อันนี้เพื่อนแอดมินบอกเลยว่าชอบมาก ซื้อกลับมาฝากกันเป็นแพ็ค ราคาถูกสุดๆ ข้อเสียคือน้ำหนักค่ะ แต่ถ้าไปเที่ยวมาเลเซียแล้วเบื่อร้านอาหารก็ลองซื้อปลากระป๋องมายำกินที่ห้องได้นะคะ ฮิตสุดเมนูนี้   10.เครื่องปรุงอาหาร - รสชาติอาหารจากต่างแดน ของฝากจากมาเลเซียที่หาง่ายไม่แพ้ขนม ก็ผงเครื่องปรุงกับอาหารแห้งนี่แหละค่ะ อย่าง เครื่องต้มซุปต่างๆ และที่ไฮไลท์เลยคือผงปรุงรสต้มกระดูกหมู Bak Kut Teh ซึ่งเป็นของฝากขึ้นชื่อของแถบนี้กันเลยแหละค่ะ ถ้าใครได้มีโอกาสไปเที่ยวมาเลเซียอย่าลืมของฝากมาฝากชาวทัวร์ครับกันบ้างนะคะ จริงๆแล้วของฝากที่มาจากมาเลเซียนั้นไม่ต่างจากไทยมากนัก เพราะส่วนใหญ่ที่ไทยก็มีขาย แต่ถ้าพูดราคาแล้วบางอย่างจะราคาถูกกว่าเยอะค่ะ แต่ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ของฝากนะคะ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ บอกเลยว่าน่าสนใจและแนะนำให้ไปเที่ยวมาเลเซียกันให้ได้สักครั้งนะคะ ..   

อ่านเพิ่มเติม
กินจบครบที่เดียว ! กับ 5 ประเทศเอาใจคนชอบ Street food !!
กินจบครบที่เดียว ! กับ 5 ประเทศเอาใจคนชอบ Street food !!

Aug 27, 2018

แน่นอนว่าวันนี้ทัวร์ครับก็มีข้อมูลดีๆ ของประเทศที่เป็นสุดยอดมงกุฏแห่งวงการสตรีทฟู้ดมาฝากกันด้วย บอก เลยว่าเด็ดทุกที่ที่แนะนำแน่นอน เกริ่นมาขนาดนี้คงจะรอช้ากันต่อไปไม่ได้แล้ว เรารีบไปดูกันเลยดีกว่าว่าบรรดาคนรักการกินอย่างเราๆ ควรจะไป เช็คอินที่ไหนกันบ้าง ..   เกาหลี ประเทศที่เป็นสุดยอดด้านวงการบันเทิงและซีรีส์อย่างเกาหลีใต้ก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีอาหารอร่อยๆ เด็ดๆ ซ่อนอยู่ มากมายหลายอย่าง นอกจากผักดองชื่อดังอย่างกิมจิแล้วที่นี่ยังมีของดีๆ ซ่อนอยู่อีกเพียบ โดยเฉพาะที่ย่านช้อปปิ้ง ชื่อดังอย่าง “เมียงดง” ที่นอกจากจะมีทั้งของใช้และบรรดาสินค้าแฟชั่นน่ารักๆ ทั้งหลายแล้ว ของกินของที่นี่บอก เลยว่าทั้งของคาวของหวานต้องมาลองทานให้ได้สักครั้ง หรือใครที่มีโอกาสได้เดินทางไปยังจุดพักรถลองลงไปหา อะไรทานรองท้องระหว่างทางก็อร่อยไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนใครที่เดินทางลงใต้ไปเที่ยวแถวปูซาน ลองไปเดินเล่นแถว BIFF Square ดู หนึ่งใน Street food เกาหลี ที่รับรองว่าเดินไปกินไปจนอิ่ม แน่นอน และถ้ายังไม่รู้ว่าจะกินอะไร วันนี้ทัวร์ครับก็มีเมนูเด็ดมาแนะนำกันด้วย อย่างแรกที่จะแนะนำกันถือว่าเป็นหนึ่งในของจานเด็ดยอดฮิตของชาวเกาหลีที่เรามักจะเห็นในซีรีส์หลายๆ เรื่อง นั่นก็คือ ต๊อกโบกี นั่นเอง เจ้าอาหารจานนี้คือเค้กข้าวผัดกับซอสเผ็ดโคชูจังจนได้ออกมาเป็นแป้งเหนียวหนึบผัด ซอส ส่วนท็อปปิ้งที่เสริมนั้นแล้วแต่สูตรของร้านนั้นๆ กันเลย จะใส่เนื้อ ใส่ผัก ใส่ปลาก็ได้ทั้งนั้น อาหารอีกอย่างที่ต้องห้ามพลาดเลยก็คือ บะหมี่ดำจาจังมยอน นั่นเอง เดิมทีเจ้าบะหมี่จานนี้ถูกดัดแปลงมาจาก สูตรของชาวจีนให้กลายมาเป็นสูตรของชาวเกาหลี เส้นบะหมี่ผัดคลุกเคล้ากับซอสที่ทาชุนจังหรือเต้าเจี้ยวถั่วดำหมัก ใส่ผัก ใส่เนื้อลงไป บอกเลยว่าอร่อยโดนใจสุดๆ อาหารจานสุดท้ายที่เราแนะนำจะเป็นอะไรที่เหมาะกับการกินตอนอากาศเย็นๆ เป็นที่สุดอย่าง ออมุก นั่นเอง เนื้อ ปลาบดเสียบไม้ที่เสริมพร้อมน้ำซุปร้อนๆ เนื้อปลาหวานทานคู่กับน้ำซุปรสเผ็ดร้อย กินไปซดน้ำไปอร่อยคล่อง คอมั่กๆ    เที่ยวเกาหลี ราคาถูก ดูแพ็คเกจได้ที่นี่เลย >>  https://tourkrub.co/korea-tour << ไต้หวัน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดประเทศแห่งชาไข่มุกต้นตำรับ แต่ความดีงามของอาหารที่นี่ยังไม่ได้หมดลงแค่นั้น เพราะ ที่นี่ยังมีอาหารดีๆ อีกมากมายที่รอให้เราไปจับจ่ายมารับประทานตั้งแต่เช้าจรดเย็น โดยเฉพาะในเมืองไทเปที่มี ย่านช้อปปิ้งและแหล่งของกินมากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่ย่าน Ximending หรือจะเป็นตลาดกลางคืนอย่าง Gongguan และ Ningxia ในส่วนของเมนูแนะนำนั้น ใครที่เป็นสายเนื้อบอกเลยว่าห้ามพลาด! สำหรับ บะหมี่เนื้อ ของของไต้หวัน บอกเลยว่า อร่อยกล่มกลอมละมุนลิ้นเป็นที่สุด แถมยังมีหลากหลายร้านหลากหลายสูตรที่สืบทอดกันมายาวนาน ร้านที่อยู่มาได้ ถึงตอนนี้ต้องมีอะไรดีๆ แน่นอน ไก่ทอดยักษ์ เป็นอาหารอีกหนึ่งอย่างที่ถึงแม้จะมีแฟรนไชส์กระจายตัวไปทั่วโลกแล้ว แต่เมื่อมาเยือนถึงถิ่นต้นตำรับ ก็ไม่ควรที่จะพลาดอยู่ดี แต่แอบได้ข่าวมาว่าคิวตอนซื้อก็ค่อนข้างจะยาวอยู่ ใครอยากทานของอร่อยก็ต้องอดทนกันนิดนึงเนอะ ชาบูหม่าล่า ก็เป็นอีกอย่างที่น่าไปลิ้มลองรสชาติ รู้สึกว่าหม่าล่าของที่นี่จะได้รับความนิยมกันเว่อร์ๆ ใครที่อยาก ทานอะไรเผ็ดๆ ร้อนๆ ชาบูสุดแซ่บก็ถือว่าเป็นเมนูที่ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว น้ำซุปเผ็ดร้อนกับบรรดาเนื้อสัตว์ และผักต่างๆ บอกเลยว่าเด็ดถึงใจ เที่ยวไต้หวัน ราคาถูก ดูแพ็คเกจได้ที่นี่เลย >>  https://tourkrub.co/taiwan-tour << ญี่ปุ่น หลายๆ คนคงจะรู้จักประเทศนี้จากอาหารชื่อดังสตรีทฟู้ดยอดฮิตอย่างซูชิหรือข้าวปั้นกันไปแล้ว แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าญี่ปุ่นนั้น ถือว่าเป็นประเทศตัวท็อปลำดับต้นๆ ของวงการสตรีทฟู้ดเลยทีเดียว ใครที่กำลังวางแผนว่าจะหาแหล่งเที่ยว พักผ่อนดีๆ ของกินอร่อยๆ ประเทศนี้ถือว่าดีงามพระรามสี่ แถมยังใช้เวลาในการเดินทางไม่นานและอยู่ไม่ไกลมาก จากบ้านเราอีกด้วย เจ้าพวกอาหารสตรีทฟู้ดเลิศรสของแดนปลาดิบนี้จะมีเยอะและชุกชุมเป็นพิเศษตาม งานวัดหรืองานเทศกาล ต่างๆ ซึ่งจะหายากพอสมควร เพราะเขาค่อนข้างเคร่งครัดกับการตั้งร้านข้างทางต่างจากบ้านเรา ถ้าโชคดีเจอจากพวกงานเทศกาลหรืองานวัดต่างๆ อย่าลืมรีบแวะเข้าไปเดินชมเดินชิม ส่วนใครที่ไม่มีโชคกับงานเทศกาล ลองไป แถวย่านโอซาก้า ดูนะคะ แถวนั้นก็อาหารเยอะใช่ย่อยเลยล่ะ แน่นอนว่ามาแดนปลาดิบทั้งที นอกจากของคาวแล้ว ของทานเล่นของที่นี่ก็ขึ้นชื่อลือชาเอามากๆ เมนูแรกที่ไม่ควร พลาดเลยก็คือเจ้าขนมปังรูปปลา ไทยากิ นั่นเอง ขนมร้อนๆ สารพัดไส้ ทั้งช็อคโกแลต คัสตาร์ด หรือแม้แต่ไส้ชีสก็ มีให้เลือก ยิ่งถ้าใครไปเจอเจ้าที่แป้งบางๆ แถมยัดไส้แน่นไปจนถึงหางถือว่าลัคกี้สุดๆ เพราะมันจะอร่อยทุกคำที่กัด ตั้งแต่ส่วนหัวจรดปลายหางเลยล่ะ ของอีกอย่างที่ไม่ควรพลาดคือเจ้าขนมโบราณที่อยู่คู่คนญี่ปุ่นมายาวนานอย่าง ดังโงะ นั่นเอง เจ้าขนมเสียบไม้ชนิด นี้นั้นมักจะปรากฏตัวตามการ์ตูนเรื่องต่างๆ อยู่เป็นประจำทั้งยังหาทานได้ทั่วทุกเมืองของที่นี่อีกด้วย แม้ว่าหน้าตา จะคลับคล้ายคลับกับบรรดาลูกชิ้นปิ้งแถวบ้านเรา แต่รสชาตินั้นเรียกว่าคนละเรื่องเลยล่ะ เพราะเจ้าขนมชิ้นนี้จะมี รสออกหวาน พร้อมสัมผัสค่อนข้างหนึบหนับ ถ้าลองได้ทานรับรองว่าเพลินจนไม่หยุดปากแน่นอน มันหวาน ก็ถือว่าเป็นไอเท็มเด็ดลำดับต้นๆ ของที่นี่เช่นกัน หลายๆ คนอาจจะเห็นมันหวานญี่ปุ่นมากมายวางขาย ในไทย แต่อะไรมันก็ยากที่จะสู้กับแหล่งออริจินอล เพราะมันหวานของที่นี่เวลาทานตอนร้อนๆ อร่อยเหมือนได้ติด ปีกบิน ทั้งหวานทั้งหอม เนื้อข้างในก็นุ่มละมุนลิ้นไปหมด กินแล้วแบบว่าฟินสุดอะไรสุด เที่ยวญี่ปุ่น ราคาถูก ดูแพ็คเกจได้ที่นี่เลย >> https://tourkrub.co/japan-tour << เวียดนาม ถือว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ค่อนข้างใกล้ชิดกับบ้านเกิดเมืองนอนของเราเป็นพิเศษเลยสำหรับประเทศนี้ แถม อาหารหลายอย่างก็ค่อนข้างจะออกมาหน้าตาไม่ต่างกันมาก แต่เชื่อเถอะว่าอาหารเหล่านั้นก็อร่อยไม่แพ้อาหารไทย รสเด็ดของบ้านเราเลย แหล่งสตรีทฟู้ดของเวียดนามที่ไม่ว่าใครก็ไปได้ง่ายๆ คงจะหนีไม่พ้นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอย่าง โฮจิมินห์ นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าชมแล้ว อาหารของที่นี่ก็เด็ดดวงไม่แพ้กัน เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าเมนูอะไรบ้าง ที่เราควรปักหมุดไว้ เฝอ ถือว่าเป็นอาหารเลื่องชื่อลือชาของเวียดนามเลยทีเดียวที่มีลักษณะคล้ายๆ ก๋วยเตี๋ยวบ้านเราแตกต่างกันแค่ รสชาติและเครื่องปรุงเท่านั้นเอง โดยเส้นเฝอจะมีลักษณะอวบขาวและใหญ่กว่าเส้นเล็กของก๋วยเตี๋ยว ส่วนน้ำซุปก็ จะมีรสชาติเข้มข้นจากการเคี่ยวเนื้อสัตว์ ปรุงด้วยพวกหัวหอม ผักชี ผักชีฝรั่ง ดูดเส้นไปซดน้ำไป เผลอแปปเดียวก็ เกลี้ยงจานจนไม่รู้ตัวซะแล้ว ใครที่เป็นสายขนมปังควรจะปักหมุดเมนูนี้เอาไว้เลยล่ะ สำหรับ บั๊นหมี่ ขนมปังชิ้นยาวๆ ที่สอดไส้ความเป็น เวียดนามลงไป ไส้ในใส่ทั้งเนื้อและผัก ผสมผสานกันออกมาจนได้รสชาติ แถมยังวางขายทั่วไป เดินไปที่ไหนก็เจอ   อีกหนึ่งเมนูที่เราได้ยินจนคุ้นหูกันเป็นอย่างดีก็คือเมนูที่รู้จักกันในนามขนมเบื้องญวนอย่าง บั๊ญแส่ว อาหารชนิดนี้ เรียกว่าค่อนข้างได้รับความนิยม ลักษณะของจานนี้จะคล้ายๆ แผ่นแป้งที่ใส่ไส้ไว้ข้างใน ใส่เนื้อสัตว์ ใส่ถั่วงอก ผสมผสานกันออกมากลมกล่อม ควรค่าแก่การรับประทานมากๆ    เที่ยวเวียดนาม ราคาถูก ดูแพ็คเกจได้ที่นี่เลย >> https://tourkrub.co/vietnam-tour/price-cheap << มาเลเซีย ถือว่าหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทยเลย สำหรับประเทศมาเลเซีย เพราะไม่ไกลจากบ้านเราแถมยัง มีที่เที่ยวหลากหลายรูปแบบให้เราได้ปรับได้ตามใจ เสน่ห์ด้านอาหารของที่นี่คงจะเป็นในเรื่องของความหลากหลาย เพราะมีคนหลากหลายเชื้อชาติมารวมตัวกัน เมืองที่น่าสนใจมากๆ ของที่นี่คงจะเป็น ปีนังและกัวลาลัมเปอร์ และแน่นอนว่ามาเที่ยวทั้งทีจะไม่กินอาหารท้องถิ่น ก็เสมือนมาไม่ถึงที่ เพราะฉะนั้นต้องจัดหนักจัดเต็มเอาให้กระเป๋าฉีกกันไปเลย หลายๆ คนอาจจะเคยทานบะหมี่สำเร็จรูปของมาเลเซียกันมาบ้าง โดยเฉพาะเจ้า หมี่โกเร็ง ชื่อดัง อาหารจานนี้ก็ คือบะหมี่ผัดกับหัวหอมและกระเทียม ใส่เนื้อสัตว์ ใส่ผัก ปรุงรสออกจัดจ้านเล็กน้อย แต่รับรองว่าอร่อยเหาะ แค่ได้ กลิ่นก็ท้องร้องน้ำลายสอจนต้องจัดมาทานให้หายอยาก อีกหนึ่งเมนูที่อาจจะไม่ได้แปลกตาอะไรอย่าง ปอเปี๊ยะสด ก็น่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะเจ้าไหนที่มีแป้งบางๆ เนื้อ เน้นๆ ไส้แน่น ทานเข้าไปทีเต็มปากเต็มคำรสของปอเปี๊ยะที่กระจายไปทั้งปากมันสุดมากจริงค่ะคุณขา เรียกว่า ทานยังไงก็ไม่เบื่อ สายผักสายเฮลตี้ควรจะได้ลองทานเมนู ผัดผักบุ้งสูตรพิเศษ ของชาวมาเลเซียดู ผัดผักบุ้งของที่นี่ไม่ใช่ธรรมดาๆ ทั่วไปหรอกนะ เพราะนำมาผัดรวมกับน้ำพริกกะปิรสเด็ดจนได้รสชาติเข้มข้น กลิ่นหอมยั่วกระเพาะ ยิ่งทานคู่ กับข้าวสวยร้อนๆ ตอนกำลังหิวนะ อร่อยเด็ดอย่าบอกใครเชียวล่ะ เที่ยวมาเลเซีย ราคาถูก ดูแพ็คเกจได้ที่นี่เลย >> https://tourkrub.co/malaysia-tour/price-cheap << เป็นไงกันบ้างล่ะคะ น้ำลายไหล ท้องร้องกันบ้างมั้ย แต่ละที่แต่ละเมนูเรียกว่าน่ากินน่าชิมไปซะหมด สงสัยว่า จะต้องหาเวลาหาทุนทรัพย์ไปจัดหนักๆ ให้หายอยากดูสักที....

อ่านเพิ่มเติม
8 ร้านอาหารยอดนิยม!! ตะลอนกินฟินๆที่สิงคโปร์
8 ร้านอาหารยอดนิยม!! ตะลอนกินฟินๆที่สิงคโปร์

Aug 17, 2018

เพราะฉะนั้นเราเลยขอแนะนำให้ปรับแพลนท่องเที่ยวใหม่ จากทัวร์ชมเมือง เป็นทัวร์กิน! เพราะบอกเลยว่าที่สิงคโปร์นั้นมีร้านอาหารอร่อยๆ เต็มไปหมดเลยล่ะ ถ้าพร้อมแล้วไปดูร้านอาหารสิงคโปร์กันเลย   1. Ya Kun Kaya Toast เริ่มที่ดูร้านอาหารสิงคโปร์ในมื้อแรกกับอาหารเบาท้อง ทานพอกรุบกริบรองท้องได้ เป็นอาหารเช้าเบาๆ นั่นก็คือ ขนมปังปิ้งทาสังขยา และเนย ที่หอมมากกกก ขนมปังก็ปิ้งมาได้กรอบนอกนุ่มในสุดๆ บอกเลยว่าชิ้นเดียวแทบไม่พอล่ะค่ะ ร้านนี้เป็นร้านอาหารเช้ายอดฮิตของสิงคโปร์ จนมีมากกว่า 40 สาขาทั่วประเทศเลยนะคะ เพราะฉะนั้นจะพักที่ย่านไหนก็หาทานได้ง่ายสุดๆ   2. Old Chang Kee พิกัด : Old Chang Kee อีกร้านอาหารที่ถือว่าเป็นของทานเล่นเบาๆ เดินทานชิลๆ เพลินๆ ในสิงคโปร์ ก็ต้องที่นี่เลยค่ะ เป็นร้านรถเข็นข้างทางตามย่านต่างๆ ขายพวกลูกชิ้น นักเก็ต และของทอด จิ้มกับน้ำจิ้มสูตรพิเศษ ที่มีทั้งแบบหวานและเผ็ด และสำหรับเมนูที่เราแนะนำให้ลอง ก็คือปลาหมึกทอดค่ะ ขอบอกว่าอร่อยมากจริงๆ อย่าพลาดนะคะ   3. Hawker Chan พิกัด : Hawker Chan ร้านบะหมี่สไตล์ฮ่องกง ในสิงคโปร์ ที่ได้รับมิชลินสตาร์ด้วยล่ะ ใครชอบความอิ่ม อร่อย และคุ้ม ต้องร้านนี้เลย เพราะแต่ละจานให้มาแบบเยอะมาก แถมราคาก็ไม่แพงเลยค่ะ เส้นบะหมี่ของเค้าจะเหนียวนุ่ม ยิ่งเจอความนุ่มของไก่บวกกับซอสเข้าไปอีกยิ่งฟิน เป็นร้านอาหารสำหรับมื้อกลางวันที่อยู่ท้อง และสบายกระเป๋าที่สุดเลย   4. Song Fa Bak Kut Teh พิกัด : Song Fa Bak Kut Teh อีกหนึ่งร้านอาหารยอดฮิต ที่ใครมาเยือนเมืองสิงโตจะต้องลอง นั่นก็คือ Song Fa Bak Kut Teh ที่เป็นร้านบักกุดเต๋ในตำนานนั่นเอง  ใครเลยทานบักกุดเต๋ที่ร้านติ่มซำในไทย อยากให้ลืมไปก่อนนะคะ เพราะที่นี่นั้นไม่เหมือนที่ไทยเลย น้ำซุปถูกเคี่ยวมาอย่างดี ได้ความหอมหวาน บวกเข้ากับกระดูกหมูที่ตุ๋นจนเปื่อยละลายในปากสุดๆ โอ๊ยย แค่เขียนก็ได้กลิ่นลอยมาแล้ว อยากกินจังเลย   5. Singapore Zam zam พิกัด : Singapore Zam zam นอกจากอาหารจีนแล้ว ที่สิงคโปร์ก็ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารอินเดียค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่าน Bugis ที่มีคนอินเดียอาศัยอยู่เยอะ และร้านนี้ก็ถือว่าเป็นร้านเด็ดที่ต้องลองจริงๆ เป็นร้านข้าวแกงที่รสชาติดี หนักเครื่องเทศแต่ก็ยังถือว่าถูกปากคนไทยเรา แนะนำสั่งแกงไก่นะคะ ฟินอย่าบอกใคร   6. No Neighbor Seafood Chilli crab ถือว่าเป็นเมนูยอดฮิตอีกหนึ่งเมนูเลยนะคะ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายร้านเลยในสิงคโปร์ แต่สำหรับแอดมินแล้วร้านนี้อร่อยสุดๆ ด้วยรสชาติที่เข้ากันได้ดีของปูที่ตัวใหญ่มากๆ กับเครื่องผัดหอมๆ เพลินสุดๆ แป๊บเดียวหมดจาน แถมยังหาทานง่ายอีกด้วย เพราะมีหลายสาขาเลยค่ะ   7. Sandwich Ice-cream บอกเลยว่าเป็นสิ่งที่ชอบที่สุด มาสิงคโปร์ทีไรถ้าไม่ได้กินแทบจะนอนไม่หลับ เป็นไอติมแซนวิชโบราณ มีหลายรสชาติให้เลือก โดยคนขายก็จะนำขนมปังออกมาตัดแล้วใส่ไอติมให้เราค่ะ มีทั้งแบบขนมปังแผ่นและขนมปังกรอบ รสที่แนะนำคือรสมิ้นท์ และสามารถหาทานได้ตามท้องถนนเลยค่ะ เป็นรถเข็นขายล่ะ   8. Tian Tian Hainanese Chicken Rice พิกัด : Tian Tian Hainanese Chicken Rice ปิดท้ายกันด้วยเมนูนี้ ที่ใครมาสิงคโปร์จะต้องกินทุกคน นั่นก็คือข้าวมันไก่นั่นเอง มีให้เลือกหลายร้านรอบเกาะเลยล่ะค่ะ แต่สำหรับเราร้านโปรดคือร้านนี้เลย ไก่นุ่มมว๊ากกก ข้าวไม่มันจนเกินไป อร่อยสุดๆ แถมราคาไม่แพงด้วย ร้านตั้งอยู่ที่ศูนย์อาหาร Maxwell ย่านไชน่าทาวน์ค่ะ   นอกจากทั้ง 8 ร้านที่เรานำมาแนะนำแล้ว ที่สิงคโปร์ยังมีร้านอาหารอร่อยอีกเพียบเลยนะคะ หรือหากใครมีเวลาว่าง อยากแนะนำให้เข้า Supermarket ที่กระจายตัวอยู่รอบๆ เกาะ บอกเลยว่าขนมอร่อยๆ มีให้เลือกเพียบ จะซื้อทานเองหรือซื้อเป็นของฝากก็น่าสนใจมากเลยล่ะค่ะ ใครไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรดี อ่านบทความนี้ต่อเลย >> 7 ของฝากยอดฮิตจากสิงคโปร์

อ่านเพิ่มเติม
สวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนในฝัน ! ครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องไปสัมผัส..
สวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนในฝัน ! ครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องไปสัมผัส..

Aug 14, 2018

สวิตเซอร์แลนด์หลายคนอาจจะได้ยินชื่อเสียงความสวยงามทางธรรมชาติที่เลืองลือกันมาบ้างแล้ว บอกเลยว่าถ้าได้ไปแล้วจะไม่ผิดหวัง ทั้งธรรมชาติ วิวทิวทัศน์ที่สวยงาม บวกกับการเดินทางด้วยรถไฟที่แสนสะดวกสบาย ความเป็นอยู่ของผู้คนที่ลงตัว ถึงค่าครองชีพที่ค่อนข้างแพง เป็นอันดับต้นๆของยุโรป แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนอยากมาเที่ยวที่สวตเซอร์น้อยลงเลยจ้า ทัวร์ครับบอกเลยว่า หากได้มาสักครั้งแล้วจะติดใจ ไปดูกันดีกว่าไปเที่ยวสวิสเค้าไปทำอะไร เที่ยวที่ไหนกันบ้าง .. มาเริ่มกันด้วยเส้นทางท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์กันที่ เมืองซูริค(Zurich) เมืองหลักและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ มนต์เสน่ห์ของเมืองยุโรปโบราณ ซึ่งในเมืองจะมีสถาปัตยกรรมแบบเก่าอยู่รายล้อมเมือง และนอกจากจะมีกลิ่นอายยุโรปโบราณ ก็ยังมีความเจริญในด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่อยู่ด้วยจนเมืองซูริคนั้นได้การยอมรับว่าเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลกเลยล่ะ   ซูริคสามารถเที่ยวได้ทั้งปี แต่ในฤดูร้อน ช่วงเดือนกรกฎาคม-เดือนกันยายนจะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะที่สุด เพราะอากาศอุ่นกำลังดี ซึ่งสถานที่ที่เป็นไฮไลท์หลักๆของซูริคที่ทัวร์ครับแนะนำนะคะก็จะมี หอนาฬิกาแห่งโบสถ์เซนต์ ปีเตอร์ (St. Peter’s Church) ที่ได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์ที่มีหน้าปัดนาฬิกาใหญ่ที่สุดในยุโรป และเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในซูริค ต่อมาที่ โบสถ์หอคอยคู่(Grossmunster Church) เป็นโบสถ์สไตล์โรมันโปรเตสแตนต์เป็นหนึ่งในสามโบสถ์ที่สำคัญในซูริค โบสถ์จะอยู่ใกล้ริมฝั่งของแม่น้ำ Limmat สังเกตได้ไม่ยากค่ะ หลังจากที่เที่ยวในเมืองซูริคกันแล้วทัวร์ครับก็พามาต่อกันที่ เมืองลูเซิร์น(Luzern) เป็นเมืองยอดนิยมของคนไทยที่มาเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์เลยล่ะค่ะ  ซึ่งสถานที่เที่ยวในเมืองลูเซิร์นที่หากมาเที่ยวสวิสแล้วต้องไป ที่แรกเลย นั่นคือ สะพานไม้เก่าแก่ที่สุดในโลก สะพานไม้ชาเปล บริดจ์ (Chapel Bridge) สัญลักษณ์แห่งเมืองลูเซิร์นนั่นเองค่ะ เป็นจุดที่เหมาะมากสำหรับการชมทัศนียภาพอันงดงามและสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ต่างๆของเมืองลูเซิร์น ซึ่งสะพานไม้นี้เค้าอนุญาตให้ใช้แค่การเดินเท้าเท่านั้นค่ะ ห้ามเอาจักรยานไปปั่นน้าา   สถานที่ยอดฮิตในลูเซิร์นต่อมาก็คือ ทะเลสาบลูเซิร์น (Lake Lucerne) ทะเลสาบลูเซิร์น ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำรอยซ์ ไฮไลท์ของสวิสอีกแล้วเจ้าค่ะ โดยทะเลสาบแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่สวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์เลยเด้ออ  และที่สุดท้ายของไฮไลท์ในเมืองลูเซิร์น อนุสาวรีย์สิงโต (Lion Monument) จ้า  อยู่ไม่ไกลจากสะพานไม้ชาเปล เป็นอนุสาวรีย์รูปสิงโตหินแกะสลักเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสที่เสียชีวิตระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวัง  ในครั้งปฏิวัติใหญ่ที่ประเทศฝรั่งเศสนั่นเองค่ะ ต่อกันยาวๆค่ะ มาทัวร์ยุโรปทั้งที อย่างน้อยต้องมา 8 วันขึ้นไปถึงจะคุ้ม !! คราวนี้เราไปตามล่าฉายาดินแดนแห่งเทพนิยายกันบ้างบ้างดีกว่า หลายคนอาจจะคุ้นชื่อเมืองนี้กันบ้างแล้ว เพราะมีรีวิวเยอะมาก  เมืองอินเทอร์ลาเคน(Interlaken) เป็นอีกหนึ่งในหลายเมืองท่องเที่ยวของสวิสที่สวยงามและเป็นเมืองยอดฮิตของสายธรรมชาติมากๆ ไปชมความงามของ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) ที่ ได้รับการยกย่องว่า เป็น Top of Europe อันลือชื่อ ยอดเขาจุงเฟราจะขาวโพลนไปด้วยหิมะในฤดูหนาว โดยทัวร์ครับจะพาขึ้นเขากันด้วยรถไฟที่สถานีไคลน์ไชเด็ค ใช้เวลาไม่นานเราก็จะถึงยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรปกันนะจ้ะ โรแมนติกมากกก หาเวลาเก็บเงินพาคนที่เรารักมาเที่ยว กดชัตเตอร์สวีทกันรัวๆได้เลย และอย่าพลาดการส่งโปสการ์ดจากที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลกแห่งนี้ด้วยนะ เป็นการบ่งบอกว่าฉันมาถึงสวิสแล้วนะ .. บนยอดเขาจุงเฟรา มี สถานที่เล่น Skiing & Snowboarding ได้อีกด้วย เป็นกิจกรรมยอดฮิตเลยล่ะ  และ ช่วงซัมเมอร์ กิจกรรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวคือ การเดิน trekking ชมธรรมชาติที่สวยงามที่ยอดเขาแห่งนี้ นอกจากวิวสวย อากาศยังดีมากอีกด้วย โดยมีทุ่งดอกไม้ทุ่งหญ้าตลอดเส้นทาง เดินไกลแค่ไหนก็ไม่เบื่อค่ะ เดินทางมาที่ ทะเลสาบโอชิเนน(Oeschinen) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาจุงเฟรา เดินทางไม่ไกลค่ะ ซึ่งทะเลสาบโชิเนนได้ถูกจัดขึ้นทะเบียนจากองค์กรยูเน็ทโกเป็นมรดกโลกถึงแม้จะเป็นทะเลสาบขนาดเล็กเพียง 1 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น แต่ก็มีความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่สวยงามไม่แพ้ใคร ซึ่งความโดดเด่นของทะเลสาบแห่งนี้ก็คือ น้ำสีฟ้าครามที่สะท้อนภาพแนวยอดเขาอันสูงตระหง่าน อีกทั้งในทะเลสาบยังเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ เป็นสถานที่ที่น่าประทับใจอีกที่ที่ห้ามพลาด มาอีกหนึ่งยอดเขา ที่ทัวร์ครับจะพามาชมความสง่างามแห่งเทือกเขาแอลป์อย่าง แมทเธอฮอร์น (Matterhorn)  กันบ้าง  แมทเธอฮอร์นเป็นภูเขาที่มีชื่อเสียงมากในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี รูปทรงพีระมิดที่งดงามอยู่ที่ เมืองเซอร์แมท( Zermatt)  เป็นภูเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงามไม่เว้นแต่ละวัน คือโรแมนติกมากๆ ด้วยความที่รูปทรงที่คล้ายพีระมิดหรือเขาสัตว์ ความงามที่แปลกตาและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแมทเทอร์ฮอร์น ทำให้มีบริษัทโด่งดังระดับโลกนำไปทำโลโก้แบรนด์เลยจ้า ทั้งช็อกโกแล็ตทับเบอโรนที่ผู้คนทั่วโลกต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี และผู้ผลิตหนังรายใหญ่พาราเมาท์พิคเจอร์ เป็นสองบริษัทยักษ์ที่นำแมทเทอร์ฮอร์นไปสร้างความร่ำรวยและเป็นที่จดจำของผู้คนจากทั่วโลก เป็นไงล่ะคนจะดังอะไรก็ยั้งไม่อยู่  ดังขนาดนี้ต้องมาให้เห็นของจริงกับตากันให้ได้นะคะ เมืองที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นเมืองหลวงแห่งโอลิมปิค นั่นคือ เมืองโลซานน์(Lausanne) นั่นเองฮะ เพราะเป็นเมืองที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของคณะกรรมการโอลิมปิคสากล หรือ IOC อีกทั้งในเมืองโลซานน์ยังมี พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก (Olympic Museum) ที่รวมประติมากรรมทีเกี่ยวกับกีฬาและนักกีฬาประเภทต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ไปเยือนอีกด้วย สำหรับนักเดินทางคนไทย คงไม่มีเมืองไหนที่มีความหมายเท่าเมืองโลซานน์อีกแล้วล่ะค่ะ เพราะนี่คือเมืองที่ใครได้ไปเยือนแล้ว ก็เหมือนได้เดินทางตามรอยพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จึงถือว่าเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในหัวใจชาวไทยเลยล่ะค่ะ   อีกที่หนึ่งที่เป็นสถานที่เที่ยวสำคัญของเมืองโลซานน์นั่นคือ มหาวิหารโลซานน์ (Lausanne Cathedral)  วิหารเก่าแก่แห่งเมืองโลซานน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา สร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมโกธิค ซึ่งเราสามารถเดินไปยังจุดชมวิวเมืองโลซานน์ ที่อยู่ด้านหลังวิหารโลซานน์นี้ได้ เพื่อเก็บภาพพระอาทิตย์ตกดิน และวิวสวยๆ รอบเมืองโลซานน์ เดินเล่นริมทะเลสาบเจนีวา นั่งดูฝูงหงส์ขาว ริมทะเลสาบ  โดยมีเทือกเขาแอลป์ตั้งเป็นฉากหลัง โอ้ย..แค่นึกภาพตามก็ feel good ละค่ะ ใครมีโอกาสมาเที่ยวสวิสก็อย่าลืมมาที่เมืองโลซานน์กันให้ได้น้าา ความจริงแล้วสวิตเซอร์แลนด์ยังมีอีกหลายสถานที่ที่ไม่อยากให้พลาด สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีเสน่ห์มากๆ ที่ทัวร์ครับอยากให้ลองมาเที่ยวสักครั้ง รับรองว่าเมื่อมาครั้งหนึ่งแล้ว จะต้องอยากกลับมาอีกหลายๆ ครั้งแน่นอนค่ะ  ! >> เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ฤดูไหนมีอะไรดี..?  

อ่านเพิ่มเติม
 อิตาลี ไปกี่ทีก็ไม่พลาด ! รวมข้อมูลเพื่อเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวอิตาลี
อิตาลี ไปกี่ทีก็ไม่พลาด ! รวมข้อมูลเพื่อเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวอิตาลี

Aug 9, 2018

ซึ่งบอกเลยว่า การไปเที่ยวแถบยุโรป ถ้าหากไปเองก็อาจจะต้องลำบากหาข้อมูลเยอะหน่อย ทั้งยังต้องขอวีซ่าด้วยตนเองอีก นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนมากจึงนิยมไปกับทัวร์ ซึ่งในปัจจุบันมีทัวร์ยุโรป ราคาถูกมากมายให้เลือกสรร รวมถึงทัวร์อิตาลี ราคาถูก ก็มีเพียบเลยค่ะ ประหยัดงบและเวลาไปได้เยอะเลยน้าา และเนื่องจากการทัวร์ยุโรป เป็น Dream Destination ของใครหลายๆ คน แต่บางคนก็ไม่รู้ว่าควรเริ่มจากไหน แล้วจะไปยังไง ไปทำอะไรดี ? วันนี้ทัวร์ครับเลยรวบรวมข้อมูลที่สำคัญ ให้ทุกคนได้อ่านและเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวกัน และแนะนำทริคต่างๆ สำหรับคนที่มีจุดหมายปลายทางที่ ประเทศอิตาลี ค่ะ   ไปทัวร์อิตาลี ช่วงไหนดี ? จริงๆ แล้วประเทศอิตาลี ถือว่าเที่ยวได้ทั้งปีเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อน ก็จะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน ถึงเดือนกันยายน ช่วงนี้อากาศก็จะอยู่ที่ประมาณ 22-26 องศา แต่จะมีแดดจัด , ช่วงฤดูใบไม้ร่วง เดือนตุลาคม ถึงต้นเดือนธันวาคม ใครที่ชอบใบไม้แดง ถ่ายภาพออกมาเป็นโทนสีอบอุ่นนิดๆ ต้องเลือกไปช่วงนี้เลยค่ะ ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ผลไม้หลากหลายออกผลมาให้เราเลือกซื้อตามใจชอบ อากาศจะอยู่ที่ 10-18 องศา , ช่วงฤดูหนาว กลางเดือนธันวาคม ถึงต้นเดือนมีนาคม เหมาะมากสำหรับคนที่อยากสัมผัสอากาศหนาวจับใจ หิมะโปรยปราย และเทศกาลเฉลิมฉลองต่างๆ โดยอากาศจะอยู่ที่ 8 องศา จนถึงติดลบเลยค่ะ และสุดท้าย ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ช่วงปลายเดือนมีนาคม ถึงเดือนสิงหาคม ช่วงนี้อาจจะเจอกับฝนมากหน่อย แต่ก็ยังสามารถเที่ยวชิลๆ ได้ค่ะ   ไปทัวร์อิตาลี กินอะไรดี ? อาหารขึ้นชื่อของประเทศอิตาลี ก็คงหนีไม่พ้นพิซซ่า แต่บอกเลยว่าพิซซ่าของที่นู่นจะแตกต่างกับที่บ้านเรานะคะ เพราะเค้าจะนิยมพิซซ่าแบบแป้งบาง และโรยหน้าด้วยชีส กับของประกอบแค่ไม่กี่อย่างแล้วแต่เราเลือก เช่น เปปเปอโรนี่, แฮม, เห็ด เป็นต้น ใครที่ชอบพิซซ่าบอกเลยว่า ต้องมาลอง พิซซ่า original ต้นตำรับที่อิตาลีเลยค่ะ นอกจากพิซซ่าแล้ว ยังมีพาสต้าต่างๆ ก็เป็นที่นิยมเช่นเดียวกันนะคะ เพื่อนๆ อาจจะได้เห็นเส้นพาสต้าแบบแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นที่ประเทศไทยมาก่อนก็ได้ เป็นอาหารที่ต้องลองจริงๆ พลาดไม่ได้เลย และสำหรับใครที่มีใจรักกาแฟ ชื่นชอบการดื่มกาแฟ และลิ้มรสกาแฟใหม่ๆ ต้องลอง Espresso และ Cappuchino Original เพราะกาแฟทั้งสองแบบนี้ มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอิตาลีค่ะ ไม่ต้องแปลกใจหากเห็นร้านกาแฟมีอยู่ทั่วทุกมุมเมืองนะคะ ปิดท้ายกับหมวดอาหาร ด้วย ไอศกรีมเจลาโต้ ซึ่งต่างจากไอศกรีมทั่วไปตรงที่ เจลาโต้จะรสชาติเข้มข้นกว่ามากๆ เลยค่ะ ถ้าเป็นไอศกรีมรสสตอเบอร์รี่ทั่วไป ก็จะเป็นรสจางๆ เพราะใช้สตรอเบอรี่เพียงนิดหน่อย แล้วนำมาสังเคราะห์เอา แต่เจลาโต้จะนำผลไม้จริงๆมาใช้ ทำให้ได้รสชาติแบบของจริง และมีรสสัมผัสที่เนียมนุ่มมากๆ ค่ะ   ไปทัวร์อิตาลี ที่เมืองไหนดี ? ที่ประเทศอิตาลีนั้น มีหลากหลายเมืองมากมายให้เพื่อนๆ ได้เลือกไปเที่ยวชมกันเลยค่ะ วันนี้เลยขอคัดมาแต่เมืองเด่นๆ ที่มีเอกลักษณ์พิเศษมาแนะนำกันนะคะ เมืองมิลาน (Milan) เมืองแห่งแฟชั่น เมืองแห่งโอเปรา สวรรค์ของคนรักการช้อปปิ้งและสีสันยามค่ำคืน ที่มิลานมีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการชมศิลปะแบบโรมัน ที่ มหาวิหารดูโอโม่ แห่งมิลาน , ช้อปปิ้งที่ห้าง แกลเลอเรีย วิตโตริโอ เอ็มมานูเอล และอย่าพลาดเด็ดขาด ที่จะเข้าไปชมงานศิลปะระดับโลกอย่าง ภาพพระกระยาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper) ของลีโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) ที่โบสถ์ซานตามาเรีย เดลเลกราเซีย นะคะ เมืองเวนิส  (Venice) ถ้าหากไปทัวร์อิตาลี กับแฟน ต้องอย่าพลาดที่จะไปเยี่ยมเยือนเมืองสุดโรแมนติกนี้เป็นอันขาด เพราะที่นี่เป็นเมืองสุดฮิตที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกเลือกมาฮันนีมูน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็จะได้กลิ่นอายของความรักตลบอบอวลไปหมดเลย โดยวิธียอดฮิต ในการเที่ยวชมทัศนียภาพอันสวยงาม และสัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติกของ เมืองเวนิส ก็คือ การนั่งเรือกอนโดลา ล่องไปในคลองแกรนด์คาแนล นั่นเอง มาทัวร์อิตาลี ห้ามพลาดเลยนะคะ เมืองปิซา (Pisa) แน่นอนว่ามาทัวร์อิตาลี ทั้งที ถ้าไม่มาที่เมืองนี้ แปลว่ามาไม่ถึงใคร ไม่ว่าใครจะต้องมาถ่ายรูป ‘เอามือยันหอเอน’ ที่หอเอนปิซา ที่เมืองนี้กันทั้งนั้น นอกจากนี้ที่เมืองปิซายังมีสถาปัตยกรรมแบบโรมัน อีกมากมายรอต้อนรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น โบสถ์แห่งเมืองปิซ่า , สุสานโรมัน และ จตุรัสคาวาเลียรี เป็นต้น เมืองฟลอเรนซ์ (Florence) ปิดท้ายกับเมืองมรดกโลกกันค่ะ ที่นี่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อินเลิฟกับวัฒนธรรม และชื่นชอบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของโรมัน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวที่เมืองฟลอเรนซ์ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับโบราณสถานและบุคคลสำคัญของโลก ไม่ว่าจะเป็น โบสถ์ซานตาโครเช ที่เป็นที่ฝังศพของกาลิเลโอ และไมเคิลแองเจโล , จตุรัสซินญอเรีย , หอคอยจิอ็อตโต และพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซิ ค่ะ   ดูสถานที่เที่ยวสุดฮิตในอิตาลี !! คลิกเลย https://tourkrub.co/blog/7place-beauty-italy   และทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลคร่าวๆ ที่ใครเตรียมตัวไปเที่ยว ณ ประเทศอิตาลี ควรรู้ไว้ เพื่อการเตรียมพร้อมก่อนใครนั่นเอง ปัจจุบันนี้การไปทัวร์ยุโรปไม่ใช่เรื่องไกลตัวแล้วนะคะ เพราะมีทัวร์อิตาลี ราคาถูก หรือทัวร์ยุโรป ราคาถูก มากมาย รอให้เพื่อนๆ ได้เลือกจับจองที่นั่งกันอยู่ อย่าพลาดโอกาสดีๆ ในการไปเที่ยวอีกฟากหนึ่งของโลกสักครั้งในชีวิตนะคะ  

อ่านเพิ่มเติม
เผย 4 มุม 4 เส้นทางกับโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นสุดฮิตในราคาสุดคุ้ม !!
เผย 4 มุม 4 เส้นทางกับโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นสุดฮิตในราคาสุดคุ้ม !!

Aug 6, 2018

  ทัวร์ญี่ปุ่น โอซาก้า - ทาคายาม่า   เริ่มที่โปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น เส้นทาง โอซาก้า - ทาคายาม่า กันก่อนเลย ซึ่งแน่นอนว่าโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นนี้จะต้องเก็บแลนด์มาร์คโอซาก้าให้ครบ ไม่ว่าจะเป็น ปราสาทโอซาก้า ย่านชินไซบาชิ โดทงโบริ หรือที่รู้กันในชื่อ ป้ายกูลิโกะ นอกจากนี้ยังมีแหล่งช้อปปิ้งสุดฮิตอย่าง ริงกุ พรีเมียม เอาท์เล็ท ที่มีร้านค้าขายของแฟชั่นลดราคามากมายมาให้เราได้เลือกช้อปปิ้งกันแบบล้มละลายกันไปข้างเลยจ้า.. ส่วนทาคายาม่าที่อยู่ในโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นนี้ก็มีสถานที่ที่น่าสนใจไม่น้อย เริ่มด้วย ทาคายาม่า จินยะ หรือ ที่ว่าการอำเภอเก่าเมืองทาคายาม่า ซึ่งมีอายุมากกว่า 176 ปี ถือเป็นแลนด์มาร์คย้อนยุคแห่งหนึ่งในทัวร์ญี่ปุ่น โอซาก้า-ทาคายาม่า ส่วนอีกที่ก็คือ หมู่บ้าน Little Kyoto หรือ เขตเมืองเก่า ซันมาจิซูจิ ที่เป็นหมู่บ้านเก่าแก่สมัยเอโดะกว่า 300 ปีก่อน   ทัวร์ญี่ปุ่น โอซาก้า - เกียวโต     ทัวร์ญี่ปุ่นเส้นทาง โอซาก้า - เกียวโต จะคล้ายกับโปรแกรม โอซาก้า - ทาคายาม่า ตรงที่เก็บแลนด์มาร์คของโอซาก้าทุกแห่ง แต่จะมีวันหนึ่งที่ออกไปเที่ยวที่เกี่ยวโต โดยที่เที่ยวเกียวโตในโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นนี้มักเป็น ศาลจิ้งจอก (ซุ้มประตูแดง) วัดคิโยมิซุ (วัดน้ำใส) และ วัดคินคะคุจิ (วัดทอง) ซึ่งถือว่าเป็นโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นที่น่าสนใจโปรแกรมหนึ่งเลยทีเดียว เนื่องจากสถานที่แต่ละแห่งนั้นเรียกว่าไม่ธรรมดา เพราะนอกจากจะสวยงามแล้ว ยังมีประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่อีกด้วย   ทัวร์ญี่ปุ่น โตเกียว มากันที่เที่ยวญี่ปุ่นตะลุยกรุงโตเกียวกันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าไฮไลท์ของที่นี่ก็คงไม่พ้น ภูเขาฟูจิ ที่เป็นสัญลักษณ์ของแดนปลาดิบ ซึ่งโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่นั้นจะพาขึ้นไปแค่ชั้น 5 หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย   นอกจากนี้อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ห้ามพลาดเลยสำหรับโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นในกรุงโตเกียวก็คือ วัดอาซากุสะ ที่มีอายุยาวนานมากที่สุดในกรุงโตเกียว ส่วนที่เที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจสำหรับโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นนี้ ได้แก่ หมู่บ้านโอชิโนะฮัคไค ทุ่งดอกลาเวนเดอร์หน้าร้อน รวมถึงย่านชินจุกุ   ทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโด ที่ฮอกไกโดนี้มีโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นที่น่าสนใจมากๆซึ่งก็ขึ้นอยู่กับฤดูกาล แต่หลักๆ แล้วจะมีแลนด์มาร์คที่สำคัญอยู่ไม่กี่แห่งที่ไม่ว่าจะฤดูไหนโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นมักจะจัดให้เราได้เที่ยวกัน ซึ่งแลนด์มาร์คที่ว่านั้น ได้แก่ ตึกธรรมเนียบรัฐบาลเก่า หรือ อะคะเร็งงะ ที่สร้างขึ้นด้วยอิฐสีแดง แถมยังโดดเด่น มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ที่ต่อมาก็คือ สวนโอโดริ ที่อยู่ในทุกทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโด เนื่องจากสวนโอโดรินี้สามารถเที่ยวได้ทุกฤดูกาลทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว โดยในหน้าร้อนนั้นสวนโอโดริจะเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าสนใจที่หนึ่งในฮอกไกโดเลยทีเดียวเพราะสวนแห่งนี้มีต้นไม้ใบไม้นานาพันธุ์ที่ทางฮอกไกโดปลูกขึ้นและจัดเรียงให้สวยงามเป็นระเบียบ ส่วนในฤดูหนาวช่วงเดือนกุมภาพันธ์นั้น สวนโอโดริจะถูกเนรมิตเป็นเทศกาลหิมะซัปโปโร มีการจัดประกวดประติมากรรมหิมะบนเนื้อที่ 1.5 ตารางกิโลเมตรจากผู้เข้าประกวดทั่วโลก สถานที่อีกแห่งที่ทัวร์ญี่ปุ่นมักหยิบมาใส่ในแพ็คเกจ คือ โรงงานช็อคโกแลตอิชิยะ เนื่องจากเที่ยวได้ทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว โดยโรงงานแห่งนี้จะมีสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป ภายนอกถูกตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้นานาพันธุ์ และแน่นอนว่าเราสามารถซื้อช็อคโกแลตกลับไปฝากคนที่บ้านได้ที่โรงงานอิชิยะนะจ้ะ นอกจากนี้ยังมีที่เที่ยวในโปรแกรมทัวร์ให้เลือกหลายที่ด้วยกัน ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเข้ามาเช็คทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ได้ที่เว็บไซต์ทัวร์ครับกันได้เลย ~

อ่านเพิ่มเติม