All articles abouts เที่ยวสเปน

 มาทำความรู้จัก...กับ ' เทศกาลปามะเขือเทศ ' สุดมันส์ของสเปน! 🍅

มาทำความรู้จัก...กับ ' เทศกาลปามะเขือเทศ ' สุดมันส์ของสเปน! 🍅

16 พ.ย. 60

เทศกาลปามะเขือเทศมีที่ไหน ? 🔎         เทศกาลปามะเขือเทศ 🍅 หรือเรียกในภาษาสเปนว่า ลา โทมาทินา (La Tomatina) ถือเป็นสงครามการปามะเขือเทศสุดยิ่งใหญ่ของโลกเลยก็ว่าได้ค่ะ โดยเทศกาลปามะเขือเทศนี้จะถูกจัดขึ้นที่เมือง เกิดขึ้นในจังหวัดบาเลนเซีย (Balencia) ประเทศสเปน (Spain) ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคมของทุกปี เป็นเทศกาลที่โด่งดังไปทั่วโลกไม่แพ้เทศกาลสงกรานต์ของเราเลยค่ะ แต่ว่าเทศกาลปามะเขือเทศนี้จะถูกจัดขึ้นเฉพาะในเมืองบาเลนเซียเพียงแห่งเดียว และยังจำกัดพื้นที่เพียงช่วงสั้นๆบนถนนแคบๆระหว่างตึกในเมืองเท่านั้นค่ะ     ที่มาของเทศกาลปามะเขือเทศ 🗯         ที่มาที่ไปของเทศกาลปามะเขือเทศ หรือ La Tomatina นั้นมีหลากหลายเรื่องราวมาก แต่ที่หลายเสียงเล่ากันมามากที่สุด กล่าวว่า เกิดจากการชกต่อยกันของวัยรุ่น ที่ทะเลาะกันและเอามะเขือเทศมาปาใส่กัน ในวันเดิมๆหลายปีติดต่อกัน จนกลายเป็นเทศกาลปามะเขือเทศสุดดุเดือด จากความแค้นกลายเป็นเรืองสนุก จนจัดกันต่อมาเรื่อยและกลายเป็นเทศกาลปามะเขือเทศดังในปัจจุบันนั่นเองค่ะ          แน่นอนว่าเป็นเทศกาลปามะเชือเทศ ดังนั้นต้องมีการเลอะซะหน่อยค่ะ แต่ถึงจะเลอะขนาดไหน เทศกาลปามะเขือนี้กลับ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสความสนุกในแต่ละปีมากกว่า 10,000 คน ถือเป็นอีกเทศกาลสุดยิ่งใหญที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวสเปนกันเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว กฎ กติการในการเข้าร่วม ⚠️               และเพื่อความปลอดภัย รวมถึงการรักษาประเพณีโบราณให้คงอยู่ไว้ หน่วยงานท้องถิ่นของเมืองบาเลนเซีย จึงต้อง มีกฏ กติกา การร่วมเทศกาลปามะเขือเทศ  ขึ้นมา หากใครสนใจจะไปร่วมเทศกาลสุดมันส์แห่งนี้ล่ะก็ ศึกษากติกากันให้ดีเลยค่ะ  ไม่ปาขวดหรือของแข็งใส่กัน ห้ามฉีกเสื้อยืดกัน ต้องทุบมะเขือเทศให้น่วม ก่อนมาปาใส่กัน ระวังรถบรรทุกที่บรรทุกมะเขือเทศมาด้วย เด๋วรถเหยียบเอา เมื่อเสียงประทัดสัญญาณดังขึ้น ให้หยุดปามะเขือเทศทันที เริ่มตั้งแต่กี่โมง ? 🕚         เทศกาลปามะเขือเทศจะ เริ่มขึ้นประมาณ 11 โมงเช้า โดยจะมีรถบรรทุกขนมะเขือเทศจำนวนมหาศาล มายังบริเวณ Plaza del Pueblo จากนั้นก็เริ่มมีการขว้างปามะเขือเทศจากบนรถบรรทุกก่อน หลังจากนั้นสงครามการปามะเขือเทศสุดยิ่งใหญ่ระดับโลกก็เริ่มขึ้น และเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ มะเขือเทศจะถูกนำมาคลคงให้น่วมก่อนจะนำมาปาค่ะ  เล่นยังไง ? 🤹‍♀️         ไม่ต้องคิดเลยค่ะ เพราะสิ่งที่เราต้องทำก็คือการ ปามะเขือเทศใส่คนอื่นอย่างสนุกสนานแบบ Nonstop ตลอด 1 ชั่วโมง พอครบ 1 ชั่วโมง สงครามมะเขือเทศระดับโลกก็เป็นอันต้องจบลง และก็เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการเก็บกวาดทำความสะอาดพื้นที่ รถดับเพลิงจะฉีดน้ำราดพื้นที่เต็มไปด้วยซากมะเขือเทศ เพื่อทำให้พื้นที่บริเวณหมู่บ้านนั้นกลับมาสะอาดสวยงามเหมือนเดิม ข้อแนะนำสำหรับการมาร่วมเทศกาลปามะเขือเทศ ✔️ - เสื้อผ้า : ควร สวมเสื้อผ้าที่พร้อมจะทิ้ง หลังจากจบงานจบค่ะ เพราะสีแดงจากมะเขือเทศซักไม่ออกแน่นอน - กล้องถ่ายรูป : คนที่อยากได้รูปสวยๆระหว่างกำลังปามะเขือเทศอยู่ ก็ต้องระวังเรื่องกล้องถ่ายรูปสักหน่อย เพราะต้องเป็นกล้องแบบกันน้ำ ซึ่งเดี๋ยวนี้โทรศัพท์มือถือของเราส่วนใหญ่ก็กันน้ำกันอยู่แล้ว แต่หากเป็นกล้องแบบ Action Camera ก็จะได้ถ่ายกันแบบไม่กลัวเลอะ ไม่กลัวเปียกแน่นอนค่ะ - จองตั๋วเข้าร่วมเทศกาล : เนื่องจากแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวสเปนเพื่อร่วมกิจกรรมนี้เป็นจำนวนมาก แต่พื่นที่ของการจัดกิจกรรมนั้นมีค่อนข้างจำกัด โดยสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 30,000 คนในแต่ละปี หากใครไม่อยากพลาดเทศกาลสุดมันส์นี้ล่ะก็ ต้อง รีบวางแผนและจองตั๋วเข้าร่วมเทศกาลตั้งแต่เนิ่นๆ รับรองไม่พลาดแน่นอนค่ะ     เทศกาลปามะเขือเทศนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลระดับโลกที่นักท่องเที่ยวต่างใฝ่ฝันอยากจะไปสัมผัสประสบการณ์ความสนุกกันให้ได้สักครั้งในชีวิต และมีเพียงแค่ที่เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปนแห่งเดียวเท่านั้น ทัวร์ครับรับรองเลยว่าเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ  >>>ทัวร์สเปนคุณภาพ ราคาสุดคุ้ม จากทัวร์ครับ<<<    

อ่านเพิ่มเติม
#ขอพื้นที่ติ่ง! ตามรอยประธานยูจินอู & จองฮีจู แห่งซีรีย์ Memories of the Alhambra
#ขอพื้นที่ติ่ง! ตามรอยประธานยูจินอู & จองฮีจู แห่งซีรีย์ Memories of the Alhambra

23 ม.ค. 62

เนื้อหาของเรื่องแบบย่อๆ เลยก็คือ ยูจินอู พระเอกของเราได้เดินทางมายังประเทศสเปน เพื่อที่จะตามหาตัว จองเซจู โปรแกรมเมอร์อัจฉริยะที่เป็นนักพัฒนาเกม AR ที่ใช้ในการต่อสู้ในยุคกลาง โดยคิดว่าเกมที่เซจูพัฒนาสามารถนำมาต่อยอดใช้คู่กับเทคโนโลคอนแทคเลนส์ของตนเองได้ แต่แล้วเซจูกลับหายตัวไปอย่างปริศนา ก่อนหน้าที่เซจูนัดหมายให้ จินอูมาพบที่โฮสเทลแห่งหนึ่งในเมืองกรานาดา ประเทศสเปน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้พบกับ จองฮีจู นางเอกของเรื่องที่เป็นพี่สาวของเซจูผู้เป็นเจ้าของโฮสเทลแห่งนี้ แน่นอนว่าเรื่องนี้นอกจากโลเคชั่นในเกาหลีแล้ว ยังบินไปถ่ายทำก้นถึงที่ ประเทศสเปน และ ประเทศสโลวาเกีย กันเลยล่ะครับ เพราะฉะนั้นแต่ละฉากในเรื่องจึงมีบรรยากาศที่สวยงามของยุโรปให้เราได้เพลิดเพลินไปพร้อมกับลุ้นระทึกกับเหตุการณ์ในเรื่อง วันนี้แอดมิน (ซึ่งเป็นติ่งซีรีย์เรื่องนี้ อิอิ) เลยขอพาทุกคนบินไปยุโรปด้วยกัน แล้วไปตามรอย ยูจินอู & จองฮีจู ด้วยกันนะครับ ไปกันเล๊ย ~ 1.พระราชวังอัลฮัมบรา (เมืองกรานาดา ประเทศสเปน) แผนที่ :  Alhambra Palace จุดเริ่มต้นของเรื่องราวและชื่อเรื่องนี้คือที่นี่ครับ พระราชวังเก่าแก่ที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกเรียบร้อยแล้ว มีความสวยงาม เก่าแก่ และคงไว้ซึ่งความยิ่งใหญ่ตระการตา คำว่า “อาลัมบรา” มาจากภาษาอาหรับที่แปลว่า สิ่งที่มีสีแดง ซึ่งป้อมปราการของที่นี่ก็ถูกสร้างขึ้นด้วยหิน ดิน และอิฐสีแดง ทำให้มีสีงดงามเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาพระอาทิตย์สาดส่องเข้ามา ยิ่งสวยราวกับภาพวาดเลยครับ 2.ตึกใน Barri Vell (เมืองชีโรนา ประเทศสเปน) แผนที่ : Barri Vell (old quarter) of Girona โบนิต้าโฮสเทลของ จองฮีจู สถานที่แรกที่พระเอกและนางเอกพบกัน ในซีรีย์ถูกเซ็ทให้เป็นโฮสเทลในกรานาดา แต่จริงๆ แล้วตึกนี้อยู่ที่ เมืองชีโรนา ครับ เป็นตึกที่ถูกเซ็ทออกมาให้ดูเก่าๆ ซ่อมซ่อ บ่งบอกฐานะของนางเอกได้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่าพระเอกประธานบริษัทของเราไม่ปลื้มสภาพของโฮสเทลแห่งนี้สุดๆ เลยล่ะครับ 3.ร้าน La Terra (เมืองชีโรนา ประเทศสเปน) อยู่ใกล้ๆ กันกับตึกที่ใช้เป็นโบนิต้าโฮสเทลเลยครับ เป็นหนึ่งในร้านเด็ดของย่านนั้น ที่มีบรรยากาศที่ดึงดูด รสชาติอาหารที่อร่อย และเครื่องดื่มที่พร้อมพาทุกคนไปฟิน ถูกใช้เป็นฉากที่พระเอกมาหา “ดาบอันแรก” เพื่อไปต่อสู้กับผู้ร้ายในเกมครับ 4.เมืองลูบลิยานา ประเทศสโลวีเนีย แผนที่ : ljubljana ,slovenia ในซีรีย์ถูกเซ็ทให้เป็นหนึ่งสถานที่ในกรานาดา จุดเริ่มต้นของเกมนี้เกิดที่นี่แหละครับ เรียกได้ว่าเป็นด่านแรกของเกมเลย ซึ่งจุดที่กองซีรีย์เรื่องนี้ยกขบวนกันไปถ่ายทำก็คือตรง น้ำพุเฮอคิวลิส ที่พระเอกของเราต้องออกแรงสู้สุดชีวิตกับศัตรูที่โผล่มา โอ๊ยย ลุ้นหัวใจจะวาย! 5.Gavà Railway Station (เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน) แผนที่ : Gavà Railway Station สถานีรถไฟกรานาดาในซีรีย์ แต่ไม่ได้ถ่ายที่สถานีรถไฟกรานาดานะจ๊ะ! งงมั้ย ฮ่าๆๆ แต่คือสถานีรถไฟกาวา ในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เช่นกันครับ เป็นสถานีรถไฟเก่าแก่ มีความคลาสสิคสุดๆ เหมาะสมแล้วที่ได้เป็นฉากสุดดราม่าแห่งซีรีย์เรื่องนี้ แต่จะดราม่ายังไง ต้องไปชมกันเอาเองนะคะ และนี่ก็เป็น 5 จุดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราพอจะตามรอยซีรีย์เรื่องนี้ได้ครับ อาจจะไม่ได้เยอะมาก เพราะจริงๆ แล้วเรื่องนี้ถ่ายทำที่ยุโรปเพียงเดือนเดียวเท่านั้น โดยฉากก็จะซ้ำๆ เพราะไปที่เดิมๆ ที่เกิดดหตุการณ์ต่างๆ แต่ถ้าเพื่อนๆ คนไหนอยากลองไปตามรอยมากกว่านี้ ขอแนะนำให้ไป 4 ที่ คือ กรานาดา, บาร์เซโลนา, ชีโรนา และเมือง ลูบลิยานา นะครับ รับรองว่าเดินเพลินๆ อาจจะเจอฉากหนึ่งฉากใดที่มาโผล่ในเรื่องนี้ก็ได้ ~ ใครอยากไปสัมผัสบรรยากาศอันน่าค้นหาก็สามารถสอบถาม ทัวร์ครับได้เลย เพราะเรามีบริการ จัดกรุ๊ปทัวร์ส่วนตัว ให้เลือกได้ตามใจเลยครับ ว่าอยากไปที่ไหน เที่ยวสบายได้ทั่วโลกกกกก    อ่านต่อ..บทความแนะนำ >>Hello Oppa! รวม 10 ซีรีส์เกาหลีสุดฟิน ดูแล้วอินสุดๆ!!<<  

อ่านเพิ่มเติม
3 เมือง unseen ที่ต้อง Go Go Go เที่ยวโมรอคโคกันดีกว่า !
3 เมือง unseen ที่ต้อง Go Go Go เที่ยวโมรอคโคกันดีกว่า !

14 ส.ค. 62

สายเที่ยวบางคนอาจจะกำลังหาที่เที่ยวนอกแถบเอเชียอยู่ แต่ก็กังวลว่าถ้าจะไปในที่ที่ตัวเองไม่คุ้นเคยแล้วมันจะเป็นยังไง Tourkrub ต้องขอบอกก่อนว่าในแต่ละประเทศ ก็จะมีสิ่งที่เป็นไฮไลท์จุดปังที่ดึงดูดนักเดินทางแตกต่างกันออกไป โดยส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นปราสาท ตึก สะพาน สวนสนุก รูปปั้น ภูเขา แม่น้ำ วิวธรรมชาติ  แต่กับ “โมรอคโค” นั้นบอกเลยว่าแตกต่างนะครับ เป็นประเทศ Unseen ที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยนึกถึงกันเท่าไหร่ แต่โมรอคโคนี่แหละ เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวอีกประเทศหนึ่งที่ Tourkrub ไม่อยากให้พลาดเลยล่ะครับ  แผนที่: Morocco เพราะนอกจากประเทศโมรอคโคจะขึ้นชื่อในศิลปะสไตล์ของตัวเอง ที่เรามักคุ้นตากับการตกแต่งสไตล์โมรอคโคอันเกลื่อนกลาดตามคาเฟ่และรีสอร์ตในเมืองไทย แต่รู้หรือไม่ว่า โมรอคโคมีเมืองสุดแปลกแตกต่างกว่าประเทศยอดนิยมทั้งหลายที่นักเที่ยวแหวกแนวห้ามพลาด อย่างน้อยก็ 3 เมืองที่เราจะมาเล่าให้ฟัง ลุยเลยยยยย !!!   1.เที่ยวโมรอคโค Merzouga กับทะเลทรายซาฮาร่า พิกัด: Merzouga มาเยือนทวีปแอฟริกาทั้งที จะไม่พูดถึงทะเลทรายขนาดมหึมาอย่างซาฮาร่าก็กระไรอยู่ ทะเลทรายซาฮาร่าเป็นทะเลทรายมีขนาดใหญ่สุดเป็นอันดับสามของโลก แหม่ทะเลทรายฮอตฮิตทั้งหลายต้องหลบให้พี่เค้าละ ลืมไปได้เลยกับการไปถ่ายรูปกิ๊กๆก๊อกๆในทะเลทรายประเทศเพื่อนบ้าน พี่ซาฮาร่าเค้าน่ะของจริง งามงดยิ่งใหญ่เหลืองทองอร่ามมาก การไปเยือนก็ง่ายแสนง่าย แค่นั่งรถไปเมือง Merzouga  แล้วขี่น้องอูฐดุ่ยๆมุ่งหน้าเดินเข้าไปในทะเลทรายไกลสุดลูกหูลูกตา หยิบ sandboard มาเหยียบลื่นสไลด์ไปตามเนินทรายเก๋ๆ จัดเต็มกับท่าโพสท์เล่นกับทรายตามสไตล์และความครีเอทของตัวเองกันให้หนำใจ ตกเย็นก็ตั้งกล้องถ่ายแสงสีส้มทอดลงบนทรายสีทอง แล้วนอนค้างกันซักคืนในเต้นท์แบบดั้งเดิมของชาว Berber (ชาวพื้นเมืองที่ใช้ชีวิตอยู่กลางทะเลทราย) เอนหลังลงบนทรายอันแสนนุ่มชื่นชมดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนอันโรแมนติก เอิ่ม แต่อาจจะไม่ค่อยโรแมนติกมากเท่าไหร่ เพราะทะเลทรายอะนะ ก็แห้งแล้ง มีแต่ทรายเหนอะหนะ น้ำมีจำกัด ต้องใช้ชีวิตขัดทุกหลักการของความสะอาด เนื้อตัวก็จะเขรอะๆมอมๆหน่อย แฮร่!   2.เที่ยวโมรอคโค Fez กับบ่อสี พิกัด: Fez เมืองหลวงแห่งศิลปะและงานแฮนด์เมดจากหนังสัตว์ต้องยกให้ Fez เค้าเลย สินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมชื่อดังไฮเอนของยุโรปต่างก็ใช้หนังคุณภาพดีจากที่นี่กันทั้งนั้น เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องการฟอกและย้อมสีหนัง ตั้งแต่ต้นกระบวนการลอกเอาหนังออกจากวัว แกะและผองเพื่อน กำจัดขนออกจากหนัง และแช่หนังด้วยน้ำผสมอึนกพิราบและฉี่วัวให้มันนุ่มและกัดสี ถ้านึกภาพตาม ก็พอจะได้กลิ่นเลยมั้ยว่าทั้งเมืองบรรยากาศจะเป็นยังไง ใช่ฮะ ก็จะมีกลิ่นอึนกพิราบ ฉี่วัว ปะปนด้วยกลิ่นเนื้อสดแบบร้านขายเนื้อในตลาด ออร์แกนิคสุดๆ เอาที่สบายใจเลยละกัน จุดไฮไลท์ที่ต้องแวะไปชมให้ได้ คือ บ่อหลุมที่ใช้สำหรับผสมเพื่อย้อมหรือฟอกสีหนัง (Tannery) บ่อพวกนี้มีมากมายหลายแห่งกระจายตัวอยู่ทั่วเมือง แต่จะได้ป๊ะบ่อที่มันมีสีสันกุ๊กกิ๊กมั้ยนั้นต้องขึ้นอยู่กับดวงละ ว่าไปจังหวะที่เค้ากำลังจะย้อมสีมั้ย ไม่งั้นก็จะเห็นแต่บ่อเปลือยๆดิบๆแทน อ้อ อีกหนึ่งความดีงามของเมือง Fez คือ ผลิตภัณฑ์ทั้งหลายแหล่จากหนังสัตว์นั้นราคาสบายกระเป๋าได้อีกครับ เพราะของราคาถูกมากก (ราคากระเป๋าหนังไม่ต่างกับกระเป๋าผ้าอะเห้ย!) และไม่ต้องห่วงว่าจะหนังจริงหนังปลอม แหม่ กลิ่นหลังร้านตลบอบอวนซะขนาดนี้   3.เที่ยวโมรอคโค Chefchaouen กับเมืองสีฟ้า พิกัด: Chefchaouen ยืนยันได้เลยว่านี่เป็นเมืองเดียวในโลกที่เป็นสีฟ้าทั้งเมือง! ย้ำว่าทั้งเมือง ไม่ใช่แค่ย่านเพียงไม่กี่ถนนกะโหลกกะลา แต่มันคือทั้งเมืองบนเขา ว่ากันว่าเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโมรอคโคแห่งนี้ มีสีฟ้าเพราะผู้อพยพชาวมัวร์และชาวยิวสร้างเมืองนี้ โดยทาสีฟ้า-น้ำเงิน อันเป็นสัญลักษณ์ของพระเจ้า ท้องฟ้าและทะเล (แถมช่วยไล่ยุงได้อีกนะเออ ฉลาดไปอีก!) ทั้งผนังบ้าน พิ้นถนน บันได แทบจะทุกอย่างเป็นสีฟ้าน้ำเงินหมดเลย คู่ควรมากกับการมาเดินเล่นชิลๆ ถ่ายรูปสวยๆ แนะนำให้ ปีนเขาข้างๆเมืองขึ้นไปเพื่อชมวิวเมืองแบบเต็มๆตา พร้อมฟังเสียงระฆังกังวาลเมื่อถึงเวลาละหมาด และเมืองนี้ก็เป็นอีกเมืองหนึ่ง ที่สายช้อปของแฮนด์เมดกุ๊กกิ๊กจะต้องหมดตัวอย่างแน่นอน มีทั้งร้านขายสบู่ออร์แกนิคดีไซน์ชิคๆ ร้านขายเครื่องหอมร้อยกลิ่น และร้านขายของเก่าโบราณน่าสะสม หรืออยากจะลองเพ้นท์เฮนน่าเพิ่มดีกรีความอาหรับในตัวก็แซ่บไม่เบา ความยากคือ เมืองเล็กๆนี้อาจจะเดินทางไกลหน่อยจากเมืองอื่นๆ แต่รับรองว่าคุ้มค่ามากจริง เพราะความสบายตาของสีฟ้า ความสะอาดของเมือง และความน่ารักของผู้คน ทำให้ฟินสุดๆกับการพักผ่อนหย่อนใจสักสองสามคืนที่นี่

อ่านเพิ่มเติม