ทัวร์ครับ พาเที่ยว

เพราะโลกมันกว้าง ทัวร์ครับพร้อมพาทุกคนออกไปหาประสบการณ์ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว รวมเรื่องราว ทุกเทศกาล ทุกฤดูกาลท่องเที่ยวทั่วโลกไว้ที่นี่

แนะทริคเด็ด 8 วิธีเตรียมตัวก่อนไปดูแสงเหนือ...ที่รัสเซีย!

แนะทริคเด็ด 8 วิธีเตรียมตัวก่อนไปดูแสงเหนือ...ที่รัสเซีย!

Sep 17, 2018

โดยวันนี้ ทัวร์ครับ เราก็จะมาแนะนำทริคดีๆ ในการเตรียมตัวก่อนจะไปดูแสงเหนือที่รัสเซียกันก่อนนะคะ บอกเลยว่าอ่านบทความนี้จบปุ๊บ ไปลุยได้ปั๊บเลยล่ะ ! 1. กำหนดช่วงเวลาที่จะไป แน่นอนว่า การจะไปดูแสงเหนือนั้น นอกจากต้องเตรียมตัวให้พร้อมแล้ว “ดวง” ก็สำคัญเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น การเพิ่มแต้มดวงของเรา ก็ต้องเพิ่มโอกาสให้กับตัวเองด้วยนะคะ วิธีง่ายๆ เลยก็คือ เลือกไปในช่วงฤดูหนาว ที่มีช่วงเวลากลางคืนยาวนานนั่นเอง โดยช่วงที่ดีที่สุด ก็คือช่วง เดือนพฤศจิกายน - เดือนมีนาคมค่ะ 2. จองตั๋วเครื่องบิน พอกำหนดช่วงเวลาได้แล้ว ต่อมาก็ถึงเวลาจองตั๋วเครื่องบินค่ะ โดยการบินไปลง มอสโคว(Moscow) จะสะดวกที่สุด จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง แนะนำให้บินตรงนะคะ เพราะเราต้องต่อเครื่องอีกครั้งเพื่อไปลงที่เมืองเมอร์มรังส์อีก ถ้าต่อเครื่องหลายๆ ครั้งจะเหนื่อยเกินไป หรือหากใครจะใช้วิธีแวะพักมอสโควก่อน 1 คืนก็ได้ค่ะ 3. จองทัวร์ การจะไปชมแสงเหนือครั้งแรกนั้น แนะนำให้ไปกับทัวร์จะดีกว่า ซึ่งมีให้เลือกซื้อตั้งแต่เมืองไทยไปเลย หรือจะไปเลือกแค่ one day tour เฉพาะวันที่จะไปดูแสงเหนือกับไกด์ท้องถิ่นก็ได้เช่นเดียวกัน แนะนำว่าให้จองกับเอเจนท์ที่ไว้ใจได้ อย่าง ทัวร์ครับ.คอม จะได้รับการบริการแบบมืออาชีพ ไม่ต้องมาเซ็งทีหลังนะคะ 4. ศึกษากล้องถ่ายรูป นานๆ จะได้เห็นแสงเหนือที เพราะฉะนั้น ต้องเตรียมกล้องถ่ายรูปเพื่อไปลั่นชัตเตอร์ เพื่อเก็บภาพสวยๆ กลับมาเป็นความประทับใจให้ได้มากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ต้องหมั่นศึกษาด้วยว่า วิธีถ่ายแสงเหนือให้ออกมาสวยต้องตั้งค่ากล้องยังไง ถ้าถ่ายคนด้วยต้องปรับรูรับแสง ปรับสปีดชัตเตอร์แบบไหน เพื่อให้ไม่ติดขัดที่หน้างานนั่นเอง 5. วางแพลนทริป ไปถึงรัสเซียทั้งที จะมุ่งหน้าไปสู่เมืองเมอร์มรังส์เพื่อดูแสงเหนืออย่างเดียวก็คงจะน้อยไปหน่อย เพราะฉะนั้นอย่าลืมแวะไปเที่ยวที่เมืองมอสโคว ไปชมความสวยงามของ Saint Basil’s Cathedral หรือไปชมสถาปัตยกรรมสวยๆ ที่รัสเซียก็ดีเหมือนกันนะคะ 6. ตั้งงบประมาณ เชื่อมั้ยคะว่า ไปเที่ยวรัสเซียเนี่ยใช้งบพอๆ กับไปญี่ปุ่นเลยนะคะ เผลอๆ บางทีถ้าจัดสรรดีๆ อาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำ เพราะจากที่แอดมินดูๆ มา เค้าใช้เงินกันไปแค่ 40,000 - 50,000 บาทเท่านั้นเองค่ะ ถือว่าถูกมากเลยนะเนี่ย 7. เตรียมเสื้อผ้า ไปเที่ยวในช่วงฤดูหนาว แน่นอนว่าต้องหนาวมากๆ อยู่แล้ว และยิ่งเป็นประเทศรัสเซียที่ขึ้นชื่อเรื่องความหนาวจับใจด้วยนั้น การเตรียมเสื้อผ้าจึงจำเป็นมากๆ เสื้อขนเป็ดหนาๆ เอย หมวกไหมพรมเอย ถุงมือ ถุงเท้า หรือพวกฮ็อตแพ็คต่างๆ เตรียมให้พร้อม เตรียมให้ดี อย่าให้พลาดเชียวนะคะ 8. หาเพื่อนไปด้วย ทริปจะสนุกน้อยลง ถ้าไม่มีคนรู้ใจไปด้วย ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่คนรักนะคะ แต่รวมไปถึงเพื่อนสนิท พี่น้อง หรือคนในครอบครัว ใครก็ได้ที่เราไปเที่ยวกับเค้าแล้วจะสบายใจ จะได้ช่วยดูแลกัน แถมยังมีคนคอยช่วยกันเก็บภาพสวยๆ อีกต่างหาก 8 ทริคดีๆ เท่านี้ ก็ทำให้เพื่อนๆ วางแพลนไปดูแสงเหนือที่รัสเซียได้ง่ายขึ้นแล้วล่ะค่ะ รีบแพลนแต่เนิ่นๆ จะได้เจอกับสิ่งที่ดีที่สุดนะคะ    อ่านต่อบทความ เที่ยวรัสเซีย  >> ชี้ลายแทง! ของฝากรัสเซีย ไปเที่ยวรัสเซีย ซื้ออะไรดีนะ ? >> รู้ไว้ไม่พลาด! เที่ยวรัสเซีย เดือนไหนดี เดือนไหนโดน!  

อ่านเพิ่มเติม
เทศกาลน่าเที่ยวในญี่ปุ่น แบบนี้ก็มีด้วยหรอ?
เทศกาลน่าเที่ยวในญี่ปุ่น แบบนี้ก็มีด้วยหรอ?

Sep 12, 2018

เทศกาลในญี่ปุ่น รวมถึงเทศกาลที่ ค่อนข้างมีความเป็นทางการที่ดูจริงจังมากๆ แต่วันนี้ทัวร์จะพาไปดู 5 เทศกาลที่ทัวร์ญี่ปุ่นมีบริการพาไป จะมีอะไรน่าสนใจกันบ้างนะ? ไปดูกันเล้ยยจ้าาา.... เทศกาลเนบุตะ มัตสึริ Nebuta Matsuri เทศกาลหุ่นโคมไฟ สืบสานกันมายาวนานกว่า 300 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย จัดขึ้นที่เมืองอาโอโมริ ไฮไลท์ของเทศกาล คือ ขบวนพาเหรดโคมไฟขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีการสร้างสรรค์จำลองตัวละครจากละครคะบุกิ เรื่องเล่าตามวัฒนธรรม หรือละครอิงประวัติศาสตร์ที่ได้รับความนิยม หากจะเรียกว่ามันเป็นเทศกาลที่งดงามตระการตามากที่สุดก็คงไม่ผิดนัก มีการแสดงกลองอันสนุกสนาน ไทโกะและนักเต้นฮาเนโตะที่จะการร่ายรำแบบพื้นเมืองไปตลอดทาง และในวันสุดท้ายของงานจะมีการแสดงดอกไม้ไฟริมแม่น้ำตระการตาเพื่อเป็นการปิดท้ายงานเทศกาลอย่างยิ่งใหญ่ จัดงานทุกวันที่ 2-7 สิงหาคมของทุกปี งานเทศกาลหิมะที่ซัปโปโร Sapporo Yuki Matsuri จัดขึ้นที่เขตซัปโปโร เทศกาลนี้กินเวลาถึง 7 วัน อยู่ในช่วงเมืองฮอกไกโด ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกๆปี โดยเปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนรวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่สามารถเข้ามาเที่ยวฮอกไกโด และร่วมการแข่งกันแกะสลักน้ำแข็งได้ ทำให้ออกมาให้โดดเด่นที่สุด เป็นเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียงแห่งฮอกไกโด บนพื้นที่จัดงานมี 3 ส่วน คือ สวนสาธารณะโอโดริ, ย่านการค้าซูซูกิโน และซัปโปโรคอมมูนิตีโดม ภายในงานมีการนำเสนอประติมากรรมที่สร้างจากหิมะและน้ำแข็งเป็นจำนวนนับร้อยชิ้น เทศกาลหิมะซัปโปโรเป็นเทศกาลหิมะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และมีผู้เข้าชมงานจากทั่วโลกกว่า 2 ล้านคนทุกปี เทศกาลแสงไฟริมคลองโอตารุ Otaru Snow Light Path Festival เป็นงานเทศกาลประจำฤดูหนาว ที่จัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ใกล้เคียงกับช่วงที่จัดงานเทศกาลหิมะที่ซัปโปโร โดยทั่วทั้งบริเวณคลองและในตัวเมืองจะประดับไปด้วยแสงไฟท่ามกลางหิมะ เป็นระยะเวลาทั้งหมด 10 วัน สถานที่จัดงานจะอยู่ในเขตบริเวณ Unga Kaijo และ Temiyasen Kaijo ที่สามารถเดินจากสถานี Otaru ได้เพียง 15 นาที โดยเมืองโอตารุจะประดับประดาไปด้วยแสงไฟ และรูปปั้นหิมะขนาดเล็ก บรรยากาศของเมืองที่ปกคลุมด้วยหิมะ รวมกับแสงจากโคมไฟระยิบระยับทำให้รื่นรมย์ ภายในเมืองจะแบ่งออกเป็น 2 พื้นที่หลักในการจัดเทศกาลในช่วงเวลา 17:00 - 21:00 นอกจากนี้ชาวบ้านในพื้นที่ก็จะตกแต่งร้านค้าและที่อยู่อาศัยของพวกเขาด้วยโคมไฟบริเวณด้านหน้าอีกด้วย เทศกาลทุ่งดอกไม้ ฟูจิชิบะซากุระ Fuji Shibazakura Festival เป็นหนึ่งในเทศกาลที่ดีที่สุด และมีชื่อเสียงที่สุดในการชมดอกชิบะซากุระ ซึ่งจัดขึ้นในบริเวณทะเลสาบทั้งห้าของภูเขาไฟฟูจิ คือถ้าเราเดินทางไปเที่ยวโตเกียว ส่วนใหญ่ทัวร์จะพาไปชมภูเขาไฟฟูจิอยู่แล้วเป็นไฮไลท์ ในช่วงเทศกาล เราจะได้ชมทิวทัศน์ที่งดงามของทุ่งดอกชิบะซากุระอันกว้างใหญ่มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิที่สูงตระหง่านในวันที่ฟ้าโปร่งใส ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมดอกไม้จะแตกต่างกัน แต่มักจะอยู่ในช่วงสามสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม เทศกาลจัดขึ้นในช่วงประมาณกลางเดือนเมษายน – ต้นเดือนมิถุนายนเป็นประจำทุกปี บรรยากาศภายในจะเต็มไปด้วยต้นชิบะซากุระประมาณ 800,000 ต้น รวม 5 สายพันธุ์ มีทั้งสีชมพู สีขาว และสีม่วงในเฉดต่างๆ เทศกาลซากุระ ปราสาทฮิเมจิ Himeji Sakura Festival ปราสาทมรดกโลกที่ขึ้นว่าเป็นปราสาทที่สวยที่สุดของประเทศญี่ปุ่น บริเวณรอบๆ ปราสาทจะมีสวนต้นซากุระขนาดใหญ่ เป็นสถานที่ชมซากุระของเมืองที่มีเสน่ห์ด้วยฉากหลังอันโอ่อ่าอลังการของปราสาทเก่าแห่งนี้ ในช่วงเทศกาลชมดอกซากุระบานประจำปีในเดือนเมษายน เป็นช่วงเวลาชมดอกซากุระบานของประเทศญี่ปุ่นที่จะเริ่มตั้งแต่ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงต้นฤดูร้อน จะมีเทศกาลชมดอกซากุระ และการแสดงดนตรีโบราณในสวนซากุระ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเทศกาลชมซากุระที่ปราสาทฮิเมจิ ซึ่งเส้นทางนี้ส่วนใหญ่ก็จะไปเที่ยวที่โอซาก้าก่อน เพราะปราสาทฮิเมจินั้นอยู่ในภูมิภาคคันโต ภูมิภาคเดียวกันกับโอซาก้านั้นเอง Asakusa Samba Matsuri และเทศกาลสุดท้ายนี้เป็นเทศกาลที่มีมายาวนานกว่า 30 ปี ถือเป็นหนึ่่งในเทศกาลที่ดังที่สุดในโตเกียว เป็นเทศกาลที่สนุกสนานมาก ใครจะรู้..? ว่าที่ญี่ปุ่นก็มีการจัดเต้นแซมบ้าด้วยเหมือนกัน โดยจัดขึ้นที่หน้าวัดเซนโซจิ กรุงโตเกียว ซึ่งเป็นสถานที่หลักในการมาเที่ยวทัวร์โตเกียว สำหรับเทศกาลจะจัดช่วงปลายเดือนสิงหาคมของทุกปีหรือช่วงปลายฤดูร้อน ภายในงาน เราจะได้เห็นสาวๆญี่ปุ่นมากมาย ใส่ชุดเต้นแซมบ้ามาเต็มยศ ร้องเพลงและเต้นอย่างสนุกสนาน พร้อมทั้งขบวนพาเหรดชุดใหญ่ไฟกระพริบ ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวอย่างเรานี่อึ้ง ทึ่ง กันไปเลยจ้าาา....

อ่านเพิ่มเติม
สาวกดิสนีย์มีกรี๊ด !! รวม 10 ปราสาทเทพนิยาย ต้องไปให้ได้สักครั้ง
สาวกดิสนีย์มีกรี๊ด !! รวม 10 ปราสาทเทพนิยาย ต้องไปให้ได้สักครั้ง

Sep 3, 2018

แต่การจะมีปราสาทดูจะไกลเกินตัวไปหลายโข เพราะฉะนั้น เราจึงต้องเติมเต็มความฝันในวัยเยาว์ของเรา ด้วยการไปเที่ยว ณ ปราสาทต้นแบบ ที่เป็น inspiration ให้กับปราสาทของเหล่าเจ้าหญิงดิสนีย์กันแทน รออะไรล่ะจ๊ะ หยิบมงกุฎมาสวมแล้วตามทัวร์ครับไปกันเล้ยย !   1. ปราสาทของ เจ้าหญิงนิทรา เริ่มกันที่แรก กับปราสาทที่ถือว่าดังที่สุดเลยล่ะค่ะ นั่นก็คือ Neuschwanstein Castle ณ ประเทศเยอรมนี นั่นเอง อยู่ที่เมือง Fussen นั่งรถไฟประมาณ 2 ชม และบอกเลยว่า เป็นปราสาทที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามราวกับเทพนิยายมากที่สุด เพราะตั้งอยู่เนินเขากลางป่าใกล้ทิวเขาแอลป์นั่นเอง โอ๊ย ดีต่อใจอะไรขนาดนี้ !! พิกัด : Neuschwansteinstraße 20, 87645 Schwangau, Germany   2. ปราสาทของ ราพันเซล เจ้าหญิงราพันเซลจากเรื่อง Tangled มีปราสาทอยู่เหนือเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยน้ำ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Mont Saint-Michel ประเทศฝรั่งเศสค่ะ โดยทางดิสนีย์บอกว่า ปราสาทแห่งนี้คือปราสาทที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับเทพนิยายเลยทีเดียว เห็นด้วยมั้ยล่ะคะ ?? พิกัด : Le Mont-Saint-Michel 50170   3. ปราสาทของ เจ้าชายเอริค มาถึงการ์ตูนเรื่องโปรดของแอดมิน อย่าง The Little Mermaid บ้างล่ะค่ะ ซึ่งเชื่อเลยว่าเด็กๆ หลายคนนอกจากจะชอบเงือกสาวแอเรียลแล้ว ยังอินไปกับปราสาทริมทะเลอันสวยงาม ของเจ้าชายเอริคเช่นกัน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ปราสาทชิยอง (Chillon Castle) ริมทะเลสาบเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ค่ะ พิกัด :  Avenue de Chillon 21, 1820 Veytaux, switzerland   4. ปราสาทของ อะลาดิน แน่นอนว่าปราสาทของ อะลาดิน ก็ต้องได้รับแรงบันดาลใจมาจาก สถาปัตยกรรมที่สวยงาม ติด 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่าง ทัชมาฮาล (Taj Mahal) นั่นเองค่ะ สำหรับแอดมินแล้ว ที่นี่ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดเลยล่ะ ต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต !! พิกัด : Dharmapuri, Forest Colony, Tajganj, Agra, Uttar Pradesh 282001 เที่ยวอินเดีย เยือนปราสาทอาละดิน คลิกเลย!!  5. ปราสาทน้ำแข็งของ เอลซ่า แปลกกว่าเพื่อนเลย เพราะแรงบันดาลใจของปราสาทน้ำแข็ง ของเอลซ่า ไม่ได้มาจากปราสาทจริงๆ แต่มาจาก Hotel De Glace ณ ประเทศแคนาดา ค่ะ ที่นี่พิเศษมากๆ เพราะจะเปิดให้เข้าพักได้เฉพาะช่วงฤดูหนาวเท่านั้น เพราะฉะนั้นใครอยากไปต้องรีบแพลนแต่เนิ่นๆ ไม่งั้นจองไม่ทันไม่รู้ด้วยนะคะ พิกัด : 1860 Boulevard Valcartier, Saint-Gabriel-de-Valcartier, QC G0A 4S0 Canada   6. ปราสาทของ ราชินีจาก Snow White ถึงแม้ว่าในเรื่องสโนว์ไวท์จะดำเนินในป่าเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกคนคงคุ้นเคยกับปราสาทอันใหญ่โตและสวยงามนี้เป็นอย่างดี ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Segovia Castle ประเทศสเปน ซึ่งตั้งอยู่บนชะง่อนผาที่แม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน เหมือนในเรื่อง Snow White นั่นเองค่ะ พิกัด : Plaza Reina Victoria Eugenia, s/n, 40003 Segovia, spain   7. ปราสาทของ เจ้าชายอสูร อีกหนึ่งปราสาทที่มีความยิ่งใหญ่ และสวยงามตระการตา ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก พระราชวังช็องบอร์ (Chateau de Chambord) ประเทศฝรั่งเศส ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วยล่ะค่ะ พิกัด : Château, 41250 Chambord, france   8. เมืองใต้สมุทร จากเรื่อง Alantis อยู่ใกล้ๆ บ้านเรานี่เอง เพราะเมืองอันยิ่งใหญ่ใต้สมุทรจากเรื่อง Atlamtis นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจาก นครวัด-นครธม หรือ อังกอร์วัด (Angkor Wat) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่มีความยิ่งใหญ่และสวยงาม ณ ประเทศกัมพูชา นั่นเองค่ะ พิกัด : Cambodia   9. ปราสาทจากเรื่อง Brave ปราสาทแบบเรียบง่าย แต่ดูยิ่งใหญ่ ตั้งอยู่ริมหน้าผาจากเรื่อง Brave จะได้รับแรงบันดาลใจจากที่ไหนไม่ได้ นอกจาก Dunnottar Castle ณ ประเทศสก็อตแลนด์ค่ะ เป็นปราสาทบนเนินผาริมทะเล ในอดีตเป็นป้อมปราการมาตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 15 แม้ปัจจุบันจะเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่ก็ยังคงความงดงามอยู่เช่นเดิม   10. หมู่บ้าน Pacha จากเรื่อง The Emperor’s New Groove นอกจากชื่อของจักรพรรดิ Kuzco ในเรื่อง ที่ตั้งตามเมืองคัสโก ประเทศเปรู แล้ว หมู่บ้านนี้ยังได้รับแรงบันดาลใจมาจาก มาชูปิกชู (Machu Picchu) ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงในประเทศเปรู และเป็นศูนย์กลางความสำคัญทางโบราณคดีของทวีปอเมริกาใต้ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องหาโอกาสไปเที่ยวสักครั้งนะคะ พิกัด : RFP4+P2 Aguas Calientes, peru   เป็นยังไงบ้างคะ เริ่มอยากจะกดจองตั๋วแล้วไปตามรอยแรงบันดาลใจของปราสาท และฉากจากการ์ตูนเรื่องโปรดแล้วล่ะสิ เพราะฉะนั้นอย่ารอช้า รีบวางแผนแต่เนิ่นๆ แล้วตามทัวร์ครับไปฟินกันเลยดีกว่าค่ะ  

อ่านเพิ่มเติม
ใครไม่ว่า แต่โอกินาว่า.. Okinawa the new Hawaii
ใครไม่ว่า แต่โอกินาว่า.. Okinawa the new Hawaii

Aug 27, 2018

        ชื่อของ โอกินาว่า กำลังเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย โอกินาว่ามีอะไรดี ? ทำไมถึงใครๆก็พูดโอกินาว่า วันนี้ทัวร์ครับจึงขออาสา พาทุกคนไปรู้จักโอกินาว่า เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นฮาวายของญี่ปุ่น ดินแดนสวรรค์ของคนรักทะเล พร้อมกับ 7 จุดเช็คอิน โอกินาว่าต้องห้ามพลาด ทัวร์ครับบอกเลยว่าหลังจากอ่านบทความนี้จบแล้ว ต้องอยากแพคกระเป๋าออกไปเที่ยวโอกินาว่าหรือไม่ก็เที่ยวญี่ปุ่นกันอย่างแน่นอนค่ะ ว่าแล้วตามมาเลย…           โอกินาว่า (Okinawa) จังหวัดทางตอนใต้ของญี่ปุ่นซึ่งมีลักษณะเป็นเกาะน้อยใหญ่กว่า 100 เกาะ ถูกล้อมรอบด้วยมหาสมุทร คล้ายกับเมืองฮาวาย โอกินาว่าจึงได้ชื่อว่าเป็นฮาวายแห่งญี่ปุ่น นั่นเองค่ะ ขึ้นชื่อว่าเป็นฮาวายแห่งญี่ปุ่น แน่นอนว่า ทะเลของโอกินาว่านั้น สวยงามสุดๆ ทะเลสีฟ้ามรกต ผสมผสานกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ เกิดเป็นเสน่ห์ของโอกินาว่าที่หาที่ไหนไม่ได้เลยค่ะ อีกทั้งโอกินาว่ายังเป็นเมืองที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่จะให้ดีงามสุดๆก็จะเป็นช่วง เดือนเมษายน - เดือนมิถุนายน ซึ่งจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิของโอกินาว่า ถือเป็น ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยวโอกินาว่ามากที่สุด ค่ะ เพราะอากาศกำลังดี ไร้ฝน สามารถทำกิจกรรมท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ และถึงแม้โอกินาว่าจะสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ก็มีช่วงเวลาที่ควรหลีกเลี่ยงคือช่วงพายุไต้ฝุน ในฤดูร้อน และฤดูฝนที่อาจจะได้เจอฝนตกหนักจนเที่ยวโอกิน่าไม่สนุกได้ค่ะ ต่อไปเราจะพาทุกคนไปตะลุย 7 จุดเช็คอินแห่งโอกินาว่าที่ห้ามพลาดโดยเด็ดขาดค่ะ  ปราสาทชูริ (Shuri Castle)   Shuri Castle         ปราสาทสีแดงสด อดีตอาคารศูนย์กลางทางการเมือง การต่างประเทศ และเป็นที่พักของราชวงศ์ริวกิว ในยุคสมัยการปกครองของกษัตริย์ เดิมทีอาคารหลักต่างๆได้ถูกเผาทำลายไปแล้วในช่วงสงคราม เหลือเพียงแต่รั้วของปราสาท ซึ่งปัจจุบันได้ถูกบูรณะขึ้นใหม่ ตกแต่งด้วยสีแดงสดจนกลายเป็นเอกลักษณ์ ที่ไม่เหมือนปราสาทอื่นๆของญี่ปุ่น ปราสาทชูริจึงได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวต้องเช็คอินของโอกินาว่านั่นเองค่ะ  พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอูมิ (Okinawa Churaumi Aquarium   Okinawa Churaumi Aquarium         หลายคนคงเคยได้เห็นภาพของตู้ปลาขนาดใหญ่ที่มีปลาฉลามวาฬ กำลังแหวกว่ายอย่างสบายใจ จนสงสัยว่ามันคือที่ไหนกันนะค ? ที่แห่งนั้นก็คือ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูรามิ นั่นเองค่ะ โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์ทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และใหญ่เป็นอันดับสองของโลก เลยทีเดียว ภายในเต็มไปด้วยสัตว์น้ำนานาพันธุ์จากทั่วโลก และจากรอบๆเกาะโอกินาว่า จัดแบ่งตามโซนต่างๆ โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ แท๊งค์ปลาขนาดยักษ์ กว้างถึง 22.5 เมตร สูง 8.2  เมตร ภายในมีสัตว์ทะเลมากมายหลายชนิด ทั้งพระเอกอย่างพี่ฉลามวาฬที่มีถึง 3 ตัว ว่ายไปมาให้เราชมความยิ่งใหญ่อย่างเพลิดเพลิน ไม่ว่าใครที่มีโอกาสได้ไปก็ต้องไม่พลาดแชะภาพกลับมาเป็นที่ระลึกสักรูปค่ะ ถ้ำสีฟ้า (Blue Cave)   Blue Cave         ครั้งนี้ทัวร์ครับขอภาพทุกคนลงน้ำสักหน่อย เพราะสถานที่เที่ยวโอกินาว่าแห่งนี้ ต้องดำน้ำตื้นหรือ Snorkelling เข้าไปค่ะ เนื่องจากว่าเป็น ถ้ำที่อยู่ใต้น้ำ โดยมีปากถ้ำหันหน้าออกทะเล จึงทำให้มีแสงเล็ดลอดส่องเข้ามาให้เห็นน้ำทะเลเป็นสีฟ้าสดใส ว่ากันว่าน้ำใน ถ้ำสีฟ้านั้นใสมากๆ เป็นความสวยงามที่ถูกสร้างสรรค์ด้วยธรรมชาติที่อลังการสุดๆเลยค่ะ   นั่งเรือท้องกระจก (Glass-bottom boat)    Glass-bottom boat         ส่วนใครที่อยากสัมผัสทะเลโอกินาว่า แต่ไม่อยากเปียก ทัวร์ครับมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจและถือเป็นกิจกรรมเด็ดประจำโอกินาว่า คือการ นั่งเรือท้องกระจกชมทะเลโอกินาว่า โดยเราจะได้สัมผัสความสวยงามของโลกใต้ทะเลโอกินาว่าโดยไม่ต้องเปียกน้ำกันสักหยด และยังได้ดื่มดำกับบรรยากาศวิวทะเล เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลท์เด็ดของโอกินาว่าเขาเลยค่ะ  ผามันซาโมะ (Manzamo)           ปิดท้ายด้วยจุดชมวิวทะเลโอกินาว่าที่สวยที่สุดในโอกินาว่า กับที่นี่ ผามันซาโมะ หรือผางวงช้างที่หลายๆคนเรียก เป็น หน้าผาที่ถูกทะเลกัดเซาะจนมีลัการะคล้ายกับงวงช้าง ซึ่งถือว่าเป็นจุดชมวิวทะเลชื่อดังของโอกินาว่า ทัวร์ครับขอแนะนำให้ทุกท่านมาชมช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก เพราะเราจะได้เห็นดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า กับน้ำทะเลสีฟ้าใส เป็นไฮไลท์เด็ดประจำโอกินาว่าที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ         โอกินาว่าถือเป็นอีกเมืองท่องเที่ยวที่น่าจับตามองของญีปุ่น เพราะเราจะได้พบกับความสวยงามของธรรมชาติ ที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตได้อย่างลงตัว ใครไม่ว่า แต่โอกินาว่า… “ ว่ามันดีแบบนี้นี่เอง ” เป็นเมืองที่เหมาะกับการไปพักผ่อน เติมวิตามิน Sea ให้กับชีวิต ในราคาหมื้นต้นๆ สบายกระเป๋า รับรองว่าโอกินาว่า จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม
เที่ยวญี่ปุ่นเมืองไหน เท่าไหร่บ้าง?
เที่ยวญี่ปุ่นเมืองไหน เท่าไหร่บ้าง?

Aug 27, 2018

แผนที่ญี่ปุ่น 7 ภูมิภาคแบบละเอียดยิบ เมืองไหน เที่ยวอะไร เท่าไหร่บ้าง 💙 ฮอกไกโด (Hokkaido) ฮอกไกโดเกาะที่อยู่เหนือสุดของญี่ปุ่น คนไทยเองนิยมไปเที่ยวฮอกไกโดกันมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เพราะหนัง แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว จนทำให้เกิดกระแส เที่ยวตามรอย อยากไปสัมผัสอากาศหนาวในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรัก ความโรแมนติคของฮอกไกโด งานนี้บอกเลยว่าฟินสุด ๆ ของกิน : ✰✰✰✰ ใครที่มาฮอกไกโดบอกเลยว่ากินกันตัวแตก เพราะว่าฮอกไกโดนั้นขึ้นชื่อในเรื่องของอาหาร โดยเฉพาะอาหารทะเล ที่ทั้งสด รสชาติดี ไฮไลท์ของที่นี้ก็คือ ปูฮอกไกโด ที่ตัวใหญ่มากแถมหวานมากอีกด้วย นอกจากนี้ฮอกไกโดยังขึ้นชื่อเรื่อง นม และ ชีส เพราะฮอกไกโดมีอากาศที่หนาวเย็นทำให้วัวสร้างน้ำนมที่มีไขมันดีเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ สุดท้ายไม่พูดถึงไม่ได้เลย เพราะ ฮอกไกโดไม่ได้มีดีแค่นม แต่เบียร์ที่เค้าการันตีว่าเบียร์ของที่นี้ เป็นเบียร์ที่ สด อร่อย มีความละมุนละไม เห็นอย่างนี้แล้วไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฮอกไกโดถึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็น Kingdom of Foodก็เพราะอาหารการกินที่นี้มีแต่ของอร่อยนี้เอง ใครมาที่ฮอกไกโดรับรองว่าจะอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งทริปแน่นอน!!!! ช้อปปิ้ง  : ✰✰✰ สถานที่ช้อปปิ้งของฮอกไกโดเป็นย่านๆ อาจจะมีไม่เยอะเหมือนกับเมืองใหญ่ๆอย่างโตเกียว หรือโอซาก้า แต่เค้ายังพอมีแหล่งช้อปปิ้งอยู่บ้าง เช่นย่านซูซูกิโนะ  ที่อยู่ใจกลางงเมืองซัปโปโร พอให้ช้อปได้หายอยาก  เสียตังได้ ไม้แพ้กับที่อื่นแน่นอน ที่เที่ยวธรรมชาติ  : ✰✰✰✰✰ สำหรับที่เที่ยวธรรมชาติของฮอกไกโดก็ต้องยกให้เป็นที่ 1 ไม่ว่าจะ บ่อน้ำสีฟ้า ทุ่งดอกไม้ ฟุราโนะ นั่งเรือตัดน้ำแข็ง หุบเขาจิโงคุดานิ นอกจากจะเป็นเกาะที่มีที่เที่ยวสวยๆแล้ว  ยังมีความหลากหลายของธรรมชาติ เพราะเป็นเกาะที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติมากๆ ที่เที่ยววัฒนธรรม  : ✰✰✰ โอตารุ เมืองขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากซับโปโรนับว่าเป็นเมืองที่มีความเก่าแก่ มีกลิ่นอายความเป็นยุโรป เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่อยู่ในฉากสำคัญที่สุดแสนจะโรแมนติกของหนังเรื่องแฟนเดย์ ซึ่งหอนาฬิกาไอน้ำ โอตารุ ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ห้ามพลาดที่ต้องมาถ่ายรูป นาฬิกาไอน้ำจะพ่นไอน้ำเป็นเสียงดนตรีที่ไพเราะทุก ๆ 15 นาที และถ้าพูดถึงหอนาฬิกาไอนํ้า คงไม่พูดถึง พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ ไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นที่ ที่มีกล่องดนตรีมากมายหลายแบบ แต่ละชิ้นนั้นมีความน่ารักมาก ๆ ซึ่งบรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์ถูกตกแต่งด้วยแสงไฟสีส้มนวลให้ความรู้สึกอบอุ่นโรแมนติกแบบเดียวกับในหนังเลย เที่ยวช่วงไหนดี ฮอกไกโดขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวและเทศกาลหิมะ ดังนั้นช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวฮอกไกโดคือช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ในฤดูหนาวจะมีการจัดงานเทศกาลหิมะขึ้นในหลายๆ เมืองที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดก็คือ เทศกาลหิมะเมืองซัปโปโร และหน้าหนาวของฮอกไกโดก็ยังมีพืชผักผลไม้เมืองหนาวต่างๆ มีความอุดมสมบูรณ์และมีรสชาติที่ดีอีกด้วย ฤดูกาล  ฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ ทั่วทั้งเกาะจะถูกปกคลุมด้วยหิมะ อากาศติดลบ กลางวันจะสั้นกว่าปกติ 16.00 ก็จะเริ่มมืด แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จะปิดเร็วกว่าเดิมประมาณ 1 ชม. ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม เป็นช่วงที่อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นแล้ว สามารถชมซากุระได้ในเมืองทางใต้ของเกาะซึ่งซากุระที่นี้จะบานช้ากว่าที่โตเกียวประมาณ 1 เดือน ฤดูร้อน ช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม อากาศประมาณ 17 - 30 องศา แถบเมืองฟุราก็จะมีแต่ทุ่งดอกไม้หลากสี ช่วงเดือนกรกฎาคมจะเป็นช่วงที่ดอกไม้บานเต็มทุ่งที่สุด ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี อากาศก็จะเริ่มเย็นลงต้นไม้ที่ฮอกไกโดพาเริ่มกันผลัดใบเป็นสีเหลือง สีส้ม และสีนํ้าตาล 💙 โทโฮคุ(Tohoku) โทโฮคุ เป็นภูมิภาคที่มีทัศนียภาพและภูมิประเทศที่สวยงามในด้านของธรรมชาติอย่าง ทะเลสาบ น้ำตก หรือออนเซ็นธรรมชาติท่ามกลางหุบเขาจนได้รับการขนานนามว่า เป็นอัญมณีแห่งแดนอาทิตย์อุทัยเลยทีเดียว นอกจากนี้โทโฮคุยังมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามทั้งปราสาทและศาลเจ้าอีกด้วย ของกิน : ✰✰✰ อาหารการกินของภูมิภาคโทโฮคุจะมีไม่หลากหลายเท่ากับภูมิภาคอื่น อาหารที่นิยมก็คือกิวตังหรือลิ้นวัวย่างนั้นเองลิ้นวัวย่างที่ย่างจากเตาถ่านสัมผัสถึงความหอม เมื่อกินแล้วได้รสชาติความนุ่มชุ่มฉ่ำสุด ๆ แต่ถ้าใครไม่ถนัดแล้วละก็ ขอแนะนำ คิตะคาตะราเม็ง ซึ่งเป็นหนึ่งในสามสุดยอดราเม็งของญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในของดีของโทโฮคุอีกด้วยคิตะคาตะราเม็งนั้นพิเศษที่น้ำซุปที่มีความเข้มข้นมาก ๆ แถมตัวเส้นราเม็งนั้นทั้งใหญ่และเหนียวนุ่ม หากใครได้มาเที่ยวที่แถบโทโฮคุแล้วไม่ได้กินถือว่าพลาดมาก ๆ ช้อปปิ้ง  : ✰✰✰ หากมาที่โทโฮคุแล้วต้องการช้อปปิ้ง เราขอแนะนำให้มาที่เซนได เพราะที่เซนไดนั้นถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีความเจริญและใหญ่ที่สุดในแถบภูมิภาคโทโฮคุ หากมาที่เซนไดต้องมาแวะที่ ตลาดเช้าอะไซชิ ซึ่งถือได้ว่าเป็นตลาดที่มีความคึกคักมาก ถึงแม้ตลาดจะไม่ได้ใหญ่แต่สินค้ามีให้เลือกมาย โดยเฉพาะสินค้าท้องถิ่น จนตลาดนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นครัวของเซนไดเลยทีเดียวเชียว ที่เที่ยวธรรมชาติ  : ✰✰✰✰✰ ซาน ออนเซ็น เมืองแห่งนํ้าพุร้อนที่มีชื่อเสียงมากจากละครเรื่องโอชิน ซึ่งเป็นละครที่ดังมาก ๆ ในญี่ปุ่น บ้านเราก็เช่นกันที่จินซาน ออนเซ็นถือได้ว่าเป็นเมืองออนเซ็นที่สวยงามอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น ที่พักก็เป็นเรียวกังแบบสไตส์ดั้งเดิมหากได้ไปที่นี้แล้ว จะรู้สึกเหมือนตัวเองได้ย้อนกลับไปในอดีตที่สวยงามเลยและถ้าหากมาแล้วสวมชุดยูคาตะ ก็คงจะยิ่งได้บรรยากาศสุด ๆ ไปเลย ที่เที่ยววัฒนธรรม  : ✰✰✰✰✰ สถานที่เที่ยวธรรมชาติโทโฮคุ รับรองว่าประทับใจแน่นอน ทั้งทะเลสาบ น้ำตก ภูเขา หรือออนเซ็นธรรมชาติท่ามกลางหุบเขา และเป็นภูมิภาคที่นักท่องเที่ยวยังไปเที่ยวไม่มากนัก จึงทำให้ธรรมชาติสมบูรณ์มาก ไปเที่ยวช่วงไหนดี  สำหรับภูมิภาคโทโฮคุแนะนำว่าต้องมาฤดูร้อน และฤดูหนาว การมาเที่ยวธรรมชาติในแถบภูมิภาคโทโฮคุช่วงหน้าร้อน ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก เพราะธรรมชาตินํ้าตก ป่า ทะเลสาบ ช่วงนี้จะสวยงาม แสงแดดส่องระยิบระยับ สำหรับหน้าหนาว ก็สวยไม่แพ้กันกับหน้าร้อน เพราะที่จินซานจะสวยมากๆ เป็นหมู่บ้านกลางหุบเขาที่มีหิมะปกคลุม และsnow monster ที่ยามากาตะจะมีเฉพาะหน้าหนาวเท่านั้น เป็นที่เท่าที่สวยแปลกตา แต่คนยังไม่นิยมไปเที่ยวกันมากนัก ฤดูกาล  ฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา ดังนั้นฤดูหนาวของภูมิภาคนี้จึงหนาวมาก ๆ แต่ความสวยงามเมื่อหิมะปกคลุมเทือกเขากับทำให้ธรรมชาติดูสวยงามยิ่งขึ้น ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม ถ้าใครพลาดการชมซากุระที่โตเกียว ที่ร่วงโรยไปแล้ว มาที่นี่ได้เลย ช่วงเดือนเมษายนดอกซากุระกำลังเบ่งบานสวยงาม ฤดูร้อน ช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม เป็นช่วงที่ภูมิภาคโทโฮคุสนุกสนานไปด้วยเทศกาลสีสันฤดูร้อนที่อาโอโมริเป็นหนึ่งในสามเทศกาลฤดูร้อนที่ใหญ่ที่สุด ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน ภูมิภาคโทโฮคุอยู่บริเวณฝั่งทิศเหนือของญี่ปุ่น ทำให้มีอุณหภูมิที่ตํ่า ดังนั้นใบไม้ของภูมิภาคนี้จะเปลี่ยนสีเร็วกว่าภูมิภาคอื่น ๆ 💙 คันโต(Kanto) คันโตเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงโตเกียว เป็นเมืองอันดับหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด ใครที่มาญี่ปุ่นจะต้องเลือกมาโตเกียวเป็นอันดับแรกๆ เพราะเป็นเมืองที่มีระบบคมนาคมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลย มีสนามบินใหญ่อย่างสนามบินนาริตะ อีกทั้งยังมีแหล่งช้อปปิ้ง รวมถึงไปถึงที่เที่ยวทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอีกตั้งหาก ของกิน : ✰✰✰✰ ในแถบภูมิภาคคันโตนั้นถือว่าหาอาหารทานได้ง่ายและหลากหลาย โดยเฉพาะเมืองหลวงอย่างโตเกียว ที่แทบจะหาทานได้ทุกอย่างไม่ใช่เฉพาะแค่ภูมิภาคตัวเองเท่านั้น อาหารที่นิยมของภูมิภาคนี้อาทิ ซูชิ อูด้ง เทมปุระ เกี๊ยวซ่าซึ่งเป็นอาหารที่คนไทยเราคุ้นเคยคุ้นชินกันอยู่แล้วสามารถทานได้ง่าย นอกจากนี้เค้าก็มีผลไม้เหมือนกันอย่างสตอเบอรี่ลูกโตเราสามารถที่จะไปชิมได้ถึงสวนเลยซึ่งอยู่ที่จังหวัดชิบะนี้เสน่ห์ของที่นี้ก็คือสามารถเลือกเก็บสตอเบอรี่สด ๆ ได้จากต้นเลย ช้อปปิ้ง  : ✰✰✰✰✰ ถ้ามาที่โตเกียวแล้วละก็ เตรียมเก็บเงิน กำกระเป๋าตังค์ให้แน่น เพราะที่นี่คือสวรรค์แห่งการช้อปปิ้งที่แท้จริง มีให้เลือกจนหลายตาไปหมด ซึ่งที่โตเกียวนั้นไม่เพียงแค่ดูดเงินจากผู้หญิงเท่านั้น แต่สามารถดูดเงินจากเหล่าบรรดาคุณผู้ชายได้อีกด้วย ก็เพราะที่โตเกียวเค้ามีย่านสำหรับผู้ชายที่ชื่นชอบกันดั้ม โมเดลให้ได้เลือกช้อปมากมาย อย่างย่านอากิฮาบาระ นอกจากกันดั้มแล้ว ก็จะมีเกมส์ มีการ์ตูน ของเล่นมากมายอีกทั้งย่านนี้ยังเป็นศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกด้วยจนได้รับฉายาว่า เมืองอิเล็กทรอนิกส์อากิฮาบาระ ที่เที่ยวธรรมชาติ  : ✰✰✰✰ แน่นอนว่าหากมาที่แถบคันโตแล้วไม่มาภูเขาไฟฟูจิ ถือว่ามาไม่ถึงญี่ปุ่นแน่ ๆ ซึ่งภูเขาไฟฟูจินั้นถือเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นอีกทั้งภูเขาไฟฟูจิยังเป็นภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย ด้วยความสวยงามของภูเขาไฟฟูจิจึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาชมความงามกันอย่างมากมาย นอกจากภูเขาไฟฟูจิแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติอีกมากมายอย่างนิกโก้ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามจนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก หากใครมาเที่ยวเมืองหลวงอย่างโตเกียวแล้วก็สามารถออกมาเที่ยวรอบ ๆ เมืองโตเกียวพบกับธรรมชาติที่สวยงามได้ไม่ยากเลย ที่เที่ยววัฒนธรรม  : ✰✰✰✰ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมก็ยังมีอยู่ในแถบคันโต เช่นชิบะ และนิกโก้ยังมีเมืองประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ เมืองเล็ก ๆ ที่สามารถสัมผัสกับวัฒนธรรมช่วงยุคเอโดะ ดื่มด่ำกับบรรยากาศอันเงียบสงบ ไปเที่ยวช่วงไหนดี  สำหรับแถบภูมิภาคคันโตแล้วถือว่าเที่ยวได้ทั้งปีเลย แต่ช่วงที่คนนิยมมากที่สุดคงเป็นฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระบานซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ของทุกปี ฤดูกาล  ฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมกราคมจะเป็นเดือนที่หนาวที่สุด อากาศจะหนาวเย็น หิมะจะตกบางปี ในปีที่หนาวจัดๆ อากาศประมาณ 10 - 2 องศา ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม ในช่วงปลายเดือนมีนาถึงต้นเมษาจะเป็นช่วงที่ดอกซากุระบานแทบจะในทุกพื้นที่ของเมืองโตเกียว ฤดูร้อน ช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่อากาศร้อนชื้น แดดในช่วงนี้จะแรงมาก สลับกับอาจจะมีฝนพายุได้ในช่วงนี้ ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน ช่วงเดือนกันยายังจะมีฝนพายุตกอยู่แต่พอเข้าเดือนตุลาเป็นต้นไปจะเป็นช่วงเข้าสู่ใบไม้เปลี่ยนสี 💙 ชูบุ (Chubu) ชูบุเป็นภูมิภาคที่ตั้งอยู่ตรงส่วนกลางของญี่ปุ่นมีเมืองนาโงยะเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาค ชูบุจะอยู่ระหว่างภูมิภาคคันโตและคันไซ ชูบุนั้นมีเทือกเขาสูงชันทำให้เกิดสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันมาก ดังนั้นวัฒนธรรม และสภาพอากาศจึงมีความแตกต่างกันไปในแต่ละเมือง ส่วนที่ติดกับทะเลจะอบอุ่น แต่ส่วนเทือกเขานั้นจะมีหิมะ ของกิน : ✰✰✰ อาหารขึ้นชื่อของภูมิภาคนี้ ต้องยกให้ ฮิทสึมะบุชิเป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองนาโกย่า หน้าตาของฮิทสึมะบุชิจะมีความคล้ายข้าวหน้าปลาไหลย่าง แต่ฮิทสึมาบูชินี้มีความแตกต่างจากข้าวหน้าปลาไหลย่าง คือ ต้องหั่นซอยเนื้อปลาไหลย่างเป็นชิ้นย่อยๆมีการโรยสาหร่าย ซึ่งข้าวหน้าปลาไหลย่างจะไม่มี ปัจจุบันฮิทสึมะบุชินั้นสามารถหาทานได้ที่ภูมิภาคอื่น ๆ แต่ถ้าใครได้มาที่นาโกย่า ก็ควรเก็บฮิทสึมะบุชิเป็นหนึ่งในเมนูที่ต้องทาน จะได้ทานกันแบบออริจินอลของแท้ดั้งเดิมเลย ช้อปปิ้ง  : ✰✰✰ สำหรับขาแล้วควรมาที่ย่าน Sakae ถือเป็นย่านการค้าขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดของนาโกย่า เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มากมาย นอกจากนั้นแล้วย่าน Sakae ยังเป็นแหล่งของร้านแบรนด์เนมชื่อดังต่าง ๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่สองฝั่งถนน อาทิแบรนด์ยอดนิยมอย่าง H&M,Forever 21 หรือ Adidas ซึ่งถือว่าเป็นย่านที่เอาใจขาช้อป โดยเฉพาะสาวกแบรนด์เนม งานนี้หนุ่ม ๆ สาว ๆ คงต้องกำเงินแน่นหน่อยเพราะอาจจะหมดเงินแบบไม่รู้ตัวแน่ ๆ   ที่เที่ยวธรรมชาติ  : ✰✰✰✰ หากมาที่ภูมิภาคนี้ต้องขอแนะนำที่เที่ยวสุดฮิตทั้งในหมู่คนไทยและต่างชาติอย่างหมู่บ้านหลังคาโบราณชิราคาวะโกะ เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของชิราคาวาโกะ ซึ่งได้ถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกยูเนสโก ไฮไลท์ของที่หมู่บ้านนี้คือ เทศกาล Light Up เทศกาลประดับไฟใน 1 ปี จะจัดเพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้น ความพิเศษและความงดงามของหมู่บ้านนี้ ทำให้เป็นที่ต้องการในการเข้าพักของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆหากใครสนใจก็ควรจะวางแผนและเตรียมตัวจองไว้ให้พร้อมนะคะ ที่เที่ยววัฒนธรรม  : ✰✰✰✰✰ หากต้องการเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของภูมิภาคนี้ต้องมาที่ ทาคายาม่า หมู่บ้านโบราณที่คงเอกลักษณ์มาตั้งแต่สมัยเอโดะ เมืองโบราณแห่งนี้เต็มไปด้วยสถานที่น่าสนใจ อาทิ โรงกลั่นสาเกเก่า ศาลเจ้า แกลอรี่ และพิพิธพัณฑ์มากมาย ที่จะพานักท่องเที่ยวทุกคนได้ย้อนยุคไปสัมผัสประวัติศาสตร์สมัยเอโดะเลย ไปเที่ยวช่วงไหนดี หากมาภูมิภาคชูบุแนะนำให้มาฤดูหนาวโดยเฉพาะการมา หมู่บ้านหลังคาโบราณชิราคาวาโกะการที่หิมะปกคุมหลังค าบ้านหากมองจากวิวลงมาแล้วนั้น เหมือนตัวเองกำลังได้อยู่ในเมืองแห่งเทพนิยายเลยทีเดียว นอกจากนั้นหากได้แช่ออนเซ็นท่ามกลางอากาศหนาว ๆ ก็คงจะฟินและดีไม่น้อยเลย ฤดูกาล ฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ ช่วงฤดูหนาวของแถบชูบุนั้นจะมีหิมะตกหนัก แต่ระยะเวลาจะสั้นกว่าภูมิภาคฮอกไกโด ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม ฤดูร้อน ช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม  ภูมิภาคนี้ถ้าเป็นฤดูหนาวก็จะหนาวจัด ส่วนถ้าเป็นฤดูร้อนก็จะร้อนจัดเช่นกัน รวมถึงภูมิภาคนี้จะมีฤดูร้อนที่ยาวนานกว่าภูมิภาคอื่น ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน อากาศช่วงนี้ของแถบชูบุจะมีอากาศที่เย็นสบาย แถมเดือนนี้จะได้เห็นความงามใบไม้เปลี่ยนสีของต้นเมเปิ้ล 💙 ชูโกกุ (Chugoku) ภูมิภาคชูโกกุ อยู่ถัดจากภูมิภาคคันไซ ในภูมิภาคนี้จะมีพื้นที่ภูเขาพาดผ่านกลางทำให้แบ่งเป็น 2 ส่วน พื้นที่ด้านบนเรียกว่า ซันอิน มีความเป็นชนบทติดกับทะเลญี่ปุ่น ส่วนด้านล่างที่เรียกว่าซันโย เป็นเมืองที่มีความเจริญ เด่นด้านวัด ศาลเจ้ากลางน้ำ ปราสาทที่เก่าแก่ และก็ถ้ำโบราณ ของกิน : ✰✰✰ ฮิโรชิมา เป็นที่ผลิตหอยนางรมได้มากเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น หอยนางรมที่ฮิโรชิมานั้น หอยจะตัวใหญ่ เนื้อแน่น รสชาติดี หากมาทานช่วงฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาว เป็นฤดูที่หอยนางรมนั้นจะมีรสชาติที่อร่อยสุด ๆ   ช้อปปิ้ง  : ✰✰✰ สำหรับภูมิภาคชูโกกุ ฮิโรชิมาถือว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ที่สุด แหล่งช้อปปิ้งตั้งอยู่บนถนนฮอนโดริ ซึ่งจะเป็นถนนคนเดินยาว หลังคาโปร่ง ภายในเต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารมากมาย เพลิดเพลินไปกับการช้อปปิ้งตลอดทางแนวยาว ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า เพลิดเพลินไปกับอาหารการกินมากมาย แถมแหล่งช้อปปิ้งยังอยู่ไม่ไกลจากสวนสันติภาพฮิโรชิมา ทำให้เดินทางมาได้สะดวกมาก ๆ ที่เที่ยวธรรมชาติ  : ✰✰✰ ทตโทริ เป็นที่ตั้งของทะเลทรายที่ใหญ่และมีเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่น เนินทรายของทตโทริ จะมีสีเหลืองคล้ำ เพราะมีการผสมของเนื้อทรายกับเถ้าภูเขาไฟ จุดไฮไลท์ของทตโทริคือทิวทัศน์ของทรายสูงใหญ่ ที่ตัดกับสีของท้องฟ้าและสีของท้องทะเล และที่สำคัญถึงแม้ว่าทตโทริจะเป็นทะเลทราย แต่พอเข้าฤดูหนาวเนินทรายจะกลายเป็นหิมะทันที ซึ่งต้องยอมรับในความงามของธรรมชาติที่ญี่ปุ่นจริง ๆ เพราะเค้ามีครบทุกอย่างแม้แต่ทะเลทรายก็มีให้ชม แบบนี้ห้ามพลาดเลย ที่เที่ยววัฒนธรรม  :✰✰✰✰ ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเสน่ห์ความงดงามของศาลเจ้าอิคุทสึชิม่า มีเสน่ห์ในเรื่องโทริอิกลางน้ำในช่วงที่น้ำลง นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปชมโทริยักษ์นี้ได้ถึงที่เลยทีเดียวศาลเจ้าอิสึกุชิมะเป็น 1 ใน 3 จุดชมวิวทางทะเลที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น ดังนั้นหากใครมาที่แถบชูโกกุควรมาดูความสวยงามของศาลเจ้าอิสึกุชิมะ ไปเที่ยวช่วงไหนดี  ฤดูใบไม้ร่วง เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการมาเที่ยวแถบนี้มากที่สุด เพราะสภาพอากาศนั้นสงบคงที่ ธรรมชาติสวยงามจากใบไม้ที่กำลังจะเปลี่ยนสี และในช่วงกลางวันสามารถเที่ยวได้อย่างสบาย ๆ อากาศเย็นกำลังดี ฤดูกาล  ฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ในเดือนมกรานั้นจะมีอากาศที่หนาวที่สุด ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม ช่วงดอกซากุระกำลังผลิบาน แต่อุณหภูมิในช่วงนี้ตอนกลางวันอากาศจะอบอุ่น แต่ตอนเย็นอากาศจะมีความเย็นลง ฤดูร้อน ช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม  ช่วงเดือนมิถุนาจะเป็นช่วงเวลาที่มีความชื้นสูง ซึ่งในแถบนี้จะมีความร้อนมากกว่าแถบโตเกียว ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน หากเข้าสู่ปลายเดือนตุลาคมแล้ว จะเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้พากันเปลี่ยนสี 💙คันไซ (Kansai) ภูมิภาคคันไซ มีเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างโอซาก้า ที่เป็นเมืองใหญ่มีความเจริญเป็นอันดับ 2  เมืองเกียวโต นารา ที่โดดเด่นในเรื่องประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี รวมไปถึงยังเป็นภูมิภาคที่มีชื่อเสียงในเรื่องความงามของธรรมชาติ จนได้รับฉายาว่าเป็น เมืองต้นไม้ ของกิน : ✰✰✰✰✰ ถ้ามาภูมิภาคคันไซจะต้องอ้วนกลับไปแน่ ๆ เพราะภูมิภาคนี้เต็มไปด้วยของอร่อย อาหารหลากหลาย ลายตาไปหมด ถึงแม้จะเป็นของที่หาทานได้ไม่ยากแต่ภูมิภาคนี้เป็นต้นตำหรับของอาหารญี่ปุ่นหลายๆอย่าง และหากมาที่ภูมิภาคนี้แล้วไม่กินเนื้อโกเบ ถือว่ามาไม่ถึงแน่ เพราะเนื้อโกเบนั้นเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางทั่วโลกเลย เป็นเนื้อที่มีความชุ่มฉ่ำมากเมื่อเทียบกับเนื้อวากิว จะหาทานได้ง่ายตามร้านในเมืองโกเบ ช้อปปิ้ง  : ✰✰✰✰✰ นอกจากอาหารที่ภูมิภาคนี้อาหารจะอร่อยแล้ว แหล่งช้อปปิ้งก็มีเยอะไม่แพ้เมืองหลวงอย่างโตเกียวเลย โอซาก้าเป็นแหล่งช้อปปิ้งเยอะมากตั้งกระจายตัวอยู่ทั่วเมือง เปิดกันตั้งแต่เช้าจนดึกที่นิยมมาก ๆ คือย่านโดทงบุริ ที่วัยรุ่นที่นิยมมาเที่ยวกัน จุดแลนด์มาร์คของย่านโดทงบุริ ก็คือป้ายกูลิโกะ ใครมาแถบนี้ต้องแวะมาทั้งนั้น ที่เที่ยวธรรมชาติ  : ✰✰✰✰ ภูมิภาคคันไซนั้นถือว่ามีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามอยู่แทบทุกจังหวัด อย่างเกียวโตที่ผู้คนต่างมาชมเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี หรือเทศกาลดอกซากุระที่เกียวโต เพราะเกียวโตนั้นมีธรรมชาติที่งดงามและอุดมสมบูรณ์มาก หรืออย่างนาราที่มีสวนสาธารณะริมเขาขนาดใหญ่ เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงกวางในธรรมชาติ ซึ่งกวางในสวนนี้เป็นมิตรกับผู้คน สามารถซื้ออาหารให้กวางและถ่ายรูปได้อย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่าจะได้ความเป็นญี่ปุ่นแบบธรรมชาติสุด ๆ ที่เที่ยววัฒนธรรม : ✰✰✰✰✰ ภูมิภาคคันไซนั้นถือเป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรม และประเพณีดั้งเดิมหลายอย่างเลยทีเดียว วัดและศาลเจ้าหลายแห่งมากมายได้รับการรับรองเป็นมรดกโลกอย่างวัดคิโยะมิซุ หรือที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันในชื่อ วัดน้ำใส ซึ่งชื่อเสียงของวัดนั้นโด่งดังมาก อีกทั้งยูเนสโกได้บันทึกให้วัดแห่งนี้ ขึ้นเป็นมรดกโลกสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปอีกด้วย วัดน้ำใส คนนิยมถ่ายรูปคือระเบียงวัดคิโยมิสึซึ่งสูง 12 เมตร จากพื้นใต้หน้าผา จากระเบียงนี้สามารถมองลงมาเห็นวิวเมืองเกียวโตได้ทั่วทั้งเมือง ไปเที่ยวช่วงไหนดี  ฤดูใบไม้ร่วงเหมาะสมที่สุดกับการมาเที่ยวแถบภูมิภาคคันไซ เนื่องจากภูมิภาคนี้มีความสวยงามทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ มาดูใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมตามวัดล ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของภูมิภาคคันไซเลย ฤดูกาล  ฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ หน้าหนาวที่แถบคันไซเหมาะกับการแช่ออนเซ็นมาก ๆ ฤดูหนาวจะหนาวมาก ๆ ในเดือนมกราคม ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม อากาศช่วงนี้จะเย็นสบายแต่ยังหนาวอยู่ ช่วงปลายเดือนมีนาถึงต้นเดือนเมษาช่วงนี้ซากุระจะบานเต็มที่ ฤดูร้อน ช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม  เดือนมิถุนายน จะมีฝนตกมากที่สุด และเดือนสิงหาคมจะเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด และถ้าใครอยากมาเที่ยวแบบธรรมชาติเขียวขจี ก็เหมาะสุดๆในหน้าร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายนล ช่วงเดือนกันยาอาจจะเจอพายุบ้างแต่หลังจากนั้นอากาศจะเย็นสบายกำลังดี ใบไม้เปลี่ยนสีเหมาะกับการมาเที่ยวมาก ๆ 💙 คิวซู (Kyushu) คิวซูนั้นมีการท่องเที่ยวที่หลากหลาย แถมค่าครองชีพที่คิวซูนั้นยังถูกกว่าเมืองใหญ่ ๆ อย่างโตเกียวหรือโอซาก้าอีก การท่องเที่ยวของภาคคิวซูจะได้สัมผัสถึงความเป็นธรรมชาติแบบสุด ๆ หากนักท่องเที่ยวคนไหนไม่ชอบเที่ยวตามเมือง ที่คิวซูถือว่าตอบโจทย์ แถมการท่องเที่ยวของคิวซูนั้นเหมาะสำหรับการขับรถเที่ยวมาก ๆ ของกิน : ✰✰✰ แถบภูมิภาคคิวซูนั้นได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ของนักชิม ด้วยความหลากหลายของอาหาร แต่ละประเภทก็จะมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน เช่น อาหารทะเลสดๆ อย่าง ปลาหมึกโยะบุโกะ ที่นำปลาหมึกตัวเป็นๆมาทานเป็นซาซิมิ ความสดใหม่ของอาหารทะเลที่นี่ขึ้นชื่อมาก ไม่คาวเลย หรือเมนูเพื่อสุขภาพชื่อว่า จิโกะคุมุชิ ที่ปรุงอาหารให้สุกโดยการนึ่งด้วยไอร้อนจากแหล่งน้ำพุร้อนตามธรรมชาติ นอกจากนี้โอกินาว่าที่เป็นเกาะอยู่ใต้สุด ก็ยังเป็นสถานที่ที่เลี้ยงวัวเนื้อชั้นดี ช้อปปิ้ง  : ✰✰✰ แหล่งช้อปปิ้งเท็นจินถือว่าเป็นย่านช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคิวชู โดยในย่านเท็นจินจะมีทั้งห้างสรรพสินค้ามากมาย สินค้ามีให้เลือกช้อปทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคหรือบริโภคมีตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า สินค้าแบรนด์เนม เครื่องสำอาง รวมไปถึงร้านอาหารให้ได้เลือกช้อป เลือกชิม อีกมากมาย ที่เที่ยวธรรมชาติ  : ✰✰✰✰✰ ถ้าพูดถึงภูมิภาคคิวซูแล้ว ช่วงนี้ต้องคิดถึงโอกินาว่าเลย โอกินาว่าทำให้นักท่องเที่ยวได้เปิดมุมมองการเที่ยวญี่ปุ่นในมุมใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่แค่ตึกหรือเมืองที่ทันสมัย แต่ญี่ปุ่นก็ยังมีชายทะเลด้วย โอกินาว่าจะทำให้ผู้คนที่ได้มาหลงใหลในเสน่ห์ของชายหาดสีขาวและทะเลสีฟ้า และการมาโอกินาว่านั้นไม่ได้มีแค่ชายหาดสวย ๆ แต่ยังมีอควาเรียมที่ใหญี่ที่สุด ที่จะพานักท่องเที่ยวทุกคนไปเปิดโลกความงามใต้นํ้า ภายในมีหอชมวิวใต้สมุทร ซึ่งเมื่อเดินลงบันไดไปจะพบกับหน้าต่างกระจกจำนวนมาก ให้ได้ชื่นชมปลาเขตร้อนสีสันสดใสสวยงามซึ่งอาศัยอยู่ที่ระดับความลึก 5 เมตรใต้ท้องทะเลได้ในอย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่ามาที่นี่แล้วจะได้เห็นญี่ปุ่นในมุมใหม่ ๆ อย่างแน่นอน ที่เที่ยววัฒนธรรม  : ✰✰✰ ที่เที่ยววัฒนธรรมที่เป็นที่นิยมในภูมิภาคคิวซู คือ ปราสาทชิมาบาระ ตั้งอยู่ในจังหวัดนางาซากิ เป็นปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นประมาณช่วงต้นของยุคเอโดะ ปราสาทนั้นมีขนาดที่ใหญ่โต ถือได้ว่าใหญ่สุดในแถบภูมิภาคนี้แล้วสำหรับปราสาทชิมาบาระนั้น ภายในปราสาทมีการให้ข้อมูลประเพณี วัฒนธรรม ของสมัยโบราณ ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ส่วนด้านนอกปราสาทนั้น ทางทิศเหนือจะเป็นที่ตั้งของบ้านซามูไร นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ ส่วนทางตอนใต้ของปราสาท ที่ย่านนี้จะมีร่องน้ำเล็กอยู่ตามถนนโดยในร่องน้ำนี้มีปลาคาร์ฟสีสันสด ใสมากมายหลายพันตัวเลยทีเดียว ไปเที่ยวช่วงไหนดี  ฤดูใบไม้ร่วง คือ ฤดูที่เหมาะสมที่สุดในการมาภูมิภาคคิวซู ซึ่งได้ผ่านพ้นฤดูร้อนมาแล้ว ไม่เสี่ยงเจอกับพายุไต้ฝุ่นมากนัก สภาพอากาศนับว่าคงที่ ที่สุด เหมาะกับการเที่ยวที่สุดอากาศกำลังเย็นสบาย ลมเย็นเบา ๆ ฤดูกาล ฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ สำหรับภาคคิวซูที่อยู่ตอนใต้นั้น อากาศจะไม่หนาวจัดเหมือนภูมิภาคอื่น ๆ นอกจากอยู่ทางตอนใต้สภาพภูมิอากาศจะอบอุ่น ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม เข้าสู่การผลิบานของดอกซากุระและดอกไม้ชนิดอื่น ๆอากาศจะอบอุ่น อากาศจะไม่ได้หนาวมาก รู้สึกเย็นสบาย แต่อาจจะมีบางครั้งที่รู้สึกร้อน เพราะแดดจะแร ฤดูร้อน ช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม อากาศฤดูร้อน จะมีความร้อนแบบร้อนชื้น ซึ่งในช่วงนี้มีโอกาสที่จะเจอฝนด้วย และภูมิภาคคิวซูมีโอกาสเจอพายุไต้ฝุ่นได้มากกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน ฤดูใบไม้ร่วงอุณหภูมิจะตํ่ากว่าฤดูร้อนแถมไม่เจอพายุทำให้ช่วงนี้เหมาะแก่การเที่ยว อากาศสบาย มีลมเย็นเบา ๆ  

อ่านเพิ่มเติม
สวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนในฝัน ! ครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องไปสัมผัส..
สวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนในฝัน ! ครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องไปสัมผัส..

Aug 14, 2018

สวิตเซอร์แลนด์หลายคนอาจจะได้ยินชื่อเสียงความสวยงามทางธรรมชาติที่เลืองลือกันมาบ้างแล้ว บอกเลยว่าถ้าได้ไปแล้วจะไม่ผิดหวัง ทั้งธรรมชาติ วิวทิวทัศน์ที่สวยงาม บวกกับการเดินทางด้วยรถไฟที่แสนสะดวกสบาย ความเป็นอยู่ของผู้คนที่ลงตัว ถึงค่าครองชีพที่ค่อนข้างแพง เป็นอันดับต้นๆของยุโรป แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนอยากมาเที่ยวที่สวตเซอร์น้อยลงเลยจ้า ทัวร์ครับบอกเลยว่า หากได้มาสักครั้งแล้วจะติดใจ ไปดูกันดีกว่าไปเที่ยวสวิสเค้าไปทำอะไร เที่ยวที่ไหนกันบ้าง .. มาเริ่มกันด้วยเส้นทางท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์กันที่ เมืองซูริค(Zurich) เมืองหลักและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ มนต์เสน่ห์ของเมืองยุโรปโบราณ ซึ่งในเมืองจะมีสถาปัตยกรรมแบบเก่าอยู่รายล้อมเมือง และนอกจากจะมีกลิ่นอายยุโรปโบราณ ก็ยังมีความเจริญในด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่อยู่ด้วยจนเมืองซูริคนั้นได้การยอมรับว่าเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลกเลยล่ะ   ซูริคสามารถเที่ยวได้ทั้งปี แต่ในฤดูร้อน ช่วงเดือนกรกฎาคม-เดือนกันยายนจะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะที่สุด เพราะอากาศอุ่นกำลังดี ซึ่งสถานที่ที่เป็นไฮไลท์หลักๆของซูริคที่ทัวร์ครับแนะนำนะคะก็จะมี หอนาฬิกาแห่งโบสถ์เซนต์ ปีเตอร์ (St. Peter’s Church) ที่ได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์ที่มีหน้าปัดนาฬิกาใหญ่ที่สุดในยุโรป และเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในซูริค ต่อมาที่ โบสถ์หอคอยคู่(Grossmunster Church) เป็นโบสถ์สไตล์โรมันโปรเตสแตนต์เป็นหนึ่งในสามโบสถ์ที่สำคัญในซูริค โบสถ์จะอยู่ใกล้ริมฝั่งของแม่น้ำ Limmat สังเกตได้ไม่ยากค่ะ หลังจากที่เที่ยวในเมืองซูริคกันแล้วทัวร์ครับก็พามาต่อกันที่ เมืองลูเซิร์น(Luzern) เป็นเมืองยอดนิยมของคนไทยที่มาเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์เลยล่ะค่ะ  ซึ่งสถานที่เที่ยวในเมืองลูเซิร์นที่หากมาเที่ยวสวิสแล้วต้องไป ที่แรกเลย นั่นคือ สะพานไม้เก่าแก่ที่สุดในโลก สะพานไม้ชาเปล บริดจ์ (Chapel Bridge) สัญลักษณ์แห่งเมืองลูเซิร์นนั่นเองค่ะ เป็นจุดที่เหมาะมากสำหรับการชมทัศนียภาพอันงดงามและสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ต่างๆของเมืองลูเซิร์น ซึ่งสะพานไม้นี้เค้าอนุญาตให้ใช้แค่การเดินเท้าเท่านั้นค่ะ ห้ามเอาจักรยานไปปั่นน้าา   สถานที่ยอดฮิตในลูเซิร์นต่อมาก็คือ ทะเลสาบลูเซิร์น (Lake Lucerne) ทะเลสาบลูเซิร์น ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำรอยซ์ ไฮไลท์ของสวิสอีกแล้วเจ้าค่ะ โดยทะเลสาบแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่สวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์เลยเด้ออ  และที่สุดท้ายของไฮไลท์ในเมืองลูเซิร์น อนุสาวรีย์สิงโต (Lion Monument) จ้า  อยู่ไม่ไกลจากสะพานไม้ชาเปล เป็นอนุสาวรีย์รูปสิงโตหินแกะสลักเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสที่เสียชีวิตระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวัง  ในครั้งปฏิวัติใหญ่ที่ประเทศฝรั่งเศสนั่นเองค่ะ ต่อกันยาวๆค่ะ มาทัวร์ยุโรปทั้งที อย่างน้อยต้องมา 8 วันขึ้นไปถึงจะคุ้ม !! คราวนี้เราไปตามล่าฉายาดินแดนแห่งเทพนิยายกันบ้างบ้างดีกว่า หลายคนอาจจะคุ้นชื่อเมืองนี้กันบ้างแล้ว เพราะมีรีวิวเยอะมาก  เมืองอินเทอร์ลาเคน(Interlaken) เป็นอีกหนึ่งในหลายเมืองท่องเที่ยวของสวิสที่สวยงามและเป็นเมืองยอดฮิตของสายธรรมชาติมากๆ ไปชมความงามของ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) ที่ ได้รับการยกย่องว่า เป็น Top of Europe อันลือชื่อ ยอดเขาจุงเฟราจะขาวโพลนไปด้วยหิมะในฤดูหนาว โดยทัวร์ครับจะพาขึ้นเขากันด้วยรถไฟที่สถานีไคลน์ไชเด็ค ใช้เวลาไม่นานเราก็จะถึงยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรปกันนะจ้ะ โรแมนติกมากกก หาเวลาเก็บเงินพาคนที่เรารักมาเที่ยว กดชัตเตอร์สวีทกันรัวๆได้เลย และอย่าพลาดการส่งโปสการ์ดจากที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลกแห่งนี้ด้วยนะ เป็นการบ่งบอกว่าฉันมาถึงสวิสแล้วนะ .. บนยอดเขาจุงเฟรา มี สถานที่เล่น Skiing & Snowboarding ได้อีกด้วย เป็นกิจกรรมยอดฮิตเลยล่ะ  และ ช่วงซัมเมอร์ กิจกรรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวคือ การเดิน trekking ชมธรรมชาติที่สวยงามที่ยอดเขาแห่งนี้ นอกจากวิวสวย อากาศยังดีมากอีกด้วย โดยมีทุ่งดอกไม้ทุ่งหญ้าตลอดเส้นทาง เดินไกลแค่ไหนก็ไม่เบื่อค่ะ เดินทางมาที่ ทะเลสาบโอชิเนน(Oeschinen) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาจุงเฟรา เดินทางไม่ไกลค่ะ ซึ่งทะเลสาบโชิเนนได้ถูกจัดขึ้นทะเบียนจากองค์กรยูเน็ทโกเป็นมรดกโลกถึงแม้จะเป็นทะเลสาบขนาดเล็กเพียง 1 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น แต่ก็มีความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่สวยงามไม่แพ้ใคร ซึ่งความโดดเด่นของทะเลสาบแห่งนี้ก็คือ น้ำสีฟ้าครามที่สะท้อนภาพแนวยอดเขาอันสูงตระหง่าน อีกทั้งในทะเลสาบยังเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ เป็นสถานที่ที่น่าประทับใจอีกที่ที่ห้ามพลาด มาอีกหนึ่งยอดเขา ที่ทัวร์ครับจะพามาชมความสง่างามแห่งเทือกเขาแอลป์อย่าง แมทเธอฮอร์น (Matterhorn)  กันบ้าง  แมทเธอฮอร์นเป็นภูเขาที่มีชื่อเสียงมากในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี รูปทรงพีระมิดที่งดงามอยู่ที่ เมืองเซอร์แมท( Zermatt)  เป็นภูเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงามไม่เว้นแต่ละวัน คือโรแมนติกมากๆ ด้วยความที่รูปทรงที่คล้ายพีระมิดหรือเขาสัตว์ ความงามที่แปลกตาและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแมทเทอร์ฮอร์น ทำให้มีบริษัทโด่งดังระดับโลกนำไปทำโลโก้แบรนด์เลยจ้า ทั้งช็อกโกแล็ตทับเบอโรนที่ผู้คนทั่วโลกต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี และผู้ผลิตหนังรายใหญ่พาราเมาท์พิคเจอร์ เป็นสองบริษัทยักษ์ที่นำแมทเทอร์ฮอร์นไปสร้างความร่ำรวยและเป็นที่จดจำของผู้คนจากทั่วโลก เป็นไงล่ะคนจะดังอะไรก็ยั้งไม่อยู่  ดังขนาดนี้ต้องมาให้เห็นของจริงกับตากันให้ได้นะคะ เมืองที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นเมืองหลวงแห่งโอลิมปิค นั่นคือ เมืองโลซานน์(Lausanne) นั่นเองฮะ เพราะเป็นเมืองที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของคณะกรรมการโอลิมปิคสากล หรือ IOC อีกทั้งในเมืองโลซานน์ยังมี พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก (Olympic Museum) ที่รวมประติมากรรมทีเกี่ยวกับกีฬาและนักกีฬาประเภทต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ไปเยือนอีกด้วย สำหรับนักเดินทางคนไทย คงไม่มีเมืองไหนที่มีความหมายเท่าเมืองโลซานน์อีกแล้วล่ะค่ะ เพราะนี่คือเมืองที่ใครได้ไปเยือนแล้ว ก็เหมือนได้เดินทางตามรอยพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จึงถือว่าเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในหัวใจชาวไทยเลยล่ะค่ะ   อีกที่หนึ่งที่เป็นสถานที่เที่ยวสำคัญของเมืองโลซานน์นั่นคือ มหาวิหารโลซานน์ (Lausanne Cathedral)  วิหารเก่าแก่แห่งเมืองโลซานน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา สร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมโกธิค ซึ่งเราสามารถเดินไปยังจุดชมวิวเมืองโลซานน์ ที่อยู่ด้านหลังวิหารโลซานน์นี้ได้ เพื่อเก็บภาพพระอาทิตย์ตกดิน และวิวสวยๆ รอบเมืองโลซานน์ เดินเล่นริมทะเลสาบเจนีวา นั่งดูฝูงหงส์ขาว ริมทะเลสาบ  โดยมีเทือกเขาแอลป์ตั้งเป็นฉากหลัง โอ้ย..แค่นึกภาพตามก็ feel good ละค่ะ ใครมีโอกาสมาเที่ยวสวิสก็อย่าลืมมาที่เมืองโลซานน์กันให้ได้น้าา ความจริงแล้วสวิตเซอร์แลนด์ยังมีอีกหลายสถานที่ที่ไม่อยากให้พลาด สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีเสน่ห์มากๆ ที่ทัวร์ครับอยากให้ลองมาเที่ยวสักครั้ง รับรองว่าเมื่อมาครั้งหนึ่งแล้ว จะต้องอยากกลับมาอีกหลายๆ ครั้งแน่นอนค่ะ  ! >> เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ฤดูไหนมีอะไรดี..?  

อ่านเพิ่มเติม
 อิตาลี ไปกี่ทีก็ไม่พลาด ! รวมข้อมูลเพื่อเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวอิตาลี
อิตาลี ไปกี่ทีก็ไม่พลาด ! รวมข้อมูลเพื่อเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวอิตาลี

Aug 9, 2018

ซึ่งบอกเลยว่า การไปเที่ยวแถบยุโรป ถ้าหากไปเองก็อาจจะต้องลำบากหาข้อมูลเยอะหน่อย ทั้งยังต้องขอวีซ่าด้วยตนเองอีก นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนมากจึงนิยมไปกับทัวร์ ซึ่งในปัจจุบันมีทัวร์ยุโรป ราคาถูกมากมายให้เลือกสรร รวมถึงทัวร์อิตาลี ราคาถูก ก็มีเพียบเลยค่ะ ประหยัดงบและเวลาไปได้เยอะเลยน้าา และเนื่องจากการทัวร์ยุโรป เป็น Dream Destination ของใครหลายๆ คน แต่บางคนก็ไม่รู้ว่าควรเริ่มจากไหน แล้วจะไปยังไง ไปทำอะไรดี ? วันนี้ทัวร์ครับเลยรวบรวมข้อมูลที่สำคัญ ให้ทุกคนได้อ่านและเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวกัน และแนะนำทริคต่างๆ สำหรับคนที่มีจุดหมายปลายทางที่ ประเทศอิตาลี ค่ะ   ไปทัวร์อิตาลี ช่วงไหนดี ? จริงๆ แล้วประเทศอิตาลี ถือว่าเที่ยวได้ทั้งปีเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อน ก็จะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน ถึงเดือนกันยายน ช่วงนี้อากาศก็จะอยู่ที่ประมาณ 22-26 องศา แต่จะมีแดดจัด , ช่วงฤดูใบไม้ร่วง เดือนตุลาคม ถึงต้นเดือนธันวาคม ใครที่ชอบใบไม้แดง ถ่ายภาพออกมาเป็นโทนสีอบอุ่นนิดๆ ต้องเลือกไปช่วงนี้เลยค่ะ ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ผลไม้หลากหลายออกผลมาให้เราเลือกซื้อตามใจชอบ อากาศจะอยู่ที่ 10-18 องศา , ช่วงฤดูหนาว กลางเดือนธันวาคม ถึงต้นเดือนมีนาคม เหมาะมากสำหรับคนที่อยากสัมผัสอากาศหนาวจับใจ หิมะโปรยปราย และเทศกาลเฉลิมฉลองต่างๆ โดยอากาศจะอยู่ที่ 8 องศา จนถึงติดลบเลยค่ะ และสุดท้าย ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ช่วงปลายเดือนมีนาคม ถึงเดือนสิงหาคม ช่วงนี้อาจจะเจอกับฝนมากหน่อย แต่ก็ยังสามารถเที่ยวชิลๆ ได้ค่ะ   ไปทัวร์อิตาลี กินอะไรดี ? อาหารขึ้นชื่อของประเทศอิตาลี ก็คงหนีไม่พ้นพิซซ่า แต่บอกเลยว่าพิซซ่าของที่นู่นจะแตกต่างกับที่บ้านเรานะคะ เพราะเค้าจะนิยมพิซซ่าแบบแป้งบาง และโรยหน้าด้วยชีส กับของประกอบแค่ไม่กี่อย่างแล้วแต่เราเลือก เช่น เปปเปอโรนี่, แฮม, เห็ด เป็นต้น ใครที่ชอบพิซซ่าบอกเลยว่า ต้องมาลอง พิซซ่า original ต้นตำรับที่อิตาลีเลยค่ะ นอกจากพิซซ่าแล้ว ยังมีพาสต้าต่างๆ ก็เป็นที่นิยมเช่นเดียวกันนะคะ เพื่อนๆ อาจจะได้เห็นเส้นพาสต้าแบบแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นที่ประเทศไทยมาก่อนก็ได้ เป็นอาหารที่ต้องลองจริงๆ พลาดไม่ได้เลย และสำหรับใครที่มีใจรักกาแฟ ชื่นชอบการดื่มกาแฟ และลิ้มรสกาแฟใหม่ๆ ต้องลอง Espresso และ Cappuchino Original เพราะกาแฟทั้งสองแบบนี้ มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอิตาลีค่ะ ไม่ต้องแปลกใจหากเห็นร้านกาแฟมีอยู่ทั่วทุกมุมเมืองนะคะ ปิดท้ายกับหมวดอาหาร ด้วย ไอศกรีมเจลาโต้ ซึ่งต่างจากไอศกรีมทั่วไปตรงที่ เจลาโต้จะรสชาติเข้มข้นกว่ามากๆ เลยค่ะ ถ้าเป็นไอศกรีมรสสตอเบอร์รี่ทั่วไป ก็จะเป็นรสจางๆ เพราะใช้สตรอเบอรี่เพียงนิดหน่อย แล้วนำมาสังเคราะห์เอา แต่เจลาโต้จะนำผลไม้จริงๆมาใช้ ทำให้ได้รสชาติแบบของจริง และมีรสสัมผัสที่เนียมนุ่มมากๆ ค่ะ   ไปทัวร์อิตาลี ที่เมืองไหนดี ? ที่ประเทศอิตาลีนั้น มีหลากหลายเมืองมากมายให้เพื่อนๆ ได้เลือกไปเที่ยวชมกันเลยค่ะ วันนี้เลยขอคัดมาแต่เมืองเด่นๆ ที่มีเอกลักษณ์พิเศษมาแนะนำกันนะคะ เมืองมิลาน (Milan) เมืองแห่งแฟชั่น เมืองแห่งโอเปรา สวรรค์ของคนรักการช้อปปิ้งและสีสันยามค่ำคืน ที่มิลานมีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการชมศิลปะแบบโรมัน ที่ มหาวิหารดูโอโม่ แห่งมิลาน , ช้อปปิ้งที่ห้าง แกลเลอเรีย วิตโตริโอ เอ็มมานูเอล และอย่าพลาดเด็ดขาด ที่จะเข้าไปชมงานศิลปะระดับโลกอย่าง ภาพพระกระยาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper) ของลีโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) ที่โบสถ์ซานตามาเรีย เดลเลกราเซีย นะคะ เมืองเวนิส  (Venice) ถ้าหากไปทัวร์อิตาลี กับแฟน ต้องอย่าพลาดที่จะไปเยี่ยมเยือนเมืองสุดโรแมนติกนี้เป็นอันขาด เพราะที่นี่เป็นเมืองสุดฮิตที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกเลือกมาฮันนีมูน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็จะได้กลิ่นอายของความรักตลบอบอวลไปหมดเลย โดยวิธียอดฮิต ในการเที่ยวชมทัศนียภาพอันสวยงาม และสัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติกของ เมืองเวนิส ก็คือ การนั่งเรือกอนโดลา ล่องไปในคลองแกรนด์คาแนล นั่นเอง มาทัวร์อิตาลี ห้ามพลาดเลยนะคะ เมืองปิซา (Pisa) แน่นอนว่ามาทัวร์อิตาลี ทั้งที ถ้าไม่มาที่เมืองนี้ แปลว่ามาไม่ถึงใคร ไม่ว่าใครจะต้องมาถ่ายรูป ‘เอามือยันหอเอน’ ที่หอเอนปิซา ที่เมืองนี้กันทั้งนั้น นอกจากนี้ที่เมืองปิซายังมีสถาปัตยกรรมแบบโรมัน อีกมากมายรอต้อนรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น โบสถ์แห่งเมืองปิซ่า , สุสานโรมัน และ จตุรัสคาวาเลียรี เป็นต้น เมืองฟลอเรนซ์ (Florence) ปิดท้ายกับเมืองมรดกโลกกันค่ะ ที่นี่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อินเลิฟกับวัฒนธรรม และชื่นชอบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของโรมัน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวที่เมืองฟลอเรนซ์ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับโบราณสถานและบุคคลสำคัญของโลก ไม่ว่าจะเป็น โบสถ์ซานตาโครเช ที่เป็นที่ฝังศพของกาลิเลโอ และไมเคิลแองเจโล , จตุรัสซินญอเรีย , หอคอยจิอ็อตโต และพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซิ ค่ะ   ดูสถานที่เที่ยวสุดฮิตในอิตาลี !! คลิกเลย https://tourkrub.co/blog/7place-beauty-italy   และทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลคร่าวๆ ที่ใครเตรียมตัวไปเที่ยว ณ ประเทศอิตาลี ควรรู้ไว้ เพื่อการเตรียมพร้อมก่อนใครนั่นเอง ปัจจุบันนี้การไปทัวร์ยุโรปไม่ใช่เรื่องไกลตัวแล้วนะคะ เพราะมีทัวร์อิตาลี ราคาถูก หรือทัวร์ยุโรป ราคาถูก มากมาย รอให้เพื่อนๆ ได้เลือกจับจองที่นั่งกันอยู่ อย่าพลาดโอกาสดีๆ ในการไปเที่ยวอีกฟากหนึ่งของโลกสักครั้งในชีวิตนะคะ  

อ่านเพิ่มเติม
5 เมืองน่าเที่ยว ตะลอนทัวร์จีน แบบไม่เข้าร้าน!
5 เมืองน่าเที่ยว ตะลอนทัวร์จีน แบบไม่เข้าร้าน!

Aug 6, 2018

        เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของการไปเที่ยวทัวร์จีน แล้วต้องพบเจอกับการพาเข้าร้านรัฐบาลจนทำให้หลายคนหมดสนุก หากใครไม่อยากไปเที่ยวทัวร์จีน แล้วต้องเสียอารมณ์กับการเข้ารัฐบาล ทัวร์ครับ มีทัวร์จีน แบบไม่เข้าร้านรัฐบาล พร้อมตะลุย 5 เมืองน่าเที่ยวสุดจี๊ดของจีน ว่าแต่จะมีทัวร์จีน แบบไม่เข้าร้านไปเมืองไหนบ้าง ? ตามมาดูกันเลย… จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie)           เเริ่มต้นกับเมืองท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีน ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของธรรมชาติสุดตระการตา ที่หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ มันดีจริงๆ ” หลังจากจางเจียเจียได้รับอิทธิพลจากกระแสของ ภาพยนต์ อวตาร ที่ได้ยกกองถ่ายมาเนรมิตรหุบเขาจางเจียเจี้ย ให้กลายเป็นอาณาจักแพนโดร่า ทำให้จางเจียเจี้ย กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับต้นๆของจีนค่ะ นอกจากความสวยงามของหุบเขา ที่มีลักษณะเป็นแท่งหิน สูงยาวสลับกับท่ามกลางความสมบูรณ์ของธรรมชาติแล้ว ในจางเจียเจี้ยยังมีอีก หลากหลายความสวยงามของธรรมชาติแปลกตา ยิ่งหากไปกับทัวร์จีน ไม่เข้าร้านรัฐบาลจากทัวร์ครับแล้วล่ะก็ จะได้ฟินกับจางเจียเจี้ยได้มากกว่าเดิมอีกค่ะ   ซีอาน (Xi’an)           ไม่ใช่เพียงแค่ธรรมชาติสุดอลังการเท่านั้น เพราะประเทศจีนยังถือได้ว่าเป็นหนึ่งในดินแดนต้นกำเนิดอารยธรรมโลก ดังนั้นจีนจึงเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะ เมืองซีอาน อดีตเมืองหลวงสุดยิ่งใหญ่ของจีน ที่ยังคงเหลือร่องรอยอารยธรรมโบราณให้เราได้เรียนรู้ สัมผัสกับ สุสานของอดีตจักรพรรดิ์ผู้ยิ่งใหญ่ของจีน สุสานจิ๋นซี 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ภายในยังคงเต็มไปด้วยเรื่องราวความมหัศจรรย์ของประวัติศาสตร์จีนโบราณ รอคอยให้คุณไปสัมผัส โดยเฉพาะสายเที่ยวที่ชื่นชอบเรื่องราวประวัติศาสตร์ ต้องหลงใหลและชื่นชอบเมืองซีอานแห่งนี้แน่นอนค่ะ กุ้ยหลิน (Guilin)           กุ้ยหลิน อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวของจีนที่คนเรารู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะกุ้ยหลินนั้นเต็มไปด้วยความสวยงามของของธรรมชาติ ขุนเขา แม่น้ำ จนได้ชื่อว่าเป็น ดินแดนสวรรค์บนดิน เลยทีเดียวค่ะ แน่นอนว่ากุ้ยหลินนั้นไม่ได้มีดีเพียงแค่ นาขั้นบันได เท่านั้น แต่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกหลายที่ที่ดีงามไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น การล่องแพชมแม่น้ำหลี่เจียง หรือจะชมความสวยงามของหินงอก หินย้อยของถ้ำขลุ่ยอ้อ ทัวร์ครับรับรองเลยว่ากุ้ยหลินจะไม่ทำให้ผิดหวัง และสมกับฉายา ดินแดนสวรรค์บนดินแน่นอนค่ะ ฉงชิ่ง (Chongqing)           หากใครชื่นชอบบรรยากาศของเมืองแสนทันสมัย ที่ผสมผสานกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัวแล้วล่ะก็ ฉงชิ่ง เป็นอีกจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ ซึ่งเฉิงตูนั้นถือเป็น 1 ใน 4 มหานครของจีน ในตัวเมืองเฉิงตู จึงเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างแสนทันสมัย ไม่แตกต่างจากเมืองหลักๆอย่าง เซี่ยงไฮ้ หรือปักกิ่งเลยค่ะ นอกจากจะเพลิดเพลินกับความทันสมัยของเมืองแล้ว ที่เฉิงตูยังมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก กับภาพของโรงเตี๊ยมจีนๆ ท่ามกลางหุบเขารูปทรงแปลกตา ซึ่งที่นี่ก็คือ อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ หนึ่งในไฮไลท์เด็ดของทัวร์จีน ไม่เข้าร้าน เส้นทางฉงชิ่งนั่นเองค่ะ  เฉินตู (Chengdu)           และสุดท้ายกับทัวร์จีน ไม่เข้าร้านเส้นทางเฉินตู ดินแดนต้นกำเนิดหมีแพนด้า เฉินตู เมืองหลวงของมณฑณเสฉวน เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่มรดกโลก เพราะว่ารอบๆเมืองเฉินตูนั้นเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกของจีนที่มีชื่อเสียงมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าต้องอยู่ในโปรแกรมทัวร์จีน ไม่เข้าร้านอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น อุทยานจิ่วจ้ายโกว แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกทางธรรมชาติที่สวยงามราวกับภาพวาด หรือพระพุทธรูปเล่อซาน พระพุทธรูปหินแกะสลักที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และต้องไม่พลาดชิมหม้อไฟเสฉวน เมนูท้องถิ่นสุดเด็ดที่ใครๆก็ติดใจค่ะ          แต่ละเมืองนั้นจัดว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตของจีนทั้งนั้นเลยค่ะ แต่ถ้าจะเที่ยวได้ฟิน สนุก และไม่เสียอารมณ์ เสียเวลาเข้าร้านรัฐบาลแล้วล่ะก็ ต้องทัวร์จีน ไม่เข้าร้านจากทัวร์ครับเลย รับรองว่าการไปเที่ยวทัวร์จีนครั้งนี้ จะเด็ดดวงกว่าเดิมแน่นอนค่ะ ทัวร์ครับขอคอนเฟิร์ม!!   ส่วนใครที่ยังลังเลว่าไปเที่ยวทัวร์จีนดีกว่าเที่ยวจีนเองยังไง ? ทัวร์ครับมี 7 เหตุผลดีดีที่ จะทำให้คุณตัดสินใจไปเที่ยวทัวร์จีนได้ง่ายขึ้นกับ... >>> 7 เหตุผล ที่ควรไปเที่ยวจีนกับทัวร์ <<<

อ่านเพิ่มเติม
เผย 4 มุม 4 เส้นทางกับโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นสุดฮิตในราคาสุดคุ้ม !!
เผย 4 มุม 4 เส้นทางกับโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นสุดฮิตในราคาสุดคุ้ม !!

Aug 6, 2018

  ทัวร์ญี่ปุ่น โอซาก้า - ทาคายาม่า   เริ่มที่โปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น เส้นทาง โอซาก้า - ทาคายาม่า กันก่อนเลย ซึ่งแน่นอนว่าโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นนี้จะต้องเก็บแลนด์มาร์คโอซาก้าให้ครบ ไม่ว่าจะเป็น ปราสาทโอซาก้า ย่านชินไซบาชิ โดทงโบริ หรือที่รู้กันในชื่อ ป้ายกูลิโกะ นอกจากนี้ยังมีแหล่งช้อปปิ้งสุดฮิตอย่าง ริงกุ พรีเมียม เอาท์เล็ท ที่มีร้านค้าขายของแฟชั่นลดราคามากมายมาให้เราได้เลือกช้อปปิ้งกันแบบล้มละลายกันไปข้างเลยจ้า.. ส่วนทาคายาม่าที่อยู่ในโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นนี้ก็มีสถานที่ที่น่าสนใจไม่น้อย เริ่มด้วย ทาคายาม่า จินยะ หรือ ที่ว่าการอำเภอเก่าเมืองทาคายาม่า ซึ่งมีอายุมากกว่า 176 ปี ถือเป็นแลนด์มาร์คย้อนยุคแห่งหนึ่งในทัวร์ญี่ปุ่น โอซาก้า-ทาคายาม่า ส่วนอีกที่ก็คือ หมู่บ้าน Little Kyoto หรือ เขตเมืองเก่า ซันมาจิซูจิ ที่เป็นหมู่บ้านเก่าแก่สมัยเอโดะกว่า 300 ปีก่อน   ทัวร์ญี่ปุ่น โอซาก้า - เกียวโต     ทัวร์ญี่ปุ่นเส้นทาง โอซาก้า - เกียวโต จะคล้ายกับโปรแกรม โอซาก้า - ทาคายาม่า ตรงที่เก็บแลนด์มาร์คของโอซาก้าทุกแห่ง แต่จะมีวันหนึ่งที่ออกไปเที่ยวที่เกี่ยวโต โดยที่เที่ยวเกียวโตในโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นนี้มักเป็น ศาลจิ้งจอก (ซุ้มประตูแดง) วัดคิโยมิซุ (วัดน้ำใส) และ วัดคินคะคุจิ (วัดทอง) ซึ่งถือว่าเป็นโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นที่น่าสนใจโปรแกรมหนึ่งเลยทีเดียว เนื่องจากสถานที่แต่ละแห่งนั้นเรียกว่าไม่ธรรมดา เพราะนอกจากจะสวยงามแล้ว ยังมีประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่อีกด้วย   ทัวร์ญี่ปุ่น โตเกียว มากันที่เที่ยวญี่ปุ่นตะลุยกรุงโตเกียวกันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าไฮไลท์ของที่นี่ก็คงไม่พ้น ภูเขาฟูจิ ที่เป็นสัญลักษณ์ของแดนปลาดิบ ซึ่งโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่นั้นจะพาขึ้นไปแค่ชั้น 5 หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย   นอกจากนี้อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ห้ามพลาดเลยสำหรับโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นในกรุงโตเกียวก็คือ วัดอาซากุสะ ที่มีอายุยาวนานมากที่สุดในกรุงโตเกียว ส่วนที่เที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจสำหรับโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นนี้ ได้แก่ หมู่บ้านโอชิโนะฮัคไค ทุ่งดอกลาเวนเดอร์หน้าร้อน รวมถึงย่านชินจุกุ   ทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโด ที่ฮอกไกโดนี้มีโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นที่น่าสนใจมากๆซึ่งก็ขึ้นอยู่กับฤดูกาล แต่หลักๆ แล้วจะมีแลนด์มาร์คที่สำคัญอยู่ไม่กี่แห่งที่ไม่ว่าจะฤดูไหนโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นมักจะจัดให้เราได้เที่ยวกัน ซึ่งแลนด์มาร์คที่ว่านั้น ได้แก่ ตึกธรรมเนียบรัฐบาลเก่า หรือ อะคะเร็งงะ ที่สร้างขึ้นด้วยอิฐสีแดง แถมยังโดดเด่น มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ที่ต่อมาก็คือ สวนโอโดริ ที่อยู่ในทุกทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโด เนื่องจากสวนโอโดรินี้สามารถเที่ยวได้ทุกฤดูกาลทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว โดยในหน้าร้อนนั้นสวนโอโดริจะเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าสนใจที่หนึ่งในฮอกไกโดเลยทีเดียวเพราะสวนแห่งนี้มีต้นไม้ใบไม้นานาพันธุ์ที่ทางฮอกไกโดปลูกขึ้นและจัดเรียงให้สวยงามเป็นระเบียบ ส่วนในฤดูหนาวช่วงเดือนกุมภาพันธ์นั้น สวนโอโดริจะถูกเนรมิตเป็นเทศกาลหิมะซัปโปโร มีการจัดประกวดประติมากรรมหิมะบนเนื้อที่ 1.5 ตารางกิโลเมตรจากผู้เข้าประกวดทั่วโลก สถานที่อีกแห่งที่ทัวร์ญี่ปุ่นมักหยิบมาใส่ในแพ็คเกจ คือ โรงงานช็อคโกแลตอิชิยะ เนื่องจากเที่ยวได้ทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว โดยโรงงานแห่งนี้จะมีสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป ภายนอกถูกตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้นานาพันธุ์ และแน่นอนว่าเราสามารถซื้อช็อคโกแลตกลับไปฝากคนที่บ้านได้ที่โรงงานอิชิยะนะจ้ะ นอกจากนี้ยังมีที่เที่ยวในโปรแกรมทัวร์ให้เลือกหลายที่ด้วยกัน ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเข้ามาเช็คทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ได้ที่เว็บไซต์ทัวร์ครับกันได้เลย ~

อ่านเพิ่มเติม