ใบไม้เปลี่ยนสีที่จิ่วจ้ายโกว อุทยานจิ่วจ้ายโกว ตั้งอยู่ในบริเวณอำเภอจิ่วจ้ายโกว จังหวัดอาป้า ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือเสฉวน อยู่ห่างจากเมืองเฉิงตูประมาณ 330 กิโลเมตร ถือเป็นส่วนหนึ่งของเทศมณฑล Nanping ในเขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตและเชียงอาป้า มีหมู่บ้านชาวทิเบตอยู่ 9 หมู่บ้าน อาศัยอยู่ริมธารน้ำเหล่านี้ เนื่องจากชาวทิเบตนับถือภูเขา ธารน้ำ จิ่วจ้ายโกว จึงได้รับการเคารพจากชาวทิเบตว่าเป็นขุนเขาธารน้ำอันศักดิ์สิทธิ์

อุทยานจิ่วจ้ายโกวอยู่กลางหุบเขา ภายในมีทะเลสาบ ป่าไม้ และน้ำตกสวยงามมากมาย จุดขายของที่นี่คือทะเลสาบที่ใสมากและมีสีสันสวยงาม ทั้งเขียว เหลือง ฟ้า ซึ่งมีวิเคราะห์ว่าเกิดจากตะกอนใต้น้ำบวกกับการหักเหของแสง ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวดังกล่าวทำให้มันถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก และเป็นที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอันดับต้นๆของประเทศจีนและเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดเลยก็ว่าได้

แต่รู้หรือไม่ว่าจิ่วจ้ายโกวสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และสามารถชมธรรมชาติได้ฤดู ซึ่งความสวยงามจะแตกต่างกันไปตามฤดูกาล แต่แนะนำว่าถ้าอยากไปพบความอลังการที่สุดของจิ่วจ้ายโกว ทัวร์ครับแนะนำให้ไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่จิ่วจ้ายโกวในช่วงเดือน กันยายน-พฤศจิกายน สภาพอากาศ 15-20 องศา ซึ่งเป็นช่วงยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติชอบเดินทางมาเยือนที่จิ่วจ้ายโกวนั่นเอง โดยเดือนที่คนเยอะที่สุดคือ เดือนตุลาคม เพราะเป็นช่วงที่มีใบไม้เปลี่ยนสี และอากาศเย็นกำลังดี เดินชมธรรมชาติเก็บภาพดินแดนแห่งเทพนิยายกันไปชิลๆ เรามาดูภาพบรรยากาศ จิ่วจ้ายโกวช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกันดีกว่า

อุทยานแห่งชาติหวงหลง

เป็นอุทยานที่อยู่ใกล้ๆกับจิ่วจ้ายโกว ชมความงามของอุทยานที่มีลำธารน้ำไหลมาจากยอดเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นสายน้ำที่มีส่วนผสมของหินปูน เมื่อไหลลงสู่ที่ราบก่อเกิดเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่น้อย ทำให้หินปูนตกตะกอนเกาะตัวกันเป็นแอ่งเล็กใหญ่มากมาย น้ำใสเรียบเหมือนกระจกที่สะท้อนภาพท้องฟ้า ภูเขาและต้นไม้ และยิ่งมีสีของใบไม้ที่กำลังเข้าช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีด้วยแล้วละก็ช่วยเพิ่มความสวยงามให้อุทยานหวงหลงขึ้นคูณสอง กลายเป็นดินแดนในฝันของใครหลายคนเลยล่ะ ภาพระหว่างเดินทางไปยังเมืองจิ่วจ้ายโกว เมื่อมาถึงสถานีขนส่งที่จิ่วไจ้โกว ระหว่างทางก็จะสังเกตเห็นลำธารน้ำสองสี เป็นลำธารที่ไหลมาจากหมู่บ้านและจากภูเขา เมื่อมาบรรจบกันก็เลยเป็นสองสีอย่างที่เห็น นี่ขนาดยังไม่ได้เข้าไปในอุทยานยังมีอะไรให้ดูขนาดนี้แล้ว คิดดูสิข้างในอุทยานจะขนาดไหน

ทะเลสาบแรด

เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่อันดับ 2 ของอุทยานจิ่วจ้ายโกว รองจากทะเลสาบยาว และเป็นทะเลสาบที่มีวิวเปลี่ยนเยอะที่สุด เงาสะท้อนสวยงามอันดับ 1 รอบทะเลสาบเต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด ฤดูใบไม้ผลิกับฤดูร้อนจะเป็นสีเขียวทั้งหมด ฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จะเป็นสีแดง ส่วนต้นสนจะเป็นสีเขียว ส่องเงาสะท้อนนำ้ยิ่งสวยงาม โดยเฉพาะ สีครามผืนใหญ่กลางทะเลสาบ

น้ำตกซูเจิง

น้ำตกที่ไหลผ่านตามธรรมชาติที่ ธรรมชาติได้บรรจงสร้างไว้ดั่งภาพวาดในจินตนาการของเหล่ากวีทั้งหลาย

ทะเลสาบยาว

เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานจิ่วจ้ายโกว ที่มาของ ทะเลสาบยาว นั่นมาจากหิมะละลายจากภูเขา มีต้นสนซีดาร์ทั่วภูเขาล้อมรอบทะเลสาบ เมื่อมองจากระยะไกลสะท้อนเป็นทิวทัศน์อันงดงามเปรียบได้กับพระราชวังหยกในชั้นฟ้า ที่ด้านข้างของทะเลสาบมีต้นไม้เก่าที่เชื่อว่าเป็นเทพผู้พิทักษ์ทะเลสาบยาว

ทะเลสาป 5 สี

เป็นทะสาปที่มีสีของน้ำแปลกตา โดยเฉพาะเมื่อยามแสงอาทิตยต์กกระทบพื้น สีของน้ำในทะเลสาบจะเปล่งประกายเป็นสีรุ้งดูงดงามมากก เป็นอุทยานที่เหมาะกับการไปถ่ายพรีเวดดิ้งธีมเทพนิยายมากๆ ><

น้ำตกธารไข่มุก

น้ำตกที่ไหลผ่านถ้ำลำธารใหญ่น้อยที่สลับซับซ้อน โดยมีสายน้ำทอดยาวเป็นระยะทางถึง 310 เมตร โดยไม่ขาดช่วงสายช่วงมีแสงแดด ธารน้ำจะส่องประกายระยิบระยับราวกับความงามของเส้นไข่มุกนี่คือที่มาของชื่อน้ำตกธารไข่มุก ซึ่งน้ำตกนี้ก็ตั้งอยู่ภายในอุทยานจิ่วจ้ายโกว
เป็นอย่างไรบ้างคะ นี่แค่บางสถานที่เท่านั้น ในอุทยานจิ่วจ้ายโกวยังมีสถานที่ที่สวยงามอีกมากมายให้คุณได้ไปเยือนสักครั้ง ชมความงามตามธรรมชาติ ที่ไม่ธรรมดา มันคือธรรมชาติที่หลุดออกมาจากเทพนิยาย ใครที่อยากไปสัมผัสจิ่วจ้ายโกวลองดูจากแพ็คเกจทัวร์จีนจิ่วจ้ายโกวได้เลย เหมาะแก่การพาครอบครัวไปเที่ยวมากๆเลยหล่ะ