ทัวร์ครับพาเที่ยว
รวมเรื่องเที่ยวรอบโลก สาระน่ารู้ บทความรีวิว ท่องเที่ยวในต่างแดน
5 สิ่งที่ไม่ควรพลาด เมื่อไปเที่ยวโอกินาว่า
พาเที่ยว
ญี่ปุ่น
5 สิ่งที่ไม่ควรพลาด เมื่อไปเที่ยวโอกินาว่า
แม้หมู่เกาะโอกินาว่าจะถือเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่น แต่กลับมีสภาพภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมที่แตกต่างและหลากหลายอย่างมาก โดยมีทั้งความคล้ายคลึงในความเป็นญี่ปุ่น และความ unique ที่เป็นแบบฉบับของตัวเอง จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่นที่ไม่ควรพลาดไปให้ได้สักครั้ง จะเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที เปลี่ยนแนวเที่ยวกันบ้างก็ดีนะ โอกินาว่า (Okinawa) เป็นหนึ่งในจังหวัดของญี่ปุ่นที่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะมากถึง 160 เกาะ ตั้งอยู่นอกชายฝั่งเกาะคิวชูลงมาทางใต้ของญี่ปุ่น และถือเป็นจังหวัดที่มีภูมิอากาศแบบกึ่งร้อนชื้นเป็นส่วนใหญ่ เหมาะที่สุดสำหรับใครที่อยากจะมาเที่ยวทะเลญี่ปุ่นครับ แผนที่ :Okinawa เห็นความโดดเด่นไม่เหมือนใครแบบนี้แล้วไปดูกันดีกว่าว่าถ้าหากอยากเที่ยวทัวร์โอกินาว่า มีสิ่งใดที่ไม่ควรพลาดบ้าง 1. ลองอาหารพื้นเมืองที่โอกินาว่า ญี่ปุ่น หากใครอยากจะจัดทริปเที่ยวโอกินาว่า ก็ถือว่าต้องไม่พลาดมาลิ้มลองอาหารพื้นเมืองของที่นี่ เพราะไม่เหมือนกับอาหารญี่ปุ่นทั่วไปเลยละครับ หากจะให้เปรียบเทียบก็น่าจะมีความคล้ายคลึงกับอาหารของไต้หวันมากกว่า รวมถึงที่นี่มีการใช้เนื้อหมูกันเป็นล่ำเป็นสันเพื่อเสิร์ฟในหลากหลายเมนู นอกจากนี้ ที่นี่ก็ยังใช้วัตถุดิบสำคัญที่ไม่เหมือนที่อื่น อย่างเช่น มันม่วง มะระ และผลไม้เมืองร้อน เช่นมะละกอหรือแก้วมังกร ครับ พอได้มาเที่ยวโอกินาว่าแล้วก็จะรู้สึกแบบว่า นี่มันที่ญี่ปุ่นจริงๆหรอเนี่ย 2. เยี่ยมชมปราสาท Shuri Castle ปราสาท Shuri Castle ถือเป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวหลักของเมือง Naha City บนเกาะ Okinawa Honto โดยเคยเป็นบ้านของเจ้าผู้ครองอาณาจักรริวกิวในอดีต เพื่อนๆจะได้พบกับสถาปัตยกรรมแบบ Gusuku ที่ไม่เหมือนใคร เพราะสร้างในสไตล์โอกินาว่าแท้ๆ น่าเสียดายที่สถาปัตยกรรมแห่งนี้ ปราสาทของเก่าได้ถูกทำลายไปหลายรอบและมีการบูรณะขึ้นใหม่ ทั้งในปี 1958 และปี 1992 ปราสาทที่เห็นอยู่จึงไม่ใช่ของเก่าของเดิมนั่นเองครับ แต่อย่างไรก็ดี ใครมาเที่ยวโอกินาว่า ก็ไม่ควรพลาดชมเด็ดขาดเลยครับ 3. ดูน้องฉลามวาฬที่ทัวร์โอกินาว่า ถือเป็นสิ่งที่เพื่อนๆไม่ควรพลาดเลยนะครับถ้าหากไปเที่ยวโอกินาว่า โดยเพื่อนๆสามารถไปชมปลาวาฬ หลังค่อมที่จะมาทักทายนักท่องเที่ยวใกล้ๆชายฝั่งทางใต้ ได้ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม ซึ่งปลาวาฬเหล่านี้ได้ว่ายน้ำเป็นระยะทางไกล อพยพมาจากอลาสก้ากันเลยทีเดียว และจุดชมวาฬที่ดีที่สุดก็คือหมู่เกาะ Kerama ที่เพื่อนๆสามารถจองทัวร์ชมปลาวาฬ ที่จะพาขึ้นเรือออกไปนอกชายฝั่ง แล้วสามารถเห็นปลาวาฬมาโชว์อวดหางสวยและพ่นน้ำให้ดูได้ในระยะใกล้ น่าตื่นตาตื่นใจสุดๆเลยล่ะครับ 4. ดูปลาที่ Okinawa Churaumi Aquarium แม้ว่าการเที่ยวโอกินาว่าจะสามารถลงไปดำน้ำดูปลาได้หลากหลายแบบ ทั้งปลากระเบน ปลาฉลามวาฬ และสัตว์น้ำอื่นๆ แต่ถ้าหากใครที่ว่ายน้ำไม่แข็ง เพื่อนๆก็สามารถมาดื่มด่ำกับบรรยากาศใต้ท้องทะเลสุดอลังการโดยแทบไม่ต้องลงไปดำน้ำเองได้ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Okinawa Churaumi Aquarium ในเมือง Nago พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ มีแทงค์ที่บรรจุสัตว์ทะเลมากหน้าหลายตา โดยมีความจุมากถึง 7000 ลูกบาศก์เมตร และเพื่อนๆสามารถเห็นสัตว์ทะเลที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งฉลาม ปลากระเบน เต่า และฉลามวาฬครับ 5. เดินเที่ยวตลาด Makishi Market โดยตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะ Okinawa Honto เรียกได้ว่าเป็น “ครัวของโอกินาว่า” ก็ย่อมได้ ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวที่เพื่อนๆจะต้องไม่พลาดหากมาเที่ยวโอกินาว่าเลยนะครับ เพราะเพื่อนๆจะได้พบกับผู้คนท้องถิ่นที่ออกมาเลือกซื้อและสรรหาวัตถุดิบต่างๆสำหรับไปประกอบอาหารในแบบโอกินาว่า ทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตผู้คนที่นี่ที่ไม่เหมือนกับในญี่ปุ่นที่อื่น โดยตลาดแห่งนี้ มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และในตลาดมีร้านค้าอยู่มากถึง 400 ร้านที่ขายวัตถุดิบพื้นถิ่นที่หาไม่ได้จากไหน เช่น งูทะเลและสาหร่าย นอกจากนี้ ยังมีคาเฟ่และร้านอาหารอยู่มากมายที่เสิร์ฟอาหารสไตล์พื้นถิ่นโอกินาว่าแบบดั้งเดิมอีกด้วยครับ มาเที่ยวโอกินาว่าก็อย่าลืมแวะมาชิมอาหารอร่อยๆที่นี่กันด้วยนะครับ เห็นแบบนี้แล้ว เที่ยวญี่ปุ่นรอบหน้าคงไม่พลาดต้องมาเที่ยวทัวร์โอกินาว่ากันบ้างแล้วล่ะครับ และก่อนจะไปญี่ปุ่น ก็อย่าลืมทำประกันการท่องเที่ยวไปญี่ปุ่นติดเอาไว้ด้วยจะได้อุ่นใจ เที่ยวได้สนุกไม่มีสะดุด โดยเพื่อนๆสามารถเข้ามาเปรียบเทียบประกันการเดินทางได้ที่ GoBear ได้เลย และ สำหรับใครที่ไม่มีเวลาวางแผนเดินทางหรืออยากจำกัดงบประมาณในการเที่ยว ลองดู ทัวร์โอกินาว่า กับทางทัวร์ครับได้เลย รับรองว่าเที่ยวครบประหยัดงบแน่นอนนน !!
5 สุดยอดสถานที่ “ขึ้นบอลลูน” ที่สวยที่สุดในโลก
พาเที่ยว
ตุรกี
5 สุดยอดสถานที่ “ขึ้นบอลลูน” ที่สวยที่สุดในโลก
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เทรนด์จัดทริปขึ้นบอลลูน ณ สถานที่ต่างๆรอบโลกกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ที่นอกจากเพื่อนๆจะสามารถชมวิวสวยๆด้านล่างได้แล้ว เพื่อนๆก็จะต้องตื่นตาตื่นใจกับวิวบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่มวลบอลลูนหลากหลายขนาดและสีสัน ล่องลอยไปมาดูงดงาม ตัดกับขอบฟ้ายามเช้าหรือยามเย็นอย่างลงตัว วันนี้ ทัวร์ครับ เลยได้รวบรวม สถานที่มีวิวเด็ดๆ เหมาะแก่การขึ้นบอลลูนเที่ยวมาฝากกันครับ ไปดูกันเลยว่ามีประเทศไหนที่เราสามารถไปได้บ้าง 1. Albuquerque, New Mexico แผนที่ :Albuquerque ถ้าพูดถึงบอลลูนหลายคนอาจจะนึกถึงพม่าหรือตุรกีกันใช่มั้ยล่ะครับ แต่นอกจากสถานที่ขึ้นชื่อในการขึ้นบอลลูนอย่างพม่าและตุรกีแล้ว ที่สหรัฐอเมริกาก็จะมีงานเทศกาลบอลลูนที่ใหญ่มากๆทุกๆเดือนตุลาคมในมลรัฐนิวเม็กซิโก ที่เหล่าโปรบอลลูนจะขนเอาบอลลูนรูปทรงแปลกๆและสวยงามมาแข่งขันประชันกันในงานเทศกาลที่มีชื่อว่า Albuquerque International Balloon Fiesta ในงานนี้ จะมีผู้เข้าแข่งขันและบอลลูนลอยขึ้นไปในแต่ละปีมากกว่า 500 ลำ โดยใช้เวลาจัดงานทั้งหมดรวม 9 วัน และไม่ต้องกลัวว่าเพื่อนๆจะไม่ได้ขึ้นบอลลูนไปชมวิวและชมสีสันของเทศกาลนี้จากด้านบนนะครับ เพราะที่นี่ก็จะมีผู้ให้บริการบอลลูนสำหรับนักท่องเที่ยวหลากหลายเจ้า เช่น World Balloon ที่สามารถพาเพื่อนๆขึ้นไปชมบรรยากาศได้อย่างจุใจครับ 2. Goreme, Turkey แผนที่ :Goreme เรื่องบอลลูน ประเทศตุรกีถือเป็นหนึ่งในจุดหมายสำหรับการขึ้นบอลลูนชมวิวมากๆเลยละครับ เดี๋ยวนี้ก็เริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ส่องไอจีเพื่อนๆที่ไหน ก็เห็นแต่คนมาที่นี่ที่มีแต่วิวบอลลูนนับร้อยเต็มไปหมดในทุกวัน นั่นเป็นเพราะ วิวภูเขาธรรมชาติของเมือง Göreme ที่ตั้งอยู่ในแคว้น Cappadocia ของตุรกีนั้น จะงดงามน่าประทับใจที่สุดก็ในช่วงเช้าที่พระอาทิตย์จะฉายแสงผ่านหมอกเมฆและหมู่มวลภูเขา ให้เพื่อนๆได้เห็นแสงแรกของวันในวิวที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด เมื่อมองไปที่พื้นด้านล่าง ก็จะเห็นเป็นทิวแนวหินขรุขระและถ้ำผาต่างๆที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงไม่แปลกใจว่าทำไมที่ตุรกีถึงเป็นหนึ่งในจุดหมายที่คนทั่วโลกต่างอยากจะมาขึ้นบอลลูนให้ได้สักครั้งในชีวิต ถ้าหากเพื่อนๆอยากนั่งบอลลูนชมวิวในตุรกี ก็สามารถติดต่อผู้ให้บริการบอลลูนได้ทั้ง Hot Air Balloon Cappadocia, Voyager Balloons และ Butterfly Balloons ครับ หรือ ซื้อทัวร์ตุรกี ไปขึ้นบอลลูน ได้ที่นี่เลย คลิก 3. Sossusvlei, Namibia หลายๆคนอาจเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของทะเลทรายนามีเบียกันมาบ้าง ทั้งเป็นฉากอันน่าตื่นตาตื่นใจที่ถ่ายทำภาพยนตร์ระดับรางวัลเรื่อง Mad Max: Fury Road ที่เพื่อนๆจะเห็นฉากหลังเป็นทะเลทรายสีแดงฉานและมีเนินทรายตัดอยู่โดยรอบ ถ้าหากเราอยากจะไปเที่ยวทะเลทรายแห่งนี้ การลงไปเดินเล่นก็คงดูจะร้อนและทรมานพอสมควร ทำให้ทางเลือกในการชมทะเลทรายนามีเบียด้วยการขึ้นบอลลูน ดูจะเหมาะสมกว่า โดยเพื่อนๆสามารถใช้บริการบอลลูนจาก Namib Sky Balloon Safaris เพื่อชมวิวทะเลทราย โดยเพื่อนๆจะได้เห็นเนินทรายที่เก่าแก่และสูงที่สุดในโลกระหว่างล่องลอยไปเหนือพื้นทรายสีแดงแห่งนี้อีกด้วยครับ 4. Bagan, Myanmar แผนที่ :Bagan ที่เมือง Bagan ประเทศพม่า ก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายยอดฮิตในการขึ้นบอลลูนที่อยู่ใกล้บ้านเราแค่นิดเดียว หากใครที่ไปเที่ยวประเทศพม่าก็ไม่ควรพลาด จุดเด่นของการขึ้นบอลลูนที่พม่า นอกจากเพื่อนๆจะได้เห็นแสงแรกสีส้มนวลของวันอย่างงดงาม ท่ามกลาง อากาศเย็นสบายจากเบื้องบนแล้ว เมื่อมองลงมาข้างล่าง เพื่อนๆก็จะเห็นโบราณสถานอาณาจักรพะกันที่ดำรงอยู่ตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 9-13 ยังตั้งตระหง่านเป็นทิวแถว ตัดกับหมอกบางๆในตอนเช้า เรียกได้ว่าสวยสะกดทุกสายตาให้ลืมหายใจ ใกล้บ้านเราแค่นี้เอง ทัวร์ครับแนะนำให้ไปเลยครับ กับ ทัวร์พม่าชมทะเลเจดีย์ 5. Chateau d’Oex, Switzerland แผนที่ :Chateau d’Oex รอบหน้าถ้าหากเพื่อนๆอยากจะไปเล่นสกีที่สวิตเซอร์แลนด์ ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาขึ้นบอลลูนชมวิวเทือกเขาสวิสแอลป์แทนบ้างดีไหมครับ โดยสถานที่แห่งนี้ ถือเป็นชุมชนคนเล่นบอลลูนแห่งหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก โดยเป็นสถานที่แรกของโลกที่จัดทัวร์ขึ้นบอลลูนในปี 1999 และในทุกเดือนมกราคม ที่นี่ก็จะจัดเทศกาลบอลลูนที่มีชื่อว่า International Hot Air Balloon Festival ให้เพื่อนๆ ได้มาชมความสร้างสรรค์และความสวยงามของบอลลูนหลากหลายประเภทที่ส่งเข้าประกวดแข่งขันกัน แต่ถ้าหากเพื่อนๆไม่อยากรอชมบอลลูนถึงเดือนมกราคม อยากจะไปขึ้นบอลลูนเองก่อนเพื่อชมเทือกเขาหิมะอันน่าตื่นตาตื่นใจเบื้องล่างด้วยตัวเองก่อนก็ได้ครับ โดยสามารถซื้อบริการบอลลูนได้ผ่านผู้ให้บริการชื่อว่า Ballon Château-d’Oex ครับ เห็นแบบนี้แล้ว จะรออะไร จองตั๋วแล้วไปขึ้นบอลลูน เก็บประสบการณ์การเที่ยวต่างประเทศให้เด็ดกว่าใครกันเลยดีกว่า และก่อนไปเที่ยว ก็อย่าลืมซื้อประกันการเดินทางติดเอาไว้ด้วยนะครับ ไม่ว่าจะไปที่ไหน อยู่บนดินหรือบนฟ้าก็อุ่นใจได้แน่นอน หรือไปกับทัวร์ครับก็อุ่นใจไม่แพ้กัน
10 กิจกรรมสุดแอดเวนเจอร์ที่ "นิวซีแลนด์" ต้องไปลองสักครั้งในชีวิต
พาเที่ยว
นิวซีแลนด์
10 กิจกรรมสุดแอดเวนเจอร์ที่ "นิวซีแลนด์" ต้องไปลองสักครั้งในชีวิต
ซึ่งต้องบอกก่อนว่าเมืองในนิวซีแลนด์มีหลายเมืองมากที่น่าสนใจ และประกอบไปด้วยกิจกรรมแอดเวนเจอร์มันส์ๆ สไตล์คนลุยๆ ให้ลองเล่น ซึ่งหาเล่นไม่ได้ง่ายๆ ที่ไทยนะครับ เพราะก็รู้กันดีว่าพี่ฝรั่งเขาสุดเหวี่ยงแค่ไหนกับกิจกรรมโลดโผนท้าทายความเสียว จะมีกิจกรรมไหนน่าโดน น่าเล่นกันบ้าง แถมบทความนี้เรายังชี้พิกัดเมืองที่น่าเล่นอีกด้วยนะ พร้อมมันแล้วตามมาเลย! 1.การโดดบันจีจัมพ์ พิกัด : Queenstown แค่พูดก็เสียวแล้ว กิจกรรมสุดมันส์สำหรับคนรักความสูงไปให้สุดไปเลย แล้วยิ่งในประเทศนิวซีแลนด์เขายังมีการจัดการโดดบันจีจัมพ์ ในเวลากลางคืนอีกด้วยซึ่งถือเป็นที่แรกที่สามารถกระโดดได้ในเวลากลางคืน ด้วยความสูง 400 เมตร นอกจากมีความตื่นเต้นและหวาดเสียวแล้วยังสามารถมองเห็นแสงสีของเมืองและวิวยามค่ำคืนอีกด้วย พิกัดที่แนะนำคือเมืองควีนส์ทาวน์ และเมือง Auckland รับประกันความสุดเหวี่ยง ครั้งหนึ่งในชีวิตลองเอาชนะความกลัวแล้วมากระโดดบันจีจัมพ์กันเถอะ 2.ปีนเขา อีกหนึ่งกิจกรรมที่คนนิวซีแลนด์ชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพราะท้าทายความกลัวแถมยังได้ความอดทนอีกต่างหาก สำหรับคนที่ชอบการปีนเขาในประเทศนิวซีแลนด์แนะนำอุทยานแห่งชาติเมาท์คุก ที่มีภูเขาปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี และมีทะเลสาบอัดงดงาม ภูเขาเมาท์คุกเป็นภูเขาที่สูงเป็นอันดับที่ 37 ของโลกมีความสูงถึง 3,724 เมตร ซึ่งมีความท้าทายอย่างมากเหมาะสำหรับผู้รักกิจกรรมการปีนเขาอย่างมาก อีกทั้งในตอนกลางคืนยังมีแสงหมู่ดาวและปรากฏการณ์ทางช้างเผือกในช่วงฤดูหนาวอีกด้วย แนะนำเลยอุทยานแห่งชาติเมาท์คุก ต้องลองสักครั้งในชีวิตนี้ 3.Shotover Jet หรือล่องเรือเจ็ทในแม่น้ำช็อตโอเวอร์ประเทศนิวซีแลนด์ เป็นกิจกรรมนึงที่ห้ามพลาดเหมาะสำหรับคนชอบความเร็วและความเร้าใจอย่างมาก ไม่ใช่แค่ล่องเรือชมวิวเท่านั้นแต่เป็นการล่องเรือเจ็ทที่มีความเร็ว 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งจะได้ความตื่นเต้นและประสบการณ์สุดแปลกใหม่ในการนั่งเรือชมวิวอีกทั้งยังได้ชมวิวถึง 360 องศาบวกกับความเร็วของเรือแนะนำแม่น้ำช็อตโอเวอร์ นอกจากได้ความมันแล้วยังได้ชมความงามของแม่น้ำอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ควรมาลอง 4. PARAGLIDING หรือร่มร่อนประเทศนิวซีแลนด์ เป็นกิจกรรมที่ท้าทายอีกกิจกรรมหนึ่ง เหมาะสำหรับคนชอบความสูงอย่างมากเป็นประสบการณ์ที่ได้ลอยอยู่บนฟ้าใครฝันอยากบินได้อิสระแบบนกล่ะก็ต้องไม่พลาดกิจกรรม ที่จะได้ทั้งความตื่นตาตื่นใจ แถมได้บินชมวิวเมืองสวยๆ และธรรมชาติในประเทศนิวซีแลนด์ในรูปแบบที่ไม่เคยลองมาก่อน แนะนำเลยเมืองควีนส์ทาวน์ แอบกระซิบบอกว่ากิจกรรมนี้เราชอบมากที่สุดเลยถ้าใครเคยดูหนัง The Upside ล่ะก็กิจกรรม PARAGLIDING ก็อยู่ในหนังเรื่องนั้น แล้วคุณจะหลงรักกิจกรรมนี้มากกว่ากลัวมันซะอีก 5.พายเรือคายัค ประเทศนิวซีแลนด์ ที่ Abel Tasman เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ชอบกิจกรรมผจญภัยทางน้ำอย่างมากเพราะที่ Abel Tasman เป็นหนึ่งในชายหาดที่ดีที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ มีธรรมชาติที่งดงามอีกทั้งยังเป็นเขตที่อากาศอบอุ่นที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ก็ว่าได้ แนะนำเลยสำหรับคนชอบกิจกรรมพายเรือที่ Abel Tasman การพายเรือคายัคอาจจะดูไม่แปลกใหม่สักเท่าไรสำหรับชาวไทย แต่! ทุกคน ถ้าเราได้พายเรือคายัคในประเทศที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์รอบตัวที่มีวิวสวยๆ ให้เราดูตลอดทาง แถมพระอาทิตย์ไม่แยงตาขณะพายเรือล่ะ มันจะฟินแค่ไหน จินตนาการกันแค่นี้แล้วไปลองด้วยตัวเองสักครั้ง แล้วจะลืมเรือคายัคที่เคยพายไปเลย 6.การเล่นเซิร์ฟ ประเทศนิวซีแลนด์เมือง Catlins เป็นเมืองแห่งเซิร์ฟที่ดีที่สุดในนิวซีแลนด์เลยก็ว่าได้และฉากสำคัญในภาพยนตร์อันโด่งดังอย่าง The endless summer ทำให้เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวแสวงหาความท้าทายนิยมมาที่นี่เพื่อเล่นเซิร์ฟ อีกหนึ่งกิจกรรมที่เล่นเมื่อมาเยือนนิวซีแลนด์ อีกทั้งที่ยังมียามชายฝั่งคอยดูแลเรื่องความปลอดภัย ปลอดภัยแน่นอน แนะนำเลยเมือง Catlins สวรรค์ของคนรักทะเล 7.สกีน้ำแข็ง ในประเทศนิวซีแลนด์ที่ Wanaka เป็นสถานที่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเล่นสกี เพราะที่นี้เป็นสนามสกีชั้นนำของประเทศนิวซีแลนด์ก็ว่าได้ อีกหนึ่งกิจกรรมที่ใช่ว่าจะหาเล่นที่ไหนก็ได้ เพราะฉะนั้นมาถึงที่ขนาดนี้จะพลาดได้ยังไงล่ะจริงไหม อ่อที่นี่ไม่ได้มีแค่การเล่นสกีเท่านั้น นักท่องเที่ยวยังสามารถชมวิวธรรมชาติรอบข้างที่งดงามทอดลงกับแม่น้ำ Matukituki อันสวยงามและฉากด้านหน้ามียอดเขาของอุทยานแห่งชาติอีกด้วย แนะนำเลยที่ Wanaka 8.กระโดดร่ม เป็นกิจกรรมสุดแอดเวนเจอร์ที่เหล่านักผจญภัยชื่นชอบ ยิ่งถ้าไปได้โดดร่มในเมืองควีนส์ทาวน์หรือ Wanaka ในประเทศนิวซีแลนด์แล้วก็ล่ะ ฟินอย่าบอกใครเลยล่ะ ที่นี่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความหวาดเสียว จะเป็นการกระโดดร่มจากเครื่องบินผ่านเทือกเขา Southern Alps อันเรื่องชื่อความสวยงาม ระหว่างกระโดดถ้าไม่มัวเสียวอยู่รับรองว่าจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่น่าจดจำอีกเยอะมากเลยทีเดียว แนะนำเลยเมืองควีนส์ทาวน์หรือ Wanaka มาลองสักครั้งแล้วจะติดใจแน่นอน 9.ดำน้ำสู่ห้วงลึก ที่ Poor Knights Islands ประเทศนิวซีแลนด์ ที่ตั้งอยู่ชายฝั่งตะวันออกของ Northland เหมาะสำหรับเหล่านักผจญภัยใต้น้ำอย่างมากถือว่าเป็นจุดท้องน้ำที่ดีที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์เลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าเพื่อนๆ จะได้รับประสบการณ์การดำน้ำลึกที่จะได้เห็นโลกใต้น้ำของประเทศนิวซีแลนด์ เหมือนหลุดออกไปยังโลกอื่นยังไงยังงั้น เชื่อว่าคนที่ชอบดำน้ำลึกน่าจะเข้าใจประโยคนี้ดี เพราะการดำน้ำลงไป เราจะรู้สึกเหมือนเราหลุดไปอยู่โลกใต้น้ำ ที่มีแต่ความเงียบ สงบ แล้วสิ่งสวยงามที่อยู่รอบตัวเรา อีกทั้งยังได้ความท้าทายแนะนำเลยดำน้ำนอกชายฝั่งของ Northland 10.ล่องแก่ง จากผาสูง 20 ฟุตในประเทศนิวซีแลนด์ในโรโตรัว กิจกรรมนี้เป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักผจญภัยอย่างมาก เพราะมีความสนุกและความหวาดเสียวแต่อย่างไรก็ตามในความน่ากลัวก็ยังมีมุมสวยๆของธรรมชาติรอบข้าง อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ในการล่องแก่นค่อยดูแลมั่นใจได้ว่าปลอดภัยแน่นอน แนะนำเลยเหล่านักท่องเที่ยวที่เมืองโรโตรัว บอกเลยว่าเที่ยวนิวซีแลนด์ไม่ใช่เรื่องยากและก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จะหมดปัญหาถ้าไปทัวร์นิวซีแลนด์กับทัวร์ครับ!! เพราะจองทัวร์กับเราเพียงขั้นตอนง่ายๆ ก็เตรียมเก็บกระเป่าบินได้เลย ดู ทัวร์นิวซีแลนด์ ราคาสุดคุ้มคลิกเลย !!
เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น 7 วัน 6 คืน  ดีต่อใจสบายกระเป๋า
พาเที่ยว
ออสเตรเลีย
เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น 7 วัน 6 คืน ดีต่อใจสบายกระเป๋า
ใช่แล้ววันนี้ ทัวร์ครับ จะมารีวิว 7 วัน 6 คืน เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น ดีต่อใจสบายกระเป๋าเราจะพาทุกคนไปตะลุยซิดนีย์ต่อเมลเบิร์น นั่งเครื่องทั้งทีจะเที่ยวเมืองเดียวก็ดูจะไม่คุ้ม 2 เมืองไปเลย แผนที่ : Australia เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 1 ลงจากเครื่องมานอกเหนือจากเรื่องซิมการ์ด ที่หลายคนน่าจะรู้กันอยู่แล้ว เราขอข้ามขั้นตอนนั้นกันไปเลย เราจะพูดถึงเรื่องการเดินทางภายในซิดนีย์กันก่อน แนะนำให้เพื่อนๆ ซื้อบัตร Opal บัตรเติมเงินเพื่อเดินทางในระบบขนส่งมวลชนภายในเมืองซิดนีย์ เครื่องลงตอนเช้าเพราะฉะนั้นเราก็ขอเข้าที่พักเพื่อเตรียมตัวแล้วออกมาเที่ยวกันต่อเลย แนะนำให้พักในตัวเมืองนะครับ จะได้เดินทางไปเที่ยวตามที่ต่างๆ ได้สะดวก วันแรกก็ต้องมาไฮไลท์ดังของเมืองซิดนีย์กันก่อนเลยเริ่มต้นที่ Opera House การเดินทางก็ง่ายมากแค่นั่งรถไฟไปลงรถไฟที่สถานี Circular Quay ไม่กี่นาทีก็ถึง หลังจากเดินเล่นชมความอลังการพร้อมกับถ่ายรูป Harbour Bride กันจุใจแล้ว น้ำย่อยก็เรียกร้องอยู่ในกระเพาะแล้วจ้า เอาจริงๆ ก็มีร้านอาหารที่ Opera House ให้เลือกเยอะอยู่เหมือนกัน แต่ราคาก็อาจจะสูงขึ้นตามไปด้วย เป็นปกติของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ หรือใครจะเดินไปย่าน The rock ก็มีร้านอาหารดังๆ ให้เลือกหลายร้าน เช่น Pancakes On The Rocks ร้านดังรีวิวเยอะ มื้อนี้ทางเราก็เลยฝากท้องกันที่ร้านนี้ จากนั้นก็เดินเล่นย่อยอาหาร แล้วกลับที่พักเป็นอันจบวันที่ 1 แบบชิลล์ๆ ไม่เร่งรีบ แผนที่ :Pancakes On The Rocks เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 2 แผนที่ :Bondi Beach วันที่ 2 นี่แหละของจริง วันนี้เราตั้งใจกับเพื่อนว่าอยากไปดูทะเลของออสเตรเลียซักหน่อย ว่าจะเหมือนเราไหม? เราเลือก Bondi Beach การเดินทางนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Bondi Junction Station ต่อรถ Bus มาอีกประมาณ 20 นาทีก็ถึงปลายทาง เอาจริงๆ เราชอบนะ ของเขามันเป็นทะเลที่เราสามารถทำกิจกรรมในน้ำได้หลายอย่างตามสไตล์ฝรั่งเขาที่เราเห็นกันในหนังบ่อยๆ นั่นแหละ อาจจะไม่ได้มีบานาน่าโบ๊ทให้เราเล่น แต่มีกล้ามแน่นๆ ให้เราดูแน่นอนจ้า อะหยอกๆ 555 ก็ถือเป็นการนั่งชิลล์พักผ่อนในช่วงเช้าได้ดี พอสายๆ หลังจากเมากล้ามกันพอสมควรก็นั่งรถเมล์กลับมาที่สถานีรถไฟ แล้วนั่งต่อเข้าเมืองลงสถานี Town Hall ตะลุยเที่ยวในเมืองกันต่อจ้า แวะหาของรองท้อง และพาคุณเพื่อนไปช้อปปิ้งสักนิดหน่อยที่ Queen Victoria Building ใกล้ๆ กันนั้นจะมีสวนสาธารณะไฮด์พาร์ค (Hyde Park) ให้เราเดินเล่นช่วงเย็นๆ เดินไปเรื่อยๆ ก็เจอ โบสถ์เซนต์แมรี่ (St. Mary’s Cathedral) หลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อกันมาบ้าง แวะเช็คอินถ่ายภาพกันพอหอมปากหอมคอ ขาของน้องก็บอกว่าไม่ไหวแล้วจ้า เดินต่อไปอีกไม่ไหวแล้วกลับที่พักเถอะนะ จบทริป Day 2 ด้วยขาลาก แผนที่ :St. Mary’s Cathedral เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 3 แผนที่ :Blue Mountain วันของธรรมชาติ เราตัดสินใจไปชมความสวยงามของภูเขากันบ้างที่ Blue Mountain ความเก๋คือตรงกับวันอาทิตย์เลยเสียค่ารถไฟ แค่ 2 ดอลเท่านั้นเอง นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Katoomba ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง แนะนำให้ตื่นเช้าๆ จะได้ไม่เสียเวลาไปกับการเดินทางเนอะ การเดินทางเที่ยวชม Blue mountain มีให้เลือกแบบรอรถบัสธรรมดา ซึ่งอาจจะใช้เวลานานในการไปชมแต่ละจุดนานพอสมควร แต่ก็แลกกับราคาที่ถูกกว่ามาก แต่ถ้าใครรอไม่ไหวเช่นเรา แนะนำให้ซื้อบัตร Blue mountain explorer bus จะมีรถมาเยอะกว่า ไฮไลท์ของ Blue Mountain คือจุดที่ 9 Scenic world เป็นจุดชมวิวโดยเราจะได้นั่ง Skyway, Railway, Walkway และ Cable Way แน่นอนว่าคนเยอะมากแต่โชคดีที่เราซื้อบัตร Blue mountain explorer bus ทำให้ไม่ต้องต่อคิวซื้อบัตรแล้วไปต่อคิวขึ้นเครื่องได้เลย รับรองว่าวิวที่คุ้มค่าสมการรอคอยแน่นอน อีกจุดที่อยากแนะนำสำหรับช่างภาพตากล้องทั้งหลายคือ จุดที่ 14 Echo Point รับรองว่ามุมสวยๆ ของภูเขา Three Sisters กลับบ้านไปเป็นของฝากแน่นอน กว่าจะวนครบทุกจุดก็หมดเวลาเที่ยวที่อื่นๆ ไปแล้วเพราะฉะนั้นใครมาเที่ยว Blue Mountain แนะนำให้เผื่อเวลาไปเลย 1 วัน เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 4 ได้เวลาบินข้ามเมืองไปที่ เมลเบิร์น กันแล้วทุกคน แนะนำให้ลงลงสนามบิน Tullamarine นะครับ จะได้ง่ายในการเดินทางต่อไปที่เที่ยวอื่นๆ หลังจากลงเครื่องในช่วงบ่าย เรากับเพื่อนก็ตัดสินใจว่าเข้าไปเช็คอินที่โรงแรมกันก่อน วันนี้เอาแค่เบาๆ เพราะเดินทางกันมาก็เหนื่อยพอสมควรแล้ว ทริปนี้ขอชิลล์ๆ ไม่แน่น การเดินทางของเมืองเมลเบิร์นส่วนใหญ่เราจะใช้บัตรที่ชื่อว่า MYKI ในการเดินทางครับสามารถเติมเงินเข้าไปในบัตรได้เหมือนบัตร Opal แตกต่างกันตรงที่บัตรนี้สามารถเติมเศษเงินได้ ทำให้คำนวณเงินในการเติมได้ง่ายกว่า หลังจากเก็บของเข้าที่พักเสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาเดินทางไป Queen Victoria Market เพื่อหาซื้อของกินยิบย่อย แล้วก็ซื้อของฝากกันเล็กน้อย แอบกระซิบชี้พิกัดว่าของฝากที่นี่ราคาถูก ระวังตังค์หมด นี่คือคำเตือน หลังจากนั้นก็ไปเดินเล่น ถ่ายรูปที่ Shrine of Remembrance ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์ทหารผ่านศึก และใกล้ๆ กันนั้นก็มี Royal Bonanic Garden ให้ได้เดินเล่นชมวิวกันก่อนกลับที่พัก เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 5 Recommend ของเมลเบิร์นเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าใครที่มาเมลเบิร์นก็ต้องมาที่นี่นั่นก็คือ Great Ocean Road and Twelve Apostles แนะนำให้ไปที่ร้าน Halftix เพื่อจองตั๋ว one day trip เพื่อไป Great Ocean Road ร้านจะอยู่ใกล้ๆ กับ Town Hall ควรมาซื้อก่อนไปสัก 1 วัน ที่นี่มีเส้นทางที่เลาะตามชายฝั่งทะเลระยะ 100 กว่ากิโลเมตร รับรองว่าเพื่อนๆ จะได้ดื่มด่ำความโรแมนติคของที่นี่แบบจัดเต็มสุดๆ แนะนำว่าลองพาคุณแฟนเช่ารถมาขับเล่นดู ได้อารมณ์ฮันนีมูนมากเวอร์ มาถึงที่ไฮไลท์อย่าง Twelve Apostles อยู่ที่อุทยานแห่งชาติ Port Campbell อยู่ในเส้นทาง Great Ocean Road เช่นกัน เป็นโขดหินที่ผุดขึ้นออกมาจากใต้มหาสมุทร มีอายุถึง 20 ล้านปี ปัจจุบันเหลือเพียง 8 เสา อีกหนึ่งจุดชมวิวที่ควรค่าแก่การมาเยือน เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 6 วันสุดท้ายของการเที่ยว เมลเบิร์น เราอาจจะเหนื่อยล้าจากเมื่อวาน แต่! พอบอกว่าเป็นวันสุดท้ายเราจะไม่ยอมแพ้ ไปครับลุยต่อ ไปนั่งรถไฟห้อยขากันที่ Puffing Billy รถไฟยุคโบราณ อีกหนึ่งไฮไลท์ของเมืองเมลเบิร์น พูดชื่ออาจจะดูหลอนๆ แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ควรมาลองทำกันเมื่อมาเมลเบิร์น รถไฟโบราณนี้จะพาทุกคนย้อนอดีต โดยใช้เวลาแค่ราว 2 ชั่วโมง เริ่มจากระยะทางจากสถานี Belgrave ถึงปลายทาง Gembrook สามารถถ่ายรูปทิวทัศน์ ให้อาหารนกพื้นเมืองของออสเตรเลียพร้อมฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์ในอดีตของที่นี่ จากนั้นก็กลับเข้ามาในตัวเมืองเพื่อหาอาหารทานเล่นก่อนกลับที่พัก เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 7 ก่อนกลับขอเที่ยวออสเตรเลียอีกนิด ขอออกไปแวะช้อปปิ้งกันที่ DFO South Wharf ก่อนกลับมาเช็คเอาท์ออกจากที่พัก ก็ได้เวลาเดินทางกลับกรุงเทพมหานครบ้านเรา ถือว่าเป็นทริปที่คุ้มค่าแก่การมามากๆ ถึงแม้จะแค่ 7 วันแต่ก็เป็น 7 วันที่คุ้มค่าที่สุด ถ้ามีโอกาสก็อยากจะมาเก็บให้ครบทุกมุม เพราะยังเหลืออีกหลายที่ที่น่าสนใจ และควรค่าแก่การไปเยือน ใครที่สนใจอยากไปเที่ยว ทัวร์ออสเตรเลีย สามารถสอบถามกับทางทัวร์ครับได้เลย รับรองว่าการเดินทางเที่ยวต่างประเทศไม่ยากอีกต่อไป ถ้าไปกับทัวร์ครับ
5 ย่านที่พักในออสเตรเลีย ราคาย่อมเยาว์ ไปเรียนก็ได้ไปเที่ยวก็ดี
พาเที่ยว
ออสเตรเลีย
5 ย่านที่พักในออสเตรเลีย ราคาย่อมเยาว์ ไปเรียนก็ได้ไปเที่ยวก็ดี
อย่างที่รู้กันว่าประเทศออสเตรเลีย โดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆ อย่าง เมลเบิร์น ซิดนีย์ เพิร์ธ บริสเบน หรือ โกลด์โคสท์ นั้นจะคุ้นชินกับการที่มีคนเอเชียเข้าไปเที่ยวหรือพักอาศัยเพื่อเรียนต่ออยู่เยอะพอสมควรเพราะฉะนั้นจะบ้านพัก โฮเทล โฮสเทล หรือหอพักให้เลือกอยู่มากมายหลายที่ ถ้าจะให้ยกมาทุกโรงแรมอาจจะยาวเกินไปเพราะฉะนั้นเราขอพูดรวบรัดเป็นแต่ละย่านไปน่าจะง่ายกว่า เผื่อจะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆ คนไหนที่อยากเดินทางไปเที่ยวประเทศออสเตรเลียกันนะครับ 1. 'เมืองเมลเบิร์น' ที่พักในออสเตรเลียศูนย์กลางธุรกิจเมลเบิร์น พิกัด :Melbourne มีที่พักหลากหลายเเบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการ ความชอบ เเละงบประมาณของเราว่าจะเลือกที่พักเเบบไหน ราคาเท่าไหร่ ราคาก็จะแตกต่างกันไป แต่ข้อดีคือในย่านนี้จะมีหลายโรงแรมที่ราคาคืนละหลัก 1,000 อยู่ แถมยังเดินไปเที่ยวตลาดควีนวิคตอเรีย และศูนย์การค้าเมลเบิร์น เซ็นทรัล ได้ เรียกได้ว่าพักที่นี่เที่ยวที่นี่แทบไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล อีกด้วย โรงแรมที่เราจะแนะนำไปให้พักในราคาเอื้อมถึง เช่น โรงแรม ibis Melbourne Hotel and Apartments ที่นี่เป็นทั้งโรงแรมและอพาร์ทเม้นเพราะฉะนั้นน้องๆ ที่กำลังหาที่พักอยู่ก็อาจจะลองเก็บที่นี่ไว้ในลิสต์ได้เพราะราคาก็ไม่ได้โหดมากเกินไปนัก ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ เริ่มต้นที่คืนละ 1,900 บาท อีกหนึ่งที่พักที่คล้ายกันก็มีโรงแรม Nova Stargate Apartment Hotel ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ลำบากจนเกินไป หรือถ้าใครอยากได้เป็นบ้านพักก็ยังมีบริการ Airbnb ให้ได้เลือกกันอีกด้วย สำหรับใครที่คิดว่าราคา เกือบ 2,000 อาจจะสูงเกินไปและไม่ไหวจริงๆ ก็ยังมีที่พักแนวโฮสเทลให้ได้เลือกอีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น Discovery Melbourne, Pint On Punt Backpackers หรือ The Workers Club ก็เป็นอีกหนึ่งโฮสเทลสำหรับนักผจญภัยทั้งหลายที่อยากได้ที่พักสบายกระเป๋า เริ่มต้นที่คืนละ 500 บาท หรือจะออกไปแถบชานเมืองอย่าง บริเวณทางตอนเหนือของเมืองเมลเบิร์น ได้แก่บริเวณเมือง Fitzroy และ Carlton ก็จะได้ราคาที่ถูกกว่า สามารถนั่งรถรางไปกลับเมืองเมลเบิร์นได้ ใช้เวลา 20-30 นาที 2.ย่านแพดดิงตัน 'เมืองซิดนีย์' ที่พักในออสเตรเลียที่คนไทยนิยมที่สุด พิกัด :Paddington ถึงแม้ว่าซิดนีย์จะขึ้นชื่อเรื่องของค่าครองชีพที่สูงพอสมควร แต่ก็ยังโชคดีที่มีผู้แวะเวียนเข้ามาพักเยอะพอสมควรทำให้มีที่พักให้เลือกหลากหลายกว่าที่อื่น อย่างย่านแพดดิงตัน ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทันสมัยก็มีโรงแรม Clover Backpackers ไว้คอยต้อนรับนักเดินทางทั้งหลาย เริ่มต้นที่คืนละ 470 บาท มีทั้งแบบโฮสเทลห้องรวมและห้องแยกราคาก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่ว่าเราจะเลือกห้องประเภทไหน อยู่ห่างจากแลนด์มาร์คของซิดนีย์อย่าง ซิดนีย์โอเปราเฮาส์ เพียง 3 กม. เท่านั้น ส่วนที่พักสำหรับนักศึกษาที่อยากไปเรียนต่อเมืองซิดนีย์ เรทราคาย่านใจกลางเมืองจะอยู่ที่ ห้องที่อยู่คนเดียวห้องละ 300 ดอลล์ขึ้นไปต่อสัปดาห์ ถ้าเเชร์กันสองคนจะเฉลี่ยต่อห้อง 180-220 โดยประมาณ ต่อสัปดาห์ ถือว่าราคาค่อนข้างพอสมควรถ้าอยากได้ห้องพักใจกลางเมือง แต่ถ้าคนที่ไม่ซีอะไรแนะนำหาที่พักนอกเมืองแถว North Sydney หรือ New town ก็จะได้ที่พักราคาถูกลงหน่อย ตามค่าครองชีพของแต่ละพื้นที่ที่ไม่เท่ากัน อาจจะลำบากตรงต้องนั่งรถไฟ ไปกลับเข้ามาใจกลางเมือง แต่ประหยัดค่าที่พักแล้วเก็บตังค์ไว้ไปเที่ยวได้หลายบาทเลยล่ะ 3.ย่านใจกลาง 'บริสเบน' ที่พักในออสเตรเลียราคาย่อมเยาว์ใครก็พักได้ พิกัด :Brisbane อาจจะเป็นเพราะว่าค่าครองชีพที่เมืองบริสเบนไม่ได้สูงเท่าซิดนีย์ ทำให้สามารถหาที่พักหลักพันต้นๆ ได้ที่ใจกลางบริสเบน หลากหลายที่ ยกตัวอย่างเช่น Yellow Submarine Backpackers ที่อยู่ห่างจากใจกลางเมืองบริสเบนเพียง 15 นาที สะดวกและง่ายในการเดินทางไปเที่ยว เริ่มต้นที่คืนละ 1,000 ต้นๆ เท่านั้น หรือจะเป็น Big Bird Backpackers ก็อยู่ห่างจากย่านใจกลางเมืองไม่มากนัก บริสเบนเป็นอีกหนึ่งเมืองที่น่าสนใจในการมาพักผ่อนหย่อนใจ และหาที่ศึกษาต่อด้วยมีสภาพอากาศดีที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองหลวงในรัฐอื่น ๆ เขตที่อยู่อาศัยหรือเขตการค้าก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ารัฐอื่นๆ สำหรับนักศึกษาที่มาพักในระยะยาว แล้วกำลังมองหาที่พักที่ราคาย่อมเยาว์แนะนำเป็น Toowong, Indooroopilly หรือ Saint Lucia อาจจะอยู่ห่างจากใจกลางสัก 7 กม. แต่แน่นอนว่าถ้าได้พักที่นี่ คุณจะได้เห็นวิวแม่น้ำ และยังอยู่ใกล้กับสถาบันการศึกษาชั้นนำในย่านนี้คือมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ (The University of Queensland) อีกด้วย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับใครที่กำลังจะมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ 4.ที่พักในออสเตรเลียกับเมืองเงียบสงบอย่าง 'เมืองเพิร์ท' พิกัด :Perth เพิร์ทเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา เรียบง่ายและสวยงาม ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำ Swan และแม่น้ำ Canning ย่านที่พักมีให้เลือกมากถึง 3 ที่แล้วแต่ว่าจะชอบแบบไหน 4.1เริ่มต้นที่ย่านแรกอย่าง Perth Central Business District ย่านนิยมที่คนส่วนใหญ่แวะไปพักกันเมื่อไปเมืองเพิร์ทเพราะเป็นแหล่งรวมความสะดวกสบาย แถมการเดินทาง คมนาคมก็ง่าย จะช้อปปิ้ง เที่ยวพิพิธภัณฑ์ หรือไปแวะพักผ่อนหย่อนใจก็สามารถทำได้ง่ายที่ย่านแห่งนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีระบบขนส่งที่บริการฟรีในเขต CBD อีกด้วยทำให้การเดินทางง่ายขึ้นไปอีกหนึ่งสเตป สำหรับชาวไทยที่เน้นเรื่องของอาหารการกินแนะนำหาที่พักแถวๆ Angelo street 4.2Leederville อีกหนึ่งย่านที่น่าสนใจราคาจะถูกกว่าย่านแรกอยู่สักหน่อยเพราะอยู่ห่างจากใจกลางเมือง 5 กม. แต่ที่ย่านแห่งนี้ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหาร สถานที่บันเทิงต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ผ่อนคลายกันแนะนำเป็นแถว Vincent and Oxford Streets 4.3สวรรค์ของคนรักทะเลแนะนำแถว East Fremantle แล้วคุณจะได้สัมผัสคลื่นลมของชายทะเล แต่อาจจะอยู่ห่างจากตัวเมืองสักหน่อยถึง 16 กม. เหมาะสำหรับคนที่ตั้งใจไปพักผ่อนจริงๆ 5. 'เมืองแอดิเลด'เมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ แถมค่าครองชีพถูกที่สุดในออสเตรเลีย พิกัด :Adelaide อีกหนึ่งเมืองที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยมา เพราะยังไม่ฮอตฮิตเท่ากับเมืองอื่นๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้น แต่ขอบอกข้อสำคัญของเมืองนี้คือเป็นเมืองที่ค่าครองชีพถูกที่สุดในออสเตรเลีย แถมสิทธิพิเศษสำหรับนักศึกษาต่างชาติยังได้รับสิทธิ์เหมือนกับนักเรียนของเขาอีกด้วย ยกตัวเช่น การโดนสารรถในเมืองฟรี มหาวิทยาลัยดังๆ ก็มีมากมาย เช่น University of Adelaide, University of South Australia หรือ Flinders University เป็นต้น ด้วยเหตุผลที่ว่าค่าครองชีพของที่นี่ต่ำกว่าเมืองอื่นๆ ทำให้สามารถพักในตัวเมืองได้ไม่ต้องออกไปแถบนอกชานเมือง ที่พักที่แนะนำก็มีทั้งแบบโฮสเทล เช่น Tequila Sunrise Hostel หรือ The Guest House เริ่มต้นที่หัวละ 400-500 บาทเท่านั้น หรือถ้าใครอยากได้ความสะดวกสบายหน่อยแนะนำเป็น Jasper Motor Inn หรือ Jacksons Motor Inn เริ่มต้นที่ราคา 1,000 ขึ้นไป
ตามรอย The Lord of The Ring ที่หมู่บ้าน Hobbiton นิวซีแลนด์
พาเที่ยว
นิวซีแลนด์
ตามรอย The Lord of The Ring ที่หมู่บ้าน Hobbiton นิวซีแลนด์
แต่ฮอบบิทตันในนิวซีแลนด์ สถานที่จริงนั้นจะเหมือนจริงอย่างในหนังตามคำเคลมต้องลองไปสัมผัสด้วยตาคุณเอง อ้อแอบบอกอีกอย่างว่าถึงจะไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้หนังฟอร์มยักษ์ก็ไปได้นะ รับรองว่าจะติดใจกับบรรยากาศที่แสนสวยงามตามแบบฉบับนิวซีแลนด์กันแน่นอน เมืองมาทามาท่า (Matamata) ต้นกำเนิดหมู่บ้าน Hobbit แผนที่ :Matamata เมืองมาทามาท่า อยู่ที่เกาะเหนือของประเทศนิวซีแลนด์ พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นทุ่งหญ้า และฟาร์ม ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของหมู่บ้าน Hobbit อย่างที่เราได้เห็นกันในหนังเรื่อง The Lord of The Ring และ The HOBBIT ภาพยนตร์ชื่อดังในใจของใครหลายๆ คน เมืองนี้จะเรียกว่าเป็นเมืองชนบทของเขาก็ได้เพราะระหว่างข้างระหว่างนั่งรถไปที่ Hobbiton เราจะได้เห็นทั้งฟาร์ม เนินภูเขาที่เต็มไปด้วยหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา และน้องแกะน่ารัก เต็มไปหมด ชนบทของเขาแต่เราว่ามันคลาสสิคนะ ให้ความรู้สึกอบอุ่นไปอีกแบบ เมืองมาทามาท่าอยู่ในเขตไวกาโต้ (Waikato) มุ่งหน้าสู่ดินแดนไชร์ (The Shire) อาณาจักรของเหล่าฮอบบิทตัวน้อย แนะนำการเดินทางมีทั้งหมด 3 ทางคือ 1.ไปจากเมือง Matamata มีรถรับ-ส่งจาก i-Site ซึ่งเป็นสถานที่บริการนักท่องเที่ยว ตามเมือง และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ 2.เช่ารถขับไปที่นั้นเลย แล้วไปซื้อตั๋วสำหรับคนที่ไม่ได้เช่ารถเดินทางเอง ให้ใช้วิธีที่ 3.คือให้ซื้อ Package One Day Trip มาจากที่ไทย หรือจากเมืองของเขาก็ได้หาซื้อทัวร์ได้ที่ I-Site หรือตามโรงแรม / โฮสเตลจากเมืองนั้นๆ ถ้าเราไม่ได้อยู่ที่เมือง Matamata เขาจะมีรถ Bus มาคอยรับเราตอนเช้า เราไปจากเมืองไหนก็ให้เขาไปรับที่นั่นได้เลย ระหว่างทางมาหมู่บ้าน Hobbit เราจะได้เห็นสองข้างทางเต็มไปด้วยฟาร์ม และทุ่งหญ้าเขียวขจี ตัดกับท้องฟ้าสีสันสวยงาม รู้สึกตื่นเต้นเหมือนจะได้ไปเจอกับสิ่งที่คุ้นเคยตั้งแต่เด็กๆ ไม่รู้ว่าเพื่อนๆ จะรู้สึกเหมือนกันไหม แต่เชื่อว่าถ้าเป็นแฟน The Lord of The Ring กับ The Hobbit แล้วล่ะก็ต้องรู้สึกเหมือนเราแน่ๆ เมื่อมาถึงสถานที่เขาจะไม่ให้เราเดินเข้าไปเองนะ เพราะที่นี่เขาจะจัดกลุ่มให้เป็นกลุ่มเล็กๆ ทยอยเข้าไปพร้อมกับมีไกด์ที่คอยดูแลและให้ข้อมูลกับเราด้วย การเข้าชมจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในแต่ละรอบส่วนราคาทัวร์ไกด์จะคิดอยู่ที่ประมาณ 1,689 บาท สำหรับผู้ใหญ่ เด็กอายุ 10-14 ปี ราคาประมาณ 1,235 บาท และเด็กเล็ก 5-9 ขวบ เสียค่าเข้าชมประมาณ 330 บาท ถ้าอายุต่ำกว่านี้เขาจะไม่คิดค่าเข้านะ ถึงแม้ว่าค่าเข้าชมจะราคาสูงสักนิดแต่ถ้าเทียบกับบรรยากาศ และความรู้สึกที่ได้รับแล้วล่ะก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงจ่ะ อ้อแอบบอกนิดนึงว่าถ้ากรุ๊ปส่วนใหญ่เป็นฝรั่งล่ะก็เขาจะไม่ค่อยหยุดถ่ายรูปกันเท่าไร เขาจะให้ความสนใจกับเรื่องราวที่ไกด์เล่าให้ฟังกันมากกว่า เพราะฉะนั้นพี่ไทยเราถ้าอยากถ่ายรูปล่ะก็ต้องทำความเข้าใจ และเร่งสปีดในการถ่ายกันสักหน่อย จะได้ไม่เดือดร้อนคนอื่นรอเราดีกว่าน้า แล้วก็อย่าลืมฟังไกด์อธิบายเรื่องราวไปด้วยระหว่างเดินชมแต่ละจุดจะได้ซึมซับกับบรรยากาศเสมือนว่าหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของหนังดังยังไงยังงั้นเลย ไกด์ของหมู่บ้าน Hobbiton เล่าว่า ปีเตอร์ แจ๊คสัน ผู้กำกับหนังได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อหาสถานที่ถ่ายทำให้เป็นไปตามแบบที่เขาต้องการมากที่สุดจนกระทั่งได้มาเจอกับฟาร์มแห่งนี้ ชื่อว่า อเล็กซานเดอร์ ฟาร์ม ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าหนังถ่ายทำเสร็จแล้วเขาจะให้รื้อออก แต่ทางเจ้าของฟาร์มได้ขอให้ฉากในหนังยังคงอยู่ และรัฐบาลนิวซีแลนด์ ยินดีจะเก็บรักษามันไว้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่อไป เพราะเป็นสถานที่ที่กลมกลืนกับธรรมชาติ ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นหมู่บ้าน Hobbiton รอเหล่านักท่องเที่ยวแฟนหนังดังเข้าไปเยี่ยมชม แต่บอกเอาไว้ก่อนว่าบ้านแต่ละหลังเป็นเพียงแค่ฉากด้านหน้าเท่านั้นไม่สามารถเดินเข้าไปในบ้านได้เหมือนในหนังเพราะในหนังเขาถ่ายทำฉากในบ้านที่สตูดิโอเพราะฉะนั้นใครหวังจะเดินเข้าไปดูในบ้านโฟรโด้ หรือบ้านแซมล่ะก็เป็นอันต้องทำความเข้าใจกันเอาไว้ก่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ด้วยบรรยากาศของที่นี่ก็คุ้มค่าแล้วกับการได้มาเยี่ยมชมสักครั้งหนึ่งในชีวิต เรียกได้ว่าทริปตามรอยหนังดัง ซีรีส์ดังอะไรแบบนั้นเลย ที่นี่ก่อสร้างขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมปี 1999 ปัจจุบันมีบ้านฮอบบิทให้ได้เดินเล่นชมกันถึง 44 หลัง มีหลุมฮอบบิท, เดอะ กรีน ดราก้อน อินน์, สะพานโค้งคู่, โรงสี และพรอพต่างๆ ในหนังยังมีให้เห็นครบทุกอย่าง นอกจากบ้านหลุมฮอบบิทสุดน่ารักแล้ว เขายังมีจำลองวิถีชีวิตของชาวฮอบบิทอีกด้วย มีทั้งอุปกรณ์ทำไร่ไถนา ราวตากผ้า หุ่นไล่กา แปลงผัก ถึงแม้ว่าจะเข้าไปชมในบ้านไม่ได้เพราะเป็นแค่ฉากประตูทางเข้าแค่นั้น แต่บางหลังก็เปิดประตูเข้าได้นะ แต่ข้างในก็ไม่มีอะไร จากเดิมที่นี่ก่อนดัดแปลงเป็นดินแดนมิดเดิลเอิร์ธที่เราได้ชมกันในฉากหนังดังอย่าง The HOBBIT และ The Lord of The Ring เคยเป็นเทือกเขาที่สลับสับเปลี่ยนสวยงาม และฟาร์มที่แสนอุดมสมบูรณ์ เป็นพื้นที่โล่งๆ เท่านั้นก่อนที่ทางทีมงานจะติดต่อมาเพื่อขอสถานที่ถ่ายทำฉากในหนังดัง สัมผัสบรรยากาศในหนังพร้อมจิบเบียร์ที่ 'The Green Dragon Inn' เมื่อเยี่ยมชมบ้านพักฮอบบิทสุดน่ารักเสร็จ ไกด์จะพาเราไปที่ The Green Dragon Inn เพื่อเลี้ยงเครื่องดื่มที่นี่จะมีเครื่องดื่มให้เลือก 2 แบบคือ 1.เบียร์สูตรเฉพาะของเขาเอง กับ 2. Ginger Ale น้ำขิงโซดา มีทั้งเครื่องที่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีแอลกอฮอล์ แต่แอลแค่ 1% เท่านั้นนะเพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวเมาจ้า กินเล่นๆ ขำๆ พอให้รู้สึกว่ามาถึงเมืองไชร์ เมืองของเหล่าฮอบบิทที่ชื่นชอบการปาร์ตี้สังสรรค์ รื่นเริง จิบเบียร์กันทุกเย็นตามแบบในหนังได้เลย เป็นอันจบทริปความความประทับใจ ดื่มด่ำบรรยากาศซื้อของฝากเป็นที่ระลึก ที่ 'ไชร์ เรสต์ คาเฟ่' ใครอยากซื้อของฝากเป็นที่ระลึก แหม ก็มาถึงที่ทั้งที จะไม่มีของฝากติดไม้ติดมือชวนให้นึกถึงก็ดูเหมือนจะมาไม่ถึง เพราะฉะนั้นแนะนำให้ไปซื้อไชร์ สโตร์ ร้านขายของฝากซึ่งตั้งอยู่ด้านล่างไชร์ เรสต์ คาเฟ่ ที่นี่ตั้งอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน Hobbiton ในไชร์ เรสต์ คาเฟ่เองก็มีเครื่องดื่มคอยยจำหน่ายให้กับผู้เยี่ยมชม ส่วนมุมของฝากก็มีให้เลือกทั้ง งานแฮนด์เมดจาก Weta Studio, ผ้าขนสัตว์, ผ้าคลุม รวมไปถึงครื่องดื่มสูตรพิเศษจาก Southfarthing มีให้เลือกรอคอยนักท่องเที่ยวจากดินแดนไกลที่เข้ามาเยี่ยมชมดินแดนมิดเดิลเอิร์ธ ใครที่ยังไม่รู้ว่าไป New Zealand เที่ยวนิวซีแลนด์ เมืองไหนดี ? สามารถดู ทัวร์นิวซีแลนด์ กับทางทัวร์ครับได้เลยบอกเลยว่ามีสถานที่เที่ยวและเมืองสวยๆอีกหลายที่ที่รอให้คุณไปเยือนอย่างแน่นอน
ตะลุย 5 เมืองยอดฮิตใน “ออสเตรเลีย” เมืองน่าเที่ยว
พาเที่ยว
ออสเตรเลีย
ตะลุย 5 เมืองยอดฮิตใน “ออสเตรเลีย” เมืองน่าเที่ยว
เพราะนอกจากจะเป็นประเทศยอดฮิตในการมาเรียนต่อแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวของเขาก็ไม่เป็นสองรองใคร มีบรรยากาศวัฒนธรรมแบบเฉพาะตัว รับรองว่าใครที่ได้มาเยือนถึงถิ่นจิงโจ้แล้วจะต้องติดใจแล้วกลับมาซ้ำอีกแน่นอน เอาล่ะเกริ่นกันพอสมควรแล้ววันเราจะมาเพื่อนๆ ทุกคน ตะลุย 5 เมืองยอดฮิตของออสเตรเลีย กัน ใครใคร่อยากสัมผัสบรรยากาศแบบไหน จะได้เลือกให้ถูกแล้วกดจองตั๋วไปกันเลย! 1.เมืองศูนย์กลางของทุกอย่างอย่าง 'เมืองซิดนีย์' แผนที่ :Sydney มาต่างบ้านต่างเมืองเขาทั้งที คิดอะไรไม่ออก ไปเมืองใหญ่ๆของเขาก่อนเลยจ้า กันพลาดกันเหนียวดีที่สุด ซิดนีย์ ออสเตรเลียเป็นศูนย์รวมของทุกอย่างได้รวมไว้ที่เมืองแห่งนี้หมดแล้ว แถมยังชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยงามและน่าอยู่ที่สุดในโลกอีกด้วย ลองฟังเพลงระหว่างเดินเล่นในตัวเมือง อย่างย่านเดอะร็อคส์รับอากาศเย็นๆ ทิวทัศน์ที่งดงาม บวกกับสถาปัตยกรรมตึกรามบ้านช่องของเขาก็ดูแปลกตาแตกต่างจากประเทศแถบเอเชีย แค่นี้ก็คุ้มแล้วจริงไหม? อ๊ะเดี๋ยวก่อนหลายคนเข้าใจซิดนีย์คือเมืองหลวงของออสเตรเลียต้องก่อนว่าไม่ใช่นะครับ เขาแค่เป็นเมืองที่คนส่วนใหญ่นิยมมาเที่ยวกันเพราะครบจบในเมืองเดียวต่างหากล่ะ อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อได้มาเที่ยวออสเตรเลียเหยียบเมืองซิดนีย์แล้วนั่นก็คือการไป เที่ยวซิดนีย์ โอเปร่าเฮาส์ (Sydney Opera House) หากถามว่าที่ไหนมีสถาปัตยกรรมที่สะท้อนวัฒนธรรมของออสเตรเลียได้ดีมากที่สุด เราขอยกให้ที่นี่ยืนหนึ่งไปเลย เพราะเขาได้รับการรับรองว่าเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกด้วยเมื่อปี 2550 ถึงแม้จะไม่ได้มีอายุเก่าแก่เท่ากับมรดกโลกอื่นๆก็ตาม ใครมาเยือนซิดนีย์จะพลาด โอเปร่าเฮาส์ ก็เหมือนมาไม่ถึงบ้านเขานั่นแหละ 2.เมืองที่แน่นขนัดไปด้วยความงามของธรรมชาติอย่าง 'เมืองเมลเบิร์น' แผนที่ :Melbourne ก่อนอื่นต้องขอสารภาพก่อนว่าแอบนอกใจเมืองอื่น และเทใจให้กับเมืองนี้อยู่นิดนึง เพราะเอาจริงๆ ใครที่ชอบเที่ยวพวกทะเลสาบ หรือทะเล เมืองนี้ใช่เลย แล้วยิ่งเป็นเมือง เมลเบิร์น เมืองโบราณเก่าแก่ของออสเตรเลีย ที่มีวิวทิวทัศน์ ที่แสนสวยงาม มีทะเลโอบล้อมด้วยภูเขาสูงใหญ่ ให้บรรยากาศเทพนิยายสุดๆ ใครฝันอยากไปเมืองในฝัน แนะนำเมืองนี้แหละรับรองว่าติดใจ สาวๆ แนะนำใส่กระโปรงบานพลิ้วถ่ายรูปเก๋ๆ สวยได้ทุกมุม จัดครับ! อยากเที่ยว ทัวร์ออสเตรเลีย ราคาสุดคุ้ม คลิก ที่นี่ เลย อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่แวะเวียนเที่ยวออสเตรเลียและมาเยี่ยมเมืองเมลเบิร์นนั่นก็คือนั่งบอลลูนเหนือไร่ไวน์ เขตยาร์ราแวลลีย์ Yarra Valley Balloon Flight นั่งบอลลูน! ใช่แล้วกิจกรรมที่ไม่ได้หาทำกันง่ายๆ ในบ้านเรา แต่เราสามารถทำที่นี่ได้ หรือจะข้ามไปดูดูพาเหรดนกเพนกวิน ที่เกาะฟิลลิป ก็เป็นอีกกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับชาวกวิ้นทั้งหลาย ที่อยากเห็นน้องกวิ้นตัวเล็กน่ารัก เห็นไหมล่ะ กิจกรรมหลายๆ อย่างของที่นี่เขาจะเน้นเกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัวเกือบทั้งนั้น ใครที่เป็นสายรักธรรมชาติ เมลเบิร์นก็เป็นอีกเมืองที่น่าสนใจ ที่ควรเก็บไว้ในลิสต์ท่องเที่ยวสิ้นปีนี้ 3. สายแอดเวนเจอร์ ต้องไม่พลาด 'เมืองโกลด์โคสต์' แผนที่ :Gold Coast ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมโลดโผนเอย สวนสนุกเอย หรือจะเซิร์ฟบอร์ดที่ทะเล กิจกรรมแน่นๆ มันๆ มีรอให้เพื่อนได้เล่นมากมายที่เมือง เที่ยวเมืองโกลด์โคสต์ (Gold Coast) สวรรค์ของคนรักกิจกรรม ถ้าคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่รู้ตัวแน่ว่าฉันเบื่อแล้วกับการนั่งชิลล์ จิบกาแฟ นอนอ่านหนังสือแนะนำเมืองนี้เลยครับสุดๆ ไปเลยพี่ แนะนำสำหรับวัยรุ่นน่าจะชอบเมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องชายหาดที่ทั้งขาว ยาว สวย ที่สุด แถมยังมีทรายที่ละเอียด เป็นอีกหนึ่งทะเลที่สูสีกับประเทศไทยของเราเลยล่ะ แตกต่างกับเรานิดตรงที่มีมีบริเวณที่เหมาะแก่การเล่นกระดานโต้คลื่นและกิจกรรมทางทะเลทุกประเภทให้นักท่องเที่ยวได้เล่นกัน อ้อ นอกจากกิจกรรมแอดเวนเจอร์ต่างๆ แล้วเขายังมีกิจกรรม อุ้มโคอาล่า Lone Pine Koala Sanctuary เจ้าหมีขี้เซาอีกด้วย ใครที่มาออสเตรเลียเพราะหมีโคอาล่าบ้าง ยกมือขึ้น! สมใจแน่นอนจ้า เพราะสถานที่ท่องเที่ยวของยังไม่หมดแค่นั้น ยังมีคาสิโน อะควาเรียม ตีมพาร์คหลายแห่ง รวมไปถึงสถานบันเทิง ต่างๆ รอคอยให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชมได้แบบทุกเพศทุกวัยอีกด้วย อยากเที่ยวทัวร์ออสเตรเลีย ราคาสุดคุ้ม คลิก ที่นี่ เลย 4.เที่ยวเมืองแห่งการศึกษาอีกเมืองหนึ่งอย่าง 'เมืองบริสเบน' แผนที่ : Brisbane Brisbane ที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องการศึกษาหนักมาก ชาวไทยหลายคนก็เลือกเมืองนี้ในการเรียนต่อรองลงมาจากเมืองซิดนีย์เลยก็ว่าได้ แต่คนไทยอาจจะไม่เยอะเท่าเมืองซิดนีย์ แต่ถ้ามองในแง่ดีเราก็จะได้ภาษากลับบ้านไปอย่างแน่นอน มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในเมือง Brisbane ได้แก่ Queensland University of Technology และ University of Queensland มีขนาดใหญ่อันดับที่ 3 ของประเทศออสเตรเลีย นอกจากการศึกษาที่ขึ้นชื่อแล้วสถานที่ท่องเที่ยวของเขาก็ไม่เป็นสองรองใคร อย่างเช่น แนวปะการังใหญ่ (Great Barrier Reef) เป็นเมืองที่มีการผสมผสานความสวยงามของธรรมชาติกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว สถานที่ท่องเที่ยวภายในเมืองก็มีเยอะแยะมากมายทั้ง Brisbane City Hall, Queen Street Mall หรือจะไปพักผ่อนหย่อนใจที่ The Brisbane Botanic Gardens ก็น่าสนใจ 5.เมืองแห่งนักสโลว์ไลฟ์และเมืองแห่งการศึกษาอย่าง 'เมืองเพิร์ธ' แผนที่ :Perth ถ้าพูดถึงออสเตรเลีย เมืองที่หลายๆ คนน่าจะพูดถึงก็คงเป็นซิดนีย์ เมลเบิร์น แต่อีกหนึ่งเมืองที่น่าสนใจไม่แพ้กันนั่นก็คือเมืองเพิร์ธนั่นเอง เมืองนี้น่าสนใจยังไง ทำเราถึงตั้งชื่อให้ว่าเมืองแห่งนักสโลว์ไลฟ์ ก็เพราะกิจกรรมของคนที่นี่ส่วนใหญ่เขาเป็นแนวนั่งชิลล์ จิบกาแฟ นอนเล่นที่สวนสาธาณะอย่าง สวนสาธารณะคิงส์พาร์ค Kings Park ซึ่งถ้าจะให้มานอนเล่นที่เมืองไทยเราอาจจะได้ละลายไปกับแดดซะก่อน แต่ที่นี่เขามีอากาศที่เย็นตลอดทั้งปี แต่ไม่ได้หนาวจัด เรียกได้ว่าอากาศดีตลอดปีนั่นเอง นอกจากนั้นเมืองเพิร์ธยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องการศึกษาหนักมากรู้กันในหมู่ชาวออสเองและชาวไทยหลายคนก็เลือกเมืองนี้ในการเรียนต่อรองลงมาจากเมืองซิดนีย์เลยก็ว่าได้ มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงได้แก่ Curtin University 6.แวะเที่ยวเมืองหลวงของออสอย่าง 'เมืองแคนเบอร์รา' แผนที่ :Canberra หลายคนเข้าใจว่าซิดนีย์คือเมืองหลวงของออสเตรเลีย แต่จริงๆ แล้วเมืองหลวงของออสคือ แคนเบอร์รา ถึงแม้จะไม่ได้มีบรรยากาศคึกคักเทียบเท่ากับเมืองอื่น แต่ความสวยงามของที่นี่ก็ไม่ได้ลดหย่อนลงไปแต่อย่างใด มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่น่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่น อนุสรณ์สถานสงครามออสเตรเลีย สร้างขึ้นเป็นการระลึกถึงการเสียชีวิตจากสงครามของออสเตรเลีย ที่แห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญที่สุดของแคนเบอร์ราเลยก็ว่าได้ มีการแสดงนิทรรศการต่างๆ ใครชอบเที่ยวพิพิธภัณฑ์งานศิลป์ต่างๆ ที่นี่ก็ถือว่าน่าสนใจมากทีเดียว สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของที่นี่จะเป็นแนวพิพิธภัณฑ์ หอสมุด หอศิลป์เป็นส่วนใหญ่เพราะฉะนั้นใครเป็นสายแอดเวนเจอร์เน้นเอามัน ที่นี่อาจจะไม่เหมาะ แต่ถ้าคุณรู้ตัวว่าเป็นคนชอบความสงบ เงียบ เดินเล่นชมงานศิลปะ ที่นี่ก็เป็นอีกที่ที่น่าสนใจ
New Zealand เที่ยวนิวซีแลนด์ เมืองไหนดี ?
พาเที่ยว
นิวซีแลนด์
New Zealand เที่ยวนิวซีแลนด์ เมืองไหนดี ?
พอพูดถึงนิวซีแลนด์แล้วก็อดนึกอิจฉาน้องๆ ที่ไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์คงมีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศความอุดมสมบูรณ์ แล้วตื่นเช้ามาสูดอากาศบริสุทธิ์ได้ทุกวัน แถมขึ้นชื่อในเรื่องการศึกษา สภาพแวดล้อม บรรยากาศดี ผู้คนเป็นมิตรพอๆ กับออสเตรเลียเลยก็ว่าได้ ค่าครองชีพก็ไม่สูงมากพอเอื้อมไหว อะบ่นกันพอละบทความนี้ ทัวร์ครับ เราจะพามาดูกันดีกว่าว่าจะมีเมืองนิวซีแลนด์น่าไปน่าโดนกันบ้าง แต่ขอเตือนทุกคนก่อนว่ากำเงินเอาไว้ให้แน่นๆ ไม่งั้นอาจมีลั่นกดจองตั๋วหลังจากอ่านบทความรีวิวนี้จบก็ได้นะ 1. Wellington เมืองหลวงของประเทศนิวซีแลนด์ พิกัด :Wellington ประเดิมกันด้วยเมืองหลวงของประเทศเขาก่อนเลยอย่างเมือง Wellington ที่ได้รับฉายาว่าเป็น Coolest little Capital เมืองหลวงเล็กๆ ที่อบอุ่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นแหล่งรวมของหลายเชื้อชาติ ถือว่าเป็นอันดับต้นๆ เลยที่ต่างชาติเลือกมาเรียนต่อ เป็นอีกหนึ่งเมืองที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวมีกิจกรรมหลากหลายให้เราได้เลือกทำกัน ยกตัวอย่างเช่น เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ Te Papa Tongarewa. ชื่นชมธรรมชาติที่เกาะ Kapiti Island หรือจะนั่งจิบไวน์ที่ Wairarapa ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องศิลปะ ร้านอาหาร ส่วนใหญ่เป็นประเภท Outdoor บรรยากาศเหมาะแก่การมาเที่ยวพักผ่อนและเรียนต่อมากๆ เพราะมีคนหลายเชื้อชาติทำให้เรามั่นใจว่าจะได้ภาษากลับไปแน่นอนอย่างน้อย 1 ภาษา 2. Auckland เมืองยอดฮิตของเหล่านักท่องเที่ยว พิกัด :Auckland Auckland เป็นเมืองใหญ่ทางตอนเหนือของ North Island มีแลนด์มาร์คที่สำคัญคือ Sky Tower ทำไมนักท่องเที่ยวถึงชอบเมืองนี้ก็เพราะว่าที่นี่เป็นแหล่งรวมของทั้งธรรมชาติที่สวยงาม แถมมีชายหาดให้พักผ่อน เต็มเปี่ยมไปด้วยอาหารการกินชั้นดี ในราคาที่พอเอื้อมถึงให้เราเลือกมากมาย ยิ่งถ้าใครชอบเที่ยวกลางคืนแล้วล่ะก็เมืองนี้เขาก็จัดเต็มให้ทั้งคลับ บาร์ โรงละครและสถานที่แสดงดนตรีสด รอคอยให้นักท่องเที่ยวยามราตรีได้สุดเหวี่ยงกัน กิจกรรมที่น่าสนใจของเมืองนี้ยังไม่หมดแค่นั้น ยกตัวอย่างกิจกรรมสุดเหวี่ยงที่ไม่ควรพลาดเมื่อไป Auckland นั่นก็คือ โหนสลิงที่ Waiheke Island, ล่องเรือใบ, หรือจะเป็นกิจกรรมท้าทายความกลัวอย่าง กระโดดบันจี้จั๊มพ์ที่ตึก Sky Tower เหมาะสำหรับนักผจญภัยที่ชอบความท้าทายและโลดโผนสุดๆ 3.เที่ยวเมือง Christchurch เกาะใต้ พิกัด :Christchurch อีกหนึ่งเมืองที่เหล่านักท่องเที่ยวต้องนึกถึงเมื่อมาเยือนนิวซีแลนด์ เพราะเมืองนี้ถือได้ว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุด เมื่อมาถึงเราจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศสไตล์อังกฤษโบราณ ทั้งตึกรามบ้านช่องต่างๆ ได้กลิ่นความคลาสสิคลอยเข้ามาเลย อุดมไปด้วยธรรมชาติต่างๆ ทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแม่น้ำเอวอน เมืองนี้เป็นเมืองเงียบสงบถ้าอยากได้อารมณ์สโลไลฟ์ไม่เบียดเสียดล่ะก็เมืองนี้ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ควรค่าแก่การมาสักครั้งในชีวิต กิจกรรมส่วนใหญ่ก็จะออกแนวเดินเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ แวะเช็คอินที่มหาวิหารไครสต์เชิร์ช (Christchurch Cathedral) แลนด์มาร์คของ เมืองไครสต์เชิร์ช 4.เยี่ยมชมเมืองแห่งการถ่ายหนังที่เมือง Queenstown พิกัด :Queenstown สาวก Lords of the Ring หรือ Hobbit ถูกใจสิ่งนี้! เพราะที่นี่เป็นสถานที่ถ่ายทำหนังในหลายๆ ฉาก ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติทำให้ไม่ว่าจะมองไปทางไหนหรือถ่ายรูปมุมไหนก็ดูสวยไปทุกมุม ทั้งเทือกเขาและทะเลสาบวาคาติปู ที่ถือเป็นทะเลสาบสำคัญของเมืองเขา เมื่อเยี่ยมชมความงดงามของธรรมชาติเสร็จแล้วในเมืองของเขาก็น่าเที่ยวเช่นกัน มีกิจกรรมความสนุกให้เลือกทำเยอะแยะมากมายเหมือนกับเมืองอื่นๆ เช่น เดินป่า ปีนเขา พายเรือคายัค หรือจะล่องเรือใหญ่ชมความงามของเมืองก็มี ในตัวเมืองก็มีร้านอาหาร คาเฟ่ ผับไว้คอยบริการเช่นกัน เรียกได้ครบจบที่เมืองเดียวเลยก็ว่าได้ 5.ล่องเรือชมธรรมชาติที่ Milford Sound เกาะใต้ ความงดงามของที่นี่การันตีว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ อันดับ 8 ของโลก แถมยังถูกยกให้เป็นมรดกโลกอีกต่างหากเป็นไงล่ะ ยกรางวัลมาให้ขนาดนี้เรื่องความอลังคงไม่ต้องอธิบายกันยืดยาวแล้วใช่ไหมล่ะ โลเคชั่นของที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นยอดเขาสูงชัน มีน้ำตกสวยๆ หลายแห่งแต่ที่แนะนำว่าควรไปคือ น้ำตกโบเว่น (Bowen Falls) น้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ อ้อไฮไลท์เด็ดคือรอบๆ จะมีเหล่าแมวน้ำหรือเจ้าอุ๋ง โชว์ความน่ารักนอนแผ่ให้เราได้เห็นกันอีกด้วย ถ้าโชคดีอาจจะเจอพี่วาฬ หรือน้องกวิ้น ด้วยนะ 6.สัมผัสชีวิตริมทะเลที่ Tauranga เกาะเหนือ พิกัด :Tauranga เหมาะมากๆ สำหรับที่ชอบกิจกรรมริมทะเล เพราะที่นี่เขามีให้ครบทุกอย่าง เช่น เซิร์ฟบอร์ด พายเรือคายัค หรือจะนั่งเครื่องบินชมทิวทัศน์ ก็คูลสุดๆ เมื่อเหนื่อยจากกิจกรรมริมหาดเขาก็มีสถานที่ท่องเที่ยวร้านอาหาร คลับ คาเฟ่ต่างๆ ไว้คอยบริการ ถือเป็นอีกหนึ่งเมืองที่เหมาะกับการมาพักผ่อน 7.เที่ยวทะเลสาบเมือง Taupo เมืองเทาโปได้รับฉายาว่าเป็น Jewel in The Crown หรืออัญมณีในมงกุฎของเกาะเหนือ แห่งเกาะเหนือเลยก็ว่าได้เพราะทะเลสาบของที่นี่เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะทางเหนือ และใหญ่ที่สุดในทวีปออสเตรเลีย กิจกรรมของที่นี่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกิจกรรมแอดเวนเจอร์ มีทั้งกระโดดร่ม ล่องแก่ง และไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้อย่าง ล่องเรือชมผลงานศิลปะที่หน้าผาหิน Maori Rock Carving หรือพายเรือในทะเลสาบ ก็เป็นอีกกิจกรรมที่ควรโดนพร้อมชมวิวสวยๆ และเพลิดเพลินกับธรรมชาติที่สวยงามรอบๆ ตัว 8.ส่องภูเขาไฟที่เมือง Rotorua เกาะเหนือ เมืองโรโตรัวตั้งอยู่บน Pacific Rim of Fire ทำให้มีภูเขาไฟ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะมันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ของที่นี่มากมาย ยกตัวอย่างเช่น บ่อน้ำแร่ สระน้ำพุร้อน สระโคลนเดือดบางบ่อจะมีน้ำพุ่งสูงขึ้นมา กิจกรรมส่วนใหญ่ของที่นี่ก็เลยเป็นแนวบำบัด แช่น้ำพุร้อน สปาผ่อนคลายแบบเบาๆ 9.เมืองมาทามาท่า Matamata เกาะเหนือ พิกัด :Matamata ถ้าคุณเป็นแฟนหนังเรื่อง Hobbit แล้วล่ะก็จะต้องชอบเมืองนี้แน่นอนเพราะเขามีไฮไลท์เป็นหมู่บ้าน Hobbit เจ้าตัวเล็กสุดแสนจะน่ารัก และอบอุ่น เหมือนแบบในหนังเป๊ะๆ มีการจัดตกแต่งสถานที่พร้อมสำหรับเข้าชม แถมภายในหมู่บ้านยังมี The Green Dragon Inn ให้นักท่องเที่ยวได้ซื้ออาหารและเครื่องดื่มได้แบบจริงๆ อีกด้วย เตรียมพร้อมหลุดเข้าไปหนังแล้วไปลุยกันเลยที่เมืองมาทามาท่า 10.ทะเลสาบ Wanaka อีกหนึ่งเมืองยอดฮิตที่ไม่ควรพลาด พิกัด :Wanaka เมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ แต่วิวทิวทัศน์ของเขาไม่แพ้ที่อื่นนะจ๊ะ ที่มีเขามีครบทุกอย่างอีกเช่นกัน ยิ่งไฮไลท์ของเมืองเขาอย่างทะเลสาบวานาก้าก็ถือเป็นจุดเช็คอินที่ใครมาเมืองนี้ก็ต้องมาแวะถ่ายรูปกันก่อนเสมือนแลนด์มาคของเมืองนี้นั่นเอง ส่วนใครที่ยังไม่รู้ว่าจะทำกิจกรรมอะไรที่เมืองนี้ดี ทัวร์ครับ แนะนำ Puzzling World นั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิว หรือนั่งเครื่องบินชมเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ และอีกหนึ่งกิจกรรมที่อยากให้ลองก็คือเดินบนธารน้ำแข็ง Rob Roy Glacier เป็นสิ่งที่บ้านเราไม่มีได้ลองสักครั้งในชีวิตน่าจะดีไม่น้อย นี่แค่ออเดิร์ฟเท่านั้นเพราะที่นี่นั้นยังมีอีกหลายสถานที่ท่องเที่ยวรอให้นักผจญภัยไปสำรวจกันเยอะแยะมากมาย อย่าลืมไป ทัวร์นิวซีแลนด์ กันสักครั้งนะครับ
คัดมาแล้ว! 10 เมืองแห่งความโรแมนติก #2 ชีวิตนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง  !!
พาเที่ยว
ยุโรป
คัดมาแล้ว! 10 เมืองแห่งความโรแมนติก #2 ชีวิตนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง !!
1.ปารีส : ฝรั่งเศส พิกัด :Paris อันดับหนึ่งในใจตลอดกาล ถ้าหากพูดถึงเมืองสุดโรแมนติกแล้วไม่มีปารีส ขอบอกตรงนี้ว่าผิดมาก! เพราะบรรยากาศโดยรวมของเมืองนี้ ทั้งสถาปัตยกรรมอันสวยงาม ศิลปะต่างๆ และที่สำคัญแลนด์มาร์คใหญ่ใจกลางเมืองอย่าง หอไอเฟล ต่างประกอบรวมเข้าด้วยกันทำให้ที่นี่กลายเป็นเมืองสุดยอดของความโรแมนติกครับ ดู ทัวร์ฝรั่งเศส ทัวร์สถานที่สุดโรแมนติก ได้ ที่นี่ 2. ฟลอเรนซ์ : อิตาลี พิกัด :Florence เมืองริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน ที่เบียดเมืองเวนิสขึ้นมาเป็นเมืองโรแมนติกอันดับ 1 ของอิตาลีในตอนนี้ คู่รักคนไหนที่อินกับศิลปะ เป็นหนุ่มสาวสายศิลป์จะต้องแฮปปี้และอินเลิฟไปกับเมืองฟลอเรนซ์อย่างแน่นอน เพราะมีทั้งพิพิธภัณฑ์ และตึกรามบ้านช่องที่เข้ากันได้ดี ช่วยสร้างบรรยากาศให้ฟิน และโรแมนติกสุดๆ ไปเลยล่ะครับ 3. ลิสบอน : โปรตุเกส พิกัด : Lisbon เมืองหลวงของประเทศโปรตุเกส ที่บอกเลยว่าใครเคยมองข้ามไปอยากจะขอให้หันกลับมามองใหม่ เพราะด้วยเสน่ห์ของเมืองนี้ที่มีความเป็นศิลปะหลากยุค ตึกเก่าแก่ สถาปัตยกรรมอันสวยงาม ร้านกาแฟชิลๆ และความน่ารักของผู้คน ทำให้เมืองนี้น่าควงคุณแฟนมาเดินกุมมือกันรับบรรยากาศที่สุดเลยล่ะ 4. อัมสเตอร์ดัม : เนเธอร์แลนด์ พิกัด :Amsterdam พลาดไม่ได้จริงๆ ถ้าหากใครกำลังมองหาเมืองที่มีความลงตัวในหลายๆ ด้าน ในที่เดียว เพราะที่อัมสเตอร์ดัม นอกจากจะได้ชื่นชมกับศิลปะ บ้านเมืองแบบสมัยก่อนแล้ว ยังได้โรแมนติกไปกับทุ่งดอกทิวลิปหลากสีสัน ที่มีฉากหลังเป็นกังหันลม อันเป็นสัญลักษณ์ของเนเธอร์แลนด์อีกด้วยล่ะ ไม่โรแมนติกที่นี่ก็ไม่รู้จะไปโรแมนติกที่ไหนแล้ว! 5. ดับลิน : ไอร์แลนด์ พิกัด :Dublin เมืองหลวงของไอร์แลนด์นี้ เหมาะมากกับคู่รักที่หลงใหลในเสียงดนตรี ภาพยนตร์ และศิลปะ บวกรวมเข้ากับความอบอุ่นเป็นกันเองของผู้คน ทำให้ทริปสุดแสนจะพิเศษนี้เป็นทริปในความทรงจำเลยล่ะครับ แล้วอย่าพลาดที่จะเติมความโรแมนติก ด้วยการจองร้านดินเนอร์ใต้แสงเทียน แล้วนั่งทานข้าวจิบไวน์ที่ริมฝั่งแม่น้ำด้วยนะครับ รับรองว่าประทับใจไม่รู้ลืมเลยทีเดียวเชียว 6. ซานโตรินี่ : กรีซ พิกัด :Santorini อย่าแปลกใจหากมาถึงที่เมืองตากอากาศริมทะเลแห่งนี้แล้วจะพบกับคู่รักเต็มไปหมด เพราะที่นี่ได้ชื่อเรื่องของเมืองที่โรแมนติก ที่เหมาะจะไปเที่ยวกับแฟนสุดๆ ไปเลย ด้วยบรรยากาศของเมืองอันสวยงาม คู่มากับความสดใสของท้องฟ้าและน้ำทะเล ทำให้ทุกอย่างลงตัวราวกับภาพวาด เดินชมวิวกันเพลินๆ เติมความหวานให้กันและกัน แค่นี้ก็เพียงพอกับ Valentine ทริปแล้วครับ 7. เซอร์แมตต์ : สวิตเซอร์แลนด์ พิกัด :Zermatt ภาพของภูเขาหิมะด้านหน้า เคล้ากับบรรยากาศเวลาหิมะตก ช่างเป็นอะไรที่แสนจะโรแมนติกจริงๆ คงไม่มีอะไรที่จะมีความสุขไปกว่าการได้มาที่เมืองเซอร์แมตต์กับคนรู้จัก เติมความรัก ใส่ความหวานให้กัน ช่วยให้ความสัมพันธ์ได้พัฒนาต่อไปข้างหน้าอย่างแข็งแรง มิน่าล่ะใครๆ ก็อยากมาฮันนีมูนกันที่นี่ ! เที่ยว ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ ราคาเริ่มต้นที่ 49,900 บาท คลิก เลย 8. คัปปาโดเกีย : ตุรกี พิกัด :Cappadocia กำลังมาแรงเลยกับประเทศตุรกี และเมืองคัปปาโดเกีย ที่ใครอยากได้ความโรแมนติกต้องรีบจองทริปด่วนๆ เพราะอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ได้ทำร่วมกับคนรักและรับรองว่าประทับใจแน่นอนอย่างการขึ้นบอลลูน เป็น Bucket List ที่ไม่อยากให้พลาดจริงๆ นอกจากนี้ยังได้เพลินไปกับบรรยากาศอันสวยงามของเมืองนี้ ทั้งสถาปัตยกรรมเอย ทั้งทิวทัศน์เอย ไม่ไปไม่ได้แล้วนะครับแบบนี้ 9. ควิเบก : แคนาดา พิกัด :Quebec ข้ามทวีปกันไปไกลสักหน่อย แต่รับรองว่าฟินแน่ครับ! เพราะที่เมืองควิเบกนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์เก่าแก่ และเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมที่สำคัญ ทั้งยังเป็นเมืองโรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่งเลยด้วย และถึงแม้ว่าจะอยู่ใกล้กับอเมริกา แต่เมืองนี้ก็ไม่ได้รับวัฒนธรรมของฝั่งนั้นมาเท่าไหร่ แต่กลับได้วัฒนธรรมของฝรั่งเศสมาแทน ทำให้บรรยากาศค่อนไปทางยุโรป ที่ขึ้นชื่อว่าโรแมนติกครับ 10. อัครา : อินเดีย พิกัด :Taj Mahal อ๊ะ..อ๊ะ อย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้นครับ เพราะที่เมืองอัครา ประเทศอินเดียแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของ “ทัช มาฮาล” อนุสรณ์แห่งความรักที่ได้ชื่อว่าโรแมนติกมากๆ มาที่นี่เพื่อนๆ จะได้เห็นความรักอันยิ่งใหญ่ ที่องค์ราชามีต่อคนรักของพระองค์ และจะซาบซึ้งไปกับอนุสรณ์แห่งความรักแห่งนี้อย่างแน่นอนเลยล่ะครับ และนี่ก็เป็น 10 เมืองสุดโรแมนติกที่ทัวร์ครับจัดมาแนะนำให้เพื่อนๆ อย่าลืมเติมความหวาน ด้วยการชวนคุณแฟนไปสวีทกันนะครับ หรือใครที่ยังไม่ได้อ่าน >> ชวนแฟนไปฟินกับ 10 สถานที่สุดโรแมนติก ณ ยุโรปก็อย่าลืมตามไปอ่านกันต่อได้เลยนะครับ รับรองว่าปีนี้มีที่เที่ยวที่แสนโรแมนติกรอให้เราไปเยือนอีกเพียบเลยล่ะ
10 ที่เที่ยวใน “เอเชีย” เที่ยวได้ทั้งปีไม่มีเบื่อ
พาเที่ยว
ญี่ปุ่น
10 ที่เที่ยวใน “เอเชีย” เที่ยวได้ทั้งปีไม่มีเบื่อ
1. ดานัง : เวียดนาม แผนที่ : Vietnam ใกล้ๆ บ้านเราแค่นี้ แถมยังบินตรงไปลงได้เลยอีกด้วย! ซึ่งเมืองดานังเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวกำลังนิยมมากๆ เลยครับ เพราะเป็นเมืองบนเขา มีอากาศดี ผู้คนก็น่ารัก ที่สำคัญ...ได้สัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติก ประหนึ่งว่าอยู่ที่ฝรั่งเศส ณ บาน่า ฮิลล์ เมืองดานังอีกด้วย ทั้งสถาปัตยกรรมเอย ทุ่งดอกไม้เอย บวกกับอากาศเย็นๆ อีก โอ๊ย ฟินอะไรเบอร์นั้นครับคุณ ! ทัวร์เวียดนาม ราคาสุดคุ้ม ดูที่นี่ 2. คาเมรอน ไฮแลนด์ : มาเลเซีย แผนที่ :Cameron Highlands บินลงทางใต้ของประเทศไทยเราบ้าง กับคาเมรอน ไฮแลนด์ ประเทศมาเลเซียครับ เมืองนี้เป็นเมืองตากอากาศยอดฮิตอีกหนึ่งเมืองในแถบเอเชียเราเลยนะครับ มีอากาศที่หนาวเย็น และทิวทัศน์อันสวยงามของธรรมชาติให้เราได้ฟินกันสุดๆ การเดินทางก็ไม่ยากเลยเพราะอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงของมาเลเซียอย่างกัวลาลัมเปอร์ครับ เอาล่ะ! ได้เวลาชวนแฟนไปกุมมือท้าความหนาวแล้ว 3. บาหลี : อินโดนีเซีย แผนที่ : Bali , Indonesia เมืองแห่งทะเล ที่บอกเลยว่าความโรแมนติกไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน หากคู่รักคู่ไหนเป็นสาย Beach Lover อินไปกับหาดทรายสีขาว ท้องฟ้า และท้องทะเล ต้องห้ามพลาดมาเยือนบาหลีเลยครับ อีกทั้งรีสอร์ทของที่นี่ก็มีสไตล์แตกต่างกันไป ให้เราได้เพลิดเพลินในการเลือกที่ตรงกับใจ และสวีทกับคุณแฟนแบบสุดๆ ไปเลย 4. มัลดีฟส์ แผนที่ :Maldives แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงทะเลแล้ว จะไม่มีมัลดีฟส์ก็คงไม่ได้ เพราะที่นี่คือแลนด์มาร์คสุดสวีทอันดับต้นๆ เลยทีเดียวนะครับ รับรองว่าใครมากับแฟนจะต้องหวานจนน้ำทะเลจืดไปเลยแน่นอน! ท้องฟ้าสดใส บวกเข้ากับน้ำทะเลใสๆ แถมยังเจอเจ้าปลาตัวเล็กตัวน้อยมาทักทายอีก เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจที่น่าชวนคุณแฟนไปสวีทในเดือนแห่งความรักนี้นะครับ 5. ฮ่องกง แผนที่ : Hong Kong เมืองอันแสนวุ่นวาย แต่บอกเลยว่าถ้าหากได้ไปกับแฟนจะไม่มีทางเหงาแน่นอน! เพราะที่ฮ่องกงนั้นถึงแม้จะไม่ได้กว้างมาก แต่ก็มีหลายแลนด์มาร์คให้เราได้เลือกควงแขนคุณแฟนไปสวีทกัน ไม่ว่าจะเป็นความโรแมนติกแบบเทพนิยายในดิสนีย์แลนด์ หรือจะสวีทบนที่สูงอย่างวิคตอเรียพีค ก่อนจะปิดท้ายวันไปกับการเดินเล่นรับลมชมทะเล พร้อมกับชมการแสดง The Symphony of Light ริมอ่าววิคตอเรีย โอ๊ย~ คือดีเฟร่อ! 6. มาเก๊า แผนที่ : Macau มีฮ่องกงแล้วก็ต้องมีมาเก๊า กับเมืองแห่งความโรแมนติกแบบฉบับยุโรปแต่อยู่ในเอเชีย! ในเมื่อเวลามันไม่พอที่จะไปสวีทไกลถึงยุโรป ก็ไปมาเก๊าก่อนแล้วกันเพราะบอกเลยว่าที่นี่ทดแทนกันได้นะจ๊ะ แล้วยิ่งไปช่วงเดือนแห่งความรักนี้ด้วย บอกเลยว่าฟินมาก! เพราะอากาศดีสุดๆ ไปเลย ได้เดินกุมมือกับแฟนอย่างฟินแน่นอน~ 7. เกาะนามิ : เกาหลีใต้ แผนที่ : Namiseom Island อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ใครๆ ก็บอกว่าโรแมนติก นั่นก็คือที่เกาะนามิ ประเทศเกาหลีใต้นั่นเองครับ ควงแฟนมาที่นี่จะได้ฟินกับกับอุโมงค์ต้นไผ่ และเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติบนเกาะ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเดินเล่นกินลมชมบรรยากาศกับแฟนได้อย่างเพลิดเพลินเลยครับ แล้วยิ่งถ้าใส่ชุดคู่กัน บอกเลยว่าจะยิ่งฟิน! ไม่ต้องเขินนะครับ เพราะใครๆ เค้าก็ใส่กัน อิอิ~ 8. เอ็น โซลทาวเวอร์ : เกาหลีใต้ แผนที่ : N Seoul Tower ไปคล้องกุญแจกันเถอะ~ เพื่อรักอันยาวนานตลอดไปของคู่รัก จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นแลนด์มาร์คสุดโรแมนติก ที่คู่รักหลายคนต่างกุมมือกันมาคล้องกุญแจไว้ด้วยกัน เพื่อความรักของคนสองคนจะได้อยู่คู่กันตลอดไป แล้วต่อด้วยการชมวิวกรุงโซลจากมุมสูง โรแมนติกสุดๆ เลยล่ะครับ 9. เกียวโต : ญี่ปุ่น แผนที่ :Kyoto เมืองเก่าอันทรงเสน่ห์ของญี่ปุ่น ที่เหมาะอย่างยิ่งที่จะชวนแฟนมาสวีทกัน แล้วยิ่งชวนกันแต่งตัวด้วยชุดกิโมโนด้วยนะ จะยิ่งคูณความน่ารักเข้าไปอีกเลยครับ เมืองนี้มีความโรแมนติกแบบไม่หวือหวา แต่รับรองว่าบรรยากาศรอบข้าง ความสวยงามของสถาปัตยกรรม รวมไปถึงอากาศในช่วงนี้จะช่วยให้ความรักเบ่งบานสุดๆ ไปเลย 10. โอตารุ ซัปโปโร : ญี่ปุ่น แผนที่ : Otaru , Japan ปิดท้ายกันที่สุดยอดแลนด์มาร์คแห่งความโรแมนติก ที่ถ้าหากพูดถึงจุดโรแมนติกในเอเชียจะต้องนึกถึงที่นี่มาเป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน ในตอนกลางวันคลองโอตารุก็มีเสน่ห์ และภาพบรรยากาศที่สวยงามอยู่แล้ว แต่พอตกดึกจะยิ่งทวีคูณความสวยงามจนกลายเป็นความโรแมนติกที่ยากจะลืมเลือน เพราะสองฝั่งคลองจะเปิดไฟช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นไปอีกครับ ได้ทั้ง 10 สถานที่เที่ยวในเอเชียกันไปแล้ว จะมัวแต่รอช้าอยู่ไย แชร์บทความนี้ไปให้แฟน แล้วชวนกันไปเติมความหวานให้กับความรักกันเลยดีกว่าครับ บทความแนะนำ >>จดไว้เลย! 10 เมืองอากาศดีเที่ยวได้ตลอดกาล ไร้กังวลเรื่องมลพิษ