ทัวร์ครับพาเที่ยว
รวมเรื่องเที่ยวรอบโลก สาระน่ารู้ บทความรีวิว ท่องเที่ยวในต่างแดน
ปักจุดพิกัดสุดฮิต 10 สถานที่เที่ยวโฮจิมินห์ ต้องมาเช็คอินให้ได้
พาเที่ยว
ปักจุดพิกัดสุดฮิต 10 สถานที่เที่ยวโฮจิมินห์ ต้องมาเช็คอินให้ได้
เพราะปัจจุบันมีบริการสายการบิน Low Cost มากมายทำให้การท่องเที่ยวเวียดนาม โฮจิมินห์ ง่ายสุดๆ ยิ่งจองล่วงหน้าราคาไม่เกิน 2 พันบาทเท่านั้น ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 45 นาที หรือถ้าใครที่ไม่เวลาวางแพลนหรืองบประมาณจำกัด ลองซื้อทัวร์โฮจิมินห์ไปเที่ยวเวียดนามก็สนุกไม่แพ้กัน เที่ยวโฮจิมินห์ เที่ยวช่วงไหนดี ? เวียดนาม โฮจิมินส์ เป็นเมืองที่มีอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปีและมีฤดูแค่สองฤดู ก็คือฤดูแล้งและฤดูฝน สำหรับฤดูแล้งจะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงเมษายน โดยช่วงธันวาคมถึงมกราคมจะเป็นช่วงที่มีอากาศเย็นสบายที่สุดและเป็นช่วงไฮซีซั่น ใครที่จะไปเที่ยวช่วงนี้อย่าลืมวางแผนจองกันล่วงหน้านะครับ สถานที่เที่ยวโฮจิมินห์ ที่ต้องไปเช็คอินให้ได้ 1.ตลาดเบนถั่น อยู่ห่างมาไม่ไกลจากทำเนียบอิสรภาพ เป็นตลาดที่คึกคักและได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวและนักกินแบบเราๆ ตลาดเบนถั่นสร้างขึ้นเมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้วด้านหน้าเป็นหอนาฬิกาที่เป็นสัญลักษณ์ของตลาด ด้านในขายสินค้าหลายอย่างทั้งเสื้อผ้า นาฬิกา ของฝาก ของที่ระลึก แหล่งของกินและของฝากชั้นดี ไปเดินเถอะ โดนลากแขนแน่ๆ 555 ลากแขนไปกินอาหาร จะกินก็นั่งเลย ของกินแนะนำเฝอน้ำ อาหารต้นตำรับของประเทศเวียดนาม กับร้านขนมหวานที่มีให้เลือกหลายอย่าง แต่ก็อย่ามัวช้อปสนุกจนลืมระมัดระวังกระเป๋าสตางค์ด้วยนะ หมดตูดแบบไม่รู้ตัว พิกัด: Ben Thanh Market 2.โบสถ์ทันดินห์ โบสถ์ใหญ่อันดับ 2 ของโฮจิมินห์ สวยงามตามท้องเรื่องด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมัน ตัวอาคารฉาบสีชมพูพาสเทลทั้งหลัง มีหลายมุมชิคๆ ให้เลือกถ่ายเซลฟี่ ที่สำคัญไม่ต้องยื้อแย่งกับใครต่อใครเท่า Tourist Spot อื่นๆ เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะเทไปโบสถ์นอร์ทเธอดามมากกว่า ดังนั้นรูปที่ได้เอาไปโพสต์ไอจีไม่มีซ้ำแน่นอน ชัวร์! พิกัด: Tan Dinh Church 3.มหาวิหารนอร์เธอดาม โฮจิมินห์ โบสถ์คาทอลิกเก่าแก่อายุร้อยกว่าปี สร้างด้วยอิฐแดงในปี พ.ศ. 2420 ตามแบบสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสที่สวยงาม แต่เดิมเรียกโบสถ์แห่งนี้ว่าโบสถ์ไซ่ง่อน (Saigon Church) ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโฮจิมินห์ที่มีชื่อเสียง ตัวอาคารของมหาวิหารไม่มีการประดับกระจกสีเพราะได้รับความเสียหายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จุดเด่นของที่นี่คือมีหอคอยคู่ที่สูงดูเด่นเป็นสง่า ส่วนด้านหน้าวิหารมีรูปปั้นพระแม่มารีสีขาวที่ทำจากหินอ่อนตั้งอยู่ และที่นี่ยังคงมีการประกอบพิธีทางศาสนาทุกวันอาทิตย์ด้วย พิกัด: Notre Dame Cathedral 4.ศาลากลางโฮจิมินห์ สายถ่ายรูปต้อางห้ามพลาด อาคารสไตล์โคโรเนียล เป็นที่ทำการของรัฐบาล ไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้า ถ่ายรูปได้แต่ข้างนอก ศาลากลางโฮจิมินห์ อยู่ใกล้โรงละครโอเปร่า ตึกโดดเด่นสีเหลืองครีมสวยงามตามสไตล์โคโลเนียลฝรั่งเศส ด้านหน้ามีอนุสาวรีย์รูปปั้นอดีตผู้นำประเทศโฮจิมินห์ที่คนชอบไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดศูนย์กลางความเจริญและเป็นย่านการค้าการท่องเที่ยวของเมืองเพราะมีศูนย์การค้า ร้านค้าแบรนด์เนมและโรงแรมหรูรอบๆอีกมากมาย พิกัด: Ho Chi Minh City Hall 5.อาคารไปรษณีย์กลาง ตั้งอยู่ใกล้ๆ มหาวิหารนอร์เธอดาม อาคารไปรษณีย์กลางสีเหลืองมัสตาร์ด เป็นอาคารไปรษณีย์เก่าแก่อายุร้อยกว่าปีเช่นกัน และถือได้ว่าเป็นศูนย์ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ตัวอาคารมีการออกแบบและก่อสร้างในสไตล์ฝรั่งเศส ที่สำคัญที่นี่ยังคงเปิดให้บริการส่งไปรษณีย์ตามปกติรวมไปถึงมีบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีแสตมป์ชุดสะสม โปสการ์ดและของที่ระลึกขายให้นักท่องเที่ยว ควรค่าแก่การมาถ่ายรูปคู่ แถมด้านในยังมีร้านรวงขายของที่ระลึกให้เดินเล่นได้เพลินๆ พิกัด: Saigon Central Post Office 6.ไซง่อน โอเปร่าเฮ้าส์ นอกจากจะไปถ่ายรูปหน้าโรงละครชิคๆ ไซง่อนโอเปร่าเฮ้าส์ยังมีเสน่ห์ชวนให้หลงใหลมากกว่าตึกอาคารสไตล์โคโลเนียลด้านนอก และโอเปร่าเฮ้าส์ยังเปิดการแสดงอยู่จนถึงทุกวันนี้ถ้าใครที่อยากได้ประสบการณ์มากกว่าการแค่มาถ่ายรูปชิคๆลงไอจี ก็ลองซื้อบัตรเข้าไปชมการแสดงในโอเปร่าเฮาส์ได้เปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ พิกัด: Saigon Opera House 7.คาเฟ่อพาร์ทเม้นท์ สถานที่ที่พลาดไม่ได้ก็คือ คาเฟ่อพาร์ทเม้นท์ อยู่แถว โฮจิมินห์ สแควร์ จัตุรัสใจกลางเมืองโฮจิมินห์ แหล่งรวมตัวของชาวไซง่อน โดยมีความน่าสนใจตรงร้านรวงข้างๆ ทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร โดยตึกคาเฟ่อพาร์ทเม้นท์ ที่ป็นตึกแถวเก่าๆ 9 ชั้น ด้านในมีแต่คาเฟ่มากมายเต็มไปหมด สายฮิป สายคาเฟ่ บอกเลยว่าที่นี่แหละเป็นเช็คอินและถ่ายรูปที่โดนที่สุด พิกัด: The Café Apartment 8.พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ เป็นรูปแบบของอาคารสมัยใหม่ขนาดใหญ่ สร้างโดยโชเวียตเพื่อรำลึกถึง โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh) นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีของเวียดนาม พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Museum) มีการจัดแสดงนิทรรศการมากมาย ที่สำคัญมีประวัติการปฏิวัติของโฮจิมินห์ ตลอดชีวิตอีกด้วยมีสิ่งของที่รวบรวมไว้เป็นภาพวาด 3000 ภาพ และโบราณวัตถุอีก 700 ชิ้น อาคาร 7 ชั้นของพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็นหน่วยต่างๆ พิกัด: Ho Chi Minh City Museum of Fine Arts 9.ถนนฝามหงูหลาว เป็นถนนสายหนึ่งในนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม แหล่งโรงแรมและที่พักราคาเบาๆของนักท่องเที่ยวสายประหยัด เหมาะกับแฮงเอาท์นัดดื่มเป็นที่สุด มีร้านอาหารอร่อยๆ มากมายให้เลือกชิมตามงบในกระเป๋า ตั้งแต่ภัตตาคารไปจนถึงรถเข็นข้างทาง คล้ายถนนข้าวสารของไทยเรานั่นเอง พิกัด: Pham Ngu Lao Street 10.เจดีย์จักรพรรดิหยก วัดนิกายเต๋าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในกรุงโฮจิมินห์ สถานที่น่าเที่ยวอีกแห่งหนึ่งคือ เจดีย์บู้ล่อง มีความสวยงามโดดเด่นจากการผสมผสานอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมของอินเดีย พม่า ไทย และเวียดนาม เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นักเดินทางที่มาสักการะต้องไม่พลาดการเก็บภาพบรรยากาศอันน่าประทับใจพร้อมกับได้มาขอพรจากเวียดนามอีกด้วย พิกัด: Jade Emperor Pagoda ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลที่สวยงาม มองไปทางไหนในย่านเมืองเก่าเราจะพบตึกสวยๆเก๋ๆมากมาย ทำให้เมืองโฮจิมินห์เป็นเมืองท่องเที่ยวในเวียดนามที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจและต่างหลั่งไหลเดินทางกันมาเที่ยวเวียดนาม ใครที่สนใจทัวร์เวียดนาม ทางทัวร์ครับก็มีทัวร์เวียดนาม โฮจิมินห์ ราคาสุดคุ้ม มาให้ได้เป็นหนึ่งในตัวเลือก ดูได้ที่นี่เลย คลิก ทัวร์เวียดนาม โฮจิมินห์ ราคาสุดคุ้ม
เปิดวาร์ป 10 ทัวร์ต่างประเทศราคาถูก เที่ยวที่ไหนได้บ้าง
พาเที่ยว
เปิดวาร์ป 10 ทัวร์ต่างประเทศราคาถูก เที่ยวที่ไหนได้บ้าง
ในปัจจุบันแน่นอนว่าเทรนด์การท่องเที่ยวมาแรงแซงทางโค้งมากบนโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวในไทยหรือเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งวันนี้ทัวร์ครับก็จะมาเปิดวาร์ป 10 ทัวร์ต่างประเทศราคาถูก ราคาเบาๆ สำหรับคนงบน้อย เหมาะกับวัยทำงานอย่างเราเป็นที่สุด แถมยังไปเที่ยวได้ทั้งปีอีกด้วย ตามมาดูกันเลยว่ามีประเทศที่ไหนบ้าง 1.ย่างกุ้ง, พม่า พิกัด: Myanmar เที่ยวต่างประเทศ ราคาถูก เริ่มที่ประเทศแรกเพื่อนบ้านเราอย่าง พม่า นั่นเอง สถานที่ที่ทัวร์ครับมาแนะนำนั่นคือ ย่างกุ้ง อดีตเมืองหลวงของพม่า ที่มีเอกลักษณ์สวยงาม เต็มไปด้วยวัดวาอารามสวยๆ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปและเป็นจุดเด่นของการมาเยือนที่ประเทศพม่า หากพูดถึงย่างกุ้ง เราคงนึกถึงการทัวร์พม่า ไหว้พระ เที่ยววัดวาอาราม ขอพรเสริมแต้มบุญกันที่เจดีย์ชเวดากอง เจดีย์โบตะทาว เทพทันใจ ฯลฯ ใครที่มีเวลาน้อยและอยากไปเที่ยวต่างประเทศราคาไม่แพง ทัวร์พม่านี่แหละใช่เลย ทัวร์พม่า ราคาเริ่มต้น 3,888 บาท 2.มาเลเซีย พิกัด: Malaysia จุดเด่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มุ่งหน้าไปเที่ยวมาเลเซีย คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของความหลากหลาย ทั้งสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มีทั้งอาคารในสไตล์เก่าแก่หลากหลายรูปแบบ นอกจากนั้น มาเลเซีย ยังที่เที่ยวมากมาย ทั้งสวนสนุก เมืองมรดกโลก ธรรมชาติสวยๆ และอาหารประจำชาติที่น่าลิ้มลอง รวมไปถึงค่าเงินที่จ่ายได้แบบสบายกระเป๋า รวมทั้งยังมีการเดินทางที่สะดวกง่ายดายจากไทย ทั้งหมดนี้ทำให้การทัวร์มาเลเซียกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในการเดินทางพักผ่อนซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลายาวนานเกินไปสำหรับเรานั่นเอง ทัวร์มาเลเซีย ราคาเริ่มต้น 6,999 บาท 3.เกาหลี พิกัด: Korea ประเทศที่แสนจะโรแมนติก อยู่ใกล้ เดินทางง่าย แถมราคาถูก ต้องยกให้ประเทศเกาหลีนี้เลยครับ อีกหนึ่งประเทศที่คนไทยนิยมบินมาเที่ยวมากที่สุด แม้ว่าด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือที่เราเรียกว่า ตม.จะดุก็ตาม และสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของประเทศนี้คงหนีไม่พ้นเดินช้อปปิ้ง กินอาหารสตรีทฟู้ดสุดฮิต เดินตามหาอปป้า หรือจะมาสายธรรมชาติที่นี่ก็ไม่แพ้ญี่ปุ่นไต้หวัน ถือว่าครบครันเลยล่ะ ทัวร์เกาหลี ราคาเริ่มต้น 11,999 บาท 4.มาเก๊า พิกัด: Macau มาเก๊าถึงจะเล็กและเก่าแต่ก็เก๋าไม่แพ้ประเทศอื่นในเอเชียเลยทีเดียว ถ้าพูดชื่อ มาเก๊า คงจะนึกถึงแค่ คาสิโน กันใช่มั้ยล่ะครับ แต่ที่จริงแล้วมาเก๊านั้นมีมากกว่าแค่คาสิโน โดยเฉพาะตึกรามบ้านช่อง อาคารเก่าแก่สีสันสวยงาม เหมาะกับสายถ่ายรูปเป็นที่สุด แต่ละที่สามารถกดถ่ายรูปสวยๆ กลับมาตั้งโปรไฟล์ได้เพียบ บอกเลยว่าคุณจะตกหลุมรักมาเก๊าแบบถอนตัวไม่ขึ้น ทัวร์มาเก๊า ราคาเริ่มต้น 6,999 บาท 5.เวียดนาม พิกัด: Vietnam เวียดนาม กลายมาประเทศที่เที่ยวที่กำลังมาแรงอีกหนึ่งประเทศสำหรับชาวไทย เพราะอยู่ไม่ไกล เดินทางไปง่าย หนึ่งประเทศที่เที่ยวง่ายใครๆก็ไปได้ แถมยังสามารถเที่ยวได้ในทุกฤดู สถานที่เที่ยวครบครัน เที่ยวชมเมืองเก่าสวยๆ เสพธรรมชาติแบบเต็มอิ่มทั้งภูเขาและทะเล ที่สำคัญคือไม่ต้องใช้วีซ่าก็เข้าไปเที่ยวเวียดนามกันได้เลย ใครที่ยังไม่รูจะไปเที่ยวประเทศไหนดี ขอแนะนำให้ลองไปเที่ยวเวียดนามแล้วจะหลงรัก ทัวร์เวียดนาม ราคาเริ่มต้น 7,999 บาท 6.เซี่ยงไฮ้, จีน พิกัด: Shanghai,China เซี่ยงไฮ้ เมืองศูนย์กลางทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของจีน ใช่แล้วครับใครที่คิดว่าไปเที่ยวจีนแล้วจะลำบาก บอกเลยว่าไม่ใช่ที่เมืองเซี่ยงไฮ้อย่างแน่นอน เพราะที่เซี่ยงไฮ้นั้นมีระบบขนส่งมวลชนทั่วเมือง ปลอดภัย เดินทางสะดวก ปลอดภัย และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นตึกสวยๆ สไตล์ยุโรป ถนนสายช้อปปิ้ง วัดเก่าแก่ ธรรมชาติ และสวนสนุกชื่อดังอย่างเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ ใครที่อยากรู้ว่าเซี่ยงไฮ้จะเจริญรุ่งเรืองทันสมัยแค่ไหน ก็ต้องลองมาเที่ยวเซี่ยงไฮ้ดู แล้วจะรู้ว่าเค้ามีดีอะไร ทัวร์เซี่ยงไฮ้ ราคาเริ่มต้น 7,999 บาท 7.บาหลี, อินโดนีเซีย พิกัด: Bali บาหลี ทริปในฝันที่ขาลุยรอคอย! อินโดนีเซียประเทศหมู่เกาะที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทะเลสวย น้ำใส ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของโบราณสถานและวัด ที่เป็นตัวแทนศิลปะและวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างฮินดูและจีนได้อย่างตัว แถมค่ากินค่าเที่ยวที่นี่ก็ไม่แพง ผู้คนอัธยาศัยดีมากๆ ไม่ว่าจะคนท้องถิ่นเองหรือนักท่องเที่ยว สนุกจนไม่อยากกลับบ้านเลยขอบอก ทัวร์บาหลี ราคาเริ่มต้น 9,999 บาท 8.สิงคโปร์ พิกัด: Singapore เชื่อเลยว่า สิงคโปร์ จะต้องเป็นที่แรกที่เราทุกคนต้องมีอยู่ในเช็คลิสของการไปเที่ยวต่างประเทศอย่างแน่นอน แม้ สิงคโปร์ จะเป็นหนึ่งในประเทศที่ค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก แต่ถ้าใครที่เพิ่งเที่ยวต่างประเทศเป็นครั้งแรก สิงคโปร์ก็เป็นประเทศที่เที่ยวได้ง่ายที่สุด แถม มีโปรตั๋วเครื่องบินถูกออกมาล่อตาล่อใจกันแบบถี่ยิบ ที่พักก็มีให้เลือกหลากหลายระดับในราคาไม่แพง ทัวร์สิงคโปร์ก็ราคาแสนจะถูก อาหารก็อร่อยมากมาย อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกเพียบ ส่วนใครที่ชอบช้อปปิ้งก็สามารถมาช้อปกระจายกันได้เลย ลองมาสักครั้งรับรองว่าต้องกลับอีกแน่นอน ทัวร์สิงคโปร์ ราคาเริ่มต้น 8,888 บาท 9.ไต้หวัน พิกัด: Taiwan ใครที่รักการกินเป็นชีวิตจิตใจ ชอบเที่ยวธรรมชาติ อาหารอร่อย ช้อปปิ้งสนุก ไต้หวัน จุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวมือใหม่ และนักท่องเที่ยวขาประจำที่ไปกี่ทีก็ไม่เคยเบื่อ ยิ่งใครเป็นสายกิน มาทัวร์หวันไม่มีผิดหวัง เพราะไต้หวันนั้นขึ้นชื่อเรื่องสตรีทฟู้ดเป็นที่สุด รวมไปถึงที่เที่ยวมากมาย แลนด์มาร์คเด็ดๆ ธรรมชาติสวยๆ รอให้เราได้ไปเที่ยวไต้หวันกันสักครั้ง แถมทัวร์ไต้หวันนั้นยังราคาถูกมากๆอีกด้วย ทัวร์ไต้หวัน ราคาเริ่มต้น 9,999 บาท 10.ลาว พิกัด: Laos ปิดท้ายด้วยประเทศเพื่อนอีกหนึ่งประเทศนั่นคือ ลาว นั่นเอง ประเทศเพื่อนบ้านที่น่าเที่ยวอีกที่หนึ่งด้วยความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ สถาปัตยกรรมต่างๆ ทั้งวังเวียงและหลวงพระบาง ที่ดีที่สุดคือการเดินทางเที่ยวลาวนั้นง่ายมาก ไม่ว่าจะขับรถ นั่งเรือ หรือสบายหน่อยต้องเครื่องบิน แถมค่าใช้จ่ายก็ไม่แพง ที่สำคัญคนลาวสามารถใช้ภาษาไทยสื่อสารได้และยังอัธยาศัยดีอีกต่างหากทำให้นักท่องเที่ยวนั้นนิยมเดินทางไปเที่ยวลาวกันมากขึ้น ทัวร์ลาว ราคาเริ่มต้น 11,888 บาท ครบแล้วสำหรับ 10 ทัวร์ต่างประเทศราคาเบาๆ งบน้อยแบบเราก็ไปเที่ยวได้ แถมไปกับทัวร์ก็หมดห่วงเรื่องการเดินทาง ภาษา และงบประมาณ มาถึงตรงนี้ใครยังไม่รู้จะไปไหน ทัวร์ครับก็มีทัวร์ต่างประเทศราคาสุดคุ้มมาให้เลือกอีกมากมายให้ได้เลือกตามใจกันเลย >> คลิกดูทัวร์ต่างประเทศราคาถูกอื่นๆ <<
เก็บไว้ตามรอย ! เที่ยวญี่ปุ่น 4 เส้นทางยอดฮิตที่ไม่ควรพลาด
พาเที่ยว
เก็บไว้ตามรอย ! เที่ยวญี่ปุ่น 4 เส้นทางยอดฮิตที่ไม่ควรพลาด
ประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในชื่อประเทศท่องเที่ยวที่หนึ่งในใจของคนไทยหลายคน ไม่ว่าจะไปกี่ทีก็ไม่มีเบื่อ ไปแล้วไปอีกไม่เคยพอ แถมยังเดินทางไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะฤดูไหนๆ การเดินทางในประเทศญี่ปุ่นก็สะดวกสบาย แต่ละสถานที่มีป้ายบอกชัดเจน ทำให้ไปเที่ยวเองได้ไม่ยาก ล่าสุดญี่ปุ่นเปิดฟรีวีซ่า แถมสายการบินก็แข่งกัน ทำโปรโมชั่น ทัวร์ญี่ปุ่นก็อยู่ในราคาที่เอื้อมถึง ทำให้การไปญี่ปุ่นเป็นเรื่องง่ายขึ้นเยอะ แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มวางแผนอย่างไร จะไปเที่ยวญี่ปุ่นเมืองไหนดี วันนี้ทัวร์ครับก็ได้คัด 4 เส้นทางยอดฮิตพร้อมบอกสถานที่เที่ยวในทริปญี่ปุ่นให้ได้ตามรอยกันง่ายๆ พร้องแล้วตามมาเซฟข้อมูลกันได้เลยยย จองทัวร์ญี่ปุ่น กับ ทัวร์ครับ คลิกเลย ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวโตเกียว สถานที่เที่ยวญี่ปุ่น โตเกียวที่ต้องไปเก็บให้ครบ วัดอาซากุสะ วัดชื่อดังที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และได้รับความเคารพนับถือมากที่สุดในโตเกียว ภายในประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิมทองคำ ที่ผู้คนเดินทางมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นที่ตั้งของโคมไฟยักษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งแขวนห้อยอยู่ ณ ประตูทางเข้าที่อยู่ด้านหน้าสุดของวัด จุดไฮไลท์ยอดนิยมในการถ่ายรูปเช็คอินของโตเกียวเลยล่ะ พิกัด: Asakusa ถนนนากามิเซะ ถนนคนเดินใกล้ๆวัดอาซากุซะ ที่ตั้งของร้านค้าขายของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ มากมาย อาทิ ขนมนานาชนิด ของเล่น รองเท้า พวงกุญแจที่ระลึก ฯลฯ ให้เราได้เลือกซื้อเป็นของฝากของที่ระลึกจากโตเกียว พิกัด: Nakamise Shopping Street โตเกียวสกาย ทรี แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงโตเกียว ณ ริมแม่น้ำสุมิดะ โตเกียวสกาย ทรี ที่สามารถมองเห็นได้วิวความสวยงามจากทุกหนทุกแห่งของเมืองโตเกียว ถือว่าเป้นจุดเช็คอินอีกแห่งที่คนไปโตเกียวไม่ควรพลาด พิกัด: Tokyo Skytree ย่านโอไดบะ แหล่งช้อปปิ้ง และแหล่งบันเทิงในโตเกียว นอกจากเป็นแหล่งช้อปปิ้งแล้วย่านโอไดบะยังมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามตั้งอยู่มากมายแล้ว แต่ก็ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่สีเขียวอีกด้วย พิกัด: Odaiba ฟูจิเท็น สกีรีสอร์ท ลานสกีญี่ปุ่รชื่อดัง มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิสุดอลังการ เพลิดเพลินกับการเล่นสกี กระดานเลื่อน สำหรับสาวๆที่ไม่อยากเล่นสกี ก็มีมุมถ่ายรูปสวยๆให้ถ่ายรูปกันด้วยนะครับ พิกัด: Fujiten Snow Resort หมู่บ้านโอชิโนะฮักไก แหล่งนํ้าตามธรรมชาติตั้งอยู่ในหมู่บ้านโอชิโนะ สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ และไอเย็นจากแหล่งนํ้าธรรมชาติและที่สำคัญหมู่บ้านโอชิโนะยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าโอท็อปชั้นเยี่ยมอีกด้วย พิกัด: Oshino Hakkai Village ย่านช้อปปิ้งชินจุกุ แหล่งช้อปปิ้งที่ใครมาเที่ยวโตเกียวต้องห้ามพลาด เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งสินค้ามากมาย ตั้งแต่ เครื่องใช้ ไฟฟ้า กล้องถ่ายรูปดิจิตอล นาฬิกา เครื่องเล่นเกมส์ กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า แบรนด์เนม เครื่องสำอางยี่ห้อดังของญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็น KOSE, KANEBO, SK II, SHISEDO และอื่นๆ อีกมากมาย แลกเงินมาเท่าไหร่ก็ไม่พอนะบอกก่อน พิกัด: Shinjuku ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวโอซาก้า ทาคายาม่า เกียวโต สถานที่เที่ยวญี่ปุ่น โอซาก้า ทาคายาม่า เกียวโต ที่ต้องไปเก็บให้ครบ วัดคินคะคุจิ เริ่มกันที่ทัวร์เกียวโตกับวัดคินคะคุจิที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า วัดทอง เนื่องจากที่วัดนี้จะมีอาคารหลักเป็นสีทองเกือบทั้งหลังตั้งโดดเด่นอยู่กลางน้ำ ทำให้เกิดเป็นเงาสะท้อนกับพื้นน้ำเบื้องหน้า จนเกิดเป็นภาพที่สวยงามเป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งของเมืองเกียวโต พิกัด: Kinkakuji ศาลเจ้าเฮอัน ศาลเจ้าเฮอันถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ระลึกถึงจักรพรรดิคามมุและจักรพรรดิ์โคเมอิ ผู้ที่มีความสำคัญต่อเมืองเกียวโต สถาปัตยกรรมของศาลเจ้าเฮอันนั้นเมื่อเทียบกันแล้วค่อนข้างจะโดดเด่นจากศาลเจ้าอื่นๆของญี่ปุ่น ภายในศาลเจ้าจะมีส่วนที่เป็นสวนขนาดใหญ่ที่มีต้นซากุระอยู่มากมาย ทำให้ศาลเจ้าเฮอันเป็นจุดชมซากุระที่มีชื่อเสียงของเมืองเกียวโตด้วย หากอย่างไปชมซากุระให้ไปช่วงมีนาคม-เมษายน พิกัด: Heian Shrine เมืองนาโกย่า เมืองที่ใหญ่ที่สุดในภาคชูบุ และมีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองเอกของจังหวัดไอจิและเป็นหนึ่งในเมืองท่าหลักของญี่ปุ่น ปัจจุบันจัดเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญ เป็นเมืองอุตสาหกรรม โดยมีฐานการผลิตรถยนต์, ยานอวกาศ, เครื่องจักร, เซรามิก ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจให้ท่านมาเที่ยวชมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี พิกัด: Nagoya เทศกาลแสงสี Nabana no Sato Winter Illumination ธีมพาร์คสวนดอกไม้ ที่มีทุ่งดอกไม้ให้ชมตลอดทั้ง 4 ฤดูกาล สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงตลอดจนถึงปลายฤดูหนาว ช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม จะได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ เนื่องจากมีการประดับไฟขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น พิกัด: Nabana no Sato Winter Illumination ทาคายาม่า เมืองเก่าแก่อยู่ในหุบเขาล้อมรอบด้วยเทือกเขาเจแปนแอลป์ เยือน ซันมาชิซูจิ หมู่บ้านอนุรักษ์ ที่ถูกขนานนามไว้ว่าเป็น ลิตเติ้ลเกียวโต หรือ เกียวโตน้อย เป็นเมืองเก่าแก่ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ซึ่งอารยธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีในอดีตของชาวญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์ บ้านเรือนสร้างขึ้นด้วยไม้แบบโบราณ บรรยากาศเก่าแก่ อายุเป็นร้อยๆปี พิกัด: Takayama ชิราคาวาโกะ ชิราคาวาโกะ มรดกโลกทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น เป็นหมู่บ้านชาวนาที่มีรูปร่างแปลกตาติดอันดับ The most beautiful village in Japan และเป็นเมืองมรดกโลกที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง พิกัด: Shirakawa-go ปราสาทโอซาก้า เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองโอซาก้า หอคอยปราสาทจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 8 ชั้น ตัวปราสาทถูกล้อมรอบด้วยกำแพงหินคอนกรีต, คูน้ำ และสวนนิชิโนมารุซึ่งอยู่ทางป้อมตะวักตก ความงดงามของปราสาท ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโอซาก้า ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างให้ความสนใจที่จะมาเยือนและชมตลอดทั้งปี พิกัด: Osaka Castle ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวเซนได สถานที่เที่ยวญี่ปุ่น เซนได ที่ต้องไปเก็บให้ครบ วัดจูซนจิ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองฮิราอิซูมิ ก่อตั้งขึ้นในปี 850 เป็นวัดของพระพุทธศาสนานิกายเทนได ประกอบด้วยอาคารต่างๆ สิบกว่าหลังในพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่หลังจากการล่มสลายของตระกูลฟูจิวาระในปลายศตวรรษที่ 12 ปัจจุบันจึงเหลืออาคารดั้งเดิมเพียง 2 หลัง บริเวณที่ตั้งของวัดชูซนจินั้น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2011 อีกด้วย พิกัด: Chuson-ji หมู่บ้านเอะสะชิ ฟูจิวาระ หมู่บ้านโบราณในบรรยากาศประวัติศาสตร์สมัยเฮอัน เป็นสถานที่สำหรับถ่ายภาพยนต์ ละครทีวี มากกว่า 200 เรื่องด้วยกัน นอกจากจะเดินชมบรรยากาศสไตล์ย้อนยุคแล้วนั้น ภายในยังมีกิจกรรมสนุกๆ อีกมากมาย เช่น การแต่งกายเป็นขุนนางสมัยเฮอัน การแต่งกายแบบซามูไร โดยทดลองสวมเกราะแบบซามูไร การลองฝึกยิงธนู นอกจากนี้ยังมีโซนถ่ายภาพแบบ ART 3 มิติ อีกด้วย พิกัด: Esashi Fujiwara Heritage Park ปราสาทสึรุงะ หรือ ปราสาทนกกระเรียน เป็นปราสาทเพียงแห่งเดียวที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นไว้ ปราสาทหลังคาสีเเดงอันเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองไอสุวาคามัทซึ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟไอสุวาคามัทซึ เดิมมีชื่อว่า ปราสาทคุโระคะวะ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1384 โดยตระกูลอะชินะ แต่เกิดแผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 1611 ทำให้ปราสาทเสียหายหนักและได้มีการบูรณะและปรับจากปราสาท 7 ชั้น เหลือเพียง 5 ชั้นเท่านั้น ปราสาทแห่งนี้ ถือเป็นอนุสรณ์สถานที่ยังทิ้งร่องรอยของเหล่านักรบซามูไรกลุ่มสุดท้ายในญี่ปุ่น ที่ได้เลือกปลิดชีพตัวเองลง ณ สถานที่นี้ (ไม่รวมค่าเข้าชมท่านละ 410 เยน) พิกัด: Tsuruga Castle Fukushima หมู่บ้านโออุจิ จูคุ บ้านโบราณที่อดีตเคยเป็นเมืองสำคัญในยุคเอโดะถูกสร้างเมื่อหลายร้อยปีก่อน เป็นบ้านชาวนาญี่ปุ่นโบราณที่มุงหลังคาทรงหญ้าคาหนาๆ เรียงรายกันสองฝั่งกินระยะทางประมาณ 500 เมตร โดยรวมมีบ้านโบราณประมาณ 40-50 หลัง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์สิ่งปลูกสร้างอันทรงคุณค่าของชาติ ซึ่งในปัจจุบันหมู่บ้านโบราณหลายหลังในโออุจิ จูคุได้รับการบูรณะใหม่ จนกลายเป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านค้าขายสินค้าพื้นเมือง ร้านอาหารและที่พักแบบญี่ปุ่นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว (ไม่รวมค่าเข้าชม โออุจิจูคุ มะชินะมิ เท็นจิคัง ท่านละ 250 เยน) พิกัด: Ouchi-Juku ทะเลสาบอินาวะชิโระ เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่เมืองอินะวะชิโระ ใจกลางของจังหวัดฟุคุชิมะ และเป็นทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติบันได อะซะฮี ซึ่งเป็นเทือกเขาที่มีชื่อเสียงในแถบนี้ ทะเลสาบอินะวะชิโระเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ทำให้น้ำมีลักษณะของธาตุที่เป็นกรดจนสิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ใต้น้ำได้ ส่งผลให้น้ำใสจนได้รับขนานนามว่า “ทะเลสาบแห่งกระจกสวรรค์” พิกัด: Lake Inawashiro หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกซาโอะ มีอาณาบริเวณถึง 18,000 ตารางฟุต รวบรวมเอาสุนักจิ้งจอกหลายหลายสายพันธ์ หลากสี ที่ญี่ปุ่นนั้นเชื่อว่าจิ้งจอกเป็นผู้ส่งสารของ Inari Okami เทพเจ้าชินโตด้านความอุดมสมบูรณ์ ที่นี่แบ่งออกเป็นสองโซน คือโซนสัตว์ที่อยู่ในกรง มีทั้ง แพะ แกะ กระต่าย ม้า สุนัขจิ้งจอก ซึ่งสามารถให้อาหารได้ กับโซนเปิดที่มีจิ้งจอกเดินไปมา อิสระให้ท่านชมความน่ารัก ขนฟูตัวนุ่มของสุนัขจิ้งจอกตามอัธยาศัย พิกัด: Zao Fox Village ภูเขาซาโอะ เป็นภูเขาไฟที่ตั้งอยู่เป็นแนวกันพรมแดนระหว่าง Yamagata กับ Miyagi ของภูมิภาคโทโฮคุ ทางฝั่งจังหวัดยามากาตะ และเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวในการมาชมทัศนียภาพอันงดงามตลอดทั้งปี ในช่วงฤดูหนาวหิมะจะปกคลุมทั่วพื้นที่เป็นสีขาวโพลน ชมปีศาจหิมะ หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า จูเฮียว ซึ่งเป็นน้ำแข็งที่เกิดจากจะสะสมของหิมะที่ตกลงมาจนก่อตัวเป็นรูปร่างต่างๆ พออยู่รวมๆ กัน ดูราวคล้ายกับปีศาจ และในเวลากลางคืนยังมีการเปิดไฟไลท์อัพเพิ่มความสวยงามอีกด้วย พิกัด: Mount Zao ซากปราสาทเซนได หรือ ปราสาทอาโอบะ สร้างขึ้นในปี 1600 โดยขุนนางนามว่า ดาเตะ มาซามูเนะ สร้างขึ้นสำหรับป้องกันเมือง ปราสาทแห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำ ภูเขาและป่าซึ่งยังคงอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ แม้ปัจจุบันเหลือเพียงเศษซาก แต่กำแพงหินและประตูนั้นได้รับการบูรณะขึ้นใหม่อีกครั้ง จากทำเลที่ตั้งของบริเวณปราสาท ท่านสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่งดงามของเมืองเซนได พิกัด: Aoba Castle ช้อปปิ้งที่มิตซุย เอ้าท์เล็ต ศูนย์รวมแฟชั่นทันสมัยแหล่งรวมพลของสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังจากทั่วโลกประกอบด้วยแบรนด์ดังถึง 128 แบรนด์ เพียบพร้อมด้วยสินค้าสำหรับทุกคนตั้งแต่สินค้าแฟชั่นหญิงชาย และเด็ก จนถึงอุปกรณ์กีฬา และสินค้าทั่วไป นอกจากนี้ภายในห้าง ยังมีศูนย์อาหารขนาดใหญ่ ที่จุได้ 650 ที่นั่ง และมี Hokkaido Roko Farm Bridge ซี่งเป็นพื้นที่ที่มีสินค้าท้องถิ่นและสินค้าจากฟาร์มสดมาขายอีกด้วย พิกัด: Mitsui Outlet Park ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวฮอกไกโด สถานที่เที่ยวญี่ปุ่น ฮอกไกโด ที่ต้องไปเก็บให้ครบ หมู่บ้านราเมน หมู่บ้านชื่อดังของเกาะฮอกไกโด นับย้อนหลังไปตั้งแต่สมัยต้นโชวะ ซึ่งช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ถือกำเนิดราเมนขึ้น ณ เมืองซัปโปโรโดยการผสมผสานบะหมี่หลากหลายชนิดของประเทศจีนเข้าด้วยกัน และต่อมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เสร็จสิ้นลงราเมนของเมืองอาซาฮิกาว่า ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน พิกัด: Asahikawa Ramen Village สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า ซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งในแต่ละปีจะมีผู้เข้าชมความน่ารักของสัตว์ต่างๆ ที่ไม่ได้ถูกกักขังในกรงแบบที่ท่านเคยเห็นในสวนสัตว์ทั่ว ๆ ไปถึงกว่าปีละ 3 ล้านคนจากทั่วโลก โดยสวนสัตว์แห่งนี้ได้มีแนวความคิดที่ว่า สัตว์ต่างๆ ควรที่จะอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและเป็นไปตามธรรมชาติของสัตว์นั้นๆ จึงทำให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของสัตว์แต่ละประเภท อาทิเช่น หมีขาวจากขั้วโลก นกเพนกวินสายพันธุ์ต่างๆ รวมถึงครอบครัวลิงอุลังอุตังแสนรู้ พิกัด: Asahiyama Zoo คลองโอตารุ คลองโอตารุเป็นคลองที่เกิดขึ้นจากการถมทะเล สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1923 เพื่อเป็นเส้นทางขนถ่ายสินค้าจากเรือใหญ่สู่โกดังในเมือง ภายหลังเลิกใช้จึงถมคลองครึ่งหนึ่งเป็นถนนสำหรับนักท่องเที่ยวแทนโกดังต่างๆ ซึ่งเป็นอาคารอิฐสีแดงจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง และได้ปรับปรุงเป็นร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกนั่นเอง พิกัด: Otaru พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ซึ่งมีอายุเกือบร้อยปี ท่านสามารถชมกล่องดนตรีในรูปแบบต่างๆ สวยงามมากมายที่ถูกสะสมมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถเลือกคิดแบบทำกล่องดนตรีในสไตล์ของตัวเองขึ้นมาเป็นที่ระลึกหรือเป็นของฝากให้คนรักได้อีกด้วย พิกัด: Otaru Music Box Museum ทานุกิโคจิ เป็นแหล่งช้อปปิ้งอาเขตบนถนนคนเดินที่มีหลังคามุงบังแดดบังฝนและหิมะ มีความยาว 7 บล็อกถนน มีร้านค้าตั้งเรียงรายอยู่กว่า 200 ร้านค้า Susukin มีร้าน BIG CAMERA จำหน่ายกล้องดิจิตอล, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์, ร้าน100เยน, ร้านUNIQLO ขายเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่น, ร้าน MATSUMOTO KIYOSHI ขายยาและเครื่องสำอาง พิกัด: Tanukikoji ตลาดปลานิโจ ตลาดอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดของเมืองซัปโปโร ตลาดปลาแห่งนี้ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1903 และตลาดแห่งนี้รู้จักกันในนาม “ครัวทะเลของชาวเมืองซัปโปโร” เพราะสัตว์ทะเลที่จับได้ส่วนใหญ่จะหาได้จากทะเลแถบนี้ทั้งสิ้น ซึ่งจะมีความสดมากเหมือนไปเดินซื้อที่ ท่าเรือเลยทีเดียว ลูกค้าส่วนใหญ่จะมีทั้งนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศรวมถึงชาวบ้านเข้า มาจับจ่ายใช้สอยกันเสมอ ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่อง ไข่หอยเม่นและไข่ปลาแซลมอน พิกัด: Nijo Fish Market จิโกคุดานิ หรือ หุบเขานรก ภายในบริเวณนี้ประกอบไปด้วยบ่อน้ำพุร้อนและบ่อโคลนเดือดเกิดขึ้นตามธรรมชาติ จากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อหนึ่งพันปีก่อน ทำให้มีลักษณะคล้ายกระทะทองแดง ซึ่งจะมีควันพวยพุ่งอยู่ตลอดเวลา จากใต้พิภพ พิกัด: Jigokudani noboribetsu สำหรับใครยังไม่จุใจกับสถานที่เที่ยวญี่ปุ่น 4 เส้นทางยอดฮิต ทัวร์ครับเราก็ยังมีเส้นทางการเที่ยวประเทศญี่ปุ่นมาแนะนำอีกมากมาย ไปเที่ยวเองตามรอยก็ได้ไปกับทัวร์ก็สนุกสะดวกสบายไปอีกแบบ บอกเลยว่าถ้าได้ไปเที่ยวญ๊่ปุ่นสักครั้งแล้วจะติดใจ ไปแล้วไปอีกอย่างแน่นอน
เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี ที่นี่มีคำตอบ มาดูกันเลย
พาเที่ยว
เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี ที่นี่มีคำตอบ มาดูกันเลย
ถ้าพูดถึงเรื่องเทรนด์การเที่ยวต่างประเทศแล้วละก็คงหนีไม่พ้นชื่อนี้กันอย่างแน่นอน ใช่แล้วที่นั่นคือ “จอร์เจีย” นั่นเอง ซึ่งตอนนี้กระแสมาแรงแซงทางโค้งในโลกโซเชียลกันเลยล่ะ เพราะด้วยความสวยงามของธรรมชาติ และ วัฒนธรรมที่อยู่มาตั้งแต่สมัยโบราณ หนึ่งประเทศที่เป็นดั่งเพชรเม็ดงามไม่แพ้ที่ใด จนทำให้นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาชมความสวยงามนี้และแชร์กันไปจนติดเทรนด์ท่องเที่ยวนั่นเอง หากเพื่อนๆคนไหนสนใจทัวร์จอร์เจีย ราคาสุดคุ้ม คลิกดูได้ที่นี่ ทำความรู้จักประเทศจอร์เจีย จอร์เจีย ประเทศเล็กๆอยู่แถวเทือกเขาคอเคซัสตอนใต้ ประเทศจอร์เจีย มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี ทางเหนือของประเทศจอร์เจียนั้นติดกับประเทศรัสเซีย ทางใต้ติดกับประเทศตุรกี ประเทศอาร์มีเนีย และประเทศอาเซอร์ไบจาน นอกจากจอร์เจียนั้นมีภูมิประเทศที่สวยงามและภาษาที่เก่าแก่แล้ว จอร์เจียยังมีวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอีกด้วย แม้จอร์เจียจะตั้งอยู่ในเอเชียแต่สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมนั้นสวยงามเหมือนกับทวีปยุโรป นอกจากนี้ค่าเงินของจอร์เจียนั้นนับบว่าอยู่ในระดับที่นักท่องเที่ยวอย่างเรารับได้ และค่าครองชีพก็ไม่สูงมากนัก จึงเป็นเส้นทางใหม่ที่นักท่องเทียวต่างใฝ่ฝัน แถมยังเดินทางจากประเทศไทยไปจอร์เจียใช้เวลาเพียง 11-12 ชั่วโมงเท่านั้น เที่ยวจอร์เจีย ได้ทุกเดือน ไม่ต้องขอวีซ่า ! ใช่แล้วครับ เพราะประเทศจอร์เจียเป็นอีกหนึ่งประเทศใน 32 ประเทศที่คนไทยสามารถเดินทางไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า โดยผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถเข้าไปเที่ยวในประเทศจอร์เจียได้เป็นระยะเวลายาวๆถึง 365 วัน !! ถึงแม้จะไม่ต้องขอวีซ่าแต่ถ้าลืมนำพาสปอตไปก็เข้าประเทศไม่ได้นะครับ อย่าลืมเช็คให้ดีๆล่ะ เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี ??? มาถึงคำถามที่ใครๆก็อยากรู้คำตอบว่า เราจะไปเที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี เพราะเราไม่รู้ว่าไปช่วงไหนจะเจออากาศแบบไหน เป็นสิ่งที่ควรรู้ก่อนไปเที่ยวจอร์เจียได้อย่างดีเลยล่ะครับ ซึ่งประเทศจอร์เจียนั้น มีอยู่ 4 ฤดูเหมือนประเทศยุโรปทั่วไปเลยครับ ซึ่งในแต่ละฤดู ในแต่ละช่วงเดือนก็มีความสวยงามแตกต่างกันไป ชอบเที่ยวฤดูไหนไปดูกันเลย เที่ยวจอร์เจีย ฤดูหนาว (เดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์) เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี ถ้าใครอยากสัมผัสหิมะหรือเล่นสกี แน่นอนว่ามาช่วงฤดูหนาวได้เลย เพราะจอร์เจีย เป็นอีกจุดหมายปลายทางของคนเล่นสกีนั่นเอง ช่วงฤดูหนาวนี้สกีรีสอร์ทนั้นส่วนใหญ่จะถูกจองเต็มกันหมด จอร์เจีย ฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวจัด อุณหภูมิเลขตัวเดียวไปจนถึงเลขติดลบ ข้อเสียของการเที่ยวจอร์เจียช่วง ฤดูหนาวคือ ใช้ชีวิตลำบากถ้าวันไหนหิมะตกหนัก ถนนปิดบ้างจากกองหิมะขว้างถนน และช่วงกลางวันจะสั้นมาก มืดเร็ว แต่ถ้าใครอยากเจอหิมะ มาเล่นสกี ฤดูหนาวนี่แหละเหมาะที่สุด เที่ยวจอร์เจีย ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม - พฤษภาคม) เที่ยวจอร์เจียในฤดูใบไม้ผลิ อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้น อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 10-24 องศา เที่ยวจอร์เจีย ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูที่คนไทยชอบมากที่สุด ด้วยอากาศที่เย็นสบายตอนกลางวัน ตกดึกอากาศจะหนาวตามลำดับ เวลาเดินตามเวลาปกติ เป็นช่วงที่ดอกไม้ใบไม้เริ่มผลิดอกออกใบ ตามภูเขาที่สูงยังมีหิมะขาวโพลน ใครที่พลาดเล่นสกีช่วงฤดูหนาว มาฤดูก็ยังทันนะ เที่ยวจอร์เจีย ฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน - สิงหาคม) เที่ยวจอร์เจีย ฤดูร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 16-31 องศา ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะที่สุดและเป็น High Season ของจอร์เจีย ข้อดีของช่วงฤดูร้อนนี้ก็คือ กลางวันนาน เที่ยวได้นานตลอดทั้งวัน มีแสงถ่ายรูปทั้งวัน และไม่ค่อยเจอฝน ไม่เจอปัญหาหิมะถล่ม และอีกหนึ่งไฮไลท์ในฤดูร้อนของที่นี่ก็คือผลไม้หลากหลายชนิด เช่น พีช เบอร์รี่ เชอร์รี่ องุ่น ที่ออกมาให้ทานกันสดๆ หวาน อร่อย และราคาถูกมาก เที่ยวจอร์เจีย ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน - พฤศจิกายน) เที่ยวจอร์เจีย ฤดูใบไม้ร่วง อากาศในฤดูนี้จะเย็นสบายไปทางเริ่มหนาว ฤดูนี้ค่อนข้างคล้ายกับฤดูใบไม้ผลิช่วงนี้ใบไม้จะออกสีโทนจะส้มๆ ใบไม้เริ่มแห้งเพื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ช่วงนี้อากาศจากเย็นตอนกลางวัน แล้วหนาวเลขตัวเดียวตอนกลางคืน มาพร้อมกับวิวของต้นไม้ตามภูเขาที่กำลังเปลี่ยนสีเพื่อเตรียมต้อนรับฤดูหนาว ที่จริงแล้วจอร์เจียสามารถเที่ยวได้ทุกฤดู อยู่ที่ว่าชอบอากาศแบบไหนมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะรู้ใจตัวเองแล้วว่าอยากไปเที่ยวจอร์เจียเดือนไหนดี และพร้อมกับการไปเที่ยวจอร์เจียมากขึ้น สถานที่เที่ยวจอร์เจีย แนะนำ 1.ทบิลิซี แผนที่: Tbilisi ทบิลิซีคือเมืองหลวงของประเทศจอร์เจียและเป็นจุดหมายหลักในการเริ่มต้นสำรวจประเทศน่าเที่ยวแห่งนี้ เสน่ห์ของทบิลิซีคือการรักษาเอกลักษณ์ของเมืองเก่าที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 5 ควบคู่ไปกับการพัฒนาบ้านเมืองให้ทันสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตัวเมืองตั้งอยู่ในหุบเขาถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งโดยแม่น้ำมิกวาริ อาคารบ้านเรือนของที่นี่สวยงาม ตัวบ้านทาสีพาสเทลหลังคาโทนสีส้มสดใส เป็นลักษณะแบบเดียวกันทุกพื้นที่คล้ายกับประเทศฝั่งยุโรป 2.มหาวิหารจวารี แผนที่: Jvari Monastry สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจอร์เจียนับถือสูงสุด โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์ของศานาคริสต์นิกายออโธด๊อก สร้างขึ้นเมื่อคริสตวรรษที่ 6 ภายในโบสถ์มีไม้กางเขนขนาดใหญ่ ซึ่งชาวเมืองกล่าวกันว่า นักบุญนีโน่ หรือแม่ชีนีโน่ แห่งคัปปาโดเกีย ได้นำไม้กางเขนนี้เข้ามาพร้อมกับการเผยแพร่ศาสนาคริสต์เป็นครั้งแรกในช่วงโบราณกาล 3.เทือกเขาคอเคซัส แผนที่: Caucasus Mountains เทือกเขาคอเคซัส เป็นเทือกเขาสูงขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของทวีปยุโรป โดยมียอดเขาเอลบรูสที่มีความสูงกว่า 5,642 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป ทำหน้าที่แบ่งพรมแดนระหว่างทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย ทำให้เกิดกลุ่มประเทศที่อยู่ในสองทวีปขึ้น ซึ่งบนเทือกเขาคอเคซัสในฝั่งประเทศจอร์เจีย มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อาทิ ยอดเขาคาสเบก หนึ่งในภูเขาบนเทือกเขาคอเคซัส ที่เราสามารถขึ้นไปชมวิวได้อย่างสุดลูกหูลูกตา 4.โบสถ์สมินดา ซาเมบา แผนที่: Tsminda Sameba โบสถ์สมินดา ซาเมบา หรืออีกชื่อหนึ่งคือ โบสถ์เกอเกติ เป็นโบสถ์เก่าแก่ของประเทศจอร์เจีย สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 ตั้งอยู่ในเมืองคาสเบกิ บนหน้าผาริมแม่น้ำเชเครี สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 2,000 เมตร ท่ามกลางวิวของเทือกเขาคอเคซัสเป็นฉากหลัง ซึ่งทัศนียภาพที่สวยงามของโบสถ์นี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศจอร์เจียไปอีกที่ที่ไม่ควรพลาด 5.โบสถ์เกอลาติ แผนที่: Gelati Monastery โบสถ์เกอลาติ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของจอร์เจียที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1106 นับว่าเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของยุคทองของเศรษฐกิจและการเมือง ในจอร์เจียช่วงยุคกลางระหว่างศตวรรษที่ 11 และ 13 ตัวโบสถ์โดดเด่นด้วยด้านหน้าของตัวอาคารที่ใช้อิฐบล็อกขนาดใหญ่ ช่องประตูและหน้าต่างโค้งได้สัดส่วนสวยงาม โบสถ์เกอลาติเป็นศูนย์กลางของวิทยาศาสตร์และการศึกษา อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในจอร์เจียโบราณอีกด้วย เรียกได้ว่าจัดหนักจัดเต็มกันทุกที่เลยใช่มั้ยล่ะครับ ทั้งเที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดีและสถานที่เที่ยวจอร์เจียแนะนำ พอจะทำให้เพื่อนๆ เกิดไอเดียในการเที่ยวจอร์เจียได้บ้างไหมเอ่ย หากใครที่กำลังอยากไปเที่ยวจอร์เจีย แต่ไม่อยากไปเที่ยวเองวางแพลนให้ยุ่งยาก ก็จองทัวร์จอร์เจียร์กับทัวร์ครับกันได้เลย
10 ทีมฟุตบอลชื่อดัง ประเทศอังกฤษ
พาเที่ยว
10 ทีมฟุตบอลชื่อดัง ประเทศอังกฤษ
แต่จะว่าไปสโมสรฟุตบอลอังกฤษในตารางพรีเมียร์ลีก (Premium League) คู่ใจแฟนคลับชาวไทยก็มีอยู่หลากหลายทีมในหลากหลายเมืองของอังกฤษ แต่รับประกันได้เลยว่าไม่ว่าจะชื่นชอบฟุตบอลอังกฤษทีมไหนที่อยู่ในเมืองใดก็ตาม ไปเชียร์บอลที่สนามเจ้าถิ่นของทีมในดวงใจแล้วแวะเที่ยวเพลิน ๆ สัมผัสกลิ่นอายและบรรยากาศของเมืองผู้ดีชิลล์ ๆ รับรองว่าฟินแน่นอน เพราะเมืองต่าง ๆ ในประเทศอังกฤษนั้นสวยทุกเมือง ว่าแล้วตามมาส่องกันทางนี้กับ “10 ฟุตบอล ทีมชาติ อังกฤษ ชื่อดัง” มาดูกันว่าแต่ละเมืองของทีมฟุตบอลทีมดังในดวงใจนั้นมีอะไรน่าไปเที่ยวกันบ้าง Let’s go … ถ้าใครได้วันลงท้าแข้งนัดสำคัญ ๆ ของทีมฟุตบอลทีมโปรดในดวงใจกันแล้ว ที่เหลือก็แค่หาทัวร์ดี ๆ ที่มีพร้อมทั้งเรื่องการเข้าชมฟุตบอลนัดสำคัญ และที่เที่ยวเด่น ๆ ของเมืองนั้น ๆ ส่วนจะเลือกทัวร์ชมฟุตบอลและเที่ยวอังกฤษจากทัวร์ไหนดี ต้องนี่เลย หาทัวร์ครบจบที่ทัวร์ครับ ทัวร์ที่ครบทุกแบบทุกสไตล์ที่ใช่สำหรับคุณ จองทัวร์ เที่ยวอังกฤษ กับ ทัวร์ครับ คลิกที่นี่ 1.Manchester United (แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด) ทีมฟุตบอลประจำเมืองแมนเชสเตอร์อันมีชื่อเสียงโด่งดัง โดยเฉพาะในหมู่แฟนฟุตบอลชาวไทย ที่ต้องบอกว่าเป็นสโมสรฟุตบอลอังกฤษที่มีแฟนคลับชาวไทยเป็นจำนวนมาก ติดอันดับ 1 ใน 2 อันดับแรกของสโมสรฟุตบอลอังกฤษที่คนไทยชอบที่สุดเลยก็ว่าได้ เด็กผีทั้งหลายเมื่อได้มีโอกาสมาเยือนสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด (Old Trafford) กันทั้งทีแล้ว มีเวลาเหลือก็ต้องเที่ยวชมบรรยากาศของเมืองแมนเชสเตอร์กันซะหน่อย กับบรรยากาศของเมืองใหญ่เก่าสุดคลาสสิค ชิค ๆ ทางตอนเหนือของอังกฤษแต่ก็มีความทันสมัยไม่แพ้กรุงลอนดอน พิกัด : Manchester สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำเมืองแมนเชสเตอร์ (Manchester) Albert Square (จัตุรัสอัลเบิร์ต) พิกัดจัตุรัสใจกลางเมือง อันเป็นศูนย์กลางการพบปะสังสรรค์ และเทศกาลสำคัญ ๆ ของเมืองแมนเชสเตอร์ ท่ามกลางสถาปัตยกรรมเก่าแก่สไตล์วิกตอเรียและนีโอโกธิคดั้งเดิมอายุมากกว่า 100 ปี ในกลิ่นอายของเมืองแมนเชสเตอร์ที่แท้ทรูฉบับออริจินอล ทั้งยังเป็นที่ตั้งใจกลางของอาคารมรดกโลกที่โอบล้อมตัวจัตุรัสไว้ทั้ง 3 ด้าน พิกัด : Albert Square Northern Quarter (นอร์ทควอเตอร์) ย่านฮิปสเตอร์สุดชิคชื่อดังของเมืองแมนเชสเตอร์ ซึ่งรายล้อมไปด้วยบรรยากาศฮิป ๆ ของร้านอาหาร คาเฟ่น่ารัก ๆ และร้านค้าชิค ๆ อันเป็นศูนย์รวมสินค้าแฮนเมดเก๋ ๆ ทำมือที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย พิกัด : Northern Quarter 2.Liverpool (ลิเวอร์พูล) ทีมฟุตบอลอังกฤษประจำเมืองลิเวอร์พูลชื่อเดียวกับชื่อทีม ทีมคู่ปรับตัวฉกาจของทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และยังเป็นสโมสรฟุตบอลอังกฤษที่ครองใจแฟนบอลชาวไทยเป็นอันดับต้น ๆ อีกหนึ่งสโมสรด้วย สำหรับเด็กหงส์ที่เตรียมตัวพร้อมไปป่าวประกาศเสียงเชียร์ให้กึกก้องสนามแอนฟีลด์ (Anfield) กันแล้ว ก็ควรต้องต่อยอดความสนุกด้วยบรรยากาศสวย ๆ ของเมืองลิเวอร์พูลต่อกันสักหน่อย เพราะที่ลิเวอร์พูล You’ll never walk alone จริงมั้ย กับเมืองท่าหลักเก่าแก่สุดคลาสสิคทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษกันที่ลิเวอร์พูล ด้วยธรรมชาติและสถาปัตยกรรมอันงดงามของเมืองแห่งนี้ พิกัด : Liverpool สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำเมืองลิเวอร์พลู (Liverpool) Albert Dock (ท่าเรืออัลเบิร์ต) ท่าเรือเก่าแก่ริมน้ำที่โดดเด่นด้วยโครงสร้างดั้งเดิมที่ถูกสร้างมาจากเหล็กและอิฐ ในสถาปัตยกรรมสไตล์วิคตอเรียแบบฉบับเมืองผู้ดีแท้ ๆ ที่ภายหลังถูกบูรณะให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งรวบร้านอาหาร คาแฟ่ และร้านค้าสุดชิค ที่ยังคงกลิ่นอายและคาแรคเตอร์สุดคลาสสิคแบบเดิม ๆ เอาไว้ได้อย่างลงตัว พิกัด : Albert Dock The Beatles Statue รูปปั้นโลหะของ 4 หนุ่มวง The Beatles กับวง Rock star ที่โด่งดังชื่อก้องโลก ตั้งอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือ Pier Head ท่ามกลางบรรยากาศของเมืองสุดคลาสสิค และสถาปัตยกรรมสไตล์วิคตอเรียในฉบับเมืองผู้ดีกลางเมืองลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นพิกัดต้องเช็คอินของแฟนเพลงร็อคระดับโลกอย่างวง The Beatles ที่เมืองบ้านเกิดของนักร้องวงร็อคทั้ง 4 หนุ่ม พิกัด : The Beatles Statue 3.Chelsea (เชลซี) อีกหนึ่งสโมรฟุตบอลทีมดังของประเทศอังกฤษ อันเป็นทีมประจำเมืองหลวงของประเทศอย่างกรุงลอนดอน ซึ่งครองใจแฟนคลับชาวไทยอยู่ไม่น้อยทีเดียว ด้วยชื่อเสียงอันโด่งดังจากฝีเท้าของนักเตะทีมเชลซี ทำให้แฟนคลับหลายต่อหลายคงต้องหาโอกาสล็อคเป้าหมายที่จะมาเยี่ยมเยือนกรุงลอนดอน และสนามกีฬาสแตมฟอร์ดบริดจ์ (Stamford Bridge) กันสักครั้ง เพราะนอกเหนือจากอรรถรสของการเชียร์ฟุตบอลแบบเรียล ๆ แล้วยังได้สัมผัสบรรยากาศที่แท้ทรูของเมืองหลวงของเมืองผู้ดีอังกฤษอย่างกรุงลอนดอนกันอีกด้วย พิกัด : Chelsea, London 4.Arsenal (อาร์เซนอล) เมื่อเอ่ยถึงกรุงลอนดอน และทีมฟุตบอลอังกฤษ ก็คงหนีไม่พ้นต้องเอ่ยถึงอีกหนึ่งทีมดังที่มีแฟนคลับหนาแน่น กับสโมสรฟุตบอลประจำเมืองหลวงอีกสโมสรหนึ่ง อย่างทีมปืนใหญ่อาร์เซนอลล (Arsenal) เจ้าถิ่นแห่งสนามเอมิเรตส์ สเตเดียม (Emirates Stadium) อันเลื่องชื่อ กับความพิเศษโดดเด่นตระการตาของเมืองหลวงอันมีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของการท่องเที่ยวโลกอย่างกรุงลอนดอน ทีมฟุตบอลชื่อดังของพรีเมียร์ลีก และสนามฟุตบอลสวย ๆ ช่างเป็นบรรยากาศที่น่าหลงใหลจนอยากที่จะจินตนาการจริง ๆ พิกัด : London 5.Newcastle United (นิวคาสเซิลยูไนเต็ด) แต่เดี๋ยวก่อน สโมสรฟุตบอลที่ติดอันดับในพรีเมียร์ลีกในกรุงลอนดอนนั้นยังไม่หมด ก็กรุงลอนดอนเป็นเมืองหลวงของประเทศ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีทีมฟุตบอลมากกว่า 1 หรือ 2 ทีม และสำหรับทีมฟุตบอลอังกฤษประจำเมืองซัมเมอร์ทาว์น (Somers Town) ของกรุงลอนดอน ทีมดังอีกทีมหนึ่งอย่าง ทีมนิวคาสเซิลยูไนเต็ด (Newcastle United) และสนามเซนต์เจมส์พาร์ก (St. James Park) ซึ่งก็มีแฟนคลับประจำทีมที่อยากแวะมาเยี่ยมชมความอลังการของทีมในดวงใจอยู่ไม่น้อย พิกัด : Newcastle upon Tyne สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำกรุงลอนดอน (London) The Palace of Westminster (พระราชวังเวสต์มินสเตอร์) อาคารมรดกโลกและเก่าแก่ที่สุดในโลกอันโด่งดัง ด้วยการเป็นพระราชวังที่เก่าแก่ที่สุดในลอนดอน และยังเป็นอาคารรัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักรอีกด้วย นอกเหนือจากชื่อเสียงความคลาสสิคเก่าแก่แบบดั้งเดิมแล้ว พระราชวังแห่งนี้ยังเป็นอาคารขนาดใหญ่ริมแม่น้ำเทมส์ที่มีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นเป็นอย่างมาก กับรูปแบบการออกแบบในสไตล์สถาปัตยกรรมวิคตอเรียสุดอลังการ พิกัด : The Palace of Westminster The Big Ben (หอนาฬิกาบิ๊กเบน) หอนาฬิกาขนาดใหญ่มีความสูงถึง 96.3 เมตรซึ่งเป็นหอนาฬิกาประจำพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ (Clock Tower, Palace of Westminster) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกในนามว่า หอนาฬิกาบิ๊กเบน (Big Ben Tower) ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว บิ๊กเบนนั้น เป็นชื่อของระฆังขนาดใหญ่ที่อยู่บนหอนาฬิกาต่างหาก แต่ไม่ว่าอย่างไรบิ๊กเบน (Big Ben) แห่งนี้ก็กลายเป็น Landmark อันดับต้น ๆ ของโลกที่ไม่ควรพลาด พิกัด : Big Ben London Eye (ลอนดอน อายส์) London Eye (ลอนดอน อายส์) ชิงช้าสวรรค์ริมแม่น้ำเทมส์ใจกลางกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป มีความสูง 135 เมตร หรือ 443 ฟุต และเป็นชิงช้าสวรรค์ที่ก่อสร้างด้วยโครงเหล็กค้ำข้างเดียวที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย นอกเหนือไปจากความอลังการของสิ่งก่อสร้างอันโดดเด่นริมแม่น้ำแล้ว ทัศนียภาพบนลอนดอนเอง ก็สวยงามตระการตาไม่แพ้ความอลังการของโรงสร้าง กับมุมมองกรุงลอนดอนจากมุมสูงแบบพาโนราม่า พิกัด : London Eye 6.Leeds United ( ลีด ยูไนเต็ด) ทีมฟุตบอลประจำเมืองลีดส์ ในมณฑลเวสต์ ยอร์คเชอร์ ของประเทศอังกฤษ กับสนามเอลแลนด์ โร้ด (Elland Road) อีกหนึ่งทีมดังจากพรีเมีนร์ลีกของอังกฤษที่คนรักฟุตบอลชาวไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่ทีมฟุตบอลดังจากเมืองเล็ก ๆ อาจจะทำให้หลาย ๆ ที่มาชื่นชมบรรยากาศติดขอบสนามของที่นี่ ค้นพบอีกด้วยว่าบรรยากาศของเมืองใหญ่ในย่านชนบททางตอนเหนือของอังกฤษ สุดน่ารัก อย่างเมืองลีดส์ ในมณฑลเวสต์ ยอร์คเชอร์ ของประเทศอังกฤษ ก็สวยงามน่าประทับใจไม่แพ้ประสบการณ์การชมบอลติดขอบสนามจริงเลยทีเดียว พิกัด : Leeds สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำเมืองลีดส์ (Leeds) Leeds Kirkgate Market ตลาดในร่มขนาดใหญ่ใจกลางเมืองลีดส์ อันเก่าแก่กับบรรยากาศสุดคลาสสิคของเมือง ซึ่งเต็มไปด้วยร้านขายของชำ ร้านอาหารสด และร้านอาหารนานาชนิด ทั้งยังเป็นตลาดซึ่งเป็นที่ตั้งของร้าน Mark & Spencer’s สาขาแรกของอังกฤษอีกด้วย สายช้อปปิ้งของใช้ท้องถิ่นต้องห้ามพลาด และรับรองว่าโดนใจแน่นอนสำหรับตลาดสุดชิคท่ากลามกลิ่นอายคลาสสิคแบบผู้ดีอังกฤษเก๋ ๆ พิกัด : Leeds Kirkgate Market Kirkstall Abbey สวนสาธารณะขนาดใหญ่ชานเมืองที่โอบล้อมซากปรักหักพังของอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่แนววิคตอเรียเอาไว้ จึงเป็นพื้นที่สีเขียว อากาศบริสุทธิ์ที่รายล้อมกลิ่นอายความคลาสสิคของสถาปัตยกรรมเก่าแก่อันทรงเสน่ห์และมีมนขลังเอาไว้ ท่ามกลางความร่มรื่น และความสวยงามของอาคารเดิม ๆ ที่ชวนค้นหาแบบสุด ๆ พิกัด : Kirkstall Abbey 7.Aston villa (แอสตันวิลลา) ทีมฟุตบอลประจำเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศอังกฤษอย่างเมืองเบอร์มิงแฮม กับทีมแอสตันวิลลา (Aston villa) ทีมเจ้าถิ่นประจำสนามวิลลาพาร์ก (Villa Park) ที่เกินกว่าทีมฟุตบอลดังชาติอังกฤษของเมืองใหญ่แห่งนี้แล้ว ที่เมืองเบอร์มิงแฮมยังเพรียบพร้อมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ มากมาย เรียกว่าบินมาดูบอลคราวนี้ อาจจะหลงรักเมืองนี้กลับเมืองไทยเพิ่มไปด้วยก็ได้ พิกัด : Birmingham สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำเมืองเบอร์มิงแฮม (Birmingham) Birmingham Cathedral หรือ St. Philip Cathedral Birmingham Cathedral หรือ St. Philip Cathedral โบสถ์ชื่อดังอันสวยงามแห่งเมืองเบอร์มิ่งแฮม กับสถาปัตยการรสไตล์บารอคอันเก่าแก่ใจกลางเมือง ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว อันร่มรื่น และบรรยากาศอันบริสุทธิ์กลางเมืองเบอร์มิ่งแฮม ที่โดดเด่นด้วยความอลังการของตัวโรงสร้าง และการตกแต่งอย่างประณีตวิจิตบรรจง โดยเฉพาะงานกระจกสีซึ่งเป็นไฮไลท์ของโบสถ์แห่งนี้ พิกัด : Birmingham Cathedral Birmingham Museum & Art Gallery แกลเลอรี่ชื่อดังระดับโลก ซึ่งรวบรวมและจัดแสดงผลงานจิตรกรรมระดับโลกในสมัยช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 เอาเป็นจำนวนมาก ทั้งยังเป็นสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะเฉพาะกลุ่ม อย่างศิลปะแนว Pre-Raphaelites ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ที่ทำให้พิกัดเป็นพิกัดสุดคลาสสิคอันน่าหลงใหลของผู้รักงานศิลป์เลยทีเดียว พิกัด : Birmingham Museum & Art Gallery 8.Southampton (เซาแทมป์ตัน) ทีมฟุตบอลประจำเมืองเซาแทมป์ตันชื่อเดียวกันกับชื่อสโมสร อันเป็นทีมเจ้าของสนามเซนต์แมรีส์สเตเดียม (St Mary's Stadium) เจ้าบ้านประจำถิ่นเมืองเซาแทมป์ตัน ที่แม้จะเป็นเมืองไม่ใหญ่นัก กับสโมสรฟุตบอลอังกฤษที่ไม่ใหญ่มากนักเช่นกัน แต่บรรยากาศของเมืองเซาแทมป์ตันนั้นไม่เล็กเลยที่เดียวสำหรับทิวทัศน์ และสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม น่าเที่ยวแบบสุด ๆ กับเมืองเก่าแก่ริมทะเลทางตอนใต้ของอังกฤษ พิกัด : Southampton, Hampshire สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำเมืองเซาแทมป์ตัน (Southampton) Tudor House and Garden อาคารสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นสะดุดทุกสายตาในรูปเเบบสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างนอร์มัน ทิวดอร์ และวิคตอเรีย ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว อาคารดั้งเดิมเก่าแก่อายุกว่า 800 ปี เรียกได้ว่าอยู่คู่กับเมืองเซาแทมป์ตันเลยทีเดียว กับสถานที่อันสื่อถึงวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ดั้งเดิมฉบับออริจินอลของชาวเซาแทมป์ตันสุดน่ารัก พิกัด : Tudor House and Garden The Bargate ส่วนหนึ่งของซากกำแพงเมืองโบราณอันเก่าแก่ของเซาแทมป์ตัน ตั้งอยูใจกลางเมืองในย่าน Southampton Old Town ดั้งเดิม พิกัดย่านชุมชนเก่าแก่อายุยาวนานมากกว่า 800 ปี ในรูปแบบสถาปัตยกรรมแนวคลาสสิคลูกผสมแบบทิวดอร์ และวิคตอเรียอันทรงเสน่ห์ พิกัด : The Bargate 9.Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ทีมฟุตบอลสัญชาติอังกฤษประจำเมืองเมืองซันเดอร์แลนด์ เมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอังกฤษ อีกหนึ่งสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงในหมู่คอบอลชาวไทยที่ท้าแข้งอยู่ในพรีเมียร์ลีก (Permium League) ทีมเจ้าถิ่นประจำสนามสเตเดียมออฟไลต์ (Stadium of Light) ในเมืองทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ อันได้รับฉายาว่าเมือง “Sparta of the North” เมืองเล็กในอังกฤษที่มีค่าครองชีพไม่สูงนัก และให้บรรยากาศในสไตล์อังกฤษที่แตกต่างออกไป พิกัด : Sunderland สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำเมืองซันเดอร์แลนด์ (Sunderland) Wearmouth Bridge สะพานประจำเมืองซันเดอร์แลนด์แห่งนี้ สะพานที่อยู่คู่กับเมืองแห่งนี้มาอย่างยาวนาน เปิดใช้ตั้งแต่ ปี ค.ศ . 1879 มีอายุนับ 141 ปี สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมตัวเมืองฝั่งเหนือและฝั่งใต้เข้าด้วยกัน ข้ามผ่านแม่น้ำเวียร์ (River Wear) ที่ไหลผ่านตัวเมือง ที่ช่วงสร้างบรรยากาศแสนโรแมนติกให้กับสะพานและตัวเมืองที่พิกัดนี้ พิกัด : Wearmouth Bridge Penshaw Monument อนุสรณ์สถานของ John George Lambton ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา Penshaw 8 กิโลเมตรทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของตัวเมือง ท่ามกลางทุ่งยาวสีเขียวขจี เหนือเนินท้องทุ่งในมุมมองสูงแบบ Bird’s Eye View ที่สามารถชื่อนชมทัศนียภาพ และดื่มด่ำกับอากาศบริสุทธิ์ได้ทั้ง 360 องศา อันจัดเป้นพิกัดชิค ๆ สำหรับการถ่ายรูปที่ไม่ควรพลาดทีเดียว พิกัด : Penshaw Monument 10.Leicester City ( เลสเตอร์ซิตี้) ทีมสุดท้ายที่จะแนะนำในคราวนี้ แม้จะเป็นเพียงทีมฟุตบอลในดิวิชั่น 1 ประจำเมืองเมืองเลสเตอร์ ในแคว้นเลสเตอร์เชอร์ ประเทศอังกฤษ แต่ก็เป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงทีมหนึ่งเช่นกัน เจ้าของสนามคิงเพาเวอร์สเตเดียม (King Power Stadium) ซึ่งมีชื่อคุ้นหูชาวไทยเป็นอย่างดี และที่นอกเหนือไปกว่าความสามารถของนักฟุตบอลเมืองนี้ ก็คงจะต้องเป็นความสวยงามของโบราณยุคกลางสุดโมเดิร์นตอนกลางของอังกฤษแห่งนี้นั่นเอง พิกัด : Leicestershire สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำเมืองเลสเตอร์ (Leicestershire) Leicester City Center พิกัดศูนย์กลางของเมืองเลสเตอร์ ที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศอังกฤษ ไม่ไกลจากกรุงลอนดอน เมืองหลวงมากนัก เมืองเก่าแก่ที่ข้ามผ่านยุคโลหะ ยุคกลาง และยุควิกตอเรียมาจนถึงปัจจุบัน กับความผสมผสานระหว่างความทันสมัยและความเก่าแก่ในสไตล์อังกฤษที่ลงตัว ทำให้ทำเลใจกลางเมืองเลสเตอร์ เป็นพิกัดเที่ยวชิค ๆ ที่น่าสนใจไม่น้อย ไปรด้วยร้านรวงสุดเท่ บรรยากาศสุดคลาสสิค และกลิ่นอายความเป็นเมืองผู้ดีที่แท้ทรู พิกัด : Leicester City Center เห็นบรรยากาศและทัศนียภาพของแต่ละเมืองประจำทีมสโมสรฟุตบอลอังกฤษกันไปพอสังเขปแล้ว คงต้องบอกว่าไม่ว่าจะถูกใจ รักและเชียร์ทีมฟุตบอลทีมไหนกันอยู่ ก็คงต้องเจียดเวลาเพิ่มเติมกันอีกสักหน่อย เพื่อไปแวะเวียนเยี่ยมชมบรรยากาศของเมืองข้างเคียง หรืออีกหลาย ๆ เมืองของอังกฤษที่ก็สวยงานไม่แพ้เมืองประจำทีมในดวงใจกันเลย ว่าแล้วรีบไปกันก่อนดีกว่า ไปเตรียมตัวหาวันลายาว ๆ ของปีนี้ แล้วหนีไปเที่ยวอังกฤษยาว ๆ กันดีกว่า
20 สถานที่ท่องเที่ยวในเวียดนาม ถ่ายรูปสวย เที่ยวได้ตลอดทั้งปี
พาเที่ยว
20 สถานที่ท่องเที่ยวในเวียดนาม ถ่ายรูปสวย เที่ยวได้ตลอดทั้งปี
ชอบถ่ายรูป อยากเที่ยวต่างประเทศใกล้ๆ ก็ต้องนี้เลย เที่ยวเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็นสายเที่ยวแหล่งธรรมชาติ สายคาเฟ่เวียดนาม สายเที่ยวเมือง สายศิลปวัฒนธรรม เวียดนามก็เอาอยู่ในๆ ทุกการเที่ยวทุกไลฟสไตล์ ที่สำคัญคือที่เที่ยวเวียดนามจัดถ่ายรูปออกมาดีมาก แล้วก็สามารถตามมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี สะดวกลางานเมื่อไรก็จองทัวร์เวียดนามเที่ยวได้เลย ซึ่งเรื่องของทัวร์เวียดนามก็เช็คราคาและจองไปเที่ยวกับทัวร์ครับ (Tourkrub) ได้เลย จองทัวร์เที่ยวสะดวก สบาย ไม่ต้องวางแพลน เที่ยวสนุก จองทัวร์ครบจบที่ทัวร์ครับ เช็คราคาทัวร์เวียดนาม กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub)คลิกที่นี่ 20 ที่เที่ยวเวียดนามถ่ายรูปสวย 1. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม-สะพานทองคำ สะพานทองคำ หรือ Golden Bridge เป็นสะพานที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร มีความยาวถึง 150 เมตร ตั้งอยู่เหนือหุบเขาบานาฮิลล์ เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม เป็นแลนด์มาร์คสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าจับตามองอีกสถานที่หนึ่ง โดดเด่นดึงดูดสายตาด้วยรูปทรงอุ้งมือหินขนาดยักษ์ที่กำลังแบกสะพานสีทองได้อย่างสง่างาม อีกทั้งตัวสะพานยังโค้งรับกับหุบเขาได้อย่างลงตัว ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดหากคุณได้มาเยือนที่เมืองดานัง นับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับผู้ที่เดินทางไปท่องเที่ยวประเทศเวียดนามเลยก็ว่าได้ เห็นแบบนี้แล้วต้องมาเที่ยวซักครั้งแล้วก็ต้องถ่ายรูปสวยๆ กลับไปให้ได้เลย 2. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม-เมืองมุยเน่ สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวสายลุย เมืองมุยเน่ อยู่ทางภาคกลางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม เป็นเมืองที่โด่งดังเรื่องของธรรมชาติทะเลทรายอันน่าตื่นตาตื่นใจ เพราะทะเลทรายเหล่านั้นมีเฉดสีที่แตกต่างกันมากถึง 18 เฉดสี หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “เนินทรายสีแดง”สวยงามสามารถเที่ยวได้ไม่รู้เบื่อ ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 27 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับการถ่ายรูปสวยๆ เท่ๆ และมี “เนินทรายสีขาว” เป็นทะเลทรายสีขาวละเอียด มีทะเลสาบ และดอกบัวที่อุดมไปด้วยธรรมชาติให้ได้ชมกัน อีกทั้งยังมีกิจกรรมให้ทำมากมายอย่าง เช่าเรือพายเล่นในทะเลสาบ หรือจะเดินชมความสวยงามรอบๆ ก็ได้ทั้งนั้น เรียกได้ว่าไม่ต้องไปไกลถึงทะเลทรายซาฮาร่า ก็สามารถมีรูปถ่ายสวยๆ ที่ทะเลทรายแห่งนี้ได้ 3. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม-ซาปา เมืองธรรมชาติแห่งความอุดมสมบูรณ์ เป็นเมืองขนาดเล็กของหุบเขาทางตอนเหนือ ประเทศเวียดนาม ขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรมที่พาย้อนอดีตกลับไปสู่ยุคที่เวียดนามเคยถูกยึดครองจากฝรั่งเศส ทำให้เมืองขนาดเล็กนี้ได้รับอิทธิพลการวางผังเมืองแบบฝรั่งเศส อีกทั้งยังถูกโอบล้อมด้วยป่าเขาธรรมชาติ นับได้ว่า ซาปา มีความหลากหลายในเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวเลยทีเดียว เพราะมีการผสมผสานความเป็นเมืองและชนบทไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว เรียกได้ว่าหากได้มาเยือนที่นี่ก็จะได้เที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวพื้นเมือง และได้ซึมซับธรรมชาติอย่างอิ่มอกอิ่มใจเลยก็ว่าได้ 4. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม-โฮจิมินห์ โฮจิมินห์ หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า “ไซง่อน” เมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเวียดนาม เป็นเมืองแห่งปะวัติศาสตร์ที่มีความเป็นมายาวนาน เคยตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส ทำให้ นครโฮจิมินห์ มีกลิ่นอายของสไตล์โคโลเนียลผสมผสานอยู่ในตัวเมือง เรียกได้ว่าเหมือนเดินหลงเข้ามาในยุโรปเลยทีเดียว นครโฮจิมินห์ นั้นมีสิ่งน่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะมีประวัติศาสตร์งานอาร์ตให้เสพ หรือจะศึกษาวัฒนธรรมของชาวพื้นถิ่นก็ดูดีไปหมด อีกทั้งยังมีอาหารอร่อยๆ ให้เลือกเยอะแยะมากมาย เรียกได้ว่าเที่ยวสนุก แถมอิ่มอร่อย ในราคาเบาๆ ครบครันขนาดนี้ต้องให้ นครโฮจิมินห์ เป็นตัวเลือกแรกๆ ในการมาเที่ยวเวียดนามแล้ว 5. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม-ฮอยอัน ฮอยอัน เมืองขนาดเล็กติดฝั่งทะเลจีนใต้ ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศเวียดนาม เป็นที่รู้จักกันในนาม “เมืองมรดกโลกสีมัสตาร์ด” ในอดีตเมืองนี้ครึกครื้นไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ เพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการค้าขาย จึงมีสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานมากมายให้นักท่องเที่ยวได้สะดุดตากับความแปลกนี้ และมีอีกหลายสิ่งที่จะทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจทั้ง เมืองแห่งโคมไฟกระดาษที่มีสีสันสดใส บริการสามล้อ และเรือแจว อีกทั้งยังเต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหารสวยๆ ให้ได้ถ่ายรูปกันจนหนำใจ ซึ่งทั้งหมดนี้จะหาเจอได้ที่ ฮอยอัน เท่านั้น 6. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม-ดาลัด สถานที่ท่องเที่ยวต่อไป เอาใจนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ รักสงบ นั่นคือ เมืองดาลัด เป็นเมืองขนาดเล็กตั้งอยู่กลางหุบเขาธรรมชาติ อยู่บนที่ราบสูงทางตอนใต้ของเวียดนาม มีอุณหภูมิเฉลี่ย 17 องศาเซลเซียล ต่อปี นอกจากอากาศดีแล้ว เมืองดาลัด แห่งนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์ของเวียดนาม” เลยทีเดียว อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมที่คล้ายแถบยุโรป เพราะในอดีตที่แห่งนี้เคยเป็นเมืองตากอากาศของชาวฝรั่งเศส สถาปัตยกรรมต่างๆ จึงคล้ายกับตะวันตกมากว่ากว่าตะวันออก อีกทั้งมีโบสถ์คริสต์กระจายตัวอยู่ทั่วเมือง จึงเป็นเมืองที่มีศิลปะวัฒนธรรมหลากหลายซึ่งผสมผสานกับตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ อากาศดี โอบล้อมไปด้วยทิวเขาธรรมชาติ และสวดดอกไม่นานาชนิด รับรองว่าถ้าได้มาเที่ยวจะต้องประทับใจแน่นอน 7. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม-ฮาลองเบย์ ฮาลองเบย์ อยู่ในอ่าวตังเกี๋ย ทางตอนเหนือของเวียดนาม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนจากความเหนื่อยล้าสะสมเป็นเวลานาน เพราะที่นี่จะทำให้คุณได้ผ่อนคลายไปกับอากาศธรรมชาติบริสุทธิ์ และวิวที่สวยงามของน้ำทะเลใสๆ ซึ่ง ฮาลองเบย์ มีชายฝั่งยาวเป็นระยะทางกว่า 120 กิโลเมตร และมีพื้นที่กว่า 1,500 ตารางกิโลเมตร ถือได้ว่าเป็นบรรยากาศทำเลสวรรค์แห่งการพักผ่อนเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังมีกิจกรรมมากมายรองรับนักท่องเที่ยวให้สนุกตลอดทั้งทริปอย่าง การนั่งกระเช้า 2 ชั้น Queen Cable Car ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะข้ามน้ำข้ามทะเลด้วยระยะทาง 2,165 เมตร และยังสามารถชมวิวมุมสูงบนชิงช้าสวรรค์ Sun Wheel ได้แบบฟินๆ ทีเด็ดคือล่องเรือชมความงามในอ่าวฮาลอง เรียกได้ว่าทริปนี้รูปถ่ายต้องเยอะจนอัพลงโซเชียลไม่ทันเลยทีเดียว 8. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม-น้ำตกดาตันลา น้ำตกดาตันลา เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี มีความสูงอยู่ที่ประมาณ 20 เมตร อุดมไปด้วยเหล่าธรรมชาตินานาชนิด สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย อยู่ห่างจากเมืองดาลัดไปทางทิศใต้ไม่ไกล เพียง 5 กิโลเมตร เท่านั้น ที่นี่มีความพิเศษที่น้ำตกเกิดมาจากภูเขาหินอ่อน มีจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวทุกคนมาเยือนแล้วต้องได้รูปที่ละลึกกลับไป คือ รูปปั้นชาวเผ่าที่เป็นชนกลุ่มน้อยเปลือยหน้าอก เนื่องด้วยมีความแปลกตา จึงทำให้เป็นที่สะดุดตาเป็นอย่างมาก อีกทั้ง น้ำตกดาตันลา ยังมีกิจกรรมน่าสนใจอย่าง การนั่งรถรางชมธรรมชาติความงามแห่งน้ำตกดาตันลา ดื่มด่ำกับบรรยากาศได้อย่างสบายใจ เรียกได้ว่าฟินไม่รู้ลืม 9. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม-บานาฮิลล์ บานาฮิลล์ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมมากของเวียดนาม ตั้งอยู่ที่เมืองดานัง โดดเด่นด้วยความงามของสถาปัตยกรรมเมืองจำลองสไตล์ฝรั่งเศส ซึ่งได้รับอิทธิพลจากยุคอาณานิคมฝรั่งเศส ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 สถานที่แห่งนี้จึงแสดงถึงกลิ่นอายความเป็นยุโรปได้อย่างชัดเจน และด้วยความที่ บานาฮิลล์ ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง นักท่องเที่ยวจึงต้องนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปเพื่อเที่ยวชม อีกทั้งกระเช้าไฟฟ้ายังมีระยะเคลื่อนที่ไกล และสูงที่สุดในโลกอีกด้วย ซึ่งมีความยาวถึง 5,801 เมตร และสูง 1,368 เมตร เรียกได้ว่าเป็นการผจญภัยที่น่าตื่นตาตื่นใจของใครหลายๆ คนเลย 10. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม-หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต สถานที่ท่องเที่ยวต่อไปเอาใสสายเที่ยวชิลๆ ไม่รีบร้อน ที่ หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของเวียดนาม เมืองซาปา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพื้นถิ่นของ ชาวม้งดำ ด้วยที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือจึงทำให้สภาพอากาศของที่นี่หนาวเย็นตลอดทั้งปี สามารถรับลมเย็น และสูดอากาศสดชื่นได้อย่างเต็มปอด ที่นี่โดดเด่นเรื่องธรรมชาติที่มาในลักษณะนาขั้นบันไดสลับกันไปมา จึงเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามไปอีกแบบ อีกทั้งชาวพื้นเมืองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์ และสินค้าหัตถกรรมต่างๆ อาจมีเปิดร้านค้าขายอาหารเครื่องดื่มบ้าง เรียกได้ว่าสะท้อนวิถีชีวิตแบบชนบทได้โดยไร้การปรุงแต่ง หากใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวแนวชนบทพื้นถิ่น ตามติดชีวิตชาวบ้านแบบนี้ หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต จะเป็นที่ที่ตอบโจทย์ที่สุด 11. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม-พระราชวังเว้ พระราชวังเว้ สถานที่ท่องเที่ยวเมืองเก่าแก่ทรงคุณค่า ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศเวียดนาม มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ยาวนานนับตั้งแต่อดีต ซึ่งมีสถาปัตยกรรมที่งดงามแบบจีน เพราะพื้นที่นี้เคยปกครองโดยจีนมาก่อนนับเวลากว่าพันปี และยังเคยถูกฝรั่งเศสเผาจนกลายเป็นวังร้าง ต่อมายังถูกสหรัฐทิ้งระเบิด เพราะเป็นจุดรวมของเหล่าคอมมิวนิสต์ ระยะเวลาผ่านไปจึงได้ซ่อมแซมบูรณะจนได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก ด้วยความที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ยาวนาน ที่นี่จึงเป็นสถานที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะจะได้ชมความงามของซากปรักหักพังของพระราชวัง และราชวงศ์เก่าแก่ได้อย่างรื่นรมย์ นับว่าเรียกความประทับใจเหล่านักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี 12. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม-ลำธารนางฟ้า สถานที่ท่องเที่ยวถัดไป แค่ได้ยินชื่อก็จินตนาการได้เลยว่าที่นี่ต้องสวยงาม เหมือนอยู่ในเทพนิยายแน่ๆ ลำธารนางฟ้า หรือที่นักท่องเที่ยวเรียกกันว่า “แกรนด์แคนยอนแห่งเวียดนาม” อยู่ที่ เมืองมุยเน่ เป็นภูเขาหินทรายขนาดยักษ์ที่ถูกน้ำกัดเซาะจนเป็นร่องกว้างขนาดใหญ่ ล้อมรอบไปด้วยชั้นหินทรายหลากหลายสีสัน ประกอบกับมีลำธารน้ำไหลเป็นสายยาวลงสู่ทะเล หากได้เดินเรียบไปกับลำธารพร้อมกับชมท้องฟ้าสีครามที่ตัดกับทะเลทรายสีแดงอมส้มคงรู้สึกฟินไม่น้อย เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยตามคำร่ำลือเลยทีเดียว 13. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม-ญาจาง ญาจาง เป็นเมืองชายหาดสีทอง น้ำทะเลใส ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเหล่าทิวเขาสลับซับซ้อน ตั้งอยู่ฝั่งเวียดนามใต้ ญาจาง นั้นมีชายหาดที่ยาวกว่า 6 กิโลเมตร วิวสวย เหมาะสำหรับการพักตากอากาศ และเยี่ยมชมเมืองชิลๆ สบายอารมณ์ อีกทั้งยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้ทำมากมาย อย่างการดำน้ำชมใต้ท้องทะเล หรือจะเป็นกีฬาทางน้ำอื่นๆ ก็มีให้เลือกตามความชอบ มีอาหารทะเลอร่อยๆ ให้ได้เลือกรับประทานหลากหลาย หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศนั่งเรือลำหรูพร้อมกับลิ้มรสอาหารชั้นเลิศ ที่แวดล้อมไปด้วยน้ำทะเลสีครามก็ทำได้ เที่ยวสนุก เต็มอิ่มไปกับอาหารทะเล พร้อมกับถ่ายรูปสวยๆ ได้ตลอดทั้งทริปที่ ญาจาง สวรรค์ของคนรักทะเล 14. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม-นิงห์บิงห์ นิงห์บิงห์ เป็นเมืองตอนใต้ของ ฮานอย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับสายลุย รักธรรมชาติ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยป่าเขาและความอุดมสมบูรณ์ มีทั้งส่วนที่เป็นเนินเขาหินปูน และนาข้าวเขียวขจี นิงห์บิงห์ ถือเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของประเทศเวียดนาม เคยเป็นที่ตั้งของพระราชวังเก่าฮวาลือ ที่มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปี ปัจจุบัน นิงห์บิงห์ เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ฮาลองบก” สามารถล่องเรือชมธรรมชาติซึ่งจะทำให้คุณได้พบกับภูเขาหินปูนสูงตระหง่าน และทุ่งนาสีเขียวสบายตา อีกทั้งยังสามารถพายเรือลอดถ้ำชมธรรมชาติที่หาดูได้ยาก เมื่อยามแสงกระทบหินถ้ำคุณจะได้พบกับความงามที่เรียกว่าลืมไม่ลง ร่วมเปิดประสบการณ์สุดประทับใจได้แล้วที่ นิงห์บิงห์ 15. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม-เทือกเขาฟานซีปัน เทือกเขาฟานซีปัน เป็นภูเขาที่มีความสูงที่สุดในในอินโดจีน คือ ประเทศลาว เวียดนาม และกัมพูชา มีความสูงถึง 3,143 เมตร จากระดับน้ำทะเล อยู่ในเมืองซาปา ด้วยความสูงที่มากจึงถูกเรียกกันในฉายาว่า “หลังคาแห่งอินโดจีน” มีวิวธรรมชาติที่งดงาม สามารถชมวิวมุมสูงโดยการขึ้นกระเช้าไฟฟ้าผ่านม่านหมอกที่ยาวด้วยระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร มองทิวทัศน์ได้ถึง 360 องศา วิวด้านซ้ายมือจะเป็น หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต และ นาขั้นบันได หรือจะเดินขึ้นเขาเองก็ถือว่าสนุกไปอีกแบบ ถ้ามาถึงจุดชมวิวสูงสุด จะเห็นพีรามิดสามเหลี่ยมที่นักท่องเที่ยวทุกคนใฝ่ฝันจะมาถ่ายรูปคู่เพื่อเป็นที่ละลึกและเตือนใจว่า ได้มาถึงจุดที่สูงที่สุดแห่งอินโดจีนแล้ว เรียกได้ว่าสนุก ตื่นเต้น ครบรส 16.สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม - หมู่บ้านกั๊มทาน หมู่บ้านกั๊มทาน เป็นหมู่บ้านพื้นเมืองขนาดกระทัดรัด อยู่ทางตอนกลางของประเทศเวียดนามห่างจากตัว เมืองฮอยอัน ไม่มาก แวดล้อมเต็มไปด้วยสวนมะพร้าว และมีแม่น้ำล้อมรอบ มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของการล่องเรือกระด้ง ซึ่งมีลักษณะแปลกตา ทำจากไม้ไผ่สานกันเป็นครึ่งวงกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เมตร การพายเรือกระด้งนั้น เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของประเทศเวียดนามเลยก็ว่าได้ นอกจากจะใช่ส่วนนี้มาเป็นจุดเรียกนักท่องเที่ยวแล้ว แม้แต่ชาวพื้นเมืองเองก็ยังใช้เรือกระด้งในการดำรงชีพทำการประมงอีกด้วย ถือได้ว่าเป็นการส่งเสริมความเป็นพื้นถิ่นร่วมยุคร่วมสมัยกับปัจจุบันได้เป็นอย่างดี 17. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม-น้ำตกสีเงิน น้ำตกสีเงิน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามของ เมืองซาปา ตัวน้ำตกมีความสูงกว่า 100 เมตร ซึ่งไหลลงมาจากผาหินเป็นทางยาวกว่า 500 เมตร ด้วยความสูงสะดุดตา นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวจึงสามารถมองเห็นน้ำตกได้จากระยะไกล มีจุดพักเหนื่อยสำหรับหยุดพัก และสามารถถ่ายรูปความงามของน้ำตกได้จากตรงนี้ จุดเด่นที่นี่ คือ ยามแสงอาทิตย์ส่องผ่านมายังน้ำตกที่กำลังไหลกระทบโขดหินนั้นทำให้เกิดเงากระทบเป็นสีเงินสวยงาม จึงเป็นที่มาของชื่อ น้ำตกสีเงิน นับได้ว่าเป็นสถานที่ที่ต้องได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง ธรรมชาติจะเป็นตัวฮีลลิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ 18. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม - สวนสนุกวินเพิร์ลแลนด์ มาถึงสถานที่ท่องเที่ยวแห่งความสนุก ซุกซน เหมาะสำหรับเด็กๆ หรือจะเป็นผู้ใหญ่ที่อยากจะเที่ยวสนุกๆ ย้อนวัย ที่นี่จะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากที่สุด สวนสนุกวินเพิร์ล เป็นสวนสนุกครบวงจรใจกลางทะเล ตั้งอยู่ที่ เมืองญาจาง ซึ่งสวนสนุกแห่งนี้มีอะไรที่น่าตื่นเต้นไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวมากมาย โดยแบ่งโซนออกเป็น 4 โซนหลักๆ ได้แก่ สวนน้ำ เครื่องเล่น อควาเรียม และสวนสัตว์ นอกจากนั้นแล้วที่นี่ยังให้คุณได้พบกับบรรยากาศติดริมทะเล ลมเย็น น้ำใส ไม่ว่าถ่ายรูปมุมไหนก็สวย รับรองว่าจบทริปนี้ทุกคนจะต้องประทับใจ ถ้าไปเวียดนามต้องบอกก่อนเลยว่าห้ามพลาด สวนสนุกวินเพิร์ล 19. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม - ดานัง หลายๆ คนคงเคยได้ยินชื่อ “แดนยุโรปแห่งเอเชีย” มาไม่มากก็น้อย ที่นี่คือ เมืองดานัง สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในใจของใครหลายๆ คน ซึ่ง ดานัง เป็นเมืองท่าที่ติดทะเล มีหาดทรายสีขาวสะอาด และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเวียดนาม แต่ผู้คนไม่แออัดเท่าเมืองหลวงอย่าง ฮานอย หรือโฮจิมินห์ มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้เชยชม มีความโดดเด่นด้านงานสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่สามารถผสมผสานเข้ากับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวเวียดนามไว้ได้อย่างลงตัว ต้องมาเที่ยวสักครั้งให้ได้ รับรองว่าที่นี่สวยไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวไหนๆ แน่นอน 20. สถานที่ท่องที่ยวเวียดนาม- สวนสนุกแฟนตาซีพาร์ค สวนสนุกแฟนตาซีพาร์ค ตั้งอยู่บนเขา บานาฮิลล์ เมืองดานัง เป็นสวนสนุกที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนวนิยายสัญชาติฝรั่งเศสของนักเขียน Jules Vern ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้เพลินเพลินไปกับการเดินทางดั่งอยู่ในเมืองมหัศจรรย์ มีทั้งบรรยากาศของป่าแห่งเทพนิยาย ถัดไปเปลี่ยนอารมณ์เป็นการผจญภัยสำรวจป่าดึกดําบรรพ์ ที่เต็มไปด้วยเหล่าทัพไดโนเสาร์ และเดินทางต่อมุ่งสู่หอคอยสูงระฟ้า ที่มีความสูงกว่า 29 เมตร เท่านั้นยังไม่หมด นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับภาพยนตร์ระบบ 3D 4D และ 5D สุดทันสมัย เรียกได้ว่าครบรสทั้งสนุก ตื่นเต้น พร้อมรับสัมผัสของวิวอันตระการตาได้อย่างเต็มที่ได้ที่นี่ สวนสนุกแฟนตาซีพาร์ค ที่เดียวเท่านั้น หลายๆ คนอาจจะไม่รู้ว่าเวียดนามนั้นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ มากมายขนาดนี้ เห็นแบบนี้แล้วคงเริ่มที่จะวางแผนไปเที่ยวประเทศเวียดนามไม่มากก็น้อย นับเป็นไอเดียใหม่ๆ ที่ช่วยวางแผนให้การเดินทางราบรื่น และสนุกมากยิ่งขึ้น ซึ่งพิกัดทุกสถานที่นั้นล้วนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดัง และสวยงามตามคำร่ำลือ ลองหาโอกาสพักผ่อน ฮีลลิ่งร่างกาย ให้หายจากความเหนื่อยล้าแล้วไปถ่ายรูปสวยๆ กับบรรยากาศสุดประทับใจกันได้กับ 20 สถานที่ท่องเที่ยวในเวียดนาม ถ่ายรูปสวย เที่ยวได้ตลอดทั้งปี
15 สถานที่เที่ยวสวิส สวยงามเหมือนเมืองเทพนิยาย
พาเที่ยว
15 สถานที่เที่ยวสวิส สวยงามเหมือนเมืองเทพนิยาย
เมื่อเอ่ยถึงประเทศที่บรรยายกาศสุดโรแมนติกอย่าง “สวิสเซอร์แลนด์” คงไม่ต้องมีคำบรรยายใด ๆ ในเรื่องความสวยงามของทัศนียภาพของเมืองต่าง ๆ ของสวิสเซอร์แลนด์กันแล้ว เพราะไม่ว่าเมืองไหนของประเทศแห่งนี้ก็มีทิวทัศน์และบรรยากาศที่งดงามเกินคำบรรยายจริง ๆ แต่นั่นแหละคือปัญหาของการล็อคเป้าไปเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์ เพราะคงไม่มีเวลาพอจะเที่ยวให้ได้ครบทุกพิกัดทั่วประเทศแน่ ๆ ว่าแล้วตามมาทางนี้กับ “15 สถานที่เที่ยวสวิส สวยงามเหมือนเมืองเทพนิยาย” มาลงรายละเอียดให้ในดีเทลกันดีกว่าแต่ละเมืองในสวิสเซอร์แลนด์มีความที่สวยงามที่แตกต่างกันยังไง ไปดูกันเลย วางแผนเที่ยวสวิสทั้งที ก็ต้องเลือกให้ดีในทุกรายละเอียดการเดินทาง เพื่อให้คุ้มค่าทุกค่าใช้จ่าย คุ้มค่าในเรื่องเวลาการเดินทางและการท่องเที่ยว เพราะการเดินทางเที่ยวสวิสสักที มีค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ถ้าจะให้วางแผนเองลงรายละเอียดยิบย่อยทุกรายการสำหรับการเดินทางเที่ยวสวิส ไม่รู้ว่าจะเสร็จจบครบได้เที่ยวกันเมื่อไหร่เลย แบบนี้เรามีวีธีที่ดีและสะดวกเอาไว้ให้ นี่เลย ทัวร์ครับเว็บไซต์ที่รวบรวมทัวร์ที่ดีที่สุดไว้ให้คุณ จองทัวร์เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ กับ ทัวร์ครับ คลิกเลย อินเตอร์ลาเคน (Interlaken ) สถานที่เที่ยวสวิส เมืองสวยท่ามกลางธรรมชาติ ที่ตัวเมืองถูกโอบล้อมไว้ด้วยทุ่งหญ้า ภูเขา และทะเลสาบถึง 2 แห่ง โดยตัวเมืองตั้งอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) และทะเลสาบทูน (Lake Thun) จัดเป็นพิกัดแห่งความโรแมนติกแบบสุด ๆ ท่ามกลางบรรยากาศของเมืองกลางธรรมชาติเล็ก ๆ สุดน่ารักอันแสนอบอุ่น อีกทั้งยังเป็นเมืองระหว่างทางเพื่อมุ่งสู่ยอดเขาธารน้ำแข็งอันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งเป็ฯทำเลที่สามารถมองเห็นยอดเขาของสวิสได้ถึง 3 แห่ง คือ ยอดเขาจุงฟราวน์ (Mt. Jungfrau) ยอดเขามอนซ์ (Mt.Mons) และยอดเขาอีเกอร์ (Mt.Eiger) ที่ทำให้ที่แห่งนี้มีอากาศสุดบริสุทธิ์ พิกัด : Interlaken เซอร์แมท (Zermatt) เมืองขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ท่ามกลางภูเขาหิมะสีขาวโพลน สถานที่เที่ยวสวิสที่ช่วยเพิ่มเติมความคลาสสิคที่สวยงามอลังการของตัวเมืองที่ยังคงอนุรักษ์ความเป็นอยู่แบบชาวพื้นเมืองสวิสแท้ ๆ เอาไว้ได้เป็นอย่างดี กับบรรยากาศสุดโรแมนติกแสนน่ารักของเมืองแห่งหิมะแห่งนี้ หากใครไม่สามารถจินตนาการเมือง Zermatt (เซอร์แมท) ให้เห็นเป็นภาพชัดเจนได้ล่ะก็ เพียงแค่นึกถึงหมู่บ้านในการ์ตูนเรื่อง Frozen เท่านี้เอง นั้นแหละความงดงามของ Zermatt แบบนี้แล้วคนชอบ Frozen ต้องห้ามพลาด ... บอกเลย พิกัด : Zermatt โลซาน (Lausanne) เมืองชื่อคุ้นหูชาวไทย ด้วยเคยเป็นที่ประทับของในหลวงรัชการที่ 9 เมื่อทรงพระเยาว์ กับเมืองเล็ก ๆ ริมทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์ใส ๆ ท้องฟ้าสีฟ้าสด ปลอดโปร่ง ห้อมล้อมด้วยทิวเขาไม่สูงนักที่ปลายสายตา บริเวณฉากหลังของทะเลสาบสีสวย และทุ่งหญ้าสีเขียวขจีโล่งเตียที่ดูสดใสสบายสายตา ท่ามกลางบรรยากาศและความอบอุ่นของชาวเมืองท้องถิ่น สถานที่เที่ยวสวิสที่แม้จะมีจำนวนประชากรไม่มากนัก แต่มีความน่ารักและเป็นกันเองแบบสุด ๆ ทั้งยังมีทัศนียภาพสวย ๆ สุดชิลล์ พิกัด : Lausanne เลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen) สถานที่เที่ยวสวิส หมู่บ้านเล็ก ๆ อันเงียบสงบในรัฐเบิร์นที่โดดเด่นและอลังการด้วยโลเคชั่นของตัวหมู่บ้านท่ามกลางหุบเขาสูงชันสีเขียวขจีที่โอบล้อมด้วยน้ำตกมากถึง 72 แห่งทั่วทั้งหุบเขาโดยรอบตัวหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ว่า Lauterbrunnen (เลาเทอร์บรุนเนิน) ที่แปลว่ามีน้ำตกมากมาย โดยมีน้ำตกที่สูงที่สุดในยุโรป ซึ่งตกลงมาจากหน้าผาสูงกว่า 300 เมตร อันมีชื่อว่าน้ำตก Staubbach ซึ่งเป็นไฮไลท์เด็ดของหมู่บ้านสุดชิคแห่งนี้ พิกัด : Lauterbrunnen ฟรีบูรก์ (Fribourg) เมืองแห่งปราสาทเล็ก ๆ อันเก่าแก่สุดคลาสสิคของสวิสเซอร์แลนด์ ที่ยังคงเอกลักษณ์ของเมืองในยุคกลางที่เต็มไปด้วยปราสาทราวกับในเทพนิยายเอาไว้ได้เป็นอย่างดี และทีเด็ดที่นอกเหนือจากการเป็นเมืองแห่งปราสาทของที่นี่ อยู่ที่การตอกย้ำทำเลที่ตั้งและทัศนียภาพในเทพนิยายด้วยไฮไลท์อย่าง Zaehringen Bridge สะพานหินเก่าแก่ทรงสูงปราดเปรียวที่ทอดตัวยาวข้ามแม่น้ำซารีน เชื่อมตัวเมืองซึ่งถูกแม่น้ำคั่นกลางผ่าตัวเมืองออกเป็น 2 ฝั่ง พิกัด : Fribourg ลูเซิร์น (Lucerne) อีกหนึ่งเมืองโบราณสุดคลาสสิคของสวิสเซอร์แลนด์ สถานที่เที่ยวสวิส ที่เป็นศูนย์กลางความเจริญของประเทศมาตั้งแต่ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 13 ซึ่งโดดดังด้วยทัศนียภาพสวย ๆ สุดอลังการของสะพานไม้ดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก อย่างสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) มีอายุมากกว่า 700 ปี ซึ่งมีมนต์เสน่ห์และทรงคุณค่าน่าค้นหาเป็นอย่างมาก ในส่วนเรื่องของทัศนียภาพและความสวยงามของเมืองแห่งนี้นั้น สวยเริ่ดดังเทพนิยายไม่แพ้เมืองอื่น ๆ ในสวิสเซอร์แลนด์เช่นกัน ด้วยภูมิประเทศริมทะเลสาบขนาดใหญ่ ที่มีสะพานไม้เก่าแก่สุดชิคพาดผ่าน และฉากหลังเป็นปราสาทหินน้อยใหญ่สลับกับทิวเขา พิกัด : Lucerne เบิร์น (Bern) สถานที่เที่ยวสวิส เมืองหลวงของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ที่สามารถเก็บความคลาสสิกและบรรยากาศของธรรมชาติเดิม ๆ เอาไว้ได้เป็นอย่างดี แม้จะเป็นแหล่งกำเนิดความเจริญและความทันสมัยของประเทศ จึงทำให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นพิกัดสวย ๆ อันทรงเสน่ห์และน่าหลงใหลเป็นอย่างมากของสวิส โดยเฉพาะในย่าน Old town ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกขององค์การ UNESCO กับพื้นที่ของเมืองโบราณในยุคกลางที่ยังคงความสวยงามฉบับออริจินอล และความสมบูรณ์ทางธรรมชาติไว้ได้แบบจัดเต็ม นับเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ทรงคุณค่าควรปักหมุดและมีเสน่ห์ชวนค้นหาแบบสุด ๆ พิกัด : Bern ซูริค (Zurich) เมืองอันทรงเสน่ห์ของยุโรปโบราณ และยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย กับความคลาสสิคของสถาปัตยกรรมเก่าแก่ สวย ๆ ชิค ๆ ที่รายล้อมอยู่ทั่วตัวเมือง กับกลิ่นอายบรรยายแบบดั้งเดิมสุดออริจินอลของเมืองยุโรปในยุคกลางอันทรงเสน่ห์ริมฝั่งแม่น้ำ Limmat อันสวยงาม เงียบสงบ แสนโรแมนติก ที่ทำให้เมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องความงดงามทั้งทางทัศนียภาพและสถาปัตยกรรมราวกับภาพวาดในเทพนิยาย อันทำให้เมืองซูริคโด่งดังไปทั่วโลก พิกัด : Zurich เจนีวา (Geneva) เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ สถานที่เที่ยวสวิส รองจากเมืองซูริค แต่ในเรื่องของทัศนียภาพและความสวยงามนั้นไม่เป็นสองรองกันเลย กับบรรยากาศของกลิ่นอายเมืองเก่าสไตล์สวิสเซอร์แลนด์แท้ ๆ ริมแม่น้ำขนาดใหญ่ที่พาดผ่านกลางเมือง รายล้อมด้วยสถาปัตยกรรมเดิม ๆ สวย ๆ ที่ช่วยแต่งเติมความคลาสสิควิจิตรบรรจงให้กับเมืองแห่งนี้ ทั้งยังรังสรรความอลังการด้วยบรรยากาศ และความน่ารักของชาวพื้นเมืองอีกด้วย นี่แหละใช่เลย เมืองในเทพนิยาย พิกัด : Geneva มงเทรอซ์ (Montreux) สถานที่เที่ยวสวิส เมืองตากอากาศสุดโรแมนติกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของสวิสเซอร์แลนด์ริมทะเลสาบเจนีวา อันเป็นพิกัดทำเลที่ตั้งของปราสาทที่สวยที่สุดของสวิสเซอร์แลนด์อย่าง ปราสาทเชียง (Chillon Castle) อีกด้วย ในส่วนของทัศนียภาพของเมืองก็สวยงามไม่ต่างไปจากปราสาทชื่อดังเช่นกัน กับความงามตามธณรมชาติที่โอบล้อมด้วยภูเขาเนินสูงต่ำ ลูกไม่ใหญ่นักรอบตัวเมือง และทะเลสาบกว้างน้ำนิ่งสงบสีเทอร์ควอยซ์สวย ๆ สุดปลายสายตา คลาสสิคราวต้องมนต์แบบสุด ๆ พิกัด : Montreux โลคาร์โน (Locarno) เมืองตากอากาศเล็ก ๆ ที่มีความสวยงามในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากเมืองอื่น ๆ ในประเทศสวสิเซอร์แลนด์ ด้วยความที่เป็นเมืองที่ได้รับอิทธิพลมาจากอิตาลี และด้วยเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ ๆ มีอากาศอบอุ่นสบาย ยิ่งเพิ่มเติมความชิลล์ให้กับเมืองโลคาร์โน (Locarno) แห่งนี้ขึ้นอีกหลายเท่าทวีคูณ ในส่วนของเรื่องความสวยงามทางทัศนียภาพนั้นก็ไม่ได้น้อยหน้าเมืองอื่น ๆ เลย แถมยังเพิ่มเติมด้วยความน่ารักในแบบอบอุ่นชิลล์ ๆ ที่ลงตัว ริมทะเลสาบใสๆ ด้วยสถาปัตยกรรมชิค ๆ สีพาสเทลโทน Earth Tone สวย ๆ เฉกเช่นเดียวกับเมืองน่ารัก ๆ ในเทพนิยาย พิกัด : Locarno กรุยแยร์ (Gruyere) สถานที่เที่ยวสวิส เมืองเล็ก ๆ กลางหุบเขาอีกแห่งหนึ่งของประเทศ ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของสวิสเซอร์แลนด์ แม้ว่าเมืองแห่งนี้จะมีชื่อเสียงโด่งดังมาจากการทำชีสกรุยแยร์รสเลิศ แต่ทัศนียภาพของเมือง และปราสาทกรุยแยร์ (Gruyeres Castle) ก็มีชื่อเสียงในเรื่องความสวยงามไม่แพ้เรื่องชีสเช่นกัน ด้วยบรรยากาศคลาสสิคฉบับเมืองเล็ก ๆ ในชนบทของยุโรปอันแสนอบอุ่น ที่สามารถจินตนาการได้จากหนัง เทพนิยาย และการ์ตูนฝรั่งสุดคลาสสิคทั่ว ๆ ไป พิกัด : Gruyere เอ็งเงิลแบร์ค (Engelberg) เมืองเล็ก ๆ แต่มีธรรมชาติสุดอลังการตระการตา สถานที่เที่ยวสวิส ที่ตั้งอยู่ติดเทือกเขาแอลป์ทางตอนกลางของประเทศสวสิเซอร์แลนด์ ไม่ไกลจากยอดเขาทิตลิส (Titlis) ที่มีความสูงถึง 3,238 เมตร ซึ่งมีหิมะปกคลุมเกือบตลอดทั้งปี เป็นเครื่องการันตีความงดงามเหนือจินตนาการ เกินคำบรรยายของเมืองแห่งสกี และธรรมชาติแห่งนี้ และที่คลาสสิคชวนหลงใหล ไม่ต่างจากติดอยู่ในเทพนิยายอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ ความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น อุดมสมบูรณ์นั่นเอง พิกัด : Engelberg เวกกีส์ (Weggis) สถานที่เที่ยวสวิส เมืองเล็ก ๆ ริมฝั่งทะเลสาบอันงดงาม จนได้ชื่อว่า ริเวียร่าแห่งสวิสเซอร์แลนด์ตอนกลาง เป็นเครื่องการันตีความงดงามของทัศนียภาพโดยรอบตัวเมือง ซึ่งโอบล้อมใกล้ชิดขุนเขาทั้ง 360 องศา ปะชันหน้ากับทะเลสาบสุดชิลล์ ท่ามกลางอากาศที่อบอุ่น แสนสบาย ของความอลังการทางธรรมชาติที่ยากเกินกว่าจะบรรยาย โดยมีไฮไลท์ของเมืองอยู่ที่อาคารยอดแหลมสูงสีแดงสดราวกับหมวกของพ่อมดริมทะเลสาบอันแสนสะดุดตา พิกัด : Weggis มูร์เริน (Murren) ปิดท้ายกันด้วย สถานที่เที่ยวสวิส อีกหนึ่งหมู่บ้านเล็ก ๆ ชิค ๆ บนเทือกเขาแอลป์ท่ามกลางหิมะหนานุ่มที่ปกคลุมสีขาวโพลน ที่ระดับความสูงถึง 1,650 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ในอากาศที่แสนหนาวเย็น แต่กลับอบอุ่นไปด้วยบรรยากาศน่ารัก ๆ และความเป็นกันเองของผู้คนท้องถิ่น ที่ช่วยเสริมให้เมืองแห่งนี้สวยงามทั้งทางสายตาและทางจิตใจ กับทัศนียภาพแปลกตา ชวนให้ต้องสะกดสายตา จนยากที่จะละลายตาเลยทีเดียว พิกัด : Murren ครบกันไปแล้วกับทั้ง 15 พิกัด สถานที่เที่ยวสวิสสุดสวยราวกับเมืองในเทพนิยาย ในดีเทลของมุมมองความสวยในแต่ละเมือง คราวนี้การวางแผนเที่ยวสวิสคราวนี้คงง่ายขึ้นอีกสักหน่อย อย่างน้อยก็คงทำให้ล็อคพิกัดเมืองน่าเที่ยวในสวิสเซอร์แลนก์แคบลงหน่อย หรือสุดท้ายแล้วถ้าเลือกไม่ได้จริงจริ๊งล่ะก็ ก็คงต้องเตรียมวางแผนการเดินทางเที่ยวสวิสสัก 2 – 3 รอบแล้วจัดกลุ่มเมืองในสวิสที่จะไปเที่ยวในแต่ละครั้งเอาแทนแล้วกันเนอะ เพราะมันสวยมากจนเลือกไม่ได้จริง ๆ ... เข้าใจเลย
พาไปตะลุยทุกซอก ห้างจีเวล สิงคโปร์ สนามบินชางงี มีอะไรดี ? มาดูกัน
พาเที่ยว
พาไปตะลุยทุกซอก ห้างจีเวล สิงคโปร์ สนามบินชางงี มีอะไรดี ? มาดูกัน
เห็นรูปก็รู้แล้ว ว่าครั้งนี้เราจะพาไปตะลุยเที่ยวที่ไหนกัน สิงคโปร์ไงจะที่ไหนละ ตอนนี้ที่เที่ยวสิงคโปร์ แห่งนี้มาแรงเหลือเกินชนิดที่ว่าใครไปเที่ยวสิงคโปร์ก็ต้องมีรูปโพสต์ให้เห็นกันอย่างแน่นอนกับห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ สุดอลังการ ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณสนามบินชางงี (Singapore Changi Airport) และเมื่อมีโอกาสได้มาเที่ยวสิงคโปร์ทั้งที ทีมงาน "วันๆ คิดแต่จะเที่ยว" ก็เลยขออาสาพาไปเที่ยวออกห้างใหม่จีเวลแห่งนี้กันสักหน่อย หลายคนเคลมว่ามีทุกครบทุกอย่าง จะจริงแท้แค่ไหนนั้น ? ตามพวกเราไปซอกแซกกันเล๊ยยยยยตอนนี้! เดินทางไปห้างจีเวลยังไง? สำหรับการเดินทางมาอาคารจีเวล นั้น ไม่ยากเลยค่ะ เพราะจะมีทางเชื่อมอยู่ติดกับ Terminal 1 เลยค่ะ ไม่ว่าเราจะแลนด์ดิ้ง Terminal ไหน ก็คือนั่งรถไฟมาลง Termanal 1 ได้เลยค่ะ จากนั้นก็เดินไปทางขวาของ Terminal ก็จะเห็นป้ายเด่น ชัดเจนว่า Jewel ก็เดินเข้าไปโลดจ้า น้ำตก ที่ห้างจีเวล! ห้างจีเวลนั้นมีทั้งหมด 10 ชั้นค่ะ บอกได้เลยว่าขึ้นบันไดเลื่อนกันจนงงไปข้าง ซึ่งแน่นอนว่า ทุกคนที่มายังห้างจีเวลแห่งนี้ ก็หวังว่าจะมาชมน้ำตกในร่มสุดอลังการ แห่งนี้กันทั้งนั้น บอกเลยว่าไม่ยากเลยค่ะ เพราะไม่ว่าจะอยู่ชั้นไหนของห้าง ก็สามารถมองเห็นน้ำตกแห่งนี้ได้ทั้งหมด โดยน้ำตกจะอยู่บริเวณตรงกลางของห้างเลย ซึ่งถ้าถามเรา เราว่าแต่ละชั้นสามารถมองเห็นความสวยงามของน้ำตกได้แตกต่างกันไปตามมุม แต่คือดีทุกชั้นเลยแม่! ก็คือหยุดถ่ายรูปมันทุกชั้นไป แต่อยากให้ทุกคนไปยังชั้นล่างของน้ำตก (ซึ่งเอาจริงๆ เราจำไม่ได้ว่าคือชั้นอะไร เพราะชั้นมันเยอะมาก 555555) เป็นชั้นที่เราสามารถเดินเข้าไปมองจุดที่น้ำตกไหลลงไปได้แบบใกล้ชิด ก็แอคถ่ายรูปสวยๆ กันไปค่ะ แต่ไม่ใช่แค่น้ำตกที่ดีนะเธอ เพราะการจัดป่าในร่มของที่นี่คือสุด สวยตาหลุดอ่ะแม่! ไม่อยากเชื่อว่ามันคือป่าในร่มอ่ะ คือทำได้ดีระดับสิบมาก สมกับเป็นประเทศสีเขียวระดับต้นๆของโลกจริงๆค่ะ ร้านอาหาร ห้างจีเวล หิวแล้ว! จีเวลมีอะไรให้กินบ้าง ? หลังจากที่มีคนบอกเรามาว่าจีเวลแห่งนี้ มีทุกร้านอร่อยเด็ด ทั้งตัวแทนจากสิงคโปร์ และต่างประเทศ เราจึงไม่ช้า ขอฝากท้องที่นี่กันสักหน่อย ซึ่งสำหรับเมนูอร่อยเด็ดนั้น จะซ่อนตัวอยู่ชั้นล่างของห้างค่ะ แค่พอเท้าแตะชั้นนี้ ก็รู้ได้เลยว่าเป็นชั้นของกินแน่นอน เพราะคนพลุกพล่านกว่าชั้นอื่นๆ ราวกับมารวมตัวกันอย่างไม่ได้นัดหมาย พวกเธอเป็นสายกินเหมือนฉันล่ะซิ เราเลยไม่รอช้า พุ่งตัวเสาะแสวงหาร้านในดวงใจ ที่ไม่ว่ามาสิงคโปร์ครั้งใด ก็ต้องกิน บักกุ๊ตเต๋ในดวงใจของฉัน อย่าง Songfah Buk Kut Teh แต่ๆ ยังไม่หมดนะจ๊ะ เพราะที่นี่เขารวมร้านเด็ดไว้มากจริงๆ เพราะทุกร้านขึ้นชื่อของสิงคโปร์ก็คือมาอยู่ที่นี่หมด ใครที่ไม่มีเวลาแวะกินเมนูเด็ดตอนเที่ยวสิงคโปร์ สามารถมาแวะชิมที่ห้างจีเวลกันก่อนกลับได้นะคะ รวมไปถึงถ้ามากันหลายคน แล้วตกลงกันไม่ได้ว่าจะกินอะไรดีแบบพวกฉัน ก็เชิญไปยังฟู๊ดคอร์ท Five Spices กันเลยจ้า รับรองหมดปัญหาเรื่องกินอะไรดี ? เพราะมีครบเลยจ้า และอย่างที่บอกว่าไม่ใช่แค่ของเด็ดสิงคโปร์ แต่ร้านเด็ดๆจากทั่วโลกก็มาเหมือนกันจ้า อย่างร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังจากอังกฤษ Shake Shack ที่คนต่อแถวล้นออกมานอกร้าน ด้วยความที่เราต้องรีบไปขึ้นเครื่องเลยไม่มีเวลาชิมเลย ไว้โอกาสหน้าไม่พลาดแน่นอนค่ะ ไม่ใช่แค่อาหารเท่านั้นนะคะ แต่คาเฟ่ก็มีเยอะจนเลือกไม่ถูกเลย อย่าง Starbucks สาขาจีเวลก็คือเล่นใหญ่มากค่ะ แวะชิมกาแฟสวยๆ หรือสายมินิมอล ก็มี MUJI Cafe’ ให้ลองไปชิมกันได้ และยังมีร้านคาเฟ่อีกมายมายหลายร้านมากๆ ให้เหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์ได้ชิมกาแฟกันจนตาค้างแน่นอนค่ะ รวมร้านแบรนด์สุดฮิต ชนิดที่ขาช้อปต้องหลั่งน้ำตา! ใครที่เที่ยวสิงคโปร์เพลินจนลืมช้อป หรือยังช้อปไม่หนำใจ อยากละลายเงินดอลล่าห์ในกระเป๋า ก็มาจัดได้ที่จีเวลแห่งนี้เลยค่ะ มีทุกแบรนด์ดัง ย้ำว่าทุกแบรนด์ เอาเป็นว่าเราจำได้ไม่หมด เพราะมันเยอะมากแม่ ทั้ง Chales & Keith, Zara, Mark & Spencer, Uniqlo และอีกหลากหลายแบรนด์ให้ขาช้อปได้ตะลึงพรึงเพริด เงินไม่หมดให้มันรู้ไป มองไปทางไหนก็น่าโดนทั้งนั้น ยังไงขอแนะนำให้เหล่านักช้อปตั้งสติ ก่อนสตาร์ทกันนิดนึงนะคะ ชมสวนสวยในร่มสุดยิ่งใหญ่ระดับโลก ที่ห้างจีเวล หลังจากที่เราซอกแซกจากชั้นล่างสุด เรื่อยๆมาจนถึงชั้นบนสุดของที่นี่ ก็ได้พบกับสวน Canopy Park ซึ่งจะมีการจัดแสดงดอกไม้ตามฤดูกาล ในส่วนนี้ต้องเสียค่าเข้าค่ะ คนละ 5 ดอลล่าห์สิงคโปร์ (หรือประมาณคนละ 125 บาท) ภายในก็จะมีกิจกรรมตื่นเต้นมากมาย รวมไปถึงมุมสวยๆถ่ายรูป แต่ด้วยเวลาที่จำกัดเพราะเดี๋ยวจะต้องบินกลับ เราก็ได้แต่ชมด้านนอกสวน ซึ่งก็มีมุมสวยๆ ที่เห็นน้ำตกอยู่หลายจุดเลย หรือใครมีเวลา อยากจะมานั่งชิลจิบเครื่องดื่ม กินอาหารอร่อยๆ ด้านบนนี้ก็มีหลายร้านน่าสนใจเลยค่ะ บอกเลยว่าถ้ามีโอกาสครั้งหน้า ต้องไม่พลาดอย่างแน่นอนค่ะ หลังจากที่เดินเที่ยวห้างจีเวล ชางงีจนทะลุปรุโปร่ง จนทำเอาพวกเราถึงกับเมื่อยขากันเลย เพราะว่ามันใหญ่มากจริงๆค่ะ และจัดเต็มตามคำล่ำลือจริงๆ ซึ่งพวกเราอาจจะรีวิวไม่ได้ทั้งหมด เพราะไม่งั้นอาจจะกินความยาวถึง 10 หน้ากระดาษ เพราะมันเยอะมากจริงๆ ถือว่าเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวสิงคโปร์แห่งใหม่ ที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ แนะนำว่าถ้าใครมีไฟล์ทบินช่วงบ่ายๆ ก็ตื่นเช้าสักนิดแล้วแวะมาเที่ยวจีเวลกันก่อนบินแบบสวยๆ หรือถ้าใครไฟล์ทมาสิงคโปร์เช้าๆ ก็สามารถแวะห้างจีเวลกันก่อนเข้าเมืองได้ค่ะ แต่อย่าเดินเพลินจนลืมเวลาบินน้า เดี๋ยวจะตกเครื่องเอาได้ และนี่คือเรื่องราวความประทับใจของพวกเรา ที่อยากส่งต่อให้ทุกคนได้อ่าน ถ้าใครไปแล้ว มีที่ไหนเด็ด ก็มาแนะนำกันได้นะคะ ส่วนครั้งหน้าเราจะไปเที่ยวไหน อย่าลืมติดตามกันให้ดีละ แล้วเจอกันใหม่ค่ะ เรื่องและภาพ : วันๆ คิดแต่จะเที่ยว Singapore 2019
7 มรดกโลกในยุโรป เช็คอินถ่ายภาพ สวยเหมือนดั่งอยู่ในความฝัน
พาเที่ยว
7 มรดกโลกในยุโรป เช็คอินถ่ายภาพ สวยเหมือนดั่งอยู่ในความฝัน
เที่ยวยุโรปครั้งนี้เราจะเนรมิตทำวันพักผ่อนให้เป็นวันพิเศษสุดๆ ด้วยทริปที่สามารถเพลินเพลินไปกับความงดงามของสถานที่ท่องที่ที่สุดแสนจะสวยงามอลังการตระการตาเหล่านี้กันค่ะ กล้องไม่ต้องแพง ไม่ต้องไปลงคลอสเรียนถ่ายภาพ ไม่ต้องมีอุปกรณ์เยอะแยะให้สิ้นเปลือง มีมือถือเครื่องเดียวก็ได้รูปที่สวยสุดยอดได้ เรียกว่าถ่ายยังไงก็สวยค่ะ เก็บมาฝากไว้ให้แล้ว จองทัวร์ยุโรป กับ ทัวร์ครับ กดตรงนี้ 7.มรดกโลกในยุโรป 1. Hallstatt Austria เป็นเมืองมรดกโลกที่งดงามราวกับภาพในฝันเลยล่ะค่ะ ไปมา 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรกสวยยังไงครั้งที่ 2 ก็ยังคงสวยเหมือนเคย อยากแนะนำไปแชะภาพตอนกลางคืนนะคะ สวยมากๆ เพราะจะได้บรรยากาศเปลี่ยนไปอีกแบบโดยเฉพาะถ้าใครได้ไปช่วงสิ้นปี หรือเทศกาลวันอีสเตอร์ เทศกาลวันคริสต์มาสด้วยแล้วล่ะก็ ถนนเส้นเล็กๆเส้นนี้จะมีการประดับประดาตกแต่งพร๊อบต่างๆมากมายบนถนนเลียบริมทะเลสาบค่ะ โดยเฉพาะถ้าไปในช่วงปลายปี อากาศเริ่มหนาว ทะเลสาบนี้จะกลายเป็นทะเลสาบน้ำแข็ง ที่มีทั้งนกเป็ดน้ำและปลาแซลมอนแหวกหว่ายอยู่ใต้ผืนน้ำ การไปหาที่พักที่ Hallstatt แนะนำให้จองล่วงหน้านะคะ และราคาที่พักโดยเฉพาะช่วงปลายปีจะค่อนข้างสูงมาก แนะนำให้ท่านที่สนใจอยากไปเมืองมรดกโลกแห่งนี้ ไปจองที่พักในอีกฟากฝั่งนึงของ Hallstatt ที่มีชื่อว่า Oberton ค่ะ ราคาดีกว่ามากๆ เลย จุดถ่ายภาพที่ Oberton ก็สวยมากๆเช่นกันค่ะ ตรงนั้นจะมีท่าเรือที่สามารถข้ามฟากไป Hallstatt ได้ ใครอยากได้บรยากาศแบบฟินสุดๆแนะนำให้ลองนั่งเรือนะ สวยมากๆจริงๆแต่ต้องรีบไปนิดนึงนะคะ เพราะเรือเที่ยวสุดท้ายหมด 18.00 น. และเรือจะมาแค่ชม.ละครั้งค่ะ ค่าบริการเรือข้ามฟากเพียง 8 ยูโรค่ะ ไป-กลับก็ 16 ยูโร ถ้านั่งแท็กซี่ไปราคาราวๆ 15-21 ยูโร แต่เราขับรถไปเอง ไปจอดแถวนั้นราคาชั่วโมงละ 3 ยูโรค่ะ อยู่ที่นั่นราวๆ 3-4 ชม.ก็ 12 ยูโรพอกัน 2. Bear Pit Burn Switzerland เป็นเมืองที่สวยทุกอณูเลยล่ะค่ะ คือเหมาะมากกับการไปพักผ่อนหรือฮันนีมูนมาก บ้านเมืองเค้าคือสามารถรักษาธรรมชาติไว้ได้สมบูรณ์แบบมากๆ ที่ที่แนะนำให้ไปแชะภาพกันคือ เขตเมืองเก่าค่ะ สวยหมดเลย เป็นอนุสรณ์สถาน และเป็นเมืองมรดกโลกแห่งยูเนสโกด้วย เดินเที่ยวเล่นจากใจกลางเมืองก็สวยเก็บภาพได้เป็นกระบุงเลยจ่ะ หรือจะไต่ขึ้นไปบนยอดหอคอยที่วิหารเบิร์นไปชม Heiliggeistkirche (โบสถ์แห่งวิญญาณบริสุทธิ์) ในเขตเมืองเก่า (Altstadt) ก็ได้ อาคารรัฐบาลของเค้าก็สวยเหลือเกิน Bundesplatz ที่นั่นจะมีธนาคารสวิสหลายแห่งตั้งอยู่ ยังมีนาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์อยู่ที่ Zyttglogge อีกด้วย ถ้าใครมีเวลาว่างหน่อยแนะนำไปที่นี่เลยจ้า Rosengarten ที่มีกุหลาบมากกว่า 220 สายพันธุ์สวยมากเริ่ชเว่อร์ลองแวะไปแชะภาพกันได้จ่ะ 3. Toredo Spain มหาวิหารโทเลโด หมาวิหารแห่งนี้วิริศมาหราเริ่ชหรูตระการตาเป็นที่สุดค่ะ มหาวิหารโทเลโดยังติดอันดับ 5 กับโบสถ์ที่รวยที่สุดในโลกด้วย บอกเลยว่าสมคำร่ำลือเด้อแม่ สวยมากแม่ งานดีงานละเอียดเฉียดของแท้สุดๆ ว่ากันว่ากว่าจะสร้างเสร็จนี่ใช้เวลานานกว่า 200 ปีเลย มหาวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ Plaza del Ayuntamiento (จัตุรัสใจลางเมือง) และมันช่างน่าอัศจรรย์เหลือเกินค่ะคุณขาเพราะเมืองเมืองนี้สวยมากจริงๆ ถ่ายแต่ภาพจตุรัสก็ว่าสวยมากแล้ว ถ่ายภาพเมืองพร้อมกับมหาวิหาร Toredo ยิ่งสวยหนักเข้าไปอีก ไม่พอด้านนอกนี่คือสุดยอดแล้ว เข้าไปด้านใน สวยหนักมว้ากกกเว่อร์เพดานสูงมากและมีการสร้างงานปั้น งานฉลุ งานกระจกและลงสีลวดลายต่างๆไว้อย่างงดงามตามแบบศิลปะแบบกอทิก กระจกสีในแต่ละด้านทำให้แสงส่องผ่านและส่องสว่างในที่มืด เลอค่าอาม่าปลื้มมากค่ะ ทุกวันนี้ยังจำติดตาเลยอะ สวยมากจริงๆ ครั้งนึงในชีวิตแนะนำไป 4. Plaza Mayor Madrid ที่นี่เป็นจตุรัสที่มีระเบียงเรียงรายเป็นสีสีนสวยงามตั้งอยู่ในใจกลาง Hapsburg Madrid ค่ะ เรียกว่าเป็นย่านเมืองเก่า Casa de la Panadería การตกแต่งของที่นี่ต่างจากในอดีตโขอยู่จ่ะ ตะก่อนเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังบนหน้าอาคารซึ่งเป็นผลงานของคาร์ลอสฟรังโก รูปปั้นของ Philip III กษัตริย์บนหลังม้า เป็นผลงานศิลปะที่ออกแบบโดย Giambologna แต่ก็สร้างไม่เสร็จ มาสร้างเสร็จเอาสมัย Pietro Tacca ในปี 1616 ใกล้ๆ Plaza Mayor จัตุรัสเป็นจุดที่เรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่กิโลเมตรที่ 0 ของกรุงมาดริด นักท่องเที่ยวมากมายก็ฮิตที่จะไปถ่ายรูปกันค่ะ ส่วนชาวไทยก็เชื่อว่า การไปเหยียบที่หลักกิโล km 0 เนี่ยะ ORIGEN DE LAS CARRETERAS RADIALES เหยียบแล้ว จะได้กลับไปที่นี่อีกครั้ง แต่จะจริงหรือปล่าวก็ลองดูกันจ่ะ เผื่อจะโชดดีได้รางวัลฝาขวดชาเขียวได้ไปเที่ยวอีก ประติมากรรมสีดำรูปหมีกินผลมาโดรโย่ ที่มีชื่อว่า Estatua del Oso y el madrono ตรงนี้ทีแรกก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าคนเค้าไปถ่ายรูปอะไรกันเยอะแยะ ไม่เห็นมีอะไรเลย 555+ คือมีแค่รูปปั้งหมีสีน้ำตาลจริงๆ จากใจแต่ไหนๆก็เดินผ่านละ เอ้อ เอาหน่อยกะดะ 5.Alhambra De Granada มรดกโลกมาอีกแล้วจ้าพี่จ๋า ที่กรานาดานับว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีเสน่ห์มากๆ คือมีความทันสมัยผสมผสานกับความเก่าแก่ของอารยธรรมเอาไว้ได้ลงตัวมากๆ เมืองเค้าดูดีสะอาดสะอ้านกว่าแมดริดหรือบาเซโลน่าเยอะ เราชอบที่นี่มากๆ Granada แปลว่า ทับทิม Alhambra ถูกสร้างขึ้นในปี 1870 เพื่อปกป้องพยานหลักฐานทางโบราณคดีจำนวนมากที่ถูกทำลายไป เมืองนี้เป็นเหมือนเมืองเล็กๆเมืองนึงเลยล่ะ โดนบุก โดนเข้ายึด เปลี่ยนมือการปกครองบ่อยมาก ทำให้มีความหลากหลายทางศิลปะดั้งเดิม Alhambra ถูกค้นพบ และบูรณะอีกครั้งหลังจากความพ่ายแพ้ของนโปเลียน ด้วยความงดงามของศิลปะแบบดั้งเดิม อาลัมบราจึงกลายเป็นอีกแห่งในเมืองมรดกโลกที่เราต้องมาดูให้ได้ครั้งนึงในชีวิต สมญานาม "ไข่มุกแห่งมรกต" ซึ่งเป็นบอกเล่าถึงสีของอาคารและป่ารอบ ๆ พระราชวังบนยอดเขาและสวน (Alameda de la Alhambra) ที่นี่เต็มไปด้วยดอกไม้ป่าและหญ้าในฤดูใบไม้ผลิถูกปลูกอย่างงดงามทุ่งด้วยกุหลาบส้มและน้ำพุซึ่งเป็นสัญลักษณ์ความงามแห่งศรวงสวรรค์มีการใช้เสาโค้งน้ำพุด้วยน้ำไหลและสระสะท้อนแสงเพื่อเพิ่มความสวยงาม จึงไม่ผิดเลยที่จะเรียกว่า "สวรรค์บนดิน" งามมากแม่ เดินเหนื่อยมากด้วย 3-4 ชม.ไม่พอเด้อ ต้องมีครึ่งวันโน่นล่ะจ่ะ แต่รับรองได้เลยว่าคุ้มค่ามหาศาลที่ได้ไปเยอือนอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ 6. ตลาด บุคเคอเรีย Mercat De La Boqueria Barcelona ตลาดที่ใหญ่ที่สุด เก่าแก่ที่สุดของเมือง เป็นอันดับ 1 ของโลกซะด้วย อาหารต่างๆนาๆเยอะมากๆ แบ่งเป็นโซนต่างๆ อย่างชัดเจน ทั้งโซนของสด ซึ่งถ้าไปค่ำๆจะปิดแล้วนะค้า แต่โซนอื่นๆยังเปิดตามปกติค่ะ อาหารทะเล เนื้อสัตว์ ขาหมูรมควันที่ทำแบบพาร์ม่าแฮมอันนี้อร่อยมากสุดยอด ขอว่าด้วยขาหมูรมควันสักเล็กน้อย คนสเปนนิยมมาก มีร้านเยอะเว่อร์วังในสเปน นี่เข้าไป 4-5 ร้าน เด็ชทุกร้านเด้อ กินกะขนมปังจืดๆยังอร่อยอะแกรเอ๊ย กินกะชีส+ไวน์สักแก้ว นี่เรียกว่าสุดจัดปลัดบอกเด้อแม่ ใครมีโอกาสได้ไปทานที่นั่นแนะนำลองเลยจ่ะพี่จ๋า มันเริ่ช ของเค้าดีจริงๆ ถั่วและผลไม้อบแห้งเยอะมากๆ หลายร้านเลย เลือกแทบไม่ไหว เดินไปกินไปอิ่มพอดีเลย ที่สำคัญราคาไม่แพงเลย ขนมปังก็มีให้เลือกหลายแบบ น้ำผลไม้ปั่นนี่ปั่นกันตั้งแต่ศากเบือยันเรือรบ อยากกินอะไรปั่นล่ะ มีหมดจ้า รากไม้ ใบผัก ผลไม้แทบทุกชนิดบนโลกนี้ มีเยอะมากเว่อร์ ราคาดี กินให้อุจาระแตกอุจาระแตนกันไปเลย สะหนนราคาที่แก้วละ 1-2.5 ยูโร 7. Dachstein Krippenstein Obertraun Five Finger อีกหนึ่งมรดกโลกที่อยู่ไม่ไกลจาก Hallstat ค่ะ ภูมิใจนำเสนอมากๆกับ มุมมองแบบพาโนรามาที่ไม่เหมือนใครของธารน้ำแข็ง Dachstein อันยิ่งใหญ่และสวยงามมาก Weltnaturerbeblick อยู่ใกล้ๆกับเขา Krippenstein เชื่อว่าใครได้ขึ้นไป คุณจะรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกนึง ที่นี่จะมีกระเช้าที่ความสูง สูงมากสุดลูกตา สวยสมคำร่ำลืออีกแล้วครับพี่น้อง ที่นี่แนะนำว่า ถ้าใจเสาะ! อย่าไปเด้อ 5 fingers นี้จะทำให้ทั้งรู้สึกภูมิใจที่กว่าจะเดินขาลากมาถึงและหวาดเสียวด้วย เหนื่อยด้วย ร้อนด้วย แต่อากาศก็เย็นด้วย ตื่นเต้นด้วย เพลินด้วย งงไปหมด ความสูงที่ระดับ 400 เมตร ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ ความหนาวที่ระดับ 0 องศาก็ไม่ธรรมดา สรุปว่ามันหลายฟิลลิ่งมาก ชอบ ชอบมากอะ ชอบสุดๆ Dachstein Krippenstein แห่งนี้ถ้าใครจะไปเที่ยว แนะนำว่า ท่านต้องมีเวลามากพอน้าครึ่งวันโน่นแหละ ถ้ามีเวลาน้อยกว่านี้แนะนำวางแผนใหม่เด้อ เพราะขึ้นกระเช้าไปทีได้เที่ยวเยอะมาก ที่นี่เป็นแหล่งเหมืองเกลือเก่า ที่เป็นกรุสมบัติที่ซ่อนทองคำขาวเป็นจำนวนมาก นอกจากจะถ่ายรูปกันฟินๆเพลินๆกับทัศนียภาพระหว่างทางเดินไป 5 Fingers แล้ว ยังมีถ้ำน้ำแข็งยักษ์ Dachstein ถ้ำหิน น้ำแข็ง สะพานเชือกสุดเสียวสูง 30 ม. ที่ที่ค้นพบต้นกำเนิดของอัญมณีแห่งธรรมชาตินี้ หินงอกหินย้อยหลากสีวาววับสะดุดตา ทางเดินและห้องโถงก็เต็มไปด้วยเสียงคำรามถ้ำหมี Ben + Boris ยังไม่หมดเด้อ ยังมีถ้ำแมมมอธ และจุดแชะภาพที่เป็นปลาฉลามอีก ถ้ำแมมมอธซึ่งเคยเป็นที่ล่าสัตว์ในห้องใต้ดินในอดีต เป็นการสร้างเพื่อการเชื่อมต่อทางด้านตะวันตกของถ้ำน้ำแข็งแดชสไตน์กับด้านตะวันออก สรุปเป็นว่าน่าไปหมด แนะนำไปเช้าหน่อยแดดไม่แรงมาก สัก 7.30น. - 8.00น. ตอนเราไปก็ประมาณนี้กลับลงมาอีกที บ่าย 2 พี่จ๋า เทโปรแกรมอื่นๆ ณ บัดนาว แต่รับรองว่าคุ้มค่าที่ได้มาเยือน ของเค้าดีจริงจ่ะ ทั้งหมดนี้เก็บมาฝากนะคร้า สำหรับทริปแบ็คแพ็คยุโรป สเปน สวิส ออสเตรีย ประมาณ 10 กว่าวันได้ ไปเองเช่ารถขับไม่ใช่เรื่องยาก หรือจะนั่งพวกรถไฟความเร็วสูงของเค้าก็ได้ค่า ที่โน่นเจริญมากมาย เดินทางง่ายสะดวก แต่ถ้าใครขี้เกียจวางแผนการเดินทาง ไปเที่ยวกับทัวร์ก็ง่ายดี แอบกระซิบนิสนุง ที่สเปนมิจฉาชีพค่อนข้างเยอะ ระมัดระวังกระเป๋าดีๆ ค่า เห็นนักท่องเที่ยว 80% โดนกันเลยเก็บมาเตือน และขอจบทริปสเปน สวิส ออสเตรีย แต่เพียงเท่านี้นะคร้า บั๊ยยยยย….จองทัวร์ครบจบที่ทัวร์ครับ จองทัวร์ยุโรป กับ ทัวร์ครับ กดตรงนี้
เที่ยวยุโรปแบบสะใจ กับ 20 พิกัด มัดรวมรวมกันมาให้แล้ว
พาเที่ยว
เที่ยวยุโรปแบบสะใจ กับ 20 พิกัด มัดรวมรวมกันมาให้แล้ว
ทัวร์ยุโรป - เชื่อว่า 70% ของสายเที่ยวอยากไปเที่ยวต่างประเทศให้ได้สักครั้ง หลายๆ คนอาจคิดว่า คงได้แค่ความฝัน แต่เดี๋ยวนี้การไปเที่ยวยุโรป ไม่ได้เป็นเรื่องยากอีกต่อไป ไม่ว่าจะไปเที่ยวเอง หรือที่สะดวกเลยก็คือการไปเที่ยวทัวร์ยุโรป ทัวร์ยุโรปราคาไม่แพงมาก แต่ได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศสุดโรแมนติกได้เลย วันนี้เราจะมาลิสต์เมืองน่าเที่ยวยุโรปแบบสะใจ กับ 20 พิกัด มัดรวมรวมกันมาให้เพื่อนๆ ได้เลือกแล้ว จะมีที่ไหนน่าสนใจบ้างนั้นไปดูกันเลย ซื้อทัวร์ยุโรป กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) คลิกเลย 20 ที่เที่ยว ทัวร์ยุโรป 1.ทัวร์ยุโรป - ลอนดอน อังกฤษ มาเริ่มกันที่ประเทศแรกกับประเทศอังกฤษ เป็นประเทศแรกๆ เลยที่นักท่องเที่ยวต่างตั้งเป็นจุดหมายปลายทางในการพักผ่อน เรียกได้ว่าประเทศแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมากมายไม่ว่าจะเป็น หอนาฬิกาบิ๊กเบน ลอนดอนอาย หรือจะเป็นพระราชวังบักกิงแฮม และอีกมากมายที่จะชวนให้คุณได้มาสัมผัสกับบรรยากาศของเมืองลอนดอนสุดยอดของความโรแมนติก 2. ทัวร์ยุโรป - ปารีส ฝรั่งเศส มาถึงประเทศที่ใครหลายๆ คนฝันที่อยากจะเดินทางไปสักครั้งในชีวิตอย่างประเทศฝรั่งเศส เป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างมาก ด้วยเรื่องความโรแมนติกและความคลาสสิคเรียกได้ว่าไม่ได้มาเยือนประเทศนี้สักครั้งคงรู้สึกเสียดายอย่างแน่นอน ที่นี่มีสถานที่ชื่อดังอย่าง พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ หอไอเฟล หรือจะเป็นประตูชัยฝรั่งเศส และอีกมากมายชวนให้คุณไปอินกับสถาปัตยกรรมของประเทศนี้ 3. ทัวร์ยุโรป - เวนิส อิตาลี เมื่อพูดถึง เวนิส หลายคนคงพูดได้เลยว่าเป็นเมืองที่ใฝ่ฝันที่อยากจะไปเยือนสักครั้งในชีวิต เมืองที่ได้รับฉายาว่า เมืองแห่งสายน้ำ เป็นเมืองที่มีความสวยงามอย่างมากเปรียบเสมือนหลุดเข้าไปในโลกนิยายกันแบบนั้นเลย ซึ่งเวนิสมีสถานที่ยอดนิยมอย่าง มหาวิหารซานมาร์โก้ โบสถ์ซานตามาเรีย เดลลา ซาลูเต หรือจะเป็นสะพานรีอัลโตที่สวยงามและยังมีอีกมากมาย 4.ทัวร์ยุโรป - โรม อิตาลี ยังอยู่ที่ประเทศอิตาลี กับกรุงโรม เป็นอีกเมืองที่มีนักท่องเที่ยวแห่กันเดินทางมาสัมผัสบรรยากาศที่โดดเด่นเรื่องศาสนาและสถาปัตยกรรมแบบโบราณสมัยเก่า ชวนให้คุณได้หลงใหลไปกับประเทศแห่งนี้อย่างแน่นอนอีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง Colosseum ,Roman Forum ,Trevi Fountain, Spanish Steps และอีกมากมาย 5. ทัวร์ยุโรป - เวียนนา ออสเตรีย มาถึงประเทศออสเตรีย กับเมืองเวียนนาดินแดนแห่งเสียงดนตรีและศิลปะ ที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวอย่างโรงละครโอเปร่า ที่ไว้ใช้สำหรับแสดงดนตรีคลาสสิค หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์ที่สามารถให้นักท่องเที่ยวเดินชมได้อย่างเต็มที่ พร้อมด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปที่สวยงาม มีประวัติศาสตร์เก่าแก่มากมายที่รอให้คุณได้มาสัมผัสบรรยากาศแบบสไตล์ยุโรป 6. ทัวร์ยุโรป - แลปแลนด์ ฟินแลนด์ เมื่อพูดถึงประเทศฟินแลนด์ หลายๆ คนได้ยินคงอยากจะรีบบินไปเยือนสักครั้งแน่ๆ เป็นดินแดนที่มีแต่กลางคืนสำหรับใครที่ชื่นชอบหิมะคงบอกได้ว่าฟินมากแน่นอนเพราะในหนึ่งปีจะมี 3 เดือนที่คุณสามารถเห็นพระอาทิตย์ได้ 24 ชั่วโมง ไฮไลท์ประเทศนี้ยังมีการตามล่าหาแสงเหนือสามารถมองเห็นได้ถึง 200 คืนต่อปี และที่สำคัญยิ่งเป็นช่วงคริสต์มาสแล้วนั้นคงไม่อยากพลาดแน่นอนเพราะเชื่อกันว่าสถานที่แห่งเป็นบ้านเกิดของซานต้าที่เต็มไปด้วยฝูงกวางเรนเดียร์และไซบีเรียนฮัสกี้ 7. ทัวร์ยุโรป - เรคยาวิก ไอซ์แลนด์ ใครที่ได้เคยดูซีรีย์ Game of Throne คงได้เห็นภาพฉากหลังที่สวยงามของหุบเขา ซึ่งภาพนั้นมาจากสถานที่แห่งนี้คือ เรคยาวิก ไอซ์แลนด์ เป็นสถานที่อันโด่งดังที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมสถานที่ถ่ายทำซีรีย์ ซึ่งสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของหุบเขาที่เป็นเหมือนกำแพงหิมะสีขาวใหญ่โต พร้อมได้รับชมแสงเหนือสวยงามไปพร้อมกับเก็บเกี่ยวบรรยากาศบริเวณโดยรอบที่มีธารน้ำแข็งชวนให้คุณเก็บภาพไปฝากเพื่อนๆ ของคุณ 8. ทัวร์ยุโรป - เบิร์น สวิตเซอร์แลนด์ มาถึงประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ที่มีเมืองหลวงตั้งอยู่ยอดเขายุงเฟรา ยอดเขาสูงที่สุดในยุโรปที่ระดับความสูงถึง 3,454 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และเป็นสถานที่ที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรปโดย UNESCO แน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากให้เดินทางมาสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ ซึ่งสถานที่แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องวิวทิวทัศน์ทั้งบนยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะระหว่างเดินทางด้วยรถไฟผ่านเส้นทางสายชนบทมีวิวที่เรียกได้ว่าสวยงามตลอดเส้นทางชวนให้คุณเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติอย่างแน่นอน 9. ทัวร์ยุโรป - บาเซโลนา สเปน มาถึงประเทศสเปน ที่มีสถานที่ท่องท่องเที่ยวอย่างบาร์เซโลนา เมืองที่เปี่ยมด้วยสถาปัตยกรรมสุดเจ๋งของเกาดี (Gaudi) ไม่ว่าจะเป็นมหาวิหารซากราด้า ฟามิเลีย (Basilica of the Sagrada Familia) ซึ่งสถานที่แห่งนี้ยังดำเนินการสร้างไม่เสร็จแต่ก็ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาดูผลงานอย่างไม่ขาดสาย และที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับเมืองแห่งนี้สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา หรือเจ้าบุญทุ่ม ที่มีชื่อเสียงอย่างมาก สาวกทีมฟุตบอลคงไม่อยากพลาดการไปชมแมทช์การแข่งขันด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต 10. ทัวร์ยุโรป - เยอรมนี เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวคงจะมีประเทศแห่งนี้อยู่ในอันดับแรกๆ ที่นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางไปจำนวนไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน เป็นประเทศที่ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเรื่องการพักผ่อนหลากหลายรูปแบบพร้อมด้วยวิวสวยๆ นอกจากโรงแรมและสปา ยังมีกิจกรรมยอดนิยมของประเทศนี้คือการปั่นจักรยานบนเส้นทางเลียบแม่น้ำ ซึ่งมีให้เลือกถึง 5 เส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนสายกว้างเหมาะกับการชมทิวทัศน์กันแบบครอบครัว หรือจะปั่นทางไกลตลอดหลายร้อยกิโลเมตรชมสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิค บาวาเรียน ชมวิวของเทือกเขาสูงและทุ่งหญ้ากว้าง 11. ทัวร์ยุโรป - สต็อกโฮล์ม สวีเดน เดินทางมาถึงประเทศสวีเดน ดินแดนของชาวไวกิ้งที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่ผสมกับสถาปัตยกรรมร่วมสมัยผสมผสานกันอย่างลงตัว ซึ่งสวีเดนมีเมืองหลวงอยู่ติดปากแม่น้ำติดชายทะเลบาลติค เมืองสตอร์คโฮมยังเป็นที่ตั้งของพระราชวังดรอตต์นิงฮอล์ม (Drottningholm Palace) ที่เรียกได้ว่าสวยงามอย่างมากและยังมีบรรยากาศที่จะชวนให้คุณหลงใหลไปกับมนต์เสน่ห์เมืองนี้อย่างแน่นอน 12. ทัวร์ยุโรป - บูดาเปสต์ ฮังการี สำหรับเมืองบูดาเปสต์ ตั้งอยู่ในประเทศฮังการี สำหรับใครที่ชื่นชอบการแช่น้ำพุร้อนคงไม่อยากพลาดที่จะไปเมืองแห่งนี้เพราะเมืองแห่งนี้ได้ชื่อว่า City of baht มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลากหลายที่ แต่ที่นิยมมากที่ในเหล่านักท่องเที่ยวคงหนีไม่พ้น Szechenyi baths เป็นโรงอาบน้ำที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป โดดเด่นด้วยสระน้ำพุร้อนกลางแจ้งขนาดใหญ่ หรือจะเป็นการเดินชมสถาปัตยกรรมโรมัน โกธิค เรเนสซองค์ไปจนถึงศิลปะออตโตมัน ที่จะชวนให้คุณตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศอย่างแน่นอน 13. ทัวร์ยุโรป - Praia da Uras โปรตุเกส ข้ามมาที่ประเทศโปรตุเกสกันบ้าง เรื่องวิวคือสวยเกินเรื่องเกินราว ยิ่งเป็น Praia de Ursa ชายหาดรู้จักกันดีของคนท้องถิ่น ชายหาดแห่งนี้ไม่ได้เดินทางไปง่ายๆ อย่างที่คุณคิด การเข้าไปถึงต้องอาศัยทักษะในการปีนเขานิดหน่อย แต่เมื่อคุณเดินทางมาถึงคุณจะได้สัมผัสกับทรายที่นุ่มและน้ำทะเลที่สวยงาม หรือจะเป็นธรรมชาติโดยรอบชวนให้คุณอินกับบรรยากาศรับรองได้ว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน 14.ทัวร์ยุโรป - เช็ก ปราก เมื่อพูดถึงสาธารณรัฐเช็ก คงหนีไม่พ้นเมืองปรากอย่างแน่นอน เป็นเมืองเก่าที่จะพาเราย้อนไปยังอดีตเมื่อ 700 ปีก่อน ไฮไลท์ของกรุงปรากส่วนมากจะนิยมกันคือ เดินชมจัตุรัสเมืองรับบรรยากาศของเมืองแห่งนี้พร้อมทั้งได้ชมมหาวิหารปรากอันเก่าแก่ กับสะพานชาร์ลส์ที่ทอดข้ามผ่านแม่น้ำกว้างใหญ่ ชวนให้คุณเพลิดเพลินกับวิวบรรยากาศแบบนี้คงหาได้ยากจากที่ไหนๆ นอกจากกรุงปรากเท่านั้น 15. ทัวร์ยุโรป - เนเธอร์แลนด์ มาถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่มีสถานที่ชื่อดังเรื่องการปลูกทิวลิปที่ใหญ่และสำคัญของเนเธอร์แลนด์ ณ เมืองลิซเซ่ ใกล้กับกรุงอัมสเตอร์ดัม เป็นไฮไลท์ของประเทศนี้เลยก็ว่าได้ ยิ่งเป็นช่วงเวลาเทศกาลดอกไม้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ ที่นี่มีดอกไม้กว่า 7,000,000 ดอก บนพื้นที่กว่า 320,000 ตารางเมตร เรียกได้ว่ามองไปทางก็เจอแต่ดอกไม้ หรือจะเป็นกังหันไม้ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของประเทศเนเธอร์แลนด์ไปแล้ว สำหรับใครที่ชื่นชอบดอกไม้คงไม่อยากจะพลาดที่จะมาเที่ยวประเทศเนเธอร์แลนด์อย่างแน่นอน 16. ทัวร์ยุโรป - รัสเซีย ตั้งแต่ประเทศรัฐเซียเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศได้ ก็ทำให้นักท่องเที่ยวต่างพากันเดินทางมาสัมผัสบรรยากาศของประเทศปีละหลายล้านคน เพื่อมาสัมผัสศิลปวัฒนธรรม และศึกษาประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ยิ่งกรุงมอสโก เมืองหลวงของประเทศรัฐเซียจะเป็นจุดรวมตัวของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพื่อมาชมสถานที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นจัตุรัสแดง พระราชวังเครมลิน หรือจะเป็นการมาล่าแสงเหนือก็ตามที ก็ทำให้ประเทศแห่งนี้ติดอยู่อันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวเลือกที่จะมาเยือนกัน 17. ทัวร์ยุโรป - โปแลนด์ มาต่อกันที่ประเทศโปแลนด์ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในยุโรปตะวันออก ภูมิประเทศถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติที่หลากหลาย ทั้งภูเขา ทะเลสาบ และชายหาด มีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานทางวัฒนธรรม มีความวิจิตรงดงามอย่างมาก อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็น คราคูฟ โบสถ์เซนต์แมรี หรือ ปราสาทวาเวล และอีกมากมายที่รอให้คุณไปสัมผัสบรรยากาศที่อยากจะลืมได้ลง 18. ทัวร์ยุโรป - กรีซ มาถึงประเทศกรีซที่มีสถานที่ชื่อดังอย่าง Santorini เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แสนจะดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกรูปแบบตัวอาคารสีขาวดูแปลกตาสร้างขึ้นตามเชิงเขาสูงชันและมีโบสถ์สีฟ้าสดใสประดับไว้อยู่ สถานที่แห่งเป็นที่นิยมอย่างมากในเรื่องการมาพักผ่อนของนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศชวนให้หลงใหลหรือจะเป็นวิวธรรมชาติชวนให้อินเรียกได้ว่าสถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนสวรรค์ที่ใครหลายคนอยากมาพักผ่อนสักครั้ง 19. ทัวร์ยุโรป - Saint Lucia มาต่อกันที่ประเทศเซนต์ลูเซีย เป็นเกาะตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของทะเลแคริบเบียนมีลักษณะเป็นเกาะภูเขาไฟ นับได้ว่าเป็นอีกประเทศที่ได้รับความสนใจของนักท่องเที่ยวในเวลานี้ ที่นี่คุณจะได้สัมผัสความสวยงามของธรรมชาติ น้ำทะเล ที่ไม่ได้ถูกปรุงแต่งแต่อย่างใด 20.ทัวร์ยุโรป - USA มาถึงสถานที่สุดท้ายอย่างเยลโลว์ สโตน เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของอเมริกาและแห่งแรกของโลกด้วย มีพื้นที่ทั้งหมดอยู่บนที่ราบสูงบนเทือกเขาร็อคกี้ มากกว่า 2 ล้านเอเคอร์ เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องบ่อน้ำร้อนและน้ำพุร้อนมากกว่า 10,000 แห่ง ซึ่งดินแดนแห่งนี้มาอายุมากกว่า 600,000 ปี เรียกได้ว่าเก่าแก่อย่างมาก บริเวณโดยรอบเป็นภูเขาสูงและหุบเหวมากมาย อีกทั้งยังสามารถรับชมสัตว์ป่าได้ที่บริเวณแห่งนี้ 20 ที่เที่ยวยุโรป เป็นไงกันบ้างคะเพื่อนๆ มีที่ไหนถูกใจและตั้งเป้าว่าต้องไปให้ได้บ้างเอ่ย แต่ถ้าจะให้แนะนำ ไปมันทั้งหมดนั่นแหละ!! สักครั้งในชีวิต การออกเที่ยวคือของขวัญสำหรับการทำงานหนัก ใครห่งเรื่องการเดินทาง การเที่ยว หรือจำกัดงบ ก็ไปเที่ยวยุโรปกับทัวร์ได้เลย เพราะจำกัดงบได้ สามารถเข้าไปดู ทัวร์ยุโรป กับทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/europe-tour ได้เลย รับรองเที่ยวยุโรป สนุก และความคุ้มค่าแน่นอน