ทัวร์ครับพาพร้อม
รวมวิธีเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง ให้เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้อย่างไร้กังวล
8 เทคนิค เที่ยวญี่ปุ่นแบบจัดกัดงบ ไม่เกิน 25,000 บาท
พาพร้อม
8 เทคนิค เที่ยวญี่ปุ่นแบบจัดกัดงบ ไม่เกิน 25,000 บาท
ญี่ปุ่น ประเทศที่ทุกคนอยากไปเป็นอันดับต้นๆ คิดว่าถ้าหากมีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างประเทศสักครั้ง ก็คงเลือกที่จะไป เที่ยวญี่ปุ่น นี่แหละเป็นประเทศแรก แต่เอาเข้าจริงพอไปดูราคาและเสียงบอกเล่าว่าต้องใช้งบประมาณมหาศาล แต่เดี๋ยวก่อนครับ จริงๆ แล้วการไปเที่ยวญี่ปุ่นนั้นไม่ได้ใช้เงินเยอะอย่างที่เราคิด ถ้ารู้จักการวางแผนและหาช่วงเวลาที่เหมาะสม เก็บเงินเพียง 2 หมื่นต้นๆก็สามารถไปเที่ยวญี่ปุ่นได้ แล้วต้องทำอย่างไงล่ะ ? วันนี้ทัวร์ครับจึงมีเทคนิกเที่ยวญี่ปุ่นงบ 25,000 มาแชร์ให้เพื่อนๆได้เอาไปคิสสกันสักหน่อย ว่าไปเที่ยวญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องยากแล้วน้าา ไปดูกันเลยว่าทำยังไงได้บ้างงงงง จองทัวร์ญี่ปุ่น กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) https://tourkrub.co/japan-tour 1.จองตั๋วเครื่องบินช่วงโปรโมชั่น ในยุคโซเชียลมีเดีย มองไปทางไหนก็เจอแต่โปรโมชั่น โดยเฉพาะสายการบินต่างๆที่ออกโปรโมชั่นให้เราได้ลุ้นระทึกตลอดทั้งปี ตั้งแต่สายการบิน Low cost ไปจนถึงสายการบินใหญ่ๆ และนี่แหละคือโอกาสทองของเหล่านักเดินทางที่อยากเที่ยวญี่ปุ่นแบบราคาไม่แพง ใครมีเงินอยู่ในมือ หากเจอโปรโมชั่นที่โดนใจก็รีบไขว้คว้าไว้นะ มัวแต่ลังเลระวังลาภลอยนะบอกก่อน 2.เปลี่ยนไปพักโฮสเทล เรื่องที่พักที่ญี่ปุ่นก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้งบบานปลายมากๆ ยิ่งโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวหลักๆราคาแรงมากยิ่งใจกลางเมืองบอกได้เลยว่าราคาหลายพันแน่นอน แต่หากใครอยากจะประหยัดงบในการเที่ยวญี่ปุ่นราคาประหยัด ทัวร์ครับก็แนะนำให้เลือกพักที่โฮสเทลเลยครับ ราคาถูก แถมจองง่าย เดินทางสะดวกสบาย บางที่อยู่ใกล้แหล่งช้อปปิ้งและรถไฟฟ้าอีกด้วย 3.ชวนเพื่อนไปแชร์ ไปกันเยอะยิ่งหารเยอะครับ ข้อดีการไปเที่ยวด้วยกันเป็นแก๊งค์นั้นเยอะมาก นอกจากไม่เหงาแล้วยังมีคนหารค่าที่พักที่เหมาห้องพักรวมกัน นอกจากจะราคาถูกแล้วยังไม่เหงาอีกด้วย ค่ามื้ออาหารได้กินอาหารที่หลากหลายแต่จ่ายไม่แพง ไปไหนไปกันแถมได้เที่ยวญี่ปุ่นงบ 2 หมื่น กันยกก๋วน ไม่ต้องกลัวจ่ายแพงเลยครับ 4.อาหารราคาประหยัด รองจากค่าที่พักก็เจ้าค่าอาหารแต่ละมื้อนี่แหละ ที่จะทำให้เราเปลืองเงินโดยใช่เหตุ แน่นอนว่าถ้าไปถึงประเทศญี่ปุ่นแล้วต้องได้กินอาหารญี่ปุ่น แต่ไม่จำเป็นต้องกินแพงหรือหรูหราเสมอไป ทีเด็ดมันอยู่ที่ว่าเราเลือกร้านถูกรึเปล่า เพราะในญี่ปุ่นมีร้านอาหารเล็กๆมากมายที่ราคาไม่แพงแถมรสชาติก็อร่อยไม่แพงกับร้านดังเลยล่ะครับ แต่ต้องใช้เวลาเดินหากันสักหน่อย เพียงเท่านี้เราก็สามารถประหยัดและอร่อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน 5.ใช้ Pass รถไฟให้คุ้มค่า นอกจากตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พัก อาหารการกิน อีกหนึ่งอย่างที่มีค่าใช้จ่ายแน่นอนคือค่าเดินทางนั่นเอง แน่นอนว่าญี่ปุ่นนั้นรถสาธารณะที่เราใช้เป็นประจำคือรถไฟญี่ปุ่น หรือที่เราคุ้นชื่อกันว่า JR Pass และเราสามารถเลือกขึ้นรถไฟได้หลากหลายประเภทหลากหลายเส้นทาง ดังนั้นก็ควรเลือกการเดินทางที่เหมาะ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายมากที่สุด 6.ของลดราคาต้องมาก่อน ทีเด็ดของนักช้อปทุกคนที่เตรียมตัวเตรียมเงินมาช้อปปิ้งที่ญี่ปุ่น กำเงิน 2 หมื่นให้แน่นแล้วไปตะลุยช้อปของลดราคาที่ญี่ปุ่นกัน แต่ว่าของดีนั้นไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไปนะครับ เพราะของดีๆนั้นมีอยู่ทั่วญี่ปุ่นอยู่ที่ว่าเราจะเลือกซื้อและเดินช้อปกันขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นร้าน 100 เยน ร้านเสื้อผ้าชั่งกิโล ฯลฯ 7.เที่ยวช่วง Low season ถ้าถามว่าเที่ยวญ๊่ปุ่นช่วงไหนราคาถูกที่สุด ทัวร์ครับก็ขอตอบตรงๆเลยว่า ช่วง low season ครับผมม เพราะเป็นช่วงที่คนมาเที่ยวน้อย ตั๋วเครื่องบินถูก ทุกอย่างถูก แถมได้เที่ยวแบบสบายใจไม่ต้องไปเจอคนเยอะหรือเบียด แต่ไม่ต้องกลัวนะครับว่าจะไม่มีอะไรให้เที่ยว เพราะสถานที่เที่ยวก็ยังเหมือนเดิม ยกเว้นจะไม่มีสถานที่ที่สวยเฉพาะฤดูกาล เช่น ซากุระ ใบไม้เปลี่ยนสี เท่านั้นเอง 8.ซื้อทัวร์ญี่ปุ่น จำกัดงบได้ สายประหยัดและอยากเที่ยวครบ เที่ยวกับทัวร์เป็นอีกทางออกหนึ่งเลยครับ เพราะนอกจากเราจะควบคุมงบประมาณแล้ว ยังเที่ยวครบทุกสถานที่ที่เราอยากไปอีกด้วย สำหรับใครที่เที่ยวเป็นครั้งแรกหรือไม่เก่งภาษาอังกฤษก็หมดห่วงโล่งใจ ไปกับทัวร์มีไกด์คอยดูแลตลอดการเดินทาง แต่อาจจะแลกกับต้องเคร่งคัดเรื่องเวลากันสักหน่อย แต่บอกเลยว่าคุ้มค่ามากๆ จองทัวร์ญี่ปุ่น กับ ทัวร์ครับ จบไปแล้วกับเคล็ดลับการเที่ยวญี่ปุ่นในงบ 2 หมื่นต้นๆ ใครที่มีแพลนไปเที่ยวในงบประมาณจำกัดก็ลองทำตามนี้ได้เลยนะครับ รับรองว่าเที่ยวครบในงบประหยัดแน่นอน
เช็คลิส 10 ซีรี่ย์ญี่ปุ่นไม่ดูไม่ได้ ย้อนดูกี่รอบก็ไม่เคยเบื่อ
พาพร้อม
เช็คลิส 10 ซีรี่ย์ญี่ปุ่นไม่ดูไม่ได้ ย้อนดูกี่รอบก็ไม่เคยเบื่อ
คอซีรีย์ญี่ปุ่น มีเรื่องไหนที่เป็นตำนานสำหรับเพื่อนๆ บ้างครับ วันนี้เราได้รวบรวมสุดยอดซีรีย์ญี่ปุ่นในตำนานเอาไว้ให้แล้ว มีเรื่องไหนบ้างที่ยังมีความนิยมจนถึงปัจจุบัน วันนี้เราจะมาแนะนำ 10 ซีรี่ย์ญี่ปุ่นที่เป็นที่นิยมจนกลายเป็นตำนาน มาติดตามกันดูว่าจะมีเรื่องไหนกันบ้าง แล้วถ้าใครดูแล้วอินมาก อยากไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็ซื้อทัวร์ญี่ปุ่นกับ ทัวร์ครับ ได้เลย >>https://tourkrub.co/japan-tour 10 ซีรี่ย์ญี่ปุ่น ไม่ดูไม่ได้ 1. Hero มามาเริ่มกันที่ซีรี่ย์ชื่อดังในช่วงปี 2001 อย่าง Hero เรียกได้ว่าในช่วงนั้นเป็นซีรี่ย์ที่โด่งดังอย่างมาก แล้วยิ่งมีนักแสดงอย่าง Takuya Kimura ที่ได้ชื่อว่า พระเอกตลอดกาลของประเทศญี่ปุ่นมาร่วมแสดงยิ่งเรียกความฮอตได้มากขึ้นไปอีก ซีรีย์เป็นเรื่องราวของอัยการหนุ่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร มีการแต่งตัวที่แสนจะธรรมดาอีกทั้งยังเรียนไม่จบอีกด้วย แต่ด้วยความมากฝีมือของเขา ทำให้เขากลายเป็นอัยการที่มีความยุติธรรม คติประจำใจในการทำงานของเขาคือ ต้องเห็นทุกอย่างด้วยตาของตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจ และไม่สำคัญว่าคดีนั้นต้องใหญ่หรือว่าเล็ก ยิ่งทำให้ในเวลานั้นเขาได้กลายเป็นอัยการในตำนานเลยทีเดียว สำหรับซีรี่ย์เรื่องนี้มีด้วยกันทั้งหมด 2 ภาค คือปี 2001 และปี 2014 รับรองได้ว่าเมื่อคุณได้ดูซีรี่ย์เรื่องแล้วคุณประทับใจอย่างแน่นอน 2. Good Luck มาถึงซีรี่ย์ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันอย่างเรื่อง Good Luck โด่งดังอย่างมากในปี 2003 แล้วยิ่งได้นักแสดงอย่าง Takuya Kimura มารับบทอีกด้วยยิ่งทำให้น่าติดตามอย่างมาก เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ พนักงานบนเครื่องบินรวมไปถึงเทคนิคต่างๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานของเครื่องบินวิธีแก้ปัญหาของนักบิน Shinkai Hajime มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักบินมาตั้งแต่เด็ก ซีรี่ย์เรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคนอีกทั้งในตัวหนังยังผสมผสานเรื่องความรัก ความฝัน ทำให้ซีรี่ย์เรื่องนี้มีคนพูดถึงเป็นจำนวนมาก รับรองว่าเป็นหนังอีกเรื่องที่ถูกขึ้นว่าเป็นหนังที่ดีในปีนั้นเลยก็ว่าได้ 3. Long Vacation มาถึงซีรี่ย์เก่ากันบ้างอย่าง Long Vacation ซีรี่ย์โด่งดังในปี 1996 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของ Senaรับบทโดย Takuya Kimura นักเปียโนวัย 24 ที่ได้มาพบ Tomoko Yamaguchi ผู้หญิงวัย 31 ปีที่กำลังตามหาคนรักเก่า ซึ่งได้ทิ้งเธอไปแต่งงานใหม่พร้อมกับขโมยเงินของเธอไป ด้วยความบังเอิญ Sena เป็นเพื่อนร่วมห้องกับแฟนเก่าของเธอ จึงขออาศัยอยู่ด้วย เนื่องจากเงินของเธอไม่มีจึงจำเป็นต้องอาศัยอยู่กับ Sena แต่ในขณะนั้น Sena ก็ตกหลุมรักกับรุ่นน้องแต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อพบว่ารุ่นน้องคนนั้นแอบชอบผู้ชายอีกคน แม้ทั้งคู่ต่างผิดหวังจากเรื่องความรักมาทั้งคู่ แต่การได้อาศัยอยู่ด้วยทำให้เกิดเป็นเรื่องที่แสนน่ารัก ประทับใจ ระหว่างหนุ่มกับสาวต่างวัย แค่นี้ก็ชวนให้ลองหาซีรี่ย์เรื่องนี้ดูแล้วคุณจะรู้สึกประทับใจอย่างมากแน่นอน 4. GTO มาต่อกันที่ซีรี่ย์ยอดนิยมของญี่ปุ่นอย่าง GTO เป็นซีรี่ย์แนวโรงเรียนวัยรุ่น ที่ถูกฉายในปี 1998 เรียกได้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงบูมของซีรี่ย์เรื่องนี้กันเลยกับคุณครูหนุ่มสุดกวน ผู้รับบท Takashi Sorimachi เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหนุ่มขาโจ๋ที่ได้รับภารกิจให้มาเป็นครูสอนเด็กจอมแสบที่ซ่าไม่แพ้ตัวเขาเลย เรียกได้ว่าฟาดฟันกันแบบสนุกสุดๆ ถึงแม้เขาจะไม่ได้เป็นครูที่เหมือนในซีรี่ย์เรื่องอื่นๆ แต่ในฉบับนี้แอบสอนข้อคิด แน่นอนว่าภาพลักษณ์ของเขาอาจจะเป็นนักเลง แต่เขาสามารถก็สามารถปราบเด็กแสบเหล่านี้ อบรบสั่งสอนในรู้แบบของเขาให้มาในทางที่ถูกได้อย่างกวนๆ สำหรับใครที่มองหาซีรี่ย์แนวกวนๆ ให้ข้อคิดก็คงไม่อยากพลาดกับซีรี่ย์เรื่องนี้อย่างแน่นอน รับรองว่าสนุก ซึ่งซีรี่ย์เรื่องยังถูกนำมารีเมคในปี 2012 และปี 2014 ยังถูกสร้างต่อไปอีก 5 ภาค 5. Asunaro Hakusho มาต่อกันที่ซีรี่ย์เรื่อง Asunaro Hakusho ละครที่นำเสนอให้เห็นถึงแง่มุมของความรักที่ดีงาม พร้อมกับความหมายของคำว่า มิตรภาพ เป็นซีรี่ย์ที่ถูกฉายในปี 1993 เป็นเรื่องราวของกลุ่มนักศึกษาทั้ง 5 คน ที่มีความรักที่ดีต่อกันเสมอมา แต่ว่าเมื่อเวลาเปลี่ยนไปความรักระหว่างหนุ่มสาว Tamotsu กับ Osamu รับบทโดย Michitaka Tsutsui และ Takuya Kimura หลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน เป็นการเล่าเรื่องระหว่างมิตรภาพของเพื่อนที่ยอมทุกอย่างเพื่อรักษาคำว่าเพื่อนไว้ อีกทั้งยังมีนักแสดงอย่าง Hikari Ishida ,Hidetoshi Nishijima ,Anju Suzuki มารับแสดงอีกด้วย ก็เป็นอีกเรื่องที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงนั้น ใครที่มองหาซีรี่ย์แนวนี้อยู่ก็อยากให้ลองมาดูว่ามิตรภาพของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่แค่ไหนและจะทำให้คุณคิดถึงเพื่อนอย่างแน่นอน 6. Love Generation มาถึงซีรี่ย์ที่ได้รับความนิยมในช่วงปี 1997 อย่างเรื่อง Love Generation เป็นละครแนวโรแมนติก ที่พูดถึงความรักของหนุ่มครีเอทีฟ Teppei Katagiri รับบทโดย Akuya Kimura ที่ถูกเทจากแฟนสาวหนีไปแต่งงานกับคนอื่น ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนนั้นคือพี่ชายของเขาเอง ยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนหักกลางอกเจ็บๆ จุกๆ กันเลย ต่อมา Teppei Katagiri ก็ได้พบกับ Riko Uesugi รับบทโดย Takako Matsu แผนกฝ่ายขาย ซึ่งทาง Riko ได้แอบหลงรัก Teppei แต่เขากำลังเจ็บจากแผลเก่าจึงไม่ได้รู้สึกอะไร แต่เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนมาถึงวันที่เขาและเธอต้องจากกัน ทาง Teppei จึงได้รู้ว่าเขานั้นได้หลงรักทาง Riko เข้าให้แล้ว เป็นเรื่องราวที่ชวนให้ลุ้น จิกหมอนกันทั่วหน้าหรือจะเป็นฉากเรียกน้ำตาก็มี เรียกได้ว่าซีรี่ยเรื่องนี้ขนมาให้แบบจัดเต็มสำหรับแฟนๆซีรี่ย์ ก็ขอแนะนำให้ช่วยลุ้นไปกับหนุ่มสาวคู่นี้ว่าจะสมหวังกันไหม รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน 7. Dragon Zakura เป็นซีรี่ย์ญี่ปุ่นอีกเรื่องที่ได้รับความนิยมอย่างมาก อย่าง Dragon Zakura เป็นเรื่องของอาจารย์คนหนึ่งที่ได้มาสอนโรงเรียนที่คะแนนต่ำสุดในเขตนั้น โรงเรียนที่เรียกว่าเต็มไปด้วยเด็กเกเร ซึ่งอาจารย์คนนี้ยังไปพนันกับอาจารย์คนอื่นๆ ไว้ว่านักเรียนในโรงเรียนแห่งนี้จะสามารถสอบติดมหาลัยชื่อดังของประเทศได้ แต่ถ้าเขาไม่สามารถทำได้เขาจะลาออก ทางอาจารย์ก็พยายามทุกวิถีทางให้นักเรียนเหล่านี้ให้สอบติดให้ได้ นำเทคนิคมาสอนต่างๆในรูปแบบของอาจารย์หนุ่ม คอยช่วยแก้ปัญหาต่างๆ เปรียบเสมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่ง รับรองว่าเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่สนุกและให้ข้อคิดดีๆ แอบมีความฮาผสมอยู่อย่างลงตัว แถมเรื่องนี้สร้างมาจากเรื่องจริงของอาจารย์ญี่ปุ่นคนหนึ่งอีกด้วย ต้องหามาดูกันแล้วสำหรับซีรี่ย์เรื่องนี้ 8. I'm Home มาถึงซีรี่ย์ญี่ปุ่นที่อยากแนะนำให้ดูอย่าง I'm Home เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งที่บ้างานจนไม่มีเวลาดูแลครอบครัว สนใจแต่เรื่องงาน จนวันหนึ่งเขาประสบอุบัติเหตุที่ทำให้พอตื่นมา เขาความจำเสื่อมและเจอกับภรรยาและลูกๆที่ใส่หน้ากากตลอดเวลา เป็นเราคงหลอนน่าดู แน่นอนว่าเขาต้องพยายามหาเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเห็นครอบครัวเขาใส่หน้ากากตลอด แม้เขาจะพยายามทุกวิถีทางก็ไม่มาสามารถเอาภาพนี้ออกไปได้ จากที่แต่ก่อนเป็นคนไม่สนใจครอบครัว อารมณ์ร้าย บ้างาน ก็กลายเป็นคนที่สนใจครอบครัว ทำดีกับครอบครัว ใส่ใจครอบครัวมากขึ้นจนเขาสงสัยตัวเองว่าเป็นใคร ซึ่งในซีรี่ย์เรื่องนี้จะมีกุญแจที่ติดตัวเขาเป็นตัวประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในความลับอดีตของเขา ซีรี่ย์เรื่องนี้จะเล่าถึงการตามหาความจริงที่ซ่อนอยู่เป็นอีกเรื่องที่สนุกจนบอกไม่ถูกเลย อยากให้มาดูด้วยตัวเองมาช่วยลุ้นว่าเขาจะต้องพบเจอกับอะไรบ้างกัน 9. Gekkou no Kaidan ใครที่ชื่นชอบซีรี่ย์แนวสนุกๆ น่ารักอยากจะแนะนำเรื่องนี้เลย Gekkou no Kaidan เป็นเรื่องที่มีเสน่ห์อย่างมาก ใครที่ได้ดูแล้วจะรู้สึกถึงว่านางเอกสามารถแก้ปัญหาแบบนั้นไปได้ยังไง เรียกได้ว่าเมื่อได้ลองดูแล้วคุณจะไม่อยากพลาดสักตอนกันเลยเพราะว่าลุ้นทุกตอน ไม่มีเบื่อและยังสามารถนำทุกอย่างเอามาใช้เป็นแนวคิดเป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวันเราได้บางอย่างก็เปลี่ยนความคิดเราไปเลย ให้กำลังใจเราได้มากเลยล่ะ แต่ละสิ่งแต่ละอย่างมันคือชีวิตจริง สิ่งที่เกิดขึ้นในโรงเรียนจริงๆ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหญิงสาวที่ได้รับสิทธิพิเศษเข้ามาเรียนในโรงเรียนดีเด่นด้านการเรียน เป็นการถ่ายทอดชีวิตภายในโรงเรียนได้อย่างสมบูรณ์แบบ รับรองว่าคุณจะติดกันงอมแงมอย่างแน่นอนกับซีรี่ย์เรื่องนี้ 10. Dr.Rintaro มาถึงซีรี่ย์เรื่องสุดท้ายเป็นซีรี่ย์ที่เราชื่นชอบอย่างมากนั้นคือ Dr.Rintaro เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหมอจิตแพทย์คนหนึ่งที่หลงไหลในตัวคนไข้ของเขาเอง ซึ่งทางหมอได้ดูแลรักษาให้คำปรึกษา ซึ่งทางนางเอกนั้นเป็นคน 2 บุคลิก ตอนกลางวันก็มีอีกบุคลิกเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่งใสซื่อ ดูเศร้าๆ เก็บตัว ไม่มีความมั่นใจในตัวเองตอนกลางคืนก็มีอีกบุคลิก เชี่ยวชาญด้านการดูแลแขกผู้ชาย คอยบริการแขกผู้ชายอย่างชำนาญ ยิ้มแย้มแจ่มใสมั่นใจ แน่นอนว่าเจ้าตัวไม่เคยรู้สึกตัวเลยว่าเป็นคน 2 บุคลิก ทำให้ทางคุณหมอของเราต้องช่วยเหลือให้เธอออกจากความทุกข์ทรมาน ซีรีย์จะเล่าถึงความรัก ความห่วงใย รวมไปถึงการหาความจริงว่าทำไมนางเอกถึงเป็นแบบนี้ในอดีตมีอะไรซ่อนอยู่ จนทำให้เขาตกหลุมรักนางเอกเข้าอย่างจัง รับรองความสนุก แอบมีข้อคิดดีๆ สำหรับใครที่มองหาซีรี่ย์ญี่ปุ่นแนวนี้อยู่ขอแนะนำเลย เป็นกันบ้างครับเพื่อนๆ กับ 10 ซีรี่ย์ญี่ปุ่นในตำนาน ใครที่ยังมองหาซีรี่ย์ดูในช่วงนี้อยู่ หรืออยากจะหาอะไรดูคลายเครียดในช่วงอากาศร้อนแบบนี้ มาจดลิสต์กันได้เลย รับรองว่าสนุก ฟินๆ เพราะคัดมากันแบบจัดเต็มอย่างแน่นอน ซึ่งนอกจากซีรี่ย์ญี่ปุ่นแล้วก็มี หนังผีญี่ปุ่น สนุกๆ ให้ดูด้วยนะ ใครชอบดูหนังลึกลับตามไปส่องได้เลย
10 ซีรีย์จีนมาใหม่ ที่ต้องขอแนะนำในปี 2020
พาพร้อม
10 ซีรีย์จีนมาใหม่ ที่ต้องขอแนะนำในปี 2020
คอซีรีย์จีนแดนมังกรทุกท่าน… ปีที่แล้วใครติดใจซีรีย์จีนดูเพลินไม่หยุด มูฟออนเป็นวงกลมแล้วเป็นวงกลมอีกยกมือขึ้น!? ได้เวลาไปเติมความฟิน และสนุกกับซีรีส์จีน 2020 ที่ทยอยปล่อยทีเซอร์ออกมาเรียกน้ำย่อยกันบ้างแล้ว ทัวร์ครับรวบรวมซีรีส์จีน 2020 ที่ควรค่าแก่การดู แต่ละเรื่องจัดมา นำแสดงโดยซุปตาร์เบอร์ใหญ่ๆ ทั้งนั้น บอกเลยว่าปีนี้ซีรีส์จีนไม่แผ่วเลยนะจ๊ะพี่จ๋า! 10 ซีรี่ย์จีน แนะนำปี 2020 1. ซีรี่ย์จีน 2020 - Handsome Siblings เรื่องย่อ : เปิดลิสต์ ซีรีส์จีน 2020 ด้วย Handsome Siblings ซีรีส์จีนย้อนยุคจากนวนิยายย้อนยุคกำลังภายในชื่อดังที่รีเมกมาแล้วถึง 6 ครั้ง (ฮ่องกงและไต้หวัน) และนี่คือการนำมารีเมกครั้งที่ 7 ในเวอร์ชั่นของจีน เล่าถึงเรื่องราวของ 2 พี่น้องฝาแฝด ฮวาอู๋เซวีย (หูอี้เทียน) และ เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ (เฉินเจ๋อหยวน) ที่ถูกจับแยกกันตั้งแต่เด็ก โดยฝีมือของผู้ประสงค์ร้ายที่หวังจะให้สองพี่น้องตีกันเอง ในขณะที่ ฮวาอู๋เซวีย เติบโตมาในสังคมที่ดีไร้ที่ติด ส่วนเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ต้องโตในสถานที่อันเลวร้าย ทั้งสองกลับเจอกันอีกครั้งโดยที่ไม่รู้เลยว่าเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน ประเภทซีรีย์ : แอคชั่น, ย้อนยุค จำนวนตอนซีรีย์ : 44 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : Netflix เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : 16 มกราคม - 7 กุมภาพันธ์ 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/F_rG4K6eFP0 2. ซีรี่ย์จีน 2020 - Find Yourself เรื่องย่อ : เคมีดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว… กับซีรีส์ 2020 ที่ว่าด้วยเรื่องราวความรักต่างวัยของ เฮ่อฝานซิง (ซ่งเชี่ยน) เวิร์กกิ้งวูแมนวัย 32 ปีที่ยังคงรอคอยรักแท้ กับ หยวนซ่ง (ซ่งเวยหลง) เด็กฝึกงานหนุ่มหล่อที่เข้ามาทำให้หัวใจ เฮ่อฝานซิง กระชุ่มกระชวยอีกครั้ง ดูเหมือนว่ารักครั้งนี้จะไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อเฮ่อฝานซิงต้องเจอกับอุปสรรคใหญ่เรื่องงาน และได้เจอกับหนุ่มรุ่นใหญ่ที่เพรียบพร้อมทั้งเรื่องฐานะ การงานและหน้าตาทางสังคมเข้ามาช่วยเหลือ ความสัมพันธ์ของรักต่างวัยจึงต้องสั่นคลอน ประเภทซีรีย์ : โรแมนติก, คอมเมดี้ จำนวนตอนซีรีย์ : 41 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : Hunan TV, Netflix เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : 26 มกราคม - 18 กุมภาพันธ์ 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/pYegTKpplFg 3.ซีรี่ย์จีน 2020 - I Will Find You A Better Home เรื่องย่อ : เรื่องราวของ ฝังซื่อจิ่น นายหน้าอสังหาริมทรัพย์มือทองวัย 25 ปีของบริษัทอสังหาริมทรัพย์อันเจียเทียนเซี่ย ที่ถูกส่งให้ไปดูแลสาขาย่อยของบริษัท โดยงานนี้เธอต้องดูแลสาขาร่วมกับ สวีเหวิงชัง ผู้จัดการสาขาที่อบอุ่น อ่อนโยนและใจดี ในขณะฝังซื่อจิ่นบริหารงานด้วยความเคร่งครัด บรรยากาศของการทำงานที่แตกกันอย่างสุดขั้ว ทำให้บรรดาลูกน้องต้องลำบากใจเพราะไม่รู้จะเชื่อฟังใครดี นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ที่ไม่ใช่แค่การหาบ้านให้ลูกค้าแล้วจบไป แต่ต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งในช่วงชีวิตของลูกค้าด้วย ประเภทซีรีย์ : โรแมนติก, ธุรกิจ, ดราม่า จำนวนตอนซีรีย์ : 53 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : WeTV เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : เริ่ม 21 กุมภาพันธ์ 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/hwdcWRnjhXA 4.ซีรี่ย์จีน 2020 - The Oath of Love เรื่องย่อ : พูดถึงซีรีส์จีน 2020 ต้องห้ามพลาด ซีรีส์โรแมนติกชวนฟินจิกหมอนที่นำแสดงโดย เซียวจ้าน และ หยางจื่อ ถ่ายทอดเรื่องราวความรักของ หลินจือเซียว (หยางจื่น) นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกเชลโล่ ที่ต้องตัดสินใจพับโปรเจกต์ทุกอย่างในชีวิต ทั้งการความฝัน การทำงานและคนรัก เพื่อมาดูแลพ่อที่ป่วยเป็นโรคร้าย จนได้พับกับ หมอกู้เว่ย (เซียวจ้าน) หนุ่มหล่อสุดเย็นชาที่มาทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ใครเป็นเอฟซี เซียวจ้าน เตรียมตัวเลยจ้า! ประเภทซีรีย์ : โรแมนติก จำนวนตอนซีรีย์ : 30 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : Hunan TV, WeTV เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : ภายในปี 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/5uHT1xqrSSg 5.ซีรี่ย์จีน 2020 - The Legend of Fei เรื่องย่อ : มีเซียวจ้านแล้วก็ต้องมีอี้ป๋อ! ถึงคิวซีรีส์จีน 2020 ย้อนยุคที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายจีน นางโจร ว่าด้วยเรื่องราวของ โจวเฟย หญิงสาวที่เกิดและโตขึ้นภายในค่ายโจรที่ชื่อว่า สี่สิบแปดค่ายโจร ค่ายโจรที่คุณตาของเธอ หลี่เว่ย เคยเป็นผู้นำ จนกระทั่งโจวเฟย ได้พบกับ เซี่ยอวิ่น (หวังอี้ป๋อ) ที่ลักลอบเข้ามาในค่ายพร้อมคำสั่งจากเบื้องบน ชีวิตของเจวโฟยจึงต้องออกมาผจญภัยในยุทธภพ และความลับของค่ายโจรนี้ จึงค่อยๆ ถูกเปิดเผย ประเภทซีรีย์ : ย้อนยุค, แอคชั่น จำนวนตอนซีรีย์ : 50 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : Hunan TV, WeTV เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : ภายในปี 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/6sX71gzfXq8 6.ซีรี่ย์จีน 2020 - Glory of the Special Forces เรื่องย่อ : ซีรีส์จีน 2020 หยางหยาง พลิกคาแรกเตอร์จากหนุ่มสายหวานมาเป็นทหารหนุ่มนักบู๊ พร้อมรับบททหารหน่วยรบพิเศษในเรื่อง Glory of the Special Forces เยี่ยนโพเย่ว ชายหนุ่มที่เติบโตในครอบครัวทหาร และตัดสินใจเข้าสมัครเป็นทหารรักษาการณ์เพื่อต้องการให้พ่อยอมรับ แต่ขณะเข้าไปฝึกฝน เรื่องราวกับไปราบรื่นอย่างที่คิด ถึงแม้ว่าเขาจะทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกว่าใครในรุ่น แต่กลับไม่ได้รับการยอมรับจากหัวหน้ากอง และถูกสั่งให้ย้ายไปทำงานในครัว เขาจึงต้องตั้งใจและทุ่มเทอย่างหนักเพื่อให้ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมหน่วยรบพิเศษ ประเภทซีรีย์ : แอคชั่น จำนวนตอนซีรีย์ : 58 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : iQiyi, Youku, Tencent เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : ภายในปี 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/iPNWOeN00cQ 7.ซีรี่ย์จีน 2020 - Count Your Lucky Stars เรื่องย่อ : กระแสแรงตั้งแต่วางตัวนักแสดงเลยจริงๆ สำหรับซีรีส์จีน 2020 เรื่องดังอย่าง Count Your Lucky Stars ที่ได้พระเอกรุ่นใหญ่อย่าง เจอร์รี่ (พระเอก F4 2001) มาจับคู่กับ เสิ่นเยว่ (นางเอก F4 2018) เล่าถึงเรื่องราวสุดจะงงของสองตัวละคร ถงเสี่ยวโย่ว ดีไซเนอร์สาวผู้แสนโชคร้าย กับ ลู่ซิงเฉิง บรรณาธิการนิตยสารหนุ่มผู้มาพร้อมความโชคดี แต่ต้องมาสลับดวงความโชคร้ายและโชคดีกัน เพราะบังเอิญจูบกันแบบไม่ตั้งใจ งานนี้ชีวิตที่ถูกสลับดวงจะสนุกแค่ไหน ต้องตามไปดูกันต่อนะจ๊ะ ประเภทซีรีย์ : โรแมนติก, คอมเมดี้ จำนวนตอนซีรีย์ : 24 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : Youku เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : ภายในปี 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/uWwu_z7r2-c 8.ซีรี่ย์จีน 2020 - Love Advanced Customization เรื่องย่อ : ซีรีส์จีน 2020 แนวโรแมนติกยังไม่หมดง่ายๆ มาต่อกันด้วยเรื่องราวของ โจ่วเฟิ่ง (ตี๋ลี่เรอปา) ดีไซน์เนอร์สาว และ ซ่งลี่ (หวงจิ่งอวี๋) หนุ่มหล่อที่นั่งแท่นตำแหน่งประธานบริษัท e-commerce ที่ต้องตกลงร่วมมือกันเพื่อชนะคดีพาณิชย์ที่ทั้งคู่ถูกฟ้อง แต่ด้วยอีโก้ ความมั่นใจในตัวเอง ทำให้เกิดความขัดแย้งกันขึ้นตลอดเวลา มาดูกันว่าความรักที่ก่อตัวขึ้นบนความไม่ลงรอยนี้ จะลงเอยได้อย่างไร ต้องตามไปลุ้นกัน! ประเภทซีรีย์ : โรแมนติก, ธุรกิจ จำนวนตอนซีรีย์ : 48 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : Hunan TV เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : ภายในปี 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/BuS3on3lYY8 9.ซีรี่ย์จีน 2020 - Dancing in the Storm เรื่องย่อ : ฟิตร่างกายเตรียมบู๊ไปกับ Dancing in the Strom ซีรีส์จีน 2020 แนวสืบสวนที่มาพร้อมกับฉากแอคชั่นสุดมันกันบ้าง หลังจากที่สองสามีภรรยานักวิทยาศาสตร์เสียชีวิต หลี่จวิ้นเจี๋ย (วิลเลี่ยม เฉิน) ซึ่งเป็นลูกชาย ต้องเติบโตขึ้นภายในบ้านเด็กกำพร้า และเข้าได้ทำงานในองค์กรรักษาความปลอดภัยและข้อมูล MOIS ก่อนจะบังเอิญไปเจอกับแผนการร้ายบางอย่าง ที่ทำให้เขาต้องลาออกเพื่อทำภารกิจลับ และถูกไล่ลาจากผู้ร้าย ประเภทซีรีย์ : สืบสวนสอบสวน จำนวนตอนซีรีย์ : 40 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : Dragon TV, iQiyi เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : ภายในปี 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/rvr1_Mt6yws 10.ซีรี่ย์จีน 2020 - Storm Eye เรื่องย่อ : ใครยังฟินกับคู่จิ้นไป๋เฉียนและหลีจิ้งไม่หาย เตรียมมาเต็มอิ่มและฟินกันต่อได้ใน Strom Eye ไปตามติดภารกิจพิเศษของ หม่าช่าง (จางปิงปิง) เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงที่มีโค้ดเนมว่า Strom Eye ที่ต้องเดินทางไปยังเมืองฉงชิ่งเพื่อตามคดีพิเศษที่เกี่ยวข้องกับองค์การโจรกรรมข้ามชาติ ภารกิจนี้พาให้หม่าช่างได้เจอกับ อันจิ้ง (หยางมี่) เพื่อนวัยเด็กที่เป็นหัวหน้าหน่วยฯ ภารกิจนี้ทำให้ทั้งคู่ได้กลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง จนก่อตัวเป็นความรัก ประเภทซีรีย์ : แอคชั่น, สืบสวน จำนวนตอนซีรีย์ : 46 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : WeTV เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : ภายในปี 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/nCmQmBLSZPY ใครดูซีรี่ย์จีนแล้วอยากไปตามรอยเที่ยวจีนก็ตามไป ซื้อทัวร์จีน กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub)ได้เลย >>https://tourkrub.co/china-tour
ท้าให้ดู!! 10 หนังผีญี่ปุ่น หลอนจนขนลุก
พาพร้อม
ท้าให้ดู!! 10 หนังผีญี่ปุ่น หลอนจนขนลุก
การันตีความหลอนต้องเพลลิสต์จัดอันดับหนังผีญี่ปุ่นในตำนาน ที่ดูซ้ำกี่ครั้งก็หลอนจนติดตานอนไม่หลับ สาวกคนรักหนังผีต้องจดลิสต์กันไว้เลย มาดูกันครับว่าจะมีเรื่องไหนที่อยู่ในใจของเพื่อนๆ บ้าง จะใจตรงกันกับเรารึเปล่าตามไปดูกันใน “10 หนังผีญี่ปุ่น ดูกี่ทีก็หลอน” 10 หนังผีญี่ปุ่น แนะนำ 1. หนังผีญี่ปุ่น - The Ring มาเริ่มต้นกันที่หนังผีญี่ปุ่นชื่อดังที่ยังไม่มีใครลบล้างความหลอนจนถูกจัดขึ้นแท่นเรื่องความหลอนเป็นอันดับหนึ่งของหนังผีญี่ปุ่นกันเลยอย่างเรื่อง The Ring ในปี 1998 ถือเป็นหนังเรื่องแรกของเราเลยที่กลับไปดูกี่รอบก็ยังคงเอามือปิดตาอยู่ ตัวหนังจะเล่าเรื่องถึงคลิปวีดีโอสุดหลอน ที่ใครได้ดูวีดีโอนี้แล้วจะต้องตายใน 7 วัน ซึ่งแน่นอนว่าใครที่ดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรกคงจะหลอนไม่กล้ารับโทรศัพท์อย่างแน่นอน เพราะในหนังเล่าว่าจะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเมื่อเราได้ดูวีดีโอและบอกวันตายกับเรา แค่นี้ก็ขนลุกขึ้นมาทันทีแล้ว ซึ่งหนังเรื่องนี้มีหลายเวอร์ชั่น แต่สำหรับเราเราว่าเวอร์ชั่นปี 1998 ให้ความหลอนแบบสุดๆแล้ว สำหรับใครที่มองหาหนังผีญี่ปุ่นแนวผีพุ่งออกจากทีวีแบบนี้ฉากในตำนานที่ทำเราขนลุกซู่ คงไม่อยากพลาดอย่างแน่นอนกับ The Ring 2. หนังผีญี่ปุ่น - Ju-on มาต่อกันที่หนังผีญี่ปุ่นที่คนไทยหลายคนคงรู้จักดีอย่าง Ju-on แค่พูดชื่อเรื่องภาพในหัวก็ขึ้นมาเลยกับ ฉากคลานลงบันไดของผี และผีใต้ผ้าห่ม เรียกได้ว่าช่วงนั้นถึงกับนอนไม่ห่มผ้าไปหลายวันกันเลย หนังเรื่องนี้ถูกสร้างมาหลายต่อหลายภาคแต่ก็ยังคงความหลอนในทุกๆ ครั้ง เป็นเรื่องราวของริกะ ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครดูแลผู้ชราได้ไปเยือนบ้านหลังหนึ่ง ก่อนที่เธอจะถูกสาปและตามหลอกหลอนโดยปีศาจร้าย 2 ตน นั่นคือ คายาโกะ ผีสาวที่ถูกฆ่าอย่างโหดร้ายด้วยมือของสามีเธอเอง และ โทชิโอะ วิญญาณร้ายของลูกชายของเธอเอง ทำให้เรื่องราวเริ่มต้นของความแปลกประหลาดต่างๆ เกิดขึ้นมาแล้วนับไม่ถ้วนกับผู้ที่มาเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ ริกะต้องต่อสู้กับจิตใจความกลัวของตัวเอง และพบปมที่จะนำไปสู่ความตายอันน่าเศร้า ถือเป็นหนังผีในตำนานอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาด 3. หนังผีญี่ปุ่น - Honogurai Mizu No Soko Kara ใครยังจำภาพห้องที่มีเพดานน้ำค่อยๆ ซึมลงมากันได้บ้างกับหนังเรื่อง Honogurai Mizu No Soko Kara ก็เป็นอีกเรื่องที่มีดีกรีความหลอนไม่แพ้หนังเรื่องอื่นของญี่ปุ่นตัวหนังจะเล่าถึง โยชิมิ ที่ได้สิทธิ์ในการเลี้ยงลูกสาวจากอดีตสามี จากนั้นเธอก็ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการพาลูกสาวไปอยู่ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ก่อนที่จะมีเหตุกราณ์บางอย่างที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อมีน้ำซึมออกมาจากเพดานทุกวันๆ แต่เธอเองก็คิดว่าเป็นเพราะมีปัญหาเรื่องระบบน้ำจนได้แจ้งไปทางเจ้าของห้องมาดูแต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากเจ้าของห้อง และมาถึงตัวเอกของเรื่องก็เริ่มออกโรงคือเจ้ากระเป๋าใบสีแดงของเด็กลึกลับ ที่ปรากฏขึ้นมาในที่ต่างๆ ของบ้าน แต่ยังไม่จบเท่านั้นไม่นานนักเด็กเจ้าของกระเป๋า ก็ปรากฏตัวออกมาให้เธอเห็นในที่สุดโยชิมิ ก็รับรู้ถึงชะตาของตนเอง เป็นหนังที่เล่นกับความรู้สึกได้ดีเลยทีเดียว รับรองว่าสนุกและหลอน 4. หนังผีญี่ปุ่น - Tales from the Dead มาถึงหนังผีญี่ปุ่นเรื่อง Tales from the Dead เป็นหนังที่ว่าด้วยตำนานของผีสาง 4 เรื่องที่บอกเล่าโดย ทามิกะ เด็กหญิงผู้ที่มีความสามารถในการติดต่อกับคนตายได้ ในแต่ละเรื่องก็จะเล่าถึงความสูญเสียความเจ็บปวดและการล้างแค้น ตัวหนังจะเล่าถึงวิญญาณที่จะพยายามกลับมาสู่โลกคนเป็น ซึ่งหนังเรื่องนี้ถูกถ่ายในลอส แองเจลิสทั้งเรื่อง แต่เป็นหนังผีญี่ปุ่นเรียกได้ว่าความหลอนและเนื้อเรื่องไม่ต้องห่วงเพราะยังการันตีเรื่องความหลอนแบบสุดๆ อยู่เพราะหนังเรื่องนี้ถูกตีเป็นหนังระดับฮอลลีวูดรับประกันความเจ๋งว่าไม่แพ้เรื่องไหนๆ สำหรับใครที่มองหาหนังผีญี่ปุ่นก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องหาดูให้ได้อย่าง Tales from the Dead 5. หนังผีญี่ปุ่น - One Missed Call สำหรับใครที่เคยดูหนังไทยอย่าง 999ต่อติดตาย คงบอกได้เลยว่าหลอนไม่แพ้กัน แต่อยากให้ลองดูหนังผีญี่ปุ่นเรื่อง One Missed Call หนังจะเล่าถึงวิญญาณที่สิงอยู่ในโทรศัพท์เมื่อใครได้รับสายก็จะได้เห็นถึงความตาย ตอนที่ดูตอนแรกก็ทำเอาไม่กล้ารับโทรศัพท์ไปหลายวันถึงจะเป็นเพื่อนโทรเข้าก็เถอะ ในเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของยูมิ เพื่อนของเธอเริ่มทยอยตายไปทีละคน หลังจากที่พวกเขาได้รับข้อความสุดแปลก ซึ่งภายในข้อความเขียนถึงการตายของแต่ละคนว่าจะตายเมื่อไหร่และตายยังไง ทางยูมิก็พยายามค้นหาความจริงเพื่อเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์สุดแปลกนี้ให้ได้ ก็อยากให้ลองดูกับหนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ทำออกมาดีไม่ใช่น้อยเลยรับรองว่าคุณจะหลอนกับเสียงโทรศัพท์อย่างแน่นอน 6. หนังผีญี่ปุ่น - Jisatsu Sakuru มาถึงหนังผีญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเรื่องความหลอนอย่าง Jisatsu Sakuru เป็นหนังที่ใครหลายคนพูดถึง เกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของนักเรียนหญิงทั้ง 54 คน ในสถานีรถไฟใต้ดินของกรุงโตเกียว เรียกได้ว่าคงหลอนอย่างมากสำหรับคนที่ได้ดูในตอนนั้น ตอนเราที่ดูแรกๆ ก็ตกใจไม่ใช่น้อยกับการโดดลงไปให้รถไฟทับภาพยังติดตาอยู่เลย ตัวหนังจะเล่าถึงนักสืบคุโรดะที่สืบสวนการฆ่าตัวตายของนักเรียนหญิงทั้ง 54 คน อย่างมืดแปดด้านต่อเหตุจูงใจของเหตุการณ์สยองดังกล่าว และเขาก็ได้รับข้อความลึกลับจากหญิงสาวผู้ใช้ชื่อ The Bat ที่เผยว่ามีสถานที่แห่งหนึ่งที่มีจุดแต้มสีแดงตรงกับจำนานของคนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้อย่างประหลาดใจ เรื่องราวลึกลับชวนสยองผสมผสานกับการค้นหาความจริง รับรองว่าจะไม่ผิดหวังกับหนังเรื่องแน่นอน 7.หนังผีญี่ปุ่น - Carved: the slit mouthed woman หนังที่ใครหลายคนพูดถึงอย่าง Carved : the slit mouthed woman ผีปากฉีกชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น หนังทำออกมาให้ลุ้นอยู่ตลอดเวลา ตอนแรกอาจจะดูไม่มีอะไรแต่ต่อมาเมื่อตัวเอกของหนังเริ่มออกมาก็จะเห็นความสุดหลอนของเจ้าผีปากฉีกตัวนี้อย่างแน่นอน ยิ่งเป็นตอนนางยิ้มปากฉีกขอบอกเลยว่าหลอนจนเอาหมอนปิดหน้าภาพติดตามาก เมื่อเธอออกมาจะถามคำถามว่า ฉันสวยไหม ถ้าไม่ตอบเธอจะเอากรรไกรมาตัดปากคนนั้นจนฉีกถึงหูจนตาย แต่ถ้าคุณตอบเธอว่าสวยเธอจะเปิดหน้ากากที่ปิดอยู่ออก ซึ่งทั้งคู่ก็ไม่รอดแต่ตัวหนังจะเฉลยวิธีเอาตัวรอดจากเธอผู้นี้ เอาล่ะเล่าถึงตรงนี้ก็พออยากให้เพื่อนๆ มาสัมผัสความหลอนด้วยตัวเอง มาตามกันดูว่าจะรอดด้วยวิธีใด แล้วคุณจะเลือกวิธีไหนกัน 8.หนังผีญี่ปุ่น - Infection ใครที่ชื่นชอบหนังผีแนวโรงพยาบาลคงไม่อยากพลาดกับหนังผีญี่ปุ่นเรื่อง Infection จะเล่าเรื่องถึงความผิดพลาดของของกลุ่มพยาบาลที่ทำให้คนไข้เสียชีวิต พวกเขาต่างกลัวความผิดจึงปิดบังเรื่องนี้ไว้อย่างลับๆ จนเมื่อมีชายหนุ่มป่วยด้วยโรคประหลาดเข้ามาเสียชีวิตภายในโรงพยาบาลอย่างสยดสยอง ทำให้พยาบาลเหล่านี้เริ่มมีอาการผิดปกติเหมือนโรคประหลาด สุดท้ายจะเป็นยังไงต้องมาช่วยกันลุ้นกับหนังผีสุดหลอนของญี่ปุ่นว่าพวกพยาบาลเหล่านี้จะเอาชีวิตรอดได้ไหม และพวกเขาจะเป็นยังไงต่อไป 9. หนังผีญี่ปุ่น - Odishon (Audition) มาต่อกันที่หนังผีญี่ปุ่นสุดหลอนอย่าง Odishon (Audition) ที่ใครหลายๆคนต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าน่ากลัวสุดๆ ตัวหนังจะเล่าถึงพ่อหม้ายวัยชราผู้เปลี่ยวเหงาคนหนึ่ง ต้องเจอกับข่าวร้ายเมื่อลูกชายคนเดียวกำลังจะย้ายไปอยู่ที่อื่น เขาได้เล่าเรื่องราวกับเพื่อนสนิทของเขาผู้เป็นผู้สร้างภาพยนตร์ เมื่อเพื่อนของเขาคิดแผนที่จะเปิดคัดตัวนักแสดงสาวหลอกๆ ขึ้น เพื่อให้หนุ่มชราคนนี้ได้เลือกสาวที่จะมาเป็นภรรยา ในอนาคตของเขา ก่อนที่จะหลงเสน่ห์หญิงสาวคนหนึ่งที่เข้ามาคัดตัว และแล้วเรื่องราวสุดหลอนก็เริ่มขึ้นมาติดตามกันดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชายชราผู้นี้กันบ้าง 10. หนังผีญี่ปุ่น - Akira มาถึงหนังผีญี่ปุ่นเรื่องสุดท้ายกับหนังผีที่ได้ชื่อว่าน่ากลัวสุดๆ ในปี 1998 แม้ว่าจริงๆ แล้วผลงานอานิเมะสุดคลาสสิกเรื่องนี้จะไม่ใช่แนวสยองขวัญ แต่ Akira ก็ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในหนังที่น่ากลัวมากๆ เป็นเรื่องราวของคาเนดะ เด็กหนุ่มของแก็งที่มีเพื่อนสนิทอย่างเท็ตซึโอะ ที่ทำงานให้รัฐบาลอย่างลับๆที่ใช้ชื่อว่า Akira เขาจึงหาพยายามช่วยเหลือเพื่อนของเขาให้ออกมาให้ได้ แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้าต่อสู้กับรัฐบาลและเรื่องราวก็เริ่มต้นขึ้นอย่างสยดสยองหลังจากที่เพื่อนของเขาได้ปลดปล่อยพลังเหนือธรรมชาติที่ทำให้เท็ตซึโอะเสียชีวิตในเวลาต่อมากอย่างน่ากลัว มาติดตามกันดูว่าเขาจะพบความจริงของโครงการ Akira ที่ทำให้เพื่อนสนิทของเขาตายไหม รับรองว่าหนังเรื่องนี้มีความน่ากลัวซ่อนไว้อย่างแน่นอน เป็นไงกันบ้างกับ 10 หนังผีญี่ปุ่น ที่ดูกี่รอบก็ยังหลอน ใครที่ชื่นชอบหนังแนวนี้แล้วกำลังหาหนังดูเพลินๆ ในวันหยุดนี้ มาจดลิสต์กับเราสิ เราคัดหนังดีๆ คุณภาพให้เลือกชม รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
ดูกันให้ตาแฉะ 10 ซีรี่ย์จีนที่ไม่ควรพลาด สนุกครบทุกอารมณ์
พาพร้อม
ดูกันให้ตาแฉะ 10 ซีรี่ย์จีนที่ไม่ควรพลาด สนุกครบทุกอารมณ์
จีนนอกจากมีที่เที่ยวฮิตแล้ว ตอนนี้ซีรี่ย์จีนก็ฮอตมากนะในบ้านเรา จะบอกว่าไม่แพ้ซีรี่ย์เกาหลีเลยพระเอกซีรี่ย์จีนก็มีความละมุนไม่แพ้อปป้าเกาหลีเลย พระเอกซีรี่ย์จีนหลายคนขึ้นแท่นเป็นสามีแห่งชาติไม่ต่างจากประเทศอื่นๆ สำหรับใครที่กำลังจะเริ่มดูซีรี่ย์จีนแต่ไม่รู้ว่าจะดูเรื่องไหน วันนี้ทัวร์ครับ รวม 10 ซีรี่ย์จีน ที่ต้องดูมาให้แล้ว บอกเลยว่า ครบรสติดตามกันดูว่ามีเรื่องอะไรบ้าง มาดูกันเลย รับรองว่าสนุกจนหาทางออกจากกำแพงเมืองจีนกลับไทยไม่ถูกเลย ดูซีรีย์จีนแล้วอินมาก ก็จองทัวร์จีน กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) ได้เลย >>https://tourkrub.co/china-tour 10 ซีรี่ย์จีน แนะนำ 1. ซีรี่ย์จีน-Dancing in the Storm มาเริ่มกันที่ซีรี่ย์จีนแนวแอคชั่นดราม่าอย่างเรื่อง Dancing in the Stormซึ่งได้นักแสดงอย่างเฉินเหว่ยถิง รับบท หลี่จุนจี กู่ลี่นาจา รับบท แมกกี้ ชู และเยิ่นต๊ะหัว รับบท มู่ฉวน เป็นเรื่องราวของหลี่จุนจีอดีตนักสืบที่ทำงานให้หน่วยงานรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่ง เขาได้พบข้อมูลบางอย่างที่จะพาไปพบกับความลับขั้นสุดยอด ซึ่งความลับนี้อาจทำให้เขาเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยในระหว่างการสืบสวนเขาถูกจับตาและกลายเป็นคนที่หลายฝ่ายต้องการตัวมากที่สุดและยังได้นักแสดงอย่างเยิ่นต๊ะหัว มาร่วมแสดงอีกด้วยรับรองว่าซีรี่ย์จีนเรื่องนี้บู๊กันสนุกสุดมันแน่นอน 2. ซีรี่ย์จีน-Being Lonely in Love มาต่อกันที่ซีรี่ย์จีนแนว เมโลดราม่า อย่าง Being Lonely in Love สร้างจากนวนิยายชื่อดังของ ซินยี่อู่ ได้นักแสดงอย่างวิคตอเรีย รับบท เซี่ยงหยวน แฟนๆ จะได้เห็นฝีมือการแสดงของสาววิคตอเรียจากเรื่องนี้อย่างแน่นอนโดยเป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ซับซ้อนระหว่างคู่พี่น้องผู้ชายสองคน เรียกได้ว่าดราม่ากันแบบสุดๆ สำหรับใครที่ชื่นชอบแนวดราม่าคงไม่อยากพลาดแน่นอนกับซีรี่ย์จีนเรื่องนี้ 3. ซีรี่ย์จีน-I Will Never Let You Go อีกหนึ่งซีรีย์ยอดฮิตที่ไม่พลาดไม่ได้อย่าง I Will Never Let You Go เป็นซีรี่ย์แนวโรแมนติกดราม่า สร้างจากนิยายจีนสุดฮิตได้นักแสดงอย่างจางปินปิน รับบท เฉินอวี้ และหลินอีเฉิน รับบท ฮวาปู๋ชี่ เป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่เร่ร่อนมาตั้งแต่เด็กๆ จนกระทั่งโตขึ้นก็ได้เจอกับอัศวินชุดดำสวมหน้ากากที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ เรื่องโรแมนติคก็ได้เริ่มขึ้น ซึ่งตัวตนที่แท้จริงของอัศวินนั้นคือองค์รัชทายาทที่อยากหนีจากการขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากบิดาของเขา ทำให้ความรักของทั้งคู่ต้องพบกับอุปสรรคครั้งใหญ่ สำหรับใครที่ชื่นชอบแนวโรแมนติคดราม่าคงไม่อยากพลาดซีรี่ย์จีนน้ำดีเรื่องนี้ 4. ซีรี่ย์จีน-The King’s Avatar มาต่อกันที่ซีรี่ย์จีนที่ได้รับความนิยมอย่าง The King’s Avatar หรือชื่อไทยว่า เทพยุทธเซียน Glory นำเค้าโครงเรื่องมาจากนิยายยอดฮิตแนวแอคชั่นแฟนตาซี ได้นักแสดงอย่างหยางหยาง รับบท เย่ซิ่ว และแมกกี้ เจียง รับบท ชู่หยิง โดยเป็นเรื่องราวในเกมออนไลน์ Glory ในเรื่องจะเล่าถึง เย่ซิ่วผู้เชี่ยวชาญตำราและผู้เล่นตัวท็อปในเวลานั้นเป็นสุดยอดของทีม มีสถานการณ์บางอย่างทำให้เขาต้องถูกไล่ออกจากทีม ทำให้เขาหันหลังให้กับเกมและเขาหันไปเป็นผู้จัดการร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ แต่เมื่อเกม Glory เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ใหม่ เขาจึงหันหน้าเข้าสู่วงการเกมอีกครั้งการเดินทางเพื่อไต่ระดับการเป็นตัวท็อปของเขาเพื่อกลับสู่จุดสูงสุดจึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง มาติดตามกันดูว่าเขาจะทำสำเร็จไหม จะต้องผ่านอุปสรรคอะไรบ้างสำหรับใครที่ชื่นชอบเล่นเกมออนไลน์คงไม่อยากพลาดอย่างแน่นอนกับซีรี่ย์จีนเรื่องนี้ที่ทำออกมาดีจนต้องยกนิ้วให้ 5. ซีรี่ย์จีน-Le Coup de Foudre มาต่อกันที่ซีรี่ย์จีนแนวโรแมนติค อย่าง Le Coup de Foudre ที่สร้างจากนวนิยายรักเรื่อง I Don’t Like This World ที่ได้นักแสดงอย่างจางหยูเจี้ยน รับบท หยั่นโหมว และ เจนิส วู รับบท จ้าวเสี่ยวยี่ โดยเป็นเรื่องราวของจ้าวเสี่ยวยี่และหยั่นโหมวเพื่อนร่วมชั้นเรียนในโรงเรียนมัธยม ที่ทั้งสองต่างกันโดยสิ้นเชิง จ้าวเสี่ยว เป็นนักเรียนเกเรและหยั่นโหมวเป็นนักเรียนชั้นเลิศ แม้ว่าพวกเขาจะดูแตกต่างกัน แต่พวกเขาก็ให้คำมั่นสัญญาในวันก่อนที่จะสำเร็จการศึกษา ว่าจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศด้วยกัน มีสถานการณ์ที่ทำให้เสี่ยวยี่ ไม่สามารถทำตามสัญญาได้ ทั้งสองคนก็ขาดการติดต่อกันไป 4 ปีแต่ทั้งคู่ก็ได้กับมาพบกันอีกครั้งในงานคืนสู่เหย้า และในเวลานั้นเสี่ยวยี่ รู้ทันทีว่าชอบ หยั่นโหมวจึงตัดสินใจที่จะย้ายไปอยู่กับเขา แต่เรื่องก็เริ่มเข้าสู่ดราม่าทันทีเมื่อพบว่า หยั่นโหมว มีผู้หญิงอีกคนคอยเคียงข้างแล้ว ทำให้ความรู้สึกที่มีให้กันของทั้งสองคนไม่กล้าที่จะแสดงออกมา เรื่องราวของทั้งคู่จะจบลงอย่างมาคอยร่วมลุ้นไปด้วยกันใน Le Coup de Foudre 6. ซีรี่ย์จีน-The Flame’s Daughter มาที่ซีรี่ย์ย้อนยุคกันบ้างอย่างเรื่อง The Flame’s Daughter เป็นซีรีย์จีน-ไต้หวัน ที่ได้นักแสดงอย่างหนุ่มวิคF4 หรือโจว อิวี้หมิน และตี้ลี่เร่อปา หรือดิลราบา ดิลมูรัตจากซีรีย์ดังสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่ เป็นเรื่องราวของเสวี่ยพระเอกที่เลือกบำเพ็ญตนเป็นเซียนมาหลายชาติภพ เพื่อจะได้ดูแลหญิงสาวผู้เป็นที่รัก แต่ต้องเขาแลกกับคำสาปที่มิอาจรักกันได้ ซึ่งในชาตินี้หญิงคนรักเกิดเป็น ธิดาเจ้าสำนักเพลิงเตโช เป็นซีรี่ย์แนวโรแมนติค ดราม่าเข้มข้น มาติดตามกันดูว่าทั้งคู่จะเป็นอย่างไร เมื่อการฝืนลิขิตสวรรค์ของทั้งคู่ในปมความแค้นจากรุ่นสู่รุ่นจะลงเอยอย่างไร สำหรับใครที่ชอบซีรี่ย์จีนแนวแบบนี้รับรองว่าจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน 7. ซีรี่ย์จีน-The Rise of Phoenixes ยังอยู่ที่ซีรี่ย์จีนย้อนยุคอย่าง The Rise of Phoenixes หรืออีกชื่อว่า หงสาประกาศิตเป็นซีรีย์ที่สร้างมาจากนิยายชื่อดังหวงเฉวียนเรียกได้ว่ายิ่งใหญ่อลังการสมชื่อกันเลย ได้นักแสดงอย่างเฉินคุนรับบทฉู่หวางหนิงยี่ และหนีหนี่ รับบท เฟิ่งจือเวย เป็นเรื่องราว ของความขัดแย้ง ปมซับซ้อนในพระราชสำนัก การแก้แค้นที่ต้องแปรผันเพราะความรักเบ่งบานแบบมิอาจต้านทานได้ ระหว่าง ฉู่หวางหนิงยี่ หรือท่านอ๋องฉู่องค์ชายหก กับ เฟิ่งจือเวย เป็นซีรี่ย์จีนอีกเรื่องที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดี ยิ่งพระเอกนั้นหล่อจนอยากจะเรียกเป็นสามีกันเลย สำหรับใครที่มองหาซีรี่ย์แนวนี้อยู่คงไม่อยากพลาดกับซีรี่ย์ฟอร์มยักษ์ของจีนเรื่องนี้แน่นอน 8. ซีรี่ย์จีน-Go Go Squid! มากันซีรี่ย์จีนแนวโรแมนติกคอเมดี้กันบ้าง อย่าง Go Go Squid! ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้เรื่องอื่น ใครว่ามีแต่ซีรีย์เกาหลีที่ฟินจิกหมอน ซีรีย์จีนเขาก็ไม่น้อยหน้าเพราะเคมีที่ดีเหลือเกินของนักแสดง ได้นักแสดงอย่างหลี่เสี่ยน รับบท ฮันชางหยาน และหยางจื่อ รับบท ตงเหนียน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตงเหนียนนักเรียนอัจฉริยะอายุ 19 ปีที่มี IQ สูงแต่มี EQ ต่ำ เธอชอบแต่งคอสเพลย์อนิเมะที่มีชื่อเสียงและมีความสามารถในการร้องเพลง เธอได้หลงรัก ฮันชางหยาน เป็นอัจฉริยะของเกมกีฬาอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเขานั้นไม่เคยให้ความสนใจเรื่องความรักเลย มาช่วยกันลุ้นความรักของทั้งคู่ว่าจะลงเอยยังไง ตงเหนียนจะพิชิตใจของ ฮันชางหยานได้ยังไงกัน ที่สำคัญเรื่องนี้ยังมีหูอี้เทียนสามีแห่งชาติของเรามาร่วมแสดงด้วยรับรองว่าความหล่อละลานตาไปหมดจนไม่อยากให้จบเลย 9. ซีรี่ย์จีน-Three Lives Three Worlds, The Pillow Book ใครที่ชื่นชอบซีรี่ย์จีนแนวโรแมนติค แฟนตาซี คงไม่อยากพลาดที่จะดูซีรี่ย์เรื่อง สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่ เพราะนี่เป็นภาคต่อของซีรีย์เรื่อง Three Lives Three Worlds, The Pillow Book หรือ สามชาติสามภพ ลิขิตเหนือเขนยที่ได้นักแสดงอย่าง เกาเหว่ยกวง รับบท มหาเทพตงหัว และตี๋ลี่เร่อปา รับบท ป๋ายเฟิ่งจิ่วโดยในภาคนี้เล่าถึงเรื่องราวความรักของป๋ายเฟิ่งจิ่วนางจิ้งจอกเก้าหางที่แอบหลงรักมหาเทพตงหัวจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ชิด มาช่วยกันลุ้นว่าทั้งสองจะลงเอยกันได้ยังไง รับรองว่าภาคต่อนี้สนุกไม่แพ้ภาคแรกอย่างแน่นอน 10. ซีรี่ย์จีน-Siege in Fog ปิดท้ายกันด้วยซีรี่ย์จีนแนวโรแมนติกดราม่ากันบ้างอย่าง Siege in Fog หรือ กับดักอันตรายเป็นซีรี่ย์ที่ขึ้นชื่อว่าเสื้อผ้าการแต่งตัวดูอลังกาลและมีความสวยงามอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นเป็นซีรี่ย์ที่อ้างอิงการปฎิวัติการปกครองของจีนในช่วงทำสงครามกับญี่ปุ่น ดัดแปลงจากนิยาย Fei Wo Si Cun ได้แสดงอย่าง อี้เหลี่ยนข่ายรับบทโดยเอลวิส ฮัน และฉินซางรับบทโดยซุนหยีเป็นเรื่องราวของตระกูลอี้ที่มีอำนาจและความร่ำรวยในยุคนั้นแม้จะต้องแตกหักกับครอบครัวตัวเอง เพื่อที่จะได้ครองรักกับ ฉินซางแต่ทั้งนั้นในใจเธอมีคนรักอยู่แล้ว เพราะดูเหมือนว่าฉินซางจะไม่มีใจให้ อี้เหลี่ยนข่ายเลย เรื่องราวทั้งคู่จะลงเอยยังไงมาติดตามดูกัน เป็นไงกันบ้างครับเพื่อนๆ กับ 10 ซี่รี่ย์จีน สำหรับใครที่มองหาซีรี่ย์ดูอยู่ในช่วงนี้มาจดลิสต์จากเราสิ เราคัดเลือกมีซีรี่ย์ดีๆ มาให้ทุกคนให้เลือกชมในหยุดเวลาว่าง มีให้เลือกมากมายหลากหลายสไตล์ไม่ว่าจะเป็นโรแมนติค คอมเมดี้ ดราม่าเข้มข้นน้ำตาไหล หรือจะบู๊ระห่ำก็ครบรสหลากสไตล์
5 เหตุผล ที่ควรไปเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์
พาพร้อม
5 เหตุผล ที่ควรไปเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์
เที่ยวออสเตรเลีย พิกัดท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยตัวเมืองสวยงาม สะอาดสะอ้านน่าอยู่ ผู้คนเป็นมิตรน่ารัก อบอุ่นเป็นกันเอง มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมอีกทั้งยังเป็นเมืองแห่งแฟชั่นด้วย จึงไม่แปลกในที่มีทั้งแหล่งชอปปิ้ง ร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่เก๋ๆ อยู่มากมาย แถมยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ เยอะหลากหลาย จึงทำให้ออสเตรเลียติดอันดับเมืองน่าเที่ยวอันดับต้นๆ เลย คนชอบเที่ยวต้องไป เที่ยวออสเตรเลีย ให้ได้สักครั้ง แต่ถ้าจะเที่ยวให้สนุกและสบายโดยเฉพาะสำหรับนักเที่ยวมือใหม่ หรือนักเที่ยวสายเอเชียมืออาชีพที่ยังไม่คุ้นเคยเราแนะนำให้เที่ยวกับทัวร์ ส่วนไปเที่ยวกับทัวร์ดียังไง ตามไปพิจารณาได้เลยว่า เที่ยวออสเตรเลียไปเที่ยวกับทัวร์ตอบโจทย์ไลฟสไตล์ของคุณไหม จองทัวร์ออสเตรเลีย กับ ทัวร์ครับ คลิกเลย https://tourkrub.co/australia-tour 5 เหตุผล ที่ควรไปเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์ 1.ทัวร์ออสเตรเลีย - ไม่ผิดพลาด ไม่ผิดแผน ด้วยประสบการณ์และความชำนาญแบบมืออาชีพ ที่ออกแบบและวางแผนการท่องเที่ยวมาแล้วเป็นอย่างดี จึงทำให้การท่องเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์แทบไม่มีโอกาสเกิดผิดพลาดหรือผิดไปจากแผนกำหนดการเดินทางได้เลย หรือถ้าฉุกเฉินจริง ๆ จนทำให้แผนการเดินทางเกิดการเปลี่ยนแปลง เที่ยวแบบมืออาชีพกับทัวร์ก็ยังมีแผนสำรองเตรียมไว้รองรับเหตุการเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที ไม่ต้องเสียเวลาไปเปล่า ๆ อดเที่ยวแล้วยังหมดสนุกกนอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์รับประกันได้ว่าได้เที่ยวตามแผน สามารถควบคุมเรื่องเวลาและจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวได้อย่างแม่นยำแน่นอน 2.ทัวร์ออสเตรเลีย - เดินทางง่ายและสะดวกสบาย สำหรับนักท่องเที่ยวที่ทำการค้นคว้าหาข้อมูลเรื่องการท่องเที่ยวออสเตรเลียมาแล้วเป็นอย่างดี ย่อมจะต้องตระหนักได้ว่าการเดินทางภายในประเทศออสเตรเลียนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ถึงแม้ว่าการคมนาคมโดยสารในตัวเมืองต่าง ๆ ของออสเตรเลียจะสะดวกสบายเพียบพร้อม แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่าสถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นไฮไลท์ของการท่องเที่ยวออสเตรเลียหลาย ๆ แห่ง โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามของออสเตรเลียนั้น มักจะตั้งอยู่ในพิกัดที่ห่างไกลจากตัวเมือง การเดินทางค่อนข้างลำบาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่ถนัดเรื่องการขับรถท่องเที่ยวด้วยตัวเอง อีกทั้งภูมิประเทศอันกว้างใหญ่ไพศาลของออสเตรเลียเอง ก็เอื้ออำนวยต่อการหลงทิศหลงทางเสียเหลือเกิน แบบนี้แล้วถ้าอยากเที่ยวออสเตรเลียแบบครบ ๆ และไม่เสียเวลาหลงทาง ก็ควรต้องเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์ รับรองไม่มีการหลงทางแน่นอน 3.ทัวร์ออสเตรเลีย - งบไม่มีบานปลาย เป็นที่รู้กันอยู่แล้วสำหรับนักท่องเที่ยวผู้ช่ำชองและเดินทางบ่อย ว่ายิ่งประเทศยิ่งใหญ่เท่าไหร่ สถานที่ท่องเที่ยวยิ่งเยอะมากแค่ไหน ก็ยิ่งทำให้มีโอกาสที่จะเที่ยวเพลินให้งบยิ่งบานปลายไปกันใหญ่ แต่สำหรับการท่องเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์นั้น หมดห่วงเรื่องงบบานปลายกันไปเลย เพราะการเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์ได้ล็อคพิกัดปลายทางเอาไว้ให้ครบเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนเดินทาง อีกทั้งยังรวบรวมค่าใช้จ่ายจิปาถะ ค่าโดยสาร ค่าเดินทาง รวมไปถึงค่าการทำกิจกรรมต่าง ๆ เอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว จึงหมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายงอกเพิ่มเติมระหว่างการท่องเที่ยวไปได้เลย ส่วนหลาย ๆ กิจกรรม หรือกิจกรรมพิเศษ ๆ ที่อาจยังไม่รวมอยู่ในราคาแพ็คเกจทัวร์ ก็มีระบุเอาไว้ให้รู้ก่อนการเดินทางแล้ว ทำให้เราสามารถคาดการณ์ค่าใช้จ่ายได้ล่วงหน้าอีกด้วย 4.ทัวร์ออสเตรเลีย - มีคนช่วยแก้ปัญหาอย่างมืออาชีพ ทุกการเดินทางคือประสบการณ์อันมีค่า ที่ย่อมอาจเกิดความขัดข้องหรือมีปัญหาได้ตลอดเวลาระหว่างการท่องเที่ยว ยิ่งเมื่อมีปัญหาในประเทศที่ไม่คุ้นเคย และมีวัฒนธรรมที่แตกต่างและหลากหลาย ก็ยิ่งจะทำให้ต้องเสียเวลา หมดโอกาสท่องเที่ยว แล้วยังต้องหัวเสียกันอีกด้วย แต่หากท่องเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างการท่องเที่ยวจะมีคนคอยช่วยจัดการปัญหาให้ได้อย่างง่ายสบายแบบมืออาชีพผู้ช่ำชอง และมากประสบการณ์ เพราะการเที่ยวกับทัวร์จะมีผู้ที่มีประสบการณ์ ซึ่งเคยพบเจอกับปัญหาที่มากมาย และหลากหลายมาก่อน อีกทั้งยังสามารถจัดการกับปัญหาได้อย่างถูกต้อง ถูกวิธี และเหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่นของออสเตรเลียคอยดูแลอย่างใกล้ชิด 5.ทัวร์ออสเตรเลีย - มีความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยว อีกหนึ่งเรื่องน่าห่วงของการเดินทางท่องเที่ยว นั่นก็คือ เรื่องความปลอดภัยทั้งในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงฤดูกาลในย่านตัวเมืองใหญ่ ๆ ที่มักเนืองแน่นแออัดไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ ซึ่งมีโอกาสจะเกิดการลักทรัพย์หรือโจรกรรมได้ง่าย แต่ถ้าเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์ซึ่งมีการวางแผนการเดินทางมาแล้วเป็นอย่างดี การเลือกใช้เส้นทางเดินทางที่สะดวกปลอดภัย และยังมีการสำรองพื้นที่ และที่นั่งของสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เอาไว้ล่วงหน้า จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อความเสียหายต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี แบบนี้แล้วหมดกังวลเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางกันไปได้เลย แบบนี้แล้วนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อยทั้งเวลาในการวางแผนการเดินทางและเวลาในการท่องเที่ยว ทั้งยังต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายให้เป็นไปตามงบประมาณที่วางไว้ และต้องการเดินทางท่องเที่ยวออสเตรเลียสักครั้งในชีวิตแล้วละก็ การเลือกเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนจะเที่ยวออสเตรเลียเป็นครั้งแรก แนะนำให้ซื้อแพ็กเกจทัวร์ออสเตรเลีย ถูกใจใช่เลยแน่นอน
10 ซีรีย์เกาหลีสนุกๆน่าดู ที่ต้องขอแนะนำในปี 2020
พาพร้อม
10 ซีรีย์เกาหลีสนุกๆน่าดู ที่ต้องขอแนะนำในปี 2020
อันยอง~ ทัวร์ครับ พาไปอัปเดตซีรีส์เกาหลีปี 2020 ที่มีแววปังจากฝั่งแดนกิมจิ รวบรวมกันมาครบรส ทั้งโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ระทึกขวัญ และแนวการแพทย์ การันตีซีรีย์ที่เราแนะนำสนุก มัน เข้มข้นล้นจอ จัดเต็มทั้งนักแสดงและพล็อตเรื่อง จะมีซีรีส์เกาหลี 2020 เรื่องไหนให้ไปติดตามงอมแงวมกันบ้าง ทัวร์ครับ คัดสรรมาอย่างดี ขนมาอัปเดตให้แล้วตอนนี้เลย แต่ถ้าหากใครดูซีรี่ย์เกาหลีแล้วอินจัดหนักมาก จนอยากไป เที่ยวเกาหลี ตามหาอปป้าที่เกาหลีก็ซื้อทัวร์เกาหลีกับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) ได้เลย จองทัวร์ครบ จบที่ทัวร์ครับ ทัวร์เกาหลี เริ่มต้น 14,900 บาท >>https://tourkrub.co/korea-tour 10ซีรีส์เกาหลี 2020 1. ซีรีส์เกาหลี 2020 - Crash Landing on You เรื่องย่อ : เริ่มต้นปีใหม่ด้วยความปังของวงการซีรีส์เกาหลี 2020 ฟินไม่หยุดฉุดไม่อยู่ กับเรื่องราวรักต้องห้ามสุดโรแมนติกของ ยุนเซรี (ซนเยจิน) ซีอีโอบริษัทใหญ่แห่งเกาหลีใต้ ที่เกิดอุบัติเหตุระหว่างเล่นร่มร่อนจนไปติดอยู่ในพื้นที่เกาหลีเหนือ จนได้พบรักทหารเกาหลีเหนือ สหายผู้กองรีจองฮยอก (ฮยอนบิน) ที่คอยช่วยเธอเอาไว้ และหาสารพัดวิธีที่จะส่งตัวเธอกลับไปเกาหลีใต้ ก่อนที่ทางการเกาหลีเหนือจะล่วงรู้! ความรักที่เกิดขึ้นบนความแตกต่างครั้งนี้ จะอิน ฟิน จิ้นขนาดไหน ดูได้จากเคมีที่เข้ากั๊นเข้ากันของ 2 นักแสดง กระแสที่มาแรงจนสร้างเรทติ้งพุ่งปรี๊ดเป็นประวัติศาสตร์ให้ช่อง tvN และปรากฏการณ์ ‘สหายผู้กอง’ ที่เกิดขึ้นในทุกซอกทุกมุมของโลกโซเชียล การันตีความปังกันขนาดนี้แล้ว ดูสิคะ รออะไร! ประเภทซีรีย์ : โรแมนติก จำนวนตอนซีรีย์ : 16 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : Netflix เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : 14 ธันวาคม 2562 - 16 กุมภาพันธ์ 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/eXMjTXL2Vks 2. ซีรีส์เกาหลี 2020 - Dr. Romantic 2 เรื่องย่อ : การกลับมาของ Dr. Romantic ซีรีส์เกาหลีแนวการแพทย์ในดวงใจของใครหลายคน โดยซีซั่น 2 นี้ จะเล่าเรื่องผ่านตัวละคร ชาอึนแจ (อีซองคยอง) แพทย์เรสซิเด้นท์ปี 2 คนเก่ง เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือดเป็นอย่างดี แถมประวัติการรักษายังขาวสะอาด ไร้ข้อผิดพลาดใดๆ และซออูจิน (อันฮโยซอบ) แพทย์เฟลโล่ปี 2 ที่มีผลงานการผ่าตัดยอดเยี่ยมไร้ที่ติ แต่ไม่แฮปปี้กับชีวิต เมื่อทั้งสองคนได้มาเจอกับ บูยองจู หรือ อาจารย์คิม (ฮันซอกกยู) ศัลยแพทย์มือทองที่ซ่อนตัวอยู่ในโรงพยาบาลเล็กๆ บทเรียนรู้วิชาการแพทย์และวิชาการใช้ชีวิตจึงเริ่มต้นขึ้น! ประเภทซีรีย์ : การแพทย์, เมโลดราม่า, โรแมนติก จำนวนตอนซีรีย์ : 16 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง :SBS TV, Viu เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : 6 มกราคม - 25 กุมภาพันธ์ 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/63n7ez4cVPM 3. ซีรีส์เกาหลี 2020-The Game: Towards Midnight เรื่องย่อ : ไปต่อกันที่ซีรีส์เกาหลี 2020 แนวสืบสวน กับการไขปริศนาคดีฆาตกรรมลึกลับที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน คิมแทพยอง (แทคยอน 2PM) ชายผู้เกิดมาพร้อมกับความสามารถพิเศษเหนือธรรมชาติ เมื่อไหร่ก็ตามที่สบตาเข้ากับใคร เขาสามารถมองเห็นความตายของคนๆ นั้น แต่ความสามารถพิเศษนี้กลับใช้ไม่ได้กับ ซอจุนยอง (อียอนฮี) ตำรวจนักสืบสาวที่กำลังสืบคดีฆาตกรรมต่อเนื่องลึกลับ ความสามารถพิเศษนี้ จึงนำมาสู่การไขความลับของคดีฆาตกรรมปริศนา ประเภทซีรีย์ : ลึกลับ จำนวนตอนซีรีย์ : 32 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : MBC TV, Viu เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : 22 มกราคม - 12 มีนาคม 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/YT9Z5QLjemQ 4. ซีรีส์เกาหลี 2020 - Itaewon Class เรื่องย่อ : ความแค้นฝังใจในวัยเด็กของ พัคแซรอย (พัคซอจุน) ทำให้เขาเดินหน้าตั้งเป้าทำลายบริษัทจางกาของจางแดฮี และ จางกึนวอน สองพ่อลูกต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องโดนไล่ออกจากโรงเรียน พ่อต้องตกงานและจากอย่างไม่มีวันกลับ ทำให้ชีวิตของเขาตกอับถึงขั้นเข้าคุก หลังจากถูกปล่อยตัว พัคแซรอยจึงตัดสินใจเปิดร้านอาหารในอิแทวอน และได้พบกับ โจอีซอ (คิมดามิ) สาวคนดังบอกโลกโซเชียลที่มารับหน้าที่ผู้จัดการร้านอาหาร ประเภทซีรีย์ : ดราม่า, โรแมนติก จำนวนตอนซีรีย์ : 16 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : JTBC, Netflix เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : 31 มกราคม - 21 มีนาคม 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/NeaHNQJ1kCo 5. ซีรีส์เกาหลี 2020 - My Holo Love เรื่องย่อ : แน่นอนว่าซีรีส์เกาหลี 2020 ต้องมาพร้อมความล้ำหน้าด้านเทคโนโลยี เรื่องราวความรักของ ฮันโซยอน (โกซองฮี) สาวโสดที่รักความสันโดษเป็นที่สุด! แถมยังพ่วงโรคประหลาดที่เรียกว่าภาวะไม่รู้ใบหน้า จนกระทั่งมาพบกับโฮโลกลาส แว่นตาวิเศษที่สวมใส่แล้วจะมี โฮโล ปัญญาประดิษฐ์ส่วนตัวที่รูปร่างหน้าตาเหมือนผู้พัฒนาโปรแกรม โกนันโด (ยุนฮยอนมิน) ที่โผล่มาคอยเป็นผู้ช่วยแก้ไขสารพัดปัญหาในชีวิต เมื่อฮันโซยอนเริ่มมีใจให้โฮโล โกนันโดที่คอยแอบมองเธอผ่านสายตาของโฮโลก็เริ่มมีใจให้ฮันโซยอน ความรักสามเศร้าระหว่าง โฮโลแกรม และมนุษย์จึงเกิดขึ้น ประเภทซีรีย์ : โรแมนติก จำนวนตอนซีรีย์ : 12 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : Netflix เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : 7 กุมภาพันธ์ 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/iBnc0x3t-hs 6. ซีรีส์เกาหลี 2020 - Hi Bye, Mama! เรื่องย่อ : หลังจากที่ ซายูริ (คิมแทฮี) เสียชีวิตจากอุบัติเหตุไปเมื่อ 5 ปีก่อน โจควังฮา (อีคยูฮยอง) ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชายด้านการผ่าตัดทรวงอกก็จมอยู่กับเศร้า จนบุคลิกเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แต่จู่ๆ ภรรยาของเขาก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง โดยครั้งนี้ ซายูริ จะมีโอกาสกลับมาเป็นมนุษย์เพียงแค่ 49 วันเท่านั้น ที่จะกลับมาเติมเต็มความรักให้กับครอบครัว และลูกสาวของเธอ โดยซีรีส์เรื่องนี้ถือเป็นการคัมแบ็กสู่งานแสดงของ คิมแทฮี อีกครั้ง หลังจากห่างหายจากผลงานการแสดงมานานหลายปี เรื่องนี้จึงกลายเป็นซีรีส์เกาหลี 2020 ที่น่าจับตามองมากอีกๆ เรื่องนึงเลย ใครที่ชอบซีรี่ย์แนวแฟนตาซี ครอบครัว เรื่องนี้เราแนะนำ ประเภทซีรีย์ : แฟนตาซี, คอมเมดี้ จำนวนตอนซีรีย์ : 16 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : tvN, Netflix เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : 22 กุมภาพันธ์ - 12 เมษายน 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/1EWJt4L58UM 7. ซีรีส์เกาหลี 2020-When the Weather is Fine เรื่องย่อ : เติมความอบอุ่นละมุนใจกับซีรีส์เกาหลี 2020 ฟีลกู้ดเรื่องใหม่ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายเรื่องดัง ฮเยวอน (พัคมินยอง) นักเชลโล่ต้องพบเจอกับเรื่องเจ็บปวดหัวใจ และเบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตในกรุงโซล ตัดสินใจย้ายกลับไปใช้ชีวิตในเมืองเล็กๆ ที่เธอจากมา การกลับมายังบ้านเกิดครั้งนี้ ทำให้เธอได้พบเจอกับเพื่อนเก่าในวัยเด็กอย่าง อิมอึนซอบ (ซอคังจุน) เจ้าของร้านหนังสือ Goodnight ผู้ดำเนินชีวิตไปอย่างเรียบง่าย จิบกาแฟ อ่านหนังสือ และบันทึกเรื่องราวต่างๆ ลงบล็อก ประเภทซีรีย์ : Romance จำนวนตอนซีรีย์ : 16 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : JTBC, Viu เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : 24 กุมภาพันธ์ - 14 เมษายน 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/kid-VBOJpu8 8. ซีรีส์เกาหลี 2020 - Hospital Playlist เรื่องย่อ : เรื่องราวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ถูกสะท้อนผ่านชีวิต ความสัมพันธ์ของ 5 หมอเพื่อนซี้ที่นิสัยต่างกัน แต่กลับสนิทสนมกันมา 20 ปี กอดคอกันเรียนมาตั้งแต่ปี 1999 และ ได้มาทำงานในโรงพยาบาลเดียวกัน ภายใต้ฝีมือการกำกับของผูเกำกับฝีมือดีอย่าง ชินวอนโฮ (ซีรีส์ตระกูล Reply และ Prison Playbook) แถมยังเป็นการโคจรมาเจอกันของนักแสดงระดับเทพอย่าง ยูยอนซอก จองคยองโฮ และโจจองซอกทั้งที แฟนๆ ซีรีส์เกาหลีแนวการแพทย์ห้ามพลาด! ประเภทซีรีย์ : Drama จำนวนตอนซีรีย์ : 16 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : tvN เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : 12 มีนาคม - 28 พฤษภาคม 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/ulf9PtJjVjc 9. ซีรีส์เกาหลี 2020 - Kingdom 2 เรื่องย่อ : หลังจากที่ซอมบี้ยุคโชซอนเคยสร้างความน่ากลัวไว้ จนใครๆ ก็ติดกันทั่วบ้านทั่วเมืองไปแล้วในซีซั่น 1 Kingdom 2 กลับมาสานต่อเรื่องราวที่คั่งค้างไว้ในซีซั่น 1 ที่รับรองว่าสนุก ระทึกใจเหมือนเดิน เพิ่มเติมคือเรื่องราวที่เข้มข้นขึ้น ทั้งความสัมพันธ์ทางการเมืองขององค์รัชทายาท แม่เลี้ยงและโจฮักจู และภารกิจปกป้องเมืองซังจูจากฝูงซอมบี้ พร้อมการหาวิธีรักษาโรคระบาดและการสูญพันธุ์ซอมบี้ ประเภทซีรีย์ : ประวัติศาสตร์, แฟนตาซี, ระทึกขวัญ จำนวนตอนซีรีย์ : 6 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : Netflix เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : 13 มีนาคม 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/HlmkL65a6QI 10. ซีรีส์เกาหลี 2020 - Find Me in Your Memory/ The Man’s Memory เรื่องย่อ : สายโรแมนติกเตรียมตัวรับความหวานของซีรีส์เกาหลี 2020 กันได้เลย กับเรื่องราวความรักระหว่างผู้ประกาศข่าวหนุ่มที่มีภาวะ Hyperthymesia ที่สามารถจำรายละเอียดของทุกประสบการณ์ในชีวิตได้มากมาย อีจองฮุน (คิมดงอุก) และ ยอฮาจิน (มุนกายอง) หญิงสาวที่ลืมเรื่องราวในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิตไป สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ นอกจากจะได้ 2 นักแสดงนำที่น่าสนใจแล้ว จะเป็นการเดบิวต์ในฐานะนักแสดงครั้งแรกของ อีจินฮยอก ที่จะมารับบทเป็น โจอิลควอน นักข่าวน้องใหม่ในเรื่องด้วย ประเภทซีรีย์ : Melodrama, romance จำนวนตอนซีรีย์ : 32 สามารถรับชมซีรีย์ได้ตามช่องทาง : MBC TV, Viu เริ่มฉายซีรีย์วันที่-สิ้นสุดวันที่ : 18 มีนาคม - 7 พฤษภาคม 2563 ตัวอย่างซีรีย์: https://youtu.be/fqdXe-ILHMI นอกจาก 10 เรื่องที่กำลังลงจอ และเตรียมลงจอมาเสิร์ฟความฟินให้คอซีรีส์เกาหลีได้สนุกกันแล้ว ยังมีซีรีส์เกาหลี 2020 เรื่องอื่นๆ ที่มีแพลนเตรียมลงจออีกเพียบ ทั้ง The King: The Eternal Monarch นำแสดงโดย ลีมินโฮ School 2020 ที่ได้ คิมโยฮัน มาร่วมแสดง และการกลับมาของคิมซูฮยอนใน Phycho But It’s Okay งานนี้บอกได้คำเดียวว่าวงการซีรีส์เกาหลี 2020 น่าดูมากแม่!
รู้ไว้ไม่เสียหาย แมลงกินเนื้อที่ญี่ปุ่น พร้อมวิธีป้องกัน
พาพร้อม
รู้ไว้ไม่เสียหาย แมลงกินเนื้อที่ญี่ปุ่น พร้อมวิธีป้องกัน
เป็นข่าวดังกันอยู่พักใหญ่ เกี่ยวกับข้อข้องใจเรื่องแมลงกินเนื้อที่ญี่ปุ่น เพราะเนื่องจาก กรณี บอย-ปกรณ์ ที่ต้องรีบเข้ารับการผ่าตัดด่วนหลังถูกแมลงกินเนื้อกัดที่ประเทศญี่ปุ่นจากการลงแช่ออนเซ็นที่ญี่ปุ่น แล้วเกิดอาการคัน แต่แผลอักเสบและลามถึง 2 ฝ่ามือหลังกลับจากไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น ซึ่งข่าวนี้อาจจะทำให้ใครหลายคนที่จะกำลังเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นหวั่นใจกันหน่อยๆ แต่อย่าเพิ่งตกใจกันครับ เพราะมันมีวิธีป้องกันและวิธีรักษามานานแล้ว ซึ่งวันนี้ ทัวร์ครับ เราก็ได้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับแมลงกินเนื้อที่ญี่ปุ่นหรือโรคเนื้อเน่ามาให้ได้อ่าน จะได้ไปทัวร์เที่ยวญี่ปุ่นกันแบบสบายใจหายห่วง ตามไปอ่านกันเลย บอกตามตรงเลยว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนไทยประสบเหตุการณ์แบบเดียวกันกับคุณบอย-ปกรณ์ ของเราครับ หลายคนอาจจะรู้จัก การเกิดโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน หรือที่ติดหูกันว่า แมลงกินเนื้อคน กันมาคร่าวๆบ้างแล้ว ซึ่งล่าสุด นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมาบอกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยปกติคนที่ถูกแมลงกัดจะมีอาการอยู่ประมาณ 4 แบบ 1. แมลงที่กัดแล้วมีบาดแผล มีอาการ ปวดแสบ ปวดร้อน มีอาการอยู่ 2-3 วันก็จะหายเป็นปกติ 2. แมลงบางประเภท อาจจะทำให้คนที่ถูกกัดหรือต่อยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันที่ไวเกินเกิด ภาวะแพ้อย่างรุนแรงถึงขั้นช็อค หายใจไม่ออกเพราะหลอดลมหายใจหดเกร็ง ต้องรีบพาไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด 3. แมลงบางชนิดมีสารพิษในตัว เช่น แมลงก้นกระดก หากกัดแล้วปัดทิ้งธรรมดาจะเจ็บปวดเป็นปกติ แต่ถ้าตบ ตัวแมลงก้นกระดกแตกออกจะมีสารพิษออกมาสัมผัสผิวหนังทำให้ระคายเคือง เป็นผื่น มีตุ่มน้ำ เจ็บปวด แสบร้อน มีอาการคันร่วมด้วย 4. แมลงบางประเภทกัด ต่อยจะปล่อยวัสดุบางอย่างเข้ามาในร่างกาย เช่น ผึ้ง ต่อ จะปล่อยเหล็กใน ซึ่งถือเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ร่างกายพยายามขับออก ถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนจะกลายเป็นฝี เป็นหนองได้ สาเหตุของการเกิดโรคเนื้อเน่า หรือ โรคแมลงกินเนื้อ สาเหตุของการเกิดโรคแมลงกินเนื้อคนนั้น หากมาจากแมลง มักจะเป็นแมลงที่กัดแล้วเกิดรู และรอยแดงบนผิวหนัง เมื่อถูกแมลงกัดเข้าไปที่ผิวหนัง ผิวหนัง และหากปล่อยละเลยไว้ แบคทีเรียจะค่อยๆ เข้าไปทำลายเนื้อเยื่อ จนทำให้เลือดเลี้ยงผิวหนังบริเวณนั้นๆ ไม่เพียงพอ ส่งผลให้กล้ามเนื้อตาย และเชื้อแบคทีเรียก็จะเข้าแสเลือดและลามไปทั่วร่างกาย ถ้าติดเชื้อลึกลงไปถึงใต้ชั้นเนื้อเยื่อพังผืด เข้าไปที่กล้ามเนื้อ เชื้อจะมีความรุนแรง ไปทำลายเนื้อเยื่อ ทำให้เส้นเลือดดำ เส้นเลือดแดงเสียหาย การส่งเลือดไปเลี้ยงไม่ดี ทำให้เกิดเนื้อตาย และเชื้อแบคทีเรียตัวนั้นก็ยังเกาะอยู่ที่บริเวณเนื้อตาย ถ้าไม่รีบรักษาบริเวณที่เนื้อตายจะขยายวงกว้างและอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ น่ากลัวอยู่นะครับ อาการของโรคแมลงกินเนื้อหรือโรคเนื้อเน่า ระยะแรกหลังการติดเชื้อภายใน 1 วัน ผู้ป่วยอาจมีอาการเจ็บป่วยที่ไม่รุนแรง ดังนี้ ผิวหนังบริเวณรอบ ๆ บาดแผลร้อนหรือมีสีแดง รู้สึกปวดบาดแผลมากผิดปกติ บริเวณที่เกิดการติดเชื้อเกิดการเปลี่ยนสี หรือมีของเหลวซึมออกมา มีตุ่มแดงเล็ก ๆ ถุงน้ำ จุดดำ หรือความผิดปกติอื่น ๆ เกิดขึ้นบนผิวหนังร่วมกับเกิดความเจ็บปวดบริเวณดังกล่าว ซึ่งอาการบนผิวหนังมักกระจายออกไปและทำให้รู้สึกเจ็บปวดมากแบบไม่สัมพันธ์กับแผล ตึงบริเวณกล้ามเนื้อ มีอาการคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่ เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ เป็นต้น มีภาวะขาดน้ำ โดยมีอาการ เช่น กระหายน้ำ ปัสสาวะน้อย หลังจากนั้น เมื่อติดเชื้อไปแล้ว 3-4 วัน ผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรงมากขึ้น เช่น บริเวณที่เกิดการติดเชื้ออาจมีอาการบวม มีผื่นสีม่วงขึ้น หรือมีตุ่มน้ำสีเข้มที่ส่งกลิ่นเหม็น ผิวหนังอาจเกิดการเปลี่ยนสี และเนื้อเยื่อที่ตายแล้วอาจหลุดลอกออก เป็นต้น และเมื่อการติดเชื้อเข้าสู่วันที่ 4-5 ผู้ป่วยอาจมีภาวะวิกฤติ ได้แก่ ความดันโลหิตต่ำ ช็อค หรือหมดสติได้ การป้องกัน โรคเนื้อเน่า หากเกิดบาดแผล ให้ห้ามเลือดทันทีแล้วทำความสะอาดบริเวณนั้นโดยเปิดให้น้ำไหลผ่านบาดแผล จากนั้นจึงซับด้วยผ้าสะอาดให้แห้ง ปิดบาดแผลด้วยวัสดุที่ปลอดเชื้อ เช่น พลาสเตอร์ หรือผ้าพันแผล เป็นต้น และเปลี่ยนผ้าพันแผลเมื่อเปียกน้ำหรือสกปรก เพื่อให้แผลแห้งและสะอาดอยู่เสมอ ไม่ควรแช่ตัวในอ่างอาบน้ำหรือว่ายน้ำในช่วงที่มีบาดแผลตามร่างกาย หากถูกแมลงกัด ให้หมั่นสังเกตตัวเอง ถ้าพบว่ามีบาดแผล ที่มีอาการปวดบวมแดง หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆหรือไม่ ถ้าเกิดมีแผลที่บริเวณที่ถูกแมลงกัด ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาทันที ก่อนที่โรคจะมีการลุกลามติดเชื้อรุนแรงมากกว่าเดิม โดยในระหว่างที่มีอาการผิดปกติบริเวณผิวหนังก่อนเดินทางไปพบแพทย์ ควรดูแลรักษาทำความสะอาดผิวหนังบริเวณนั้นให้ดีที่สุด อย่าปล่อยละเลยนะครับเพราะถ้าติดเชื้อขึ้นมาล่ะก็เรื่องใหญ่แน่นอนครับ สรุปง่ายๆ ก็คือโรคแมลงกินเนื้อหรือโรคเนื้อเน่านี้ไม่ใช่โรคใหม่ ในประเทศไทยมีรายงานคนป่วยโรคเนื้อเน่าปีละประมาณ 100-300 คน ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ที่มีความเสี่ยงเกิดบาดแผลง่าย บริเวณที่เกิดปัญหาส่วนใหญ่คือเท้า และขา ซึ่งหลายรายมีประวัติกับการสัมผัสสารเคมี ที่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง เกิดบาดแผล ทำให้แบคทีเรียเข้าสู่ผิวได้ง่าย เพราะฉะนั้นโรคนี้ไม่เกี่ยวกับการไปเที่ยวญี่ปุ่นแต่อย่างไหน สบายใจหายห่วง
รู้ไว้ก่อนไม่พลาด เที่ยวบาหลี เดือนไหนดี !?
พาพร้อม
รู้ไว้ก่อนไม่พลาด เที่ยวบาหลี เดือนไหนดี !?
บาหลี เป็นอีกหนึ่งพิกัดเมืองน่าเที่ยวของประเทศอินโดนีเซียอันทรงเสน่ห์ ชวนค้นหา น่าหลงใหลใกล้ ๆ เมืองไทย ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ น่าเที่ยวมากมาย อีกทั้งยังมีลักษณะภูมิประเทศ และภูมิอากาศที่ค่อนข้างเมืองไทยอีกด้วย ทำให้การเดินทางไปยังบาหลีนั้นทั้งง่าย และสะดวกสบาย แถมสถานที่ท่องเที่ยวก็เยอะ และหลากหลายบรรยากาศมากอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็น สถาปัตยกรรมขลัง ๆ อลังการสุดคลาสสิค บรรยากาศท้องทะเลสวย ๆ ชิลล์ ๆ ทุ่งนาขันบันไดบนขุนเขาสีเขียวสุดโรแมนติก และชุนชมเล็ก ๆ น่ารัก ๆ เป็นมิตร เป็นกันเองสุด ๆ เป็นต้น ที่ทำให้บาหลีเป็นพิกัดท่องเที่ยวชิค ๆ ที่เป็นที่จับตามองจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ว่าแต่ตั้งใจวางแผนจะเที่ยวแล้วทั้งที จะให้ดีต้องตามมาส่องทางนี้เลย กับ “เที่ยวบาหลีเดือนไหนดี” ไปดูกันเลย แต่ถ้าได้ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเที่ยวบาหลีแบบที่ใช่ในสไตล์คุณแล้วละก็ เพียงเท่านี้ก็พร้อมเตรียมตัวออกเดินทางกันได้แล้ว เพราะสำหรับเรื่องอื่น ๆ แล้ว วางใจปล่อยให้เป็นหน้าที่ของมืออาชีพอย่าง ทัวร์ครับเว็บไซต์ที่รวบรวมทัวร์ที่ดีที่สุดไว้ให้คุณ จองทัวร์เที่ยวบาหลี กับ ทัวร์ครับ เพียงแค่คลิก บาหลี เป็นเกาะเล็ก ๆ ของประเทศแบบหมู่เกาะอย่างอินโดนีเซีย มีพื้นที่เพียง 5,620 ตารางกิโลเมตร ชาวเมืองมีวิถีชีวิตเรียบ ๆ ง่าย ๆ อย่างมีสไตล์เป็นของตัวเอง ในฉบับชาวฮินดูพื้นเมืองท้องถิ่น ที่มีสภาพภูมิอากาศคล้ายภาคใต้ของเมืองไทย คือมีฝนตกชุกเกือบตลอดทั้งปี แบบป่าฝนเขตร้อน และมีอุณหภูมิค่อนข้างสูง อุณหภูมิค่อนข้างคงที่ประมาณ 26 องศาเซลเซียสโดยเฉลี่ย ซึ่งบริเวณที่ราบสูงบนภูเขาจะมีอากาศหนาวเย็นกว่าที่ราบทางชายฝั่งทะเลประมาณ 5 องศาเซลเซียส มีลมมรสุมประจำปีที่ทำให้บาหลีนั้นมีเพียง 2 ฤดูเท่านั้น คือ ช่วงฤดูร้อน และ ช่วงฤดูฝน ช่วงฤดูร้อน (เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม) ในประมาณช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม จะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ราว ๆ 23 - 31 องศาเซลเซียส แม้จะมีอุณหภูมิต่ำกว่าในช่วงฤดูฝน แต่ช่วงนี้จะมีสภาพอากาศแบบร้อนชื้น โดยช่วงที่มีโอกาสร้อนที่สุดคือ ราว ๆ เดือนตุลาคม และในช่วงเดือนมิถุนายนเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด คือ เป็นช่วงที่ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีฝนตกเลย และอากาศไม่ร้อนมากนัก เหมาะแก่การท่องเที่ยวบาหลีเป็นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวทางทะเล การท่องเที่ยวตามภูเขา น้ำตก โบราณสถาน หรือสถาปัตยกรรมเก่าแก่ต่าง ๆ รวมไปจนถึงการเดินเท้าเที่ยวชมภูเขาไฟ Bromo อันโด่งดัง สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำช่วงฤดูร้อน : Ubud, Bromo, Tanah Lot Temple, Uluwatu Temple และ Sekumpul Waterfall กิจกรรมแนะนำในช่วงฤดูร้อน : ชมวิวทุ่งนา นาขั้นบันได้ เที่ยวชมภูเขาไฟ Bromo เที่ยวชมโบราณสถานสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ช่วงฤดูฝน (เดือนพฤศจิกายน – เมษายน) ประมาณเดือนพฤศจิกายน - เมษายน และจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยที่ราว ๆ 26 - 35 องศาเซลเซียส แต่มีอากาศค่อนข้างเย็นสบายในช่วงที่มีฝนตก และเป็นช่วงที่มีคลื่นลมแรง คลื่นในทะเลมีลักษณะเป็นคลื่นระลอกลูกใหญ่ ๆ เหมาะแก่การโต้คลื่นเป็นที่สุด จึงทำให้ช่วงฤดูฝนเป็นหน้า High Season ของนักเซิร์ฟจากทั่วทุกมุมโลก ที่พร้อมใจกันมาเช็คอินที่สวรรค์ของโต้คลื่นแห่งนี้ โดยในช่วงเดือนเมษายน เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาน่าเที่ยวของบาหลี ซึ่งแม้ว่าอาจจะมีฝนตกบ้างเล็กน้อย แต่เป็นช่วงเวลาที่มีสภาพอากาศค่อนข้างดี อีกทั้งยังเป็นช่วงที่ค่าที่พักราคาไม่สูงมากนักอีกด้วย สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำช่วงฤดูฝน : Tergalalang Rice Terrace วัดเบซากีห์ (Pura Besakih) และ หาดคูต้า (Kuta Beach) กิจกรรมแนะนำในช่วงฤดูฝน : Bali Swing กิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ การดำน้ำดูปะการัง การเล่นกระดานโต้คลื่น นั่งเรือจังโกลานชมโลมา ครบกันไปแล้วกับ “เที่ยวบาหลีเดือนไหนดี” ที่รวบรวมข้อมูลการท่องเที่ยวบาหลีในแต่ละช่วงเวลาเอาไว้ให้แบบจัดเต็ม ได้ช่วงเหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวบาหลีที่ใช่ในฉบับของตัวเองกันแล้ว ก็อย่าลืมเตรียมพร็อพ เตรียมเสื้อผ้า เตรียมอุปกรณ์การเที่ยวที่ลงตัวสำหรับทริปบาหลีคราวนี้กันไว้ด้วยนะ นอกจากจะได้เที่ยวบาหลีแบบฟิน ๆ กันแล้ว จะได้รูปทริปบาหลีชิค ๆ ติดมือกลับมากันอีกด้วย ได้เที่ยวบาหลีฟิน ๆ ใช้งบน้อยได้รูปเยอะ คือดีย์แน่นอน ... พูดเลย
คู่มือ เตรียมตัวก่อนไปเที่ยวออสเตรเลีย ฉบับ 2020
พาพร้อม
คู่มือ เตรียมตัวก่อนไปเที่ยวออสเตรเลีย ฉบับ 2020
ออสเตรเลีย ดินแดนอันทรงเสน่ห์แห่งท้องทะเล แสงแดด และธรรมชาติ กับทัศนียภาพสุดอลังการน่าประทับใจ ท่ามกลางอากาศดี ๆ ของเมือง และมิตรภาพของผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมที่เป็นกันเลย ที่ทำให้พิกัดเที่ยวแห่งนี้กลายเป็นปลายทางสุดฮิตยอดนิยมในเช็คลิสต์ของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก กับทวีปที่เล็กที่สุดในโลกทางซีกโลกใต้ที่ตั้งอยู่บนเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ว่าแล้วปี 2020 นี้นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการออกเที่ยวออสเตรเลียกันสักที ยิ่งข่าวไฟป่าในออสเตรเลียที่เพิ่งดับไปด้วยแล้ว ยิ่งต้องรีบไปให้กำลังใจเหล่าน้องหมีโคอาล่าแสนน่ารักกันสักหน่อย แต่ก่อนออกเที่ยวออสเตรเลียต้องตามมาส่องทางนี้กันก่อนเลย กับ “คู่มือ เตรียมตัวก่อนไปเที่ยวออสเตรเลีย ฉบับ 2020” ส่วนสายชิลล์ที่ต้องการความสะดวกสบายและกำลังมองหาทัวร์ออสเตรเลีย ขอปล่อยผ่านข้อมูลเกี่ยวกับออสเตรเลียไปก่อน ให้มืออาชีพที่เชื่อถือได้เตรียมการให้ดีกว่า แล้วค่อยไปศึกษาข้อมูลจากกูรูไป เที่ยวไปเพลิน ๆ ระหว่างเที่ยวทีเดียวเลย ว่าแล้วมองหาทัวร์ออสเตรเลียมาทางนี้เลย ทัวร์ครับเว็บไซต์ที่รวบรวมทัวร์ที่ดีที่สุดไว้ให้คุณ จองทัวร์ออสเตรเลีย กับ ทัวร์ครับ คลิกที่นี่ 1.การขอวีซ่าออสเตรเลีย ก่อนอื่นเลยก็ต้องมีวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลียก่อน สำหรับการขอวีซ่าเข้าประเทศออสเตรเลียนั้นมีหลายประเภทด้วยกัน ทั้งเดินทางทำธุรกิจ เดินทางเพื่อศึกษาต่อ หรือเดินทางเพื่อท่องเที่ยวและทำงาน โดยในส่วนของวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยวออสเตรเลียนั้น ต้องเลือกเป็นการขอวีซ่าประเภทท่องเที่ยว หรือ Visitor Subclass 600 มีขั้นตอนและเอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่าไม่ต่างกับการขอวีซ่าเข้าประเทศอื่น ๆ ทั้งยังสะดวกสบายด้วยการยื่นแบบฟอร์มออนไลน์ได้ด้วย หรือจะยื่นด้วยตนเองที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (VFS)ก็ได้ ราคาค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าท่องเที่ยวทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 4,350 บาท กับขั้นตอนเพียง 4 ขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ เตรียมเอกสาร สมัครพร้อมกรอกข้อมูลวีซ่าออนไลน์ เก็บข้อมูล Biometric ที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (VFS) และสุดท้ายคือรอรับผลวีซ่าทางอีเมล์ เพียงเท่านี้ก็สามารถเดินทางเที่ยวออสเตรเลียอย่างถูกต้องได้แล้ว ชิลล์ ๆ 2.การเดินทาง สนามบิน และเที่ยวบิน เรื่องถัดมาหลังจากวีซ่าผ่านเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นเรื่องการศึกษาข้อมูลการเดินทางเป็นสิ่งต่อมาที่ควรรู้ โดยควรต้องศึกษาข้อมูลการเดินทางเอาไว้ ตั้งแต่เรื่องข้อมูลของสนามบิน เพราะบางเมืองในออสเตรเลียโดยเฉพาะเมืองใหญ่ ๆ อาจมีสนามบินมากกว่าหนึ่งสนามบิน จึงต้องรู้ด้วยว่าสายการบินที่เราใช้เดินทางนั้น เครื่องลงที่สนามบินไหน จะได้นัดหมายกับรถ หรือพนักงานโรงแรมที่มารอรับได้ถูกต้อง รวมถึงจะได้วางแผนการเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองด้วยตัวเองได้ด้วย สำหรับการเดินทางในออสเตรเลียนั้นค่อนข้างสะดวกสบาย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ๆ ที่มีทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน รถราง รถโดยสารประจำทาง และเรือเฟอร์รี่ให้บริการ แต่สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างเมืองส่วนมากนิยมเช่ารถขับเที่ยว โดย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ขนาดเล็กแบบ Eco Car หรือจะเป็นแบบรถบ้านที่จะช่วยประหยัดเรื่องค่าที่พักระหว่างทางไปในตัวเลยอีกด้วย โดยราคารถเช่าแบบรถบ้านจะตกอยู่ที่ราว ๆ 60 AUD ต่อวัน 3.ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ สภาพอากาศ และเวลา ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ กินพื้นที่กว้างขวาง ครอบคลุมภูมิประเทศที่หลากหลาย ทั้งชายหาด ท้องทะเล ไปจนถึงทะเลทราย โดยมีสภาพอากาศตั้งแต่อากาศแบบเขตร้อนไปจนถึงอากาศแบบอบอุ่น พื้นที่ ๆ ร้อนที่สุดอยู่ทางตอนเหนือของประเทศมีอุณหภูมิสูงที่สุดประมาณ 33 – 35 องศาเซลเซียส และพื้นที่ ๆ มีอากาศหนาวเย็นที่สุดอยู่ที่เกาะแทสเมเนียทางตอนใต้สุดของประเทศ โดยช่วงที่อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 0 – 12 องศาเซลเซียส ทั้งนี้แต่ละภูมิภาคของประเทศออสเตรเลียยังมีช่วงเวลาที่แตกต่างกัน โดยมีเวลาเร็วกว่าเวลาในเมืองไทยตั้งแต่ 1 – 4 ชั่วโมงขึ้นกับพื้นที่ เมืองทางฝั่งตะวันตกอย่างเพิร์ทเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง ทางเหนือและตอนกลางเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมงครึ่ง ทางตะวันออกเฉียงเหนือเร็วกว่าไทย 3 ชั่วโมง ทางตอนใต้เร็วกว่าไทย 3 ชั่วโมงครึ่ง และทางตะวันออกเฉียงใต้อย่างเมลเบิร์นเร็วกว่าไทยถึง 4 ชั่วโมง ในเรื่องของฤดูกาลนั้น ออสเตรเลียมีอยู่ 4 ฤดูกาลด้วยกัน คือ ฤดูใบไม้ผลิ (ช่วงเดือนกันยายน ถึงพฤศจิกายน) เป็นช่วงที่อากาศเย็นสบายกำลังดี ดิกไม้กำลังผลิบาน ในช่วงอุณหภูมิประมาณ 14 – 23 องศาเซลเซียส ฤดูร้อน (ช่วงเดือนธันวาคม ถึงกุมภาพันธ์) เป็นช่วงที่อากาศร้อนที่สุดและแห้งแล้ง มีอุณหภูมิประมาณ 20 – 27 องศาเซลเซียส ฤดูใบไม้ร่วง (ช่วงเดือนมีนาคม ถึงพฤษภาคม) เป็นช่างที่อากาศเริ่มเย็นลง อุณหภูมิลดลงอยู่ในช่วง 12 – 20 องศาเซลเซียส แต่เมืองทางตอนใต้จะเป็นช่วงที่มีฝนตกชุกในช่วงนี้ และสุดท้ายฤดูหนาว (ช่วงเดือนมิถุนายม ถึงสิงหาคม) มีอุณหภูมิประมาณ 8 - 17 องศาเซลเซียส อากาศจะเริ่มหนาวเย็นและมีหิมะตกบริเวณเทือกเขาสูง ด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่หลากหลายของออสเตรเลีย ใครที่วางแผนจะเดินทางเที่ยวเมืองไหนในออสเตรเลียก็อย่าลืมตรวจสอบเรื่องเวลาที่แตกต่างกัน อุณหภูมิ และฤดูกาลกันให้ดีก่อนเดินทาง ยิ่งถ้าต้องเดินทางเที่ยวหลากเมืองด้วยแล้ว ยิ่งต้องหาข้อมูลกันให้ดี ๆ จะได้เตรียมตัว เตรียมเสื้อผ้ากันได้ถูก 4.ค่าใช้จ่ายในออสเตรเลีย เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ออสเตรเลีย เป็นหนึ่งประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกติดอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ อัตราค่าเงินออสเตรเลียดอลล่าร์ หรือ AUD กับเงินบาทไทยอยู่ที่ประมาณ 20.50 บาทต่อ 1 AUD (ขึ้นกับช่วงเวลา) สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายในออสเตรเลียนั้น ค่าอาหารในออสเตรเลียเฉพาะมื้อธรรมดา ๆ แบบประหยัดก็มีสนนราคาขั้นต่ำราว ๆ 10 AUD เป็นอย่างต่ำ หรือประมาณ 200 บาท ดังนั้นใครที่กำลังจะไปเที่ยวออสเตรเลียก็อย่าลืมคาดการเรื่องค่าใช้จ่ายระหว่างการท่องเที่ยวแบบเผื่อ ๆ เอาไว้หน่อยก็ดี หรือจะให้ Save ก็อย่าลืมติดบัตรเครดิตเอาไปไว้เผื่อด้วยสำหรับในเมืองใหญ่ แต่สำหรับในเมืองเล็ก ๆ ก็อาจจะต้องใช้จ่ายด้วยเงินสดเท่านั้น ฉะนั้นแลกเงินเผื่อ ๆ ไว้ด้วย โดยจะแลกเป็น AUD หรือ US ก็สามารถใช้ได้เหมือนกันในออสเตรเลีย 5.ที่พักในออสเตรเลีย ด้วยค่าครองชีพในออสเตรเลียที่สูงทีเดียว จึงส่งผลต่อเนื่องให้ค่าที่พักในออสเตรเลียค่อนข้างแพงตามไปด้วย แต่ออสเตรเลียก็มีที่พักให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ บริการพื้นที่จอดรถบ้าน ที่พักแบบเต้นท์ในเขตอุทยานต่าง ๆ หอพัก ที่พักแบบโฮมสเตย์ ห้องพักแบบ Shared apartment ไปจนถึงโรงแรมทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ แบบทั่ว ๆ ไปจนถึงหรูหราเว่อร์วังมาก โดยค่าที่พักแบบโรงแรมทั่ว ๆ ไปในออสเตรเลียมีราคาเริ่มต้นประมาณ 59 - 276 AUD หรือประมาณ 1,300 – 6,000 บาทต่อคืน ขึ้นกับพื้นที่ของแต่ละเมือง และความหรูหราและสิ่งอำนวยความสะดวก 6.ระบบไฟฟ้า ในโลกยุคดิจิตัลแบบทุกวันนี้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ที่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้า อย่าง สมาร์ทโฟน เป็นหนึ่งในสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย จึงควรต้องศึกษาเรื่องระบบไฟฟ้าของออสเตรเลียเอาไว้ด้วย ประเทศออสเตรเลียใช้ไฟฟ้าแบบเดียวกับเมืองไทย คือ ไฟฟ้ากระแสสลับ AC 240 – 250 V (50Hz) ดั้งนั้นอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดจากเมืองไทยจึงสามารถนำไปใช้ได้ แต่จะต้องเตรียม Adaptor ไปด้วย เพราะปลั๊กไฟในออสเตรเลียไม่เหมือนกับของบ้านเรา เนื่องจากที่ออสเตรเลียปลั๊กไฟจะมีลักษณะเป็นปลั๊ก 3 ตาแบบแบน 7.เทศกาลสำคัญ ๆ ที่น่าสนใจ และไม่ควรพลาดในออสเตรเลีย ด้วยลักษณะทำเลที่ตั้งของประเทศออสเตรเลีย ที่อยู่ในพื้นที่อากาศดี บรรยากาศปลอดโปร่ง อากาศบริสุทธิ์ ใกล้ชิดธรรมชาติ จึงทำให้ชาวออสเตรเลียมักนิยมงานอีเว้นท์ และเทศกาลกลางแจ้ง ที่จะได้ออกมาใช้ชีวิตกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติท้าทายแสงแดงของดวงอาทิตย์ สำหรับเทศกาลสำคัญ ๆ ของออสเตรเลียนั้นมีอยู่มากมาย แต่ขอหยิบยกเอาแบบที่เด็ด ๆ ห้ามพลาดมาแนะนำกัน ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง เทศกาล Vivid Sydney เทศกาลงานแสดงแสงสีเสียงสุดอลังการตระการตาบนแลนด์มาร์คสุดฮอตของออสเตรเลีย กับเทศกาล Vivid Sydney ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงราว ๆ ปลายเดือนพฤษภาคม ถึง กลางเดือนมิถุนายนของทุกปี กับการใช้เทคโนโลยีการฉายภาพลงบนตัวอาคารอันโดดเด่น ท่ามกลางบรรยากาศอันน่าประทับใจของปากอ่าวซิดนีย์ยามค่ำคืน Sydney New Year’s Eve เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่สุดอลังการติดระดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งจะจัดขึ้นทุกปีในวันที่ 31 ธันวาคม ที่บริเวณริมอ่าวซิดนีย์ ไม่ไกลจากแลนด์มาร์คอันโด่งดังอย่าง Sydney Opera House และ สะพาน Habour bridge เพียงเท่านี้ก็ครบหมดทุกเกร็ดความรู้เรื่องออสเตรเลียเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวออสเตรเลีย ฉบับปี 2020 กันแล้ว ที่เหลือก็แค่ลั้ลลา จดจ่อรอเวลาเดินทางเท่านั้นเอง Australia 2020 Let’s go …