ทัวร์ครับ พากิน

เพราะเรื่องกินเรื่องใหญ่ ทัวร์ครับพร้อมคัดสรรร้านอาหารเด็ด อาหารดังขึ้นชื่อในแต่ละประเทศ รวมไว้แล้ว

บอกต่อ 15 ของกินไต้หวันต้องโดน !! ตะลอนกินรัวรัว ที่ Street Food ไต้หวัน

Jun 27, 2018

  1. ชานมไข่มุก Street Food ไต้หวันที่คนไทยห้ามพลาด Street Food ไต้หวันที่ห้ามพลาดมากที่สุดต้องนี่เลยค่ะ ชานมไข่มุก เพราะชานมที่นี่ถือว่าเป็นต้นตำรับเลยก็ว่าได้ ซึ่งร้านชานมไข่มุก Street Food ไต้หวันนั้นจะรสชาติไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ถ้าจะให้อารมณ์แบบออริจินัลของจริง เราขอแนะนำ ร้านชุนสุ่ยถัง เลยค่ะ เพราะร้านนี้เปิดมาแล้วกว่า 30 ปี โดยพิกัดร้านจะอยู่ใต้ตึก สถานีเจียงไคเช็คค่ะ พิกัด : เจียงไคเช็ค   2. บะหมี่อาจง Street Food ไต้หวันสุดฮิต อีกหนึ่ง Street Food ไต้หวันสุดฮิตก็คงหนีไม่พ้นบะหมี่อาจง ที่คนไทยนิยมไปกินและเขียนรีวิวกันตามบล็อกต่างๆ ซึ่งพิกัดร้านนั้นจะอยู่ที่ซีเหมินติง เลยจ้า ส่วนรสชาติบะหมี่อาจงก็พูดได้เลยว่าไม่ธรรมดา การันตีด้วยจำนวนคนที่เข้าคิวต่อแถวรอ พิกัด : ซีเหมินติง Cr.http://solitous-diaspora.blogspot.com   3. น้ำมะระ Street Food ไต้หวันสุดแปลก นอกจาก Street Food ประเภทชานมไข่มุกไต้หวันแล้ว ที่นี่เรายังเห็นน้ำมะระตั้งขายกันแบบเกลื่อนกลาดกันอีกด้วย โดยน้ำมะระไต้หวันนั้นจะผสมกับน้ำผึ้งเพื่อลดความขมของมะระ ส่วนรสชาติจะออกขมแบบปะแล่มๆ แนะนำให้ลองชิมดู   4. Street Food ของหวาน ไอศกรีมเกล็ดหิมะ ไอศกรีมเกล็ดหิมะ ถือเป็น Street Food ของหวานอย่างหนึ่งที่ต้องลองเมื่อเรามาเที่ยวไต้หวัน โดยไอศกรีมเกล็ดหิมะไต้หวันนั้นจะเหมือนเป็นแผ่นบางๆ วางซ้อนกัน เสิร์ฟพร้อมกับท็อปปิ้งผลไม้ต่างๆ ที่เราเป็นคนเลือก   5. ไก่ทอด Street Food สุดอร่อยของไต้หวัน สำหรับ ไก่ทอด ที่เป็น Street Food ไต้หวันแล้วละก็ เราขอแนะนำร้าน Hot – Star ย่านซีเหมินติงเลยค่ะ เพราะไก่ของร้านนี้จะมีเนื้อที่นุ่ม แถมยังมีรสพะโล้เค็มๆ จากผงที่โรยไปอีกด้วย พิกัด : ย่านซีเหมินติง   6. ไส้กรอกยักษ์ Street Food ทั่วไปของไต้หวันที่ไม่ธรรมดา หากเมืองไทยมีข้าวเหนียวหมูปิ้งเป็น Street Food ขึ้นชื่อแล้วละก็ สำหรับไต้หวันคงมีไส้กรอกยักษ์เป็นเหมือนแลนด์มาร์คสำคัญที่เราเห็นได้ตามตลาดกลางคืน   7. เต้าหู้เหม็น Street Food กลิ่นแปลกของไต้หวัน นอกจากน้ำมะระที่ดูแปลกตาสำหรับคนไทยแล้ว เต้าหู้เหม็นยังเป็น Street Food ที่ขึ้นชื่อของไต้หวันอีกด้วย แน่นอนว่ากลิ่นนั้นเหม็นตามชื่อเลย เพราะมีส่วนผสมเป็นของหมัก แต่รสชาติพูดตรงๆ ว่าอร่อยกว่าคิด   8. เกี๊ยวซ่า Street Food ย่านซีเหมินติงยอดนิยม สำหรับย่านซีเหมินติงของประเทศไต้หวันนั้นจะมีร้าน Street Food เกี๊ยวซ่าอยู่ร้านหนึ่ง เป็นรถเข็น ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าระดับความอร่อยเกี๊ยวซ่าร้านนี้เทียบได้กับเกี๊ยวซ่าที่ญี่ปุ่นเลยทีเดียว   9. ไข่นกกระทาย่าง อีกหนึ่ง Street Food ไต้หวันย่านซีเหมินติง ถัดจากเกี๊ยวซ่า Street Food ย่านซีเหมินติง เราจะเห็นร้านไข่นกกระทาย่างเสียบไม้อยู่ร้านหนึ่ง ซึ่งใครหลายคนอาจคิดว่าไข่นกกระทาไต้หวันร้านนี้จะรสชาติคล้ายกับไข่นกกระทาไทย แต่จริงๆ แล้วผิดถนัดเลยค่ะ เพราะไข่นกกระทาย่างของไต้หวันนั้นจะกินกับซอสที่ให้รสชาติหวานกับเค็มไปพร้อมกัน   10. มันบดราดชีส Street Food สูตรเฉพาะของไต้หวัน ยังอยู่ในย่านซีเหมินติงของไต้หวันนะคะกับ มันบดราดชีส Street Food สูตรเฉพาะของที่นี่ โดยทางร้านจะนำชีส ข้าวโพด เบค่อน รวมถึงบรอคโคลี่มาโรยหน้ามันบด การันตีเลยว่าอร่อยอย่างแน่นอน   11. ปลาหมึก อีกหนึ่ง Street Food ทั่วไปของไต้หวัน สำหรับตลาดกลางคืนแล้ว ร้าน Street Food อีกประเภทหนึ่งที่เราจะพบเจอกันบ่อยๆ นั่นคือ ปลาหมึกปิ้งและปลาหมึกย่างนั่นเอง เดินไปทางไหนก็เจอ   12. เนื้อย่าง Street Food ไต้หวันที่คนไทยนิยม อีกหนึ่งเมนู Street Food ย่านซีเหมินติงของไต้หวันที่คนไทยนิยมกินกันต้องยกให้กับ เนื้อย่าง เลย โดยจะให้อารมณ์คล้ายๆ กับสเต็กที่หั่นเป็นชิ้นๆ และแน่นอนว่าอร่อยมากจนคนต้องต่อคิวกันแน่น   13. ไข่ต้มใบชา Street Food สุดฮิตของคนไต้หวัน สำหรับคนไต้หวันนั้น ไข่ต้มใบชา ถือเป็นเมนูที่นิยมกินกันมากสามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ หรือ ร้าน Street Food ทั่วไปเลย ถ้าใครไม่เคยลองต้องลองให้ได้นะคะ เพราะมันไม่เหมือนไข่ต้มธรรมดา แต่จะมีรสชาติหวานหอมอร่อยกลมกล่อมตามสูตรการต้มของทางไต้หวันนั่นเอง   14. ไอศกรีมถั่วใส่ผักชี Street Food น่าลองของไต้หวัน ข้ามมาที่ฝั่ง Street Food ไต้หวันที่เป็นของหวานกันบ้างกับ ไอศกรีมถั่วใส่ผักชี อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ ที่นี่เขากินไอศกรีมกับผักชี ส่วนรสชาติเราแนะนำให้ลองไปชิมเองจะดีกว่า แปลกๆอย่างนี้บางคนอาจจะชอบก็ได้น้าา   15. ผลไม้เสียบ Street Food กินเล่นของไต้หวัน ที่ไต้หวันเราสามารถหา สตรอเบอร์รี่ และ พุทรา เสียบไม้มากินเล่นได้ตลอดข้างทางเลยยย .. เพราะนี่ถือเป็น Street Food ยอดนิยมอย่างหนึ่งของไต้หวัน ส่วนรสชาติจะออกแนวกรอบนอกนุ่มใน หากใครที่สนใจไปตะลอนกิน street food ที่ไต้หวันแล้วละก็ ลองดูทัวร์ไต้หวันได้ ที่นี่เลย https://tourkrub.co/taiwan-tour   

อ่านเพิ่มเติม
5 พิกัดร้านอาหารดีๆในย่านจิมซาจุ่ย ฮ่องกง

Jun 19, 2018

  1. Din Tai Fung  แผนที่ : Din Tai Fung ถึงแม้ร้าน ติ่น ไท่ ฟง จะมีสาขาอยู่ในประเทศไทย แต่ไปฮ่องกงทั้งทีก็ต้องไปลองที่ร้านต้นตำรับกันซะหน่อยไม่ให้เสียเที่ยว และหลายๆ คนที่ได้มากินร้านนี้ที่ฮ่องกงล้วนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยว่าที่ไทยถึงสิบเท่า! โดยร้านติ่น ไท่ ฟง ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของห้าง Silver Court เรียกได้ว่าจะช้อปก่อนชิมก็ได้หรือจะชิมเสร็จแล้วค่อยไปช้อปก็ช่วยย่อยได้ดีทีเดียว 2. The Verandah Restaurant แผนที่ : The Verandah Restaurant ที่จิมซาจุ่ย เราสามารถสัมผัสบรรยากาศห้องอาหารสุดหรู ย่านจิมซาจุ่ย การันตีความสะอาดและคุณภาพวัตถุดิบ ทั้งยังหลากหลายด้วยอาหารยุโรปและนานาชาติได้ที่ The Verandah Restaurant โดยห้องอาหารที่นี่จะเปิดให้บริการเป็น 3 ช่วงเวลา ช่วงเช้าได้แก่ 07:00 น. - 10:00 น. ช่วงกลางวันได้แก่ 12:00 น. - 14:30 น. และช่วงเย็นคือตั้งแต่ 18:00 น. - 22:00 น. ซึ่งเวลาที่บอกนี้จะยกเว้นวันอาทิตย์ที่ช่วงเวลาอาหารเช้าจะขยายออกเป็นพิเศษถึง 10:30 น. 3. BLT Steak แผนที่ : BLT Steak ร้านอาหาร BLT Steak เป็นร้านสเต็กสไตล์ฝรั่งเศสระดับพรีเมี่ยม ย่างแบบมืออาชีพ กัดแล้วนุ่มลิ้นฟินไม่รู้ลืม แม้ราคาจะสูงแต่ก็คุ้มค่าคุ้มราคา โดยหลักที่นี่เป็นสเต็กเนื้อ แต่ถ้าใครไม่กินเนื้อก็ยังมีสเต็กไก่ให้เลือก นอกจากนั้นในช่วงมื้อเที่ยงก็มีบุฟเฟ่ต์สลัด และมื้อเย็นก็จะมีเมนูอาหารแบบ A la carte ให้ได้รับประทาน ร้าน BLT Steak ตั้งอยู่ที่ชั้น B1 โอเชี่ยน เทอมินอล 4. Sift แผนที่ : Sift ถ้าใครชอบของหวานต้องไม่พลาดที่จะมาลองชิมคัพเค้กสุดอร่อยที่บางคนถึงขั้นตั้งฉายาให้ว่าคัพเค้กขั้นเทพหรือคัพเค้กในตำนานกันเลยทีเดียว เพราะคัพเค้กที่นี่มีเนื้อแป้งนุ่มละมุนกำลังดีและมีรสชาติที่ไม่หวานจนเกินไปจึงทำให้ใครต่อใครติดใจมานักต่อนัก เมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่คือ Red Velvet  และ Salted Caramel Chocolate ร้าน Sift ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ตึก Habour City ถ้าทานอาหารคาวกันเสร็จแล้วจะมาต่อของหวานที่ร้านนี้ก็ดีไม่น้อยนะ 5. Scarlett Café & Wine Bar แผนที่ :  Scarlett Café & Wine Bar คาเฟ่และบาร์ไวน์สไตล์ฝรั่งเศสที่ชื่อ Scarlett ตั้งอยู่ถนนคิมเบอร์ลีย์ย่านจิมซาจุ่ย คติของร้านคือการเสิร์ฟไวน์ฝรั่งเศสที่ดีที่สุดในฮ่องกง เพราะฉะนั้นเราสามารถวางใจกับคุณภาพไวน์ที่นี่ได้เลย ราคาไวน์นั้นมีตั้งแต่ 45 HKD ต่อแก้ว ไปจนถึง 220 HKD ต่อขวด แต่นอกจากไวน์แล้วอาหารฝรั่งเศสที่ นี่ก็เลิศรสไม่แพ้กัน นอกจากนั้นร้านนี้ยังมีอาหารง่ายๆ ไว้คอยบริการในเวลากลางวันอีกด้วย เช่น แซนด์วิช เบอร์เกอร์ ไก่ย่าง สลัดและพาสต้า ร้านอาหารในฮ่องกงมักจะมีการเปิดปิดเป็นช่วงเวลา ถ้าไม่อยากต้องอดทนไปหิ้วท้องรอหน้าร้านเพื่อรอเวลาเปิดหรือต้องเดินหาร้านอื่นแทนเพราะหิวมากล่ะก็ขอแนะนำว่าให้ศึกษาไปดีๆ ก่อนเพื่อที่จะได้วางแผนได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้การไปฮ่องกงกับทัวร์ที่มีไกด์เป็นคนในพื้นที่อย่างของ ทัวร์ครับ (Tourkrub) ก็จะช่วยวางแผนและจัดสรรเวลาให้เราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เผลอๆ ยังได้กินอาหารอร่อยเจ้าเด็ดในราคาที่ถูกกว่าไปเองอีกด้วย  

อ่านเพิ่มเติม
มาแล้วต้องลอง !! 5 เมนูอาหารออสเตรเลีย

May 15, 2018

ซึ่งวันนี้ทาง ทัวร์ครับ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ 5 เมนูอาหารออสเตรเลียที่เพื่อนๆ ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนถิ่นออสเตรเลีย บอกเลยว่างานนี้อร่อยแน่! 1. เนื้อจิงโจ้ เนื้อจิงโจ้ (Kangaroo meat) ไม่ว่าใครก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศออสเตรเลียนี้คือจิงโจ้ แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าจริงๆ แล้วเราสามารถกินเนื้อจิงโจ้ได้ แถมยังเป็นเมนูอาหารออสเตรเลียยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย และนอกจากจะมีรสชาติอันโอชะแล้ว เนื้อจิงโจ้ยังมีโปรตีนที่สูง ไขมันต่ำ ที่สำคัญราคาไม่แพงอีกต่างหาก 2. เวจเจไมท์ เวจเจไมท์ (Vegemite) จะคล้ายๆ กับกะเพราหมูสับของบ้านเรา ไม่ใช่เรื่องรสชาติหรอกค่ะที่คล้าย แต่เป็นเรื่องของความฮิตต่างหาก ใช่แล้วค่ะ! ชาวออสซี่จะกินเวจเจไมท์ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ยังกินอยู่ เป็นอาหารออสเตรเลียจานหลักเหมือนกับที่คนไทยกินข้าวกะเพรายังไงอย่างงั้น ซึ่งเจ้าเวจเจไมท์นี้จะมีลักษณะคล้ายๆ กับเนยถั่ว สีดำๆ รสชาติออกเค็มๆ คนไทยกินครั้งแรกอาจจะรู้สึกแปลกๆ ได้ 3. พายเนื้อ นอกจากเวจเจไมท์แล้ว คนออสซี่ชอบกินพายเนื้อ (Meat pie)กันมาก ซึ่งเนื้อที่ใช้เป็นส่วนประกอบนี้จะมีทั้งเนื้อบดและเนื้อที่หั่นเป็นชิ้นๆ ก่อนจะนำมาผสมผสานให้เข้ากับน้ำเกรวี่ ส่วนสถานที่ซื้อพายเนื้อก็หาไม่ยากเลย เพราะมีจัดหน่ายตั้งแต่โรงอาหารทั่วไป จนถึงร้านค้าตามสถานีรถไฟ ก็บอกแล้วว่านี่คือเมนูอาหารออสเตรเลียยอดฮิตของชาวออสซี่เขาล่ะ 4. ลามิงตันเค้ก ลามิงต้นเค้ก (Lamington Cake) จะเป็นเค้กเล็กๆ มีลักษณะคล้ายสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ซึ่งมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาว่าชื่อของลามิงตันเค้กนั้นมาจากเลดี้ลามิงตัน ภรรยาท่านลอร์ดลามิงตัน โดยความพิเศษของลามิงตันเค้กก็คือเป็นเค้กที่ทำด้วยเค้กสปอนจ์ ชุบด้วยช็อคโกแลตไอซิ่ง ซึ่งบางครั้งจะสอดไส้ด้วยรสชาติต่างๆ เช่น วิปครีม แยมสตรอเบอร์รี่ ราสพ์เบอร์รี่ เลม่อน ฯลฯ ก่อนนำมาคลุกเคล้าด้วยมะพร้าวอบแห้ง ทำให้เวลาเคี้ยวจะสัมผัสได้ถึงความกรอบของมะพร้าวแห้ง ก่อนที่จะกัดไปโดนความนุ่มของเค้กสปอนจ์ ยังไงก็ตามเพื่อนๆ สามารถหาสูตรการทำลามิงต้นเค้กนี้ได้ตามอินเตอร์เน็ตทั่วไป 5. สปาร์เก็ตตี้โบลองเนส ถึงแม้สปาร์เก็ตตี้จะมีแหล่งกำเนิดมาจากอิตาลีก็ตาม แต่มันก็ได้รับความนิยมมาไกลยังประเทศออสเตรียเลีย เพราะคนที่นี่ชอบกินสปาร์เก็ตตี้กันมาก โดยเฉพาะสปาร์เก็ตตี้โบลองเนส หรือ สปาร์เก็ตตี้ซอสเนื้อ ที่เด็กนักเรียนออสซี่นิยมกินกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันก็เลยถือว่าเป็นอาหารออสเตรเลียไปอีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ 5 เมนูอาหารออสเตรเลียสุดฮิตที่เพื่อนๆ ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนประเทศออสเตรเลีย หากใครอ่านแล้วน้ำลายสออยากไปกินถึงถิ่น ทาง ทัวร์ครับ ก็มีแพ็คเกจเที่ยวออสเตรเลียหลายโปรแกรมมาให้เพื่อนๆ ได้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวเมลเบิร์น นั่งเครื่องจักรไอน้ำ ชมฝูงนกเพนกวิน หรือ เที่ยวซิดนีย์ เยือนอุทยานแห่งชาติบลูเม้าท์เทนส์ ล่องเรือสำราญชมปลาโลมา ฯลฯ ซึ่งหากใครสนใจก็สามารถเช็คแพ็คเกจเที่ยวออสเตรเลียทั้งหมดได้ที่นี่ https://tourkrub.co/australia-tour

อ่านเพิ่มเติม
ไปสิงคโปร์ซื้ออะไรดี? 7 สิ่งนี้คือคำตอบ

May 14, 2018

หากได้มาสัมผัสกับความแปลกใหม่ของประเทศแห่งนี้ก็ทำให้รู้สึกดีไม่น้อย แน่นอนว่าการเดินทางไปต่างบ้านต่างเมืองเรื่องของฝากเป็นอะไรที่ต้องซื้อกลับมาแทบทุกราย คนที่ยังไม่เคยมีโอกาสเดินทางไปสิงคโปร์อาจมีคำถามในหัวว่าแล้วไปสิงคโปร์ซื้ออะไรดี? อย่างนั้นลองมาดูของฝากจากสิงคโปร์ 7 อย่างนี้การันตีว่าเด็ดทุกชิ้น ช็อกโกแลต – ถือว่าเป็นของขึ้นชื่ออันดับต้นๆ สำหรับประเทศสิงคโปร์ มีราคาถูกกว่าหลายประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะช็อกโกแลตรูป Merlion ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศนี้ จะซื้อมาฝากผู้ใหญ่ก็เข้าท่าจะซื้อหามาให้เด็กๆ ก็เข้าทีเสียเหลือเกิน น้ำหอม – ของฝากจากสิงคโปร์ที่สาวๆ ชื่นชอบอย่างมาก โดยน้ำหอมทีนี่ราคาไม่แพงเพราะบางยี่ห้อก็ผลิตในประเทศบางยี่ห้อก็ถูกส่งมาพักสินค้าไว้ทำให้ราคาเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียสิงคโปร์ถูกกว่ามาก การซื้อน้ำหอมจึงเป็นอะไรที่ควรติดกลับมาเมืองไทยอย่างแรง หมูแผ่น – หากต้องการซื้อของฝากจากสิงคโปร์ประเภทอาหารแนะนำ หมูแผ่นสิงคโปร์ เป็นอะไรที่เด็ดดวงสุดๆ ของฝากอันดับต้นๆ ที่คนไปสิงคโปร์ต้องหอบหิ้วกันกลับมา โดยจะมีให้เลือกทั้งหมูแผ่น หมูหวาน หมูกรอบ บางร้านก็ทำจากเนื้อให้คนรักเนื้อได้ซื้อหาไว้ทานหรือเป็นของฝากชั้นเลิศอีกด้วย Singapore Sling – เครื่องดื่มค็อกเทลซึ่งถือเป็นเครื่องดื่มประจำชาติของสิงคโปร์ แนะนำรสชาติออริจินัลที่มีส่วนผสมของ เหล้าจิน บรั่นดี เชอร์รี่ น้ำมะนาว น้ำส้ม น้ำสับปะรด รสชาติของเครื่องดื่มชนิดนี้จะผสมผสานเอาไว้อย่างลงตัวทั้งรสเปรี้ยว หวาน ติดขมเล็กๆ ใครเป็นคอค็อกเทลต้องชอบ แยม KAYA – เป็นแยมที่ขึ้นชื่อมากๆ ในสิงคโปร์ตัวแยมทำมาจากมะพร้าว ไข่ น้ำตาล ใบเตย เป็นของฝากที่หาซื้อได้แค่ในสิงคโปร์เท่านั้น มีความหอมหวาน เข้มข้น เนื้อละมุนลิ้น มาทากับขนมปังอร่อยสุดๆ ไปเลย สินค้าที่ระลึกรูป Merlion – ในเมื่อ Merlion คือสัญลักษณ์ของประเทศนี้การหาซื้อของฝากที่มีรูปเป็น Merlion จึงถือว่าถูกต้องที่สุด โดยสินค้าที่ระลึกดังกล่าวก็มีหลากหลาย เช่น พวงกุญแจ, รูปปั้นไม้ เป็นต้น ผงปรุงรสบักกุ๊ดเต๋ – บักกุ๊ดเต๋ถือเป็นอาหารประจำชาติของสิงคโปร์ ดังนั้นใครชื่นชอบอาหารประเภทนี้ก็ควรได้เครื่องปรุงจากต้นตำรับ และการซื้อผงปรุงรสบักกุ๊ดเต๋กลับมานั่นจะทำให้ได้สัมผัสกับรสชาติอย่างแท้จริง 7 ของฝากจากสิงคโปร์นี้จะทำให้คำถามที่ว่า ไปสิงคโปร์ซื้ออะไรดี? หมดลงไปอย่างไร้ข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น หากใครแวะไปก็อย่าลืมซื้อกลับมาฝากกันบ้าง

อ่านเพิ่มเติม
รีวิวขนมฮ่องกง ของกินฮ่องกงฉบับคนตะลอนเที่ยว

Apr 30, 2018

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้ ทัวร์ครับ ก็จะมารีวิวของกินฮ่องกง ตามฉบับคนตะลอนเที่ยวกันนะคะ  โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่ไปเที่ยวนั้นก่อนไปจะลิสรายการร้านอาหาร บลาๆ แต่รีวิวของกินฮ่องกงฉบับคนตะลอนเที่ยวของเรานี้นั้น ไม่มีแพลนใดๆทั้งสิ้น เจอที่ไหนก็กินโล้ดด ส่วนใหญ่จะเปป็นร้านในย่านดังๆ หาได้ไม่ยากค่ะ ไปดูกันเลยว่าขนมฮ่องกงมีอะไรน่ากินบ้าง !! mmy pancake พิกัด : Carnarvon Mansion, 8-12E Carnarvon Rd, Tsim Sha Tsui มาถึงวันแรกก็เดินมาเจอเลย บางคนอาจจะเจอในไทยมาบ้างแล้วสำหรับวาฟเฟิลฮ่องกงหรือขนมครกฮ่องกง ร้านนี้ก็คือ Mammy pancake ของกินฮ่องกงที่เคยเห็นในรีวิวบ่อยๆเช่นกัน วาฟเฟิลบอลที่ได้รับความนิยมของชาวฮ่องกงและนักท่องเที่ยว ความอร่อยให้เต็มสิบ !! มากี่ครั้งก็กินทุกครั้ง !! เป็นขนมที่คงความอร่อยเสมอต้นเสมอปลายสุดๆ รสที่ชอบที่สุดคงหนีไม่พ้นช็อกโกแลตละค่ะ แป้งกรอบนุ่มและไม่หวานเกินไป กินที่ไหนก็ไม่เท่ากินที่ฮ่องกง ราคา 25 HKD ซึ่งสาขาที่เราไปนั่น สาขานี้อยู่ย่าน Tsim Sha Tsui ถนน Carnarvon Rd. จ้า ตามไปตำกันได้เลย ถ้าไปต้องดูป้ายดีๆนะคะ ชื่อถนนที่ฮ่องกงค่อนข้างเยอะเอาเรื่องเลยทีเดียวล่ะค่ะ Jim bakery พิกัด : 6C Carnarvon Road, Tsim Sha Tsui ขนมปังไข่ ของกินฮ่องกงอยู่ที่ Carnarvon Rd. ย่านจิมซาจุ่ย  ร้านเด่นมาก ร้านสีเหลืองไข่น่ารักมากก กลิ่นหอมฉุย มาแต่ไกลเลยเดินเข้าไปซักหน่อย ที่ร้าน Jim bakery เป็นร้านขายขนมปังไข่เนื้อนุ่ม อบร้อนๆจากเตา 1 กล่อง ราคา 50 HKD เป็นขนมฮ่องกงที่ไซส์ใหญ่และให้เยอะที่สุดในทริปนี้ก็ว่าได้ กิน 3 คนยังกินกันไม่หมด ถือกินได้อีกหลายมื้อ Mrs. Fields Cookies คุ๊กกี้แบรนด์ดังจากอเมริกา ที่เคยมีขายในไทย แต่ตอนนี้ได้ปิดตัวไปแล้วซะงั้น สาวกคุ๊กกี้ Mrs.Fields อย่างเราก็ต้องไปหาที่อื่นกันละค่ะ คุ้กกี้เนื้อนุ่ม อร่อยเข้มข้นช็อกโกแลตทุกคำ บางชิ้นหนึบหนับสุดๆ ละมุนมาก ขนาดเพื่อนที่มีปฏิกริยากับแป้งเค้กหน่อยๆ พอได้ลอง Mrs.Fields เข้าไป ไม่สะทกสะท้านเลย เนื้อคุ้กกี้เขาดีจริง เราก็เลยหยิบมาเป็นขนมฮ่องกงที่มาเที่ยวฮ่องกงต้องแวะซื้อ เพราะในไทยไม่มีแล้ว ฮ่าๆ พิกัดร้านจะอยู่ตามสถานี MTR ย่านหลักๆของฮ่องกง หาง่ายมากๆ ราคาก็เอาเรื่องตามชื่อเสียงของเขา แต่ขอแค่ 1 ชิ้นก็ดีต่อใจแล้ว เลยจัด Muffin ไป 1 ชิ้น ในราคา 16.5 HKD เบาๆ Happy Cake Shop เดินช้อปมาเรื่อยๆก็มาสะดุดใจอยู่ที่ร้าน Happy Cake Shop ร้านเบเกอรี่เล็กๆในย่าน Wan Chai ร้านขายขนมปังเบเกอรี่ และสิ่งที่สะดุดตาในร้านนี้ก็คือทาร์ตไข่นั่นเอง ขนมฮ่องกงชื่อดัง ที่ใครมาเที่ยวฮ่องกงต้องหาร้านชิมกันให้ได้ และร้านนี้ก็เป็นหนึ่งในร้านที่ถูกแนะนำโดยคนฮ่องกง เพราะทาร์ตไข่ที่นี่ อบใหม่ทุกวันกินกันแบบร้อนๆ ใครกลัวเลี่ยนบอกเลยว่าทาร์ตไข่ที่ฮ่องกงไม่เลี่ยนเลยค่ะ หวานกำลังดี เนื้อไข่เนียนมากก ชิ้นละ 7 HKD สายของหวานแนะนำไปลองค่ะ    KOI The KOI The โคอิเตะ ชื่อนี้หลายคนคงคุ้นหูคุ้นตากันอย่างแน่นอน เพราะว่าในไทยก็มีเข้ามขายแล้วจ้า ราคาสูงพอสมควร ซึ่งร้านในฮ่องกงนี้ ตั้งอยู่ที่ย่านมงก๊ก ติดกับเลดี้มาร์เก็ตนั่นเอง เดินเยอะก็หิวน้ำเป็นธรรมดา ก็เลยแวะกินชานมไข่มุกกันสักหน่อย สำหรับใครที่ชอบชาไข่มุกก็ห้ามพลาดของกินฮ่องกงร้านนี้นะคะ คนต่อแถวเยอะมาก เพื่อนแอบบอกมาว่ามันอร่อยกว่าที่ไทยอีกด้วย ไข่มุกไม่เหมือนที่อื่น แถมได้เยอะมากๆ ชาหอมกลมกล่อม สามารถสั่งระดับความหวานและปริมาณน้ำแข็งได้อีกด้วยเด้อ    Charlie Brown Cafe พิกัด :Tsim Sha Tsui, Granville Rd ร้านน่ารักๆย่านจิมซาจุ่ย ที่สาวก Snoppy ต้องแวะไปถ่ายรูป ร้านอยู่ย่านจิมซาจุ่ยเช่นเดิม บอกเลยว่าถ้าจะไปร้านนี้เตรียมกล้องด่วนๆ เพราะ ตั้งแต่หน้าร้านและข้างในร้านตกแต่งด้วยตัวการ์ตูนตลอดทาง รวมไปถึงเมนูอาหาร ของหวาน ของคาว รสชาติกลางๆ แต่ความน่ารักให้เต็มสิบไปเลยจ้า ซึ่งตอนนี้มีมาเปิดที่ไทยแล้วเช่นกัน แต่เราคิดว่าร้านที่ฮ่องกงใหญ่และโอเคกว่าค่ะ ใครหาร้านคาเฟ่ของหวานตาหน้าน่ารักระหว่างไปเที่ยวฮ่องกง ร้านนี้ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีเลยล่ะค่ะ   Hui Lau Shan พิกัด : 49 Carnarvon Rd, Tsim Sha Tsui ร้าน Hui Lau Shan มีหลายสาขามากในย่านดังๆในฮ่องกง ใครที่รักมะม่วงนั้นห้ามพลาด มีทั้งน้ำปั่นและของหวานที่ให้นั่งทานเล่นทั้งแบบเบาไปถึงหนักท้องกันเลยล่ะค่ะ รสชาติบอกเลยว่าอร่อยมาก มะม่วงหวานอมเปรี้ยวรสชาติกำลังดี ราคาเริ่มต้นที่ 43 HKD   % Arabica พิกัด : Shop KP-41, Tsim Sha Tsui Star Ferry Pier คอกาแฟห้ามพลาด กับร้านกาแฟ % Arabica ร้านกาแฟชื่อดังจากญี่ปุ่นที่มาตั้งรกรากใหม่ที่ฮ่องกง ซึ่งวันนี้เราก็มาที่สาขาใหม่ที่ท่าเรือ Star Ferry จิมซาจุ่ยค่ะ เมล็ดกาแฟสดใหม่ที่ถูกนำมาทำกาแฟให้ลูกค้าที่น่ารักอย่างเราได้ลิ้มลอง กาแฟนุ่มๆรสชาติเข้มข้น  ซื้อก่อนนั่งเรือข้ามไปเกาะฮ่องกงนี่ฟินสุดๆไปเลย ราคาอยู่ที่แก้วละ 40 HKD  

อ่านเพิ่มเติม
สายชิมห้ามพลาด..!! กับ 5 เมนูเด็ด ‘อาหารฮ่องกง’ ที่ใครได้ลิ้มแล้วเป็นอันต้องอยากบินกลับไปกินซ้ำ

Apr 11, 2018

ที่เหล่านักชิมทั่วโลกต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันหลังจากได้ลิ้มรสว่า… ต้องบินกลับมากินซ้ำอีกให้ได้ และครั้งนี้ Tourkrub.co จะพาลูกทัวร์ทุกท่านไปแนะนำให้รู้จักกับ 5 เมนูอาหารฮ่องกงจานเด็ด ที่เรากล้าบอกเลยว่า หากคุณต้องการสัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวฮ่องกงแล้วละก็ ยังไงก็ต้องลองชิมให้ได้ซักครั้ง ไม่อย่างนั้นระวังจะคุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง..!! 1. บะหมี่เย็น (Cold Noodles) ปกติแล้วคนไทยอาจจะคุ้นเคยแต่กับบะหมี่ร้อนๆ หรือเส้นก๋วยเตี๋ยว แต่เมนูจานนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์ทานบะหมี่ของคนให้ก้าวข้ามไปอีกขั้น และยังเป็นเมนูที่ขึ้นตราตรึงอยู่ในความทรงจำของนักท่องเที่ยวมากที่สุด   หากใครที่สนใจอยากจะลิ้มรสอาหารฮ่องกงเมนูนี้ละก็ เราขอแนะนำให้ไปลองทานกันได้ที่ร้าน Bai Wei Shi Pin เพียงแค่คุณสั่งบะหมี่เย็นที่ถูกแพ็คไว้เป็นถุงๆ จากนั้นก็เลือกท็อปปิ้งที่เราต้องการจะตกแต่งลงไปเพื่อเพิ่มอถรรสในการรับประทาน คลุกเคล้าให้เข้ากันด้วยซอสสูตรเด็ด เพียงแค่นี้คุณก็จะได้ลิ้มรสอาหารฮ่องกงที่เป็นที่นิยมมาที่สุด… และที่สำคัญร้านนี้ยังตั้งอยู่ในย่านมงก๊กอีกด้วย 2. เกี๊ยวกุ้งแบบเต็มปากเต็มคำ เอาใจคนรักกุ้ง ด้วยเมนูแบบกุ้งๆ ที่จะทำให้คุณลืมกุ้งตัวจิ๋วที่วางขายในตลาดบ้านเราไปเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังขึ้นชื่อลือชาของคนไทยหลายคนที่ได้มาสัมผัส ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเมนูอาหารฮ่องกงจานนี้ ถือว่าเป็นเมนูที่ดีที่สุดในความทรงจำของใครหลายๆ คน   ลองจินตนาการตามดูว่า… คุณจะได้สัมผัสกับกุ้งที่อวบอ้วนไปด้วยเนื้อแบบเน้นๆ ไม่มีกั๊ก ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับรสชาติดั้งเดิมของชาวเกาะฮ่องกงแบบจัดเต็ม และสำหรับใครที่สนใจเราขอแนะนำให้ไปลิ้มลองเมนูอาหารฮ่องกงจานเด็ดนี้ได้ที่ร้าน Lung Kee ณ จิม ซา จุ่ย ที่ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมติดอันดับต้นๆ ของโลกนั่นเอง 3. ห่านย่างเมนูที่หาทานไม่ได้ในประเทศไทย ปกติเรามักจะคุ้นเคยกันก็แต่หมูหัน หรือเป็ดย่าง แต่ที่ Yung Kee หนึ่งในร้านอาหารชื่อดังยุคบุกเบิกแห่งเส้นถนน Wellington ที่ให้บริการมานานกว่า 75 ปี เขาพร้อมที่จะเสิร์ฟเมนูอาหารฮ่องกงสุดพิเศษ ที่นำห่านทั้งตัวมาย่างให้ลูกทัวร์ของเราได้ลิ้มรสกัน   คงจะเป็นความทรงจำที่น่าจดจำอยู่ไม่น้อย ถ้าหากคุณและคนที่คุณรัก ได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานแห่งการสัมผัสรสชาติอันกลมกล่อม ด้วยเนื้อสัมผัสที่ถูกย่างมาให้มีความกรอบนอกนุ่มในอย่างพอดี ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูหรูหรา และการันตีในคุณภาพด้วยมาตรฐานของร้านที่ได้รับรางวัลดาวมิชลินมาแล้ว 4.พุดดิ้งเต้าหู้ฉีกกรอบแห่งเมนูเต้าหู้ที่เราคุ้นเคย นับว่าเป็นเมนูที่ให้ความรู้สึกสับสนแก่นักท่องเที่ยวหลายคนอยู่ไม่น้อย เพราะโดยปกติแล้วเรามักจะคุ้นเคยกับการนำเต้าหู้ไปต้ม หรือผัดซะมากกว่า   แต่สำหรับที่ร้าน Kung Wo Dou Ban Chong แห่งย่านซามซุยโป (Sham Shui Po) ที่ๆ ขึ้นชื่อว่าเป็นตำนานแห่งพุดดิ้งเต้าหู้ คุณจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ของอาหารฮ่องกงแบบใหม่ ที่สามารถนำเอาเต้าหู้มาทำพุดดิ้งได้อย่างลงตัว และเต็มไปด้วยสัมผัสที่อ่อนนุ่มละเมียดละไมจนยากที่จะลืมได้ลง 5. เนื้ออกวัวตุ๋นจานเด็ดที่ทุกคนต้องลอง ใครที่เป็นคอเนื้อคงทราบดีอยู่แล้วว่า เนื้อบริเวณส่วนอกของวัว จะเป็นเนื้อส่วนที่มีความเอร็ดอร่อยและนุ่มละมุนมากที่สุด และเมื่อถูกปรุงด้วยเสน่ห์ปลายจวักดั้งเดิมของอาหารฮ่องกง   สำหรับใครที่สนใจอยากจะลอง ไปสัมผัสความกลมกล่อมของเนื้ออกวัวตุ๋น ที่ถูกเคี่ยวด้วยซอสสูตรพิเศษจนเปื่อยนุ่ม และเสิร์ฟพร้อมกับบะหมี่ร้อนๆ แล้วละก็ เราขอแนะนำให้ไปสัมผัสเมนูอาหารฮ่องกงจานเด็ดนี้กันได้ที่ร้าน Kau Kee ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Gough แห่งย่านเชิงวาน (Sheung Wan) นั่นเอง โปรแกรมเที่ยวทัวร์ฮ่องกง >> คลิก

อ่านเพิ่มเติม
รีวิว ห้ามพลาด !! ซูชิหน้าล้น คำโต !! ใครไปโอซาก้าต้องจัด !! ราคาไม่แรงอย่างที่คิด

Feb 16, 2018

หากได้มีโอกาสได้ไปญี่ปุ่น นอกจาก ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ ที่ไม่ควรพลาดแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเมนูซึ่งเป็นเมนูระดับชาติ ของญี่ปุ่น ที่เหมาะสำหรับสาวกปลาดิบ ต้องไม่พลาดร้านนี้ ซูชิหน้าล้น อิ่มจนต้องยอมใจ ราคาก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด และแต่ละสาขาอาจจะไม่เท่ากัน เพราะว่าร้านนี้มีสาขาหลายสาขาทั่วประเทศ ราคาอาจจะขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่ท่องเที่ยว แต่รับรองได้ว่า ความอร่อยที่ได้รับ คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปแน่นอน     ไปถึงประเทศญี่ปุ่นจะไม่กินซูชิก็เหมือนจะไปไม่ถึง ที่สำคัญด้วยความที่ซูชิร้านที่จะแนะนำ เป็นซูชิค่อนข้างใหญ่ ทำให้เวลาสั่งอาจจะต้องคิดหนักนิดนึง เพราะถ้าสั่งไปเยอะแล้วกินไม่หมด ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเนอะ สำหรับสาขาที่แอดมินไปมาก็คือสาขา โอซาก้า และ โกเบ ความอร่อยแน่นอนว่าไม่ต่างกันมาก แต่ราคาก็ต่างกันนิดนึง หลายเสียงจะบอกว่าที่โอซาก้า ราคาจะค่อนข้างถูกกว่านิดหน่อย       สำหรับการเดินทางไปที่ร้าน Uoshin อยู่แถวย่านอูเมดะนี่เอง ถ้ามาจาก Subway Midosuji Line Umeda Station หรือจาก Hankyu line Umeda Station เดินเพียง 5 นาทีเท่านั้น หากเดินทางจากโกเบร้านจะอยู่ละแวกเดียวกับร้าน steak land ร้านเนื้อย่างชื่อดังของโกเบ จะเป็นย่านถนนคนเดิน ที่ทั้งสองข้างทางเป็นร้านอาหารทั้งหมด จริงๆสามารถเดินตาม Google map ได้ แม้ตัวร้านไม่มีชื่อภาษาอังกฤษให้เห็น       พนักงานต้อนรับดีมาก ไม่ต้องห่วงเรื่องภาษา มีพนักงานที่สามาถพูดภาษาอังกฤษได้ เราสามารถนั่งที่เคาเตอร์ และมีแบบเป็นโต๊ะส่วนตัวด้วย แต่แอดมินแนะนำว่าหากมากันเป็นกลุ่มเป็นแก็งค์ ให้นั่งโต๊ะใหญ่ๆจะดีกว่า เพราะซูชิเค้าคำโตม๊ากกกก สั่งมากินที ล้นโต๊ะ !!  

อ่านเพิ่มเติม
" รีวิวชานมไต้หวัน "ของฝากยอดฮิต รสไหนเป็นไง มาดูกัน!

Nov 15, 2017

เมื่อไปไต้หวันหนึ่งในของฝากสุดฮิตที่ต้องซื้อติดไม้ติดมือกันมานั้น ต้องมีชานมแบบขวด มาด้วยแน่ๆ เพราะราคาย่อมเยา แค่ 28 TWD หรือประมาณ 32 บาทไทย หาซื้อง่ายมีขายตามร้าน 7-11 และร้านสะดวกซื้อทั่วไป แถมมาในขวดสวยหรู ดูดีมีชาตระกูลขนาดนี้ จะพลาดกันได้ยังไง ทัวร์ครับจึงไม่พลาด ที่หยิบเจ้าของฝากสุดฮิตชิ้นนี้มารีวิวให้ทุกท่านได้ชมกันค่ะ ซึ่งเราได้เลืิอกรสชาติยอดนิยมมา 3 รสชาติจะเป็นยังไงบ้างนั้นมาดูกันเลยยย 1.Milk Tea รสชานมต้นตำหรับ พลาดไม่ได้เลยสำหรับรสนี้ เพราะไกด์บอกมาว่าขายดีที่สุด เพราะเป็นรสดั้งเดิมต้นตำหรับ ความเด็ดของรสนี้อยู่ที่กลิ่นหอมของชาที่ลอยเข้าจมูกตั้งแต่เปิดฝา คือได้กลิ่นก็รู้เลยว่าอร่อยแน่ๆ จึงไม่รอช้ารีบยกเข้าปาก บอกเลยว่าดีงามมาก เป็นรสชาติที่ละมุนของนม หวานกำลังดี ไม่โดดจนเกินไป ผสมผสานกับความหอมของชาอย่างลงตัว บอกได้เลยว่านี่คือรสชาติของชานมที่แท้จริงค่ะ ใครชื่นชอบชานมอยู่แล้ว ถ้าได้ไปไต้หวัน บอกเลยว่าห้ามพลาด ทัวร์ครับให้ : 4 ดาว แอบตัดคะแนนตรงความเข้มข้นของชาไปนิดนึงค่ะ เพราะรู้สึกว่ารสชาติของชายังไม่ค่อยเข้มข้นมากค่ะ 2.Green Milk Tea รสชาเขียว สำหรับขวดนี้กลิ่นของชารุนแรงมาก คือแค่เปิดฝากได้กลิ่นหอมแล้ว เป็นกลิ่นของชาเขียวที่ผสมกับมะลินิดๆ เมื่อได้ลิ้มรสก็รู้สึกว่าชาเขียวนี้จะไม่ละมุนเท่าชานมต้นตำหรับเท่าไหร่เพราะว่ารู้สึกได้ถึงรสชาติเฝื่อนนิดๆของชา แต่ความเข้มข้นนี่ถือว่าใช้ได้เลยค่ะ น่าแปลกที่สีของชากลับเป็นน้ำตาลอ่อนๆคล้านสีของกาแฟ เมื่อกินไปแล้วก็พบว่ารสชาติคล้ายๆนมตราหมีโอ่งสีเขียว หวานกำลังดีอีกเช่นเคย เหมาะกับคนที่ไม่ชอบเครื่องดื่มหวานๆ (ใครอยากรู้ว่าเป็นแบบไหน ลองเสิชดูค่ะ) เอาเป็นว่าใครที่ชอบกินชาเขียวผสมนมน่าจะถูกใจเลยค่ะ ทัวร์ครับให้ : 3.5 ดาว ขอหักคะแนนตรงความเฝื่อนของชาที่กินแล้วยังไม่ค่อยลื่นคอเท่าไหร่ แต่ถ้าใครชอบชาเขียวนมแบบเข้มข้นก็น่าจะถูกใจมากๆเลยค่ะ 3.Rose Honey Milk Tea รสชานมกุหลาบน้ำผึ้ง ชากุหลาบที่เคยเป็นกระแสในบ้านเรา มาดูสิว่าของไต้หวันนั้นจะเด็ดแค่ไหน แค่ได้ลองเปิดฝามา กลิ่นของชาที่เป็นกลิ่นหอมหวานของดอกไม้ก็ลอยมาเลย ใครที่ชอบกลิ่นดอกไม้ ต้องหลงรักชากุหลาบขวดนี้แน่นอน ซึ่งพอได้ชิมแล้วก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมของกุหลาบและกลิ่นน้ำผึ้งอ่อนๆ ผสมกับความนุ่มของนมที่ผสมกันมาอย่างดี แต่รู้สึกว่าชากุหลาบน้ำผึ้งขวดนี้จะหวานกว่ารสอื่น ถ้าใครเคยกินรสอื่นแล้วรู้สึกว่าหวานน้อยไป ขวดนี้น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลย ทัวร์ครับให้ : 3 ดาว เพราะกลิ่นของดอกไม้แอบแรงไปนิด ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นของดอกไม้ก็อาจจะไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่

อ่านเพิ่มเติม
เผย 10 อาหารเกาหลี ไปทัวร์เจอแน่นอน !!

Nov 1, 2017

เกาหลี เป็นอีกหนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งอารยธรรม วัฒนธรรม รวมไปถึงอาหารการกินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนเกิดการแพร่หลายอย่างมากมายในประเทศไทยนั่นเอง แต่ถึงอย่างไร มันก็ไม่สามารถสู้ของแท้แดนกิมจิได้อยู่ดี วันนี้ทัวร์ครับจึงมาเฉลยอาหารเกาหลีแท้ๆ 10 อันดับที่ทัวร์พาไปรับประทานกันอย่างแน่นอน แต่จะถูกปากแต่ละคนหรือไม่นั้น อันนี้คงขึ้นอยู่กับความชอบ ไปดูกันเลย >//< 1. เมนูบาร์บีคิวไฟหรือบลูโกกิ [ Bulgogi ] เป็นเนื้อหมูสไลด์หมักซอสคันจังและเครื่องปรุงรส ผัดย่างขลุกขลิกบนกะทะ 2. เมนูหมูย่างคาลบี [ Pork KALBI ] อาหารพื้นเมืองเกาหลีปิ้งย่างบนเตาถ่านที่เลื่องชื่อและรู้จักกันดีทั่วโลก มีรสชาติออกหวาน นุ่มและกลมกล่อม นำเนื้อหมูสต็กหรือหมูชิ้นหมักย่างบนเตาถ่านแบบดั้งเดิม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆและตัดเป็นชิ้นพอคำ พร้อมทานเครื่องเคียงต่างๆ เพื่อความสมดุลในการทาน และ น้ำซุปสาหร่ายเพื่อการล้างพิษ *3. เมนูหม้อไฟชาบูเห็ด * คล้ายการต้มรวมมิตรสุกี้หม้อไฟ ประกอบไปด้วยเนื้อหมูสไลด์ ผักและเห็ดและวุ้นเส้นเกาหลี 4. เมนูโอซัมหรือหมูปลาหมึกย่างบาร์บีคิวหมักสไตล์สมัยใหม่เกาหลี เป็นเมนูประยุกต์ที่ชาวเกาหลีคิดกัน OSAM หรือหมูและปลาหมึกผัดน้ำคลุกคลิกเนื้อหมูและปลาหมึกย่างบาร์บีคิวหมัก นิยมรับประทานเพราะมีรสชาติออกหวานเผ็ดเล็กน้อย โดยการนำบาร์บีคิวหมูปลาหมึกลงในกระทะครึ่งวงกลมพร้อมน้ำซุปปรุงรส 5. เมนูคิมบับ (ข้าวห่อสาหร่าย) สำหรับคิมบับ ทางเราจะมีพาไปเรียนรู้วิธีการทำ อาหารง่ายๆ ที่คนเกาหลีนิยมรับประทาน คิม แปลว่า สาหร่าย บับ แปลว่า ข้าว จะเป็นแท่งยาวๆ แล้วเค้าก็จะหั่นเป็นชิ้นๆพอดีคำ จิ้มกะซีอิ้วคังจังเกาหลีหรือวาซาบิก็ได้ อร่อยไปอีกแบบ 6. เมนูเปิบพิสดาร-ไก่ตุ๋นโสม อาหารชาววังในสมัยก่อน เชื่อกันว่าบำรุงและเสริมสุขภาพ เสิร์ฟท่านละ 1 ตัว ในหม้อดินร้อน สำหรับเมนูนี้แอดมินชอบมากกก หากเป็นร้านดีดี น้ำซุบร้อนๆ หวานอร่อย กลมกล่อม ซดคล่องคอ แก้ hangover ได้ดีสุดๆ ไก่นุ่ม ฟินเวอร์กันเลยทีเดียว 7. เมนูทัคคาลบี หรือไก่บาร์บีคิวผัดซอสเกาหลี อาหารเลื่องชื่อของเมืองชุนชอน โดยนำไก่บาร์บีคิว มันหวาน ผัดกะหล่ำต้น กระเทียม ต๊อกหรือข้าวปั้น และซอสมาผัดรวมกันบนกระทะแบนดำคลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้าที่ รับประทานกับผัดกาดเกาหลีและเครื่องเคียง 8. เมนูกิมจิ สำหรับเมนูนี้เป็นอีกหนึ่งเมนู ที่ทัวร์เราก็จะมีพาไป KIMCHI SCHOOL หรือ สถาบันสอนทำกิมจิชมวิธีการทำกิมจิ ให้ทุกๆท่านได้สัมผัสกับประสบการณ์การทำกิมจิ ผักดองที่สามารถเก็บไว้ได้นานและเป็นอาหารที่ขึ้นโต๊ะชาวเกาหลีทุกมื้อ ปัจจุบันกิมจิเป็นที่นิยมแพร่หลาย เพราะประกอบด้วยแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในการย่อยอาหารและป้องกันโรคให้ *9. ชาบูชาบู สุกี้สไตล์เกาหลีบนหม้อไฟร้อนๆ * ประกอบด้วยหมูสไลด์ และผักสดนานาชนิด เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปร้อนๆ และเส้นอูด้งซึ่งขาดไม่ได้ในการทาน ชาบูชาบู 10. เมนูบุฟเฟต์ขาปูยักษ์ และเมนูสุดท้ายเป็นเมนูพิเศษ ที่จะมีเฉพาะบางช่วงเท่านั้น เป็นบริการอาหารนานาชาติ บริการพร้อมด้วยเครื่องดื่มต่างๆ ของหวาน,ขนม และผลไม้

อ่านเพิ่มเติม
ทาร์ตไข่สุดปัง ต้องมาเก๊า !

Aug 22, 2017

เมื่อพูดถึง ทาร์ตไข่ ที่ขึ้นชื่อที่สุดในประเทศไทยคงต้องเป็น KFC แต่ถ้าพูดถึงในต่างแดน ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าต้องเป็นที่นี่แน่นอน นั่นก็คือ ประเทศมาเก๊านั่นเอง !! เพราะว่าด้วยความที่มาเก๊านั้น มีประเทศโปรตุเกสเข้ามาปกครองมาเก๊านานกว่า 400 ปี จึงได้รับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรม มาพอสมควร มาผสมกับวัฒนธรรมจีน ร้านขายทาร์ตไข่ชื่อดังที่สุดของมาเก๊า มีทั้งหมด 2 ร้าน ร้านแรก ร้าน Margaret's Café e Nata ตั้งอยู่ในตรอกเล็กๆใกล้กับย่านท่องเที่ยวเซนาโด้สแควร์ ขายทาร์ตไข่สูตร Portuguese ใช้แป้งคล้ายพายกรอบๆข้างในจะมีไส้ไข่นุ่มๆ เป็นทาร์ตไข่ที่เรียกได้ว่า ถ้าได้ลอง เรารับรองว่าคุณจะฟิน โดยเฉพาะถ้าทานทันทีขณะที่ยังร้อนๆอยู่ จะกรอบนอกนุ่มใน หอมหวานกำลังดี ร้านนี้คนจะแน่นตลอดวัน ร้านที่ 2 ร้านทาร์ตไข่ Lord Stow's Bakery ตั้งอยู่ที่เกาะโคโลอาน ในหมู่บ้านโคโลอาน ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเล ต่อมาก็เริ่มขยับขยายมาเป็นร้านแบบคาเฟ่ ให้มีที่นั่งกินกัน ที่สำคัญยังมีสาขาอยู่ที่ต่างประเทศอีก 3 สาขาด้วย ร้านนี้มีทีเด็ดอยู่ที่ “หน้าไหม้ ไข่ตึง” ซึ่งตัวแป้งทาร์ตจะเป็นชั้นๆ กรอบ หอม ชุ่มเนย ไส้ด้านในเป็นไข่ เนื้อนุ่มแน่นหอม หวานกำลังดี ด้านบนเป็นน้ำตาลไหม้ และของแท้ต้องมีผงซินนามอนโรยหน้าเพิ่มความหอมยั่วน้ำลาย ซึ่งทั้งสองร้านนี้ จะมีรสชาติที่คล้ายกันมากๆ เพราะว่าต้นกำเนิดมาจากที่เดียวกัน จึงทำให้ทั้งสองร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยเหมือนๆกันอีกด้วย หากใครอยากกินทาร์ตไข่ให้อร่อยที่สุด ก็ต้องแนะนำว่าให้มากินที่ร้านเลย หรือกินหลังจากซื้อมาแล้วไม่เกิน 6 ชั่วโมง เพราะแป้งทาร์ตจะยังกรอบอร่อยอยู่ ยิ่งได้กินตอนอุ่นๆ เพิ่งออกจากเตามาใหม่ๆ ก็จะยิ่งฟินมากขึ้น ซึ่งถ้าหากว่าจะซื้อกลับบ้านมาเป็นของฝาก ก็สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้อีก 3 วัน ซึ่งสามารถกินแบบเย็นๆก็ได้ ได้รสชาติไปอีกแบบ หรือจะนำมาอุ่นกินก็จะได้รสชาติที่คล้ายๆ (แต่ไม่อร่อยเท่านะ แป้งจะเหนียวหน่อยๆ) กับตอนออกจากเตาเลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม