เที่ยวทัวร์ประเทศไหนดี?

หาทัวร์ครบ จบที่ทัวร์ครับ

กิจกรรมและโปรโมชั่น

พบกับโปรโมชั่นกิจกรรมน่าสนใจมากมายจากทัวร์ครับ

แพ็กเกจทัวร์ลดราคา

แพ็กเกจทัวร์ลดราคาสุดคุ้ม ให้คุณได้เลือกมากมาย

แพ็กเกจทัวร์วันหยุดยาว

เที่ยววันหยุดยาว กับ แพ็กเกจทัวร์ช่วงเทศกาลที่น่าสนใจ

บทความทัวร์ครับ

ทัวร์ครับพา เที่ยว กิน ช้อป เตรียมพร้อมก่อนออกเดินทาง รวมถึงอัพเดทเรื่องราวท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

บทความล่าสุด ดูทั้งหมด

10 กิจกรรมสุดแอดเวนเจอร์ที่ "นิวซีแลนด์" ต้องไปลองสักครั้งในชีวิต

10 กิจกรรมสุดแอดเวนเจอร์ที่ "นิวซีแลนด์" ต้องไปลองสักครั้งในชีวิต

ซึ่งต้องบอกก่อนว่าเมืองในนิวซีแลนด์มีหลายเมืองมากที่น่าสนใจ และประกอบไปด้วยกิจกรรมแอดเวนเจอร์มันส์ๆ สไตล์คนลุยๆ ให้ลองเล่น ซึ่งหาเล่นไม่ได้ง่ายๆ ที่ไทยนะครับ เพราะก็รู้กันดีว่าพี่ฝรั่งเขาสุดเหวี่ยงแค่ไหนกับกิจกรรมโลดโผนท้าทายความเสียว จะมีกิจกรรมไหนน่าโดน น่าเล่นกันบ้าง แถมบทความนี้เรายังชี้พิกัดเมืองที่น่าเล่นอีกด้วยนะ พร้อมมันแล้วตามมาเลย! 1.การโดดบันจีจัมพ์ พิกัด : Queenstown แค่พูดก็เสียวแล้ว กิจกรรมสุดมันส์สำหรับคนรักความสูงไปให้สุดไปเลย แล้วยิ่งในประเทศนิวซีแลนด์เขายังมีการจัดการโดดบันจีจัมพ์ ในเวลากลางคืนอีกด้วยซึ่งถือเป็นที่แรกที่สามารถกระโดดได้ในเวลากลางคืน ด้วยความสูง 400 เมตร  นอกจากมีความตื่นเต้นและหวาดเสียวแล้วยังสามารถมองเห็นแสงสีของเมืองและวิวยามค่ำคืนอีกด้วย พิกัดที่แนะนำคือ เมืองควีนส์ทาวน์ และเมือง Auckland รับประกันความสุดเหวี่ยง ครั้งหนึ่งในชีวิตลองเอาชนะความกลัวแล้วมากระโดดบันจีจัมพ์กันเถอะ 2.ปีนเขา อีกหนึ่งกิจกรรมที่คนนิวซีแลนด์ชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพราะท้าทายความกลัวแถมยังได้ความอดทนอีกต่างหาก สำหรับคนที่ชอบการปีนเขาในประเทศนิวซีแลนด์แนะนำอุทยานแห่งชาติเมาท์คุก ที่มีภูเขาปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี และมีทะเลสาบอัดงดงาม ภูเขาเมาท์คุกเป็นภูเขาที่สูงเป็นอันดับที่ 37 ของโลกมีความสูงถึง 3,724 เมตร ซึ่งมีความท้าทายอย่างมากเหมาะสำหรับผู้รักกิจกรรมการปีนเขาอย่างมาก อีกทั้งในตอนกลางคืนยังมีแสงหมู่ดาวและปรากฏการณ์ทางช้างเผือกในช่วงฤดูหนาวอีกด้วย แนะนำเลยอุทยานแห่งชาติเมาท์คุก ต้องลองสักครั้งในชีวิตนี้ 3.Shotover Jet หรือล่องเรือเจ็ทในแม่น้ำช็อตโอเวอร์ประเทศนิวซีแลนด์ เป็นกิจกรรมนึงที่ห้ามพลาดเหมาะสำหรับคนชอบความเร็วและความเร้าใจอย่างมาก ไม่ใช่แค่ล่องเรือชมวิวเท่านั้นแต่เป็นการล่องเรือเจ็ทที่มีความเร็ว 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งจะได้ความตื่นเต้นและประสบการณ์สุดแปลกใหม่ในการนั่งเรือชมวิวอีกทั้งยังได้ชมวิวถึง 360 องศาบวกกับความเร็วของเรือแนะนำแม่น้ำช็อตโอเวอร์ นอกจากได้ความมันแล้วยังได้ชมความงามของแม่น้ำอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ควรมาลอง 4. PARAGLIDING หรือร่มร่อนประเทศนิวซีแลนด์ เป็นกิจกรรมที่ท้าทายอีกกิจกรรมหนึ่ง เหมาะสำหรับคนชอบความสูงอย่างมากเป็นประสบการณ์ที่ได้ลอยอยู่บนฟ้าใครฝันอยากบินได้อิสระแบบนกล่ะก็ต้องไม่พลาดกิจกรรม ที่จะได้ทั้งความตื่นตาตื่นใจ แถมได้บินชมวิวเมืองสวยๆ และธรรมชาติในประเทศนิวซีแลนด์ในรูปแบบที่ไม่เคยลองมาก่อน แนะนำเลยเมืองควีนส์ทาวน์ แอบกระซิบบอกว่ากิจกรรมนี้เราชอบมากที่สุดเลยถ้าใครเคยดูหนัง The Upside ล่ะก็กิจกรรม PARAGLIDING ก็อยู่ในหนังเรื่องนั้น แล้วคุณจะหลงรักกิจกรรมนี้มากกว่ากลัวมันซะอีก 5.พายเรือคายัค ประเทศนิวซีแลนด์ ที่ Abel Tasman เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ชอบกิจกรรมผจญภัยทางน้ำอย่างมากเพราะที่ Abel Tasman เป็นหนึ่งในชายหาดที่ดีที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ มีธรรมชาติที่งดงามอีกทั้งยังเป็นเขตที่อากาศอบอุ่นที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ก็ว่าได้ แนะนำเลยสำหรับคนชอบกิจกรรมพายเรือที่ Abel Tasman การพายเรือคายัคอาจจะดูไม่แปลกใหม่สักเท่าไรสำหรับชาวไทย แต่! ทุกคน ถ้าเราได้พายเรือคายัคในประเทศที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์รอบตัวที่มีวิวสวยๆ ให้เราดูตลอดทาง แถมพระอาทิตย์ไม่แยงตาขณะพายเรือล่ะ มันจะฟินแค่ไหน จินตนาการกันแค่นี้แล้วไปลองด้วยตัวเองสักครั้ง แล้วจะลืมเรือคายัคที่เคยพายไปเลย 6.การเล่นเซิร์ฟ ประเทศนิวซีแลนด์เมือง Catlins เป็นเมืองแห่งเซิร์ฟที่ดีที่สุดในนิวซีแลนด์เลยก็ว่าได้และฉากสำคัญในภาพยนตร์อันโด่งดังอย่าง The endless summer ทำให้เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวแสวงหาความท้าทายนิยมมาที่นี่เพื่อเล่นเซิร์ฟ อีกหนึ่งกิจกรรมที่เล่นเมื่อมาเยือนนิวซีแลนด์ อีกทั้งที่ยังมียามชายฝั่งคอยดูแลเรื่องความปลอดภัย ปลอดภัยแน่นอน แนะนำเลยเมือง Catlins สวรรค์ของคนรักทะเล 7.สกีน้ำแข็ง ในประเทศนิวซีแลนด์ที่ Wanaka เป็นสถานที่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเล่นสกี เพราะที่นี้เป็นสนามสกีชั้นนำของประเทศนิวซีแลนด์ก็ว่าได้ อีกหนึ่งกิจกรรมที่ใช่ว่าจะหาเล่นที่ไหนก็ได้ เพราะฉะนั้นมาถึงที่ขนาดนี้จะพลาดได้ยังไงล่ะจริงไหม อ่อที่นี่ไม่ได้มีแค่การเล่นสกีเท่านั้น นักท่องเที่ยวยังสามารถชมวิวธรรมชาติรอบข้างที่งดงามทอดลงกับแม่น้ำ Matukituki อันสวยงามและฉากด้านหน้ามียอดเขาของอุทยานแห่งชาติอีกด้วย แนะนำเลยที่ Wanaka 8.กระโดดร่ม เป็นกิจกรรมสุดแอดเวนเจอร์ที่เหล่านักผจญภัยชื่นชอบ ยิ่งถ้าไปได้โดดร่มในเมืองควีนส์ทาวน์หรือ Wanaka ในประเทศนิวซีแลนด์แล้วก็ล่ะ ฟินอย่าบอกใครเลยล่ะ ที่นี่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความหวาดเสียว จะเป็นการกระโดดร่มจากเครื่องบินผ่านเทือกเขา Southern Alps อันเรื่องชื่อความสวยงาม ระหว่างกระโดดถ้าไม่มัวเสียวอยู่รับรองว่าจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่น่าจดจำอีกเยอะมากเลยทีเดียว แนะนำเลยเมืองควีนส์ทาวน์หรือ Wanaka มาลองสักครั้งแล้วจะติดใจแน่นอน 9.ดำน้ำสู่ห้วงลึก ที่ Poor Knights Islands ประเทศนิวซีแลนด์ ที่ตั้งอยู่ชายฝั่งตะวันออกของ Northland เหมาะสำหรับเหล่านักผจญภัยใต้น้ำอย่างมากถือว่าเป็นจุดท้องน้ำที่ดีที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์เลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าเพื่อนๆ จะได้รับประสบการณ์การดำน้ำลึกที่จะได้เห็นโลกใต้น้ำของประเทศนิวซีแลนด์ เหมือนหลุดออกไปยังโลกอื่นยังไงยังงั้น เชื่อว่าคนที่ชอบดำน้ำลึกน่าจะเข้าใจประโยคนี้ดี เพราะการดำน้ำลงไป เราจะรู้สึกเหมือนเราหลุดไปอยู่โลกใต้น้ำ ที่มีแต่ความเงียบ สงบ แล้วสิ่งสวยงามที่อยู่รอบตัวเรา อีกทั้งยังได้ความท้าทายแนะนำเลยดำน้ำนอกชายฝั่งของ Northland 10.ล่องแก่ง จากผาสูง 20 ฟุตในประเทศนิวซีแลนด์ในโรโตรัว กิจกรรมนี้เป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักผจญภัยอย่างมาก เพราะมีความสนุกและความหวาดเสียวแต่อย่างไรก็ตามในความน่ากลัวก็ยังมีมุมสวยๆของธรรมชาติรอบข้าง อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ในการล่องแก่นค่อยดูแลมั่นใจได้ว่าปลอดภัยแน่นอน แนะนำเลยเหล่านักท่องเที่ยวที่เมืองโรโตรัว บอกเลยว่าเที่ยวนิวซีแลนด์ไม่ใช่เรื่องยากและก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จะหมดปัญหาถ้าไปทัวร์นิวซีแลนด์กับทัวร์ครับ!! เพราะจองทัวร์กับเราเพียงขั้นตอนง่ายๆ ก็เตรียมเก็บกระเป่าบินได้เลย ดู ทัวร์นิวซีแลนด์ ราคาสุดคุ้ม คลิกเลย !!   

เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น 7 วัน 6 คืน  ดีต่อใจสบายกระเป๋า

เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น 7 วัน 6 คืน ดีต่อใจสบายกระเป๋า

ใช่แล้ววันนี้ ทัวร์ครับ จะมารีวิว  7 วัน 6 คืน เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น ดีต่อใจสบายกระเป๋า เราจะพาทุกคนไปตะลุยซิดนีย์ต่อเมลเบิร์น นั่งเครื่องทั้งทีจะเที่ยวเมืองเดียวก็ดูจะไม่คุ้ม 2 เมืองไปเลย แผนที่ : Australia เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 1 ลงจากเครื่องมานอกเหนือจากเรื่องซิมการ์ด ที่หลายคนน่าจะรู้กันอยู่แล้ว เราขอข้ามขั้นตอนนั้นกันไปเลย เราจะพูดถึงเรื่องการเดินทางภายในซิดนีย์กันก่อน แนะนำให้เพื่อนๆ ซื้อบัตร Opal บัตรเติมเงินเพื่อเดินทางในระบบขนส่งมวลชนภายในเมืองซิดนีย์ เครื่องลงตอนเช้าเพราะฉะนั้นเราก็ขอเข้าที่พักเพื่อเตรียมตัวแล้วออกมาเที่ยวกันต่อเลย แนะนำให้พักในตัวเมืองนะครับ จะได้เดินทางไปเที่ยวตามที่ต่างๆ ได้สะดวก วันแรกก็ต้องมาไฮไลท์ดังของเมืองซิดนีย์กันก่อนเลยเริ่มต้นที่ Opera House การเดินทางก็ง่ายมากแค่นั่งรถไฟไปลงรถไฟที่สถานี Circular Quay ไม่กี่นาทีก็ถึง หลังจากเดินเล่นชมความอลังการพร้อมกับถ่ายรูป Harbour Bride กันจุใจแล้ว น้ำย่อยก็เรียกร้องอยู่ในกระเพาะแล้วจ้า เอาจริงๆ ก็มีร้านอาหารที่ Opera House ให้เลือกเยอะอยู่เหมือนกัน แต่ราคาก็อาจจะสูงขึ้นตามไปด้วย เป็นปกติของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ หรือใครจะเดินไปย่าน The rock ก็มีร้านอาหารดังๆ ให้เลือกหลายร้าน เช่น Pancakes On The Rocks   ร้านดังรีวิวเยอะ มื้อนี้ทางเราก็เลยฝากท้องกันที่ร้านนี้ จากนั้นก็เดินเล่นย่อยอาหาร แล้วกลับที่พักเป็นอันจบวันที่ 1 แบบชิลล์ๆ ไม่เร่งรีบ แผนที่  : Pancakes On The Rocks เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 2 แผนที่ : Bondi Beach วันที่ 2 นี่แหละของจริง วันนี้เราตั้งใจกับเพื่อนว่าอยากไปดูทะเลของออสเตรเลียซักหน่อย ว่าจะเหมือนเราไหม? เราเลือก Bondi Beach การเดินทางนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Bondi Junction Station ต่อรถ Bus มาอีกประมาณ 20 นาทีก็ถึงปลายทาง เอาจริงๆ เราชอบนะ ของเขามันเป็นทะเลที่เราสามารถทำกิจกรรมในน้ำได้หลายอย่างตามสไตล์ฝรั่งเขาที่เราเห็นกันในหนังบ่อยๆ นั่นแหละ อาจจะไม่ได้มีบานาน่าโบ๊ทให้เราเล่น แต่มีกล้ามแน่นๆ ให้เราดูแน่นอนจ้า อะหยอกๆ 555 ก็ถือเป็นการนั่งชิลล์พักผ่อนในช่วงเช้าได้ดี พอสายๆ หลังจากเมากล้ามกันพอสมควรก็นั่งรถเมล์กลับมาที่สถานีรถไฟ แล้วนั่งต่อเข้าเมืองลงสถานี Town Hall ตะลุยเที่ยวในเมืองกันต่อจ้า แวะหาของรองท้อง และพาคุณเพื่อนไปช้อปปิ้งสักนิดหน่อยที่ Queen Victoria Building ใกล้ๆ กันนั้นจะมี สวนสาธารณะไฮด์พาร์ค (Hyde Park) ให้เราเดินเล่นช่วงเย็นๆ เดินไปเรื่อยๆ ก็เจอ โบสถ์เซนต์แมรี่ (St. Mary’s Cathedral) หลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อกันมาบ้าง แวะเช็คอินถ่ายภาพกันพอหอมปากหอมคอ ขาของน้องก็บอกว่าไม่ไหวแล้วจ้า เดินต่อไปอีกไม่ไหวแล้วกลับที่พักเถอะนะ จบทริป Day 2 ด้วยขาลาก แผนที่ : St. Mary’s Cathedral   เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 3 แผนที่ : Blue Mountain วันของธรรมชาติ เราตัดสินใจไปชมความสวยงามของภูเขากันบ้างที่ Blue Mountain ความเก๋คือตรงกับวันอาทิตย์เลยเสียค่ารถไฟ แค่ 2 ดอลเท่านั้นเอง นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Katoomba ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง แนะนำให้ตื่นเช้าๆ จะได้ไม่เสียเวลาไปกับการเดินทางเนอะ การเดินทางเที่ยวชม Blue mountain มีให้เลือกแบบรอรถบัสธรรมดา ซึ่งอาจจะใช้เวลานานในการไปชมแต่ละจุดนานพอสมควร แต่ก็แลกกับราคาที่ถูกกว่ามาก แต่ถ้าใครรอไม่ไหวเช่นเรา แนะนำให้ซื้อบัตร Blue mountain explorer bus จะมีรถมาเยอะกว่า ไฮไลท์ของ Blue Mountain คือจุดที่ 9 Scenic world เป็นจุดชมวิวโดยเราจะได้นั่ง Skyway, Railway, Walkway และ Cable Way แน่นอนว่าคนเยอะมากแต่โชคดีที่เราซื้อบัตร Blue mountain explorer bus ทำให้ไม่ต้องต่อคิวซื้อบัตรแล้วไปต่อคิวขึ้นเครื่องได้เลย รับรองว่าวิวที่คุ้มค่าสมการรอคอยแน่นอน อีกจุดที่อยากแนะนำสำหรับช่างภาพตากล้องทั้งหลายคือ จุดที่ 14 Echo Point รับรองว่ามุมสวยๆ ของภูเขา Three Sisters กลับบ้านไปเป็นของฝากแน่นอน กว่าจะวนครบทุกจุดก็หมดเวลาเที่ยวที่อื่นๆ ไปแล้วเพราะฉะนั้นใครมาเที่ยว Blue Mountain แนะนำให้เผื่อเวลาไปเลย 1 วัน เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 4 ได้เวลาบินข้ามเมืองไปที่ เมลเบิร์น กันแล้วทุกคน แนะนำให้ลงลงสนามบิน Tullamarine นะครับ จะได้ง่ายในการเดินทางต่อไปที่เที่ยวอื่นๆ หลังจากลงเครื่องในช่วงบ่าย เรากับเพื่อนก็ตัดสินใจว่าเข้าไปเช็คอินที่โรงแรมกันก่อน วันนี้เอาแค่เบาๆ เพราะเดินทางกันมาก็เหนื่อยพอสมควรแล้ว ทริปนี้ขอชิลล์ๆ ไม่แน่น การเดินทางของเมืองเมลเบิร์นส่วนใหญ่เราจะใช้บัตรที่ชื่อว่า MYKI ในการเดินทางครับสามารถเติมเงินเข้าไปในบัตรได้เหมือนบัตร Opal แตกต่างกันตรงที่บัตรนี้สามารถเติมเศษเงินได้ ทำให้คำนวณเงินในการเติมได้ง่ายกว่า หลังจากเก็บของเข้าที่พักเสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาเดินทางไป Queen Victoria Market เพื่อหาซื้อของกินยิบย่อย แล้วก็ซื้อของฝากกันเล็กน้อย แอบกระซิบชี้พิกัดว่าของฝากที่นี่ราคาถูก ระวังตังค์หมด นี่คือคำเตือน หลังจากนั้นก็ไปเดินเล่น ถ่ายรูปที่ Shrine of Remembrance ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์ทหารผ่านศึก และใกล้ๆ กันนั้นก็มี Royal Bonanic Garden ให้ได้เดินเล่นชมวิวกันก่อนกลับที่พัก เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 5 Recommend ของเมลเบิร์นเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าใครที่มาเมลเบิร์นก็ต้องมาที่นี่นั่นก็คือ Great Ocean Road and Twelve Apostles แนะนำให้ไปที่ร้าน Halftix เพื่อจองตั๋ว one day trip เพื่อไป Great Ocean Road ร้านจะอยู่ใกล้ๆ กับ Town Hall ควรมาซื้อก่อนไปสัก 1 วัน ที่นี่มีเส้นทางที่เลาะตามชายฝั่งทะเลระยะ 100 กว่ากิโลเมตร รับรองว่าเพื่อนๆ จะได้ดื่มด่ำความโรแมนติคของที่นี่แบบจัดเต็มสุดๆ แนะนำว่าลองพาคุณแฟนเช่ารถมาขับเล่นดู ได้อารมณ์ฮันนีมูนมากเวอร์ มาถึงที่ไฮไลท์อย่าง Twelve Apostles อยู่ที่อุทยานแห่งชาติ Port Campbell อยู่ในเส้นทาง Great Ocean Road เช่นกัน เป็นโขดหินที่ผุดขึ้นออกมาจากใต้มหาสมุทร มีอายุถึง 20 ล้านปี ปัจจุบันเหลือเพียง 8 เสา อีกหนึ่งจุดชมวิวที่ควรค่าแก่การมาเยือน เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 6 วันสุดท้ายของการเที่ยว เมลเบิร์น เราอาจจะเหนื่อยล้าจากเมื่อวาน แต่! พอบอกว่าเป็นวันสุดท้ายเราจะไม่ยอมแพ้ ไปครับลุยต่อ ไปนั่งรถไฟห้อยขากันที่ Puffing Billy รถไฟยุคโบราณ อีกหนึ่งไฮไลท์ของเมืองเมลเบิร์น พูดชื่ออาจจะดูหลอนๆ แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ควรมาลองทำกันเมื่อมาเมลเบิร์น รถไฟโบราณนี้จะพาทุกคนย้อนอดีต โดยใช้เวลาแค่ราว 2 ชั่วโมง เริ่มจากระยะทางจากสถานี Belgrave ถึงปลายทาง Gembrook สามารถถ่ายรูปทิวทัศน์ ให้อาหารนกพื้นเมืองของออสเตรเลียพร้อมฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์ในอดีตของที่นี่ จากนั้นก็กลับเข้ามาในตัวเมืองเพื่อหาอาหารทานเล่นก่อนกลับที่พัก เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 7 ก่อนกลับขอเที่ยวออสเตรเลียอีกนิด ขอออกไปแวะช้อปปิ้งกันที่ DFO South Wharf ก่อนกลับมาเช็คเอาท์ออกจากที่พัก ก็ได้เวลาเดินทางกลับกรุงเทพมหานครบ้านเรา ถือว่าเป็นทริปที่คุ้มค่าแก่การมามากๆ ถึงแม้จะแค่ 7 วันแต่ก็เป็น 7 วันที่คุ้มค่าที่สุด ถ้ามีโอกาสก็อยากจะมาเก็บให้ครบทุกมุม เพราะยังเหลืออีกหลายที่ที่น่าสนใจ และควรค่าแก่การไปเยือน ใครที่สนใจอยากไปเที่ยว ทัวร์ออสเตรเลีย สามารถสอบถามกับทางทัวร์ครับได้เลย รับรองว่าการเดินทางเที่ยวต่างประเทศไม่ยากอีกต่อไป ถ้าไปกับทัวร์ครับ  

5 ย่านที่พักในออสเตรเลีย ราคาย่อมเยาว์ ไปเรียนก็ได้ไปเที่ยวก็ดี

5 ย่านที่พักในออสเตรเลีย ราคาย่อมเยาว์ ไปเรียนก็ได้ไปเที่ยวก็ดี

อย่างที่รู้กันว่าประเทศออสเตรเลีย โดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆ อย่าง เมลเบิร์น ซิดนีย์ เพิร์ธ บริสเบน หรือ โกลด์โคสท์ นั้นจะคุ้นชินกับการที่มีคนเอเชียเข้าไปเที่ยวหรือพักอาศัยเพื่อเรียนต่ออยู่เยอะพอสมควรเพราะฉะนั้นจะบ้านพัก โฮเทล โฮสเทล หรือหอพักให้เลือกอยู่มากมายหลายที่ ถ้าจะให้ยกมาทุกโรงแรมอาจจะยาวเกินไปเพราะฉะนั้นเราขอพูดรวบรัดเป็นแต่ละย่านไปน่าจะง่ายกว่า เผื่อจะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆ คนไหนที่อยากเดินทางไปเที่ยวประเทศออสเตรเลียกันนะครับ 1. 'เมืองเมลเบิร์น' ที่พักในออสเตรเลียศูนย์กลางธุรกิจเมลเบิร์น พิกัด :  Melbourne มีที่พักหลากหลายเเบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการ ความชอบ เเละงบประมาณของเราว่าจะเลือกที่พักเเบบไหน ราคาเท่าไหร่ ราคาก็จะแตกต่างกันไป แต่ข้อดีคือในย่านนี้จะมีหลายโรงแรมที่ราคาคืนละหลัก 1,000 อยู่ แถมยังเดินไปเที่ยวตลาดควีนวิคตอเรีย และศูนย์การค้าเมลเบิร์น เซ็นทรัล ได้ เรียกได้ว่าพักที่นี่เที่ยวที่นี่แทบไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล อีกด้วย โรงแรมที่เราจะแนะนำไปให้พักในราคาเอื้อมถึง เช่น โรงแรม ibis Melbourne Hotel and Apartments ที่นี่เป็นทั้งโรงแรมและอพาร์ทเม้นเพราะฉะนั้นน้องๆ ที่กำลังหาที่พักอยู่ก็อาจจะลองเก็บที่นี่ไว้ในลิสต์ได้เพราะราคาก็ไม่ได้โหดมากเกินไปนัก ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ เริ่มต้นที่คืนละ 1,900 บาท อีกหนึ่งที่พักที่คล้ายกันก็มีโรงแรม Nova Stargate Apartment Hotel ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ลำบากจนเกินไป หรือถ้าใครอยากได้เป็นบ้านพักก็ยังมีบริการ Airbnb ให้ได้เลือกกันอีกด้วย สำหรับใครที่คิดว่าราคา เกือบ 2,000 อาจจะสูงเกินไปและไม่ไหวจริงๆ ก็ยังมีที่พักแนวโฮสเทลให้ได้เลือกอีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น Discovery Melbourne, Pint On Punt Backpackers หรือ The Workers Club ก็เป็นอีกหนึ่งโฮสเทลสำหรับนักผจญภัยทั้งหลายที่อยากได้ที่พักสบายกระเป๋า เริ่มต้นที่คืนละ 500 บาท หรือจะออกไปแถบชานเมืองอย่าง บริเวณทางตอนเหนือของเมืองเมลเบิร์น ได้แก่บริเวณเมือง Fitzroy และ Carlton ก็จะได้ราคาที่ถูกกว่า สามารถนั่งรถรางไปกลับเมืองเมลเบิร์นได้ ใช้เวลา 20-30 นาที     2.ย่านแพดดิงตัน 'เมืองซิดนีย์' ที่พักในออสเตรเลียที่คนไทยนิยมที่สุด พิกัด : Paddington ถึงแม้ว่าซิดนีย์จะขึ้นชื่อเรื่องของค่าครองชีพที่สูงพอสมควร แต่ก็ยังโชคดีที่มีผู้แวะเวียนเข้ามาพักเยอะพอสมควรทำให้มีที่พักให้เลือกหลากหลายกว่าที่อื่น อย่างย่านแพดดิงตัน ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทันสมัยก็มีโรงแรม Clover Backpackers ไว้คอยต้อนรับนักเดินทางทั้งหลาย เริ่มต้นที่คืนละ 470 บาท มีทั้งแบบโฮสเทลห้องรวมและห้องแยกราคาก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่ว่าเราจะเลือกห้องประเภทไหน อยู่ห่างจากแลนด์มาร์คของซิดนีย์อย่าง ซิดนีย์โอเปราเฮาส์ เพียง 3 กม. เท่านั้น ส่วนที่พักสำหรับนักศึกษาที่อยากไปเรียนต่อเมืองซิดนีย์ เรทราคาย่านใจกลางเมืองจะอยู่ที่ ห้องที่อยู่คนเดียวห้องละ 300 ดอลล์ขึ้นไปต่อสัปดาห์ ถ้าเเชร์กันสองคนจะเฉลี่ยต่อห้อง 180-220 โดยประมาณ ต่อสัปดาห์ ถือว่าราคาค่อนข้างพอสมควรถ้าอยากได้ห้องพักใจกลางเมือง แต่ถ้าคนที่ไม่ซีอะไรแนะนำหาที่พักนอกเมืองแถว North Sydney หรือ New town ก็จะได้ที่พักราคาถูกลงหน่อย ตามค่าครองชีพของแต่ละพื้นที่ที่ไม่เท่ากัน อาจจะลำบากตรงต้องนั่งรถไฟ ไปกลับเข้ามาใจกลางเมือง แต่ประหยัดค่าที่พักแล้วเก็บตังค์ไว้ไปเที่ยวได้หลายบาทเลยล่ะ   3.ย่านใจกลาง 'บริสเบน' ที่พักในออสเตรเลียราคาย่อมเยาว์ใครก็พักได้ พิกัด :  Brisbane อาจจะเป็นเพราะว่าค่าครองชีพที่เมืองบริสเบนไม่ได้สูงเท่าซิดนีย์ ทำให้สามารถหาที่พักหลักพันต้นๆ ได้ที่ใจกลางบริสเบน หลากหลายที่ ยกตัวอย่างเช่น Yellow Submarine Backpackers ที่อยู่ห่างจากใจกลางเมืองบริสเบนเพียง 15 นาที สะดวกและง่ายในการเดินทางไปเที่ยว เริ่มต้นที่คืนละ 1,000 ต้นๆ เท่านั้น หรือจะเป็น Big Bird Backpackers ก็อยู่ห่างจากย่านใจกลางเมืองไม่มากนัก บริสเบนเป็นอีกหนึ่งเมืองที่น่าสนใจในการมาพักผ่อนหย่อนใจ และหาที่ศึกษาต่อด้วยมีสภาพอากาศดีที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองหลวงในรัฐอื่น ๆ เขตที่อยู่อาศัยหรือเขตการค้าก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ารัฐอื่นๆ สำหรับนักศึกษาที่มาพักในระยะยาว แล้วกำลังมองหาที่พักที่ราคาย่อมเยาว์แนะนำเป็น Toowong, Indooroopilly หรือ Saint Lucia อาจจะอยู่ห่างจากใจกลางสัก 7 กม. แต่แน่นอนว่าถ้าได้พักที่นี่ คุณจะได้เห็นวิวแม่น้ำ และยังอยู่ใกล้กับสถาบันการศึกษาชั้นนำในย่านนี้คือมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ (The University of Queensland) อีกด้วย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับใครที่กำลังจะมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้   4.ที่พักในออสเตรเลียกับเมืองเงียบสงบอย่าง 'เมืองเพิร์ท' พิกัด : Perth เพิร์ทเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา เรียบง่ายและสวยงาม ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำ Swan และแม่น้ำ Canning ย่านที่พักมีให้เลือกมากถึง 3 ที่แล้วแต่ว่าจะชอบแบบไหน 4.1 เริ่มต้นที่ย่านแรกอย่าง Perth Central Business District ย่านนิยมที่คนส่วนใหญ่แวะไปพักกันเมื่อไปเมืองเพิร์ทเพราะเป็นแหล่งรวมความสะดวกสบาย แถมการเดินทาง คมนาคมก็ง่าย จะช้อปปิ้ง เที่ยวพิพิธภัณฑ์ หรือไปแวะพักผ่อนหย่อนใจก็สามารถทำได้ง่ายที่ย่านแห่งนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีระบบขนส่งที่บริการฟรีในเขต CBD อีกด้วยทำให้การเดินทางง่ายขึ้นไปอีกหนึ่งสเตป สำหรับชาวไทยที่เน้นเรื่องของอาหารการกินแนะนำหาที่พักแถวๆ  Angelo street 4.2 Leederville อีกหนึ่งย่านที่น่าสนใจราคาจะถูกกว่าย่านแรกอยู่สักหน่อยเพราะอยู่ห่างจากใจกลางเมือง 5 กม. แต่ที่ย่านแห่งนี้ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหาร สถานที่บันเทิงต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ผ่อนคลายกันแนะนำเป็นแถว Vincent and Oxford Streets 4.3 สวรรค์ของคนรักทะเลแนะนำแถว East Fremantle แล้วคุณจะได้สัมผัสคลื่นลมของชายทะเล แต่อาจจะอยู่ห่างจากตัวเมืองสักหน่อยถึง 16 กม. เหมาะสำหรับคนที่ตั้งใจไปพักผ่อนจริงๆ              5. 'เมืองแอดิเลด' เมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ แถมค่าครองชีพถูกที่สุดในออสเตรเลีย พิกัด : Adelaide อีกหนึ่งเมืองที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยมา เพราะยังไม่ฮอตฮิตเท่ากับเมืองอื่นๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้น แต่ขอบอกข้อสำคัญของเมืองนี้คือเป็นเมืองที่ค่าครองชีพถูกที่สุดในออสเตรเลีย แถมสิทธิพิเศษสำหรับนักศึกษาต่างชาติยังได้รับสิทธิ์เหมือนกับนักเรียนของเขาอีกด้วย ยกตัวเช่น การโดนสารรถในเมืองฟรี มหาวิทยาลัยดังๆ ก็มีมากมาย เช่น University of Adelaide, University of South Australia หรือ Flinders University เป็นต้น   ด้วยเหตุผลที่ว่าค่าครองชีพของที่นี่ต่ำกว่าเมืองอื่นๆ ทำให้สามารถพักในตัวเมืองได้ไม่ต้องออกไปแถบนอกชานเมือง ที่พักที่แนะนำก็มีทั้งแบบโฮสเทล เช่น Tequila Sunrise Hostel หรือ The Guest House เริ่มต้นที่หัวละ 400-500 บาทเท่านั้น หรือถ้าใครอยากได้ความสะดวกสบายหน่อยแนะนำเป็น Jasper Motor Inn หรือ Jacksons Motor Inn เริ่มต้นที่ราคา 1,000 ขึ้นไป