All articles abouts 4745-2

10 สถานที่ ตามล่าหาแสงเหนือ

10 สถานที่ ตามล่าหาแสงเหนือ

Jul 26, 2017

แสงเหนือ” (Northern Light) หรือ “แสงออโรร่า” คงเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอันดับต้นๆที่มนุษย์ต้องการจะไปเห็นด้วยตาตัวเองแน่ๆ แต่การที่จะได้ไปเห็นของจริงนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง เพราะแน่นอนว่าหากขึ้นชื่อว่าธรรมชาติแล้ว คงไม่มีใครที่จะควบคุมมันได้แน่นอน แต่คำถามแรกๆที่ทุกคนน่าจะมีก่อนเลยคือต้องไปที่ไหนถึงจะได้เห็น วันนี้ทัวร์ครับจะมาชี้เป้าให้คนที่สนใจอยากจะไปเห็นสุดยอดปรากฏการณ์นี้ด้วยตาตัวเอง ว่า 10 ประเทศที่เหมาะกับการที่จะไปตามล่าแสงเหนือนั้นคือประเทศอะไรกันบ้าง 1. SWEDEN จุดที่ดีที่สุด : Kiruna, Abisko, Swedish Lapland ด้วยสภาพอากาศแบบเฉพาะตัวของพื้นที่ ในสวีเดนนั้นได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาแล้วว่าเป็นจุดชม”แสงเหนือ”ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะ “Torneträsk Lake” ทะเลสาบที่มีความยาวถึง 70 กม. ใกล้ๆกับอุทยานแห่งชาติอาบิสโก้ ที่มีท้องฟ้าโปร่งๆเหมาะสำหรับการชมแสงเหนือเป็นอย่างมาก 2.RUSSIA จุดที่ดีที่สุด : Murmansk, Siberia, Kola Peninsula ในทางตอนเหนือของรัสเซีย คือจุดที่คุณจะมีโอกาสที่จะได้พบกับ “แสงเหนือ” อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมือง Murmansk ใกล้ๆกับ The Kola Peninsula รัสเซียถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้เราได้พบกับแสงเหนือ 3. ICELAND จุดที่ดีที่สุด : Þingvellir National Park, Kirkjufell , most of the country หลบออกจากแสงสีในเมืองหลวงแล้วมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ ที่ซึ่งแผ่นดินของสหรัฐอเมริกากับยูเรเชียนมาบรรจบกันจนเกิดเป็นหุบเขาขึ้นมา และส่วนที่ทำให้ไอซ์แลนด์ต่างจากประเทศอื่นก็คือคุณสามารถที่จะมองเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือได้แทบทุกที่ภายนอกเมืองหลวงของไอซ์แลนด์อย่าง “เรคจาวิค” (Reykjavik) 4. FINLAND จุดที่ดีที่สุด : Luosto, Nellim, Utsjoki, Ivalo, Kakslauttanen ,lapland มุ่งหน้าสู่ ลูสโต (Luosto) ทางตอนเหนือของฟินแลนด์ และเพื่อเพิ่มโอกาสที่จะได้เจอกับ”แสงเหนือ”แบบตัวเป็นๆเราแนะนำ “Hotel Aurora” โรงแรมที่จะสัญญาณเตือนดังขึ้นเพื่อเรียกคุณออกไปชมเมื่อเกิดปรากฏการณ์ขึ้น หรืออาจจะไปที่สถานที่มีดาวสวยๆอย่าง “เมืองเนลลิม” ใกล้ๆกับ “ทะเลสาบอินารี” ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศฟินแลนด์ก็ยังได้ 5. ALASKA จุดที่ดีที่สุด : Anchorage, Fairbanks, Denali, the Yukon หากอยู่ในเขตที่เรียกว่า “The Zone”แล้วล่ะก็ แทบจะการันตีได้เลยว่าเราจะได้พบกับ”แสงเหนือ” อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นออกจากเมืองให้ไวแสงเหนือรออยู่ข้างนอกแล้ว >< 6.CANADA จุดที่ดีที่สุด : Calgary, Ontario, Yukon Territory, Manitoba พื้นที่รอบๆ ทะเลสาปพริสไทน์ (pristine Lake) ทางด้านเหนือของออนทาริโอ (Ontario)และเมืองเล็กอย่าง ทุนดรา (tundra) ที่แห่งนี้จะสามารถมองเห็น”แสงเหนือ”ได้ไกลถึงชายแดนฝั่งใต้ของสหรัฐอเมริกา แต่เชื่อเถอะว่าอยู่ฝั่งแคนาดาเนี่ยคือที่นั่งแถวหน้าสำหรับการชมปรากฏการณ์นี้แล้ว 7.NORWAY จุดที่ดีที่สุด: Svalbard, Alta, Svalbard, Finnmark เมือง Tromso ทางตอนเหนือของนอร์เวย์ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม สำหรับการไปดูแสงสีเขียวที่น่าทึ่งแบบนี้ แถมยังมีทางเลือกมากกว่าที่อื่นคือการนั่งเรือไปรอบๆ ชายฝั่ง ด้วยเรือ “Hurtigruten” ที่จะปลุกเราเมื่อเกิดปรากฏการณ์”แสงเหนือ”ขึ้น 8.GREENLAND จุดที่ดีที่สุด : Kulusuk, Ammassalik , Kuuk ด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้ “กรีนแลนด์“ เป็นตัวเลือกแรกๆสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วๆไปที่ต้องการมาตามล่า”แสงเหนือ” เพราะถึงจะไม่ได้พบกับแสงเหนือ แต่การได้เห็นวิวทิวทัศน์ของที่นี่ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว ข้อดีอีกอย่างของกรีนแลนด์ก็คือที่นี่จะสามารถรับชม”แสงเหนือ”ได้เกือบจะทั่วประเทศเลย เรียกว่าไม่พลาดแน่ๆถ้ายังไม่หลับนะ 9.SCOTLAND จุดที่ดีที่สุด : Aberdeen, Isle of Skye, Northern Highlands, Dunnet Head แม้ว่าส่วนหนึ่งของหมู่เกาะอังกฤษที่ขึ้นชื่อเรื่องพายุ หมอก และเมฆ อย่างสก็อตแลนด์จะไม่ใช่ที่ๆเหมาะแก่การดูท้องฟ้ามากนัก แต่ในช่วงฤดูหนาวที่ฟ้าเริ่มเปิดที่นี่คืออีกหนึ่งแห่งที่จะมอบโอกาสชม”แสงเหนือได้เป็นอย่างดีเลย 10 DENMARK จุดที่ดีที่สุด: rubjerg knude Faroe Islands archipelago. แม้ว่าเดนมาร์คจะเป็นหนึ่งใน หมู่เกาะอังกฤษ ที่ขึ้นชื่อเรื่องพายุก็ตาม ที่นี่ก็ยังมีหมู่เกาะ Faroe ที่สามารถล่าแสงเหนือได้อีกที่หนึ่ง แพ็คเกจทัวร์ ล่าแสงเหนือ ออโรร่า

อ่านเพิ่มเติม
เผย 10 อาหารเกาหลี ไปทัวร์เจอแน่นอน !!
เผย 10 อาหารเกาหลี ไปทัวร์เจอแน่นอน !!

Nov 1, 2017

เกาหลี เป็นอีกหนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งอารยธรรม วัฒนธรรม รวมไปถึงอาหารการกินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนเกิดการแพร่หลายอย่างมากมายในประเทศไทยนั่นเอง แต่ถึงอย่างไร มันก็ไม่สามารถสู้ของแท้แดนกิมจิได้อยู่ดี วันนี้ทัวร์ครับจึงมาเฉลยอาหารเกาหลีแท้ๆ 10 อันดับที่ทัวร์พาไปรับประทานกันอย่างแน่นอน แต่จะถูกปากแต่ละคนหรือไม่นั้น อันนี้คงขึ้นอยู่กับความชอบ ไปดูกันเลย >//< 1. เมนูบาร์บีคิวไฟหรือบลูโกกิ [ Bulgogi ] เป็นเนื้อหมูสไลด์หมักซอสคันจังและเครื่องปรุงรส ผัดย่างขลุกขลิกบนกะทะ 2. เมนูหมูย่างคาลบี [ Pork KALBI ] อาหารพื้นเมืองเกาหลีปิ้งย่างบนเตาถ่านที่เลื่องชื่อและรู้จักกันดีทั่วโลก มีรสชาติออกหวาน นุ่มและกลมกล่อม นำเนื้อหมูสต็กหรือหมูชิ้นหมักย่างบนเตาถ่านแบบดั้งเดิม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆและตัดเป็นชิ้นพอคำ พร้อมทานเครื่องเคียงต่างๆ เพื่อความสมดุลในการทาน และ น้ำซุปสาหร่ายเพื่อการล้างพิษ *3. เมนูหม้อไฟชาบูเห็ด * คล้ายการต้มรวมมิตรสุกี้หม้อไฟ ประกอบไปด้วยเนื้อหมูสไลด์ ผักและเห็ดและวุ้นเส้นเกาหลี 4. เมนูโอซัมหรือหมูปลาหมึกย่างบาร์บีคิวหมักสไตล์สมัยใหม่เกาหลี เป็นเมนูประยุกต์ที่ชาวเกาหลีคิดกัน OSAM หรือหมูและปลาหมึกผัดน้ำคลุกคลิกเนื้อหมูและปลาหมึกย่างบาร์บีคิวหมัก นิยมรับประทานเพราะมีรสชาติออกหวานเผ็ดเล็กน้อย โดยการนำบาร์บีคิวหมูปลาหมึกลงในกระทะครึ่งวงกลมพร้อมน้ำซุปปรุงรส 5. เมนูคิมบับ (ข้าวห่อสาหร่าย) สำหรับคิมบับ ทางเราจะมีพาไปเรียนรู้วิธีการทำ อาหารง่ายๆ ที่คนเกาหลีนิยมรับประทาน คิม แปลว่า สาหร่าย บับ แปลว่า ข้าว จะเป็นแท่งยาวๆ แล้วเค้าก็จะหั่นเป็นชิ้นๆพอดีคำ จิ้มกะซีอิ้วคังจังเกาหลีหรือวาซาบิก็ได้ อร่อยไปอีกแบบ 6. เมนูเปิบพิสดาร-ไก่ตุ๋นโสม อาหารชาววังในสมัยก่อน เชื่อกันว่าบำรุงและเสริมสุขภาพ เสิร์ฟท่านละ 1 ตัว ในหม้อดินร้อน สำหรับเมนูนี้แอดมินชอบมากกก หากเป็นร้านดีดี น้ำซุบร้อนๆ หวานอร่อย กลมกล่อม ซดคล่องคอ แก้ hangover ได้ดีสุดๆ ไก่นุ่ม ฟินเวอร์กันเลยทีเดียว 7. เมนูทัคคาลบี หรือไก่บาร์บีคิวผัดซอสเกาหลี อาหารเลื่องชื่อของเมืองชุนชอน โดยนำไก่บาร์บีคิว มันหวาน ผัดกะหล่ำต้น กระเทียม ต๊อกหรือข้าวปั้น และซอสมาผัดรวมกันบนกระทะแบนดำคลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้าที่ รับประทานกับผัดกาดเกาหลีและเครื่องเคียง 8. เมนูกิมจิ สำหรับเมนูนี้เป็นอีกหนึ่งเมนู ที่ทัวร์เราก็จะมีพาไป KIMCHI SCHOOL หรือ สถาบันสอนทำกิมจิชมวิธีการทำกิมจิ ให้ทุกๆท่านได้สัมผัสกับประสบการณ์การทำกิมจิ ผักดองที่สามารถเก็บไว้ได้นานและเป็นอาหารที่ขึ้นโต๊ะชาวเกาหลีทุกมื้อ ปัจจุบันกิมจิเป็นที่นิยมแพร่หลาย เพราะประกอบด้วยแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในการย่อยอาหารและป้องกันโรคให้ *9. ชาบูชาบู สุกี้สไตล์เกาหลีบนหม้อไฟร้อนๆ * ประกอบด้วยหมูสไลด์ และผักสดนานาชนิด เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปร้อนๆ และเส้นอูด้งซึ่งขาดไม่ได้ในการทาน ชาบูชาบู 10. เมนูบุฟเฟต์ขาปูยักษ์ และเมนูสุดท้ายเป็นเมนูพิเศษ ที่จะมีเฉพาะบางช่วงเท่านั้น เป็นบริการอาหารนานาชาติ บริการพร้อมด้วยเครื่องดื่มต่างๆ ของหวาน,ขนม และผลไม้

อ่านเพิ่มเติม