ทัวร์ครับพากิน
ทัวร์ครับพาตะลอนกิน ย่านร้านอาหารชื่อดัง รวมทั้งเมนูเด็ดของแต่ละประเทศที่ไม่ควรพลาด
ไปเที่ยวไต้หวันต้องได้รูป แจกพิกัด 10 คาเฟ่ไต้หวัน ตกแต่งสวยสไตล์ Instragramber
พากิน
ไต้หวัน
ไปเที่ยวไต้หวันต้องได้รูป แจกพิกัด 10 คาเฟ่ไต้หวัน ตกแต่งสวยสไตล์ Instragramber
ไหนๆ ใครเป็นนักท่องเที่ยวสายคาเฟ่ฮอปปิ้งบ้างนะ แสดงตัวหน่อยเร็ว...ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าคาเฟ่ไม่ได้ฮอตฮิตแค่ในประเทศไทยเท่านั้นแต่ในต่างประเทศก็ยังมีร้านกาแฟ คาเฟ่ชิคๆ มากมายให้เราได้เข้าไปลองชิม เช็คอิน และถ่ายรูปอัพลงไอจีอยู่เรื่อยๆ และหากใครที่กำลังมีแพลนเดินทางไปเที่ยวไต้หวัน เมืองไทเปได้สนุกแน่ เพราะมีคาเฟ่ ร้านกาแฟ ร้านชานม ตกแต่งสวยๆ ที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ทัวร์ครับ (Tourkrub) เว็บไซต์ที่รวบรวมทัวร์ที่ดีที่สุดไว้มากมายได้รวมคาเฟ่ไทเปไว้ให้คุณแล้ว เตรียมกล้องและชุดสวยๆ ตามรอยมาเที่ยวได้เลย จองทัวร์ไต้หวัน กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) 1. Flourishbakery 2018 ขอบคุณรูปภาพจาก flourishbakery2018 ร้านขนมเล็กๆร้านนี้เป็นคาเฟ่ที่เน้นขนมปังเป็นพิเศษค่ะ ขนมปังของร้านนี้มีหลากหลายแบบให้ลองเลือกชิมดู ขนมที่นี่เป็นขนมปังแบบ โฮมเมดเลยค่ะ มีทั้งแบบคาว แบบหวาน เลือกได้ตามใจชอบเลย แถมราคาก็ยังน่ารักอีกด้วย เริ่มต้นที่ชิ้นละ TWD 25 เท่านั้น ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกทั้งชาและกาแฟ ราคาแก้วหนึ่งอที่ประมาณ TWD 60 เท่านั้นเองค่ะ 2.Cafe Mumi ขอบคุณรูปภาพจาก Instagram Cafemumi ร้านคาเฟ่ขาวๆ ตกแต่งคลีนๆแบบมินิมอล ที่ไต้หวันเองเขาก็มีคาเฟ่สไตล์เกาหลีด้วยนะ เมนูเด่นๆของร้านมีทั้งขนมหวาน เค้กต่างๆและเครื่องดื่มค่ะ ใครที่ได้แวะไปไทเปแล้วล่ะก็ ร้านนี้เป็นอีกคาเฟ่ในไทเปที่ควรแวะไปเช็คอิน และแวะไปถ่ายรูปอย่างพลาดไม่ได้เลยแหละ โดยเฉพาะสาวๆ ที่ชื่นชอบคาเฟ่สไตล์เรียบๆ แต่มีคลาสอย่างนี้ 3.One Tree Hill คาเฟ่ไต้หวันสุดฮิตในไอจีที่ใครๆก็ตามจะต้องมาถ่ายรูปด้านหน้าร้าน ด้วยเอกลักษณ์การดีไซน์แบบสีขาวล้วน และตึกที่มีทรงแปลกตา เลยไม่แปลกที่ใครๆก็ต่างจากมาเช็คอินที่ร้านนี้ค่ะ เครื่องดื่มในร้านนี้จะเน้นเป็นชาซะส่วนใหญ่ ทั้งชาผลไม้ และชาแบบ Original เลย นอกจากพวกชาแล้ว ยังมีขนมต่างๆไว้ให้ชิมอีกด้วยนะ 4.FOMO Coffee คาเฟ่ไต้หวันอีกร้านที่ฮิตติดลมบน ด้วยโทนร้านที่เป็นสีขาวดำ เอาใจสายคุมโทนไอจีสุดๆ มีคนตามไปถ่ายรูปที่ร้านมากมาย ร้านหาไม่ยากเลยค่ะ จุดเด่นอยู่ที่สัญลักษณ์ตัว & ตัวนี้ มองหาไม่ยากเลยแหละ แถมเครื่องดื่มของที่นี่ยังมีหลากหลายสไตล์ จึงไม่แปลกว่าทำไมเหล่า instragrammer ที่ชอบมาถ่ายรูปที่ร้านนี้กัน 5. Drunk Cafe ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook DrunkCafe คาเฟ่ชื่อดังในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย เพราะว่าเหล่า IG Influencer ต่างไปเช็คอินที่ร้านนี้เยอะมากๆค่ะ ด้วยการตกแต่งตามสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ จึงไม่แปลกที่ใครๆก็อยากจะไปเยือนเพื่อถ่ายรูปทั้งนั้น เพราะที่ร้านนี้มีมุมถ่ายรูปสวยๆ เต็มไปหมดเลยค่ะ การเดินทางไม่ยากเลย นั่ง MRT สายสีฟ้ามาลงสถานี Sun Yat-sen Memorial hall ทางออกที่ 1 เราจะเจอกับตึก Chinese TV ด้านหน้าจะมีป้ายชัดเจนเลยค่ะ 6.Paper st. ร้านเล็กๆ แต่ตกแต่งแบบมินิมอลคุมโทนสุด ภายในร้านมีที่นั่งไม่เยอะดังนั้นร้านนี้จึงเน้นไปที่รูปแบบของ Take Away มากกว่า เห็นร้านเล็กๆแบบนี้แต่เครื่องดื่มคุณภาพไม่แพ้ใครเลยค่ะ มีทั้งกาแฟ ช๊อคโกแลต ราคาสูงนิดนึง แต่ก็เหมาะสมกับคุณภาพ ร้านอยู่ตรงสี่แยกใกล้ๆ กับ Hua Shan Creative Park เลยค่ะ 7.nu studio อีกคาเฟ่ไต้หวัน สไตล์เกาหลีแบบคลีนๆ มีความมินิมอล ร้านอยู่แถว MRT Songshan หาไม่ยากเลย ร้านสวยสะดุดตา ใครชอบดื่มกาแฟคือ ดีทั้งร้อนและเย็น มีขนมอร่อยๆ ให้เลือกกินมากมายด้วย ที่สำคัญคือ มีมุมถ่ายรูปเอาใจสาวๆ ที่คุมโทนไอจีแน่ๆ สำหรับราคาอยู่ในช่วงประมาณ TWD 120-150 เท่านั้นเองค่ะ บอกเลยว่า สายคาเฟ่ฮอปปิ้งต้องใส่ลิตส์ร้านนี้ลงไปให้ไว 8.Ambi Café ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook Ambi Cafe สำหรับสายหวาน อย่าลืมแวะมาคาเฟ่สีสดใสที่ Ambi Cafe คาเฟ่สีชมพูสดใส มีบ่อน้ำพุตั้งอยู่กลางร้านใครมาแวะที่คาเฟ่แห่งนี้คือต้องมีรูปกับน้ำพุนะบอกเลย Ambi Cafe มีหลายโซนให้เราได้เลือกเข้าไปนั่งทานขนม หรือถ่ายรูปในโซนต่างๆ สำหรับ Ambi Cafe เดินทางไม่ยากเลยค่ะ MRT Zhongxiao Dunhua ทางออกที่ 3 ได้เลย 9.Maybe Café ขยับมาอีกนิดเพราะร้านนี้อยู่ไม่ไกลจาก Ambi Cafe ค่ะร้านอยู่ใกล้ๆกันเลย ร้านนี้จะเน้นดีไซน์ไปในทางเรียบๆ ใช้สีพาสเทลเป็นหลักเอาใจสาวๆเลย ราคาเครื่องดื่มที่นี่ก็ไม่แพงด้วยค่ะ ราคาเริ่มต้นเพียงไม่กี่ 10 TWD เอง นอกจากจะขายเครื่องดื่ม อาหาร และขนมแล้ว ที่ร้านนี้ยังเป็นร้านขายดอกไม้ด้วยนะคะ 10. But. we love butter ขอบคุณรูปภาพจาก facebook But.we love better ร้านนี้มีความซับซ้อนกันเล็กน้อยค่ะ นอกจากด้านหน้าจะต้องผ่านร้านที่เหมือนเป็นร้านตัดสูทแล้วจะมีประตูลับเดินผ่านเข้าไปในร้าน ภายในร้านนางจริงๆคือร้านขายคุ้กกี้ แต่การดีไซน์ภายในร้านนี่น่าถ่ายรูปซะเหลือเกินค่ะ ก่อนจะเลือกซื้อคุ้กกี้ทางร้านจะมีมาให้เราเลือกชิม อ้อ เราเลือกกระดาษห่อได้ด้วยนะ ใครที่มาเที่ยวไต้หวันแล้วยังเก้บไม่ครบ 10 ที่นี้ มาเที่ยวคราวหน้าก็ตามเก็บได้เลย มาเที่ยวไต้หวันครั้งต่อไป สะดวกสบายไม่ต้องวางแพลนเอง ก็ใช้บริการจองทัวร์ไต้หวันกับ ทัวร์ครับ ได้เลย รับรองว่าได้เที่ยวไต้หวันแบบชิลล์สบายๆ แน่นอน จองทัวร์เที่ยวได้สะดวกมากขึ้นด้วยแอปพลิเคชั่น ทัวร์ครับ (Tourkrub) iOS/ Android
10 ร้านราเมงในญี่ปุ่นยอดฮิต พร้อมพิกัดและการเดินทาง
พากิน
ญี่ปุ่น
10 ร้านราเมงในญี่ปุ่นยอดฮิต พร้อมพิกัดและการเดินทาง
นึกถึงญี่ปุ่น สิ่งแรกๆ ที่เรานึกถึงก็คงจะเป็นเรื่องของอาหารจริงไหม? เราว่าเพื่อนๆ ทุกคนน่าจะคิดเหมือนเราว่าอาหารของญี่ปุ่นมีทั้งความสด สะอาด และมีความออริจินอล มีเอกลักษณ์ในตัวเองอย่างบอกไม่ถูก กินที่ไหนก็ไม่เหมือนกินที่ญี่ปุ่น วันนี้เราเลยจะมาแนะนำอาหารที่ขึ้นชื่อของญี่ปุ่นอย่าง ราเมง ที่ไม่ว่าจะไปเมืองไหนของญี่ปุ่นก็จะได้เจอกับร้านราเมงซ่อนอยู่ทุกที่ มาดูกันว่า 10 ร้านราเมงในญี่ปุ่นยอดฮิต รสชาติจะถูกปากคนไทยมากแค่ไหนและเด็ดพอที่จะให้เพื่อนๆ มาตามกันหรือไม่ 1.ร้าน เมนยะ ฮานาบิ (Menya Hanabi) เริ่มต้นร้านแรกกันด้วย อันดับที่ 35 ของรางวัล Ramen Walker Grand Prix อย่างร้าน เมนยะ ฮานาบิ ร้านราเมงชื่อดังย่านชินจูกุ โอ้โห เปิดมาอย่างพีค มาดูกันว่ารสชาติจะพีคสมคำการันตีรึเปล่า เมนูแนะนำของที่นี่คือ มาเซะโซบะ หรือจะเรียกว่าราเมงแห้งญี่ปุ่นก็ได้ เส้นนุ่มๆ ท็อปปิ้งด้วยผักชี เนื้อสับปรุงรสและไข่ดิบ เพื่อเพิ่มระดับความอร่อยกับมาเซะ โซบะควรคลุกให้เข้ากันแล้วกินเลยรับรองว่าอร่อยติดใจแน่นอน จะวนกลับมากินอีกครั้งทางเราก็ไม่ติด พิกัด: 2-8-16 Okubo, Shinjuku-ku, Tokyo การเดินทาง: สถานีรถไฟ Shin-Okubo ทางออกที่ 2 เดินเข้ามาในย่าน Okubo 2.ร้าน Menya Musashi อีกหนึ่งร้านที่ชาวญี่ปุ่นโหวตว่าอร่อยที่สุดได้แก่ร้าน Menya Musashi สาขาใหญ่ Shinjuku หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ ราเมงซามูไร เมื่อเข้าไปในร้านจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแบบญี่ปุ่นของแท้ ดูเชฟทำราเมงกันไปเลย สดๆ ได้ฟีลสุดๆ ที่นี่ถือเป็นร้านที่เปิดมานานเริ่มก่อตั้งในปีปี 1996 ที่โตเกียว และได้รับกระแสนิยมมาตลอดจนปัจจุบันมีเปิดใหม่หลายสาขา ด้วยชื่อเสียงเรื่องน้ำซุปเนื้อสัตว์หมู และไก่ผสมกับซุปสไตล์ญี่ปุ่นทำจากปลาคัตสึโอะตากแห้งและนิโบชิ ทำให้เกิดเป็นรสชาติอร่อยกลมกล่อม และหาทานไม่ได้จากร้านอื่น พิกัด: 7-2-6 K1 Bld.1F, Nishishinjuku , Shinjuku-ku, Tokyo, 160-0023, Japan การเดินทาง: สถานีชินจูกุฝั่งประตูตะวันออก 3.ร้าน คงจิกิ โฮโตโตงิซึ ร้านที่ 3 ได้รับการการันตีจาก Ramen Walker Grand Prix อันดับที่ 20 และได้รับการยกย่องให้เป็น Bib Gourmand จาก Michelin ในปี 2016 ชื่อเสียงเรียงนามขนาดนี้ไม่พูดถึงคงจะไม่ได้อย่างร้าน คงจิกิ โฮโตโตงิซึ สาขาชินจูกุอีกเช่นกัน ด้วยรสชาติของน้ำซุปรสอ่อนที่มีส่วนผสมหลักเป็นหอยตลับ ทำให้แตกต่างจากร้านอื่นๆ ที่จะเน้นเป็นซุปกระดูกหมูหรือไก่ ทำให้ได้รสชาติแบบคลีนๆ เบาๆ ใครไม่ชอบรสชาติหนักมากแนะนำเป็นร้านนี้เลยจ้า พิกัด: 2-47-12 Hatagaya, Shibuya-ku, Tokyo การเดินทาง: 7 นาทีเดินจาก Hatagaya station 4. ร้าน ราเมงข้อสอบ (Ichiran Ramen Ueno) มาต่อกัน Ichiran Ramen Ueno หรือที่คนไทยเรารู้จักกันดีในชื่อราเมงข้อสอบ แต่วันนี้เราจะบุกไปถึงต้นตำรับของเขากันเลยว่ารสชาติแตกต่างจากที่ไทยรึเปล่า วิธีการสั่งก็จะคล้ายๆ กับที่ไทยคือให้เราเลือกเส้น เลือกความเข้ม เลือกเครื่องปรุงก่อน แล้วถึงไปกดตู้จ่ายเงิน ส่วนตัวเราว่ามันโอเคเลยถูกปาก อาจจะเพราะว่าเราสามารถเลือกความต้องการของเราได้ เลยได้รสชาติที่ถูกปากไม่แพ้กับที่ไทยเลยก็ว่าได้ เพราะมาตรฐานของเขาเหมือนกันทุกสาขา พิกัด: 7-1-1 Ueno Taito-ku Tokyo-to 110-0005 การเดินทาง: สถานี Ueno ทางออก Yamashita ใกล้ทางออกห้าง Atre Ueno 5. ร้าน Hirugao Ramen Tokyo Station Hirugao Ramen Tokyo Station อีกหนึ่งร้านราเมงชื่อดังที่ตั้งอยู่ในรถไฟโตเกียว โดดเด่นเรื่องน้ำซุปอีกเช่นกันที่มีความแตกต่างจากที่อื่นเพราะเป็นน้ำซุปเกลือ รสชาติไม่จัดจ้าน หรือหนักมากจนเกินไป สามารถสั่งได้ทั้งแบบราเมงซุปเกลือ หรือจะเป็นราเมงแห้ง เสิร์ฟคู่กับซุปเกลือร้อนๆ ก็อร่อยฟินไม่แพ้กัน ใครมาแถวย่านนี้เราแนะนำให้ลองทานดู ส่วนตัวเราชอบเพราะรสชาติไม่หนักจนเกินไป ทานได้เรื่อยๆ ไม่เลี่ยนน้ำซุปซะก่อน พิกัด: Metropolitan Expressway Yaesu Route ตั้งอยู่ในราเมงสตรีทในสถานีรถไฟโตเกียว ชั้น B1 การเดินทาง: ออก Yaesu Central เดินลงบันไดเลื่อนมา Fist Avenue ชั้น B1 6. ร้าน Ramen Yukikage Asakusa ใครแวะไปเที่ยววัดอาซากุสะอยากให้ลองร้านนี้ Ramen Yukikage Asakusa วิธีสั่งคือซื้อคูปองราเมงรสชาติที่ชอบที่ตู้ก่อน แล้วนำคูปองที่ได้ยื่นให้พนักงานที่ร้าน คล้ายๆ กับราเมงร้านอื่นๆ แต่รสชาติของที่นี่เรียกได้ว่าถูกปากคนไทย ทานง่าย โดดเด่นที่น้ำซุปเข้มข้น ใครเหนื่อยๆ จากทริปท่องเที่ยวแล้วอยากหาที่ฝากท้องเราแนะนำราเมงเจ้านี้เลย รับรองว่าถูกใจแถมถูกปากแน่นอน พิกัด: 1-2-12 Asakusa, ไทโตะ 111-0032 จังหวัดโตเกียว การเดินทาง: ใกล้วัดเซนเซจิ Asakusa 7. ร้าน Kyushu Jangara Ramen Akihabara อื้อหืออใครเบื่อหมูสไลด์อยากเจออะไรหนักๆ แนะนำร้านนี้ Kyushu Jangara Ramen Akihabara สาวกหมูสามชั้นจะต้องร้องกรี๊ดเพราะที่นี่เขาให้หมูสามชั้นมาแน่นๆ กินกับน้ำซุปราเมงรสชาติเข้มข้น เราว่าคุณผู้ชายอาจจะถูกใจร้านนี้เป็นพิเศษเพราะเครื่องเขาแน่นจริงๆ ต้องยอมให้เลย แต่สำหรับใครที่กลัวว่ามันจะมันเกินไปไหม บอกตรงนี้เลยว่าไม่เลยมันอร่อยกลมกล่อม ถูกปากคนไทยแน่นอนเพราะน้ำซุปมีความเผ็ดนำ แต่เผ็ดแบบญี่ปุ่น อาจจะไม่ซี้ดซ้าดเท่าอาหารไทย แต่ก็ตัดเลี่ยนได้รับรองว่าทานคู่กันแล้วอร่อยลงตัว พิกัด: Sotokanda , ชิโยะดะ , โตเกียว การเดินทาง: ใกล้สถานี akahibara 8. ร้าน Menya Itto ใครชอบทานเส้นแนะนำร้าน Menya Itto เพราะที่นี่เขาโดดเด่นเรื่องเส้นโฮมเมด เนื้อหนึบ เคี้ยวกันเพลินๆ ทานกับน้ำซุปที่ทำจากปลา ท็อปปิ้งด้วยหมูชาชู 3 ชนิด อร่อยลืมกันเลยทีเดียว เพราะเราก็เป็นอีกหนึ่งคนที่บ้ากินเส้นมากๆ ยิ่งถ้าเจอพวกเส้นหนึบๆ นี่ต้องมีต่อชามที่ 2 อะบอกเลย แล้วที่นี่ก็ไม่ทำให้ผิดหวังแถมหลังกินเสร็จทางร้านเขาจะมี Sorbet ให้กินตามเพื่อล้างปากกันนิดหน่อย มีกิมมิคถูกใจสาวๆ แน่นอน พิกัด: 1-4-17 Higashishinkoiwa Katsushika Tokyo การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Chuo-Sobu Line(Local),Sobu Line(Rapid) ลงสถานี Shin-Koiwa เดินอีก 3 นาที 9. ร้าน Kinryu Ramen มาต่อกันที่ร้านราเมงแนวสตรีทกันบ้างอย่างร้าน ราเม็งมังกรแห่งโดทงโบริ หรือ Kinryu Ramen หาไม่ยากเพราะมีมังกรตัวใหญ่อยู่หน้าร้านเลยทีเดียว ถือว่าเป็นร้านเด็ดแถบย่านโดทงโบริเลยก็ว่าได้ ตัวร้านไม่ใหญ่มากมีโต๊ะแค่ 8-9 โต๊ะ อาจจะต้องต่อคิวรอกันสักนิดเพราะคนเยอะพอสมควร แล้วรสชาติของที่นี่นั้นก็ไม่เป็นสองรองใคร ถึงจะมีแค่ 2 เมนูอย่างราเม็งแบบธรรมดา และราเม็งพิเศษหมูชาชู แต่รับรองได้ว่าอร่อยทั้งสองเมนูไม่ต้องเลือกกันให้งง แถมยังเปิด 24 ชั่วโมง อยากมากินตอนไหนก็เลือกได้เลยจ้า พิกัด: อยู่ในย่าน Dotonburi ที่ Osaka 1-7-26 Dotombori, Chuo-ku, Sennichimae, Chuo, โอซาก้า 542-0071 โอซาก้า การเดินทาง: จากสถานี Namba ออกทางออก 14 แล้วเดินต่ออีก 5 นาที 10. ร้าน Tsuta ramen ปิดท้ายด้วยร้านที่ Ramen Walker ยกให้เป็นอันดับ 1 ในญี่ปุ่น และยังเป็นร้านที่ได้รางวัล 1 ดาวจาก Michelin ของปี 2016 และ 2017 ซึ่งเป็นร้านราเมงร้านแรกของโลก อย่างร้าน สึตะ (Tsuta ramen) ชื่อเสียงดีขนาดนี้รสชาติคงไม่ต้องพูดถึง เมนูขึ้นชื่อของทางร้านคือโซยุราเมง ซึ่งมีน้ำซุปสูตรพิเศษของทางร้านที่ทำขึ้นจากจากผักให้กลิ่นหอม และมีรสชาติที่อร่อยกลมกล่อมด้วยส่วนผสมจากโซยุหลากหลายชนิด การันตีด้วยดาวมิชลินขนาดนี้คนรักราเมงไม่ควรพลาดร้านนี้ด้วยประการทั้งปวง พิกัด: 1-14-1 Sugamo, Toshima-ku, Tokyo การเดินทาง: เดินจาก สถานี Sugamo (JR) ประมาณ 100 เมตร เที่ยวทัวร์ญี่ปุ่น ราคาสุดคุ้ม 18,999 บาท
เที่ยวไทเปห้ามพลาดตลาดกลางคืน ตะลุย 5 ตลาด 5 สไตล์
พากิน
ไต้หวัน
เที่ยวไทเปห้ามพลาดตลาดกลางคืน ตะลุย 5 ตลาด 5 สไตล์
ไปเที่ยวไต้หวัน ตลาดกลางคืนก็ถือว่าเป็นไฮไลท์ของไต้หวันนับว่าเป็นอีกเสน่ห์ที่ไม่ว่าใครมาเที่ยวจะต้องลองมาเดินดูเล่นให้ได้สักครั้ง โดยเฉพาะตลาดกลางคืนในไทเปมีมากมายจะตามเก็บให้ได้ทุกที่ก็คงจะไม่ไหว เราเลยเลือกตลาดกลางคืนไทเปที่มาแล้วต้องตามมาเที่ยวให้ได้ ซึ่งแต่ละที่ก็มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป ตามมาเลย 3 ตลาด 3 สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสายช้อป สายแฟชั่น สายกิน สายชาไข่มุก ไปเที่ยว 3 ตลาดกลางคืนในไทเปไม่มีผิดหวังแน่นอน เพราะ ของกินไต้หวัน เพียบ เที่ยวไต้หวัน อยากไปเช็คอินที่เที่ยวในไทเปแบบไม่ต้องยุ่งยากเรื่องวางแพลนเที่ยว หรือต้องลิสต์ร้านอาหารเองให้เหนื่อย เอกสารเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศก็มากมาย ใช้บริการทัวร์ครับเลย มีทัวร์ไต้หวันให้เลือกเที่ยวมากมาย “จองทัวร์ครบ จบที่ทัวร์ครับ” เช็คราคาและจองทัวร์ไต้หวันกับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) 5 ตลาดกลางคืนไทเป 1. ตลาดซีเหมินติง ย่านนี้เรียกได้ว่าเป็นย่านที่ทุกคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะถือว่าเป็นเซ็นเตอร์ของไทเปเลยก็ว่าได้ ซึ่งตลาดซีเหมินติงเต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้า ร้านอาหารและที่พักซึ่งราคาไม่แพง แถมเดินทางไปไหนมาไหนสะดวกอีกด้วย ใครที่เป็นสายช้อปเสื้อผ้า ทั้งเสื้อผ้าทั่วไปจนถึงแบรนด์ที่เราคุ้นเคย เรียกได้ว่าที่ตลาดซีเหมินติงนั้น มีครบทุกอย่างเลยค่ะ ภายในตลาดซีเหมินติงนอกจากจะเต็มไปด้านร้านค้าต่างๆแล้ว ยังมี Street Food ต่างๆให้เราได้เดินเลือกซื้อซิมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด เกี๊ยว เครื่องดื่มต่างๆ ที่ตลาดซีเหมินติงจะมีร้านที่เป็นตู้คีบเยอะมากๆเลยค่ะ นอกจากจะคีบตุ๊กตาต่างๆแล้ว ยังมีพวก หุ่นฟิกเกอร์ นาฬิกา และของจุ๊กจิ๊กมากมาย เห็นของเต็มตู้แบบนี้ใช่ว่าจะคีบกันง่ายๆนะ ในส่วนของเสื้อผ้ามีตั้งแต่ร้านเสื้อผ้าราคา TWD 300 จนไปถึงแบรนด์สุดฮิปต่างๆ ขอบอกว่าราคาไม่ต่างจากเมืองไทยเท่าไหร่ค่ะ แต่อาจจะเป็นคอลเลคชั่นที่ไม่ได้มีขายในเมืองไทยเท่านั้นเอง สาวกรองเท้าต่างๆต้องรู้จักร้านนี้แน่นอนกับ ABC Mart ที่ตลาดซีเหมินเองมี 2 สาขาให้ได้ไปเลือกชมเลือกซื้อกลับบ้าน ร้านรองเท้าที่นี่ราคาไม่แพงเลยค่ะเมื่อเทียบกับบ้านเรา การเดินทางก็ง่ายมาก นั่งรถไฟมาลงสถานี้ Ximending เดินขึ้นมาก็จะพบกับตลาดเลย ร้านค้าในตลาดซีเหมินติงนั้นจะเริ่มเปิดตอนช่วงสายๆประมาณ 10 โมงเช้ายาวไปถึงเกือบๆ 5 ทุ่มเลยค่ะ 2. ตลาดชื่อหลิน ตลาดนี้เรียกได้ว่าเป็นตลาดเจเจฉบับไทเปค่ะ ตลาดชื่อหลินเป็นตลาดที่ขึ้นเรื่องในเรื่องของเสื้อผ้าราคาถูกและมีหลากหลายดีไซน์ แถมของกินก็เยอะไม่แพ้กันอีกด้วย บรรยากาศที่ตลาดชื่อหลินอาจจะแตกต่างกับที่ซีเหมินติง เพราะที่นี่เน้นเป็นร้านเสื้อผ้าที่มาจากจีนและเกาหลีค่ะ จึงไม่มีแบรนด์ที่เรารู้จักมากนัก ตลาดชื่อหลินเป็นอีกตลาดที่ใหญ่มากๆที่หนึ่งในไทเปเลยล่ะ ด้านหน้าตลาดเต็มไปด้วยของกินอย่าง หอยย่าง ชานมเฉาก๊วย ปลาหมึกทอด สำหรับร้านค้าในตลาดชื่อหลินก็มีเยอะแยะไม่แพ้ที่ตลาดซีเหมินติงเลย ทั้งร้านเสื้อผ้าผู้หญิง เสื้อผ้าผู้ชาย ร้านรองเท้าต่างๆ และร้านขายของจุกจิกทั่วไป เดินเข้ามาลึกหน่อยก็จะเป็นโซนของกินแล้วค่ะ ซึ่งหลักๆ จะเป็นของกินท้องถิ่นของไต้หวัน ทั้งของคาวและของหวาน เรียกได้ว่ามาตลาดเดียวได้ครบเลย การเดินทางมายังตลาดชื่อหลิน สามารถนั่งรถไฟสายสีแดงมาลงที่สถานี Jian tan ทางออกที่ 1 ค่ะ 3. ตลาดปลาไทเป ใช่แล้ว ที่ไทเปมีตลาดปลาเหมือนกันนะ ที่นี่จะเน้นขายอาหารสดจำพวกอาหารทะเลค่ะ มีทั้งแบบซื้อเป็นเบนโตะแล้วสามารถหาโต๊ะนั่งทานข้างนอก หรือจะยืนทานที่เคาท์เตอร์บาร์ข้างในก็ได้เช่นกัน ก่อนอื่นขอแนะนำโซนข้างในก่อนละกัน ข้างในมีอาหารหลากหลายให้เราเลือก ทั้งเคาท์เตอร์ที่เป็นเมนูไปทางตะวันตก มีปูขน ปลาต่างๆ ซึ่งเคาท์เตอร์ฝั่งนี้จะเน้นไปทางการปรุงมากกว่า และขายเป็นเซ็ทค่ะ ถัดมาจะเป็นมุมไ​ฮไลท์ ใครที่อยากทานปลาดิบแบบพรีเมี่ยมหน่อย ต้องลองเข้ามาทานข้างในนะคะ เพราะที่ตลาดปลาไทเปนั้น ราคาถูกกว่าเมืองไทยประมาณนึงเลย โดยเฉพาะโอโทโร่ ที่มีให้เราเลือกหลากลายแบบ ราคาเริ่มต้นชิ้นละ TWD 170 สำหรับโอโทโร่ และ TWD 30 สำหรับแซลมอนซาเซมิ และยังมีซูชิอูนิคำโตๆ ทั้งหมดนี้เราหมดไป TWD 990 รวมน้ำชาแล้วค่ะ หรือถ้าใครไม่อยากทานซาเซมิ ที่ตลาดปลาไทเปยังมีบริการจัดอาหารเป็นเบนโตะให้เลือกด้วยนะ ราคาไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับขนาดและคุณภาพแล้ว เรียกได้ว่า คุ้มมาก สำหรับการเดินทางมายังตลาดปลาไทเป หากมารถไฟสามารถลง MRT สถานี Zhongshan Junior High School แล้วต่อแท๊กซี่มานิดหน่อย หรือว่าหากเริ่มต้นจาก Taipei Main Station ก็สามารถนั่งรถบัสสาย 49 ลงสถานี 2nd Fruit and Vegetable Market เดินต่ออีกนิดหน่อยก็ถึงตลาดปลาไทเปแล้วค่ะ 4.ตลาดกลางคืน ซื่อต้า ตลาดกลางคืนในไทเปอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด สำหรับตลาด ซื่อด้า จะอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัย National Taiwan Normal University ทำให้สินค้าของตลาดแห่งนี้เน้นไปทางแฟชั่นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่เรียงรายกันเต็มไปหมดแต่ส่วนมากราคาไม่แพง หรือจะร้านคาเฟ่น่ารักๆ ก็เยอะเช่นกัน แต่ก็ยังคงมีของอร่อยๆ ให้เราได้ตามไปกินเยอะเหมือนกัน ซึ่งตลาดซื่อด้าเขาจะแบ่งเป็นโซนซึ่งเดินง่ายมาก โซนเสื้อผ้า โซนอาหารเครื่องดื่มแบ่งออกชัดเจนใครหิวก็ไปอีกซอยใครอยากช้อปก็มาซอยนี้ประมาณนั้นเลย ตลาดซือด้าเป็ฯตลาดกลางคืนที่ไม่กว้างมาก ใช้เวลาไม่นานก็เดินทั่วแล้ว แต่ถ้าใครสายกินเราขอแนะนำว่า ให้เคลียร์ท้องให้ว่างก่อนมา เพราะร้านสตรีทฟู้ด อาหารไต้หวันของเขาก็มีให้เลือกกินไม่น้อยเลย การเดินทางมายังตลาดกลางคืนชือด้า นั่งรถไฟ MRT สายสีเขียว ลงสถานีTaipower Building Station ทางออก 3 แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ ประมาน 200 เมตร จะเจอซอยที่เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย 5. ตลาดกลางคืน กงกวน อีกหนึ่งตลาดกลางคืนที่ไม่มาไม่ได้เด็ดขาดใกล้ๆ กับตลาดซื่อต้า ห่างกันแค่รถไฟฟ้าสถานีเดียวเอง เพราะเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่อีกแห่งหนึ่งของไทเป ตลาดกงกวน เป็นตลาดที่อยู่โซนมหาวิทยาลัย National Taiwan University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของไต้หวัน ตลาดแห่งนี้โดดเด่นในเรื่องของรองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังต่างๆ ซึ่งราคาไม่แพงคนไทยเลยชอบมากๆ ที่จะตามมาเช็คอินที่ตลาดกงกวน อีอกทั้งยังมีของกินมากมาย สตรีทฟู้ดเพียบ คาเฟ่ ร้านอาหารต่างๆ ก็เยอะ อย่างที่บอกไว้ที่ตลาดแห่งนี้อยู่ใกล้มาหวิทยาลัย สินค้าต่งๆ เลยค่อนข่างเป็นไปตามสไตล์ของนักศึกษา ใครอยากอัพเดทเทรนด์ไต้หวันมาที่ตลาดกงกวนได้เหมือนกัน วัยรุ่นเพียบ งานดีๆ ทั้งนั้นเลย การเดินทางมาตลาดกงกวนไม่อยากเลย รถไฟ MRT สายสีเขียว ลงสถานี Gongguan ทางออก 4 เจอตลาดเลย ใครที่มาเที่ยวไต้หวันไม่ต้องกังวลเรื่องของกินเลยค่ะ มีตลาดกลางคืนให้ไปเดินช้อป เดินชิมหลากหลายที่แบบนี้ สบายใจ สบายพุงได้เลย รูปภาพและข้อมูลบางส่วนจาก The Journey Moment
6 จุดเช็คพอยต์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมา “เที่ยวตุรกี”
พากิน
ตุรกี
6 จุดเช็คพอยต์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมา “เที่ยวตุรกี”
ถ้าให้พูดถึงภาพประทับใจที่ทำให้คิดถึงการมาเที่ยวตุรกีสำหรับเราคงจะหนีไม่พ้นกิจกรรมการขึ้นบอลลูน ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนมุ่งเป้ามาเที่ยวที่ตุรกีเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นจดลิสต์กันแล้วแบบนี้เราก็ไม่พลาดที่จะมารีวิวให้เพื่อนๆ ฟังยกไปเลยแต่ละเมือง เมืองไหนน่าเที่ยว เมืองไหนน่าไป ซึ่ง Tourkrub จัดมาให้อ่านกันเพลินๆ ไปดูกันเลย ทัวร์ตุรกี เที่ยวตุรกี กับ Tourkrub 1.เที่ยวตุรกี เมืองคัปปาโดเกีย พิกัด: Cappadocia เมืองคัปปาโดเกียกำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว เป็นสถานที่ยอดฮิตของการเที่ยวตุรกีที่ใครๆ ก็ต่างพากันมาถ่ายรูปบอลลูนหลากสีที่ลอยอยู่เหนือท้องฟ้า ซิกเนเจอร์ที่เราได้พูดกันเอาไว้ข้างต้น ซึ่งเราจะไปท่องเที่ยวเมืองคัปปาโดเกียกัน สถานที่แรกคงหนีไม่พ้นการนั่งบอลลูนชมเมืองคัปปาโดเกีย เมื่อขึ้นไปแล้วเสมือนเราลอยอยู่กลางอากาศบวกกับธรรมชาติและวิวอันสวยงามของเมืองคัปปาโดเกีย ซึ่งมีภูมิประเทศที่แปลกตาอย่างมากเพราะเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อ 3 ล้านปีก่อน ทำให้บริเวณที่แห่งนี้มีความสวยงามของธรรมชาติที่ดูแปลกตาทำให้ถูกเรียกอีกชื่อนึงว่า ดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า ในการชมบอลลูนใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมง 30 นาที แน่นอนว่าต้องวางแผนดีๆ เลยล่ะ ทริปชมบอลลูนเราเลยเลือกใช้บริการทัวร์ตุรกีทำให้ไม่ต้องเหนื่อยจัดสรรเวลาแล้วยิ่งด้วยเมืองที่ไม่เคยมาด้วยแล้ว ถ้ามีผู้รู้คอยให้คำแนะนำก็ทำให้เดินทางง่ายขึ้นมากเลยล่ะ 2.เที่ยวตุรกี ปามุคคาเล่ พิกัด: Pamukkale Natural Park ปามุคคาเล่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของการเที่ยวตุรกีเลยว่าได้ ตั้งอยู่ในเมืองเดนิซลีหรือเรียกอีกชื่อว่า เมืองแห่งสปา สถานที่แห่งนี้ถูกค้นพบโดยชาวโรมันหลายพันปีมาแล้ว เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงมากในหมู่นักท่องเที่ยว รวมถึงชาวตุรกีด้วย ปามุคคาเล่เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ เกิดจากความดันความร้อนใต้พื้นดินที่ 35- 36 องศาเซลเซียส จึงให้เกิดการประทุของน้ำร้อนรวมถึงพื้นที่ส่วนนี้มีการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกอยู่บ่อยครั้งเลยทำให้เป็นแหล่งบ่อน้ำพุร้อนหลายบ่อรวมตัวกัน เหมาะกับการแช่น้ำร้อนเป็นที่สุด ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติปามุคคาเล่ (Pamukkale Natural Park) มีบริการแช่น้ำแร่ธรรมชาติให้บริการตามคำร้องขอภายในใจของทุกคนนั่นแหละ ไม่ต้องห่วงได้แช่แน่นอน ภายในอุทยานจะพบกับภูเขาเกลือขนาดใหญ่ชวนให้ตะลึง แนะนำว่าให้ไปช่วงฤดูใบไม้ร่วงหรือใบไม้ผลิเพราะน้ำจะเต็มทุกบ่อ นอกจากนั้นปามุคคาเล่ยังมี นครโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis) เป็นเมืองโบราณที่มีอายุเก่าแก่ถึง 2,200 ปี ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงราว 200 เมตร ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจาก UNESCO ในปี 1970 ซึ่งภายในเมืองโบราณจะมี โรงละครโรมัน (Roman Theatre) ถูกสร้างขึ้นสร้างขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ของคนยุคโรมัน ทำให้ปามุคคาเล่ มีนักท่องเที่ยวมากมายเดินทางมาเพื่อมาสัมผัสกับบรรยากาศแบบยุคโรมัน 3.เที่ยวตุรกี มัสยิดสุเลย์มานิเย, อิสตันบลู พิกัด: The Mosque of Suleiman มัสยิดสุเลย์มานิเย ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1557 เพื่อเป็นบรรณาการให้กับสุลต่านสุเลย์มาน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรม มีความโดดเด่นเรื่องของขนาด และเป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปนิกชื่อดังอย่าง Mimar Sinan โดมของมัสยิดสุเลย์มานมีขนาดสูงถึง 47 เมตร ภายด้านในตกแต่งอย่างหรูหราตามสไตล์โมเสค ยิ่งไปกว่านั้นในตอนกลางคืนเมื่อไฟถูกเปิดสถานที่แห่งนี้จะให้อารมณ์คล้ายกับโรงละครขนาดใหญ่เลยล่ะ ความอลังการมาเต็มนะ 4.เที่ยวตุรกี พระราชวังทอปกาปี พิกัด: Topkapi Palace พระราชวังทอปกาปีหรือเรียกอีกชื่อว่า วังสุลต่าน เป็นอีกหนึ่งเเลนด์มาร์คของเมืองเลยก็ว่าได้ ถูกสร้างขึ้นโดยสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 (Mehmed the Conqueror) ใช้เป็นที่ประทับของสุลต่านหลายพระองค์ต่อกันมาหลายศตวรรษ โดยมีทั้งหมด 3 ส่วนคือ พระราชวังชั้นนอก เป็นสวนขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างสวยงามและภายในอาคารตกแต่งสไตล์ตุรกีดั้งเดิมที่ยังคงสภาพเดิมไว้อย่างดีสุดๆ ใช้เป็นสถานที่ออกว่าราชการและต้อนรับแขกคนสำคัญของเมือง และยังมีอีกหลายโซนที่ขึ้นชื่ออย่างพระราชวังชั้นใน หรือฮาเร็มและที่สำคัญมองเห็นวิวของเมืองอิสตันบูลได้ชัดแจ๋ว อีกทั้งอ่าว Golden Horn, ทะเลมาร์มะรา (Marmara Sea) และช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Strait) เยอะๆ แน่นๆ คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม 5.เที่ยวตุรกี สุเหร่าโซเฟีย, อิสตันบูล พิกัด: Hagia Sophia สุเหร่าโซเฟีย เดิมเคยเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา นิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่า ในปัจจุบันกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี จุดเด่นคือมีโดมขนาดใหญ่กลางวิหาร อายุ 1,500 กว่าปี ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง และยังเป็นสถานที่สำคัญของวงการศิลปะของโลกอีกด้วย โบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่ถึงสามครั้ง ครั้งแรกโบสถ์ใหญ่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 360 และโบสถ์รองถูกสร้างขึ้นภายหลังในปี ค.ศ. 415 และถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้งในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 532 ใช้เวลาเพียงแค่ช่วงสั้นๆ โบสถ์แห่งนี้ก็กลับมามีชีวิตอีกครั้งโดยฝีมือของสถาปนิกที่มีชื่อเสียงอย่าง Isidoros (Milet) และ Anthemios (Tralles) เรื่องการออกแบบไม่ต้องพูดถึงเพราะความสวยงามอลังการมีให้เห็นแน่นอน ซึ่งใครที่ชื่นชอบในการตกแต่งสไตล์ยุคกลาง ก็ไม่ควรพลาดที่จะมาชมแวะแชะภาพ 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างสุเหร่าโซเฟีย 6.เที่ยวตุรกี เมืองโบดรัม พิกัด: Bodrum โบดรัมเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องการพักผ่อนหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเมืองตากอากาศของตุรกี นับเป็นดินแดนทางประวัติศาสตร์ที่หรูหราและร่ำรวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ใช่แล้วฟังไม่ผิดเพราะโบดรัมมีบรรยากาศโรแมนติกมากกกถึงมากที่สุด มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาอย่างไม่ขาดสาย ยิ่งถ้าช่วงซัมเมอร์จะเยอะมากเป็นพิเศษ ผู้คนจะมานอนอาบแดดริมชายหาด ดูพระอาทิตย์ตก ดำน้ำชมฝูงปลา และยิ่งไปกว่านั้นยังมีแหล่งช้อปปิ้งที่ขายสินค้าพื้นเมืองต่างๆ มากมาย แถมราคาไม่แพง อาหารทะเลก็สด และมีสถานบันเทิงมากมาย ทำให้เมืองโบดรัมเป็นที่นิยมอย่างมากของเหล่าดาราคนดัง และนักท่องเที่ยวเพราะเป็นเมืองที่สวยงามและครบครัน ถ้ามาเที่ยวตุรกีแล้วไม่ได้มาเมืองโบดรัมถือว่าพลาด เที่ยวตุรกี ราคาสุดคุ้ม เป็นยังไงบ้างสำหรับ 6 ชุดเช็คพอยต์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวตุรกี จะว่าไปที่ตุรกีนั้นมีสถานที่ที่น่าเที่ยวมากมายหลายแห่งใครที่มีโอกาสได้มาเที่ยวตุรกีอยู่บ่อยๆก็อย่าลืมเก็บแลนด์มาร์กของทัวร์ตุรกีให้ครบนะ บอกเลยว่าคุ้มค่ากับการมาเยือนมากก Tourkrub คอนเฟิร์ม !!
 5 ร้านกาแฟดานัง ตามไปเช็คอินได้รูปสวยแน่
พากิน
เวียดนาม
5 ร้านกาแฟดานัง ตามไปเช็คอินได้รูปสวยแน่
ไปเที่ยวเวียดนาม ถ้าจะให้ชิคต้องไปเที่ยวดานัง เพราะที่ดานังมีคาเฟ่สวยๆ เยอะเลย ล่าสุดเราไปเที่ยวดานังมาก็ไปเก็บร้านกาแฟคาเฟ่บรรยากาศดีๆ ตกแต่งสวยมาให้ แต่ละร้านขอบอกเลยว่า ชิคสุด มีมุมถ่ายรูปให้เลือกเยอะแยะ ฟันธงได้เลยว่า ใครตามเรามา 5 คาเฟ่ดานังต่อไปนี้จะต้องนั่งเฉยๆ ไม่ได้ ต้องหยิบกล้องถ่ายรูปกดชัตเตอร์รัวๆ แน่นอน และการไปเที่ยวดานังจะเที่ยวให้สนุกก็แนะนำว่าไปกับทัวร์เที่ยวสบาย จองทัวร์ดานังกับ ทัวร์ครับ ได้เลยเว็บไซต์ที่รวมแพคเก็จทัวร์ที่ดีที่สุดไว้ให้คุณมากมาย เตรียมกล้องให้พร้อมแล้วตามเรามาเลย ร้านคาเฟ่ในดานัง รออยู่ จองทัวร์ดานังกับ ทัวร์ครับ 5 คาเฟ่ในดานัง 1. Wonderlust Da Nang คาเฟ่ชื่อดังในตัวเมืองดานัง เมนูขึ้นชื่อมีหลายอย่างเลยค่ะ ทั้งเครื่องดื่มและขนม เครื่องดื่มที่ขึ้นชื่อสุดๆและทุกคนควรได้มาลิ้มลองนั้นก็คือเมนู ชานมอโลเวร่า นั้นเอง ตัวชาเขาหอม ละมุน รสติดหวานนิดหน่อยไม่มาก ร้าน Wonderlust นั้นหาไม่ยากเลยค่ะ อยู่ไม่ไกลจากโบสถ์สีชมพู เดินหากันได้ในระยะเพียงแค่ 500 เมตรเท่านั้น เปิดบริการทุกวัน : เวลา 07.30 - 23.00 น. พิกัดร้าน Wonderlust : แผนที่ 2. Ibasho coffee and hostel ร้านกาแฟดานัง ตกแต่งสวยที่ซ่อนตัวอยู่ในซอย ร้านสีขาวเล็กๆ ตกแต่งแบบสบายตา Ibsho Coffee and Hostel เป็นอีกร้านคาเฟ่ในดานังที่คิดว่าน่าจะได้ใจสายถ่ายรูปสุดๆไปเลย นอกจากนี้เครื่องดื่มเขาก็ยังดีอีกด้วย อ้อ มีกาแฟเวียดนาม ให้ลองชิมด้วยนะ ทางเราได้ลองสั่งลาเต้ร้อนไป ใช้ได้เลยแหละ นุ่มละมุนสุดๆ เปิดบริการทุกวัน : เวลา 07.00 - 22.00 น. พิกัดร้าน Ibsho Coffee and Hostel : แผนที่ 3. Ador Coffee คาเฟ่ดานังลับในหลืบที่แท้ทรู ใครจะมาปักหมุดไว้แล้วยังต้องสังเกตุทางเข้าร้านดีๆ เพราะทางเข้า Ador Coffee เล็กมากๆ แต่พอเข้ามาแล้วจะพบว่า มันดีมากค่ะคุณ ร้านร่มรื่นสุดๆ แถมมีมุมถ่ายรูปอีกได้แชะอีกเพียบ รอบนี้เราขอลองเปลี่ยนมาสั่งชาพีชบ้าง นอกจากนี้ร้านนี้ยังมีเมนู มะม่วงจิ้มเกลือ ด้วย เลยลองสั่งมาดู รสชาติไม่แย่ค่อนข้างไปทางอร่อยด้วย เปิดบริการทุกวัน : เวลา 06.00 - 22.00 น. พิกัดร้าน Ador Coffee : แผนที่ 4. Boulevard Gelato and Coffee ขอเปลี่ยนจากกาแฟในดานังมาเป็นร้านไอศครีมบ้างดีกว่า ร้านนี้เราบังเอิญไปเจอใน IG เลยลองตามรอยดูบ้าง ร้านหาไม่ยากเพราะอยู่ติดถนนเลย มาเยือนร้านนี้ต้องมาโดนไอศครีมโฮมเมด ที่ทางร้านทำเอง เราลองชิมรส Peanut Butter ไป มีความปลื้มส่วนตัว นอกจากนี้ร้านนี้ยังมีกาแฟเวียดนาม และเครื่องดื่มอื่นๆ ขายอีกด้วยนะ เปิดบริการทุกวัน : เวลา 07.30 - 22.00 น. พิกัดร้าน Boulevard Gelato and Coffee : แผนที่ 5.The Memory Danang สำหรับคนที่ชื่นชอบกาแฟจริงๆ แนะนำมาร้าน The Memory Danang เลยค่ะ ร้านอยู่ไม่ไกลจาก Khe Beach อยู่ด้านล่างโรงแรม The Memory กาแฟที่ร้านนี้เขาคัดสรรมาอย่างดี กาแฟหอมมาก โดยเฉพาะ กาแฟเวียดนาม แถมร้านตกแต่งอย่างมีสไตล์ ใครสายฮิปเตอร์ต้องถูกใจร้านนี้แน่นอน นอกจากกาแฟและเครื่องดื่มแล้ว ร้านนี้ยังมีครัวซองค์ขายด้วย เราลองทั้งไส้ครีมลาวาไข่เค็มและไส้ช็อกโกแลต อร่อยทั้ง 2 รสชาติเลยแหละ เปิดบริการทุกวัน : เวลา 08.00 - 22.00 น. พิกัดร้าน The Memory Danang : แผนที่ ดานัง นอกจากจะมีคาเฟ่ชิลๆ ให้เราได้ไปเป็น Cafe Hopper แล้ว ยังมีสถานที่อื่นๆอีกมากมายที่น่าสนใจ ที่สำคัญการเดินทางจากไปท่องเที่ยวที่เวียดนามก็ไม่ยากอีกด้วย ใช้เวลาการเดินทางเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงจากกรุงเทพมหานคร และที่สำคัญ ค่าครองชีพที่เวียดนามยังไม่แพงเกินไปอีกด้วย เราสามารถเที่ยวแบบกินหรูอยู่สบายในราคาไม่แพง ใช้เวลาเที่ยวน้อย ใครที่มีวันหยุดไม่เยอะลองมาเที่ยวที่ดานังดูนะคะ ใช้เวลาเพียง 2-3 วันก็ได้รับประสบการณ์ดีๆ กลับไปแล้วล่ะ จองทัวร์ดานังกับ ทัวร์ครับ
ไปเที่ยวเกาหลี กินอะไรดี? แนะนำ 10 ของกินในเกาหลีไปเที่ยวแล้วต้องได้กิน
พากิน
เกาหลี
ไปเที่ยวเกาหลี กินอะไรดี? แนะนำ 10 ของกินในเกาหลีไปเที่ยวแล้วต้องได้กิน
เกาหลี เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนไทยไปเที่ยวเเยอะ แต่ละคนที่ไปเที่ยวเหตุผลก็แตกต่างกันไป แต่เชื่อว่าหลายๆ คนที่ไปเที่ยวเกาหลี เพราะอยากลิ้มรสอาหารเกาหลี อาจจะอินกับซีรี่ย์เกาหลี หรือเหตุผลอะไรก็ตามซึ่งเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีของกินเยอะอีกแห่งหนึ่งไม่ว่าจะเป็น อาหารประจำชาติของเกาหลีเอง ซึ่งก็เสริมทัพด้วยของกินที่เป็น Street Food ก็เพียบ ใครที่ชอบกินอาหารเกาหลี ไม่ควรพลาดกับ 10 อาหารที่ ทัวร์ครับ รวบรวมมาให้แล้วว่า เด็ดครับ! ตอนนี้การไปเที่ยวเกาหลีก็สบายมากๆ ไปเที่ยวกับทัวร์ก็สะดวกสุดๆ ไม่ต้องไปแพลนที่เที่ยวหาที่กินให้ยุ่งยาก โดยเฉพาะถ้าได้จองไปเที่ยวเกาหลีกับทัวร์ครับ เว็บไซต์ที่รวบรวมทัวร์ที่ดีที่สุดไว้ให้คุณมากมาย เชื่อได้เลยว่า ทริปเที่ยวเกาหลีครั้งนี้จะสนุกและ กินอาหารได้แบบอร่อยจัดเต็มแน่นอน จองทัวร์เกาหลี กับ ทัวร์ครับ 10 อาหารเกาหลีห้ามพลาด 1.ปิ้งย่างเกาหลี มาเที่ยวเกาหลีทั้งที อาหารที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือ อาหารประเภทปิ้งย่างนี่แหละ ร้านปิ้งย่างในเกาหลี มีให้เลือกหลากหลายค่ะ ส่วนมากจะเน้นให้สั่งเป็นเซ็ตแล้วเซ็ตของเขาคือใหญ่เลย เหมาะแก่การกินแชร์มากกว่า 2 คนก็กินเหลือ ร้านปิ้งย่างที่นี่มีทั้งหมูและเนื้อชอบกินเนื้อสัตว์แบบไหนก็เลือกได้เลย นอกจากนี้ที่ร้านปิ้งย่างเกาหลี ยังมีเมนูอาหารอื่นๆ ให้เลือกอร่อยหลายอย่าง แนะนำให้ลองสั่งเพิ่มมากินก้วยก็ดี ไม่ว่าจะเป็น ซุปกิมจิ บิบิมบับ ความพิเศษของอาหารปิ้งย่างของเกาหลี คือความอลังการของเครื่องเคียงนี่แหละ อย่าง ผักสด กิมจิก็มีหลากหลายแบบให้เราเลือกอร่อยได้ 2. ขาหมูพะโล้ ใครยังไม่รู้ก็ได้รู้ตอนนี้เลยว่า ที่เกาหลีขาหมูพะโล้ก็อร่อยนะ เราได้ลองกินแล้วขาหมูที่เกาหลีอร่อยไม่แพ้ที่ไทยเลย แต่ที่ไทยจะมีน้ำๆ เยอะหน่อย และเครื่องเคียงบ้านเราจะเป็นน้ำจิ้มเปรี้ยวๆ ผักดอง ขอบอกว่า แต่ที่เกาหลีจะเสิร์ฟมาแบบไม่ซุป มาพร้อมพร้อมกับน้ำจิ้มบ้านเขาก็คนละแบบกับเรา มีกระเทียม พริก มาพร้อมที่ตัวขาหมู เนื้อนุ่มๆ กินง่ายมากๆ กินเปล่าก็อร่อยกินกับข้าวเกาหลีก็พอได้เหมือนกัน เป็นอีกหนึ่งเมนูเมื่อเรามาเที่ยวเกาหลีแล้วต้องห้ามพลาดที่จะลองกินดูสักครั้ง 3. บิบิมบับ อีกหนึ่งอาหารเกาหลีที่หลายคนอาจเคยกินที่ไทยแล้ว แต่เชื่อเราเหอะว่า ไปกินที่เกาหลีฟินกว่าแน่นอน บิบิมบับเป็นเมนูแรกๆ เลยที่หลายๆ คนจะนึกถึงเมื่อพูดถึงอาหารเกาหลี บิบิมบับที่เกาหลีหากินไม่ยากเลยค่ะ สามารถสั่งกินได้ตามร้านอาหารทั่วไป แต่ละร้านก็จะมีสูตรบิบิมบับแตกต่างกันออกไป ซึ่งแต่ละร้านก็รสชาติต่างกัน แต่เท่าที่ลองมาคือ อร่อยทุกร้านเลย 4. ปูดองซีอิ๊ว อีกหนึ่งเมนูฮิตที่เกาหลีที่ห้ามพลาด ถึงแม้ว่าในเมืองไทยจะเปิดขายหลายร้านมากแล้ว เชื่อว่าหลายคนต้องเคยได้ลิ้มรสอรร่อยกันบ้างแล้ว แต่ว่าถ้าได้ไปเที่ยวเกาหลีแล้วได้กินถึงถิ่นคือ ฟินกว่าแน่นอน ปูที่นี่เขาใช้ปูม้าซึ่งที่ไทยก็ใช้ปูม้าเช่นกันจากนั้นก็หมักกับซีอิ๊ว บางร้านก็จะมีสูตรหมักกับโคชูจังด้วย ในเกาหลีมีร้านปูดองให้เลือกอร่อยหลายร้านให้ลองชิมเลย ซึ่งถ้าได้ไปกินอย่าลืมกินคู่กับเครื่องเคียงอย่างไข่ตุ๋นด้วยนะ เข้ากันสุดๆ จนต้องเบิ้ลปูหลายๆ ตัว 5. ต๊อกบกกิ จริงๆ แล้ว อาหารเกาหลีนอกจากเมนูปิ้งย่างที่คนไทยคุ้นเคยดี ก็มีเมนูต๊อกบกกินี่แหละ เราจะไม่พูดถึงเมนูนี้คงไม่ได้ ต๊อกบกกิเป็นเมนูอาหารเกาหลีที่หาทานง่ายมากๆ ตามตลาดคนเดินกลางคืนเพียบเลยหลายร้านมาก จนไปถึงแบบกึ่งสำเร็จรูปในมินิมาร์ท หรือแม้แต่ในร้านอาหารใหญ่ๆ ก็มีเช่นกัน แต่ถ้าจะให้ฟีลแบบเกาหลีอย่างในซีรี่ย์ก็ต้องกินที่ร้านรถเข็นยืนกินนี่แหละเกาหลีแท้ ราคาก็ไม่แพง อาจุมม่าขายตามตลาดต่างๆ ถ้วยละ 2,500 วอนเอง 6. ไส้กรอกชุบแป้งทอด เป็นอีกหนึ่งเมนูสตรีทฟู้ดที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามตลาดในกรุงโซล ซึ่งเจ้าไส้กรอกทอดนี้มีทั้งแบบที่เป็นไส้กรอกอย่างเดียว หรือมีแต่ชีสรูปทรงเป็นไส้กรอกงี้ หรือเป็นทั้งไส้กรอกและไส้ชีส เดินผ่านร้านทีอดใจไม่ไหวกลิ่นนี่หอมให้เดินตามมายังหน้าร้าน ยิ่งพอเห็นรูปร่างแล้วรีบควักเงินเลย ขอไส้กรอกทอดไส้ชีสให้ไว ราดซอสทั้งหมดเท่าที่ร้านมี ลองไปหนึ่งไม่อิ่มอร่อยจุกๆ เลยค่ะ 7. ล๊อบเตอร์ย่างเนย ที่เกาหลีหาล็อปสเตอร์กินได้ง่าย ๆ เลยที่สตรีทฟู้ด ตลาดกลางคืนเมียงดงนี่แหละ ย่างกันหลายร้านเลย ถูกใจพ่อค้าแม่ค้าคนไหนก็ดิ่งตรงเข้าไปซื้อได้เลยค่ะ ล็อปสเตอร์ย่างเนยถือว่าเป็นอีกเมนูสตรีทฟู้ดที่ไม่อยากให้พลาดหากได้มาเดินช้อปปิ้งที่ถนนกลางคืนเมียงดง ไม่ต้องไปร้านอาหารหรูหรา ก็สามารถกินล็อปสเตอร์เนื้อแน่นๆได้ในราคาเพียง 15,000 วอนเท่านั้น 8.ซุนแด ใครที่เป็นแฟนคลับซีรีย์เกาหลีคงจะต้องคุ้นเคยกับเมนูนี้แน่ๆ เมนูซุนแดนี้ก็หาทานได้ไม่ยากอีกเช่นกันค่ะ สามารถตามหาได้ตามร้านรถเข็นทั่วๆไป ตามตลาดฮงแด หรือเมียงดง ก็มีขาย ซึ่งเมนูนี้มักอยู่ร้านเดียวกันกับต๊อกบกกิ ราคาไม้ละ 2,000 วอนขึ้นไป กินเพลินๆ อาจจะหมดไปหลายไม้โดยไม่รู้ตัว นอกจากซุนแดแล้ว ยังมีพวกไส้กรอกหมูทั่วๆไป ต๊อกเสียบไม้ รวมไปถึงพวกปลาแผ่นต่างๆ ก็มีขายด้วยเช่นกัน 9. คเยรันปัง เห็นตอนแรกคล้ายๆ ขนมปังหน้าหมูบ้านเราเลย แต่จริงๆ แล้วคือ ขนมปังหน้าไข่ ในเกาหลีหากินไม่ยาก เรียกได้ว่าง่ายสุดๆ เลยก็ได้ ตามตลาดชื่อดังต่างๆ ก็มีหลายร้านให้เลือกอร่อย กลิ่นหอมด้วยนะ ด้านล่างของขนมจะเป็นขนมปังนิ่มๆ เหมือนแป้งแพนเค้ก ท็อปด้วยไข่ดาวใช้ไฟเบิร์นที่ไข่ดาวพอมีความเกรียมเล็กๆ อร่อยใช้ได้เลย ในส่วนของราคาไม่แพง เพียงแค่ชิ้นละ 2,000 วอนเท่านั้นเอง หรือประมาณ 50-60 บาท 10. ไก่ทอดกับต๊อกคลุกซอส ปิดท้ายเมนูอาหารเกาหลีห้ามพลาดด้วย ไก่ทอดและต๊อกคลุกซอส จริงๆ คือชอบเมนูนี้มาก ด้วยความกรอบของไก่ทอดคลุกกับซอสที่มีรสชาติหวานปนเผ็ดนิดๆ และต๊อกที่ทำไว้แบบกรอบนอกนุ่มใน กินแล้วเพลินมาก กินตอนร้อนๆ คือฟินที่สุด ใครชอบรสจัดเผ็ดสไตล์เกาหลีห้ามพลาดเมนูนี้เด็ดขาด อาหารเกาหลี ยังมีอีกหลายเมนูที่เราได้ลองกินแล้วชอบ แต่คัดมาให้ 10 เมนูเพราะลองแล้วชอบสุดๆ ใครกำลังไปเที่ยวเกาหลี ก็อย่าลืมตามไปเก็บให้ครบทั้ง 10 เมนูนี้แล้วกัน รับประกันว่า อร่อยแทบทุกเมนู ตั้งแต่เมนูตามร้านอาหารดังๆ จนถึงเมนู Street Food บางทีการเดินเล่นที่ตลาดกลางคืนเกาหลี อาจจะทำให้คุณอิ่มได้โดยไม่รู้ตัว
10 ร้านอาหาร ออสเตรเลีย ถูกปาก ‘คนไทย’ ติดใจ ‘ชาวออสซี่’
พากิน
ออสเตรเลีย
10 ร้านอาหาร ออสเตรเลีย ถูกปาก ‘คนไทย’ ติดใจ ‘ชาวออสซี่’
เอาเป็นว่าวันนี้ ทัวร์ครับ เราจะแนะนำร้านอาหารออสเตรเลียที่รสชาติถูกปากคนไทย ในประเทศออสเตรเลีย ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าประเทศเขาสไตล์รสชาติอาหารจะสะท้อนภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในแต่ละท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี บางคนที่รู้ตัวว่าฉันไม่ไหวแน่ ประเทศเขาก็มีร้านอาหารฟาสฟู้ดแมสๆ ทั่วไปให้บริการเช่นกัน แต่ถ้าใครคิดว่าไปถึงที่ทั้งทีจะไม่ลองก็เหมือนมาไม่ถึง มาดูร้านอาหารออสเตรเลียแนะนำกัน ก่อนไปตะลุย 5 เมืองยอดฮิตในออสเตรเลีย กันดีกว่าา 1.ฝากท้องตอนเช้าไว้ที่ร้าน The Local Mbassy พิกัด :The Local Mbassy เช้าๆ แบบนี้ตื่นขึ้นมาถ้าที่โรงแรมไม่ได้มีอาหารเช้าให้แนะนำให้มาที่ร้านนี้เลย The Local Mbassy จะดีแค่ไหนถ้ากาแฟหอมๆ สักแก้วทานคู่กับแพนเค้ก หรือมัฟฟิ่นนุ่มๆ ในยามเช้า โอ้ยพูดแล้วก็น้ำลายสอ รสชาติของเขาก็ทานง่าย ชาวไทยอย่างเราสบายมาก เพราะซิดนีย์เขาขึ้นชื่อเรื่องคนไทยอยู่เยอะแล้วเพราะฉะนั้นการจะหาร้านของอร่อยนั้นไม่ยากแน่นอน cr.http://chewyourchow.org 2.ขนมหวานสุดอลังการทีร้าน The Vogue Cafe พิกัด :The Vogue Cafe ยังอยู่กันที่ขนมหวานอย่างร้าน The Vogue Cafe ใครคอขนมหวานแนะนำร้านอาหารออสเตรเลีย ร้านนี้เลย เมนูเด็ดแนะนำของเขาก็คือ มิลค์เชค ที่มีให้เลือกหลากหลายหน้าตา และหลายรสชาติให้เพื่อนๆ ได้ลิ้มลองกัน เชื่อว่าสาวๆ หลายคนน่าจะชอบร้านนี้ เพราะหน้าตาของขนมน่ะคิ้วท์สุดๆ ทุกจานเลยก็ว่าได้ 3.มาการองร้าน Zumbo pastry จากเชฟชื่อดัง มาการองที่เราเคยกินกันนี่แหละ แต่ ! จะบอกว่าที่นี่เขาแตกต่างจากร้านอาหารออสเตรเลียร้านอื่นเพราะเป็นของเชฟชื่อดังอย่าง Anraino Zumbo แถมเขายังมีชื่อเรียกเก๋ๆ ที่ไม่ซ้ำใครจากมาการองเป็น Zumbaron ใครมาเที่ยวซิดนีย์แล้วอยากรู้ว่าจะอร่อยขนาดไหนแนะนำร้านนี้เลย รับรองว่าหาทานไม่ได้ที่ไทยแน่นอน 4. Bennelong ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ใน Sydney Opera House พิกัด :Sydney Opera House ไปเมืองซิดนีย์ทั้งทีเชื่อว่าหลายคนต้องไม่พลาดไป Sydney Opera House แน่นอนเพราะฉะนั้นไหนๆ ก็ไปแล้วแนะนำให้ไปลองทานร้านอาหารของเขาดูอย่างร้าน Bennelong ที่ได้เชฟชื่อดังมากฝีมืออย่าง Peter Gilmore มารังสรรค์เมนูรสชาติถูกปาก พร้อมกับชมวิว Harbour Bridge ไปเพลินๆ ระหว่างลิ้มลองรสชาติอาหารอีกด้วย ถ้ายิ่งมาช่วงพระอาทิตย์ตกนะวิวเบอร์ล้านไปเลยจ้า ฟินกว่านี้หาได้ที่ไหนบอกฉันที cr.bennelong.com.au 5.จองโต๊ะกันข้ามเดือนที่ร้าน Quay restaurant เอาล่ะ แนะนำบอกเพื่อนๆ ก่อนเลยว่าถ้ามาออสเตรเลียแล้วจะแวะร้านนี้ต้องจองโต๊ะนะจ๊ะ กันเหนียว กันพลาดเนอะ แนะนำว่าจองไว้ก็ดีกว่าจะไม่ได้เสียเที่ยว ร้านนี้ฝีมือเชฟชื่อดังมากฝีมืออย่าง Peter Gilmore อีกเช่นกัน แต่คุณภาพวิวก็สุดๆ ไปเลย สามารถชมสะพาน Harbour Bridge และ Sydney Opera House ได้อีกด้วย แถมเขายังได้รางวัลการันตีว่าเป็น The World’s 98 Best Restaurants ของ ปี 2016 อีกด้วย ไม่แปลกใจที่เราจะต้องจองคิวกันล่วงหน้าเบอร์นี้ แต่ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคาทั้งวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและอาหารรสชาติดีงามทุกจาน 6.คาเฟ่อาหารที่ Brewtown Newtown พิกัด :Brewtown Newtown ร้านอาหารออสเตรเลีย อารมณ์เหมือนคาเฟ่บ้านเราที่จะผสมคาเฟ่เข้ากับร้านอาหาร มีทั้งเครื่องดื่ม กาแฟ ขนม ไปจนถึงอาหารหนักๆ พอให้อิ่มท้อง จบไปเลยในร้านเดียว เมนูก็มีให้เลือกมากหน้าหลายตา แต่ Recommend ที่อยากจะแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ไปลองกันก็คือ ขาหมูอบชีส รับรองว่าถูกปากคนไทยอย่างเราแน่นอน หรือจะเป็นพวกเบอร์เกอร์ง่ายๆ ทางร้านเขาก็มีให้บริการ 7.ย้อนยุคไปกับ Big Daddy's Burger Bar ตัวร้านตกแต่งด้วยโซฟา และผนังสีแดง ตัดขาวให้บรรยากาศแบบยุคคลาสสิคแบบในหนังยังไงยังงั้นเลย เรื่องเมนูคงไม่ต้องพูดถึงก็เขาเป็นร้านเบอร์เกอร์เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเบอร์เกอร์ ไก่ หมู เนื้อ เบคอน อร่อยหมดจ้า ใครสายฟาสฟู้ดแต่เบื่อร้านดังๆ แมสๆ ทั่วไป Big Daddy's Burger Bar คือคำตอบ เว็บไซต์ร้าน : http://www.bigdaddysburgerbar.com.au 8.ชิมเนื้อเสต็กคุณภาพที่ร้าน Steersons Steakhouse หั่นสเต็กเนื้อนุ่มๆ เคล้ากับบรรยากาศของร้าน มองเห็นวิวแม่น้ำ Darling Harbour อะไรจะดีไปกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ร้านอาหารออสเตรเลีย ร้านนี้โดดเด่นเรื่องของสเต็ก ใครชอบเนื้อไหนสั่งได้ตามใจไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว เนื้อแกะ หรือแม้แต่เนื้อจิงโจ้ ได้ยินไม่ผิดหรอก มันคือเนื้อจิงโจ้จริงๆ ใครไม่กินชาวออสกินจ้า ที่นี่เขายกให้เนื้อจิงโจ้เป็นอาหารท้องถิ่นอันดับ 1 เลยก็ว่าได้ รสชาติเนื้อฉ่ำๆ อันแสนอร่อยบวกกับน้ำสเต็กสูตรพิเศษ ชาวไทยเราอาจจะ หืม กินได้จริงเหรอ สาเหตุที่เขาหันมากินเนื้อจิงโจ้ และผลักดันให้คนออสซี่ทานเนื้อจิงโจ้อย่างจริงจังก็เพราะเห็นว่าประชากรจิงโจ้เริ่มเยอะล้นประเทศ แต่ก็ยังมีคนบางส่วนไม่เห็นด้วยกับการทานเนื้อของสัตว์ประจำชาติตัวเองอยู่ แต่สำหรับคนไทยเราถ้าอยากจะลองทานเขาก็มีให้ลองกัน แต่ถ้ายังรู้สึกว่าแปลกเกินไปเขาก็มีเนื้ออย่างอื่นให้ชิมกัน หรือจะเป็นอกไก่ ราดด้วยซอสสีเขียว Pea puree ก็น่าสนใจไม่น้อย เว็บไซต์ร้าน : http://steersons.com 9.อาหารไทยในออสเตรเลีย Caysorn Thai ออสเตรเลียนั้น ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีคนไทยไปอยู่เยอะพอสมควรเพราะฉะนั้นร้านอาหารไทยก็เยอะมากตามมาด้วยเช่นกัน อย่างร้าน Caysorn Thai ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่ได้รับความสนใจจากต่างชาติและชาวไทยที่ไปอาศัยอยู่ที่นั่นอีกเช่นกัน รสชาติเข้มข้นถูกปากแน่นอนเพราะเป็นอาหารปักษ์ใต้ โดดเด่นเรื่องขนมจีนน้ำยาไตปลา ใครที่เบื่ออาหารแถบยุโรปอยากลิ้มลองอาหารไทยในต่างถิ่นดูบ้าง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งช้อยส์ที่น่าไปลองกัน 10.ร้านอาหารชื่อดังในรีวิวร้าน Pancake on the rock พิกัด :Pancakes On The Rocks ถ้าใครอ่านรีวิวร้านอาหารกันบ่อยๆ ร้านนี้ก็มักจะติดอยู่ในลิสต์ร้านอาหารออสเตรเลีย อยู่เสมอ เมื่อเข้าไปในร้านจะเจอแต่คนเอเชียเป็นส่วนใหญ่อาจจะเพราะตามรีวิวกันมาเหมือนกับเรานี่แหละ เมนูที่เราจะแนะนำในวันนี้ก็ต้องเป็นพิซซ่าอยู่แล้วอย่าง Smoked Ham pizza พิซซ่าเนื้อบางตามแบบฉบับชาวออสซี่ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่ามาลองกัน ปิดท้ายด้วยแพนเค้ก ก็ตามชื่อร้านเขาไม่ได้กินก็เหมือนจะมาไม่ถึงจริงไหม เมนูแพนเค้กที่เรากินในวันนี้ก็คือ Strawberry Patch แพนเค้กสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตเนื้อฉ่ำๆ มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานรับรองว่าอร่อยถูกปาก สำหรับใครสนใจอยากไปเที่ยว ทัวร์ออสเตรเลีย กับทัวร์ครับ สามารถสอบถามหรือดูแพ็คเกจได้ที่ >> ทัวร์ออสเตรเลีย ราคาสุดคุ้ม
ไปพม่ากินไรดี? แนะนำเมนูสุดชิคกับ 5 ร้านอาหารดังในพม่า
พากิน
พม่า
ไปพม่ากินไรดี? แนะนำเมนูสุดชิคกับ 5 ร้านอาหารดังในพม่า
1. Rangoon Tea House ร้านอาหารดังพม่าแบบฟิวชั่น ที่นำอาหารพม่าดังมาทำให้ดูโมเดิร์น และมีรสชาติที่ถูกปากนักท่องเที่ยวมากขึ้น ถือว่าเป็นร้านดังประจำย่างกุ้งที่ใครๆ ก็ต้องแวะมาเลยครับบอกแท็กซี่คันไหนก็ไปถูก ถามชาวพม่าคนไหนก็รู้จัก แถมร้านก็ตั้งอยู่ใจกลางเมืองใกล้กับ City Hall เลยด้วยล่ะ ดังนั้นใครที่มีแพลนเที่ยวพม่า สามารถจัดได้เลยตรงนี้ครับเที่ยวพม่า เมนูของร้านนี้ที่เราอยากแนะนำเลยคือ Coconut Noodles จะเป็นเส้นคล้ายๆ ขนมจีน ทานคู่กับแกงที่คล้ายๆ แกงเขียวหวานบ้านเรา อร่อยและหอมมากๆ ส่วนอีกเมนูที่เห็นโต๊ะไหนก็สั่งก็คือ The Chicken Biryani จะเป็นข้าวและไก่อบเครื่องเทศ เสิร์ฟมาในหม้อและปิดฝาด้วยแป้งโรตี ทานแล้วเข้ากันอร่อยมากๆ เลยครับ ต้องลองจริงๆ นะครับ ส่วนราคาของร้านนี้เฉลี่ยแล้วตกคนละประมาณ 10,000 จ๊าด (200 บาท) อาจจะแพงไปหน่อย แต่อร่อยคุ้มแน่นอนครับ Facebook :Rangoon Tea House - ရန္ကုန္တီးေဟာက္စ္ พิกัด : Ground Floor, 77-79 Pansodan Street (Lower Middle Block), Between MahaBandoola and Merchant Road (opposite Shwe Bank), 11182 Yangon 2. Feel Myanmar Restaurant ทานอาหารพม่าแบบฟิวชั่นกันไปแล้ว เปลี่ยนมาทานร้านอาหารพม่าแบบต้นตำรับบ้างนะครับร้านนี้มีหลายสาขาทั่วเมืองย่างกุ้งเลย เป็นร้านคล้ายๆ ร้านข้าวแกงบ้านเรา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย เข้าไปถึงเราก็เดินไปชี้ๆ สั่งๆ ได้ที่ตู้เลยครับ จากนั้นก็ไปนั่งรอที่โต๊ะก็จะมีพนักงานนำกับข้าวที่เราเลือกมาเสิร์ฟ พร้อมกับชุดน้ำพริก-ผักสด ข้าวเปล่า และน้ำซุป (ฟรี) เมนูร้านนี้ค่อนข้างทานง่าย เพราะหน้าตาก็คล้ายๆ อาหารบ้านเราน่ะแหละ แต่ที่อยากให้ลองสั่งมาชิมเลยก็คือ มัสมั่นแพะ อร่อยมากๆ เลยครับ ไม่มีกลิ่นสาป และเนื้อก็ไม่เหนียวเลย เปิดประสบการณ์มากๆ ส่วนอีกเมนูที่แนะนำให้สั่งมาเซฟๆ คือ ปลาหมึกทอดกระเทียม รสชาติดีมาก และปลาหมึกไม่เหนียวเลย ทานแล้วอยากทานอีกแน่นอน สำหรับร้านนี้ควักจ่ายแค่คนละประมาณ 5,000 จ๊าด (100 บาท) ก็อิ่มพุงกางได้สบายๆ ครับ พิกัด :124 Pyidaungzu Yeiktha Street, Yangon, Myanmar (Burma) 3. 999 Shan Noodles ร้านอาหาร Local ชื่อดังของย่างกุ้ง ขายแต่ก๋วยเตี๋ยวอย่างเดียว แต่เป็นก๋วยเตี๋ยวที่อร่อยมากๆ เลยครับ จริงๆ แล้วเมนูเด่นๆ ของร้านนี้ก็คือ ก๋วยเตี๋ยวรัฐฉาน ที่มีขายตามข้างทางทั่วไป แต่เราขอแนะนำให้มานั่งทานในร้านจะดีกว่านะครับ ร้านนี้อยู่แถวๆ ย่านไชน่าทาวน์ หาไม่ยากครับ สังเกตุง่ายๆ คือคนจะเยอะมาก ยิ่งช่วงบ่ายๆ รอคิวนานเลยล่ะครับ เมนูแนะนำ ที่นอกจากก๋วยเตี๋ยวรัฐฉานที่ควรสั่งแล้ว ยังมี เต้าหู้ทอด ที่บอกเลยว่ากรอบนอกนุ่มใน อร่อยมากๆ เหมือนทานเฟรนช์ฟรายอยู่เลย กับไข่ผัดมะเขือเทศครับ อันนี้จะมีความหอมเนย รสชาติกลมกล่อม ทานเรียกน้ำย่อยเพลินๆ ได้เลยล่ะครับ ร้านนี้ราคาถูกมากๆ เพราะสนราคาแล้ว ควักจ่ายแค่คนละประมาณ 2,000 - 3,000 จ๊าด เองครับ (60 - 80 บาท) ขอบคุณข้อมูลจากmingalago พิกัด :130b, 34th St, Yangon, Myanmar (Burma) 4. Minn Lan Seafood Restaurant ย่างกุ้งนี่ขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารทะเลเลยนะครับ เพราะมีความสดมากกกก และมีแต่ของดีๆ ทั้งนั้น เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนรัก Seafood เลยครับ และสำหรับใครที่มาพม่า และกำลังมองหาร้านซีฟู้ดดีๆ ก็ต้องร้านนี้เลย เป็นร้านชื่อดัง ที่อร่อย ถูก และของสดมากๆ ครับ แถมมีหลายสาขาให้เลือกด้วยนะ เมนูแนะนำคือ กุ้งเผาตัวโตๆ เนื้อแน่นๆ มันกุ้งเยิ้มๆ เผามากำลังพอดี จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดฟินๆ อร่อยมากครับ กับอีกเมนูคือ ปลานึ่งมะนาว ที่มาในไซส์ใหญ่มากๆ เนื้อนุ่ม รสชาติดีไม่มีกลิ่นคาวเลยล่ะครับบอกได้คำเดียวว่ามื้อนี้ดีสุดๆ แถมได้ยินราคาแล้วจะตกใจ เพราะหารกันออกมาเฉลี่ยแล้วประมาณคนละ 12,000 จ๊าด (240 บาท) เองครับ พิกัด :No. 361 ShweGonDaing Street Near City Mart, Yangon (Rangoon) 11111 Myanmar 5. Golden Duck Restaurant ปิดท้ายกันที่ร้านอาหารจีน ที่เผื่อใครไม่อินกับอาหารพม่าจะได้จดชื่อร้านนี้ไว้เป็นตัวเลือก ร้านนี้มีหลายสาขา แต่สาขาที่แนะนำให้ไปทานเลยคือ สาขาที่อยู่ริมทะเลสาป Kan Taw Minครับ เพราะสามารถมองเห็นวิวมหาเจดีย์ชเวดากองได้ชัดจากที่ร้านเลย ฟินสุดๆ พิกัด :Shwedagon Pagoda Road | Kan Taw Mingalar Garden Compound, Yangon (Rangoon), Myanmar มาแล้วต้องสั่งเมนูแรกเลยคือ เป็ดย่างหนังกรอบ ที่ย่างมาได้กำลังพอดี ทานกับซอสพริกเข้ากันสุดๆ กับอีกเมนูเลยคือ กุ้งผัดกระเทียม ย้ำนะครับว่า กุ้งผัดกระเทียม ไม่ใช่กุ้งทอดกระเทียมน๊า รสชาติจะหอมๆ กลมกล่อม และที่สำคัญทุกเมนูของร้านนี้ไม่อมน้ำมันเลย ถูกปากคนไทยเราแน่นอนครับ ส่วนราคาก็ค่อนไปทางสูงนิดนึง ด้วยเพราะเป็นอาหารระดับภัตตาคาร เลยสนราคาอยู่ที่คนละประมาณ 15,000 จ๊าด (300 บาท)ครับ และนี่ก็เป็น 5 ร้านอาหารดัง ที่เราอยากแนะนำกัน แต่บอกเลยว่ายังมีอีกหลายร้านเลยนะครับที่มีอาหารรสชาติดีๆ ไม่ว่าจะเป็นร้าน BBQ ย่านไชน่าทาวน์, ร้าน Hotpot ใกล้กับเจดีย์ชเวดากอง รวมไปถึงร้านหมูจุ่ม ที่เป็น Street food ต้องลองอีก โอ๊ยย~ เพียบ บอกเลยว่าพม่าเนี่ยเหมาะกับสายกินสุดๆ เลยล่ะครับ
ครบรอบไปไหนดี ! แนะนำ 10 Rooftop บนดาดฟ้า สวีทไปกว่านี้ไม่มีแล้ว
พากิน
ครบรอบไปไหนดี ! แนะนำ 10 Rooftop บนดาดฟ้า สวีทไปกว่านี้ไม่มีแล้ว
1.Red Sky : ราชประสงค์ หากใครอยากไปดินเนอร์ที่รูฟท็อปใจกลางเมือง ก็ต้องที่นี่เลยค่ะ เพราะร้าน Res Sky ตั้งอยู่บนชั้น 55 ของโรงแรม Centara Grand at CentralWorld นั่นเอง แล้วบอกเลยว่าวิวของที่นี่เป็นแบบ 360 องศาเลยทีเดียว แถมอาหารยังอร่อยมาก ทั้งอาหารไทย และอาหารฟิวชั่น บอกเลยว่าเหมาะสมกับการดินเนอร์ในมื้อค่ำวันวาเลนไทน์สุดๆครับ 2. Park Society : สาทร บนชั้น 29 และ 30 ของโรงแรม So Sofitel สาทร คือที่ตั้งของ Park Society ร้านอาหารและบาร์ที่มีอาหารทานง่าย รสชาติอร่อย และเดินทางสะดวกอีกด้วย วิวของร้านนี้คือสีสันไฟของตึกหลากหลายที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง และสวนลุมพินี ปอดใหญ่ใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ เราครับ ใครอยากไปสัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติกแบบนี้ รีบจองโต๊ะนะครับ 3. Octave : ทองหล่อ เค้าว่ากันว่าที่นี่คือหนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ที่สวยงามที่สุดของกรุงเทพฯ เลยนะครับ เพราะตั้งอยู่บนชั้น 45 - 46 ของโรงแรม Bangkok Marriott Hotel Sukhumvit 57 และยังมีชั้น 49 อีกที่ไว้สำหรับนักดื่มโดยเฉพาะ เมนูของที่นี่อาจจะมีให้เลือกไม่มากนัก ส่วนมากจะเป็นอาหารสไตล์เอเชียนฟิวชั่นให้ทานคู่กับค็อกเทล แต่ไม่ต้องห่วงเพราะเมนูของที่นี่ทุกจาน เชฟรังสรรค์มาเป็นอย่างดีเลยล่ะครับ 4. Three Sixty : เจริญนคร เอาใจชาวฝั่งธนกันบ้าง กับร้านอาหารรูฟท็อปวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บอกเลยว่าวิวสวยไม่แพ้ร้านรูฟท็อปใจกลางเมืองเลยล่ะครับ ร้านตั้งอยู่บนชั้น 31 - 32 ของโรงแรม Millenium Hilton และพิเศษตรงที่สามารถเลือกนั่งได้ 2 ฝั่งตามใจชอบ คือฝั่งพระนครที่เป็นวัดต่างๆ และฝั่งสาธรที่เป็นตึกสูง สำหรับอาหารที่นี่มีให้เลือกหลากหลาย เสิร์ฟเป็นคอร์ส และราคาไม่แพงอย่างที่คิดครับ 5. The Speakeasy : หลังสวน หากใครชอบทานอาหารยุโรป อาหารฝรั่งเศส อยากบอกว่าจองร้านนี้ด่วนๆ เพราะบนชั้น 24 - 25 ของ Hotel Muse Bangkok กับร้าน The Speakeasy คือร้านที่เหมาะสมมากๆ ที่จะมาดื่มด่ำกับบรรยากาศดีๆ และอาหารรสชาติอร่อย นอกจากนี้ค็อกเทลของที่ดีก็เริ่ดมากๆ บวกเข้ากับเพลงเพราะๆ ที่ดีเจเปิด จะกลายเป็นมื้อที่ฟินสุดๆ ไปเลยล่ะครับ cr. https://hotelmusebangkok.com 6. Above Eleven : นานา ถึงจะชื่อ Above Eleven แต่ร้านนี้ก็อยู่ชั้นสูงกว่านั้นเยอะ เพราะอยู่ที่ชั้น 33 ของโรงแรมเฟรเซอร์ สวีทส์ สุขุมวิท 11 ครับ ที่นี่เสิร์ฟอาหารที่เรียกว่า นิเคอิ เป็นการผสมผสานอาหารญี่ปุ่นและเปรู ที่เข้ากันได้ดีและลงตัวมากๆ เลยล่ะครับ และยังเป็นร้านรูฟท็อปชื่อดังอันดับต้นๆ อีกด้วย เพราะฉะนั้นใครเล็งร้านนี้ไว้อย่ารอช้านะครับ รีบยกหูขึ้นมาโทรไปจองด่วนๆ เลย cr. https://www.timeout.com 7. Sirocco & Sky Bar : เจริญกรุง อีกหนึ่งร้านรูฟท็อปชื่อดัง ที่ถ้าหากอยากไปสัมผัสบรรยากาศสุดพิเศษ และมื้อค่ำแสนอร่อยต้องรีบจองคิวแต่เนิ่นๆ มาที่นี่จะได้เห็นวิวสวยสะใจ เพราะตั้งอยู่บนชั้น 63 ของโรงแรมเลอบัวครับ ที่นี่เสิร์ฟอาหารสไตล์เมดิเตอเรเนียน ที่บอกได้เลยว่ารสชาติดีมากๆ จนเป็นที่ถูกอกถูกใจทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ดังนั้นจะรอช้าอยู่ไยคะ รีบโทรไปจองโต๊ะด่วน! cr. https://www.timeout.com 8. Vertigo and Moon Bar : สาทร ร้านรูฟท็อปสุดยอดของความโรแมนติด เหมาะกับคู่รักที่สุดแล้วในย่านนี้! เพราะทุกโต๊ะของ Vertigo and Moon Bar นั้นจะถูกตกแต่งด้วยเทียนไข สร้างบรรยากาศสุดโรแมนติกได้เป็นอย่างดี ทั้งอาหารไทยแบบฟิวชั่น ทั้งค็อกเทลหลากหลายเมนู รวมไปถึงการบริการแบบ Professional จะช่วยให้มื้อค่ำสุดพิเศษบนชั้น 61 ของโรงแรมบันยันทรี กลายเป็นมื้อที่ลืมไม่ลงเลยครับ cr.http://www.bangkok.com 9. Brewski : วัฒนา หากใครไม่ใช่สายค็อกเทล แต่เป็นสายคราฟต์เบียร์ ก็ต้องที่นี่เลยครับ เพราะบนชั้น 30 ของโรงแรม Radisson Blu Hotel เป็นบาร์ที่จะทำให้เพื่อนๆ ได้ลิ้มลองคราฟต์เบียร์ถึง 12 แท็บที่ส่งมาจากทุกมุมโลก ไปพร้อมๆ กับอาหารไทย และอาหารยุโรปฟิวชั่น รวมไปถึงบรรยากาศโรแมนติก วิวสวยๆ บนตึกสูงย่านอโศก เพลิดเพลินบรรเทิงใจสุดๆ 10. Sky View : เกษตร - นวมินทร์ ปิดท้ายกันที่รูฟท็อปโซนกรุงเทพฯ ชั้นนอกกันบ้าง หากใครมองหาร้านอาหารรูฟท็อปที่เป็นวิวกว้างๆ ไม่ใช่วิวตึกสูงใจกลางเมืองก็ต้องที่นี่เลย แต่ขอบอกก่อนว่าที่นี่จะเน้นไปที่การดื่ม จำพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือค็อกเทลมากกว่า ส่วนอาหารจะเสิร์ฟเป็นพวกสแน็ค หรือของทานเล่น เพราะฉะนั้นหากใครเน้นทานข้าว ร้านนี้อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่นะครับ และนี่ก็เป็น 10 ร้าน Rooftop ที่ทัวร์ครับนำมาฝากกัน เพื่อนๆ คนไหนอยากสร้างบรรยากาศโรแมนติก เติมความหวาน โชว์ความสวีทกับคนรักในวันครบรอบก็จัดไปอย่าให้เสีย!
กองทัพต้องเดินด้วยท้อง! แนะนำ 10 ร้านดังในยุโรปชื่อดัง มีที่ไหนบ้างมาดูกัน
พากิน
ยุโรป
กองทัพต้องเดินด้วยท้อง! แนะนำ 10 ร้านดังในยุโรปชื่อดัง มีที่ไหนบ้างมาดูกัน
วันนี้ใครที่กำลังมีแพลนจะไปยุโรป เปิดมาเจอบทความนี้ถูกต้องแล้วครับ เพราะเราจะยกร้านอาหารชื่อดังในยุโรป ที่คนไทยเรานิยมไปทานกันและกลับมารีวิวเพียบ มาแนะนำให้รู้จักกัน ลองอ่านดูแล้วเลือกสัก 2 - 3 ร้านไปใส่ลงในแพลนด้วยนะ 1.Burger & Lobster : อังกฤษ เปิดมาที่ร้านแรก กับร้านชื่อดังในประเทศอังกฤษ ที่ดังถึงขนาดมาเปิดที่ไทยกันแล้วเลยทีเดียว! เป็นร้านง่ายๆ มีเมนูเพียง 4 เมนู ในราคา 20 ปอนด์ คือพวกเบอร์เกอร์ต่างๆ แต่ที่แนะนำสุดๆ ก็คงหนีไม่พ้นเมนูตามชื่อร้านอย่าง Lobster Roll ครับ จะเป็นล็อบสเตอร์อบมาในขนมปังกรอบๆ รสชาติหวานหอม ฉ่ำๆ บอกได้คำเดียวว่าห้ามพลาดจริงๆ นะครับ Website : https://www.burgerandlobster.com 2. Duck & Waffles : อังกฤษ ยังอยู่กันที่อังกฤษแต่ครั้งนี้จะพามาเยือนร้านอาหารที่ได้เห็นวิวของลอนดอนได้ทั่ว เพราะตั้งอยู่บนชั้น 40 นั่นเองครับ! เมนูโดดเด่นที่ใครมาก็ต้องสั่งเลยก็คือ "สะโพกเป็ด" ที่ทอดจนกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟมาบนวาฟเฟิลนุ่มๆ หอมๆ ราดด้วยซอสเมเปิ้ลเข้ากันดี๊ดี ทานไปชมวิวไป ฟินยกกำลังสิบไปเลยครับ cr.http://curious-london.co.uk 3. Nando’s : อังกฤษ ร้านดังในยุโรป ไก่ย่างสไตล์ PiriPiri แบบที่ขายกันในบ้านเรานี่แหละครับ แต่บอกเลยว่าที่อังกฤษรสชาติจะถึงเนื้อมากกว่า ที่นี่เราสามารถเลือกได้ตามที่เราชอบ เช่น ไก่ไซส์ไหน (มีตั้งแต่ครึ่งตัว เต็มตัว หรือหนึ่งส่วนสี่ของตัว) แล้วตามด้วยเลือกเครื่องเคียง เช่น มันบด หรือ chips แล้วปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มครับ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ด้วยนะ อยากให้ลองไปชิมดูครับ cr.bunnipunch.co.uk 4. Godiva Chocolate Cafe’ : อังกฤษ มาที่ร้านดังในยุโรปของหวาน ณ ประเทศอังกฤษกันบ้าง ร้านนี้ตั้งอยู่บนห้างหรู Harrod’s ที่ส่งกลิ่นหอมทันทีที่เดินผ่าน ใครจะอดใจไหวไม่แวะคงไม่ได้นะครับ ซึ่งร้านนี้นำช็อกโกแลตชื่อดังสัญชาติเบลเยี่ยมมารังสรรค์เป็นเมนูของหวานมากมาย โดยมีช็อกโกแลต Godiva แทรกตัวอยู่ในทุกๆ เมนู ที่เราพอจะแนะนำได้ก็คือ Godiva Milk Chocolate Sin Cake และ Crepe Mikado with Vanilla Ice Cream and Warm Chocolate Sauce ที่อร่อยสุดๆ ใครเป็น Chocolatr Lover ต้องไม่พลาดร้านนี้เลยจริงๆ cr.godivachocolates.co.uk 5. Huitrerie Regis : ฝรั่งเศส ข้ามมาที่ประเทศฝรั่งเศสกันกับร้านดังในยุโรปร้านแรกที่ถึงแม้จะเป็นร้านเล็กๆ รองรับได้เพียง 6 โต๊ะ แต่ก็ติด 1 ใน 10 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในปารีสเลยล่ะครับ เมนูขึ้นชื่อของทางร้าน ที่ไม่ว่ามองไปโต๊ะไหนก็จะเห็นคนสั่งกันทุกโต๊ะนั่นก็คือ Les Fines de Claires หรือ Oyster ชั้นดีที่เสิร์ฟมาบนถาดน้ำแข็ง ขอบอกเลยว่า สด หวาน หอมสุดๆ ลืมหอยนางรมที่ทานที่บ้านเราไปได้เลยจ้า 6. Chez Julien : ฝรั่งเศส มาเสพความหรูหรากับร้านอาหารเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1870 ด้านในตกแต่งด้วยสถาปัตกรรมสไตล์อาร์ตนูโว ที่เน้นกระจกบานใหญ่ๆ และการแกะสลักขอบกำแพงและเพดาน อาหารที่นี่จะเสิร์ฟเป็นคอร์ส ไล่มาตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อยไปจนถึงของหวานในสไตล์ฝรั่งเศส ราคาเริ่มต้นที่ 26 ยูโร ซึ่งบอกเลยว่าถ้าไม่อยากพลาด แนะนำว่าควรจองล่วงหน้าเพราะร้านนี้คนเยอะจริงๆ ครับ cr.huitrerie-regis.com 7. Laduree’ : ฝรั่งเศส ร้านนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเพราะว่าโด่งดังจนมาเปิดสาขาที่เมืองไทยเลยล่ะครับ เป็นร้าน Afternoon Tea สไตล์ Parisian ที่นอกจากจะมีชาหอมๆ ให้เราได้ฟินแล้ว ยังมีมาการองรสเริศที่ดังมากๆ และเป็นที่ถูกอกถูกใจของหลายๆ คน และแน่นอนว่าในช่วงยามบ่ายแล้วนั้นคงไม่มีอะไรเพอร์เฟคไปกว่าการนั่งจิบชา พร้อมชมวิวประตูชัยอันยิ่งใหญ่ตรงหน้า 8. Io e Valter Pizzeria Le Torri : อิตาลี มาอิตาลีทั้งที หนึ่งเมนูต้องห้ามพลาด ถ้าพลาดถือว่าผิด นั่นก็คือ พิซซ่า ครับ และสำหรับร้านนี้นั้นถือได้ว่าเป็นร้านพิซซ่าที่ทั้งคนอิตาเลี่ยนเอง และนักท่องเที่ยวต่างก็ชอบกันทั้งนั้น เพราะมีพิซซ่าให้เลือกหลากหลายหน้ามากๆ บวกกับแป้งสูตรเฉพาะของทางร้านที่เข้ากันดี๊ดี บอกเลยว่าฟินมากกกกก 9. Pipero al Rex : อิตาลี นอกจากพิซซ่าแล้ว อีกหนึ่งเมนูที่ต่างทานเมื่อมาอิตาลีก็คือ "สปาเกตตีคาโบนาร่า" ครับ ซึ่งบอกเลยว่า ลืมรสชาติของสปาเกตตีคาโบนาร่าแบบบ้านเราไปเลย เพราะนี่คือ Original Taste แบบแท้ๆ ซึ่งร้านนี้จะมีสูตรพิเศษเฉพาะตัวนั่นก็คือ การอุ่นส่วนผสมของไข่แดง และเครื่องปรุงต่างๆ พอร้อนแล้วก็นำมาคลุกกับเส้นพาสต้า แล้วโรยด้วยเบคอนแก้มหมู ตักเข้าปากทีมีแต่ฟิน! 10. Pane e Salame : อิตาลี ใครต่อคิวไหวไปก่อนเลย เพราะร้านสุดท้ายที่เรานำมาแนะนำนี้ถึงแม้จะมีขนาดไม่ใหญ่ แค่คนเยอะมากกกก ไปช่วงบ่ายๆ ไม่ต้องแปลกใจนะครับถ้าเห็นคนต่อคิวจนล้นออกมานอกร้าน สำหรับเมนูเด็ดต้องลองชิมเลยก็คือ Pannini and Salami หรือ ขนมปังอบกรอบ (คล้ายๆ แซนด์วิช) และซาลามิหรือไส้กรอกแห้งนั่นเอง ทานคู่กับชีสและไวน์ ได้อารมณ์ของอิตาลีสุดๆ ครับ จดชื่อไปบ้างแล้วใช่ไหมครับ? กับ 10 ร้านอาหารดังในยุโรปที่ทัวร์ครับนำมาแนะนำกัน ไปเที่ยวยุโรปทั้งที อย่าพลาดทานอาหารพื้นเมือง และร้านดังสุดแสนอร่อยกัน เที่ยวให้สนุกครับ ~ แนะนำ >>รวม 5 เทศกาลดอกไม้ ยุโรป ชีวิตนี้ต้องห้ามพลาด !! สวยทุกที่ น่าไปทุกอัน<<