ทัวร์ครับพากิน
ทัวร์ครับพาตะลอนกิน ย่านร้านอาหารชื่อดัง รวมทั้งเมนูเด็ดของแต่ละประเทศที่ไม่ควรพลาด
ตามรอยพี่ไม่มีท้องร้อง!! รวมสุดยอด 10 ร้านอาหารในเกาหลี ไปทั้งทีต้องไปลอง
พากิน
ตามรอยพี่ไม่มีท้องร้อง!! รวมสุดยอด 10 ร้านอาหารในเกาหลี ไปทั้งทีต้องไปลอง
ซึ่งใน กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ที่นักท่องเที่ยวไทยเรานิยมไปนั้น ก็มีร้านอาหารให้เลือกมากมายเลยล่ะแต่จะไปแบบมั่วๆ สุ่มๆ ก็อาจจะเจอร้านที่ไม่อร่อยได้ เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้ทุกคนต้องเสี่ยงดวง แต่สามารถมุ่งตรงไปยังร้านได้เลย ทัวร์ครับ เลยรวบรวม 10 ร้านอาหารอร่อยในเกาหลี มาให้ทุกคนไว้ที่นี่แล้ว เตรียมปากกามาจดได้เล้ยยยย🍝 🍜 🍲 🍛 1.Momo Steak ใครที่เป็น Beef Lover จดชื่อร้านอาหารเกาหลีนี้ไว้ให้ดีๆ เพราะที่นี่คุณจะได้กินเนื้อที่อร่อยมาก ในราคาเบาๆ สบายกระเป๋า !!! ร้านนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยฮงอิก อยู่ชั้น 2 นะครับเดินมาแถวๆ สนามเด็กเล่นแล้วมองขึ้นมาก็จะเห็นพอดี เมนูที่ recommended เลยก็คือ สเต็กเนื้อหั่นเต๋า และเบอร์เกอร์เนื้อแฮมเบิร์ก บอกเลยว่าเนื้อนุ่มสุดๆ แถมเครื่องเคียงก็อร่อย ไม่อยากให้พลาดร้านนี้เลย 2. Bukchon Son Mandu ร้านดังในย่านหมู่บ้านโบราณบุกชนฮันอก ร้านอาหารเกาหลี ที่บอกเลยว่าไปทีไรก็ต้องต่อคิวทุกครั้ง !!! ด้วยรสชาติอาหารที่อร่อยมาก และราคาไม่แพงเลย ทำให้ทั้งนักท่องเที่ยวเองและชาวเกาหลี ก็ต้องแวะมาทานร้านนี้อยู่เรื่อยๆ เมนูแนะนำเลยก็คือ ออเดิร์ฟเกี๊ยว 3 อย่าง (นึ่ง ต้ม และทอด) และบะหมี่เย็นครับทานคู่กันเข้ากันดี๊ดี 3. Saemaeul Sikdang cr.wongnai.com ร้านหมูย่างเกาหลีขวัญใจคนไทยเรา มีหลายสาขาเลยนะ แต่ที่ฮิตๆ ก็คงเป็นสาขาตรงมหาวิทยาลัยฮงอิก คนอาจจะเยอะไปนิดเพราะทั้งนักท่องเที่ยวเอง ทั้งวัยรุ่นเกาหลีเองก็ต่างมาทานกันเพียบ แต่ไม่ต้องห่วงใครรอคิวไม่ไหว เพราะสามารถมาได้ทุกช่วงเวลา เพราะร้านอาหารเกาหลีร้านนี้เค้าเปิด 24 ชั่วโมงกันไปเลยย หิวหมูย่างตอนตีสามก็มากินได้ โอ๊ยย ดีงาม อยากให้ที่ไทยมีบ้างจัง 4. Noona Hol Dak ลืมมมมมไก่ทอดร้านดังทั้งหลายในเมืองไทยไปได้เลยครับ เพราะร้านนี้คือความ Original ที่แท้ทรู อยู่แถวๆ เมียงดงนะครับเดินเล่นเพลินๆ เจอร้านก็เลี้ยวเข้าไปได้เลย (แต่จริงๆ เค้ามีหลายสาขานะ) ที่นี่ก็มีไก่ให้เลือกหลายแบบ อยากแทะฟินๆ ก็เลือกสั่งแบบมีกระดูก อยากทานสบายๆ ก็แบบ Boneless จัดไป จะคลุกซอสอะไร หรือไม่คลุกก็บอกเค้าได้หมด แถมยังมีออเดิร์ฟเป็น popcorn อร่อยๆ ให้ทานเพลินๆ ระหว่างรอไก่ด้วยน๊า 5. Sopoong food cafeteria cr.aromasian.com กลับมาที่ย่านมหาวิทยาลัยฮงอิกกันอีกรอบ ด้วยเพราะย่านนี้เป็นย่านมหาวิทยาลัย ที่มีวัยรุ่นเยอะ ร้านอาหารก็เลยเยอะตามไปด้วยครับสำหรับร้านนี้ก็คือเป็นร้านอาหารตามสั่ง แนวอาหารจานเดียวประมาณนั้น เหมาะมากสำหรับมื้อสบายๆ ระหว่างวัน มีเมนูให้เลือกหลากหลายเลยค่ะ บางเมนูเสิร์ฟมาบนกระทะร้อนด้วยล่ะ ฟิน ~ 6. SeokGwanDong Topokki cr.https://th.tripadvisor.com ร้านนี้หาง่ายมาก เพราะมีแฟรนไชส์เยอะมากครับเจอที่ไหนก็จัดไปได้เลย ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่รวมของกินเล่นในเกาหลี เช่นไส้กรอกเลือด ต๊อกบกกี โอเด้ง ทวีกิม โอ๊ยยย มีอีกเพียบ จะสั่งเป็นเซ็ตหรือสั่งแยกก็ได้หมด ราคาก็ไม่แพงเลยค่ะ เหมาะมากสำหรับเป็นร้านที่เอาไว้นั่งพักเติมพลัง ก่อนที่จะลุยช้อปปิ้งกันต่อ 7. Hong Bar ร้านหมูย่างเกาหลีชื่อดังของย่านเมียงดง อยู่บนชั้น 3 ของร้าน Nature Republic นะครับ ที่นี่นอกจากหมูย่างแล้ว ไลน์อาหารอื่นๆ ก็มีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสลัด สปาเกตตี้ ต๊อกบกกี แถมหมูยังหั่นบางกำลังพอดี แช่ไว้ในตู้รอเราไปหยิบ ไม่ต้องกลัวเรื่องหมูเหี่ยวเลยครับ ร้านนี้เลยกลายเป็นร้านโปรดของเราไปเลย ชอบมากๆ 8. Song Song Noodle House อีกหนึ่งร้านอาหารเกาหลีจานเดียวที่เราว่าอร่อยมากๆ ร้านอยู่ย่านมหาวิทยาลัยฮงอิก อยู่ในตึก KFC ครับซึ่งจุดเด่นของร้านนี้ก็คือ ที่โต๊ะจะมีเตาไฟฟ้าอยู่ด้วย ทำให้อาหารทุกจานที่เราสั่งมาจะอุ่นอยู่ตลอดเวลาที่รับประทานนั่นเอง เมนูเด็ดของที่นี่ก็คือข้าวผัดต่างๆ แล้วก็บะหมี่ ทานตอนอากาศหนาวๆ อย่างฟินอ่ะบอกเลย 9. About Shabu ร้านชาบู ชาบู ที่มีหลายสาขาในเกาหลีครับใครอยากทานชาบู ชาบู มองหาร้านนี้แล้วเข้าไปได้เลย รับรองว่าอร่อย ไม่ต้องลุ้นกับรสชาติแน่นอน มีเมนูให้สั่งหลากหลาย จะสั่งเป็นเซ็ตใหญ่ทานกันหลายคน หรือสั่งเป็นเซ็ตเดี่ยวๆ ทานคนเดียวก็ได้ น้ำซุปมี 3 แบบให้เลือก ส่วนน้ำจิ้มก็มี 3 แบบ อร่อยทั้ง 3 แบบเลยค่ะ เนื้อก็ดี บางและละลายในปาก เอาเป็นว่าใครชอบชาบู ต้องไป !!!! พูดแค่นี้ ~ 10. BEANSBINS COFFEE ปิดท้ายกันที่ร้านของหวาน ขายพวกกาแฟ ไอศกรีม วาฟเฟิล แนะนำสำหรับคนที่เบื่อบิงซูแล้ว เพราะร้านนี้ไม่มีบิงซูครีบมีหลายสาขาเลย ไม่ได้หายากอะไร เมนูไฮไลท์ของที่นี่คือวาฟเฟิลที่อร่อยมากๆ แป้งนุ่มและหอม ทานคู่กับผลไม้ หรือท็อปปิ้งต่างๆ แล้วแต่เราเลือก และไอศกรีมฮาเก้นดาส ฟินสุดๆ แอบจดกันไปแล้วใช่ไหมครับกับร้านอาหารเกาหลีที่ ทัวร์ครับ เอามาแนะนำกัน แต่บอกเลยว่าที่เกาหลียังมีของอร่อยๆ อีกเพียบ ที่รอให้ทุกคนไปลองชิมด้วยตัวเองอยู่ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารเกาหลี ร้านหมูย่าง ร้านไก่ทอดแบบ Original หรือคาเฟ่ต่างๆ มากมายเลยล่ะ ใครมีแพลนไปเกาหลี นอกจากจะเตรียมเที่ยวแล้ว ต้องเตรียมท้องไปฟินด้วยน๊าาา อ่านต่อ..บทความแนะนำ >>ฟินได้อีก! รวม 10 ร้านอาหารทีเด็ดย่านเมียงดง<<
ฟินได้อีก! รวม 10 ร้านอาหารทีเด็ดย่านเมียงดง
พากิน
ฟินได้อีก! รวม 10 ร้านอาหารทีเด็ดย่านเมียงดง
ที่ เกาหลี ย่านเมียงดง ไม่ได้มีแค่ร้านขายสินค้าเท่านั้นนะครับยังมีร้านอาหาร และคาเฟ่น่ารักมากมาย ที่ตั้งเรียงรายกันไป เอาไว้ให้เราได้นั่งพักเหนื่อย หาอะไรทานเติมพลังก่อนจะไปช้อปต่อ และด้วยความที่ร้านมันเยอะซะเหลือเกิน ทัวร์ครับ ก็กลัวเพื่อนๆ จะเลือกร้านไม่ถูก ทัวร์ครับ เลยขอเลือก 10 ร้านทีเด็ดมาให้เป็น Guidline รับรองว่าทุกร้านการันตีความอร่อย และราคาที่ไม่แพงแน่นอน 1. Onedang Gamjatang พิกัด :OneDang Gamjatang Myeongdong ร้านยอดฮิตของย่านนี้ ที่ถ้าหากไปผิดเวลาก็อาจจะต้องรอคิวนานแน่นอน ซึ่งเวลาที่คนแน่นมากๆ และเราไม่แนะนำให้ไปคือช่วงเที่ยงๆ แต่ไม่ต้องห่วง เพราะร้านนี้เปิด 24 ชั่วโมงเลย ว่างเมื่อไหร่ค่อยมาก็ได้ เมนูของที่นี่ก็เป็นอาหารเกาหลีแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็น คัมจาทัง (แกงซี่โครงหมูใส่มันฝรั่ง), จกบัล (ขาหมูนึ่ง) หรือ โพซัม (หมูสามชั้นนึ่ง) รสชาติก็แบบ Original แท้ๆ เลย ส่วนราคานั้นก็เริ่มต้นที่ 7,000 วอน 2. 엉터리생고기 (อองทอริแซงโกกิ) พิกัด :Ungteori Sanggogi มาเกาหลีต้องกินหมูย่าง !! และร้านนี้ก็เป็นร้านบุฟเฟ่ต์หมูย่างเกาหลียอดฮิตของเหล่าวัยรุ่นเลยครับที่นี่เป็นบุฟเฟ่ต์ราคาคนละ 11,000 วอน มีหมูสามชั้นและซุปเต้าเจี้ยว ส่วนข้าวเปล่า บะหมี่เย็น และไข่ตุ๋น ถ้าจะทานต้องสั่งเพิ่มต่างหากนะครับถึงเมนูจะมีไม่มาก แต่บอกเลยว่าหมูสามชั้นของที่นี่คือทีเด็ด แล้วยิ่งได้ทานคู่กับกิมจิและซุปเต้าเจี้ยวยิ่งดีขึ้นไปอีก แถมเปิดถึงเที่ยงคืนเลยทีเดียว หิวดึกแค่ไหนก็มาทานได้ 3. Sinseon Seolleongtang Myeongdong พิกัด :Sinseon Seolleongtang Myeongdong ร้านดังที่ไม่ได้มีแค่ที่ย่านเมียงดง แต่มีแฟรนไชส์อีกหลายสาขาทั่วกรุงโซลเลยครับเมนูของเค้าที่เด็ดมากๆ เลยคือ ซุปกระดูกวัว หรือ ซอลลงทัง ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หรือจะทานแบบคนเกาหลีก็ให้เทข้าวลงไปในซุปได้เลย รสชาตินั้นกลมกล่อม หอมซุปกระดูก ส่วนตัวเนื้อวัวก็เปื่อยมาก ตุ๋นจนนุ่ม ไม่มีกลิ่นคาวเลยล่ะครับในราคาเริ่มต้นแค่ 7,000 วอนก็อิ่มแปล้ 4. Andong Jjimdak พิกัด :Andong Jjimdak ไก่ผัดซอสซีอิ๊วดำวุ้นเส้น หรือ จิมดัก อาหารพื้นเมืองของเกาหลี ที่ปัจจุบันเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยเราอย่างมาก ด้วยความที่มีรสชาติอร่อย คล้ายๆ อาหารประเภทผัดของบ้านเรา ตัวซอสมีความเข้มข้นเข้าไปถึงเนื้อใน แล้วยังสามารถเลือกได้ว่าจะเอาแบบเผ็ดมากหรือเผ็ดน้อยได้อีก ทำให้ถูกปากคนไทยเรามากๆ เลยครับร้านนี้ขายเป็นเซ็ตคู่กับข้าวสวย เริ่มต้นที่ 29,000 วอน แต่ราคานี้ทานได้หลายคนนะ 5. James Cheese Back Ribs พิกัด :James Cheese Back Ribs เอาใจสาวกคนรักชีสกันสักหน่อยกับเมนูนี้ นั่นก็คือ ซี่โครงหมูจุ่มชีสลาวา หรือ คัลบีชีส นั่นเอง หลายๆ คนอาจจะเคยได้ลองชิมกันแล้วบ้าง เพราะในไทยเราก็มีหลายร้านเลยที่มีเมนูนี้ แต่อยากให้มาลองทานของต้นตำรับที่เกาหลีดูสักครั้งนะครับร้านนี้มีหลายสาขาเลยไม่ใช่เฉพาะย่านเมียงดง ตัวซี่โครงหมูจะเสิร์ฟมาบนชีสกะทะร้อน และพนักงานจะมาช่วยตัดซี่โครงหมูเป็นชิ้นๆ ให้ตอนที่ชีสเริ่มละลายได้ที่เพื่อให้เราทานสะดวกขึ้น ซึ่งชีสสามารถเลือกได้หลายแบบตามใจชอบ และระดับความเผ็ดก็เลือกได้เช่นกันครับราคาอยู่ที่ 14,000 วอนขึ้นไป ถือว่าโอเคเลยกับความเยอะและเมนูอร่อยแบบนี้ 6. 두끼 (ทุกิ) พิกัด : Noon Square ร้านบุฟเฟ่ต์ต๊อกบกกีที่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยว ตั้งอยู่บนชั้น 6 ของห้าง Noon Square สนนราคาต่อหัวที่ 7,900 วอน ราคานี้ทานบุฟเฟ่ต์ต๊อกบกกีได้หลากหลาย รวมไปถึงเส้นมาม่า ซอสปรุง โอเด้ง และของทอดต่างๆ แต่ถ้าหากใครชอบชีสและอยากเพิ่มชีสฟองดู ต้องจ่ายเพิ่มอีก 4,000 วอนนะครับ 7. Yoogane Dakgalbi เมนูที่คนไทยเรารู้จักกันดี กับ ทักคาลบิ ซึ่งด้วยความที่ในไทยเรามีขายกันเพียบ ทำให้คนไทยค่อนข้างจะคุ้นเคยกับรสชาติเป็นพิเศษ หากใครไม่อินกับอาหารเกาหลีอื่นๆ ก็สามารถเลือกเมนูนี้ประทังชีวิตได้ ร้านนี้มีหลายสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ ร่วมถึงย่านเมียงดงด้วยเช่นกัน รสชาติอร่อยกลมกล่อม สามารถเลือกระดับของความเผ็ดร้อนได้ด้วยนะครับและราคาก็เริ่มต้นเพียง 6,000 วอนเท่านั้นเอง 8. Hong Bar พิกัด :Hong Bar ใครที่อยากทานบุฟเฟ่ต์หมูย่างเกาหลี แต่ไม่อยากทานแค่หมูสามชั้น ต้องร้านนี้เลยค่ะ กับร้านบุฟเฟ่ต์ชื่อดังในหมู่นักท่องเที่ยว ตั้งอยู่บนชั้น 3 ของตึก Nature Republic ในย่านเมียงดง ราคา 12,900 วอนต่อคน มีหมูสามชั้น หมูสันคอ หมูสไลด์ หนังหมู สลัดบาร์ และของทานเล่นมากมายให้เลือกสรรเลย เป็นอีกร้านที่ต้องมาโดนเมื่อมาย่านนี้จริงๆ ครับช่วงเย็นๆ คนอาจจะเยอะหน่อย ใจเย็นๆ รอสักนิดนะจ๊ะ 9. Cafe De Paris มาที่ของหวานกันบ้าง กับร้านสีฟ้าสดใส ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของตึกที่อยู่ฝั่งตรงข้ามช้อป MCM ค่ะ ร้านนี้ก็เป็นเหมือนคาเฟ่ทั่วไป ที่ขายพวกกาแฟ เครื่องดื่มต่างๆ เค้ก วาฟเฟิล และขนมอื่นๆ แต่เมนูทีเด็ดที่ทำให้ใครหลายคนต้องมาที่นี่เลยก็คือ สมูทตี้เพราะสมูทตี้ของที่นี่ทำมาจากผลไม้ 100% แถมยังเพิ่มเติมด้วยผลไม้สดอีกเพียบต่างหาก เมนูแนะนำก็จะเป็น Strawberry Bon Bon และ Mango Bon Bon ราคาแก้วละ 16,000 วอน แอบราคาแรงไปนิดแต่เค้าให้ผลไม้มาเยอะมากจริงๆ แถมรสชาติก็ดีมากๆ ด้วย ยอมจ่ายครัชชช 10. Stylenanda Pink Pool Cafe พิกัด :Stylenanda Pink Pool Cafe ปิดท้ายกันที่ร้านยอดฮิตสำหรับสาวๆ ใครที่ไปเกาหลีเชื่อว่าต้องแอบจดร้านนี้ไว้ในแพลนอย่างแน่นอน จริงๆ แล้วที่นี่เมนหลักของเค้าเลยคือเป็นร้านขายเครื่องสำอางยี่ห้อ 3CE แต่เมื่อเข้าไปด้านในแล้ว ยังมีเสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋าขายอีกเพียบ ส่วนตัวคาเฟ่นั้นจะอยู่ที่ชั้น 5F ตกแต่งเป็นธีมสระว่ายน้ำเก๋ๆ สีพาสเทลสดใส ส่วนเมนูของที่นี่ก็เป็นเมนูปกติแบบฉบับของคาเฟ่ทั่วไป ราคาอาจจะสูงไปนิดแต่ก็เสิร์ฟมาแบบจานใหญ่ ข้อเสียอย่างเดียวเลยคือ ทางร้านมีเงื่อนไขว่าจะต้องสั่ง 1 คน ต่อ 1 เมนูครับ เป็นยังไงกันบ้างครับ!?หวังว่าคงถูกใจกับ 10 ร้าน 10 เมนูอาหารที่ทัวร์ครับนำมาแนะนำกัน บอกแล้วว่าเมียงดงไม่ได้มีดีแค่ช้อปปิ้งเท่านั้น แต่อาหารเกาหลีที่เมียงดงเค้าก็เริ่ดเว่อร์ไม่แพ้กันนะเออ และไม่ได้มีแค่ 10 ร้านนี้เท่านั้นด้วยนะครับยังมีอีกเพียบเลยล่ะ ถ้าอยากรู้ว่าเยอะจริงอย่างที่เราบอกมั๊ย ต้องไปพิสูจน์กันเองที่เกาหลีนะครับ Let's go !!! บทความแนะนำ เที่ยวเกาหลี >>Seoul Romance ~ รวม 8 สถานที่ท่องเที่ยวเกาหลี ที่ไม่ได้มีดีแค่ตอนกลางวัน<<
เกาหลีนี้มี (ตัว) แตก! พาส่อง 10 ร้านอาหารสุดฟิน ณ ฮงแด
พากิน
เกาหลีนี้มี (ตัว) แตก! พาส่อง 10 ร้านอาหารสุดฟิน ณ ฮงแด
และอย่างที่บอกว่า ย่านฮงแด เป็นแหล่งวัยรุ่นสุดชิค ที่มีทั้งร้านค้าเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า และเครื่องสำอางมากมาย ทำให้ย่านนี้เป็นย่านฮิตในการที่นักท่องเที่ยวไทยเราเลือกพัก เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบครบครัน และมีเกสต์เฮ้าส์และโรงแรมราคาไม่แพงเพียบ เรียกได้ว่า ถ้าช้อปปิ้งจนถือไม่ไหว ก็สามารถเอาของมาเก็บที่ที่พักก่อน แล้วออกไปช้อปต่อได้อีกสบายๆ เลย แต่ในบทความนี้เราจะไม่พูดถึงที่พักกัน แต่จะขอพูดถึงเรื่อง ร้านอาหารในฮงแด ครับ เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง และร้านอาหารในย่านนี้ก็มีราคาไม่แพง แถมล้วนแต่รสชาติถูกปากคนไทยเราแน่นอน ที่สำคัญใครเป็นสาย Buffet Lover เตรียมตัวจดชื่อร้านให้ดีๆ เพราะย่านนี้มีร้านบุฟเฟ่ต์เพียบเลยล่ะ 1.ร้านอาหาร ฮงแด - 꽃돼지갤러리 (กด-ทเวจี-แกลลอรี่) บุฟเฟ่ต์หมูย่างเกาหลี ร้านอาหารย่านฮงแด ที่ฮิตเว่อร์ ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้กับช้อป Etude House เป็นร้านสีแดงๆ มองหาไม่ยาก ราคาคนละ 12,900 วอนครับ ในบุฟเฟ่ต์จะมีหมูสามชั้น ทั้งแบบบางและแบบหนา, ข้าวโพดชีส, ทักคาลบิ และเครื่องเคียงอีกมากมายเลย เป็นร้านที่คนไทยนิยมไปทานมากๆ เพราะราคาไม่แพง อร่อย และที่สำคัญ เปิด 24 ชั่วโมงเลยนะจ๊ะ ดี๊ดี หิวหมูย่างตอนตีสามก็มีที่รองรับ !!! การเดินทาง : สถานีฮงอิค ทางออกที่ 9 เดินตรงไปจนถึงทางแยกแล้วเลี้ยวขวา เดินต่อไปจนถึงร้าน Etude แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยที่มีร้านขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำผึ้งอยู่หน้าปากซอย ร้านปิ้งย่างจะเป็นร้านสีแดงอยู่กลางซอย พิกัด : 19 Wausan-ro 19-gil, Seogyo-dong, Mapo-gu, Seoul, เกาหลีใต้ 2. ร้านอาหาร ฮงแด - 한상에소두마리 (ฮันซังเอ โซทูมารี) ใครไม่ชอบทานหมู ก็ตามมาจัดบุฟเฟ่ต์เนื้อวัวที่ร้านนี้แทนแล้วกันนะ ราคาอยู่ที่ 18,900 วอน ราคานี้จะได้ทานเนื้อ 6 อย่างเลย นอกจากนี้ยังมีเครื่องเคียงพวกสลัด, ซุปเต้าเจี้ยว และข้าวหน้าเนื้อด้วยล่ะครับ อ้อ! ที่นี่ก็มีบุฟเฟ่ต์หมูสามชั้นเช่นกันนะครับ พิกัดของร้านนี้อยู่ในซอยร้าน SPAO เดินเข้าไปประมาณ 300 เมตรครับ การเดินทาง : สถานีฮงอิค ทางออกที่ 9 ข้ามถนนไปฝั่งร้าน SPAO แล้วเลี้ยวซ้าย จากนั้นเดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวาที่ซอยทางด้านขวามือซอยแรก เดินต่อไปประมาณ 300 เมตรจะเจอร้านปิ้งย่างอยู่ทางซ้ายมือ พิกัด : 936-9 Hwagok 1(il)-dong, Gangseo-gu, Seoul 3. ร้านอาหาร ฮงแด - 홍스쭈꾸미 (ฮงซึจูกุมิ) ร้านปลาหมึกเผ็ดเจ้าดัง ที่มีหลายสาขาเลยครับ แต่สาขาที่ยอดฮิตก็คงเป็นที่สาขาฮงแดนี่แหละ ที่นี่จะเป็นปลาหมึกตัวเล็ก เสิร์ฟมาเป็นแบบกะทะที่มีปลาหมึกคลุกกับซอส และพนักงานก็จะมาผัดให้เรา จนได้ที่ก็บอกให้เราเริ่มทานได้ ตัวซอสจะรสชาติหวาน เค็ม เผ็ด ลงตัวดีและอร่อยมากกก ซึ่งสามารถเลือกได้นะว่าเราจะทานแบบ ปลาหมึกล้วน, ปลาหมึกกับหมูสามชั้น หรือปลาหมึกกับกุ้ง อ้อ! แล้วก็มีเครื่องเคียงให้ทานคู่เพียบเลย ไม่ว่าจะเป็นมันบด, นูรงจี หรือไข่ตุ๋น เรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารฮงแดที่ จัดเต็มสุดๆ เลยครับ พิกัด : ร้าน 홍스쭈꾸미 ฮงซึจูกุมิ 4. ร้านอาหาร ฮงแด - Myth Jokbal cr.cleeswanders.wordpress.com อีกหนึ่งเมนูยอดฮิตในใจคนไทยเรา ก็คือ ขาหมู นั่นเอง และร้านนี้ก็เป็นอีกร้านยอดฮิตย่านฮงแดเลยครับ ร้านจะอยู่ในซอยที่มีร้านขายหมูย่างเยอะๆ ใกล้ๆ กับทางออก 8 ของสถานีฮงอิก ขายเป็นเซ็ตนะครับ เล็ก กลาง และใหญ่ ในเซ็ตจะประกอบไปด้วย ขาหมู, ซุป 1 หม้อ สลัด, หอมหัวใหญ่ดอง, กิมจิ และน้ำจิ้มที่เข้ากันกับขาหมูได้ดีสุดๆ ทานแล้วไม่เลี่ยนเลยล่ะ พิกัด : Myth Jokbal (미쓰족발 홍대점) 5. ร้านอาหาร ฮงแด - Pizza School cr.findingtheseoul.com ร้านพิซซ่าราคาประหยัด แต่อร่อยมากๆ มีให้เลือกหลากหลายหน้าเลยครับ รวมไปถึงหน้าฟิวชั่น เช่น พิซซ่าหน้าบูลโกลกิ ก็มีมานะเออ ร้านนี้จะเป็นแบบพิซซ่าแป้งบางกรอบ ไม่มีซอสนะครับ แต่มีชีสและท้อปปิ้งจัดเต็ม เสิร์ฟคู่มากับผักดอง เหมือนจะไม่เข้ากันแต่กลับตัดเลี่ยนได้ดีทีเดียวเลยครับ การเดินทาง : สถานีฮงอิค ทางออกที่ 2 เดินเข้ามาในซอย Samsung เจอแยกให้ข้ามถนน แล้วเดินเลี้ยวไปทางขวา จากนั้นเข้าซอย จะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ 6. ร้านอาหาร ฮงแด - Hong Cup cr.http://www.tsering.co.vu มาถึงร้านที่เป็นเมนู To-Go บ้าง กับไก่ทอดเจ้าดัง ที่ดึกๆ นี่คนต่อคิวกันเพียบเลย ที่นี่จะไม่มีโต๊ะให้นั่งนะครับ เมนูมีแค่อย่างเดียวคือไก่ทอดชิ้นเล็กๆ (เหมือนไก่ป๊อป) คลุกกับซอสรสออกหวานๆ หน่อย แล้วท้อปปิ้งด้วยชีสเยิ้มๆ อร่อยๆ เสิร์ฟมาในถ้วยถือกินเก๋ๆ ไปพร้อมๆ กับเพลิดเพลินกับบรรยากาศของฮงแดในเวลากลางคืน ใครอยากตามไปฟิน บอกพิกัดให้ว่า ร้านอยู่ในซอย Tony Moly พิกัด : 365-16 Seogyo-dong, Mapo-gu, Seoul, เกาหลีใต้ 7.ร้านอาหาร ฮงแด - 여보게웃게 (ยอโบเกอุดเก) cr.https://m.post.naver.com กลับมาที่ร้านบุฟเฟ่ต์กันบ้างครับ บอกแล้วว่าย่านฮงแดเป็นแหล่งรวมบุฟเฟ่ต์จริงๆ นะ ร้านนี้สำหรับคนที่รักปูดอง เพราะเป็นบุฟเฟ่ต์ปูดองล้วนๆ ไม่มีอย่างอื่นผสมเลย ราคา 12,900 วอนต่อคน จะได้ทานปูดองซีอิ๊ว และปูยำซอสเผ็ดแบบไม่อั้น จัดให้จุใจไปเลย พิกัดของร้านนี้ก็คือ ให้เดินไปที่แยก SPAO ก่อนเป็นอันดับแรก แล้วเดินตรงไปอีกแยกที่เป็นแยกใหญ่ๆ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปเลย ก็จะเจอกับร้านนี้ตั้งอยู่ฝั่งขวามือนะครับ พิกัด : 서울 마포구 잔다리로 27 8. ร้านอาหาร ฮงแด - VOILA’ Noir cr.เม้าท์มอยเกาหลี พักบุฟเฟ่ต์แล้วมาทานของหวานกันบ้างดีกว่า ร้านนี้นอกจากจะมีเมนูอร่อยแล้ว โอปป้าคนขายยังหน้าตาดีอีกด้วย !!!! ที่นี่จะมีเฉพาะไอศกรีมนะครับ แต่พิเศษตรงที่ไอศกรีมจะทำสดใหม่ทุกถ้วย เป็นไอศกรีมที่ทำจากไนโตรเจนเหลว รสชาติเนียนนุ่ม หอมหวาน ทานไปมองหน้าอ้ปป้าไป ฟินที่สุดดดด !!! การเดินทาง : สถานีฮงอิค ทางออก 8 เดินตรงเข้ามาในซอย เลี้ยวซ้าย แล้วข้ามถนนไปเดินฝั่งขวามือ เห็น 7Eleven ให้เลี้ยวขวาเข้าไปในซอย เดินตรง ร้านอยู่ทางซ้ายมือ 9. ร้านอาหาร ฮงแด - Zapangi Cafe’ cr.http://wanderwithlindsey.com ร้านคาเฟ่โคตรฮิต ณ ฮงแด ฮิตแค่ไหนไม่รู้ แต่มีคนนำมาเป็น inspiration เปิดในไทยเลยคิดดู !!! คือต้องยอมครับเพราะร้านมันน่ารักจริงๆ กับกำแพงปูนเปลือย และมีประตูสีชมพูปุ้กปิ้กแทรกให้พอเก๋ๆ ด้านในตกแต่งแบบมินิมอลหน่อยๆ มีเมนูชานมเป็น signature และเค้กที่เสิร์ฟในกระป๋อง และในแต่ละซีซั่นก็มีเมนูพิเศษต่างกันไปอีกด้วย ใครหาร้านน่ารักๆ ไว้ถ่ายรูปเก๋ๆ นั่งจิบเครื่องดื่มเพลินๆ เชิญร้านนี้เลยจ้า พิกัด : Zapangi (자판기) 10. ร้านอาหาร ฮงแด - 50pick cr.Diaries of my Seoul บุฟเฟ่ต์มาอีกแล้วจย้าาา~ แต่คราวนี้ไม่ใช่บุฟเฟ่ต์อาหารละ แต่เป็นบุฟเฟ่ต์ค็อกเทลนะครับพี่น้อง !!!! เอ้าเกร๋ไปอีกกก สนนบุฟเฟ่ต์ที่ราคา 20,000 วอน จะดื่มกี่ช็อตค็อกเทลก็ได้ ซึ่งที่นี่มีค็อกเทลให้เลือก 50 แบบเลยครับ หรือถ้าหากใครไม่อยากดื่มเป็นบุฟเฟ่ต์ ก็มีแยกขายเป็นช็อต ช็อตละ 3,000 วอน หรือจะสั่งเป็นเซ็ต 8 ช็อต, 12 ช็อต หรือ 24 ช็อตก็ได้นะครับ ร้านอยู่ใกล้ๆ กับวงเวียน ป้ายสีดำชั้น 2 เปิด 6 โมงเย็น ปิดตี 3 พิกัด : Hongik Univ. Station ทางออก 8 แผนที่ : 50 pick hongdae จัดเต็มกันไปเลย 10 ร้าน 10 เมนูที่แนะนำว่าต้องไปโดนจริงๆ นะเออ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านสุดท้าย ขอบอกว่า Recommended มาก !!) ใครพักที่ย่านฮงแด หรือไปเที่ยวเกาหลี ก็อย่าพลาดจิ้มสักร้านนึงจากที่เราแนะนำไปลองดูนะ รับรองว่านี่แหละคือทีเด็ดของจริง ไม่ได้โม้ววว ~ อ่านต่อ..บทความแนะนำ >>10 ขนมเกาหลีต้องซื้อ ! ของฝากเกาหลีที่ใครก็ถูกใจ<<
ตะลอนกิน อิน ฮ่องกง #2 ร้านไหนดี มีอะไรเด็ดบ้าง...ไปดูกัน !!!
พากิน
ตะลอนกิน อิน ฮ่องกง #2 ร้านไหนดี มีอะไรเด็ดบ้าง...ไปดูกัน !!!
วันนี้ ทัวร์ครับ เลยคัด 10 ร้านแจ่มๆ มาแนะนำทุกคนเป็นแนวทาง บอกเลยว่าแต่ละร้านที่เลือกมาให้นั้น คอนเฟิร์มความดีงาม รับรองว่าถ้าตามรอยเราไปกิน มีฟินจนตัวแตกแน่นอน พร้อมแล้ว ไปลุยกันเลย !!! 1.Tai Cheong Bakery cr.openrice.com ถ้าพูดชื่อร้านอาหารฮ่องกงอาจจะงงๆ แต่ถ้าบอกว่า “ทาร์ตไข่ในตำนาน” รับรองว่าร้องอ๋อ!! แน่นอน เพราะเป็นร้านที่โด่งดังมากๆ ถ้าจะพูดว่าเป็นร้านที่ทำให้ใครหลายคนอยากมาฮ่องกงเลยก็ไม่ผิดนัก ด้วยความที่มีรสชาติแสนอร่อย ได้ลิ้มรสของ Original Egg Tart จริงๆ แถมยังราคาไม่แพง ทำให้ร้านนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากๆ เลยครับ ขอบอกว่ากลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่ยังเดินไม่ถึงร้านด้วยล่ะ อย่าลืมไปลองกันนะ พิกัดความอร่อย : Lyndhurst Terrace, Hongkong 2. Kau Kee cr.openrice.com ก๋วยเตี๋ยวเนื้อคลองเตยหลบไป เพราะวันนี้ทัวร์ครับจะพาจะไปชิม “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าเด็ด” ของฮ่องกงกัน ความอร่อยนี้ถูกการันตีด้วยรางวัลต่างๆ มากมาย รวมไปถึงมิชลินสตาร์ด้วยนะครับ ถ้าลองไปถามคนฮ่องกงรับรองว่าทุกคนต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าให้มากินเถอะ มันดีจริงๆ ทีเด็ดเลยก็คือก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นนี่แหละ ที่บอกเลยว่าของเค้าเปื่อยมาก เปื่อยจริงๆ นุ่มสุดๆ โอ๊ยยยย บรรยายไปหอมกลิ่นน้ำซุป (ในจินตนาการ) ไป อยากกินจังเลยยย พิกัดความอร่อย : Gough Street (MTR Sheung Wan : Exit 2) 3. Australian Dairy Co. cr.openrice.com บอกไปใครจะคิดว่า อาหารฮ่องกงง่ายๆ แบบนี้จะคิวยาวมากกกกกกก (ขอลากเสียงยาวๆ เพราะยาวมากกกกก จริงๆ) แถมยังคนเยอะตลอดทั้งวัน!! ทั้งคนฮ่องกงเอง และนักท่องเที่ยวต่างตบเท้าเข้ามาต่อคิวรอเวลาที่จะได้ลิ้มลอง ชุดอาหารเช้า ของร้านนี้ เพราะเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า Scrambled Egg ของที่นี่อร่อยมาก!!! คือมันนุ่ม ละมุน หอม แบบว่าลงตัวสุดๆ ยิ่งทานกับซุปมักกะโรนี ยิ่งทวีคูณความดีงามเพิ่มไปอีก ก่อนจะตบท้ายด้วยของหวานอย่าง Streamed Milk Pudding เป็นมื้อที่จะฟินไปถึงดาวอังคารเลยล่ะครับ พิกัดความอร่อย : Parkes Street (MTR Jordan : Exit A2) 4. Sea View Congee cr.openrice.com มาฮ่องกงทั้งทีก็ต้องมากินโจ๊กนี่แหละครับ มีหลายร้านให้เลือกเลย ถ้าใครพักแถวมงก๊ก หรือไปเดินช้อปปิ้งที่ Sneaker Street ก็จัดไปกับร้านนี้เลย โจ๊กของร้านนี้จะไม่ข้นมาก จะเหลวๆ หน่อย ส่วนตัวข้าวก็แทบจะเป็นเนื้อเดียวกับน้ำซุปเลย ทานแล้วคล่องคอมากๆ นอกจากนี้ยังมีปาท่องโก๋ ก๋วยเตี๋ยวหลอด และเมนูอื่นๆ ให้เลือกอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งร้านของกินฮ่องกงราคาสบายกระเป๋าที่อยากแนะนำครับ พิกัด : Tung Choi Street (MTR Mong Kok : Exit D2) 5. Ocean Empire cr.openrice.com หรือที่คนไทยเรารู้จักในชื่อ “ร้านโจ๊กม่วง” นั่นเอง ร้านนี้ก็เป็นอีกหนึ่งร้านของกินฮ่องกงยอดฮิตของนักท่องเที่ยว เนื้อโจ๊กจะเข้มข้น และรสชาติจะหนักกว่าร้าน Sea View Congee แต่เมนูจะคล้ายๆ กันเลยครับ เอาเป็นว่าหากใครชอบแบบข้นๆ ก็แนะนำร้านนี้ ใครชอบแบบเหลวๆ หน่อยก็ไปอีกร้านนะจ๊ะ พิกัด : Nathan Road (MTR Yau Ma Tei : Exit C) 6. Mazazu Crepe ร้านโปรดในดวงใจของเราเองงง ด้วยความที่เดิมทีเราเป็นคนที่ชอบทานเครปเย็นอยู่แล้ว ร้านนี้เลยเป็นร้านของกินในฮ่องกงที่ถูกใจของเรามากๆ เพราะมีความนุ่มละมุนลิ้น มีกลิ่นหอมของครีมฟินๆ และตัวครีมก็มีความเบา ไม่หวานมาก พอนำมารวมกับผลไม้ หรือท็อปปิ้งอื่นๆ แล้ว มันลงตัวอย่างบอกไม่ถูก ทำให้ทุกครั้งที่ไปฮ่องกง ก็ต้องแวะไปร้านนี้ทุกทีเลยล่ะ พิกัด : ห้าง Ocean Terminal (ติดกับ Habour City) 7. Lan Fong Yuen อีกหนึ่งร้านอาหารสไตล์ชาชังเตง (แบบเดียวกับ Australian Dairy Co.) แต่ทีเด็ดของร้านนี้กลับไม่ใช่ชุดอาหารเช้านะครับ แต่เป็น Hong Kong Milk Tea หรือชานมฮ่องกง ที่เค้าว่ากันว่าเป็นชานมที่นุ่ม เนียน และอร่อยที่สุดในฮ่องกงเลยทีเดียว มื้อเช้าก่อนไปตะลุยฮ่องกงทั้งวัน แนะนำร้านนี้ก็เป็นไอเดียที่ดีนะครับ พิกัด : Gage Street (MTR Hong Kong : Exit C) 8. The Sweet Dynasty งานอาหารจีนต้องมานะครับ ใครที่ไปเหยียบแผ่นดินฮ่องกงแล้วไม่ได้ทานอาหารจีนเลยสักมื้อ ขอแนะนำว่าให้กลับไปใหม่ แล้วไปลองร้านนี้เลยครับ รับรองว่ารสชาติถูกปากคนไทยเราแน่นอน ไม่เลี่ยนมากเหมือนที่ใครเค้าลือกัน แถมราคายังสบายกระเป๋าควักจ่ายได้สบายๆ หน้าไม่ซีดอีกด้วย ก่อนจะปิดท้ายด้วยเต้าฮวยถังไม้ เป็นอันจบพิธี มื้อนี้อิ่มท้องฟินๆ กันไป พิกัด : Hankow Road (MTR Tsim Sha Tsui : Exit A1) 9. Dimsum Icon มาทานติ่มซำกันบ้างครับ แต่สายแฟฯ (ย่อมาจาก แฟชั่น อิอิ) อย่างเราๆ จะไม่ยอมทานร้านธรรมดาๆ อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นร้านนี้เลยตอบโจทย์ เพราะมันมีความน่ารัก คิ้วท์ๆ อยู่ในตัว และเปลี่ยนธีมไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น เซเลอร์มูน กุเดทามะ ทอยสตอรี่ ฯลฯ รสชาติก็อร่อย ถึงแม้ราคาอาจจะสูงไปบ้าง แต่ก็เพราะมันตั้งอยู่ในห้างนะครับ โดยรวมแล้วโอเคเลยล่ะ ได้ทั้งถ่ายรูปเก๋ๆ อัพลงเฟซบุ๊ค ได้ทั้งอาหารรสชาติอร่อยแบบไม่ต้องเดา คุ้มค่าที่จะจ่าย พิกัด : ห้าง The One, Tsim Sha Tsui 10. Po Kee BBQ cr.openrice.com ปิดท้ายกันที่อาหารเหลา แต่ราคา Street Food พูดไปจะหาว่าเว่อร์ แต่มันจริงๆ นะเออจะบอกให้ ทีเด็ดอยู่ที่หมูกรอบ ที่กรอบมากกกก กัดทีเสียงดังสนั่นเลยล่ะ กับห่านย่างเนื้อนุ่ม ที่เค้าจะย่างแค่วันละ 5 ตัวเท่านั้นนะจ๊ะ หมดแล้วคือหมดเลย อยากทานต้องไปแต่เช้าล่ะ!! ทานคู่กันกับบะหมี่หรือข้าวก็ได้ ฟินทั้งสอง อิ่มท้องไปทั้งวันเลยครับ พิกัด : Queen’s Road (MTR HKU : Exit B1) ครบแล้วทั้ง 10 ร้านที่ทัวร์ครับนำมาฝากกัน มีให้เลือกหลากหลายสไตล์เลย รับรองว่าทริปฮ่องกงครั้งนี้ของเพื่อนๆ จะไม่น่าเบื่อแน่นอนครับ แถมเผลอๆตะลอนกินของกินฮ่องกงในครั้งหน้า อาจจะมีน้ำหนักขึ้นด้วยซ้ำนะ อิอิ ขอให้สนุกกับการทัวร์ฮ่องกงนะครับ อ่านต่อ..บทความแนะนำ >> รีวิว 8 ขนมฮ่องกง !! ของกินฮ่องกงฉบับคนตะลอนเที่ยว <<
ไปเกาหลีต้องลอง! รวมโซจู 12 รสชาติสุดฮิตที่พลาดไม่ได้
พากิน
เกาหลี
ไปเกาหลีต้องลอง! รวมโซจู 12 รสชาติสุดฮิตที่พลาดไม่ได้
คนเกาหลีนิยมดื่มโซจูในหลากหลายโอกาส หรือแม้กระทั่งไปทานข้าวตามร้านก็เช่นเดียวกัน โดยเมนูยอดฮิตที่พูดถึงแล้วยังอยากทานก็คือ หมูสามชั้นย่าง หรือนึ่ง ขอบอกว่าเข้ากันได้ดีสุดๆ กับโซจูเลยล่ะครับ ต้องลองแล้วจะติดใจนะครับ ส่วนถ้าใครจะไปเที่ยวเกาหลีก็ลองซื้อกินได้เลย ชอบรสไหนก็เอากลับมาเป็นของฝากได้นะ >>https://tourkrub.co/korea-tour/ มารยาทในการดื่มโซจู🍾 ถ้าหากเราได้มีโอกาสไปร่วมวงกับเพื่อนชาวเกาหลี ก็ต้องดูที่ลำดับความอาวุโสครับ เพราะคนเกาหลีถือในเรื่องนี้มากๆ แก้วแรกของโซจูที่จะดื่มกัน คนที่อายุน้อยสุดในวงควรที่จะต้องเป็นคนรินให้ผู้ที่อาวุโสมากกว่า และการถือขวดนั้นต้องใช้สองมือประคองด้วยนะครับ ส่วนเวลามีผู้ใหญ่รินให้เรา ก็ต้องใช้สองมือประคองครับ อีกเรื่องที่อยากให้ระวังเวลาร่วมวงกับคนเกาหลี คือการไม่รินแก้วของตนเอง และควรที่จะคอยสังเกตุแก้วของผู้อื่น และช่วยรินให้เวลาหมดแก้วแล้วด้วยนะ และ ทัวร์ครับ ก็ได้รวบรวม 12 รสชาติของโซจู ที่เป็นที่นิยมมาฝากกันด้วย ใครที่ไปเหยียบแดนกิมจิ อย่าลืมไปซื้อมาลองดูซักขวดสองขวดด้วยน๊าาาาาาาา 12 รสชาติโซจู 1. รสบลูเบอรี่ รสนี้ขอแนะนำสำหรับคนที่หัดดื่ม เพราะจะมีรสหวาน หอม ความลงตัวที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีของโซจูและบลูเบอรี่ ทำให้ดื่มง่ายสุดๆ แถมเผลอๆ จะดื่มเพลินไม่รู้ตัวอีกด้วยนะ ใครอยากลองชิมก็ลองสั่งมาดู ราคาไม่แพงมาก และมีขายตามร้านอาหารครับ 2. รสพีช🍑 อันนี้น่าจะถูกใจสาวๆ เพราะนอกจากความนิยมมากๆ ของพีชในตอนนี้แล้ว โซจูรสพีชยังมีความหอมมากๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าแค่เปิดขวดก็ได้กลิ่นเลยล่ะ แถมยังดื่มง่าย คล่องคอ ยกแก้วเพลินๆ แป๊บเดียวก็หมด เพราะมีรสชาติที่หวานหอม ใครได้ลองก็ติดใจแน่นอนครับ 3. รสส้ม🍊 รสนี้เราไม่ค่อยชอบ เพราะคิด(ไปเอง)ว่ารสชาติคล้ายๆ ยาเลยอ่า~ แต่คนเกาหลีส่วนมากชอบนะ เค้าว่าอร่อย และมีกลิ่นหอมของส้มที่เป็นเอกลักษณ์ เอาเป็นว่าหากใครชอบส้มก็ลองชิมดูได้ไม่เสียหาย เผื่อจะติดใจก็ได้น๊าา เพราะความชอบของคนเราต่างกันอยู้แล้ว 4. รสมะนาว🍋 คล้ายๆ กับรสส้มเลยครับอันนี้ แต่จะมีความหอมที่มากกว่า และมีความเปรี้ยวขึ้นมาอีกนิด รวมๆ แล้วก็เข้ากันได้ดีกับโซจูเลยทีเดียว วัยรุ่นเกาหลีส่วนมากนิยมรสนี้กัน เพราะมีความซาบซ่า ดื่มแล้วสดชื่น เพลินสุดๆ ฉุดไม่อยู่เลยล่ะ 5. รสเกรปฟรุ๊ต ใครคอแข็ง และเซย์โนวเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีรสหวาน อยากได้รสชาติดั้งเดิมของโซจูแท้ๆ แต่ขอมีกลิ่นหอมๆ ให้พอชื่นใจ ต้องรสนี้เท่านั้นครับ เพราะจะมีรสชาติออกขม และมีหวานแซมที่ปลายลิ้น ยังได้ความเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ไม่น้อยเลย 6. รสองุ่นเขียว🍇 กำลังมาแรงเลยในเกาหลีสำหรับรสนี้ มีความหวานเบาๆ หอมๆ เหมือนดื่มโซจู แล้วโยนองุ่นเข้าปากแล้วเคี้ยวตามยังไงอย่างนั้น ดีงามมากๆครับ ใครอยากลองเดินเข้าร้านค้า แล้วจัดไปอย่าให้เสีย รับรองว่าติดใจจนเดินกลับเข้าไปซื้อใหม่อีกหลายขวดแน่ๆ อิอิ 7. รสสาเก เอ้าา! แบบนี้ก็ได้หรอ? ฮ่าๆๆ ใครที่ชื่นชอบสาเกของญี่ปุ่น ที่เกาหลีก็มีโซจูรสสาเกเหมือนกันนะครับจะบอกให้ แถมรสชาตินี่ก็เอาซะเหมือนจนแยกแทบไม่ออกเลยว่า ตกลงนี่กำลังกินสาเกอยู่ หรือกินโซจูอยู่กันแน่หว่า 8. รสราสพ์เบอรี่ ใครอยากลองชิมโซจูแชมป์เปี้ยน ต้องห้ามพลาดรสนี้เด็ดขาด ที่บอกว่าเป็นรสแชมป์เปี้ยนเพราะได้รางวัลจากงาน Monde Selection มาติดต่อกันถึง 4 ปี ตั้งแต่ปี 2010 - 2014 เลยล่ะครับ ความหวานหอมที่ลงตัว ยกมาดื่มเพลินๆ หมดไปกี่ขวดแล้วลืมนับเลยล่ะ 9. รสบ๊วย เป็นรสที่นักท่องเที่ยวชาวไทยเรานิยมมากๆ เพราะมีความหวาน แต่ก็ยังขม มีความเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดื่มง่าย คล่องคอ ถูกปากคนไทยเราสุดๆ จนต้องขนกลับมาเป็นของฝากกันให้เพียบ แถมยังเป็นรสยอดนิยมในท้องตลาดประเทศเกาหลีอีก หาซื้อง่ายมากๆครับ 10. รสกุหลาบ🌹 รสนี้จะได้ความเป็น Original Soju ของแท้เลยครับ เพราะรสชาตินี่คือแทบไม่ต่างกับโซจูปกติเลย แต่มีความหอมของกุหลาบแต่งเติมเข้ามาสอดแทรก ทำให้ดื่มได้แบบเพลินๆ แถมยังหอมสดชื่น เป็นอีกรสที่สาวๆ ชอบ และ enjoy กับมันครับ 11. รสสัปปะรด🍍 เห็นแล้วเปรี้ยวปากเลยทีเดียว รสนี้เพิ่งออกใหม่มาไม่นานนัก แต่เป็นที่นิยมพอสมควร ด้วยความที่มันผสมผสานกันได้อย่างลงตัว กับความขม และหวานอมเปรี้ยว แถมยังหอมอีกด้วย ดี๊ดี~ แค่เขียนถึงก็อยากจะเทใส่แก้วแล้วยกดื่มแล้วเนี่ยยย 12. รสทับทิม ปิดท้ายกับรสทับทิม ที่มีความคล้ายรสกุหลาบเลยล่ะ เพราะไม่หวานมาก (หวานกว่าโซจูปกตินิดนึง แค่นิดเดียวจริงๆครับ) แต่มีความหอมของทับทิม มีความออกขมๆ ทำให้เรามั่นใจว่ากำลังดื่มแอลกอฮอล์อยู่ เป็นอีกรสชาติที่คนเกาหลีนิยมเช่นกันครับ และนอกจากโซจูแบบขวดแล้ว🍾 ยังมีอีกหลากหลายรูปแบบเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นแบบกระป๋อง หรือแบบซอง ก็ต่างเป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน เวลาไปเที่ยวที่เกาหลี แล้วอยากจะนำกลับไทยมาด้วย แนะนำให้ซื้อแบบกระป๋องจะดีที่สุดครับ หาซื้อได้ง่ายๆ ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตเลยยยยย>< บทความแนะนำ >>รวมสุดยอดคาเฟ่เกาหลี พิกัดดีๆ ไปกี่ทีก็ฟิน<< >>10 มาม่าเกาหลี จัดว่าเด็ด เผ็ดถึงใจ!<< >>ส่องหัวใจ.. สาวสไตล์ไหนถูกใจบรรดาโอปป้าเกาหลี ?<<
ตะลอนกิน 5 ร้านเกี๊ยวซ่าสุดฟินที่โอซาก้า !! หนึ่งในเมนูญี่ปุ่นที่พลาดไม่ได้
พากิน
ตะลอนกิน 5 ร้านเกี๊ยวซ่าสุดฟินที่โอซาก้า !! หนึ่งในเมนูญี่ปุ่นที่พลาดไม่ได้
วันนี้ ทัวร์ครับ เลยขอรวบรวม 5 ร้านเกี๊ยวซ่าสุดเด็ด ในโอซาก้า มาฝากให้เพื่อนๆ ได้ไปตามรอยกันดู จะมี ร้านเกี๊ยวซ่า โอซาก้า มีที่ไหนบ้างนั้น….เลื่อนลงไปดูกันเลยครับ !! 1. Osaka Ohsho ร้านเกี๊ยวซ่า โอซาก้า ร้านนี้คือ The Best ที่หนึ่งในใจตลอดกาล ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมาเปิดสาขาในไทยแล้ว แต่ยังไงกินที่ญี่ปุ่นก็รู้สึกอร่อยและได้ฟีลกว่า ตั้งอยู่ย่าน Dotonburi หาง่ายๆ แค่เงยหน้ามอง ถ้าเจอเกี๊ยวซ่ายักษ์เมื่อไหร่ก็ร้านนั้นเลยครับ แน่นอนว่าร้านดังขนาดนี้ต้องใจเย็นๆ นิดนึงนะครับ เพราะต้องต่อคิวยาวเลยล่ะ แต่ยังไงของอร่อยซะอย่าง สู้ตายครับผม!!! Website : https://www.osaka-ohsho.com 2. Marushougyouzaten ร้านเกี๊ยวซ่าเล็กๆ บ้านๆ แต่อร่อยอย่าบอกใครเชียวล่ะ !! จะมากินที่นี่อาจจะลำบากนิดนึง เพราะต้องนั่งรถไฟ JR สาย Touzai-Gakkentoshi Line มาลงสถานี Suminodo แล้วเดินอีก 6 นาที ถึงจะเจอร้านเล็กๆสีแดง แต่ก็ได้ความอร่อยคุ้มค่าอยู่นะครับ ซื้อเกี๊ยวซ่า เดินกินเพลินๆ ระหว่างชมบรรยากาศรอบๆเมืองโอซาก้า แป๊บเดียวหมดเกลี้ยง 3. Gyozaen ร้านนี้ไม่ได้อยู่ในโอซาก้านะครับ แต่ก็ไม่ไกลเพราะอยู่ที่เมืองโกเบนั่นเอง ถึงแม้ว่าเมืองนี้จะขึ้นชื่อในเรื่องของเนื้อโกเบ ที่สุดแสนจะวิเศษ แต่ก็ยังมี Hidden Gem อย่างร้านเกี๊ยวซ่าร้านนี้อยู่เช่นเดียวกัน ซึ่งจุดเด่นและเคล็ดลับความอร่อยของร้านนี้ก็คือ น้ำจิ้มแบบซอสมิโสะนั่นเอง ขอเบียร์เย็นๆ สักแก้วมาทานคู่กัน ฟินสุดจนหยุดไม่ได้ !!! Website : http://www.ganso-gyozaen.co.jp/ 4. Gyoza Stadium cr.appetiteforjapan.com สำหรับร้านนี้ เราจะกลับไปที่โอซาก้ากัน ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ตึก Namco City ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ร้านเกี๊ยวซ่าโดยเฉพาะ แต่นี่ก็ถือเป็นการดีที่เราจะได้ชิมเกี๊ยวซ่าสูตรเด็ดมากมายจากทั่วประเทศ ที่ถูกนำมารวมตัวกันที่นี่ครับ โดยมีมากกว่า 10 เจ้าเลยทีเดียว กรี๊ดมาก!! สาวกเกี๊ยวซ่าอย่างเรานี่กินจนหนำใจเลยล่ะ 5. Family Mart อย่าเพิ่งทำหน้างง อย่าเพิ่งงงกันน !! 5555555 เพราะใน Family Mart ของญี่ปุ่นก็มีเกี๊ยวซ่าขายเช่นเดียวกัน ถึงจะไม่ใช่สูตรเด็ดมากเหมือนร้านชื่อดัง แต่ก็อร่อยไม่แพ้กันเลยล่ะ ใครที่อยากกินเกี๊ยวซ่าแบบง่ายๆ มาลองดูไม่ผิดหวังนะครับ ตอนเย็นไม่รู้จะกินอะไรก็มาซื้อเกี๊ยวซ่า แล้วไปหาที่นั่งชิลๆ บรรยากาศดีๆ แล้วยิ่งอากาศดีๆ นะ เป็นความรู้สึกที่สุดยอดไปเลย ประหยัดเงินไปอีกด้วยหนึ่งมื้อ.. และนี่ก็คือ 5 ร้านเกี๊ยวซ่าในดวงใจที่โอซาก้าครับ บางที่อาจจะผิดแปลกแหวกแนวไปหน่อย ใครมีแพลนไปโอซาก้า อยากให้ลองไปตามรอยดู แล้วมาคอมเม้นท์บอกกันบ้างน๊าว่าชอบเหมือนกันหรือเปล่า~ หรือหากเพื่อนๆ คนไหนมีร้านแนะนำก็บอกได้นะครับ เดี๋ยวไปโอซาก้าคราวหน้าทัวร์ครับจะได้ไปตามรอยบ้าง !!! บทความแนะนำ !! >>กินหรูปูอร่อย! ตะลอนกิน 5 ร้านบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ที่ญี่ปุ่น<< >>เที่ยวญี่ปุ่นปีใหม่ไฉไลกว่าเดิม ! 10 กิจกรรมเที่ยวญี่ปุ่นช่วงปีใหม่<<
กินหรูปูอร่อย! ตะลอนกิน 5 ร้านบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ที่ญี่ปุ่น
พากิน
กินหรูปูอร่อย! ตะลอนกิน 5 ร้านบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ที่ญี่ปุ่น
เดี๋ยวทัวร์ครับจะพาไปดู 5 ร้านบุฟเฟ่ต์ ที่บอกเลยว่า คุ้มค่าคุ้มราคาที่จ่าย แถมยังฟินสุดๆ ด้วยล่ะ 1. Luxe Dining Hapuna Tokyo cr. jw web magazine cr.wongnai.com ร้านอาหารสุดหรู บนโรงแรม Shinakawa Prince Hotel ที่นี่มีไลน์อาหารให้เลือกทานหลากหลายเลยล่ะครับ แต่สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นที่หมายปองของเหล่านักท่องเที่ยว ก็คงหนีไม่พ้นเจ้า ‘ขาปูยักษ์’ นั่นเอง ทำให้ที่นี่ต้องเสิร์ฟขาปูถึงวันละ 350 กิโลกรัมต่อวัน เพื่อให้เพียงพอกับลูกค้าทุกคนเลยนะครับ แต่บอกก่อนว่าที่นี่คิวเต็มไวมาก ใครอยากลิ้มลองแนะนำว่าให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 อาทิตย์ครับ ราคา : มื้อกลางวัน ผู้ใหญ่ 3,800 เยน เด็ก 2,800 เยน / มื้อเย็น ผู้ใหญ่ 6,000 เยน เด็ก 3,800 เยน การเดินทาง : เดินออกจากสถานีรถไฟ Shinagawa ทาง Tanakawa Exit (west exit) ข้ามทางม้าลายเดินต่อประมาณ 5 นาที 2. Tokyo Station Buffet cr.pantip.com อยากเดินทางง่ายๆ ต้องร้านนี้เลย เพราะตั้งอยู่บนชั้น 12 ของห้าง Daimaru ณ สถานี Tokyo นั่นเอง ถึงแม้ว่าขาปูยักษ์ของที่นี่จะมีขนาดกลางๆ แต่รับรองว่าสดหวานไม่แพ้ใครเลยล่ะครับ และนอกจากขาปูแล้ว อาหารญี่ปุ่น หรืออาหารทะเลอื่นๆ ก็มีให้เลือกสรรเต็มไลน์บุฟเฟ่ต์ไปหมด ฟินไปอีกมื้อ ราคา : มื้อกลางวัน จำกัดเวลาที่ 90 นาที ราคา 1,890 เยน / มื้อเย็น จำกัดเวลาที่ 120 นาที ราคา 2,730 เยน 3. Prince Viking cr.japanwow ร้านบุฟเฟ่ต์ขาปูใหญ่ ที่ไม่ใช่แค่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงในหมู่ชาวญี่ปุ่นเองด้วย ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น B2 ในโรงแรม Shinjuku Prince Hotel สิ่งที่พิเศษสุดๆ ของห้องอาหารแห่งนี้ นอกจากขาปูยักษ์แล้ว ยังมีไลน์บุฟเฟ่ต์ที่ทางโรงแรมจะผลัดเปลี่ยนอาหารทุกๆ 2 เดือน เพื่อไม่ให้จำเจด้วยล่ะ ราคา : มื้อกลางวัน จำกัดเวลาที่ 90 นาที ราคา 3,800 เยน / มื้อเย็น จำกัดเวลาที่ 120 นาที ราคา 6,000 เยน การเดินทาง : อยู่ติดกับสถานี Seibu Shinjuku Station ดูแผนที่ http://www.princehotels.com/en/shinjuku/map-direction 4. Kani Doraku ข้ามฟากมาที่ฝั่งโอซาก้ากันบ้าง ใครผ่านไปที่ย่าน Dotonburi จะต้องสะดุดตากับร้านที่มีเจ้าปูยักษ์เกาะอยู่แน่นอน และถ้าหากเจอแปลว่ามาถูกแล้วววว เพราะที่นี่คือร้านบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ที่นักท่องเที่ยวนิยมมากๆ ซึ่งเมนูของที่นี่จะมีส่วนผสมของปูทั้งนั้นเลย และถึงแม้จะไม่ได้ขายแบบบุฟเฟ่ต์ แต่ก็สามารถเลือกได้ครับว่าจะรับประทานเป็นอาหารจานเดียว หรือจะรับประทานแบบคอร์สปูให้หนำใจ ราคา : คอร์สปู เริ่มต้นที่ 5,184 เยน 5. Nanda cr.komachijp.com ปิดท้ายกันแบบกระโดดจากใต้มาที่เหนือ เพราะร้านนี้ตั้งอยู่ที่ Sapporo นั่นเอง ใครที่ชอบกินปูจะต้องฟินมากแน่ๆ เพราะที่นี่มีปูให้เลือกถึง 3 สายพันธุ์เลยล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นปูขน ปูสึไว หรือปูทาราบะ และทีเด็ดคืออะไรรู้มั้ยครับ ? ที่นี่มีน้ำจิ้มซีฟู้ดแบบไทยให้ด้วย !!! เป็นการยืนยันว่านักท่องเที่ยวไทยไปกินขาปูที่นี่เยอะจริงๆ ราคา : มื้อกลางวัน จำกัดเวลาที่ 70 นาที ราคา 3,700 เยน / มื้อเย็น จำกัดเวลาที่ 100 นาที ราคา 4,780 เยน (ราคายังไม่รวมภาษี) สถานที่ตั้งร้าน : อาคาร Ciber City ชั้น B2 Susukino, Sapporo, Hokkaido การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Toho Line ลงสถานี Hosuisusukino แล้วเดินต่อจากสถานีมาอีกประมาณ 2 นาที อ่านจบแล้วหิวเลยใช่ไหมล่ะครับ? เพราะฉะนั้นหากใครมีแพลนไปเที่ยวญี่ปุ่น ห้ามพลาดที่จะไปลิ้มรส ‘ขาปูยักษ์’ ถึงถิ่นดูสักครั้งนะครับ รับรองว่าติดใจแน่นอน และสำหรับทัวร์ญี่ปุ่นของทัวร์ครับนั้นก็มีพาลูกทัวร์ไปลิ้มลองบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์กันด้วยนะครับ หากใครที่สนใจไปทัวร์ญี่ปุ่น กินขาปูยักษ์ >> จองได้ที่นี่เลย
รวมสุดยอดคาเฟ่เกาหลี พิกัดดีๆ ไปกี่ทีก็ฟิน
พากิน
รวมสุดยอดคาเฟ่เกาหลี พิกัดดีๆ ไปกี่ทีก็ฟิน
วันนี้ ทัวร์ครับ ก็เลยมีร้านคาเฟ่สุดชิคมาแนะนำ มาดูกันเลยว่าจะมีร้านไหนที่น่าไปเยี่ยมเยือนกันบ้างเอ่ยยย..? 1. HOARD CAFE มากันที่ร้านแรก คาเฟ่สุดแนวร้านนี้ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากพระราชวังคยองบ๊กและอินซาดง ใครที่ ตั้งเป้าหมายว่าจะไปเที่ยวแถวนั้นบอกเลยว่าไม่ควรพลาดที่จะแวะไป เพราะนอกจากจะได้ดื่มด่ำกับ บรรยากาศดีๆ ของตัวร้านแล้ว คุณยังสามารถขึ้นไปเยี่ยมชมการแสดงผลงานศิลปะบริเวณชั้นบนได้ อีกด้วย โดยผลงานจะมีการหมุนเวียนไปเรื่อยๆ แถมร้านนี้ยังมีมุมเด็ดที่ไม่ควรพลาดบริเวณริมกระจกที่สามารถมองออกไปเห็นสวนและตัวตึกแบบ เกาหลีโบราณ ซึ่งบอกเลยว่าวิวในแต่ละช่วงฤดูสวยงามไม่มีซ้ำกันเลยสักนิด ใครที่ยังไม่มีโกลด์สิ่งที่ ต้องทำก่อนตายในชีวิตลองมาเก็บรูปให้ครบทุกฤดูกาลดูก็น่าสนใจไม่น้อย มุมยอดฮิตของร้าน "Hoard Cafe"(호아드 카페) ไปวังคยองบ๊ก,หมู่บ้านฮันอ๊ก หรือไปอินซาดง ควรแวะไปเลยยยย ร้านนี้คนเกาหลีอัพลงอินสตราแกรมกันเยอะมากๆ ถ่ายออกมาสวยงาม ร้านมาได้หลายทางทั้งจากคย๊องบก,จากอินซาดง พิกัด : สามารถลงสถานีฮันอ๊ก หรือ พระราชวังคยองบ๊กกุง แล้วเดินไปได้เลย หน้าร้อนอาจจะเหนื่อยหน่อย 7 Sagan-dong, Jongno-gu, Seoul, เกาหลีใต้ คลิก 2.STYLENANDA PINK POOL PARTY หลายคนคงจะคุ้นหูคุ้นตากับชื่อของคาเฟ่แห่งนี้อยู่บ้าง โดยเฉพาะบรรดาสาวๆ สายแฟชั่นบิวตี้ โดยตัว คาเฟ่จะตั้งอยู่บนชั้น 5 ของตึก STYLENANDA PINK HOTEL ตึกสีชมพูแสนโดดเด่นไม่ไกลจากสถานี เมียงดง ในย่านชอปปิ้งชื่อดัง ชั้นล่างของตัวตึกจะเต็มไปด้วยเครื่องสำอางค์และเสื้อผ้ามากมายให้สาวๆ ได้มาเลือกสรรกันอย่างจุใจ แอบเตือนนิดนึงว่าหักห้ามใจกันไว้ให้ดี ไม่งั้นอาจจะมีการกระเป๋าฉีกกันได้ง่ายๆ แถมยังมีมุมให้ถ่ายรูป กันมากมาย ใครที่มีเวลาก็ลองเดินหามุมสวยๆ ของแต่ละชั้นดู รับรองว่าได้รูปใหม่ๆ อีกเพียบ ตัวคาเฟ่ตกแต่งแบบสระว่ายน้ำสไตล์วินเทจที่เก๋ไก๋ไม่ซ้ำใครและน่าจะถูกใจสาวๆ ที่คลั่งสีหวานๆ เป็น พิเศษ ส่วนใครที่อยากออกไปชมวิวสูดอากาศ ที่นี่ก็มีชั้นดาดฟ้ารองรับพร้อมเบาะนั่ง ให้คุณสามารถ ขึ้นไปนั่งเล่นนอนเล่นซึมซับบรรยากาศดีๆ ได้อีกด้วย พิกัด : ลงสถานี เมียงดง แล้วเดินไปได้เลยประมาณ 2 ซอย 10 นาที เกาหลีใต้ Seoul, Jung-gu, 명동 8길 37-8 스타일난다 핑크호텔 5Fคลิก 3.ARRIATE ส่วนสาวๆ สายหวานบอกเลยว่าต้องปักหมุดที่ร้านนี้เอาไว้ใน wish list เลยค่า สำหรับคาเฟ่ที่ดัดแปลง มาจากดอกไม้ร้านนี้ แค่เดินเข้ามาก็ถึงกับเกิดอาการลายตา เพราะมีดอกไม้เยอะแยะมากมาย มองไป ทางไหนก็เจริญหูเจริญตาไปซะหมด แถมดอกไม้ที่ใช้ยังเป็นดอกไม้จริงทั้งหมดอีกด้วย นอกจากนั้น แล้วร้านนี้เขายังมีการนำดอกไม้มาจัดเป็นช่อบูเก้สวยๆ ให้เราสามารถซื้อกลับมาเป็นของที่ระลึกกันได้ อีกด้วย ส่วนใครที่ชอบเครื่องดื่มสายสุขภาพ บอกเลยว่าเหมาะมากกับร้านนี้ เพราะของขึ้นชื่อของร้านคือ บรรดาชาสมุนไพรโฮมเมดทั้งหลาย และยังมีเมนูสุขภาพอีกมากมาย ให้เลือกทานพร้อมกับขนม หลากหลายแบบ บอกเลยว่าถ้าได้ลองมาแล้วที่นี่แล้วล่ะก็ ไม่มีผิดหวังแน่นอน พิกัด :ลงสถานี Hongik ทางออก 9 เดินเข้ามาในซอย GS25 จะอยู่ซ้ายมือ ร้านอยู่ตรงสี่แยก บนชั้น 2 30, Hongik-ro 6-gil, Yeoksam-dong, Mapo-gu, Seoul, เกาหลีใต้คลิก 4.SHARE D TABLE ดูจากจำนวนคนที่หลั่งไหลเขามาไม่หยุด คาเฟ่สุดชิคแห่งนี้น่าจะเป็นร้านที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยล่ะ ใครที่กำลังมองหาร้านนั่งชิวที่มีทั้งของคาว ของหวานหลากเชื้อชาติ พร้อมแอลกอฮอล์สุดเริ่ดอย่าง เบียร์สดหลากหลายแบบ ร้านนี้ถือว่าเหมาะสมเป็นที่สุด ตัวร้านยังกว้างขวาง โล่งสบาย พร้อมมีมุมสวยๆ ให้เลือกนั่งมากมาย จะชอบแนวหวาน แนวโมเดิร์น หรือการตกแต่งแบบวอร์มๆ ที่ดูอบอุ่นก็มีครบจบในร้านเดียว โดยเฉพาะโซนดอกหญ้าสีชมพูและโซน outdoor ของร้าน บอกเลยว่าเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร นอกจากนั้นแล้วเจ้าของร้านชาวอเมริกันก็ยังอัธยาศัยดีสุดๆ ใครที่ได้ไปเกาหลีต้องอย่าลืมแวะไปเยี่ยมเยือนกันสักครั้ง พิกัด :อยู่ตรงสถานี Seongsu สายสายเขียว ทางออก4 เดินมาไม่ถึง 10 นาทีอยู่ใกล้ๆสถานี Konkuk uiv. 47 Yeonmujang-gil, Seongsu-dong 2(i)-ga, Seongdong-gu, Seoul, เกาหลีใต้คลิก 5.CAFÉ SKON เรียกว่าเป็นที่ฮือฮากันในโลกออนไลน์ไม่น้อยเลย สำหรับคาเฟ่แนวโมเดิร์นมินิมอลสไตล์แห่งนี้ ถึงขั้นต้องมี การลงชื่อจองคิวเข้าร้านในบางเวลา ตัวร้านตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่และเฟอร์นิเจอร์ไม้ ทำให้ออกมาดูสวยสะอาดตาไปซะทุกมุม แถมยังมีดีเทลน่ารักฟรุ้งฟริ้งแบบที่ผู้หญิงต้องใจละลาย โดยเฉพาะ มุมชั้นวางของที่เป็นมุมสุดฮอต มาแล้วไม่ได้ถ่ายรูปตรงนี้ถือว่าพลาด แต่ร้านนี้ไม่ได้ดูน่ารักแค่การตกแต่งหรอกนะ การจัดจานและเมนูอาหารก็ไม่ได้น้อยหน้ากันเท่าไหร่ ส่วนเมนูเด็ดที่ไปแล้วต้องลองกินให้ได้ คงจะหนีไม่พ้น French cloud แน่นอน เพราะหลายคนที่เคย มาที่นี่ต่างก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเจ้าขนมจานนี้อร่อยอย่าบอกใคร ถ้าได้ลองทานรับรองว่าคุ้มค่า กับราคาแน่นอน นอกจากบรรยากาศร้านและอาหารจะสุดยอดแล้ว ของที่ระลึกที่วางจำหน่ายอยู่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ทั้งสวยเก๋ แถมยังมีราคาไม่แพงมากอีกด้วย ใครที่กำลังมองหาของฝากอยู่ล่ะก็ บอกเลยว่านี่คือ ตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ พิกัด : ลงสถานี ฮงอิก ทางออก 3 239-4 Yeonnam-dong, Mapo-gu, Seoul, เกาหลีใต้ คลิก 6.DINGA CAKE HOUSE ถือเป็นสุดยอดคาเฟ่สำหรับสาวๆ สายคาวาอี้กันเลยทีเดียว มองไปตรงไหนก็ดูน่ารักฟรุ้งฟริ้งตั้งแต่ข้าง นอกไปจนถึงข้างใน ทั้งสีทั้งเฟอร์นิเจอร์ บอกเลยว่าคิ้วท์เป็นที่สุด เหมือนได้ย้อนวัยกลับไปเป็น เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ฝันอยากมีบ้านตุ๊กตาเป็นของตัวเอง แถมที่ตั้งของคาเฟ่ยังอยู่ไม่ไกลจากย่านช้อป ปิ้งชื่อดังอย่างฮงแดอีกด้วย เรามาดูกันที่ขนมที่วางจำหน่ายในร้านกันบ้างดีกว่าค่ะ บอกเลยว่าทำออกมาได้หน้าตาดูดี สีสันคัล เลอร์ฟูลจนแทบไม่กล้ากิน เพราะกลัวจะไปทำลายความสวยงามของตัวเค้ก แนะนำว่าก่อนทานให้ทำตามวัฒนธรรมยอดฮิตอย่าง Camera eat first ถ่ายรูปสวยๆ เก็บไว้ลงโซเชียลสักสามสี่รูป บอกเลยว่า จะคุณจะมีรูปที่กิ๊บเก๋ที่สุดในสามโลกให้คนที่ติดตามได้อิจฉาเล่น อ้อ...ใครที่สนใจจะซื้อเค้กแบบ take away บอกเลยว่ากล่องที่ใส่เริ่ดสุดอะไรสุด ร้านนี้จะปิดทำการทุกวันอังคาร เพราะฉะนั้นกรุณาเช็ควันให้ดีๆ ก่อนที่จะไป ส่วนใครที่วางแผนไว้ แล้วว่าจะไปเช็คอินที่ร้านนี้แน่นอน แนะนำให้รีบไปหน่อยก็ดี เพราะร้านมีที่นั่งค่อนข้างจำกัด แถมเค้ก สุดน่ารักก็ยังหมดไวมากๆ อีกด้วย พิกัด :รถไฟใต้ดินสาย 6 (สีน้ำตาล) ลงสถานี Mangwon ทางออกที่ 1 93 Jandari-ro, Seogyo-dong, Mapo-gu, Seoul, เกาหลีใต้ คลิก 7.SINKI CAFÉ มาดูกันที่ร้านสุดท้ายของเรากันเลยดีกว่า ถ้าจะพูดถึงอีกหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของเกาหลี คงหนีไม้พ้นเมืองปูซานแน่นอน ร้านกาแฟชื่อดังเปิดใหม่ ที่มีวิวสวยเกินบรรยาย สามารถนั่งดื่มกาแฟชมวิวทะเลและเมืองสวยๆ อยู่ที่เกาะยงโดเป็นคาเฟ่ 4 ชั้น ตัวร้านถูกดัดแปลงมาจากตู้คอนเทนเนอร์ ออกแบบให้โล่งโปร่งสบายจน มองเห็นวิวได้อย่างชัดเจน เพราะอยู่บนเนินเขา ภายในร้านออกแบบและตกแต่งเน้นโทนสว่าง โดยเฉพาะที่จุดชมวิวชั้นดาดฟ้าชั้น 4 ซึ่งบรรยากาศจะสวย โรแมนติกมากๆในเวลากลางคืนจากแสงไฟสว่างสลัวๆ ส่วนใครที่อยากนั่งชิวสูดอากาศ แนะนำว่าดาดฟ้าของที่นี่ก็สุดยอดไม่แพ้กัน ว่ากันว่าสามารถมองเห็นวิวของเมืองได้ทั้งเมืองเลยล่ะ นอกจากบรรยากาศจะสุดพิเศษแล้ว รสชาติของกาแฟ เบเกอรี่ หรือเมนูเครื่องดื่มและของหวานอื่นๆที่จะให้ท่านประทับใจอย่างแน่นอนใครที่กำลังกังวลเรื่องราคา บอกเลยว่าไม่ได้แรงมากอย่างที่คิด เมื่อเทียบกับบรรยากาศที่ได้รับ บอก เลยว่าคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มเสียอีก พิกัด :รถไฟใต้ดินสาย 1 ลงสถานี Nampo Station ทางออกที่ 6 ขึ้นรถเมล์สาย 9 จากป้ายรถเมล์ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน ไปลงที่ป้าย Lotte Nakcheondae bus stop. ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือ หรือจะนั่งแท็กซี่จากรถไฟฟ้าดิเลยก็ได้ เกาหลีใต้ Busan, Yeongdo-gu, 청학동 148-203 신기산업 คลิก เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับคาเฟ่เกาหลีสุดชิคที่ชาวทัวร์ครับเลือกมาแนะนำกันในวันนี้ ขอรับรองเลยว่าทุกร้านนั้น ควรค่าแก่การไปเยี่ยมเยือนแบบสุดๆ โดยเฉพาะการไปเพื่อเก็บรูปสุดคูลไว้เป็นเมมโมรี่ความสุขของ ชีวิต สำหรับใครที่มีเวลาไม่พอที่จะไปได้ทุกที่ ลองเลือกร้านที่ถูกใจที่สุดมาสักสองสามร้านก็ช่วยเพิ่ม สีสันให้กับทริปเที่ยวเกาหลีได้ไม่น้อยเลยล่ะ หรือถ้าใครเบื่อๆเซ็งๆไม่อยากจะวางแผนเที่ยวเองให้ยุ่งยาก ก็สามารถใช้บริการทัวร์เกาหลีไปเที่ยวชิวๆ ถ่ายรูปคาเฟ่ชิค ชิค กับทัวร์ครับได้อย่างสบายเปร๋อออเลยล่ะ >//< อ่านต่อ >>10 มาม่าเกาหลี จัดว่าเด็ด เผ็ดถึงใจ!
15 ขนมญี่ปุ่นต้องซื้อ ของฝากญี่ปุ่นที่ใครๆ ก็ชอบ
พากิน
ญี่ปุ่น
15 ขนมญี่ปุ่นต้องซื้อ ของฝากญี่ปุ่นที่ใครๆ ก็ชอบ
พูดถึงขนมญี่ปุ่น หลายคนก็รู้สึกตาโตกันขึ้นมาแล้ว เพราะว่าชื่อเสียงความอร่อยของขนมญี่ปุ่นนั้นเป็นที่เลื่องลือกันมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นขนมอะไร แบบไหน ก็ดูจะอร่อยไปซะหมด...ดังนั้นเมื่อมีโอกาสได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที จึงต้องไม่พลาดซื้อขนมญี่ปุ่นกลับมาเป็นของฝากติดไม้ติดมือสักหน่อย แต่เมื่อได้เดินเข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ตของญี่ปุ่น ก็เป็นอันงงกันทุกที เพราะมีขนมญี่ปุ่นให้เลือกมากมายเต็มไปหมด ปัญหานี้จะหมดไป เพราะวันนี้ทัวร์ครับได้ส่งหน่วยข่าวลงพื้นที่ไปตามหาที่สุดของขนมญี่ปุ่น และหลังจากหน่วยข่าวจากทัวร์ครับได้ลองลิ้ม ชิมรสด้วยตัวเอง ก็ได้คัด 15 ที่สุดขนมญี่ปุ่นต้องซื้อ มาฝากทุกคนในวันนี้ จะได้ไปซื้อเป็นของฝากญี่ปุ่น หรือจะกินเองเพลินๆก็ได้ ว่าแต่จะมีขนมญี่ปุ่นยี่ห้อไหน? แบบไหนบ้างนั้น ตามทัวร์ครับมาเลยครับบ… จาการิโกะ (Jagariko By Calbee) หลายคนคงคุ้นหน้า คุ้นตาขนมญี่ปุ่นนี้เป็นอย่างดี เพราะถือว่าเป็นขนมญี่ปุ่นยอดฮิตในการซื้อกลับมาเป็นของฝากญี่ปุ่น ด้วยความอร่อยของมันฝรั่งแท่งที่ถูกทอดกรอบ จนได้ยินเสียงเป๊าะ!ทุกครั้งที่กัด กับรสชาติที่มีให้เลือกหลากหลายทั้งรสแครรอท รสชีส รสเนย แถมขนาดพอเหมาะกำลังพอดี ราคาไม่แพง หากได้ลองสักคำ เผลออีกทีก็หมดกระป่องแล้วเพราะมันเพลินจริงๆเลยคร๊าบบ... ป๊อกกี้ (Pokky) หาเอ่ยถึงขนมญี่ปุ่น แล้วจะไม่มีป๊อกกี้ ก็คงจะไม่ได้นะครับเพราะญี่ปุ่นนั้นถือว่าเป็นต้นกำเนิดของขนมปีอกกี้ จึงทำให้ป๊อกกี้ ญี่ปุ่นมีรสชาติให้เลือกเยอะมากๆ โดยเฉพาะรสชาติแปลกๆ อย่าง รสไข่ปลาคอต รสเมลอนฮอกไกโด และรสองุ่นเคียวโฮ ซึ่งเป็นของขึ้นของแต่ละภูมิภาคในญี่ปุ่นนั่นเองครับ ถือเป็นขนมญี่ปุ่นที่เหมาะกับการซื้อเป็นของฝากญี่ปุ่น นอกจากจะอร่อยแล้ว ยังแสดงถึงความเป็นญี่ปุ่นสุดๆเลยครับ คิทแคท หลากรส (Kitkat Chocolate) มีป๊อกกี้แล้วก็ต้องมีคิทแคท เพราะถือได้ว่าเป็นขนมญี่ปุ่นยอดฮิตในหมู่นักเที่ยวชาวไทยสุดๆ แต่ความพิเศษของคิทแคทญี่ปุ่นคือเรื่องของรสชาตินั่นเองจ้า เพราะมีรสชาติให้เลือกมากมาย และที่สำคัญแต่ละรสชาติแปลกๆที่ไม่เหมือนใคร หรือพูดง่ายๆว่ามีขายเฉพาะที่ญี่ปุ่นเท่านั้นอีกด้วย โดยรสชาติส่วนใหญ่ก็จะเป็นรสชาติที่สร้างสรรค์จากของดีของแต่ละพื้นที่ของญี่ปุ่น แต่ทัวร์ครับบอกเลยว่าแต่ละรสนั้นเด็ดดวงและไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนครับบ.. พูรีรอล กัมมี่ (Pureral Gummy) เยลลี่ญี่ปุ่น เป็นอีกขนมญี่ปุ่นยอดฮิตที่คนไทยมักจะซื้อกลับมาชิม หรือเป็นของฝากกันเป็นประจำ เพราะเยลลี่ ญี่ปุ่นนั้นมีรสชาติให้เลือกเยอะมากก...แต่ทัวร์ครับขอแนะนำเยลลี่ พูรีรอล กัมมี่ เรียกชื่ออาจจะยากสักหน่อย ฉะนั้นเซพรูปเก็บไว้เลยค่ะ เพื่อความชัวร์ ความโดดเด่นของเยลลี่พูรีรอลที่ทำให้มาอยู่ในลิสขนมญี่ปุ่นต้องโดน มาจากรสชาติเข้มข้นถึงรสผลไม้จริงๆ พร้อมสอดไส้ด้วยน้ำผลไม้เข้มข้น ช่วยเพิ่มความอร่อยมากยิ่งขึ้นไปอีก จะซื้อฝากหรือซื้อกินเล่นเอง ก็ฟินทั้งนั้นค่ะ ข้าวโพดแท่งอบกรอบอูไมโบะ Umaibo Flavored Corn Puff หากคุณกำลังมองหาขนมญี่ปุ่นรสชาติอร่อย ราคาไม่แพง ถูกปากคนทุกวัย ต้องข้าวโพดแท่งอบกรอบ อูไมโบะ เลยครับอูไมโบะเป็นข้าวโพดแท่งอบกรอบสีเหลือง เคลือบด้วยรสชาติต่างๆสุดเข้มข้น ทั้งรสบาร์บีคิว รสเทริยากิ หรือรสแกงกระหรี่ไก่ ซื้อครั้งเดียว แจกได้เกือบทั้งหมู่บ้านเลยละครับอ่ะ...ล้อเล่น แต่คือมันเยอะจริงๆค่ะ แต่ใครไม่อยากซื้อเยอะ ร้านส่วนใหญ่ก็จะแบ่งขายเป็นแท่ง ราคาแท่งละประมาณ 3 เยน ที่อาจจะแพงกว่ายกแพ็คนิดหน่อย แต่ข้อดีคือคละรสชาติได้ อูไมโบะ จึงเป็นขนมญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อย และราคาคุ้มค่า เหมาะกับการซื้อเป็นของฝากญี่ปุ่นที่สุดเลยครับ เยลลี่ คูโรโระ (Kuroro By UHA Mikakuto) เยลลี่องุ่นในตำนาน ที่ใครๆก็ไม่พลาดหยิบใส่ตระกร้าทุกครั้งที่เห็น บางคนชื่นชอบมากถึงขนาดสั่งพรีออเดอร์กันเลยทีเดียว ก็แหม… ใครจะปฏิเสธรสชาติความหอมขององุ่นสุดเข้มข้น เพียงแค่เปิดถุงออกมา ก็ได้กลิ่นองุ่นลอยมาเตะจมูกแล้วครับรวมกับเนื้อสัมผัสของเยลลี่ที่เหมือนกับกำลังนั่งเคี้ยวองุ่นจริงๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีรสชาติมาให้ลิ้มลองกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง เมลอน สตรอว์เบอร์รี่ แต่ไม่ว่าจะรสชาติไหน เยลลี่คูโรโระก็ยังคงเอกลักษณ์ความหอม อร่อยไว้ได้เป็นอย่างดี ดีงามขนาดนี้ ไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วต้องไม่พลาดเหมามาฝากันสักหน่อยแล้วครับ ข้าวอบกรอบแฮปปี้ เทิร์น (Happy Turn Light Crispy Rice Cracker) ขนมญี่ปุ่นซองสีส้ม ที่มีโล้โก้เป็นรูปข้าวอบกรอบสีเหลือง ใส่มงกุฏ กำลังยิ่มให้เราอย่างสดใส เหมือนกับสีเหลืองทองของข้าวอบกรอบด้านใน ที่รสชาติเข้มข้นไม่แพ้ชินมัย ซื้อให้ใครก็ถูกใจ ถ้ายิ่งซื้อกินเองบอกเลยว่าอร่อยเกินห้ามใจ กินไป กินมาหมดซะแล้ว อันนี้ไม่ได้ค่าโฆษณาแต่อย่างใดนะคะ เขียนจากประสบการณ์จริงๆล้วนๆค่ะ แต่ทัวร์ครับรับรองว่าอร่อยไม่ผิดหวังแน่นอนครับ เชื่อทัวร์ครับได้ ชิป สตาร์ (Chip Star) ถ้าใครเบื่อกินลุงหนวดกันแล้ว ทัวร์ครับขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ มันฝรั่งแผ่นอบกรอบสัญชาติญี่ปุ่น อย่าง ชิปสตาร์ ถึงจะกระป๋องเล็ก แต่รสชาติเข้มข้นไม่แพ้ใคร ถือเป็นขนาดกำลังกินเพลินเลยค่ะ กินเยอะเดี๋ยวจะอ้วนเอานะ (อิอิ) และยังมีรสชาติให้เลือกหลายรส ทั้งรสดั้งเดิม (รสเค็ม) รสซาวน์ครีม รสสาหร่าย เป็นอีกขนมญี่ปุ่น ที่หากใครเห็นผ่านตาตอนเดินช้อปปิ้งในร้านค้า ก็อย่าลืมหยิบติดมือมาลองชิมกันได้ หรือจะซื้อเป็นของฝากญี่ปุ่นก็ดีงามเหมือนกันครับ โค้ก รสพีช (Coke Peach) สำหรับขนมญี่ปุ่นชนิดนี้ มาในรูปแบบของเหลว แต่เป็นของเหลวขวัญใจคนทั่วโลก ไม่ว่าใครก็ชอบโค้ก แต่โค้กญี่ปุ่นทั้งที มีหรือจะมาแบบธรรมดา เพราะมาในรสชาติของพีช อีกหนึ่งผลไม้ขึ้นชื่อของประเทศญี่ปุ่น ผสมกับรสชาติโค้กได้อย่างลงตัว แค่เปิดฝาก็ออกมาก็หอมกลิ่นพีชแล้วครับ ส่วนรสชาตินั้นก็ไม่ต่างจากโค้กปกติเท่าไหร่ค่ะ แต่กลิ่นพีชจะช่วยเพิ่มอรรธรสในการกินโค้กให้แปลกใหม่ และอร่อยกว่าเดิมครับ พูเร่ เพียว กัมมี่ (Pure’ Pure Gummy) และแล้วเยลลี่ญี่ปุ่น ก็ติดเข้ามาอีกหนึ่งชื่อ ประเทศญี่ปุ่นนี่ช่างเป็นดินแดนสวรรค์ของคนรักขนมจริงๆครับแต่ก่อนจะกินจะเป็นเบาหวานกันไป ต้องไม่พลาดชิม พูเร่ เพียว กัมมี่อันนี้ซะก่อน เยลลี่รสผลไม้หนึบหนับ รูปหัวใจสุดน่ารัก เพิ่มความหวานด้วยน้ำตาลเคลือบด้านนอกอีกชั้น ให้รสชาติผลไม้เข้มข้น ควบคู่กับความหนึบหนับจากเยลลี่ พูเร่ เพียวกัมมี่จึงเป็นเยลลี่ติดอันดับขายดีในญี่ปุ่นมายาวนาน ส่วนรสชาติยอดฮิตก็มีทั้ง รสองุ่น รสมะนาว และรสพีชครับได้รายชื่อแล้ว อย่าลืมซื้อมาลองชิมกันได้น้าคร๊าบบ... โอริฮิโระ คอนยัค (Orihiro Puranti Konnyaku) ใครว่าขนมกินแล้วต้องอ้วน เพราะขนมญี่ปุ่นอันนี้จะไม่ทำให้คุณอ้วน แม้กินจนหมดถุงก็ตาม กับ โอริฮิโระ คอนยัค เป็นเยลลี่รสผลไม้ที่ผลิตมาจากบุกธรรมชาติ จึงให้แคลลอรี่ต่ำ เป็นขนมเพื่อสุขภาพที่แท้จริง ด้วยเนื้อเยลลี่เด้งดึ้ง หนุบหนับ กับซองเล็กๆ กินง่าย แค่ฉีกซองก็ได้กลิ่นผลไม้ลอยฉุยเข้าจมูก เป็นเยลลี่ที่กินเพลินมากๆเลยครับ เผลอแป๊ปเดียวกินจนหมดห่อแล้ว คือมันดีจริงๆครับรสชาติที่ทัวร์ครับขอแนะนำเลยก็คือ รสพีช รสมะม่วง รสองุ่น และรสแอปเปิ้ล มีทั้งแบบแยกรส และคละรสชาติให้เลือกช้อปได้ตามใจเลยครับ ช็อคโกลแลต ดาร์ส (Dars Chocolate) ประเทศญี่ปุ่น เป็นอีกประเทศที่มีชื่อเสียงในเรื่องของช็อคโกแลตแสนอร่อย และยี่ห้อที่โด่งดัง ขวัญใจชาวญี่ปุ่นก็คือ Dars นี่เองครับ หลายคนอาจจะคุ้นหน้า คุ้นตาช็อคโกแลตยี่ห้อนี้กันมาบ้าง เพราะมีขายอยู่ตามซุปเปอร์มาร์เก็ต และ 7-11 ซึ่งมีให้เลือกหลายรสชาติ หลายรูปแบบ ทั้งช็อคโกแลตนม รสหวานนุ่ม หรือจะผสมถั่วต่างๆ รวมถึงคนที่ชอบมิ้นต์ Dars ก็ช็อคโกแลตมิ้นต์ที่หวาน หอม กลิ่นมิ้นต์แบบถึงใจ เหมาะกับการซื้อกลับมาเป็นขนมญี่ปุ่นเอาไว้กินเล่น เพิ่มน้ำตาลในเลือด หรือจะซื้อมาฝากแฟนคลับคนรักช็อคโกแลต รับรองว่าถูกใจแน่นอนครับผม โทฮาโตะ คาราเมล คอร์น (Tohato Caramel Corn) ขนมข้าวโพดอบกรอบกลิ่นคาราเมลของญี่ปุ่น ที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ปี 1971 จาก เอกลักษณ์ของข้าวโพดกลิ่นคาราเมลที่หาที่ไหนไม่ได้ ทำให้โทฮาโตะ เป็นขนมญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อกลับมาด้วยทุกครั้ง โดยเฉพาะคนไทยที่ชอบขนมกลิ่นหอมหวานคาราเมลที่เข้ากันได้ดีกับกลิ่นข้าวโพด หากใครยังไม่เคยชิมมาก่อน ทัวร์ครับแนะนำให้ลองชิมรสดั้งเดิม ถุงสีแดงเลยครับ หรือจะลองชิมรสชาติใหม่ๆ อย่าง รสถั่วอัลมอนด์ หรือรสนมก็อร่อย เคี้ยวเพลินไม่แพ้กินครับ เบบี้ สตาร์ ราเมน (Baby Star Ramen) ขึ้นชื่อมาว่า ราเมน แต่ว่าไม่ใช่ราเมน หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จญี่ปุ่นทั่วไปนะคะ เพราะนี่คือขนมญี่ปุ่นอันแสนโด่งดัง ลักษณะเป็นเส้นมาม่าอบกรอบ ปรุงด้วยรสชาติของราเมนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รสซุปใส รสยากิโซบะ ให้ความรู้สึกเหมือนการกินมาม่าดิบแบบไทยๆนั่นเองค่ะ แต่อยากให้ลองชิมกันเพราะว่ามันอร่อยและกินเพลินมากๆ และยังมีขายเป็นซองเล็กๆ คละรสชาติที่เหมาะกับการซื้อมาฝากเป็นของฝากจากญี่ปุ่นอีกด้วยครับ รอยส์ ช็อคโกแลต (Royce’ Chocolate) อย่างที่ทราบกันดีว่าช็อคโกแลตญี่ปุ่นนั้นดีงามเหลือเกิน และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ออกมาใหม่ๆในสไตล์ตัวเอง จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกกับ รอยส์ นามะ ช็อคโกแลต ( Royce’ Nama Chocolate) ช็อคโกแลตต้นกำเนิดมาจากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ที่เอกลักษณ์ในเรื่องของความนุ่ม เบา แต่กลับเข้มข้มด้วยรสชาติของโกโกคุณภาพ แถมยังมีรสชาติแปลกๆให้ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็น รสแชมเปญ รสไวท์ช็อคโกแลต รสช็อคโกแลตกาน่า แต่ฮิตสุดก็คงจะเป็นกล่องสีฟ้า รสดั้งเดิม ที่ไม่ว่าจะซื้อไปฝากใคร ก็จะหมดวับภายในพริบตาเลยทีเดียวครับ โอ้โหห...ขนมญี่ปุ่นแต่ละอันน่ากินทั้งนั้นเลยค่ะ เอาไปว่าใครที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็ต้องรีบจดลิสขนมญี่ปุ่นที่ทัวร์ครับแนะนำกันในวันนี้ให้ดีเลยนะครับถ้าใครกลัวลืมก็กดแชร์ไว้กันลืมได้นะครับ ทัวร์ครับรับรองเลยว่าทั้ง 15 ขนมญี่ปุ่นที่ทัวร์ครับแนะนำแต่ตัวนั้นเด็ด ดวงและฮิตสุดๆจริงๆ ใครได้ลองชิมแล้วก็อย่าลืมมาเล่าให้ทัวร์ครับฟังกันบ้างนะคร๊าบบ! ได้ลิสขนมญี่ปุ่นกันไปแล้ว ถ้างั้นทัวร์ครับขอพาไปแนะนำเรื่องของเครื่องรางญี่ปุ่นกันบ้าง กับ... >>>ของดีต้องโดน ! แนะนำ 10 เครื่องรางในตำนานจากญี่ปุ่น ที่ใครๆก็บอกว่าต้องมี<<<
ตะลอนกิน! รวม 10 เมนู “อาหารจีน” เที่ยวจีนครั้งนี้ไม่มีพลาด
พากิน
ตะลอนกิน! รวม 10 เมนู “อาหารจีน” เที่ยวจีนครั้งนี้ไม่มีพลาด
ไปเที่ยวจีน ฮอตมากประเทศจีน มีจุดแลนด์มาร์คที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดิสนีย์แลนด์ ที่เซี่ยงไฮ้ หรือเมืองอากาศหนาวจับใจ อย่าง ฮาร์บิน ที่นักท่องเที่ยวอยากจะไปเยือน และแน่นอนว่า ไปเที่ยวประเทศจีน ก็ต้องกินอาหารจีน !! ซึ่งข้อนี้ทัวร์ครับเชื่อว่าไม่เป็นปัญหากับคนไทยเราแน่ๆ เพราะเป็นอาหารที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็กๆ วันนี้เราเลยรวบรวมมาให้ดูกัน ว่าถ้าไปเยือนเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ เราจะเจออาหารอะไรกันบ้างรับรองว่าเด็ดทุกเมนูจองทัวร์จีน กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub)ดูแพ็คเก็จทัวร์อื่นๆ เพิ่มเติม คลิกเลย >> https://tourkrub.co/lifestyle/lifestyle-best-price-tour1. ไก่สับหน้าตาคุ้นๆ ไหมล่ะครับ ? บ้านไหนที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน จะต้องเคยทานเมนูนี้แน่ๆ เพราะเป็นเมนูที่แปรรูปมาจากของไหว้เจ้า สำหรับที่จีนนั้น จะนิยมนึ่งไก่จนสุกนิ่ม แล้วนำมาสับเป็นชิ้นๆ ทานเข้าไปจะได้รสชาติของไก่แบบแท้ๆ เพราะเค้าไม่ได้ปรุงรสมากมาย แต่บอกเลยว่าหอม นุ่ม อร่อย จนแทบไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มเลยล่ะ2. ไก่ผัดถั่วลิสงอีกหนึ่งเมนูอาหารจีน ที่ไปเมืองจีนแล้วต้องกิน ซึ่งเราคุ้นเคย เพราะเป็นเมนูประจำโต๊ะจีน และภัตตาคารจีน เป็นอาหารจีนสไตล์เสฉวน โดยจะนำไก่มาหั่นเต๋า แล้วผัดกับถั่วลิสง และซอสรสชาติเผ็ดนิดๆ ไก่นุ่มๆ ซอสหวานๆปนเผ็ด และถั่วลิสงมันๆ เข้ากันดี๊ดีอย่าบอกใครเลยล่ะ3. เต้าหู้ทรงเครื่องเมนูอาหารจีน ที่นิยมไปทั่วโลก คนหนีไม่พ้นเมนูนี้ เพราะเป็นเมนูที่ทานได้ง่าย ทานได้ทุกวัยตั้งแต่เด็ก ไปจนถึงผู้สูงอายุเลย เต้าหู้นุ่มๆ ไปด้วยกันได้เป็นอย่างดีกับหมูสับรสหวานๆ เค็มๆ ทานเพลินๆ แป๊บเดียวหมดจานเลยเด้อ4. หมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวานเมนูอาหารจีน จานโปรดของเด็กๆ ทั้งหลาย เพราะมีความกรุบกรอบจากหมูทอดที่หั่นมาเป็นแท่งไม่ยาวมาก แต่ทอดได้กรอบสุดๆ ราดกับซอสสีส้มแดงรสชาติเปรี้ยวอมหวาน คล้ายกับกำลังทานเฟรนช์ฟรายทอด จิ้มกับซอสมะเขือเทศอยู่ แล้วยิ่งได้ข้าวสวยร้อนๆ มากินคู่กัน บอกเลยว่าไม่มีวางช้อนแน่ๆ5. เป็ดปักกิ่งเมนูอาหารจีนโปรดปรานที่สุดของชาวทัวร์ครับเลย เป็ดย่างหนังบางกรอบ ทานคู่กับแผ่นแป้งปอเปี๊ยะ หรือหมั่นโถว บวกกับซอสที่เข้ากันได้ดี๊ดี แนมด้วยผักนิดๆ หน่อยๆ เพลินอย่าบอกใครเลยล่ะครับ เห็นภาพแล้วหิวเลยเนี่ย ถ้าใครอยากทานแล้วยังไม่มีเวลาไปลิ้มรสชาติ original ที่จีน แนะนำว่าหยิบกุญแจรถ ขับไปภัตตาคารใกล้บ้านแก้ขัดก่อนได้นะครับ6. หมูหันอาหารจีนมีเป็ดปักกิ่งแล้ว ก็ต้องมีหมูหันด้วยนะครับ ถึงจะครบสูตรโต๊ะอาหารจีน ซึ่งบอกเลยว่า ไม่มีอะไรจะฟินไปกว่า การได้ส่งหมูที่ย่างมาจนหนังกรอบ แต่เนื้อกลับนุ่ม เข้าปากแล้วล่ะครับ ทานเพลินๆ จนลืมแคลอรี่เลยทีเดียว แต่ก็ยอมนะครับ อิอิ7. เกี๊ยวน้ำเมนูอาหารจีนหน้าตาธรรมด๊า ธรรมดา แต่บอกเลยว่ารสชาติแบบต้นตำหรับของจีนไม่ธรรมดาแน่นอน เป็นเมนูอาหารจีนที่คนจีนนิยมทานกันในฤดูหนาว เพื่อเพิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกาย รสชาติของน้ำซุปนั้นจะหอมเครื่องตุ๋นนำมาเลยครับ แถมยังมีความหวานแบบไม่ปรุงแต่ง ซดน้ำเพลินๆ ชามเดียวไม่พอแน่ๆ เลยล่ะ8. ปอเปี๊ยะอีกหนึ่งอาหารจีนธรรมดา แต่จะขอเล่าว่า เมนูนี้ชาวจีนต้องสั่งมาทุกครั้งเลยนะครับ เพราะเค้าเชื่อว่าการกินปอเปี๊ยะจะช่วยให้เกิดความเป็นสิริมงคลนั่นเอง เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยที่ไม่ว่าจะคนวัยไหน ก็แย่งกันหยิบกิน แบบว่าวางปุ๊บหมดปั๊บในพริบตาเลยล่ะ ถ้าไม่เชื่อเวลาไปเที่ยวจีนลองสั่งได้กันได้เลยย9. เครย์ฟิชผัดหม่าล่าอาหารจีนเมนูนี้ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ กุ้งมังกร นั่นเอง เป็นอาหารจีนที่ฮิตสุดๆ ในหมู่ชาวจีน ไม่ว่าจะเดินทางไปเมืองเล็กๆ หรือเมืองใหญ่ๆ จะต้องเจอเจ้าเมนูนี้อย่างแน่นอน ชาวจีนนิยมนำเจ้ากุ้งมังกร มาผัดกับหม่าล่า รสชาติจะออกเผ็ดมาก จนชาลิ้น แต่ขอบอกว่าอร่อยเหาะ10. ติ่มซำปิดท้ายที่เมนูอาหารจีนที่เรารู้จักกันดี๊ดี จริงๆ แล้ว ติ่มซำ เป็นชื่อเรียกของอาหารประเภทนึ่ง ซึ่งที่ฮิตๆ ก็จะมี ฮะเก๋า ขนมจีบ ซาลาเปา หรือเกี๊ยวต่างๆ นั่นเอง โดยจะจัดเสริ์ฟมาในภาชนะใบเล็กๆ เช่น เข่งหรือจานเล็กๆ ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า เข่งเดียวไม่พอและนี่ก็เป็น 10 เมนูอาหารจีน ที่ถ้าหากเพื่อนๆ ไปเที่ยวจีนจะต้องเจออย่างแน่นอนครับ แต่อ่านจบแล้วก็สบายใจได้แล้ว มีแต่อาหารคุ้นเคยทั้งนั้น ไม่ต้องห่วงว่าไปเที่ยวจีนแล้วจะอดเลย เผลอๆ มีน้ำหนักเพิ่มกลับไทยมาอีกด้วยย เพื่อนๆคนไหนอยากไปเที่ยวจีนก็ลองดู ทัวร์จีน กับ ทัวร์ครับ.คอม ได้เลย รับรองว่าเที่ยวครบจบที่เดียวทัวร์ครับพา “เที่ยวจีน” ราคาสุดคุ้ม คลิกเลย!! >> https://tourkrub.co/china-tourบทความแนะนำ :5 เมืองน่าเที่ยว ตะลอนทัวร์จีน แบบไม่เข้าร้านรัฐบาล!