ทัวร์ครับพาพร้อม
รวมวิธีเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง ให้เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้อย่างไร้กังวล
ทริคเที่ยวต่างประเทศกับ 3 โซน ชมเทศกาลดอกไม้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
พาพร้อม
ยุโรป
ทริคเที่ยวต่างประเทศกับ 3 โซน ชมเทศกาลดอกไม้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
ใครที่อยากจะหนีร้อนไปพึ่งเย็นและเห็นความงามของเทศกาลดอกไม้ที่กำลังบานสะพรั่งในอยู่ในช่วงเดือนดังกล่าว ก็ต้องไม่พลาดเด็ดขาด ซึ่งวันนี้ ทัวร์ครับ จะพาไปดูเองว่าจะไปชมเทศกาลดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิแบบนี้ แต่งตัวยังไงไปถึงจะเหมาะสมที่สุด ตัดสินใจเลือกเดือนให้ถูกต้อง สำหรับการไปรับชมเทศกาลดอกไม้เหล่านี้ก็ต้องดูด้วยนะครับ ว่าเราจะไปชมกันที่ไหน เพราะอย่างทางซีกโลกเหนือเนี่ย ก็จะมีเทศกาลดอกไม้ หรือฤดูใบไม้ผลิอยู่ในช่วงเดือนมีนาคมเป็นต้นไป ทำให้มันตรงกับหยุดยาวของเราและน่าเที่ยวสุดๆ อย่างพวกเกาหลี ญี่ปุ่น เนี่ยแหละครับใกล้ๆ แถมได้เห็นต้นซากุระแบบเป็นๆ เปลี่ยนท้องฟ้าเป็นสีชมพูสวยสะดุดตามาก ส่วนใครที่อยากไปชมเทศกาลดอกไม้ที่ไกลขึ้นมาหน่อยอย่างทางออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ ช่วงเดือนที่เหมาะสมก็คือ กันยายน - ธันวาคม นั่นเองครับ ทีนี้ก็เลือกเอาแล้วกันนะ ว่าเราอยากจะไปเที่ยวโซนไหน จะได้วางแผน จัดตารางเวลาต่างๆ ได้ถูกต้องด้วย เพราะแต่ละที่ก็มีเอกลักษณ์ความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป แถมการเบ่งบานของดอกไม้ก็ไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ เทศกาลดอกไม้จะไม่ทำให้เพื่อนๆ ผิดหวังแน่นอน !!! จัดกระเป๋าเตรียมตัวเที่ยวฤดูใบไม้ผลิ เตรียมให้พร้อมจัดเสื้อผ้าตามโซนให้ถูกต้อง อย่างที่บอกไปนะครับ ว่าเทศกาลดอกไม้มันมีจัดขึ้นทั่วทั้งโลกนั่นแหละ แถมแต่ละโซนก็มีทั้งเรื่องสภาพแวดล้อม อุณหภูมิ และความงดงามของดอกไม้ที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้น เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เราก็ควรเตรียมตัวไปให้สอดคล้องกับสถานที่นั้นๆ ด้วย ซึ่ง ทัวร์ครับ เองก็ได้รวบรวมข้อมูลทั้ง 3 โซนหลักๆ แลนด์มาร์กสำคัญในการรับชมเทศกาลดอกไม้มาฝากกัน ต้องแต่งตัวยังไงนั้น ไปชมกันเลย แต่งตัวเที่ยวฤดูใบไม้ผลิ โซนเกาหลี-ญี่ปุ่น สำหรับโซนนี้นะครับ ฤดูใบไม้ผลิจะเริ่มต้นเมื่อเดือนมีนาคมเป็นต้นไป ทำให้สภาพแวดล้อมอุ่นขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอุณหภูมิของบ้านเค้าที่อุ่นแล้วก็จะยังอยู่ที่ 10-22 องศา อยู่ดี ดังนั้นชาวไทยอย่างเราก็อาจจะยังคงหนาวสักหน่อยเนอะ เสื้อผ้าแฟชั่นที่เหมาะสมเลยจะเน้นใส่แบบสบายๆ แต่แขนยาวสักนิด ไม่ต้องหนามากหรอกครับ เอาแค่พอให้ไม่โป๊ ไม่เปลือย เท่านั้นก็พอ เพราะถ้ามันถึง 10 องศาจริงๆ มันก็ยังคงหนาวอยู่ดี อาจจะเอาเป็นแจ็คเก็ตหนาๆ ไปเตรียมไว้เพื่อคลายหนาวก็ยังได้ ส่วนวันไหนอากาศอุ่นๆ ขึ้นหน่อยก็ค่อยใส่เสื้อยีนอะไรแบบนี้ก็ยังเวิร์คอยู่ หรือถ้าอยากมีพร็อปสวยๆ ก็จัดผ้าพันคอด้วยเลยครับ รับรองว่าเลิศ แต่งตัวเที่ยวฤดูใบไม้ผลิ โซนยุโรป สำหรับยุโรปนั้นเป็นอีกหนึ่งโซนที่มีเทศกาลดอกไม้สวยงามอลังการงานสร้างมากๆ ไม่แพ้ที่ไหนๆ เลย เพราะมีให้เลือกหลากหลายประเทศ อยู่ที่ว่าเราสะดวกเดินทางไปที่ไหน ซึ่งอุณหภูมินั้นจะอยู่ที่ 11-20 องศา กลางๆ ไม่ร้อน หนาวเย็นกำลังดี และบางทีก็มีฝนตกแซมๆ มาเช่นกัน เพราะอย่างประเทศฝรั่งเศสเนี่ย ต่อให้เป็นฤดูไหนๆ ก็มีฝนตกได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้ามาเที่ยวยุโรปในช่วงฤดูใบไม้ผลิแบบนี้แนะนำให้เผื่อเสื้อหนาว หรือเสื้อโค้ทมาด้วยจะดีที่สุด เพราะยังไง๊ยังไงก็ได้ใช้แน่นอน แนะนำ >>ซากุระไม่ได้มีแค่ญี่ปุ่น !! 5 สถานที่ชมซากุระ ใน ‘ยุโรป’<< แต่งตัวเที่ยวฤดูใบไม้ผลิ โซนซีกโลกใต้ โซนนี้จะมีประเทศที่น่าสนใจและน่าไปมากๆ อยู่ 2 ประเทศคือ ออสเตรเลีย กับนิวซีแลนด์ ซึ่งอากาศบ้านเค้าจะเหมือนหน้าหนาวบ้านเราเลยครับ คือเฉลี่ยอยู่ที่ 15-28 องศา เท่านั้นเอง ทำให้ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก แต่งเหมือนอยู่ไทยได้เลย เพราะอากาศหนาวเย็นนิดๆ หน่อยๆ คนไทยชิลอยู่แล้ว แต่ถ้าใครอยากใส่เสื้อกันหนาว เสื้อคลุมเท่ๆ อันนี้แนะนำมากเลย เพราะบางทีเผื่ออุณหภูมิมมันดิ่งไปตามสภาพแวดล้อม ณ ขณะนั้น ลดมาเหลือ 15 องศาจริงๆ เราก็ยังเอาอยู่ เตรียมไว้ทั้งชุดเที่ยวฤดูหนาว และฤดูร้อนเลยครับดีที่สุด เห็นมั้ยล่ะว่าโลกเราเนี่ยยังมีเทศกาลดอกไม้รอให้เพื่อนๆ ไปรับชมความงดงามของมันอยู่อีกตั้งมากมายหลายที่จริงๆ เลยล่ะครับ สามารถเที่ยวได้เกือบตลอดทั้งปีเลย อยู่ที่ว่าเราจะว่างช่วงไหน และอยากจะบินไปแถบไหนมากกว่ากันเท่านั้นเอง ฤดูใบไม้ผลินี้จะอยู่กึ่งกลางระหว่างฤดูร้อนกับฤดูหนาว เพราะฉะนั้นเป็นช่วงที่น่าเที่ยวมากที่สุดช่วงหนึ่งแล้วล่ะครับ สำหรับใครที่มีแพลนอยากคืนความสุขให้ตัวเอง หรือคนในครอบครัว ก็มาจอง ทัวร์ยุโรปทัวร์ญี่ปุ่น กับ ทัวร์ครับ ไปเที่ยวชมเทศกาลดอกไม้สุดสวยงามเหล่านี้กันได้เลย เพื่อเปิดรับประสบการณ์ดีๆ พาตัวเองและคนที่คุณรักไปพักผ่อนหย่อนใจ ได้เที่ยวต่างประเทศในราคาสุดคุ้ม ถูกแสนถูก แถมมีคนให้บริการทุกอย่างเรียบร้อยแบบไม่ต้องทำอะไรเองอีกต่างหาก สบายขนาดนี้ รีบมาจองกันด่วนเลยยยย อ่านต่อ >>รวม 5 เทศกาลดอกไม้ ยุโรป ชีวิตนี้ต้องห้ามพลาด !! สวยทุกที่ น่าไปทุกอัน<<
10 ข้อต้องรู้! เตรียมตัวเที่ยวยุโรปให้ดี มีแต่ความฟิน
พาพร้อม
ยุโรป
10 ข้อต้องรู้! เตรียมตัวเที่ยวยุโรปให้ดี มีแต่ความฟิน
และเพื่อให้เพื่อนๆ ของทัวร์ครับได้เดินทางท่องเที่ยวยุโรปแบบฟินๆ เสมือนว่าเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี วันนี้ทัวร์ครับเลยขอนำทริคเล็กๆ น้อยๆ ในการเตรียมตัวเที่ยวยุโรปที่จะทำให้การเดินทางของเพื่อนๆ ง่ายขึ้นมาฝากกันครับ ... 1.เตรียมตัวเที่ยวยุโรป - เวลา แน่นอนว่าข้ามไปอีกซีกโลก ใช้เวลาบินข้ามน้ำข้ามทะเลกว่า 10 ชั่วโมง ก็ถือว่าเป็นการข้ามเวลาด้วย จะให้มาปรับตัวได้ง่ายๆ รวดเร็วเหมือนไปประเทศในเอเชียที่เวลาต่างกันแค่ 2 ชั่วโมงคงไม่ใช่ เพราะฉะนั้นควรเตรียมตัวเที่ยวยุโรป ศึกษา Time Zone ของประเทศที่เราไปให้ดี จะได้กำหนดเวลานอนได้ถูกต้อง แรกๆ ก็คงมีอาการ Jet lag กันบ้าง ทัวร์ครับ เลยขอแนะนำว่าอย่าฝืนนอนกลางวัน แต่ให้นอนให้ดึกที่สุดในช่วง 2 วันแรก แล้วร่างกายก็จะค่อยๆ ปรับได้เองครับ 2. เตรียมตัวเที่ยวยุโรป - กระเป๋าเดินทาง ไปยุโรปส่วนมากก็ไปกันในฤดูหนาว ทำให้ต้องนำเสื้อกันหนาวที่กินพื้นที่ในกระเป๋าไปหลายตัว และยิ่งใครที่เป็นสายแฟชั่นก็อาจจะเตรียมเสื้อผ้าไปเยอะหน่อย ข้อแนะนำของแอดมินเลยก็คือ นำกระเป๋าใบที่จุได้เยอะที่สุดไปเพียงใบเดียวก็พอ จะได้ไม่ต้องลำบากขนกระเป๋า และที่สำคัญควรคำนวณน้ำหนักดีๆ อย่าให้เกิดที่สายการบินกำหนด และควรทำสัญลักษณ์พิเศษไว้ที่กระเป๋าของเราเพื่อป้องกันการหยิบผิดด้วยนะครับ 3. เตรียมตัวเที่ยวยุโรป - เครื่องแต่งกาย ก่อนไปก็ควรเช็คสภาพอากาศให้ดี และที่สำคัญอยากแนะนำว่าอย่าเอาเสื้อผ้าไปเผื่อเลือกนะครับ ควรวางแผนชุดที่จะใส่ในแต่ละวันให้ดี จะได้ไม่ต้องเอาของมากไปเกินจำเป็น หากไปฤดูหนาว ถุงมือ ถุงเท้า หมวกไหมพรม และลองจอร์นหรือฮีทเทคให้พร้อม ส่วนรองเท้าหากเป็นคู่ใหม่ควรทดลองใส่เดินก่อนสัก 2 - 3 ครั้ง เพื่อให้รองเท้ารับได้พอดีกับเท้า และฝึกความคุ้นชินครับ 4. เตรียมตัวเที่ยวยุโรป - กระเป๋า หนึ่งอย่างที่อยากบอกให้รู้ไว้เลยก็คือ ที่ยุโรปมิจฉาชีพค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้นการสะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่ หรือสะพายกระเป๋า crossbody ที่โดดเด่นอาจทำให้ตกเป็นเป้าหมายของโจรพวกนี้ได้ สิ่งที่อยากแนะนำคือ ควรสะพายกระเป๋าคาดเอว คาดอก หรือกระเป๋าใบเล็กๆ ไว้ด้านในเสื้อผ้า ใส่พวกพาสปอร์ต เงิน และของที่สำคัญไว้ แล้วกระเป๋าด้านนอกก็สะพายแค่ไว้เป็นพร็อบ ใส่พวกกระดาษชำระ แว่นกันแดด หรือของที่ไม่ใช่ของสำคัญก็พอครับ>>10 อุบายที่สายเที่ยวควรระวัง จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อในต่างแดน<< 5. เตรียมตัวเที่ยวยุโรป - กล้องถ่ายรูป ใจความสำคัญไม่ได้อยู่ที่กล้องถ่ายรูป แต่อยู่ที่แบตเตอรี่และเมมโมรี่การ์ดมากกว่า เพราะมันคงจะไม่สนุกแน่ หากกำลังลั่นชัตเตอร์ในจุดที่สวยงาม แต่แบตดันมาหมดและไม่ได้เตรียมแบตเตอรี่สำรองมา หรือลั่นชัตเตอร์เพลินจนเมมโมรี่การ์ดเต็ม เพราะฉะนั้นเตรียมไปเผื่อดีกว่าขาดนะครับ 6. เตรียมตัวเที่ยวยุโรป - ยาสามัญประจำตัว แต่ละคนอาจจะมีโรตประจำตัวแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นยาประจำตัวคือสิ่งที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด เพราะที่ยุโรปไม่ได้ซื้อยาง่ายเหมือนที่เมืองไทยเรานะครับ นอกจากนี้ใครที่ไม่ได้มีโรคประจำตัวอะไรก็อย่าชะล่าใจ ควรเตรียมพวกยาแก้ปวด ยาแก้แพ้ไปด้วย เพราะเราไปเจอภูมิสภาพของเมืองที่เปลี่ยน อากาศเอย เชื้อโรคเอย ก็อาจจะทำให้เราป่วยได้ก็ได้ครับ กันไว้ดีกว่าแก้นะครับ 7. เตรียมตัวเที่ยวยุโรป - เงิน ห้าม! บอกเลยว่าห้ามเด็ดขาดที่จะพกเงินทั้งหมดติดตัวออกไปเที่ยว เพราะหากเกิดหายขึ้นมาก็จะเดือดร้อนทั้งทริปเป็นแน่ แต่หากใครพักที่โฮสเทล หรือไม่ใช่ตามโรงแรมที่มีระบบรักษาความปลอดภัยดี ก็ไม่อยากให้เก็บเงินไว้ที่ห้องพักเช่นเดียวกัน ทางแก้ง่ายๆ เลยก็คือ อยากให้ทุกคนทำบัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินที่เป็น Visa หรือ Mastercard มาจากไทยครับ แล้วกดเงินจากตู้ ATM เอา อาจจะ 3 วันกดทีก็ได้ เสียค่าบริการครั้งละ 100 - 150 บาท แต่แลกมาด้วยความสบายใจก็คุ้มนะครับ 8. เตรียมตัวเที่ยวยุโรป - ภาษา แม้จะไปเที่ยวยุโรปกับทัวร์ แต่ก็ต้องรู้ภาษาไว้บ้างนะครับ ง่ายๆ เลยก็คือภาษาอังกฤษ พวกคำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันง่ายๆ ศึกษาไว้บ้าง และภาษาท้องถิ่นของแต่ละประเทศ พวกคำว่า สวัสดี, ขอบคุณ, ขอโทษ รู้ไว้ไม่เสียหาย และจะทำให้การเดินทางครั้งนี้สนุกขึ้นเยอะเลยครับ 9. เตรียมตัวเที่ยวยุโรป - อาหาร ไปต่างถิ่นแน่นอนว่าอาหารคงจะไม่ถูกปากไปทั้งหมด แล้วอย่างยิ่งใครที่ทานรสจัด คงไม่อินกับอาหารยุโรปที่มีแต่แป้ง นม ชีส เลี่ยนๆ แน่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรทำเลยก็คือการพกเครื่องปรุงส่วนตัวไปครับ อาจจะเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำพริก หรือน้ำปลาขวดเล็กๆ และพกอาหารสำเร็จรูป หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปติดกระเป๋าไปด้วย ทานข้างนอกไม่ถนัด อาจจะไม่อิ่ม อย่างน้อยกลับมาที่โรงแรมแล้วได้เจอรสชาติที่คุ้นเคยก็ยังดีครับ 10. เตรียมตัวเที่ยวยุโรป - ซ้อมอาบน้ำแต่งตัว ข้อสุดท้ายนี้อาจจะฟังดูตลก แต่นี่คือเรื่องจริงนะครับ เพราะการไปท่องเที่ยวที่ต่างประเทศนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือแพลน และหากเวลาผิดไปก็อาจจะทำให้แพลนคลาดเคลื่อนได้ ยิ่งไปกับคนหมู่มากยิ่งต้องให้ความสำคัญกับเรื่องเวลามากๆ เพราะฉะนั้นหากเพื่อนๆ คนไหนรู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนทำอะไรนาน หรือมีหลายขั้นตอนกว่าจะออกจากบ้านได้ ก่อนไปก็ลองซ้อมดู ว่าตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงพร้อมออกไปข้างนอกเนี่ยเราใช้เวลาเท่าไหร่ เมื่อไปเที่ยวแล้วจะได้กะเวลาตื่นถูกครับ ทั้ง 10 ทริคที่ ทัวร์ครับ เราจัดมาให้ หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ และสามารถนำไปปรับใช้กันนะครับและไม่ใช่แค่ไปยุโรปเท่านั้น แต่ทริคเหล่านี้ยังปรับใช้ได้กับการไปเที่ยวทุกที่เลย เตรียมตัวให้พร้อมในทุกด้าน จะช่วยให้ทริปสนุกและราบรื่นขึ้นอีกเยอะเลย เที่ยวให้สนุกกันนะครับ หากใครสนใจไปเที่ยวยุโรป สามารถปรึกษาหรือดู ทัวร์ยุโรป กับ ทัวร์ครับ กันก่อนได้เลยครับ รับลองว่าสะดวกฟินแน่นอนนน !!
10 อุบายที่สายเที่ยวควรระวัง จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อในต่างแดน
พาพร้อม
ยุโรป
10 อุบายที่สายเที่ยวควรระวัง จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อในต่างแดน
วันนี้ทัวร์ครับเลยนำ 10 อุบายที่มิจฉาชีพมักใช้หลอกนักท่องเที่ยวมาเล่าให้ฟังกันครับ ใครมีแพลนกำลังจะออกเดินทางไปยังที่ไหนก็ตาม ลองอ่านกันดูนะครับ จะได้เตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆจะได้ไม่โดนหลอก.. 1. หลอกถามทาง วิธีนี้เป็นวิธีที่ฮิตมากๆ ในแถบยุโรป เพราะมิจฉาชีพเหล่านี้จะมีคนนึงในกลุ่ม แต่งตัวเป็นนักท่องเที่ยวเหมือนกับเรา ถือแผนที่ขนาดใหญ่ และเดินตรงเข้ามาขอความช่วยเหลือให้เราช่วยดูแผนที่ให้หน่อย ในขณะเดียวกันมิจฉาชีพคนอื่นๆ ก็จะอาศัยจังหวะที่เราไม่ทันระวังตัว มาแอบล้วงกระเป๋าหรือหยิบฉวยของเราไปนั่นเอง วิธีหลีกเลี่ยงพวกนี้ก็คือ อย่าไปคุย ให้เดินหนีเลยครับ พึงระลึกไว้เสมอว่า คนที่หลงทางจริงๆ จะมาถามนักท่องเที่ยวด้วยกันทำไม หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ระมัดระวังกระเป๋าให้ดีๆห้ามประมาทเลยล่ะ 2. ขอทาน คนไทยเราเป็นเหยื่อให้กับมิจฉาชีพที่ใช้วิธีนี้ได้ง่ายมากๆ เพราะด้วยพื้นฐานเราเป็นคนขี้สงสาร และมีน้ำใจ โดยวิธีที่คนร้ายจะใช้ก็คือ ปลอมตัวเป็นขอทาน (หรือขอทานจริง) เดินเข้ามาขอเงินกันโต้งๆ เลยครับ อาจจะมาในรูปแบบของเด็กเล็ก หรือคนแก่ที่น่าสงสารมากๆ และพอเราควักกระเป๋าสตางค์ออกมาก็ฉกกระเป๋าเราแล้ววิ่งหนีไปดื้อๆ เลย ซึ่งวิธีนี้พบได้ทั่วโลก!!นอกจากนี้อาจจะมีกรณีที่ ให้เงินกับขอทาน 1 คน แล้วโดนขอทานมารุมอีกเป็นสิบ !!ไม่ให้ก็ไปจากตรงนั้นไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นมิจฉาชีพรูปแบบหนึ่งเหมือนกันนะ ใครไปเที่ยวก็อย่าลืมเลี่ยงคนเหล่านี้ไว้ด้วยนะครับไม่งั้นจะเป็นเราเองที่ไม่มีเงิน 555555555+ 3.ให้เครื่องประดับ กำไลข้อมือ หรือของจุกจิก ทั้งสองอย่างนี้คือตัวอันตรายเลยครับ พวกมิจฉาชีพจะตรงดิ่งเข้ามาหาคุณ และ พยายามยัดเยียดของที่จะใส่ให้ข้อมือของคุณให้จงได้ ถ้าเจอต้องรีบหนีอย่างด่วนๆ เพราะหากเผลอรับมาแล้ว อาจจะต้องเสียเงินจำนวนมหาศาลสำหรับสายสิญจน์เส้นเล็กๆ หรือบางครั้งอาจจะเป็นการดึงความสนใจของคุณ เพื่อล้วงกระเป๋าก็ได้ครับ ซึ่งวิธีนี้มักจะเจอที่แถบยุโรป ตามสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์กครับ 4. การแสดงริมถนน จำไว้ให้มั่นเลย ว่าหากมีการแสดงริมถนนที่มีการล้อมวง คนเยอะๆ อย่าไปสนใจ อย่าไปอยากรู้อยากเห็นเด็ดขาด เพราะเป็นแหล่งทำงานชั้นดีของเหล่ามิจฉาชีพเลยล่ะ พวกนี้จะอาศัยจังหวะที่เราสนใจการแสดง ล้วงกระเป๋าหรือขโมยของเรา วิธีนี้พบเจอได้ทั้งประเทศในเอเชียเรา และทางแถบยุโรปเลยครับ ถ้าไปยืนดูการแสดง ทัวร์ครับก็แนะนำให้ปิดกระเป๋าให้มิดชิดและเอากระเป๋ามาไว้ด้านหน้าลำตัวหรือดูแลจับตามองกระเป๋าเราให้ดี จะได้ไม่เปิดช่องให้มิจฉาชีพได้มาขโมยกันได้ง่ายๆ 5. ถ่ายรูปให้หน่อย อย่าแปลกใจถ้าหากคุณไปท่องเที่ยวกับแฟนเพียงสองคนแล้วอยากมีรูปคู่ แต่ไปขอให้ใครช่วยถ่ายก็ไม่มีใครถ่ายให้ เพราะการขอให้ช่วยถ่ายรูป ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่มิจฉาชีพชอบใช้เช่นกันครับ โดยพวกเค้าจะทำทีมาขอให้เราถ่ายรูปให้ ด้วยกล้องที่ใช้งานไม่ได้ และพอเราส่งคืนเค้าก็จะแกล้งทำตก และแน่นอนว่าเราต้องชดใช้ค่าเสียหายให้เค้าด้วยราคาที่แพงมากเลยล่ะ 6. ถ่ายรูปให้ไหม นอกจาก ถ่ายรูปให้หน่อย แล้ว วิธีถ่ายรูปให้ไหม ก็ยังเป็นวิธียอดฮิตของเหล่ามิจฉาชีพเช่นเดียวกัน ซึ่งมักจะเข้าหานักท่องเที่ยวที่มาคนเดียว หรือมาเป็นคู่รักครับ โดยถ้าเราหลงกล เค้าก็อาจจะเก็บค่าถ่ายรูปกับเราในราคาแพงแสนแพง บางทีหนักหน่อย ก็อาจจะโดนวิ่งราวกล้องไปต่อหน้าต่อตาเลยครับ 7. ตำรวจปลอม วิธีนี้น่ากลัวมากๆ และเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยครับ เพราะมิจฉาชีพเหล่านี้จะทำทีว่าตัวเองเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ มาขอดูพาสปอร์ตของเรา หรือวีซ่าของเรา แล้วบอกว่าวีซ่าเรามีปัญหา หรือแกล้งบอกว่าเราทำอะไรผิดต่างๆ นานา ก่อนจะแกล้งทำทีเสนอให้เราจ่ายค่าปรับตรงนี้แทนที่จะไปสถานีตำรวจ ถ้าเราไม่ยอมให้ก็อาจจะข่มขู่ มากไปถึงการทำร้ายร่างกายเลยล่ะ วิธีแก้ง่ายๆคือให้เราค้นหาเบอร์ตำรวจของประเทศนั้นๆ ไว้ พอเจอพวกนี้เข้ามาปั๊บ ก็โทรหาตำรวจตัวจริงก่อนเลย 8. ตั๋วปลอม ในระหว่างที่เราต่อแถวรอซื้อตั๋วเพื่อเข้าสถานที่ต่างๆ หรือทำกิจกรรมใดๆ ก็ตาม ก็อาจจะมีมิจฉาชีพเข้ามาทำทีอ้างว่ามีตั๋วมาขายในราคาที่ถูกกว่าบอกเลยว่าอย่าไปหลงกลเด็ดขาดนะครับ ถึงราคาจะถูกกว่าครึ่งหนึ่งก็ตาม เพราะตั๋วที่ได้มามักจะเป็นตั๋วปลอม ใช้งานไม่ได้ นอกจากเสียเงินแล้วยังเสียเวลาอีก เซ็งแย่ 9. แท็กซี่เถื่อน รู้ๆ กันอยู่แล้วล่ะเนอะข้อนี้ เพราะในบ้านเราก็มี (เฮ้อ...พูดแล้วเซ็ง) และแน่นอนว่าทั่วโลกก็มีเช่นกันครับ แท็กซี่พวกนี้จะไม่ยอมกดมิเตอร์ และชาร์จราคาแพงกว่าปกติ วิธีหลีกเลี่ยงง่ายๆ ก็คือใช้บริการรถไฟฟ้าให้คล่อง หรือเรียกรถจากแอพต่างๆ ที่มีให้บริการดีกว่า 10. คนน้ำใจงาม เหมือนจะดูเป็นคนดี แต่พวกนี้บอกเลยว่าร้ายสุดๆ เพราะในขณะที่เรากำลังยกกระเป๋าขึ้นรถไฟ หรือแบกกระเป๋าเดินทางใบโตไปไหนมาไหนดูท่าทีลำบ๊ากลำบาก มิจฉาชีพพวกนี้ก็จะทำทีแสดงน้ำใจ มาช่วยเรายกของ ขนของ และพอเสร็จก็จะขอเงินจากเรานั่นเอง ถ้าหากไม่จ่ายก็อาจจะโดนข่มขู่ หรือทำร้ายร่างกายนั่นเองครับ เห็นมั้ยล่ะครับ? ว่าการเที่ยวแต่ละครั้งก็ไม่ได้มีแต่ความสุข แต่ก็ไม่ใช่ว่าที่มาเล่าจะทำให้กลัวจนไม่อยากเที่ยวนะครับ ต้องอย่าลืมรู้จักป้องกันตัวเอง ดูแลตัวเอง และระมัดระวังตัวเองอย่างดี เพียงเท่านี้ก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพ และแน่นอนว่ามาเที่ยวกับทัวร์ครับ ปลอดภัยหายห่วง.. ใครกำลังจะไปเที่ยว อ่านต่อนี่เลย !! >> จัดกันมันส์ทุกทริป ! 10 ทริคเที่ยวต่างประเทศแบบประหยัด
ทัวร์ครับชวนรู้! ทัวร์แสงเหนือถูกใจ หาได้ไม่ยาก…
พาพร้อม
ยุโรป
ทัวร์ครับชวนรู้! ทัวร์แสงเหนือถูกใจ หาได้ไม่ยาก…
เผลอแปปเดียวก็เข้าสู่ครึ่งปีหลัง แน่นอนว่าช่วงครึ่งปีหลังเป็นช่วงที่เต็มไปด้วยไฮไลท์ของแหล่งท่องเที่ยวมากมายจนหลายคนเลือกไม่ถูก ซึ่งนอกจากเทศกาลใบไม้เปลี่ยนแล้ว ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ของปี ที่หลายคนตั้งตารอคอยนั่นก็คือการออกไป " ล่าแสงเหนือ " นั่นเองค่ะ ปรากฏการ์แสงเหนือ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Northern Lights รวมถึง Aurora นั้น คือปรากกฏการณ์ทางธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ เป็นปรากฏการณ์ที่มักจะ เกิดขึ้นเฉพาะบริเวณแถบขั้วโลกเหนือ หรือขั้วโลกใต้เท่านั้น โดยเราจะได้พบเห็นกับแสงสีเขียว หรือแสงสีม่วง ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ปรากฏค่ะ ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอย่างแสงเหนือนั้น ไม่ใช่ว่าจะได้เห็นกันง่ายๆ ต้องมีการวางแผนกันมาเป็นอย่างดี และถึงแม้จะไปกับทัวร์แสงเหนือ ก็ต้องวางแผน เลือกจองทัวร์แสงเหนือกันให้ดี เพราะไม่งั้นอาจจะพลาดได้ ดังนั้นถ้าหากใครไม่อยากพลาดปรากฏการณ์ล่าแสงเหนือละก็ เราต้องเริ่มต้นการวางแผนจองทัวร์แสงเหนือขั้นแรกด้วยการ... เลือกช่วงเวลาโดนใจ ? โดยทั่วไป ปรากฏการณ์แสงเหนือจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม จนถึง เดือนมีนาคม กินช่วงระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีช่วงเวลาพีคของแสงเหนือที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราต้องเลือกช่วงเวลาที่เราสะดวกและพร้อมที่จะออกเดินทางไปตะลอนทัวร์แสงเหนือ เมื่อได้ช่วงเวลาที่ถูกใจแล้ว ก็ต้องมาดูเรื่องของงบประมาณสำหรับทริปทัวร์แสงเหนือครั้งนี้ ซึ่งทัวร์ครับบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน งบประมาณที่ต้องการ ? อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญที่ต้องวางแผนก่อนเริ่มต้นการทริปแสงเหนือก็คือเรื่องของงบประมาณนั่นเองค่ะ เนื่องจากว่า ปรากฏการณ์แสงเหนือนั้นเกิดขึ้นหลายประเทศ แน่นอนว่างบประมาณสำหรับทริปแต่ละประเทศนั้นก็ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับประเทศที่เราจะไปชมแสงเหนือ โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 50,000 บาท ไปจนถึง 120,000 บาท ซึ่งทัวร์แสงเหนือนั้นก็ไม่ได้เพียงพาคุณไปชมปรากฏการณ์แสงเหนือเท่านั้น แต่ทัวร์แสงเหนือยังจะพาคุณไปตะลอนเที่ยวไฮไลท์เด็ดของประเทศนั้นๆอีกด้วย จัดว่าคุ้มค่าจริงๆค่ะ พอเรากำหนดงบที่เราต้องการแล้ว ก็มาดูกันสิว่าแสงเหนือสไตล์ไหน ที่เราอยากจะชมค่ะ สไตล์ทัวร์แสงเหนือที่เราต้องการ แสงเหนือในแต่ละพื้นที่ก็จะมีความสวยงามแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพของลักษณะภูมิประเทศ ซึ่งการมาทัวร์แสงเหนือก็ไม่เพียงแต่จะไปชมปรากฏการณ์แสงเหนืออย่างเดียวเท่านั้นนะคะ เราต้องไม่พลาดไปชื่นชมความสวยงามของสถานที่ไฮไลท์ต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มรสชาติให้กับทัวร์แสงเหนือของเรามากยิ่งขึ้นค่ะ แน่นอนว่าทัวร์ครับได้สรุปข้อมูลช่วงเวลาไฮไลท์ของทัวร์แสงเหนือของประเทศยอดฮิตแต่ละประเทศมาให้แล้ว เพื่อให้ตัดสินใจกันได้ง่ายขึ้น มาดูกันเลยค่ะ รัสเซีย (Russia) ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับแสงเหนือ : เดือนพฤศจิกายน - เดือนมกราคม งบเริ่มต้นที่ : 50,000 บาท สำหรับมือใหม่นักล่าแสงเหนือที่มีความใฝ่ฝันอยากออกไปสัมผัสแสงเหนือกันให้ได้สักครั้ง แต่เงินในกระเป๋ายังไม่หนักมาก รัสเซียคือจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่หัดล่าแสงเหนือค่ะ เพราะราคาประหยัดและยังไม่ต้องขอวีซ่า อีกด้วยค่ะ ซึ่งนอกจากเราจะได้ชมแสงเหนือในราคาที่เอื้อมถึงแล้ว รัสเซียนั้นยังเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที๋โดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างอันเป็นเอกลักษณ์แบบฉบับของรัสเซีย จึงเป็นอีกทัวร์แสงเหนือที่ฮอตฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวสุดๆค่ะ ฟินแลนด์ (Finland) ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับแสงเหนือ : ปลายเดือนกุมภาพันธ์ - ต้นเดือนมีนาคม ราคาเริ่มต้นที่ : 90,000 บาท ส่วนใครที่รู้สึกว่าการไปทัวร์แสงเหนือรัสเซียนั้นยังเบาไป ฟินแลนด์คือคำตอบค่ะ ฟินแลนด์ ถือเป็นอีกประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของแสงเหนือ ที่นอกจากการมาล่าแสงเหนือที่ฟินแลนด์แล้ว ฟินแลนด์ยังเป็นดินแดนต้นกำเนิดของซานต้าคลอส ดังนั้นการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสมาสต์ที่นี่จึงอลังการสมกับเป็นบ้านเกิดของซานต้าสุดๆ แน่นอนว่าประจวบเหมาะกับฤดูกาลของปรากฏการณ์แสงเหนือพอดิบพอดี จึงทำให้เป็นทัวร์แสงเหนือนอร์เวย์นั้นพิเศษยิ่งกว่าเดิม เพราะนอกจากจะได้ชมแสงเหนือแล้ว ยังได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศการเฉลิมสุดตระการตาส่งท้ายปีอีกด้วย นอร์เวย์ (Norway) ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับแสงเหนือ : เดือนกันยายน - เดือนมีนาคม งบเริ่มต้นที่ : 100,000 บาท หากใครอยากไปทัวร์แสงเหนือที่จะได้ชื่นชมบรรยากาศของวิถึเมืองชนบทของยุโรป ท่ามกลางความสวยงามของธรรมชาติสุดตระการตา อย่าง ซองฟยอร์ด (Sognefjord) ฟยอร์ดที่ได้ชื่อว่าเป็นฟยอร์ดที่สวยที่สุดในโลก ฟยอร์ดเกิดจากถูกธารน้ำแข็งกัดเซาะเมื่อหลายล้านปีที่แล้ว ก่อนจะเกิดเป็นลำธารขนาดใหญ่ที่ถูกห้อมล้อมด้วยขุบเขาน้อยใหญ่ เป็นภาพความสวยงามที่ใครๆก็ตกหลุมรัก การไปทัวร์แสงเหนือจึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กันค่ะ ไอซ์แลนด์ (Iceland) ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับแสงเหนือ : ปลายเดือนตุลาคม - ต้นเดือนมีนาคม ราคาเริ่มต้นที่ : 120,000 บาท ปิดท้ายประเทศที่มีชื่อเสียงในเรื่องความสวยงามของปรากฏกการณ์แสงเหนือ และมักเป็นประเทศที่เรามักจะนึกถึงเมื่อพูดถึงทัวร์แสงเหนือค่ะ อย่าง ไอซ์แลนด์ค่ะ ความพิเศษของทัวร์แสงเหนือไอซ์แลนด์ก็คือ การชมแสงเหนือท่ามกลางบรรยากาศของภูเขารูปทรงแปลกตา โอบล้อมด้วยธรรมชาติ นอกจากนี้ สถานที่ท่องเที่ยวของไอซ์แลนด์นั้นก็เด็ดไม่แพ้กัน หากใครกระเป๋าตังค์หนักหน่อย ทัวร์ครับขอแนะนำให้ไปทัวร์แสงเหนือไอซ์แลนด์ ประทับใจไม่รู้ลืมแน่นอนค่ะ เห็นไหมคะว่าการหาทัวร์แสงเหนือที่ถูกใจ และราคาคุ้มค่านั้นหาได้ไม่ยากเลย เพียงแค่เราต้องรู้จักเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนจองทัวร์แสงเหนือ แค่นี้ก็ได้ชมแสงเหนือแบบฟินๆ ในราคาคุ้มค่าแล้วค่ะ แล้วคอยติดตามเคล็ดลับดีดีจากทัวร์ครับได้อีกครั้งหน้า รับรองต้องถูกใจแน่นอนค่ะ
วิธีขอวีซ่ายุโรป (Schengen Visa) วีซ่าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป++
พาพร้อม
ยุโรป
วิธีขอวีซ่ายุโรป (Schengen Visa) วีซ่าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป++
ยุโรปดินแดนในฝันของนักท่องเที่ยวหลายๆคนที่อยากจะไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต แต่ด้วยเรื่องความยากในการเตรียมตัวเรื่องการขอวีซ่าขั้นตอนต่างๆที่ดูยุ่งยาก เลยอาจจะทำให้เป็นอุปสรรคในการไปเที่ยว วันนี้ทัวร์ครับเลยจะมาช่วยเรื่องการเตรียมตัวไปยุโรป บอกเลยว่าไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด ก่อนอื่นเราก็ต้องมาทำความรู้จักกับวีซ่าเชงเก้นกันก่อนค่ะ วีซ่าเชงเก้น เป็นวีซ่าที่ใช้เดินทางเข้า - ออกในกลุ่มประเทศในโซนยุโรป มีทั้งหมด 26 ประเทศ ที่สามารถเดินข้ามแดนโดยที่ไม่มีด่านตรวจสามารถเดินทางได้แบบต่อเนื่อง โดยไม่ต้องขอวีซ่าทีละประเทศ วีซ่าเชงเก้นมีแบบไหนบ้าง ?? 1.วีซ่าแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน ประเภท “A” เป็นวีซ่า transit กรณีที่มีการต่อเครื่อง หรือ แวะประเทศในเชงเก้นในระยะสั้นๆ แต่ถ้าไม่ได้ออกนอกสนามบิน ก็ไม่ต้องขอวีซ่าประเภทนี้ 2.วีซ่าเดินทางผ่าน ประเภท “B” วีซ่าประเภทนี้จะออกให้สำหรับการเดินทางผ่าน 1 ครั้ง 2 ครั้ง ระยะเวลาในการเดินทางจะต้องไม่เกิน 5 วัน 3.วีซ่าพำนักระยะสั้น ประเภท “C” การเดินทางมาท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะขอวีซ่าประภทนี้ เป็นวีซ่าระยะสั้น วีซ่าประเภทนี้ไม่สามารถอยู่ได้เกิน 90 วัน ภายในระยะเวลาครึ่งปี 4.วีซ่าเข้าได้แค่ประเทศที่ขอ ประเภท “D” วีซ่าประเภทนี้ ใช้เข้าได้เฉพาะประเทศที่เราขอไปเท่านั้น หลายคนสงสัยว่าถ้าไปหลายประเทศจะไปขอวีซ่าประเทศไหนดี ? 1. ถ้าเดินทางไปหลายประเทศให้ขอวีซ่าประเทศที่ไปอยู่นานที่สุด 2. ถ้าเดินทางเฉลี่ยเท่ากันทุกประเทศ ให้เริ่มต้นขอที่ประเทศที่เข้าเป็นประเทศแรก ขั้นตอนการทำ "วีซ่าเช็งเก้น" 1.เลือกแผนเดินทาง เลือกโปรแกรม กับทัวร์ครับ 2.เตรียมเอกสารการทำวีซ่า 3.นัดวันเพื่อไปสัมภาษณ์ที่สถานฑูต 4.รอผลวีซ่า 15 -20 วันทำการ เอกสารที่ต้องเตรียม แบบฟอร์มคำร้องขอยื่นวีซ่าประเทศที่จะไป รูปถ่าย จำนวน หนังสือเดินทางเล่มจริง (อายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน) เอกสารทางการเงิน ยุโรปตะวันออก สำเนาสมุดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน เดือนต้องมีเงินเข้าออก ทุกเดือน ต้องเป็นบัญชีออมทรพัย์เท่านั้น (ถ้าไม่มีการเคลื่อนไหวต้องขอ statement ย้อนหลัง) ควรมีเงินขั้นต่ำ 6 หลัก ยุโรปตะวันตก ต้องขอ statement ย้อนหลัง 6 เดือน ต้องเป็นบัญชีออม ทรัพย์เท่านั้น Bank certificate (หนังสือรับรองเป็นสถานะ ทางการเงิน และเป็นบัญชีเดียวกันกับ statement) ควรมีเงินขั้นต่ำ 6 หลัก กรณีรับรองค่าใช้จ่ายให้ผู้อื่น *ต้องเป็น พ่อ-แม่ , สามี-ภรรยา หรือบุตร *กรณีที่เป็นพี่น้อง ต้องเป็นพ่อ-แม่เดียวกัน นามสกุลเดียวกัน เอกสารที่ต้องใช้ statement บัญชีของผู้รับรอง Bank guarantee (หนังสือที่รับรองให้ผู้อื่น) ชื่อผู้รับรองกับคน guarantee ต้องตรงกับพาสปร์ต 5 สำเนาเอกสาร สำเนาบัตรประชาชน ( เด็กอายุต่ำกว่า 15 ต้องมีใบสูติบัตร ) สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ - นามสกุล (ถ้ามี) สำเนาใบทะเบียนสมรส หรือใบหย่า หนังสือรับรองการทำงาน (เป็นภาษาอังกฤษ) * เกษียรอายุ ( 60 ปี ) ไม่ต้องใช้เอกสารรับรองการทำงาน * กรณีที่เป็นเจ้าของกิจการใช้ใบจดทะเบียนพาณิชย์ (ถ้าไม่ได้จดทะเบียนต้องเขียนหนังสือชี้แจงตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ)
12 สิ่งที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปเที่ยวต่างประเทศ
พาพร้อม
ยุโรป
12 สิ่งที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปเที่ยวต่างประเทศ
ต้องมีให้ครบ !!!! 12อย่างที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ที่หลายๆคนชอบลืม ไปเที่ยวต่างประเทศทั้งทีก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ขาดตกบกพร่อง 1.กระเป๋าสตางค์ (บัตรเครดิต / เงินสด) เช็คกระเป๋าตังค์ให้พร้อม แนะนำให้แลกเงินสดจากบ้านเราไปเลยดีกว่า ยังไงๆ ก็ได้เรทที่ถูกกว่าแน่นอน และอย่าลืมพกบัตรเครดิต หรือเดบิต(ATM) ไปเผื่อเงินไม่พอ ก็ยังพอรูด หรือหาตู้ATM กดเงินได้ 2.หนังสือเดินทาง ข้อนี้สำคัญมากลืมไม่ได้เลยก็คือ "หนังสือเดินทาง " และทัวร์ครับก็ขอแนะนำว่าให้ถ่ายรูปเอกสารสำคัญไว้ให้หมด เช่นหน้าหนังสือเดินทาง วีซ่า บัตรประชาชน และหลักฐานสำคัญต่างๆ ที่ใช้เป็นหลักฐานแสดงตัวตน เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินกระเป๋าหายหรือถ้าจะให้ดีก็ถ่ายแล้วเข้าส่งเข้าเมล์ไว้เลย 3.กล้องถ่ายรูป / สายชาร์จกล้อง ข้อนี้น่าจะไม่ลืมกันอยู่แล้ว แต่ถ้าเอาไปก็อย่าลืมสายชาร์จแบตด้วย ที่สำคัญการ์ดความจำ เคลียให้เรียบร้อยรูปเก่าๆเอาลงคอมให้หมด หรือใครมั่นใจว่าเมมไม่พอแน่ๆ ก็อย่าลืมเอาไปเผื่อด้วย 4.ที่ชาร์จแบตสำรอง (Power bank) หลายคนชอบมองข้ามเรื่องนี้ไป ไปกับเพื่อนเดี๋ยวยืมเพื่อนก็ได้ แต่ถ้ามีเหตุฉุกเฉินหลงขึ้นมา แบตโทรศัพท์หมดก็แย่เลย ทางที่ดี ก็อย่าลืมพกติดไปด้วย 5.เปิดRoaming หลายๆคนที่ไปเที่ยวต่างประเทศไม่ชอบเปิดโรมมิ่งไป คิดว่ามีแค่Pocket WiFi ก็พอ เปิดไปกลัวเสียค่าโทรศัพท์เยอะ แต่ถ้าเกิดแยกกับคนอื่น หรือเกิดWiFiแบตหมดก็เรื่องใหญ่เลย จะติดต่อใครก็ไม่ได้ หลายคนห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย ก็แนะนำให้เปิดโรมมิ่ง แต่ก็อย่าลืมปิดอินเตอร์เน้ตกันด้วย ไม่งั้นบิลมาปวดหัวเลย ><" 6.ปากกา / สมุด ไปเที่ยวต่างประเทศได้ใช้แน่นอน เพระาเราต้องกรอกเอกสารตั้งแต่ใบตม.หลายสิ่งมาก อย่าลืมพกไปด้วย จะได้ไม่ต้องไปยืมคนอื่น 7.แผนที่ ที่อยู่ / โรงแรม ถ้าใครหลง โทรศัพท์แบตหมด แต่ถ้าปริ้นแผนที่โรงแรม หรือที่อยู่ของโรงแรมไว้ก็ยังดี ให้คนอื่นช่วยดูได้ ยังไงก็ได้กลับโรงแรมถูกแน่นอน 8.ปลั๊กสามตา / หัวปลั๊กของประเทศนั้นๆ ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือหัวปลั๊ก อย่าลืมหาข้อมูลด้วยว่าประเทศที่เราจะไปใช้หัวปลั๊กแบบไหน ใช้ไฟเท่าไหร่ ถ้าให้ดีแนะนำให้ซื้อหัวปลั๊กuniversal Travel adapter เป็นปลั๊กที่ทีรวมหัวปลั๊กทุกแบบเอาไว้ พกพาง่ายไมต้องมานั่งพกทีละอัน และที่สำคัญอย่าลืมเอาปลั๊กสามตาไปด้วย เพราะตามที่พัก หรือโรงแรมจะมีปลั๊กให้เราแค่ 1 ที่หรือ 2ที่อาจจะไม่พอชาร์จยังไงก็ลืมเอาเผื่อด้วย 9.เบอร์สถานทูต เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในต่างแดน ที่ๆจะช่วยเราได้ก็คือสถานทูต ควรหาข้อมูลให้พร้อมด้วย 10.ยาประจำตัว ถ้ารู้ตัวว่ามีโรคประจำตัวอะไร ก็อย่าลืมเตรียมยาให้พร้อม และก็ยาสามัญประจำบ้าน ยาแก้ปวดหัว ปวดท้อง แก้ท้องเสีย แก้หวัดก็ต้องเตรียมไปเผื่อเป็อะไรขึ้นมาจะได้ไม่ลำบาก จะไปซื้อยาที่ต่างประเทศก็สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง และที่สำคัญขอเตือน!!! เรื่องอาหารแนะนำว่าอย่าทานอะไรที่เสี่ยงจะเข้าห้องน้ำ ไม่งั้นหมดสนุกแน่ --" 11.ของเหลวต้องโหลดใต้เครื่อง เรื่องที่หลายๆคนชอบลืมคือเรื่องของเหลวทั้งหลายอย่าลืมโหลดใส่ใต้เครื่อง อะไรที่เป็นน้ำโยนใส่กระเป๋าให้หมด เพราะยังเห็นต้องทิ้งกันอยู่บ่อยๆ ใครที่ดื้อแอบซุกในกระเป๋ายังไงก็ไม่รอด เพราะยังไงๆเครื่องก็ยังสามารถแสกนได้ 12.หาสัญลักษณ์แปะกระเป๋าเดินทาง เวลาเรารอกระเป๋าที่สายพราน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่หากระเป๋า เพราะมันจะคล้ายๆกันหมด แนะนำว่าควรหาสัญลักษณ์ที่จำง่าย หรือหาอะไรที่เป็นสีๆมาติดไว้ เพราะจะได้ไม่สลับกันและไม่เสียเวลา
เที่ยวยังไงให้ได้ภาพสวยๆ ด้วยมือถือของคุณ
พาพร้อม
ยุโรป
เที่ยวยังไงให้ได้ภาพสวยๆ ด้วยมือถือของคุณ
เทคนิคพื้นฐานและอุปกรณ์เสริมสมาร์ทโฟนที่จะช่วยให้ภาพถ่ายของคุณไม่ธรรมดาเมื่อไปเที่ยวต่างประเทศ เชื่อว่าทุกคนอยากมีภาพสวยๆของการท่องเที่ยวของคุณเก็บไว้เป็นความทรงจำวันนี้ เราจะมาบอกเทคนิคพื้นฐานในการถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อให้ภาพของคุณสวยงามยิ่งขึ้น จัดองค์ประกอบภาพด้วย Grid ก่อนอื่นเปิด Grid ของ Camera ถ้าเป็นของ iOS 7 เข้าไปตั้งได้ที่ Settings > Photos & Camera > Grid > On แล้วเราจะได้เส้นมา 4 เส้น ตัดกันเป็นตาราง 9 ช่อง ประโยชน์ของ Grid จะใช้สำหรับการจัดวางตำแหน่งของแบบในภาพว่าวางจุดไหนแล้วแบบจะดูเด่นได้ง่ายยิ่งขึ้น จุดตัด 4 จุด หากถ่ายภาพให้จุดเด่นอยู่ตรงกลางตลอดอาจทำให้ภาพดูน่าเบื่อหรือดูแข็งทื่อไปหน่อยเพราะเมื่อเรามองไปที่ภาพแล้วเห็นจุดเด่นอยู่ตรงกลางจะทำให้เราไม่พิจารณาส่วนประกอบอื่นของภาพ จากภาพตัวอย่างจะเห็นวงกลมสีแดงๆ เมื่อเราถ่ายภาพก็พยายามวางจุดเด่นไว้ที่จุดสีแดงจะทำให้ภาพ จะทำให้ภาพดูไม่แข็งทื่อ มีการถ่ายเทน้ำหนัก และไม่สมมาตรเกินไป (สามารถหาวิธีอื่นในการจัดองค์ประกอบภาพได้ แต่วิธีจะทำให้จัดองค์ประกอบง่ายขึ้น) กฎ 3 ส่วน กฎ 3 ส่วนเป็นการแบ่งภาพออกเป็น 3 ส่วนตามตารางและพยายามจัดองค์ประกอบให้อยู่ในเส้นเหล่านี้ เช่นในภาพตัวอย่าง ท้องฟ้า 2 ส่วน พื้นดิน 1 ส่วน จะทำให้ภาพของคุณดูดีกว่าเดิม ใช้ HDR เมื่อหันหน้าเข้าหาแสงอาทิตย์ ใช้ HDR (High Dynamic Range) บ้างเมื่อหันหน้าเข้าหาแสงอาทิตย์ ซึ่งการทำงานของ HDR คือการเอาภาพ 3 เลเยอร์คือ แสงมือ แสงปกติ แสงสว่าง มาซ้อนกันและเฉลี่ยนค่าแสงออกมาให้เหมาะสม ก็คือจะทำให้เราถ่ายภาพย้อนแสงได้ดีขึ้นนั้นเอง อุปกรณ์เสริมสมาร์ทโฟน ด้วยอุปกรณ์เหล่านี้จะทำให้คุณมีภาพในมุมที่แปลกใหม่และหลากหลายยิ่งขึ้น ลองเปลี่ยนสไตล์การถ่ายภาพด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือเดิมๆ หรือ มุมการเซลฟี้เดิมๆ ให้มีมิติยิ่งขึ้น 1. เลนส์ ภาพจาก : www.lazada.co.th เลนส์จะช่วยเสริมคุณภาพกล้องโทรศัพท์ของคุณให้สามารถใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น ประเภทของเลนส์ที่สามารถหาซื้อได้มีหลากหลายประเภท ถ้าคนต้องการความคมชัด การซูมสิ่งของใกล้ๆแนะนำให้ใช้เลนส์ Marco ส่วนคนที่ต้องการเลนส์ที่มุมมองกว้างอยากถ่ายภาพกลุ่มที่มีพื้นที่แคบหรือจำกัดแนะนำให้ใช้เล่นส์ Wide และยังมีอีกหลายประเภทเปลี่ยนใช้ตามความเหมาะสมได้อย่างอิสระ ทีนี้คุณก็จะได้รูปสวยๆเมื่อไปเที่ยวต่างประเทศมาอัพลง Facebook หรือ IG แบบหลากหลายยิ่งขึ้น 2. Grip Case ภาพจาก : designtaxi.com มีปัญหากับการถ่ายภาพออกมาแล้วเบลอหรือเปล่า ? การจับโทรศัพท์มือถือให้นิ่งจึงเป็นหัวใจหลักสำคัญที่จะทำให้ภาพออกมาสวย Grip Case จะช่วยให้การจับโทรศัพท์ของคุณง่ายขึ้น สามารถถ่ายรูปได้สะดวก โดยเฉพาะรูปแนวนอนที่คนจำเป็นต้องตะแคงโทรศัพท์ซึ่งหากจับไม่มั่นคงพอจะทำให้มือของคุณสั่นและการถ่ายภาพยามคุณท่องเที่ยว จะได้มาแต่ภาพเบลอเต็มไปหมด 3. Waterproof Case ภาพจาก : www.igeeksblog.com ไม่ว่าจะเป็นใต้ทะเล ใต้น้ำในสระว่ายน้ำ หรืออะไรก็ตามแต่ที่อาจทำให้โทรศัพท์มือถือของคุณพังได้ สิ่งนี้จะทำให้คุณสามารถถ่ายภาพจากกิจกรรมเหล่านั้นได้ ซึ่ง Waterproof Case มีราคาที่ถูกเพราะมันเป็นแค่ถุงกันน้ำที่มีช่องให้สามารถถ่ายภาพได้ ไม่ว่าจะในประเทศหรือนอกประเทศก็ควรมีติดไว้ในกระเป๋าเดินทาง 4. สายคล้องโทรศัพท์มือถือ ภาพจาก : www.amazon.com เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาโทรศัพท์มือถือของคุณหาย ยิ่งเวลาไปเที่ยวจะต้องเอาออกมาถ่ายรูปอยู่ตลอดเวลาแล้วยิ่งทำให้มีโอกาสหายมากขึ้น สายคล้องโทรศัพท์จึงจำเป็นมากในการท่องเที่ยว จะเป็นแบบคล้องคอก็ได้หรือจะเป็นแบบคล้องข้อมือก็ดี นอกจากป้องกันการสูญหายแล้วยังป้องกันการตกหล่นโทรศัพท์เสียหายอีกด้วย 5. ไม้เซลฟี้ ภาพจาก : sport.mthai.com สิ่งที่เราจะขาดเสียไม่ได้เมื่อไปเที่ยวนั้นก็คือ ไม้เซลฟี้ นั้นเอง ไม้ที่จะช่วยให้คุณสามารถถ่ายรูปตัวเองได้ สามารถปรับระยะของไม้ได้ และที่ไม้มีปุ่มกดถ่ายภาพได้ ไม่จำเป็นต้องตั้งเวลาให้ยุ่งยากด้วย 6. ขาตั้งโทรศัพท์ ภาพจาก : www.amazon.com คุณคงไม่อยากที่จะมีแต่ภาพที่คุณต้องยื่นมือถือกล้องไปถ่ายเซลฟี้ตัวเองอย่างเดียวใช่ไหมล่ะ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพตัวเองคนเดียวหรือถ่ายภาพเพื่อนทั้งกลุ่มแต่ไม่อยากให้ขาดใคร ขาตั้งโทรศัพท์สามารถช่วยให้คุณถ่ายภาพตัวเองในมุมที่ต้องการได้โดยไม่ต้องยื่นมือเซลฟี้อีกต่อไป 7. Remote Shutter ภาพจาก : www.aliexpress.com เหนื่อยมั้ยกับการที่ต้องวิ่งเข้าเฟรมเมื่อกดถ่ายรูปแบบจับเวลา Remote Shutter สามารถกดถ่ายภาพในระยะไกลด้วยบลูทูธ เมื่อคุณตั้งโทรศัพท์และเลือกมุมถ่ายภาพเสร็จ คุณจะมีเวลาให้จัดท่าทางแอ๊คท่าได้อย่างไม่เร่งรีบ เอ้า! 1 2 แช๊ะ! 8. External Charger ภาพจาก : uedata.amazon.com คงเสียอารมณ์น่าดูถ้าคุณกำลังสนุกกับการท่องเที่ยวและถ่ายภาพอยู่ดีๆแบตดันหมดซะอย่างงั้น ซ้ำยังอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่มีปลั๊คให้ชาร์จแบต เช่น ป่า ภูเขา เป็นต้น เราคงไม่สามารถหามาให้ได้ External Charger หรือที่เราเรียกกันว่า พาวเวอร์แบงค์ จึงจำเป็นมากในยุคนี้เพราะถึงจะไม่ได้ใช้ถ่ายรูปตลอดเวลาแต่ก็ยังคงต้องใช้แชทกับเพื่อนๆเสมอ จึงทำให้แบตโทรศัพท์หมดเร็ว 9. Application ภาพจาก : www.outsourcingcheap.com เพื่อให้ภาพที่คุณถ่ายออกมาสวยงามยิ่งขึ้น แอพพลิเคชั่นแต่งรูปจึงจำเป็นมากในการแต่งภาพให้สวยงามก่อนที่จะลงใน Social Media อย่าง Facebook และ IG เพื่อแชร์ให้เพื่อนๆของคุณเห็นภาพที่สวยงามว่าคุณมาเที่ยวที่นี่นะ แล้วคุณก็รอนับจำนวนlikeได้เลย