บทความเที่ยวผ่านทัวร์ครับ โดย Praew

ทัวร์ครับ ชวนรู้!  วิธีเตรียมตัวรับมือให้พร้อม ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ

ทัวร์ครับ ชวนรู้! วิธีเตรียมตัวรับมือให้พร้อม ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ

Nov 9, 2018

           ก่อนเดินทางไปต่างประเทศทุกครั้ง นอกจากจะต้องจองทัวร์ต่างประเทศให้พร้อม เรายังต้องเตรียมตัวและร่างกายให้พร้อมก่อนการเดินทางด้วยนะครับ ในปัจจุบันบางครั้งในแต่ละประเทศก็จะมีการเหตุการฉุกเฉินไม่คาดฝันขึ้น เช่น โรคระบาดต่างๆ ซึ่งวันนี้ ทัวร์ครับจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจกับระดับการเฝ้าระวัง หากจะต้องเดินทางไปในพื้นที่สุ่มเสี่ยง จะได้ ปฏิบัติตัวกันได้ถูกต้องและเที่ยวต่างประเทศได้อย่างปลอดภัยและราบรื่น ครับ โดยหากเมื่อประเทศใด เกิดการระบาดของโรคติดต่อในพื้นที่ จะมีระดับการเฝ้าระวัง ซึ่งสามารถ แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 1 ระดับจับตา ( Travel Watch ) 👁‍🗨         ในระดับที่ 1 นั้น ยังไม่ห้ามการเดินทางไปยังประเทศนั้นๆ สามารถ เดินทางได้ตามปกติ ครับ เพียงแต่นักท่องเที่ยวอาจจะมีการป้องกันตัวเองเบื้องต้น ด้วยการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หรือหากใครที่ยังไม่ได่รับวัคซีนของโรคที่กำลังระบาด สามารถไปรับวัคซีนป้องกันได้ แต่ต้อง 21 วันก่อนเดินทางเท่านั้นนะครับ เพื่อให้วัคซีนได้มีเวลาเข้าไปสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของเรานั่นเองครับ       ระดับที่ 2 ระดับเฝ้าระวังและแจ้งเตือน ( Travel Alert ) 📢         ในระดับที่ 2 นั้น ก็ยังคง อนุญาตให้เดินทางได้ตามปกติ เพียงแต่ทาง ภาครัฐจะมีคำแนะนำในการปฏิบัติตนให้ถูกต้อง หากต้องเดินทางเข้าไปยังพื่นที่ของโรคระบาด ครับ จะได้เดินทางได้อย่างปลอดภัย ราบรื่นและถูกต้องครับผม     ระดับที่ 3 ระดับเตือนภัย (Travel Warning) ⛔️         สำหรับระดับนี้ เรียกได้ว่าเป็นระดับสุดท้าย หากพื้นที่สุ่มเสี่ยงใดเข้าถึงระดับที่ 3 แล้วนั้นหมายความว่า ห้ามเข้าไปยังพื้นที่โดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความรุนแรงของโรคค่อนข้างสูงซึ่งอาจทำให้เราติดเชื้อได้ครับ จึงไม่ควรเสี่ยง เข้าไปยังพื้นที่ระบาดโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัย  นั่นเองครับ               แต่ไม่ว่าระดับการเฝ้าระวังของพื่นที่นั้นจะอยู่ที่ระดับไหน หญิงที่ตั้งครรภ์ก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากจะมีความเสี่ยงกับทารกในครรภ์ได้ครับครับ ทางที่ดีทัวร์ครับแนะนำให้ ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำ หรือหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงนั้นไปก่อนจะดีที่สุดครับ และหากใครกำลังมีแพลนจะเดินทางไปพื้นที่สุ่มเสี่ยง ทัวร์ขอแนะนำให้คอยติดตามข่าวสารให้ดี และปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง รับรองว่าจะได้เที่ยวเพลิน อย่างปลอดภัย สบายใจไร้กังวลแน่นครับผม แน่นอนว่าทัวร์ครับยังมีบทความดีดี ให้ได้ไปฟินกันต่อ กับเคล็ดลับสุดเด็ดเตรียมตัวเที่ยวต่างประเทศ ตามไปอ่านได้เลยที่...   >>> เที่ยวยังไงให้รอด 7 เคล็ดลับ!! เตรียมตัวก่อนไปเที่ยวต่างประเทศ <<<  

อ่านเพิ่มเติม
เที่ยวญี่ปุ่นเมืองไหน เท่าไหร่บ้าง?
เที่ยวญี่ปุ่นเมืองไหน เท่าไหร่บ้าง?

Aug 27, 2018

แผนที่ญี่ปุ่น 7 ภูมิภาคแบบละเอียดยิบ เมืองไหน เที่ยวอะไร เท่าไหร่บ้าง 💙 ฮอกไกโด (Hokkaido) ฮอกไกโดเกาะที่อยู่เหนือสุดของญี่ปุ่น คนไทยเองนิยมไปเที่ยวฮอกไกโดกันมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เพราะหนัง แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว จนทำให้เกิดกระแส เที่ยวตามรอย อยากไปสัมผัสอากาศหนาวในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรัก ความโรแมนติคของฮอกไกโด งานนี้บอกเลยว่าฟินสุด ๆ ของกิน : ✰✰✰✰ ใครที่มาฮอกไกโดบอกเลยว่ากินกันตัวแตก เพราะว่าฮอกไกโดนั้นขึ้นชื่อในเรื่องของอาหาร โดยเฉพาะอาหารทะเล ที่ทั้งสด รสชาติดี ไฮไลท์ของที่นี้ก็คือ ปูฮอกไกโด ที่ตัวใหญ่มากแถมหวานมากอีกด้วย นอกจากนี้ฮอกไกโดยังขึ้นชื่อเรื่อง นม และ ชีส เพราะฮอกไกโดมีอากาศที่หนาวเย็นทำให้วัวสร้างน้ำนมที่มีไขมันดีเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ สุดท้ายไม่พูดถึงไม่ได้เลย เพราะ ฮอกไกโดไม่ได้มีดีแค่นม แต่เบียร์ที่เค้าการันตีว่าเบียร์ของที่นี้ เป็นเบียร์ที่ สด อร่อย มีความละมุนละไม เห็นอย่างนี้แล้วไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฮอกไกโดถึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็น Kingdom of Foodก็เพราะอาหารการกินที่นี้มีแต่ของอร่อยนี้เอง ใครมาที่ฮอกไกโดรับรองว่าจะอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งทริปแน่นอน!!!! ช้อปปิ้ง  : ✰✰✰ สถานที่ช้อปปิ้งของฮอกไกโดเป็นย่านๆ อาจจะมีไม่เยอะเหมือนกับเมืองใหญ่ๆอย่างโตเกียว หรือโอซาก้า แต่เค้ายังพอมีแหล่งช้อปปิ้งอยู่บ้าง เช่นย่านซูซูกิโนะ  ที่อยู่ใจกลางงเมืองซัปโปโร พอให้ช้อปได้หายอยาก  เสียตังได้ ไม้แพ้กับที่อื่นแน่นอน ที่เที่ยวธรรมชาติ  : ✰✰✰✰✰ สำหรับที่เที่ยวธรรมชาติของฮอกไกโดก็ต้องยกให้เป็นที่ 1 ไม่ว่าจะ บ่อน้ำสีฟ้า ทุ่งดอกไม้ ฟุราโนะ นั่งเรือตัดน้ำแข็ง หุบเขาจิโงคุดานิ นอกจากจะเป็นเกาะที่มีที่เที่ยวสวยๆแล้ว  ยังมีความหลากหลายของธรรมชาติ เพราะเป็นเกาะที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติมากๆ ที่เที่ยววัฒนธรรม  : ✰✰✰ โอตารุ เมืองขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากซับโปโรนับว่าเป็นเมืองที่มีความเก่าแก่ มีกลิ่นอายความเป็นยุโรป เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่อยู่ในฉากสำคัญที่สุดแสนจะโรแมนติกของหนังเรื่องแฟนเดย์ ซึ่งหอนาฬิกาไอน้ำ โอตารุ ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ห้ามพลาดที่ต้องมาถ่ายรูป นาฬิกาไอน้ำจะพ่นไอน้ำเป็นเสียงดนตรีที่ไพเราะทุก ๆ 15 นาที และถ้าพูดถึงหอนาฬิกาไอนํ้า คงไม่พูดถึง พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ ไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นที่ ที่มีกล่องดนตรีมากมายหลายแบบ แต่ละชิ้นนั้นมีความน่ารักมาก ๆ ซึ่งบรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์ถูกตกแต่งด้วยแสงไฟสีส้มนวลให้ความรู้สึกอบอุ่นโรแมนติกแบบเดียวกับในหนังเลย เที่ยวช่วงไหนดี ฮอกไกโดขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวและเทศกาลหิมะ ดังนั้นช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวฮอกไกโดคือช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ในฤดูหนาวจะมีการจัดงานเทศกาลหิมะขึ้นในหลายๆ เมืองที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดก็คือ เทศกาลหิมะเมืองซัปโปโร และหน้าหนาวของฮอกไกโดก็ยังมีพืชผักผลไม้เมืองหนาวต่างๆ มีความอุดมสมบูรณ์และมีรสชาติที่ดีอีกด้วย ฤดูกาล  ฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ ทั่วทั้งเกาะจะถูกปกคลุมด้วยหิมะ อากาศติดลบ กลางวันจะสั้นกว่าปกติ 16.00 ก็จะเริ่มมืด แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จะปิดเร็วกว่าเดิมประมาณ 1 ชม. ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม เป็นช่วงที่อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นแล้ว สามารถชมซากุระได้ในเมืองทางใต้ของเกาะซึ่งซากุระที่นี้จะบานช้ากว่าที่โตเกียวประมาณ 1 เดือน ฤดูร้อน ช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม อากาศประมาณ 17 - 30 องศา แถบเมืองฟุราก็จะมีแต่ทุ่งดอกไม้หลากสี ช่วงเดือนกรกฎาคมจะเป็นช่วงที่ดอกไม้บานเต็มทุ่งที่สุด ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี อากาศก็จะเริ่มเย็นลงต้นไม้ที่ฮอกไกโดพาเริ่มกันผลัดใบเป็นสีเหลือง สีส้ม และสีนํ้าตาล 💙 โทโฮคุ(Tohoku) โทโฮคุ เป็นภูมิภาคที่มีทัศนียภาพและภูมิประเทศที่สวยงามในด้านของธรรมชาติอย่าง ทะเลสาบ น้ำตก หรือออนเซ็นธรรมชาติท่ามกลางหุบเขาจนได้รับการขนานนามว่า เป็นอัญมณีแห่งแดนอาทิตย์อุทัยเลยทีเดียว นอกจากนี้โทโฮคุยังมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามทั้งปราสาทและศาลเจ้าอีกด้วย ของกิน : ✰✰✰ อาหารการกินของภูมิภาคโทโฮคุจะมีไม่หลากหลายเท่ากับภูมิภาคอื่น อาหารที่นิยมก็คือกิวตังหรือลิ้นวัวย่างนั้นเองลิ้นวัวย่างที่ย่างจากเตาถ่านสัมผัสถึงความหอม เมื่อกินแล้วได้รสชาติความนุ่มชุ่มฉ่ำสุด ๆ แต่ถ้าใครไม่ถนัดแล้วละก็ ขอแนะนำ คิตะคาตะราเม็ง ซึ่งเป็นหนึ่งในสามสุดยอดราเม็งของญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในของดีของโทโฮคุอีกด้วยคิตะคาตะราเม็งนั้นพิเศษที่น้ำซุปที่มีความเข้มข้นมาก ๆ แถมตัวเส้นราเม็งนั้นทั้งใหญ่และเหนียวนุ่ม หากใครได้มาเที่ยวที่แถบโทโฮคุแล้วไม่ได้กินถือว่าพลาดมาก ๆ ช้อปปิ้ง  : ✰✰✰ หากมาที่โทโฮคุแล้วต้องการช้อปปิ้ง เราขอแนะนำให้มาที่เซนได เพราะที่เซนไดนั้นถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีความเจริญและใหญ่ที่สุดในแถบภูมิภาคโทโฮคุ หากมาที่เซนไดต้องมาแวะที่ ตลาดเช้าอะไซชิ ซึ่งถือได้ว่าเป็นตลาดที่มีความคึกคักมาก ถึงแม้ตลาดจะไม่ได้ใหญ่แต่สินค้ามีให้เลือกมาย โดยเฉพาะสินค้าท้องถิ่น จนตลาดนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นครัวของเซนไดเลยทีเดียวเชียว ที่เที่ยวธรรมชาติ  : ✰✰✰✰✰ ซาน ออนเซ็น เมืองแห่งนํ้าพุร้อนที่มีชื่อเสียงมากจากละครเรื่องโอชิน ซึ่งเป็นละครที่ดังมาก ๆ ในญี่ปุ่น บ้านเราก็เช่นกันที่จินซาน ออนเซ็นถือได้ว่าเป็นเมืองออนเซ็นที่สวยงามอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น ที่พักก็เป็นเรียวกังแบบสไตส์ดั้งเดิมหากได้ไปที่นี้แล้ว จะรู้สึกเหมือนตัวเองได้ย้อนกลับไปในอดีตที่สวยงามเลยและถ้าหากมาแล้วสวมชุดยูคาตะ ก็คงจะยิ่งได้บรรยากาศสุด ๆ ไปเลย ที่เที่ยววัฒนธรรม  : ✰✰✰✰✰ สถานที่เที่ยวธรรมชาติโทโฮคุ รับรองว่าประทับใจแน่นอน ทั้งทะเลสาบ น้ำตก ภูเขา หรือออนเซ็นธรรมชาติท่ามกลางหุบเขา และเป็นภูมิภาคที่นักท่องเที่ยวยังไปเที่ยวไม่มากนัก จึงทำให้ธรรมชาติสมบูรณ์มาก ไปเที่ยวช่วงไหนดี  สำหรับภูมิภาคโทโฮคุแนะนำว่าต้องมาฤดูร้อน และฤดูหนาว การมาเที่ยวธรรมชาติในแถบภูมิภาคโทโฮคุช่วงหน้าร้อน ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก เพราะธรรมชาตินํ้าตก ป่า ทะเลสาบ ช่วงนี้จะสวยงาม แสงแดดส่องระยิบระยับ สำหรับหน้าหนาว ก็สวยไม่แพ้กันกับหน้าร้อน เพราะที่จินซานจะสวยมากๆ เป็นหมู่บ้านกลางหุบเขาที่มีหิมะปกคลุม และsnow monster ที่ยามากาตะจะมีเฉพาะหน้าหนาวเท่านั้น เป็นที่เท่าที่สวยแปลกตา แต่คนยังไม่นิยมไปเที่ยวกันมากนัก ฤดูกาล  ฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา ดังนั้นฤดูหนาวของภูมิภาคนี้จึงหนาวมาก ๆ แต่ความสวยงามเมื่อหิมะปกคลุมเทือกเขากับทำให้ธรรมชาติดูสวยงามยิ่งขึ้น ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม ถ้าใครพลาดการชมซากุระที่โตเกียว ที่ร่วงโรยไปแล้ว มาที่นี่ได้เลย ช่วงเดือนเมษายนดอกซากุระกำลังเบ่งบานสวยงาม ฤดูร้อน ช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม เป็นช่วงที่ภูมิภาคโทโฮคุสนุกสนานไปด้วยเทศกาลสีสันฤดูร้อนที่อาโอโมริเป็นหนึ่งในสามเทศกาลฤดูร้อนที่ใหญ่ที่สุด ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน ภูมิภาคโทโฮคุอยู่บริเวณฝั่งทิศเหนือของญี่ปุ่น ทำให้มีอุณหภูมิที่ตํ่า ดังนั้นใบไม้ของภูมิภาคนี้จะเปลี่ยนสีเร็วกว่าภูมิภาคอื่น ๆ 💙 คันโต(Kanto) คันโตเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงโตเกียว เป็นเมืองอันดับหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด ใครที่มาญี่ปุ่นจะต้องเลือกมาโตเกียวเป็นอันดับแรกๆ เพราะเป็นเมืองที่มีระบบคมนาคมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลย มีสนามบินใหญ่อย่างสนามบินนาริตะ อีกทั้งยังมีแหล่งช้อปปิ้ง รวมถึงไปถึงที่เที่ยวทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอีกตั้งหาก ของกิน : ✰✰✰✰ ในแถบภูมิภาคคันโตนั้นถือว่าหาอาหารทานได้ง่ายและหลากหลาย โดยเฉพาะเมืองหลวงอย่างโตเกียว ที่แทบจะหาทานได้ทุกอย่างไม่ใช่เฉพาะแค่ภูมิภาคตัวเองเท่านั้น อาหารที่นิยมของภูมิภาคนี้อาทิ ซูชิ อูด้ง เทมปุระ เกี๊ยวซ่าซึ่งเป็นอาหารที่คนไทยเราคุ้นเคยคุ้นชินกันอยู่แล้วสามารถทานได้ง่าย นอกจากนี้เค้าก็มีผลไม้เหมือนกันอย่างสตอเบอรี่ลูกโตเราสามารถที่จะไปชิมได้ถึงสวนเลยซึ่งอยู่ที่จังหวัดชิบะนี้เสน่ห์ของที่นี้ก็คือสามารถเลือกเก็บสตอเบอรี่สด ๆ ได้จากต้นเลย ช้อปปิ้ง  : ✰✰✰✰✰ ถ้ามาที่โตเกียวแล้วละก็ เตรียมเก็บเงิน กำกระเป๋าตังค์ให้แน่น เพราะที่นี่คือสวรรค์แห่งการช้อปปิ้งที่แท้จริง มีให้เลือกจนหลายตาไปหมด ซึ่งที่โตเกียวนั้นไม่เพียงแค่ดูดเงินจากผู้หญิงเท่านั้น แต่สามารถดูดเงินจากเหล่าบรรดาคุณผู้ชายได้อีกด้วย ก็เพราะที่โตเกียวเค้ามีย่านสำหรับผู้ชายที่ชื่นชอบกันดั้ม โมเดลให้ได้เลือกช้อปมากมาย อย่างย่านอากิฮาบาระ นอกจากกันดั้มแล้ว ก็จะมีเกมส์ มีการ์ตูน ของเล่นมากมายอีกทั้งย่านนี้ยังเป็นศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกด้วยจนได้รับฉายาว่า เมืองอิเล็กทรอนิกส์อากิฮาบาระ ที่เที่ยวธรรมชาติ  : ✰✰✰✰ แน่นอนว่าหากมาที่แถบคันโตแล้วไม่มาภูเขาไฟฟูจิ ถือว่ามาไม่ถึงญี่ปุ่นแน่ ๆ ซึ่งภูเขาไฟฟูจินั้นถือเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นอีกทั้งภูเขาไฟฟูจิยังเป็นภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย ด้วยความสวยงามของภูเขาไฟฟูจิจึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาชมความงามกันอย่างมากมาย นอกจากภูเขาไฟฟูจิแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติอีกมากมายอย่างนิกโก้ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามจนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก หากใครมาเที่ยวเมืองหลวงอย่างโตเกียวแล้วก็สามารถออกมาเที่ยวรอบ ๆ เมืองโตเกียวพบกับธรรมชาติที่สวยงามได้ไม่ยากเลย ที่เที่ยววัฒนธรรม  : ✰✰✰✰ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมก็ยังมีอยู่ในแถบคันโต เช่นชิบะ และนิกโก้ยังมีเมืองประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ เมืองเล็ก ๆ ที่สามารถสัมผัสกับวัฒนธรรมช่วงยุคเอโดะ ดื่มด่ำกับบรรยากาศอันเงียบสงบ ไปเที่ยวช่วงไหนดี  สำหรับแถบภูมิภาคคันโตแล้วถือว่าเที่ยวได้ทั้งปีเลย แต่ช่วงที่คนนิยมมากที่สุดคงเป็นฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระบานซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ของทุกปี ฤดูกาล  ฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมกราคมจะเป็นเดือนที่หนาวที่สุด อากาศจะหนาวเย็น หิมะจะตกบางปี ในปีที่หนาวจัดๆ อากาศประมาณ 10 - 2 องศา ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม ในช่วงปลายเดือนมีนาถึงต้นเมษาจะเป็นช่วงที่ดอกซากุระบานแทบจะในทุกพื้นที่ของเมืองโตเกียว ฤดูร้อน ช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่อากาศร้อนชื้น แดดในช่วงนี้จะแรงมาก สลับกับอาจจะมีฝนพายุได้ในช่วงนี้ ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน ช่วงเดือนกันยายังจะมีฝนพายุตกอยู่แต่พอเข้าเดือนตุลาเป็นต้นไปจะเป็นช่วงเข้าสู่ใบไม้เปลี่ยนสี 💙 ชูบุ (Chubu) ชูบุเป็นภูมิภาคที่ตั้งอยู่ตรงส่วนกลางของญี่ปุ่นมีเมืองนาโงยะเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาค ชูบุจะอยู่ระหว่างภูมิภาคคันโตและคันไซ ชูบุนั้นมีเทือกเขาสูงชันทำให้เกิดสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันมาก ดังนั้นวัฒนธรรม และสภาพอากาศจึงมีความแตกต่างกันไปในแต่ละเมือง ส่วนที่ติดกับทะเลจะอบอุ่น แต่ส่วนเทือกเขานั้นจะมีหิมะ ของกิน : ✰✰✰ อาหารขึ้นชื่อของภูมิภาคนี้ ต้องยกให้ ฮิทสึมะบุชิเป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองนาโกย่า หน้าตาของฮิทสึมะบุชิจะมีความคล้ายข้าวหน้าปลาไหลย่าง แต่ฮิทสึมาบูชินี้มีความแตกต่างจากข้าวหน้าปลาไหลย่าง คือ ต้องหั่นซอยเนื้อปลาไหลย่างเป็นชิ้นย่อยๆมีการโรยสาหร่าย ซึ่งข้าวหน้าปลาไหลย่างจะไม่มี ปัจจุบันฮิทสึมะบุชินั้นสามารถหาทานได้ที่ภูมิภาคอื่น ๆ แต่ถ้าใครได้มาที่นาโกย่า ก็ควรเก็บฮิทสึมะบุชิเป็นหนึ่งในเมนูที่ต้องทาน จะได้ทานกันแบบออริจินอลของแท้ดั้งเดิมเลย ช้อปปิ้ง  : ✰✰✰ สำหรับขาแล้วควรมาที่ย่าน Sakae ถือเป็นย่านการค้าขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดของนาโกย่า เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มากมาย นอกจากนั้นแล้วย่าน Sakae ยังเป็นแหล่งของร้านแบรนด์เนมชื่อดังต่าง ๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่สองฝั่งถนน อาทิแบรนด์ยอดนิยมอย่าง H&M,Forever 21 หรือ Adidas ซึ่งถือว่าเป็นย่านที่เอาใจขาช้อป โดยเฉพาะสาวกแบรนด์เนม งานนี้หนุ่ม ๆ สาว ๆ คงต้องกำเงินแน่นหน่อยเพราะอาจจะหมดเงินแบบไม่รู้ตัวแน่ ๆ   ที่เที่ยวธรรมชาติ  : ✰✰✰✰ หากมาที่ภูมิภาคนี้ต้องขอแนะนำที่เที่ยวสุดฮิตทั้งในหมู่คนไทยและต่างชาติอย่างหมู่บ้านหลังคาโบราณชิราคาวะโกะ เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของชิราคาวาโกะ ซึ่งได้ถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกยูเนสโก ไฮไลท์ของที่หมู่บ้านนี้คือ เทศกาล Light Up เทศกาลประดับไฟใน 1 ปี จะจัดเพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้น ความพิเศษและความงดงามของหมู่บ้านนี้ ทำให้เป็นที่ต้องการในการเข้าพักของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆหากใครสนใจก็ควรจะวางแผนและเตรียมตัวจองไว้ให้พร้อมนะคะ ที่เที่ยววัฒนธรรม  : ✰✰✰✰✰ หากต้องการเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของภูมิภาคนี้ต้องมาที่ ทาคายาม่า หมู่บ้านโบราณที่คงเอกลักษณ์มาตั้งแต่สมัยเอโดะ เมืองโบราณแห่งนี้เต็มไปด้วยสถานที่น่าสนใจ อาทิ โรงกลั่นสาเกเก่า ศาลเจ้า แกลอรี่ และพิพิธพัณฑ์มากมาย ที่จะพานักท่องเที่ยวทุกคนได้ย้อนยุคไปสัมผัสประวัติศาสตร์สมัยเอโดะเลย ไปเที่ยวช่วงไหนดี หากมาภูมิภาคชูบุแนะนำให้มาฤดูหนาวโดยเฉพาะการมา หมู่บ้านหลังคาโบราณชิราคาวาโกะการที่หิมะปกคุมหลังค าบ้านหากมองจากวิวลงมาแล้วนั้น เหมือนตัวเองกำลังได้อยู่ในเมืองแห่งเทพนิยายเลยทีเดียว นอกจากนั้นหากได้แช่ออนเซ็นท่ามกลางอากาศหนาว ๆ ก็คงจะฟินและดีไม่น้อยเลย ฤดูกาล ฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ ช่วงฤดูหนาวของแถบชูบุนั้นจะมีหิมะตกหนัก แต่ระยะเวลาจะสั้นกว่าภูมิภาคฮอกไกโด ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม ฤดูร้อน ช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม  ภูมิภาคนี้ถ้าเป็นฤดูหนาวก็จะหนาวจัด ส่วนถ้าเป็นฤดูร้อนก็จะร้อนจัดเช่นกัน รวมถึงภูมิภาคนี้จะมีฤดูร้อนที่ยาวนานกว่าภูมิภาคอื่น ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน อากาศช่วงนี้ของแถบชูบุจะมีอากาศที่เย็นสบาย แถมเดือนนี้จะได้เห็นความงามใบไม้เปลี่ยนสีของต้นเมเปิ้ล 💙 ชูโกกุ (Chugoku) ภูมิภาคชูโกกุ อยู่ถัดจากภูมิภาคคันไซ ในภูมิภาคนี้จะมีพื้นที่ภูเขาพาดผ่านกลางทำให้แบ่งเป็น 2 ส่วน พื้นที่ด้านบนเรียกว่า ซันอิน มีความเป็นชนบทติดกับทะเลญี่ปุ่น ส่วนด้านล่างที่เรียกว่าซันโย เป็นเมืองที่มีความเจริญ เด่นด้านวัด ศาลเจ้ากลางน้ำ ปราสาทที่เก่าแก่ และก็ถ้ำโบราณ ของกิน : ✰✰✰ ฮิโรชิมา เป็นที่ผลิตหอยนางรมได้มากเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น หอยนางรมที่ฮิโรชิมานั้น หอยจะตัวใหญ่ เนื้อแน่น รสชาติดี หากมาทานช่วงฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาว เป็นฤดูที่หอยนางรมนั้นจะมีรสชาติที่อร่อยสุด ๆ   ช้อปปิ้ง  : ✰✰✰ สำหรับภูมิภาคชูโกกุ ฮิโรชิมาถือว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ที่สุด แหล่งช้อปปิ้งตั้งอยู่บนถนนฮอนโดริ ซึ่งจะเป็นถนนคนเดินยาว หลังคาโปร่ง ภายในเต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารมากมาย เพลิดเพลินไปกับการช้อปปิ้งตลอดทางแนวยาว ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า เพลิดเพลินไปกับอาหารการกินมากมาย แถมแหล่งช้อปปิ้งยังอยู่ไม่ไกลจากสวนสันติภาพฮิโรชิมา ทำให้เดินทางมาได้สะดวกมาก ๆ ที่เที่ยวธรรมชาติ  : ✰✰✰ ทตโทริ เป็นที่ตั้งของทะเลทรายที่ใหญ่และมีเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่น เนินทรายของทตโทริ จะมีสีเหลืองคล้ำ เพราะมีการผสมของเนื้อทรายกับเถ้าภูเขาไฟ จุดไฮไลท์ของทตโทริคือทิวทัศน์ของทรายสูงใหญ่ ที่ตัดกับสีของท้องฟ้าและสีของท้องทะเล และที่สำคัญถึงแม้ว่าทตโทริจะเป็นทะเลทราย แต่พอเข้าฤดูหนาวเนินทรายจะกลายเป็นหิมะทันที ซึ่งต้องยอมรับในความงามของธรรมชาติที่ญี่ปุ่นจริง ๆ เพราะเค้ามีครบทุกอย่างแม้แต่ทะเลทรายก็มีให้ชม แบบนี้ห้ามพลาดเลย ที่เที่ยววัฒนธรรม  :✰✰✰✰ ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเสน่ห์ความงดงามของศาลเจ้าอิคุทสึชิม่า มีเสน่ห์ในเรื่องโทริอิกลางน้ำในช่วงที่น้ำลง นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปชมโทริยักษ์นี้ได้ถึงที่เลยทีเดียวศาลเจ้าอิสึกุชิมะเป็น 1 ใน 3 จุดชมวิวทางทะเลที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น ดังนั้นหากใครมาที่แถบชูโกกุควรมาดูความสวยงามของศาลเจ้าอิสึกุชิมะ ไปเที่ยวช่วงไหนดี  ฤดูใบไม้ร่วง เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการมาเที่ยวแถบนี้มากที่สุด เพราะสภาพอากาศนั้นสงบคงที่ ธรรมชาติสวยงามจากใบไม้ที่กำลังจะเปลี่ยนสี และในช่วงกลางวันสามารถเที่ยวได้อย่างสบาย ๆ อากาศเย็นกำลังดี ฤดูกาล  ฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ในเดือนมกรานั้นจะมีอากาศที่หนาวที่สุด ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม ช่วงดอกซากุระกำลังผลิบาน แต่อุณหภูมิในช่วงนี้ตอนกลางวันอากาศจะอบอุ่น แต่ตอนเย็นอากาศจะมีความเย็นลง ฤดูร้อน ช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม  ช่วงเดือนมิถุนาจะเป็นช่วงเวลาที่มีความชื้นสูง ซึ่งในแถบนี้จะมีความร้อนมากกว่าแถบโตเกียว ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน หากเข้าสู่ปลายเดือนตุลาคมแล้ว จะเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้พากันเปลี่ยนสี 💙คันไซ (Kansai) ภูมิภาคคันไซ มีเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างโอซาก้า ที่เป็นเมืองใหญ่มีความเจริญเป็นอันดับ 2  เมืองเกียวโต นารา ที่โดดเด่นในเรื่องประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี รวมไปถึงยังเป็นภูมิภาคที่มีชื่อเสียงในเรื่องความงามของธรรมชาติ จนได้รับฉายาว่าเป็น เมืองต้นไม้ ของกิน : ✰✰✰✰✰ ถ้ามาภูมิภาคคันไซจะต้องอ้วนกลับไปแน่ ๆ เพราะภูมิภาคนี้เต็มไปด้วยของอร่อย อาหารหลากหลาย ลายตาไปหมด ถึงแม้จะเป็นของที่หาทานได้ไม่ยากแต่ภูมิภาคนี้เป็นต้นตำหรับของอาหารญี่ปุ่นหลายๆอย่าง และหากมาที่ภูมิภาคนี้แล้วไม่กินเนื้อโกเบ ถือว่ามาไม่ถึงแน่ เพราะเนื้อโกเบนั้นเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางทั่วโลกเลย เป็นเนื้อที่มีความชุ่มฉ่ำมากเมื่อเทียบกับเนื้อวากิว จะหาทานได้ง่ายตามร้านในเมืองโกเบ ช้อปปิ้ง  : ✰✰✰✰✰ นอกจากอาหารที่ภูมิภาคนี้อาหารจะอร่อยแล้ว แหล่งช้อปปิ้งก็มีเยอะไม่แพ้เมืองหลวงอย่างโตเกียวเลย โอซาก้าเป็นแหล่งช้อปปิ้งเยอะมากตั้งกระจายตัวอยู่ทั่วเมือง เปิดกันตั้งแต่เช้าจนดึกที่นิยมมาก ๆ คือย่านโดทงบุริ ที่วัยรุ่นที่นิยมมาเที่ยวกัน จุดแลนด์มาร์คของย่านโดทงบุริ ก็คือป้ายกูลิโกะ ใครมาแถบนี้ต้องแวะมาทั้งนั้น ที่เที่ยวธรรมชาติ  : ✰✰✰✰ ภูมิภาคคันไซนั้นถือว่ามีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามอยู่แทบทุกจังหวัด อย่างเกียวโตที่ผู้คนต่างมาชมเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี หรือเทศกาลดอกซากุระที่เกียวโต เพราะเกียวโตนั้นมีธรรมชาติที่งดงามและอุดมสมบูรณ์มาก หรืออย่างนาราที่มีสวนสาธารณะริมเขาขนาดใหญ่ เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงกวางในธรรมชาติ ซึ่งกวางในสวนนี้เป็นมิตรกับผู้คน สามารถซื้ออาหารให้กวางและถ่ายรูปได้อย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่าจะได้ความเป็นญี่ปุ่นแบบธรรมชาติสุด ๆ ที่เที่ยววัฒนธรรม : ✰✰✰✰✰ ภูมิภาคคันไซนั้นถือเป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรม และประเพณีดั้งเดิมหลายอย่างเลยทีเดียว วัดและศาลเจ้าหลายแห่งมากมายได้รับการรับรองเป็นมรดกโลกอย่างวัดคิโยะมิซุ หรือที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันในชื่อ วัดน้ำใส ซึ่งชื่อเสียงของวัดนั้นโด่งดังมาก อีกทั้งยูเนสโกได้บันทึกให้วัดแห่งนี้ ขึ้นเป็นมรดกโลกสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปอีกด้วย วัดน้ำใส คนนิยมถ่ายรูปคือระเบียงวัดคิโยมิสึซึ่งสูง 12 เมตร จากพื้นใต้หน้าผา จากระเบียงนี้สามารถมองลงมาเห็นวิวเมืองเกียวโตได้ทั่วทั้งเมือง ไปเที่ยวช่วงไหนดี  ฤดูใบไม้ร่วงเหมาะสมที่สุดกับการมาเที่ยวแถบภูมิภาคคันไซ เนื่องจากภูมิภาคนี้มีความสวยงามทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ มาดูใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมตามวัดล ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของภูมิภาคคันไซเลย ฤดูกาล  ฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ หน้าหนาวที่แถบคันไซเหมาะกับการแช่ออนเซ็นมาก ๆ ฤดูหนาวจะหนาวมาก ๆ ในเดือนมกราคม ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม อากาศช่วงนี้จะเย็นสบายแต่ยังหนาวอยู่ ช่วงปลายเดือนมีนาถึงต้นเดือนเมษาช่วงนี้ซากุระจะบานเต็มที่ ฤดูร้อน ช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม  เดือนมิถุนายน จะมีฝนตกมากที่สุด และเดือนสิงหาคมจะเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด และถ้าใครอยากมาเที่ยวแบบธรรมชาติเขียวขจี ก็เหมาะสุดๆในหน้าร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายนล ช่วงเดือนกันยาอาจจะเจอพายุบ้างแต่หลังจากนั้นอากาศจะเย็นสบายกำลังดี ใบไม้เปลี่ยนสีเหมาะกับการมาเที่ยวมาก ๆ 💙 คิวซู (Kyushu) คิวซูนั้นมีการท่องเที่ยวที่หลากหลาย แถมค่าครองชีพที่คิวซูนั้นยังถูกกว่าเมืองใหญ่ ๆ อย่างโตเกียวหรือโอซาก้าอีก การท่องเที่ยวของภาคคิวซูจะได้สัมผัสถึงความเป็นธรรมชาติแบบสุด ๆ หากนักท่องเที่ยวคนไหนไม่ชอบเที่ยวตามเมือง ที่คิวซูถือว่าตอบโจทย์ แถมการท่องเที่ยวของคิวซูนั้นเหมาะสำหรับการขับรถเที่ยวมาก ๆ ของกิน : ✰✰✰ แถบภูมิภาคคิวซูนั้นได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ของนักชิม ด้วยความหลากหลายของอาหาร แต่ละประเภทก็จะมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน เช่น อาหารทะเลสดๆ อย่าง ปลาหมึกโยะบุโกะ ที่นำปลาหมึกตัวเป็นๆมาทานเป็นซาซิมิ ความสดใหม่ของอาหารทะเลที่นี่ขึ้นชื่อมาก ไม่คาวเลย หรือเมนูเพื่อสุขภาพชื่อว่า จิโกะคุมุชิ ที่ปรุงอาหารให้สุกโดยการนึ่งด้วยไอร้อนจากแหล่งน้ำพุร้อนตามธรรมชาติ นอกจากนี้โอกินาว่าที่เป็นเกาะอยู่ใต้สุด ก็ยังเป็นสถานที่ที่เลี้ยงวัวเนื้อชั้นดี ช้อปปิ้ง  : ✰✰✰ แหล่งช้อปปิ้งเท็นจินถือว่าเป็นย่านช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคิวชู โดยในย่านเท็นจินจะมีทั้งห้างสรรพสินค้ามากมาย สินค้ามีให้เลือกช้อปทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคหรือบริโภคมีตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า สินค้าแบรนด์เนม เครื่องสำอาง รวมไปถึงร้านอาหารให้ได้เลือกช้อป เลือกชิม อีกมากมาย ที่เที่ยวธรรมชาติ  : ✰✰✰✰✰ ถ้าพูดถึงภูมิภาคคิวซูแล้ว ช่วงนี้ต้องคิดถึงโอกินาว่าเลย โอกินาว่าทำให้นักท่องเที่ยวได้เปิดมุมมองการเที่ยวญี่ปุ่นในมุมใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่แค่ตึกหรือเมืองที่ทันสมัย แต่ญี่ปุ่นก็ยังมีชายทะเลด้วย โอกินาว่าจะทำให้ผู้คนที่ได้มาหลงใหลในเสน่ห์ของชายหาดสีขาวและทะเลสีฟ้า และการมาโอกินาว่านั้นไม่ได้มีแค่ชายหาดสวย ๆ แต่ยังมีอควาเรียมที่ใหญี่ที่สุด ที่จะพานักท่องเที่ยวทุกคนไปเปิดโลกความงามใต้นํ้า ภายในมีหอชมวิวใต้สมุทร ซึ่งเมื่อเดินลงบันไดไปจะพบกับหน้าต่างกระจกจำนวนมาก ให้ได้ชื่นชมปลาเขตร้อนสีสันสดใสสวยงามซึ่งอาศัยอยู่ที่ระดับความลึก 5 เมตรใต้ท้องทะเลได้ในอย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่ามาที่นี่แล้วจะได้เห็นญี่ปุ่นในมุมใหม่ ๆ อย่างแน่นอน ที่เที่ยววัฒนธรรม  : ✰✰✰ ที่เที่ยววัฒนธรรมที่เป็นที่นิยมในภูมิภาคคิวซู คือ ปราสาทชิมาบาระ ตั้งอยู่ในจังหวัดนางาซากิ เป็นปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นประมาณช่วงต้นของยุคเอโดะ ปราสาทนั้นมีขนาดที่ใหญ่โต ถือได้ว่าใหญ่สุดในแถบภูมิภาคนี้แล้วสำหรับปราสาทชิมาบาระนั้น ภายในปราสาทมีการให้ข้อมูลประเพณี วัฒนธรรม ของสมัยโบราณ ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ส่วนด้านนอกปราสาทนั้น ทางทิศเหนือจะเป็นที่ตั้งของบ้านซามูไร นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ ส่วนทางตอนใต้ของปราสาท ที่ย่านนี้จะมีร่องน้ำเล็กอยู่ตามถนนโดยในร่องน้ำนี้มีปลาคาร์ฟสีสันสด ใสมากมายหลายพันตัวเลยทีเดียว ไปเที่ยวช่วงไหนดี  ฤดูใบไม้ร่วง คือ ฤดูที่เหมาะสมที่สุดในการมาภูมิภาคคิวซู ซึ่งได้ผ่านพ้นฤดูร้อนมาแล้ว ไม่เสี่ยงเจอกับพายุไต้ฝุ่นมากนัก สภาพอากาศนับว่าคงที่ ที่สุด เหมาะกับการเที่ยวที่สุดอากาศกำลังเย็นสบาย ลมเย็นเบา ๆ ฤดูกาล ฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ สำหรับภาคคิวซูที่อยู่ตอนใต้นั้น อากาศจะไม่หนาวจัดเหมือนภูมิภาคอื่น ๆ นอกจากอยู่ทางตอนใต้สภาพภูมิอากาศจะอบอุ่น ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม เข้าสู่การผลิบานของดอกซากุระและดอกไม้ชนิดอื่น ๆอากาศจะอบอุ่น อากาศจะไม่ได้หนาวมาก รู้สึกเย็นสบาย แต่อาจจะมีบางครั้งที่รู้สึกร้อน เพราะแดดจะแร ฤดูร้อน ช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม อากาศฤดูร้อน จะมีความร้อนแบบร้อนชื้น ซึ่งในช่วงนี้มีโอกาสที่จะเจอฝนด้วย และภูมิภาคคิวซูมีโอกาสเจอพายุไต้ฝุ่นได้มากกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน ฤดูใบไม้ร่วงอุณหภูมิจะตํ่ากว่าฤดูร้อนแถมไม่เจอพายุทำให้ช่วงนี้เหมาะแก่การเที่ยว อากาศสบาย มีลมเย็นเบา ๆ  

อ่านเพิ่มเติม
5 กระทู้เด็ด! ทัวร์เกาหลี Pantip  รีวิวเที่ยวเกาหลีแบบทัวร์ๆ!
5 กระทู้เด็ด! ทัวร์เกาหลี Pantip รีวิวเที่ยวเกาหลีแบบทัวร์ๆ!

May 22, 2018

        เกาหลี (Korea) ประเทศยอดฮิตขวัญใจคน กับความทันสมัยของบ้านเมือง ความสะดวกสบายในการเดินทาง แถมยังเต็มไปด้วย อาหารอร่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศฟินๆ อีกเหตุผลที่สำคัญในหมู่สาวๆก็คือ การได้มาติ่งในดินแดนของชายหนุ่มในฝันของเรา คนไทยส่วนใหญ่นิยมมาเที่ยวเกาหลีในรูปแบบของทัวร์เกาหลี และมาเที่ยวด้วยตัวเอง เราอาจได้พบเห็นกระทู้ Pantip รีวิวการเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองมาเยอะแล้ว วันนี้ทัวร์ครับได้รวบรวม 5 กระทู้เด็ด ทัวร์เกาหลี Pantip  รีวิวเที่ยวเกาหลีแบบทัวร์ๆ จะดุ เด็ด เผ็ด มันส์ขนาดไหน ตามไปอ่านกันได้เลย... ---------------------------------------- 1. [CR]++++ รีวิว "เที่ยวเกาหลีครั้งแรก" ฉบับนักเรียนแบบง้อทัวร์ 5 วัน 3 คืน By Nikon D5300 ++++   " อยากเที่ยวเมืองนอก อายุน้อยแค่ไหนก็ไปได้ ไว้ใจทัวร์ เที่ยวทัวร์ฉบับนักเรียน กระทู้นี้เน้นช้อป ขาช้อปห้ามพลาด !!!!! "   อ่านเพิ่มเติม >>> https://pantip.com/topic/34981450    2. รีวิว ทัวร์เกาหลี 4 วัน 3 คืน ใบไม้แดง 29 ต.ค. 60 ถึง 1 พ.ย. 60 ค่ะ   " เที่ยวทัวร์เกาหลีแบบชิวๆ แค่11,900 บาท เที่ยวชมธรรมชาติ ใบไม้เปลี่ยนสี  "   อ่านเพิ่มเติม >>>  https://pantip.com/topic/37230159    3. [CR]รีวิว ทัวร์เกาหลี มีนาคม 2558 โปรด่วนๆ 9,999 บาท ฟินแค่ไหน    " เที่ยวทัวร์เกาหลีกับโปรแบบด่วนๆ แต่ได้เที่ยวชัวร์ๆ เที่ยวทัวร์เกาหลี รอบที่ 4 ก็ยังไม่เบื่อ "   อ่านเพิ่มเติม >>> https://pantip.com/topic/33421117   4. [CR]ไม่ได้อ่านอย่าซื้อทัวร์’เกาหลี’ รีวิวทัวร์เกาหลี(เชจู) หมื่นต้นๆถูกกว่าค่าตั๋วเป็นได้ยังไง? By ChillJourney   " เที่ยวทัวร์เกาหลี เกาะเชจู ฉบับมนุษเงินเดือนท่องโลก ดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติ คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว "   อ่านเพิ่มเติม >>> https://pantip.com/topic/33230905   5. [CR][ Short Review ] รีวิวเที่ยวเกาหลีใต้แบบฉบับ “ ไปกับทัวร์ ”   " ครบเครื่องเรื่องเที่ยว ทัวร์กับทัวร์ก็ไม่พลาด กิน เที่ยว ช้อป แค่จัดกระเป๋า ให้พร้อมแล้วไปเที่ยวกัน "   อ่านเพิ่มเติม >>> https://pantip.com/topic/37156462  

อ่านเพิ่มเติม
ตะลอนทัวร์ 10 เมืองญี่ปุ่นต้องโดน! เที่ยวญี่ปุ่นยังไงก็ไม่เบื่อ...
ตะลอนทัวร์ 10 เมืองญี่ปุ่นต้องโดน! เที่ยวญี่ปุ่นยังไงก็ไม่เบื่อ...

May 15, 2018

        ญี่ปุ่น (Japan) ประเทศยอดนิยมตลอดกาลของนักเดินทางชาวไทย เพราะเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์ และยังโดดเด่นในเรื่องแฟชั่น การไปเที่ยวญี่ปุ่นเรียกได้ว่าไปกี่ครั้งก็คงไม่พอ เพราะแต่ละจังหวัดแต่ละเมืองของญี่ปุ่นนั้นต่างมีของดี และเอกลักษณ์ในแบบฉบับของตัวเอง แต่ละเมืองของญี่ปุ่นก็จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป หรือเพียงแค่ฤดูต่างกันก็จะสวยกันคนละแบบแล้วค่ะ         วันนี้ทัวร์ครับเลยไปเก็บข้อมูล คัดเลือกมาเฉพาะเมืองญี่ปุ่นเด็ดๆ กับ 10 เมืองญี่ปุ่นต้องโดน ที่จะทำให้คุณเที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างไม่มีเบื่อ เลยค่ะ จะมีเมืองไหนบ้างนั้น ? ตามทัวร์ครับมาเลยค่ะ 1.เกียวโต (Kyoto)         เกียวโต (Kyoto) เมืองยอดฮิตสำหรับคนที่ชื่นชอบศิลปวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม ทั้งวัดญี่ปุ่นที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณที่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อพันปีก่อน หรือบางครั้งเราอาจจะพบเห็นเหล่า เกอิชา ในชุดกิโมโน เดินอยู่ตามท้องถนนของญี่ปุ่น หรือใครอยากจะเรียนรู้วัฒนธรรมชงชาญี่ปุ่นแบบโบราณ ก็เป็นอีกประสบการณ์ที่ไม่น่าพลาดสำหรับการไปเที่ยวเกียวโต ไปเที่ยวช่วงไหนดี : ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม) / ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนพฤศจิกายน) 2.โอซาก้า (Osaka)         โอซาก้า (Osaka) เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นครัวแห่งญี่ปุ่น เพราะเต็มไปด้วยอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆ เจ้าดังมากมาย ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะมุมไหนของเมือง เราก็สามารถหาร้านอาหารได้ง่ายมากๆ เรียกได้ว่ามีเวลาเที่ยวหลายวันกินยังชิมร้านอร่อยไม่ครบกันเลยทีเดียวค่ะ นอกจากนี้ยังมีมี พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง (Kaiyukan) พิพิธภัณฑ์สัตวทะเลที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น หรือจะเป็น ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) แลนด์มาร์คเด็ดห้ามพลาดประจำโอซาก้า และเด็ดสุดก็คือ ยูนิเวิร์ลแซล สตูดิโอ เจแปน (Universal Studio Japan) สวนสนุกระดับโลก ดินแดนแห่งความสนุกที่ไม่ว่าวัยไหนก็อยากมาค่ะ ไปเที่ยวช่วงไหนดี : โอซาก้าสามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปีค่ะ แต่ช่วงไฮไลท์สุดก็จะเป็น  ฤดูใบไม้ ผลิ (Spring) เดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม ซึ่งดอกซากุระกำลังบานสะพรั่งไปทั่วทุกบริเวณ ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) หรือใบไม้เปลี่ยนสี เดือนตุลาคม - เดือนพฤศจิกายน ต้นไม้ทั่วทุกแห่งในโอซาก้า จะเปลี่ยนสีกลายเป็นสีส้มแดง เป็นฤดูที่เต็มไปด้วยสีสันของธรรมชาติอันงดงาม 3. ทาคายาม่า (Takayama)         ทาคายาม่า (Takayama) เมืองท่องเที่ยวเมืองเล็กในจังหวัดกิฟุที่ความสวยงามของที่เที่ยวไม่เล็กตาม โดยเฉพาะมรดกโลกอย่าง หมู่บ้านชิราคาวะโกะ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ล้อมรอบด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งมีบางหลังที่เปิดเป็นที่พักให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไป สัมผัสวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นโบราณ และเคล็ดลับในการสร้างบ้านที่สามารถทนทานกับทุกสภาพอากาศ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของปรเทศญี่ปุ่นที่มีนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวอย่างคึกคักทุกๆปีค่ะ  ไปเที่ยวช่วงไหนดี : ฤดูหนาว ช่วงเดือนพฤศจิกายน - เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาไฮไลท์เลยค่ะ เพราะเราจะได้เห็น ภาพของหิมะสีขาวที่ปกคลุมไปทุกพื้นที่ สวยงามราวกับภาพวาด เป็นความสวยงามอันโดดเด่นที่ไม่เหมือนใครเลยค่ะ 4.โตเกียว (Tokyo)        โตเกียว (Tokyo) จุดหมายปลายทางยอดฮิตที่ไม่ว่าจะกี่ปี ก็เป็นที่หน่งในดวงใจของคนไทยเสมอมา เต็มไปด้วยรีวิวเที่ยวโตเกียวมากมาย  ซึ่งโตเกียวนั้นได้รับฉายาว่าเป็น East Meets West (อีสต์ มีท เวสต์ ) หรือหมายถึง การมาบรรจบกันของวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกจนกลายเป็นเสน่ห์เฉพาะที่เรียกว่า โตเกียว นั่นเองค่ะ        เราจะได้เห็นภาพของอาคารบ้านเรือนกับวิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์ของชาวญี่ปุ่น ท่ามกลางเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยอันแสนทันสมัย รวมถึงแฟชั่นแบบตะวันตกของตะวันที่ถูกนำมาประยุกต์ให้เป็นสไตล์ญี่ปุ่น โตเกียวจึงเป็นแหล่งช้อปปิ้งขึ้นชื่อ ที่สาวกนักช้อปทั้งหลายไม่ควรพลาดค่ะ ไปเที่ยวช่วงไหนดี :  โตเกียวสามารถมาเที่ยวได้ตลอดปี แต่ถ้าอยากชมความสวยงามของซากุระโตเกียว จะเริ่มต้นในฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม - เดือนเมษายน) หรือจะเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (เดือนตุลาตม - เดือนพฤศจิกายน) ที่ก็สวยไม่แพ้กันค่ะ  5. นิกโก้ (Nikko)      นิกโก้ (Nikko) เป็นเมืองมรดกโลก ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยเอโดะ เมืองนิกโก้จึงได้ชื่อว่าเป็นญี่ปุ่นที่แท้จริง เพราะเต็มไปวัดโบราณและศาลเจ้าสวยงามหลายแห่งยังมีที่เที่ยวอีกมากมาย ท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์สวยงามของธรรมชาติ ทำให้นิกโก้ กลายเป็นเมืองญี่ปุ่นสุดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการชมธรรมชาติ สามารถเดินทางไปเที่ยวไม่ยาก เพราะไม่ห่างจากโตเกียวมาก นั่งรถเพียง 2 ชั่วโมงก็มาดื่มด่ำความสวยงามของนิกโก้ได้แบบสบายๆแล้วค่ะ  ไปเที่ยวช่วงไหนดี :  ไฮไลท์ของนิกโก้ คือธรรมชาติที่สวยงาม ดังนั้นทัวร์ครับขอแนะนำให้มาดื่มด่ำกับความสวยงามของธรรมชาติที่นิกโก้ในช่วง ใบไม้เปลี่ยนสี หรือในฤดูใบไม้ร่วงค่ะ (เดือนตุลาคม -  เดือนพฤศจิกายน) เพราะต้นไม้ทุกต้นของที่นี่จะพร้อมใจกันผลัดใบ เปลี่ยนเป็นสีส้มแดงกันทั่วบริเวณ นิกโก้จึงเป็นอีกหนึ่งเมืองที่โด่งดังในเรื่องของสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามของญี่ปุ่น  6. ซัปโปโร (Sapporo)        ฮอกไกโด (Hokkaido) ดินแดนแหล่งอาหารทะเลสดแสนอร่อยของญี่ปุ่น สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่คุณจะได้สัมผัสกับความสโสว์ไลฟ์แบบญี่ปุ่น วิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่กลับเต็มเสน่ห์อันน่าค้นหา ท่ามกลางความสวยงามของธรรมชาติ โดยเฉพาะในฤดูของฮอกไกโด ที่จะมีเทศกาลหิมะซัปโปโรประจำปี ซึ่งเต็มไปด้วยรุปปั้นหิมะ และผลงานน้ำแข็งแกะสลักจากศิลปินทั่วโลก จึงเป็นเทศกาลที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินมาซัปโปโร เพื่อมาเยี่ยมชมความสวยงามของเทศกาลซัปโปโรประจำปีนั่นเองค่ะ  ไปเที่ยวช่วงไหนดี : เราสามารถเดินทางมาเที่ยวฮอกไกโดกันได้แทบทั้งปีค่ะ แต่โดดเด่นสุดก็จะเป็นช่วง ฤดูร้อน (เดือนพฤษาคม - เดือนสิงหาคม) เป็นช่วงเวลาของดอกไม้ประจำฮอกไกโด อย่างทุ่งดอกลาเวนเดอร์ สีม่วงกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา หรือจะเป็นช่วง ฤดูหนาว (เดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์) จกับสภาพอากาศสุดหนาวเย็น และ เทศกาลหิมะซัปโปโรประจำปี 7. ฟุกุโอกะ (Fukuoka)      ฟุกุโอกะ (Fukuoka) เมืองหลวงแห่งเกาะคิวชู (Kyushu) และถึงจะเป็นเมืองหลวง แต่ฟุกุโอกะยังคงมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย จนเราสามารถสัมผัสได้ถึงความชิลและเป็นมิตรของคนฟุกุโอกะเลยค่ะ และเมื่อมาถึงฟุกุโอกะแล้ว ต้องไม่พลาดชิม ฮากาะตะราเมง (Hakata Ramen) ราเมงสูตรท้องถิ่นต้นตำหรับฟุกุโอะ กับเส้นและน้ำซุปต้มกระดูกหมูที่ผ่านการเคี่ยวมาอย่างยาวนาน จนได้รสชาติเข้มข้น ไม่ว่าใครที่ได้ลิ้มลองรสชาติต่างต้องติดใจกันทุกรายค่ะ ไปเที่ยวช่วงไหนดี :  ฟุกุโอกะ สามารถไปเที่ยวตลอดทั้งปี ค่ะ แต่จะมีช่วงไฮไลท์ของฟุกุโอะ ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเดินทางไปชม อุโมงค์สีม่วงของดอกวิสทีเรีย (Wisteria) ที่จะเบ่งบานเพียงช่วงเวลาสั้นในฤดูร้อนเท่านั้นค่ะ เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน -  ปลายเดือนพฤษภาคม ทัวร์ครับบอกเลยว่าห้ามพลาด! 8.นารา (Nara)      เมืองนารา (Nara) หรือเมืองแห่งกวาง  เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหน เราก็จะได้พบเจอกับเหล่าน้องกวางหน้าตาน่ารัก และเป็นมิตรกับผู้คน ซึ่งนอกจากเหล่าน้องกวางสุดน่ารักที่จะมาคอยอ้อนขอขนมแซมเบ้กินจากเราแล้ว นารายังเป็นเมืองแหล่งกำเนิดของขนบธรรมเนียมสำคัญๆของชาวญี่ปุ่น เพราะเป็นที่ตั้งของ พระพุทธรูปไดบุทสึ (Daibutsuden) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหล่อที่ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก และ วัดโฮริวจิ (Horyu-ji Temple) วัดที่ก่อสร้างด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดของโลกซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่นเดียวกับ วัดโทไดจิ (Todaiji Temple) วัดที่มีความเก่าแก่ที่สุดของเมืองนารานั่นเองค่ะ ไปเที่ยวช่วงไหนดี :  สำหรับการมาเที่ยวนารานั้น เราสามารถมา เที่ยวได้ตลอดปี ค่ะ แต่หากใครอยากจะมาชมความสวยงามของดอกซากุระ พร้อมเหล่าน้องกวาง ก็ต้องมาช่วงกลางเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน ซึ่งเป็นฤดูใบไม้ผลิของนารา หรือจะเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หรือฤดูใบไม้ร่วงของนาราที่จะเริ่มต้นในเดือนตุลาคม  -  เดือนพฤศจิกายน ทัวร์ครับบอกเลยว่าสวยไม้แพ้เมืองอื่นๆของญี่ปุ่นเลยค่ะ  9. คารุอิซาว่า (Karuizawa)       สำหรับเมืองญี่ปุ่นลำดับที่ 9 นี้ ทัวร์ครับจะพาทุกคนเข้าป่ากันไปพักผ่อนในเมืองพักผ่อนสุดฮิตของคนญี่ปุ่น เมืองนี้ถือป็น สวรรค์ของคนรักป่าเขาลำเนาไพร ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก บ่อน้ำพุร้อน ภูเขา เมืองคารุอิซาว่า แห่งนี้มีให้ครบทุกรุปแบบค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงสำหรับคนที่อยากจะชมทั้งธรรมชาติและช้อปปิ้งในทริปเที่ยวญี่ปุ่นทริปเดียว เพราะเขตช้อปปิ้งคารุอิซาวะกินซ่า (Karuizawa Ginza) นั้นเป็นแหล่งช้อปปิ้งแสนครบครันที่จะให้คุณเพลิดเพลินได้ตลอดวัน จนกระเป๋าตังค์เบากันแบบไม่รู้ตัวได้ค่ะ  ไปเที่ยวช่วงไหนดี : สำหรับช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวคารุอิซาว่าก็คือ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนกลางปี (เดือน)ซึ่งเราเราจะเห็นภาพของสีเขียวขจีจากธรรมชาติ ที่ทำให้รู้สึกสดชื่นสุดๆเลยค่ะ 10.ฮาคุบะ (Hakuba)       เมืองเล็กๆ ในจังหวัดนากาโน่ (Nagano) นี้ อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย แต่ที่ เมืองฮาคุบะ แห่งนี้ ถือเป็น แหล่งสกีอันลือชื่อของประเทศญี่ปุ่น เลยล่ะค่ะ ซึ่งเมืองอาคุบะนี้ตั้งอยู่ใจกลางภูเขาชื่อเดียวกับเมือง เราสามารถเปรียบภูเขาลูกนี้ได้กับเทือกเขาแอลป์ (Alps) ของญี่ปุ่น ฮาคุบะจึงกลายเป็นแหล่งสกียอดนิยมของชาวญี่ปุ่น และนักเล่นสกีจากทั่วโลก นอกจากสกีแล้ว เมืองฮาคุบะยังมีชื่อเสียงในเรื่องของ น้ำพุร้อนออนเซ็น (Onsen) ยอดนิยมของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ เรียกได้ว่าครบสูตรเมืองพักผ่อนกันเลยทีเดียว ไปเที่ยวช่วงไหนดี : เมืองฮาคุบะนั้นเเหมาะแก่การไปเที่ยวในช่วง ฤดูหนาว ค่ะ (เดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์) เพราะเป็น แหล่งสกีชั้นดีของญี่ปุ่น หรือหากใครอยากจะเปลี่ยนสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี (เดือนตุลาคม - เดือนพฤศจิกายน) เมืองฮาคุบะก็เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ 

อ่านเพิ่มเติม
7 กระทู้เด็ด รีวิวทัวร์ญี่ปุ่น pantip เที่ยวทัวร์ญี่ปุ่นฟินแค่ไหน ? ต้องอ่าน!
7 กระทู้เด็ด รีวิวทัวร์ญี่ปุ่น pantip เที่ยวทัวร์ญี่ปุ่นฟินแค่ไหน ? ต้องอ่าน!

May 8, 2018

        เชื่อว่าหลายๆคน อาจคิดว่าไปเที่ยวเองน่าจะสนุกและราคาประหยัดกว่า แต่จริงๆแล้ว การเที่ยวกับทัวร์ก็สนุกไม่แพ้กันเลยนะคะ อีกทั้งเรายังสามารถกำหนดงบประมาณได้แบบตายตัว ไม่ต้องกลัวว่างบจะบานปลาย และเหมาะมากๆสำหรับนักเที่ยวที่อยากพาญาติผู้ใหญ่ไปเที่ยว หรือใครที่ไม่มีเวลาวางแผนในการเที่ยว การไปเที่ยวทัวร์จึงเป็นทางออกที่ตอบโจทย์สุดๆค่ะ                วันนี้ทัวร์ครับจึงได้ รวบรวมรีวิว ทัวร์ญี่ปุ่น จาก pantip  ให้ทุกคนได้ลองศึกษาข้อมูลการไปเที่ยวทัวร์ญี่ปุ่น เปิดมุมมองการเที่ยวแบบทัวร์ สัมผัสบรรยากาศการเที่ยวทัวร์ญี่ปุ่น แบบติดขอบ เที่ยวญี่ปุ่นกับทัวร์ มีอะไรน่าสนใจ สามารถไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง ตามทัวร์ครับไปดูกันเลยค่ะ 1. รีวิวทัวร์ญี่ปุ่นราคา 20,900บาท เป็นยังไง มาดูกันครับ               รีวิวทัวร์ญี่ปุ่นโตเกียว ราคาเพียง 20,900 บาท กระทู้นี้ได้มาตอบโจทย์แล้วทัวร์ญี่ปุ่นราคา 20,000 บาท ก็สามารถเที่ยวญี่ปุ่นแบบฟินๆได้แล้ว อ่านกระทู้เพิ่มเติม >>>  http://2g.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11031906/E11031906.html   2. เที่ยว Japan แบบ ทัวร์ ทัวร์ ตามกรอบที่ขีดไว้               รีวิวทัวร์โอซาก้า ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี รีวิวกันแบบได้อรรถรรส ทั้งกิน ทั้งเที่ยว ได้เห็นญี่ปุ่นแบบทุกซอกทุกมุมของการเที่ยวทัวร์ญี่ปุ่น ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี อ่านกระทู้เพิ่มเติม >>> https://pantip.com/topic/35833441   3. Review เที่ยวญี่ปุ่นกับทัวร์ โตเกียว ฟูจิ 5 วัน 3 คืน               ส่วนใครที่กำลังมองหารีวิวทัวร์ญี่ปุ่นแบบพาคุณแม่ไปเที่ยวญี่ปุ่นได้ แบบไร้กังวล ต้องอ่านรีวิวนี้เลยค่ะ รีวิวเที่ยวทัวร์ญี่ปุ่น โตเกียว เที่ยวกับคนรู้ใจ ให้ไปกับทัวร์ หมดห่วงเรื่องการเดินทาง อ่านกระทู้เพิ่มเติม >>>  https://pantip.com/topic/35833441   4. ทัวร์ญี่ปุ่น : แสนอัศจรรย์ เมื่อใบไม้ยังเปลี่ยนสี แต่ใจพี่ไม่เปลี่ยนแปลง               รีวิวทัวร์ญี่ปุ่นแบบพรีเมี่ยม ทัวร์โอซาก้า ทาคายาม่า เที่ยวมรดกโลก หมู่บ้านชิราคาวาโกะ โปรแกรมเที่ยวแบบเน้นๆ เที่ยวเยอะ ช้อปกระจาย กับความสะดวกสบายที่มากกว่า อ่านกระทู้เพิ่มเติม >>> https://pantip.com/topic/35858943   5. ++ รีวิวทัวร์ฮอกไกโดฤดูหนาว ....ขาวสุดขั้ว ....หนาวสุดใจ....++              รีวิวทัวร์ญี่ปุ่นเส้นทางยอดฮิต อย่าง ฮอกไกโด ในหน้าหนาวพร้อมความสวยงามของหิมะสีขาวท้ังเมือง กับประสบการณ์สัมผัสหิมะนุ่มๆ ให้ฟินกันแบบหนาวสุดขั้ว อ่านกระทู้เพิ่มเติม >>> https://pantip.com/topic/31477907   6. >>++..รีวิวทัวร์ Hokkaido Gourmet อร่อยเพลินพุง...ชมทุ่งลาเวนเดอร์..++<<              หน้าหนาวผ่านไปแล้ว ขอต่อด้วยอีกหนึ่งฤดูยอดฮิตในการเที่ยวฮอกไกโดกับ รีวิว ทัวร์ญี่ปุ่นฮอกไกโด หน้าร้อน ทัวร์ที่เน้นเรื่องกิน ฟินทั้งแก๊ง พร้อมเที่ยวสัมผัสธรรมชาติแบบจัดเต็ม ครบทุกรสชาติจริงๆค่ะ อ่านกระทู้เพิ่มเติม >>> https://pantip.com/topic/34011502              แต่ละรีวิวเด็ดๆทั้งนั้นเลยใช่ไหมคะ ? เห็นไหมคะว่าการไปเที่ยวทัวร์ญี่ปุ่นนั้นก็สะดวกสบาย ราคาคุ้มค่าไม้แพ้กัน ดังนั้นหากใครอยากเที่ยวญี่ปุ่นแบบสบายใจ ไม่ต้องวางแผนเที่ยวให้ปวดหัว เข้าไปดูทัวร์ญี่ปุ่นเด็ดๆจากทัวร์ครับได้เลย... >>>โปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นคุณภาพ ราคาสุดคุ้มจากทัวร์ครับ คลิกเลย <<<

อ่านเพิ่มเติม
อัพเดท !! 12 สถานที่ท่องเที่ยวจีน..สวยจนหยุดหายใจ
อัพเดท !! 12 สถานที่ท่องเที่ยวจีน..สวยจนหยุดหายใจ

Feb 23, 2018

และเมื่อพูดถึงประเทศจีน เราก็จะนึกถึงกำแพงเมืองจีนเป็นอันดับแรก แต่…จริงๆแล้วเค้ามีสถานที่ท่องเที่ยวจีน ที่สวยงามอีกมากมายรอให้เราไปค้นหาอีกเพี๊ยบบบบ ไปดูกันเล้ยยยว่ามีที่ไหนบ้าง   1.หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน แห่งแชงกรีล่า พิกัด : The Valley of Blue moon Blue Moon Valley หรือ หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน แชงกรีล่า หรือเมืองจงเตี๊ยน มณฑลยูนนาน สาธารณะรัฐประชาชนจีน เชื่อกันว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่ซึ่งมีหิมะปกคลุมเกือบตลอดปี จึงมีชื่อเรียกอีกว่า ภูเขาหิมะสือข่า (Shika Snow Mountain) นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นสู่ยอดสูงสุดของ หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน ได้โดยการนั่งกระเช้า ซึ่งแบ่งเป็น 2 ช่วง จุดแรกคือ ศูนย์ท่องเที่ยว หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน และเปลี่ยนกระเช้าต่อไปยัง จุดบนสุดของ หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน เป็นจุดชมวิว แบบ 360 องศา จากตัวเมืองแชงกรีล่าหรือเมืองจงเตี๊ยน จะมองเห็นภูเขาสูงมีหิมะปกคลุมเกือบตลอดทั้งปี  ทัวร์ครับพาเที่ยว หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน   2.นาขั้นบันไดหยวนหยาง พิกัด : Yuanyang นั้นตั้งอยู่ที่มณฑลยูนนานในบริเวณเขตเมืองหยวนหยาง เป็นมรดกตกทอดทางวัฒนธรรม มีขนาดที่กว้างใหญ่ มีเนื้อที่ถึง 80000 ไร่ มีลักษณะตั้งสูงชัน เพาะปลูกอยู่ตามไหล่และเนินเขา เป็นทุ่งนาขั้นบันไดที่ยิ่งใหญ่ ประกอบไปด้วยวิวทิวทัศน์ที่น่าอัศจรรย์ ทัวร์ครับพาเที่ยว นาขั้นบันได   3.จางเจี่ยเจี้ย พิกัด : Zhangjiajie อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูหนาน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของสาธารณรัฐประชาชนจีน และได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกธรรมชาติ อุทยานจางเจียเจียเจี้ย ประกอบด้วย - ภูเขาเทียนจื่อซาน หรือภูเขาเจ้าฟ้า สามารถขึ้นได้โดยการนั่งกระเช้า แล้วไปเปลี่ยนรถอุทยานฯข้างบน จากนั้นขาลงก็ลงโดยลิฟต์แก้วไป่หลง หรือจะสลับกันก็ได้ - ภูเขาหวงซือจ้าย (ภูเขาสิงโตเหลือ) สามารถนั่งกระเช้าลอยฟ้าสู่ “เขาสิงโตเหลือง (หวงซือจ้าย)” ชมวิวทิวทัศน์ - ภูเขาเทียนเหมินซาน หรือ ประตูสวรรค์ ชมความงามของภูผานับร้อยนับพันยอด และนำท่านขึ้นสู่ประตูสวรรค์ ด้วยการเดินขึ้นบันได 999 ชั้นถึงช่องเขาประตูสวรรค์ สามารถขึ้นไปจุดสูงสุดและลงมาด้วยบันไดเลื่อนได้ - ถ้ำหลงหวังต้ง (ถ้ำพญามังกร) ถ้ำที่สวยงามที่สุดของอุทยานจางเจียเจี้ย ภายในถ้ำก็มีการติดไฟแสงสี และหินงอกหินย้อย ที่มีรูปร่างแปลกๆ งดงามตระการตา รวมทั้งพญามังกรที่อยู่ในถ้ำด้วย - ทะเลสาบเป่าฟ่งหู ทะเลสาบที่อยู่บนยอดเขา - ภาพเขียนสิบลี้ ซึ่งเป็นแนวทิวเขาที่ประกอบด้วยยอดเขารูปร่างแปลกพิสดารเรียงรายกัน ให้เราสามารถจินตนาการได้ว่าแต่ละเขา นั้นเหมือนอะไรบ้าง - ลำธารจินเปียนซี (ลำธารแส้ทอง) ที่ไหลวนไปตามช่องเขาและชะง่อนผาสูงชันเข้าไปกลางภูเขาวงกต ทัวร์ครับพาเที่ยว จางเจี่ยเจี้ย   4. อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า บ่อสวรรค์ พิกัด : Wulong National Park ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองฉงชิ่ง เป็นเมืองที่อยู่ท่ามกลางหุบเขาโอบล้อมด้วยภูเขาสูง เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลก ทำให้เกิดเป็บบ่อหลุมขนาดใหญ่ที่ลึกประมาณ 300-500 เมตร และมีบางส่วนเป็นโพลงทะลุเหมือนกับสะพานทอดข้ามระหว่างภูเขา จึงเป็นที่มาของคำว่า "หลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์" ทำให้เมืองนี้มีป่าไม้และพื้นที่สีเขียวเยอะและอากาศดี เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติระดับ 5A ถือเป็นระดับดีมากของแหล่งท่องเที่ยว มีแม่น้ำอู่เจียงไหลตัดผ่านกลางเมือง โปรแกรมทัวร์จีน เส้นทางฉงฉิ่ง อู่หลง   5.หมู่บ้าน “เฉิงซาน” (Shengshan) พิกัด : Abandoned Village หมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้เป็นเกาะเล็กๆ ครั้งหนึ่งเคยเจริญรุ่งเรือง เมื่อผู้คนอพยพไปหมด หมู่บ้านนี้จึงถูกทิ้งร้าง เกิดความสวยงามแปลกตาจากการถูกต้นไม้ และไม้เลื้อยปกคลุม กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่งดงามมากๆ ทำให้หมู่บ้านเหล่านี้กลมกลืนไปกับธรรมชาติ เป็นที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจำนวนมาก     6.มองโกเลียใน พิกัด : Inner Mongolia เป็นเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ซึ่งเป็นดินแดนของประเทศจีน เป็น "เมืองในความฝันของคนชอบถ่ายรูป" ช่วงที่น่าไปเที่ยวแนะนำให้ไปในช่วงหน้าร้อนของประเทศจีน นั่นก็คือช่วงเดือนมิถุนา กรกฎา และสิงหา เพราะอากาศดีไม่ร้อนเกินไป ทุ่มหญ้าเขียว ดอกกวางตุ้งกำลังบาน โปรแกรมเที่ยวจีน >> คลิก    7.ต๋ากู่ปิงชวน พิกัด : Dagu Glacier National Park ภูเขาสีขาวบริสุทธิ์ที่มาจากสีขาวของน้ำแข็งกว้างสุดลูกหูลูกตา เชื่อว่าทุกคนคงมีความฝันที่อยากจะไปสัมผัสดินแดนในฝันแบบนี้กันสักครั้งในชีวิต แต่ส่วนใหญ่ภูเขาหิมะสีขาวบริสุทธิ่แบบนี้ มักจะอยู่ในทวีปยุโรปซึ่งค่าใช้จ่ายก็ค่อนข้างจะสูงแถมยังต้องเดินทางไกล ทำให้หลายคนถอดใจพับโครงการเที่ยวกันไปหลายราย แต่ใครจะรู้ว่า ยังมีสถานที่ท่องเทียวซ่อนอยู่ในจีน ที่ถูกยกให้เป็น อุทยานสวรรค์ เพราะใครที่มีโอกาสได้เห็น ต่างบอกกันเป๋นเสียงเดียวกันว่า วิวของที่นี่นั้นสวยราวกับแดนสวรรค์     8.ภูเขาสายรุ้ง หรือ “เขาสายรุ้งตันเซี๋ย” พิกัด :  Danxia Landform เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานธรณีวิทยาตันเสียจางเย่ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆเมืองจางเย่ มณฑลกานซู เป็นแนวเขาที่มีลวดลายเป็นริ้วสีธรรมชาติ ประกอบไปด้วยหินทรายและแร่ธาติต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกเมื่อ 24 ล้านปีก่อน ลม และ ฝนใช้เวลานานนับพันๆปี กัดเซาะแนวเขาจนเกิดเป็นภูมิประเทศที่กว้างใหญ่ไพศาลและมีสีสันสุดแสนจะมหัศจรรย์ ทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โปรแกรมเที่ยวจีน >> คลิก    9.พระพุทธรูปเล่อซาน พิกัด : Leshan Giant Buddha ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลเสฉวน เป็นพระพุทธรูป “พระศรีอริยเมตไตรย” พระพุทธรูปสลักบนหน้าผาหินที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เนื่องจากขนาดที่ต้องยกให้ว่า "ใหญ่โตที่สุดในโลก" ตั้งตระหง่านอยู่คู่แผ่นดินจีนมาช้านานกว่า 1,200 ปีพระพุทธรูปองค์นี้ชาวจีนเรียกกันว่า "เล่อซานต้าฝอ" มีความใหญ่โตมหึมายิ่งนัก แค่เพียงพระบาทนั้น ยาวถึง 36 ฟุต ตั้งใจสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ขึ้นตรงจุดนี้เพื่อให้พระคุ้มครองแก่ผู้เดินทาง ทางเรือเพราะเกิดหตุเรือล่มหลายครั้ง มีความเชื่อว่าจะสามารถชะลอกระแสน้ำ โปรแกรมเที่ยวจีน >> คลิก    10.กุ้ยหลิน พิกัด : Guilin เป็นธรรมชาติที่งดงามจนได้สมญานามว่าเมืองสวรรค์บนพื้นพิภพ มีทัศนียภาพที่สวยงามมายาวนาน ถือเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นสถานที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน เป็นต้นแบบความงามและโด่งดังไปทั่วในหลายประเทศ เป็นอันรู้กันว่ามีธรรมชาติที่สวยงามควรค่าแก่การไปเยือน   11.ซิงไห่ พิกัด : Qinghai ทะเลสาบชิงไห่ เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และเป็นทะเลสาบที่สำคัญของมณฑลชิงไห่ ประกอบไปด้วยทัศนียภาพของทุ่งหญ้า ทะเลทราย และภูเขาหิมะ หลากหลายความสวยงามที่ลงตัว ช่วงเดือน 8-9 ของทุกปี บริเวณทะเลสาบชิงไห่ทางฝั่งด้านเหนือจะมีดอกน้ำมันพืช สีเหลืองทองอร่ามบานสะพรั่ง ซึ่งเป็นจุดทิวทัศน์ที่สำคัญของทะเลสาบชิงไห่     12.ทะเลสาบจันทร์เสี้ยว พิกัด : Crescent Moon Lake ตั้งอยู่ที่ เมืองตุนหวง มณฑลกานซู ทางภาคตะวันตกของจีน มีลักษณะเป็นทะเลสาบรูปร่างคล้ายพระจันทร์เสี้ยว ถูกล้อมรอบด้วยเนินทราย ความพิเศษของที่นี่คือ น้ำในทะเลสาบแห่งนี้ก็จะไม่แห้งเหือด และไม่ขุ่นมัว หากใครที่กำลังสนใจไปเที่ยวประเทศจีนแต่ไม่รู้จะไปเที่ยวไหนดี ตามรอยทัวร์ครับกับ 12 สถานที่เที่ยวจีนตามบทความด้านบนนี้เลยค่ะ บอกเลยว่าจีนไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่สถานที่เที่ยวจีนนั้นสวยกว่าที่เราคิดต่างหากล่ะ หากมีโอกาสก็ลองไปให้ได้สักครั้งนะคะ รับรองจะหลงรักประเทศจีน ..  

อ่านเพิ่มเติม
5 สถานที่อลังการแน่นอน ดอกวิสทีเรีย
5 สถานที่อลังการแน่นอน ดอกวิสทีเรีย

Feb 23, 2018

ใกล้เข้ามาแล้วววววว!!!! ดอกวิสทีเรีย ดอกไม้น่ารักสุดอลังการที่ประเทศญี่ปุ่น ดอกวิสทีเรียที่จะบานสะพรั่งเต็มที่หลังสิ้นสุดฤดูกาลของดอกซากุระ ในช่วงปลายเดือนเมษายนไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม และปัจจุบันก็เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวชาวไทยมากๆ ใครที่สนใจก็ตามไปเที่ยวกันเล้ยยย วันนี้ทัวร์ครับก็มีสถานที่ที่จะพาทุกคนไปดูดอกวิสทีเรีย 5 สถานที่อลังการแน่นอน 1.สวนดอกไม้อาชิคางะ , โทชิงิ           สวนดอกไม้อาชิคางะ สวนดอกวิสทีเรียที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เริ่มมีการจัดงานช่วงเดือนเมษายนไปเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน ช่วงนั้นเราก็จะได้เห็นอุโมงค์ดอกวิสทีเรียหลากสีสัน ทั้งสีชมพู ม่วง ขาว และเหลือง นอกจากนี้ตอนกลางคืนยังมีการจัดไฟไลท์อัพด้วย 2.ย่านศาลเจ้าคะเมอิโดะเท็นจิน, โตเกียว   ศาลเจ้าคะเมอิโดะ เท็นจิน เป็นสถานที่ชมดอกวิสทีเรียยอดนิยมในโตเกียว เพราะเราจะได้เห็นภาพสะพานไทโคะบาชิ คู่กับดอกวิสทีเรียสีม่วง นอกจากนี้ก็ยังสามารถมองเห็นโตเกียวสกายทรีเป็นภาพพื้นหลังอีกด้วย ดอกวิสทีเรียที่นี่จะเริ่มบานที่ในช่วงปลายเดือนเมษายนของทุกปี จะมีการจัดงาน เทศกาลชมดอกวิสทีเรีย Wisteria Festival นอกจากที่นี่จะมีการจัดแสดงไฟไลท์อัพในตอนกลางคืนแล้ว ยังได้เพลิดเพลินไปกับการชิมของอร่อยที่มาออกร้านภายในงานมากมายอีกด้วย 3.เท็นโนงะวะปาร์ค , ไอจิ   ม่านดอกวิสทีเรียขนาดใหญ่ความยาวถึง 275 เมตรและมีดอกวิสทีเรียถึง 12 สายพันธุ์ ทยอยกันผลิดอกบานสะพรั่งไปทั้งสวน ซึ่งล้วนแตกต่างกันทั้งรูปทรงและสีสัน รวมถึงดอกวิสทีเรียพันธุ์คิวชะกุ (Kyushaku) ซึ่งมีพวงระย้าย้อยยาวเกือบ 2 เมตร และในช่วงปลายเดือนเมษายน ที่นี่จะมีการจัดงาน “เทศกาลชมดอกวิสทีเรีย (Wisteria Festival)” ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนเป็นจำนวนมาก 4.วัดเบียคุโกจิ , เฮียวโงะ   วัดเบียคุโกจิ เป็นวัดเก่าแก่ มีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือด้วยความงดงามของดอกวิสทีเรีย สวนทั้งสวนจะเต็มไปด้วยสีม่วง ตอนกลางคืนมีการจัดแสดงไลท์อัพด้วยไฟ LED 5 สี รับรองความอลังการสวยไม่แพ้ที่ไหนแน่นอน 5.คาวาจิ ฟูจิ การ์เด้น , ฟุคุโอกะ   คาวาจิ ฟูจิ การ์เด้น เป็นสถานที่ยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยือน เมื่อเข้ามาที่สวนแห่งนี้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะได้เห็นแต่วิสทีเรียบานสะพรั่งเต็มทั่วทุกพื้นที่ และโดมดอกวิสทีเรียขนาดยักษ์ที่เราเห็นก็สร้างขึ้นจากต้นวิสทีเรียเพียงต้นเดียวเท่านั้นน ดูทัวร์ฟุกุโอกะ ขอบคุณข้อมูล jnto

อ่านเพิ่มเติม
ตุรกีที่สุดของความประทับใจ
ตุรกีที่สุดของความประทับใจ

Feb 20, 2018

ตุรกีดินแดนแห่งอารยธรรมสองทวีป เป็นการผสมผสานกันระหว่างเอเชียเเละยุโรป เป็นประเทศที่มีวิวทิวทัศน์แปลกตาสุดๆ ผู้คนที่นี้เฟรนลี่ ขี้เล่นมาก โดยเฉพาะหนุ่มๆ เป็นประเทศที่จะทำให้ทุกคนประทับใจสุดๆ ไม่ว่าจะผู้คนและสถานที่ท่องเที่ยวที่ดูแปลกตา และราคาก็ไม่แรงอย่างที่คิด ที่สำคัญหลายๆคนก็กังวลว่าจะปลอดภัยหรือเปล่า มีข่าวก่อการร้ายอยู่บ่อยๆ ขอบอกเลยว่าไม่ ผู้คนต่างก็ใช้ชีวิตกันตามปกติ และตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆก็มีมาตราการรักษาการปลอดภัยอย่างดี มีการสแกนตรวจสอบอย่างแน่นหนาปลอดภัยหายห่วง การเตรียมตัวก่อนเดินทาง วีซ่า ตุรกี ไม่ต้องขอวีซ่า ไปแต่ตัว และมีหนังสือเดินทาง เดินลงจากเครื่อง ก็เดินตรงเข้าไป ในด่านตรวจคนเข้าเมืองได้เลย   โดยไม่ต้องเขียนใบอะไรทั้งนั้น ทั้งใบขาเข้า ใบขาออก ใบสำแดง แต่ถ้าใครคิดจะไปเกิน 30 วัน ก็ต้องขอวีซ่า ภูมิอากาศ และ การแต่งกาย ตุรกีเป็นประเทศที่กว้างใหญ่ ภูมิอากาศจึงแตกต่างกันไปตามสภาพพื้นที่ มีตั้งแต่ต่ำสุดดถึงติดลบ และสูงสุด ถึง 30 กว่า องศา เช่น ชายฝั่งมีอากาศแบบเมติเตอร์เรเนียน ฤดูร้อน เดือนมิถุนายน - เดือนกันยายน จะร้อน ฤดูหนาว เดือนธันวาคม – เดือนมีนาคม จะเย็นสบายค่อนไปทางหนาว แต่ถ้าเป็น พื้นที่ตอนกลางและตะวันออกของประเทศ ฤดูร้อนจะร้อน แต่ฤดูหนาวจะหนาวจัด Cappadocia ทีเด็ดไฮไลท์ของตุรกีเล้ยยย ใครไม่ขึ้นมาชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นก็คุ้มล้าวววว   สำหรับใครที่อยากขึ้นก็ต้องตื่นเช้าหน่อย ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง (ค่าขึ้นบอลลูนประมาณ 4000 - 6000 บาท )   ดังนั้นก็ ต้องดูว่า เราเลือกที่จะไป ฤดูไหน และส่วนไหนของประเทศ ซึ่งถ้าไป ตอนกลางของประเทศ เช่น คัปปาโดเซีย ในฤดูหนาว ก็จงเตรียมเสื้อผ้าที่กันหนาวแบบอย่างดีไปเลย แต่ถ้าไปในฤดูร้อนก็เตรียมเสื้อแขนยาวเพื่อกันแดดไปหน่อยก็ดี สกุลเงิน ตุรกีใช้เงิน สกุลลีราใหม่ หรือ New Turkish Lira ( TRY ) ดังนั้น ต้องระหวังให้ดี ถ้าเขาทอนเงินเรามา โดยเป็นเงินสกุลเก่า อย่าไปรับ เพราะถ้ารับมาแล้ว เราจะนำไปใช้ต่อไม่ได้ ( มีประจำโดยเฉพาะเหรียญ )   ไม่ว่าจะมองทางไหนก็สวยไปหมดดดด   เมืองใต้ดินที่คัปปาโดเกียมีเมืองใต้ดิน 36 ที่ด้วยกัน ในรูปก็จะเป็น "นครใต้ดินไคมัคลี"   เมืองใต้ดินเกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู โดยชั้นล่างที่ลึกที่สุด ลึกถึง 85 เมตรทีเดียว เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ แม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่ว่าอากาศในนั้นถ่ายเทเย็นสบาย หน้าร้อนอากาศเย็น หน้าหนาวอากาศอบอุ่น   ไฮไล์ของตุรกีอีกที่ก็คือ Pamukuuale ปามุคคาเล่ หรือปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) ซึ่งเกิดจากน้ำแร่ร้อนที่มีแร่ธาตุแคลเซี่ยมคาร์บอเนต มาตกตะกอนเกิดเป็นลักษณะหน้าผา ซ้อนกันเป็นชั้นน้ำตก มีสีขาวคล้ายกับสร้างมาจากปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ย้อยเป็นรูปร่างต่างๆอย่างสวยงามม้ากกก   น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิตั้งแต่ประมาณ 35 – 100 องศาเลยเด้ออออ ใครจะลองไปแช่ก็ลองแตะๆก่ออนนะ เดะจีโดนลวก   คนตุรกีนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต   เมืองโบราณเอเฟซุส (City of Ephesus) ที่ยิ่งใหญ่และงดงามจนกระทั่งจารึกว่า “มหานครแห่งแรกและยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเซีย” เมืองโบราณที่สมบูรณ์และมั่งคั่งที่สุด ถนนทุกสายปูด้วยหินอ่อน ไฮไลต์ของที่นี่ "ห้องสมุดของเซลซุส"   โรงละคร (Great Theatre) สร้างตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ ไม่น่าเชื่อเลยนะที่คนสมัยก่อนสร้างอะไรที่มันใหญ่เเละอลังการแบบนี้   เมื่อว่าเมืองสองทวีปแล้วก็อย่าลืม ล่องเรือผ่านช่องแคบแบ่งทวีป าที่อิสตันบูล โดยมี “ช่องแคบบอสฟอรัส” คั่นกลาง นั่งเรือชิวๆชมทัศนียภาพของบ้านเรือนและวิถีชีวิตริมฝั่ง และจะสวยงามมากในช่วงฤดูร้อน-ฤดูใบไม้ผลิ การล่องเรืองจะใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง แต่สามารถชมวิวได้ถึง 2 ทวีป ถือว่าคุ้มค่ามาก   Blue Mosque สุเหร่าสุลต่านห์อาร์เหม็ดที่ 1 เป็นสถานที่ท่องเทียวที่ใครมาอิสตันบลูยังไงๆก็ต้องแวะไปเค้าบอกว่าสวยมากๆๆ     ภายในประดับด้วยกระเบื้องสีฟ้าจากอิซนิค ลวดลายเป็นดอกไม้ต่างๆ เช่นกุหลาบ ทิวลิป คาร์เนชั่น เป็นต้น ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ภายในมีที่ให้สุลต่านและนางในฮาเร็มทำละหมาดและสวดมนต์โดยเฉพาะ สนามด้านหน้าและด้านนอกจะเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์

อ่านเพิ่มเติม
7 วัดดัง ห้ามพลาด !! ขอพรเรื่องคู่ # ปีหน้าไม่มีคู่ให้รู้ไป
7 วัดดัง ห้ามพลาด !! ขอพรเรื่องคู่ # ปีหน้าไม่มีคู่ให้รู้ไป

Feb 15, 2018

1.ศาลเจ้า tokyo daijingu ประเทศญี่ปุ่น ศาลเจ้าชื่อดังแห่งโตเกียว ที่หนุ่มสาวนิยมมาขอพรเรื่องความรัก เพราะมีความเชื่อว่าศาลเจ้าแห่งนี้มีเทพเจ้าผูกรัก ‘Enmusubi’ สถิตอยู่ นอกจากเทพเจ้าของที่นี่จะเป็นเทพแห่งความรักแล้ว ศาลเจ้าแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงเรื่องเครื่องรางที่ช่วยส่งเสริมเรื่องความรัก ทั้งเรื่องการแต่งงานและคู่ครอง เซียมซีรูปเด็กผู้หญิงใส่กิโมโนของที่นี่ก็น่ารักมาก ๆ แถมยังทำนายเรื่องความรักได้แม่นด้วย ดูทัวร์ญี่ปุ่น ศาลเจ้า tokyo daijingu ประเทศญี่ปุ่น 2.Imado Jinja Shrine ประเทศญี่ปุ่น Imado Jinja หรือ ศาลเจ้าแมวคู่ ที่เรียกกันเช่นนั้นก็เพราะที่นี่มีสัญลักษณ์เป็นรูปปั้นแมวกวักสองตัวที่ยืนคู่อยู่เคียงข้างกันนั่นเอง เชื่อกันว่ารูปปั้นแมวกวักคู่จะให้โชคในเรื่องความรักและการแต่งงาน ส่วนใครที่อยากพกแมวกวักคู่นี้ไว้เพื่อนำโชคด้านความรัก ทางศาลเจ้าก็มีเครื่องรางแมวคู่สองตัวนี้จำหน่ายหลากหลายรูปแบบภายในศาลเจ้ายังมีหินแมวคู่ที่เชื่อกันว่าถ้าได้มาลูบหินแล้วขอพรอธิษฐานทุกวันความปรารถนานั้นจะเป็นจริง นอกจากแมวคู่ที่ให้โชคด้านความรักแล้วเทพเจ้าที่สถิตอยู่ในศาลเจ้าแห่งนี้ก็เป็นเทพแห่งการแต่งงานที่ช่วยให้สมหวังในเรื่องการแต่งงานซะด้วย คู่ไหนมีแพลนจะแต่งงานกันลองมาขอพรให้มีความสุขกับเทพเจ้าในศาลเจ้าแห่งนี้ได้เลย Imado Jinja Shrine ประเทศญี่ปุ่น 3.วัดเจ้าแม่กวนอิม (Kuan Im Tng Temple, Joo Chiat ) ประเทศสิงคโปร์ ภายในวัดนี้ สิ่งที่ดึงความสนใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างแรกคงหนีไม่พ้นรูปปั้นหล่อของพระจุณทีโพธิสัตว์ นอกเหนือจากความศักดิ์สิทธิ์ที่ดึงดูดผู้คนให้มาขอพรกันเรื่องความรักแล้ว วัดนี้ยังเป็นวัดที่มีความสวยงามจากภาพวาดแกะสลักแบบจีนที่มีสีสันลวดลายอันงดงามตระการตา นอกเหนือจากนั้น ผู้ที่ศรัทธาสามารถเข้าร่วมพิธีสวดที่จัดขึ้นได้ในทุกคืนวันเสาร์ เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป หรือหากใครไม่สะดวกก็สามารถเขียนชื่อ เพศ วันเดือนปี ดูทัวร์สิงคโปร์ วัดเจ้าแม่กวนอิม (Kuan Im Tng Temple, Joo Chiat ) ประเทศสิงคโปร์ 4.หวังต้าเซียน hongkong หวังต้าเซียนหลายๆคนน่าจะได้ยินผ่านหูมาแล้วบ้าง เพราะตอนนี้กำลังขึ้นชื่อมากเรื่องการขอพรเรื่องความรัก ที่อยู่ศาลกลางแจ้งของเทพเจ้าด้ายแดง หรือเทพเจ้าหยกโหลวเป็นรูปปั้นสีทองมีเสี้ยวพระจันทร์อยู่ด้านหลังประทับอยู่ ซึ่งชาวจีนต้องมาขอพรความรักกันที่นี่ โดยการขอพรกับเทพเจ้าองค์นี้ต้องใช้ด้ายแดงผู้นิ้วเอาไว้ไม่ให้หลุดระหว่างพิธี เพราะชาวจีนเชื่อว่าด้ายแดงนี่แหละคือเส้นโยงโชคชะตาด้านความรัก หวังต้าเซียน hongkong 5.วัดหลงซาน ไทเป ไต้หวัน วัดหลงชานไม่ได้เป็นเพียงวัดที่มีสถาปัตยกรรมวิจิตรงดงาม เป็นวัดที่นิยมในการไหว้พระขอพรของชาวไต้หวัน แต่นอกจากขึ้นชื่อเรื่องการขอพรแล้ว ยังขึ้นชื่อมากๆเรื่องการขอเนื้อคู่จากเทพเจ้าเฒ่าจันทราอีกด้วยซึ่ง เทพเจ้าเฒ่าจันทราเป็นเทพคิวปิดของชาวจีน โดยเชื่อกันว่าท่านใช้ด้ายแดงผูกหนุ่มสาวให้เป็นลิขิตของกันและกัน ใครอยากขอพรเรื่องเนื้อคู่ต้องมาขอกับเทพองค์นี้เลย 1.จุดธูปสักการะที่กระถางธูปทั้งเจ็ด ที่ตั้งอยู่หน้าศาจเจ้าเทพเฒ่าจันทรา 2.บอกชื่อ นามสกุล วันเกิด ที่อยู่ และความต้องการ (สเปคชาย-หญิงที่ต้องการ) 3.ขอด้ายแดงเพื่อให้เจอเนื้อคู่ โยนไม้เสี่ยงทาย 3 ครั้ง และจะต้องเป็นคว่ำ - หงายทั้ง 3 ครั้ง 4.หยิบด้ายแดงเส้นหนึ่ง และนำไปเดินวนรอบกระถางธูป 3 รอบ เมื่อเดินครบแล้วให้ไปที่ศาลเจ้าบอกชื่อ นามสกุล วันเกิด ที่อยู่ และความต้องการ (สเปคชาย-หญิงที่ต้องการ) อีกครั้ง นำด้ายแดงติดกระเป๋าไว้จะได้พบเนื้อคู่ที่หมายปอง วัดหลงซาน ไทเป ไต้หวัน 6.ลานน้ำพุชาฟเทสเบอรีเมมโมเรียล อังกฤษ จัตุรัสลานน้ำพุของลอนดอนบนวงเวียนระหว่างถนนพิคาเดลีและถนนชาฟเทสเบอรี โดยที่นี่มีประติมากรรมสำริดบนยอดน้ำพุที่มีชื่อเสียงอยู่รูปหนึ่งนั่นคือประติมากรรมรูปเทพเจ้าอีรอส (Eros) หรือกามเทพคิวปิดตอนโตแล้ว ซึ่งไม่ต้องอธิบายก็เป็นที่ทราบกันดีว่าคิวปิดมีชื่อเสียงด้านความรักขนาดไหน โดยเทพเจ้าอีรอสรูปนี้กำลังอยู่ในท่าแผงศรอย่างงดงาม ในเวลาเย็นๆ จะมีคู่หนุ่มสาวชาวอังกฤษมากมายมานั่งชมวิวเมืองจู๋จี๋และถ่ายรูปกับลานน้ำพุนี้กันอย่างรักใคร่ ใครที่มาขอพรก็ลองกุมมือต่อหน้ารูปปั้นนี้ดู คิวปิดอาจยิงศรไปปักในดวงใจของใครสักคนที่คุณปรารถนาอยู่ก็เป็นได้ ลานน้ำพุชาฟเทสเบอรีเมมโมเรียล อังกฤษ 7.สุสานจางฮีบิน (จางอ็กจอง) เกาหลี korea สุสานจางฮีบิน หรือจางอ็กจอง หลายๆคนอาจจะคุ้นๆหูเพราะเป็นซีรี่ย์ชื่อดังที่สร้างขึ้นจากเรื่องจริง และก็มีสุสานแห่งนี้ ที่เป็นหลุมฝังศพของตัวละครในเรื่อง และมีคำเล่าลือว่าเมื่อนำพระศพมาฝังที่นี่ มีต้นสนทะลุก้อนหินขึ้นมา แสดงให้เห็นพลังธาตุ ของพระนาง และความที่พระนางมีชื่อเสียงในเรื่องความงามพิฆาตใจชาย เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าซุกจง คนเลยมีความเชื่อว่า สาวโสดที่มาขอพรที่นี่ ก็จะสมหวังเรื่องความรัก สุสานจางฮีบิน (จางอ็กจอง) เกาหลี korea

อ่านเพิ่มเติม
มาแล้วจ้า...กับโปรโมชั่นเด็ด สมควรไปโดน จากทัวร์ครับ ในงาน  ‘ เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก 2018 ’
มาแล้วจ้า...กับโปรโมชั่นเด็ด สมควรไปโดน จากทัวร์ครับ ในงาน ‘ เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก 2018 ’

Feb 6, 2018

พิเศษสุดเฉพาะลูกค้าดีแทค กับโปรโมชั่นจาก Dtac Reward เงื่อนไขเพียง 1.สามารถรับสิทธิ์เฉพาะในงานเที่ยวท่ัวไทยวันที่ 7-11 กุมภาพันธ์เท่านั้น 2.เมื่อซื้อแพ็กเกจทัวร์มูลค่า 15,000 บาทต่อท่านขึ้นไป 3. สามารถรับสิทธิ์ได้ 1เบอร์ / 1สิทธิ์เท่านั้น รับ ส่วนลดในการซื่อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ จากทัวร์ครับทันที สำหรับระดับ Silver Member และ Gold Member รับส่วนลด 500 บาท ส่วน Blue Member รับส่วนลดถึง 1,000 บาท เท่านั้นยังไม่พอนะคะ สำหรับลูกค้าดีแทค นอกจากจะได้ส่วนลดทันทีแล้ว ยังได้ รับตั๋วชมภาพยนต์ในเครือ Major ฟรีทันที เมื่อซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศกับทัวร์ครับในงานนี้ มูลค่า 220 บาท   ได้ทัวร์ราคาสุดคุ้ม แถมยังได้ตั๋วหนังไปชมภาพยนต์อีกด้วย แค่นี้ก็คุ้มจะแย่แล้ว แต่ยังไม่หมดค่ะ เพราะเราอยากให้เรื่องเที่ยว เป็นเรื่องง่าย ทัวร์ครับและดีแทคจึงร่วมกันจัดกิจกรรมตอบแทนลูกค้าดีแทค มอบเซอร์ไพร์สพิเศษจากทัวร์ครับ เมื่อมาร่วมกิจกรรมบนเวทีหลัก ด้านข้าง Plernary Hall ในวันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ นี้ ตั้งแต่เวลา 5.30 เป็นต้นไป แต่จะเป็นอะไรนั้น ต้องขออุบไว้ก่อน ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอะไร อย่าลืมนัดของเรานะคะ วันที่ 9 กุมภานี้ ตั้งแต่ 5.30 เป็นต้นไป เตรียมตัว เตรียมใจรอกันได้เลย เซอร์ไพร์สแน่นอนค่ะ   ส่วนท่านใดที่ไม่ได้เป็นลูกค้าดีแทึ ไม่ต้องเสียใจนะคะ เพราะทัวร์ครับยังมีโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อตอบแทนลูกค้าคนพิเศษของทัวร์ครับที่ไว้ใจเดินทางกับเรา กับส่วนลดสูงลุด 25% สำหรับการช้อปออนไลน์บนเว็บไซต์ KIng Power สำหรับลูกค้าที่ซื้อทัวร์กับทัวร์ครับตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2561 โดยคูปองส่วนลดสามารถใช้ได้ถึง 30 พฤษภาคม 2561 สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมโปรโมชั่นพิเศษได้ที่ https://tourkrub.co/promotions/king-power   และที่สำคัญเพื่อไม่ให้พลาดทุกโปรโมชั่นเด็ดๆ ร้อนๆจากทัวร์ครับ อย่าลืมติดตามข้อมูลข่าวสารจากเราได้ทั้ง Facebook :https://www.facebook.com/tourkrub.co Website : https://tourkrub.co Line Official : @tourkrub แล้วอย่าลืมไปเจอกับเรา ทัวร์ครับ ได้ที่งานนี้นะคะ ทั้งด้านใน Plernary Hall และด้านหน้าเลยนะค๊าาา   มีทั้งหมด 2บูธ บูธแรกอยู่ด้านหน้าPlernary Hallอยู่ด้านข้างเวทีใหญ่ เป็นบูธทัวร์ครับร่วมกับdtac reward) และด้านในPlernary Hall โซนการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น เป็นบูธของทัวร์ครับร่วมกับdtac accelerat    

อ่านเพิ่มเติม