ทัวร์ครับพาพร้อม
รวมวิธีเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง ให้เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้อย่างไร้กังวล
ไปถึงที่อย่าให้เสียชื่อคนไทย 4 มารยาทการชมซากุระที่ถูกต้อง แบบฉบับคนญี่ปุ่น
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
ไปถึงที่อย่าให้เสียชื่อคนไทย 4 มารยาทการชมซากุระที่ถูกต้อง แบบฉบับคนญี่ปุ่น
ทำไมต้องไปนั่งชิลๆ ใต้ต้นซากุระด้วย? หนึ่งในกิจกรรมที่คนส่วนใหญ่มักชอบทำกันในช่วงเมษายนนี้ก็คือ การได้ไปนั่งใต้ต้นซากุระสีชมพูขาวที่ดอกเยอะจนเปลี่ยนโลกนี้สู่ความสงบสุขนั่นเอง เพราะมันจะทำให้เราได้ใช้เวลาไปอย่างสบายๆ เพลิดเพลินกับการนั่งคุย นั่งเล่น กินขนมกันไป ทำนู่นทำนี่ไป ปล่อยตัวสู่ความเป็นธรรมชาติ แค่นอนรับลมเฉยๆ ก็ฟินมากแล้วล่ะครับเป็นบรรยากาศที่ปีหนึ่งจะหวนมาให้เราได้สัมผัสสักครั้งหนึ่งเท่านั้นเอง และที่สำคัญเลยนะ ความสวยงามของซากุระนี้จะคงอยู่แค่ 7-10 วันเท่านั้น ก่อนจะร่วงโรยดับไปไม่สวยเหมือนเดิม ดังนั้นจึงควรซึมซับบรรยากาศตรงนี้เอาไว้ให้มากที่สุด เก็บเกี่ยวประสบการณ์ความสวยงามครั้งนี้เอาไว้ในใจ โดยการมานั่งปิกนิกกันใต้ต้นซากุระนี่แหละครับถูกต้องที่สุดแล้ว แต่อย่าลืมนะว่าเข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม และนี่คือ 4 มารยาทในการชมซากุระที่เราต้องยึดตามแบบอย่าง และห้ามทำพลาดเด็ดขาด 1. ทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง อย่าลืมรักษาความสะอาดด้วย เพราะพื้นที่ในการรับชมซากุระนั้นมีจำกัดนะครับดังนั้นเราจึงต้องแบ่งสันปันส่วนให้กับใครหลายๆ คน ซึ่งเมื่อเราลุกออกไป พวกเศษขยะต่างๆ ที่เรากินเหลือทิ้งไว้ก็ต้องนำเก็บไปทิ้งด้วย และต้องรักษาความสะอาดเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ห้ามทำเลอะเทอะเด็ดขาดนะ จะกินอะไรก็ไม่มีใครว่าหรอกครับสำคัญคือต้องไม่ทำให้สิ่งแวดล้อมแย่ลงเนอะ เป็นมารยาทพื้นฐานง่ายๆ ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ เพราะถ้าเผลอทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางอาจโดนปรับเอาได้ง่ายๆ เลย แค่ทำตามขั้นตอนนี้ก็จะทำให้เที่ยวชมซากุระได้อย่างมีความสุขแล้วล่ะครับ 2. อย่าส่งเสียงดังโวยวายรบกวนชาวบ้าน เอาจริงๆ แค่นั่งคุยกันใต้ต้นซากุระนี่ก็มีความสุขและฟินมากแล้วนะครับเพราะมันเหมือนถูกดูดเข้าไปในอีกโลกหนึ่งที่มีทั้งความสวยงาม สงบ และน่าหลงใหล แต่ถึงแม้มันจะเป็นที่เปิดโล่งยังไง เราก็ห้ามส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้านเค้าเด็ดขาด เพราะตรงนี้ไม่ใช่พื้นที่ของเราคนเดียว ยังมีคนอื่นอีกมากมายที่หวังจะมาซึมซับบรรยากาศดีๆ แบบนี้ด้วยกัน เพราะฉะนั้นจะคุยกันก็เอาให้มันพอดี ไม่ส่งเสียงรบกวนคนอื่นๆ เค้านะครับคุยกันสบายๆ จะทำให้สภาพแวดล้อมน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลย ใครที่ดื่มแอลกอฮอล์ก็ปรามๆ ตัวเองนิดนึง หรือบอกให้เพื่อนช่วยสะกิดด้วยก็ได้ เพราะบางทีเราเองก็โวยวายมากไปแบบไม่รู้ตัว 3. จับจองพื้นที่ให้พอดีคน อย่าเยอะเกินไปจนน่าเกลียด เรื่องของการจองพื้นที่นั่งชมซมซากุระ ถึงแม้จะไม่มีใครออกกฎหมายกำหนดมาว่าต้องนั่งจองแค่ไหน แต่ให้รู้กันเองเป็นมารยาทแล้วกันเนอะว่า จองได้ แต่ให้จองแบบพอดีคนก็พอ เพราะทุกคนก็คงอยากได้ทำเลดีๆ กันทั้งนั้นแหละครับเอาไว้รับชมบรรยากาศดีๆ นั่งดื่ม นั่งกินกันแบบสบาย ยืดแข้งยืดขาได้ แต่ก็ต้องไม่เบียดเบียนคนอื่นด้วย เพราะช่วงเวลาในการรับชมซากุระนั้นปีหนึ่งมีแค่ไม่กี่วัน ถ้าพลาดบรรยากาศดีๆ แบบนี้ไปอาจจะต้องรอถึงปีหน้าเลย ดังนั้นจับจองพื้นที่กันอย่างพอดี และเผื่อแผ่ให้คนรอบข้างด้วยดีที่สุด ถือเป็นอีกหนึ่งมารยาทสำคัญที่ควรทำตามอย่างยิ่ง 4. ห้ามจับต้นซากุระเด็ดขาด เพื่อให้ธรรมชาติอยู่คู่กับเราไปนานๆ ข้อนี้หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนนะครับว่าเค้ามีกฎข้อห้ามนี้ด้วย แต่ขอให้นึกเอาไว้ว่าซากุระเองก็เป็นต้นไม้ที่มีชีวิตเหมือนกัน แถมค่อนข้างจะบอบบางมากเลยล่ะ เห็นต้นใหญ่แบบนี้แต่ต้องการการดูแลที่ดีมากนะ เพราะฉะนั้นเราห้ามเด็ดขาดเลย ห้ามเอามือไปแตะต้องต้นซากุระ หรือหักกิ่งเล่น รวมถึงห้ามนั่งทับหรือกางเสื่อปูนั่งกันบนรากของต้นซากุระ เพราะจะทำให้ต้นไม้ตายได้ อย่าคิดว่าเรื่องนี้มันโอเวอร์นะครับลองคิดดูว่าปีปีหนึ่งมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมต้นซากุระเหล่านี้กี่หมื่น กี่แสนคน แล้วถ้าทุกคนจับ ทุกคนโหนกิ่งมาถ่ายรูป ต้นซากุระจะบอบช้ำมากแค่ไหน ดังนั้นการรักษากฎระเบียบของสถานที่ก็เป็นอีกหนึ่งมารยาทที่ห้ามหลงลืม ทั้งหมดนี้ก็เป็นมารยาทพื้นฐานในการเยี่ยมชมซากุระที่เพื่อนๆ ต้องรู้เอาไว้ห้ามลืมเด็ดขาดเลยนะครับและสำหรับใครที่ไม่อยากพลาดการชมซากุระในฤดูใบไม้ผลิที่ออกดอกสวยมากที่สุดในปีนี้ ก็อย่าลืมมาจองทัวร์ญี่ปุ่นเที่ยวชมซากุระไปกับ ทัวร์ครับ ของเราได้เลย ช่วยให้เพื่อนๆ สบายใจขึ้นอีกเยอะ ไม่ต้องกลัวโรงแรมเต็ม ไม่ต้องกลัวจะหาของกินอร่อยๆ ไม่ได้ เพราะ ทัวร์ครับ จัดหาทั้งที่เที่ยวดีๆ ของฝากที่น่าสนใจ รวมถึงโรงแรมที่พักสุดหรู พร้อมของกินสุดอร่อยไว้ให้ทุกคนเรียบร้อยแล้ววววว อ่านต่อ บทความแนะนำ >>จองที่ชมซากุระอย่างไรให้ไม่โดนว่า !! 7 เคล็ดลับปูเสื่อนั่งปิกนิก “ชมซากุระ” ที่ญี่ปุ่น<<
จองที่ชมซากุระอย่างไรให้ไม่โดนว่า !! 7 เคล็ดลับปูเสื่อนั่งปิกนิก “ชมซากุระ” ที่ญี่ปุ่น
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
จองที่ชมซากุระอย่างไรให้ไม่โดนว่า !! 7 เคล็ดลับปูเสื่อนั่งปิกนิก “ชมซากุระ” ที่ญี่ปุ่น
การชมซากุระบานนี่เป็นความฟินอย่างหนึ่งเลยนะ ไม่ใช่แค่กับคนไทย แต่คนญี่ปุ่นที่ได้เห็นซากุระทุกปีเค้ายังชื่นชอบและนิยมทำกันมาจนถึงทุกวันนี้เลย เพราะเป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่ายมากๆ และฟื้นฟูสภาพจิตใจที่เหนื่อยล้าจากการทำงานมาตลอดทั้งปีได้เป็นอย่างดี แค่นั่งมองต้นซากุระ รับอากาศบริสุทธิ์ พร้อมนั่งเล่น นั่งคุยกันให้เวลาผ่านไปชิลๆ สายลมพัดเบาๆ ปัดความเหงา ความเหนื่อยให้หายไป เท่านี้ก็ฟินมากๆ แล้วล่ะครับ 1.อย่าจองพื้นที่เยอะมากเกินไป เพราะมีอีกหลายคนที่เค้าอยากดู เราไม่ใช่คนเดียวที่อยากดูซากุระเบ่งบาน แต่ยังมีเพื่อนๆ อีกมากที่เค้าก็ต้องการนั่งดูเพลินๆ ทำนู่นทำนี่ไปเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราอย่าจองพื้นที่มากเกินความจำเป็นเด็ดขาด มากี่คนก็จองเท่านั้นก็พอ อย่าถึงกับต้องปูกินพื้นที่เยอะๆ เลยครับแบ่งให้คนอื่นเค้าด้วย เพราะส่วนใหญ่แล้วพื้นที่ในการรับชมซากุระก็มีจำกัดด้วย ดังนั้นเผื่อแผ่ให้คนอื่นบ้างจะได้ไม่โดนหาว่าเสียมารยาทเนอะ 2.หาคนเฝ้าพื้นที่ไว้ด้วยล่ะ อย่าปูไว้แล้วก็เดินจากไป พอได้พื้นที่ดีๆ มีทำเลที่เหมาะสม ร่ม สบายแล้ว ก็ให้เพื่อนๆ ทำการปูเสื่อจองพื้นที่นั่งมองซากุระได้เลยครับแต่ต้องไม่ลืมนะว่า หลังจากปูเสร็จแล้วเนี่ยเราต้องมีคนเฝ้าที่เอาไว้ด้วยนะ ก่อนจะลุกไปถ่ายรูปเล่น หรือซื้อขนมมากิน เพราะเจ้าหน้าที่ที่นี่เค้าจะค่อนข้างซีเรียสนิดนึงตามระเบียบบ้านเค้านั่นแหละโดยถ้าเสื่อไหนที่ไม่มีคนอยู่เฝ้าเมื่อไหร่ เค้าจะทำการเก็บไปทันที เพื่อให้คนอื่นได้ใช้พื้นที่ต่อ 3.ศึกษากฎให้ดีๆ บางพื้นที่มีข้อห้ามด้วยนะ เวลาจะไปปูเสื่อปิกนิกชมซากุระต้องไม่ลืมศึกษากฎของแต่ละที่ไว้ด้วยนะครับเพราะบางที่เนี่ยเค้าก็จะมีกฎเฉพาะของเค้าเอง เช่น ห้ามปูเสื่อใกล้ต้นไม้มากเกินไป (เพราะอาจทำให้เรานั่งทับรากต้นซากุระ และส่งผลเสียต่อต้นไม้ได้) หรืออาจจะมีการเซฟพื้นที่ไว้ เป็นโซนห้ามเข้า ซึ่งก็ต้องตรวจสอบกฎข้อห้ามของสถานที่เหล่านั้นให้ดีๆ นิดนึงเนอะ จะได้ไม่เสียมารยาท 4.ปักหมุดให้ดี อย่าให้เสื่อปลิวไปเป็นภาระคนอื่น ไหนๆ ก็ได้พื้นที่มาไว้ชมซากุระแล้ว เพื่อนๆ ก็ต้องดูแลพื้นที่ของตัวเองดีๆ ด้วยนะครับอย่ากินขนม หรือทิ้งขยะหกเลอะเทอะ เพราะถึงมันจะอยู่บนเสื่อ แต่พอลุกขึ้นเก็บเสื่อแล้วมันก็อาจจะหกเปื้อนพื้นดินได้อยู่ดี ดังนั้นตรงส่วนของมุมทั้ง 4 ด้านของเสื่อให้เราหาหินแถวๆ นั้นมาวางทับเอาไว้ให้แน่นหนา หรือใครพร้อมหน่อยก็เตรียมหมุดมายึดเองก็ได้ (แต่ระวังอย่าให้โดนรากต้นไม้ล่ะ) การยึดมุมแบบนี้จะทำให้เสื่อไม่ปลิวกระเด็นไปรบกวนคนอื่น และช่วยให้เราปิกนิกได้ดีขึ้นนั่นเองครับ 5.ออกมาจองตั้งแต่เช้าเลย ไม่งั้นอาจพลาดที่ดีๆ ก่อนจะไปจองพื้นที่ชมซากุระแนะนำให้เช็กพยากรณ์อากาศและพยากรณ์ความเบ่งบานของต้นซากุระในละแวกนั้นดีๆ เลยค่ะ เพราะกิจกรรมนี้เป็นอะไรที่ชาวญี่ปุ่นเค้าตั้งหน้าตั้งตารอกันเลยนะ ดังนั้นหลายคนก็จะออกมาจับจองพื้นที่กันตั้งแต่คืนก่อนหน้าเลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเราคงไม่ไหวหรอกเนอะ เอาเป็นว่าตื่นเช้ามาค่อยรีบมาจองเนี่ยแหละค่ะเวิร์คสุด อย่าชะล่าใจรอบ่ายๆ เด็ดขาด เพราะจะไม่ทันการณ์และอดได้พื้นที่ของตัวเอง แบบนั้นน่าเสียดายแย่เลย 6.ระวังเจ้าอีกาตัวดี เพราะมันจะคอยขโมยทุกสิ่งอย่าง ช่วงเวลากลางวันเนี่ยให้ระมัดระวังอีกาเอาไว้ให้ดีเลยค่ะ เพราะมันเป็นสัตว์ขี้ขโมยมากๆ ยิ่งถ้าเราวางทั้งขนม นม เนยต่างๆ จองไว้เต็มพื้นที่ล่ะก็ เผลอแป๊บเดียวมันก็จะบินมาโฉบเอาไปแบบไม่ทันรู้ตัวเลย บางทีอาหารอยู่ในมือแท้ๆ มันยังกล้าบินมาจิกกินเลยนะคะ เพราะฉะนั้นเอาขนมเก็บไว้ในกระเป๋าให้มิดชิด แล้วค่อยหยิบออกมาตอนจะกินดีที่สุดค่ะ จะได้ไม่เจอแย่งให้เสียอารมณ์ด้วย 7.อย่าลืมนึกถึงการเข้าห้องน้ำด้วยนะ เพราะเวลามานั่งปิกนิกดูซากุระแบบนี้ เราคงไม่นั่งกันแค่ 5-10 นาทีแน่นอนค่ะ แต่นั่งกันหลายชั่วโมงชิลๆ ไปเลย ซึ่งระหว่างนั้นก็ต้องมีการลุกไปเข้าห้องน้ำอยู่แล้ว โดยตามจุดชมซากุระต่างๆ เค้าก็จะมีห้องน้ำไว้บริการ แต่แนะนำว่าควรตั้งแลนด์มาร์กของเราไว้ไม่ให้ชิดห้องน้ำเกินไป และไม่ไกลเกินไป เอาแบบพอดีๆ เพราะจะได้ไม่ต้องเดินไกล และไม่ต้องรำคาญคนเดินพลุกพล่านนั่นเอง สุดท้ายแล้วเพื่อนๆ ที่อยากจะชมซากุระแบบพลาดไม่ได้จริงๆ เนี่ย แนะนำให้เดินทางไปกับ ทัวร์ครับ ดีที่สุดนะคะ เพราะต้องขอเตือนไว้ก่อนนะว่าซากุระมันจะมีระยะเวลาในการเบ่งบานเต็มที่จริงๆ ก็แค่ 7 วันเท่านั้น ถ้าเราพลาดแล้วก็คือพลาดเลยนะ อดชมซากุระสวยๆ แน่นอน แต่ถ้าไปกับทาง ทัวร์ครับ เราจะมีการบุ๊กวันที่ดีต่อใจ และพาเพื่อนๆ ไปชมดอกซากุระที่เบ่งบานแบบสวยงามที่สุดอย่างแน่นอนค่ะ ทำให้วางใจได้เลยว่าการมาพักผ่อนครั้งนี้จะไม่ต้องเครียด หรืออดเห็นซากุระ ไม่ต้องห่วงเรื่องที่พัก และอาหารการกิน เพราะทางเราเตรียมบริการให้เพื่อนๆ เที่ยวได้แบบจุใจอย่างเดียว ไม่ต้องคำนึงถึงอะไรให้วุ่นวายเลย อ่านต่อ บทความ'ทัวร์ครับ'แนะนำ >>ให้มันเป็นสีชมพู! รวม 7 ขนมซากุระดีต่อใจ พร้อมกลิ่นอายของ‘ดอกซากุระ’<<
Hello Oppa! รวม 10 ซีรีส์เกาหลีสุดฟิน ดูแล้วอินสุดๆ!!
พาพร้อม
เกาหลี
Hello Oppa! รวม 10 ซีรีส์เกาหลีสุดฟิน ดูแล้วอินสุดๆ!!
วันนี้ทัวร์ครับ เลยขอเอาใจแฟนซีรีส์เกาหลีสักหน่อย ด้วยการคัดซีรีส์เกาหลีหลากหลายแนว ที่มีความสนุก ความฟิน มาแนะนำเพื่อนๆ ถึง 10 เรื่องเลยทีเดียว จดชื่อไว้ แล้วดูวนไปเรื่อยๆ ได้ยาวๆ หลายเดือนเลย หากใครอยากบินไปหาอปป้าให้ฟินใจ ก็เข้าไปจองทัวร์เกาหลีกับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) ได้เลย คลิกดู ทัวร์เกาหลี กับ Tourkrub ได้เลย 10 ซีรี่ย์เกาหลีแนะนำ 1. What’s Wrong With Secretary Kim ประเดิมกันด้วยเรื่องแรก ที่หากใครอ่านชื่อเต็มๆ อาจจะไม่คุ้นมาก แต่ถ้าบอกว่า “เรื่องเลขาคิม” คงร้องอ๋อ เพราะถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดังมว๊ากกกก ในปี 2018 นี้ เพราะสาวๆ หลายคนคงอิน และฟินไปกับความหลัวของ “ท่านรองประธาน” จนอยากจะเข้าไปสิงร่างของคุณเลขาคิมเสียให้ได้ แถมยังจะได้จิ้นจนเขินตัวบิด จิกหมอนขาดไปตามๆ กัน กับความหวานน้ำตาลเรียกพี่ของคู่นี้ เป็นซีรีส์แนวน่ารักใสๆ ที่มีความกุ๊กกิ๊กมุ้งมิ้ง แถมโรแมนติกสุดๆ ไม่อยากสปอยล์มากเพราะเดี๋ยวจะไม่สนุก แต่ขอบอกเลยว่าเรื่องนี้ ห้ามพลาด! ใครดูแล้วไม่ฟินเอาไม้มาตีแอดมินได้เลยยย เรื่องนี้ขอเอาหัวเป็นประกันว่ามันส์แน่นอน! ตัวอย่าง : https://www.youtube.com/watch?v=KRcf-N-zvNA 2. Your House Helper ยังขออยู่กับซีรีย์โรแมนติกก่อน สาเหตุก็อย่างที่เราทราบกันดีว่า ซีรีส์ของเกาหลี ถ้าเป็นแนวโรแมนติกนี่ฟินจนถึงขีดสูงสุดเลยนะเออ สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องราวของพระเอก ที่อยากจะพิสูจน์ตัวเองให้พ่อกับแม่ได้เห็น จึงตัดสินใจลาออกจากบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งๆ ที่หน้าที่การงานกำลังไปได้ดี มารับบทเป็นพ่อบ้านที่ต้องคอยรับฟัง และช่วยแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า ซึ่งก็คือนางเอกที่เป็นเด็กฝึกงาน ที่กำลังต่อสู้เพื่อให้ตัวเองได้งานในบริษัทที่ฝึกงานอยู่ นอกจากจะได้ฟิน ได้อิน ได้จิ้นแล้ว เพื่อนๆ ยังจะได้คอยลุ้น และเอาใจช่วยคู่นี้ด้วยล่ะ เป็นอีกเรื่องที่ห้ามพลาดเลยนะครับ ตัวอย่าง : https://www.youtube.com/watch?v=-eGNb5ICB04 3. Are You Human? ความดราม่าบังเกิด เมื่อชายหนุ่มที่อยู่ในอากาศโคม่า จนครอบครัวต้องสร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาเป็นตัวแทนชั่วคราว แต่เจ้าหุ่นยนต์ตัวนั้นดันมีความรู้สึกราวกับคนจริงๆ! เพราะเขาดันไปตกหลุมรักนางเอก และแน่นอนว่าความลับที่ตัวเขาเป็นเพียงแค่หุ่นยนต์นั้น ก็ต้องถูกปิดบังและซ่อนเอาไว้ เป็นเรื่องราวที่น่าเอาใจช่วยสุดๆ และยังได้ลุ้นไปพร้อมๆ กันด้วยว่า ความลับจะเป็นความลับหรือไม่ และความรักครั้งนี้จะเกิดขึ้นได้ไหม? ใครที่ชอบซีรีย์ดกาหลีแนววิทยาศาสตร์ ผสมผสานกับดราม่า ต้องจดเรื่องนี้ไว้เลยนะครับ ตัวอย่าง : https://youtu.be/B-UJ3PDo8rI 4. Life on Mars ขอเอาใจเพื่อนๆ ที่ชอบซีรีย์แนวสืบสวนสอบสวน และเรื่องราวเหนือธรรมชาติกันบ้างนะครับ ซีรีย์เรื่องนี้คือเรื่องราวของพระเอกที่เป็นนักสืบคนเก่ง ที่กำลังจะปิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เขาตามสืบมานานได้สำเร็จ แต่จู่ๆ กลับเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง และตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองย้อนมาอยู่ในปี 1988 และรับบทเป็นนักสืบจำเป็นประจำสถานีตำรวจในเมืองห่างไกล และต้องตามสืบคดีฆาตกรรมต่อเนื่องอีก! เอาล่ะสิเรื่องราวจะจบยังไง ต้องมาคอยลุ้นกันนะครับ สำหรับเรื่องนี้นอกจากจะได้ความตลก ลุ้นระทึกสนุกสนานแล้ว ขอบอกว่าสีของซีรีส์เรื่องนี้สวยมาก และได้เห็นเกาหลีในอดีตด้วยล่ะ อย่าพลาดนะครับ ตัวอย่าง : https://youtu.be/gZ2zZ3h7ykQ 5. Mr. Sunshine หากใครดูเรื่อง Life on Mars แล้วติดใจภาพสวยๆ สีสวยๆ ของซีรีย์ขอแนะนำให้ดูเรื่องนี้ต่อเลยครับ เพราะเป็นซีรีย์เกาหลีแนวย้อนยุค ที่มีความโรแมนติกดราม่า กับเรื่องราวของชายหนุ่มเกาหลี ที่ต้องกลับมาบ้านเกิดในฐานะทหารอเมริกา ที่ดันมาตกหลุมรักนางเอกซึ่งเป็นลูกสาวของขุนนางเกาหลี นอกจากสงครามในสนามรบแล้ว ในสนามรักก็มีสงครามความรักที่แทบเป็นไปไม่ได้นี้เช่นกัน เตรียมทิชชู่ไว้ให้ดีๆ แล้วมาลุ้นเอาใจช่วยคู่นี้ไปพร้อมๆ กันนะ ตัวอย่าง : https://youtu.be/MHa0aw1odvE 6. Life (Drama – 2018) เรื่องราวสุดดราม่า และน่าเอาใจช่วย ภายใต้เสื้อกาวนด์ของพระเอกที่เป็นคุณหมอ ที่ต้องต่อสู้กับเหตุการณ์หลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความไม่โปร่งใส และเรื่องของการฆาตกรรมนองเลือด ทั้งยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่รอให้ค้นพบ และเขาต้องต่อสู้กับความอยุติธรรม เพื่อให้โรงพยาบาลแห่งนี้กลับมาขาวสะอาดอีกครั้ง เรื่องนี้ขอแนะนำสำหรับคนที่ชอบซีรีย์เกาหลีที่มีเรื่องราวค่อนข้างเข้มข้น หนักหน่วง รับรองว่าสนุกไปกับการสืบสวนครั้งนี้อย่างแน่นอน 7. Radio Romance กลับมาที่ซีรีย์เกาหลีแนวน่ารัก หวานๆ น้ำตาขึ้นจอกันอีกครั้ง กับเรื่องราวสุดฟินของซุป’ตาร์หนุ่ม ผู้ซึ่งไม่สามารถพูดได้หากไม่มีสคริปต์ให้ กับนักเขียนสคริปต์วิทยุ ที่โตมากับแม่ที่ตาบอด เธอจึงมาเป็นนักเขียนสคริปต์แม้ว่าจะไม่มีพรสวรรค์ใดๆ เลยก็ตาม เรื่องราววุ่นๆ ระหว่างคู่นี้จึงเกิดขึ้น เพราะต้องช่วยกันดำเนินรายการให้ผ่านพ้นไปได้ดี มิเช่นนั้นรายการอาจถูกถอดได้ น่าดู น่าเอาใจช่วย และรับรองว่าจะฟินสุดๆ กับความเคมีเข้ากันของพระเอกนางเอก ได้เขินจนจิกหมอนขาดก็งานนี้แหละจ้า! ตัวอย่าง : https://youtu.be/KLRjQXpTlzY 8. While You Were Sleeping? ซีรีย์เกาหลีเรื่องนี้ขออนุญาต Proudly Present นะครับ เพราะนำแสดงโดย อีจงซอก หวานใจของสาวหลายๆคนในทัวร์ครับนั่นเอง อิอิ เป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่เธอสามารถมองเห็นอุบัติเหตุที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตผ่านความฝันของเธอ และพระเอกที่เป็นพนักงานอัยการ ที่จะทำทุกทางเพื่อยับยั้งให้ความฝันของนางเอกไม่เกิดขึ้นจริง เป็นเรื่องราวลุ้นๆ ชวนให้ติดตาม บวกเข้ากับความโรแมนติก ดูเพลินๆ จนลืมเวลานอนเลยล่ะจะบอกให้ ตัวอย่าง : https://youtu.be/oM8ldaOAMuU 9. Revolutionary Love ไหนใครในที่นี้ชอบวง Super Junior บ้าง? ซีรีย์เกาหลีที่กำลังจะพูดถึงต่อไปนี้ มีนักแสดงนำก็คือ ซีวอน จากวง Super Junior นั่นเองครับ ซึ่งเขาจะเข้ามารับบททายาทมหาเศรษฐี ที่วันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากใช้ชีวิตให้มีความสุข และต้องมาเป็นศัตรูกับหัวหน้าทีมเลขานุการของบริษัทที่ครอบครัวตนเองเป็นเจ้าของ เพื่อแย่งชิงหัวใจของนางเอกผู้ซึ่งขยันขันแข็ง และต่อสู้เพื่อหน้าที่การงานที่ดีแม้จะมีการศึกษาที่ดีก็ตาม เพื่อนๆ จะได้สนุกไปกับรักวุ่นๆ ในครั้งนี้ และได้ติดแฮชแท็ก (#) เชียร์ชายหนุ่มที่ตนเองชอบแน่นอน ตัวอย่าง : https://youtu.be/nIOHbHXjxfk 10. A Korean Odyssey เห็นโปสเตอร์ซีรีย์เกาหลีเข้มๆ แบบนี้ แต่บอกเลยว่าไม่ใช่อย่างที่คิดนะครับ เพราะเรื่องนี้มีหลายฉากที่ตลกมากๆ เรียกได้ว่าเรียกเสียงขำได้อยู่เรื่อยๆ ทั้งยังมีฉากโรแมนติกอีกเพียบ! เป็นเรื่องราวของการเดินทางแสวงหาความจริงในโลกยุคมืด ที่เทพแห่งความชั่วร้ายได้แพร่กระจายไปทั่ว เป็นอีกเรื่องที่น่าติดตาม และดูเพลินสุดๆ เลยครับ ไม่อยากให้พลาดจริงๆ จดชื่อไว้ดีๆ นะจ๊ะ ตัวอย่าง : https://youtu.be/Y35-OanurKM จัดไปให้เต็มๆ กับ 10 ซีรีย์เกาหลีสุดฟินแห่งปีใครชอบแนวไหนก็เชิญชมได้ตามอัธยาศัยเลยนะครับ แต่ขอรับรองว่าสนุกทุกเรื่องแน่นอนนนน!!! จองทัวร์ครบจบที่ "ทัวร์ครับ" อ่านต่อ บทความแนะนำ ตามรอยพี่ไม่มีท้องร้อง!! รวมสุดยอด 10 ร้านอาหารในเกาหลี ไปทั้งทีต้องไปลอง
ยิ่งเที่ยว ยิ่งรัก 12 เหตุผล ทำไมต้องไป "เที่ยวกับแฟน"
พาพร้อม
ยิ่งเที่ยว ยิ่งรัก 12 เหตุผล ทำไมต้องไป "เที่ยวกับแฟน"
จากผลสำรวจความคิดเห็นของคู่รักถึง 1,000 คู่เกี่ยวกับความเข้าใจว่าการเดินทางส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของพวกเขาอย่างไรบ้าง เกือบสองในสามของผู้ตอบแบบสอบถาม (63%) ระบุว่าการเดินทางท่องเที่ยวด้วยกันนั้นส่งผลที่ดีต่อความสัมพันธ์ ทำให้พวกเขาได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันจริงๆ นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและน่าตื่นเต้นที่จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ได้อีกด้วย ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ไปดูกันเลยครับ 1. มีการตั้งเป้าหมายและจุดประสงค์ร่วมกัน การตกลงไปเที่ยวสถานที่ใดที่หนึ่งร่วมกัน จะต้องมีการตั้งเป้าหมายและวัตถุประสงค์ร่วมกัน ซึ่งทำให้ความคาดหวัง และความปราถนาไปในทิศทางเดียวกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเส้นทางไปเที่ยว กิจกรรมระหว่างทาง หรือแม้แต่การเลือกว่าจะกินอะไรดี และเพื่อที่จะไปให้ถึงจุดมุ่งหมายนั้นทั้งสองคนจะต้องมีแบ่งปันทัศนคติ ความคิดเห็น ตลอดจนการช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันและกันครับ 2. ได้ทำความเข้าใจและปรับเปลี่ยนข้อจำกัดระหว่างกัน การเดินทางไม่เพียงเผยให้เห็นเฉพาะโลกภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโลกภายในของกันและกันด้วย ทำให้รู้ว่าแต่ละคนมีข้อดี ข้อเสีย และข้อจำกัดอย่างไรบ้าง จะช่วยอีกฝ่ายหาวิธีเติมเต็มได้อย่างไร มีตรงไหนที่เราต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางร่วมกันครับ 3. มีการสื่อสารที่ดีขึ้น จากการสำรวจพบว่าคู่รักที่เดินทางด้วยกัน จะมีความคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกันและมีความขัดแย้งน้อยกว่าคู่รักที่ไม่ได้เดินทางด้วยกัน การเดินทางทำให้พวกเขาเข้าใจและอดทนต่อกันมากขึ้น ทำให้ต้องร่วมมือกันและคอยคิดหาวิธีตกลงกันให้ได้ สถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจร่วมกันนี้จะทำให้คุณสองคนสื่อสารกันได้ดีขึ้นและเข้าใจซึ่งกันและกัน แถมยังได้รู้จักการให้ การเสียสละเพื่ออีกฝ่าย ซึ่งจะทำให้ชีวิตรักของพวกคุณมีความสุขเพิ่มขึ้นครับ 4. สร้างความทรงจำร่วมกัน การเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ จะช่วยให้คุณได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ซึ่งจะกลายเป็นความทรงจำที่ดีร่วมกันและประทับอยู่ในใจ การพาแฟนเที่ยวจะยิ่งทำให้คุณสองคนเติบโตไปด้วยกัน และเมื่อการผจญภัยสิ้นสุดลง ทั้งคู่ก็จะมีความทรงจำอันสุดพิเศษที่มีแค่คุณสองคนเท่านั้นเป็นพยานรับรู้ครับ 5.แสดงให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของแต่ละคน เนื่องจากทั้งทริปนั้นคุณจำเป็นที่จะต้องอยู่ด้วยกันเกือบตลอดเวลา ทำให้คุณสามารถสังเกตถึงรายละเอียดเล็กน้อยต่างๆ ที่เป็นการแสดงออกถึงตัวตน พฤติกรรม และความเคยชินของอีกฝ่าย เช่น อาจจะนอนกรน เข้าห้องน้ำนานมาก เป็นคนจุกจิก หรือเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองทำให้เราค้นพบตัวตนที่แท้จริงจากการเที่ยวกับแฟนและยังเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคุณทั้งสองคนในอนาคตได้ครับ 6.รู้จักการสร้างอารมณ์ขันเพื่อรักษาสถานการณ์ บ่อยครั้งที่เวลาไปเที่ยวแล้วต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่เป็นอย่างใจ ตั้งแต่ไฟลท์ดีเลย์ กระเป๋าสตางค์หาย ไปจนถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆ อย่างแผนที่ไม่ตรงกับสถานที่จริง หรือร้านอาหารที่ตั้งใจต่อคิวยาวไม่อร่อยดังหวัง เราสามารถสังเกตนิสัยแฟนได้จากปฏิกิริยาที่เขาหรือเธอมีต่อสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่กดดันและเคร่งเครียด ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่สำคัญก็คือการมองโลกในแง่ดี รู้จักการสร้างอารมณ์ขันเพื่อรักษาและแก้ไขสถานการณ์ ให้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่นั้นมีความสุขและเป็นทริปที่น่าประทับใจ นอกจากนี้ในอนาคตคุณก็สามารถหาวิธีปรับตัวเข้าหากันได้ง่ายขึ้นด้วยครับ 7.คงความโรแมนติกไว้ ตรงนี้เป็นเรื่องหลักที่แตกต่างจากคู่รักที่ใช้เวลาดูหนัง หรืออ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว ในฐานะคู่รักที่ใช้เวลาเดินทางด้วยกัน จะมีการแสดงออกถึงความโรแมนติกออกมาตามธรรมชาติ นี่เป็นเหตุผลที่ 86% ของผู้ตอบแบบสอบถามในการสำรวจคู่รักเดินทางกล่าวว่าความสัมพันธ์ของพวกเขายังคงมีความโรแมนติกอยู่แม้จะกลับจากทริปแล้วก็ตาม เมื่อเทียบกับ 73% ของคู่รักที่ไม่เคยเดินทางร่วมกันครับ 8.อยู่กับช่วงเวลาที่เป็นปัจจุบัน ในขณะที่คู่รักอื่น ๆ ที่ไม่ได้เดินทางไปด้วยกัน มักกังวลเกี่ยวกับอนาคตและสร้างข้อสงสัยในความสัมพันธ์ แต่คู่รักที่เดินทางร่วมกันไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้น เนื่องจากพวกเขาจดจ่ออยู่กับช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่เกิดจากการท่องเที่ยวระหว่างกันและกัน การเดินทางร่วมกันช่วยให้พวกเขาไม่ต้องใช้สมองไปกับการคิดคำนึงหรือหวาดระแวงเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคตเท่าไหร่นัก เพราะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องต่างๆ และสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า ทำให้พวกเขามีเวลาชื่นชมกับช่วงเวลาที่เป็นปัจจุบันมากกว่านั่นเอง 9.ให้อภัยกันมากขึ้น ระหว่างการเดินทางด้วยกันนั้น มีโอกาสมากมายที่จะทำให้คุณเกิดความขัดแย้งขึ้นได้ รวมถึงความไม่พอใจในความคิดเห็นหรือตัวตนของอีกฝ่าย คู่รักที่เดินทางด้วยกันจะเข้าใจถึงความจำเป็นในการให้อภัยซึ่งกันและกันได้อย่างรวดเร็วและก้าวต่อไปครับ 10.ได้เรียนรู้ร่วมกัน การเดินทางเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราได้เปิดโอกาสในการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ไม่ว่าคุณจะอยู่ บนเครื่องบิน ไปขับรถเที่ยว หรือกำลังนั่งกินข้าวด้วยกัน การไปเที่ยวกับแฟนทำให้คุณได้มีโอกาสใช้เวลาพูดคุยและเรียนรู้เกี่ยวกับทุกด้านของชีวิตแต่ละฝ่าย รวมไปถึงได้รับรู้ความคิดเห็น คุณค่า อุดมการณ์ ความกลัว และแรงบันดาลใจที่มีต่อสิ่งต่างๆรอบตัวในชีวิต นอกจากคุณจะได้เรียนรู้อะไรบางอย่างแล้ว คนรักของคุณก็เติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน 11.มิตรภาพแน่นแฟ้นมากขึ้น ยิ่งคุณใช้เวลาเที่ยวกับคนรักของคุณนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างความผูกพันกับคนรักของคุณมากขึ้นเท่านั้น รวมทั้งยังสร้างมิตรภาพอันแน่นแฟ้น อันจะเป็นปัจจัยให้ความสัมพันธ์ของคุณเติบโตอย่างยั่งยืน ภายหลังจากการได้แชร์ประสบการณ์ร่วมกัน คุณและคนรักก็จะกลายเป็นมากกว่าแค่แฟนหรือเพื่อนร่วมทาง แต่จะกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตที่จะสามารถอยู่เคียงข้างคุณไปตลอด 12.เคารพพื้นที่ส่วนตัวของอีกฝ่าย แม้ว่าการเดินทางท่องเที่ยวด้วยกันนั้น ทั้งสองคนจะต้องอยู่ด้วยกันเกือบจะตลอดเวลาก็จริง แต่ก็ยังมีบางช่วงจังหวะเวลาที่อีกฝ่ายต้องการความเป็นส่วนตัว คู่รักที่เข้าใจตรงจุดนี้ก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายๆ เคารพในความเป็นส่วนตัวยามที่อีกฝ่ายต้องการใช้ความคิดอยู่คนเดียวเงียบๆ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหน่ึงต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ครับ บทความโดย : นันทรัช ชมภูแสง Content Writer ประจำเว็บไซต์ GoBear ผู้หลงใหลการอ่านหนังสือและเชื่อมั่นในพลังของการถ่ายทอดความรู้สึกผ่านเรื่องราว มีความสุขกับการฟังเพลง ดูซีรีส์ และทุกอย่างที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น บทความแนะนำจากทัวร์ครับ >>แนะ 8 เทคนิคเที่ยวอย่างสบายใจ เที่ยวยังไงให้ไม่อ้วน !<<
แพลนทริปไว้แพลนเงินด้วย! รวม 10 ไอเดียออมเงินไว้ไปเที่ยวแบบชิลล์ๆ
พาพร้อม
แพลนทริปไว้แพลนเงินด้วย! รวม 10 ไอเดียออมเงินไว้ไปเที่ยวแบบชิลล์ๆ
นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ รู้กันดีอยู่แล้วว่า การจะไปเที่ยวแต่ละทีต้องใช้เงินเยอะขนาดไหน เอาแค่ต่างจังหวัดบ้านเรา บางทีแค่แบงค์พัน 5 ใบยังแทบจะเอาไม่อยู่ และถ้าหากต้องไปแบบเหนียมๆ มีงบแบบจำกัดก็คงจะเที่ยวไม่สนุกเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นวันนี้ ทัวร์ครับ เลยขอเสนอ 10 ไอเดียออมเงิน ที่ได้ผลดี๊ดี เอาไว้เป็นบัดเจ็ทในการไปเที่ยวทริปต่อกันไปครับ 1. เก็บแบงค์ 50 วิธียอดฮิตตลอดกาล ที่หลายๆ คนคงใช้วิธีนี้อยู่ และบอกเลยว่าเป็นวิธีที่ได้ผลดีมากๆ ด้วยนะครับ ถึงแม้บางครั้งอาจจะเก็บได้ช้าหน่อย เพราะเราไม่ค่อยได้รับแบงค์ 50 แต่พอได้มาแล้วเราเก็บอย่างเดียว ไม่ใช้ ไม่ไปแตะต้องมันเลย สะสมไว้มากๆ ก็กลายเป็นเงินก้อนได้เหมือนกันนะ 2. เก็บแบงค์ใหม่ เวลาได้รับแบงค์ใหม่มาจากเงินทอน ไม่ว่าจะเป็นแบงค์ยี่สิบ แบงค์ร้อย หรือแบงค์พัน ก็ต้องเก็บเข้ากระปุกทั้งหมดนะครับ วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีวินัยและแน่วแน่ เพราะบอกเลยว่าแอบโหดนิดๆ เวลากดเงินจากตู้ ATM แล้วเจอแบงค์ใหม่ก็ต้องเก็บเช่นเดียวกัน แต่บอกเลยว่าได้ผลดี แถมเห็นผลไวอีกต่างหาก 3. เก็บเหรียญทั้งหมด ห้ามมีกระเป๋าใส่เหรียญแยกเด็ดขาด ใครมีเอาไปทิ้งด่วนๆ เพราะต่อจากนี้เราจะไม่เก็บเหรียญกัน! ได้ทอนมา หรือได้จากไหนมาต้องนำมาหยอดกระปุกให้หมด ห้ามเบี้ยว ห้ามขี้โกงเด็ดขาด ผ่านไปหนึ่งปีแล้วนำออกมานับกันว่าได้กี่บาทน๊า 4. เก็บเงินแต่ละชนิด ในแต่ละวัน ตั้งกฎเหล็กในแต่ละวันเลย ว่าจะเก็บเงินอะไรบ้าง เช่น วันจันทร์ เราจะเก็บแบงค์ยี่สิบ เพราะฉะนั้นได้จากไหนมาก็ห้ามใช้ วันอังคาร เราจะเก็บเหรียญสิบทั้งหมด อะไรแบบนี้ วิธีนี้ก็จะทำให้เราเก็บเงินได้ไว แล้วก็ไม่อึดอัดเกินไปด้วยครับ 5. เก็บเงินตามวันที่ แบบเบๆ อนุบาลๆ เพิ่งเริ่มต้น ก็เอาแค่วันที่ 1 - 31 หรือ 1 - 100 พอ แต่ระดับรุ่นใหญ่เค้านับกันเป็นปี! ตั้งแต่วันที่ 1 - 365 เลยทีเดียว วิธีนี้แรกๆนี่ชิลๆ แทบจะหยอดกระปุกเผื่อวันต่อๆ ไป แต่พอผ่านไปสักสามเดือนเริ่มปาดเหงื่อเพราะยอดมันเยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่บอกเลยผลคุ้มค่ามาก เพราะหากทำครบปีจะมีเงินเก็บเกือบ 70,000 เลยล่ะ!! 6. เก็บเงินวันละ 20 - 100 บาท วิธีนี้ง่ายมากๆ ตั้งเป้าหมายไปเลยว่าเราจะเก็บนานแค่ไหน และอยากมีเงินเก็บเท่าไหร่ แต่บอกก่อนว่า ต้องทำทุกวัน ห้ามขาดเลยนะครับ วันไหนลืมก็ต้องเอามาหยอดกระปุกคืนด้วยนะ ถึงแม้จะดูว่าเราเก็บเงินทีละนิด แต่สะสมจนถึงวันที่เราตั้งเป้าไว้ ก็เรียกรอยยิ้มได้เหมือนกันนะ 7. เก็บเงินแยกกระปุก ในที่นี้หมายถึง เรามีเป้าหมายชัดเจนไปเลยครับ ว่าเราอยากจะไปเที่ยวที่ไหน แล้วลองคำนวณงบคร่าวๆ นำมาหารกับระยะเวลาที่เหลือก่อนไปเที่ยว เราก็จะได้รู้ว่าเราต้องเก็บวันละกี่บาท หรือหากใครยังไม่มีแพลน ก็เก็บแยกกระปุกเฉยๆ ไปก่อนก็ได้ เป็นค่าช้อปปิ้ง ค่าทริป หรือเก็บไว้เผื่อฉุกเฉิน เป็นต้น 8. แบ่งเงินใช้เป็นรายวัน ย้อนกลับไปตอนเด็กๆ เราก็จะได้ค่าขนมจากผู้ปกครองกันใช่ไหมล่ะ วิธีนี้ก็เหมือนกันเลย เป็นการให้ค่าขนมตัวเองในแต่ละวันนั่นเอง กำหนดให้เราใช้เงินได้แค่นี้เท่านั้นในแต่ละวัน ถ้าอยากใช้เกินให้ไปยืมของวันถัดไปมา แล้ววันถัดไปก็ต้องเหลือใช้น้อยลง หากไว้ไหนใช้ไม่หมด อนุญาตให้ทบไว้ใช้วันถัดไปได้ หรือจะหยอดลงกระปุกก็ได้นะ 9. เศษของเงินเดือนคือเงินเก็บ หลายๆ บริษัทมักจะจ่ายเงินเดือนเป็นเศษ เพราะต้องหักค่าประกัน หรือค่าอื่นๆ เพราะฉะนั้นเราก็แค่เอาเศษพวกนั้นมาออมเป็นเงินเก็บ แล้วเหลือเงินใช้จ่ายเป็นเลขกลมๆ พอครับ แต่วิธีนี้ขอแนะนำให้หักเศษหลักพันขึ้นไป ถึงจะได้ผลดีนะจ๊ะ 10. จ่ายค่าข้าวเท่าไหร่ เก็บเงินเท่านั้น จะมื้อกลางวัน หรือมื้อเย็น เอาที่สะดวกเลยครับ (หรือใครโหดๆ หน่อยจัดสองมื้อไปเล้ย) วันไหนทานน้อย ก็ออมน้อย วันไหนทานมื้อใหญ่ ก็ออมเยอะตามราคาที่จ่ายไป นอกจากนี้ใครจะนำไปปรับเป็นการออมเงินเท่าค่าเสื้อผ้า ค่าช้อปปิ้ง ก็ไม่ผิดนะ นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของวิธีออมเงินเท่านั้นนะครับ จริงๆ ยังมีอีกหลากหลายวิธีเลย ลองหาวิธีที่เข้ากับตัวเองมากที่สุดแล้วทำดูนะ หรือจะนำหลายๆ วิธีมาผสมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็ได้ สำคัญคือเราต้องมีวินัย กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องไปตึงหรือหย่อนไป เงินออมคือเงินที่เหลือจากค่าใช้จ่าย เพราะฉะนั้นไม่ควรทำให้ตัวเองลำบากเพราะการออมเงินน๊า บทความแนะนำ >>10 อุบายที่สายเที่ยวควรระวัง จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อในต่างแดน<<
10 ทริคเด็ดก่อน ‘เที่ยวรัสเซีย’ ทำตามนี้ไม่มีเพลียแน่นอน
พาพร้อม
รัสเซีย
10 ทริคเด็ดก่อน ‘เที่ยวรัสเซีย’ ทำตามนี้ไม่มีเพลียแน่นอน
‘ทัวร์ครับ’ เลยไม่พลาดที่จะตามเทรนด์ ด้วยการจัดหาโปรแกรมทัวร์รัสเซียแบบ ‘จัดเต็ม’ !! มาคอยเสิร์ฟให้เพื่อนๆ ได้เลือกกันด้วย บอกเลยว่าทุกโปรแกรมพาไปแลนด์มาร์กรัสเซียแบบแน่นๆ ได้ทั้งความประทับใจ และความทรงจำที่ดีแน่นอน ดูเลย ทัวร์เที่ยวรัสเซีย สุดคุ้ม เริ่มต้น 34,999 บาท!! แต่ก่อนจะไป ‘ทัวร์ครับ’ ก็ขอจัด 10 ทริคเด็ด ที่จะทำให้เพื่อนๆ ได้ไปฟินที่รัสเซียแบบไม่ติดขัด รับรองว่าทำตาม 10 ทริคนี้ ได้เที่ยวรัสเซียแบบไม่มีเพลีย มีแต่เพลินแน่นอน เลื่อนไปดูกันเลยยย~ 1. รัสเซีย Free Visa📋 ใครที่คิดว่าไปเที่ยวรัสเซียจะยุ่งยาก ขอบอกเลยว่าคิดผิดมากๆ เพราะที่นี่เค้าฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยถึง 30 วันเลยล่ะครับ มีแค่พาสปอร์ตเล่มเดียวก็ไปฟินไกลถึงรัสเซียได้แล้ว หรือถ้าไปเที่ยวกับทัวร์ครับก็หมดห่วงเรื่องนี้ไปได้เลย ทัวร์ครับจัดการให้ :D 2. แลกเงินก่อนไป💵 ที่รัสเซียจะให้เงินสกุล รูเบิ้ลรัสเซีย (RUB) ซึ่งแลกจากเมืองไทยไปเลยจะสะดวกกว่าครับ แต่หากใครกลัวไม่พอ และหวังจะไปแลกเพิ่มที่รัสเซีย ขอแนะนำให้แลกเป็น USD ไปก่อน จะได้เรทที่ดีกว่า นอกจากนี้ที่รัสเซียยังสามารถใช้บัตรเครดิตได้แบบไม่มีชาร์จด้วยนะ สะดวกมากๆ เลยครับ 3. เลือกซื้อซิมการ์ดให้ดี แน่นอนว่ามาเที่ยวต่างประเทศทั้งที จะให้มาอดใจไม่ให้เช็คอิน หรืออัพโหลดรูปสวยๆ ลงโซเชียลก็คงไม่ได้ ครั้นจะรอใช้แต่ Wifi ฟรีที่โรงแรมก็คงจะไม่ทันใจ เพราะฉะนั้นแนะนำให้ซื้อซิมการ์ดไปเลย ที่รัสเซียมี 4G ที่ลื่นปรื๊ด โดนใจชาวเราสุดๆ แต่ที่สำคัญก็คือ ตอนซื้อต้องบอกพนักงานด้วยนะครับว่า ขอเป็นซิมการ์ดที่ใช้ได้ทั่วรัสเซีย ไม่งั้นเดี๋ยวจะได้ซิมการ์ดเฉพาะเมืองที่เราซื้อ แล้วพอเปลี่ยนเมืองจะใช้ไม่ได้ครับ 4. เวลาบิน และเวลาท้องถิ่น✈️ เราใช้เวลาบินจากประเทศไทย ไปยังประเทศรัสเซียประมาณ 9 ชั่วโมงถ้าหากบินตรงครับ ถ้าบินแบบมีเปลี่ยนเครื่องก็บวกเข้าไปอีก ส่วนเวลาท้องถิ่นที่รัสเซีย เวลาจะเดินช้ากว่าประเทศไทยเรา 4 ชั่วโมงครับ เพราะฉะนั้นลงจากเครื่องมาอย่าลืมปรับเวลากันด้วยนะครับ 5. สภาพอากาศ⛅️ ดูสภาพอากาศรัสเซีย คลิก จริงๆ แล้วประเทศรัสเซียถือว่าเป็นประเทศที่เที่ยวได้แทบจะทั้งปี เพราะอากาศเค้าไม่ได้ร้อนมาก เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 10-30 องศา แต่หากใครอยากสัมผัสอากาศหนาวแบบติดลบ แนะนำให้ไปช่วงฤดูหนาว ในเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ จะมีหิมะปกคลุมไปทั่วเลยล่ะครับ ส่วนช่วงที่ถือว่าเป็น Peak Period ที่สุดก็คือช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม เพราะจะมีกลางวันที่ยาวนานมากๆ สว่างจนถึงเที่ยงคืนเลยล่ะ ถ่ายรูปเพลินไปเลยทีนี้ อ่านต่อ :รู้ไว้ไม่พลาด! เที่ยวรัสเซีย เดือนไหนดี เดือนไหนโดน! 6. App สามัญประจำเครื่อง ทัวร์ครับขอบอกไว้ก่อนว่าที่รัสเซียเค้าใช้ Line ไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นควรบอกเพื่อนๆ ไว้ล่วงหน้าก่อนว่าหากจะติดต่อ ให้ติดต่อผ่านทางแอพแชทอื่นๆ เช่น FB Messenger หรือ Whatsapp นอกจากนี้ควรโหลดแอพ Yandex Metro ที่เป็นแอพใช้ดูเส้นทางรถไฟใต้ดิน ซึ่งสามารถใช้สลับภาษารัสเซียกับอังกฤษได้ ที่สำคัญ แอพแปลภาษาก็ขาดไม่ได้เลยครับ 7. คนรัสเซีย🕺🏻 จริงๆ แล้วคนรัสเซียส่วนมากจะเป็นพวกยิ้มไม่เก่ง หน้าตาดูเคร่งขรึม นิ่งๆ แถมยังไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษอีกต่างหาก แต่ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ หรือคนที่ทำงานบริการ จะต่างกันเลยล่ะครับ เพราะเค้าจะยิ้มเก่ง และสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีเลยทีเดียว 8. มิจฉาชีพ🔪 ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ปลอดภัย 100% และที่รัสเซียก็เช่นกัน โดยมิจฉาชีพที่รัสเซียส่วนมากจะเล็งนักท่องเที่ยวที่มากันไม่ค่อยเยอะ เพราะง่ายต่อการลงมือ ส่วนมากจะอยู่ตามสถานีรถไฟฟ้า และจุดแลนด์มาร์กที่คนหนาแน่น นอกจากนี้พวกมาสคอตตามสถานที่ต่างๆ ก็ถือว่าเป็นมิจฉาชีพรูปแบบหนึ่งเหมือนกัน หากเราเผลอไปถ่ายรูปหรือจับมือด้วย ก็อาจจะโดนเรียกเก็บเงินก็ได้ครับ 9. ของฝากรัสเซีย ของฝากรัสเซียที่นิยมม๊ากมาก ก็คือ ตุ๊กตาแม่ลูกดก นั่นเอง นอกจากนี้พวกของตั้งโชว์ แม่เหล็กติดตู้เย็น ก็ถือเป็นของฝากยอดฮิตเช่นกัน จริงๆ เสื้อผ้า หรือของแฟชั่นต่างๆ ที่รัสเซียราคาไม่แพงเลยครับ เพราะฉะนั้นใครที่ชอบช้อปปิ้ง แต่ไม่ซีเรียสว่าจะต้องเป็นคอลเลคชั่นใหม่เท่านั้น เตรียมเงินมาช้อปให้จุใจได้เลยนะครับ ส่วนพวกขนม ช็อกโกแลตต่างๆ แนะนำซื้อที่ซูเปอร์มาร์เก็ตครับ มีให้เลือหลากหลาย และราคาถูกมากๆ อ่านต่อ :ชี้ลายแทง! ของฝากรัสเซีย ไปเที่ยวรัสเซีย ซื้ออะไรดีนะ ? 10. เตรียมอะไรไปเที่ยวรัสเซียบ้าง🧣 อันดับแรกเลยก็คือ กายและใจ !! ตามมาด้วยเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ ยาสามัญประจำตัว ทิชชูเปียก คล้ายๆ กับการไปเที่ยวต่างประเทศทั่วไปล่ะครับ แต่ขอเพิ่มเติมนิดนึงกับ ‘กระเป๋าคาดเอว’ หรือ ‘กระเป๋าคล้องคอ’ เพื่อใส่เงินและเอกสารสำคัญอย่างพาสปอร์ตไว้ในนั้น แนะนำว่าอย่านำของเหล่านี้ใส่กระเป๋าสะพายข้างนะครับ ถึงแม้ว่าจะไปเที่ยวกับทัวร์ แต่ทั้ง 10 ทริคที่เราจัดมาให้ ต้องจำให้แม่น เพราะรับรองว่าจะได้ใช้แน่นอนครับ เอ้ารู้แล้วจะรออะไร กดไปจองทัวร์รัสเซียกันเลยดีกว่า ขอให้เที่ยวรัสเซียให้สนุกนะครับผม อ่านต่อ .. เที่ยวรัสเซียช่วงไหนดี..เดือนไหนมีอะไรให้ไปบ้าง?
ทัวร์ครับ ชวนรู้!  วิธีเตรียมตัวรับมือให้พร้อม ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
ทัวร์ครับ ชวนรู้! วิธีเตรียมตัวรับมือให้พร้อม ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ
ก่อนเดินทางไปต่างประเทศทุกครั้ง นอกจากจะต้องจองทัวร์ต่างประเทศให้พร้อม เรายังต้องเตรียมตัวและร่างกายให้พร้อมก่อนการเดินทางด้วยนะครับ ในปัจจุบันบางครั้งในแต่ละประเทศก็จะมีการเหตุการฉุกเฉินไม่คาดฝันขึ้น เช่น โรคระบาดต่างๆ ซึ่งวันนี้ ทัวร์ครับจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจกับระดับการเฝ้าระวัง หากจะต้องเดินทางไปในพื้นที่สุ่มเสี่ยง จะได้ปฏิบัติตัวกันได้ถูกต้องและเที่ยวต่างประเทศได้อย่างปลอดภัยและราบรื่นครับ โดยหากเมื่อประเทศใด เกิดการระบาดของโรคติดต่อในพื้นที่ จะมีระดับการเฝ้าระวัง ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 3 ระดับได้แก่ ระดับที่ 1 ระดับจับตา ( Travel Watch )👁‍🗨 ในระดับที่ 1 นั้น ยังไม่ห้ามการเดินทางไปยังประเทศนั้นๆ สามารถ เดินทางได้ตามปกติ ครับ เพียงแต่นักท่องเที่ยวอาจจะมีการป้องกันตัวเองเบื้องต้น ด้วยการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หรือหากใครที่ยังไม่ได่รับวัคซีนของโรคที่กำลังระบาด สามารถไปรับวัคซีนป้องกันได้ แต่ต้อง 21 วันก่อนเดินทางเท่านั้นนะครับ เพื่อให้วัคซีนได้มีเวลาเข้าไปสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของเรานั่นเองครับ ระดับที่ 2 ระดับเฝ้าระวังและแจ้งเตือน ( Travel Alert )📢 ในระดับที่ 2 นั้น ก็ยังคง อนุญาตให้เดินทางได้ตามปกติ เพียงแต่ทาง ภาครัฐจะมีคำแนะนำในการปฏิบัติตนให้ถูกต้อง หากต้องเดินทางเข้าไปยังพื่นที่ของโรคระบาดครับ จะได้เดินทางได้อย่างปลอดภัย ราบรื่นและถูกต้องครับผม ระดับที่ 3 ระดับเตือนภัย (Travel Warning)⛔️ สำหรับระดับนี้ เรียกได้ว่าเป็นระดับสุดท้าย หากพื้นที่สุ่มเสี่ยงใดเข้าถึงระดับที่ 3 แล้วนั้นหมายความว่า ห้ามเข้าไปยังพื้นที่โดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความรุนแรงของโรคค่อนข้างสูงซึ่งอาจทำให้เราติดเชื้อได้ครับ จึงไม่ควรเสี่ยงเข้าไปยังพื้นที่ระบาดโดยเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยนั่นเองครับ แต่ไม่ว่าระดับการเฝ้าระวังของพื่นที่นั้นจะอยู่ที่ระดับไหน หญิงที่ตั้งครรภ์ก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากจะมีความเสี่ยงกับทารกในครรภ์ได้ครับครับ ทางที่ดีทัวร์ครับแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำ หรือหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงนั้นไปก่อนจะดีที่สุดครับ และหากใครกำลังมีแพลนจะเดินทางไปพื้นที่สุ่มเสี่ยง ทัวร์ขอแนะนำให้คอยติดตามข่าวสารให้ดี และปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง รับรองว่าจะได้เที่ยวเพลิน อย่างปลอดภัย สบายใจไร้กังวลแน่นครับผม แน่นอนว่าทัวร์ครับยังมีบทความดีดี ให้ได้ไปฟินกันต่อ กับเคล็ดลับสุดเด็ดเตรียมตัวเที่ยวต่างประเทศ ตามไปอ่านได้เลยที่... >>> เที่ยวยังไงให้รอด 7 เคล็ดลับ!! เตรียมตัวก่อนไปเที่ยวต่างประเทศ <<<
10 อุบายที่สายเที่ยวควรระวัง จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อในต่างแดน
พาพร้อม
ยุโรป
10 อุบายที่สายเที่ยวควรระวัง จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อในต่างแดน
วันนี้ทัวร์ครับเลยนำ 10 อุบายที่มิจฉาชีพมักใช้หลอกนักท่องเที่ยวมาเล่าให้ฟังกันครับ ใครมีแพลนกำลังจะออกเดินทางไปยังที่ไหนก็ตาม ลองอ่านกันดูนะครับ จะได้เตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆจะได้ไม่โดนหลอก.. 1. หลอกถามทาง วิธีนี้เป็นวิธีที่ฮิตมากๆ ในแถบยุโรป เพราะมิจฉาชีพเหล่านี้จะมีคนนึงในกลุ่ม แต่งตัวเป็นนักท่องเที่ยวเหมือนกับเรา ถือแผนที่ขนาดใหญ่ และเดินตรงเข้ามาขอความช่วยเหลือให้เราช่วยดูแผนที่ให้หน่อย ในขณะเดียวกันมิจฉาชีพคนอื่นๆ ก็จะอาศัยจังหวะที่เราไม่ทันระวังตัว มาแอบล้วงกระเป๋าหรือหยิบฉวยของเราไปนั่นเอง วิธีหลีกเลี่ยงพวกนี้ก็คือ อย่าไปคุย ให้เดินหนีเลยครับ พึงระลึกไว้เสมอว่า คนที่หลงทางจริงๆ จะมาถามนักท่องเที่ยวด้วยกันทำไม หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ระมัดระวังกระเป๋าให้ดีๆห้ามประมาทเลยล่ะ 2. ขอทาน คนไทยเราเป็นเหยื่อให้กับมิจฉาชีพที่ใช้วิธีนี้ได้ง่ายมากๆ เพราะด้วยพื้นฐานเราเป็นคนขี้สงสาร และมีน้ำใจ โดยวิธีที่คนร้ายจะใช้ก็คือ ปลอมตัวเป็นขอทาน (หรือขอทานจริง) เดินเข้ามาขอเงินกันโต้งๆ เลยครับ อาจจะมาในรูปแบบของเด็กเล็ก หรือคนแก่ที่น่าสงสารมากๆ และพอเราควักกระเป๋าสตางค์ออกมาก็ฉกกระเป๋าเราแล้ววิ่งหนีไปดื้อๆ เลย ซึ่งวิธีนี้พบได้ทั่วโลก!!นอกจากนี้อาจจะมีกรณีที่ ให้เงินกับขอทาน 1 คน แล้วโดนขอทานมารุมอีกเป็นสิบ !!ไม่ให้ก็ไปจากตรงนั้นไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นมิจฉาชีพรูปแบบหนึ่งเหมือนกันนะ ใครไปเที่ยวก็อย่าลืมเลี่ยงคนเหล่านี้ไว้ด้วยนะครับไม่งั้นจะเป็นเราเองที่ไม่มีเงิน 555555555+ 3.ให้เครื่องประดับ กำไลข้อมือ หรือของจุกจิก ทั้งสองอย่างนี้คือตัวอันตรายเลยครับ พวกมิจฉาชีพจะตรงดิ่งเข้ามาหาคุณ และ พยายามยัดเยียดของที่จะใส่ให้ข้อมือของคุณให้จงได้ ถ้าเจอต้องรีบหนีอย่างด่วนๆ เพราะหากเผลอรับมาแล้ว อาจจะต้องเสียเงินจำนวนมหาศาลสำหรับสายสิญจน์เส้นเล็กๆ หรือบางครั้งอาจจะเป็นการดึงความสนใจของคุณ เพื่อล้วงกระเป๋าก็ได้ครับ ซึ่งวิธีนี้มักจะเจอที่แถบยุโรป ตามสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์กครับ 4. การแสดงริมถนน จำไว้ให้มั่นเลย ว่าหากมีการแสดงริมถนนที่มีการล้อมวง คนเยอะๆ อย่าไปสนใจ อย่าไปอยากรู้อยากเห็นเด็ดขาด เพราะเป็นแหล่งทำงานชั้นดีของเหล่ามิจฉาชีพเลยล่ะ พวกนี้จะอาศัยจังหวะที่เราสนใจการแสดง ล้วงกระเป๋าหรือขโมยของเรา วิธีนี้พบเจอได้ทั้งประเทศในเอเชียเรา และทางแถบยุโรปเลยครับ ถ้าไปยืนดูการแสดง ทัวร์ครับก็แนะนำให้ปิดกระเป๋าให้มิดชิดและเอากระเป๋ามาไว้ด้านหน้าลำตัวหรือดูแลจับตามองกระเป๋าเราให้ดี จะได้ไม่เปิดช่องให้มิจฉาชีพได้มาขโมยกันได้ง่ายๆ 5. ถ่ายรูปให้หน่อย อย่าแปลกใจถ้าหากคุณไปท่องเที่ยวกับแฟนเพียงสองคนแล้วอยากมีรูปคู่ แต่ไปขอให้ใครช่วยถ่ายก็ไม่มีใครถ่ายให้ เพราะการขอให้ช่วยถ่ายรูป ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่มิจฉาชีพชอบใช้เช่นกันครับ โดยพวกเค้าจะทำทีมาขอให้เราถ่ายรูปให้ ด้วยกล้องที่ใช้งานไม่ได้ และพอเราส่งคืนเค้าก็จะแกล้งทำตก และแน่นอนว่าเราต้องชดใช้ค่าเสียหายให้เค้าด้วยราคาที่แพงมากเลยล่ะ 6. ถ่ายรูปให้ไหม นอกจาก ถ่ายรูปให้หน่อย แล้ว วิธีถ่ายรูปให้ไหม ก็ยังเป็นวิธียอดฮิตของเหล่ามิจฉาชีพเช่นเดียวกัน ซึ่งมักจะเข้าหานักท่องเที่ยวที่มาคนเดียว หรือมาเป็นคู่รักครับ โดยถ้าเราหลงกล เค้าก็อาจจะเก็บค่าถ่ายรูปกับเราในราคาแพงแสนแพง บางทีหนักหน่อย ก็อาจจะโดนวิ่งราวกล้องไปต่อหน้าต่อตาเลยครับ 7. ตำรวจปลอม วิธีนี้น่ากลัวมากๆ และเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยครับ เพราะมิจฉาชีพเหล่านี้จะทำทีว่าตัวเองเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ มาขอดูพาสปอร์ตของเรา หรือวีซ่าของเรา แล้วบอกว่าวีซ่าเรามีปัญหา หรือแกล้งบอกว่าเราทำอะไรผิดต่างๆ นานา ก่อนจะแกล้งทำทีเสนอให้เราจ่ายค่าปรับตรงนี้แทนที่จะไปสถานีตำรวจ ถ้าเราไม่ยอมให้ก็อาจจะข่มขู่ มากไปถึงการทำร้ายร่างกายเลยล่ะ วิธีแก้ง่ายๆคือให้เราค้นหาเบอร์ตำรวจของประเทศนั้นๆ ไว้ พอเจอพวกนี้เข้ามาปั๊บ ก็โทรหาตำรวจตัวจริงก่อนเลย 8. ตั๋วปลอม ในระหว่างที่เราต่อแถวรอซื้อตั๋วเพื่อเข้าสถานที่ต่างๆ หรือทำกิจกรรมใดๆ ก็ตาม ก็อาจจะมีมิจฉาชีพเข้ามาทำทีอ้างว่ามีตั๋วมาขายในราคาที่ถูกกว่าบอกเลยว่าอย่าไปหลงกลเด็ดขาดนะครับ ถึงราคาจะถูกกว่าครึ่งหนึ่งก็ตาม เพราะตั๋วที่ได้มามักจะเป็นตั๋วปลอม ใช้งานไม่ได้ นอกจากเสียเงินแล้วยังเสียเวลาอีก เซ็งแย่ 9. แท็กซี่เถื่อน รู้ๆ กันอยู่แล้วล่ะเนอะข้อนี้ เพราะในบ้านเราก็มี (เฮ้อ...พูดแล้วเซ็ง) และแน่นอนว่าทั่วโลกก็มีเช่นกันครับ แท็กซี่พวกนี้จะไม่ยอมกดมิเตอร์ และชาร์จราคาแพงกว่าปกติ วิธีหลีกเลี่ยงง่ายๆ ก็คือใช้บริการรถไฟฟ้าให้คล่อง หรือเรียกรถจากแอพต่างๆ ที่มีให้บริการดีกว่า 10. คนน้ำใจงาม เหมือนจะดูเป็นคนดี แต่พวกนี้บอกเลยว่าร้ายสุดๆ เพราะในขณะที่เรากำลังยกกระเป๋าขึ้นรถไฟ หรือแบกกระเป๋าเดินทางใบโตไปไหนมาไหนดูท่าทีลำบ๊ากลำบาก มิจฉาชีพพวกนี้ก็จะทำทีแสดงน้ำใจ มาช่วยเรายกของ ขนของ และพอเสร็จก็จะขอเงินจากเรานั่นเอง ถ้าหากไม่จ่ายก็อาจจะโดนข่มขู่ หรือทำร้ายร่างกายนั่นเองครับ เห็นมั้ยล่ะครับ? ว่าการเที่ยวแต่ละครั้งก็ไม่ได้มีแต่ความสุข แต่ก็ไม่ใช่ว่าที่มาเล่าจะทำให้กลัวจนไม่อยากเที่ยวนะครับ ต้องอย่าลืมรู้จักป้องกันตัวเอง ดูแลตัวเอง และระมัดระวังตัวเองอย่างดี เพียงเท่านี้ก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพ และแน่นอนว่ามาเที่ยวกับทัวร์ครับ ปลอดภัยหายห่วง.. ใครกำลังจะไปเที่ยว อ่านต่อนี่เลย !! >> จัดกันมันส์ทุกทริป ! 10 ทริคเที่ยวต่างประเทศแบบประหยัด
5 ที่สุด!  รีวิวทัวร์เวียดนาม Pantip เที่ยวเวียดนามแบบชัวร์ๆ ฉบับคนง้อทัวร์!
พาพร้อม
เวียดนาม
5 ที่สุด! รีวิวทัวร์เวียดนาม Pantip เที่ยวเวียดนามแบบชัวร์ๆ ฉบับคนง้อทัวร์!
เวียดนาม (Vietnam) อีกหนึ่งประเทศเพื่อนบ้านที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวกันอย่างคึกคัก เพราะการไปเที่ยวเวียดนามนั้นราคาไม่แพง แถมที่เที่ยวเวียดนามยังจัดได้ว่าดีงาม มีการผสมผสานกันระหว่างธรรมชาติ วัฒนธรรมได้อย่างลงตัว เราจึงมักได้เห็นเหล่านักเที่ยวชาวไทย กลับมาเขียนรีวิวความดีงามของเวียดนามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการไปเที่ยวเวียดนามด้วยตัวเอง หรือไปกับทัวร์เวียดนาม ต่างก็ให้ความฟินที่แตกต่างกัน หลายคนอาจจะได้เห็นรีวิวเที่ยวเวียดนามด้วยตัวเองกันไปเยอะแล้ว วันนี้ทัวร์ครับจึงได้รวบรวมรีวิวเที่ยวเวียดนามแบบทัวร์ๆกันบ้าง กับ 7 ที่สุด! รีวิวทัวร์เวียดนาม Pantip จะสนุกสนานแค่ไหน ตามไปอ่านกันเลยคร๊าบบบ... [CR] Review...เที่ยวเวียดนาม(กลาง)แบบง้อทัวร์ ไม่ต้องกลัวหลงทาง เริ่มกระทู้ทัวร์เวียดนาม Pantip กระทู้แรก กับประสบการณ์การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก เที่ยวเวียดนามแบบไม่ต้องวางแผน กับคุณแม่ จะสนุกสนาน ฮาขนาดไหน ต้องไปติดตามครับ อ่านกระทู้เพิ่มเติม >>> https://pantip.com/topic/33947715 เวียดนามเหนือ ซาปา - นิงบิงห์ - ฮาลอง 9-12 มิถุนายน 2017 ประสบการณ์การไปเที่ยวเวียดนามครั้งแรก กับทัวร์เวียดนาม ไม่ต้องกังวลเรื่องอุปสรรคทางภาษาตะลอนทัวร์เวียดนามเหนือแบบสบายใจ กับ 3 เมืองยอดฮิตแห่งเวียดนามเหนือ อ่านกระทู้เพิ่มเติม >>> https://pantip.com/topic/36579125 รีวิว: ทัวร์ เวียดนาม-ฮานอย-ฮาลองเบย์ รีวิวการไปทัวร์เวียดนาม กับที่เที่ยวสุดฮิตประจำเวียดนาม อย่าง ฮานอย และ ฮาลองเบย์ กับทริปสั้นๆ เพียง 3 วัน 2 คืน จัดเต็มเรื่องอาหารและที่เที่ยวสไตล์ครอบครัว อ่านกระทู้เพิ่มเติม >>> https://pantip.com/topic/32231929 [CR] เที่ยวต่างประเทศครั้งแรก เวียดนาม แบบฉบับไปกับทัวร์ 4 วัน 3 คืน การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก กับทัวร์เวียดนาม 4 วัน 3 คืน หลังจากเก็บข้อมูลด้วยการรีวิวเที่ยวเวียดนาม Pantip มาหลายกระทู้ ก็ถึงเวลาออกไปสัมผัสความสวยงามของเวียดนามด้วยตาตัวเอง จึงกลายเป็นกระทู้ทัวร์เวียดนามสไตล์ทัวร์ๆ กับความสนุกแบบรัวๆ ที่คนไม่เคยเที่ยวทัวร์เวียดนาม ต้องอ่าน! อ่านกระทู้เพิ่มเติม >>> https://pantip.com/topic/37269730 [CR] ทริปเวียดนาม 4 วัน 3 คืน (ซาปา-ฟานซีปัง -นิญบิง-จ่างอาน-ฮานอย) จากแผนเที่ยวด้วยกันก่อนเรียนจบ ของวัยรุ่นมหาลัย กับการออกแบบทริปสไตล์ Backpack ผสมกับทัวร์เวียดนามหน่อยๆ จนกลายเป็นประสบการณ์แห่งความประทับใจของทริปเวียดนาม 4 วัน 3 คืน ที่ใครก็ไปตามรอยกันได้ครับ อ่านกระทู้เพิ่มเติม >>> https://pantip.com/topic/37593920 แต่ละกระทู้รีวิวทัวร์เวียดนามที่ทัวร์ครับ จัดให้มานั้น ถือว่าเด็ดดวงกันทุกกระทู้จริงๆครับ แต่ละกระทู้ก็จะได้รับประสบการณ์ความประทับใจที่แตกต่างกันไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนรู้สึกเหมือนกันก็คือ เวียดนาม เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยมนต์สเน่ห์จริงๆ ใครได้ไปก็ต่างตกหลุมรัก ยิ่งหากไปทัวร์เวียดนามคุณภาพจากทัวร์ครับแล้วล่ะก็ รับรองว่าต้องเต็มไปด้วยประสบการณ์ดีดี และความสะดวกสบายยิ่งกว่า ถ้าได้ทัวร์เวียดนามที่ถูกใจแล้วล่ะก็ ทัวร์ครับจะพาทุกคนไปเตรียมตัวเที่ยวเวียดนามกันอีกขั้น กับ... >>>เปิดถุงช้อป! 5 ของฝากเวียดนาม ไม่ซื้อจะพลาดมากกกก…<<<