ทัวร์ครับพาเที่ยว
รวมเรื่องเที่ยวรอบโลก สาระน่ารู้ บทความรีวิว ท่องเที่ยวในต่างแดน
ดำน้ำดูปะการัง กับ 15 เกาะภูเก็ต ในช่วงซัมเมอร์
พาเที่ยว
ดำน้ำดูปะการัง กับ 15 เกาะภูเก็ต ในช่วงซัมเมอร์
หากพูดถึงการเดินทางไปเที่ยวทะเลในประเทศไทย เชื่อว่าใครหลายคนคงนึกถึงเกาะสวรรค์กับหาดทรายสวยๆ ในภาคใต้บ้านเราหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับความนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นจังหวัดภูเก็ตอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะเป็นจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากมายแล้ว ภูเก็ตยังขึ้นชื่อในเรื่องของน้ำใสทะเลสวย รวมไปถึงเกาะและหาดทรายขาวต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวอย่างเราไม่ควรพลาดที่จะเดินทางไปสัมผัสด้วยตนเองสักครั้ง วันนี้เราจึงได้รวบรวม 15 เกาะและหาดในภูเก็ตมาให้เพื่อนๆ ได้เดินทางไปคลายร้อน ดำน้ำดูปะการัง และเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานในช่วงซัมเมอร์ที่ใกล้มาถึงนี้ แต่ก่อนอื่นก็อย่าลืมกดจองตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ - ภูเก็ต กับ Traveloka ในราคาโปรโมชั่นสุดคุ้มที่คุณสามารถเลือกจองวันเดินทางที่ต้องการได้อย่างสะดวก จองตั๋วเครื่องบินไปภูเก็ต กับ Traveloka ราคาโปรโมชั่น https://www.traveloka.com/th-th/flight/route/Bangkok-Phuket.BKKA.HKT 15 เกาะภูเก็ต ดำน้ำ 1. เกาะเฮ มาเริ่มกันด้วยเกาะขึ้นชื่อในภูเก็ตอันดับแรกกับเกาะเฮที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของภูเก็ต โดยมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าเกาะคอรัล เนื่องจากเป็นเกาะที่มีความสวยงามและโดดเด่นทางด้านปะการังใต้ท้องทะเล ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปทำกิจกรรมทางน้ำต่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น นอนอาบแดด เล่นน้ำทะเล การพายเรือคายัค ก่อกองทราย Parasailing และชื่นชมธรรมชาติโดยรอบได้อย่างสบายใจ โดยสามารถเดินทางมาด้วยเรือสปีดโบ๊ท ประมาณ 25 นาทีจากท่าเรืออ่าวฉลอง หรือ ท่าเรือราไวย์ได้อย่างสะดวกสบาย 2. เกาะราชา มาต่อกันที่เกาะราชาที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดภูเก็ต หนึ่งในเกาะท่องเที่ยวที่ติดอันดับต้นๆ ของคนที่ชื่นชอบธรรมชาติและชอบการเที่ยวทะเลที่เต็มไปด้วยความอุดมบูรณ์ ซึ่งความโดดเด่นของเกาะแห่งนี้อยู่ที่น้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาวละเอียดดังผงแป้ง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเพื่อดำน้ำดูปะะการังได้ถึงแม้ว่าจะไม่มีใบประกาศนียบัตรก็ตาม เนื่องจากบนเกาะจะมีครูสอนเทคนิคการดำน้ำลึกและผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ดีเป็นอย่างมาก แถมยังสามารถนอนชิลริมหาด หรือชมวิวจากมุมสูงได้อีกเช่นกัน 3. เกาะไม้ท่อน หากใครที่ชื่นชอบความสงบและธรรมชาติที่ถูกโอบล้อมไปด้วยความสวยงามและความร่มรื่นก็ต้องไม่พลาดกับการไปปักหมุดเช็กอินกันที่เกาะไม้ท่อน เกาะส่วนตัวเล็กๆ ที่ได้รับการดูแลและอนุรักษ์เป็นอย่างดี โดยนักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือสปีดโบ๊ทประมาณแค่ 15 นาที ก็จะได้สัมผัสกับทะเลที่งดงามและความสุดชิลริมทะเล พร้อมทั้งสนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับการถ่ายรูปกับน้ำทะเลใสกันได้อย่างจุใจ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนและผ่อนคลายเหนื่อยล้าในช่วงวันหยุด 4. เกาะมะพร้าว เกาะมะพร้าว นับเป็นหนึ่งในเกาะที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงามของธรรมชาติและบรรยากาศที่เงียบสงบ โดยเอกลักษณ์ของเกาะแห่งนี้ก็คือ สวนมะพร้าวที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีมากกว่า 2,620 ไร่ จึงทำให้เป็นที่มาของชื่อเกาะมะพร้าวนั่นเอง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาพักผ่อนและผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน โดยกิจกรรมที่น่าสนใจก็มีอย่างมากมาย อาทิ การเที่ยวชมหมู่บ้านชาวประมงที่ยังคงวิถีชีวิตแบบเดิมๆ การเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ปั่นจักรยานรอบเกาะ ตกปลา และชมฟาร์มหอยมุก พร้อมทั้งเดินเล่นริมหาดอย่างตามอำเภอใจ 5. หาดกะรน หาดกะรนตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดภูเก็ต ระหว่างหาดป่าตอง และหาดกะตะ ซึ่งหาดแห่งนี้นับเป็นหาดที่มีความใหญ่เป็นอันดับสองของภูเก็ต โดยมีพื้นที่ประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยร้านอาหาร บาร์ มินิมาร์ท ที่พัก และโรงแรมอยู่ตลอดแนวชายหาด ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถนอนชมวิวทะเลและออกมาดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติได้ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้บริเวณริมหาดยังมีสนทะเล และต้นตาลขึ้นเรียงรายอยู่เต็มทั่วบริเวณ แถมหาดยังมีเม็ดทรายสีขาวและละเอียดเป็นอย่างมาก และที่สำคัญในช่วงมรสุมหาดกะระยังเป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อของการมาทำกิจกรรมอย่าง กระดานโต้คลื่นอีกด้วย 6. เกาะไข่นอก เกาะไข่นอกเป็นเกาะสวรรค์แห่งหนึ่งของทะเลอันดามันที่ขึ้นชื่อในความใสของน้ำทะเลไม่เป็นสองรองใคร ซึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องของหาดทรายสีขาวที่มีเนื้อละเอียดนวล น้ำทะเลสีฟ้าใส และโขดหินที่เรียงรายสลับซับซ้อนอยู่บริเวณรอบๆ เกาะ อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังสามารถใกล้ชิดกับปลาหลากหลายชนิดที่แหวกว่ายไปมาที่บริเวณน้ำตื้น พร้อมทั้งให้อาหารได้อย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การนอนอาบแดดสบายๆ ลงเล่นน้ำอย่างชิลๆ และการดำน้ำดูปะการังที่บริเวณโขดหินรอบๆ เกาะนั่นเอง 7. เกาะโหลน หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวก็คือ เกาะโหลน เกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและบรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว โดยเกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 20 กิโลเมตร และยังคงหลงเหลือวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวบ้านที่ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและได้เรียนรู้อย่างใกล้ชิด ซึ่งอาชีพหลักๆ ของชาวบ้านบนเกาะแห่งนี้ก็คือ การทำประมง การทำสวนยางพารา และทำสวนมะพร้าว เป็นต้น 8. เกาะพีพี หากพูดถึงจังหวัดภูเก็ต เชื่อว่าใครหลายคนคงนึกถึงเกาะพีพีอย่างแน่นอน เพราะเกาะแห่งนี้มีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางกันมาอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี ซึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมของคนส่วนมากก็คือ การดำน้ำดูปะการังหลากหลายสีสัน และสิ่งมีชีวิตใต้น้ำทะเลที่สามารถหาดูได้ยาก โดยเกาะพีพีประกอบไปด้วย 2 เกาะใหญ่ๆ ด้วยกัน นั่นก็คือ เกาะพีพีดอน และเกาะพีพีที่มีความสวยงามอยู่ที่ความใสของน้ำทะเลและหาดทรายขาว ซึ่งบนเกาะก็ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่คอยให้บริการแก่นักท่องเที่ยวอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมทางน้ำอื่นๆ อีกมากมาย 9. เกาะบอน เกาะบอน เป็นเกาะเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถลงดำน้ำดูปะการังและชื่นชมกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใต้น้ำทะเลชนิดต่างๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้บริเวณรอบเกาะยังเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่มีทั้งต้นไม้เล็กใหญ่และความร่มรื่นบนเกาะแห่งนี้ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางมาเพื่อพักผ่อนหย่อนใจไปกับความงดงามของธรรมชาติที่สามารถเดินทางไปได้อย่างสะดวกและง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปกับครอบครัว เพื่อนฝูง หรือคนรักก็ตาม 10. เกาะสิเหร่ เกาะสิเหร่ เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ห่างจากภูเก็ตประมาณ 4 กิโลเมตร ซึ่งเกาะนี้จะเป็นเกาะที่ค่อนข้างเงียบสงบ เนื่องจากไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาเท่าไหร่นัก ซึ่งส่วนมากก็จะมีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาบางส่วน โดยกิจกรรมที่สามารถทำได้ก็มีทั้งการเดินเล่นรอบเกาะ การปั่นจักรยานชมวิว การเพลิดเพลินไปกับการชมความน่ารักของลิงที่อาศัยอยู่ตามป่าชายเลน และการหาซื้ออาหารทะเลกินกันแบบสดๆ เพราะชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ประกอบอาชีพเป็นชาวประมงกันซะส่วนใหญ่ 11. เกาะยาวใหญ่ เกาะยาวใหญ่ เป็นเกาะที่ตั้งอยู่กลางทะเลมหาสมุทรอันดามัน ซึ่งบนเกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น โรงแรมที่พัก ร้านอาหารทะเลขึ้นชื่อ ร้านค้าสะดวกซื้อ หรือการคมนาคมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การเช่ารถมอเตอร์ไซด์ขี่ที่นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเป็นรายวันได้ในราคาสบายกระเป๋า ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งแก่การเดินทางมาพักผ่อนกันแบบชิลๆ หรือหากใครเป็นนักท่องเที่ยวสายโซเชียลก็สามารถหามุมถ่ายรูปโพสท่ากันได้อย่างสบายๆ กันเลยทีเดียว 12. เกาะยาวน้อย เกาะยาวน้อย เป็นหนึ่งในเกาะที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากทะเลและธรรมชาติโดยรอบที่ยังคงความสวยงามและความอุดมสมบูรณ์อยู่ ซึ่งเกาะยาวน้อยจะมีความเจริญมากกว่าเกาะยาวใหญ่ เพราะเป็นที่ตั้งของศูนย์ราชการ และโรงแรมที่พักต่างๆ จำนวนมากมาย ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวและพักอาศัยอยู่บนเกาะได้อย่างสะดวก แถมยังสามารถออกไปเที่ยวตามเกาะต่างๆ ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เกาะห้อง เกาะกูดู และเกาะลาดิง เป็นต้น 13. หาดป่าตอง หาดป่าตอง นับเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมากันอย่างมหาศาลในแต่ละปี ซึ่งบริเวณริมชายหาดก็จะมีเตียงผ้าใบและร่มหลากสีคอยให้บริการอยู่ตลอดแนว โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเพื่อผ่อนคลายอารมณ์กันได้อย่างชิลๆ ตลอดทั้งวัน เพราะบริเวณใกล้หาดก็มีร้านค้าและร้านอาหารเรียงรายตลอดข้างทาง ซึ่งจุดเด่นของชายหาดแห่งนี้ก็คือ น้ำทะเลที่มีความใสเป็นสีเขียวมรกต และหาดทรายขาวที่มีความละเอียดนั่นเอง จึงทำให้นักท่องเที่ยวนิยมกันเดินทางมาเพื่อทำกิจกรรมทางน้ำกันอย่างไม่ขาดสายตลอดปี 14. หาดไม้ขาว หาดไม้ขาว เป็นหนึ่งในหาดที่ตั้งอยู่ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีความสวยงามอย่างน่าแปลกตา โดยเป็นหาดที่เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติสิริกิตย์ โดยเนื้อทรายของหาดแห่งนี้มีความหยาบ แต่น้ำทะเลจะเป็นสีฟ้าใสอย่างงดงาม ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมาสัมผัสกับบรรยากาศของธรรมชาติอย่างไกลสุดลูกหูลูกตา ซึ่งช่วงเวลาที่เราอยากแนะนำให้เดินทางมาก็คือ ช่วงเวลาเย็นเพราะคุณจะได้ซึมซับทั้งบรรยากาศในช่วงที่ฟ้าสว่างและช่วงที่พระอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้าไป บอกได้เลยว่าคุณจะได้เก็บภาพบรรยากาศที่สวยงามของธรรมชาติได้อย่างแน่นอน 15. หาดกะตะ ปิดท้ายกันด้วยหาดกะตะ อีกหนึ่งหาดภูเก็ตที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากความขาวสะอาด ความละเอียดของเม็ดทราย และน้ำทะเลที่ใสเป็นสีฟ้าของชายหาดแห่งนี้ ซึ่งกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจกันมีทั้งการลงเล่นน้ำ การฝึกดำน้ำ และการนอนอาบแดดที่บริเวณริมหาด แถมบริเวณใกล้เคียงยังมีโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร และสถานบันเทิงหลายแห่งที่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวอีกเช่นกัน และนี่ก็เป็น 15 เกาะภูเก็ตน่าเที่ยวในช่วงซัมเมอร์นี้ หากใครยังไม่มีแพลนเดินทางไปไหนในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลนี้ การไปเที่ยวทะเลตามเกาะต่างๆ ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีอีกเช่นกัน เพราะนอกจากเราจะสามารถผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานได้แล้ว เรายังซึมซับกับอากาศบริสุทธิ์ของธรรมชาติได้อีกด้วย
ขับรถเที่ยวอุดรฯ ไหว้พระ พักใจ เลาะหาเมนูอร่อยกินให้จุกๆ กันไปเลย!
พาเที่ยว
ขับรถเที่ยวอุดรฯ ไหว้พระ พักใจ เลาะหาเมนูอร่อยกินให้จุกๆ กันไปเลย!
อุดรธานี เป็นจังหวัดหนึ่งที่ใหญ่มากๆ ในภาคอีสาน การไปเที่ยวอุดรฯ ในแต่ละครั้งนั้น ถ้าจะตระเวนเที่ยวให้ทั่วถึงคงยากน่าดู ยิ่งถ้าเราเดินทางด้วยรถสาธารณะก็จะเที่ยวได้แค่ในเมืองอุดรธานี แล้วอุดรฯ ก็ขึ้นชื่อเรื่องเที่ยวธรรมชาติไปเที่ยวทัง้ทีจะอยู่แต่ในเมืองได้ไง เมื่อมีโอกาสออกไปเที่ยว ก็ต้องลุย! เช่ารถเที่ยวขับเองเลย รับรองว่าสะดวก เที่ยวได้แบบตามใจ แล้วถ้าใครไม่อยากเสียเวลา หาที่เช่ารถ ทัวร์ครับ ก็ขอแนะนำ ให้ใช้วิธีการเช่ารถขับกับ Traveloka ซึ่งประหยัดเวลาขึ้นเยอะ เอาเวลาที่เหลือไปแพลนเที่ยวได้เลยตามสะดวกแต่ถ้าขับรถไม่เป็น หรือไปเที่ยวต่างจังหวัดไม่ชำนาญทาง Traveloka ก็มีบริการรถเช่ารถ พร้อมคนขับให้เลือกด้วยนะ สะดวกมากจริงๆ เดินลงเครื่องบินสวยๆ ก็ขึ้นรถเลยแบบไม่ต้องไปตระเวนหาให้เหนื่อยใจ ยิ่งช่วงโควิดแบบนี้การเที่ยวแบบไม่ต้องปะปนกับใครแฮปปี้กว่าเยอะ จะพาผู้ผู้ใหญ่ในครอบครัวไปไหว้พระ หรือจะไปเสพธรรมชาติกับกลุ่มเพื่อนก็สบายใจ แค่เข้าเว็บไซต์จองตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ - อุดร Traveloka ที่เดียวเท่านั้น จองตั๋วเครื่องบินปุ๊บ ก็จองรถเช่าต่อปั๊บ ง่ายมาก ไม่เชื่อลองจองดูเลย! จองตั๋วเครื่องบินไปอุดรธานีกับ Traveloka >> https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Udon-Thani.UTH บริการเช่ารถกับ Traveloka >> https://www.traveloka.com/th-th/car-rental จะเที่ยวให้สบาย อย่างแรกที่ต้องทำก็คือการหาอะไรใส่ท้องกันให้แน่นซะก่อน มาเที่ยวอุดรฯ ทั้งที ก็ควรต้องประเดิมมื้อแรกกันที่อาหารเช้าสไตล์เวียดนามหน่อยดีกว่า กับเมนูไข่กระทะร้านคิงส์โอชา ร้านเด็ดร้านดังที่ต้องมาเช็คอินเมื่อมาเยือนเมืองอุดรธานี นอกจากไข่กระทะแล้ว ร้านนี้ยังมีเมนูให้เลือกชิมอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นข้าวเปียก โจ๊ก บาแก็ตต์ หรือปอเปี๊ยะ ถ้าอยากเช็คอินกินมื้อเช้าสไตล์อุดรฯ แบบเต็มที่ ต้องแวะร้านนี้ก่อนเลย อิ่มท้องเรียบร้อย ก็ออกสตาร์ทกันด้วยการขับรถมุ่งหน้าไปที่อำเภอบ้านดุงเป็นที่แรก กับสถานที่ที่สายมูทั้งหลายรู้จักกันดี และเชื่อว่าเป็นหมุดหมายที่คนซึ่งมีความศรัทธาในพญานาคต้องมา แน่นอนว่าคือที่คำชะโนด ผืนป่าต้นชะโนดแห่งเดียวของประเทศไทยที่มีลักษณะคล้ายเกาะกลางน้ำ ซึ่งมหัศจรรย์ตรงที่ว่ากันว่าด้านล่างของป่าแห่งนี้นั้นไร้พื้นดิน แต่กลับพยุงน้ำหนักของต้นชะโนดจำนวนมากเอาไว้ได้ ในอดีตนั้นที่นี่จึงไม่เคยถูกน้ำท่วมแม้ว่าจะมีน้ำหลากมากมายขนาดไหน เพราะสามารถลอยอยู่เหนือน้ำได้อย่างปลอดภัยตลอดเวลา แต่ภายหลังเกิดการก่อสร้างขึ้นบนเกาะนี้มากมาย ซึ่งน่าจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นจนเกาะนี้ลอยดังเดิมได้ลำบาก ป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยตำนานเรื่องเล่าสุดอัศจรรย์มาเนิ่นนาน และถึงคุณไม่เชื่อในเรื่องราวลี้ลับเหล่านั้น เราว่าแค่ไปดูความอัศจรรย์ของธรรมชาติที่สวยงามตรงนี้ก็คุ้มที่สุดแล้ว มาถึงบ้านดุงแล้วทั้งที อีกหนึ่งสถานที่ซึ่งน่าแวะมาเยี่ยมเยือนก็คือบ่อเกลือบ้านดุง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเกลือสินเธาว์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย โดยที่นี่ยังใช้วิธีผลิตแบบพื้นบ้านดั้งเดิมซึ่งดูได้แบบเพลินๆ นะ หรือถ้าเวลาเหลือ ขอแนะนำให้ลองสปาเกลือในหมู่บ้านนี้ซะหน่อยเป็นไร ว่ากันว่าเป็นแห่งเดียวในประเทศไทยด้วยจ้า แถมเค้ายังมีสินค้าจากเกลือให้เลือกช้อปกันหลากหลาย ลองแวะมาสิ คุณอาจเพลินกว่าที่คาดไว้ก็ได้ ใครจะรู้ ขับรถเข้าเมืองมาเปลี่ยนฟีลในการเดินทางเป็นความสดใสของดอกไม้หลากสีกันบ้างดีกว่า ที่ บ้านห้วยสำราญ ในเขตอำเภอเมือง เป็นหมู่บ้านที่มีพื้นที่กว่า 600 ไร่ และชาวบ้านส่วนใหญ่ในบริเวณนี้มีอาชีพปลูกดอกไม้ขาย ละแวกนี้จึงเต็มไปด้วยสวนดอกไม้นานาสีสัน ซึ่งหลายแห่งก็เปิดให้เข้าไปเที่ยวชมและถ่ายรูปเช็คอินกันได้แบบฟินๆ เลยนะ อยากได้รูปสวยฟีลมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งหน่อยน่ะ ต้องปักหมุดที่นี่เอาไว้เลย รูปจาก https://web.facebook.com/chabaabarn/ ต่อจากสวนดอกไม้ ถ้ายังอยากคีพอารมณ์ให้ต่อเนื่องในร้านอาหารสไตล์สวนๆ สวยๆ อยู่ ร้านชบาบาร์นน่าจะเป็นหนึ่งร้านที่ตอบโจทย์เลยล่ะ บอกตรงนี้ว่าร้านน่ารักมากกก เป็นกระท่อมน้อยกลางป่าเขียวที่แสนจะน่ารักน่าเอ็นดู แต่เมนูอาหารเค้าไม่อ่อนโยนเหมือนหน้าตานะจ๊ะ เพราะว่าร้านนี้คือร้านอาหารอีสานที่ปรุงแต่งภายนอกซะใหม่ แต่ภายในยังมีส้มตำ น้ำตก และเมนูจี๊ดๆ ทั้งหลายให้ได้ชิมกัน รสชาตินั้นออกแนวจัดจ้านสไตล์บูติกนิดๆ ที่นักชิมส่วนใหญ่รับมือไหว เสิร์ฟในหน้าตาที่เหมาะกับการถ่ายรูปอัพโซเชียลแบบได้ใจ ใครว่าใช่ก็เรียนเชิญ รูปจาก https://web.facebook.com/cafeunderthetree/ กินคาวแล้วถ้าไม่ปิดด้วยขนมหวานรู้สึกมื้อนี้ยังไม่จบ พาไปต่อกันที่ ร้าน Under The Tree ที่มาพร้อมบรรยากาศสบายๆ และเน้นเสิร์ฟเบเกอรี่สไตล์โฮมเมดหลายสัญชาติ ทีเด็ดของร้านนี้คงอยู่ที่เค้กลามิงตัน เค้กสัญชาติออสเตรเลียที่หากินได้ไม่ง่ายในบ้านเรา นอกจากนั้นก็ยังมีอีกสารพัดเมนูที่หน้าตาเชิญชวนให้สั่งมากินอย่างขาดสติ กินพร้อมจิบกาแฟร้อนเข้มๆ หอมๆ ก็เริ่ด หรือจะเป็นม็อกเทลรสชาติสดชื่นก็แฮปปี้ แล้วร้านนี้คือ ตกแต่งไว้และน่ารักมาก จะด้านใน ด้านนอกก็มีโลเกชั่น เช็คอินกันเพียบ มันเวิร์คมาก ปักหมุดเลย มาเที่ยวอุดรฯ ห้ามพลาด ไหนๆ ก็เที่ยวสายธรรมชาติกันมาแล้วทั้งวัน ไปรับฟีลสดชื่นกันต่ออีกหน่อยดีกว่า ตั้ง GPS มุ่งหน้าไปภูฝอยลมกันได้เลย แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามาในช่วงปลายฝนต้นหนาวนะ อยากบอกว่าอากาศคือดีเว่อร์! แล้วที่นี่ยังตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพานน้อย อำเภอหนองแสง ซึ่งขับรถมาไม่ไกลเกินไปจากในตัวอำเภอเมืองด้วยนะ ใครชอบดอกไม้ใบหญ้าแบบเดินดูได้เพลินๆ หรือจะพักตากับการดูวิวป่าเขียวๆ จากมุมสูงที่นี่ก็มีให้ ปักหมุดกันไว้ก่อนได้เลย เย็นย่ำในตัวเมืองอุดรธานี เชื่อว่าไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ บึงน้ำกว้างใหญ่ใจกลางเมืองอุดรฯ ซึ่งเป็นแหล่งพักผ่อนของคนเมืองนี้ จะมาวิ่งหรือเดินออกกำลังกายก็มีเส้นทางที่ทำไว้ให้แบบวิวดีเว่อร์ จะพาเด็กๆ มาวิ่งเล่นก็มีสนามหญ้ากว้างให้ใช้กันอย่างสะใจ จะมาเดินกรุบกริบชมพระอาทิตย์ตก ชมไม้ดอกไม้ใบ ก็ดีงามมาก ถือเป็นแหล่งชิลล์สำหรับคนเมืองอุดรฯ อย่างแท้ทรู รูปจาก https://web.facebook.com/makkhang.ud/ สำหรับสายกินที่มองหาความแปลกใหม่ อยากแนะนำให้มาลองใช้บริการกันที่ร้านหมากแข้ง ซึ่งมีเมนูแปลกๆ สไตล์อีสานฟิวชั่นให้ได้ลองชิมกันหลายอย่าง ร้านนี้เน้นใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นจากเกษตรกรโดยตรง จึงมีอาหารตามฤดูกาลให้กินกันอยู่เรื่อยๆ เลยนะ สำหรับเรื่องรสชาติและความครีเอทีฟของเมนู ต้องบอกว่าไม่ต้องสงสัย เพราะถ้าใครรู้จักร้านเก๋ที่ชื่อว่าซาหมวย แอนด์ ซันส์ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเมนูสร้างสรรค์ที่แปลกไม่ซ้ำใครมาก่อน นี่คือร้านที่ใช้ทีมงานในเครือเดียวกันจ้ะ ดังนั้น ลุยเลย! ไหนๆ ก็ใช้บริการเช่ารถขับกับ Traveloka มาแล้วใช่มะ จะให้ขับไปขับมาแค่โซนอำเภอเมืองก็คงไม่คุ้ม งั้นเตรียมตัวออกเดินทางกันเร็วหน่อยแล้วพุ่งตรงไปที่อำเภอนายูง ซึ่งเป็นขอบจังหวัดที่อยู่ติดกับเมืองเลย ถ้าใครเป็นสายบุญที่อยากเดินทางไปไหว้พระสวยๆ ด้วยศรัทธาที่แรงกล้า ก็ขอบอกว่าถ้าพลาดวัดป่าภูก้อนไปก็คงน่าเสียดาย เพราะที่นี่ถือเป็นไฮไลท์สำคัญอีกแห่งของอุดรธานี มีองค์พระพุทธไสยาสน์หินอ่อนจากประเทศอิตาลีที่มีความยาวถึง 20 เมตร และทำเลที่ตั้งของวัดซึ่งอลังการตื่นตาตื่นใจ ถ้ามีเวลาพอก็ขับรถไปกันเหอะนะ เชื่อว่าคุ้มค่าการเดินทางอย่างแน่นอน รูปจาก https://web.facebook.com/tatudon/ ไหนๆ ก็อุตส่าห์ขับรถมาถึงอำเภอนายูงกันแล้วทั้งที และถ้าคุณเป็นคนที่ชอบการผจญภัย บอกเลยว่าไม่อยากให้พลาดการท่องเที่ยวในสไตล์ใกล้ชิดธรรมชาติกันที่บ้านคีรีวงกตเลยละ บอกไว้เลยว่ามันแสนจะบันเทิงมาก เพราะคุณจะได้นั่งรถลุยนาลุยน้ำในสไตล์ไม่เหมือนที่ไหน แถมในทริปยังจะได้แวะพักกินอาหารกันกลางป่าในฟีลแบบธรรมชาติสุดๆ มากกว่าที่เคย แล้วยังเป็นการเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ไม่ต้องทิ้งขยะไว้ให้ธรรมชาติเลยซักชิ้นนะ เริ่ดจะตาย! ถ้ามีเวลาเหลือ แล้วยังเที่ยวไม่จุใจกับการได้ใกล้ชิดธรรมชาติอันแสนสดชื่น อีกหนึ่งสถานที่เที่ยวซึ่งอยากให้ลองขับรถแวะไปเยือนกันอีกนิด คือที่อุทยานแห่งชาตินายูง - น้ำโสม ซึ่งกินพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เลย และหนองคาย ด้านในมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตรนิดๆ ซึ่งจะมีวิวสวยๆ ของน้ำตกยูงทองและอีกหลายน้ำตกให้ได้ชมกัน นอกจากนั้นยังมีจุดชมวิวผาแดงที่สามารถแวะพักชมทิวทัศน์มุมสูงของผืนป่าได้แบบสบายๆ ใครเป็นสายสมบุกสมบันหน่อยนะ ที่นี่น่าสนใจเชียวละ ถ้าไม่ได้ใช้บริการเช่ารถกับ Traveloka ขับมาเอง บอกเลยว่ายากจะได้มาเยือนนะเอ้า! รูปจาก https://web.facebook.com/l.bonheur/ หลังจากสมบุกสมบันกันมาแบบหนักๆ อะไรจะดีไปกว่าการหาที่พักใจกินขนมจิบเครื่องดื่มในบรรยากาศชิลล์ๆ กันล่ะเนอะ เราเลยอยากชวนไปกระชากฟีลกันชนิดที่พลิกชีวิตจากการลุยป่าในช่วงเช้า เป็นการเข้าตัวเมืองมากินขนมหวานหรูหราสไตล์ฝรั่งเศสกันดีกว่า โดยร้านนี้ชื่อว่า เลอ บอนเนอร์ (Le Bonheur) ซึ่งนอกจากเค้าจะมีเบเกอรี่หน้าตาเริ่ดๆ และเครื่องดื่มแสนจะชื่นใจให้บริการแล้วนะ บางวันที่นี่ยังมีเมนูหรูเว่อร์อย่างลูกแพร์โพชไวน์แดงหรือไวน์ขาวให้ได้ชิมกันด้วยนะจ๊ะ ถ้ามาตรงช่วงที่หาลูกแพร์ได้พอดี เมนูนี้พลาดไม่ได้จริงๆ เชื่อเหอะว่าถ่ายรูปแล้วเช็คอินคือว้าวแน่ รับรองเลย! ถ้าคุณมาเมืองอุดรในช่วงหน้าหนาวตั้งแต่ราวๆ เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ สถานที่นึงซึ่งพลาดไม่ได้เลยจริงๆ นั้นคงต้องขอยกให้กับทะเลบัวแดง ในอำเภอกุมภวาปี คอนเฟิร์มตรงนี้ว่าที่นี่คือสวยมากกกกกกกก จะให้ฟิน แนะนำให้มากันตั้งแต่เช้าเลยนะ แบบตี 5 - 6 โมง อะไรแบบนี้ เพราะอากาศจะดีมากกกก เย็นสบาย ระหว่างนั่งเรือไปดูบัวแดงก็จะได้เห็นแสงแรกของวันจับขอบฟ้าไปด้วย เช้าๆ คนก็จะยังไม่เยอะเท่าไหร่ แถมแดดก็ไม่แรง คือดีหมดจริงๆ อ่ะ พูดเลย อาจจะต้องขับรถจากตัวเมืองไปตั้งแต่ช่วงเช้ามืด หรือถ้าขี้เกียจตื่นเช้าเกินไปแนะนำให้ไปหาที่นอนใกล้ๆ ซักคืนก็ได้นะ ปักหมุดไว้รัวๆ เลยจ้ะ ที่นี่คือห้ามพลาดจริงๆ อ้อ … แต่เคยได้ยินว่าถ้ามาในช่วงฤดูอื่นก็มีบัวให้ดูนะ แต่จะเป็นบัวหลวงสีขาวซึ่งอาจจะไม่ว้าวเท่าสีแดงจี๊ดๆ แต่ไงๆ ก็คุ้มค่า มาเหอะ ดีจริง! รูปจาก https://web.facebook.com/chapingan/ ก่อนบอกลาเมืองอุดรในคราวนี้ ขอชวนคุณแวะมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกหนึ่งอย่างที่คนอุดรนับถือ ณ ศาลเจ้าปู่ - ย่า ศาลเจ้าเก่าแก่ที่อยู่คู่กับเมืองอุดรมาแล้วเกือบร้อยปี โดยว่ากันว่าหากใครมาอธิษฐานขอสิ่งต่างๆ ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ มักจะไม่มีคำว่าผิดหวัง ใกล้กันนั้นยังเป็นศูนย์วัฒนธรรมไทย - จีน ซึ่งรวบรวมเอาข้อมูลของชาวอุดรเชื้อสายจีนในเมืองนี้ไว้เพียบ แถมนำเสนอในรูปแบบที่ทันสมัยและหลากหลาย ดูได้ไม่เบื่อเลยละ ใครชอบถ่ายรูปก็มีหลายมุมให้ได้โพสต์ท่ากันเก๋ๆ มีร้านเช่าชุดแบบจีนโบราณให้ได้ลองใส่กัน ที่สำคัญคือมีร้านชาผิงอันที่รวบรวมเอาชาสารพัดสายพันธุ์มาไว้รวมกันที่นี่ แล้วยังมีติ่มซำรสชาติดีๆ ไว้ให้ได้ชิมกัน มาที่เดียวอยู่ได้นานเลยละ เพราะว่าครบรสจริงๆ เชื่อเหอะว่าอุดรธานีเป็นจังหวัดนึงที่เที่ยวได้แบบครบรสและสนุกมาก และหากคุณเป็นคนรักความสะดวกสบายที่นี่ก็มีทุกอย่างให้ใช้บริการกันอย่างครบครัน แถมการใช้บริการเช่ารถกับ Traveloka นั้นก็จะยิ่งทำให้การมาเที่ยวอุดรฯ ง่ายและทั่วถึงขึ้นอีกเยอะ ที่ดีคือยังปลอดภัยไร้กังวลด้วยการเดินทางแบบเป็นส่วนตัวซึ่งไม่ต้องปะปนกับใครต่อใคร แล้วอุดรธานีอาจจะเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ทำให้คุณประทับใจ เชื่อสิว่าเมืองนี้น่ะ ไม่ธรรมดา!! แนะนำจองเช่ารถกับ Traveloka เลย >> https://www.traveloka.com/th-th/car-rental
One Day Trip ที่เที่ยวนครนายก 1 วัน งบเพียง 999 บาท
พาเที่ยว
One Day Trip ที่เที่ยวนครนายก 1 วัน งบเพียง 999 บาท
ปักหมุดไว้ได้เลย สำหรับใครที่กำลังจะแพลนไปเที่ยวนครนายก 1 วัน ซึ่งนครนายกก็เป็นอีกหนึ่งจังหวัดน่าเที่ยวใกล้กรุงเทพ เพราะเดินทางไม่นาน ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงแล้ว อีกทั้งยังเต็มไปด้วยที่เที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอาราม ที่เที่ยวธรรมชาติ ร้านอาหารอร่อยๆ ก็เยอะ และที่ขาดไม่ได้เลยคือคาเฟ่ที่มีบรรยากาศทุ่งนาสีเขียวสวยๆ โอบล้อม ซึ่งก็มีหลายแห่งให้เราได้เลือกตามไปเช็คอิน และวันนี้ทัวร์ครับ จัดทริปพาเที่ยวนครนายกวันเดียว แบบเที่ยวแน่นๆ ครบทุกรส ทั้งกินอิ่มอร่อยไหว้พระขอพรกันแบบเต็มพิกัด เผลอๆ อาจจะโชคดี ไหว้พระแล้วได้เลขเด็ดเป็นรางวัลอีกด้วย ใครพร้อมแล้วก็ไปเที่ยวนครนายก กับทัวร์ครับได้เลย จองเที่ยวนครนายก กับ ทัวร์ครับ จองเลย 7 ที่เที่ยวนครนายก 1 วัน 1. เที่ยวนครนายก - ภูกะเหรี่ยง เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวนครนายกที่ห้ามพลาดเด็ดขาด ใครชอบสายธรรมชาติที่นี่คือใช่เลย เพราะนอกจากได้สัมผัสกับประสบการณ์เขียวชะอุ่มของทุ่งนาแล้ว ภายในภูกะเหรี่ยงยังเป็นศุนย์การเรียนรู้ที่มีกิจกรรมให้เราได้ทำ ได้เรียนรู้สนุกๆ อีกมากมายแล้ว สำหรับที่นี่มีค่าเข้าด้วยนะ แต่ราคาไม่กี่สิบบาทซึ่งถ้าใครไม่อยากทำกิจกรรมก็นำคูปองที่ได้จากค่าเข้านั่นแหละมารับเครื่องดื่มฟรีได้ด้วยนะ 2. เที่ยวนครนายก - วัดป่าคลอง 11 (วัดคำชะโนด 2) ทริปเที่ยวนครนายกวันเดียวทัวร์ครับขอเอาใจสายไหว้พระ ขอพร ขอหวยครับ โดยไม่ต้องไปไกลอุดรธานี เพราะที่ปทุมธานีก็มีคำชะโนดเหมือนกันครับ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อของ วัดป่าคลอง 11 ครับ วัดแห่งนี้ ถือเป็นอีกวัดที่มีชื่อเสียงและความศักดิ์สิทธิ์ครับ ผู้คนนิยมเดินมาขอเลขเด็ด และโชคลาภ ซึ่งหลายคนบอกว่าได้สมใจเลยครับ แต่จะจริงไหม ต้องมาลองกับทัวร์ครับเลย 3.เที่ยวนครนายก - ซุ้มต้นไผ่ (วัดจุฬาภรณ์วนาราม) เชื่อว่าหลายคนน่าจะคิดถึงป่าไผ่เกียวโตกันแน่ๆ ซึ่งตอนนี้อาจจะต้องหยุดบินกันไปสักพักก่อนครับ แต่ไม่ต้องเสียใจ เพราะทัวร์ครับมีป่าไผ่ที่สวยไม่แพ้ ป่าไผ่อาราชิยาม่าเลย แถมอยู่แค่นครนายกเองครับ ซึ่งซุ้มต้นไผ่แห่งนี้ อยู่บริเวณหน้าวัดจุฬาภรณ์วนาราม เป็นอุโมงค์ไผ่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ยาวกว่า 800 เมตร ชอบมุมไหน ก็โพสท่าถ่ายรูปกันได้เต็มที่เลยครับ ถ่ายรูปเสร็จแล้ว อย่าลืมแวะเข้าไปไหว้พระกันได้นะครับ 4 . เที่ยวนครนายก - วัดสีชมพู (วัดเขาทุเรียน) เรียกว่าเป็นแลนด์มาร์คสุดฮิตของนครนายกเลยก็ว่าได้ครับ กับวัดสีชมพูโดดเด่น ที่ไม่เหมือนใครครับ ซึ่งวัดแห่งนี้สร้างขึ้นโดยชาวมอญ ที่อพยพเข้ามาในช่วงรัตนโกสินทร์ครับ โดยอีกหนึ่งความโดดเด่นจนกลายเป็นชื่อเรียกวัดแห่งนี้ก็คือ โบสถ์สีชมพู รวมถึงบริเวณรอบๆก็เป็นสีชมพูเช่นกันครับ 5. เที่ยวนครนายก - วัดหลวงพ่อปากแดง (วัดพราหมณี) ยังเอาใจสายขอโชค ขอลาภ กันต่อครับ ซึ่งถือว่าเป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดนครนายก เพราะสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ครับ โดยภายในวัดมีพระประธานที่มีพระโอษฐ์สีแดงสด หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ หลวงพ่อปากแดง ซึ่งปากของหลวงพ่อนั้น แดงมาตั้งแต่แรก ไม่ได้มีการทาสีเพิ่มแต่อย่างใดครับ โดยได้อัญเชิญท่านมาจากนครเวียงจันท์ ลาวนั่นเองครับ ผู้คนที่แวะมาสักการะ มักจะมาขอเรื่องการงาน ธุรกิจ และเลขเด็ด แถมถูกไปหลายคนแล้วนะครับ 6.เที่ยวนครนายก - ครัวไฮโดร ผักสดจากฟาร์ม ทัวร์ครับ จัดทริปนครนายกวันเดียว ให้คุณได้เต็มที่ธรรมชาติสุดๆ เพราะร้านอาหารก็ยังเป็นร้านอาหารท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมเสิร์ฟเมนูผัดสดจากฟาร์มแบบไร้สารพิษกันไปเลยครับรสชาติอร่อยทุกเมนู แถมสุขภาพดีด้วยครับ ถ้าใครอยากเที่ยวนครนายกที่ดี บอกเลยว่าต้องมากับทัวร์ครับ 7.เที่ยวนครนายก - อุทยานพระพิฆเนศ สำหรับทริปนี้ ถือว่าเป็นทริปเอาใจสายบุญจริงๆครับ เพราะจะขอปิดท้ายด้วยสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งของประเทศไทย โดยที่นี่ได้ชื่อว่ามีองค์พระพิฆเนศองค์ใหญ่ที่สุด และยังเป็นแหล่งรวมรวมพระพิฆเนศปางต่างๆ ถึง 108 ปางด้วยกันครับ ด้วยความศรัทธาและความศักดิ์สิทธิ์ จึงทำให้นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาสักการะกันอย่างคึกคักครับ ถือว่าเป็นการปิดพจบทริปนครนายกได้อย่างสวยงามกันเลย ได้ไปเที่ยวนครนายกทุกพิกัดแน่ๆ ที่สำคัญคือ เดินทางสะดวกสบาย ถ้าเลือกไปเที่ยวกับ ทัวร์ครับ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://tourkrub.co/tours/16179-domestic-bangkok-nakhonnayok-1d.html
เที่ยวอยุธยาไม่ซ้ำใคร 2วัน1คืน กิน-เที่ยว-พักหรูโรงแรม 4 ดาว
พาเที่ยว
เที่ยวอยุธยาไม่ซ้ำใคร 2วัน1คืน กิน-เที่ยว-พักหรูโรงแรม 4 ดาว
ใครอยากไปเที่ยวยกมือขึ้นเลยครับ แล้วตามทัวร์ครับมาได้เลย ครั้งนี้เที่ยวต่างประเทศยังไม่ได้ เราขอพาไปเที่ยวอยุธยาใกล้ๆ ก่อนแล้วกัน ทริปนี้เราจัดมาให้แบบส่วนตัว เอ็กคลูซีฟเฉพาะที่ทัวร์ครับเท่านั้น เที่ยวอยุธยา2วัน1คืน เที่ยวแบบใหม่ไม่ซ้ำใครแน่นอน กิจกรรมสนุกที่ไม่เคยลองที่ไหนมาก่อน กินอิ่มอร่อยกุ้งแม่น้ำ ล่องเรือรอบเกาะอยุธยาและได้พักผ่อนโรงแรมหรู 4 ดาว บอกได้เลยว่า เที่ยวอยุธยาครั้งนี้ ได้ถ่ายรูปสวยๆ อวดเพื่อนได้เยอะจริงๆ 13 ที่เที่ยวอยุธยาไม่ซ้ำใคร 1. วัดพระศรีสรรเพชญ์ เริ่มต้นทริปกันด้วยไฮไลท์เด็ดอยุธยาครับ กับอดีตวัดประจำพระราชวังในสมัยอยุธยา ถือได้ว่าเป็นวัดแห่งเดียวในอยุธยาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของพระราชวังหลวงครับ ความโดดเด่นของวัดแห่งนี้ก็คือเจดีย์ขนาดใหญ่ 3 องค์ที่ตั้งเรียงกัน จนกลายเป็นเอกลักษณ์ครับ และด้วยความเป็นวัดหลวง วัดแห่งนี้จึงมีขนาดพื้นที่ขนาดใหญ่ มีทั้งอุโบสถ หอระฆัง และพระวิหาร ให้ได้ไปชื่นชมความสวย แวะถ่ายรูปเก๋ๆ กันได้ครับ 2. วิหารมงคลบพิตร เดินมาอีกนิดจากวัดพระศรีสรรเพชญ์ ก็จะได้เจอกับวิหารขนาดใหญ่ ที่ประดิษฐานปพระพุทธรูปโบราณสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัย ขนาดสูงกว่า 12 เมตร คาดกันว่าถูกสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้นคับ ว่ากันว่าเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการหล่อโลหะของช่างสมัยอยุธยา หลังจากถูกทำลายในช่วงสงคราม ก่อนจะได้รับการปฏิสังขรณ์ล่าสุดในสมัยรัชกาลที่ 5 ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งอยุธยา ที่ต้องไม่พลาดแวะมาขอพรครับ 3. กินกุ้งแม่น้ำ รสดั้งเดิมอยุธยา มาถึงอยุธยาแล้ว ก็ต้องกินกุ้งแม่น้ำกันสักหน่อยครับ ถือเป็นไม้เด็ดของอยุธยากันเลยก็ว่าได้ ไปกันเลยที่ ร้านไทรทอง ริเวอร์ ลิ้มรสเมนูกุ้งแม่น้ำเผา เนื้อหวานเด้ง สดจากแม่น้ำ เข้ากันได้ดีลงตัวสุดกับน้ำจิ้มรสแซบสูตรเฉพาะของร้านครับ แทรกด้วยมันกุ้ง หอม มัน ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ น้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด แค่นึกก็น้ำลายไหลแล้วครับ 4. วัดไชยวัฒนาราม ไม่ว่าจะมาอยุธยากี่ครั้ง ก็ต้องแวะครับ ถึงแม้ช่วงนี้กระแสของออเจ้าจะเบาลงไปแล้ว แต่วัดนี้ก็ยังคงฮิตไม่เปลี่ยนครับ กับร่องรอยมรดกทางวัฒนธรรมที่เรียกได้ว่ายังสมบูรณ์มากๆ ของวัดแห่งนี้ ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ก็สวยไปซะทุกมุม และยังมีเอกลักษณ์แตกต่างจากวัดอื่นๆ เพราะนำเอารูปแบบการสร้างบางส่วนมาจากนครวัดของกัมพูชา ยิ่งถ้าใส่ชุดไทยด้วยอีกล่ะก็ ได้ถ่ายรูปกันจนเม็มเต็มก็งานนี้แหละครับ 5. โบสถ์นักบุญยอแซฟ อยุธยาใช่ว่าจะมีแต่วัดพุทธนะครับ เพราะอยุธยายังเป็นต้นกำเนิดของนิกายโรมันคาทอลิกแห่งแรกของไทยด้วยครับ ซึ่งโบสถ์นักบุญยอแซฟ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ ได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกแห่งแรกในประเทศไทย สร้างขึ้นสมัยอยุธยา เดิมทีเป็นอาคารไม้ ก่อนจะถูกทำลายในช่วงสงคราม และได้มีการบูรณะขึ้นใหม่ จนกลายเป็นโบสถ์สีเหลืองโดดเด่น อายุมากกว่า 132 ปีครับ ถือเป็นอีกโบราณสถานสำคัญที่ควรค่าแก่การไปสัมผัส หรือจะใส่ชุดไทยมาถ่ายรูปที่โบสถ์ก็บอกเลยว่าเก๋ไม่เหมือนใครครับ 6. วัดมหาธาตุ วัดมหาธาตุ เป็นอีกวัดชื่อดังแห่งอยุธยาที่ไม่ว่าใครไปเที่ยวอยุธยาต้องมาแวะที่วัดแห่งนี้นอกจาได้ไหว้พระสักการะขอพรกันแล้ว ยังได้ชื่นชมกับเศียรพระพุธรรูปในรากไม้อันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งมีที่่วัดมหาธาตุเท่านั้นโดยวัดมหาธาตุถือเป็นอีกวัดโบราณที่ยังคงเหลือร่องรอยประวัตศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ให้เราไปสัมผัส ยิ่งถ้าวันไหนอากาศแจ่มใส ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยทุกมุมครับ 7. ล่องเรือรอบเกาะ ชมพระอาทิตย์ตก และแล้วก็มาถึงอีกกิจกรรมไฮไลท์ของการมาเที่ยวอยุธยาครั้งนี้เลยครับ ก็คือการล่องเรือรอบเกาะเมืองเก่านั่นเอง ซึ่งบอกเลยว่าไม่ได้แค่ล่องเรือชมวิถีชีวิตแบบธรรมดานะครับ เพราะเราจะพาไปน้องช้าง ที่กำลังสนุกสนานกับการอาบน้ำ เผลอๆ น้องอาจจะมาหาเราแบบใกล้ชิดเลย และยังไม่พอจ้า! ต่อกันด้วยการชมพระอาทิตย์ที่กำลังตกดิน โดยมีวัดไชยวัฒนาราม เป็นพื้นหลัง รับประกันว่าทุกคนจะต้องหลงใหลไปกับความสวยงามของวิวนี้แน่นอนครับ 8. ส่องช้างอาบน้ำแบบใกล้ชิด อีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นสุดๆครับ ก็คือการไปส่องน้องช้าง ที่กำลังสนุกสนานกับการอาบน้ำตอนเย็น เผลอๆ น้องอาจจะมาหาเราแบบใกล้ชิดเลยครับ ถ้าใครอยากให้น้องโชว์พ่นน้ำ ก็ให้น้องช้างกันหน่อย แต่บอกไว้เลยนะครับ ว่าต้องระวังให้ดี เพราะงานนี้มีเปียกแน่นอน 9. ดินเนอร์สุดคลาสสิค เดอริว่า อโยธยา มาเที่ยวอยุธยาทั้งที ขอดินเนอร์พร้อมชมวิวริมน้ำเจ้าพระยาหน่อยละกันครับ ซึ่งร้านเดอริวาแห่งนี้ รับประกันเลยว่า วิวเด็ดจริงๆครับ เพราะจะได้เห็นเป็นวิวโบสถ์นักบุญยอแซฟในช่วงยามเย็น พร้อมไฟประดับประดับที่ดูแตกต่างจากวิวตอนกลางวันครับ กินอาหารอร่อยๆ รสชาติอยุธยาแท้ๆ ท่ามกลางวิวสุดคลาสสิคสุดพิเศษแบบนี้ ต้องไปกับทัวร์ครับเท่านั้นนะครับ 10.พักโรงแรมสุดหรู Kantary Hotel Ayutthaya เที่ยวอยุธยาเรื่องของกินจัดหนักกันไปแล้ว การพักผ่อนก็สำคัญครับ ทัวร์ครับเลยขอจัดให้นอนกันแบบสบาย กับโรงแรมอยุธยาหรูระดับ 4 ดาวกันไปเลยครับ Kantary Hotel Ayutthaya บอกแล้วว่าทริปอยุธยาครั้งนี้พาเพลินจริงๆครับ 11. ลองทำโรตีสายไหม ประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้ กับการสัมผัสการทำโรตีสายไหม ของดีอยุธยาด้วยตัวเอง แถมยังเป็นเจ้าดังของอยุธยาอีกด้วยนะครับ เรียกได้ว่าได้ลองทำกับเจ้าของสูตรตัวจริงกันไปเลย ถือเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้หาทำกันง่ายๆ นะครับ ทำเสร็จแล้วได้โรตีกลับไปเป็นของฝากอีกด้วยน้า 12.แวะเติมความสดชื่น รักษ์นา คาเฟ่ อยุธยาเรียกได้ว่าเป็นอู่ข้าว อู่น้ำของไทยเลยก็ว่าได้ครับ ดังนั้นเราเลยจะพาไปดื่มด่ำกับวิถีทุ่งนาสีเขียว ของคาเฟ่ชื่อดัง อย่าง รักษ์นา คาเฟ่ กับบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติของทุ่งนาสีเขียวขจี ที่มองกี่ครั้งก็รู้สึกสบายใจ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ เพิ่มความสดชื่นกันสักหน่อย และถ้ายิ่งเป็นสายถ่ายรูปล่ะก็ บอกเลยว่ามุมถ่ายรูปที่นี่คือที่สุดครับ ยิ่งถ้าใส่ชุดพริ้วๆ มา บอกเลยว่าปังมากจ้า 13.ช้อปปิ้งของฝาก ตลาดน้ำอโยธยา ปิดท้ายทริปอยุธยาพาเพลิน ด้วยการแวะ ตลาดน้ำอโยธยา ซึ่งจำลองบรรยากาศสมัยอยุธยามา เหมือนได้ย้อนยุคเลยครับ แวะซื้อของฝากติดไม้ติดมือ หรือจะหาของอร่อยกินรองท้องกันก่อนกลับ ซึ่งตลาดแห่งนี้ถือเป็นพิกัดที่รวบรวมของดีอยุธยามาไว้ที่เดียว แล้วยังมีมุมให้ถ่ายรูปอีกมากมาย ชิม ช้อปกันให้เต็มที่ก่อนกลับครับ เที่ยวอยุธยากับ ทัวร์ครับ ไม่ซ้ำใคร กินกุ้งตัวโต ส่องช้างอาบน้ำ นอนโรงแรมหรู เริ่มต้นเพียง4,999 บาท อยากไปเที่ยวกับแก๊งค์เพื่อน แบบชิลล์ๆ รีบบอกทัวร์ครับได้เลย Line :https://bit.ly/38Orj9F Tel : 02-013-5333 FB : Tourkrub
แจกแพลนเช่ารถขับเอง เที่ยวเชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน
พาเที่ยว
แจกแพลนเช่ารถขับเอง เที่ยวเชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน
ตอนนี้อาจต้องขอพักเรื่องเที่ยวต่างประเทศกันไว้ก่อน แต่บอกเลยว่าไม่มีอะไรมาหยุดเราได้ แม้กระทั่งแม่สิตางค์ก็ตามครับ สายเที่ยวแบบเราก็เลยขอไปเที่ยวเมืองเชียงใหม่ เมืองยอดฮิต ดินแดนแห่งคาเฟ่ และความ Slow Life แห่งภาคเหนือ เราแพลนมาให้แล้วเที่ยวเชียงใหม่แบบกำลังดี 3 วัน 2 คืน จองตั๋วเครื่องบินเชียงใหม่ แล้วเช่ารถขับเที่ยวเชียงใหม่เพลินๆ ก็ฟินแล้ว มาดูกันซิว่าเที่ยวเชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน นี้ จะไปเที่ยวที่ไหนกันได้บ้าง ? แต่ก่อนจะไปเริ่มต้นทริปเที่ยวเชียงใหม่ ก็ต้องจองตั๋วเครื่องบินกันก่อนครับ ซึ่งเวลาจองตั๋วเครื่องบินผมก็ใช้บริการเขาประจำ แอปฯ Traveloka จองตั๋วเครื่องบินสะดวก ไม่ต้องเสียเวลาไปเช็คราคาหลายๆ เว็บให้ยุ่งยาก เพราะเขายกมาให้เราหมดแล้ว ที่สำคัญคือใช้เวลาการจองไม่นาน จ่ายเงินได้หลายช่องทาง สะดวกแบบไหนก็จ่ายได้เลย จองตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่กับ Traveloka https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Chiang-Mai.CNX แลนด์มาถึงเชียงใหม่เกือบๆ เที่ยง ก็รีบไปเอาที่จองไว้เลยครับ ซึ่งจะบอกว่า รถเช่าเชียงใหม่เราก็จองกับ Traveloka สะดวกมาก จองล่วงหน้าได้ แล้วก็นัดรับ-คืน รถที่สนามบินเชียงใหม่เลย แต่จริงๆ แล้วก็เลือกรับสถานที่ๆ เราสะดวกได้นะ แต่ผมสะดวกสนามบิน ตอนคืนก็มาที่นี่ได้เลยครับ บริการรถเช่าเชียงใหม่กับ Traveloka https://www.traveloka.com/th-th/car-rental/city/chiang-mai เที่ยวเชียงใหม่ วันที่ 1 ขอบคุณรูปภาพจาก >> https://www.facebook.com/poshtel/ ได้รับรถเรียบร้อยแล้วก็เดินทางเข้าตัวเมืองเชียงใหม่กันครับ สำหรับทริปนี้ เราได้จองโรงแรมเชียงใหม่แถวสันป่าข่อย ชื่อว่า Fashèn Poshtel คุณเจ้าของที่พักก็ออกมาต้อนรับอย่างดี พอถึงโรงแรมก็รีบเอากระเป๋าเก็บอย่างไว เพราะอยากเที่ยวใจจะขาด เก็บกระเป๋ากันเสร็จ ท้องก็เริ่มร้อง เลยสอบถามพี่เจ้าของโรงแรมว่ามีร้านอาหารแนะนำไหม ขอแบบจานด่วน เพราะหิวมาก (555555) ก็เลยรู้จักกับ ร้านเฮียหงี ข้าวแกงสันป่าข่อย ซึ่งเป็นร้านข้าวแกงเจ้าเด็ดของเชียงใหม่ ไม่รอช้าครับ รีบพุ่งตัวไปฝากท้องกันแบบทันทีเลยครับ พออิ่มท้องกันแล้ว ก็ได้เวลาไปตะลุยเชียงใหม่กันเลย! เริ่มกันที่วัดโบราณของเชียงใหม่ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร หรือเรียกสั้นๆ ว่า วัดพระสิงห์ ที่ไม่ว่าจะมาเชียงใหม่กี่ครั้ง ก็ต้องแวะไหว้ขอพรทุกครั้งครับ ซึ่งวัดพระสิงห์ถือได้ว่าเป็นวัดสำคัญของเมืองเชียงใหม่ ภายในพระดิษฐานพระสิงห์ หรือพระสิหิงค์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์โบราณคู่เมืองเชียงใหม่นั่นเองครับ ไหว้พระกันไปแล้ว ก็ขับรถซอกแซกไปคาเฟ่เชียงใหม่ในเมืองกันต่อ กับคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น มีใจให้มัทฉะ คาเฟ่ แค่ไปยืนถ่ายรูปหน้าร้าน ก็เหมือนอยู่ญี่ปุ่นเลยครับ แต่บอกว่าเลยว่าไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศ แต่มัทฉะของร้านนี้ ก็เด็ดสมคำร่ำลือจริงๆ ครับ เอาเป็นสายชาต้องเลิฟที่นี่แน่นอน เพราะมีชาให้เลือกเยอะมาก เข้มมาก เข้มน้อย มีให้เลือกครบเลย ทั้งเครื่องดื่ม ของหวาน ขนมเค้ก บอกเลยว่าน่ากินทุกอย่างครับ จากนั้นก็ขับรถตะลอนอยู่ในเมืองเชียงใหม่กันต่อครับ กับอีกหนึ่งวัดคือ วัดสวนดอก ที่มีความโดดเด่นของเจดีย์สีขาวอันเป็นเอกลักษณ์ โดยในอดีตวันสวนดอกเคยเป็นพระอารามหลวงในสมัยราชวงศ์มังรายครับ ซึ่งภายในวันสวนดอกนั้น มีการประดิษฐานพระบรมสารีริกฐาน รวมถึงเป็นสถานที่เก็บอัฐิของเจ้านายฝ่ายเหนือ หรือก็คือบริเวณเจดีย์สีขาวจุดถ่ายรูปสุดฮิตนั่นเองครับผม เราให้เวลากับที่นี่สักพัก แล้วก็แวะไปฝากท้องมื้อเย็นกันที่ร้าน เฮือนม่วนใจ๋ ร้านอาหารเหนือชื่อดังแห่งเชียงใหม่ กินกันอิ่มแบบแน่นสุดๆ แล้วก็กลับที่พักเพราะหมดแรงแล้วสำหรับวันนี้ เที่ยวเชียงใหม่ วันที่ 2 ตื่นเช้าเพื่อเตรียมตัวเดินทางขึ้นดอยกันครับวันนี้ โดยจากโรงแรมของเราไปยังดอยอินทนนท์ใช้เวลาประมาณ เกือบ 2 ชั่วโมงครับ วันนี้เราเลยต้องตื่นกันแต่เช้านั่นเอง ซึ่งการเช่ารถขับเที่ยวเชียงใหม่ ก็เป็นอีกวิธีการเดินทางไปเที่ยวดอยอินทนนท์ที่สะดวกสบาย เพราะเส้นทางไปเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้ชันมาก ขับไม่ยาก แต่ถ้าใครยังขับรถไม่แข็ง ก็แนะนำให้เหมาเป็นรถแดง หรือรถ 2 แถวไปแทนจะปลอดภัยกว่าครับ พิกัดแรกสำหรับเที่ยวเชียงใหม่วันที่ 2 ทุกคนต้องแวะเมื่อมาขับรถเที่ยวเชียงใหม่ก็คือ พระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระมหาธาตุนภเมทนีดล ซึ่งตั้งสง่าเคียงคู่กันอย่างโดดเด่นครับ นอกจากจะแวะสักการะพระธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ภายในบริเวณพระธาตุฯ ยังมีการจัดสวนเมืองหนาวที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้สีสันสดใส ให้แวะถ่ายรูปกันได้พอชุ่มชื่นจิตใจ รวมถึงจุดชมวิวที่แอบมีทะเลหมอกเล็กๆ ให้ได้ชมกันด้วยน้า ไม่เสียเวลากันมาก เราก็ขับพุ่งต่อไปที่จุดสูงสุดแดนสยาม ยอดดอยอินทนนท์ ตอนที่เราไปเป็นช่วงหน้าหนาว อุณภูมิอยู่ที่ 12 องศาครับ คนแพ้อากาศอย่างเราก็เกิดอาการจมูกแดงแถมน้ำมูกไหลกันเลยทีเดียว ซึ่งความหนาวเย็นของดอยอินทนนท์จะหนาวแบบชื้น จึงได้เห็นความเชียวชอุ่มกันแบบเต็มๆ อ้อ! แนะนำให้กินคอร์นด็อกของร้านค้าบนดอยอินทนนท์นะครับ คอร์นด็อกร้อนๆ กับ อากาศหนาวๆ เข้ากันอย่าบอกใครเลย ลงจากดอยอินทนนท์ ก็มาแวะกิ่วแม่ปานกันต่อ แนะนำว่าให้ทำเวลากันนิดนึงนะครับ เพราะการเดินทางในเส้นทางศึกษาธรรมชาตของกิ่วแม่ปานนั้นใช้เวลาอยู่เหมือนกัน และต้องเตรียมร่างกายกันนิดนึง เนื่องจากเส้นทางค่อนข้างชัน รวมถึงความกดอากาศบนที่สูง หากร่างกายไม่พร้อมอาจจะมีอาการหน้ามืดกันได้ แต่ถ้ากายพร้อม ใจพร้อมก็ลุยเลยครับ โดยจะมีน้องๆเด็กนักเรียนเป็นไกด์ท้องถิ่นคอยนำเที่ยว ถือเป็นกิจกรรมที่สนุก และเหมือนได้ชาร์จพลังให้ตัวเองจากธรรมชาติ และที่สำคัญ วิวที่จุดชมวิวทำเอาสวยจนตะลึงไปเลยครับ! รู้สึกคุ้มค่ากับความเหนื่อยจริงๆ ครับ จบจากกิ่วแม่ปานก็แวะ กินอาหารเหนือระดับมิชลิน ที่ร้านบ้านเจริญสวนแอก เราก็ขับรถต่อมาอีก 2 ชั่วโมงนิดๆ เพื่อมากินร้านอาหารพื้นเมือง ระดับมิชลินครับ หลายรีวิวบอกว่ามันเด็ดมาก อร่อยสุดๆ ซึ่งไหนๆก็เช่ารถแล้ว เลยต้องขับรถให้คุ้มสักหน่อย โดยร้านบ้านเจริญสวนแอก ต้องขับออกมาจากตัวเมืองเชียงใหม่นิดนึง แถมร้านยังอยู่ในซอยมืดๆ แสนลึกลับ ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีร้านอร่อยแฝงตัวอยู่ในนี้ครับ บรรยากาศร้านก็เป็นแนวพื้นบ้าน มาถึงก็สั่งกันยับ ด้วยความหิว จำไม่ได้แล้วครับว่ามีเมนูอะไรบ้าง แต่สิ่งเดียวที่จำได้ คืออร่อยมากจริงๆ ใครยังไม่เคยกินต้องมาลองให้ได้นะครับ! เที่ยวเชียงใหม่ วันที่ 3 และแล้วก็มาถึงวันสุดท้ายของทริปเช่ารถขับเที่ยวเชียงใหม่ของเรา สำหรับแพลนวันนี้ จะแวะไปกินกาแฟก่อนจะซื้อของฝากเชียงใหม่ แล้วก็กลับครับ เขาว่ากันว่าเชียงใหม่นี่คือแหล่งคาเฟ่เกาหลี บางคาเฟ่ถ่ายรูปออกมาเช็คอินว่าอยู่โซลก็เชื่อนะครับ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ The Baristo Rim Ping สาขาริมปิงนี่เอง โชคดีที่มาช่วงเช้าคนยังไม่เยอะมาก โดยสาขานี้เขาจะมีมุมให้เราถ่ายรูปเยอะมาก เพราะเป็นบ้านทั้งหลังที่ตกแต่งได้ดูดี มีสไตล์สุดๆ เหมือนคิดมาแล้วว่าถ่ายรูปต้องสวยแน่ๆ ซึ่งก็คือเรื่องจริงๆครับ แถมเมนูก็มีให้เลือกหลากหลาย รวมถึงเมนูพิเศษที่ทางร้านคิดค้นขึ้น สำหรับเราแล้วก็ดีทั้งเครื่องดื่มและร้านสมคำรีวิวจริงๆครับ ยิ่งใครที่ชอบถ่ายรูปก็คือ เลิฟเลย! ปิดท้ายทริปด้วยการแวะกาดวโรรส ตลาดของฝากชื่อดังแห่งเชียงใหม่ ที่มีของฝากให้เลือกแบบครบทุกเพศ ทุกวัย อยากได้อะไรที่กาดวโรรสมีหมดครับ แน่นอนว่าช่วงหน้าหนาวแบบนี้ สสตรอว์เบอร์รีกำลังถูก ก็เลยได้ทีขนสตรอว์เบอร์รีกลับกรุงเทพไปฝากหลายกล่อง รวมถึงไส้อั่วและแคบหมูจนสบายใจ ถือเป็นการปิดท้ายทริปเชียงใหม่ 3 วัน 2 คืนได้อย่างสวยงาม จากนั้นเราก็ขับรถไปยังสนามบินเพื่อเตรียมตัวบินกลับบ้าน และคืนรถที่สนามบินเลย สะดวกสบายสุดๆครับ การมาเที่ยวเชียงใหม่ครั้งนี้ เป็นการเที่ยวแบบไม่เน้นเที่ยวเยอะ เพราะอยากใช้เวลาซึมซับบรรยากาศ และความสวยงามของเมืองเหนือให้มากที่สุด และเพราะอยากมาพักผ่อน ก็เลยไม่อยากให้ทริปมันแน่นจนเหนื่อยเกินไปนั่นเองครับ ใครที่ไปตามรอยทริปเราแล้ว ก็มาเล่าให้ฟังกันได้นะครับ ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบน้า เจอกันใหม่ทริปหน้าครับผม
ไปเที่ยวสมุย ลุยเป็นแก๊งค์ 3 วัน 2 คืน ทริปนี้มีแต่รูปสวยๆ
พาเที่ยว
ไปเที่ยวสมุย ลุยเป็นแก๊งค์ 3 วัน 2 คืน ทริปนี้มีแต่รูปสวยๆ
โควิด19 จางลงได้เวลาเที่ยวกันแล้ว ในเมื่อเที่ยวต่างประเทศยังไม่ได้ ก็เที่ยวในไทยก่อนแล้วกัน ขอเก็บตกช่วงซัมเมอร์ที่ไม่ได้ไปเที่ยวทะเลด้วย หน้าฝนแบบนี้เราก็ไม่ปล่อยให้ทะเลผ่านไป ปักหมุดเที่ยวทะเลใต้ เที่ยวเกาะสมุย ทะเลสวย ให้มันฉุ่มช่ำหัวใจหน่อยแล้วกัน พอนัดชาวแก๊งค์ วันว่างพร้อมกันลงตัว แบบไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า ก็จองตั๋วเครื่องบินไปสมุยทันทีเลย จองตั๋วเครื่องบินไปสมุย ไม่ได้มีตัวเลือกสายการบินเยอะ สายการบินหนึ่งเดียวก็ Bangkok Airway เท่านั้นความดีงามของสายการบินนี้คือ ฟรีน้ำหนักกระเป๋า มีเลาจน์ให้นั่ง มีขนมอร่อยให้กิน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ในส่วนของการจองตั๋วเครื่องบินนั้น ก็จองสะดวกมาก เราจองตั๋วเครื่องบินไปสมุย กับแอปพลิเคชั่น Traveloka แอปฯ จองตั๋วเครื่องบินได้ง่ายๆ ไม่ต้องเช็คราคาหลายเวบให้เสียเวลา จ่ายเงินก็สะดวกเพราะมีให้เลือกหลายช่องทาง ได้ตั๋วเครื่องบินภายในเวลาไม่กี่นาที ใครจะไปเที่ยวสมุยก็ตามไปส่องราคาตั๋วเครื่องบินได้เลย จองตั๋วเครื่องบินไปสมุยกับ Traveloka จองเลย https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Koh-Samui.USM เที่ยวเกาะสมุย-วันที่ 1 เราไปถึงสนามบินสมุยประมาณ 11.00 น. จองรถรับส่งสนามบินไว้ เพราะตั้งใจว่า เที่ยวสมุยทริปนี้จะมีแต่ความสะดวก เน้นรูปสวย ไม่ต้องเที่ยวแบบเหนื่อยๆ เพราะเป็นแก๊งค์สาวๆ จะให้เดินทางแบบทุลักทุเลได้ไง เราเลยเลือกใช้บริการรถรับส่งจากสนามบินสมุยไปส่งถึงโรงแรมเลย ก็สามารถจองกับ Traveloka ได้เลย มีบริการตลอด 24 ชั่วโมง จะไฟลท์เช้าหรือดึกแค่ไหนก็ได้หมด แต่ต้องจองล่วงหน้านะ จองปุ๊บปั๊บไม่ได้นะคุณ ราคาคือไม่บวกค่าอย่างอื่นเพิ่ม ตอนเราจองประมาณ 500 บาท หารกับเพื่อน 3 คน คุ้มมาก ใช้บริการรถรับส่งสนามบินสมุยกับ Traveloka จองเลย https://www.traveloka.com/th-th/airport-transfer จากสนามบินสมุยมายังที่พักประมาณ 10 นาที ซึ่งเราเลือกพักที่ “เคซี รีสอร์ท แอนด์ โอเวอร์ วอเตอร์ วิลล่า” ที่พักเห็นวิวทะเลสวยงามเลย คือที่นี่ราคาไม่สูงมาก หากเที่ยบกับที่พักเกาะสมุยวิวสวยๆ อลังฯ มาพร้อมกับห้องพักตกแต่งไว้เริดมาก ขอบคุณรูปภาพจาก KC Resort & Over Water Villas, Koh Samui เราเลือกพักแบบวิลล่า เพราะมีความส่วนตัวหน่อย มีสระว่ายน้ำ มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะมาก ห้องพักก็กว้างด้วย ในส่วนของห้องน้ำมีอ่างน้ำให้นอนแช่มองวิวเพลินๆ อย่างที่เกริ่นไว้หัวเรื่องเลยว่า ทริปสมุยครั้งนี้เราจะต้องได้รูปสวยๆ เท่านั้น !! เกือบลืมบอกไปเลยว่า Traveloka เขามีจองรถเที่ยวได้ด้วยนะ ซึ่งการจองก็ง่ายๆ เหมือนเดิม เลือกได้เลยว่า จะเช่ารถแบบขับเอง หรือขอแบบมีคนขับด้วย แล้วให้เขามาส่งรถถึงที่เราพักได้เลย สะดวกมากจ้า ทริปสาวๆ อะเนอะ อะไรที่มันสะดวก เราเลือกแบบนั้นแหละ ทางไปจองรถเช่า กับ Traveloka >> https://www.traveloka.com/th-th/car-rental สำหรับวันแรกเราไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนไกลมากเพราะ กว่าจะเดินเล่นในโรงแรมถ่ายรูปสวยๆ ก็บ่ายแก่ๆ แล้วเราเลยไปเดินเล่นหาดใกล้โรงแรม อย่างหาดเฉวงเหนือ เดินจากโรงแรมนิดเดียวเองก็ถึงบีชแล้ว ใครชอบเล่นน้ำทะเลเล่นได้เลย เพราะน้ำทะเลใส หาดทรายขาวละเอียดสุดๆ เตรียมบิกินี่มาเยอะๆ นะ เพราะจะได้ถ่ายรูปกันแบบไม่ซ้ำชุดเลย ถ่ายรูปที่หาดสักพักใหญ่ พอเย็นๆ ก็เตรียมตัวไปถนนคนเดินเฉวง ถนนคนเดินจะตั้งอยู่แถวๆ โรงแรม Centara Grand หาไม่ยากๆ ที่นี่มีของขายเยอะอยู่นะ คนสมุยบอกว่า เป็นตลาดคนเดินที่ครึ้กครื้นที่สุดแล้ว ใครชอบเดินตลาดประมาณนี้ไม่ควรพลาดเด็ดขาด ของกิน ของช้อปปิ้งเพียบเลย ถ้าชอบสินค้าทำมือตลาดนี้ตอบโจทย์ แล้วเราก็ฝากท้องมือเย็นไว้กับที่นี่ของกินตรึมมีตั้งแต่ร้านเดินกินชิลล์ ไปจนร้านใหญ่จริงจังเลย ถนนคนเดินเปิดทุกวัน ยกเว้นวันศุกร์ เวลา 18.00 - 23.00 น. เที่ยวเกาะสมุย - วันที่ 2 เช้าแรกที่เกาะสมุยก็จะเฟรชๆ หน่อย กินข้าวเช้าที่โรงแรมนี่แหละ แล้วก็เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเที่ยวสมุย ก็ขอไปไหว้พระก่อน ขับรถมุ่งตรงสู่ วัดพระใหญ่ เกาะฟาน จากที่พักไปวัดประมาณ 5 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาทีก็ถึงวัดแล้ว สำหรับ วัดพระใหญ่ เกาะฟาน ชาวสมุย พุทธศาสนิกชนให้ความเลื่อมใสกันเป็นอย่างมาก ความโดดเด่นของวัดแห่งนี้คือ พระพุทธปางมารวิชัยขนาดใหญ่ ที่มีตัวองค์สีเหลืองทองทั้งองค์ และเมื่อขึ้นไปไหว้พระด้านบนจะได้เห็นวิวเกาะพงันในมุมกว้างด้วย วิวสวยประทับใจ พอไหว้พระขอพรเสร็จ เราก็ไปกันต่อที่ หินตาหินยาย นี่เป็นไฮไลท์ของเกาะเลยนะ หินขนาดใหญ่ที่ไม่ว่าใครได้มาเที่ยวสมุยก็ต้องมาเช็คอินถ่ายรูปจุดนี้ อารมณ์แบบว่า ถ้าไม่มาถ่ายรูปตรงนี้คือเหมือนมาไม่ถึงสมุยยังไงยังงั้นเลย จากนั้นก็ขับรถไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง มุ่งตรงสู่ หาดบ่อผุด เป็นอีกหนึ่งหาดน่าเที่ยวของสมุยเลย หาดทรายของสมุยขาวสะอาด น้ำทะเลสวยใส แทบจะทุกที่เลย ยิ่งช่วงนี้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเที่ยวไม่ได้หาดก็ยิ่งสะอาด เหมือนได้ฟื้นฟูธรรมชาติไปในตัว ฝั่งตรงข้ามหาดบ่อผุดจะมี Fisherman’s Village เราจะได้สัมผัสกับบรรยากาศวิถีของชาวบ้านชาวประมงด้วย ซึ่งถ้าใครชอบกินอาหารทะเลที่หาดนี้คือมีเพียบ แล้วราคาก็ไม่แพงด้วยนะ เราฝากท้องกลางวันไว้ที่นี่ อยู่กันยาวๆ ยันเย็น ก็เดินช้อปปิ้งต่อสรุปอยู่ที่หาดบ่อผุดยาวๆ ยันค่ำเลย แล้วก็กลับที่พัก หมดไปอีก 1 วัน วันพักผ่อนนี่ผ่านไปไวมาก ๆ พรุ่งนี้ก็ได้เวลากลับแล้วสินะ เที่ยวเกาะสมุย - วันที่ 3 วันที่ 3 ของการเที่ยวสมุย แต่ไม่ปล่อยให้เสียเปล่า เพราะกลับไฟล์ทบ่าย เลยขอไปแวะ น้ำตกหน้าเมือง สะหน่อย เที่ยวทะเลมาเยอะแล้ว ขอไปถ่ายรูปสวยๆ กับน้ำตกด้วยดีกว่า น้ำตกหน้าเมืองเป็นสถานเช็คพอยต์ของเกาะสมุยเหมือนกันนะ แล้วคือมาช่วงหน้าฝนสวยมาก น้ำที่ตกลงมาสวยเลยหละ แล้วน้ำในแอ่งก็เขียวใส ซึ่งจุดนี้เล่นน้ำได้นะ น้ำเย็นชื่นใจดี พอบ่ายโมงกว่าก็ออกจากน้ำตกหน้าเมืองมุ่งตรงสู่สนามบินสมุยกลับบ้าน เตรียมพร้อมทำงานที่เรารัก เก็บเงินให้ไว แล้วเจอกันใหม่นะสมุยยยยยย
เที่ยวญี่ปุ่น สนุก สบาย มีตั๋วใบเดียว ก็เที่ยวชิลล์ได้ทั่วเมือง
พาเที่ยว
ญี่ปุ่น
เที่ยวญี่ปุ่น สนุก สบาย มีตั๋วใบเดียว ก็เที่ยวชิลล์ได้ทั่วเมือง
เที่ยวญี่ปุ่นหลายคนคงคุ้นเคบกับรถไฟ JR เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูงชินคังเซน รถไฟเข้าเมืองจากสนามบิน หรือรถไฟเดินทางไปเมืองต่างๆ และด้วยราคารถไฟของเขาราคาไม่เบา จึงทำให้หลายคนเข้าใจค่ารถไฟที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นแพงเหลือเกิน แต่วันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการเดินทางเที่ยวเองในญี่ปุ่นที่ราคาถูก เดินทางแบบไม่แพง เน้นราคาถูก ไม่เน้นเดินทางไว เหมาะกับสายชิลล์ ไม่รีบไม่ร้อน ได้เที่ยวญี่ปุ่นแวะตามเมืองต่างๆ ได้ชมธรรมชาติ แวะกินอาหารไปเรื่อยเปื่อย เจ้าตั๋วที่เรากำลังพูดถึงคือ JR Seishun 18 Kippu ซึ่งเป็นตั๋วสำหรับรถไฟท้องถิ่นไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยตั๋วนี้จะเปิดให้ซื้อช่วงที่เด็กๆ ปิดเทอม เข้าไปเช็ครายละเอียดได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ >> https://www.jreast.co.jp/e/pass/seishun18.html แต่เที่ยวญี่ปุ่นจะสะดวกมบายที่สุด แบบไม่ต้องวางแพลนเที่ยวเอง ไม่ต้องหาตั๋วซื้อตั๋วรถไฟ ก็แนะนำให้ซื้อทัวร์ไปเลย ได้เที่ยวในแบบที่ชอบไม่ต่างกัน ซึ่งก็สามารถเข้าไปดูแพ็กเกจทัวร์ญี่ปุ่น ได้ที่ ทัวร์ครับ เว็บไซต์ที่รวมทัวร์ต่างประเทศไว้เยอะมากๆ https://tourkrub.co/japan-tour อย่างทัวร์ญี่ปุ่นเองก็มีให้เลือกเยอะ ถ้าเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศจองกับทัวร์ครับ ไว้ใจได้จริงๆ โฉมหน้าของตั๋ว JR Seishun 18 Kippu นะครับ ซึ่งทริปนี้เราจะเริ่มจากขึ้นรถไฟ JR ที่ชิบูย่าไปเมืองทากาซากิ จังหวัดกุนมะ จากทากาซากิไปเมืองมินาคามิ จังหวัดกุนมะจากมินาคามิไปยัง ยูซาวะ จังหวัดนีกาตะ แล้วนั่งรถสายเดิมกลับโตเกียว นั่งรถไฟฉึกฉักมาชั่วโมงเศษๆ เราก็มาโผล่ที่ทากาซากิเมืองแห่งดารุมะ หรือตุ๊กตาแดงนั้นเอง ลงรถไฟมาปุ๊ป เราก็เจอกับไดรุมะ ตัวใหญ่มาต้อนรับ ช่วงเวลาที่ผมไปคือวันปีใหม่ครับ ทุกอย่างในเมืองที่ผมไปจึงปิดหมด แต่ทากาซากิมีเทศกาลดารุมะพอดี โชคดีเลยครับ เรามีเวลาแวะเที่ยวเมืองนี้ 1 ชั่วโมง แล้วต้องกลับไปสถานีเพื่อนั่งรถไฟต่อไปยังมินาคามิ ดารุมะเป็นตุ๊กตาสีแดงคล้ายตีกตาล้มลุก ไม่มีแขน มีแต่หน้า ซึ่งการวาดหน้าดารุมะนี้วาดให้เหมือนพระ ตรงคางจะเขียนคำขอพรต่างๆ เช่นสุขภาพดี เจริญก้าวหน้า โชคดีอะไรแบบนี้ครับ และตัวดารุมะยังหมายถึงชิวิตเวลาที่เราล้มเราก็สามารถลุกขึ้นมาอีกได้ครับ ดารุมะตัวใหญ่ใจกลางเมือง ผมมาถึงเมืองนี้งงๆ มากับเพื่อนญี่ปุ่นที่พามา จับใจความได้ว่าวันนี้เราโชคดีนะ ร้านปิดหมดแต่มีเทศกาลพอดี ผมก็เดินตามเขาไปตรงใจกลางเมือง ก็พบคลื่นมหาชนมากมาย และร้านรวงที่ขายตัวดารุมะ และร้านขายอาหารต่างๆ คล้ายถนนคนเดินบ้านเราแหละครับ แต่บ้านเราร้านเยอะกว่า ร้อนกว่า แผงขายดารุมะเต็มไปหมด รับสักตัวไหมครับ ทากาซากิเป็นเมืองขนาดพอดีๆ มีที่เที่ยวเยอะอยู่ครับ แต่เราใช่วิธีชะโงกทัวร์เอาเพราะมีเวลาน้อยแค่ชั่วโมงเดียวเลยได้บรรยากาศภายในเมือง จริงๆ ถ้าใครมีเวลาแนะนำไปเที่ยววัดดารุมะจิ ชมโรงงานผลิตตุ๊กตาดารุมะ และสักการะเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ เขามีให้เขียนตัวดารุมะด้วยครับ จึงไปเขียนดั่งภาพ มีการแสดงด้วยครับ เป็นเพลงแบบครึกครื้นครับ ที่ทาคาซากิ มีร้านอาหารไทยด้วยนะครับ แต่ร้านปิดวันนั้น อด จากทากาซากิ เรานั่งรถไฟสาย JR Joetsu Line ไปยังเมืองมินาคามิ ซึ่งเป็นเมืองออนเซน ผมนี้เตรียมแช่น้ำเลยครับบบ เนื่องจากเรามมมีเวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมงที่เมืองนี้เพื่อรอรถไปยังนีงาตะ ระหว่างทางที่นั่งรถไฟไปก็เริ่มรู้สึกว่ายิ่งจากโตเกียวมามากเท่าไหร่ยิ่งหนาวเท่านั้น สังเกตุจากสภาพวิวทิวทัศน์นะครับ เพราะในรถไฟอุ่นอยู่แล้ว แล้วผมก็คิดถูกเนื่องจากเจอหิมะบนพื้น เซอร์ไพรส์มากครับ หิมะ แต่มีเซอร์ไพรส์มากกว่านี้ครับ อีกภาพหนึ่ง มินาคามิเป็นเมืองที่คนโตเกียวและเมืองใกล้เคียงนิยมมาแช่ออนเซ็น เล่นสกี เพราะที่นี้มีลานสกีที่ขึ้นชื่อ มีภูเขาที่สวยงาม มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมือง เป็นเมืองในฝันของคนรักสงบ หน้าหนาวเมืองนี้จะขาวดพลนไปด้วยหิมะวันที่ผมไปคุณป้าชาวญี่ปุ่นบอกว่าวันนี้ไม่ค่อยหนาว แม่เจ้าที่ขนาดไม่หนาวผมเหลือแต่ตาเดิน สะพานข้ามแม่น้ำระหว่างทางจากสถานีรถไฟเข้าเมือง พวกเราพร้อมมากที่จะไปแช่ออนเซ็น เพื่อนชาวญี่ปุ่นผมพราวทูพรีเซ็นมาก แต่ปรากฎว่าทั้งเมืองร้างครับ ปิดหมด ปิดหมดทุกอย่าง ตามภาพนี้เลยครับ วันที่ 1 มกราคม ทุกคนก็ปิดบ้านนอนหมด พวกเราก็เดินเหงากัน เหงามากครับ มีเวลาสามชั่วโมงในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดฆ่าเวลาได้ดีเท่ากับการเดินเล่นในร้านแถวสถานีรถไฟ และนั่งคุยกับคุณป้าแถวนั้นครับ คุยรู้รื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็รอยยิ้มและเสียงหัวเราะทำให้เวลาผ่านไปเร็วมากครับ คุณป้าเจ้าของร้านอาหารที่ผมแวะไปนั่งเมาท์มอยกับแก เมืองนี้ของดีก็คือสาเกครับ จริงๆ ดีหลายอย่างแต่ผมโพกัสแค่นี้เลย ตุ๊กตุ่น ตุ๊กตาผ้าน่ารักมากเลยครับ มีโชว์ที่สถานีรถไฟ ถึงเวลาอันสมควรพวกเราก็เดินทางไปด้วย JR Joetsu Line ไปยังยูซาวะ นีงาตะ ระหว่างทางก็คือเราจะผ่านลานสกี ภาพที่เห็นคือหิมะตกตลอดทาง ผมนี้ตื่นเต้นมากครับ รถไฟมาถึงสถานียูซาวะ พวกเรามุ่งหน้าไปสถานที่ที่ผมอยากไปมาก ซึ่งทริปนี้ตรงนี้คือไฮไลท์ครับ นั้นคือพิพิธภัณฑ์สาเก รวมมาทั้งเกาะเลยครับ อย่าเอาอย่างตาลุงคนนี้นะครับ อันนี้คือรูปปั้นตรงหน้าทางเข้าครับ Ponshukan Sake Museum ตั้งอยู่บริเวณสถรนีรถไฟอิชิโกะ ยูซาวะ รวบรวมสาเกจากทั่วประเทศ 132 ชนิด และที่สำคัญคือจ่ายค่าเข้า 500 เยน จะได้รับจอกสาเก และเหรียญสำหรับหยอดตู้สาเกอัตโนมัติ 5 เหรียญ ซึ่งแต่ละตู้ก็จะใช้จำนวนเหรียญเริ่มต้นที่ 1 เหรียญขึ้นไปตามแต่ความไฮโซของสาเก เราสามารถทดลองชิมเท่าไหร่ก็ได้ไม่จำกัดตามแต่งบประมาณ และความแข็งแรงของร่างกายแค่อย่าล้มหงายเป็นลุงคนนั้นพอ เขาจำกัดอายุเข้านะครับ ต้อง18 ปีขึ้นไปตามกฎหมายญี่ปุ่น จอกวิเศษพร้อมกับป้ายแนะนำว่าเบอร์ไหนอร่อย เบิกฤกษ์ด้วยเบอร์ 13 ครับ ไม่อ่านป้ายแนะนำแต่รู้ว่าอันแรกต้องเบอร์ 13 นอกจากสาเกแล้วที่นี้ยังมีเกลือและมิโซะสำหรับใช้กินคู่กับสาเก เหมือนที่เรากินของเปรี้ยวๆ กับยาดองนั้นเอง ที่ญี่ปุ่นกินของเค็มๆ แต่เกลือก็ไม่ได้มีแค่เกลือป่นสีขาวๆ นะครับ มีตามในภาพเลยครับชิมจนงง เยอะจนลืมนับครับ ที่เห็นในถ้วยคือเกลือครับ ไม่ใช่ตู้ฝากของนะครับ ตู้กดสาเกครับ ยาวเต็มผนังเลยครับ จุดจบสายแข็ง เพลินเพลิดไปกับสาเกในตู้จำนวนมากจนหิว ถ้าคุณมากับครอบครัวภรรยาไม่ดื่มและลุกเล็กเด็กวัยรุ่นเข้าไม่ได้ ไม่ต้องกังวลภายในสถานีมีร้านอาหารมากมายและที่ช้อปปิ้ง ซึ่งพูดเลยว่าเพลินมาก นีงาตะเป็นแหล่งปลูกข้าวชั้นดีของประเทศจึงทำให้ที่นี้มีผลิตภัณฑ์จากข้าว ไม่ว่าจะเป็นสาเก มิโซะ ขนมแซมเบ้ ข้าวสาร และ เครื่องสำอางที่ผลิตภัณฑ์จากข้าว ข้าวญี่ปุ่นคุณภาพดี ข้าวญี่ปุ่นที่ห่อผ้ามาอย่าสวยงาม ขนมจากข้าวราคาย่อมเยาว์ และสิ่งที่อยากให้ลองมากที่สุดคือข้าวปั้นครับ อร่อยมากครับ ข้าวของเขาคืออร่อยจริงๆ ก้อนใหญ่มาก นี้คือของจริงบนมือชายร่างใหญ่สูง 180 เซ็นติเมตร ข้าวปั้นใหญ่มากครับ ใหญ่จนผมต้องกินสองครั้งถึงจะหมด มีหลายใส้ให้เลือกไม่ว่าจะบ๊วย สาหร่ายหวาน ไข่ปลาแซลมอน ไข่ปลาค๊อดดอง หรือไส้ผักต่างๆ ราคาเริ่มต้นที่ 580 เยนเองครับ ปิดท้ายด้วยภาพเหล่าขวดสาเกในภาพนี้ครับ ทริปนี้พวกเราหารค่ารถกัน 5 คนเพียงคนละ 2พันกว่าเยน ตีเป็นเงินก็ 500 กว่าบาท แต่ได้ไปเที่ยวถึงสามเมือง ได้ชิมของอร่อยมากมาย ได้เห็นหิมะตก และชมความสวยงามทั้งสองข้างทาง ขากลับผมก็นั่งรถสายเดิมแบบเดิมสถานีเดิมแบบขามาออกจากโตเกียวตอน 9โมงเช้า กลับถึงบ้านตอนเที่ยงคืนเศษๆ ใช่วันปีใหม่ได้คุ้มค่ามากครับ
รีวิว ดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกง สวนสนุกในฝัน เที่ยวกี่วันไม่เคยเบื่อ
พาเที่ยว
ฮ่องกง
รีวิว ดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกง สวนสนุกในฝัน เที่ยวกี่วันไม่เคยเบื่อ
ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ (Hong Kong Disneyland) เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์ค ที่ต้องเที่ยวเมื่อไปเที่ยวฮ่องกง ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ จะเติมเต็มความฝันวัยเด็กให้สมบูรณ์มากขึั้น และครั้งนี้ ทัวร์ครับ จะพาทุกคนไปย้อนให้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ใครพร้อมแล้วก็ตามเราไปได้เลย จองทัวร์ฮ่องกง กับ ทัวร์ครับ https://tourkrub.co/hongkong-tour ฮ่องกง ไม่ไกลจากประเทศไทย ใช้เวลาเดินทางไม่นาน บินข้ามประเทศกันไปเลยประมาณ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น แถมยังเที่ยวง่าย สะดวกสบาย เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะมาเดี่ยว มาคู่ หรือมาเที่ยวเป็นครอบครัวก็สนุกไม่แพ้กัน ใครที่กำลังตามหา ทัวร์ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ ราคาไม่แพง ก็เข้าไปดูแพ็กเกจ ดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกง >> https://tourkrub.co/hongkong-tour/destination-hongkong-disneyland ได้เลย ราคาเข้าสวนสนุก ดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกง บัตรผู้ใหญ่ 2,390 บาท บัตรเด็ก 1,800 บาท ผู้สูงอายุ 440 บาท หรือซื้อทัวร์ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ ราคาสุดคุ้มกับทัวร์ครับก็ได้ >>https://tourkrub.co/hongkong-tour/destination-hongkong-disneyland วิธีการเดินทางไป ดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกง เดินทางด้วย รถไฟ MTR นั่ง MTR มาลงที่สถานี Hong Kong Disneyland Resort เดินทางด้วย รถบัส จากตัวเมืองฮ่องกง > ขึ้นรถบัสสาย R33 และ R42 มาลงที่ดิสนีย์แลนด์ จาก Lantau Link Toll Plaza > ขึ้นรถบัสสาย R8 มาลงที่ดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ มีเครื่องเล่น การแสดง และจุดที่น่าสนใจมากมาบ รวมเครื่องเล่นแล้วมีมากกว่า 100 อย่าง กระจายตามโซนต่างๆ ด้านในของฮ่องกงดีสนีย์แลนด์ จะแบ่งเครื่องเล่นเป็นหลายโซนด้วยกัน คือ Adventureland, Fantasyland, Grizzly Gulch, Main Street, U.S.A., Mystic Point, Tomorrowland และ Toy Story Land 7 โซนฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ 1. โซน Grizzly Gulch พบกับ Big Grizzly Mountain Runaway Mine Cars รถไฟตะลุยเหมืองในเทือกเขาบิ๊กกริซลีที่มีกลไกเรียกเสียงกรี๊ดได้เป็นระยะ พอให้เสียวเล่นๆ ใครเคยนั่งเครื่องเล่นที่เป็นรถไฟเหาะมาหลายเครื่องแล้ว แนะนำให้มาเล่นตัวนี้เลย อาจจะไม่เสียวเท่าเครื่องอื่น แต่บอกเลยว่าเค้ามีเซอร์ไพรส์ซ่อนอยู่ 2. โซน Tomorrowland Space Mountain รถไฟตะลุยจักรวาลสุดมันส์ที่มีเทคนิคแสงสีเสียงอลังการสุดๆ ประหนึ่งว่าได้นั่งอยู่บนยานอวกาศในสนามรบหลบกระสุนให้หวาดเสียวเล่นๆ เป็นหนึ่งในเครื่องเล่นไฮไลท์ของสวนสนุกดิสนีย์ทั่วโลก จะเห็นได้เลยว่าไปทีก็เจอคนต่อแถวยาวเหยียด ใครอยากเล่นให้ได้แนะนำว่าไปสวนสนุกตั้งแต่เช้าแล้วรีบไปกดบัตร Fast Pass เอาไว้เลยค่ะ ได้เล่นแน่นอน 3. โซน Toy Story Land สาวก Toy Story เมื่อเดินเข้าบอกเลยว่ามีว้าว เครื่องเล่นธีม Toy Story ทั้ง Slinky dog spin, Toy Soldier Parachute drop เครื่องเล่นที่ห้ามพลาดเลยคือ RC Racer รถไฟเหาะบนรางตัว U ตัวรถไฟเหาะถูกออกแบบให้หน้าตาเหมือนกับรถบังคับ RC ของเล่นของ Andy ในเรื่อง Toy Story นั่นเอง ใครที่ชอบความเสียวเล่นเครื่องนี้ไม่ผิดหวัง กรี้ดจนคอพังกันไปข้าง 4. โซน Adventureland Jungle River Cruise ล่องเรือผจญภัยไปในดินแดนของสัตว์ป่านานาชนิด มาร่วมลุ้นกันว่า เรือลำเล็กๆ ในป่าแห่งนี้จะพาเราไปเจอกับอะไรบ้าง ประหนึ่งว่าเป็าเมาคลี ใครที่คิดว่านั่งเรือเปื่อยๆล่องไปตามทาง บอกเลยว่าคิดผิดนะครับบ เพราะ 2 ฝั่งระหว่างทางนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นมากมาย นั่งก้นไม่ติดเรือกันเลยล่ะ 5. โซน Fantasyland เติมเต็มทุกจินตนาการในดินแดนแห่งเทพนิยาย มีปราสาท และเครื่องเล่นน่ารักมากมาย เหมาะกับเด็กๆเครื่องเล่นแนวแฟนตาซี สามารถเล่นได้ทุกคน เครื่องเล่นที่ห้ามพลาดของโซนนี้ก็คือ it’s a small world และ Sleeping Beauty Castle ปราสาทเจ้าหญิงนิทรา ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของดีสนีย์แลนด์ทั่วโลก แต่ละที่ก็แต่งต่างกันไป ไฮไลท์ที่สวยที่สุดคือตอนกลางคืน 6. โซน Main Street USA ป็นโซนแรกที่เมื่อเดินเข้าไปในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์แล้วจะต้องผ่าน ร้านค้าของฝากและของที่ระลึกที่เรียงรายตลอดเส้นทาง ในโซน Main Street USA มีทั้งของน่ารักมากมาย อย่างสินค้ามิกกี้เม้าส์ ตุ๊กตา พวงกุญแจ เครื่องประดับ รวมไปถึงของใช้ แก้วน้ำสวยๆ จาน ชาม และที่พลาดไม่ได้สำหรับใครที่ชอบดิสนีย์ คือ ชุดเจ้าหญิงเจ้าชายในเทพนิยาย ใส่เดินเล่นในสวนสนุกให้เหมือนกับออกมาจากเทพนิยายกันไปเลย 7. โซน Mystic Point เป็นโซนของเรื่องราวลึกลับ ผจญภัยในคฤหาสน์ Mystic Manor ปราสาทที่รวบรวมของแปลกจากทั่วทุกมุมโลกเอามาจัดแสดงโชว์ด้วยธีมกลิ่นอายแบบพ่อมด บรรยากาศภายในบ้านก็ดูลึกลับน่าค้นหา ปนความตื่นเต้น จบไปแล้วกับ 7 โซนดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง ดินแดนเทพนิยาย สวนสนุกในฝันที่ทุกคนอยากไปเก็บให้ครบทุกประเทศ นอกจากเครื่องเล่น 7 โซนที่ทัวร์แนะนำแล้วในดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง ยังมีอะไรให้ทำอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจุดถ่ายรูปสวยๆ ของกินน่ารัก ของฝากมากมาย เรียกได้ว่าเป็นสวนสนุกที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย อยู่ได้ตั้งแต่เช้ายันมืด ไปฮ่องกงทั้งทีคงจะไม่พลาดที่จะเที่ยวรอบเกาะ ทัวร์ครับขอแนะนำซื้อทัวร์ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ รวมทุกอย่างในราคาสุดคุ้ม ไม่ต้องมานั่งวางแผนเอง แถมเดินทางสะดวก มีไกด์คอยดูแลตลอดการเดินทาง
10 พิกัดช้อปปิ้ง ไต้หวัน แหล่งละลายทรัพย์
พาเที่ยว
ไต้หวัน
10 พิกัดช้อปปิ้ง ไต้หวัน แหล่งละลายทรัพย์
เมื่อพูดถึงไต้หวัน หลายคนคงรู้กันดีว่าเป็นสถานที่ที่มีกิจกรรมให้ทำมากมาย และอีกหนึ่งกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมอย่างมากเมื่อเดินทางมาไต้หวันก็คือ การละลายทรัพย์ด้วยการช้อปปิ้งนั่นเอง! เพราะไต้หวันถือเป็นแหล่งของรวมสินค้ามากมายทำให้มีนักท่องเที่ยวมาช้อปปิ้งจำนวนมาก เต็มไปด้วยแหล่งช้อปปิ้งหลากหลายแนวมีทุกสิ่งที่ทุกคนมองหา ตั้งแต่สินค้าแนวแบรนด์ดัง เสื้อผ้าแฟชั่น อาหาร และขนม คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบันผู้คนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในไต้หวันเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาเอาใจสายช้อปปิ้งด้วยการแนะนำแหล่งช้อปปิ้งในไต้หวันกัน มาติดตามกันดูว่าจะมีที่ไหนน่าสนใจกันบ้างครับ เช็คราคาหรือจองทัวร์ ไต้หวัน กับ ทัวร์ครับ https://tourkrub.co/taiwan-tour 10 พิกัดช้อปปิ้งไต้หวัน 1. Taipei 101 Shopping Mall มาเริ่มกันที่ ตึก Taipei 101 แลนด์มาร์คของไต้หวันที่รู้จักกันดีเพราะมีชื่อเสียงในระดับโลก เป็นสถานที่ที่จะพลาดไม่ได้เลยเมื่อมาเยือนไต้หวัน เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของเหล่าบรรดานักช้อปที่พร้อมละลายทรัพย์ เพราะภายในตึกตั้งแต่ชั้นที่ 1 ถึง ชั้น 6 ถูกสร้างให้เป็นห้างสรรพสินค้าโดยสินค้าส่วนใหญ่ของที่นี่จะเป็นสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมหรูหราระดับ Hi-End มามัดรวมกันไว้ไม่ว่าจะเป็น Versace, Montblanc, Chanel, Dior หรือสินค้าแบรนด์ต่างๆ มีให้เลือกช้อปมากมาย นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารมากมายทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป รวมไปถึงศูนย์อาหารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในชั้น B1 ตึก Taipei 101 ยังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวและชาวไต้หวันที่เดินทางมาท่องเที่ยวและช้อปปิ้ง สามารถเดินทางมายังตึก Taipei 101 ได้โดยนั่งรถไฟ MRT มาลงที่ Taipei 101 พร้อมให้บริการวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี ตั้งแต่ 11:00 ถึง 21:30 น. และวันศุกร์ถึงวันเสาร์ตั้งแต่ 11:00 ถึง 22:00 น. 2.ตลาด ซีเหมินติง (Ximending) ย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องช้อปปิ้งคงหนีไม่พ้นย่าน Ximending ตั้งอยู่ใจกลางเมืองไม่ไกลจาก taipei main station เป็นตึกทรงแปดเหลี่ยมได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าแฟชั่นเอาใจขาช้อปกันแบบสุดๆ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารอร่อยๆขึ้นชื่ออย่าง Mala hotpot และร้านอาหารญี่ปุ่นมากมาย เป็นสถานที่โดดเด่นเหนือแหล่งช็อปอื่นก็คือ ย่านนี้เป็นแหล่งรวมวัยรุ่น เหมือนกับสยามสแควร์บ้านเรา เป็นย่านที่ได้รับความนิยมอย่างมากถูกติดลิสต์รายชื่อว่าต้องมาให้ได้เมื่อมาไต้หวันกันเลย สำหรับใครที่ชื่นชอบการช้อปปิ้งคงไม่อยากพลาดอย่างแน่นอนกับย่านแห่งนี้ ซึ่งสามารถเดินทางมายังตึก Ximending ได้โดยนั่งรถไฟ MRT มาลงที่ Ximen ออกทางออก 6 พร้อมให้บริการวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี ตั้งแต่ 11:00 ถึง 22:30 น. และวันศุกร์ถึงวันเสาร์ตั้งแต่ 11:00 ถึง 23:00 น. 3. ตลาด กงกวน (Gongguan) มาถึงย่านที่คนไทยรู้จักกันดีกับ ย่าน Gongguan เพราะเป็นแหล่งรองเท้าผ้าใบแบรนด์เนมราคาถูกรวมถึงร้าน Rockland ที่ขายกระเป๋า Kanken แบรนด์ยอดฮิตของคนไทย มีร้านเครื่องสำอางนำเข้าราคาถูกอย่าง Little three และยังมีร้านอาหารให้เลือกมากมาย ถือเป็นย่านที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มนักช้อปปิ้ง ที่สำคัญย่าน Gongguan ตั้งติดอยู่กับมหาลัยชื่อของไต้หวันอย่าง NationalTaiwanUniversity ทำให้ของในย่านนี้ราคาจะไม่แพงมากนัก ซึ่งสามารถเดินทางมายัง Gongguan ได้โดยนั่งรถไฟ MRT มาลงที่ Gongguan ออกทางออก 4 พร้อมให้บริการ ตั้งแต่ 13:00 ถึง 22:00 น. 4.ตลาด อู่เฟินผู่ (Wufenpu) มาถึงย่านที่ขายเสื้อผ้าใหญ่ที่สุดในไทเป กับย่าน Wufenpu ดูคล้ายกับประตูน้ำบ้านเรา มีทั้งเสื้อผ้าราคาแพงและราคาถูกตามเกรดเสื้อผ้า หรือจะเป็นสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นก็มีให้เลือก เราขอแนะนำให้เดินทางไปวันอังคารเพราะสินค้าจะมีราคาถูกกว่าวันธรรมดา ทำให้มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาเลือกซื้อสินค้าและยังมี Raohe night market แหล่งรวมอาหารให้เลือกซื้อที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ซึ่งสามารถเดินทางมายัง Wufenpu ได้โดยนั่งรถไฟ MRT มาลงที่ Songshan ทางออก 4 เดินผ่านสถานีรถไฟ Songshan ไปไม่ถึง 500 เมตร Wufenpuจะอยู่ทางซ้ายมือพร้อมให้บริการ ตั้งแต่ 14:00 ถึง 22:00 น. 5. ตลาดกวงหัว ดิจิตอล พลาซ่า (Guang Hua Digital Plaza) เอาใจขาช้อปสายเครื่องใช้ไฟฟ้ากันบ้างกับ Guang Hua Digital Plaza เป็นศูนย์รวมสินค้าelectronic ทั้งคอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ, กล้องดิจิตอล, โน้ตบุ๊ค, ปริ้นท์เตอร์ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เป็นตึก 6 ชั้น เปรียบเสมือนพันทิพย์บ้านเรา แถมยังมี Syntrend ห้างที่อยู่ข้างๆให้ลองเข้าไปสำรวจอีกด้วย ภายนอกยังมีร้านค้าจำนวนมากชวนให้เข้าไปช้อปปิ้ง เราขอแนะนำว่าให้ชำระเงินด้วยเงินสด ถ้าใช้บัตรจะโดนค่าธรรมเนียมบานเลยล่ะ ใครไม่อยากโดนก็ใช้เงินสดจะดีกว่า สามารถเดินทางมายัง Guang Hua Digital Plaza ได้โดยนั่งรถไฟ MRT มาลงที่ Zhongxiao Xinsheng ทางออก1 เดินไปจนถึงถนน Xinsheng Road แล้วเลี้ยวซ้าย เดินต่อไปจนใกล้ Bade Road เราก็จะเริ่มเห็นร้านที่ตั้งริมถนน เดินตรงไปอีกสักหน่อยก็จะเจอตัวตึกที่อยู่ทางซ้ายมือ พร้อมให้บริการ ตั้งแต่ 10:00 ถึง 21:00 น. 6. Bellavita Shopping Mall มาถึงห้างที่ได้ชื่อว่าเป็นห้างที่ดีที่สุดในไทเปกับห้าง Bellavita Shopping Mall แหล่งช้อปปิ้งสุดหรูที่อาคารถูกออกแบบมาให้ดูคล้ายกับโบสถ์ในสไตล์คลาสสิก ภายในห้างจะมีสินค้าชื่อดังอย่าง Vera Wang, Tiffany & Co. , Giorgio Armani หรือแม้กระทั่งโชว์รูมรถหรูระดับโลกอย่าง Lamborghini เรียกได้ว่าเอาใจคนชอบช้อปปิ้งอย่างมาก สายช้อประดับ Hi-End คงไม่อยากพลาดกับห้างสุดหรูแบบนี้อย่างแน่นอน แถมบริเวณชั้นบนสุดของห้างยังเป็นที่ตั้งของร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทเปอีกด้วยเรียกได้ว่ามัดรวมของดีๆของไทเปไว้ที่นี่แล้ว สามารถเดินทางมายัง Bellavita Shopping Mall ได้โดยนั่งรถเมล์สาย 611, 284, BL10, 284 Express หรือ 282 Sub Line มาลงที่ป้ายรถประจำทาง Fire Bureau (Song Ren) พร้อมให้บริการวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี ตั้งแต่ 10:30 – 22:00 น. และวันศุกร์ถึงวันเสาร์ตั้งแต่ 10:30 – 22:30 น. 7. Breeze Center Mall มาถึงห้าง Breeze Center Mall เป็นห้างสรรพสินค้าแบรนด์ Breeze ห้างแห่งนี้จะมีทั้งหมด 11 ชั้น โดยชั้น B2 จะเป็นที่ตั้งของซุปเปอร์มาร์เก็ต และชั้นอื่นๆ จะเป็นตั้งของร้านค้าแบรนด์ระดับกลางที่เราคุ้นชื่อกันดี อย่าง Armani Exchange, Gucci, UNIQLO, Louis Vuitton, Jimmy Choo และ Calvin Klein รวมไปถึงโรงภาพยนตร์ที่อยู่ชั้นบน แถมยังมีร้านอาหารคุณภาพชั้นเลิศให้เลือกมากมาย เราขอแนะนำให้มาสาขานี้ก่อนเพราะมีความหลากหลายมากกว่าอีก 2 สาขาอย่าง Breeze II และ Breeze Taipei Station รับรองว่าได้ช้อปปิ้งกันแบบจุใจกันเลย สามารถเดินทางมายัง Breeze Center Mall ได้โดยนั่งรถเมล์สาย 669 มาลงที่ Citizen Fu Xing Intersection พร้อมให้บริการวันอาทิตย์ถึงวันพุธ ตั้งแต่ 11:00 – 21.30 น. และวันพฤหัสบดีถึงวันเสาร์ตั้งแต่ 11:00 – 22:00 น. 8. Miramar Entertainment Park มาถึงห้างที่ได้ชื่อว่าเป็นห้างที่ให้ความสนุกกับความบันเทิงหลากหลายกับห้าง Miramar Entertainment Park มีจุดเด่นที่สังเกตุเห็นได้ง่ายๆ ก็คือชิงช้าสวรรค์ ซึ่งชิงช้าสวรรค์ของที่นี่มีความใหญ่โตเป็นอันดับสองของไต้หวัน โดยตลอดทั้ง 6 ชั้นของห้างล้วนเต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์ดังมากมาย ทั้ง Chanel, Roberta di Camerino และ Montblanc เรียกได้ว่าสายช้อปคงใจสั่นกันรัวๆ เลย แถมห้างนี้ยังมีจุดเด่นอีกอย่างคือ จอภาพยนตร์ ที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในเอเชียเลยทีเดียว ใครที่อยากไปสัมผัสบรรยากาศห้างในรูปแบบนี้พร้อมทั้งช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมทั้งหลายคงไม่อยากพลาดแน่นอน ซึ่งสามารถเดินทางมายัง Miramar Entertainment Park ได้โดยนั่งรถเมล์สาย 208, R3 Qu, G16, BL20 Qu, BR20, 553 หรือ R3 มาลงที่ป้าย Jing Ye San Lu Yi พร้อมให้บริการ ตั้งแต่ 11:00 – 22.00 น. 9. Core Pacific City มาต่อกันที่สายช้อปปิ้งไม่ควรพลาดกับห้าง Core Pacific City เป็นห้างสรรพสินค้าที่โดดเด่นด้วยสิ่งก่อสร้างทรงกลมหุ้มหินแกรนิตที่สูงถึง 11 ชั้นและยังมีชั้นใต้ดินอีก 7 ชั้น นับว่าเป็นห้างที่ใหญ่โตอย่างมาก ภายในห้างจะมีสินค้ามากมายชวนให้เลือกซื้อกันแบบไม่หวั่นไม่ไหวกันเลยเพราะห้างแห่งนี้ได้รวบรวมสินค้าหลากหลายแบรนด์เข้ามาไว้ด้วยกันจำนวนมาก รวมไปถึงร้านอาหารและโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ แถมยังมีบริเวณที่ถูกสร้างไว้เพื่อสาวๆโดยเฉพาะเป็นโซนเครื่องสำอางขนาดใหญ่ แต่ผู้ชายไม่ต้องน้อยใจไปห้างแห่งนี้ยังจัดชั้น1F ให้วางขายรองเท้าจำนวนมากที่มีมากกว่า 10,000 รายการ เรียกได้ว่ามองไปทางไหนใจก็เต้นรัวกันเลย ซึ่งสามารถเดินทางมายัง Core Pacific City ได้โดยนั่งรถเมล์สาย 669 มาลงที่ป้าย Living Mallพร้อมให้บริการวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี ตั้งแต่ 11:00 ถึง 21:30 น. และวันศุกร์ถึงวันเสาร์ ตั้งแต่ 11:00 ถึง 22:00 น. 10. ATT 4 Fun ปิดท้ายกันด้วย สถานที่ช้อปปิ้งที่ผู้คนต่างนิยมอย่าง ATT 4 Fun แหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ที่รวบรวมสินค้าแฟชั่นแบรนด์ดังจากต่างประเทศ ทั้ง Zara, Che Che New York, Nami&Yami และ GAPสำหรับสาวกแฟชั่นคงไม่อยากพลาดแน่นอน แถมชั้น 5 ยังเป็นโซนร้านอาหารมีอาหารให้เลือกเป็นจำนวนมากหรือจะเป็นโซนเครื่องสำอางห้างแห่งนี้ก็มีให้เลือกได้หลากหลายรับรองว่าถูกใจสาวๆ แน่นอน สามารถเดินทางมายัง ATT 4 Fun ได้โดยนั่งรถเมล์สาย M7, 28, BL5 หรือ 797 มาลงที่ป้าย 101 International Shopping Mallพร้อมให้บริการวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี ตั้งแต่ 11:00 ถึง 22:00 น. และวันศุกร์ถึงวันเสาร์ ตั้งแต่ 11:00 ถึง 23:00 น เป็นไงกันบ้างครับ กับ 10 พิกัดช้อปปิ้งในไต้หวัน คนไหนที่อยากหาแหล่งช้อปปิ้งในไต้หวัน ก็จดลิสต์จากเราไปได้เลย หรือถ้าไม่อยากเตรียมแพลนเที่ยวเองก็ให้ทัวร์ครับพาไปเที่ยวก็ได้นะ เที่ยวต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายถ้ามีทัวร์ครับอยู่ข้างๆ เช็คราคาหรือจองทัวร์ ไต้หวัน กับ ทัวร์ครับ https://tourkrub.co/taiwan-tour
15 เมืองหลวงยุโรป น่าเที่ยวของแต่ละประเทศ
พาเที่ยว
ยุโรป
15 เมืองหลวงยุโรป น่าเที่ยวของแต่ละประเทศ
ยุโรป พิกัดดินแดนในฝันของเหล่านักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่สักครั้งในชีวิตของให้ได้ออกไปพิชิตให้สมใจอยาก ว่าแต่ว่าทวีปยุโรปเองมีตั้ง 50 ประเทศ แค่เที่ยวเมืองหลวงของแต่ละประเทศให้ครบก็น่าจะเข้าขั้นหมดตัวได้ ว่าแล้วมาดูกันดีกว่าว่าจะล็อคเป้าพิกัดประเทศไหนในยุโรปกันดี กับ “15 เมืองหลวงน่าเที่ยวของแต่ละประเทศ” แล้วจะได้มาเลือกกันถูกว่าตามแต่จริตเราควรไปที่ไหนกันดี ไปกันเลย เที่ยวยุโรป ทั้งทีบินก็ไกล เวลาก็น้อย แต่เราต้องอย่าให้เรื่องเวลามาเป็นอุปสรรคในการเที่ยวของเรา เพียงแค่ประหยัดระยะเวลาการเดินทาง การต่อคิวเข้าแถวขึ้นรถลงเรือ ด้วยการไปเที่ยวยุโรปกับทัวร์ที่ดูแลเราอย่างมืออาชีพและมีครบจบพร้อมสรรพในที่เดียว กับ หาทัวร์ครบจบที่ทัวร์ครับ เพียงเท่านี้ก็มีเวลาเหลือเผื่อการเที่ยวชิลล์อีกเพียบเลย จองทัวร์เที่ยวยุโรป กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) https://tourkrub.co/europe-tour 15 เมืองหลวงยุโรปน่าเที่ยว 1.กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส (Paris, France) มหานครอันเป็นที่สุดของความโรแมนติก จุดหมายปลายทางในฝันของคู่นักนักเดินทาง และศิลปินจากทั่วทุกมุมโลก กับกรุงปารีส เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส พิกัดแหล่งรวมศิลปะชิ้นสำคัญของโลก สิ่งปลูกสร้างและสถาปัตยกรรมระดับโลก ไปจนถึงถนนที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในโลก ริมแม่น้ำแซนอันแสนโรแมนติก กับเมืองหลวงอันเป็นที่สุดของมหานครระดับโลก จึงต้องขอบอกว่าควรต้องได้มาเยือนกรุงปารีสสักครั้งในชีวิตเป็นอย่างน้อย 2.กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร (London, United Kingdom) พิกัดของเมืองหลวงที่ชิค และคลาสสิคที่สุดของยุโรป กับมหานครอันทรงเสน่ห์ทั้งทางด้านศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมืองผู้ดีที่ลงตัวด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย ผู้คนที่เป็นกันเอง และสถาปัตยกรรมที่งดงามอย่างลงตัว ทั้งอาคารบ้านเรือนเก่าแก่สุดอลังการฉบับอังกฤษแท้ ๆ สุดตระการตาที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับวิถีชีวิตของผู้คนที่ทันสมัยโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสมัยที่สะดุดตา ริมแม่น้ำเทสม์ที่ให้บรรยากาศสุดคลาสสิค ที่คงต้องบอกว่าถ้าไม่ได้มากรุงลอนดอนสักครั้ง ต้องของบอกว่าพลาดมาก ๆ พูดเลย 3.กรุงโรม ประเทศอิตาลี (Rome, Italy) กรุงโรม เมืองหลวงของประเทศประเทศอิตาลี เมืองเก่าแก่อันเคยเป็นทั้งศูนย์กลางอารยธรรม ศิลปวัฒนธรรมอำนาจและการปกครอง ไปจนถึงศูนย์การศาสนาของอาณาจักรโรมันอันเก่าแก่ที่ยังคงความรุ่งเรืองอย่างยาวนานกว่า 3,000 ปีในอดีต ที่เป็นเครื่องการันตีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมและบรรยากาศคลาสสิคของกรุงโรม กับนิยามของเมืองหลวงของประเทศอิตาลีแห่งนี้ที่ว่า “เมืองอมตะ หรือนครที่ไม่มีวันตาย” มาต้องมนต์เสน่ห์ของศิลปะและสถาปัตยกรรมโบราณเก่าแก่สุดอลังการที่น่าหลงใหล และสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ทีเป็นมิตรและเป็นกันเองของชาวอิตาลี พร้อมลิ้มชิมรสชาติพาสต้าสูตรต้นฉบับแท้ ๆ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมเมืองแห่งนี้จึงได้ชื่อว่านครที่ไม่มีวันตาย 4.กรุงวาติกัน นครรัฐวาติกัน (State of the Vatican City) นครรัฐวาติกัน อันโด่งดังของประเทศเล็ก ๆ ที่มีพื้นที่เพียง 250 ไร่ กับนครเล็ก ๆ ท่ามกลางเมืองใหญ่อย่างกรุงโรม ที่แยกตนเองออกเป็นเอกเทศไม่ขึ้นตรงกับใคร นครรัฐวาติกันเป็นแหล่งศูนย์รวมศรัทธาของศาสนาคริสต์ กับพิกัดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เล็ก ๆ ที่ทรงคุณค่าทัท้งทางศาสนา และประวัติศาสตร์ วัฒนะธรรม ที่ได้รวบรวมเอาไว้ซึ่งผลงานทางสถาปัตยกรรมวิจิตรประณีตงดงาม ศิลปกรรมและ วิทยาการที่ล้ำนำสมัย และโดดเด่นอลังการตระการตาเป็นที่สุด ที่ต้องเรียกว่าเป็นพิกัดเล็ก ๆ ที่ถึงจะเล็กแต่ก็เล็กพริกขี้หนู เพราะคุณภาพคับแก้วมาก ๆ 5.กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก (Prague, Czech) กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็ก กับเมืองที่ขึ้นชื่อได้ว่าสะอาดที่สุดในโลก และยังเป็นอีกหนึ่งเมืองมรดกโลกที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานนับ 1,000 ปี โดยเฉพาะเรื่องความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรมเก่าแก่สุดคลาสสิคตระการตา และบรรยากาศสุดชิลล์ยามค่ำคืนริมแม่น้ำแสนโรแมมติกของย่านเมืองเก่า ที่ต้องบอกว่าคนมาเป็นคู่ต้องประทับใจไม่มีวันลืมแน่ ๆ 6.กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Amsterdam, Netherlands) กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมืองแห่งสายน้ำริมฝั่งแม่น้ำอัมสเติล (Amstel) ที่รายล้อมไปด้วยคลองกว่า 100 สาย จนได้รับการยกให้เป็น “เวนิสแห่งตอนเหนือของยุโรป” นอกเหนือกับความชิลล์สุด ๆ กับบรรยากาศของเมืองหลวงแห่งสายน้ำแห่งนี้แล้ว เมืองแห่งนี้ยังรายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมเฉพาะตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองที่น่ารัก สดใส และลงตัวสุด ๆ นอกจากนี้กรุงอัมสเตอร์ดัมยังเป็นมืองศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญทวีปยุโรปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 อีกด้วย 7.กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี (Budapest, Hungary) กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งเป็นเครื่องรับประกันความงดงามของเมืองหลวงแห่งนี้ กับพิกัดของเมืองหลวงสวย ๆ ในบรรยากาศสุดคลาสสิค และโรแมนติกด้วยทำเลที่ตั้งริมแม่น้ำดานูบ แม่น้ำที่มีความยาวเป็นอันดับที่ 2 ของทวีปยุโรป และสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอโคโลเนียลสุดอลังการ จนได้รับการขนานน้ำว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ” 8.กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย (Vienna, Austria) กรุงเวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย อีกหนึ่งพิกัดแห่งดินแดนแสนโรแมนติกของทวีปยุโรป กับบรรยากาศของเมืองเล็กแสนโรแมนติก ที่เคยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่สะอาดที่สุด และมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในโลกในปี ค.ศ. 2014 อีกด้วย ทั้งสวยงามและน่าอยู่แบบนี้ ก็ไม่แปลกใจที่ใคร ๆ ที่แวะเวียนมาที่กรุงเวียนนา จะหลงรักเมืองและปักหยุดให้กรุงเวียนนาเป็น Honeymoon Destination ในดวงใจของหลาย ๆ คน ด้วยทัศนียภาพของธรรมชาติ อันรายล้อมไปด้วยแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญที่ทรงเสน่ห์ และสถาปัตยกรรมแบบยุโรปแท้ ๆ ที่สวยงสมอลังการ จึงทำให้กรุงเวียนนากลายเป็นที่หนึ่งในดวงใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก 9.กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย (Moscow, Russia) กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย อีกหนึ่งเมืองเก่าแก่ของทวีปยุโรปที่คงไม่มีใครไม่รู้จัก กับเมืองสวย ๆ อันทรงเสน่ห์ด้วยวัฒนธรรมสุดน่ารักในแบบฉบับของต้นเอง และสถาปัตยกรรมที่เป็นรูปแบบเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ที่ทำให้สักครั้งควรต้องได้มาเยี่ยมเยือน โดยเฉพาะนักเที่ยวชาวไทยที่สามารถเดินทางเข้ารัสเซียได้โดยไม่ต้องทำวีซ่าอีกด้วย (สะดวกสุด ๆ) และที่สำคัญคือการเดินทางท่องเที่ยวในกรุงมอสโคว์นั้นสะดวกสบาย ด้วยเป็นเมืองหลวงที่มีระบบขนส่งมวลชนคุณภาพดีที่สุดของโลกอีกด้วย ใครกำลังมองหาเมืองหลวงบรรยากาศดี ๆ คูล ๆ สถาปัตยกรรมอลังการอยู่ละก็ ล็อคเป้ากันกรุงมอสโคว์ไว้ได้เลย เพราะแค่ความงดงามของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินก็สวยงามอลังการติดระดับโลกแล้วทีเดียว 10.กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ (Athens, Greece) กรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของประเทศกรีซ อีกหนึ่งเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนามมากกว่า 3,000 ปี ดินแดนแห่งอารยธรรมอันเป็นจุดเริ่มต้น และจุดกำเนิดของอารยธรรมตะวันตก ทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของประชาธิปไตยอีกด้วย ที่นอกเหนือจากมนต์เสน่ห์ของคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนานแล้ว ภูมิประเทศของกรุงเอเธนส์เองก็สวยงามโดเด่นไม่แพ้ชาติใดในยุโรป กับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใครในโลก ที่แม้จะดูเรียบง่าย แต่กลับมีชีวิตชีวา น่ารักสดใส และน่าประทับใจเป็นที่สุด ทั้งยังแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทั้ง ภูเขา ท้องทะเลสวย ๆ และหมู่เกาะจำนวนมาก กับความสวยงามของทัศนียภาพที่สมแล้วที่ได้รับการยกให้เป็นดินแดนของเทพเจ้าในตำนานกรีซโบราณ 11.กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน (Stockholm, Sweden) กรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของประเทศสวีเดน เมืองแห่งความหลากหลาย ริมชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันออกที่ห้อมล้อมด้วยลำคลองและแม่น้ำหลากหลายสาย ลงตัวด้วยการผสมผสานระหว่างเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน กับเมืองสมัยใหม่ที่ทันสมัย ในรูปแบบที่น่ารักเป็นกันเอง ไม่เหมือนใคร นับเป็นอีกหนึ่งเมืองหลวงน่ารักน่าเที่ยวของยุโรปเลยทีเดียว 12.กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ (Oslo, Norway) กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เมืองหลวงแห่งทะเลสาบ ขุนเขา และความอุดมสมบูรณ์แห่งธรรมชาติ กับเมืองหลวงแห่งกิจกรรมกลางแจ้ง และการเฉลิมฉลอง ที่ต้องขอบอกว่ากรุงออสโลแห่งนี้มีงานเทศกาลแทบทุกเดือนตลอดทั้งปี นักเที่ยวสายธรรมชาติที่หลงรักความสนุกสนานครื้นเครง นืคือพิกัดเมืองหลวงน่าเที่ยวสุด ๆ สำหรับคุณ เพราะจะได้ทั้งดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามอลังการ ไปพร้อม ๆ กับสีสัน ความน่ารัก และความอบอุ่นของชาวเมือง 13.กรุงเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ (Reykjavik, Ireland) กรุงเรคยาวิก เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ เมืองหลวงที่ขึ้นชื่อว่าอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด พิกัดเมืองหลวงสุดฮิปที่เป็นพื้นที่รวบความมหัศจรรย์แห่งปรากฏการณ์ธรรมชาติ ทั้งปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน (Midnight Sun) และ ปรากฏการณ์แสงเหนือ (Aurora Light) ซึ่งจัดเป็นอีกหนึ่งเมืองหลวงน่าเที่ยวโยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ที่ต้องไม่พลาดความพิเศษสุด ๆ ของปรากฏการณ์สุดอลังการที่กรุงเรคยาวิกแห่งนี้ 14.กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ (Warsaw, Poland) กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ เมืองหลวงของดินแดนใจกลางทะทวีปยุโรป กับดินแดนอันสงบ เรียบง่าย และเป็นส่วนตัวของพื้นที่ราบริมแม่น้ำวิสทูลา อันเป็นเมืองศูนย์กลางของอุตสาหกรรมหนัก และศูนย์กลางการศึกษาของทวีปยุโรป แต่แม้จะเป็ฯศูนย์กลางอุตสาหกรรมของทวีป กรุงวอร์ซอ ก็ยังคงงดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลฉบับยุโรปแท้ ๆ แบบดั้งเดิม และด้วยมนต์เสน่ห์แห่งความเก่าแก่คลาสสิคของตัวเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์ดูแลเป็ฯอย่างดี ทำให้กรุงวอร์ซอเป็ฯอีกหนึ่งเมืองสวย ๆ ของยุโรปที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) อีกด้วย 15.กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน (Kiev, Ukraine) หนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปของประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป ซึ่งถูกขนานนามว่า “มารดาของเมืองทั้งปวง” กับ กรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศยูเครน เมืองเก่าที่แวดล้อมไปด้วยมนต์เสน่ห์ของมีสถาปัตยกรรมโบราณที่สวยงามและน่าสนใจ ในบรรยากาศแบบตะวันตกอันมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองที่น่าค้นหา ทั้งจากสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และบรรยากาศเมืองสุดคลาสสิคของพิกัดดินแดนอันแสนลึกล้ำที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมในรูปแบบผสมผสามของเมืองที่เคยเป็นส่วนหนึ่งสภาพโซเวียตที่ยิ่งใหญ่เมื่อครั้งอดีต ครบกันไปแล้วกับทั้ง 15 พิกัดของยุโรปใน “15 เมืองหลวงน่าเที่ยวของแต่ละประเทศ” ซัมเมอร์ปีนี้บินไกลไปเที่ยวยุโรปก็เก๋ไม่หยอกจริงไหม? ว่าแล้วบอกเลยว่าอดใจแทบไม่ไหว อยากไปสัมผัสบรรยากาศคูลๆ ท่ามกลางเมืองอันสวยงามติดอันดับโลกกันได้เลย จองทัวร์ยุโรป กับ ทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/europe-tour