All articles abouts เที่ยวสวิสเซอร์แลนด์

15 สถานที่เที่ยวสวิส สวยงามเหมือนเมืองเทพนิยาย

15 สถานที่เที่ยวสวิส สวยงามเหมือนเมืองเทพนิยาย

31 ม.ค. 63

เมื่อเอ่ยถึงประเทศที่บรรยายกาศสุดโรแมนติกอย่าง  “สวิสเซอร์แลนด์” คงไม่ต้องมีคำบรรยายใด ๆ ในเรื่องความสวยงามของทัศนียภาพของเมืองต่าง ๆ  ของสวิสเซอร์แลนด์กันแล้ว เพราะไม่ว่าเมืองไหนของประเทศแห่งนี้ก็มีทิวทัศน์และบรรยากาศที่งดงามเกินคำบรรยายจริง ๆ แต่นั่นแหละคือปัญหาของการล็อคเป้าไปเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์  เพราะคงไม่มีเวลาพอจะเที่ยวให้ได้ครบทุกพิกัดทั่วประเทศแน่ ๆ ว่าแล้วตามมาทางนี้กับ “15 สถานที่เที่ยวสวิส สวยงามเหมือนเมืองเทพนิยาย”  มาลงรายละเอียดให้ในดีเทลกันดีกว่าแต่ละเมืองในสวิสเซอร์แลนด์มีความที่สวยงามที่แตกต่างกันยังไง  ไปดูกันเลย วางแผนเที่ยวสวิสทั้งที  ก็ต้องเลือกให้ดีในทุกรายละเอียดการเดินทาง  เพื่อให้คุ้มค่าทุกค่าใช้จ่าย คุ้มค่าในเรื่องเวลาการเดินทางและการท่องเที่ยว  เพราะการเดินทางเที่ยวสวิสสักที มีค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ถ้าจะให้วางแผนเองลงรายละเอียดยิบย่อยทุกรายการสำหรับการเดินทางเที่ยวสวิส  ไม่รู้ว่าจะเสร็จจบครบได้เที่ยวกันเมื่อไหร่เลย แบบนี้เรามีวีธีที่ดีและสะดวกเอาไว้ให้ นี่เลย ทัวร์ครับเว็บไซต์ที่รวบรวมทัวร์ที่ดีที่สุดไว้ให้คุณ จองทัวร์เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์  กับ ทัวร์ครับ คลิกเลย อินเตอร์ลาเคน (Interlaken ) สถานที่เที่ยวสวิส เมืองสวยท่ามกลางธรรมชาติ  ที่ตัวเมืองถูกโอบล้อมไว้ด้วยทุ่งหญ้า  ภูเขา และทะเลสาบถึง 2 แห่ง โดยตัวเมืองตั้งอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) และทะเลสาบทูน (Lake Thun)  จัดเป็นพิกัดแห่งความโรแมนติกแบบสุด ๆ ท่ามกลางบรรยากาศของเมืองกลางธรรมชาติเล็ก ๆ สุดน่ารักอันแสนอบอุ่น อีกทั้งยังเป็นเมืองระหว่างทางเพื่อมุ่งสู่ยอดเขาธารน้ำแข็งอันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก  ซึ่งเป็ฯทำเลที่สามารถมองเห็นยอดเขาของสวิสได้ถึง 3 แห่ง คือ ยอดเขาจุงฟราวน์ (Mt. Jungfrau) ยอดเขามอนซ์ (Mt.Mons) และยอดเขาอีเกอร์ (Mt.Eiger) ที่ทำให้ที่แห่งนี้มีอากาศสุดบริสุทธิ์ พิกัด : Interlaken เซอร์แมท (Zermatt) เมืองขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ท่ามกลางภูเขาหิมะสีขาวโพลน  สถานที่เที่ยวสวิสที่ช่วยเพิ่มเติมความคลาสสิคที่สวยงามอลังการของตัวเมืองที่ยังคงอนุรักษ์ความเป็นอยู่แบบชาวพื้นเมืองสวิสแท้ ๆ เอาไว้ได้เป็นอย่างดี  กับบรรยากาศสุดโรแมนติกแสนน่ารักของเมืองแห่งหิมะแห่งนี้ หากใครไม่สามารถจินตนาการเมือง Zermatt (เซอร์แมท) ให้เห็นเป็นภาพชัดเจนได้ล่ะก็ เพียงแค่นึกถึงหมู่บ้านในการ์ตูนเรื่อง Frozen เท่านี้เอง  นั้นแหละความงดงามของ Zermatt แบบนี้แล้วคนชอบ Frozen ต้องห้ามพลาด ... บอกเลย พิกัด : Zermatt โลซาน (Lausanne) เมืองชื่อคุ้นหูชาวไทย  ด้วยเคยเป็นที่ประทับของในหลวงรัชการที่ 9 เมื่อทรงพระเยาว์  กับเมืองเล็ก ๆ ริมทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์ใส ๆ ท้องฟ้าสีฟ้าสด ปลอดโปร่ง  ห้อมล้อมด้วยทิวเขาไม่สูงนักที่ปลายสายตา บริเวณฉากหลังของทะเลสาบสีสวย และทุ่งหญ้าสีเขียวขจีโล่งเตียที่ดูสดใสสบายสายตา  ท่ามกลางบรรยากาศและความอบอุ่นของชาวเมืองท้องถิ่น สถานที่เที่ยวสวิสที่แม้จะมีจำนวนประชากรไม่มากนัก แต่มีความน่ารักและเป็นกันเองแบบสุด ๆ ทั้งยังมีทัศนียภาพสวย ๆ สุดชิลล์ พิกัด : Lausanne เลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen) สถานที่เที่ยวสวิส หมู่บ้านเล็ก ๆ อันเงียบสงบในรัฐเบิร์นที่โดดเด่นและอลังการด้วยโลเคชั่นของตัวหมู่บ้านท่ามกลางหุบเขาสูงชันสีเขียวขจีที่โอบล้อมด้วยน้ำตกมากถึง 72 แห่งทั่วทั้งหุบเขาโดยรอบตัวหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้  ซึ่งเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ว่า Lauterbrunnen (เลาเทอร์บรุนเนิน) ที่แปลว่ามีน้ำตกมากมาย โดยมีน้ำตกที่สูงที่สุดในยุโรป ซึ่งตกลงมาจากหน้าผาสูงกว่า 300 เมตร อันมีชื่อว่าน้ำตก Staubbach  ซึ่งเป็นไฮไลท์เด็ดของหมู่บ้านสุดชิคแห่งนี้ พิกัด : Lauterbrunnen ฟรีบูรก์ (Fribourg) เมืองแห่งปราสาทเล็ก ๆ อันเก่าแก่สุดคลาสสิคของสวิสเซอร์แลนด์  ที่ยังคงเอกลักษณ์ของเมืองในยุคกลางที่เต็มไปด้วยปราสาทราวกับในเทพนิยายเอาไว้ได้เป็นอย่างดี  และทีเด็ดที่นอกเหนือจากการเป็นเมืองแห่งปราสาทของที่นี่ อยู่ที่การตอกย้ำทำเลที่ตั้งและทัศนียภาพในเทพนิยายด้วยไฮไลท์อย่าง  Zaehringen Bridge สะพานหินเก่าแก่ทรงสูงปราดเปรียวที่ทอดตัวยาวข้ามแม่น้ำซารีน เชื่อมตัวเมืองซึ่งถูกแม่น้ำคั่นกลางผ่าตัวเมืองออกเป็น 2 ฝั่ง พิกัด : Fribourg ลูเซิร์น (Lucerne) อีกหนึ่งเมืองโบราณสุดคลาสสิคของสวิสเซอร์แลนด์  สถานที่เที่ยวสวิส ที่เป็นศูนย์กลางความเจริญของประเทศมาตั้งแต่ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 13 ซึ่งโดดดังด้วยทัศนียภาพสวย ๆ สุดอลังการของสะพานไม้ดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก  อย่างสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) มีอายุมากกว่า 700 ปี ซึ่งมีมนต์เสน่ห์และทรงคุณค่าน่าค้นหาเป็นอย่างมาก ในส่วนเรื่องของทัศนียภาพและความสวยงามของเมืองแห่งนี้นั้น  สวยเริ่ดดังเทพนิยายไม่แพ้เมืองอื่น ๆ ในสวิสเซอร์แลนด์เช่นกัน ด้วยภูมิประเทศริมทะเลสาบขนาดใหญ่ ที่มีสะพานไม้เก่าแก่สุดชิคพาดผ่าน และฉากหลังเป็นปราสาทหินน้อยใหญ่สลับกับทิวเขา พิกัด : Lucerne เบิร์น (Bern) สถานที่เที่ยวสวิส เมืองหลวงของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ที่สามารถเก็บความคลาสสิกและบรรยากาศของธรรมชาติเดิม ๆ เอาไว้ได้เป็นอย่างดี  แม้จะเป็นแหล่งกำเนิดความเจริญและความทันสมัยของประเทศ จึงทำให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นพิกัดสวย ๆ อันทรงเสน่ห์และน่าหลงใหลเป็นอย่างมากของสวิส  โดยเฉพาะในย่าน Old town ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกขององค์การ UNESCO กับพื้นที่ของเมืองโบราณในยุคกลางที่ยังคงความสวยงามฉบับออริจินอล และความสมบูรณ์ทางธรรมชาติไว้ได้แบบจัดเต็ม  นับเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ทรงคุณค่าควรปักหมุดและมีเสน่ห์ชวนค้นหาแบบสุด ๆ พิกัด : Bern ซูริค (Zurich) เมืองอันทรงเสน่ห์ของยุโรปโบราณ  และยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย  กับความคลาสสิคของสถาปัตยกรรมเก่าแก่ สวย ๆ ชิค ๆ ที่รายล้อมอยู่ทั่วตัวเมือง  กับกลิ่นอายบรรยายแบบดั้งเดิมสุดออริจินอลของเมืองยุโรปในยุคกลางอันทรงเสน่ห์ริมฝั่งแม่น้ำ Limmat  อันสวยงาม เงียบสงบ แสนโรแมนติก ที่ทำให้เมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องความงดงามทั้งทางทัศนียภาพและสถาปัตยกรรมราวกับภาพวาดในเทพนิยาย  อันทำให้เมืองซูริคโด่งดังไปทั่วโลก พิกัด : Zurich เจนีวา (Geneva) เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ สถานที่เที่ยวสวิส รองจากเมืองซูริค  แต่ในเรื่องของทัศนียภาพและความสวยงามนั้นไม่เป็นสองรองกันเลย กับบรรยากาศของกลิ่นอายเมืองเก่าสไตล์สวิสเซอร์แลนด์แท้ ๆ ริมแม่น้ำขนาดใหญ่ที่พาดผ่านกลางเมือง  รายล้อมด้วยสถาปัตยกรรมเดิม ๆ สวย ๆ ที่ช่วยแต่งเติมความคลาสสิควิจิตรบรรจงให้กับเมืองแห่งนี้ ทั้งยังรังสรรความอลังการด้วยบรรยากาศ และความน่ารักของชาวพื้นเมืองอีกด้วย  นี่แหละใช่เลย เมืองในเทพนิยาย พิกัด : Geneva  มงเทรอซ์ (Montreux) สถานที่เที่ยวสวิส เมืองตากอากาศสุดโรแมนติกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของสวิสเซอร์แลนด์ริมทะเลสาบเจนีวา  อันเป็นพิกัดทำเลที่ตั้งของปราสาทที่สวยที่สุดของสวิสเซอร์แลนด์อย่าง ปราสาทเชียง (Chillon Castle)  อีกด้วย ในส่วนของทัศนียภาพของเมืองก็สวยงามไม่ต่างไปจากปราสาทชื่อดังเช่นกัน กับความงามตามธณรมชาติที่โอบล้อมด้วยภูเขาเนินสูงต่ำ  ลูกไม่ใหญ่นักรอบตัวเมือง และทะเลสาบกว้างน้ำนิ่งสงบสีเทอร์ควอยซ์สวย ๆ สุดปลายสายตา คลาสสิคราวต้องมนต์แบบสุด ๆ พิกัด : Montreux โลคาร์โน (Locarno) เมืองตากอากาศเล็ก ๆ ที่มีความสวยงามในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากเมืองอื่น ๆ ในประเทศสวสิเซอร์แลนด์  ด้วยความที่เป็นเมืองที่ได้รับอิทธิพลมาจากอิตาลี และด้วยเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ ๆ มีอากาศอบอุ่นสบาย  ยิ่งเพิ่มเติมความชิลล์ให้กับเมืองโลคาร์โน (Locarno) แห่งนี้ขึ้นอีกหลายเท่าทวีคูณ ในส่วนของเรื่องความสวยงามทางทัศนียภาพนั้นก็ไม่ได้น้อยหน้าเมืองอื่น ๆ เลย  แถมยังเพิ่มเติมด้วยความน่ารักในแบบอบอุ่นชิลล์ ๆ ที่ลงตัว ริมทะเลสาบใสๆ ด้วยสถาปัตยกรรมชิค ๆ สีพาสเทลโทน Earth Tone สวย ๆ เฉกเช่นเดียวกับเมืองน่ารัก ๆ ในเทพนิยาย พิกัด : Locarno กรุยแยร์ (Gruyere) สถานที่เที่ยวสวิส เมืองเล็ก ๆ กลางหุบเขาอีกแห่งหนึ่งของประเทศ  ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของสวิสเซอร์แลนด์ แม้ว่าเมืองแห่งนี้จะมีชื่อเสียงโด่งดังมาจากการทำชีสกรุยแยร์รสเลิศ  แต่ทัศนียภาพของเมือง และปราสาทกรุยแยร์ (Gruyeres Castle) ก็มีชื่อเสียงในเรื่องความสวยงามไม่แพ้เรื่องชีสเช่นกัน  ด้วยบรรยากาศคลาสสิคฉบับเมืองเล็ก ๆ ในชนบทของยุโรปอันแสนอบอุ่น ที่สามารถจินตนาการได้จากหนัง เทพนิยาย และการ์ตูนฝรั่งสุดคลาสสิคทั่ว ๆ ไป พิกัด : Gruyere เอ็งเงิลแบร์ค (Engelberg) เมืองเล็ก ๆ แต่มีธรรมชาติสุดอลังการตระการตา  สถานที่เที่ยวสวิส ที่ตั้งอยู่ติดเทือกเขาแอลป์ทางตอนกลางของประเทศสวสิเซอร์แลนด์  ไม่ไกลจากยอดเขาทิตลิส (Titlis) ที่มีความสูงถึง 3,238 เมตร ซึ่งมีหิมะปกคลุมเกือบตลอดทั้งปี  เป็นเครื่องการันตีความงดงามเหนือจินตนาการ เกินคำบรรยายของเมืองแห่งสกี และธรรมชาติแห่งนี้ และที่คลาสสิคชวนหลงใหล  ไม่ต่างจากติดอยู่ในเทพนิยายอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ ความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น อุดมสมบูรณ์นั่นเอง พิกัด : Engelberg เวกกีส์ (Weggis) สถานที่เที่ยวสวิส เมืองเล็ก ๆ ริมฝั่งทะเลสาบอันงดงาม  จนได้ชื่อว่า ริเวียร่าแห่งสวิสเซอร์แลนด์ตอนกลาง เป็นเครื่องการันตีความงดงามของทัศนียภาพโดยรอบตัวเมือง  ซึ่งโอบล้อมใกล้ชิดขุนเขาทั้ง 360 องศา ปะชันหน้ากับทะเลสาบสุดชิลล์ ท่ามกลางอากาศที่อบอุ่น แสนสบาย ของความอลังการทางธรรมชาติที่ยากเกินกว่าจะบรรยาย  โดยมีไฮไลท์ของเมืองอยู่ที่อาคารยอดแหลมสูงสีแดงสดราวกับหมวกของพ่อมดริมทะเลสาบอันแสนสะดุดตา พิกัด : Weggis มูร์เริน (Murren) ปิดท้ายกันด้วย สถานที่เที่ยวสวิส อีกหนึ่งหมู่บ้านเล็ก ๆ ชิค ๆ บนเทือกเขาแอลป์ท่ามกลางหิมะหนานุ่มที่ปกคลุมสีขาวโพลน  ที่ระดับความสูงถึง 1,650 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ในอากาศที่แสนหนาวเย็น แต่กลับอบอุ่นไปด้วยบรรยากาศน่ารัก ๆ และความเป็นกันเองของผู้คนท้องถิ่น  ที่ช่วยเสริมให้เมืองแห่งนี้สวยงามทั้งทางสายตาและทางจิตใจ กับทัศนียภาพแปลกตา ชวนให้ต้องสะกดสายตา จนยากที่จะละลายตาเลยทีเดียว พิกัด : Murren ครบกันไปแล้วกับทั้ง 15 พิกัด สถานที่เที่ยวสวิสสุดสวยราวกับเมืองในเทพนิยาย  ในดีเทลของมุมมองความสวยในแต่ละเมือง คราวนี้การวางแผนเที่ยวสวิสคราวนี้คงง่ายขึ้นอีกสักหน่อย  อย่างน้อยก็คงทำให้ล็อคพิกัดเมืองน่าเที่ยวในสวิสเซอร์แลนก์แคบลงหน่อย หรือสุดท้ายแล้วถ้าเลือกไม่ได้จริงจริ๊งล่ะก็  ก็คงต้องเตรียมวางแผนการเดินทางเที่ยวสวิสสัก 2 – 3 รอบแล้วจัดกลุ่มเมืองในสวิสที่จะไปเที่ยวในแต่ละครั้งเอาแทนแล้วกันเนอะ  เพราะมันสวยมากจนเลือกไม่ได้จริง ๆ ... เข้าใจเลย

อ่านเพิ่มเติม
ฤดูไหนดีที่สุด ? เที่ยวสวิส อิตาลี ฝรั่งเศส
ฤดูไหนดีที่สุด ? เที่ยวสวิส อิตาลี ฝรั่งเศส

05 ต.ค. 61

        สวิสเซอร์แลนด์ (Switzerland) อิตาลี (Italy) ฝรั่งเศส (France) เป็นกลุ่มประเทศโซนยุโรปที่คนไทยนิยมไปเที่ยวกันเป็นแพ็คคี่ 3 ประเทศคู่หูร่วมกันเสมอ ด้วยความเป็นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงกัน แถมยังเดินทางไปได้อย่างสะดวก เพียงแค่มีวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) เท่านั้น ก็สามารถเดินทางไปเที่ยวสวิส อิตาลี ฝรั่งเศสได้แบบสบายๆ ว่าแต่จะไปฤดูไหนดี ? เดือนไหนถึงจะโดนใจสุด ? ทัวร์ครับได้รวบรวมข้อมูลสำหรับการเที่ยวสวิส อิตาลี ฝรั่งเศสมาให้ทุกคน พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลยครับ… เที่ยวสวิส อิตาลี ฝรั่งเศส ฤดูไหนดีที่สุด ?        ประเทศสวิส อิตาลี ฝรั่งเศส ถือเป็นประเทศ ยุโรปในโซนตะวันตก ซึ่งสามารถแบ่งฤดูกาลออกได้เป็น 4 ฤดูหลักๆด้วยกัน ได้แก่ ❄️ฤดูหนาว (Winter)❄️ เดือน : ธันวาคม - กุมภาพันธ์ (Switzerland)        ในช่วงฤดูหนาวของสวิส อิตาลี ฝรั่งเศส อากาศจะหนาวเย็นสุดๆ มีหิมะปกคลุมหนาแน่นในหลายพื้นที่ และด้วยความเย็นยะเยือกสุดๆ ร่างกายคนเมืองร้อนอย่างเราอาจไม่เหมาะสักเท่าไหร่ครับ เพราะเราอาจป่วยหรือไม่สบายได้ โดยจะมี อุณหภูมิประมาณ - 3 องศา ถึง 6 องศา ซึ่งหากเป็นพื้นที่บนภูเขาสูงอาจมีอุณหภูมิ - 10 องศาก็เป็นได้ครับ แต่หากใครชื่นชอบการเล่นสกี และอยากสัมผัสบรรยากาศความสวยงามของการเฉลิมฉลองคริสมาสต์ และวันปีใหม่สไตล์ยุโรป ท่ามกลางบรรยากาศแบบหิมะๆ ก็ควรมาเยือนในฤดูนี้เลยครับ  🌳 ฤดูใบไม้ผลิ (Spring)🌳  เดือน : มีนาคม - พฤษภาคม (Cinque Terre, Italy)        เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ความอบอุ่นก็กลับมาอีกครั้ง ซึ่งฤดูใบไม้ผลิ ถือเป็น ช่วงเวลาที่เหมาะสุดในการมาเที่ยวสวิส อิตาลี ฝรั่งเศสเลยครับ ทัวร์ครับขอรับประกัน อากาศเย็นสบายกำลังดี อุณหภูมิประมาณ 7 องศา - 14 องศา นอกจากจะได้ฟินกับอากาศดีดีแล้ว ในฤดูนี้ก็ยังเป็นช่วงที่ ดอกไม้ กำลังผลิดอก บานซะพรั่ง เพิ่มสีสันให้กับบรรยากาศสุดฟิน โดยในช่วงนี้พระอาทิตย์จะขึ้นเร็วกว่าเดิม ทำให้มีช่วงเวลากลางวันที่ยาวขึ้น เราจึงสามารถเดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆของสวิส อิตาลี ฝรั่งเศส ได้มากขึ้นอีกด้วยครับ  🌞ฤดูร้อน (Summer)🌞 เดือน : มิถุนายน - สิงหาคม (Provence, France)        หากใครอยากสัมผัสความอุ่นขึ้นมาสักหน่อย ฤดูร้อนก็เหมาะเลยครับ เพราะเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน อุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้น เปลี่ยนประมาณ 20 องศา - 28 องศา คล้ายๆบ้านเรา และจะเย็นขึ้นในช่วงตอนเย็น พระอาทิตย์จะออกมาทักทายบ่อยขึ้น ท้องฟ้าแจ่มใส แต่อาจได้เจอกับฝนในบางครั้ง บรรยากาศจะคึกคักสุดๆ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แถมเป็นฤดูที่มีเวลากลางวันยาวนานที่สุด ทำให้เที่ยวสวิส อิตาลี ฝรั่งเศสได้แบบจุใจ เลยครับ 🍁ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn)🍁 เดือน : กันยายน - พฤศจิกายน        อีกหนึ่งฤดูกาลที่ฮิตในหมู่คนไทยไม่แพ้ฤดูใบไม้ผลิเลยค่ะ เพราะเป็น ช่วงเวลาของใบไม้เปลี่ยนสียุโรป กับภาพความสวยงามของใบไม้สีส้มแดง ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายขึ้น อุณหภูมิประมาณ 7 องศา - 13 องศา เป็นอีกหนึ่ง จุดหมายปลายทางสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ดีงามไม่แพ้ที่อื่น เลยล่ะครับ ทัวร์ครับขอบอก  👍 ไฮไลท์เด็ดสวิสเซอร์แลนด์ (Switzerland) ภูเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn)        ยอดเขาที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งหลายคนอาจจะรู้สึกคุ้นเคยกับลักษณะยอดเขารูปทรงพีระมิเแบบนี้กันบ้าง เนื่องจากถูกใช้เป็นโลโก้ของช็อคโกแลต Toblerone นั่นเองครับ ความสวยงามของแมทเทอร์ฮอร์น เรียกได้ว่าเป็นที่เที่ยวสวิสที่ใครๆก็อยากมาเยือน กับความอลังการของทัศนียภาพสุดตระการตา กับการนั่งรถไฟขึ้นไปชมยอดเขาก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเลยครับ กรินเดลวาลด์ (Grindelwald)          เมืองตากอากาศยอดฮิตประจำสวิสเซอร์แลนด์ เมืองเล็กๆท่ามกลางหุบเขาน้อยใหญ่ด้วยความสูงจากน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร ล้อมด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติสุดตระการตา ซึ่งเราสามารถมองเห็นหิมะบนยอดเขาได้ตลอดทั้งปี เป็นวิวที่เรียกได้ว่าสวยเกินบรรยาย ไม่ว่าใครที่ได้ไปต่างตกหลุมกับมนต์เสน่ห์ของที่นี่กันทุกราย  👍 ไฮไลท์เด็ดอิตาลี (Italy) กรุงโรม (Rome)   (Trevi Fountain, Italy)        มาอิตาลีก็ต้องไม่พลาดกรุงโรม เมืองสุดยิ่งใหญ่ของอิตาลี เต็มไปด้วย สถาปัตยกรรม ประติมากรรม ร่องรอยของประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 2,800 ปี  แหล่งอารยธรรมยุโรปโบราณสุดคลาสสิค แน่นอนว่าต้องไม่พลาดแลนด์มาร์คเด็ดของกรุงโลมอย่าง โคลอสเซียม (Colosseum) สนามกี่ฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก หรือจะเป็น มหาวิหารแพนธีออน  (Pantheon) มหาวิหารขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างมานานกว่า 2,000 ปี ด้วยการออกแบบที่สุดแสนจะพิเศษ เพราะภายมหาวิหารไม่มีเสากลางในการรับน้ำหนัก ซึ่งสำหรับ 2,000 ปีที่แล้วถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากๆเลยทีเดียว ปิดท้ายด้วย น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) น้ำพุที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโรม ด้วยการออกแบบสุดโดดเด่นสไตล์บารอค ทำให้น้ำพุเทรวี่กลายเป็น แลนด์มาร์คสุดฮิตประจำกรุงโรม เลยละครับ  หมู่บ้านชาวประมงชิงเคว เตเร่ (Cinque Terre)          หมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ทางตอนเหนือของอิตาลี ภายในบริเวณประกอบด้วยหมู่บ้านเล็กๆจำนวน 5 หมู่บ้านด้วยกัน ซึ่งแต่ละหมู่บ้านจะอยู่ติดๆกันเราจึงสามารถเดินชมได้ครบทุกหมู่บ้านกันเลยทีเดียวครับ โดยแต่ละหมู่บ้านก็จะสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างสไตล์ชาวประมงแบบยุโรป ทั้งบ้านเรือน โบสถ์ และปราสาทเก่าแก่ ซึ่งความโดดเด่นของหมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้อยู่ที่ อาคารบ้านเรือนสีสดใส ตั้งอยู่ริมทะเล ตัดกับสีฟ้าของน้ำทะเล และสีเขียวจากธรรมชาติ จึงกลายเป็น เอกลักษณ์ประจำ ของที่นี่เลยครับ  👍 ไฮไลท์เด็ดฝรั่งเศส (France) ทุ่งลาเวนเดอร์ เมืองโพรวองซ์ (Provence)          เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนฝรั่งเศส ในเดือนกรกฏาคม ก็ได้เวลาการเบ่งบานของดอกไม้สีม่วงอย่าง ลาเวนเดอร์ ในเมืองโพรวอซ์ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ภาพความสวยงามของทุ่งลาเวนเดอร์ที่มีขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา กับอากาศเย็นสบายๆ ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางชมความสวยงามของทุ่งลาเวนเดอร์กันอย่างคึกคักทุกๆปี ซึ่งนอกจากจะได้ชมความสวยงามของทุ่งลาเวนเดอร์แล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ของฝากซึ่งแปรรูปมาจากลาเวนเซอร์ให้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันอีกด้วยครับ  เยือนดินแดนสวรรค์ของคนรักไวน์ บอร์กโดซ์ (Bordeaux)          ปิดท้ายเอาใจคนรักไวน์กันสักหน่อย กับแคว้นผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส บอร์กโดซ์ เมืองแห่งไวน์และไร่องุ่น แต่ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ไร่องุ่นนะครับ เพราะบอร์กโดซ์นั้นยังเต็มไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปที่โดดเด่นไม่แพ้กัน บอร์กโดซ์จึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จาก UNESCO มาถึงแหล่งผลิตไวน์ที่ดีที่สุดในโลกทั้งทีจึงไม่ควรพลาดลองลิ้ม ชิมรสชาติไวน์ฝรั่งเศสกันสักหน่อย ทัวร์ครับบอกเลยว่าเด็ดสุดๆครับ         ทัวร์ครับหวังว่าหลายท่านคงจะได้คำตอบกันแล้วนะครับ สำหรับช่วงเวลาที่ดีสำหรับการไปเที่ยวสวิส อิตาลี ฝรั่งเศส ซึ่งจริงๆแล้วสามารถไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลยครับ เพราะแต่ละช่วงเวลาก็จะมีความสวยงามที่มีสเน่ห์แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ต้องวางแผนจองทัวร์สวิส อิตาลี ฝรั่งเศสกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะถ้าช้าอาจไม่ทันการ อดไปชมความสวยงาม เสียดายแย่เลย... หากใครอยากได้ข้อมูลเที่ยสวิสแบบเจาะลึกขึ้น ตามไปอ่านบทความจากทัวร์ครับด้านล่างแล้วรับรองว่าจะอยากไปเที่ยวสวิสแน่นอน... >>>สวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนในฝัน ! ครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องไปสัมผัส..<<<  

อ่านเพิ่มเติม