ใบอนุญาต 11/08583
02-013-5333
Line icon LINE: @tourkrub
เพิ่มเพื่อน

บทความเกี่ยวกับ #4898 ทั้งหมด

                 10

10 สถานที่ ตามล่าหาแสงเหนือ

Jul 26, 2017

แสงเหนือ” (Northern Light) หรือ “แสงออโรร่า” คงเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอันดับต้นๆที่มนุษย์ต้องการจะไปเห็นด้วยตาตัวเองแน่ๆ แต่การที่จะได้ไปเห็นของจริงนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง เพราะแน่นอนว่าหากขึ้นชื่อว่าธรรมชาติแล้ว คงไม่มีใครที่จะควบคุมมันได้แน่นอน แต่คำถามแรกๆที่ทุกคนน่าจะมีก่อนเลยคือต้องไปที่ไหนถึงจะได้เห็น วันนี้ทัวร์ครับจะมาชี้เป้าให้คนที่สนใจอยากจะไปเห็นสุดยอดปรากฏการณ์นี้ด้วยตาตัวเอง ว่า 10 ประเทศที่เหมาะกับการที่จะไปตามล่าแสงเหนือนั้นคือประเทศอะไรกันบ้าง 1. SWEDEN จุดที่ดีที่สุด : Kiruna, Abisko, Swedish Lapland ด้วยสภาพอากาศแบบเฉพาะตัวของพื้นที่ ในสวีเดนนั้นได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาแล้วว่าเป็นจุดชม”แสงเหนือ”ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะ “Torneträsk Lake” ทะเลสาบที่มีความยาวถึง 70 กม. ใกล้ๆกับอุทยานแห่งชาติอาบิสโก้ ที่มีท้องฟ้าโปร่งๆเหมาะสำหรับการชมแสงเหนือเป็นอย่างมาก 2.RUSSIA จุดที่ดีที่สุด : Murmansk, Siberia, Kola Peninsula ในทางตอนเหนือของรัสเซีย คือจุดที่คุณจะมีโอกาสที่จะได้พบกับ “แสงเหนือ” อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมือง Murmansk ใกล้ๆกับ The Kola Peninsula รัสเซียถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้เราได้พบกับแสงเหนือ 3. ICELAND จุดที่ดีที่สุด : Þingvellir National Park, Kirkjufell , most of the country หลบออกจากแสงสีในเมืองหลวงแล้วมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ ที่ซึ่งแผ่นดินของสหรัฐอเมริกากับยูเรเชียนมาบรรจบกันจนเกิดเป็นหุบเขาขึ้นมา และส่วนที่ทำให้ไอซ์แลนด์ต่างจากประเทศอื่นก็คือคุณสามารถที่จะมองเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือได้แทบทุกที่ภายนอกเมืองหลวงของไอซ์แลนด์อย่าง “เรคจาวิค” (Reykjavik) 4. FINLAND จุดที่ดีที่สุด : Luosto, Nellim, Utsjoki, Ivalo, Kakslauttanen ,lapland มุ่งหน้าสู่ ลูสโต (Luosto) ทางตอนเหนือของฟินแลนด์ และเพื่อเพิ่มโอกาสที่จะได้เจอกับ”แสงเหนือ”แบบตัวเป็นๆเราแนะนำ “Hotel Aurora” โรงแรมที่จะสัญญาณเตือนดังขึ้นเพื่อเรียกคุณออกไปชมเมื่อเกิดปรากฏการณ์ขึ้น หรืออาจจะไปที่สถานที่มีดาวสวยๆอย่าง “เมืองเนลลิม” ใกล้ๆกับ “ทะเลสาบอินารี” ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศฟินแลนด์ก็ยังได้ 5. ALASKA จุดที่ดีที่สุด : Anchorage, Fairbanks, Denali, the Yukon หากอยู่ในเขตที่เรียกว่า “The Zone”แล้วล่ะก็ แทบจะการันตีได้เลยว่าเราจะได้พบกับ”แสงเหนือ” อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นออกจากเมืองให้ไวแสงเหนือรออยู่ข้างนอกแล้ว >< 6.CANADA จุดที่ดีที่สุด : Calgary, Ontario, Yukon Territory, Manitoba พื้นที่รอบๆ ทะเลสาปพริสไทน์ (pristine Lake) ทางด้านเหนือของออนทาริโอ (Ontario)และเมืองเล็กอย่าง ทุนดรา (tundra) ที่แห่งนี้จะสามารถมองเห็น”แสงเหนือ”ได้ไกลถึงชายแดนฝั่งใต้ของสหรัฐอเมริกา แต่เชื่อเถอะว่าอยู่ฝั่งแคนาดาเนี่ยคือที่นั่งแถวหน้าสำหรับการชมปรากฏการณ์นี้แล้ว 7.NORWAY จุดที่ดีที่สุด: Svalbard, Alta, Svalbard, Finnmark เมือง Tromso ทางตอนเหนือของนอร์เวย์ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม สำหรับการไปดูแสงสีเขียวที่น่าทึ่งแบบนี้ แถมยังมีทางเลือกมากกว่าที่อื่นคือการนั่งเรือไปรอบๆ ชายฝั่ง ด้วยเรือ “Hurtigruten” ที่จะปลุกเราเมื่อเกิดปรากฏการณ์”แสงเหนือ”ขึ้น 8.GREENLAND จุดที่ดีที่สุด : Kulusuk, Ammassalik , Kuuk ด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้ “กรีนแลนด์“ เป็นตัวเลือกแรกๆสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วๆไปที่ต้องการมาตามล่า”แสงเหนือ” เพราะถึงจะไม่ได้พบกับแสงเหนือ แต่การได้เห็นวิวทิวทัศน์ของที่นี่ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว ข้อดีอีกอย่างของกรีนแลนด์ก็คือที่นี่จะสามารถรับชม”แสงเหนือ”ได้เกือบจะทั่วประเทศเลย เรียกว่าไม่พลาดแน่ๆถ้ายังไม่หลับนะ 9.SCOTLAND จุดที่ดีที่สุด : Aberdeen, Isle of Skye, Northern Highlands, Dunnet Head แม้ว่าส่วนหนึ่งของหมู่เกาะอังกฤษที่ขึ้นชื่อเรื่องพายุ หมอก และเมฆ อย่างสก็อตแลนด์จะไม่ใช่ที่ๆเหมาะแก่การดูท้องฟ้ามากนัก แต่ในช่วงฤดูหนาวที่ฟ้าเริ่มเปิดที่นี่คืออีกหนึ่งแห่งที่จะมอบโอกาสชม”แสงเหนือได้เป็นอย่างดีเลย 10 DENMARK จุดที่ดีที่สุด: rubjerg knude Faroe Islands archipelago. แม้ว่าเดนมาร์คจะเป็นหนึ่งใน หมู่เกาะอังกฤษ ที่ขึ้นชื่อเรื่องพายุก็ตาม ที่นี่ก็ยังมีหมู่เกาะ Faroe ที่สามารถล่าแสงเหนือได้อีกที่หนึ่ง แพ็คเกจทัวร์ ล่าแสงเหนือ ออโรร่า

อ่านเพิ่มเติม
Mobile slide

อุทยานแห่งชาติเย๋หลิ่ว _ Yehliu Geopark

Aug 24, 2017

Yehliu Geopark (野柳地質公園) หรือที่คนไทยเรียกกันว่า “อุทยานเย่หลิว” หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของไต้หวัน ตั้งอยู่ในภาคเหนือของเกาะไต้หวัน ทำให้อากาศแถวนั้นดีมาก และได้กลิ่นอายของทะเล ช่วงที่หน้าไปมากที่สุดก็คือช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพราะอากาศกำลังดี ไม่หนาวหรือร้อนเกินไป สำหรับลักษณะพิเศษ ของที่นี่ก็คือ ก้อนหินที่มีรูปร่างแปลกประหลาด ก้อนหินเหล่านี้จะมีรูปทรงต่างๆตามจินตนาการของผู้คนมีทั้งหินช้าง หินคิงคอง หินเห็ด หินเทียน หินเต้าหู้ และอื่นๆอีกมากมาย แต่ที่เป็นไฮไลท์ที่สุด หรือเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของที่แห่งนี้เลยก็คือ “หินเศียรราชินิ” ทั้งนี้ความพิเศษของที่นี่ก็คือ หินเหล่านี้นั้นถูกกัดเซาะ โดยธรรมชาติ เลยทำให้หินนั้นออกมามีรูปทรงที่แปลกประหลาด ซึ่งภูมิทัศน์หินของเย่หลิวถือเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกอีกแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้

อ่านเพิ่มเติม
Mobile slide 21462374 1977781315835012 1740079577223124577 n

winter is coming >> หนาวนี้ไปไหนดี

Oct 5, 2017

ในช่วงฤดูหนาวที่ใกล้เข้ามาทุกที เชื่อว่าหลายคนคงกำลังมองหาที่เที่ยวปลายปีนี้กันอยู่แน่นอน วันนี้ทัวร์ครับเลยอยากจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ในหน้าหนาวกัน เพราะไหนๆอยู่บ้านเราก็ร้อนมันมาทั้งปีแล้ว ก็เปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวที่หนาวๆบ้าง ในช่วงฤดูหนาวก็ถือว่าเป็นฤดูแห่งเทศกาลเฉลิมฉลอง ไม่ว่าจะ คริสต์มาส ปีใหม่ ตามสถานที่ต่างๆก็จะครึกครื้นเหมาะกับการไปเที่ยวแน่นอน ไปดูกันเลยว่ามีที่ไหนกันบ้าง "ดูแสงเหนือที่ สแกนดิเนเวีย" ใครที่อยากไปนอนดูแสงเหนือ ก็ต้องไป ช่วงปลายเดือนตุลาคม ถึง ต้นเดือนมีนาคม เป็นช่วงเวลาที่เราสามารถเห็นแสงเหนือได้ดีทีสุด นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะนิยมนอนรีสอร์ทที่เป็นเหมิอนเหมือนบ้านชาวเอสกิโมหลังคาของที่รีสอร์ทจะเป็นแบบใสเพื่อให้เราได้นอนดูแสงเหนือ แบบฉ่ำปอด ดูมันทั้งคืนเล้ย !! ROVANIEMI "หมู่บ้านลุงซาต้าน" หมู่บ้านลุงซ้านต้าตั้งอยู่ตอนเหนือของประเทศฟินแลนด์ เป็น The Official Hometown of Santa Claus ที่นี่แหละเป็นบ้านที่แท้จริงของลุงซานต้านั่นเอง ภายในหมู่บ้านมีพิพิธภัณฑ์ของเล่นเล็กๆ ร้านอาหาร ที่พัก ร้านขายของที่ระลึก และที่นิยมกันมากคือการถ่ายรูปคู่กับคุณลุงซานต้านั่นเอง และยังมีที่ทำการไปรษณีย์ สำหรับส่งของขวัญและจดหมาย แถมได้ติดแสตมป์ของ Santa Claus Village ส่งไปอวยพรอีกด้วย นอกจากนี้ถ้าใครมาเที่ยวหน้าหนาวอีกสิ่งที่สำคัญห้ามพลาดก็คือ การชมแสงเหนือ Rovaniemi ถือว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการชมแสงเหนือเป็นอย่างมาก ปัจจุบัน หมู่บ้านซานตาคลอสแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก สามารถมาเจอคุณลุงซานต้าตัวเป็นๆ ได้ตลอดปีเลย ไปนับถอยหลังขึ้นปีใหม่ที่ disneyland Paris ไปย้อนวัยหาเค้าที่ดาวน์ใหม่ๆที่ดิสนีย์ บอกเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะเค้าจะมีการจุดพลุแบบอลังการงานสร้าง เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกดิสนีย์แบบ teaser ก่อนเข้าการ์ตูนยังไงอย่างงั้นเล้ยยย ใครที่อยากหากิจกรรมทำสนุกๆ ทัวร์ครับขอแนะนำ การเล่นสกีร์ที่ฮอกไกโด เพราะภูเขาเต็มไปด้วยหิมะ แบบ Powder Snow หรือหิมะขาวละเอียดขั้นเทพ ที่ไม่ค่อยหาสัมผัสได้จากแหล่งไหน มีสกีรีสอร์ท และยังมีเส้นทางติดอันดับโลกอยู่หลายแห่ง เมืองที่นิยมเล่นสกี ก็คือ Niseko สำหรับมือใหม่นั้น ก็สามารถเล่นได้เหมือนกัน เพราะมีหลายระดับตั้งแต่เริ่มเล่นครั้งแรกจนถึงระดับสูงนั่นเอง เทศกาล Hwacheon Sancheoneo Ice Festival เป็นเทศกาล ตกปลาน้ำแข็งที่เมืองฮวาชอนจังหวัดคังวอนโด เป็นงานท่ีมีทุกปีส่วนใหญ่มักจะจัดประมาณเดือนมกราคม ใครที่สนใจไปงานนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะงงหรือทำไม่เป็น เพราะเค้ามีโซนสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติรองรับด้วย นอกจากตกปลาน้ำแข็ง แล้วยังมีกิจกรรมอื่นๆ ไม่ว่าจะสเก็ตบนลานน้ำแข็ง สไลด์เดอร์ บอกเลยว่าใช้เวลาอยู่ได้กันทั้งวัน ใครที่อยากเอาตัวไปปะทะอากาศหนาวเหน็บ ทัวร์ขอแนะนำเทศกาลหิมะและน้ำแข็งที่ฮาร์บิน เป็นงานเทศกาลน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีการแสดงประติมากรรมน้ำแข็งเรียกได้ว่าอลังการ และสวยงามมากในตอนแกลางคืนก็มีการตกแต่งด้วยไฟ ดูทำให้ดูสวยงามโรแมนติกมากๆ สำหรับปีนี้งานก็จะเริ่มในตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคน ถึงช่วงปลายเดือนกุมภาเลย สำหรับใครที่อยากอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของช่วงเทศกาล ขอแนะนำรัสเซียเลย เพราะเค้าจะมีการจัดงาน Christmas Market ที่St. Petersburg ในงานจะประดับไฟระยิบระยับเข้ากับบรรยากาศ White Christmas มาก ๆ มีร้านขายส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าพื้นเมืองของรัสเซีย รวมไปถึงอาหารและเครื่องดื่มของรัสเซีย อย่าง ไส้กรอก ขนมปังไส้เนื้อ และที่ขาดไม่ได้คือ กลูห์ไวน์ (Glühwein) หรือเครื่องดื่มยอดฮิตของตลาดคริสต์มาสยุโรปนั่นเอง ไฮไลท์ของตลาดคริสต์มาสที่นี่ ก็คือ “Russian folk songs” ในตอนกลางคืน ผู้คนที่มาเดินในตลาดก็จะได้เพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีในแบบฉบับของรัสเซีย ท่ามกลางเมืองที่โปรยปรายไปด้วยหิมะสีขาวโพลน บอกเลยว่าโรแมนติกสุดๆ >//< blue lagoon เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดของประเทศไอซ์แลนด์เลย เป็นการแช่น้ำพุร้อนท่ามกลางอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิของน้ำจะอยู่ที่ประมาณ 40 องศาเซลเซียส น้ำร้อนของที่นี่สามารถช่วยรักษาโรคผิวหนังได้หลายชนิด ได้ทั้งผ่อนคลายและรักษาโรคไปด้วย ที่บลูลากูนถือว่าเป็นสวรรค์ ของคนที่ชอบการอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อน โดยรอบบ่อมีไอระเหยออกมาตลอดเวลา ทำให้เหมือนได้พักผ่อนและรู้สึกผ่อนคลายยย สบายอารมณ์ ช่วงฤดูหนาวจะเป็นช่วงเวลาที่บลูลากูนมีความสวยที่สุด ถ้ามาเยือนไอซ์แลนด์บอกเลยว่าต้องมาที่นี่!!!!! "เดินชมบรรยากาศสุดโรแมนติกที่โอตารุ" เทศกาลแสงไฟริมคลองโอตารุ(Otaru Snow Light Path Festival) เป็นเทศกาลในฤดูหนาว จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์(ใกล้เคียงกับเทศกาลหิมะซัปโปโร) โดยเมืองโอตารุจะประดับประดาไปด้วยแสงไฟ และรูปปั้นหิมะขนาดเล็ก เป็นระยะเวลา 10 วัน บรรยากาศของเมืองที่ปกคลุมด้วยหิมะ รวมกับแสงจากโคมไฟระยิบระยับทำให้รื่นรมย์ดูโรแมนติกสุดๆ ><"

อ่านเพิ่มเติม
02-013-5353