เที่ยวทัวร์ประเทศไหนดี?

หาทัวร์ครบ จบที่ทัวร์ครับ

กิจกรรมและโปรโมชั่น

พบกับโปรโมชั่นกิจกรรมน่าสนใจมากมายจากทัวร์ครับ

แพ็กเกจทัวร์ลดราคา

แพ็กเกจทัวร์ลดราคาสุดคุ้ม ให้คุณได้เลือกมากมาย

แพ็กเกจทัวร์วันหยุดยาว

เที่ยววันหยุดยาว กับ แพ็กเกจทัวร์ช่วงเทศกาลที่น่าสนใจ

บทความทัวร์ครับ

ทัวร์ครับพา เที่ยว กิน ช้อป เตรียมพร้อมก่อนออกเดินทาง รวมถึงอัพเดทเรื่องราวท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

บทความล่าสุด ดูทั้งหมด

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง! แนะนำ 10 ร้านดังในยุโรปชื่อดัง มีที่ไหนบ้างมาดูกัน

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง! แนะนำ 10 ร้านดังในยุโรปชื่อดัง มีที่ไหนบ้างมาดูกัน

วันนี้ใครที่กำลังมีแพลนจะไปยุโรป เปิดมาเจอบทความนี้ถูกต้องแล้วครับ เพราะเราจะยกร้านอาหารชื่อดังในยุโรป ที่คนไทยเรานิยมไปทานกันและกลับมารีวิวเพียบ มาแนะนำให้รู้จักกัน ลองอ่านดูแล้วเลือกสัก 2 - 3 ร้านไปใส่ลงในแพลนด้วยนะ   1.Burger & Lobster : อังกฤษ เปิดมาที่ร้านแรก กับร้านชื่อดังในประเทศอังกฤษ ที่ดังถึงขนาดมาเปิดที่ไทยกันแล้วเลยทีเดียว! เป็นร้านง่ายๆ มีเมนูเพียง 4 เมนู ในราคา 20 ปอนด์ คือพวกเบอร์เกอร์ต่างๆ แต่ที่แนะนำสุดๆ ก็คงหนีไม่พ้นเมนูตามชื่อร้านอย่าง Lobster Roll ครับ จะเป็นล็อบสเตอร์อบมาในขนมปังกรอบๆ รสชาติหวานหอม ฉ่ำๆ บอกได้คำเดียวว่าห้ามพลาดจริงๆ นะครับ Website : https://www.burgerandlobster.com     2. Duck & Waffles : อังกฤษ ยังอยู่กันที่อังกฤษแต่ครั้งนี้จะพามาเยือนร้านอาหารที่ได้เห็นวิวของลอนดอนได้ทั่ว เพราะตั้งอยู่บนชั้น 40 นั่นเองครับ! เมนูโดดเด่นที่ใครมาก็ต้องสั่งเลยก็คือ "สะโพกเป็ด" ที่ทอดจนกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟมาบนวาฟเฟิลนุ่มๆ หอมๆ ราดด้วยซอสเมเปิ้ลเข้ากันดี๊ดี ทานไปชมวิวไป ฟินยกกำลังสิบไปเลยครับ cr.http://curious-london.co.uk   3. Nando’s : อังกฤษ ร้านดังในยุโรป ไก่ย่างสไตล์ PiriPiri แบบที่ขายกันในบ้านเรานี่แหละครับ แต่บอกเลยว่าที่อังกฤษรสชาติจะถึงเนื้อมากกว่า ที่นี่เราสามารถเลือกได้ตามที่เราชอบ เช่น ไก่ไซส์ไหน (มีตั้งแต่ครึ่งตัว เต็มตัว หรือหนึ่งส่วนสี่ของตัว) แล้วตามด้วยเลือกเครื่องเคียง เช่น มันบด หรือ chips แล้วปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มครับ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ด้วยนะ อยากให้ลองไปชิมดูครับ cr.bunnipunch.co.uk     4. Godiva Chocolate Cafe’ : อังกฤษ มาที่ร้านดังในยุโรปของหวาน ณ ประเทศอังกฤษกันบ้าง ร้านนี้ตั้งอยู่บนห้างหรู Harrod’s ที่ส่งกลิ่นหอมทันทีที่เดินผ่าน ใครจะอดใจไหวไม่แวะคงไม่ได้นะครับ ซึ่งร้านนี้นำช็อกโกแลตชื่อดังสัญชาติเบลเยี่ยมมารังสรรค์เป็นเมนูของหวานมากมาย โดยมีช็อกโกแลต Godiva แทรกตัวอยู่ในทุกๆ เมนู ที่เราพอจะแนะนำได้ก็คือ Godiva Milk Chocolate Sin Cake และ Crepe Mikado with Vanilla Ice Cream and Warm Chocolate Sauce ที่อร่อยสุดๆ ใครเป็น Chocolatr Lover ต้องไม่พลาดร้านนี้เลยจริงๆ cr.godivachocolates.co.uk     5. Huitrerie Regis : ฝรั่งเศส ข้ามมาที่ประเทศฝรั่งเศสกันกับร้านดังในยุโรปร้านแรกที่ถึงแม้จะเป็นร้านเล็กๆ รองรับได้เพียง 6 โต๊ะ แต่ก็ติด 1 ใน 10 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในปารีสเลยล่ะครับ เมนูขึ้นชื่อของทางร้าน ที่ไม่ว่ามองไปโต๊ะไหนก็จะเห็นคนสั่งกันทุกโต๊ะนั่นก็คือ Les Fines de Claires หรือ Oyster ชั้นดีที่เสิร์ฟมาบนถาดน้ำแข็ง ขอบอกเลยว่า สด หวาน หอมสุดๆ ลืมหอยนางรมที่ทานที่บ้านเราไปได้เลยจ้า     6. Chez Julien : ฝรั่งเศส มาเสพความหรูหรากับร้านอาหารเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1870 ด้านในตกแต่งด้วยสถาปัตกรรมสไตล์อาร์ตนูโว ที่เน้นกระจกบานใหญ่ๆ และการแกะสลักขอบกำแพงและเพดาน อาหารที่นี่จะเสิร์ฟเป็นคอร์ส ไล่มาตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อยไปจนถึงของหวานในสไตล์ฝรั่งเศส ราคาเริ่มต้นที่ 26 ยูโร ซึ่งบอกเลยว่าถ้าไม่อยากพลาด แนะนำว่าควรจองล่วงหน้าเพราะร้านนี้คนเยอะจริงๆ ครับ cr.huitrerie-regis.com   7. Laduree’ : ฝรั่งเศส ร้านนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเพราะว่าโด่งดังจนมาเปิดสาขาที่เมืองไทยเลยล่ะครับ เป็นร้าน Afternoon Tea สไตล์ Parisian ที่นอกจากจะมีชาหอมๆ ให้เราได้ฟินแล้ว ยังมีมาการองรสเริศที่ดังมากๆ และเป็นที่ถูกอกถูกใจของหลายๆ คน และแน่นอนว่าในช่วงยามบ่ายแล้วนั้นคงไม่มีอะไรเพอร์เฟคไปกว่าการนั่งจิบชา พร้อมชมวิวประตูชัยอันยิ่งใหญ่ตรงหน้า     8. Io e Valter Pizzeria Le Torri : อิตาลี มาอิตาลีทั้งที หนึ่งเมนูต้องห้ามพลาด ถ้าพลาดถือว่าผิด นั่นก็คือ พิซซ่า ครับ และสำหรับร้านนี้นั้นถือได้ว่าเป็นร้านพิซซ่าที่ทั้งคนอิตาเลี่ยนเอง และนักท่องเที่ยวต่างก็ชอบกันทั้งนั้น เพราะมีพิซซ่าให้เลือกหลากหลายหน้ามากๆ บวกกับแป้งสูตรเฉพาะของทางร้านที่เข้ากันดี๊ดี บอกเลยว่าฟินมากกกกก     9. Pipero al Rex : อิตาลี นอกจากพิซซ่าแล้ว อีกหนึ่งเมนูที่ต่างทานเมื่อมาอิตาลีก็คือ "สปาเกตตีคาโบนาร่า" ครับ ซึ่งบอกเลยว่า ลืมรสชาติของสปาเกตตีคาโบนาร่าแบบบ้านเราไปเลย เพราะนี่คือ Original Taste แบบแท้ๆ ซึ่งร้านนี้จะมีสูตรพิเศษเฉพาะตัวนั่นก็คือ การอุ่นส่วนผสมของไข่แดง และเครื่องปรุงต่างๆ พอร้อนแล้วก็นำมาคลุกกับเส้นพาสต้า แล้วโรยด้วยเบคอนแก้มหมู ตักเข้าปากทีมีแต่ฟิน!     10. Pane e Salame : อิตาลี ใครต่อคิวไหวไปก่อนเลย เพราะร้านสุดท้ายที่เรานำมาแนะนำนี้ถึงแม้จะมีขนาดไม่ใหญ่ แค่คนเยอะมากกกก ไปช่วงบ่ายๆ ไม่ต้องแปลกใจนะครับถ้าเห็นคนต่อคิวจนล้นออกมานอกร้าน สำหรับเมนูเด็ดต้องลองชิมเลยก็คือ Pannini and Salami หรือ ขนมปังอบกรอบ (คล้ายๆ แซนด์วิช) และซาลามิหรือไส้กรอกแห้งนั่นเอง ทานคู่กับชีสและไวน์ ได้อารมณ์ของอิตาลีสุดๆ ครับ   จดชื่อไปบ้างแล้วใช่ไหมครับ? กับ 10 ร้านอาหารดังในยุโรป ที่ ทัวร์ครับ นำมาแนะนำกัน ไปเที่ยวยุโรปทั้งที อย่าพลาดทานอาหารพื้นเมือง และร้านดังสุดแสนอร่อยกัน เที่ยวให้สนุกครับ ~ แนะนำ >>รวม 5 เทศกาลดอกไม้ ยุโรป ชีวิตนี้ต้องห้ามพลาด !! สวยทุกที่ น่าไปทุกอัน<<

10 ไอเทมที่ห้ามลืมพก เมื่อต้องไปเที่ยวต่างประเทศ

10 ไอเทมที่ห้ามลืมพก เมื่อต้องไปเที่ยวต่างประเทศ

  1.หนังสือเดินทาง จะไปต่างประเทศทั้งทีลืมหนังสือเดินทางนี่อาจต้องเดินทางกลับบ้านก่อนขึ้นเครื่องนะจ๊ะ ของสำคัญเพื่อยืนยันตัวตนขณะอยู่ต่างประเทศสำคัญพอๆกับบัตรประชาชนเมื่ออยู่ประเทศไทยเลยก็ว่าได้แนะนำควรเตรียมกระเป๋าพกติดตัว เพื่อไว้เก็บหนังสือเดินทางโดยเฉพาะเลย และสิ่งสำคัญที่หลายคนมักพลาดไปก็คือ หนังสือเดินทางควรมีอายุมากกว่า 6 เดือน หรือ 180 วัน นับตั้งแต่วันที่เราเดินทางไป ถ้าหนังสือเดินทางของคุณใกล้จะหมดอายุแนะนำให้ไปต่อก่อนดีกว่าเพราะมีหลายคนพลาดเดินทางไปอย่างน่าเสียดายด้วยกรณีหนังสือเดินทางใกล้หมดอายุ กันมาหลายรายแล้วล่ะ     2.ยาประจำตัว ใครที่เป็นโรคประจำตัวอะไรสิ่งที่ลืมไม่ได้คือยาประจำตัวของคุณหรือใครที่ไม่ได้ป่วยเป็นอะไรก็ควรพกยาแก้ปวดสามัญประจำบ้านอย่างเช่น พาราเซตามอล ยาแก้ปวด แก้แพ้ แก้ท้องเสีย เป็นต้น  ติดตัวกันไว้ดีกว่าเพราะบางประเทศอาจจะต้องเจอกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอาจจะป่วยกันได้ง่าย จะได้ไม่ต้องวุ่นวายหายากันที่ต่างแดนที่เราไม่รู้ว่าควรกินยาอะไร พกไว้ให้อุ่นใจดีกว่า     3.กล้องถ่ายรูป ของสำคัญเวลาไปต่างแดนถึงแม้เราจะมีกล้องโทรศัพท์ที่ถ่ายได้อย่างรวดเร็ว แต่ไหนๆ ไปไกลทั้งทีก็อยากจะเก็บรูปถ่ายที่คุณภาพชัดๆ แน่นๆกันใช่ไหมล่ะเพราะฉะนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้ของทริปอีกอย่างนั่นก็คือ "กล้องถ่ายรูปดีๆ สักตัว" ถ้าให้ดียิ่งกว่านั้นลองหาตากล้องคู่ใจไปด้วยสักคนทีนี้ก็เป็นทริปที่มีเก็บความทรงจำกันได้ยาวๆ แล้วสำหรับใครที่ไปคนเดียวการใช้ขาตั้งกล้องที่พับเก็บได้ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เราว่าเวิร์คในยุคสมัยนี้เพราะสะดวก แล้วก็ไม่ต้องวุ่นวายใครด้วยแต่แนะนำว่าเลือกสถานที่ที่คนไม่พลุกพล่านเท่าไรจะได้ไม่รบกวนเขาด้วยเนอะ     4.อุปกรณ์แปลภาษา ไปต่างประเทศจะไปงูๆ ปลาๆก็พอได้สำหรับบทสนทนาง่ายๆแต่หากเกิดเรื่องฉุกเฉินหรือเกินความสามารถเราขึ้นมาทีนี้ล่ะเรื่องใหญ่แนะนำให้พกอุปกรณ์แปลภาษาไปด้วยดีกว่าเผื่อบางประเทศเขาไม่พูดภาษาอังกฤษเราจะลำบากได้ สำคัญมากๆเวลาซื้อของจะได้คุยกับเขารู้เรื่อง ไม่ใช่สั่งเนื้อไก่ แต่ได้เนื้อสุนัขอะไรแบบนี้ดูจะล้ำเกินไปจริงไหม 555     5.หัวปลั๊กไฟ หัวปลั๊กประจำประเทศนั้นๆ ไม่ใช่ทุกประเทศที่จะใช้ปลั๊กแบบเราเพราะฉะนั้นทางที่ดีควรศึกษาก่อนว่าประเทศที่เราจะไปนั้นเขาใช้หัวปลั๊กแบบไหนจะได้ไม่พลาด ทางที่ดี ควรนำหัวปลั๊ก universal ที่ใช้ได้กับทุกประเทศไปด้วย หรือทำการบ้านว่าประเทศที่เราจะไปนั้นใช้หัวปลั๊กแบบไหนแล้วเตรียมไปให้ถูกต้อง จะได้ไม่ต้องซื้อใหม่กันที่ต่างประเทศกันให้วุ่นวายใจ     6.เงินสด เงินสด ควรพกเงินสดติดตัวไว้ด้วยเผื่อเหตุฉุกเฉินหรือต้องการใช้เล็กๆ น้อยๆ จะได้มีเงินใช้จ่ายในกรณีที่บางร้านค้าอาจจะไม่รับบัตรแล้วควรแลกเงินจากไทยไปก่อนเพราะสวนใหญ่จะได้ rate ดีกว่าแลกเมืองนอก ร้านที่ใช้บริการบ่อยคือ Super Rich ลองดูใน googleได้เลยครับ มีSuper rich thailand กับ super rich 1992 ต้องลองเช็คเรทราคาดูอีกทีเพราะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดอยู่แล้ว     7.ร่มหรือเสื้อกันฝน เพราะเราไม่รู้เลยว่าอากาศต่างประเทศจะเป็นยังไง บางประเทศฝนตกตลอดปี ก็มีถึงจะดูกรมอุตุของบ้านเขาไว้แล้วก็เถอะแต่เราก็ไม่อยากเปียกขณะเดินทางจริงไหม เผลอๆ ก็อาจจะป่วยยาวไปทั้งทริปจะหมดอรรถรสในการเดินทางซะเปล่าๆเพราะฉะนั้นอย่าลืมกันไว้ดีกว่าแก้เสมอ     8.เสื้อกันหนาว สำคัญมากๆยิ่งเดินทางไปในประเทศยุโรปโซนที่หนาวจัดๆ ควรมีเสื้อกันหนาวแน่นๆไว้สักตัวเพราะอากาศดีของเขาอาจจะหนาวมากสำหรับชาวไทยอย่างเราๆที่ไม่เคยเจออากาศหนาวจัดมาก่อนเครื่องกันหนาวไม่ว่าจะเป็นเสื้อกันหนาว รองเท้าบู๊ท ถุงมือหรือผ้าพันคออุ่นๆจะช่วยปกป้องร่างกายของคุณให้ปลอดภัยจากอากาศหนาวของบ้านเขาได้ดี แนะนำให้เตรียมไปให้พร้อมจะได้ไม่ไปเป็นหวัดที่นู่น     9.รองเท้าสำรอง ควรพกติดตัวมาด้วยเผื่อเกิดกรณีฉุกเฉินไม่ว่าจะรองเท้ากัดหนักมากเพราะการมาต่างประเทศแต่ละทีบอกเลยว่าเดินเยอะแน่นอนหรือรองเท้าเปียกฝนหลายเหตุการณ์ฉุกเฉินทางที่ดีเราควรนำรองเท้ามาเปลี่ยนด้วยจะได้สนุกกับทริปให้เต็มที่แบบหมดห่วง ไม่ต้องคอยมานั่งพัก นั่งเซ็งว่ารองเท้ากัดส่วนการเลือกรองเท้าก็ต้องดูสภาพแวดล้อมของสถานที่ท่องเที่ยวด้วย เช่น หากเดินเที่ยวในเมือง รองเท้าผ้าใบดีๆ สักคู่ก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องเดินป่า หรือต้องไปตะลุยหิมะก็ควรเลือกรองเท้าที่เป็นแบบเฉพาะกันหิมะไม่ให้กัดเท้าเราได้     10.แผนที่ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรลืมไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตามเพราะเราไปต่างถิ่นต่างที่แถมภาษาบ้านเขาเราก็จะอาจจะงงๆถามทางแต่ละทีก็ต้องรวบรวมความกล้าจนปวดใจเพราะกลัวสื่อสารกับเขาไม่รู้เรื่องแนะนำให้พกแผนที่หรือไฮเทคหน่อยก็หาโหลดแอพแผนที่ที่ใช้กับประเทศเขาได้ เอาที่แบบเราดูแล้วเข้าใจไม่งงกว่าเดิมเพื่อที่จะได้ไม่พลาดเที่ยวชมสถานที่สำคัญๆ หรือเกิดหลงทางขึ้นมาจะได้กลับถูก หลงทางบ้านเขาไม่คูลเลยจริงไหม เสียทั้งเวลา เสียทั้งโอกาส ทางที่ดีเตรียมจดลิสต์สถานที่ที่เราอยากไปเอาไว้ด้วยพร้อมกับพิกัดเดินทางเอาไว้ด้วยดีกว่าจะได้รวดเร็ว ไม่เสียเวลาเดินทาง และยังคำนวณเวลาการเที่ยวได้ จะได้เป็นทริปที่น่าจดจำอีกทริปหนึ่ง บทความแนะนำ >>13 ข้อห้ามที่ห้ามทำบนเครื่องบิน..ขึ้นเครื่องครั้งแรกทำตัวอย่างไรดีนะ ??<<

ใครสาวกแฮร์รี่ พอตเตอร์ยกมือขึ้น! พาไปเที่ยวตามรอยแฮร์รี่ พอตเตอร์ สุดฟินที่อังกฤษ !!

ใครสาวกแฮร์รี่ พอตเตอร์ยกมือขึ้น! พาไปเที่ยวตามรอยแฮร์รี่ พอตเตอร์ สุดฟินที่อังกฤษ !!

บทความนี้ทั้งเอาใจแอดมินทัวร์ครับเองที่เป็นสาวกแฮรี่ และเพื่อนๆ ที่เป็นเหล่าพ่อมดแม่มดเหมือนกัน ได้เที่ยวตามรอยแฮร์รี่พอตเตอร์ สถานที่ต่างๆ ไปพร้อมๆ กันครับ หยิบไม้กวาดมาขี่แล้วตามกันไปเลย !!!   1.King’s Cross Station เที่ยวตามรอยแฮร์รี่พอตเตอร์สถานที่ที่ทุกคนคงอยากมา เพราะหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอาจจะมีสักครั้งที่จะได้พบกับชานชาลาที่ 9 ¾ แต่ถึงอย่างไรแล้วเราก็สามารถได้ความรู้สึกแบบนั้นได้ เพราะเค้าได้จัดเตรียมพร็อบไว้ให้ ในตอนกลางวันก็จะมีเจ้าหน้าที่มาช่วยถ่ายภาพให้ด้วยล่ะครับ แล้วเราก็สามารถซื้อภาพของเราได้ที่ชั้น 2 เอาเป็นว่าใครเป็นสาวกแฮรี่ พอตเตอร์ตัวจริงเสียงจริง จะต้องไม่พลาดมาเยือนที่นี่เด็ดขาดนะครับ แผนที่ : King’s Cross Station     2. ZSL London Zoo สวนสัตว์นี้เป็นที่ใช้ถ่าย Reptile House ที่แฮร์รี่ไปเที่ยวกับครอบครัวเดอร์สลีย์แล้วปล่อยงูออกมานั่นเอง นอกจากจะได้มาเที่ยวตามรอยแฮร์รี่พอตเตอร์แล้ว ยังได้มาเที่ยวสวนสัตว์ในแบบฉบับของเมืองผู้ดีด้วยนะ ขอบอกเลยว่าที่นี่ใหญ่มากๆ มีส่วนที่ต้องเดินข้ามถนนไปด้วย เรียกได้ว่าสามารถมาใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้ทั้งวันเลยยยย แผนที่ : ZSL London Zoo     3. Millennium Bridge สะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ ใช้ถ่ายทำฉากที่ผู้เสพความตายบุกลอนดอนตอนต้นภาค 6 ครับ ซึ่งจริงๆ สะพานนี้ก็มีชื่อเสียงในตัวมันเองอยู่แล้ว จึงไม่แปลกหากจะเห็นผู้คนจำนวนมากมาเที่ยวตามรอยแฮร์รี่พอตเตอร์ถ่ายรูปกับสะพานนี้ โดยสะพานนี้เป็นสะพานเดินเท้าข้ามแม่น้ำเทมส์ เชื่อมระหว่าง St Paul Cathedral กับ Tate Modern ครับ แผนที่ : Millennium Bridge     4. Warner Bros Studio Tour : The Making of Harry Potter สำหรับที่แห่งนี้คงเป็นที่ที่แฟนแฮร์รี่อยากมาที่สุดเลยล่ะครับ เพราะเป็นสตูดิโอที่ใช้ถ่ายทำจริงๆ เหตุการณ์หลายๆ เหตุการณ์ในภาพยนตร์เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ มีการพาทัวร์ชมฉาก คอสตูม พรอพ ขั้นตอนการทำต่างๆ บอกเลยว่าสามารถอยู่ที่นี่ตั้งแต่เช้าจรดเย็นเลย แถมบอกเลยให้มาอีกกี่รอบก็ไม่มีเบื่อนะครับ แผนที่ : Warner Bros Studio Tour      5. Christ Church College อีกหนึ่งสถานที่เที่ยวตามรอยแฮร์รี่พอตเตอร์ที่คนเยอะมากๆ เพราะได้ตามรอยแฮร์รี่ พอตเตอร์แบบสมจริงนั่นเอง ทั้งโถงใหญ่ โถงบันได คอร์ทตรงกลาง หรือแม้กระทั่งทางเดินของที่นี่หลายจุดก็ใช้ถ่ายทำเต็มไปหมด เรียกได้ว่าได้ฟีลของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ได้บรรยากาศและความทรงจำเต็มๆ เลยครับ แผนที่ : Christ Church College     6. Bodleian Library เที่ยวตามรอยแฮร์รี่พอตเตอร์ที่ Bodleian Library แห่งนี้ นั่นมาจากฉาก ห้องพยาบาลเอย.. ห้องสมุดเอย.. หรือห้องเรียนเต้นรำเอย... ต่างถ่ายทำที่นี่ทั้งนั้นครับ แต่ด้วยความที่นี่เป็นห้องสมุด อาจจะไม่ได้มีอะไรให้เที่ยวมาก นอกจากชมสถาปัตยกรรม เพราะฉะนั้นหากไม่ได้ตั้งใจมาตามรอยแฮร์รี่ พอตเตอร์แบบ 100% มาที่นี่ก็อาจจะเบื่อๆ หน่อยนะครับ แผนที่ : Bodleian Library     7. The Shambles ที่นี่ไม่ได้รับการยืนยันแน่ชัด แต่หลายๆ คนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนตรอกไดแอกอนที่สุดแล้วครับ ตรงนี้เป็นตรอกเก่าที่เต็มไปด้วยอาคารไม้ Timber-framed และร้านค้าของมากมาย นอกจากได้มาสัมผัสกับบรรยากาศคล้ายคลึงกับภาพยนตร์แล้ว ยังได้มาช้อปปิ้งด้วยนะครับ     8. Durham Cathedral ถ้าอยากเที่ยวตามรอยแฮร์รี่พอตเตอร์แล้วละก็ต้องมานะครับที่นี่ เพราะหลายฉากเลยล่ะที่ใช้ที่นี่เป็นที่ถ่ายทำ เช่น ฉาก “กินทากซะ มัลฟอย!” หรือฉากห้องเรียนแปลงร่าง นอกจากนี้ทางเดินต่างๆ ยังถูกใช้ถ่ายทำเต็มไปหมดเลยล่ะครับ เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้สัมผัสกับความเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์แบบเต็มๆ เลยทีเดียว แผนที่ : Durham Cathedral     9. Alnwick Castle ไปฝึกบินกันครับ! ที่นี่นอกจากจะเป็นสถานที่ถ่ายทำแล้ว ยังมีกิจกรรมมากมายที่ให้เหล่าสาวกแฮร์รี่ พอตเตอร์ได้ทดลองเป็นพ่อมดแม่มดจริงๆ เช่น กิจกรรมการสอนบิน ที่มีทั้งเด็กๆ จนไปถึงวัยผู้ใหญ่มาเล่นเต็มไปหมด หรือการขี่ไม้กวาดเล่นไปรอบๆ สนามหญ้า ที่มีเพื่อนๆ พ่อมดแม่มด แต่งตัวจัดเต็มมาประชันกัน สนุกมากๆ เลยล่ะครับ เหมือนได้คืนสู่เหย้าเลย อิอิ แผนที่ : Alnwick Castle     10. New College, University of Oxford ปิดท้ายกันที่มหาวิทยาลัยอีกหนึ่งแห่งที่ใช้ถ่ายทำหลายๆ ฉากเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นฉากทางเดินต่างๆ ตรงคอร์ท หรือตรงห้องต่างๆ ซึ่งที่นี่เข้าได้ฟรี แล้วเข้าไปด้านในก็หาไม่ยาก เพราะจะมีสาวกแฮร์รี่เดินตามหาจุดเกิดเหตุในภาพยนตร์เต็มไปหมดเลยครับ แผนที่ : University of Oxford เป็นยังไงบ้างครับ? เพื่อนๆ พ่อมด แม่มด ทั้งหลาย เริ่มจะอิน และอยากเที่ยวตามรอยแฮร์รี่พอตเตอร์ไปฟินแล้วล่ะสิ รีบๆ จองตั๋ว จองทัวร์ด่วนๆ จะได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศและความทรงจำที่พวกมักเกิ้ลไม่มีวันเข้าใจกันนะครับ