ตัวช่วยค้นหา
พบ 8 แพคเกจ
เรียงตาม
ยอดนิยม

ทัวร์ฟุกุโอกะ สัมผัสธรรมชาติอันหลากหลาย เที่ยวเมืองใหญ่ในบรรยากาศสโลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง

ข้อมูลทัวร์ญี่ปุ่น ฟุกุโอกะ

เป็นเมืองชายฝั่งทะเลทางตะวันตกเฉียงเหนือของภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ฟุกุโอกะเคยได้รับเลือกให้เป็นเมืองน่าอยู่ในอันดับที่ 12 ของโลกเมื่อปี ค.ศ.2013 ฟุกุโอกะยังนับเป็นเมืองใหญ่ในภูมิภาคนี้ และเป็นหนึ่งเมืองที่นักท่องเที่ยวค่อนข้างให้ความสนใจเดินทางมาเยือนกันเป็นอย่างมาก นอกจากนั้น ยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเก่าแก่ ซึ่งบางคนถึงกับตั้งข้อสันนิษฐานว่าการก่อสร้างประเทศญี่ปุ่นนั้นเริ่มต้นตั้งรกรากจากที่นี่เลยทีเดียว ปัจจุบันนี้ ฟุกุโอกะเป็นเมืองใหญ่ที่เพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบาย ทั้งทางด้านการคมนาคมและการใช้ชีวิตประจำวัน แต่เป็นเมืองใหญ่ที่ให้บรรยากาศสบายๆ ไม่หนาแน่นเหมือนเมืองใหญ่อีกหลายแห่งของญี่ปุ่น แถมพ่วงด้วยตำแหน่งหนึ่งในเมืองท่าสำคัญของประเทศมาเป็นเวลาหลายร้อยปี ฟุกุโอกะมีที่ตั้งห่างจากเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ไม่มากนัก สามารถเดินทางถึงกันได้ด้วยการนั่งเรือข้ามไป โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง และด้วยความที่เป็นเมืองเก่าแก่อันมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ทำให้ฟุกุโอกะมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในรูปแบบที่อิงกับประวัติศาสตร์และให้กลิ่นอายแบบญี่ปุ่นโบราณอยู่หลายที่ นอกจากนั้น ยังเป็นเมืองซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวในรูปที่ทันสมัยอีกหลายแห่ง และยังเป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจอย่างสวนดอกไม้หรือชายหาด แถมยังเป็นเมืองซึ่งมีวัฒนธรรมทางด้านอาหารที่หลากหลาย ปิดท้ายด้วยการมีแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่อีกมากมาย ทั้งหมดนี้ทำให้การเดินทางมาทัวร์ฟุกุโอกะของคุณนั้นเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวในหลายบรรยากาศ และจะได้สัมผัสกับประสบการณ์อันน่าประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน

ตัวอย่างทัวร์ฟุกุโอกะที่น่าสนใจ

หากคุณมองหาเส้นทางทัวร์ฟุกุโอกะที่ให้ความรู้สึกแบบสโลว์ไลฟ์ ไม่เร่งรีบ ทริปนี้ถูกใจคุณแน่นอน เริ่มต้นออกเดินทางด้วยการไปสักการะศาลเจ้าดาไซฟุ เท็นมันกุ ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งการเรียนรู้ จากนั้นพาคุณมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านยูฟุอิน หมู่บ้านสุดน่ารักในวงล้อมของขุนเขา ซึ่งเต็มไปด้วยร้านขายสินค้าและอาหารที่น่าสนใจ รวมถึงใกล้กันยังมีทะเลสาบคิริน และหมู่บ้านยูฟุอินฟลอรัล ซึ่งเป็นหมู่บ้านแสนน่ารักในบรรยากาศแบบยุโรปในอดีต จากนั้นเดินทางไปยังหมู่บ้านออนเซ็น เซ็นคันนาวะ ที่ตั้งอยู่ในเมืองเบปปุ ซึ่งเป็นเมืองแห่งน้ำพุร้อนอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น ที่มีหลากหลายบรรยากาศให้คุณได้สัมผัสกันอย่างสุดเพลิน แล้วไปเดินช้อปกันต่อที่ห้างอิออนแบบสบายๆ จากนั้น ไปเยือนจุดชมวิวไดคังโบ อันได้ชื่อว่ามีทิวทัศน์งดงามเหมือนการได้ยืนอยู่บนสวรรค์ โดยตลอดเส้นทางนั้นจะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้คุณได้อย่างแน่นอน ต่อด้วยการมุ่งสู่ย่านช้อปปิ้งโบราณโจซังเอ็น แล้วไปเดินเล่นเลือกซื้อของกันต่อในร้านดิวตี้ฟรี หลังจากนั้นมุ่งหน้าไปที่วัดโทโชจิ เพื่อสักการะพระพุทธรูปนั่งแกะสลักจากไม้ซึ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ต่อด้วยการไปช้อปปิ้งกันต่อที่ย่านการค้าเท็นจิน จากนั้นให้คุณวางแผนเที่ยวด้วยตัวเองแบบฟินๆ กับฟรีไทม์ในการทัวร์ฟุกุโอกะแบบเต็มๆ หนึ่งวันเป็นการปิดท้าย เชื่อว่าทริปนี้ถูกใจคนชอบเที่ยวในบรรยากาศแบบสบายๆ อย่างแน่นอน

สำหรับคนชอบท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ ทัวร์ฟุกุโอกะทริปนี้อาจจะเป็นสิ่งที่คุณกำลังมองหา เริ่มจากการไปสัมผัสความน่ารักของหมู่บ้านยูฟุอิน ซึ่งมีทะเลสาบ หมู่บ้านสไตล์ยุโรป และร้านขายสินค้ามากมายให้คุณได้เลือกเดินช้อปเดินชิลล์กัน จากนั้นจึงพาคุณไปเยือนย่านเมืองเก่า ซากุระ โนะ บาบะ โจไซเอ็ง ในเมืองคุมาโมโต้ โดยที่นี่คุณจะได้เดินเล่นเที่ยวชมกันแบบอิสระตามอัธยาศัย ต่อด้วยการพาคุณไปสัมผัสความผ่อนคลายด้วยการไปล่องเรือเฟอร์รี่ เพื่อสูดอากาศดีๆ พร้อมวิวทะเลอันงดงามกันแบบจุใจ แล้วมุ่งหน้าไปยังเมืองน้ำพุร้อนอุนเซน พาคุณไปสัมผัสบ่อนรกแห่งอุนเซน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นบ่อน้ำพุร้อนอันดับหนึ่งของคิวชู โดยในบริเวณใกล้กันยังประกอบด้วยบ่อน้ำพุร้อนมากกว่า 30 บ่ออีกด้วย และคุณยังจะได้สัมผัสประสบการณ์นั่งชมวิวทะเลไปพร้อมแช่ออนเซ็นเท้ากันแบบสุดผ่อนคลาย จากนั้นไปแวะไหว้ศาลเจ้าเก่าแก่แห่งเมืองซากะ ซึ่งเป็นศาลเจ้าอินาริที่ใหญ่เป็นอันดับสามในญี่ปุ่น แล้วพาคุณไปชมพร้อมช้อปกันในแหล่งผลิตสาเกและห้างสรรพสินค้าอิออน ก่อนไปเดินชมตลาดเช้าโยบุโกะ ซึ่งเป็นตลาดอาหารทะเลท้องถิ่นที่มีเมนูให้เลือกชิมกันมากมาย หลังจากนั้นพาคุณไปชมอุโมงค์ต้นไม้แห่งป่าสนดำ นิจิ โนะ มัตสึบาระ ซึ่งเป็นอุโมงค์ธรรมชาติริมชายหาดที่มีความยาวมากกว่า 4.5 กิโลเมตร และเป็น 1 ใน 3 ของป่าสนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ก่อนพาคุณไปช้อปต่อที่ MARINOA CITY OUTLET แล้วไปแวะนมัสการหลวงพ่อโต วัดโทโชจิ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนแวะเลือกหาของฝากที่ย่านการค้าเท็นจินเป็นการปิดท้าย มั่นใจว่าสายธรรมชาติจะแฮปปี้กับทัวร์ฟุกุโอกะทริปนี้ได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์!

ถ้าคุณอยากทัวร์ฟุกุโอกะในบรรยากาศเย็นสบายในฤดูหนาว นี่คือหนึ่งทริปสุดว้าวที่เราภูมิใจนำเสนอ ออกสตาร์ทด้วยการไปสักการะศาลเจ้ายูโทคุอินาริ ซึ่งชาวฟุกุโอกะให้ความศรัทธาในเรื่องการขอความสำเร็จในด้านธุรกิจการงาน และยังเป็นจุดชมทิวทัศน์แสนสวยอีกหนึ่งจุดเลยทีเดียว จากนั้นพาคุณเดินทางไปยังเมืองนางาซากิ เพื่อสัมผัสความสวยของสวนดอกไม้โกลฟเวอร์แมนชั่น แล้วต่อด้วยการไปเรียนรู้อดีตอันโหดร้ายจากสงครามในสวนสันติภาพนางาซากิ ก่อนเดินทางไปสัมผัสความตื่นตาตื่นใจในงาน Kingdom of Light ซึ่งเป็นเทศกาลประดับไฟฤดูหนาวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีการใช้ดวงไฟประดับมากกว่า 13 ล้านดวง จากนั้นเดินทางไปยังเฮ้าส์เท็นบอช หรือหมู่บ้านฮอลแลนด์แสนสวยในดินแดนปลาดิบ ชมทิวทัศน์กันให้จุใจแล้วไปช้อปปิ้งต่อที่โทสุ พรีเมี่ยม เอ๊าท์เลท ในจังหวัดซากะ แล้วมุ่งหน้าต่อไปยังหมู่บ้านยูฟุอินฟลอรัล หมู่บ้านยุโรปจำลองซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าในบรรยากาศสุดน่ารัก จากนั้นพาคุณไปเยือนขุมนรกทั้ง 8 แห่งเมืองเบปปุที่ชื่อจิโกกุ เมกุริ ซึ่งเป็นบ่อน้ำพุร้อนชื่อดังที่มีเอกลักษณ์ในเรื่องของสีสันอันเกิดจากแร่ธาตุหลายชนิดแบบไม่ซ้ำกัน ก่อนเดินทางไปอิ่มอร่อยกันในฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่ แวะขอพรที่ศาลเจ้าดาไซฟุซึ่งเป็นศาลของเทพเจ้าแห่งการศึกษา แล้วมุ่งหน้าไปช้อปปิ้งกันแบบจุใจที่ย่านเท็นจินและคาแนลซิตี้ ฮากาตะ ในฟุกุโอกะ เป็นการปิดท้าย นี่คือทริปทัวร์ฟุกุโอกะในฤดูหนาวซึ่งคุณจะประทับใจ และพาคุณไปสัมผัสครบทุกอารมณ์ในการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

สภาพอากาศในทัวร์ฟุกุโอกะ

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม)

ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมธรรมชาติและมาทัวร์ฟุกุโอกะ เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีอากาศเย็นสบาย อุณหภูมิช่วงนี้จะอยู่ที่ประมาณ 10 - 20 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่าในบางวัน ช่วงกลางเดือนมีนาคมจะเป็นฤดูซากุระบาน เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่เหมาะในการมาทัวร์ฟุกุโอกะที่สุดช่วงหนึ่งเลยทีเดียว

ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม)

เป็นช่วงเวลาที่มีสภาพอากาศใกล้เคียงกับประเทศไทย อุณหภูมิส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 25 - 30 องศาเซลเซียส หรืออาจจะร้อนกว่านั้นในบางวัน การมาทัวร์ฟุกุโอกะในช่วงนี้อาจจะพบกับฝนตกเป็นระยะค่อนข้างถี่ แต่ธรรมชาติรอบด้านจะเขียวขจี สดชื่น และมีชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่ง 

ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน)

อากาศโดยทั่วไปจะค่อนข้างเย็นสบาย อยู่ในระดับประมาณ 10 - 20 องศาเซลเซียส แต่ในช่วงกลางคืนอาจจะมีอุณหภูมิที่ลดต่ำลงไปจนถึงเลขตัวเดียว ช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงที่สวยงามและเหมาะกับการมาทัวร์ฟุกุโอกะเลยทีเดียว

ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์)

การมาทัวร์ฟุกุโอกะในช่วงฤดูนี้ ควรเตรียมพร้อมอุปกรณ์กันหนาวคุณภาพดีมาให้ครบครัน เนื่องจากอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 0 - 10 องศา อาจจะพบหิมะได้แต่ไม่มากนักในแถบนี้ ด้วยความที่สภาพอากาศค่อนข้างแตกต่างจากประเทศไทย คุณจึงควรเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อม และพกยาสามัญที่จำเป็นต้องใช้ติดตัวมาด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวในทัวร์ฟุกุโอกะ

ปราสาทฟุกุโอกะ 

ปราสาทแห่งนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่าปราสาทมาอิซูรู สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1608 เดิมบริเวณนี้มีตัวปราสาทอยู่หลายหลัง และนับว่าเป็นปราสาทซึ่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาคคิวชูเลยทีเดียว แต่ต่อมาเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากยุคเอโดะเป็นยุคเมจิ ปราสาทแห่งนี้ได้ถูกทำลายลงเนื่องจากถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของระบบศักดินาในประเทศญี่ปุ่น จนเหลือเพียงแค่ซากกำแพงและฐานของตัวปราสาทเท่านั้น ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นจุดชมดอกไม้ที่ได้รับความนิยม เนื่องจากรอบๆ มีต้นซากุระกระจายอยู่ประมาณเกือบพันต้น หากคุณมาทัวร์ฟุกุโอกะในช่วงซากุระบาน จะพบอุโมงค์ซากุระขนาดใหญ่ รวมทั้งผู้คนที่มาเดินเล่นชมดอกไม้และนั่งกินอาหารใต้ต้นซากุระกันอย่างเนืองแน่นเลยทีเดียว

Tenjin Core

ย่านเท็นจินถือเป็นย่านดาวน์ทาวน์ของเมืองฟุกุโอกะ มีทางเดินใต้ดินขนาดใหญ่ที่สุดในคิวชู เป็นศูนย์รวมของร้านรวงและห้างสรรพสินค้ามากมาย หนึ่งในนั้นคือห้าง Tenjin Core ซึ่งเป็นห้างขนาดใหญ่ที่รวมรวมข้าวของเครื่องใช้ทั้งหลาย ตั้งแต่แบรนด์แฟชั่นชั้นนำทั้งที่เป็นแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์ระดับโลกมากมาย ร้านขายเครื่องสำอาง ร้านขนม และร้านอาหารอีกหลายแห่งที่รับรองว่าถูกใจใครที่เป็นสายกินแน่นอน เพราะที่ชั้น 7 ของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ถือว่าเป็นสวรรค์ของนักชิมอย่างแท้จริง เนื่องจากมีการรวบรวมร้านอาหารไว้มากมายหลากหลายสัญชาติ มีทั้งอาหารว่าง ขนมหวาน ร้านไอศกรีม พิซซ่า และอาหารญี่ปุ่นอีกสารพัดเมนู หากคุณมาทัวร์ฟุกุโอกะแล้วมองหาที่ช้อปที่ชิมแบบหลากหลาย รับรองว่าที่นี่ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

Hakata Port Tower

นี่คืออีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองฟุกุโอกะเลยก็ว่าได้ หอคอยแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณอ่าวฮากาตะ และมีความสูงประมาณ 70 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ด้านบนเปิดให้ขึ้นไปชมบรรยากาศงามๆ รอบหอคอยกันได้แบบ 360 องศา บริเวณใกล้กันยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจตั้งอยู่อีกหลายแห่ง จุดหนึ่งที่น่าสนใจคือหอคอยแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดย Naito Tachu ซึ่งมีชื่อเสียงจากการออกแบบหอคอยชื่อดังมากมาย ตัวอย่างเช่น Tokyo Tower และ Tsutenkaku Tower เป็นต้น ซึ่งเขามีคอลเลกชั่นหอคอยที่หลายคนชื่นชม อันมีชื่อเรียกว่า Six Tower Brothers โดยมี Hakata Port Tower แห่งนี้ เป็นหอคอยลำดับที่ 6 ในคอลเลกชั่น มาทัวร์ฟุกุโอกะเมื่อไหร่ อย่าได้ลืมแวะมาเช็คอินกันเชียว

ศาลเจ้า Dazaifu Tenmangu 

ได้ชื่อว่าเป็นศาลของเทพเจ้าแห่งการเรียนรู้ เป็นหนึ่งในศาลเจ้าซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเยี่ยมเยือนเพื่อขอพรมากกว่า 700,000 คนต่อปี และยังเป็นจุดชมดอกบ๊วยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งอีกด้วย นอกจากความศักดิ์สิทธิ์และความเก่าแก่นับพันปี อีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่คือถนนช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยร้านรวงต่างๆ มากมายรอบๆ บริเวณศาลเจ้า ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นร้านสตาร์บัคส์ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งสาขาที่ตกแต่งได้สวยงามที่สุดในโลกอีกด้วยนะ ถ้าคุณมีโอกาสมาเยือนที่นี่ในการมาทัวร์ฟุกุโอกะละก็ ขอบอกเลยว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

ยูฟุอิน

เป็นเมืองเล็กสุดน่ารักซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา และมีทิวทัศน์รอบด้านที่เป็นธรรมชาติอันชวนให้ประทับใจ จุดเด่นของเมืองนี้อยู่ที่บริเวณถนนเส้นหลักใจกลางเมือง ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่สุดน่ารักมากมาย ไม่ไกลกันนักยังมีหมู่บ้านดอกไม้ หรือยูฟุอิน ฟลอรัล วิลเลจ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่จำลองบรรยากาศหมู่บ้านยุโรปยุคโบราณเอาไว้ได้อย่างน่ารักน่าชัง ให้บรรยากาศสุดจะแฟนตาซีที่ไม่ซ้ำใคร และมีจุดถ่ายรูปน่ารักๆ เพียบ! มาทัวร์ฟุกุโอกะเมื่อไหร่ แวะมาเที่ยวที่นี่ให้ได้เลยเชียวนะ

เมืองเบปปุ

ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งน้ำพุร้อนซึ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในจังหวัดโออิตะ ภูมิภาคคิวชู ตัวเมืองตั้งอยู่ระหว่างทะเลและภูเขา เมืองนี้มีออนเซ็นที่โด่งดังและเป็นที่นิยมมากมาย ปริมาณน้ำร้อนที่ไหลอยู่ใต้ดินของเมืองนี้ส่งผลให้เกือบทั้งเมืองมีไอน้ำปกคลุมอยู่ตลอดเวลา คุณอาจเห็นไอร้อนโผล่ขึ้นมาจากท่อระบายน้ำใต้ดินได้เป็นระยะ จนมีการนำไอร้อนจากธรรมชาติที่ได้ มาใช้ในการประกอบอาหารด้วยกรรมวิธีการนึ่งจนสุก และกลายเป็นอีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์ซึ่งเมื่อคุณมาทัวร์ฟุกุโอกะแล้วแวะมาเบปปุละก็ขอให้ลองมาชิมดู

วัดโทโชจิ

เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางด้านประวัติศาสตร์ของเมืองฟุกุโอกะ ไฮไลท์ของวัดนี้คือองค์พระใหญ่ซึ่งเป็นพระพุทธรูปนั่งที่แกะสลักจากไม้และมีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีความสูงถึง 10.8 เมตร และใช้เวลาในการแกะสลักถึงกว่า 4 ปี ปัจจุบันนี้เป็นที่รู้จักกันในนามของฟุกุโอกะ ไดบุทสึ หรือองค์พระใหญ่แห่งฟุกุโอกะ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่เช็คอินหลักที่หากคุณมาทัวร์ฟุกุโอกะเมื่อไหร่ ขอแนะนำให้มา

ตลาดเช้าโยบุโกะ

เป็นตลาดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยไทโช ตัวตลาดอยู่ในบริเวณท่าเรือโยบุโกะ ในเมืองซากะ และถือเป็น 1 ใน 3 ของตลาดเช้าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย ตัวตลาดไม่ได้มีขนาดใหญ่ โดยภายในมีทางเดินยาวประมาณ 200 เมตร และมีร้านขายอาหารสดต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นผักหรือผลไม้ แต่ที่โดดเด่นที่สุดคงต้องยกให้กับอาหารทะเลสดๆ หลากหลายชนิด ซึ่งมีให้เลือกชิมกันมากมาย หากคุณเป็นสายกินและมีโอกาสได้บินมาทัวร์ฟุกุโอกะละก็ อย่าพลาดเชียว

ร้านอาหารแนะนำในการทัวร์ฟุกุโอกะ

1. Kasanoya

ร้านนี้ถือว่าขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของขนมสุดฮิตเมืองฟุกุโอกะอย่าง Umegae rice cake มาก จึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้เห็นผู้คนต่อคิวกันยาวเหยียดอยู่เต็มหน้าร้าน และถ้ายืนไม่ไหว ด้านในเค้าเปิดเป็นร้านอาหารด้วยนะ ขอบอกเลยว่ามีหลายเมนูที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือเมนู โซบะเส้นบ๊วย ที่มาในน้ำซุปใสแจ๋วพร้อมกับเส้นโซบะสีชมพูดูน่ากิน บินไปทัวร์ฟุกุโอกะกันเมื่อไหร่ อย่าลืมแวะไปลองกันให้ได้เลย

เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 – 18.00 น.

พิกัด : 2 Chome-7-24 Saifu, Dazaifu, Fukuoka

2. Café & Books Biblioteque

ตัวร้านมีขนาดกะทัดรัดบรรยากาศเรียบง่าย ให้อารมณ์คล้ายนั่งกินข้าวอยู่ในห้องสมุดสุดเคร่งขรึม เมนูที่น่าสนใจมีหลายจาน แต่อยากชวนให้ลอง Whole Apple Pancake Hot Custard Sauce ที่เสิร์ฟแอปเปิ้ลกันเป็นลูก มาพร้อมกับแพนเค้กหนานุ่มเด้งดึ๋งดั๋ง ร้านนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งร้านซึ่งมีชื่อเสียงในละแวกนี้ หากคุณชอบขนม และได้มาทัวร์ฟุกุโอกะทั้งที ปักหมุดร้านนี้เอาไว้เลย

เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 23.00 น. 

พิกัด : Tenjin2-10-3, Fukuoka Chuo-ku, Fukuoka VIORO B1F

3. Yatai

ยะไตในที่นี่ไม่ได้หมายถึงชื่อร้าน แต่หมายถึงร้านอาหารแบบรถเข็นแผงลอยข้างทาง ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์สำคัญของเมืองฟุกุโอกะกันเลยทีเดียว เพราะร้านแผงลอยแบบนี้ไม่ได้มีให้กินกันทุกที่ในญี่ปุ่นนะ ร้านสไตล์นี้จึงไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหาร แต่เป็นตำนานและไฮไลท์หนึ่งในการมาทัวร์ฟุกุโอกะเลยก็ว่าได้ ร้านยะไตส่วนใหญ่จะเน้นเสิร์ฟเมนูที่กินง่ายอย่างยากิโทริ โอเด้ง เท็มปุระ เกี๊ยวซ่า หรือราเมน และที่เน้นคือต้องเป็นอาหารชนิดปรุงสุกเท่านั้น แหล่งที่ถือว่าคึกคักที่สุดและมีทำเลที่แสนจะดีงาม จะอยู่ในย่านสถานบันเทิงอย่าง Nakasu Island ซึ่งจะเห็นแผงยะไตตั้งเรียงรายกันอยู่ริมแม่น้ำยาวเหยียด บอกเลยว่าถ้าได้ไปฟุกุโอกะแล้วไม่ได้ไปนั่งในร้านแบบยะไต ก็เหมือนไปไม่ถึงกันเลยเชียวนะ อย่าพลาดเลย

เปิดบริการทุกวัน เวลาปิด - เปิด ขึ้นอยู่กับแต่ละร้านจะกำหนด

พิกัด : Japan, 〒810-0801 Fukuoka, Hakata Ward, Nakasu, 8, 那珂川 通り

เคล็ดลับในการทัวร์ฟุกุโอกะ

เพราะเรียกได้ว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างสโลว์ไลฟ์ กิจกรรมในฟุกุโอกะส่วนใหญ่จึงน่าจะถูกใจสายชิลล์พอสมควร นอกจากจะเดินเล่นชมสถานที่น่าสนใจซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของตัวเมืองแล้ว การกินยังเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตของการท่องเที่ยวในเมืองนี้ หนึ่งแห่งที่ไม่ควรพลาดคือบริเวณ Ramen Stadium ในห้างสรรพสินค้า Canal City เพราะที่นี่รวบรวมสุดยอดราเมนหลากหลายเมนูจากแหล่งต่างๆ ทั่วญี่ปุ่นเอาไว้เพียบ และอย่าลืมตามหาอุด้งและโซบะกินกันด้วยนะ เพราะฟุกุโอกะได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดของอาหารสองเมนูนี้ ที่นี่จึงมีร้านเก่าแก่ให้เลือกชิมอยู่มากมาย และหากใครเป็นสายชิลล์ที่ชอบใกล้ชิดธรรมชาติ แนะนำให้ไปเดินเล่นกันที่เกาะ Shika ซึ่งเป็นแหล่งรวมของผู้คนที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้งทั้งหลาย ปิดท้ายกันที่สวน Nokoshima Islandpark ซึ่งเป็นสวนดอกไม้ญี่ปุ่นที่จะมีการสลับสับเปลี่ยนดอกไม้ในท้องถิ่นแต่ละฤดูกาลหมุนเวียนกันแบบไม่มีซ้ำ ไปเดินเล่นชมธรรมชาติงามๆ กับวิวสวยๆ กันได้ตามสบายเลยละ เชื่อว่าการมาทัวร์ฟุกุโอกะจะทำให้คุณรู้สึกสบายๆ และได้รับความผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่งแน่นอน

รีวิวทัวร์ฟุกุโอกะที่น่าสนใจ

- ศาลเจ้าดาไซฟุ - Dazaifu Tenmagu Shrine

- ตะลึง !! สตาร์บัค Starbucks สุดแปลกจากฟุกุโอกะ

- 5 อันดับของฝากจากญี่ปุ่น ไม่ซื้อถือว่าพลาด!!