All articles abouts ขนมเกาหลียอดนิยม

10 ขนมเกาหลีต้องซื้อ ! ของฝากเกาหลีที่ใครก็ถูกใจ

10 ขนมเกาหลีต้องซื้อ ! ของฝากเกาหลีที่ใครก็ถูกใจ

28 ก.ย. 61

ขนมเกาหลี ถือเป็นอีกของฝากเกาหลียอดฮิตที่ไม่ว่าใครที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวเกาหลี ต้องซื้อกลับบ้านมาฝากเพื่อนฝูง หรือฝากตัวเองไว้กินที่บ้านยาวๆ แน่นอนว่าใครจะอดใจไหวกับรสชาติขนมแสนอร่อยที่หากินไม่ได้ที่เมืองไทย ร่วมถึงแพ็กเกจสุดน่ารัก และที่สำคัญราคาถูกกว่าซื้อในประเทศไทยด้วย ทัวร์ครับจึงได้คัดสรร ที่สุด!  10 ขนมเกาหลี ที่เหมาะกับการซื้อเป็นของฝากมากๆ ใครได้รับไปรับรองว่าติดใจอร่อยกันทั้งบ้าน ทั้งอ๊อฟฟิศแน่นอน   จองทัวร์เกาหลี กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub)   10 ขนมเกาหลี ของฝากถูกใจ   1. ขนมเกาหลี - ช็อคโก พาย (Choco Pie)   ขนมเกาหลีในตำนาน ที่ใครก็อยากลองลิ้มชิมรสความอร่อยนี้กันสักครั้ง กับ ช็อคโก พาย ซึ่งเป็นขนมสุดคลาสสิคของคนเกาหลี ขนมปังที่ถูกสอดไส้ด้วยครีมหอมมันเคลือบด้วยซอสช็อคโกแลตเข้มขั้นอีกหนึ่งชั้นอันเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะของขนมช็อคโก พาย ไม่ว่าใครที่ได้ลองชิมต่างก็ติดใจในความอร่อยของขนมนี้ ไม่แปลกใจเลยค่ะ ว่าทำไมช็อคโกพาย ถึงได้กลายมาเป็นขนมเกาหลีในตำนาน   2. ขนมเกาหลี - เปเปโร (Pepero)         หรือคนไทยเรียกกันว่า ป็อกกี้ นั่นเองครับ ซึ่ง เปเปโรเป็นบิสกิสแท่งอบกรอบเคลือบด้วยรสชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ช็อคโกแลต ไวท์ช็อคโกแลต ร่วมกับถั่วต่างๆ แต่เปเปโรเกาหลีนั้นถือเป็นขนมเกาหลีที่มีเรื่องราวไม่ธรรมดานะครับ ทัวร์ครับขอบอก! เพราะที่เกาหลีนั้นมี วันเปเปโรเดย์ (Pepelo Day) ในวันที่ 11 เดือน 11 คู่รัก หนุ่มสาวจะเอาขนมเปเปโรมาให้กันและเพื่อแสดงความรักที่มีต่อกันนั่นเอง ดังนั้นหากใคร แอบชอบใครอยู่ ก็สามารถซื้อเปเปโร่มาฝากคนๆนั้น ถือเป็นการแอบบอกชอบไปในตัวนั่นเองครับ   3. ขนมเกาหลี - สาหร่ายทะเลอบกรอบ (Korean Roasted Seaweed)         ลำดับต่อมานั้นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งขนมเกาหลีในตำนานเช่นกันครับ ซึ่งผลิตมาจาก สาหร่ายทะเลเกาหลีผ่านการอบด้วยน้ำมันงาจนหอมกรอบ และรสชาติเค็มเล็กๆจากเกลือทะเล ที่จะยิ่งทำให้อร่อยมากขึ้น หลายคนบอกว่าแค่คิดจะกินก็หยุดไม่ได้แล้วละครับ เพราะมันเพลินจริงๆนะจะบอกให้   4. ขนมเกาหลี - แยมชาเขียว (Green tea Milk Spread) ขนมเกาหลีที่กำลังเป็นกระแสในโลก Social อยู่ตอนนี้ ด้วยความเข้มข้นของชาเขียวที่จัดว่าสุด แค่ เปิดฝาออกมาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมของชาเขียว พร้อมด้วยรสชาติหวาน มัน จากนม ซึ่งนิยมนำไปทาขนมปัง คุ๊กกี้ เปลี่ยนรสชาติการทาแยมขนมปังแบบเดิมไปเลยทีเดียวครับ แต่จะอร่อยจริงอย่างที่ทัวร์ครับว่าหรือเปล่านั้น ? ทัวร์ครับบอกเลยว่าต้องไปลองชิมด้วยตัวเองแล้วครับ   5. ขนมเกาหลี - บราวนี่ มาร์เก็ต โอ (Market O Brownie)         ต่อด้วยขนมเกาหลีที่เป็นของฝากเกาหลียอดฮิตตลอดกาล พูดง่ายๆว่าถ้าคิดไม่ออกว่าจะซื้อของฝากอะไร บราวนี่ มาร์เก็ต โอ คือสิ่งที่ทุกคนจะต้องหยิบครับ เพราะบราวนี่ มาร์เก็ต โอ กล่องสีชมพูนั้นถือเป็นขนมของฝากขึ้นชื่อจากเกาหลี ที่ คนไทยนิยมซื้อมาฝากเพื่อนฝูงกันเป็นประจำ ด้วย เนื้อบราวนี่ที่เหนียวหนึบ กรอบนอกนุ่มใน เข้มข้มด้วยรสชาติของช็อคโกแลต ไม่ว่าใครได้ชิม ต้องติดใจแน่นอนครับ ทัวร์ครับคอนเฟิร์ม!   6. ขนมเกาหลี - เค้กสอดไส้ช็อคโกแลตรูปปลา (Chewy Fishcake)         สำหรับสุดยอดขนมเกาหลีชิ้นต่อไปนี้ อาจจะดูเป็นขนมที่เหมาะกับน้องๆหนูๆมากกว่า แต่อย่ามองข้ามขนมรูปร่างปลา ตัวจิ๋วนี้ไปนะครับ เพราะว่า เค้กปลาสอดไส้ช็อคโกแลตนี้ อาจทำให้คุณเคี้ยวเพลินเกินห้ามใจ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เกือบจะหมดถุงแล้วครับ   7. ขนมเกาหลี - แท่งธัญพืชอบกรอบ (Premium Grain Crispy Roll) แท่งธัญพืชอบกรอบที่หากใครได้ยินชื่อแล้วอาจจะรู้สึกว่าไม่น่ากินเท่าไหร่ เพราะมีแต่รูปของถั่วเต็มไปหมด แต่ทัวร์ครับขอบอกเลยรสชาติเด็ดดวงมากครับ ความหอมของแท่งข้าวโพดอบกรอบที่ถูกสอดไส้ด้วยครีมรสธัญพืช ทั้งหอม มัน และหวานกำลังดี แค่คำเดียวไม่พอเลยละครับ และที่สำคัญแจกได้หลายคนด้วย คุ้มค่าจริงๆ ครับ   8. ขนมเกาหลี - มันฝรั่งทอดรสเนยน้ำผึ้ง (Honey Butter Chips)         เคยเป็นกระแสเมื่อหลายปีที่ผ่านมากับมันฝรั่งทอดรสเนยน้ำผึ้ง ที่ ขายดีจนขาดตลาด ด้วยความหอมของเนยสุดเจ้มจ้น เข้ากันได้ดีกับรสชาติหอมหวานจากน้ำผึ้ง ไม่สงสัยเลยว่าทำไมใครก็หลงใหลในความอร่อยของมันฝรั่งรสเนยน้ำผึ้งกันทุกราย แถมตอนนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะหาซื้อไม่ได้ เพราะมีขายอยู่ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นในเกาหลี สาวกเยลลี่ทั้งหลาย ต้องห้ามพลาดโดยเด็ดขาดครับ!   9. ขนมเกาหลี - เยลลี่ไส้ผลไม้ (Jelly in jelly)         พักจากขนมเกาหลีหนักมาดู ขนมทานเล่น จุ๊บจิ๊บ กันบ้าง กับ เยลลี่สอดไส้ผลไม้สุดฮิตรสชาติเปรี้ยวจี๊ด พร้อมกลิ่นผลไม้ถึงใจ หนุบหนับเคี้ยวเพลิน มีให้เลือกหลายรสชาติ แต่รสชาติที่ทัวร์ครับแนะนำเลยว่าต้องซื้อ ก็คือ รสพีช และรสองุ่นเลยครับผม แต่เปิดถุงกลิ่นของผลไม้ก็ทะลุขึ้นมาแล้ว ห้ามใจไม่ไหวจริงๆครับ   10. ขนมเกาหลี - คุ้กกี้รสชาเขียวช็อคโกแลต (Lotte Green Chococo) และขนมเกาหลีสุดท้ายที่ทัวร์ครับขอแนะนำในวันนี้ เอาใจสายชาเขียวกันอีกครั้งกับ คุ๊กกี้รสชาเขียวผสมกับช็อคโกแลตเข้มข้น และความหอมจากเนยอันเย้ายวน ทำให้เกิดเป็นรสชาติ กลมกล่อม รสชาติหวานกำลังดี เคลือบด้วยช็อคโกแลตด้านบน แค่คิดถึงการทานคู่กับกาแฟ หรือชาร้อนสักแก้ว ก็ฟินแล้วค่ะ    เป็นไงบ้างครับ กับ ที่สุด 10 ขนมเกาหลี ที่ทัวร์ครับรวบรวมมาให้ น่าจะช่วยให้หลายคนที่ยังไม่รู้จะซื้ออะไรเป็นของฝากเกาหลีได้ไอเดียสำหรับของฝากเกาหลีกันบ้างนะครับ? ถ้าใครกลัวจะลืม ก็สามารถแชร์บทความดีๆ จากทัวร์ครับเก็บไว้ได้นะครับ   

อ่านเพิ่มเติม
ส่องหัวใจ.. สาวสไตล์ไหนถูกใจบรรดาโอปป้าเกาหลี...?
ส่องหัวใจ.. สาวสไตล์ไหนถูกใจบรรดาโอปป้าเกาหลี...?

17 ธ.ค. 61

แน่นอนว่าผู้หญิงอย่างเราถ้าไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องล่อลวงมาด้วยกลเม็ดมารยาต่างๆ เพื่อให้ได้บรรดาโอปป้า หนุ่มเกาหลีเหล่านั้น มาครอบครองเป็นของเรา แต่ก่อนที่จะทำแบบนั้นได้เราก็ต้องมีแนวทางในการปฏิบัติตนก่อนว่าสาวๆ แบบไหนกัน นะ ที่จะมัดใจหนุ่มๆ เกาหลีเหล่านี้ได้ บอกเลยว่าต้องจดจำและนำไปใช้ให้ได้นะคะ... เพราะมันมีประโยชน์มากจริงๆค่าาาา งั้นตาม ทัวร์ครับ มาดูกันดีกว่าว่า บรรดาโอปป้า เขาชอบสาวๆ แบบไหนกัน เผื่อสาวๆ ที่กำลังโสดจะได้เตรียมตัวกันไว้แต่เนิ่นๆ   https://www.pinterest.com/pin/597782550510622971/ 1.เอาใจเก่ง ต้องยอมรับเลยว่าผู้หญิงในยุคปัจจุบันนั้นหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเองและมีความมั่นใจกันมากขึ้น จนมักจะถือคติที่ว่า ฉันนั้นต้องชนะทุกสิ่ง ฉันนั้นสตรองพอจนไม่ต้องง้อผู้ชาย บางครั้งทัศนคติเหล่านั้นอาจจะมาลดทอนสเน่ห์ความ อ่อนหวานแบบหญิงสาวให้น้อยลง  อีกทั้งบนโลกนี้ไม่มีใครไม่ชอบเวลาที่อะไรๆ ก็เป็นไปได้อย่างที่ใจหวังไปเสียทุกอย่าง โดยเฉพาะบรรดาเพศชาย สัญชาติญาณของพวกเขานั้นต้องการที่จะเป็นจ่าฝูง ต้องการที่จะเป็นผู้นำและได้รับการเอาอกเอาใจ แน่นอนว่า บรรดาโอปป้าทั้งหลายก็เช่นกัน ฉะนั้นในบางครั้งการฝ่ายหญิงยอมลดความอยากเอาชนะ และยอมเล่นเกมตามน้ า ด้วยการแสดงว่าเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาพูดหรือกำลังจะทำนั้นจะช่วยให้เขาประทับใจในตัวคุณมากขึ้นไม่น้อยเลยล่ะ ยิ่งถ้าช่วงไหนคุณขยันเอาใจด้วยการทำในสิ่งที่เขาชอบบ่อยๆ ด้วยแล้วล่ะก็ บอกเลยว่าจะหนุ่มๆ หน้าไหนก็ยากที่ จะหนีรอดจากบ่วงสเน่ห์หาของคุณ นี่แหละสเปคหนุ่มเกาหลีที่อปป้าหลายคนต้องการ 2.รับฟังในสิ่งที่เขาพูด หนึ่งในนิสัยที่ผู้หญิงหลายๆ คนมักจะเป็นก็คือการชอบพูดแทรกขึ้นมากลางวงในขณะที่บรรดาผู้ชายกำลังพูด ส่วน หนึ่งอาจจะเพราะติดนิสัยมาจากเวลาที่เมาท์มอยกับเพื่อนสาวด้วยกัน ถ้าไม่พูดขึ้นมาตอนนั้นก็จะไม่มีโอกาสได้พูดอีก หรืออาจะเพราะรู้สึกว่าตนเองเป็นฝ่ายที่อยู่เหนือกว่าฝ่ายชาย เนื่องจากก่อนหน้าฝ่ายชายมักจะตามใจมาตลอด รู้หรือเปล่าว่าบางครั้งนิสัยแบบนี้อาจจะสร้างความอึดอัดและไม่พอใจให้กับอีกฝ่ายได้ บางครั้งการอดทนรอและรับฟังในสิ่งที่เขาพูดเฉยๆ ก็สามารถสร้างความรู้สึกดีๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขาจะรู้สึกว่า คุณนั้นยอมรับและเคารพในความคิดเห็นของเขา ซึ่งจะทำให้เขากล้าที่จะเปิดใจในการเล่าเรื่องๆ ต่างให้คุณฟังมาก ขึ้น ต่างจากคนที่มักจะพูดขัดหรือบังคับให้เขาเห็นชอบกับสิ่งที่ตัวเองคิด   3.มีความเป็นแม่บ้านแม่เรือน ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในปัจจุบันอาจจะทำให้ผู้หญิงยุคใหม่นั้นใส่ใจในเรื่องของงานบ้านน้อยลงกว่าในสมัยก่อน แต่ ถ้าคุณหมั่นเพิ่มสเน่ห์ ณ จุดนี้มากขึ้นรับรองว่าจะสามารถมัดใจบรรดาโอปป้าทั้งหลายได้มากขึ้นอีกอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์เลยล่ะ สเปคหนุ่มเกาหลีต้องมี  เพราะถ้าดูจากวิถีการใช้ชีวิตของหนุ่มเกาหลีนั้น เมื่อมีอายุถึง ณ จุดๆ หนึ่ง พวกเขานั้นมักจะย้ายออกจากบ้านพ่อแม่ มาอยู่ตัวคนเดียว บางครั้งการใช้ชีวิตในสไตล์หนุ่มโสดก็อาจจะทำให้บรรดาโอปป้าทั้งหลายนั้นไม่ได้รับการดูแลที่ดี เหมือนเวลามีคุณแม่มาคอยดูแล ถ้าคุณสามารถเทคแคร์เขาในเรื่องตรงนี้ได้บ้างนั้น คงจะช่วยให้เขารู้สึกชอบและ หลงไหลในตัวของคุณเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารการกิน ลองจัดอาหารที่เขาชอบไว้รอเขาในมื้อต่างๆ ดู รับรองว่าเขาจะต้องหลงในสเน่ห์ปลายจวักของคุณบ้างไม่มากก็น้อย 4.ใจดี นิยามของคำว่าใจดีนั้น ในแต่ละคนคงจะไม่เหมือนกัน แต่ใจดีที่เรายกตัวอย่างมาในวันนี้จะเป็นเรื่องของการ อนุญาตและผ่อนปรนกับฝ่ายชายนั่นเอง ผู้หญิงหลายๆ คนนั้นเมื่อเวลาที่มีแฟนมักจะอยากให้เขาตัวติดกับเรา ตลอดเวลาๆ และมักจะเริ่มก้าวก่ายใรความชอบของเขาที่เราไม่เข้าใจ เช่น บังคับไม่ให้เขาซื้อของสะสมที่ชอบ เพราะเห็นว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร หรือไม่อนุญาตให้เขาออกไปสังสรรค์กับเพื่อน โดยเฉพาะในสังคมเกาหลีที่ผู้ชายเกาหลีมีนิสัยชอบที่จะเป็นผู้นำและมักจะมีการดื่มเพื่อเข้าสังคม นิสัยแบบนี้ถือว่า เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เขาลาจากเราไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ลองให้อิสระและเคารพสิทธิของพวกเขาในเรื่องแบบนี้ จะทำให้คุณดูเป็นผู้หญิงใจกว้างที่เขาสามารถที่จะคบและคุยด้วยได้อย่างสบายใจ สเปคหนุ่มเกาหลีต้องแบบนี้!! แล้วตำแหน่งสะใภ้เกาหลีจะหนี ไปไหนเสีย https://www.pinterest.com/pin/594967800746567718/ 5.มีสไตล์เป็นของตัวเอง การตามเทรนด์ ตามกระแสในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของบิวตี้แฟชั่นนั้นเป็นเรื่องธรรมดาของผู้หญิง เช่นก่อน หน้านี้ที่แฟชั่นกิ๊บติดผมหลากสีหลากทรงกำลังระบาด เราก็จะเห็นสาวๆ พากันรังสรรค์ทรงผมเพื่อติดกิ๊บกันเต็มไป หมด หรือแฟชั่นปากจือเหมือนสาวไคลี่ก็ทำให้หลายๆ คนหันมาฉีดปากกันมากขึ้น แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้นั้นไม่ใช่ เรื่องผิดและเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่บางครั้งการที่เราทำตามคนนั้นคนนี้อาจจะทำให้เรานั้นไม่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง จนบางครั้งสิ่งที่เป็นสเน่ห์ในแบบของเราอาจจะไม่เหลืออยู่เลย ดังนั้น การเป็นตัวของตัวเอง กล้าบอกว่าอะไรชอบอะไรไม่ชอบนั้น การแต่งตัวแบบนี้คือตัวฉัน นิสัยจริงๆ ของฉัน เป็นแบบนี้อาจจะทำให้ผู้ชายรู้สึกประทับใจได้มากกว่าและคุณก็จะไม่ต้องเหนื่อยมากเกินไปในการแอบอีกด้วย โดยเฉพาะสาวไทยอย่างเราๆ เนี่ยมีจุดแข็งในเรื่องของรอยยิ้มและคารมณ์เฮฮากันอยู่แล้ว ลองใช้จุดนี้มาโปรยเสน่ห์ ใส่บรรดาโอปป้าทั้งหลายดู อาจจะช่วยให้เขาสนใจในตัวเรามากขึ้น 6.ใส่ใจรายละเอียดของเขา การที่มีคนจดจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยเกี่ยวกับตัวเราได้นั้น ไม่ว่าใครก็รู้สึกดี เพราะมันแสดงให้เห็นว่าคนๆ นั้นให้ ความสำคัญกับเรา คำแนะนำข้อนี้นั้นไม่ได้ใช้ได้ผลกับแค่บรรดาโอปป้า แต่ยังสามารถใช้ได้กับบรรดาหนุ่มทั่วโลก อีกด้วย เวลาที่เขาพูดลอยๆ ลองจดจำประโยคเหล่านั้น แล้วนำมาสร้างความประทับใจให้เขาในภายหลังดู เช่น คุณจำได้ว่า ทีมฟุตบอลที่เขาชอบจะมีแข่งวันนี้ เลยยกเวลาที่มักจะคุยกันให้เขาได้ไปสนุกกับฟุตบอลให้เต็มที่ หรือเห็นว่าเชิร์ต ตัวเก่งของเขากระดุมหลุด เลยนำไปซ่อมให้ แค่นี้สามารถสร้างความประทับใจได้มากโข พอทำแบบนี้บ่อยๆ เข้า โอปป้าทั้งหลายจะหนีไปไหนรอด เพราะเวลาได้รับการเอาใจใส่น่ะมันทำให้รู้สึกว่าเราเป็นคนสำคัญของเขา สำหรับกลเม็ดเคล็ดลับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นสเปคหนุ่มเกาหลีที่ ทัวร์ครับ นำมาฝากกันนั้น หวังว่าจะมีประโยชน์กับสาวๆ ไม่มากก็น้อยนะคะ เพราะเป้าหมาย นั้นมีไว้ให้พุ่งชน แน่นอนว่าถ้าอยากได้โอปป้างานดีย์มาไว้ในครอบครองก็ต้องลงทุนทุ่มสุดตัวกันหน่อยล่ะ บทความแนะนำ >> รวมสุดยอดคาเฟ่เกาหลี พิกัดดีๆ ไปกี่ทีก็ฟิน << 

อ่านเพิ่มเติม
ไปเกาหลีต้องลอง! รวมโซจู 12 รสชาติสุดฮิตที่พลาดไม่ได้
ไปเกาหลีต้องลอง! รวมโซจู 12 รสชาติสุดฮิตที่พลาดไม่ได้

19 ธ.ค. 61

คนเกาหลีนิยมดื่มโซจูในหลากหลายโอกาส หรือแม้กระทั่งไปทานข้าวตามร้านก็เช่นเดียวกัน โดยเมนูยอดฮิตที่พูดถึงแล้วยังอยากทานก็คือ หมูสามชั้นย่าง หรือนึ่ง ขอบอกว่าเข้ากันได้ดีสุดๆ กับโซจูเลยล่ะครับ ต้องลองแล้วจะติดใจนะครับ  ส่วนถ้าใครจะไปเที่ยวเกาหลีก็ลองซื้อกินได้เลย ชอบรสไหนก็เอากลับมาเป็นของฝากได้นะ >> https://tourkrub.co/korea-tour/ มารยาทในการดื่มโซจู 🍾  ถ้าหากเราได้มีโอกาสไปร่วมวงกับเพื่อนชาวเกาหลี ก็ต้องดูที่ลำดับความอาวุโสครับ เพราะคนเกาหลีถือในเรื่องนี้มากๆ แก้วแรกของโซจูที่จะดื่มกัน คนที่อายุน้อยสุดในวงควรที่จะต้องเป็นคนรินให้ผู้ที่อาวุโสมากกว่า และการถือขวดนั้นต้องใช้สองมือประคองด้วยนะครับ ส่วนเวลามีผู้ใหญ่รินให้เรา ก็ต้องใช้สองมือประคองครับ อีกเรื่องที่อยากให้ระวังเวลาร่วมวงกับคนเกาหลี คือการไม่รินแก้วของตนเอง และควรที่จะคอยสังเกตุแก้วของผู้อื่น และช่วยรินให้เวลาหมดแก้วแล้วด้วยนะ และ ทัวร์ครับ ก็ได้รวบรวม 12 รสชาติของโซจู ที่เป็นที่นิยมมาฝากกันด้วย ใครที่ไปเหยียบแดนกิมจิ อย่าลืมไปซื้อมาลองดูซักขวดสองขวดด้วยน๊าาาาาาาา   12 รสชาติโซจู 1. รสบลูเบอรี่ รสนี้ขอแนะนำสำหรับคนที่หัดดื่ม เพราะจะมีรสหวาน หอม ความลงตัวที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีของโซจูและบลูเบอรี่ ทำให้ดื่มง่ายสุดๆ แถมเผลอๆ จะดื่มเพลินไม่รู้ตัวอีกด้วยนะ ใครอยากลองชิมก็ลองสั่งมาดู ราคาไม่แพงมาก และมีขายตามร้านอาหารครับ 2. รสพีช 🍑 อันนี้น่าจะถูกใจสาวๆ เพราะนอกจากความนิยมมากๆ ของพีชในตอนนี้แล้ว โซจูรสพีชยังมีความหอมมากๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าแค่เปิดขวดก็ได้กลิ่นเลยล่ะ แถมยังดื่มง่าย คล่องคอ ยกแก้วเพลินๆ แป๊บเดียวก็หมด เพราะมีรสชาติที่หวานหอม ใครได้ลองก็ติดใจแน่นอนครับ 3. รสส้ม 🍊 รสนี้เราไม่ค่อยชอบ เพราะคิด(ไปเอง)ว่ารสชาติคล้ายๆ ยาเลยอ่า~ แต่คนเกาหลีส่วนมากชอบนะ เค้าว่าอร่อย และมีกลิ่นหอมของส้มที่เป็นเอกลักษณ์ เอาเป็นว่าหากใครชอบส้มก็ลองชิมดูได้ไม่เสียหาย เผื่อจะติดใจก็ได้น๊าา เพราะความชอบของคนเราต่างกันอยู้แล้ว   4. รสมะนาว 🍋 คล้ายๆ กับรสส้มเลยครับอันนี้ แต่จะมีความหอมที่มากกว่า และมีความเปรี้ยวขึ้นมาอีกนิด รวมๆ แล้วก็เข้ากันได้ดีกับโซจูเลยทีเดียว วัยรุ่นเกาหลีส่วนมากนิยมรสนี้กัน เพราะมีความซาบซ่า ดื่มแล้วสดชื่น เพลินสุดๆ ฉุดไม่อยู่เลยล่ะ   5. รสเกรปฟรุ๊ต ใครคอแข็ง และเซย์โนวเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีรสหวาน อยากได้รสชาติดั้งเดิมของโซจูแท้ๆ แต่ขอมีกลิ่นหอมๆ ให้พอชื่นใจ ต้องรสนี้เท่านั้นครับ เพราะจะมีรสชาติออกขม และมีหวานแซมที่ปลายลิ้น ยังได้ความเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ไม่น้อยเลย 6. รสองุ่นเขียว 🍇 กำลังมาแรงเลยในเกาหลีสำหรับรสนี้ มีความหวานเบาๆ หอมๆ เหมือนดื่มโซจู แล้วโยนองุ่นเข้าปากแล้วเคี้ยวตามยังไงอย่างนั้น ดีงามมากๆครับ ใครอยากลองเดินเข้าร้านค้า แล้วจัดไปอย่าให้เสีย รับรองว่าติดใจจนเดินกลับเข้าไปซื้อใหม่อีกหลายขวดแน่ๆ อิอิ 7. รสสาเก เอ้าา! แบบนี้ก็ได้หรอ? ฮ่าๆๆ ใครที่ชื่นชอบสาเกของญี่ปุ่น ที่เกาหลีก็มีโซจูรสสาเกเหมือนกันนะครับจะบอกให้ แถมรสชาตินี่ก็เอาซะเหมือนจนแยกแทบไม่ออกเลยว่า ตกลงนี่กำลังกินสาเกอยู่ หรือกินโซจูอยู่กันแน่หว่า   8. รสราสพ์เบอรี่ ใครอยากลองชิมโซจูแชมป์เปี้ยน ต้องห้ามพลาดรสนี้เด็ดขาด ที่บอกว่าเป็นรสแชมป์เปี้ยนเพราะได้รางวัลจากงาน Monde Selection มาติดต่อกันถึง 4 ปี ตั้งแต่ปี 2010 - 2014 เลยล่ะครับ ความหวานหอมที่ลงตัว ยกมาดื่มเพลินๆ หมดไปกี่ขวดแล้วลืมนับเลยล่ะ 9. รสบ๊วย เป็นรสที่นักท่องเที่ยวชาวไทยเรานิยมมากๆ เพราะมีความหวาน แต่ก็ยังขม มีความเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดื่มง่าย คล่องคอ ถูกปากคนไทยเราสุดๆ จนต้องขนกลับมาเป็นของฝากกันให้เพียบ แถมยังเป็นรสยอดนิยมในท้องตลาดประเทศเกาหลีอีก หาซื้อง่ายมากๆครับ 10. รสกุหลาบ 🌹 รสนี้จะได้ความเป็น Original Soju ของแท้เลยครับ เพราะรสชาตินี่คือแทบไม่ต่างกับโซจูปกติเลย แต่มีความหอมของกุหลาบแต่งเติมเข้ามาสอดแทรก ทำให้ดื่มได้แบบเพลินๆ แถมยังหอมสดชื่น เป็นอีกรสที่สาวๆ ชอบ และ enjoy กับมันครับ 11. รสสัปปะรด 🍍 เห็นแล้วเปรี้ยวปากเลยทีเดียว รสนี้เพิ่งออกใหม่มาไม่นานนัก แต่เป็นที่นิยมพอสมควร ด้วยความที่มันผสมผสานกันได้อย่างลงตัว กับความขม และหวานอมเปรี้ยว แถมยังหอมอีกด้วย ดี๊ดี~ แค่เขียนถึงก็อยากจะเทใส่แก้วแล้วยกดื่มแล้วเนี่ยยย 12. รสทับทิม  ปิดท้ายกับรสทับทิม ที่มีความคล้ายรสกุหลาบเลยล่ะ เพราะไม่หวานมาก (หวานกว่าโซจูปกตินิดนึง แค่นิดเดียวจริงๆครับ) แต่มีความหอมของทับทิม มีความออกขมๆ ทำให้เรามั่นใจว่ากำลังดื่มแอลกอฮอล์อยู่ เป็นอีกรสชาติที่คนเกาหลีนิยมเช่นกันครับ  และนอกจากโซจูแบบขวดแล้ว 🍾 ยังมีอีกหลากหลายรูปแบบเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นแบบกระป๋อง หรือแบบซอง ก็ต่างเป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน เวลาไปเที่ยวที่เกาหลี แล้วอยากจะนำกลับไทยมาด้วย แนะนำให้ซื้อแบบกระป๋องจะดีที่สุดครับ หาซื้อได้ง่ายๆ ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตเลยยยยย ><   บทความแนะนำ >> รวมสุดยอดคาเฟ่เกาหลี พิกัดดีๆ ไปกี่ทีก็ฟิน << >> 10 มาม่าเกาหลี จัดว่าเด็ด เผ็ดถึงใจ! << >> ส่องหัวใจ.. สาวสไตล์ไหนถูกใจบรรดาโอปป้าเกาหลี ? <<  

อ่านเพิ่มเติม
Seoul Romance ~ รวม 8 สถานที่ท่องเที่ยวเกาหลี ที่ไม่ได้มีดีแค่ตอนกลางวัน
Seoul Romance ~ รวม 8 สถานที่ท่องเที่ยวเกาหลี ที่ไม่ได้มีดีแค่ตอนกลางวัน

20 ธ.ค. 61

วันนี้ ทัวร์ครับ เลยเอา Hidden Gems ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหล่าวัยรุ่นเกาหลีชอบไปกันมาแนะนำให้รู้จัก ตีตั๋วนั่งเครื่องบินไปไกลทั้งที ขอแอ๊บเป็นโคเรียนทีนเอเจอร์ชิคๆ ดูสักทีกันครับ 1. ย่านทงแดมุน พิกัด : Dongdaemun Market เปิดมาก็ย่านช้อปปิ้งเลย อิอิ ก็แหม~ มาเกาหลีทั้งที จุดหมายหลักก็คือช้อปปิ้งนี่แหละ เพราะแฟชั่นเค้าทันสมัย เสื้อผ้าก็สวย เก๋ เท่ไม่ซ้ำใคร ทั้งยังมีเครื่องสำอางราคาถูกมากมายให้สาวๆ อย่างเราเลือกซื้อกันไม่หวาดไม่ไหว และสำหรับย่านทงแดมุนนั้น ก็ไม่จำเป็นที่ต้องรีบช้อปรีบกลับเลยครับ เพราะที่นี่เค้าเปิดถึงดึกมาก ไม่สิๆ ต้องพูดว่า เปิดถึงเช้า มากกว่า เพราะปิดตีห้า เลยนะเออ เธออยากจะช้อปแค่ไหน กระเป๋าฉีกแค่ไหน ล้มละลายแค่ไหน ก็จัดไปอย่าให้เสีย! นั่งรถไฟมาลงที่สถานีทงแดมุนด่วนๆ จ้า 2. ย่านฮงแด พิกัด : Hongdae สำหรับสาวๆ สายปาร์ตี้ ที่ชอบแฮงค์เอาท์แบบ EDM แดนซ์กระจายไปพร้อมๆ กับส่องโอปป้าหล่อๆ ก็ต้องนั่งรถไฟมาที่ย่านฮงแดเลยครับ เพราะย่านนี้เป็นย่านที่รวบรวมไนท์คลับดีๆ ไว้เพียบ ถ้าให้เปรียบก็พี่ๆ น้องๆ กับทองหล่อ - เอกมัยบ้านเรานั่นเอง ที่สำคัญ ลืมภาพของผับไทยแลนด์ที่ปิดเที่ยงคืนไปได้เลยนะครับ เพราะที่นี่เค้าปิดกันตีห้า เลยทีเดียว เปิดตี้ยาวๆ กันไป แต่ระมัดระวังตัวกันด้วยน๊า เก๊าเป็นห่วงงง~ 3. ย่านกังนัม พิกัด : Gangnam ใครที่ชอบดริ้งค์ ชอบฟังเพลง แต่ไม่ชอบแดนซ์ คงต้องเปลี่ยนจากย่านฮงแด มาเป็นย่านกังนัมแทนครับ เพราะที่นี่ก็เป็นแหล่งเปิดตี้นั่งชิล เคล้าเสียงเพลงเช่นกัน แต่แค่คนละแนวกับย่านฮงแดครับ เหมาะสำหรับคนที่ชอบนั่งจิบเพลินๆ เม้าท์มอยกันไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็กลับ เพราะปิดแค่ตีสอง ใครอยากมี Night Life แบบเบาๆ สวยๆ ยกค็อกเทลขึ้นมาดื่มพร้อมชะม้อยชะม้ายชายตา ให้นั่งรถมาที่กังนัมนะจ๊ะ 4. ริมแม่น้ำฮัน พิกัด : Hangang Park อันนี้สำหรับคนที่รักความชิล อยากดูวิวสวยๆในเกาหลีแบบโรแมนติกกุมมือแฟนมาได้เลย ริมแม่น้ำฮันนั่นเอง บอกเลยว่าเป็นอีกที่ยอดฮิตสำหรับ Seoul Nightlife เพราะมันมีความโรแมนติกมั่กๆ ไม่ต้องแปลกใจหากไปถึงแล้วต้องใช้เวลาในการหาที่นั่งสักหน่อย เพราะเหล่าวัยรุ่นโคเรียก็มากันเพียบ ซื้อเหล้าบ๊วยยอดฮิต โซจูรสอร่อย หรือจะโนแอลฯ มานั่งจิบชิลๆ ชมวิวเพลินๆ โอ๊ย~ Seoul Romance! 5. ย่านมหาวิทยาลัยฮงอิก พิกัด : Hongik University ตอนกลางวันย่านนี้ก็จะพลุกพล่านไปด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัย ส่วนตอนกลางคืนก็จะพลุกพล่านไปด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน! ฮ่าๆๆ พูดจริงๆ ไม่ได้มุกนะ เพราะที่นี่คือแหล่งรวมวัยรุ่นเกาหลีเค้าเลยล่ะ เปรียบง่ายๆ ให้เห็นภาพชัดๆ ก็คงจะเป็นสยามสแควร์นั่นเอง มีทั้งตลาดให้เดินเล่นช้อปปิ้ง ตั้งแต่ตอนกลางวัน ยาวๆ ไปถึงดึก มีทั้งคาเฟ่น่ารักกุ๊กกิ๊กมากมาย แถมยังมีผับดีๆให้สาวๆไว้ส่องโอปป้าด้วยนะ! ใครอยากมาเที่ยวเกาหลีตอนกลางคืนที่เดียวจบ ครบทุกสิ่งจิงกะเบล ก็มาที่นี่เลยครับ~ อ้อ! ลืมบอกไปสองอย่าง อย่างแรก ผับแถวนี้เค้าปิดกันแปดโมงเช้าเลยคู้ณณณ!! ส่วนอย่างที่สอง ย่านนี้อยู่ใกล้กับเมียงดง เดินถึงกันได้เรื่อยๆ ชิลๆ นะจ๊ะ 6. ย่านอัพกูจอง พิกัด : Apgujeong Rodeo Street ย่านนี้พี่รัก! เพราะพี่คือติ่งเกาหลีตัวแม่ อิอิ~ ย่านนี้เป็นที่ตั้งของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง SM Entertainment และ JYP Entertainment ครับ ทั้งยังเป็นย่านเกาหลีกลางคืนที่มีความศิวิไลซ์มากๆ เพราะถือว่าเป็นย่านเศรษฐกิจของกรุงโซลนั่นเอง ที่นี่จึงเต็มไปด้วยร้านค้าที่มีสินค้าแบรนด์ดังมากมาย มีร้านอาหารอร่อย มีคาเฟ่เยอะแยะ และที่สำคัญอันดีต่อใจเจ้ คือมีโอปป้าเพียบ! อย่างที่บอกว่ามีค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อยู่ เพราะฉะนั้นเหล่าวัยรุ่นก็จะมาเดินชิลๆ กันเผื่อจะโดนตกไปเป็นเด็กฝึกหัดในค่ายบ้างอะไรบ้าง นอกจากนี้ยังมีสิทธิที่จะได้เจอศิลปินในดวงใจอีก ไม่มาได้หรอแบบนี้ 7. ย่านมหาวิทยาลัยคอนกุก พิกัด : Konkuk University หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า ย่านคอนแด ครับ ที่นี่ก็เป็นอีกย่านมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเช่นกัน ร้านค้าในแถบนี้ก็จะเอาใจวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่ ตั้งแต่ร้านเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ขนม อาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนตอนเย็นย่ำไปถึงดึกๆ ก็จะมีตลาดขายสินค้าเพียบ ส่วนมากจะเน้นไปที่สินค้าแฮนด์เมดน่ารักๆ ใครสนใจที่จะมาย่านนี้ ขอแนะนำให้มาก่อนพระอาทิตย์ตก เพื่อมานั่งคาเฟ่ชิลๆ แล้วอยู่ยาวเดินตลาดจนถึงดึกๆ เลยนะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กเที่ยวเกาหลี กลางคืนที่ไม่เลวเลยทีเดียว  8. สวนลอยฟ้า Seoullo 7017 พิกัด : สวนลอยฟ้า Seoullo 7017 ปิดท้ายกันที่จุดแลนด์มาร์กเที่ยวเกาหลี กลางคืน ที่เพิ่งเปิดตัวกันไปไม่นาน กับทางเดินลอยฟ้า ณ สถานีรถไฟโซล (Seoul Station) ที่นี่จะรวบรวมต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ไว้ และเปิดไฟตอนกลางคืนที่สวยมาก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ความ Seoul Romance ได้เป็นอย่างดี ชวนแฟนมาเดินชิลๆ ชมวิวเมืองเพลินๆ พร้อมได้รูปถ่ายเก๋ๆ กลับไปอัพโซเชียล ฟินที่สุดเลยจ้า เอาล่ะ! นี่ก็คือ 8 สถานที่เด็ดๆเที่ยวเกาหลีตอนกลางคืน ที่ ทัวร์ครับ คัดมาให้ ใครอยากใช้ชีวิต Seoul Romance & Nightlife แบบไหนที่เกาหลีก็จัดไปอย่าให้เสีย เอาให้สนุก ให้ถูกใจไปเลยนะครับ เพราะมาทั้งทีต้องเอาให้สุด! Enjoy trip ครับบบ ~   ทัวร์ครับแนะนำ.. >> ไปเกาหลีต้องลอง! รวมโซจู 12 รสชาติสุดฮิตที่พลาดไม่ได้ <<    

อ่านเพิ่มเติม
เกาหลีนี้มี (ตัว) แตก! พาส่อง 10 ร้านอาหารสุดฟิน ณ ฮงแด
เกาหลีนี้มี (ตัว) แตก! พาส่อง 10 ร้านอาหารสุดฟิน ณ ฮงแด

07 ม.ค. 62

และอย่างที่บอกว่า ย่านฮงแด เป็นแหล่งวัยรุ่นสุดชิค ที่มีทั้งร้านค้าเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า และเครื่องสำอางมากมาย ทำให้ย่านนี้เป็นย่านฮิตในการที่นักท่องเที่ยวไทยเราเลือกพัก เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบครบครัน และมีเกสต์เฮ้าส์และโรงแรมราคาไม่แพงเพียบ เรียกได้ว่า ถ้าช้อปปิ้งจนถือไม่ไหว ก็สามารถเอาของมาเก็บที่ที่พักก่อน แล้วออกไปช้อปต่อได้อีกสบายๆ เลย แต่ในบทความนี้เราจะไม่พูดถึงที่พักกัน แต่จะขอพูดถึงเรื่อง ร้านอาหารในฮงแด ครับ เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง และร้านอาหารในย่านนี้ก็มีราคาไม่แพง แถมล้วนแต่รสชาติถูกปากคนไทยเราแน่นอน ที่สำคัญใครเป็นสาย Buffet Lover เตรียมตัวจดชื่อร้านให้ดีๆ เพราะย่านนี้มีร้านบุฟเฟ่ต์เพียบเลยล่ะ 1.ร้านอาหาร ฮงแด - 꽃돼지갤러리 (กด-ทเวจี-แกลลอรี่) บุฟเฟ่ต์หมูย่างเกาหลี ร้านอาหารย่านฮงแด ที่ฮิตเว่อร์ ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้กับช้อป Etude House เป็นร้านสีแดงๆ มองหาไม่ยาก ราคาคนละ 12,900 วอนครับ ในบุฟเฟ่ต์จะมีหมูสามชั้น ทั้งแบบบางและแบบหนา, ข้าวโพดชีส, ทักคาลบิ และเครื่องเคียงอีกมากมายเลย เป็นร้านที่คนไทยนิยมไปทานมากๆ เพราะราคาไม่แพง อร่อย และที่สำคัญ เปิด 24 ชั่วโมงเลยนะจ๊ะ ดี๊ดี หิวหมูย่างตอนตีสามก็มีที่รองรับ !!! การเดินทาง : สถานีฮงอิค ทางออกที่ 9 เดินตรงไปจนถึงทางแยกแล้วเลี้ยวขวา เดินต่อไปจนถึงร้าน Etude แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยที่มีร้านขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำผึ้งอยู่หน้าปากซอย ร้านปิ้งย่างจะเป็นร้านสีแดงอยู่กลางซอย พิกัด : 19 Wausan-ro 19-gil, Seogyo-dong, Mapo-gu, Seoul, เกาหลีใต้ 2. ร้านอาหาร ฮงแด - 한상에소두마리 (ฮันซังเอ โซทูมารี) ใครไม่ชอบทานหมู ก็ตามมาจัดบุฟเฟ่ต์เนื้อวัวที่ร้านนี้แทนแล้วกันนะ ราคาอยู่ที่ 18,900 วอน ราคานี้จะได้ทานเนื้อ 6 อย่างเลย นอกจากนี้ยังมีเครื่องเคียงพวกสลัด, ซุปเต้าเจี้ยว และข้าวหน้าเนื้อด้วยล่ะครับ อ้อ! ที่นี่ก็มีบุฟเฟ่ต์หมูสามชั้นเช่นกันนะครับ พิกัดของร้านนี้อยู่ในซอยร้าน SPAO เดินเข้าไปประมาณ 300 เมตรครับ การเดินทาง : สถานีฮงอิค ทางออกที่ 9 ข้ามถนนไปฝั่งร้าน SPAO แล้วเลี้ยวซ้าย จากนั้นเดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวาที่ซอยทางด้านขวามือซอยแรก เดินต่อไปประมาณ 300 เมตรจะเจอร้านปิ้งย่างอยู่ทางซ้ายมือ พิกัด : 936-9 Hwagok 1(il)-dong, Gangseo-gu, Seoul 3. ร้านอาหาร ฮงแด - 홍스쭈꾸미 (ฮงซึจูกุมิ) ร้านปลาหมึกเผ็ดเจ้าดัง ที่มีหลายสาขาเลยครับ แต่สาขาที่ยอดฮิตก็คงเป็นที่สาขาฮงแดนี่แหละ ที่นี่จะเป็นปลาหมึกตัวเล็ก เสิร์ฟมาเป็นแบบกะทะที่มีปลาหมึกคลุกกับซอส และพนักงานก็จะมาผัดให้เรา จนได้ที่ก็บอกให้เราเริ่มทานได้ ตัวซอสจะรสชาติหวาน เค็ม เผ็ด ลงตัวดีและอร่อยมากกก ซึ่งสามารถเลือกได้นะว่าเราจะทานแบบ ปลาหมึกล้วน, ปลาหมึกกับหมูสามชั้น หรือปลาหมึกกับกุ้ง อ้อ! แล้วก็มีเครื่องเคียงให้ทานคู่เพียบเลย ไม่ว่าจะเป็นมันบด, นูรงจี หรือไข่ตุ๋น เรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารฮงแดที่ จัดเต็มสุดๆ เลยครับ พิกัด : ร้าน 홍스쭈꾸미 ฮงซึจูกุมิ 4. ร้านอาหาร ฮงแด - Myth Jokbal cr.cleeswanders.wordpress.com อีกหนึ่งเมนูยอดฮิตในใจคนไทยเรา ก็คือ ขาหมู นั่นเอง และร้านนี้ก็เป็นอีกร้านยอดฮิตย่านฮงแดเลยครับ ร้านจะอยู่ในซอยที่มีร้านขายหมูย่างเยอะๆ ใกล้ๆ กับทางออก 8 ของสถานีฮงอิก ขายเป็นเซ็ตนะครับ เล็ก กลาง และใหญ่ ในเซ็ตจะประกอบไปด้วย ขาหมู, ซุป 1 หม้อ สลัด, หอมหัวใหญ่ดอง, กิมจิ และน้ำจิ้มที่เข้ากันกับขาหมูได้ดีสุดๆ ทานแล้วไม่เลี่ยนเลยล่ะ พิกัด : Myth Jokbal (미쓰족발 홍대점) 5. ร้านอาหาร ฮงแด - Pizza School cr.findingtheseoul.com ร้านพิซซ่าราคาประหยัด แต่อร่อยมากๆ มีให้เลือกหลากหลายหน้าเลยครับ รวมไปถึงหน้าฟิวชั่น เช่น พิซซ่าหน้าบูลโกลกิ ก็มีมานะเออ ร้านนี้จะเป็นแบบพิซซ่าแป้งบางกรอบ ไม่มีซอสนะครับ แต่มีชีสและท้อปปิ้งจัดเต็ม เสิร์ฟคู่มากับผักดอง เหมือนจะไม่เข้ากันแต่กลับตัดเลี่ยนได้ดีทีเดียวเลยครับ การเดินทาง : สถานีฮงอิค ทางออกที่ 2 เดินเข้ามาในซอย Samsung เจอแยกให้ข้ามถนน แล้วเดินเลี้ยวไปทางขวา จากนั้นเข้าซอย จะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ 6. ร้านอาหาร ฮงแด - Hong Cup cr.http://www.tsering.co.vu มาถึงร้านที่เป็นเมนู To-Go บ้าง กับไก่ทอดเจ้าดัง ที่ดึกๆ นี่คนต่อคิวกันเพียบเลย ที่นี่จะไม่มีโต๊ะให้นั่งนะครับ เมนูมีแค่อย่างเดียวคือไก่ทอดชิ้นเล็กๆ (เหมือนไก่ป๊อป) คลุกกับซอสรสออกหวานๆ หน่อย แล้วท้อปปิ้งด้วยชีสเยิ้มๆ อร่อยๆ เสิร์ฟมาในถ้วยถือกินเก๋ๆ ไปพร้อมๆ กับเพลิดเพลินกับบรรยากาศของฮงแดในเวลากลางคืน ใครอยากตามไปฟิน บอกพิกัดให้ว่า ร้านอยู่ในซอย Tony Moly พิกัด : 365-16 Seogyo-dong, Mapo-gu, Seoul, เกาหลีใต้ 7.ร้านอาหาร ฮงแด - 여보게웃게 (ยอโบเกอุดเก) cr.https://m.post.naver.com กลับมาที่ร้านบุฟเฟ่ต์กันบ้างครับ บอกแล้วว่าย่านฮงแดเป็นแหล่งรวมบุฟเฟ่ต์จริงๆ นะ ร้านนี้สำหรับคนที่รักปูดอง เพราะเป็นบุฟเฟ่ต์ปูดองล้วนๆ ไม่มีอย่างอื่นผสมเลย ราคา 12,900 วอนต่อคน จะได้ทานปูดองซีอิ๊ว และปูยำซอสเผ็ดแบบไม่อั้น จัดให้จุใจไปเลย พิกัดของร้านนี้ก็คือ ให้เดินไปที่แยก SPAO ก่อนเป็นอันดับแรก แล้วเดินตรงไปอีกแยกที่เป็นแยกใหญ่ๆ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปเลย ก็จะเจอกับร้านนี้ตั้งอยู่ฝั่งขวามือนะครับ พิกัด : 서울 마포구 잔다리로 27 8. ร้านอาหาร ฮงแด - VOILA’ Noir cr.เม้าท์มอยเกาหลี พักบุฟเฟ่ต์แล้วมาทานของหวานกันบ้างดีกว่า ร้านนี้นอกจากจะมีเมนูอร่อยแล้ว โอปป้าคนขายยังหน้าตาดีอีกด้วย !!!! ที่นี่จะมีเฉพาะไอศกรีมนะครับ แต่พิเศษตรงที่ไอศกรีมจะทำสดใหม่ทุกถ้วย เป็นไอศกรีมที่ทำจากไนโตรเจนเหลว รสชาติเนียนนุ่ม หอมหวาน ทานไปมองหน้าอ้ปป้าไป ฟินที่สุดดดด !!! การเดินทาง :  สถานีฮงอิค ทางออก 8  เดินตรงเข้ามาในซอย เลี้ยวซ้าย แล้วข้ามถนนไปเดินฝั่งขวามือ เห็น 7Eleven ให้เลี้ยวขวาเข้าไปในซอย เดินตรง ร้านอยู่ทางซ้ายมือ 9. ร้านอาหาร ฮงแด - Zapangi Cafe’ cr.http://wanderwithlindsey.com ร้านคาเฟ่โคตรฮิต ณ ฮงแด ฮิตแค่ไหนไม่รู้ แต่มีคนนำมาเป็น inspiration เปิดในไทยเลยคิดดู !!! คือต้องยอมครับเพราะร้านมันน่ารักจริงๆ กับกำแพงปูนเปลือย และมีประตูสีชมพูปุ้กปิ้กแทรกให้พอเก๋ๆ ด้านในตกแต่งแบบมินิมอลหน่อยๆ มีเมนูชานมเป็น signature และเค้กที่เสิร์ฟในกระป๋อง และในแต่ละซีซั่นก็มีเมนูพิเศษต่างกันไปอีกด้วย ใครหาร้านน่ารักๆ ไว้ถ่ายรูปเก๋ๆ นั่งจิบเครื่องดื่มเพลินๆ เชิญร้านนี้เลยจ้า พิกัด : Zapangi (자판기) 10. ร้านอาหาร ฮงแด - 50pick cr.Diaries of my Seoul บุฟเฟ่ต์มาอีกแล้วจย้าาา~ แต่คราวนี้ไม่ใช่บุฟเฟ่ต์อาหารละ แต่เป็นบุฟเฟ่ต์ค็อกเทลนะครับพี่น้อง !!!! เอ้าเกร๋ไปอีกกก สนนบุฟเฟ่ต์ที่ราคา 20,000 วอน จะดื่มกี่ช็อตค็อกเทลก็ได้ ซึ่งที่นี่มีค็อกเทลให้เลือก 50 แบบเลยครับ หรือถ้าหากใครไม่อยากดื่มเป็นบุฟเฟ่ต์ ก็มีแยกขายเป็นช็อต ช็อตละ 3,000 วอน หรือจะสั่งเป็นเซ็ต 8 ช็อต, 12 ช็อต หรือ 24 ช็อตก็ได้นะครับ ร้านอยู่ใกล้ๆ กับวงเวียน ป้ายสีดำชั้น 2 เปิด 6 โมงเย็น ปิดตี 3 พิกัด : Hongik Univ. Station ทางออก 8 แผนที่ : 50 pick hongdae   จัดเต็มกันไปเลย 10 ร้าน 10 เมนูที่แนะนำว่าต้องไปโดนจริงๆ นะเออ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านสุดท้าย ขอบอกว่า Recommended มาก !!) ใครพักที่ย่านฮงแด หรือไปเที่ยวเกาหลี ก็อย่าพลาดจิ้มสักร้านนึงจากที่เราแนะนำไปลองดูนะ รับรองว่านี่แหละคือทีเด็ดของจริง ไม่ได้โม้ววว ~   อ่านต่อ..บทความแนะนำ >>10 ขนมเกาหลีต้องซื้อ ! ของฝากเกาหลีที่ใครก็ถูกใจ<<  

อ่านเพิ่มเติม
ฟินได้อีก! รวม 10 ร้านอาหารทีเด็ดย่านเมียงดง
ฟินได้อีก! รวม 10 ร้านอาหารทีเด็ดย่านเมียงดง

08 ม.ค. 62

ที่ เกาหลี ย่านเมียงดง ไม่ได้มีแค่ร้านขายสินค้าเท่านั้นนะครับ ยังมีร้านอาหาร และคาเฟ่น่ารักมากมาย ที่ตั้งเรียงรายกันไป เอาไว้ให้เราได้นั่งพักเหนื่อย หาอะไรทานเติมพลังก่อนจะไปช้อปต่อ และด้วยความที่ร้านมันเยอะซะเหลือเกิน ทัวร์ครับ ก็กลัวเพื่อนๆ จะเลือกร้านไม่ถูก ทัวร์ครับ เลยขอเลือก 10 ร้านทีเด็ดมาให้เป็น Guidline  รับรองว่าทุกร้านการันตีความอร่อย และราคาที่ไม่แพงแน่นอน 1. Onedang Gamjatang พิกัด : OneDang Gamjatang Myeongdong ร้านยอดฮิตของย่านนี้ ที่ถ้าหากไปผิดเวลาก็อาจจะต้องรอคิวนานแน่นอน ซึ่งเวลาที่คนแน่นมากๆ และเราไม่แนะนำให้ไปคือช่วงเที่ยงๆ  แต่ไม่ต้องห่วง เพราะร้านนี้เปิด 24 ชั่วโมงเลย ว่างเมื่อไหร่ค่อยมาก็ได้ เมนูของที่นี่ก็เป็นอาหารเกาหลีแท้ๆ  ไม่ว่าจะเป็น คัมจาทัง (แกงซี่โครงหมูใส่มันฝรั่ง), จกบัล (ขาหมูนึ่ง) หรือ โพซัม (หมูสามชั้นนึ่ง) รสชาติก็แบบ Original แท้ๆ เลย ส่วนราคานั้นก็เริ่มต้นที่ 7,000 วอน  2. 엉터리생고기 (อองทอริแซงโกกิ) พิกัด : Ungteori Sanggogi มาเกาหลีต้องกินหมูย่าง !! และร้านนี้ก็เป็นร้านบุฟเฟ่ต์หมูย่างเกาหลียอดฮิตของเหล่าวัยรุ่นเลยครับ ที่นี่เป็นบุฟเฟ่ต์ราคาคนละ 11,000 วอน มีหมูสามชั้นและซุปเต้าเจี้ยว ส่วนข้าวเปล่า บะหมี่เย็น และไข่ตุ๋น ถ้าจะทานต้องสั่งเพิ่มต่างหากนะครับ ถึงเมนูจะมีไม่มาก แต่บอกเลยว่าหมูสามชั้นของที่นี่คือทีเด็ด แล้วยิ่งได้ทานคู่กับกิมจิและซุปเต้าเจี้ยวยิ่งดีขึ้นไปอีก แถมเปิดถึงเที่ยงคืนเลยทีเดียว หิวดึกแค่ไหนก็มาทานได้ 3. Sinseon Seolleongtang Myeongdong พิกัด : Sinseon Seolleongtang Myeongdong ร้านดังที่ไม่ได้มีแค่ที่ย่านเมียงดง แต่มีแฟรนไชส์อีกหลายสาขาทั่วกรุงโซลเลยครับ เมนูของเค้าที่เด็ดมากๆ เลยคือ ซุปกระดูกวัว หรือ ซอลลงทัง ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หรือจะทานแบบคนเกาหลีก็ให้เทข้าวลงไปในซุปได้เลย รสชาตินั้นกลมกล่อม หอมซุปกระดูก ส่วนตัวเนื้อวัวก็เปื่อยมาก ตุ๋นจนนุ่ม ไม่มีกลิ่นคาวเลยล่ะครับ ในราคาเริ่มต้นแค่ 7,000 วอนก็อิ่มแปล้ 4. Andong Jjimdak พิกัด : Andong Jjimdak ไก่ผัดซอสซีอิ๊วดำวุ้นเส้น หรือ จิมดัก อาหารพื้นเมืองของเกาหลี ที่ปัจจุบันเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยเราอย่างมาก ด้วยความที่มีรสชาติอร่อย คล้ายๆ อาหารประเภทผัดของบ้านเรา ตัวซอสมีความเข้มข้นเข้าไปถึงเนื้อใน แล้วยังสามารถเลือกได้ว่าจะเอาแบบเผ็ดมากหรือเผ็ดน้อยได้อีก ทำให้ถูกปากคนไทยเรามากๆ เลยครับ ร้านนี้ขายเป็นเซ็ตคู่กับข้าวสวย เริ่มต้นที่ 29,000 วอน แต่ราคานี้ทานได้หลายคนนะ 5. James Cheese Back Ribs พิกัด : James Cheese Back Ribs เอาใจสาวกคนรักชีสกันสักหน่อยกับเมนูนี้ นั่นก็คือ ซี่โครงหมูจุ่มชีสลาวา หรือ คัลบีชีส นั่นเอง หลายๆ คนอาจจะเคยได้ลองชิมกันแล้วบ้าง เพราะในไทยเราก็มีหลายร้านเลยที่มีเมนูนี้ แต่อยากให้มาลองทานของต้นตำรับที่เกาหลีดูสักครั้งนะครับ ร้านนี้มีหลายสาขาเลยไม่ใช่เฉพาะย่านเมียงดง ตัวซี่โครงหมูจะเสิร์ฟมาบนชีสกะทะร้อน และพนักงานจะมาช่วยตัดซี่โครงหมูเป็นชิ้นๆ ให้ตอนที่ชีสเริ่มละลายได้ที่เพื่อให้เราทานสะดวกขึ้น ซึ่งชีสสามารถเลือกได้หลายแบบตามใจชอบ และระดับความเผ็ดก็เลือกได้เช่นกันครับ ราคาอยู่ที่ 14,000 วอนขึ้นไป ถือว่าโอเคเลยกับความเยอะและเมนูอร่อยแบบนี้ 6. 두끼 (ทุกิ) พิกัด :  Noon Square ร้านบุฟเฟ่ต์ต๊อกบกกีที่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยว ตั้งอยู่บนชั้น 6 ของห้าง Noon Square สนนราคาต่อหัวที่ 7,900 วอน ราคานี้ทานบุฟเฟ่ต์ต๊อกบกกีได้หลากหลาย รวมไปถึงเส้นมาม่า ซอสปรุง โอเด้ง และของทอดต่างๆ แต่ถ้าหากใครชอบชีสและอยากเพิ่มชีสฟองดู ต้องจ่ายเพิ่มอีก 4,000 วอนนะครับ 7. Yoogane Dakgalbi เมนูที่คนไทยเรารู้จักกันดี กับ ทักคาลบิ ซึ่งด้วยความที่ในไทยเรามีขายกันเพียบ ทำให้คนไทยค่อนข้างจะคุ้นเคยกับรสชาติเป็นพิเศษ หากใครไม่อินกับอาหารเกาหลีอื่นๆ ก็สามารถเลือกเมนูนี้ประทังชีวิตได้ ร้านนี้มีหลายสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ ร่วมถึงย่านเมียงดงด้วยเช่นกัน รสชาติอร่อยกลมกล่อม สามารถเลือกระดับของความเผ็ดร้อนได้ด้วยนะครับ และราคาก็เริ่มต้นเพียง 6,000 วอนเท่านั้นเอง 8. Hong Bar พิกัด : Hong Bar ใครที่อยากทานบุฟเฟ่ต์หมูย่างเกาหลี แต่ไม่อยากทานแค่หมูสามชั้น ต้องร้านนี้เลยค่ะ กับร้านบุฟเฟ่ต์ชื่อดังในหมู่นักท่องเที่ยว ตั้งอยู่บนชั้น 3 ของตึก Nature Republic ในย่านเมียงดง ราคา 12,900 วอนต่อคน มีหมูสามชั้น หมูสันคอ หมูสไลด์ หนังหมู สลัดบาร์ และของทานเล่นมากมายให้เลือกสรรเลย เป็นอีกร้านที่ต้องมาโดนเมื่อมาย่านนี้จริงๆ ครับ ช่วงเย็นๆ คนอาจจะเยอะหน่อย ใจเย็นๆ รอสักนิดนะจ๊ะ 9. Cafe De Paris มาที่ของหวานกันบ้าง กับร้านสีฟ้าสดใส ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของตึกที่อยู่ฝั่งตรงข้ามช้อป MCM ค่ะ ร้านนี้ก็เป็นเหมือนคาเฟ่ทั่วไป ที่ขายพวกกาแฟ เครื่องดื่มต่างๆ เค้ก วาฟเฟิล และขนมอื่นๆ แต่เมนูทีเด็ดที่ทำให้ใครหลายคนต้องมาที่นี่เลยก็คือ สมูทตี้ เพราะสมูทตี้ของที่นี่ทำมาจากผลไม้ 100% แถมยังเพิ่มเติมด้วยผลไม้สดอีกเพียบต่างหาก เมนูแนะนำก็จะเป็น Strawberry Bon Bon และ Mango Bon Bon ราคาแก้วละ 16,000 วอน แอบราคาแรงไปนิดแต่เค้าให้ผลไม้มาเยอะมากจริงๆ แถมรสชาติก็ดีมากๆ ด้วย ยอมจ่ายครัชชช 10. Stylenanda Pink Pool Cafe พิกัด :  Stylenanda Pink Pool Cafe ปิดท้ายกันที่ร้านยอดฮิตสำหรับสาวๆ ใครที่ไปเกาหลีเชื่อว่าต้องแอบจดร้านนี้ไว้ในแพลนอย่างแน่นอน จริงๆ แล้วที่นี่เมนหลักของเค้าเลยคือเป็นร้านขายเครื่องสำอางยี่ห้อ 3CE แต่เมื่อเข้าไปด้านในแล้ว ยังมีเสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋าขายอีกเพียบ ส่วนตัวคาเฟ่นั้นจะอยู่ที่ชั้น 5F ตกแต่งเป็นธีมสระว่ายน้ำเก๋ๆ สีพาสเทลสดใส ส่วนเมนูของที่นี่ก็เป็นเมนูปกติแบบฉบับของคาเฟ่ทั่วไป ราคาอาจจะสูงไปนิดแต่ก็เสิร์ฟมาแบบจานใหญ่ ข้อเสียอย่างเดียวเลยคือ ทางร้านมีเงื่อนไขว่าจะต้องสั่ง 1 คน ต่อ 1 เมนูครับ   เป็นยังไงกันบ้างครับ!? หวังว่าคงถูกใจกับ 10 ร้าน 10 เมนูอาหารที่ทัวร์ครับนำมาแนะนำกัน บอกแล้วว่าเมียงดงไม่ได้มีดีแค่ช้อปปิ้งเท่านั้น แต่อาหารเกาหลีที่เมียงดงเค้าก็เริ่ดเว่อร์ไม่แพ้กันนะเออ และไม่ได้มีแค่ 10 ร้านนี้เท่านั้นด้วยนะครับ ยังมีอีกเพียบเลยล่ะ ถ้าอยากรู้ว่าเยอะจริงอย่างที่เราบอกมั๊ย ต้องไปพิสูจน์กันเองที่เกาหลีนะครับ Let's go !!!    บทความแนะนำ เที่ยวเกาหลี >>Seoul Romance ~ รวม 8 สถานที่ท่องเที่ยวเกาหลี ที่ไม่ได้มีดีแค่ตอนกลางวัน<<  

อ่านเพิ่มเติม