ทัวร์ครับ พากิน

เพราะเรื่องกินเรื่องใหญ่ ทัวร์ครับพร้อมคัดสรรร้านอาหารเด็ด อาหารดังขึ้นชื่อในแต่ละประเทศ รวมไว้แล้ว

10 มาม่าเกาหลี จัดว่าเด็ด เผ็ดถึงใจ!

10 มาม่าเกาหลี จัดว่าเด็ด เผ็ดถึงใจ!

Sep 18, 2018

        ไปเที่ยวเกาหลีทีไร ? นอกจากจะต้องซื้อเครื่องสำอางค์และขนมเกาหลี ติดไม้ติดมือกลับมาเป็นของฝากแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่คนไทยต้องไม่พลาดซื้อกลับมาก็คือ มาม่าเกาหลี นั่นเองค่ะ ด้วยเอกลักษณ์ของเส้นอ้วนกลม หนา นุ่ม และไม่อมน้ำมันเพราะใช้กรรมวิธีในการอบเส้น และที่สำคัญคือรสชาติเข้มข้นถึงใจ ในราคาเริ่มต้นเพียง 1000 วอนหรือ 30 บาทเท่านั้น เราจึงมักซื้อกลับมาเป็นของฝาก ซึ่งตอนนี้ มาม่าเกาหลีที่มาแรงที่สุดในช่วงนี้ คงจะเป็นแบบไหนไปไม่ได้ นอกจาก มาม่าเกาหลีแบบเผ็ด หลายคนได้เคยลองชิมแล้ว ถึงกลับต้องยกธงขาว ยอมแพ้ให้กับความเผ็ดของเจ้ามาม่าเกาหลี แน่นอนว่ามาม่าเกาหลีแบบเผ็ดนั้นไม่ได้มีแบบเดียว ทัวร์ครับเลยรวบรวม 10 มาม่าเกาหลี ที่ขึ้นชื่อว่าเผ็ดสุดๆ เอาใจคนที่ชื่นชอบความเผ็ดจี๊ดจ๊าด ขอเริ่มต้นความเผ็ดแรกที่… มาม่าเผ็ดเกาหลี รสจาจัง (Jjang HOT Chicken Flavor Ramen)           ขอเริ่มต้นความเผ็ดด้วยเลเวลเด็กๆกันก่อน กับมาม่าเกาหลีที่มีเอกลักษณ์เป็นน้องไก่พ่นไฟ กับ ซองสีเขียว ซึ่งเป็นรสชาติใหม่เพิ่งจะเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กับระดับความเผ็ดยังเป็นแบบเริ่มต้น มาในรสชาติเข้มข้นของจาจังเมียน หรือบะหมี่ดำ ซึ่งหากใครที่ชมซีรีย์เกาหลีบ่อยๆน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี สำหรับรสจาจังนี้ เหมาะกับคนที่กินเผ็ดไม่เก่ง ถือเป็นรสชาติไม่เผ็ดมาก อร่อยกำลังดีเลยค่ะ   ระดับความเผ็ด : ⭐️ มามาเผ็ดเกาหลี รสชีส (HOT Chicken Flavor Ramen Cheese)           ยังอยู่ที่ยี่ห้อไก่พ้นไฟเหมือนเดิม แต่ขอขยับความเผ็ดขึ้นมาอีกนิดค่ะ กับ มาม่าเผ็ดเกาหลี รสชีส ซองสีเหลืองสดใสซึ่งสำหรับคนที่กินเผ็ดไม่เก่ง รสชีสนี้อาจจะเริ่มทำให้เรารู้สึกอยากพ่นไฟขึ้นมาบ้างก็ได้นะคะ ซึ่งความพิเศษของมาม่าเกาหลีรสชาตินี้ก็คือเขาจะ มีผงชีสมาให้เราคลุกกับเส้น จึงทำให้เราได้ทั้ง รสชาติเผ็ดๆและกลิ่นหอมของชีส ที่เข้ากั๊น เข้ากันนน…  ระดับความเผ็ด : ⭐️⭐️ มาม่าเผ็ดเกาหลี รสคาโบนาร่า (HOT Chicken Flavor Ramen Carbo)           เห็นซองสีชมพูแบบนี้ แต่รสชาติไม่ได้หวานแหววน่ารักเหมือนสีนะคะ เพราะยังคงเอกลักษณ์ความเผ็ดจัดจ้านแบบมาม่าเกาหลีเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือความหวานหอมจากครีมสไตล์คาโบนาร่า  เป็นอีกหนึ่งรสชาตที่หลายคนชื่นชอบเพราะถึงแม้จะเป็นขนาดไหน ก็ยังมีรสหอมหวานจากวอสคาโบนาร่ามาช่วยตัดให้รสชาติกลมกล่อมนั่นเองค่ะ ระดับความเผ็ด : ⭐️⭐️⭐️ มาม่าเผ็ดเกาหลี รสหม่าล่า  (HOT Chicken Flavor Ramen Mala)           หม่าล่าคือเครื่องเทศชนิดหนึ่งของจีนที่มีรสชาติเผ็ดร้อน และยังทิ้งรสชาเล็กๆไว้ที่ปลายลิ้น ด้วยความขึ้นชื่อในเรื่องเผ็ดร้อนของหม่าล่า จึงถูกนำมาร่วมวงกับรสชาติความเผ็ดของมาม่าเกาหลี จึงเกิดออกมาเป็นมาม่าเผ็ดเกาหลี รสหม่าล่า ซองสีชมพูบานเย็นสุด Cute! แต่ รสชาติจัดเผ็ดเอาเรื่องอยู่ แต่ไม่ถึงกับรุนแรงมาก ซึ่งนอกจากความเผ็ดแล้ว ยัง มีกลิ่นหอมอ่อนจากสมุนไพรจีน ช่วยเพิ่มความอร่อยมากยิ่งขึ้น ค่ะ  ระดับความเผ็ด : ⭐️⭐️⭐️ มาม่าเผ็ดเกาหลี รสแกงกระหรี่   (HOT Chicken Flavor Ramen Curry)           หากใครชื่นชอบเครื่องแกงกระหรี่กับรสชาติอันเผ็ดร้อน ต้องมาม่าเกาหลี ตราไก่พ่นไฟเจ้าเดิม ซองสีทอง นี้เลยค่ะ กับรสชาติแกงกระหรี่สุดเข้มข้น และความเผ็ดจัดจ้านอันเป็นเอกลักษณ์ ของยี่ห้อนี้ แค่คลุกผงกระหรี่กับเส้นอันเหนียวนุ่ม ก็ได้กลิ่นแกงกระหรี่หอมฉุยลอยขึ้นมาแล้วค่ะ แถมด้วยรสเผ็ดจัดจ้านถึงใจ อร่อยถูกใจสาวกแกงกระหรี่แน่นอน  ระดับความเผ็ด : ⭐️⭐️⭐️ มาม่าเย็นเกาหลี รสเผ็ด  (HOT Chicken Flavor Ramen Ice Type)           อันดับต่อมา ขอ เอาใจสายบะหมี่เย็น กันบ้าง เพราะมาม่าเกาหลีรสนี้ ต้องกินแบบเย็นค่ะ หมดปัญหากินมาม่าแล้วร้อนจนลวกปาก เพราะความแตกต่างของมาม่าเย็นเกาหลี รสเผ็ดซองนี้ คือการ เอาไปแช่น้ำเย็นจัดหลังจากลวกเสร็จ ซึ่งยังคงรสชาติเผ็ดร้อนของมาม่าเผ็ดเกาหลี แต่เป็นสไตล์บะหมี่เย็นญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ  ระดับความเผ็ด : ⭐️⭐️⭐️⚡️ มาม่าเกาหลี พาลโด รสไก่เผ็ด (Paldo Volcano Chicken Fried Noodles)           เปลี่ยนไปยี่ห้ออื่นกันบ้างค่ะ เพราะมาม่าเกาหลี พาลโด รสไก่เผ็ด นั้น เป็นอีกหนึ่งมาม่าเกาหลีที่ใครก็ยกนิ้วให้เรื่องความเผ็ดสุดร้อนแรง เพราะชื่อของซองนี้คือ Volcano ซึ่งหมายถึงภูเขาไฟ ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะไม่เผ็ด เพราะรสชาตินั้น เผ็ดราวกับความร้อนของภูเขาไฟ กับเส้นเหนียวนุ่มสไตล์มาม่าเกาหลี หากใครภูมิต้านทานความเผ็ดไม่แข็งแรงพอละก็ อาจได้พ่นไฟกันงานนี้แน่นอนค่ะ  ระดับความเผ็ด : ⭐️⭐️⭐️⭐️ มาม่าเผ็ดเกาหลีแบบสตูว์ (HOT Chicken Flavor Ramen Stew Type)           ผ่านมาม่าเกาหลีแบบแห้งกันไปหลายอันดับแล้ว มาพบกับมาม่าเกาหลีที่มีน้ำซุปมาให้ซุปเพิ่มความเผ็ดกันบ้าง เพราะครั้งนี้น้องไก่พ้นไฟเจ้าเดิมมาพร้อมกับ บะหมี่เกาหลีในรูปแบบสตูว์ที่มาพร้อมกับน้ำซุปรสกิมจิเผ็ดจัดจ้าน เข้ากันได้ดีสุดๆกับเส้นแบน เพื่อจะได้ซึบซับรสชาติของน้ำซุป เข้าไปในเส้นได้ดียิ่งขึ้น แต่ต้องระมัดระวังอย่าใส่น้ำมาก เพราะรสชาติจะเจือจางลง แล้วจะไม่แซ่บแบบเดิม อย่าหาว่าทัวร์ครับไม่เตือนนะคะ   ระดับความเผ็ด : ⭐️⭐️⭐️⭐️ มาม่าเกาหลี อีมาร์ท  ฮาบาเนโร (Emart Dare You Habanero Ramyun)           ก่อนจะไปเจอแชมป์ของเรา มาเจอกับรองแชมป์กันก่อน ซึ่งชื่อของมาม่าเกาหลียี่ห้อนี้ก็บ่งบอกถึงความท้าทายอยู่แล้วค่ะ กับ Dare You! ที่หมายว่า คุณกล้าหรือเปล่า ? ถ้าคิดว่าเป็นสายเรื่องของเผ็ด ก็ขอมาลองชิมมาม่าเกาหลีห่อนี้เลย ทัวร์ครับบอกได้เลยว่า ถึงจะเป็นแค่รองแชมป์ แต่อย่าดูถูกค่ะ อาจต้องวิ่งหาน้ำกิน ก่อนจะกินหมดชามซะก่อน ถ้าอยากลองกันละก็ คงต้องบินไปเกาหลีกันก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่จำหน่ายอย่างเป็นทางการในเมืองไทย จะว่าไปก็เหมาะกับการซื้อเป็นของฝากเกาหลีเหมือนกันนะคะ  ระดับความเผ็ด : ⭐️⭐️⭐️⭐️⚡️ มาม่าเผ็ดเกาหลี รสเผ็ดคูณ 2 (HOT Chicken Flavor Ramen 2X Spicy)           มาถึงอันดับแชมป์ของ มาม่าเกาหลี เผ็ดสุดขั้ว ซึ่งหลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากับมาม่าเกาหลี รสเผ็ดซองสีแดงนี้ เพราะเป็นที่ เลื่องลือเรื่องความเผ็ดชนิดที่ต้องหลั่งน้ำตาขณะกิน เผ็ดแบบไม่ว่าจะกินน้ำ หรือกินนมก็ช่วยไม่ได้ เหมาะกับนักกินที่ชื่นชอบทรมารตัวเองด้วยการกินของเผ็ด หลายคนที่ได้ลองชิมบอกว่า ขนาดหยุดกินแล้ว แต่ความเผ็ดยังคงปะทุอยู่ต่อเนื่อง ไม่หายไป ดังนั้นใครอยากสัมผัสประสบการณ์เผ็ดสะท้านตับ ก็ซื้อมาลองกันได้นะคะ   ระดับความเผ็ด : ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️+++         แต่ละอันนั้นเผ็ด แซ่บได้ใจกันทั้งนั้น สามารถเลือกชิมกันได้ตามเลเวลความเผ็ดของตัวเอง แต่ทัวร์ครับขอแนะนำให้มีน้ำ หรือนม วางไว้ใกล้ๆมือเผื่อฉุกเฉินก็ดีนะคะ เดี๋ยวไฟจะออกจากปากไม่รู้ตัว...และนอกจากม่าม่าเกาหลีที่เด็ดแล้ว ยังมีของฝากเกาหลีอีกหลายอย่างที่ดีงามไม่แพ้กัน  ถ้าใครอยากรู้ว่ามีของฝากเกาหลีต้องโดนมีอะไรบ้าง ตามลายแทงทัวร์ครับไปได้เลย! >>> 10 ที่สุด!! ของฝากจากเกาหลี บินไปเกาหลีทุกทีต้องโดน! <<<

อ่านเพิ่มเติม
7 อาหารอินเดียนสไตล์..มาเที่ยวอินเดียกินอะไรดีนะ ??
7 อาหารอินเดียนสไตล์..มาเที่ยวอินเดียกินอะไรดีนะ ??

Sep 11, 2018

แม้หลายๆ คนอาจจะติดภาพที่ว่าอาหาร อินเดียมีกลิ่นที่แรงมากจนพาลไม่อยากกิน แต่จริงๆ แล้วอาหารอินเดียนั้นไม่ได้ใส่เครื่องเทศเยอะไปเสียทุกอย่าง🥘นอกจากนั้นแล้วอาหารอินเดียยังเหมาะกับผู้ที่ชอบทานอาหารมังสวิรัติเป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสภาพฐานะ ทางเศรษฐกิจ คนอินเดียไม่ได้กินเนื้อกันบ่อยนัก จึงติดการกินผักจนเป็นนิสัย  สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวอินเดียหรือไปศึกษาต่อที่ประเทศนี้ ทัวร์ครับ ก็มีรายการอาหารอินเดียดีๆมาบอกให้ฟัง เผื่อไปแล้วจะได้ไม่พลาดไปชิมกันนะคะ  จำปาตี (Chapati) tastingtable.com คนอินเดียมักจะรับประทานแป้งและข้าวเป็นหลัก 🥟มื้ออาหารของคนอินเดียมักจะประกอบด้วยขนมปังหรือแป้ง ชนิดต่างๆ เพื่อนำมาทานร่วมกับแกง  เนยใส หรือโยเกิร์ต จาปาตีนั้นจะมีลักษณะเป็นแป้งแบนๆ สีน้ำตาลคล้ายกับแผ่นทอร์ติญาของแม็กซิกัน จี่บนกระทะแบนๆโดยไม่ใช้ น้ำมัน เนื่องจากไม่ได้ไม่มียีสต์เป็นส่วนผสม จาปาตีจึงไม่ฟูและนิ่มเหมือนกับแป้งอีกชนิดอย่างนาน โดยแป้งจาปาตี นั้นคนทางเหนือของอินเดียนิยมรับประทานกันมากเป็นพิเศษ    โดซ่า (Dosa)   นี่คืออาหารท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมโดยมากทางตอนใต้ของอินเดีย อาจจะเพราะวัตถุดิบที่ใช้ทำมีราคาไม่แพงและ ไม่เนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ จึงทำให้ไม่ว่าใครก็สามารถทานได้  โดซ่ามีลักษณะเป็นแป้งทอดแผ่นบางๆ คล้ายๆ เครปหรือขนมเบื้องญวณ โดยมีทั้งแบบธรรมดาหรือแบบปรุงรส ด้านในด้วยการใช้เครื่องเทศ เจ้าแป้งชนิดนี้มักจะทานคู่กับแกงต่างๆ จะเป็นแกงที่มีรสชาติเผ็ดมาก เผ็ดน้อย หรือ แกงอื่นๆ ก็ตามแต่รสนิยม และมักจะถูกนำมาทานเป็นอาหารเช้า   ไก่แทนดอรี (Chicken Tandoori) ถ้าจะพูดถึงเมนูอาหารยอดฮิตของอินเดียแล้วล่ะก็ จะต้องมีเมนูนี้ติดโผอยู่ในลำดับต้นๆ ของชาร์ตแน่นอน เจ้าอาหารจานนี้ได้รับความนิยมทั้งจากคนชาติอื่นๆ แล้วก็คนอินเดียเอง   เมนูนี้ถูกคิดค้นขึ้นโดยชายเจ้าของภัตคารคนหนึ่งที่กำลังพัฒนาเมนูใหม่ในยุคที่อินเดียยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ โดยชื่อของเมนูมาจากกระบวนการทำที่ใช้เตาอบแป้งที่เรียกว่าแทนดอรีที่นิยมใช้ในแถบตะวันตกเฉียงเหนือของ อินเดียมาทำให้ไก่สุกด้วยการใช้ไม้และถ่านเป็นเชื้อเพลิง ไก่แทนดอรีจะมีสีแดงและรสชาติเผ็ดร้อน ซึ่งเกิดจากการ ถูกหมักด้วยบรรดาเครื่องปรุงและเครื่องเทศจำนวนมาก ส่วนเรื่องรสชาติและความนิยมอร่อยเหาะอย่าบอกใคร เป็นเมนูที่ไม่ว่าใครที่ไปเยียมเยือนประเทศนี้มักจะสั่งมาทาน     ดาล (Dal) เจ้าอาหารที่มีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างแกงกับซุปชนิดนี้ถือว่าหนึ่งในอาหารยอดฮิตของชาวอินเดีย เรียกได้ว่ากินแทบ ทุกมื้อกินแทบทุกวัน ถึงแม้หน้าตาอาจจะดูเละๆ ไปสักหน่อยก็ตาม โดยจะทานร่วมกับข้าวหรือแป้งชนิดต่างๆ เจ้าแกงชนิดนี้จะทำมาจากถั่ว ต้มร่วมกับเครื่องเทศและสมุนไพรอย่าง เช่น มาสซาร่า ใบยี่หร่า ผงขมิ้น ลูกผักชีคั่ว พริกขี้หนูแห้ง ดาลนั้นแบ่งออกได้หลากหลายชนิดขึ้นอยู่กับชนิดของถั่วที่นำมาทำนั่นเอง แกงชนิดนี้จัดว่าเป็น อาหารโปรตีนสูงถึงแม้จะไม่ได้ใส่เนื้อสัตว์ก็ตาม     โยเกิร์ต (Curds ,Lassies และ Raita) ชาวอินเดียนั้นจะมีการเลี้ยงวัวเพื่อใช้ประโยชน์มากกว่าเพื่อนำเนื้อของมันมาทำอาหาร โดยมักจะนำนมของมันมา บริโภค บางบ้านถึงขั้นมีการลงมือทำโยเกิร์ตด้วยตัวเอง โยเกิร์ตถือว่าเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ชาวอินเดียนิยมรับประทานกันเป็นจำนวนมาก ทั้งรับประทานร่วมกับแป้งชนิด ต่างๆ รับประทานร่วมกับอาหารชนิดอื่นๆ และรับประทานแบบใส่เครื่องลงไปเพื่อเพิ่มความอร่อย อีกทั้งยังมีความ เชื่อว่ามันจะช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้อีกด้วย โดย Curds จะมีรสออกเปรี่ยวจึงนิยมนำมาประกอบอาหารคาวหรือทานร่วมกับข้าวและขนมปัง ในขณะที่ Lassies นั้นจะมีรสออกหวาน จึงนิยมนำมาทานหลังอาหารหรือนำไปประกอบอาหารหวานเมนูอื่นๆ แต่ถ้านำโยเกิร์ต ธรรมชาติมาผสมกับบรรดาผักต่างๆ เพื่อรับประทานเป็นเครื่องเคียงแล้วล่ะก็ เราจะเรียกอาหารจานนั้นว่า Raita ค่ะ   กะบับ (Kebab) อาหารจานนี้เป็นเมนูเนื้อย่างประเภทหนึ่ง ซึ่งจะทำมาจากเนื้ออะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อแกะ หรือ เนื้อหมู ถึงแม้เจ้าอาหารจานนี้จะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศตุรกีในยุคศตวรรษที่ 14 แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก ในประเทศอินเดียจนมีการนำมันมาปรับปรุงสูตรในการทำ โดยเฉพาะการนำเครื่องเทศเข้ามาช่วยในเรื่องของปรุง รสให้เข้มข้นมากขึ้น กะบับ ในประเทศอินเดียนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตอนเหนือ รสชาติของมันจะออกเผ็ดร้อนเล็กน้อย แถม ยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย มีทั้งแป้ง ทั้งผัก ทั้งเนื้อ ทำให้เวลาที่เราทานกะบับเรามักจะไม่รู้สึก เลี่ยน เพราะมีการใช้วัตถุดิบและเครื่องเทศที่หลากหลายนั่นเอง   รำซัม (Rasam) เมนูนี้ถือว่าเป็นอาหารท้องถิ่นของชาวอินเดียใต้ โดยเป็นแกงดาลชนิดหนึ่ง นิยมกินกับข้าวและผักในภาคใต้และ นิยมกินกับข้าวและโรตีทางภาคเหนือของอินเดีย รสชาติของดาลชนิดนี้จะออกเค็มและเผ็ด แต่ก็อร่อยดี ส่วนใครที่กำลังอยากลองทานเจ้าพวกแกงดาลทั้งหลาย แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปที่อินเดียด้วยตัวเอง ลองไปทดลอง ทานตามร้านอาหารอินเดียแถวบ้านเราดูก่อนก็ได้ว่าถูกปากถูกลิ้นของตัวเองรึเปล่า ถึงแม้ว่าหน้าตาของอาหารบางจานอาจจะดูแปลกหูแปลกตาไปบ้างตามประสาความแตกต่างทางวัฒนธรรมหรอื รสชาติอาจจะไม่คุ้นปากคุ้นลิ้นของเรานัก แต่เชื่อเถอะว่าอาหารทั้งหมดข้างบนนั้นถ้าคุณเปิดใจที่จะลองชิมดู คุณ อาจจะได้เมนูโปรดจานใหม่มาไว้ในครอบครองแบบคาดไม่ถึงเลยก็ได้นะ 😆 ใครที่อ่านมาถึงตอนนี้แล้วกำลังหิวๆ อยู่ลองหาร้านอาหารอินเดียสำหรับเติมเต็มท้องของคุณดูก็ดีนะ จริงๆของดีของอินเดียยังไม่หมดเท่านี้ เพราะทัวร์ครับ มีสถานที่อินเดียมาแนะนำ ตามไปอ่านกันได้เลยจ้าา    บทความแนะนำ >> 5 เมืองน่าเที่ยวอินเดีย ไปแล้วจะไม่เสียใจ!    

อ่านเพิ่มเติม
รีวิวสุดยอด 7 จานเด็ดที่ต้องห้ามพลาดในเมนูอาหารเวียดนาม
รีวิวสุดยอด 7 จานเด็ดที่ต้องห้ามพลาดในเมนูอาหารเวียดนาม

Sep 7, 2018

แต่เรื่องของ อาหารการกินของประเทศเวียดนามนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา ถึงหน้าตาของอาหารบางจานอาจจะใกล้เคียงกับบ้านเรามากๆ ก็ตาม แต่ด้วยกรรมวิธีการทำและการปรุงรส บอกเลยว่ารสชาติที่ออกมานั้นแตกต่างกันแน่นอน ปูทางมาขนาดนี้ แล้ว คิดว่าหลายคนคงจะเริ่มหิวกันแล้วล่ะสิ งั้นรีบตามทัวร์ครับไปอ่านกันเลยดีกว่าว่าอาหารจานไหนสมควรปักหมุดเอาไว้ ใน Wish list กันบ้าง   Pho (เฝอ)   เมนูอาหารเวียดนามจานแรกถือว่าเป็นอาหารที่เลื่องชื่อลือชาของชาวเวียดนามเลยก็ว่าได้  ถึงหน้าตาจะคลับคล้ายคลับคลากับ บรรดาก๋วยเตี๋ยวบะหมี่แถวบ้านเราแต่รับรองว่ารสชาติที่ได้นั้นไม่เหมือนกัน แต่อร่อยถูกปากเหมือนกันแน่นอน คน เวียดนามมักจะทานเฝอเป็นอาหารจานหลักและหาทานได้ทั้งวัน  โดยองค์ประกอบของอาหารจานนี้จะประกอบไปด้วยเส้น เฝอ หรือ บั๊ญเฝอ ซึ่งลักษณะคล้ายเส้นเล็กแต่มีไซส์ใหญ่ กว่า เส้นเฝอที่ดีจะต้องนุ่มเหนียว ไม่ขาดง่าย แถมทิ้งไว้ก็จะไม่จับตัวเป็นก้อนๆ ให้เสียอารมณ์ น้ำซุปจะเคี่ยวจาก เนื้อสัตว์และเครื่องเทศบางชนิดจนเข้มข้นกลมกล่อม โดยชาวเวียดนามจะนิยมนำเนื้อวัวมาใช้เยอะที่สุด  จากนั้นเพิ่มท็อปปิ้งให้อร่อยขึ้นด้วยหัวหอม ต้นหอม ผักชี ผักชีฝรั่ง สะระแหน่ และมีการจัดโหระพา มะนาว ถั่วงอก และพริกหยวกให้ได้เติมเครื่องเพิ่มภายหลังกันอีกด้วย ส่วนใครที่ยังคิดว่ารสชาติที่ได้ยังไม่ถูกใจพอ ลองเติม ซอสต่างๆ เช่น ซอสฮอยซิน น้ำปลา และซอสพริกศรีราช ก็ช่วยให้อร่อยขึ้นได้อีกเป็นกอง แผนที่ Google Maps : เวียดนาม  Goi cuon (ก๋อยกวั่น) ชื่อของเมนูอาหารเวียดนามจานนี้อาจจะแปลกหูแปลตาไปสักหน่อย แต่ถ้าได้เห็นหน้าตาของอาหารรับรองว่าคุ้มมากแน่ๆ เพราะเจ้าสิ่งนี้ มีลักษณะคล้ายกับก๋วยเตี๋ยวลุยสวนของบ้านเรา เป็นเมนูสุขภาพที่นิยมทานเป็นของว่างและทำทานเองได้ไม่ยากนักอีกด้วย ก๋อยกวั่นถือเป็นอาหารพื้นบ้านของ เวียดนามและนิยมทานเป็นมื้อกลางวันในช่วงฤดูร้อนมากที่สุด ก๋อยกวั่นมีวิธีการทำเหมือนลุยสวนบ้านเราไม่มีผิด คือการนำแป้งมาห่อไส้ต่างๆ ทั้งเนื้อทั้งผักหลากหลายชนิด สมุนไพร เนื้อสัตว์ ลูกชิ้น และที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือ เนื้อกุ้ง ก่อนที่จะนำไปตัดเสริฟขนาดพอคำ ทานคู่กับผักเคียงต่างๆ  และ คู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด ยิ่งถ้าเป็นซอสถั่วลิสงที่มีรสชาติเผ็ดหน่อยๆ บอกเลยว่าสุดยอด แถมเมนูนี้ยังถือว่าเป็นเมนูสุขภาพที่อุดมไปด้วยผักนานาชนิด เหมาะมากๆ ที่จะเป็นเมนูอาหารเวียดนามสำหรับสาวๆ ที่กำลังลด น้ำหนักหรือไดเอต ใครที่อยากลดแป้งและเพิ่มผักในมื้อเย็นลองเอาเมนูแทนข้าวจานหนักดูก็น่าจะโอเคไม่น้อย Banh mi (บั๊นหมี่) เมนูนี้ถือว่าเป็นการผสมผสามระหว่างอาหารเวียดนามและอาหารฝรั่งเศส จนได้เป็นเมนูใหม่ที่มีรสชาติอร่อยลงตัว ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลย เพราะเวียดนามนั้นเคยตกอยู่ใต้อาณานิคมของอังกฤษมาเป็นเวลานาน เมนูนี้นั้นถือว่าเป็น เมนูยอดฮิตของคนเวียดนาม เรียกได้ว่าเดินไปที่ไหนเมืองไหนก็สามารถหาซื้อได้ทั้งนั้น แถมยังวางขายในราคา ย่อมเยาวน์อีกด้วย ลักษณะของเมนูจะเป็นขนมปังแท่งสไตล์ฝรั่งเศสยัดไส้ตรงกลางด้วยผักและเนื้อสัตว์นานาชนิดไปจนถึงเครื่องเทศ สูตรพิเศษต่างๆ ที่มีรสแตกต่างกัน แต่ผสมผสานปรุงรสกนัมาอย่างดีออกมาจนมีรสชาติที่กลมกล่อมลงตัว  ถึงบั๊นหมี่จะยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในกลุ่มของผู้บริโภคคนไทยมากนัก แต่ได้รับความนิยมอย่างมากในหลายประเทศ เลยทีเดียว ฮอตฮิตเสียขนาดนี้ จะไม่จัดสักชิ้นคงจะพลาดไม่ใช้น้อยเลยทีเดียว Bun cha (บุ๋นจ่า) สำหรับเมนูอาหารเวียดนามนี้นั้นบอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะแม้แต่อดีตประธานาธิบดีของสหรัญอเมริกาก็ยังเคยมาลิ้มลองรสชาติ แสนอร่อยกันมาแล้ว โดยบุ๋นจ่าถือว่าเป็นอาหารหลักอีกชนิดของชาวเวียดนาม โดยเฉพาะเวียดนามทางตอนเหนือ จะนิยมเป็นพิเศษ โดยเมนูนี้มักจะปรุงเลี้ยงในงานสังสรรค์หรือโอกาสพิเศษต่างๆ บุ๋นจ่า เป็นเมนูขนมจีนที่นิยมทานคู่กับหมู่ย่าง ซึ่ง เข้ากันได้ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ไฮไลท์ของจานคงจะเป็นอะไรไม่ได้นอกจากหมูย่างนั้นเอง เพราะจะมีการผสมคารา เมลลงไปทำให้หมูย่างมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เสริมความอร่อยได้อีกด้วยซอสรสเค็มหวานและผักต่างๆ รับรองได้เลย ว่าทานเพลิน กว่าจะรู้ตัวก็คงเกลี้ยงจานไม่เหลือซากแน่ๆ Bun bo nam bo (บุ๋นบ่อ)   จานนี้เป็นเมนูเส้นที่แปรรูปมาจากข้าว หน้าตาคล้ายๆ ก๋วยเตี๋ยว แถมมีวางขายตั้งแต่ข้างถนนจนขึ้นบน ห้างสรรพสินค้า เรียกว่าหาทานได้ง่ายเพราะเป็นอาหารยอดนิยม  เส้นบุ๋นบ่อจะทำจากแป้งหมัก มีขนาดทั้งเล็กและใหญ่ นิยมรับประทานคู่กับน้ำซุปในรูปแบบต่างๆ ที่มีกลิ่นตะไคร้ ชวนน้ำลายสอ ซึ่งจะมีรสชาติแตกต่างๆ จากน้ำซุปของเฝอแต่ก็อร่อยไม่แพ้กัน โดยจะมีรสจัดมากกว่าเฝอแต่ไม่ มากกว่ากันนัก เพราะฉะนั้นถึงเป็นคนที่ทานอาหารเผ็ดไม่มากก็ยังทานได้  ส่วนผสมของเมนูนี้ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ยังมีการเติมเครื่องอย่างเลือดและเนื้อต่างๆ พร้อมใส่ถั่วลิสง และถั่วงอก ปรุงรสด้วยน้ำปลา และซอสพริก แค่นี้ก็ยอดเยี่ยมกระเทียมดองมากๆ แล้ว เป็นเมนูอาหารเวียดนามอีกหนึ่งรายการที่อย่าลืมไปชิมนะคะ Banh xeo (บั๊ญแส่ว) เมนูนี้เราคนไทยรู้จักกันในชื่อขนมเบื้องญวนนั่นเอง เป็นหนึ่งในอาหารเวียดนามที่หาทานค่อนข้างยากในบ้านเรา บั๊ญแส่วของชาวเวียดนามในภาคใต้จะมีขนาดใหญ่กว่าในภาคกลาง  หน้าตาของบั๊ญแส่วเป็นอาหารเวียดนามลักษณะคล้ายแพนเค้ก แป้งแผ่นบางกรอบและมีกลิ่นหอมนั้นจะทำจาก ข้าวเจ้า และผงขมิ้น ยัดไส้ด้วยมันหมู กุ้ง และถั่วงอกแล้วนำมาทอด บางคนนิยมทานคู่กับซอสเตือง ซึ่ง ประกอบด้วยตับ ซอสฮอยซิน และกระเทียม ตัดให้เป็นชิ้นพอดีคำห่อด้วยผักกาดก่อนแล้วค่อยราดน้ำจิ้ม เครื่อง เยอะขนาดนี้ รับรองว่าอร่อยเหาะ ใครได้ชิมต้องติดใจกันทั้งนั้น เขียนไปก็น้ำลายไหลไป บอกเลยว่าตอนนี้หิวจนไส้กิ่วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะงั้นวันนี้ทัวร์ครับคงต้องขอลาไปก่อน จะได้ไปหาอะไรทานให้หายหิวสักที ใครที่สนใจเรื่องราวๆ ดีแบบนี้ ทัวร์ครับยังมีสาระดีๆ รอให้ติดตามกันอีกเพียบ  อ่านต่อ !!! เปิดถุงช้อป! 5 ของฝากเวียดนาม ไม่ซื้อจะพลาดมากกกก… 7 ของฝากจากเวียดนาม ไปเที่ยวเวียดนามต้องไม่พลาด!    

อ่านเพิ่มเติม
[ โตเกียว เกียวโต ] ไปเยือนต้องโดน..! ร้านอาหารยอดนิยมในญี่ปุ่น
[ โตเกียว เกียวโต ] ไปเยือนต้องโดน..! ร้านอาหารยอดนิยมในญี่ปุ่น

Aug 29, 2018

ที่แม้ชื่อเมืองจะมีความคล้ายกัน แต่ลักษณะเมืองต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะโตเกียว หลายคนทราบดีอยู่แล้วว่าโตเกียวนั่นเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น อาจเปรียบเสมือนได้ว่าเป็นแดนนิวยอร์กของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่ โตเกียวนั้นมีความเจริญที่ค่อนข้างครบคันจริงๆ และเป็นส่วนผสมของวัฒนธรรมที่หลากหลายประเทศมากๆ มารวมๆกัน จึงไม่แปลกใจเลยที่ภายในเมืองจะมีความครึกครื้นมากๆ ส่วนเมืองเกียวโตนั้น เป็นเมืองของอารยธรรม วัฒนธรรมมากมาย เพราะภายในเมืองเกียวโตเต็มไปด้วยบ้านที่มีรูปแบบญี่ปุ่นต้นตำรับ รวมถึงวัดและศาลเจ้าที่มีค่อนข้างเยอะ แถมยังมีแหล่งทางประวัติศาตร์ของญี่ปุ่นมากมายอีกตังหาก ทำให้วัฒนธรรมของอาหารนั้นก็มีความแตกต่างกันบ้าง ไม่มากก็น้อย แต่ก็ยังคงลักษณะของความเป็นญี่ปุ่นอยู่ดี ทั้งนี้ วันนี้ทัวร์ครับมี 6 ร้านอาหาร ขึ้นชื่อที่สุด !! ทั้งในโตเกียว และเกียวโต ไปดูกันเล้ยย... โตเกียว :  Sushiya no Nohachi 1. มาถึงโตเกียวทั้งที เริ่มกันที่ซูชิ ที่ดังที่สุดในโตเกียวก่อนละกัน ที่กว่าจะได้กินนั้นต้องโทรจองกันเป็นวัน หรือบางทีอาจถึงสัปดาห์เลยทีเดียว เพราะอะไรถึงดัง? เพราะที่นี่ ไม่ใช่ Sushi ธรรมดา ที่มีขนาดพอดีคำ ปกติทั่วไป แต่ที่จะมีกิมมิคเล็ก นั่นก็คือความจิ๋วของซูชิจิ๋ว นั่นเอง ที่มีขนาดเท่าเม็ดข้าวเพียงเม็ดเดียวเท่านั้น โดยต้นกำเนิดของความจิ๋วนี้ก็มาจาก การที่เจ้าร้านนั้นมีจุดประสงค์อยากให้เด็กๆตัวเล็กๆนั้นได้ลิ้มรสความอร่อยของซูชินั่นเอง ถือเป็นการต้อนรับเด็กๆแรกเกิด แต่แล้ววันนึงก็ปิ้งไอเดียขึ้นมาว่า การทำซูชิเนี่ยมันสามารถทำได้เล็กขนาดไหนกันเชียวนะ?? ทำไมไม่ทำซูชิที่เล็กที่สุดในโลกไปเลยนะ?? เท่านั้นละ ความจิ๋วที่จิ๋วลงเรื่อยๆของซูชิจึงเริ่มต้นขึ้น ถือเป็นสีสันในการรับประทานซูชิมากๆ เพราะว่าเชพนั้นใจดีมากๆเลย ที่ทำซูชิจิ๋วให้เราได้ถ่ายรูปกันแบบฟรีๆ แต่ต้องเป็นช่วงเวลาที่เชพว่าง และไม่ค่อยมีคนเท่านั้นนะคะ แต่... ที่เด็ดยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ซูชิจิ๋วมันจะไปอิ่มอะไร จริงไหมคะ? ต้องลองไซต์ปกติด้วยสิ ที่มาพร้อมกับไซต์พอดีคำน่ารับประทาน แถมความสดใหม่นี่ สดอย่าบอกใครเลยนะ จัดว่าเด็ด ให้ไปเลย 1 ในใจ 10 อันดับซูชิ ต้องลอง...ในโตเกียว โดยร้านซูชิจะใช้เวลาเดินจากสถานี Asakusa ประมาน 9 นาที หรือเดินจากสถานี Tawaramachi เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น  โตเกียว :  Ginza Sushi Ichi / Omakase 2. เป็นการรับประทาน ซูชิ แบบ โอมากาเสะ (Omakase) หรือรับประทานแบบตามใจเชฟเสิร์ฟ นั่นเอง เชฟจะแนะนำอาหารและเสิร์ฟเป็นเซ็ทตามฤดูกาลนั้นๆ เสิร์ฟตามลำดับของเมนูอาหาร ว่าเราต้องรับประทานอะไรก่อนถึงจะเข้าถึงรสชาติของอาหารได้อย่างเเท้จริง โดยราคาก็จะมีหลากหลายระดับให้เลือก ราคาอาจจะเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายรับประทานตัวจริง เพราะอาจจะต้องใช้งบเยอะหน่อย แต่มันคุ้มมากถ้าแลกมาด้วยการรักษามาตรฐานของอาหารที่สูงมาก และบริการอย่างสะดวกสบาย ตามสไตล์ญี่ปุ่น ต้นตำรับ เป็นร้านซูชิระดับ Michelin starts กันเลยทีเดียว ที่กว่าจะได้ไปรับประทานนั้น จำเป็นที่จะต้องจองล่วงหน้าก่อนเป็นเวลาประมาณ หนึ่งอาทิตย์ เป็นอย่างน้อย ด้วยชื่อเสียงของทางร้านค้าที่ค่อนข้างดัง โดยมีสาขาต้นตำรับอยู่ที่ ย่านกินซ่า เมืองโตเกียว จึงไม่แปลกใจเลย ด้วยความอร่อยและพิถีพิถันของทางร้าน รับประกันความสดอย่างไม่เคยเจอมาก่อน คำซูชิที่พอดีคำแต่เต็มคำมากๆ รวมถึงความหลากลายของปลาที่หาทานยาก ที่ในแต่ละวันนั้นจะมีปลาแปลกๆมาให้เราลองได้ชิมกันด้วย จนเป็นที่เลื่องชื่อจนได้ Michelin starts 1 ดวง มาครอง นั่นเอง โดยส่วนมากเขาจะนิยมรับประทาน แบบใช้มือรับประทาน เพื่อให้ความร้อนในมือสามารถถ่ายทอดความอุ่นผ่านนิ้วมือไปจนถึง คำซูชิ ลิ้มรสเนื้อปลาและข้าวที่กำลังอุ่นๆ เหมือนราวกับยังมีชีวิต อร่อยอย่าบอกใครเลยทีเดียว แต่หากใครไม่ถนัดใช้มือรับประทาน ทางร้านก็จะมีตะเกียบบริการให้เช่นกัน เกียวโต : Nezameya 1. พูดถึงร้านอาหารต้นตำรับ ที่เกียวโต ต้องนี่เลย ร้านปลาไหลชื่อดัง ร้าน Nezameya ที่เปิดมานานกว่า 450 ปีค่อนข้างเกาแก่มากเลยทีเดียว เป็นร้านแถวศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ที่มีเสาแดงโทริอิเรียงรายกันนับพันนับหมื่นต้น เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่เมืองเกียวโต หลายคนคงรู้จักกันดี สำหรับการเดินทางก็ไม่ไกลมาก สามารถเดินได้ จากศาลเจ้า แถมตกเย็นอากาศดีดี ในบางฤดูกาลก็จะมีตลาดที่มีอาหารมาขายหลากหลายอย่างกันเลยทีเดียว ทั้งเนื้อย่าง ทาโกยากิ ดังโงะ น่ากินทั้งนั้นเลย แต่ต้องอย่าลืมเก็บท้องไว้รับประทานของเด็ดนะจ๊ะ นั่นก็คือ ...แท่นแท๊นนน จุดเด่นของร้านนี้คือ เมนูปลาไหลย่าง ซึ่งหน้าร้านจะมีการย่างปลาไหลกลิ่นหอมฟุ้งต้อนรับลูกค้าอยู่หน้าร้าน เหมาะสำหรับคนที่รักการรับประทานปลาไหล ต้องไม่พลาด ...!! นอกจากปลาไหลย่างแล้ว ยังมีเมนูอื่นๆอีกมากมาย หรือสามารถรับประทานเป็นเส้นก็ได้ ก็จะมีทั้งอุด้งและโซบะ ด้วยบรรยากาศรอบๆร้านและรสชาติของเนื้อปลาไหลที่นุ่ม ละมุนลิ้น ไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อย คนที่ไม่ชอบปลาไหลก็สามารถหลับหู หลับตาลองกินได้ สำหรับซอส, น้ำซุบ และข้าวร้อนๆ รับประทานได้อย่างเข้ากันสุดๆ ยิ่งในฤดูหนาว ยิ่งเข้าถึงความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ ฟินสุดๆไปเลยจ้าา ลองสักครั้งแล้วจะติดใจ  ร้าน Nezameya จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00น. – 18.00น. ทริค : เนื่องจากร้านค่อนข้างมีชื่อเสียง แต่ภายในร้านมีขนาดเล็ก และปิดค่อนข้างเร็ว หากสามารถไปกินได้ช่วงเช้า - กลางวัน จะดีกว่า เพราะของหมดค่อนข้างเร็ว ส่วนเวลาสั่งอาหารเหมือนจะสั่งได้แค่รอบเดียวเท่านั้น ดังนั้น ต้องคิดก่อนเลยว่าอยากชิมอะไรบ้าง เมื่อตกลงกับเพื่อนร่วมทางเรียบร้อยก็ลงมือสั่งได้เลย เพื่อความรวดเร็วต่อลูกค้าท่านอื่นๆด้วย เกียวโต : Sushi Iwa / Omakase 2. “ซูชิอิวะ” อีกหนึ่งร้านซูชิที่รับประทานแบบโอมากาเสะ ที่ขึ้นชื่อในเกียวโต เป็นซูชิชั้นสูงต้นตำรับที่เปิดตัวขึ้นเมื่อ 50 ปีก่อน จนเป็นที่จับตามองของนักท่องเที่ยวทั่วโลก รวมไปถึง สตีฟ จ๊อบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Apple และผู้คิดค้นไอโฟน ที่แม้แต่สตีฟ จ๊อบส์ก็กล่าวไว้ว่า เป็นซูชิที่อร่อยที่สุดในชีวิต ทำให้บรรดาแฟนๆของเขาทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติก็ตามมารับประทานกันเยอะขึ้น ทำให้กลายเป็นร้านที่โด่งดังมากกว่าเดิมเลยทีเดียว โดยความอร่อยของทางร้านจะเน้นคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาล เสิร์ฟเป็น “ไคเซคิ” หรือเป็นชุดอาหารที่บริการตามลำดับการรับประทาน นอกจากจะอร่อยแล้วยังได้รับความรู้สึกที่สนุกสนานไปอีกแบบ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเรากำลังจะได้รับประทานอะไร แต่บางร้าน เชพก็จะถามก่อน ว่าเราสามารถรับประทานอะไรไม่ได้บ้าง เพื่อความสบายใจของลูกค้า นั่นเอง สำหรับเมนูที่โด่งดังของที่นี่ ก็คือเมนู “โทะโระ” หรือเนื้อส่วนท้องนุ่มๆของปลามะกุโระ (ปลาทูน่า) เพราะเป็นเมนูที่สตีฟ จ๊อบส์ ตั้งใจมารับประทาน ราคาจะอยู่ที่ 2,000 เยนต่อหนึ่งคำ ราคาถือว่าค่อนข้างแพงเลยทีเดียว ส่วนถ้าเป็นคอร์ส Omakase ราคาต่อหัวตั้งแต่ 8,000 เยน 10,000 เยน 12,000 เยน 15,000 เยน จนถึง 20,000 เยน [ ราคาอัพเดต ปี 2560 ] ที่นี่จะเสิร์ฟซูชิชั้นเลิศเมนูขึ้นป้ายของแต่ละวัน ถึงราคาจะค่อนข้างแพง แต่ถ้าพูดถึงประสบการณ์สักครั้งในชีวิต กับซูชิชั้นเลิศ ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่คุ้มมากๆเลยทีเดียว ไหนๆก็ไปเที่ยวถึงถิ่น ลองลิ้มรส สัมผัสความเป็นซูชิขั้นเทพดูสักครั้งจะเป็นไรไปเนอะ.. 

อ่านเพิ่มเติม
กินจบครบที่เดียว ! กับ 5 ประเทศเอาใจคนชอบ Street food !!
กินจบครบที่เดียว ! กับ 5 ประเทศเอาใจคนชอบ Street food !!

Aug 27, 2018

แน่นอนว่าวันนี้ทัวร์ครับก็มีข้อมูลดีๆ ของประเทศที่เป็นสุดยอดมงกุฏแห่งวงการสตรีทฟู้ดมาฝากกันด้วย บอก เลยว่าเด็ดทุกที่ที่แนะนำแน่นอน เกริ่นมาขนาดนี้คงจะรอช้ากันต่อไปไม่ได้แล้ว เรารีบไปดูกันเลยดีกว่าว่าบรรดาคนรักการกินอย่างเราๆ ควรจะไป เช็คอินที่ไหนกันบ้าง ..   เกาหลี ประเทศที่เป็นสุดยอดด้านวงการบันเทิงและซีรีส์อย่างเกาหลีใต้ก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีอาหารอร่อยๆ เด็ดๆ ซ่อนอยู่ มากมายหลายอย่าง นอกจากผักดองชื่อดังอย่างกิมจิแล้วที่นี่ยังมีของดีๆ ซ่อนอยู่อีกเพียบ โดยเฉพาะที่ย่านช้อปปิ้ง ชื่อดังอย่าง “เมียงดง” ที่นอกจากจะมีทั้งของใช้และบรรดาสินค้าแฟชั่นน่ารักๆ ทั้งหลายแล้ว ของกินของที่นี่บอก เลยว่าทั้งของคาวของหวานต้องมาลองทานให้ได้สักครั้ง หรือใครที่มีโอกาสได้เดินทางไปยังจุดพักรถลองลงไปหา อะไรทานรองท้องระหว่างทางก็อร่อยไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนใครที่เดินทางลงใต้ไปเที่ยวแถวปูซาน ลองไปเดินเล่นแถว BIFF Square ดู หนึ่งใน Street food เกาหลี ที่รับรองว่าเดินไปกินไปจนอิ่ม แน่นอน และถ้ายังไม่รู้ว่าจะกินอะไร วันนี้ทัวร์ครับก็มีเมนูเด็ดมาแนะนำกันด้วย อย่างแรกที่จะแนะนำกันถือว่าเป็นหนึ่งในของจานเด็ดยอดฮิตของชาวเกาหลีที่เรามักจะเห็นในซีรีส์หลายๆ เรื่อง นั่นก็คือ ต๊อกโบกี นั่นเอง เจ้าอาหารจานนี้คือเค้กข้าวผัดกับซอสเผ็ดโคชูจังจนได้ออกมาเป็นแป้งเหนียวหนึบผัด ซอส ส่วนท็อปปิ้งที่เสริมนั้นแล้วแต่สูตรของร้านนั้นๆ กันเลย จะใส่เนื้อ ใส่ผัก ใส่ปลาก็ได้ทั้งนั้น อาหารอีกอย่างที่ต้องห้ามพลาดเลยก็คือ บะหมี่ดำจาจังมยอน นั่นเอง เดิมทีเจ้าบะหมี่จานนี้ถูกดัดแปลงมาจาก สูตรของชาวจีนให้กลายมาเป็นสูตรของชาวเกาหลี เส้นบะหมี่ผัดคลุกเคล้ากับซอสที่ทาชุนจังหรือเต้าเจี้ยวถั่วดำหมัก ใส่ผัก ใส่เนื้อลงไป บอกเลยว่าอร่อยโดนใจสุดๆ อาหารจานสุดท้ายที่เราแนะนำจะเป็นอะไรที่เหมาะกับการกินตอนอากาศเย็นๆ เป็นที่สุดอย่าง ออมุก นั่นเอง เนื้อ ปลาบดเสียบไม้ที่เสริมพร้อมน้ำซุปร้อนๆ เนื้อปลาหวานทานคู่กับน้ำซุปรสเผ็ดร้อย กินไปซดน้ำไปอร่อยคล่อง คอมั่กๆ    เที่ยวเกาหลี ราคาถูก ดูแพ็คเกจได้ที่นี่เลย >>  https://tourkrub.co/korea-tour << ไต้หวัน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดประเทศแห่งชาไข่มุกต้นตำรับ แต่ความดีงามของอาหารที่นี่ยังไม่ได้หมดลงแค่นั้น เพราะ ที่นี่ยังมีอาหารดีๆ อีกมากมายที่รอให้เราไปจับจ่ายมารับประทานตั้งแต่เช้าจรดเย็น โดยเฉพาะในเมืองไทเปที่มี ย่านช้อปปิ้งและแหล่งของกินมากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่ย่าน Ximending หรือจะเป็นตลาดกลางคืนอย่าง Gongguan และ Ningxia ในส่วนของเมนูแนะนำนั้น ใครที่เป็นสายเนื้อบอกเลยว่าห้ามพลาด! สำหรับ บะหมี่เนื้อ ของของไต้หวัน บอกเลยว่า อร่อยกล่มกลอมละมุนลิ้นเป็นที่สุด แถมยังมีหลากหลายร้านหลากหลายสูตรที่สืบทอดกันมายาวนาน ร้านที่อยู่มาได้ ถึงตอนนี้ต้องมีอะไรดีๆ แน่นอน ไก่ทอดยักษ์ เป็นอาหารอีกหนึ่งอย่างที่ถึงแม้จะมีแฟรนไชส์กระจายตัวไปทั่วโลกแล้ว แต่เมื่อมาเยือนถึงถิ่นต้นตำรับ ก็ไม่ควรที่จะพลาดอยู่ดี แต่แอบได้ข่าวมาว่าคิวตอนซื้อก็ค่อนข้างจะยาวอยู่ ใครอยากทานของอร่อยก็ต้องอดทนกันนิดนึงเนอะ ชาบูหม่าล่า ก็เป็นอีกอย่างที่น่าไปลิ้มลองรสชาติ รู้สึกว่าหม่าล่าของที่นี่จะได้รับความนิยมกันเว่อร์ๆ ใครที่อยาก ทานอะไรเผ็ดๆ ร้อนๆ ชาบูสุดแซ่บก็ถือว่าเป็นเมนูที่ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว น้ำซุปเผ็ดร้อนกับบรรดาเนื้อสัตว์ และผักต่างๆ บอกเลยว่าเด็ดถึงใจ เที่ยวไต้หวัน ราคาถูก ดูแพ็คเกจได้ที่นี่เลย >>  https://tourkrub.co/taiwan-tour << ญี่ปุ่น หลายๆ คนคงจะรู้จักประเทศนี้จากอาหารชื่อดังสตรีทฟู้ดยอดฮิตอย่างซูชิหรือข้าวปั้นกันไปแล้ว แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าญี่ปุ่นนั้น ถือว่าเป็นประเทศตัวท็อปลำดับต้นๆ ของวงการสตรีทฟู้ดเลยทีเดียว ใครที่กำลังวางแผนว่าจะหาแหล่งเที่ยว พักผ่อนดีๆ ของกินอร่อยๆ ประเทศนี้ถือว่าดีงามพระรามสี่ แถมยังใช้เวลาในการเดินทางไม่นานและอยู่ไม่ไกลมาก จากบ้านเราอีกด้วย เจ้าพวกอาหารสตรีทฟู้ดเลิศรสของแดนปลาดิบนี้จะมีเยอะและชุกชุมเป็นพิเศษตาม งานวัดหรืองานเทศกาล ต่างๆ ซึ่งจะหายากพอสมควร เพราะเขาค่อนข้างเคร่งครัดกับการตั้งร้านข้างทางต่างจากบ้านเรา ถ้าโชคดีเจอจากพวกงานเทศกาลหรืองานวัดต่างๆ อย่าลืมรีบแวะเข้าไปเดินชมเดินชิม ส่วนใครที่ไม่มีโชคกับงานเทศกาล ลองไป แถวย่านโอซาก้า ดูนะคะ แถวนั้นก็อาหารเยอะใช่ย่อยเลยล่ะ แน่นอนว่ามาแดนปลาดิบทั้งที นอกจากของคาวแล้ว ของทานเล่นของที่นี่ก็ขึ้นชื่อลือชาเอามากๆ เมนูแรกที่ไม่ควร พลาดเลยก็คือเจ้าขนมปังรูปปลา ไทยากิ นั่นเอง ขนมร้อนๆ สารพัดไส้ ทั้งช็อคโกแลต คัสตาร์ด หรือแม้แต่ไส้ชีสก็ มีให้เลือก ยิ่งถ้าใครไปเจอเจ้าที่แป้งบางๆ แถมยัดไส้แน่นไปจนถึงหางถือว่าลัคกี้สุดๆ เพราะมันจะอร่อยทุกคำที่กัด ตั้งแต่ส่วนหัวจรดปลายหางเลยล่ะ ของอีกอย่างที่ไม่ควรพลาดคือเจ้าขนมโบราณที่อยู่คู่คนญี่ปุ่นมายาวนานอย่าง ดังโงะ นั่นเอง เจ้าขนมเสียบไม้ชนิด นี้นั้นมักจะปรากฏตัวตามการ์ตูนเรื่องต่างๆ อยู่เป็นประจำทั้งยังหาทานได้ทั่วทุกเมืองของที่นี่อีกด้วย แม้ว่าหน้าตา จะคลับคล้ายคลับกับบรรดาลูกชิ้นปิ้งแถวบ้านเรา แต่รสชาตินั้นเรียกว่าคนละเรื่องเลยล่ะ เพราะเจ้าขนมชิ้นนี้จะมี รสออกหวาน พร้อมสัมผัสค่อนข้างหนึบหนับ ถ้าลองได้ทานรับรองว่าเพลินจนไม่หยุดปากแน่นอน มันหวาน ก็ถือว่าเป็นไอเท็มเด็ดลำดับต้นๆ ของที่นี่เช่นกัน หลายๆ คนอาจจะเห็นมันหวานญี่ปุ่นมากมายวางขาย ในไทย แต่อะไรมันก็ยากที่จะสู้กับแหล่งออริจินอล เพราะมันหวานของที่นี่เวลาทานตอนร้อนๆ อร่อยเหมือนได้ติด ปีกบิน ทั้งหวานทั้งหอม เนื้อข้างในก็นุ่มละมุนลิ้นไปหมด กินแล้วแบบว่าฟินสุดอะไรสุด เที่ยวญี่ปุ่น ราคาถูก ดูแพ็คเกจได้ที่นี่เลย >> https://tourkrub.co/japan-tour << เวียดนาม ถือว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ค่อนข้างใกล้ชิดกับบ้านเกิดเมืองนอนของเราเป็นพิเศษเลยสำหรับประเทศนี้ แถม อาหารหลายอย่างก็ค่อนข้างจะออกมาหน้าตาไม่ต่างกันมาก แต่เชื่อเถอะว่าอาหารเหล่านั้นก็อร่อยไม่แพ้อาหารไทย รสเด็ดของบ้านเราเลย แหล่งสตรีทฟู้ดของเวียดนามที่ไม่ว่าใครก็ไปได้ง่ายๆ คงจะหนีไม่พ้นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอย่าง โฮจิมินห์ นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าชมแล้ว อาหารของที่นี่ก็เด็ดดวงไม่แพ้กัน เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าเมนูอะไรบ้าง ที่เราควรปักหมุดไว้ เฝอ ถือว่าเป็นอาหารเลื่องชื่อลือชาของเวียดนามเลยทีเดียวที่มีลักษณะคล้ายๆ ก๋วยเตี๋ยวบ้านเราแตกต่างกันแค่ รสชาติและเครื่องปรุงเท่านั้นเอง โดยเส้นเฝอจะมีลักษณะอวบขาวและใหญ่กว่าเส้นเล็กของก๋วยเตี๋ยว ส่วนน้ำซุปก็ จะมีรสชาติเข้มข้นจากการเคี่ยวเนื้อสัตว์ ปรุงด้วยพวกหัวหอม ผักชี ผักชีฝรั่ง ดูดเส้นไปซดน้ำไป เผลอแปปเดียวก็ เกลี้ยงจานจนไม่รู้ตัวซะแล้ว ใครที่เป็นสายขนมปังควรจะปักหมุดเมนูนี้เอาไว้เลยล่ะ สำหรับ บั๊นหมี่ ขนมปังชิ้นยาวๆ ที่สอดไส้ความเป็น เวียดนามลงไป ไส้ในใส่ทั้งเนื้อและผัก ผสมผสานกันออกมาจนได้รสชาติ แถมยังวางขายทั่วไป เดินไปที่ไหนก็เจอ   อีกหนึ่งเมนูที่เราได้ยินจนคุ้นหูกันเป็นอย่างดีก็คือเมนูที่รู้จักกันในนามขนมเบื้องญวนอย่าง บั๊ญแส่ว อาหารชนิดนี้ เรียกว่าค่อนข้างได้รับความนิยม ลักษณะของจานนี้จะคล้ายๆ แผ่นแป้งที่ใส่ไส้ไว้ข้างใน ใส่เนื้อสัตว์ ใส่ถั่วงอก ผสมผสานกันออกมากลมกล่อม ควรค่าแก่การรับประทานมากๆ    เที่ยวเวียดนาม ราคาถูก ดูแพ็คเกจได้ที่นี่เลย >> https://tourkrub.co/vietnam-tour/price-cheap << มาเลเซีย ถือว่าหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทยเลย สำหรับประเทศมาเลเซีย เพราะไม่ไกลจากบ้านเราแถมยัง มีที่เที่ยวหลากหลายรูปแบบให้เราได้ปรับได้ตามใจ เสน่ห์ด้านอาหารของที่นี่คงจะเป็นในเรื่องของความหลากหลาย เพราะมีคนหลากหลายเชื้อชาติมารวมตัวกัน เมืองที่น่าสนใจมากๆ ของที่นี่คงจะเป็น ปีนังและกัวลาลัมเปอร์ และแน่นอนว่ามาเที่ยวทั้งทีจะไม่กินอาหารท้องถิ่น ก็เสมือนมาไม่ถึงที่ เพราะฉะนั้นต้องจัดหนักจัดเต็มเอาให้กระเป๋าฉีกกันไปเลย หลายๆ คนอาจจะเคยทานบะหมี่สำเร็จรูปของมาเลเซียกันมาบ้าง โดยเฉพาะเจ้า หมี่โกเร็ง ชื่อดัง อาหารจานนี้ก็ คือบะหมี่ผัดกับหัวหอมและกระเทียม ใส่เนื้อสัตว์ ใส่ผัก ปรุงรสออกจัดจ้านเล็กน้อย แต่รับรองว่าอร่อยเหาะ แค่ได้ กลิ่นก็ท้องร้องน้ำลายสอจนต้องจัดมาทานให้หายอยาก อีกหนึ่งเมนูที่อาจจะไม่ได้แปลกตาอะไรอย่าง ปอเปี๊ยะสด ก็น่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะเจ้าไหนที่มีแป้งบางๆ เนื้อ เน้นๆ ไส้แน่น ทานเข้าไปทีเต็มปากเต็มคำรสของปอเปี๊ยะที่กระจายไปทั้งปากมันสุดมากจริงค่ะคุณขา เรียกว่า ทานยังไงก็ไม่เบื่อ สายผักสายเฮลตี้ควรจะได้ลองทานเมนู ผัดผักบุ้งสูตรพิเศษ ของชาวมาเลเซียดู ผัดผักบุ้งของที่นี่ไม่ใช่ธรรมดาๆ ทั่วไปหรอกนะ เพราะนำมาผัดรวมกับน้ำพริกกะปิรสเด็ดจนได้รสชาติเข้มข้น กลิ่นหอมยั่วกระเพาะ ยิ่งทานคู่ กับข้าวสวยร้อนๆ ตอนกำลังหิวนะ อร่อยเด็ดอย่าบอกใครเชียวล่ะ เที่ยวมาเลเซีย ราคาถูก ดูแพ็คเกจได้ที่นี่เลย >> https://tourkrub.co/malaysia-tour/price-cheap << เป็นไงกันบ้างล่ะคะ น้ำลายไหล ท้องร้องกันบ้างมั้ย แต่ละที่แต่ละเมนูเรียกว่าน่ากินน่าชิมไปซะหมด สงสัยว่า จะต้องหาเวลาหาทุนทรัพย์ไปจัดหนักๆ ให้หายอยากดูสักที....

อ่านเพิ่มเติม
8 ร้านอาหารยอดนิยม!! ตะลอนกินฟินๆที่สิงคโปร์
8 ร้านอาหารยอดนิยม!! ตะลอนกินฟินๆที่สิงคโปร์

Aug 17, 2018

เพราะฉะนั้นเราเลยขอแนะนำให้ปรับแพลนท่องเที่ยวใหม่ จากทัวร์ชมเมือง เป็นทัวร์กิน! เพราะบอกเลยว่าที่สิงคโปร์นั้นมีร้านอาหารอร่อยๆ เต็มไปหมดเลยล่ะ ถ้าพร้อมแล้วไปดูร้านอาหารสิงคโปร์กันเลย   1. Ya Kun Kaya Toast เริ่มที่ดูร้านอาหารสิงคโปร์ในมื้อแรกกับอาหารเบาท้อง ทานพอกรุบกริบรองท้องได้ เป็นอาหารเช้าเบาๆ นั่นก็คือ ขนมปังปิ้งทาสังขยา และเนย ที่หอมมากกกก ขนมปังก็ปิ้งมาได้กรอบนอกนุ่มในสุดๆ บอกเลยว่าชิ้นเดียวแทบไม่พอล่ะค่ะ ร้านนี้เป็นร้านอาหารเช้ายอดฮิตของสิงคโปร์ จนมีมากกว่า 40 สาขาทั่วประเทศเลยนะคะ เพราะฉะนั้นจะพักที่ย่านไหนก็หาทานได้ง่ายสุดๆ   2. Old Chang Kee พิกัด : Old Chang Kee อีกร้านอาหารที่ถือว่าเป็นของทานเล่นเบาๆ เดินทานชิลๆ เพลินๆ ในสิงคโปร์ ก็ต้องที่นี่เลยค่ะ เป็นร้านรถเข็นข้างทางตามย่านต่างๆ ขายพวกลูกชิ้น นักเก็ต และของทอด จิ้มกับน้ำจิ้มสูตรพิเศษ ที่มีทั้งแบบหวานและเผ็ด และสำหรับเมนูที่เราแนะนำให้ลอง ก็คือปลาหมึกทอดค่ะ ขอบอกว่าอร่อยมากจริงๆ อย่าพลาดนะคะ   3. Hawker Chan พิกัด : Hawker Chan ร้านบะหมี่สไตล์ฮ่องกง ในสิงคโปร์ ที่ได้รับมิชลินสตาร์ด้วยล่ะ ใครชอบความอิ่ม อร่อย และคุ้ม ต้องร้านนี้เลย เพราะแต่ละจานให้มาแบบเยอะมาก แถมราคาก็ไม่แพงเลยค่ะ เส้นบะหมี่ของเค้าจะเหนียวนุ่ม ยิ่งเจอความนุ่มของไก่บวกกับซอสเข้าไปอีกยิ่งฟิน เป็นร้านอาหารสำหรับมื้อกลางวันที่อยู่ท้อง และสบายกระเป๋าที่สุดเลย   4. Song Fa Bak Kut Teh พิกัด : Song Fa Bak Kut Teh อีกหนึ่งร้านอาหารยอดฮิต ที่ใครมาเยือนเมืองสิงโตจะต้องลอง นั่นก็คือ Song Fa Bak Kut Teh ที่เป็นร้านบักกุดเต๋ในตำนานนั่นเอง  ใครเลยทานบักกุดเต๋ที่ร้านติ่มซำในไทย อยากให้ลืมไปก่อนนะคะ เพราะที่นี่นั้นไม่เหมือนที่ไทยเลย น้ำซุปถูกเคี่ยวมาอย่างดี ได้ความหอมหวาน บวกเข้ากับกระดูกหมูที่ตุ๋นจนเปื่อยละลายในปากสุดๆ โอ๊ยย แค่เขียนก็ได้กลิ่นลอยมาแล้ว อยากกินจังเลย   5. Singapore Zam zam พิกัด : Singapore Zam zam นอกจากอาหารจีนแล้ว ที่สิงคโปร์ก็ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารอินเดียค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่าน Bugis ที่มีคนอินเดียอาศัยอยู่เยอะ และร้านนี้ก็ถือว่าเป็นร้านเด็ดที่ต้องลองจริงๆ เป็นร้านข้าวแกงที่รสชาติดี หนักเครื่องเทศแต่ก็ยังถือว่าถูกปากคนไทยเรา แนะนำสั่งแกงไก่นะคะ ฟินอย่าบอกใคร   6. No Neighbor Seafood Chilli crab ถือว่าเป็นเมนูยอดฮิตอีกหนึ่งเมนูเลยนะคะ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายร้านเลยในสิงคโปร์ แต่สำหรับแอดมินแล้วร้านนี้อร่อยสุดๆ ด้วยรสชาติที่เข้ากันได้ดีของปูที่ตัวใหญ่มากๆ กับเครื่องผัดหอมๆ เพลินสุดๆ แป๊บเดียวหมดจาน แถมยังหาทานง่ายอีกด้วย เพราะมีหลายสาขาเลยค่ะ   7. Sandwich Ice-cream บอกเลยว่าเป็นสิ่งที่ชอบที่สุด มาสิงคโปร์ทีไรถ้าไม่ได้กินแทบจะนอนไม่หลับ เป็นไอติมแซนวิชโบราณ มีหลายรสชาติให้เลือก โดยคนขายก็จะนำขนมปังออกมาตัดแล้วใส่ไอติมให้เราค่ะ มีทั้งแบบขนมปังแผ่นและขนมปังกรอบ รสที่แนะนำคือรสมิ้นท์ และสามารถหาทานได้ตามท้องถนนเลยค่ะ เป็นรถเข็นขายล่ะ   8. Tian Tian Hainanese Chicken Rice พิกัด : Tian Tian Hainanese Chicken Rice ปิดท้ายกันด้วยเมนูนี้ ที่ใครมาสิงคโปร์จะต้องกินทุกคน นั่นก็คือข้าวมันไก่นั่นเอง มีให้เลือกหลายร้านรอบเกาะเลยล่ะค่ะ แต่สำหรับเราร้านโปรดคือร้านนี้เลย ไก่นุ่มมว๊ากกก ข้าวไม่มันจนเกินไป อร่อยสุดๆ แถมราคาไม่แพงด้วย ร้านตั้งอยู่ที่ศูนย์อาหาร Maxwell ย่านไชน่าทาวน์ค่ะ   นอกจากทั้ง 8 ร้านที่เรานำมาแนะนำแล้ว ที่สิงคโปร์ยังมีร้านอาหารอร่อยอีกเพียบเลยนะคะ หรือหากใครมีเวลาว่าง อยากแนะนำให้เข้า Supermarket ที่กระจายตัวอยู่รอบๆ เกาะ บอกเลยว่าขนมอร่อยๆ มีให้เลือกเพียบ จะซื้อทานเองหรือซื้อเป็นของฝากก็น่าสนใจมากเลยล่ะค่ะ ใครไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรดี อ่านบทความนี้ต่อเลย >> 7 ของฝากยอดฮิตจากสิงคโปร์

อ่านเพิ่มเติม
บอกต่อ 15 ของกินไต้หวันต้องโดน !! ตะลอนกินรัวรัว ที่ Street Food ไต้หวัน
บอกต่อ 15 ของกินไต้หวันต้องโดน !! ตะลอนกินรัวรัว ที่ Street Food ไต้หวัน

Jun 27, 2018

  1. ชานมไข่มุก Street Food ไต้หวันที่คนไทยห้ามพลาด Street Food ไต้หวันที่ห้ามพลาดมากที่สุดต้องนี่เลยค่ะ ชานมไข่มุก เพราะชานมที่นี่ถือว่าเป็นต้นตำรับเลยก็ว่าได้ ซึ่งร้านชานมไข่มุก Street Food ไต้หวันนั้นจะรสชาติไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ถ้าจะให้อารมณ์แบบออริจินัลของจริง เราขอแนะนำ ร้านชุนสุ่ยถัง เลยค่ะ เพราะร้านนี้เปิดมาแล้วกว่า 30 ปี โดยพิกัดร้านจะอยู่ใต้ตึก สถานีเจียงไคเช็คค่ะ พิกัด : เจียงไคเช็ค   2. บะหมี่อาจง Street Food ไต้หวันสุดฮิต อีกหนึ่ง Street Food ไต้หวันสุดฮิตก็คงหนีไม่พ้นบะหมี่อาจง ที่คนไทยนิยมไปกินและเขียนรีวิวกันตามบล็อกต่างๆ ซึ่งพิกัดร้านนั้นจะอยู่ที่ซีเหมินติง เลยจ้า ส่วนรสชาติบะหมี่อาจงก็พูดได้เลยว่าไม่ธรรมดา การันตีด้วยจำนวนคนที่เข้าคิวต่อแถวรอ พิกัด : ซีเหมินติง Cr.http://solitous-diaspora.blogspot.com   3. น้ำมะระ Street Food ไต้หวันสุดแปลก นอกจาก Street Food ประเภทชานมไข่มุกไต้หวันแล้ว ที่นี่เรายังเห็นน้ำมะระตั้งขายกันแบบเกลื่อนกลาดกันอีกด้วย โดยน้ำมะระไต้หวันนั้นจะผสมกับน้ำผึ้งเพื่อลดความขมของมะระ ส่วนรสชาติจะออกขมแบบปะแล่มๆ แนะนำให้ลองชิมดู   4. Street Food ของหวาน ไอศกรีมเกล็ดหิมะ ไอศกรีมเกล็ดหิมะ ถือเป็น Street Food ของหวานอย่างหนึ่งที่ต้องลองเมื่อเรามาเที่ยวไต้หวัน โดยไอศกรีมเกล็ดหิมะไต้หวันนั้นจะเหมือนเป็นแผ่นบางๆ วางซ้อนกัน เสิร์ฟพร้อมกับท็อปปิ้งผลไม้ต่างๆ ที่เราเป็นคนเลือก   5. ไก่ทอด Street Food สุดอร่อยของไต้หวัน สำหรับ ไก่ทอด ที่เป็น Street Food ไต้หวันแล้วละก็ เราขอแนะนำร้าน Hot – Star ย่านซีเหมินติงเลยค่ะ เพราะไก่ของร้านนี้จะมีเนื้อที่นุ่ม แถมยังมีรสพะโล้เค็มๆ จากผงที่โรยไปอีกด้วย พิกัด : ย่านซีเหมินติง   6. ไส้กรอกยักษ์ Street Food ทั่วไปของไต้หวันที่ไม่ธรรมดา หากเมืองไทยมีข้าวเหนียวหมูปิ้งเป็น Street Food ขึ้นชื่อแล้วละก็ สำหรับไต้หวันคงมีไส้กรอกยักษ์เป็นเหมือนแลนด์มาร์คสำคัญที่เราเห็นได้ตามตลาดกลางคืน   7. เต้าหู้เหม็น Street Food กลิ่นแปลกของไต้หวัน นอกจากน้ำมะระที่ดูแปลกตาสำหรับคนไทยแล้ว เต้าหู้เหม็นยังเป็น Street Food ที่ขึ้นชื่อของไต้หวันอีกด้วย แน่นอนว่ากลิ่นนั้นเหม็นตามชื่อเลย เพราะมีส่วนผสมเป็นของหมัก แต่รสชาติพูดตรงๆ ว่าอร่อยกว่าคิด   8. เกี๊ยวซ่า Street Food ย่านซีเหมินติงยอดนิยม สำหรับย่านซีเหมินติงของประเทศไต้หวันนั้นจะมีร้าน Street Food เกี๊ยวซ่าอยู่ร้านหนึ่ง เป็นรถเข็น ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าระดับความอร่อยเกี๊ยวซ่าร้านนี้เทียบได้กับเกี๊ยวซ่าที่ญี่ปุ่นเลยทีเดียว   9. ไข่นกกระทาย่าง อีกหนึ่ง Street Food ไต้หวันย่านซีเหมินติง ถัดจากเกี๊ยวซ่า Street Food ย่านซีเหมินติง เราจะเห็นร้านไข่นกกระทาย่างเสียบไม้อยู่ร้านหนึ่ง ซึ่งใครหลายคนอาจคิดว่าไข่นกกระทาไต้หวันร้านนี้จะรสชาติคล้ายกับไข่นกกระทาไทย แต่จริงๆ แล้วผิดถนัดเลยค่ะ เพราะไข่นกกระทาย่างของไต้หวันนั้นจะกินกับซอสที่ให้รสชาติหวานกับเค็มไปพร้อมกัน   10. มันบดราดชีส Street Food สูตรเฉพาะของไต้หวัน ยังอยู่ในย่านซีเหมินติงของไต้หวันนะคะกับ มันบดราดชีส Street Food สูตรเฉพาะของที่นี่ โดยทางร้านจะนำชีส ข้าวโพด เบค่อน รวมถึงบรอคโคลี่มาโรยหน้ามันบด การันตีเลยว่าอร่อยอย่างแน่นอน   11. ปลาหมึก อีกหนึ่ง Street Food ทั่วไปของไต้หวัน สำหรับตลาดกลางคืนแล้ว ร้าน Street Food อีกประเภทหนึ่งที่เราจะพบเจอกันบ่อยๆ นั่นคือ ปลาหมึกปิ้งและปลาหมึกย่างนั่นเอง เดินไปทางไหนก็เจอ   12. เนื้อย่าง Street Food ไต้หวันที่คนไทยนิยม อีกหนึ่งเมนู Street Food ย่านซีเหมินติงของไต้หวันที่คนไทยนิยมกินกันต้องยกให้กับ เนื้อย่าง เลย โดยจะให้อารมณ์คล้ายๆ กับสเต็กที่หั่นเป็นชิ้นๆ และแน่นอนว่าอร่อยมากจนคนต้องต่อคิวกันแน่น   13. ไข่ต้มใบชา Street Food สุดฮิตของคนไต้หวัน สำหรับคนไต้หวันนั้น ไข่ต้มใบชา ถือเป็นเมนูที่นิยมกินกันมากสามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ หรือ ร้าน Street Food ทั่วไปเลย ถ้าใครไม่เคยลองต้องลองให้ได้นะคะ เพราะมันไม่เหมือนไข่ต้มธรรมดา แต่จะมีรสชาติหวานหอมอร่อยกลมกล่อมตามสูตรการต้มของทางไต้หวันนั่นเอง   14. ไอศกรีมถั่วใส่ผักชี Street Food น่าลองของไต้หวัน ข้ามมาที่ฝั่ง Street Food ไต้หวันที่เป็นของหวานกันบ้างกับ ไอศกรีมถั่วใส่ผักชี อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ ที่นี่เขากินไอศกรีมกับผักชี ส่วนรสชาติเราแนะนำให้ลองไปชิมเองจะดีกว่า แปลกๆอย่างนี้บางคนอาจจะชอบก็ได้น้าา   15. ผลไม้เสียบ Street Food กินเล่นของไต้หวัน ที่ไต้หวันเราสามารถหา สตรอเบอร์รี่ และ พุทรา เสียบไม้มากินเล่นได้ตลอดข้างทางเลยยย .. เพราะนี่ถือเป็น Street Food ยอดนิยมอย่างหนึ่งของไต้หวัน ส่วนรสชาติจะออกแนวกรอบนอกนุ่มใน หากใครที่สนใจไปตะลอนกิน street food ที่ไต้หวันแล้วละก็ ลองดูทัวร์ไต้หวันได้ ที่นี่เลย https://tourkrub.co/taiwan-tour   

อ่านเพิ่มเติม
5 พิกัดร้านอาหารดีๆในย่านจิมซาจุ่ย ฮ่องกง
5 พิกัดร้านอาหารดีๆในย่านจิมซาจุ่ย ฮ่องกง

Jun 19, 2018

  1. Din Tai Fung  แผนที่ : Din Tai Fung ถึงแม้ร้าน ติ่น ไท่ ฟง จะมีสาขาอยู่ในประเทศไทย แต่ไปฮ่องกงทั้งทีก็ต้องไปลองที่ร้านต้นตำรับกันซะหน่อยไม่ให้เสียเที่ยว และหลายๆ คนที่ได้มากินร้านนี้ที่ฮ่องกงล้วนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยว่าที่ไทยถึงสิบเท่า! โดยร้านติ่น ไท่ ฟง ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของห้าง Silver Court เรียกได้ว่าจะช้อปก่อนชิมก็ได้หรือจะชิมเสร็จแล้วค่อยไปช้อปก็ช่วยย่อยได้ดีทีเดียว 2. The Verandah Restaurant แผนที่ : The Verandah Restaurant ที่จิมซาจุ่ย เราสามารถสัมผัสบรรยากาศห้องอาหารสุดหรู ย่านจิมซาจุ่ย การันตีความสะอาดและคุณภาพวัตถุดิบ ทั้งยังหลากหลายด้วยอาหารยุโรปและนานาชาติได้ที่ The Verandah Restaurant โดยห้องอาหารที่นี่จะเปิดให้บริการเป็น 3 ช่วงเวลา ช่วงเช้าได้แก่ 07:00 น. - 10:00 น. ช่วงกลางวันได้แก่ 12:00 น. - 14:30 น. และช่วงเย็นคือตั้งแต่ 18:00 น. - 22:00 น. ซึ่งเวลาที่บอกนี้จะยกเว้นวันอาทิตย์ที่ช่วงเวลาอาหารเช้าจะขยายออกเป็นพิเศษถึง 10:30 น. 3. BLT Steak แผนที่ : BLT Steak ร้านอาหาร BLT Steak เป็นร้านสเต็กสไตล์ฝรั่งเศสระดับพรีเมี่ยม ย่างแบบมืออาชีพ กัดแล้วนุ่มลิ้นฟินไม่รู้ลืม แม้ราคาจะสูงแต่ก็คุ้มค่าคุ้มราคา โดยหลักที่นี่เป็นสเต็กเนื้อ แต่ถ้าใครไม่กินเนื้อก็ยังมีสเต็กไก่ให้เลือก นอกจากนั้นในช่วงมื้อเที่ยงก็มีบุฟเฟ่ต์สลัด และมื้อเย็นก็จะมีเมนูอาหารแบบ A la carte ให้ได้รับประทาน ร้าน BLT Steak ตั้งอยู่ที่ชั้น B1 โอเชี่ยน เทอมินอล 4. Sift แผนที่ : Sift ถ้าใครชอบของหวานต้องไม่พลาดที่จะมาลองชิมคัพเค้กสุดอร่อยที่บางคนถึงขั้นตั้งฉายาให้ว่าคัพเค้กขั้นเทพหรือคัพเค้กในตำนานกันเลยทีเดียว เพราะคัพเค้กที่นี่มีเนื้อแป้งนุ่มละมุนกำลังดีและมีรสชาติที่ไม่หวานจนเกินไปจึงทำให้ใครต่อใครติดใจมานักต่อนัก เมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่คือ Red Velvet  และ Salted Caramel Chocolate ร้าน Sift ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ตึก Habour City ถ้าทานอาหารคาวกันเสร็จแล้วจะมาต่อของหวานที่ร้านนี้ก็ดีไม่น้อยนะ 5. Scarlett Café & Wine Bar แผนที่ :  Scarlett Café & Wine Bar คาเฟ่และบาร์ไวน์สไตล์ฝรั่งเศสที่ชื่อ Scarlett ตั้งอยู่ถนนคิมเบอร์ลีย์ย่านจิมซาจุ่ย คติของร้านคือการเสิร์ฟไวน์ฝรั่งเศสที่ดีที่สุดในฮ่องกง เพราะฉะนั้นเราสามารถวางใจกับคุณภาพไวน์ที่นี่ได้เลย ราคาไวน์นั้นมีตั้งแต่ 45 HKD ต่อแก้ว ไปจนถึง 220 HKD ต่อขวด แต่นอกจากไวน์แล้วอาหารฝรั่งเศสที่ นี่ก็เลิศรสไม่แพ้กัน นอกจากนั้นร้านนี้ยังมีอาหารง่ายๆ ไว้คอยบริการในเวลากลางวันอีกด้วย เช่น แซนด์วิช เบอร์เกอร์ ไก่ย่าง สลัดและพาสต้า ร้านอาหารในฮ่องกงมักจะมีการเปิดปิดเป็นช่วงเวลา ถ้าไม่อยากต้องอดทนไปหิ้วท้องรอหน้าร้านเพื่อรอเวลาเปิดหรือต้องเดินหาร้านอื่นแทนเพราะหิวมากล่ะก็ขอแนะนำว่าให้ศึกษาไปดีๆ ก่อนเพื่อที่จะได้วางแผนได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้การไปฮ่องกงกับทัวร์ที่มีไกด์เป็นคนในพื้นที่อย่างของ ทัวร์ครับ (Tourkrub) ก็จะช่วยวางแผนและจัดสรรเวลาให้เราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เผลอๆ ยังได้กินอาหารอร่อยเจ้าเด็ดในราคาที่ถูกกว่าไปเองอีกด้วย  

อ่านเพิ่มเติม
มาแล้วต้องลอง !! 5 เมนูอาหารออสเตรเลีย
มาแล้วต้องลอง !! 5 เมนูอาหารออสเตรเลีย

May 15, 2018

ซึ่งวันนี้ทาง ทัวร์ครับ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ 5 เมนูอาหารออสเตรเลียที่เพื่อนๆ ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนถิ่นออสเตรเลีย บอกเลยว่างานนี้อร่อยแน่! 1. เนื้อจิงโจ้ เนื้อจิงโจ้ (Kangaroo meat) ไม่ว่าใครก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศออสเตรเลียนี้คือจิงโจ้ แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าจริงๆ แล้วเราสามารถกินเนื้อจิงโจ้ได้ แถมยังเป็นเมนูอาหารออสเตรเลียยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย และนอกจากจะมีรสชาติอันโอชะแล้ว เนื้อจิงโจ้ยังมีโปรตีนที่สูง ไขมันต่ำ ที่สำคัญราคาไม่แพงอีกต่างหาก 2. เวจเจไมท์ เวจเจไมท์ (Vegemite) จะคล้ายๆ กับกะเพราหมูสับของบ้านเรา ไม่ใช่เรื่องรสชาติหรอกค่ะที่คล้าย แต่เป็นเรื่องของความฮิตต่างหาก ใช่แล้วค่ะ! ชาวออสซี่จะกินเวจเจไมท์ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ยังกินอยู่ เป็นอาหารออสเตรเลียจานหลักเหมือนกับที่คนไทยกินข้าวกะเพรายังไงอย่างงั้น ซึ่งเจ้าเวจเจไมท์นี้จะมีลักษณะคล้ายๆ กับเนยถั่ว สีดำๆ รสชาติออกเค็มๆ คนไทยกินครั้งแรกอาจจะรู้สึกแปลกๆ ได้ 3. พายเนื้อ นอกจากเวจเจไมท์แล้ว คนออสซี่ชอบกินพายเนื้อ (Meat pie)กันมาก ซึ่งเนื้อที่ใช้เป็นส่วนประกอบนี้จะมีทั้งเนื้อบดและเนื้อที่หั่นเป็นชิ้นๆ ก่อนจะนำมาผสมผสานให้เข้ากับน้ำเกรวี่ ส่วนสถานที่ซื้อพายเนื้อก็หาไม่ยากเลย เพราะมีจัดหน่ายตั้งแต่โรงอาหารทั่วไป จนถึงร้านค้าตามสถานีรถไฟ ก็บอกแล้วว่านี่คือเมนูอาหารออสเตรเลียยอดฮิตของชาวออสซี่เขาล่ะ 4. ลามิงตันเค้ก ลามิงต้นเค้ก (Lamington Cake) จะเป็นเค้กเล็กๆ มีลักษณะคล้ายสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ซึ่งมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาว่าชื่อของลามิงตันเค้กนั้นมาจากเลดี้ลามิงตัน ภรรยาท่านลอร์ดลามิงตัน โดยความพิเศษของลามิงตันเค้กก็คือเป็นเค้กที่ทำด้วยเค้กสปอนจ์ ชุบด้วยช็อคโกแลตไอซิ่ง ซึ่งบางครั้งจะสอดไส้ด้วยรสชาติต่างๆ เช่น วิปครีม แยมสตรอเบอร์รี่ ราสพ์เบอร์รี่ เลม่อน ฯลฯ ก่อนนำมาคลุกเคล้าด้วยมะพร้าวอบแห้ง ทำให้เวลาเคี้ยวจะสัมผัสได้ถึงความกรอบของมะพร้าวแห้ง ก่อนที่จะกัดไปโดนความนุ่มของเค้กสปอนจ์ ยังไงก็ตามเพื่อนๆ สามารถหาสูตรการทำลามิงต้นเค้กนี้ได้ตามอินเตอร์เน็ตทั่วไป 5. สปาร์เก็ตตี้โบลองเนส ถึงแม้สปาร์เก็ตตี้จะมีแหล่งกำเนิดมาจากอิตาลีก็ตาม แต่มันก็ได้รับความนิยมมาไกลยังประเทศออสเตรียเลีย เพราะคนที่นี่ชอบกินสปาร์เก็ตตี้กันมาก โดยเฉพาะสปาร์เก็ตตี้โบลองเนส หรือ สปาร์เก็ตตี้ซอสเนื้อ ที่เด็กนักเรียนออสซี่นิยมกินกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันก็เลยถือว่าเป็นอาหารออสเตรเลียไปอีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ 5 เมนูอาหารออสเตรเลียสุดฮิตที่เพื่อนๆ ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนประเทศออสเตรเลีย หากใครอ่านแล้วน้ำลายสออยากไปกินถึงถิ่น ทาง ทัวร์ครับ ก็มีแพ็คเกจเที่ยวออสเตรเลียหลายโปรแกรมมาให้เพื่อนๆ ได้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวเมลเบิร์น นั่งเครื่องจักรไอน้ำ ชมฝูงนกเพนกวิน หรือ เที่ยวซิดนีย์ เยือนอุทยานแห่งชาติบลูเม้าท์เทนส์ ล่องเรือสำราญชมปลาโลมา ฯลฯ ซึ่งหากใครสนใจก็สามารถเช็คแพ็คเกจเที่ยวออสเตรเลียทั้งหมดได้ที่นี่ https://tourkrub.co/australia-tour

อ่านเพิ่มเติม
รีวิว  8 ขนมฮ่องกง !! ของกินฮ่องกงฉบับคนตะลอนเที่ยว
รีวิว 8 ขนมฮ่องกง !! ของกินฮ่องกงฉบับคนตะลอนเที่ยว

Apr 30, 2018

ฮ่องกง (Hong Kong) อยู่ไม่ไกลจากไทยเรามาก บินแค่ 2 ชั่วโมง 45 นาที ค่าตั๋วเครื่องบินก็ไม่แพง แถมแหล่งช้อปปิ้งยังเยอะ เอาเงินไปเยอะแค่ไหนก็หมด ..อิอิ  โดยส่วนใหญ่แล้วก่อนที่ไปเที่ยว เราจะลิสรายการร้านอาหารไปกันก่อนใช่มั้ยล๊าา แต่รีวิวของกินฮ่องกงฉบับคนตะลอนเที่ยวครั้งนี้ ไม่มีแพลนใดๆทั้งสิ้นค่ะ ไปแบบเจออะไรที่ไหนก็กินโล้ดด ส่วนใหญ่จะเปป็นร้านในย่านดังๆ หาได้ไม่ยากค่ะ ตามทัวร์ครับไปดูกันเลยว่าขนมฮ่องกงมีอะไรน่ากินบ้าง.. 1.mammy pancake พิกัด : Carnarvon Mansion, 8-12E Carnarvon Rd, Tsim Sha Tsui มาถึงวันแรกก็เดินมาเจอเลย บางคนอาจจะเจอในไทยมาบ้างแล้วสำหรับวาฟเฟิลฮ่องกงหรือขนมครกฮ่องกง ร้านนี้ก็คือ Mammy pancake ของกินฮ่องกงที่เคยเห็นในรีวิวบ่อยๆเช่นกัน วาฟเฟิลบอลที่ได้รับความนิยมของชาวฮ่องกงและนักท่องเที่ยว ความอร่อยให้เต็มสิบ !! มากี่ครั้งก็กินทุกครั้ง !! เป็นขนมที่คงความอร่อยเสมอต้นเสมอปลายสุดๆ รสที่ชอบที่สุดคงหนีไม่พ้นช็อกโกแลตละค่ะ แป้งกรอบนุ่มและไม่หวานเกินไป กินที่ไหนก็ไม่เท่ากินที่ฮ่องกง ราคา 25 HKD ซึ่งสาขาที่เราไปนั่น สาขานี้อยู่ย่าน Tsim Sha Tsui ถนน Carnarvon Rd. จ้า ตามไปตำกันได้เลย ถ้าไปต้องดูป้ายดีๆนะคะ ชื่อถนนที่ฮ่องกงค่อนข้างเยอะเอาเรื่องเลยทีเดียวล่ะค่ะ   2.Jim bakery พิกัด : 6C Carnarvon Road, Tsim Sha Tsui ขนมปังไข่ ของกินฮ่องกงอยู่ที่ Carnarvon Rd. ย่านจิมซาจุ่ย  ร้านเด่นมาก ร้านสีเหลืองไข่น่ารักมากก กลิ่นหอมฉุย มาแต่ไกลเลยเดินเข้าไปซักหน่อย ที่ร้าน Jim bakery เป็นร้านขายขนมปังไข่เนื้อนุ่ม อบร้อนๆจากเตา 1 กล่อง ราคา 50 HKD เป็นขนมฮ่องกงที่ไซส์ใหญ่และให้เยอะที่สุดในทริปนี้ก็ว่าได้ กิน 3 คนยังกินกันไม่หมด ถือกินได้อีกหลายมื้อ   3.Mrs. Fields Cookies คุ๊กกี้แบรนด์ดังจากอเมริกา ที่เคยมีขายในไทย แต่ตอนนี้ได้ปิดตัวไปแล้วซะงั้น สาวกคุ๊กกี้ Mrs.Fields อย่างเราก็ต้องไปหาที่อื่นกันละค่ะ คุ้กกี้เนื้อนุ่ม อร่อยเข้มข้นช็อกโกแลตทุกคำ บางชิ้นหนึบหนับสุดๆ ละมุนมาก ขนาดเพื่อนที่มีปฏิกริยากับแป้งเค้กหน่อยๆ พอได้ลอง Mrs.Fields เข้าไป ไม่สะทกสะท้านเลย เนื้อคุ้กกี้เขาดีจริง เราก็เลยหยิบมาเป็นขนมฮ่องกงที่มาเที่ยวฮ่องกงต้องแวะซื้อ เพราะในไทยไม่มีแล้ว ฮ่าๆ พิกัดร้านจะอยู่ตามสถานี MTR ย่านหลักๆของฮ่องกง หาง่ายมากๆ ราคาก็เอาเรื่องตามชื่อเสียงของเขา แต่ขอแค่ 1 ชิ้นก็ดีต่อใจแล้ว เลยจัด Muffin ไป 1 ชิ้น ในราคา 16.5 HKD เบาๆ   4.Happy Cake Shop เดินช้อปมาเรื่อยๆก็มาสะดุดใจอยู่ที่ร้าน Happy Cake Shop ร้านเบเกอรี่เล็กๆในย่าน Wan Chai ร้านขายขนมปังเบเกอรี่ และสิ่งที่สะดุดตาในร้านนี้ก็คือทาร์ตไข่นั่นเอง ขนมฮ่องกงชื่อดัง ที่ใครมาเที่ยวฮ่องกงต้องหาร้านชิมกันให้ได้ และร้านนี้ก็เป็นหนึ่งในร้านที่ถูกแนะนำโดยคนฮ่องกง เพราะทาร์ตไข่ที่นี่ อบใหม่ทุกวันกินกันแบบร้อนๆ ใครกลัวเลี่ยนบอกเลยว่าทาร์ตไข่ที่ฮ่องกงไม่เลี่ยนเลยค่ะ หวานกำลังดี เนื้อไข่เนียนมากก ชิ้นละ 7 HKD สายของหวานแนะนำไปลองค่ะ      5.KOI The KOI The โคอิเตะ ชื่อนี้หลายคนคงคุ้นหูคุ้นตากันอย่างแน่นอน เพราะว่าในไทยก็มีเข้ามขายแล้วจ้า ราคาสูงพอสมควร ซึ่งร้านในฮ่องกงนี้ ตั้งอยู่ที่ย่านมงก๊ก ติดกับเลดี้มาร์เก็ตนั่นเอง เดินเยอะก็หิวน้ำเป็นธรรมดา ก็เลยแวะกินชานมไข่มุกกันสักหน่อย สำหรับใครที่ชอบชาไข่มุกก็ห้ามพลาดของกินฮ่องกงร้านนี้นะคะ คนต่อแถวเยอะมาก เพื่อนแอบบอกมาว่ามันอร่อยกว่าที่ไทยอีกด้วย ไข่มุกไม่เหมือนที่อื่น แถมได้เยอะมากๆ ชาหอมกลมกล่อม สามารถสั่งระดับความหวานและปริมาณน้ำแข็งได้อีกด้วยเด้อ      6.Charlie Brown Cafe พิกัด :Tsim Sha Tsui, Granville Rd ร้านน่ารักๆย่านจิมซาจุ่ย ที่สาวก Snoppy ต้องแวะไปถ่ายรูป ร้านอยู่ย่านจิมซาจุ่ยเช่นเดิม บอกเลยว่าถ้าจะไปร้านนี้เตรียมกล้องด่วนๆ เพราะ ตั้งแต่หน้าร้านและข้างในร้านตกแต่งด้วยตัวการ์ตูนตลอดทาง รวมไปถึงเมนูอาหาร ของหวาน ของคาว รสชาติกลางๆ แต่ความน่ารักให้เต็มสิบไปเลยจ้า ซึ่งตอนนี้มีมาเปิดที่ไทยแล้วเช่นกัน แต่เราคิดว่าร้านที่ฮ่องกงใหญ่และโอเคกว่าค่ะ ใครหาร้านคาเฟ่ของหวานตาหน้าน่ารักระหว่างไปเที่ยวฮ่องกง ร้านนี้ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีเลยล่ะค่ะ     7.Hui Lau Shan พิกัด : 49 Carnarvon Rd, Tsim Sha Tsui ร้าน Hui Lau Shan มีหลายสาขามากในย่านดังๆในฮ่องกง ใครที่รักมะม่วงนั้นห้ามพลาด มีทั้งน้ำปั่นและของหวานที่ให้นั่งทานเล่นทั้งแบบเบาไปถึงหนักท้องกันเลยล่ะค่ะ รสชาติบอกเลยว่าอร่อยมาก มะม่วงหวานอมเปรี้ยวรสชาติกำลังดี ราคาเริ่มต้นที่ 43 HKD     8.% Arabica พิกัด : Shop KP-41, Tsim Sha Tsui Star Ferry Pier คอกาแฟห้ามพลาด กับร้านกาแฟ % Arabica ร้านกาแฟชื่อดังจากญี่ปุ่นที่มาตั้งรกรากใหม่ที่ฮ่องกง ซึ่งวันนี้เราก็มาที่สาขาใหม่ที่ท่าเรือ Star Ferry จิมซาจุ่ยค่ะ เมล็ดกาแฟสดใหม่ที่ถูกนำมาทำกาแฟให้ลูกค้าที่น่ารักอย่างเราได้ลิ้มลอง กาแฟนุ่มๆรสชาติเข้มข้น  ซื้อก่อนนั่งเรือข้ามไปเกาะฮ่องกงนี่ฟินสุดๆไปเลย ราคาอยู่ที่แก้วละ 40 HKD   จริงๆแล้ว ฮ่องกงนั้นมีของกินอีกหลายอย่างที่รอให้เราไปตะลอนชิม ก่อนไปไหนลดน้ำหนักรอได้เลยค่ะ ว่าแล้วต้องรีบจัดทริปออกไปตะลุยชิมดีกว่า สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวฮ่องกงฉบับตะลอนเที่ยวเอง ทัวร์ครับ ก็ขอแนะนำนี่เลย >> 9 ทริคเที่ยวฮ่องกงแบบประหยัด ฉบับวัยรุ่นเที่ยวเอง

อ่านเพิ่มเติม