เที่ยวทัวร์ประเทศไหนดี?

หาทัวร์ครบ จบที่ทัวร์ครับ

กิจกรรมและโปรโมชั่น

พบกับโปรโมชั่นกิจกรรมน่าสนใจมากมายจากทัวร์ครับ

แพ็กเกจทัวร์ลดราคา

แพ็กเกจทัวร์ลดราคาสุดคุ้ม ให้คุณได้เลือกมากมาย

แพ็กเกจทัวร์วันหยุดยาว

เที่ยววันหยุดยาว กับ แพ็กเกจทัวร์ช่วงเทศกาลที่น่าสนใจ

บทความทัวร์ครับ

ทัวร์ครับพา เที่ยว กิน ช้อป เตรียมพร้อมก่อนออกเดินทาง รวมถึงอัพเดทเรื่องราวท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

บทความล่าสุด ดูทั้งหมด

เที่ยวมาเลเซีย ฉบับ 3 วัน 2 คืน เที่ยวกินช้อปจบในงบ 8 พัน !!

เที่ยวมาเลเซีย ฉบับ 3 วัน 2 คืน เที่ยวกินช้อปจบในงบ 8 พัน !!

เที่ยวมาเลเซีย 3 วัน 2 คืน : Day1 ลงจากเครื่องอันดับแรกที่เจอเลยคือเคาเตอร์ขายซิมส์ ไม่ต้องออกไปหาข้างนอกให้วุ่นวายใจ ถูกใจไทยสไตล์มากๆ เผื่อใครอยากมาถึงแล้วเช็คอินเลยย รวมถึงตัวเราด้วย 5555 พอออกจากสนามบินได้แล้วสเตปต่อไปเราต้องเดินทางเข้าตัวเมืองมีหลายวิธีอย่าง Express Train หรือจะนั่งรถบัสก็ราคาดี 12 ริงกิต (96 บาท) ทริปประหยัดทางเราเลยเลือกนั่งรสบัสเป็นเวลา 1 ชั่วโมงเต็มได้ ก็ถึงสถานี KL Sentral หรือ สถานีรถไฟเซ็นทรัลกัวลาลัมเปอร์ ที่นี่เป็นเหมือนศูนย์กลางการเดินทางของมาเลเซีย สามารถไปต่อที่อื่นๆได้ถือว่าสะดวกมากๆ ใครกลัวหลงไม่ต้องห่วงบอกเลยเพราะ Google maps สามารถช่วยเราได้   วิธีดูเส้นทางแต่ละสถานีรถไฟก็ดูตามสีเหมือนกับบ้านเราเลยราคาค่าโดยสารตกแล้ว 8 บาท – 20 บาทไทย เพื่อความสะดวกในการเที่ยวทรปนี้ที่เรามีเวลาแค่ 3 วัน 2 คืน ก็เลยเลือกสถานที่เที่ยวที่ติดสถานีรถไฟ   หลังจากเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อยก็ได้เวลาเที่ยวแล้ววไป๊!!ที่แรกที่เราจะไปก็คือ ตึกแฝดปิโตรนาส อาคาร 88 ชั้น หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ อาคาร KLCC ถือเป็นแลนด์มาร์คของมาเลเซียก็ว่าได้ โดยขึ้นรถไฟสายสีชมพู LRT สายปุตรา แวะลงที่สถานี KLCC ตรงโซนตึกแฝดก็จะมีห้างอยู่ 1 ห้าง ชื่อว่า SURIA สามารถช้อปปิ้งได้เผื่อใครมี Budget คล้ายกับห้างบ้านเรา แต่ราคาถูกกว่าบ้านเรา เพราะค่าเงิน และ ยกเว้นภาษีท่องเที่ยว เลยตัดสินใจว่าจะฝากท้องไว้ที่นี่เพื่อรอน้ำพุสีรุ้งตอนเย็นที่เขาบอกว่าเป็นไฮไลท์เด็ดของที่นี่เลย ไหนๆ ก็ต้องรอเลยขอจัดร้านดังของมาเลเขาซะหน่อยอย่างร้าน   ร้าน Madam Kwan’s เป็นอาหารพื้นเมืองมาเลเซียที่ติดอันดับร้านดัง ซึ่งเมนูต่างๆจะเน้นไปทางเครื่องแกงเป็นส่วนใหญ่ อย่างเมนู Nasi Bojari สนน.ราคา 24.90 ริงกิตราคาแพงเหมือนกินที่ห้างบ้านเราแต่มาถึงร้านดังทั้งทีสายกินอย่างเราก็อดใจไม่ไหว ในจานมีทั้งไก่ทอดกรอบๆ เนื้อวัวหมักแบบนุ่มหอมมากและกุ้งรสชาติเปรี้ยวๆหวานๆ เสิร์ฟพร้อมข้าวหลากสี คาดว่าคงอิ่มไปถึงพรุ่งนี้เช้ากันเลยทีเดียว   แล้วก็ถึงเวลาช่วงที่ทุกท่านรอคอย ได้เวลาไปสวนสาธารณะ KLCC Park แนะนำให้มาตอนกลางคืนเพราะไฟสวยมากจริงๆจะเจอน้ำพุสายรุ้งเต้นระบำอันนี้แหละไฮไลท์เลย สวยมากจริงๆ รับรองว่าต้องได้ภาพสวยๆ กลับไปแบบเราแน่นอน ภาพตึกแฝดตอนกลางคืน (น้ำพุ) เที่ยวมาเลเซีย 3 วัน 2 คืน : Day2 เช้าวันที่ 2 ได้เวลาเที่ยวกันยาวๆแล้วเราแพลนว่าวันนี้จะไปอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของมาเลย์ก็คือ BATU CAVE เริ่มต้นจากที่สถานี Putra สามารถนั่งรถไฟ KTM แค่ 5 สถานีก็ถึงเลยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็ถึงแล้วครับ เดินตามทางมาเรื่อยๆ ก็จะเจอ ถ้ำรามเกียรติ์ ด้านหน้าจะมีรูปปั้นหนุมานยักษ์อยู่   ถ้าจะเข้าไปในถ้ำรามเกียรติ์จะต้องเสียค่าเข้า 5RM = 40 บาท ก่อนด้านในจะมีรูปปั้นเกี่ยวกับเรื่องราวของรามเกียรติ์ถ้าใครเคยอ่านหนังสือมาก่อนน่าจะเข้าใจเรื่องราวของรูปปั้นอยู่บ้างส่วนตัวเรานั้นก็งูๆปลาๆก็เลยชมความงดงามกันไปเรื่อยๆ เพลินๆ เพราะรูปปั้นสวยมากจริงๆเหมือนมีมนต์ขลังอะไรบางอย่าง ถ้ำรามเกียรติ์   เอาล่ะถึงที่หมายแล้วว BATU CAVE เป็นวัดและสถานที่ประกอบพิธีกรรมในศาสนาฮินดู สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของถ้ำบาตูก็คือรูปปั้นสีทองอันใหญ่ที่ตั้งตระหง่านมาก รูปปั้นนี้คือ พระขันธกุมารสีทอง สูงถึง 42.7 เมตร สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2549 และจะมีบันไดให้ขึ้น 272 ขั้น เพื่อไปชมวิวด้านบน BATU CAVE   กลับจาก BATU CAVE กองทัพต้องเดินด้วยท้องเราเลยตัดสินใจหาของอร่อยกินก่อนไปเที่ยวต่อ จังหวะนี้ก็ต้องเสิชสิครับ สรุปได้ว่าจะไปฝากท้องที่ Chocha Foodstore ก็นั่ง KTM มาลงที่สถานี Kuala lumpur เดินสกายวอร์คไปยังสถานี LRT Pasar Seni เรื่อยๆเพื่อไปยังย่าน Jalan Petaling  ตัวร้านจะหายากนิดนึงแต่รับรองว่าคุ้มเหมาะกับวัยรุ่นสายชิคมากๆ Chocha Foodstore   ภายในร้านบรรยากาศดีมากๆ คือดีมากก แนะนำหนักมากกจริงๆคาเฟ่นี้ดัดแปลงจากโรงแรมเก่าชื่อ MAH LIAN HOTEL มาเป็นร้านคาเฟ่ได้อย่างลงตัวลูกค้าในร้านมีทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว เมื่อวานกินไก่มาแล้ววันนี้ก็เลยกินเป็ดละกัน เลือก Duck Confit Rice ข้าวหน้าเป็ด อร่อยดีครับราคา 26 ริงกิต ส่วนรูปอาหารนั้นนหมดก่อนจะหยิบกล้องอีกจ้า เรื่องกินเราเต็มที่เสมอ 55555 Chocha Foodstore 2   เหลือเวลาอยู่อีกหน่อยเราเลยตัดสินใจมาเดินเล่นที่ JALAN PETALING หรือไชน่าทาวน์ของมาเลเซียนั่นเองของที่ขายส่วนใหญ่ก็จะออกเป็นของแนวกอปปี้พาสกันซะส่วนใหญ่ ใครไม่สันทัดเชิญผ่านได้จ้ามาเดินเล่นชิวๆ หาขนมกินก็พอ JALAN PETALING   แถวนี้เราสามารถเดินหาตึกเท่ๆถ่ายรูปสไตล์ฮิปสเตอร์ได้นะเชื่อว่าวัยรุ่นหลายๆคนน่าจะชอบกลิ่นอายความคลาสสิคแบบนี้แน่นอน   ถ่ายรูปเยอะแล้วท้องก็เริ่มร้องเป็ดเมื่อกลางวันน่าจะหายไปเรียบร้อย 555 สถานีต่อไปที่เราจะไปฝากท้องกันก็คือ Jalan Alor เป็นย่านที่ขายอาหารช่วงกลางคืนและคนเยอะมากๆ มีอาหารให้เลือกเยอะเช่นกัน ราคาไม่สูงมากมื้อเรากินกันแบบอดออมดีกว่าเดี๋ยวจะเกินงบ 5555 ก่อนจะกลับที่พักแบบพุงกาง Jalan Alor   เที่ยวมาเลเซีย 3 วัน 2 คืน : Day3 วันนี้ตื่นเช้าเป็นพิเศษครับเพราะว่าเป็นวันสุดท้ายแล้วอยากเก็บภาพดีๆก่อนเช็คเอาท์โรงแรม หลังจากกินข้าวเช้าเรียบร้อยก็ออกมาเดินเล่นหามุมตึกสวยๆเก็บภาพไปฝากเพื่อนกันเพราะที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องตึกรามบ้านช่องมากจริงๆแล้วด้วยเวลาที่เรามีไม่พอที่จะไปต่างเมืองได้   ถึงเวลาเช็คเอาท์ได้เวลากลับบ้านเราแล้วว เอาจริงๆทริปนี้คือสั้นมากสำหรับเราอยากอยู่ต่ออีกนิดแต่เจ้านายดูจะไม่เข้าใจไม่เป็นไรเราสัญญากับตัวเองว่าครั้งหน้าจะหาเวลามาให้ยาวกว่านี้เอาล่ะฤกษ์งามยามดีตามที่เราตกลงกันไว้ตอนต้นตามชื่อทริปเที่ยวมาเลเซีย ฉบับ 3 วัน 2 คืน เที่ยวกินช้อปจบในงบ 8 พัน !! ได้เวลามาคำนวณค่าใช้จ่ายกันแล้ววจ้าจะเกินไหมน้ออ สรุปค่าใช้จ่ายเที่ยวมาเลเซียต่อคน ไม่เกิน 8,000 บาท 1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ไปกลับ กรุงเทพ-กัวลาลัมเปอร์ รวมค่าที่พักแบบเซทประมาณ 5,000 บาท 2. ค่าเดินทางในมาเลเซียรถไฟเริ่มต้นที่ 2 ริงกิต (16บาท) คิดแบบประมาณทั้งทริป ประมาณคนละ 1,200 บาท 3. อาหาร ประมาณ 1,300 บาทรวมขนมจุกจิกต่างๆโชคดีที่ได้ข้าวเช้าจากโรงแรมประหยัดคอร์สดีมากๆ 4.ซิมส์อินเตอร์เน็ต 200 บาท 5.ค่าจิปาถะช้อปปิ้ง เช่นของฝาก อีกนิดหน่อย รวมๆ ก็ได้ประมาณ 8,000พอดีไม่เกินน   สรุป 8,000 สำหรับเราก็ได้อยู่นะครับ ไม่เหนื่อยเกินไป มาเลเซียถือเป็นอีกประเทศเพื่อนบ้านเราที่น่ามาท่องเที่ยวมากๆ แถมค่าเงินก็ไม่ได้ต่างกันเยอะมาก ถ้าใครชอบงานศิลปะแนวสตรีทอาร์ทน่าจะเลิฟที่นี่และยกให้เป็น Favorite เลยก็ว่าได้ วันนี้จบทริปกันแบบสวยๆ ขอบคุณทุกคนที่อ่านกันมาจนถึงตรงนี้นะครับ ไปแล้วบ๊ายบายย ทริปหน้าเจอกันใหม่เนอะ     อ่านต่อ >> ช้อป กิน เที่ยว ที่มาเลเซีย “กัวลาลัมเปอร์” ไม่เบลอไม่กลับ  

รวม 11 ทุ่งดอกไม้ในต่างประเทศ สายถ่ายรูปห้ามพลาด !!

รวม 11 ทุ่งดอกไม้ในต่างประเทศ สายถ่ายรูปห้ามพลาด !!

และแน่นอนว่าวันนี้ ทัวร์ครับ ก็มีทุ่งดอกไม้ในต่างประเทศสวยๆ มาให้สาวกชาวทัวร์ครับทุกคนได้เดินทางไปเที่ยวในช่วงซัมเมอร์นี้กัน รับรองว่ากลับมามีรูปเปลี่ยนโปรไฟล์กันได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว ... 1.Gardens by the Bay : สิงคโปร์ เริ่มกันที่แรก ใกล้ๆ ประเทศไทยกันก่อน ไปง่ายสบายกระเป๋า ลางานวันนึงแล้วพ่วงเสาร์ - อาทิตย์ไปก็เที่ยวได้ครบแล้วครับ กับประเทศสิงคโปร์นั่นเอง ที่ Gardens by the Bay นี่ถึงแม้จะไม่ได้เป็นทุ่งดอกไม้ แต่ก็เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่เรียกได้ว่าชื่อดัง และมีรางวัลการันตีเพียบ! แถมดอกไม้และต้นไม้นานาพันธุ์ที่เค้าปลูกไว้ให้ชมเนี่ยก็สวยงามไม่แพ้ที่ไหนเลยนะเออ แถมยังได้ชมความงามของดอกไม้ที่หลากหลาย และชมได้ตลอดทั้งปีด้วยล่ะ ใครอดใจไม่ไหวอยากไปดูดอกไม้ไวๆ ก็รีบจองตั๋วกันเลย! 2. เมืองดาลัท : เวียดนาม ยังอยู่กันในแถบใกล้ๆ บ้านเราอีกสักนิด เพราะนี่ก็เป็นอีกเมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งทุ่งดอกไม้! เพราะมีสวนดอกไม้ ฟาร์ม รวมไปถึงเทศกาลดอกไม้เพียบ และบอกเลยว่าชมกันได้ทั้งปีเลยทีเดียว! ใครชอบดอกไม้มาที่นี่ไม่มีผิดหวังแน่นอนล่ะ แถมยังได้เที่ยวได้หลากหลายอีกด้วยนะ เพราะเส้นทางที่จะมาเที่ยวดาลัท คือเส้นทาง โฮจิมินห์ อดีตเมืองหลวงของเวียดนาม ต่อด้วยมุยเน่ เมืองแห่งทะเลทราย และปิดท้ายกันฟินๆ กับดาลัท เมืองแห่งทุ่งดอกไม้ครับ 3. เมืองหม็อกเจิว : เวียดนาม ไม่ได้มีแค่ดาลัทนะเออ เพราะที่เวียดนามยังมี ‘เมืองหม็อกเจิว’ เมืองชนบทที่อยู่ห่างจากเมืองฮานอย เมืองหลวงของเวียดนามประมาณ 180 กิโลเมตรที่มีทุ่งดอกไม้สวยๆ ซ่อนตัวอยู่ ซึ่งบอกเลยว่าหากจะมาที่นี่นั้น จะต้องมาในช่วงเดือนมีนาคม - เดือนกันยายน เท่านั้นนะครับ เพราะเป็นช่วงที่ดอกไม้ผลิบาน แต่ช่วงที่สวยที่สุดก็คือในช่วงเดือนมีนาคมนั่นเอง นอกจากจะได้ชมความงามของทุ่งดอกไม้ ที่ได้ฉากหลังเป็นทิวเขาแล้ว ยังได้สูดอากาศบริสุทธิ์อีก เรียกได้ว่ามาทริปเดียวคุ้มไปสองต่อกันเลยจ้า   4. Tomita Farm Hokkaido : ญี่ปุ่น ภาพนี้คงคุ้นตาใครหลายๆ คน และเรียกได้ว่าเป็นภาพที่ทำให้หลายคนตัดสินใจจองตั๋วเพื่อไปเที่ยวยังเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นในหน้าร้อนกันเลยทีเดียว! เพราะที่นี่คือทุ่งดอกไม้ชื่อดังแห่งเมืองฟุราโนะ ที่มีดอกไม้หลากสีสันบานสพรั่งในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน ที่ถึงแม้ว่าอากาศจะไม่เย็นชื่นใจ แต่บอกเลยว่าโคตรคุ้มในการมาที่นี่ ใครที่ชอบดอกไม้ห้ามพลาดโดยเด็ดขาดนะครับ จองตั๋วเลยสิรออะไร 5. Fuji Shibazakura Festival : ญี่ปุ่น หากใครอยากได้ภาพปังๆ ไปตั้งเป็นรูปโปรไฟล์ ที่นี่แหละเหมาะสมที่สุด! เพราะดอกชิบะซากุระกว่า 8 แสนดอก ณ ทุ่งดอกชิบะซากุระ เมืองมินะมิสึรุ จังหวัดยามานาชิ จะพร้อมใจกันบานสะพรั่ง อวดสีสันอันสดใส เข้ากันได้ดีสุดๆ กับฉากหลังที่เป็นวิวของฟูจิซัง ภูเขาไฟอันยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น บอกเลยว่าฟินสุดๆ เลยล่ะครับ ซึ่งภาพแบบนี้มีแค่ปีละครั้งเท่านั้นในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม เพราะฉะนั้นบอกเลยว่าช้าไม่ได้แล้ว ไม่จองตอนนี้ไม่ทันนะครับ 6. Hitachi Seaside Park : ญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นนี่ก็ถือว่าเป็นเมืองแห่งทุ่งดอกไม้เหมือนกันนะครับ เพราะเรียกได้ว่าแทบจะทุกเมืองดังๆ มักจะมีทุ่งดอกไม้อยู่ และที่จังหวัดอิบารากิ ที่อยู่ทางตอนเหนือของโตเกียวก็เช่นกันครับ ซึ่งบอกเลยว่าที่นี่จะมีดอกไม้นานาพันธุ์ผลัดเปลี่ยนมาสร้างภาพที่สวยงามตลอดทั้งปีเลยทีเดียว แต่ดอกไม้ที่โดดเด่นที่สุด ที่นักท่องเที่ยวหลายคนอยากมาเห็นด้วยตาของตัวเองก็คือดอกนีโมฟีล่า ที่จะเบ่งบานปูพรมสีม่วงน้ำเงินไปทั่วบริเวณในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคมครับ ใครอยากชมความงามแบบนี้ รีบไปอ้อนแฟนด่วนๆ 7. Nabana No Sato : ญี่ปุ่น ชื่อนี้คงคุ้นหูกันเป็นอย่างดี เพราะในช่วงฤดูหนาว สวนดอกไม้แห่งนี้จะแปรสภาพกลายเป็นงานประดับไฟสุดอลังการของญี่ปุ่น หรือ Nabana No Sato Winter Illumination ครับ แต่ในช่วงฤดูอื่นๆ (หรือจริงๆ ในช่วงฤดูหนาวเองก็ด้วย) นักท่องเที่ยวจะนิยมมาชมความงามของทุ่งดอกไม่กัน เพราะมีดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ปลูกเต็มพื้นที่ไปหมด และบอกเลยว่าชมได้ตลอดทั้งปีด้วยนะครับไฮไลท์เด็ดของที่นี่คงหนีไม่พ้น ทุ่งดอกทิวลิปหลากสีสัน ที่เชิญชวนให้เราหยิบกล้องขึ้นมาลั่นชัตเตอร์สุดๆ ครับ 8. Yeomiji Botanic Garden : เกาหลีใต้ สวนพฤกษศาสตร์ที่ว่ากันว่าใหญ่ที่สุดในเอเชียแห่งนี้ ตั้งอยู่บนเกาะสุดโรแมนติกอย่างเกาะเชจู ประเทศเกาหลีใต้ครับ บอกเลยว่าใครที่มีภาพในจินตนาการ เป็นภาพของทุ่งดอกไม้และมีฉากหลังเป็นทะเลล่ะก็ ที่นี่แหละครับ คือภาพที่เป็นจริง เพราะความสวยงามของดอกไม้ สีสันอันสดใสได้เบ่งบานสะพรั่งตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้าและน้ำทะเลสุดๆ เป็นฉากโรแมนติกที่จะตราตรึงใจแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนเมษายนที่จะมีเทศกาล Jeju Canola Flower Festival ด้วยแล้ว ยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก! 9. ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ เมืองโพรวองซ์ : ฝรั่งเศส ข้ามกันไปที่ฝั่งยุโรปบ้าง ทุ่งดอกลาเวนเดอร์สีม่วงนี้ถือเป็นภาพจำของใครหลายคนเลยทีเดียว ที่ไม่ว่าใครก็อยากจะมาเห็นด้วยตัวเองสักครั้ง นอกจากจะได้สัมผัสกับมนต์เสน่ห์อันสุดแสนจะโรแมนติกของเมืองโพรวองซ์แล้ว การได้มาถ่ายภาพคู่กับทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ที่บานสะพรั่งพร้อมเพียงกันกว่าหลายร้อยไร่ มองไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ในเดือนมิถุนายน - สิงหาคม ก็ถือเป็นอีกหนึ่ง Bucket List ที่ต้องมานะครับ 10. ทุ่งดอกทิวลิป : เนเธอร์แลนด์ เมื่อพูดถึงทุ่งดอกไม้แล้ว หากไม่มีประเทศนี้ก็คงจะไม่ได้ เพราะทุ่งดอกทิวลิปแห่งเมืองอัมสเตอร์ดัมนี่เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงอย่างมาก ทำให้ในเดือนมีนาคม - พฤษภาคมของทุกปี นักท่องเที่ยวต่างก็ตบเท้าเข้ามาเที่ยวที่เมืองนี้ เพื่อชมความงามของเหล่าดอกทิวลิปสีสวย ที่ออกมาทักทายทุกคนไปพร้อมๆ กับกังหันลม และสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของเมือง เรียกได้ว่าเป็นความลงตัวที่น่าสนใจ และน่าไปสุดๆครับ 11. ทุ่งดอกทานตะวัน : อิตาลี เมืองทัสคานี (Tuscany) มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของไร่องุ่นและไวน์ ทำให้ที่เมืองนี้เป็นเมืองชนบทที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจในการมาพักผ่อนตากอากาศเมืองหนึ่งของโลกเลยทีเดียว และด้วยความที่เป็นชนบทนี่แหละ ทำให้ทิวทัศน์ของเมืองทัสคานีดูสวยงามตามธรรมชาติและลงตัวสุดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุ่งดอกทานตะวัน ที่มักจะบานสะพรั่ง ย้อมสีของเมืองให้กลายเป็นสีทอง ดูมหัศจรรย์สุดๆ เลยครับ อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้แล้ว เลือกได้หรือยังครับว่าจะชวนคุณแฟนคุณเพื่อนหรือครอบครัวไปชมความงามของทุ่งดอกไม้ที่ไหนดี? เราคัดมาให้หลากหลายทั้งในประเทศเพื่อนบ้านเรา ทั้งในเอเชีย และข้ามมหาสมุทรไปที่ยุโรปเลยทีเดียว เลือกให้ตรงกับใจ เลือกที่อยากไปสุดๆ จะได้เป็นอีกหนึ่งทริปในความทรงจำนะครับ   

เที่ยวดูไบซื้อไรดี ? 10 ของฝากจาก “ดูไบ” รับรองไม่ผิดหวัง

เที่ยวดูไบซื้อไรดี ? 10 ของฝากจาก “ดูไบ” รับรองไม่ผิดหวัง

ไปต่างประเทศทั้งทีขากลับก็ต้องมีของฝากติดไม้ติดมือกันมาเป็นเรื่องธรรมดา เหมือนไปบางแสนต้องซื้อข้าวหลามหนองมนต์ไปเกาหลีก็อาจจะเป็นสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตๆ แต่ถ้าเป็น ดูไบ (Dubai) เมืองมหาเศรษฐีแบบนี้ล่ะเขาซื้ออะไรมาฝากกัน มาดูของฝากจากดูไบกันเลย   1. ช็อคโกแลต ที่ใส่ถั่วต่างฯ อาทิ อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์,พิตาชิโอ้, ถั่วลิสง และอื่นฯ อ่าวงงล่ะสิที่ไหนก็มีไหมล่ะช็อคโกแลตที่ใส่ถั่ว Chocodate หรือช็อคโกแลตกับอินทผลัม นั่นเอง ไม่ต้องงงว่ามันกินได้จริงๆ เหรอ ได้จริงๆครับ รับรองว่าเป็นของฝากจากดูไบที่อร่อยถูกใจหลายๆคนแน่นอน เคี้ยวนุ่มสะดุดกรุบๆ หอมมันส์ ช็อคโกแลตเข้มข้น ไม่หวานมาก แต่ได้ความนุ่มหวานจากอินทผลัม ถ้าไปในแหล่งของที่ระลึกจะมีให้เลือกหลากหลายแบบมากๆแพคเกจจิ้งสวยๆ มีให้เลือกสรรมากมายอยากได้แบบไหนหยิบไปได้เลยย แอบเตือนว่าอาจจะเผลอแกะกินเองก่อนถึงมือผู้รับ 5555 แนะนำให้ลองซื้อมากินเองด้วยยรับรองว่าอร่อยถูกปากชาวไทยอย่างเราๆ แน่นอนน cr. https://www.lifull-produk.id 2. โหลประดับทราย ของฝากน่ารักๆ จากดูไบเป็นที่ระลึกเป็นโหลแก้วจากทรายที่ตกแต่งมากกว่า 7 สี ราคาอาจจะสูงนิดนึงเพราะเป็นงานฝีมือ มีความประณีตกว่าจะได้แต่ละใบนั้นใช้เวลานานพอสมควร สามารถนำกลับไปตกแต่งที่บ้านได้เพื่อเป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเคยมาดูไบ ของฝากจากดูไบที่บ่งบอกความเป็นดูไบได้ดีทีเดียว 3. ทองดูไบ ใครไปเที่ยวดูไบก็จะมีเสียงจากเพื่อนมาตลอดว่าอย่าลืมซื้อทองกลับมาฝากล่ะ ใช่ครับที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องทองมากๆ เพราะที่นี่เขามีตลาดทองคำปลอดภาษี โอ้โหสมกับเป็นเมืองร่ำรวยขนานแท้ ถ้าถามว่าจะไป ช้อปปิ้งที่ไหนดี ต้องที่ DEIRA GOLD SOUK ตลาดทองคำปลอดภาษี คุณภาพดี ราคาดีที่สุดในดูไบ และเป็นตลาดทองรูปพรรณที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่แนะนำสำหรับคนที่อยากมาดูทอง 4. น้ำหอมของฝากจากดูไบ รู้กันอยู่แล้วว่าน้ำหอมแนวแขกๆจะมีกลิ่นหอมยั่วยวนชวนหลงใหลสาวๆหลายคนติดใจจนสั่งพรีออเดอร์กันมาถึงที่ไทย แต่เราจะไปถึงถิ่นเขาทั้งทีจะไม่ซื้อก็ยังไงอยู่หากหนุ่มๆ คนไหนอยากหาของฝากให้แฟนสาวแนะนำเป็นน้ำหอมดูไบ หอมมาก หอมนาน หอมจริง ความพิเศษของน้ำหอมนี้คือปราศจากแอลกอฮอล์ และได้ส่วนผสมจะมาจากธรรมชาติ ซึ่งมีกลิ่นให้เลือกมากมาย แพคเกจจิ้งก็หรูหรา สวยงาม อลังการ สมกับเป็นดูไบ ถูกใจสาวๆ แน่นอน สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปในดูไบ เลือกตามกลิ่นที่ถูกจริตของเราได้เลย 5. น้ำมันหอมระเหยเปลือกไม้ เป็นกลิ่นที่เราจะได้กลิ่นอยู่ตลอดอยู่แล้วหากได้มาเที่ยวที่ดูไบ ลองซื้อกลับไปใช้เองที่บ้านเพื่อระลึกถึงว่าเคยมาดูไบก็ดีเพราะกลิ่นของเขาไม่ฉุนจัดจนเวียนหัวเราจะได้สัมผัสกับกลิ่นหอมที่มีกลิ่นอายของความดั้งเดิมความคลาสสิคของเมืองดูไบที่อยู่ในรูปแบบของ น้ำมันดอกไม้ โดยมันจะมีกลิ่นออกมาจากเปลือกไม้ที่อยู่ในกล่องแกะสลักสวยงามหรืออยากได้แพคเกจแบบไหนก็สามารถเลือกได้ตามใจชอบมีแต่ของสวยๆสมฐานะดูไบเขาล่ะ 6. ผ้าคลุมไหล่พัชมีนา (Pashmina shawl) สามารถนำมาใช้ห่มคลุมได้ มีลวดลายมากมายที่จัดทำขึ้นอย่างประณีต สวยงามหลายผืนมากๆ ตัวเรายังอยากซื้อเก็บไว้หลายๆ ผืนเอาไว้คลุมกันแดดก็ดีแถมเก๋อีกต่างหาก และสามารถเป็นของแทนใจให้กับแฟนสาว หรือเพื่อนผู้หญิงได้หรือคุณผู้หญิงคนไหนอยากได้มาเป็นของฝากให้ตัวเองก็เป็นไอเดียที่ดีเพราะสามารถนำผ้าพันคอมาติดตัวเวลาไปมัสยิดได้ ขณะท่องเที่ยวที่ดูไบเพราะที่นี่เขาเคร่งเรื่องการแต่งตัวของผู้หญิงอยู่พอสมควร แนะนำให้ดูรีวิวไปคร่าวๆ จะได้สบายใจทั้งเขาและเราน้า 7. ช็อคโกแลตนมอูฐ ฟังไม่ผิดหรอกครับผม ช็อคโกแลตนมอูฐจริงๆขึ้นชื่อได้ว่าเป็นเจ้าแรกของโลกเลยนะเออเป็นไงอยากลองชิมแล้วใช่มั้ยล่ะ นมอูฐเนี่ยอุดมไปด้วยวิตามินซีที่มีมากกว่านมวัวถึง 5 เท่าแถมยังมีอินซูลินมากกว่า แต่มีไขมันและแลคโตสน้อยกว่า ชาวดูไบจึงนิยมดื่มนมอูฐมากกว่านมวัว แล้วเจ้าตัวช็อคโกแลตทั้งหมดก็ทำมาจากนมอูฐ ไม่ใส่สารกันเสียหรือใส่สารเคมีใดๆ มีส่วนผสมหลากหลายให้เลือก ใครอยากทานรสไหนชอบรสไหนเลือกได้ตามใจชอบเลยยยย cr.https://www.joigifts.com 8. สบู่นมอูฐ มีนม มีช็อคโกแลตแล้วก็ต้องมี สบู่นมอูฐ เอาล่ะก็ที่นี่เขาเป็นประเทศทะเลทรายสัตว์ส่วนใหญ่ก็เป็นอูฐไม่แปลกที่เขาจะใช้ผลิตภัณฑ์จากอูฐเป็นส่วนมาก เจ้าตัวสบู่นมอูฐนี้เป็นสบู่แฮนด์เมดที่มีส่วนผสมจากนมอูฐและส่วนผสมจากธรรมชาติมากมาย ช่วยให้ผิวสุขภาพดี มีความชุ่มชื้น แลดูกระจ่างใส เรียบเนียน คำเคลมคล้ายสบู่ทั่วไป แต่จะเป็นอารมณ์สปาบำบัดแนวผลิตภัณฑ์ธรรมชาติมากกว่า 9. อินทผาลัม ผลไม้มหัศจรรย์ของฝากจากดูไบ เหมือนเราไปเกาหลีแล้วไกด์ให้ซื้อสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตๆ ที่นี่ก็เช่นกันแต่เป็นอินทผาลัม เพราะเจ้าอินทผาลัมเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้ง แบบทะเลทราย ดูไบก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกันแถมประโยชน์ของเจ้าตัวนี้ก็ยังอัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ทั้ง มีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งในช่องท้อง ช่วยบำรุงร่างกาย แก้โรควิงเวียนศีรษะ แก้กระหาย ช่วยลดเสมหะภายในลำคอ และยังจากรายงานการวิจัยในประเทศซาอุดีอาระเบีย พบว่าอินทผาลัมสามารถช่วยทำให้กระเพาะอาหารแข็งแรง เหมาะกับการซื้อไปฝากผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน ผลไม้ชนิดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดูดี แถมมีประโยชน์สุดๆ ไปเลยจ้า 10. ถั่วต่างๆ เมืองแขกก็ต้องมีถั่วเป็นของคู่กันไปแล้วรึเปล่านะ 555 แต่ของฝากขนมต่างๆของที่นี่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกถั่วอย่าง CrunchOs ถั่วค็อกเทลอบเกลือประกอบด้วยอัลมอนด์ ถั่วลิสงและเม็ดมะม่วงพิมพานต์ 1 ถุง มีเยอะมาก รสหนักเค็ม หรือจะเป็นถั่วแมคคาดาเมียอบเกลือถุงใหญ่ ถั่วแมคคาเดียกรอบๆมันๆ ปรุงรสได้เค็มกำลังดีบรรจุในถุงซิปล็อค กินได้นานเก็บได้นานเหมาะกับเอามาฝากเด็กๆ เคี้ยวกันไปเพลินๆ ราคาไม่แรงมากเป็นของฝากน่ารักๆ ได้อีกอย่างหนึ่ง หากใครที่สนใจไปเที่ยว ทัวร์ดูไบ สามารถดูแพ็กเกจทัวร์ได้ ที่นี่ >> https://tourkrub.co/dubai-tour