ใบอนุญาต 11/08583
02-013-5333
Line icon LINE: @tourkrub
เพิ่มเพื่อน

ทัวร์ครับ พากิน

เพราะเรื่องกินเรื่องใหญ่ ทัวร์ครับพร้อมคัดสรรร้านอาหารเด็ด อาหารดังขึ้นชื่อในแต่ละประเทศ รวมไว้แล้ว

สายชิมห้ามพลาด..!! กับ 5 เมนูเด็ด ‘อาหารฮ่องกง’ ที่ใครได้ลิ้มแล้วเป็นอันต้องอยากบินกลับไปกินซ้ำ

Apr 11, 2018

ที่เหล่านักชิมทั่วโลกต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันหลังจากได้ลิ้มรสว่า… ต้องบินกลับมากินซ้ำอีกให้ได้ และครั้งนี้ Tourkrub.co จะพาลูกทัวร์ทุกท่านไปแนะนำให้รู้จักกับ 5 เมนูอาหารฮ่องกงจานเด็ด ที่เรากล้าบอกเลยว่า หากคุณต้องการสัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวฮ่องกงแล้วละก็ ยังไงก็ต้องลองชิมให้ได้ซักครั้ง ไม่อย่างนั้นระวังจะคุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง..!! 1. บะหมี่เย็น (Cold Noodles) ปกติแล้วคนไทยอาจจะคุ้นเคยแต่กับบะหมี่ร้อนๆ หรือเส้นก๋วยเตี๋ยว แต่เมนูจานนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์ทานบะหมี่ของคนให้ก้าวข้ามไปอีกขั้น และยังเป็นเมนูที่ขึ้นตราตรึงอยู่ในความทรงจำของนักท่องเที่ยวมากที่สุด หากใครที่สนใจอยากจะลิ้มรสอาหารฮ่องกงเมนูนี้ละก็ เราขอแนะนำให้ไปลองทานกันได้ที่ร้าน Bai Wei Shi Pin เพียงแค่คุณสั่งบะหมี่เย็นที่ถูกแพ็คไว้เป็นถุงๆ จากนั้นก็เลือกท็อปปิ้งที่เราต้องการจะตกแต่งลงไปเพื่อเพิ่มอถรรสในการรับประทาน คลุกเคล้าให้เข้ากันด้วยซอสสูตรเด็ด เพียงแค่นี้คุณก็จะได้ลิ้มรสอาหารฮ่องกงที่เป็นที่นิยมมาที่สุด… และที่สำคัญร้านนี้ยังตั้งอยู่ในย่านมงก๊กอีกด้วย 2. เกี๊ยวกุ้งแบบเต็มปากเต็มคำ เอาใจคนรักกุ้ง ด้วยเมนูแบบกุ้งๆ ที่จะทำให้คุณลืมกุ้งตัวจิ๋วที่วางขายในตลาดบ้านเราไปเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังขึ้นชื่อลือชาของคนไทยหลายคนที่ได้มาสัมผัส ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเมนูอาหารฮ่องกงจานนี้ ถือว่าเป็นเมนูที่ดีที่สุดในความทรงจำของใครหลายๆ คน ลองจินตนาการตามดูว่า… คุณจะได้สัมผัสกับกุ้งที่อวบอ้วนไปด้วยเนื้อแบบเน้นๆ ไม่มีกั๊ก ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับรสชาติดั้งเดิมของชาวเกาะฮ่องกงแบบจัดเต็ม และสำหรับใครที่สนใจเราขอแนะนำให้ไปลิ้มลองเมนูอาหารฮ่องกงจานเด็ดนี้ได้ที่ร้าน Lung Kee ณ จิม ซา จุ่ย ที่ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมติดอันดับต้นๆ ของโลกนั่นเอง 3. ห่านย่างเมนูที่หาทานไม่ได้ในประเทศไทย ปกติเรามักจะคุ้นเคยกันก็แต่หมูหัน หรือเป็ดย่าง แต่ที่ Yung Kee หนึ่งในร้านอาหารชื่อดังยุคบุกเบิกแห่งเส้นถนน Wellington ที่ให้บริการมานานกว่า 75 ปี เขาพร้อมที่จะเสิร์ฟเมนูอาหารฮ่องกงสุดพิเศษ ที่นำห่านทั้งตัวมาย่างให้ลูกทัวร์ของเราได้ลิ้มรสกัน คงจะเป็นความทรงจำที่น่าจดจำอยู่ไม่น้อย ถ้าหากคุณและคนที่คุณรัก ได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานแห่งการสัมผัสรสชาติอันกลมกล่อม ด้วยเนื้อสัมผัสที่ถูกย่างมาให้มีความกรอบนอกนุ่มในอย่างพอดี ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูหรูหรา และการันตีในคุณภาพด้วยมาตรฐานของร้านที่ได้รับรางวัลดาวมิชลินมาแล้ว 4.พุดดิ้งเต้าหู้ฉีกกรอบแห่งเมนูเต้าหู้ที่เราคุ้นเคย นับว่าเป็นเมนูที่ให้ความรู้สึกสับสนแก่นักท่องเที่ยวหลายคนอยู่ไม่น้อย เพราะโดยปกติแล้วเรามักจะคุ้นเคยกับการนำเต้าหู้ไปต้ม หรือผัดซะมากกว่า แต่สำหรับที่ร้าน Kung Wo Dou Ban Chong แห่งย่านซามซุยโป (Sham Shui Po) ที่ๆ ขึ้นชื่อว่าเป็นตำนานแห่งพุดดิ้งเต้าหู้ คุณจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ของอาหารฮ่องกงแบบใหม่ ที่สามารถนำเอาเต้าหู้มาทำพุดดิ้งได้อย่างลงตัว และเต็มไปด้วยสัมผัสที่อ่อนนุ่มละเมียดละไมจนยากที่จะลืมได้ลง 5. เนื้ออกวัวตุ๋นจานเด็ดที่ทุกคนต้องลอง ใครที่เป็นคอเนื้อคงทราบดีอยู่แล้วว่า เนื้อบริเวณส่วนอกของวัว จะเป็นเนื้อส่วนที่มีความเอร็ดอร่อยและนุ่มละมุนมากที่สุด และเมื่อถูกปรุงด้วยเสน่ห์ปลายจวักดั้งเดิมของอาหารฮ่องกง สำหรับใครที่สนใจอยากจะลองไปสัมผัสความกลมกล่อมของเนื้ออกวัวตุ๋นที่ถูกเคี่ยวด้วยซอสสูตรพิเศษจนเปื่อยนุ่ม และเสิร์ฟพร้อมกับบะหมี่ร้อนๆ แล้วละก็ เราขอแนะนำให้ไปสัมผัสเมนูอาหารฮ่องกงจานเด็ดนี้กันได้ที่ร้าน Kau Kee ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Gough แห่งย่านเชิงวาน (Sheung Wan) นั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม

เที่ยวอังกฤษทั้งที่ ต้องไม่พลาด!!

Apr 10, 2018

ท่ามกลางวิถีชีวิตของคนอังกฤษที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยว แลนด์มาร์คสำคัญของลอนดอนไม่ว่าจะเป็น หอนาฬิกาบิ๊กเบน (Big Ben), ลอนดอนอาย (London Eye), พระราชวังบักกิงแฮม (Buckingham Palace) หรือสโตนเฮ้นจ์ (Stonehenge) แต่มาเที่ยวอังกฤษทั้งที จะพลาดเรื่องช้อปปิ้งไปได้ยังไงกัน ? วันนี้ทัวร์ครับ ขออาสาเป็นไกด์นำเที่ยวอังกฤษ ชี้ 5 พิกัดสถานที่ช้อปปิ้งชื่อดัง แหล่งละลายทรัพย์ในลอนดอน ถึงเวลาแล้วที่เราจะได้ออกไปเดินเก๋ โพสท่าถ่ายรูปชิคๆ และช้อปกระจาย จนกระเป๋าสตางค์กระจุย ที่ลอนดอน พร้อมแล้วตามมาดูกันเลยดีกว่าค่ะ! Oxford Street (ถนนอ๊อกฟอร์ด) ว่ากันว่าจะเริ่มต้นการช้อปปิ้งในลอนดอนให้ตั้งเริ่มที่ “ ถนนอ๊อกฟอร์ด ” (Oxford Street) เพราะที่นี่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจและเส้นเลือดใหญ่ของลอนดอนเลยค่ะ เราจะได้พบเห็นผู้คนหนาแน่นคึกคักที่ถนนแห่งนี้ทุกวัน ตลอดความยาวกว่า 1.6 กม. เต็มไปด้วยร้านค้าตั้งแต่แบรนด์ชั่นนำทั่วไปอย่าง Nike, Topshop, H&M รวมถึงแบรนด์ชื่อดังของอังกฤษที่มีสินค้าสิ่งอย่างที่คุณต้องการอย่าง Marks & Spencer และห้างสรรพสินค้าชื่อดังของอังกฤษไม่ว่าจะเป็น Mayfair, Selfridges และ ห้างร้านในระแวกนี้ส่วนใหญ่เปิดบริการตั้งแต่ 9.00 - 22.00 น. เป็นอีกหนึ่งย่านในลอนดอนที่คุณจะได้เดินช้อปปิ้งเพลินจนลืมเวลาไปเลยค่ะ Knightsbridge (ย่านไนท์บริดจ์) ย่าน Knightsbridge เป็นย่านหรูหราใจกลางลอนดอนที่มีการผสมผสานของสถาปัตยกรรมแบบโบราณ ร่วมกับสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว เต็มไปด้วยร้านค้าที่มีชื่อเสียงและห้างสรรพสินค้าระดับโลก บอกได้เลยว่าย่านนี้คือสวรรค์ของขาช้อปและผู้ที่ชื่นชอบในเรื่องแฟชั่น ซึ่งไม่ว่าเรามองไปทางไหนก็จะเจอกับร้านค้าแบรนด์เนมหรูหรา ให้อัพเดตเทรนด์เก๋ๆ แนวๆ แปลกใหม่ล่าสุดจากเวทีลอนดอนแฟชั่นวีค ที่ใครหลายคนคุ้นหูและต่างตั้งหน้าตั้งตารอดูแฟชั่นโชว์อยู่ทุกปี ไฮไลท์ของย่านนี้อยู่ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Harrod’s และ Harvey Nichols 2 ห้างเก่าแก่ของอังกฤษที่เป็นขวัญใจของสาวกนักช้อปมาหลายยุคหลายสมัย จึงต้องเข้ามาอยู่ในลิสแหล่งละลายทรัพย์ในลอนดอนของเราในวันนี้แบบไม่ต้องสงสัยค่ะ ขอเตือนว่าเดินเพลินเกินไประวังกระเป๋าตังค์จะเบาหวิวไม่รู้ด้วยนะคะ Harvey Nichols (ฮาร์วีย์ นิโคล) มีห้างแฮร์รอดส์แล้วจะขาดห้างนี้ก็คงจะไม่ได้ เพราะ “ห้างฮาร์วีย์ นิโคล” แห่งนี้ก็อยู่ในย่านไนท์บริดจ์เหมือนกัน และเป็นห้างชั้นแนวหน้าเช่นกันค่ะ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1831 จนถึงปัจจุบันห้างแห่งนี้ก็เปิดให้บริการมานานถึง 187 ปีแล้วค่ะ ลักษณะอาคารสถาปัตยกรรมของที่นี่นั้นก็มีความร่วมสมัย ที่ยังรักษารูปแบบโบราณแต่ผสมสานแบบสมัยใหม่ไว้ได้อย่างลงตัว ซึ่งห้างห้างฮาร์วีย์ นิโคลแห่งนี้ก็มีสินค้าหลากหลายแบรนด์จากทั่วโลก ตั้งแต่ ของประดับตกแต่ง เสื้อผ้า ไวน์หลากชนิดและอาหาร เอาเป็นว่ามีทุกอย่างที่ขาช้อปต้องการเลยค่ะ Harrods (ห้างแฮร์รอดส์) ยังคงอยู่ที่ ย่านไนท์บริดจ์ กันอยู่นะคะเพราะมาถึงย่านนี้แล้วจะไม่แวะห้างแห่งนี้ก็จะไม่ได้โด่งดังขนาดนี้ก็ต้องแวะกันหน่อย “ ห้างแฮร์รอดส์ ” ห้างสรรพสินค้าที่ได้ชื่อว่าหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1834 และเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของกรุงลอนดอน มาลอนดอนแล้วถ้าไม่ได้แวะมาแฮร์รอดส์เนี่ยถือว่ามาไม่ถึงนะคะ นักท่องเที่ยวทั้งหลายยกให้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและเป็นห้างหรูในเวลาเดียวกัน Harrod’s เป็นห้างที่มีความยิ่งใหญ่อลังการ เพราะมีพื้นที่ทั้งหมดถึง 7 ชั้น ประกอบด้วยร้านค้ากว่า 300 ร้าน เวลามาที่นี่เราจะได้เห็นศิลปะของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมผสมผสานอยู่กับความทันสมัยได้อย่างกลมกลืน จึงเป็นที่ที่เหมาะสำหรับการใช้เวลาเดินเที่ยวและช้อปปิ้งซื้อของได้อย่างเพลิดเพลิน เป็นอีกหนึ่งพิกัดจุดช้อปปิ้งเด็ดของลอนดอนเขาล่ะค่ะ Piccadilly Circus (จัตุรัสพิคคาดิลลี่) จัตุรัสแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางมหานครลอนดอน จึงได้รับฉายาให้เป็น Time Square ของอังกฤษค่ะ เพราะที่นี่นั้นเชื่อมต่อถนนหลักหลายสายของลอนดอนไม่ว่าจะเป็น Regent Street, Shaftsbury Avenue, Piccadilly และ Haymarket และยังมีความโดดเด่นของป้ายนีออนบิลบอร์ด ที่คอยส่องแสงสร้างสีสันให้กับจัตุรัสแห่งนี้ค่ะ รวมถึงรูปปั้นเทพนักธนูผู้มีชื่อว่า Anteros ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นจุดนัดพบยอดนิยม และเป็นที่นั่งเล่น ซึบซับบรรยากาศสไตล์อังกฤษค่ะ ทัวร์ครับหวังว่าจะถูกอกถูกใจขาช้อปทั้งหลายกันนะคะ บอกเลยว่าแต่ละที่เด็ดๆทั้งนั้น เอาเป็นว่าทัวร์ครับขอแนะนำให้ขาช้อปทุกคนกำธนบัตร หรือกอดบัตรเครดิตไว้แน่นๆ แล้วไปตะลุยลอนดอนให้เต็มที่กันดีกว่าค่ะ ขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก https://unsplash.com https://www.flickr.com

อ่านเพิ่มเติม

รีวิว ห้ามพลาด !! ซูชิหน้าล้น คำโต !! ใครไปโอซาก้าต้องจัด !! ราคาไม่แรงอย่างที่คิด

Feb 16, 2018

หากได้มีโอกาสได้ไปญี่ปุ่น นอกจาก ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ ที่ไม่ควรพลาดแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเมนูซึ่งเป็นเมนูระดับชาติ ของญี่ปุ่น ที่เหมาะสำหรับสาวกปลาดิบ ต้องไม่พลาดร้านนี้ ซูชิหน้าล้น อิ่มจนต้องยอมใจ ราคาก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด และแต่ละสาขาอาจจะไม่เท่ากัน เพราะว่าร้านนี้มีสาขาหลายสาขาทั่วประเทศ ราคาอาจจะขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่ท่องเที่ยว แต่รับรองได้ว่า ความอร่อยที่ได้รับ คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปแน่นอน ไปถึงประเทศญี่ปุ่นจะไม่กินซูชิก็เหมือนจะไปไม่ถึง ที่สำคัญด้วยความที่ซูชิร้านที่จะแนะนำ เป็นซูชิค่อนข้างใหญ่ ทำให้เวลาสั่งอาจจะต้องคิดหนักนิดนึง เพราะถ้าสั่งไปเยอะแล้วกินไม่หมด ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเนอะ สำหรับสาขาที่แอดมินไปมาก็คือสาขา โอซาก้า และ โกเบ ความอร่อยแน่นอนว่าไม่ต่างกันมาก แต่ราคาก็ต่างกันนิดนึง หลายเสียงจะบอกว่าที่โอซาก้า ราคาจะค่อนข้างถูกกว่านิดหน่อย สำหรับการเดินทางไปที่ร้าน Uoshin อยู่แถวย่านอูเมดะนี่เอง ถ้ามาจาก Subway Midosuji Line Umeda Station หรือจาก Hankyu line Umeda Station เดินเพียง 5 นาทีเท่านั้น หากเดินทางจากโกเบร้านจะอยู่ละแวกเดียวกับร้าน steak land ร้านเนื้อย่างชื่อดังของโกเบ จะเป็นย่านถนนคนเดิน ที่ทั้งสองข้างทางเป็นร้านอาหารทั้งหมด จริงๆสามารถเดินตาม Google map ได้ แม้ตัวร้านไม่มีชื่อภาษาอังกฤษให้เห็น พนักงานต้อนรับดีมาก ไม่ต้องห่วงเรื่องภาษา มีพนักงานที่สามาถพูดภาษาอังกฤษได้ เราสามารถนั่งที่เคาเตอร์ และมีแบบเป็นโต๊ะส่วนตัวด้วย แต่แอดมินแนะนำว่าหากมากันเป็นกลุ่มเป็นแก็งค์ ให้นั่งโต๊ะใหญ่ๆจะดีกว่า เพราะซูชิเค้าคำโตม๊ากกกก สั่งมากินที ล้นโต๊ะ !!

อ่านเพิ่มเติม

" รีวิวชานมไต้หวัน "ของฝากยอดฮิต รสไหนเป็นไง มาดูกัน!

Nov 15, 2017

เมื่อไปไต้หวันหนึ่งในของฝากสุดฮิตที่ต้องซื้อติดไม้ติดมือกันมานั้น ต้องมีชานมแบบขวด มาด้วยแน่ๆ เพราะราคาย่อมเยา แค่ 28 TWD หรือประมาณ 32 บาทไทย หาซื้อง่ายมีขายตามร้าน 7-11 และร้านสะดวกซื้อทั่วไป แถมมาในขวดสวยหรู ดูดีมีชาตระกูลขนาดนี้ จะพลาดกันได้ยังไง ทัวร์ครับจึงไม่พลาด ที่หยิบเจ้าของฝากสุดฮิตชิ้นนี้มารีวิวให้ทุกท่านได้ชมกันค่ะ ซึ่งเราได้เลืิอกรสชาติยอดนิยมมา 3 รสชาติจะเป็นยังไงบ้างนั้นมาดูกันเลยยย 1.Milk Tea รสชานมต้นตำหรับ พลาดไม่ได้เลยสำหรับรสนี้ เพราะไกด์บอกมาว่าขายดีที่สุด เพราะเป็นรสดั้งเดิมต้นตำหรับ ความเด็ดของรสนี้อยู่ที่กลิ่นหอมของชาที่ลอยเข้าจมูกตั้งแต่เปิดฝา คือได้กลิ่นก็รู้เลยว่าอร่อยแน่ๆ จึงไม่รอช้ารีบยกเข้าปาก บอกเลยว่าดีงามมาก เป็นรสชาติที่ละมุนของนม หวานกำลังดี ไม่โดดจนเกินไป ผสมผสานกับความหอมของชาอย่างลงตัว บอกได้เลยว่านี่คือรสชาติของชานมที่แท้จริงค่ะ ใครชื่นชอบชานมอยู่แล้ว ถ้าได้ไปไต้หวัน บอกเลยว่าห้ามพลาด ทัวร์ครับให้ : 4 ดาว แอบตัดคะแนนตรงความเข้มข้นของชาไปนิดนึงค่ะ เพราะรู้สึกว่ารสชาติของชายังไม่ค่อยเข้มข้นมากค่ะ 2.Green Milk Tea รสชาเขียว สำหรับขวดนี้กลิ่นของชารุนแรงมาก คือแค่เปิดฝากได้กลิ่นหอมแล้ว เป็นกลิ่นของชาเขียวที่ผสมกับมะลินิดๆ เมื่อได้ลิ้มรสก็รู้สึกว่าชาเขียวนี้จะไม่ละมุนเท่าชานมต้นตำหรับเท่าไหร่เพราะว่ารู้สึกได้ถึงรสชาติเฝื่อนนิดๆของชา แต่ความเข้มข้นนี่ถือว่าใช้ได้เลยค่ะ น่าแปลกที่สีของชากลับเป็นน้ำตาลอ่อนๆคล้านสีของกาแฟ เมื่อกินไปแล้วก็พบว่ารสชาติคล้ายๆนมตราหมีโอ่งสีเขียว หวานกำลังดีอีกเช่นเคย เหมาะกับคนที่ไม่ชอบเครื่องดื่มหวานๆ (ใครอยากรู้ว่าเป็นแบบไหน ลองเสิชดูค่ะ) เอาเป็นว่าใครที่ชอบกินชาเขียวผสมนมน่าจะถูกใจเลยค่ะ ทัวร์ครับให้ : 3.5 ดาว ขอหักคะแนนตรงความเฝื่อนของชาที่กินแล้วยังไม่ค่อยลื่นคอเท่าไหร่ แต่ถ้าใครชอบชาเขียวนมแบบเข้มข้นก็น่าจะถูกใจมากๆเลยค่ะ 3.Rose Honey Milk Tea รสชานมกุหลาบน้ำผึ้ง ชากุหลาบที่เคยเป็นกระแสในบ้านเรา มาดูสิว่าของไต้หวันนั้นจะเด็ดแค่ไหน แค่ได้ลองเปิดฝามา กลิ่นของชาที่เป็นกลิ่นหอมหวานของดอกไม้ก็ลอยมาเลย ใครที่ชอบกลิ่นดอกไม้ ต้องหลงรักชากุหลาบขวดนี้แน่นอน ซึ่งพอได้ชิมแล้วก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมของกุหลาบและกลิ่นน้ำผึ้งอ่อนๆ ผสมกับความนุ่มของนมที่ผสมกันมาอย่างดี แต่รู้สึกว่าชากุหลาบน้ำผึ้งขวดนี้จะหวานกว่ารสอื่น ถ้าใครเคยกินรสอื่นแล้วรู้สึกว่าหวานน้อยไป ขวดนี้น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลย ทัวร์ครับให้ : 3 ดาว เพราะกลิ่นของดอกไม้แอบแรงไปนิด ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นของดอกไม้ก็อาจจะไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่

อ่านเพิ่มเติม

เผย 10 อาหารเกาหลี ไปทัวร์เจอแน่นอน !!

Nov 1, 2017

เกาหลี เป็นอีกหนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งอารยธรรม วัฒนธรรม รวมไปถึงอาหารการกินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนเกิดการแพร่หลายอย่างมากมายในประเทศไทยนั่นเอง แต่ถึงอย่างไร มันก็ไม่สามารถสู้ของแท้แดนกิมจิได้อยู่ดี วันนี้ทัวร์ครับจึงมาเฉลยอาหารเกาหลีแท้ๆ 10 อันดับที่ทัวร์พาไปรับประทานกันอย่างแน่นอน แต่จะถูกปากแต่ละคนหรือไม่นั้น อันนี้คงขึ้นอยู่กับความชอบ ไปดูกันเลย >//< 1. เมนูบาร์บีคิวไฟหรือบลูโกกิ [ Bulgogi ] เป็นเนื้อหมูสไลด์หมักซอสคันจังและเครื่องปรุงรส ผัดย่างขลุกขลิกบนกะทะ 2. เมนูหมูย่างคาลบี [ Pork KALBI ] อาหารพื้นเมืองเกาหลีปิ้งย่างบนเตาถ่านที่เลื่องชื่อและรู้จักกันดีทั่วโลก มีรสชาติออกหวาน นุ่มและกลมกล่อม นำเนื้อหมูสต็กหรือหมูชิ้นหมักย่างบนเตาถ่านแบบดั้งเดิม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆและตัดเป็นชิ้นพอคำ พร้อมทานเครื่องเคียงต่างๆ เพื่อความสมดุลในการทาน และ น้ำซุปสาหร่ายเพื่อการล้างพิษ *3. เมนูหม้อไฟชาบูเห็ด * คล้ายการต้มรวมมิตรสุกี้หม้อไฟ ประกอบไปด้วยเนื้อหมูสไลด์ ผักและเห็ดและวุ้นเส้นเกาหลี 4. เมนูโอซัมหรือหมูปลาหมึกย่างบาร์บีคิวหมักสไตล์สมัยใหม่เกาหลี เป็นเมนูประยุกต์ที่ชาวเกาหลีคิดกัน OSAM หรือหมูและปลาหมึกผัดน้ำคลุกคลิกเนื้อหมูและปลาหมึกย่างบาร์บีคิวหมัก นิยมรับประทานเพราะมีรสชาติออกหวานเผ็ดเล็กน้อย โดยการนำบาร์บีคิวหมูปลาหมึกลงในกระทะครึ่งวงกลมพร้อมน้ำซุปปรุงรส 5. เมนูคิมบับ (ข้าวห่อสาหร่าย) สำหรับคิมบับ ทางเราจะมีพาไปเรียนรู้วิธีการทำ อาหารง่ายๆ ที่คนเกาหลีนิยมรับประทาน คิม แปลว่า สาหร่าย บับ แปลว่า ข้าว จะเป็นแท่งยาวๆ แล้วเค้าก็จะหั่นเป็นชิ้นๆพอดีคำ จิ้มกะซีอิ้วคังจังเกาหลีหรือวาซาบิก็ได้ อร่อยไปอีกแบบ 6. เมนูเปิบพิสดาร-ไก่ตุ๋นโสม อาหารชาววังในสมัยก่อน เชื่อกันว่าบำรุงและเสริมสุขภาพ เสิร์ฟท่านละ 1 ตัว ในหม้อดินร้อน สำหรับเมนูนี้แอดมินชอบมากกก หากเป็นร้านดีดี น้ำซุบร้อนๆ หวานอร่อย กลมกล่อม ซดคล่องคอ แก้ hangover ได้ดีสุดๆ ไก่นุ่ม ฟินเวอร์กันเลยทีเดียว 7. เมนูทัคคาลบี หรือไก่บาร์บีคิวผัดซอสเกาหลี อาหารเลื่องชื่อของเมืองชุนชอน โดยนำไก่บาร์บีคิว มันหวาน ผัดกะหล่ำต้น กระเทียม ต๊อกหรือข้าวปั้น และซอสมาผัดรวมกันบนกระทะแบนดำคลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้าที่ รับประทานกับผัดกาดเกาหลีและเครื่องเคียง 8. เมนูกิมจิ สำหรับเมนูนี้เป็นอีกหนึ่งเมนู ที่ทัวร์เราก็จะมีพาไป KIMCHI SCHOOL หรือ สถาบันสอนทำกิมจิชมวิธีการทำกิมจิ ให้ทุกๆท่านได้สัมผัสกับประสบการณ์การทำกิมจิ ผักดองที่สามารถเก็บไว้ได้นานและเป็นอาหารที่ขึ้นโต๊ะชาวเกาหลีทุกมื้อ ปัจจุบันกิมจิเป็นที่นิยมแพร่หลาย เพราะประกอบด้วยแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในการย่อยอาหารและป้องกันโรคให้ *9. ชาบูชาบู สุกี้สไตล์เกาหลีบนหม้อไฟร้อนๆ * ประกอบด้วยหมูสไลด์ และผักสดนานาชนิด เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปร้อนๆ และเส้นอูด้งซึ่งขาดไม่ได้ในการทาน ชาบูชาบู 10. เมนูบุฟเฟต์ขาปูยักษ์ และเมนูสุดท้ายเป็นเมนูพิเศษ ที่จะมีเฉพาะบางช่วงเท่านั้น เป็นบริการอาหารนานาชาติ บริการพร้อมด้วยเครื่องดื่มต่างๆ ของหวาน,ขนม และผลไม้

อ่านเพิ่มเติม

ทาร์ตไข่สุดปัง ต้องมาเก๊า !

Aug 22, 2017

เมื่อพูดถึง ทาร์ตไข่ ที่ขึ้นชื่อที่สุดในประเทศไทยคงต้องเป็น KFC แต่ถ้าพูดถึงในต่างแดน ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าต้องเป็นที่นี่แน่นอน นั่นก็คือ ประเทศมาเก๊านั่นเอง !! เพราะว่าด้วยความที่มาเก๊านั้น มีประเทศโปรตุเกสเข้ามาปกครองมาเก๊านานกว่า 400 ปี จึงได้รับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรม มาพอสมควร มาผสมกับวัฒนธรรมจีน ร้านขายทาร์ตไข่ชื่อดังที่สุดของมาเก๊า มีทั้งหมด 2 ร้าน ร้านแรก ร้าน Margaret's Café e Nata ตั้งอยู่ในตรอกเล็กๆใกล้กับย่านท่องเที่ยวเซนาโด้สแควร์ ขายทาร์ตไข่สูตร Portuguese ใช้แป้งคล้ายพายกรอบๆข้างในจะมีไส้ไข่นุ่มๆ เป็นทาร์ตไข่ที่เรียกได้ว่า ถ้าได้ลอง เรารับรองว่าคุณจะฟิน โดยเฉพาะถ้าทานทันทีขณะที่ยังร้อนๆอยู่ จะกรอบนอกนุ่มใน หอมหวานกำลังดี ร้านนี้คนจะแน่นตลอดวัน ร้านที่ 2 ร้านทาร์ตไข่ Lord Stow's Bakery ตั้งอยู่ที่เกาะโคโลอาน ในหมู่บ้านโคโลอาน ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเล ต่อมาก็เริ่มขยับขยายมาเป็นร้านแบบคาเฟ่ ให้มีที่นั่งกินกัน ที่สำคัญยังมีสาขาอยู่ที่ต่างประเทศอีก 3 สาขาด้วย ร้านนี้มีทีเด็ดอยู่ที่ “หน้าไหม้ ไข่ตึง” ซึ่งตัวแป้งทาร์ตจะเป็นชั้นๆ กรอบ หอม ชุ่มเนย ไส้ด้านในเป็นไข่ เนื้อนุ่มแน่นหอม หวานกำลังดี ด้านบนเป็นน้ำตาลไหม้ และของแท้ต้องมีผงซินนามอนโรยหน้าเพิ่มความหอมยั่วน้ำลาย ซึ่งทั้งสองร้านนี้ จะมีรสชาติที่คล้ายกันมากๆ เพราะว่าต้นกำเนิดมาจากที่เดียวกัน จึงทำให้ทั้งสองร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยเหมือนๆกันอีกด้วย หากใครอยากกินทาร์ตไข่ให้อร่อยที่สุด ก็ต้องแนะนำว่าให้มากินที่ร้านเลย หรือกินหลังจากซื้อมาแล้วไม่เกิน 6 ชั่วโมง เพราะแป้งทาร์ตจะยังกรอบอร่อยอยู่ ยิ่งได้กินตอนอุ่นๆ เพิ่งออกจากเตามาใหม่ๆ ก็จะยิ่งฟินมากขึ้น ซึ่งถ้าหากว่าจะซื้อกลับบ้านมาเป็นของฝาก ก็สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้อีก 3 วัน ซึ่งสามารถกินแบบเย็นๆก็ได้ ได้รสชาติไปอีกแบบ หรือจะนำมาอุ่นกินก็จะได้รสชาติที่คล้ายๆ (แต่ไม่อร่อยเท่านะ แป้งจะเหนียวหน่อยๆ) กับตอนออกจากเตาเลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม

ไปแล้วห้ามพลาด ! ตะลุยกินอาหารขึ้นชื่อของแต่ละประเทศ

May 18, 2017

1.ญี่ปุ่น ซาชิมิ & ราเมง ชื่อนี้คงไม่มีคนไหนไม่รู้จักและไม่เคยกินแน่นอน เพราะว่าร้านอาหารญี่ปุ่นที่มาอยู่ในไทยนั้นเยอะมากๆ และคนไทยก็ล้วนให้ความนิยมกับการกินอาหารญี่ปุ่นมากอีกด้วย แต่เดี๋ยวก่อนไม่ใช่ว่าราเมงกินที่ไทยก็อร่อยแบบญี่ปุ่นนะคะ เพราะรสชาตินั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ด้วยคุณภาพของเส้นและน้ำซุปในราเมงนั้นชาวญี่ปุ่นจะเน้นมาก ทั้งขั้นตอนและใช้วัตถุดิบ แน่นด้วยความพิถีพิถัน ซึ่งร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยบางร้านก็ปรับสูตรบ้าง ปรับรสชาติให้เหมาะกับคนไทยบ้าง ส่วนซาชิมินั้นเน้นความสดจากทะเลมากกกก ก.ไก่ล้านตัว เพราะญี่ปุ่นเค้าใช้วัตถุดิบจากทะเลวันต่อวันให้ได้ลิ้มลองกันแบบสดถึงใจ ถ้าใครอยากลองกินให้ถึงรสชาติของซาชิมิและราเมงแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่นแล้วละก็แนะนำให้ซื้อทัวร์หรือตั๋วเครื่องบิน โกทูแจแปน!เลยค่ะ รับรองว่าคุ้มแน่นอน 2.เกาหลี กิมจิ , พิบิมบับ , ต็อกบกกี และ โอเด้ง ทั้งหมดทั้งมวนนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดอย่างมาก เพราะนี่คือสิ่งที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิตคนเกาหลีในแบบฉบับง่ายๆ กับอาหารข้างทางที่หากินได้ง่ายและมีขายทุกย่าน เรียกได้ว่าเป็น Street Food ที่สุดฟินเลยทีเดียว ปล.กิมจิและพิบิมบับของแท้ในเกาหลีนั้นไม่เหมือนกับที่เคยกินในไทยเรานะคะ บอกเลยว่ารสชาติความอร่อยมาเต็มมาก ไม่เชื่อต้องไปลองสักครั้งแล้วจะติดใจ 3.จีน กลายเป็นอาหารนานาชาติที่ทุกคนนิยมไปแล้วอย่างเป็ดปักกิ่ง เป็ดย่างเป็นอาหารชื่อดังของปักกิ่ง หรือที่คุ้นหูกันในชื่อว่า เป็ดปักกิ่ง นั่นเอง หนังเป็ดกรอบๆ เนื้อเป็ดนุ่มๆ กินกับน้ำซอสรสชาติเข้มข้น อร่อยแบบกินเท่าไหร่ก็ไม่เลี่ยน เป็ดปักกิ่งเป็นอาหารจานพิเศษของจีนและเป็นที่ขึ้นชื่อและสร้างชื่อเสียงโด่งดัง จนกลายเป็นตำนาน เป็ดปักกิ่ง อันลือชื่อจนถึงปัจจุบัน 4.ไต้หวัน ไต้หวัน หนึ่งในสถานที่ยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวนั้นหลั่งไหลไปเที่ยวกันเยอะมากๆ เสน่ห์อย่างหนึ่งของไต้หวันนั้นหนีไม่พ้น Street Food เพราะมีอาหารการกินให้เลือกทาน เยอะมากๆ และมีให้ทานตลอดทั้งคืน และเมนูสุดฮอตของไต้หวันนั้นก็คือ ชานมไต้หวัน ชานมไข่มุกต้นตำหรับออริจินอลแท้ๆ ใครที่ไปถึงไต้หวันแล้ว ต้องไปโดนให้ได้นะคะ 5.เวียดนาม แหนมเนือง , เปาะเปี๊ยะเวียดนาม 2 เมนูของเวียดนามที่เลื่องชื่อ แต่ยังมีอีกเมนูหนึ่งที่อยากให้ไปโดนกันที่เวียดนาม นั่นคือ เฝอ(Pho) ลักษณะของเฝอจะคล้ายๆก๋วยเตี๋ยวของไทยนี่แหละจ้า แต่ต่างกันที่เส้น น้ำซุป และเครื่องเคียง หรืออาจจะคุ้นหูในชื่อว่า กวยจั๊บเวียดนามหรือญวน นั่นเอง 6.พม่า โมฮิงกา ขนมจีนพม่า ชาวพม่านิยมกินกับน้ำยาปลาซึ่งเป็นอาหารประจำชาติของพม่า สามารถหารับประทานได้ทั่วประเทศ นิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า ในเมืองย่างกุ้งจะมีแผงขายโมฮิงกาอยู่ทั่วไป แต่หน้าร้านอาหารที่ขายโมฮิงกาโดยเฉพาะเลยมีไม่ค่อยมาก ส่วนใหญ่จะขายตามแผงมากกว่า 7.ฝรั่งเศส ฟัวกราส์ เป็นตับห่านหรือเป็ดที่ถูกเลี้ยงให้อ้วนจนตับมีขนาดใหญ่กว่าตับธรรมดาหลายเท่า มีลักษณะนุ่มมันและมีรสชาติอร่อยแทบละลายในปาก ฟัวกราส์นิยมใช้ตกแต่งหรือประดับอยู่บนซุป สลัด ซูชิ หรือแม้แต่วางบนหน้าเนื้ออบสุกเพื่อให้มีรสหอมมัน แต่ถ้าจะให้ชิมกินกันฉ่ำๆ ก็ต้องสั่ง Pan-Seared Foie Gras with Wild Berries Sauce ความมันฉ่ำเยิ้มของตับที่ผิวนอกไหม้นิด ๆ อวบอิ่มด้วยมันนุ่ม ๆ ที่อยู่เนื้อในตัดรสกับซอสเบอร์รี่เปรี้ยวหวานฉ่ำนั้นเป็นจานที่ประทับใจ จนมีอยู่ในเมนูหรูประจำของร้านอาหารฝรั่งเศสเกือบทั่วโลก 8.เยอรมัน ขาหมูเยอรมัน อาหารขึ้นชื่อที่ใครไปเยอรมันก็ต้องลิ้มลอง ทำโดยเอาขาหมูไปต้มจนสุก ผึ่งแดดให้แห้งแล้วเอาไปทอดจนเหลืองกรอบ กินกับเครื่องเคียงอย่างมันฝรั่งบด มันย่าง หอมใหญ่ สัปปะรด พริกหยวก ผักกะหล่ำดอง เมนูขาหมูในเยอรมันนั้นถือว่าเป็นอาหารจานเดียวนะจ้ะ อย่าเผลอสั่งมากินรวมกันล่ะ จานใครจานมัน รับรองว่าอิ่มจุใจเลยทีเดียว 9.อิตาลี เมื่อนึกถึงอิตาลี อาหารของที่นั่นก็คงหนีไม่พ้น ลาซานญ่า อาหารสุดคลาสสิคของประเทศอิตาลี ลาซานญ่าเป็นส่วนผสมของเนื้อ แฮม ชีส และเนย มีคำกล่าวว่ารสชาติของลาซาญญ่านั้นสะท้อนถึงบุคคลิกของผู้ที่ทำได้ดีที่สุด และลาซาญญ่าที่ดีที่สุดคือลาซาญญ่าที่เป็น Home-made ซึ่งมีส่วนผสมของเนื้อ, ไส้กรอก, Ricotta, ชีส Mozzarella และ Parmesean ไม่แปลกที่ใครกลับมาจากอิตาลีแล้วน้ำหนักจะขึ้นซักโลสองโล 10.อินเดีย จาปาตี กุหลาบจามูน จาปาตีเป็นแป้งแผ่นแบนที่ทำจากข้าวสาลี เป็นอาหารหลักที่รับประทานกับกับข้าวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นแกงถั่ว แกงเผ็ด ผัดผัก คนทางเหนือของอินเดียนิยมรับประทานกัน แต่ทางใต้กลับนิยมทานข้าวเป็นหลักมากกว่า อีกอย่างหนึ่งคือกุหลาบจามูน ขนมนี้ทำจากแป้งผสมนม ปั้นกลมๆ ทอดในเนยกี จากนั้นทำน้ำเชื่อมโดยใส่ลูกกระวานและน้ำดอกไม้เทศ พอน้ำเชื่อมอุ่นก็เทใส่กุหลาบจามุนที่ทอดไว้แล้ว เวลากินแนะนำว่าต้องกินคู่กับน้ำชา เพราะขนมชนิดนี้มีรสชาติหวานมาก ต้องค่อยๆ ลองชิมลองกินทีละน้อยๆนะคะ เดี๋ยวเบาหวานขึ้น 11.สิงคโปร์ ข้าวมันไก่ เอ๊ะชื่อนี้มันคุ้นๆ ข้าวมันไก่แบบสิงคโปร์เป็นอาหารสิงคโปรที่ได้รับความนิยมมากและเป็นหนึ่งในอาหารประจำชาติของสิงคโปร์อีกด้วย ทั้งข้าวมันหอมๆ เนื้อไก่นุ่มๆ ที่เข้ากันกับน้ำซุปและน้ำจิ้มสูตรแท้ๆต้นตำหรับของสิงคโปร์ ความเข้มข้นและรสชาติความอร่อยแตกต่างกับข้าวมันไก่ในไทยอย่างสิ้นเชิง อีกเมนูหนึ่งที่แนำให้ไปลองนั่นคือ ปูผัดพริก เมนูปูผัดพริกโดยใช้ปูทั้งตัวขนาดใหญ่นำลงไปผัดปรุงกับซอสสูตรพิเศษ บอกเลยว่าอร่อยแปลกแหวกแนวไม่มีใครเหมือนแน่นอนจ้า

อ่านเพิ่มเติม

ผลไม้ญี่ปุ่นหวานแบบเลือกได้......เลือกยังไงต้องดู

Sep 22, 2016

วันนี้เรามีทริคเล็กๆน้อยมาฝาก เกี่ยวกับทริคการเลือกผลไม้ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ญี่ปุ่น แน่นอนไปซักครั้งก็ต้องอยากลองทานผลไม้ญี่ปุ่นให้ฉ่ำปอด แต่เชื่อว่าใครหลายๆคนมีปัญหาแน่นอนเวลาไปเลือกซื้อผลไม้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ญี่ปุ่น หลายๆคนคงไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ว่าผลไม้จะหวานมั๊ย บางคนก็เลือกไม่เป็น ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปค่ะ เพราะซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ญี่ปุ่นเค้าจำแนกปริมาณความหวาน ของผลไม้แต่ละชนิดเอาไว้ด้วย เป็นตัวเลขชี้วัดระดับรสชาติความหวานของผลไม้ หากใครเคยเข้าไปซื้อผลไม้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง PEACOCK, SEIYU, AEON ฯลฯ ถ้าสังเกตให้ดีๆ จะเห็นว่าบริเวณชั้นวางผลไม้จะมีตัวเลขกำกับเอาไว้ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขของราคาสินค้า มันคือ ตัวเลขที่บอกว่าผลไม้แต่ละชนิดที่วางจำหน่ายบนชั้นวางนั้นมีระดับความหวานอยู่ที่ระดับไหน ให้ผู้บริโภคเป็นคนตัดสินใจเลือกซื้อผลไม้นั้นเอง และง่ายต่อการดูปริมาณน้ำตาล (ความหวาน) ที่แฝงมาในผลไม้อีกด้วย ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อง่ายอีกด้วย ที่มาของตัวเลขนั้นเค้าจะมีวิธีการในการวัดจากการนำน้ำของผลไม้มาตรวจวัดด้วยเครื่องทดสอบปริมาณน้ำตาล ซึ่งจะให้ค่าตัวเลขออกมาเป็น ปริมาณน้ำตาลมีกี่ % ก็คือความหวานของผลไม้ชนิดนั้นๆ นั่นเอง เอาไว้ให้แล้วเหมือนที่ในซูเปอร์ฯ ที่เค้ามีป้ายหมายเลข ความหวาน กำกับไว้ ให้เราเข้าใจง่ายๆ ตัวเลขมากหวานมาก ตัวเลขน้อยหวานน้อย ทีนี้หมายเลข 10 คือ รสชาติปกติหมายเลข 11 คือ รสชาติหวานหมายเลข 12 คือ รสชาติหวานมากหมายเลข 13 ขึ้นไป คือ รสชาติหวานมากที่สุด บอกเลยว่าญี่ปุ่นเค้าใส่ใจทุกเรื่องจริงๆ ใครที่ไปเที่ยวก็อย่าลืมไปลองดูกันนะคะเอาให้น้ำตาลขึ้นกันเลย การเลือกผลไม้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เห็นตัวเลขพวกนี้ก็ร้องอ๋อได้เลย “ตัวเลขมาก หวานมาก” ขอบคุณข้อมูลดีๆและภาพสวยๆจาก: สาวแซ่บไซตามะ เว็บไซต์japantourlist

อ่านเพิ่มเติม

9 ร้านห้ามพลาด ณ กรุงโตเกียว

Sep 12, 2016

ตะลุยกินแหลกกับสุดยอด 9 ร้านอาหารดัง ณ กรุงโตเกียวในประเทศญี่ปุ่น อร่อยจนต้องบอกต่อ ! วันนี้ทัวร์ครับมีสิ่งดีๆมาบอกต่อ ถ้าพูดถึงประเทศญี่ปุ่นนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมนั่นก็คือ ของกิน นั่นเองจ้า ได้ไปไกลถึงประเทศญี่ปุ่นแล้วต้องใช้เงินใช้เวลาให้คุ้ม !! นี่เลย เราขอแนะนำ 9 ร้านดังในกรุงโตเกียวที่ประเทศญี่ปุ่น ที่เรียกได้ว่าถ้าไปแล้วไม่ได้กินถือว่าไปไม่ถึงเลยล่ะ ไปดูกันเลย ว่ามีร้านอะไรกันบ้าง .. 1. YOSUKE NO UDON ร้านอูด้งสุดอร่อย delicious-japan ร้าน YOSUKE NO UDON ร้านอูด้งสุดอร่อย ปกติแล้วเส้นอูด้งในเมืองไทยจะมีแต่เส้นใหญ่และค่อนข้างหนา แต่ถ้ามาลองเส้นอูด้งถึงประเทศญี่ปุ่นมาทั้งทีก็ต้องลองเส้นอูด้งแบบ Inaniwa กันดูซักหน่อย เพราะความอร่อยของเส้น Inaniwa จะอยู่ตรงที่เส้นบางเฉียบ เส้นเรียวเล็ก เวลารับกินจะรู้ได้ถึงเส้นที่มีความนุ่มลื่น ละลายในปากกันเลยทีเดียว แค่อ่านยังฟินขนาดนี้ เจอของจริงจะขนาดไหน ! pinterest ถ้ามาร้านนี้เราแนะนำให้ลองลิ้มรสของ "อูด้งเย็น" เพราะจะได้สัมผัสของเส้นที่เหนียวนุ่มได้ดีกว่าเมนูไหนๆ อีกเมนูที่อยากให้ลอง นั่นคือ Tempura Udon เนื้อแน่นแป้งกรอบแสนอร่อย ซึ่งเทมปุระของร้านนี้เวลาเสิร์ฟ ทางร้านจะแยกเส้นและตัวเทมปุระเพื่อให้คงความกรอบอร่อยไว้ได้อย่างเดิม รับประกันความกรอบได้เลย 2. QU’IL FAIT BON ร้านขนมญี่ปุ่นสไตล์ฝรั่งเศส powermegpixnet เป็นอีกหนึ่งร้านในญี่ปุ่นที่ทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นนิยมไปกิน นั่นก็คือร้าน Qu’il fait bon ร้านขนมหวานญี่ปุ่นสไตล์ฝรั่งเศสในย่าน Ginza ขึ้นชื่อมากในเรื่อง ทาร์ตผลไม้ ฮั่นแนะ ทาร์ตที่นี่ไม่ใช่ทาร์ตอันเล็กนะฮะ มันใหญ่เท่าเค้ก 1 ปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งทางร้านมีให้เลือกชิมกันอย่างจุใจหลายแบบ โดยเฉพาะเมนูสตอเบอร์รี่ที่ทางร้านเลือกใช้แต่วัตถุดิบที่มีคุณภาพ สตอเบอรี่สดๆจากสวน เน้นความอร่อยแบบเต็มรสชาติผลไม้ ningalingworld สำหรับคนที่ไม่ชอบรับประทานขนมที่มีรสชาติหวานมาก ต้องลองนี่เลย ‘ทาร์ตสตอเบอร์รี่ขาว’ เพราะเจ้าทาร์ตถาดนี้รสชาติไม่หวานจนเกินไปหรือพูดง่ายๆคือหวานน้อยกว่านั่นเอง เหมาะสำหรับคนกลัวอ้วน แต่ถ้าหากใครชอบกินของหวานอยู่แล้วก็ต้อง ‘ทาร์ตสตอเบอร์รี่สีแดง’ หรือถ้าไม่ชอบกินสตอเบอรี่ ทางร้านก็มีผลไม้ชนิดอื่นให้เลือกมากมายหลายแบบ 3. KATSUZEN สุดยอดทงคัตสึของญี่ปุ่น ginzadelunch Katsuzen เป็นร้านที่มีขายแค่เฉพาะเมนูทงคัตสึอย่างเดียวเท่านั้น แต่ว่ามันไม่ใช่ธรรมดาเพราะว่าทงคัตสึของร้าน katsuzen เป็นทงคัตสึที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ โดยทางร้านเน้นการคัดเลือกวัตถุดิบมาจากภูมิภาคต่างๆของญี่ปุ่นที่คัดสรรเนื้อหมูมาอย่างดี ก่อนที่จะนำมาชุบแป้งสูตรพิเศษของร้าน เพื่อให้ได้ทงคัตสึแป้งบางกรอบนอกนุ่มในและทางร้านนั้นได้ใช้เนื้อชิ้นใหญ่ในการทำทงคัตสึ เพื่อให้ได้สัมผัสถึงเนื้อหมูได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ถ้าใครชอบกินทงคัตสึก็สั่งเลยเพราะของเขาอร่อยขั้นเทพจริงๆนะ 4. SUSHIKO-HONTEN ซูชิเจ้าดังในกรุงโตเกียว tokyoing ร้านซูชิที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว จุดเด่นของร้าน SUSHIKO-HONTEN ก็คือการเสิร์ฟซูชิทีละคำ เพื่อความอร่อยสมบูรณ์แบบ โดยเชฟของทางร้านจะเป็นคนเลือกเมนูให้เองและแต่ละเมนูได้เลือกมานั้นจะแตกต่างกันออกไปเพราะมีการเลือกที่จะใช้ของสดใหม่ รวมไปถึงวัตถุดิบตามฤดูกาลที่ดีที่สุดเท่านั้น ถือว่าก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่ควรได้ไปลิ้มลอง เพราะวิธีการนำเสนอซูชินั้นจะทำให้เราได้กินซูชิในแบบที่อร่อยที่สุดเลยก็ว่าได้ ถ้าใครได้ไปเยือนญี่ปุ่น ไม่ได้ไปลิ้มลอง ถือว่าพลาดมากๆนะ 5. YELO น้ำแข็งไสเกร็ดนุ่มละลายในปาก sweetstokyo ร้าน Yeloกันก่อนได้แต่บอกไว้ก่อนเลยว่าโดยปกติคนญี่ปุ่นจะชอบรับประทานน้ำแข็งไสในเฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้น แต่ถ้าหากมาที่ร้าน Yello จะได้ลิ้มรสความอร่อยของน้ำแข็งไสไปทั้งปี แม้ว่าอากาศจะหนาวขนาดไหนร้านนี้ก็ยังคงเปิดขายอยู่ตลอด ซึ่งแน่นอนว่าเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเราเป็นที่สุด อิอิ miner8 ด้วยรสชาติน้ำแข็งไส ที่ทางร้านมีให้เลือกหลากหลายรวมไปถึงเกล็ดน้ำแข็งที่นุ่มจนละลายในปาก อีกทั้งทางร้านก็มีรสชาติหลากหลายให้เราได้เลือก ยังไม่หมดแค่นี้ ยังมีท็อปปิ้งให้เลือกใส่อีกมากมาย และที่สำคัญไม่หวานจนเกินไปอีกด้วย 6. KANDA YABUSOBA โซบะเหนียว นุ่ม หนึบ farinakingsley ร้านโซบะสุดอร่อยและมีชื่อเสียงมายาวนาน มีลูกค้าวนเวียนเข้า-ออกกันอย่างแน่นร้านอยู่เป็นประจำ ตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงร้านปิด ร้านนี้จะทำโซบะออกมาในสไตล์เกียวโตที่มาขายในโตเกียว (งงละสิ) ซึ่งความเด็ดอยู่ที่เส้นซึ่งมีความเหนียวนุ่ม หนึบ และละลายในปาก ส่วนน้ำซุปจะเข้มข้นเป็นพิเศษ เมื่อรับประทานเส้นหมดแล้วทางร้านก็จะมีน้ำซุปใสมาเพิ่มให้อีก เพื่อละลายความเข้มข้นและซดตามไปอีกครั้ง ก็จะได้ความอร่อยและรสชาติในแบบดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่นแท้จริง 7. HIGASHIYA แหล่งขนมหวานในสไตล์ญี่ปุ่น damanwoo ร้าน Higashiya ซึ่งร้านแห่งนี้เต็มไปขนมหวานประเทศญี่ปุ่นมากมายหลากหลายชนิด ซึ่งแต่ละตัวก็ล้วนดึงดูดให้เราลองชิมแทบทั้งนั้น อย่างเช่น Rice Candy, Pumpkin with Cream Cheese, Sweet Potato Paste เป็นต้น เวลาเสิร์ฟจะมาเป็นปิ่นโตไม้ รับประทานคู่กับชาร้อนในรูปแบบของ Tea Set ซึ่งสามารถเข้ากันได้อย่างลงตัว higashiya นอกจากความอร่อยของขนมและชาของที่นี่แล้ว ดีไซน์ของร้านยังตอบโจทย์สำหรับคนที่ชื่นชอบบรรยากาศญี่ปุ่นในแบบดั้งเดิมเป็นอย่างมาก เพราะตัวร้านจะถูกตกแต่งด้วยไม้ ให้ความรู้สึกอบอุ่น เท่ และเรียบหรูในเวลาเดียวกัน แต่ก็ยังคงความเรียบง่ายในสไตล์ของ WabiSabi ได้เป็นอย่างดี 8. CREME DE LA CREME ชูครีมอันโด่งดัง ร้านขนมที่โด่งดังมากในเมืองเกียวโตจนต้องขยายสาขามาที่โตเกียวกันเลยทีเดียว ร้านนี้อยู่ใกล้กับย่าน Roppongi ตัวที่ขายดีที่สุดและเป็นตัวท็อปของร้านก็คือ " ชูครีม " ที่มีแป้งบางกรอบอัดแน่นไปด้วยไส้คัสตาร์ดหวานหอมแสนอร่อย รวมไปถึงขนมอีกอย่างที่อยากจะแนะนำก็คือขนมที่มีลักษณะคล้ายกับ ครีมบูเล่ แต่ด้านนอกเป็นแป้งพายบางสอดไส้ด้วยครีมคัสตาร์ด จริงๆ อยากจะบอกว่าขนมร้านนี้อร่อยแทบทุกอย่าง ไม่ใช่แค่ชูครีมอย่างเดียว ดังนั้นเราควรแวะมาลองชิมกันให้ครบทุกเมนูนะจ้ะ โอ้ยๆ อ่านไปเช็ดน้ำลายไป ต้องไปกินให้ได้นะทุกคน !! บอกเลยว่าฟินแน่นอน 9. THE DEN JIMBOCHO ความแปลกใหม่ได้อารมณ์ญี่ปุ่นของแท้ eloquenttimes omnomnomad The Den Jimbocho เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นเรื่องการเสิร์ฟแบบไคเซกิสไตล์โมเดิร์น อีกทั้งยังมีอาหารที่แปลกใหม่ น่าตื่นตาตื่นใจ และมีคาแรกเตอร์เป็นตัวของตัวเอง tomostyle เมนูที่แนะนำในร้านนี้เลยก็คือ ‘Dentucky’ ไก่ทอดที่ธรรมดาแต่รสชาติไม่ธรรมดา มาพร้อมกับกล่องแพ็คเกจที่ข้างในมีลูกเจี๊ยบของเล่นแถมมาให้ และยังมีเมนูอื่นๆ อีกมากมายหลายอย่างที่ร้านได้ตั้งใจคิดค้นมาเพื่อให้ลูกค้าประทับใจทั้งในด้านของรสชาติและความสร้างสรรค์ ที่สำคัญคือต้องโทรไปจองก่อน เพราะว่าทางร้านจะรับเฉพาะผู้ที่จองล่วงหน้าเท่านั้นน๊าาาา รีบไปเลยด่วนๆ เห็นแบบนี้แล้ว ใครที่อยากไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเพื่อลองชิมอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆ แต่ไม่อยากเดินทางด้วยตัวเองก็สามารถหาทัวร์ญี่ปุ่นไปเที่ยวได้เลย Let's go! ขอบคุณบทความจาก happ-it

อ่านเพิ่มเติม

สุโค่ย... 10 รายการอาหารญี่ปุ่นยอดนิยม

Aug 31, 2016

ทัวร์ครับชวนชิมอาหารจากแดนปลาดิบ เมนูยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น 1. ซูชิ-อาหารญี่ปุ่น Cr. easy-sushi83.com ซูชิ หรือ ข้าวปั้น อาหารยอดฮิตตลอดการสำหรับนักชิมชาวไทย ซูชิ เป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมที่สุดของร้านอาหารญี่ปุ่น และเนื่องจากซูชิมีการพัฒนาจากเชฟในยุคต่างๆให้มีความอร่อยและหลากหลายยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยเฮอันนั่นเอง 2. ราเมน-อาหารญี่ปุ่น Cr. www.reddit.com ราเมนเป็นหนึ่งในอาหารที่นิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น ราเมนถือว่าเป็นอาหารจานด่วนที่มีคุณค่าทางอาหาร เราจึงสามารถเห็นร้านราเมนที่ประเทศญี่ปุ่นอยู่บ่อยๆ โดยแต่ละแห่งจะมีสูตรน้ำซุปประจำร้านเป็นของตัวเอง ซึ่งการทำราเมนให้อร่อยกลมกล่อมนั้นต้องใช้เวลาในการเคี่ยวน้ำซุปจากกระดูกเป็นชั่วโมงๆ บางสูตรใช้เวลาในการเคี่ยวกว่า 8 ชม. เลยทีเดียว บ่งบอกได้ถึงความพิถีพิถันและความเอาใจใส่ของเชฟชาวญี่ปุ่น 3. อูนางิ-อาหารญี่ปุ่น Cr. us.jnto.go.jp อูนางิ หรือ ปลาไหลญี่ปุ่น มีลำตัวยาวประมาณ 1 เมตร ตากลมโต ผิวเคลือบด้วยเมือก มีลำตัวสีดำ ช่วงท้องมีขาว ในสมัยเอโดะปลาไหลถูกจับได้เป็นจำนวนมากเพราะการบุกเบิกที่ดินริมชายฝั่งอ่าวเอโดะ (อ่าวโตเกียว) จึงทำให้ปลาไหลเป็นอาหารยอดนิยมตั้งแต่สมัยนั้น ซึ่งในสมัยนั้น นิยมนำปลาไหลมาหั่นเป็นท่อนแล้วเสียบไม้ย่างโดยไม่ปรุงรสใดๆ ต่อมาได้มีการปรุงรสเพิ่มโดยซีอิ้วดำหรือโชยุแบบเข้มข้น และมีการประยุกต์ปรุงแต่งรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้นจนถึงปัจจุบันนี้ 4. เทมปุระ-อาหารญี่ปุ่น Cr. senhorcabo.com เทมปุระ คืออาหารประเภทที่ชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะใช้กุ้งเป็นหลัก และมีผักหลากหลายชนิดมาชุบแป้งทอดเป็นเครื่องเคียง ทานคู่กับซอสเทนทสึยุ (ซอสเทมปุระ) ที่มีขิงขูดละเอียดโรยอยู่ หรือใช้หัวไชเท้าขูดโรย จะทำให้ความอร่อยเพิ่มยิ่งขึ้น 5. ไคเซกิ-อาหารญี่ปุ่น Cr. ojhoferjottings.blogspot.com อาหารแบบไคเซกิ คือ อาหารรูปแบบหนึ่งในญี่ปุ่น ที่มีความประณีตและความพิถีพิถันของการเตรียมอาหารและการตกแต่งให้สวยงาม ซึ่งสิ่งสำคัญที่ของไคเซกิ คือ การใส่อารมณ์ ความรู้สึกถึงฤดูกาลของแต่ละฤดู และการดึงรสธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาได้ เช่น ใช้ทะเคโนะโขะ ในฤดูใบไม้ผลิ, เห็ดมัตสึทะเกะในฤดูใบไม้ร่วง และคัตสึโอะ ในฤดูร้อน อาหารร้อนจะเสิร์ฟในตอนที่ยังร้อน ส่วนอาหารเย็นจะเสิร์ฟในจานที่แช่เย็นไว้ 6. โซบะ-อาหารญี่ปุ่น Cr. www.japanesecooking101.com โซบะนั้นมีวัตถุดิบและวิธีการทำไม่เหมือนราเมน รวมไปถึงร้านอาหารก็ขายแยกกันอย่างสิ้นเชิง แต่ถ้าจะให้พูดถึงความอร่อยนั้นก็คงต้องบอกว่าอร่อยไม่แพ้กันเลยทีเดียว โดยโซบะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ โซบะร้อน และโซบะเย็น 7. ชาบู-อาหารญี่ปุ่น Cr. www.wagyubeefsingapore.com ชาบู เป็นหนึ่งในอาหารญี่ปุ่นประเภทหม้อไฟ คล้ายกับสุกี้ยากี้ ที่มีส่วนผสมของ ผัก เนื้อหั่นบางๆ ลูกชิ้น และอาหารทะเล ปรุงรสโดยการนำเอาส่วนผสมต่างๆใส่ลงไปในหม้อ และปล่อยทิ้งไว้สักพัก จากนั้นนำเอาส่วนผสมต่างๆ อย่าง บะหมี่ เต้าหู้ ลงไปลวกแล้วรับประทานพร้อมกับซอสชาบูเลิศรส 8. โอโคโนมิยากิ-อาหารญี่ปุ่น Cr. www.menu-tokyo.jp โอโคโนมิยากิ เป็นอาหารที่มีการทำโดยการวางส่วนผสมลงบนแป้งสาลีที่ปลุกสุกบนเท็ปปัง (แผ่นโลหะ) แม้ว่าโอโคโนมิยากิจะมีราคาค่อนข้างถูกในร้านอาหารที่ประเทศญี่ปุ่น แต่จะมีบางร้านที่มีชื่อเสียงด้านความอร่อยของโอโคโนมิยากิ ราคาก็จะสูงกว่าและอร่อยกว่า โดยส่วนใหญ่แล้วร้านที่มีชื่อเสียงจะอยู่ในภูมิภาคคันไซ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโอซาก้า 9. ทงคัตสึ-อาหารญี่ปุ่น Cr. www.delmonte.ph หมูทงคัตสึ ส่วนใหญ่แล้วจะใช้หมูเนื้อสันในการทำ นำมาโรยเกลือและพริกไทยให้ทั่ว จากนั้นนำมาโรยแป้งสาลี ชุบไข่และเกล็ดขนมปัง ตามลำดับ แล้วจึงนำไปทอด ทงคัตสึ เป็นอาหารยอดฮิตของหลายๆครัวเรือนในประเทศญี่ปุ่น และยังมีร้านที่ขายทงคัตสึโดยเฉพาะ ซึ่งในแต่ละร้านจะมีเอกลักษณ์ในรสชาติที่ไม่เหมือนกัน เช่น ร้านที่ใช้เนื้อหมูที่มีความหนาเป็นพิเศษ หรือมีสูตรในการทำที่พิเศษกว่านั้นเอง 10. ยากิโทริ-อาหารญี่ปุ่น Cr. carolynchan.wordpress.com ยากิโทริ เป็นอาหารยอดนิยมในประเทศญี่ปุ่น ทำโดยเสียบเนื้อไก่และผักบนไม้เสียบ แล้วย่างด้วยซอสสูตรเฉพาะยิกิโทริ ส่วนใหญ่คนญี่ปุ่นมักกินยากิโทริเป็นกับแกล้มเบียร์ หรือในงานสังสรรค์ก็จะสั่งยากิโทริมาย่างทานกันเนื่องจากสามารถทำได้ง่ายและอร่อยมาก

อ่านเพิ่มเติม
02-013-5353