All articles abouts เที่ยวออสเตรเลีย

10 ร้านอาหาร ออสเตรเลีย ถูกปาก ‘คนไทย’ ติดใจ ‘ชาวออสซี่’

10 ร้านอาหาร ออสเตรเลีย ถูกปาก ‘คนไทย’ ติดใจ ‘ชาวออสซี่’

12 มิ.ย. 62

เอาเป็นว่าวันนี้ ทัวร์ครับ เราจะแนะนำร้านอาหารออสเตรเลียที่รสชาติถูกปากคนไทย ในประเทศออสเตรเลีย ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าประเทศเขาสไตล์รสชาติอาหารจะสะท้อนภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในแต่ละท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี บางคนที่รู้ตัวว่าฉันไม่ไหวแน่ ประเทศเขาก็มีร้านอาหารฟาสฟู้ดแมสๆ ทั่วไปให้บริการเช่นกัน แต่ถ้าใครคิดว่าไปถึงที่ทั้งทีจะไม่ลองก็เหมือนมาไม่ถึง มาดูร้านอาหารออสเตรเลียแนะนำกัน ก่อนไป ตะลุย 5 เมืองยอดฮิตในออสเตรเลีย กันดีกว่าา 1.ฝากท้องตอนเช้าไว้ที่ร้าน The Local Mbassy พิกัด : The Local Mbassy เช้าๆ แบบนี้ตื่นขึ้นมาถ้าที่โรงแรมไม่ได้มีอาหารเช้าให้แนะนำให้มาที่ร้านนี้เลย  The Local Mbassy จะดีแค่ไหนถ้ากาแฟหอมๆ สักแก้วทานคู่กับแพนเค้ก หรือมัฟฟิ่นนุ่มๆ ในยามเช้า โอ้ยพูดแล้วก็น้ำลายสอ รสชาติของเขาก็ทานง่าย ชาวไทยอย่างเราสบายมาก เพราะซิดนีย์เขาขึ้นชื่อเรื่องคนไทยอยู่เยอะแล้วเพราะฉะนั้นการจะหาร้านของอร่อยนั้นไม่ยากแน่นอน cr.http://chewyourchow.org   2.ขนมหวานสุดอลังการทีร้าน The Vogue Cafe พิกัด : The Vogue Cafe ยังอยู่กันที่ขนมหวานอย่างร้าน The Vogue Cafe ใครคอขนมหวานแนะนำร้านอาหารออสเตรเลีย ร้านนี้เลย เมนูเด็ดแนะนำของเขาก็คือ มิลค์เชค ที่มีให้เลือกหลากหลายหน้าตา และหลายรสชาติให้เพื่อนๆ ได้ลิ้มลองกัน เชื่อว่าสาวๆ หลายคนน่าจะชอบร้านนี้ เพราะหน้าตาของขนมน่ะคิ้วท์สุดๆ ทุกจานเลยก็ว่าได้ 3.มาการองร้าน Zumbo pastry จากเชฟชื่อดัง มาการองที่เราเคยกินกันนี่แหละ แต่ ! จะบอกว่าที่นี่เขาแตกต่างจากร้านอาหารออสเตรเลียร้านอื่นเพราะเป็นของเชฟชื่อดังอย่าง Anraino Zumbo แถมเขายังมีชื่อเรียกเก๋ๆ ที่ไม่ซ้ำใครจากมาการองเป็น Zumbaron ใครมาเที่ยวซิดนีย์แล้วอยากรู้ว่าจะอร่อยขนาดไหนแนะนำร้านนี้เลย รับรองว่าหาทานไม่ได้ที่ไทยแน่นอน 4. Bennelong ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ใน Sydney Opera House  พิกัด : Sydney Opera House ไปเมืองซิดนีย์ทั้งทีเชื่อว่าหลายคนต้องไม่พลาดไป Sydney Opera House แน่นอนเพราะฉะนั้นไหนๆ ก็ไปแล้วแนะนำให้ไปลองทานร้านอาหารของเขาดูอย่างร้าน Bennelong ที่ได้เชฟชื่อดังมากฝีมืออย่าง Peter Gilmore มารังสรรค์เมนูรสชาติถูกปาก พร้อมกับชมวิว Harbour Bridge ไปเพลินๆ ระหว่างลิ้มลองรสชาติอาหารอีกด้วย ถ้ายิ่งมาช่วงพระอาทิตย์ตกนะวิวเบอร์ล้านไปเลยจ้า ฟินกว่านี้หาได้ที่ไหนบอกฉันที cr.bennelong.com.au  5.จองโต๊ะกันข้ามเดือนที่ร้าน Quay restaurant  เอาล่ะ แนะนำบอกเพื่อนๆ ก่อนเลยว่าถ้ามาออสเตรเลียแล้วจะแวะร้านนี้ต้องจองโต๊ะนะจ๊ะ กันเหนียว กันพลาดเนอะ แนะนำว่าจองไว้ก็ดีกว่าจะไม่ได้เสียเที่ยว ร้านนี้ฝีมือเชฟชื่อดังมากฝีมืออย่าง Peter Gilmore อีกเช่นกัน แต่คุณภาพวิวก็สุดๆ ไปเลย สามารถชมสะพาน Harbour Bridge และ Sydney Opera House ได้อีกด้วย แถมเขายังได้รางวัลการันตีว่าเป็น The World’s 98 Best Restaurants ของ ปี 2016 อีกด้วย ไม่แปลกใจที่เราจะต้องจองคิวกันล่วงหน้าเบอร์นี้ แต่ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคาทั้งวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและอาหารรสชาติดีงามทุกจาน 6.คาเฟ่อาหารที่ Brewtown Newtown  พิกัด : Brewtown Newtown ร้านอาหารออสเตรเลีย อารมณ์เหมือนคาเฟ่บ้านเราที่จะผสมคาเฟ่เข้ากับร้านอาหาร มีทั้งเครื่องดื่ม กาแฟ ขนม ไปจนถึงอาหารหนักๆ พอให้อิ่มท้อง จบไปเลยในร้านเดียว เมนูก็มีให้เลือกมากหน้าหลายตา แต่ Recommend ที่อยากจะแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ไปลองกันก็คือ ขาหมูอบชีส รับรองว่าถูกปากคนไทยอย่างเราแน่นอน หรือจะเป็นพวกเบอร์เกอร์ง่ายๆ ทางร้านเขาก็มีให้บริการ 7.ย้อนยุคไปกับ Big Daddy's Burger Bar ตัวร้านตกแต่งด้วยโซฟา และผนังสีแดง ตัดขาวให้บรรยากาศแบบยุคคลาสสิคแบบในหนังยังไงยังงั้นเลย เรื่องเมนูคงไม่ต้องพูดถึงก็เขาเป็นร้านเบอร์เกอร์เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเบอร์เกอร์ ไก่ หมู เนื้อ เบคอน อร่อยหมดจ้า ใครสายฟาสฟู้ดแต่เบื่อร้านดังๆ แมสๆ ทั่วไป Big Daddy's Burger Bar คือคำตอบ เว็บไซต์ร้าน : http://www.bigdaddysburgerbar.com.au   8.ชิมเนื้อเสต็กคุณภาพที่ร้าน Steersons Steakhouse หั่นสเต็กเนื้อนุ่มๆ เคล้ากับบรรยากาศของร้าน มองเห็นวิวแม่น้ำ Darling Harbour อะไรจะดีไปกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ร้านอาหารออสเตรเลีย ร้านนี้โดดเด่นเรื่องของสเต็ก ใครชอบเนื้อไหนสั่งได้ตามใจไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว เนื้อแกะ หรือแม้แต่เนื้อจิงโจ้ ได้ยินไม่ผิดหรอก มันคือเนื้อจิงโจ้จริงๆ ใครไม่กินชาวออสกินจ้า ที่นี่เขายกให้เนื้อจิงโจ้เป็นอาหารท้องถิ่นอันดับ 1 เลยก็ว่าได้ รสชาติเนื้อฉ่ำๆ อันแสนอร่อยบวกกับน้ำสเต็กสูตรพิเศษ ชาวไทยเราอาจจะ หืม กินได้จริงเหรอ สาเหตุที่เขาหันมากินเนื้อจิงโจ้ และผลักดันให้คนออสซี่ทานเนื้อจิงโจ้อย่างจริงจังก็เพราะเห็นว่าประชากรจิงโจ้เริ่มเยอะล้นประเทศ แต่ก็ยังมีคนบางส่วนไม่เห็นด้วยกับการทานเนื้อของสัตว์ประจำชาติตัวเองอยู่ แต่สำหรับคนไทยเราถ้าอยากจะลองทานเขาก็มีให้ลองกัน แต่ถ้ายังรู้สึกว่าแปลกเกินไปเขาก็มีเนื้ออย่างอื่นให้ชิมกัน หรือจะเป็นอกไก่ ราดด้วยซอสสีเขียว Pea puree ก็น่าสนใจไม่น้อย เว็บไซต์ร้าน :  http://steersons.com  9.อาหารไทยในออสเตรเลีย Caysorn Thai ออสเตรเลียนั้น ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีคนไทยไปอยู่เยอะพอสมควรเพราะฉะนั้นร้านอาหารไทยก็เยอะมากตามมาด้วยเช่นกัน อย่างร้าน Caysorn Thai ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่ได้รับความสนใจจากต่างชาติและชาวไทยที่ไปอาศัยอยู่ที่นั่นอีกเช่นกัน รสชาติเข้มข้นถูกปากแน่นอนเพราะเป็นอาหารปักษ์ใต้ โดดเด่นเรื่องขนมจีนน้ำยาไตปลา ใครที่เบื่ออาหารแถบยุโรปอยากลิ้มลองอาหารไทยในต่างถิ่นดูบ้าง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งช้อยส์ที่น่าไปลองกัน 10.ร้านอาหารชื่อดังในรีวิวร้าน Pancake on the rock  พิกัด : Pancakes On The Rocks ถ้าใครอ่านรีวิวร้านอาหารกันบ่อยๆ ร้านนี้ก็มักจะติดอยู่ในลิสต์ร้านอาหารออสเตรเลีย อยู่เสมอ เมื่อเข้าไปในร้านจะเจอแต่คนเอเชียเป็นส่วนใหญ่อาจจะเพราะตามรีวิวกันมาเหมือนกับเรานี่แหละ เมนูที่เราจะแนะนำในวันนี้ก็ต้องเป็นพิซซ่าอยู่แล้วอย่าง Smoked Ham pizza พิซซ่าเนื้อบางตามแบบฉบับชาวออสซี่ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่ามาลองกัน ปิดท้ายด้วยแพนเค้ก ก็ตามชื่อร้านเขาไม่ได้กินก็เหมือนจะมาไม่ถึงจริงไหม เมนูแพนเค้กที่เรากินในวันนี้ก็คือ Strawberry Patch แพนเค้กสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตเนื้อฉ่ำๆ มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานรับรองว่าอร่อยถูกปาก  สำหรับใครสนใจอยากไปเที่ยว ทัวร์ออสเตรเลีย กับทัวร์ครับ สามารถสอบถามหรือดูแพ็คเกจได้ที่ >> ทัวร์ออสเตรเลีย ราคาสุดคุ้ม   

อ่านเพิ่มเติม
10 ของฝากจากออสเตรเลียสุดฮิต !! ไปออสเตรเลียซื้ออะไรดี
10 ของฝากจากออสเตรเลียสุดฮิต !! ไปออสเตรเลียซื้ออะไรดี

13 มิ.ย. 62

อย่าลืมของฝากพี่ด้วยนะ ไปเที่ยวออสเตรเลียซื้อของฝากอะไรดี? เบื่อไหมกับคำถามพวกนี้ จะไม่ซื้อให้ก็ดูไม่งาม เอาล่ะปัญหานี้จะหมดไปถ้าเรารู้แหล่งซื้อ!! แล้วรู้ว่าอะไรควรซื้อกลับมาเป็นของฝาก วันนี้ ทัวร์ครับ จะพาไปดู ของฝากจากออสเตรเลีย ที่ใครแวะเวียนผ่านไปก็ต้องกลับมาซื้อซ้ำ ชิ้นไหนเด็ด ชิ้นไหนโดน ตัวไหนพลาดไม่ได้ เราได้รวบรวมเอาไว้ให้เพื่อนๆ ประกอบการตัดสินใจเอาไว้แล้วไปดูกันเลย   10 ของฝากออสเตรเลีย   1.ของฝากออสเตรเลีย - ตุ๊กตาโคอาล่า กับจิงโจ้ โอ้โห สัตว์ประจำประเทศขนาดนี้ใครๆ ก็รู้ว่าเพิ่งกลับมาจากออสเตรเลียแน่นอน ถ้านำไปฝากใคร ถ้าเป็นน้องๆ หนูๆ รับรองว่าต้องชอบของฝากจากออสเตรเลียชนิดนี้แน่นอน แล้วตุ๊กตาของเขาก็มีให้เลือกหลากหลายแบบทั้งพวงกุญแจ ตุ๊กตา ปากกา ที่รองแก้ว กระเป๋าผ้า ถ้าจะซื้อฝากผู้ใหญ่อาจจะต้องเลือกแบบให้ดูโตนิดนึง ซึ่งเขาก็มีเลือกหลากหลายไซส์ หลากหลายราคา ตามความต้องการของเราเลยจ้า อีกหนึ่งไอเทมที่น่าซื้อกลับไปฝากแถมพกกลับง่าย แพคลงไปในกระเป๋าได้เลยไม่ยุ่งยาก แถมเอาไปนอนหนุนบนเครื่องขากลับได้อีกด้วยยย   2. ของฝากออสเตรเลีย - ครีมสารพัดประโยชน์อย่าง Lucas papaw อีกหนึ่งไอเทมที่สาวๆ หลงรักอย่าง Lucus’s papaw หรือครีมเนื้อบาล์มสารพัดประโยชน์ สรรพคุณคล้ายๆ กับวาสลีนอะไรทำนองนั้น แต่ความชุ่มชื้นให้ไปเลยเต็ม 100 ใครมีปัญหาปากแตก ตัวแห้ง หัวเข่าดำ โบกตัวนี้ไปเลยจ้ารู้เรื่องตัวนี้มีส่วนผสมจากมะละกอ มีสารปาเปอีน ช่วยฆ่าเชื้อ ยับยั้งการติดเชื้อและรักษาแผล ตอนไปออสเตรเลียครั้งก่อนเราก็เก็บซื้อตุนกลับมาไว้เพียบๆเพราะถูกกว่าสั่งซื้อพรีจากไทย แนะนำซื้อฝากสาวๆ เพราะไม่มีสาวคนไม่รู้จักเจ้าตัวอย่าง Lucus’s papaw แน่นอน เป็นของฝากจากออสเตรเลียอีกชิ้นที่รับรองว่าเจ๋งสุด ซื้อ Lucas papaw คลิกตรงนี้    3. ของฝากออสเตรเลีย - แมคคาเดเมีย (Macadamia nut) อีกหนึ่งของฝากกินเล่นจากออสเตรเลียที่หลายคนติดใจในรสชาติแล้วนิยมซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านกัน ของเขามีให้เลือกหลากหลายรสชาติ หลากหลายแบบทั้ง ออริจินอล  น้ำผึ้ง เกลือ หรือวาซาบิ ก็มีมีทั้งแบบแบ่งขายเป็นขีด และแบบกิโล ตามใจเราเลยว่าอยากซื้อเยอะแค่ไหน ถือว่าเป็นของฝากง่ายๆ สำหรับคนที่คิดอะไรไม่ออก อันนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่สามารถซื้อไปฝากให้กับบ้านใกล้เรือนเคียงได้ เพราะกินได้ทั้งครอบครัว แถมอยู่ได้นานอีกต่างหาก ซื้อแมคคาเดเมีย คลิกตรงนี้   4.ของฝากออสเตรเลีย - ครีมยี่ห้อ David Jones เป็นสิ่งที่ฮอตฮิตมากๆ สมัยก่อนที่หาซื้อยากเพราะครีมยี่ห้อ David Jones นั้นคุณภาพพรีเมียมจริงๆ แต่ก่อนที่ยังไม่มีเคาเตอร์ในไทย ใครที่ไปออสเตรเลียถึงกับต้องฝากหิ้วกันเลยทีเดียว ด้วยคุณภาพของครีมที่เลื่องชื่อและได้รับการยอมรับว่าใช้แล้วเห็นผลจริงทำให้หลายคนเลือกที่จะไปตำตามกัน ไม่ว่าจะเป็นสารพัดครีม ทาหน้า หรือทาตัว ปัจจุบันก็มีไลน์ใหม่ๆ ออกมาอีกมากมายทั้งเครื่องสำอาง สบู่ หรือแชมพู สามารถหาซื้อได้ที่ห้าง David Jones มาห้างเดียวได้ครบทุกตัวแน่นอน ซื้อของ David Jones คลิกเลย 5.วิตามินอาหารเสริม ไอเทมที่เชื่อว่าหลายคนต้องฝากเพื่อนหิ้วกันบ่อยๆ แน่นอนเพราะวิตามินของที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องความถูก แถมมีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ ที่บางยี่ก็อาจจะมีขายที่ไทยแหละ แต่เรื่องของราคาก็ต้องยอมให้เขาจริงๆ บางตัวซื้อที่ไทยเป็นพัน แต่ซื้อที่นี่แค่หลักร้อย อ้อ แต่อย่าซื้อเพลินจนลืมดูน้ำหนักกระเป๋าล่ะ เพราะขวดวิตามินก็มีน้ำหนักอยู่พอสมควร ใครตั้งใจไปตุนวิตามินหรือมีเพื่อนฝากซื้อเยอะๆ แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักกระเป๋าเดินทางกันเอาไว้ก่อนดีกว่าต้องไปมึนงงหน้าเคาเตอร์กันวันกลับนะ แนะนำให้ซื้อที่ร้าน Chemist Warehouse จะมีวิตามินครบตามที่เราต้องการในราคาย่อมเยาว์แน่นอน ยี่ห้อที่คนส่วนใหญ่นิยมก็จะเป็นพวก Blackmores, Centrum, Swisse, Nature’s Ownหรือ Healthy Care เป็นต้น เช็คราคาหรือซื้อวิตามินอาหารเสริม คลิกตรงนี้   6.ไวน์พื้นเมือง มาถึงของฝากของผู้ใหญ่กันบ้าง ใครซื้อไวน์กลับมาให้นี่ฟินเลยนะ ยิ่งเป็นไวน์พื้นเมืองจากไร่องุ่นชื่อดังจาก Yarra Valley ด้วยแล้วล่ะก็คุณภาพไม่ต้องพูดถึง สายไวน์เขารู้กัน แต่ตัวนี้อาจจะต้องไปที่เมืองเมลเบิร์นที่เป็นแหล่งของเขา หรือจะเป็นท้องถิ่นตัวอื่นๆ เขาก็มีให้ลองเทสเตอร์ชิมกันก่อนด้วยนะ ขายตรงกันไปเลย ชอบแบบไหนก็ลองจิ้มเลือกซื้อกลับมาฝากคนที่บ้านกันดู คอไวน์ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง   7.น้ำผึ้งในตำนานอย่าง Manuka Honey ของดีเมืองออสเตรเลียอีกหนึ่งตัวเลยจ้าสำหรับยี่ห้อนี้ที่มีความต่างจากน้ำผึ้งทั่วไปเพราะมีเกลือแร่ และวิตามินมากกว่าน้ำผึ้งทั่วไปมากถึง 4 เท่า แถมยังมีส่วนช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ หรือกินแล้วไม่แก่นั่นแหละ โอ้โหสรรพคุณขนาดนี้กวาดหมดแผงกันไปเลย แถมราคาก็ยังถูกกว่าที่ไทยอีกด้วย ใครชอบกินน้ำผึ้ง ขนมหวานแล้วล่ะก็ ลองกินตัวนี้ดูรับรองว่าได้ทั้งความอร่อย ความหวาน และประโยชน์มากมาย เอาไปทานคู่กับขนมก็ฟินลืม ซื้อน้ำผึ้ง Manuka Honey คลิกตรงนี้     8.ครีมรกแกะแท้จากออสเตรเลีย พูดถึงครีมรกแกะแน่นอนว่าต้นตำรับของเขาหลายๆ คนน่ารู้ว่ามาจากประเทศออสเตรเลีย แล้วผลลัพธ์ของเจ้าครีมรกแกะนี้ก็ได้ดีผลดีซะด้วย เพราะทำให้หน้านุ่มอิ่มฟู แวะมาเมืองต้นตำรับทั้งทีจะไม่ซื้อกลับไปก็คงเหมือนมาไม่ถึงบ้านเขา ครีมรกแกะมีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ แต่ถ้าให้พูดถึงยี่ห้อดังๆ ของเขาก็น่าจะเป็น Lavender Placenta Cream ครีมกระปุกสีขาว ตัดสีม่วงอ่อนๆ แพ็กเกจดูปลอดภัยเป็นมิตรแถมเขายังได้รับการการันตีคุณภาพและเครื่องหมาย Australian Made and Owned อีกด้วยเพราะฉะนั้นมั่นใจได้ว่าปลอดภัย น่าเชื่อถือแน่อน   9.ของฝากออสเตรเลีย- สกินแคร์น้องช้างเมา Drunk Elephant Skin Care เดี๋ยวนะแค่ฟังชื่อแบรนด์ก็ดูแปลกๆ ใช่ไหมแต่ที่มีของชื่อนี้มาจากส่วนผสมของสกินแคร์ที่มาจาก Marula ผมไม้ป่าที่ถ้านำมาหมักจะทำให้เกิดอาการเมาได้ และช้างก็ชอบกินเจ้าผลไม้ชนิดนี้ แต่ตัวสกินแคร์ตัวเด่นของแบรนด์นี้ที่อยากจะแนะนำคือ Virgin Marula Luxury Oil น้ำมันบริสุทธิ์นี้ มีสารต้านอนุมูลอิสระกับตัว C-Firma Day Serum ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่แบรนด์ของออสเตรเลียเอง แต่ก็สามารถหาซื้อได้ที่ Mecca เมืองซิดนีย์   10.ของฝากออสเตรเลีย - ขนม ช็อคโกแลตนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย อย่างยี่ห้อ TIMTAM ก็ถือว่าเป็นของฝากจากออสเตรเลียที่หลายคนนิยมซื้อติดไม้ติดมือมาฝากคนที่บ้านกัน ยี่ห้อนี้ถือว่าดังที่สุดในออสเตรเลียเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าบ้านเราจะนำเข้ามาขายแล้วแต่ที่ออสเตรเลียแหล่งต้นกำเนิดของเขาก็มีหลายรสชาติให้เราเลือก บางรสชาติก็ไม่มีขายในไทยอีกด้วยนะ รู้อย่างนี้แล้วก็ตุนสิจ๊ะ รออะไร อ้อหรือจะเป็นพวกขนมกรุบกรอบของเขาก็อร่อยนะ เช่น Arnott’s Shapes รสชาติอาจจะคล้ายๆ กับเลย์บ้านเรา หรือจะเป็น Vegemite สัญลักษณ์แท้ๆ ของออสเตรเลีย สามารถเอาจิ้มกับขนมปังกินได้ รับรองว่าจะติดใจ ซื้อขนม Timtam คลิกตรงนี้   ใครที่ยังเที่ยวไม่จุใจ ลองมา ตะลุย 5 เมืองยอดฮิตใน “ออสเตรเลีย” เมืองน่าเที่ยว กันต่อได้เลยครับ หรือสนใจ ทัวร์ออสเตรเลีย ราคาสุดคุ้ม ก็สามารถจองกับทัวร์ครับได้ ที่นี่ เลย   

อ่านเพิ่มเติม
5 ย่านที่พักในออสเตรเลีย ราคาย่อมเยาว์ ไปเรียนก็ได้ไปเที่ยวก็ดี
5 ย่านที่พักในออสเตรเลีย ราคาย่อมเยาว์ ไปเรียนก็ได้ไปเที่ยวก็ดี

13 มิ.ย. 62

อย่างที่รู้กันว่าประเทศออสเตรเลีย โดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆ อย่าง เมลเบิร์น ซิดนีย์ เพิร์ธ บริสเบน หรือ โกลด์โคสท์ นั้นจะคุ้นชินกับการที่มีคนเอเชียเข้าไปเที่ยวหรือพักอาศัยเพื่อเรียนต่ออยู่เยอะพอสมควรเพราะฉะนั้นจะบ้านพัก โฮเทล โฮสเทล หรือหอพักให้เลือกอยู่มากมายหลายที่ ถ้าจะให้ยกมาทุกโรงแรมอาจจะยาวเกินไปเพราะฉะนั้นเราขอพูดรวบรัดเป็นแต่ละย่านไปน่าจะง่ายกว่า เผื่อจะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆ คนไหนที่อยากเดินทางไปเที่ยวประเทศออสเตรเลียกันนะครับ 1. 'เมืองเมลเบิร์น' ที่พักในออสเตรเลียศูนย์กลางธุรกิจเมลเบิร์น พิกัด :  Melbourne มีที่พักหลากหลายเเบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการ ความชอบ เเละงบประมาณของเราว่าจะเลือกที่พักเเบบไหน ราคาเท่าไหร่ ราคาก็จะแตกต่างกันไป แต่ข้อดีคือในย่านนี้จะมีหลายโรงแรมที่ราคาคืนละหลัก 1,000 อยู่ แถมยังเดินไปเที่ยวตลาดควีนวิคตอเรีย และศูนย์การค้าเมลเบิร์น เซ็นทรัล ได้ เรียกได้ว่าพักที่นี่เที่ยวที่นี่แทบไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล อีกด้วย โรงแรมที่เราจะแนะนำไปให้พักในราคาเอื้อมถึง เช่น โรงแรม ibis Melbourne Hotel and Apartments ที่นี่เป็นทั้งโรงแรมและอพาร์ทเม้นเพราะฉะนั้นน้องๆ ที่กำลังหาที่พักอยู่ก็อาจจะลองเก็บที่นี่ไว้ในลิสต์ได้เพราะราคาก็ไม่ได้โหดมากเกินไปนัก ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ เริ่มต้นที่คืนละ 1,900 บาท อีกหนึ่งที่พักที่คล้ายกันก็มีโรงแรม Nova Stargate Apartment Hotel ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ลำบากจนเกินไป หรือถ้าใครอยากได้เป็นบ้านพักก็ยังมีบริการ Airbnb ให้ได้เลือกกันอีกด้วย สำหรับใครที่คิดว่าราคา เกือบ 2,000 อาจจะสูงเกินไปและไม่ไหวจริงๆ ก็ยังมีที่พักแนวโฮสเทลให้ได้เลือกอีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น Discovery Melbourne, Pint On Punt Backpackers หรือ The Workers Club ก็เป็นอีกหนึ่งโฮสเทลสำหรับนักผจญภัยทั้งหลายที่อยากได้ที่พักสบายกระเป๋า เริ่มต้นที่คืนละ 500 บาท หรือจะออกไปแถบชานเมืองอย่าง บริเวณทางตอนเหนือของเมืองเมลเบิร์น ได้แก่บริเวณเมือง Fitzroy และ Carlton ก็จะได้ราคาที่ถูกกว่า สามารถนั่งรถรางไปกลับเมืองเมลเบิร์นได้ ใช้เวลา 20-30 นาที     2.ย่านแพดดิงตัน 'เมืองซิดนีย์' ที่พักในออสเตรเลียที่คนไทยนิยมที่สุด พิกัด : Paddington ถึงแม้ว่าซิดนีย์จะขึ้นชื่อเรื่องของค่าครองชีพที่สูงพอสมควร แต่ก็ยังโชคดีที่มีผู้แวะเวียนเข้ามาพักเยอะพอสมควรทำให้มีที่พักให้เลือกหลากหลายกว่าที่อื่น อย่างย่านแพดดิงตัน ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทันสมัยก็มีโรงแรม Clover Backpackers ไว้คอยต้อนรับนักเดินทางทั้งหลาย เริ่มต้นที่คืนละ 470 บาท มีทั้งแบบโฮสเทลห้องรวมและห้องแยกราคาก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่ว่าเราจะเลือกห้องประเภทไหน อยู่ห่างจากแลนด์มาร์คของซิดนีย์อย่าง ซิดนีย์โอเปราเฮาส์ เพียง 3 กม. เท่านั้น ส่วนที่พักสำหรับนักศึกษาที่อยากไปเรียนต่อเมืองซิดนีย์ เรทราคาย่านใจกลางเมืองจะอยู่ที่ ห้องที่อยู่คนเดียวห้องละ 300 ดอลล์ขึ้นไปต่อสัปดาห์ ถ้าเเชร์กันสองคนจะเฉลี่ยต่อห้อง 180-220 โดยประมาณ ต่อสัปดาห์ ถือว่าราคาค่อนข้างพอสมควรถ้าอยากได้ห้องพักใจกลางเมือง แต่ถ้าคนที่ไม่ซีอะไรแนะนำหาที่พักนอกเมืองแถว North Sydney หรือ New town ก็จะได้ที่พักราคาถูกลงหน่อย ตามค่าครองชีพของแต่ละพื้นที่ที่ไม่เท่ากัน อาจจะลำบากตรงต้องนั่งรถไฟ ไปกลับเข้ามาใจกลางเมือง แต่ประหยัดค่าที่พักแล้วเก็บตังค์ไว้ไปเที่ยวได้หลายบาทเลยล่ะ   3.ย่านใจกลาง 'บริสเบน' ที่พักในออสเตรเลียราคาย่อมเยาว์ใครก็พักได้ พิกัด :  Brisbane อาจจะเป็นเพราะว่าค่าครองชีพที่เมืองบริสเบนไม่ได้สูงเท่าซิดนีย์ ทำให้สามารถหาที่พักหลักพันต้นๆ ได้ที่ใจกลางบริสเบน หลากหลายที่ ยกตัวอย่างเช่น Yellow Submarine Backpackers ที่อยู่ห่างจากใจกลางเมืองบริสเบนเพียง 15 นาที สะดวกและง่ายในการเดินทางไปเที่ยว เริ่มต้นที่คืนละ 1,000 ต้นๆ เท่านั้น หรือจะเป็น Big Bird Backpackers ก็อยู่ห่างจากย่านใจกลางเมืองไม่มากนัก บริสเบนเป็นอีกหนึ่งเมืองที่น่าสนใจในการมาพักผ่อนหย่อนใจ และหาที่ศึกษาต่อด้วยมีสภาพอากาศดีที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองหลวงในรัฐอื่น ๆ เขตที่อยู่อาศัยหรือเขตการค้าก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ารัฐอื่นๆ สำหรับนักศึกษาที่มาพักในระยะยาว แล้วกำลังมองหาที่พักที่ราคาย่อมเยาว์แนะนำเป็น Toowong, Indooroopilly หรือ Saint Lucia อาจจะอยู่ห่างจากใจกลางสัก 7 กม. แต่แน่นอนว่าถ้าได้พักที่นี่ คุณจะได้เห็นวิวแม่น้ำ และยังอยู่ใกล้กับสถาบันการศึกษาชั้นนำในย่านนี้คือมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ (The University of Queensland) อีกด้วย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับใครที่กำลังจะมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้   4.ที่พักในออสเตรเลียกับเมืองเงียบสงบอย่าง 'เมืองเพิร์ท' พิกัด : Perth เพิร์ทเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา เรียบง่ายและสวยงาม ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำ Swan และแม่น้ำ Canning ย่านที่พักมีให้เลือกมากถึง 3 ที่แล้วแต่ว่าจะชอบแบบไหน 4.1 เริ่มต้นที่ย่านแรกอย่าง Perth Central Business District ย่านนิยมที่คนส่วนใหญ่แวะไปพักกันเมื่อไปเมืองเพิร์ทเพราะเป็นแหล่งรวมความสะดวกสบาย แถมการเดินทาง คมนาคมก็ง่าย จะช้อปปิ้ง เที่ยวพิพิธภัณฑ์ หรือไปแวะพักผ่อนหย่อนใจก็สามารถทำได้ง่ายที่ย่านแห่งนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีระบบขนส่งที่บริการฟรีในเขต CBD อีกด้วยทำให้การเดินทางง่ายขึ้นไปอีกหนึ่งสเตป สำหรับชาวไทยที่เน้นเรื่องของอาหารการกินแนะนำหาที่พักแถวๆ  Angelo street 4.2 Leederville อีกหนึ่งย่านที่น่าสนใจราคาจะถูกกว่าย่านแรกอยู่สักหน่อยเพราะอยู่ห่างจากใจกลางเมือง 5 กม. แต่ที่ย่านแห่งนี้ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหาร สถานที่บันเทิงต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ผ่อนคลายกันแนะนำเป็นแถว Vincent and Oxford Streets 4.3 สวรรค์ของคนรักทะเลแนะนำแถว East Fremantle แล้วคุณจะได้สัมผัสคลื่นลมของชายทะเล แต่อาจจะอยู่ห่างจากตัวเมืองสักหน่อยถึง 16 กม. เหมาะสำหรับคนที่ตั้งใจไปพักผ่อนจริงๆ              5. 'เมืองแอดิเลด' เมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ แถมค่าครองชีพถูกที่สุดในออสเตรเลีย พิกัด : Adelaide อีกหนึ่งเมืองที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยมา เพราะยังไม่ฮอตฮิตเท่ากับเมืองอื่นๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้น แต่ขอบอกข้อสำคัญของเมืองนี้คือเป็นเมืองที่ค่าครองชีพถูกที่สุดในออสเตรเลีย แถมสิทธิพิเศษสำหรับนักศึกษาต่างชาติยังได้รับสิทธิ์เหมือนกับนักเรียนของเขาอีกด้วย ยกตัวเช่น การโดนสารรถในเมืองฟรี มหาวิทยาลัยดังๆ ก็มีมากมาย เช่น University of Adelaide, University of South Australia หรือ Flinders University เป็นต้น   ด้วยเหตุผลที่ว่าค่าครองชีพของที่นี่ต่ำกว่าเมืองอื่นๆ ทำให้สามารถพักในตัวเมืองได้ไม่ต้องออกไปแถบนอกชานเมือง ที่พักที่แนะนำก็มีทั้งแบบโฮสเทล เช่น Tequila Sunrise Hostel หรือ The Guest House เริ่มต้นที่หัวละ 400-500 บาทเท่านั้น หรือถ้าใครอยากได้ความสะดวกสบายหน่อยแนะนำเป็น Jasper Motor Inn หรือ Jacksons Motor Inn เริ่มต้นที่ราคา 1,000 ขึ้นไป

อ่านเพิ่มเติม
เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น 7 วัน 6 คืน  ดีต่อใจสบายกระเป๋า
เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น 7 วัน 6 คืน ดีต่อใจสบายกระเป๋า

18 มิ.ย. 62

ใช่แล้ววันนี้ ทัวร์ครับ จะมารีวิว  7 วัน 6 คืน เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น ดีต่อใจสบายกระเป๋า เราจะพาทุกคนไปตะลุยซิดนีย์ต่อเมลเบิร์น นั่งเครื่องทั้งทีจะเที่ยวเมืองเดียวก็ดูจะไม่คุ้ม 2 เมืองไปเลย แผนที่ : Australia เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 1 ลงจากเครื่องมานอกเหนือจากเรื่องซิมการ์ด ที่หลายคนน่าจะรู้กันอยู่แล้ว เราขอข้ามขั้นตอนนั้นกันไปเลย เราจะพูดถึงเรื่องการเดินทางภายในซิดนีย์กันก่อน แนะนำให้เพื่อนๆ ซื้อบัตร Opal บัตรเติมเงินเพื่อเดินทางในระบบขนส่งมวลชนภายในเมืองซิดนีย์ เครื่องลงตอนเช้าเพราะฉะนั้นเราก็ขอเข้าที่พักเพื่อเตรียมตัวแล้วออกมาเที่ยวกันต่อเลย แนะนำให้พักในตัวเมืองนะครับ จะได้เดินทางไปเที่ยวตามที่ต่างๆ ได้สะดวก วันแรกก็ต้องมาไฮไลท์ดังของเมืองซิดนีย์กันก่อนเลยเริ่มต้นที่ Opera House การเดินทางก็ง่ายมากแค่นั่งรถไฟไปลงรถไฟที่สถานี Circular Quay ไม่กี่นาทีก็ถึง หลังจากเดินเล่นชมความอลังการพร้อมกับถ่ายรูป Harbour Bride กันจุใจแล้ว น้ำย่อยก็เรียกร้องอยู่ในกระเพาะแล้วจ้า เอาจริงๆ ก็มีร้านอาหารที่ Opera House ให้เลือกเยอะอยู่เหมือนกัน แต่ราคาก็อาจจะสูงขึ้นตามไปด้วย เป็นปกติของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ หรือใครจะเดินไปย่าน The rock ก็มีร้านอาหารดังๆ ให้เลือกหลายร้าน เช่น Pancakes On The Rocks   ร้านดังรีวิวเยอะ มื้อนี้ทางเราก็เลยฝากท้องกันที่ร้านนี้ จากนั้นก็เดินเล่นย่อยอาหาร แล้วกลับที่พักเป็นอันจบวันที่ 1 แบบชิลล์ๆ ไม่เร่งรีบ แผนที่  : Pancakes On The Rocks เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 2 แผนที่ : Bondi Beach วันที่ 2 นี่แหละของจริง วันนี้เราตั้งใจกับเพื่อนว่าอยากไปดูทะเลของออสเตรเลียซักหน่อย ว่าจะเหมือนเราไหม? เราเลือก Bondi Beach การเดินทางนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Bondi Junction Station ต่อรถ Bus มาอีกประมาณ 20 นาทีก็ถึงปลายทาง เอาจริงๆ เราชอบนะ ของเขามันเป็นทะเลที่เราสามารถทำกิจกรรมในน้ำได้หลายอย่างตามสไตล์ฝรั่งเขาที่เราเห็นกันในหนังบ่อยๆ นั่นแหละ อาจจะไม่ได้มีบานาน่าโบ๊ทให้เราเล่น แต่มีกล้ามแน่นๆ ให้เราดูแน่นอนจ้า อะหยอกๆ 555 ก็ถือเป็นการนั่งชิลล์พักผ่อนในช่วงเช้าได้ดี พอสายๆ หลังจากเมากล้ามกันพอสมควรก็นั่งรถเมล์กลับมาที่สถานีรถไฟ แล้วนั่งต่อเข้าเมืองลงสถานี Town Hall ตะลุยเที่ยวในเมืองกันต่อจ้า แวะหาของรองท้อง และพาคุณเพื่อนไปช้อปปิ้งสักนิดหน่อยที่ Queen Victoria Building ใกล้ๆ กันนั้นจะมี สวนสาธารณะไฮด์พาร์ค (Hyde Park) ให้เราเดินเล่นช่วงเย็นๆ เดินไปเรื่อยๆ ก็เจอ โบสถ์เซนต์แมรี่ (St. Mary’s Cathedral) หลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อกันมาบ้าง แวะเช็คอินถ่ายภาพกันพอหอมปากหอมคอ ขาของน้องก็บอกว่าไม่ไหวแล้วจ้า เดินต่อไปอีกไม่ไหวแล้วกลับที่พักเถอะนะ จบทริป Day 2 ด้วยขาลาก แผนที่ : St. Mary’s Cathedral   เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 3 แผนที่ : Blue Mountain วันของธรรมชาติ เราตัดสินใจไปชมความสวยงามของภูเขากันบ้างที่ Blue Mountain ความเก๋คือตรงกับวันอาทิตย์เลยเสียค่ารถไฟ แค่ 2 ดอลเท่านั้นเอง นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Katoomba ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง แนะนำให้ตื่นเช้าๆ จะได้ไม่เสียเวลาไปกับการเดินทางเนอะ การเดินทางเที่ยวชม Blue mountain มีให้เลือกแบบรอรถบัสธรรมดา ซึ่งอาจจะใช้เวลานานในการไปชมแต่ละจุดนานพอสมควร แต่ก็แลกกับราคาที่ถูกกว่ามาก แต่ถ้าใครรอไม่ไหวเช่นเรา แนะนำให้ซื้อบัตร Blue mountain explorer bus จะมีรถมาเยอะกว่า ไฮไลท์ของ Blue Mountain คือจุดที่ 9 Scenic world เป็นจุดชมวิวโดยเราจะได้นั่ง Skyway, Railway, Walkway และ Cable Way แน่นอนว่าคนเยอะมากแต่โชคดีที่เราซื้อบัตร Blue mountain explorer bus ทำให้ไม่ต้องต่อคิวซื้อบัตรแล้วไปต่อคิวขึ้นเครื่องได้เลย รับรองว่าวิวที่คุ้มค่าสมการรอคอยแน่นอน อีกจุดที่อยากแนะนำสำหรับช่างภาพตากล้องทั้งหลายคือ จุดที่ 14 Echo Point รับรองว่ามุมสวยๆ ของภูเขา Three Sisters กลับบ้านไปเป็นของฝากแน่นอน กว่าจะวนครบทุกจุดก็หมดเวลาเที่ยวที่อื่นๆ ไปแล้วเพราะฉะนั้นใครมาเที่ยว Blue Mountain แนะนำให้เผื่อเวลาไปเลย 1 วัน เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 4 ได้เวลาบินข้ามเมืองไปที่ เมลเบิร์น กันแล้วทุกคน แนะนำให้ลงลงสนามบิน Tullamarine นะครับ จะได้ง่ายในการเดินทางต่อไปที่เที่ยวอื่นๆ หลังจากลงเครื่องในช่วงบ่าย เรากับเพื่อนก็ตัดสินใจว่าเข้าไปเช็คอินที่โรงแรมกันก่อน วันนี้เอาแค่เบาๆ เพราะเดินทางกันมาก็เหนื่อยพอสมควรแล้ว ทริปนี้ขอชิลล์ๆ ไม่แน่น การเดินทางของเมืองเมลเบิร์นส่วนใหญ่เราจะใช้บัตรที่ชื่อว่า MYKI ในการเดินทางครับสามารถเติมเงินเข้าไปในบัตรได้เหมือนบัตร Opal แตกต่างกันตรงที่บัตรนี้สามารถเติมเศษเงินได้ ทำให้คำนวณเงินในการเติมได้ง่ายกว่า หลังจากเก็บของเข้าที่พักเสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาเดินทางไป Queen Victoria Market เพื่อหาซื้อของกินยิบย่อย แล้วก็ซื้อของฝากกันเล็กน้อย แอบกระซิบชี้พิกัดว่าของฝากที่นี่ราคาถูก ระวังตังค์หมด นี่คือคำเตือน หลังจากนั้นก็ไปเดินเล่น ถ่ายรูปที่ Shrine of Remembrance ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์ทหารผ่านศึก และใกล้ๆ กันนั้นก็มี Royal Bonanic Garden ให้ได้เดินเล่นชมวิวกันก่อนกลับที่พัก เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 5 Recommend ของเมลเบิร์นเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าใครที่มาเมลเบิร์นก็ต้องมาที่นี่นั่นก็คือ Great Ocean Road and Twelve Apostles แนะนำให้ไปที่ร้าน Halftix เพื่อจองตั๋ว one day trip เพื่อไป Great Ocean Road ร้านจะอยู่ใกล้ๆ กับ Town Hall ควรมาซื้อก่อนไปสัก 1 วัน ที่นี่มีเส้นทางที่เลาะตามชายฝั่งทะเลระยะ 100 กว่ากิโลเมตร รับรองว่าเพื่อนๆ จะได้ดื่มด่ำความโรแมนติคของที่นี่แบบจัดเต็มสุดๆ แนะนำว่าลองพาคุณแฟนเช่ารถมาขับเล่นดู ได้อารมณ์ฮันนีมูนมากเวอร์ มาถึงที่ไฮไลท์อย่าง Twelve Apostles อยู่ที่อุทยานแห่งชาติ Port Campbell อยู่ในเส้นทาง Great Ocean Road เช่นกัน เป็นโขดหินที่ผุดขึ้นออกมาจากใต้มหาสมุทร มีอายุถึง 20 ล้านปี ปัจจุบันเหลือเพียง 8 เสา อีกหนึ่งจุดชมวิวที่ควรค่าแก่การมาเยือน เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 6 วันสุดท้ายของการเที่ยว เมลเบิร์น เราอาจจะเหนื่อยล้าจากเมื่อวาน แต่! พอบอกว่าเป็นวันสุดท้ายเราจะไม่ยอมแพ้ ไปครับลุยต่อ ไปนั่งรถไฟห้อยขากันที่ Puffing Billy รถไฟยุคโบราณ อีกหนึ่งไฮไลท์ของเมืองเมลเบิร์น พูดชื่ออาจจะดูหลอนๆ แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ควรมาลองทำกันเมื่อมาเมลเบิร์น รถไฟโบราณนี้จะพาทุกคนย้อนอดีต โดยใช้เวลาแค่ราว 2 ชั่วโมง เริ่มจากระยะทางจากสถานี Belgrave ถึงปลายทาง Gembrook สามารถถ่ายรูปทิวทัศน์ ให้อาหารนกพื้นเมืองของออสเตรเลียพร้อมฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์ในอดีตของที่นี่ จากนั้นก็กลับเข้ามาในตัวเมืองเพื่อหาอาหารทานเล่นก่อนกลับที่พัก เที่ยวออสเตรเลีย ซิดนีย์-เมลเบิร์น วันที่ 7 ก่อนกลับขอเที่ยวออสเตรเลียอีกนิด ขอออกไปแวะช้อปปิ้งกันที่ DFO South Wharf ก่อนกลับมาเช็คเอาท์ออกจากที่พัก ก็ได้เวลาเดินทางกลับกรุงเทพมหานครบ้านเรา ถือว่าเป็นทริปที่คุ้มค่าแก่การมามากๆ ถึงแม้จะแค่ 7 วันแต่ก็เป็น 7 วันที่คุ้มค่าที่สุด ถ้ามีโอกาสก็อยากจะมาเก็บให้ครบทุกมุม เพราะยังเหลืออีกหลายที่ที่น่าสนใจ และควรค่าแก่การไปเยือน ใครที่สนใจอยากไปเที่ยว ทัวร์ออสเตรเลีย สามารถสอบถามกับทางทัวร์ครับได้เลย รับรองว่าการเดินทางเที่ยวต่างประเทศไม่ยากอีกต่อไป ถ้าไปกับทัวร์ครับ  

อ่านเพิ่มเติม
คู่มือ เตรียมตัวก่อนไปเที่ยวออสเตรเลีย ฉบับ 2020
คู่มือ เตรียมตัวก่อนไปเที่ยวออสเตรเลีย ฉบับ 2020

10 ม.ค. 63

ออสเตรเลีย  ดินแดนอันทรงเสน่ห์แห่งท้องทะเล  แสงแดด และธรรมชาติ กับทัศนียภาพสุดอลังการน่าประทับใจ  ท่ามกลางอากาศดี ๆ ของเมือง และมิตรภาพของผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมที่เป็นกันเลย  ที่ทำให้พิกัดเที่ยวแห่งนี้กลายเป็นปลายทางสุดฮิตยอดนิยมในเช็คลิสต์ของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก  กับทวีปที่เล็กที่สุดในโลกทางซีกโลกใต้ที่ตั้งอยู่บนเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ว่าแล้วปี 2020 นี้นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการออกเที่ยวออสเตรเลียกันสักที  ยิ่งข่าวไฟป่าในออสเตรเลียที่เพิ่งดับไปด้วยแล้ว ยิ่งต้องรีบไปให้กำลังใจเหล่าน้องหมีโคอาล่าแสนน่ารักกันสักหน่อย แต่ก่อนออกเที่ยวออสเตรเลียต้องตามมาส่องทางนี้กันก่อนเลย  กับ “คู่มือ เตรียมตัวก่อนไปเที่ยวออสเตรเลีย ฉบับ 2020” ส่วนสายชิลล์ที่ต้องการความสะดวกสบายและกำลังมองหาทัวร์ออสเตรเลีย  ขอปล่อยผ่านข้อมูลเกี่ยวกับออสเตรเลียไปก่อน ให้มืออาชีพที่เชื่อถือได้เตรียมการให้ดีกว่า  แล้วค่อยไปศึกษาข้อมูลจากกูรูไป เที่ยวไปเพลิน ๆ ระหว่างเที่ยวทีเดียวเลย ว่าแล้วมองหาทัวร์ออสเตรเลียมาทางนี้เลย  ทัวร์ครับเว็บไซต์ที่รวบรวมทัวร์ที่ดีที่สุดไว้ให้คุณ จองทัวร์ออสเตรเลีย  กับ ทัวร์ครับ คลิกที่นี่  1.การขอวีซ่าออสเตรเลีย ก่อนอื่นเลยก็ต้องมีวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลียก่อน  สำหรับการขอวีซ่าเข้าประเทศออสเตรเลียนั้นมีหลายประเภทด้วยกัน  ทั้งเดินทางทำธุรกิจ เดินทางเพื่อศึกษาต่อ หรือเดินทางเพื่อท่องเที่ยวและทำงาน  โดยในส่วนของวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยวออสเตรเลียนั้น ต้องเลือกเป็นการขอวีซ่าประเภทท่องเที่ยว  หรือ Visitor Subclass 600 มีขั้นตอนและเอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่าไม่ต่างกับการขอวีซ่าเข้าประเทศอื่น ๆ ทั้งยังสะดวกสบายด้วยการยื่นแบบฟอร์มออนไลน์ได้ด้วย  หรือจะยื่นด้วยตนเองที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (VFS)ก็ได้ ราคาค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าท่องเที่ยวทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 4,350 บาท กับขั้นตอนเพียง 4 ขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้  เตรียมเอกสาร สมัครพร้อมกรอกข้อมูลวีซ่าออนไลน์ เก็บข้อมูล Biometric ที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (VFS) และสุดท้ายคือรอรับผลวีซ่าทางอีเมล์ เพียงเท่านี้ก็สามารถเดินทางเที่ยวออสเตรเลียอย่างถูกต้องได้แล้ว  ชิลล์ ๆ  2.การเดินทาง  สนามบิน และเที่ยวบิน เรื่องถัดมาหลังจากวีซ่าผ่านเรียบร้อยแล้ว  ก็เป็นเรื่องการศึกษาข้อมูลการเดินทางเป็นสิ่งต่อมาที่ควรรู้  โดยควรต้องศึกษาข้อมูลการเดินทางเอาไว้ ตั้งแต่เรื่องข้อมูลของสนามบิน  เพราะบางเมืองในออสเตรเลียโดยเฉพาะเมืองใหญ่ ๆ อาจมีสนามบินมากกว่าหนึ่งสนามบิน  จึงต้องรู้ด้วยว่าสายการบินที่เราใช้เดินทางนั้น เครื่องลงที่สนามบินไหน จะได้นัดหมายกับรถ  หรือพนักงานโรงแรมที่มารอรับได้ถูกต้อง รวมถึงจะได้วางแผนการเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองด้วยตัวเองได้ด้วย  สำหรับการเดินทางในออสเตรเลียนั้นค่อนข้างสะดวกสบาย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ๆ ที่มีทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน รถราง รถโดยสารประจำทาง  และเรือเฟอร์รี่ให้บริการ แต่สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างเมืองส่วนมากนิยมเช่ารถขับเที่ยว โดย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ขนาดเล็กแบบ Eco Car หรือจะเป็นแบบรถบ้านที่จะช่วยประหยัดเรื่องค่าที่พักระหว่างทางไปในตัวเลยอีกด้วย  โดยราคารถเช่าแบบรถบ้านจะตกอยู่ที่ราว ๆ 60 AUD ต่อวัน 3.ภูมิประเทศ  ภูมิอากาศ สภาพอากาศ  และเวลา ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่  กินพื้นที่กว้างขวาง ครอบคลุมภูมิประเทศที่หลากหลาย  ทั้งชายหาด ท้องทะเล ไปจนถึงทะเลทราย โดยมีสภาพอากาศตั้งแต่อากาศแบบเขตร้อนไปจนถึงอากาศแบบอบอุ่น  พื้นที่ ๆ ร้อนที่สุดอยู่ทางตอนเหนือของประเทศมีอุณหภูมิสูงที่สุดประมาณ 33 – 35 องศาเซลเซียส และพื้นที่ ๆ มีอากาศหนาวเย็นที่สุดอยู่ที่เกาะแทสเมเนียทางตอนใต้สุดของประเทศ  โดยช่วงที่อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 0 – 12 องศาเซลเซียส ทั้งนี้แต่ละภูมิภาคของประเทศออสเตรเลียยังมีช่วงเวลาที่แตกต่างกัน โดยมีเวลาเร็วกว่าเวลาในเมืองไทยตั้งแต่ 1 – 4 ชั่วโมงขึ้นกับพื้นที่  เมืองทางฝั่งตะวันตกอย่างเพิร์ทเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง ทางเหนือและตอนกลางเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมงครึ่ง ทางตะวันออกเฉียงเหนือเร็วกว่าไทย 3 ชั่วโมง ทางตอนใต้เร็วกว่าไทย 3 ชั่วโมงครึ่ง และทางตะวันออกเฉียงใต้อย่างเมลเบิร์นเร็วกว่าไทยถึง 4 ชั่วโมง ในเรื่องของฤดูกาลนั้น  ออสเตรเลียมีอยู่ 4 ฤดูกาลด้วยกัน  คือ ฤดูใบไม้ผลิ (ช่วงเดือนกันยายน  ถึงพฤศจิกายน) เป็นช่วงที่อากาศเย็นสบายกำลังดี  ดิกไม้กำลังผลิบาน ในช่วงอุณหภูมิประมาณ 14 – 23 องศาเซลเซียส  ฤดูร้อน (ช่วงเดือนธันวาคม ถึงกุมภาพันธ์) เป็นช่วงที่อากาศร้อนที่สุดและแห้งแล้ง  มีอุณหภูมิประมาณ 20 – 27 องศาเซลเซียส ฤดูใบไม้ร่วง (ช่วงเดือนมีนาคม ถึงพฤษภาคม) เป็นช่างที่อากาศเริ่มเย็นลง  อุณหภูมิลดลงอยู่ในช่วง 12 – 20 องศาเซลเซียส แต่เมืองทางตอนใต้จะเป็นช่วงที่มีฝนตกชุกในช่วงนี้ และสุดท้ายฤดูหนาว (ช่วงเดือนมิถุนายม  ถึงสิงหาคม) มีอุณหภูมิประมาณ 8 - 17 องศาเซลเซียส อากาศจะเริ่มหนาวเย็นและมีหิมะตกบริเวณเทือกเขาสูง ด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่หลากหลายของออสเตรเลีย  ใครที่วางแผนจะเดินทางเที่ยวเมืองไหนในออสเตรเลียก็อย่าลืมตรวจสอบเรื่องเวลาที่แตกต่างกัน  อุณหภูมิ และฤดูกาลกันให้ดีก่อนเดินทาง ยิ่งถ้าต้องเดินทางเที่ยวหลากเมืองด้วยแล้ว ยิ่งต้องหาข้อมูลกันให้ดี ๆ จะได้เตรียมตัว  เตรียมเสื้อผ้ากันได้ถูก 4.ค่าใช้จ่ายในออสเตรเลีย เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า  ออสเตรเลีย เป็นหนึ่งประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกติดอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้  อัตราค่าเงินออสเตรเลียดอลล่าร์ หรือ AUD กับเงินบาทไทยอยู่ที่ประมาณ 20.50 บาทต่อ 1 AUD  (ขึ้นกับช่วงเวลา) สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายในออสเตรเลียนั้น ค่าอาหารในออสเตรเลียเฉพาะมื้อธรรมดา ๆ แบบประหยัดก็มีสนนราคาขั้นต่ำราว ๆ 10 AUD เป็นอย่างต่ำ  หรือประมาณ 200 บาท ดังนั้นใครที่กำลังจะไปเที่ยวออสเตรเลียก็อย่าลืมคาดการเรื่องค่าใช้จ่ายระหว่างการท่องเที่ยวแบบเผื่อ ๆ เอาไว้หน่อยก็ดี หรือจะให้ Save ก็อย่าลืมติดบัตรเครดิตเอาไปไว้เผื่อด้วยสำหรับในเมืองใหญ่  แต่สำหรับในเมืองเล็ก ๆ ก็อาจจะต้องใช้จ่ายด้วยเงินสดเท่านั้น ฉะนั้นแลกเงินเผื่อ ๆ ไว้ด้วย โดยจะแลกเป็น AUD หรือ US ก็สามารถใช้ได้เหมือนกันในออสเตรเลีย 5.ที่พักในออสเตรเลีย ด้วยค่าครองชีพในออสเตรเลียที่สูงทีเดียว  จึงส่งผลต่อเนื่องให้ค่าที่พักในออสเตรเลียค่อนข้างแพงตามไปด้วย  แต่ออสเตรเลียก็มีที่พักให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ บริการพื้นที่จอดรถบ้าน  ที่พักแบบเต้นท์ในเขตอุทยานต่าง ๆ หอพัก ที่พักแบบโฮมสเตย์ ห้องพักแบบ Shared apartment  ไปจนถึงโรงแรมทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ แบบทั่ว ๆ ไปจนถึงหรูหราเว่อร์วังมาก โดยค่าที่พักแบบโรงแรมทั่ว ๆ ไปในออสเตรเลียมีราคาเริ่มต้นประมาณ 59 - 276 AUD หรือประมาณ 1,300 – 6,000 บาทต่อคืน  ขึ้นกับพื้นที่ของแต่ละเมือง และความหรูหราและสิ่งอำนวยความสะดวก 6.ระบบไฟฟ้า ในโลกยุคดิจิตัลแบบทุกวันนี้  อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ที่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้า  อย่าง สมาร์ทโฟน เป็นหนึ่งในสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย  จึงควรต้องศึกษาเรื่องระบบไฟฟ้าของออสเตรเลียเอาไว้ด้วย  ประเทศออสเตรเลียใช้ไฟฟ้าแบบเดียวกับเมืองไทย คือ ไฟฟ้ากระแสสลับ AC 240 – 250 V (50Hz) ดั้งนั้นอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดจากเมืองไทยจึงสามารถนำไปใช้ได้  แต่จะต้องเตรียม Adaptor ไปด้วย เพราะปลั๊กไฟในออสเตรเลียไม่เหมือนกับของบ้านเรา เนื่องจากที่ออสเตรเลียปลั๊กไฟจะมีลักษณะเป็นปลั๊ก 3 ตาแบบแบน 7.เทศกาลสำคัญ ๆ ที่น่าสนใจ  และไม่ควรพลาดในออสเตรเลีย ด้วยลักษณะทำเลที่ตั้งของประเทศออสเตรเลีย  ที่อยู่ในพื้นที่อากาศดี บรรยากาศปลอดโปร่ง  อากาศบริสุทธิ์ ใกล้ชิดธรรมชาติ จึงทำให้ชาวออสเตรเลียมักนิยมงานอีเว้นท์  และเทศกาลกลางแจ้ง ที่จะได้ออกมาใช้ชีวิตกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติท้าทายแสงแดงของดวงอาทิตย์  สำหรับเทศกาลสำคัญ ๆ ของออสเตรเลียนั้นมีอยู่มากมาย แต่ขอหยิบยกเอาแบบที่เด็ด ๆ ห้ามพลาดมาแนะนำกัน  ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง เทศกาล Vivid Sydney เทศกาลงานแสดงแสงสีเสียงสุดอลังการตระการตาบนแลนด์มาร์คสุดฮอตของออสเตรเลีย  กับเทศกาล Vivid Sydney ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงราว ๆ ปลายเดือนพฤษภาคม ถึง กลางเดือนมิถุนายนของทุกปี  กับการใช้เทคโนโลยีการฉายภาพลงบนตัวอาคารอันโดดเด่น ท่ามกลางบรรยากาศอันน่าประทับใจของปากอ่าวซิดนีย์ยามค่ำคืน Sydney New Year’s Eve เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่สุดอลังการติดระดับต้น ๆ ของโลก  ซึ่งจะจัดขึ้นทุกปีในวันที่ 31 ธันวาคม ที่บริเวณริมอ่าวซิดนีย์ ไม่ไกลจากแลนด์มาร์คอันโด่งดังอย่าง Sydney Opera House และ สะพาน Habour bridge เพียงเท่านี้ก็ครบหมดทุกเกร็ดความรู้เรื่องออสเตรเลียเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวออสเตรเลีย ฉบับปี 2020 กันแล้ว  ที่เหลือก็แค่ลั้ลลา จดจ่อรอเวลาเดินทางเท่านั้นเอง Australia 2020 Let’s go …

อ่านเพิ่มเติม
5 เหตุผล ที่ควรไปเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์
5 เหตุผล ที่ควรไปเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์

17 มี.ค. 63

เที่ยวออสเตรเลีย พิกัดท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก  ด้วยตัวเมืองสวยงาม สะอาดสะอ้านน่าอยู่ ผู้คนเป็นมิตรน่ารัก  อบอุ่นเป็นกันเอง มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมอีกทั้งยังเป็นเมืองแห่งแฟชั่นด้วย  จึงไม่แปลกในที่มีทั้งแหล่งชอปปิ้ง ร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่เก๋ๆ อยู่มากมาย  แถมยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ เยอะหลากหลาย จึงทำให้ออสเตรเลียติดอันดับเมืองน่าเที่ยวอันดับต้นๆ เลย คนชอบเที่ยวต้องไป เที่ยวออสเตรเลีย ให้ได้สักครั้ง  แต่ถ้าจะเที่ยวให้สนุกและสบายโดยเฉพาะสำหรับนักเที่ยวมือใหม่  หรือนักเที่ยวสายเอเชียมืออาชีพที่ยังไม่คุ้นเคยเราแนะนำให้เที่ยวกับทัวร์ ส่วนไปเที่ยวกับทัวร์ดียังไง ตามไปพิจารณาได้เลยว่า เที่ยวออสเตรเลียไปเที่ยวกับทัวร์ตอบโจทย์ไลฟสไตล์ของคุณไหม    จองทัวร์ออสเตรเลีย  กับ ทัวร์ครับ คลิกเลย https://tourkrub.co/australia-tour 5 เหตุผล ที่ควรไปเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์   1.ทัวร์ออสเตรเลีย - ไม่ผิดพลาด ไม่ผิดแผน ด้วยประสบการณ์และความชำนาญแบบมืออาชีพ  ที่ออกแบบและวางแผนการท่องเที่ยวมาแล้วเป็นอย่างดี  จึงทำให้การท่องเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์แทบไม่มีโอกาสเกิดผิดพลาดหรือผิดไปจากแผนกำหนดการเดินทางได้เลย  หรือถ้าฉุกเฉินจริง ๆ จนทำให้แผนการเดินทางเกิดการเปลี่ยนแปลง เที่ยวแบบมืออาชีพกับทัวร์ก็ยังมีแผนสำรองเตรียมไว้รองรับเหตุการเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที  ไม่ต้องเสียเวลาไปเปล่า ๆ อดเที่ยวแล้วยังหมดสนุกกนอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์รับประกันได้ว่าได้เที่ยวตามแผน สามารถควบคุมเรื่องเวลาและจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวได้อย่างแม่นยำแน่นอน   2.ทัวร์ออสเตรเลีย - เดินทางง่ายและสะดวกสบาย สำหรับนักท่องเที่ยวที่ทำการค้นคว้าหาข้อมูลเรื่องการท่องเที่ยวออสเตรเลียมาแล้วเป็นอย่างดี  ย่อมจะต้องตระหนักได้ว่าการเดินทางภายในประเทศออสเตรเลียนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ถึงแม้ว่าการคมนาคมโดยสารในตัวเมืองต่าง ๆ ของออสเตรเลียจะสะดวกสบายเพียบพร้อม  แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่าสถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นไฮไลท์ของการท่องเที่ยวออสเตรเลียหลาย ๆ แห่ง โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามของออสเตรเลียนั้น มักจะตั้งอยู่ในพิกัดที่ห่างไกลจากตัวเมือง  การเดินทางค่อนข้างลำบาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่ถนัดเรื่องการขับรถท่องเที่ยวด้วยตัวเอง อีกทั้งภูมิประเทศอันกว้างใหญ่ไพศาลของออสเตรเลียเอง ก็เอื้ออำนวยต่อการหลงทิศหลงทางเสียเหลือเกิน แบบนี้แล้วถ้าอยากเที่ยวออสเตรเลียแบบครบ ๆ และไม่เสียเวลาหลงทาง  ก็ควรต้องเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์ รับรองไม่มีการหลงทางแน่นอน   3.ทัวร์ออสเตรเลีย - งบไม่มีบานปลาย เป็นที่รู้กันอยู่แล้วสำหรับนักท่องเที่ยวผู้ช่ำชองและเดินทางบ่อย  ว่ายิ่งประเทศยิ่งใหญ่เท่าไหร่ สถานที่ท่องเที่ยวยิ่งเยอะมากแค่ไหน  ก็ยิ่งทำให้มีโอกาสที่จะเที่ยวเพลินให้งบยิ่งบานปลายไปกันใหญ่ แต่สำหรับการท่องเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์นั้น  หมดห่วงเรื่องงบบานปลายกันไปเลย เพราะการเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์ได้ล็อคพิกัดปลายทางเอาไว้ให้ครบเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนเดินทาง  อีกทั้งยังรวบรวมค่าใช้จ่ายจิปาถะ ค่าโดยสาร ค่าเดินทาง รวมไปถึงค่าการทำกิจกรรมต่าง ๆ เอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว จึงหมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายงอกเพิ่มเติมระหว่างการท่องเที่ยวไปได้เลย  ส่วนหลาย ๆ กิจกรรม หรือกิจกรรมพิเศษ ๆ ที่อาจยังไม่รวมอยู่ในราคาแพ็คเกจทัวร์ ก็มีระบุเอาไว้ให้รู้ก่อนการเดินทางแล้ว ทำให้เราสามารถคาดการณ์ค่าใช้จ่ายได้ล่วงหน้าอีกด้วย   4.ทัวร์ออสเตรเลีย - มีคนช่วยแก้ปัญหาอย่างมืออาชีพ ทุกการเดินทางคือประสบการณ์อันมีค่า  ที่ย่อมอาจเกิดความขัดข้องหรือมีปัญหาได้ตลอดเวลาระหว่างการท่องเที่ยว  ยิ่งเมื่อมีปัญหาในประเทศที่ไม่คุ้นเคย และมีวัฒนธรรมที่แตกต่างและหลากหลาย  ก็ยิ่งจะทำให้ต้องเสียเวลา หมดโอกาสท่องเที่ยว แล้วยังต้องหัวเสียกันอีกด้วย  แต่หากท่องเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างการท่องเที่ยวจะมีคนคอยช่วยจัดการปัญหาให้ได้อย่างง่ายสบายแบบมืออาชีพผู้ช่ำชอง  และมากประสบการณ์ เพราะการเที่ยวกับทัวร์จะมีผู้ที่มีประสบการณ์ ซึ่งเคยพบเจอกับปัญหาที่มากมาย และหลากหลายมาก่อน อีกทั้งยังสามารถจัดการกับปัญหาได้อย่างถูกต้อง  ถูกวิธี และเหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่นของออสเตรเลียคอยดูแลอย่างใกล้ชิด     5.ทัวร์ออสเตรเลีย - มีความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยว อีกหนึ่งเรื่องน่าห่วงของการเดินทางท่องเที่ยว  นั่นก็คือ เรื่องความปลอดภัยทั้งในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว  โดยเฉพาะช่วงฤดูกาลในย่านตัวเมืองใหญ่ ๆ ที่มักเนืองแน่นแออัดไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ  ซึ่งมีโอกาสจะเกิดการลักทรัพย์หรือโจรกรรมได้ง่าย แต่ถ้าเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์ซึ่งมีการวางแผนการเดินทางมาแล้วเป็นอย่างดี  การเลือกใช้เส้นทางเดินทางที่สะดวกปลอดภัย และยังมีการสำรองพื้นที่ และที่นั่งของสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เอาไว้ล่วงหน้า จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัย  และลดความเสี่ยงต่อความเสียหายต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี แบบนี้แล้วหมดกังวลเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางกันไปได้เลย   แบบนี้แล้วนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อยทั้งเวลาในการวางแผนการเดินทางและเวลาในการท่องเที่ยว ทั้งยังต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายให้เป็นไปตามงบประมาณที่วางไว้  และต้องการเดินทางท่องเที่ยวออสเตรเลียสักครั้งในชีวิตแล้วละก็ การเลือกเที่ยวออสเตรเลียกับทัวร์เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนจะเที่ยวออสเตรเลียเป็นครั้งแรก  แนะนำให้ซื้อแพ็กเกจทัวร์ออสเตรเลีย ถูกใจใช่เลยแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม