All articles abouts ทัวร์จอร์เจีย

จอร์เจีย เปิดให้ท่องเที่ยวต่างชาติ 1 ก.ค. 64 ฉีดวัคซีนครบ 2 โดส...ไม่ต้องกักตัว

จอร์เจีย เปิดให้ท่องเที่ยวต่างชาติ 1 ก.ค. 64 ฉีดวัคซีนครบ 2 โดส...ไม่ต้องกักตัว

28 มิ.ย. 64

เปิดอีก 1 ประเทศ สำหรับจอร์เจีย (Georgia) ล่าสุดรัฐบาลจอร์เจียได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า จอร์เจียจะเริ่มให้มีการท่องเที่ยว และจะเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวได้ โดยเริ่มวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 จอร์เจียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าเที่ยว ด้วยดินแดนสุดขอบทวีปติดเอเชีย และมีบรรยากาศแบบยุโรปผสมกับโซเวียตทำให้ประเทศจอร์เจียสวยงามลงตัว เต็มไปด้วยที่เที่ยวธรรมชาติทั้งป่า แม่น้ำ ภูเขา ที่สำคัญคือ คนไทยไปเที่ยวได้แบบไม่ต้องขอวีซ่า และสามารถอยู่ได้ถึง 365 วัน และค่าครองชีพถูกพอๆ กับบ้านเราเลย ใครได้รับวัคซีนโควิด19 ครบ 2 โดสแล้วก็เตรียมไปเที่ยวจอร์เจียได้โดยไม่ต้องกักตัว สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำจอร์เจีย ระบุว่าจอร์เจียยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาโดยเครื่องบินและได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 เข็มแล้ว ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบแล้วไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจเชื้อก่อนเดินทางหรือกักตัวเมื่อไปถึง แต่นักท่องเที่ยวที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนก็สามารถเดินทางเข้าประเทศได้เช่นกัน แต่ต้องมาทดสอบ PCR แล้วได้ผลเป็นลบภายใน 72 ชั่วโมง ติดตามผลในวันที่ 3 หลังจากเดินทางมาถึง และต้องกรอกแบบสอบถาม รายละเอียดการติดต่อ และประวัติการเดินทาง ทำความรู้จักกับจอร์เจียจอร์เจีย หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐจอร์เจีย นั้นตั้งอยู่ในทวีปเอเชีย ทิศตะวันตกติดชายฝั่งทะเลดำ ทางใต้ติดกับประเทศตุรกี อาร์มีเนีย ทิศตะวันออกจรดพรมแดนอาเซอร์ไบจาน ส่วนทางเหนือจะติดกับรัสเซีย โดยมีเทือกเขาคอเคซัสเป็นตัวแบ่งพรมแดนระหว่างทวีปยุโรป และทวีปเอเชียด้วยกัน (ในอดีตจอร์เจียเคยเป็นสาธารณรัฐหนึ่งของสหภาพโซเวียตด้วย)นอกเหนือจากค่าตั๋วเครื่องบินที่ราคาค่อนข้างสูงแล้ว (20,000 - 25,000 บาท ไปกลับ) การใช้ชีวิตในจอร์เจียนั้นพอๆ กันกับในเมืองไทย ค่าที่พักมีตั้งแต่ราคา 600 - 2,000 บาทแล้วแต่ประเภทที่พัก ค่าอาหารปกติประมาณ 40-100 บาท -ค่าเงินของจอร์เจีย 1 ลารีจอร์เจีย (Georgian Lari) = ประมาณ 10.59 บาท-ไม่มีร้านแลกเงินในไทยเปิดแลกสกุลเงินลารีจอร์เจีย ดังนั้นให้แลกเงิน US หรือเงิน Euro สามารถไปแลกเป็นลารีที่ประเทศจอร์เจียได้  อาหารจอร์เจีย ไปแล้วห้ามพลาดอาหารจอร์เจียนั้นคนไทยน่าจะคุ้นเคย  กินง่ายสไตล์ยุโรป แต่เมนูที่ห้ามพลาดจริงๆ ก็คือ Khachapuri เป็นขนมปังที่รสสัมผัสคล้ายแป้งพิซซ่าแบบหนานุ่ม มีไข่ ชีส เนย อยู่ตรงกลาง ก่อนกินก็คนๆ ให้ส่วนผสมตรงกลางทั้ง 3 อย่างเข้าด้วยกัน จะได้ความหอมหวาน มันๆ ครีมๆ  ส่วนอีกเมนูคือ Khinkali เกี๊ยวสไตล์ยุโรป หน้าตานั้นคนไทยน่าจะบอกได้ว่าเหมือนเสี่ยวหลงเปาก้อนยักษ์ ข้างในมีน้ำซุปร้อนๆ ขลุกขลิกอยู่ด้วย จอร์เจีย เดินทางไปยังไง ?ปัจจุบัน (2021) ยังไม่มีสายการบินที่บินตรงจากไทยไปลงที่เมืองหลวงจอร์เจีย ทบิลิซี (Tbilisi) ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องเท่านั้น เปลี่ยนที่ไหนก็แล้วแต่สายการบิน เช่น Qatar Airways ไปเปลี่ยนเครื่องที่โดฮา Turkish Airlines เปลี่ยนเครื่องที่ตุรกี เป็นต้น ใช้เวลาบินรวมเปลี่ยนเครื่องทั้งสิ้น ประมาณ 11-13 ชั่วโมง 

อ่านเพิ่มเติม
เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี ที่นี่มีคำตอบ มาดูกันเลย
เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี ที่นี่มีคำตอบ มาดูกันเลย

12 ก.พ. 63

ถ้าพูดถึงเรื่องเทรนด์การเที่ยวต่างประเทศแล้วละก็คงหนีไม่พ้นชื่อนี้กันอย่างแน่นอน ใช่แล้วที่นั่นคือ “จอร์เจีย” นั่นเอง ซึ่งตอนนี้กระแสมาแรงแซงทางโค้งในโลกโซเชียลกันเลยล่ะ เพราะด้วยความสวยงามของธรรมชาติ และ วัฒนธรรมที่อยู่มาตั้งแต่สมัยโบราณ หนึ่งประเทศที่เป็นดั่งเพชรเม็ดงามไม่แพ้ที่ใด จนทำให้นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาชมความสวยงามนี้และแชร์กันไปจนติดเทรนด์ท่องเที่ยวนั่นเอง  หากเพื่อนๆคนไหนสนใจทัวร์จอร์เจีย ราคาสุดคุ้ม คลิกดูได้ที่นี่ ทำความรู้จักประเทศจอร์เจีย จอร์เจีย ประเทศเล็กๆอยู่แถวเทือกเขาคอเคซัสตอนใต้ ประเทศจอร์เจีย มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี ทางเหนือของประเทศจอร์เจียนั้นติดกับประเทศรัสเซีย ทางใต้ติดกับประเทศตุรกี ประเทศอาร์มีเนีย และประเทศอาเซอร์ไบจาน นอกจากจอร์เจียนั้นมีภูมิประเทศที่สวยงามและภาษาที่เก่าแก่แล้ว จอร์เจียยังมีวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอีกด้วย แม้จอร์เจียจะตั้งอยู่ในเอเชียแต่สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมนั้นสวยงามเหมือนกับทวีปยุโรป นอกจากนี้ค่าเงินของจอร์เจียนั้นนับบว่าอยู่ในระดับที่นักท่องเที่ยวอย่างเรารับได้ และค่าครองชีพก็ไม่สูงมากนัก จึงเป็นเส้นทางใหม่ที่นักท่องเทียวต่างใฝ่ฝัน แถมยังเดินทางจากประเทศไทยไปจอร์เจียใช้เวลาเพียง 11-12 ชั่วโมงเท่านั้น เที่ยวจอร์เจีย ได้ทุกเดือน ไม่ต้องขอวีซ่า ! ใช่แล้วครับ เพราะประเทศจอร์เจียเป็นอีกหนึ่งประเทศใน 32 ประเทศที่คนไทยสามารถเดินทางไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า โดยผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถเข้าไปเที่ยวในประเทศจอร์เจียได้เป็นระยะเวลายาวๆถึง 365 วัน !! ถึงแม้จะไม่ต้องขอวีซ่าแต่ถ้าลืมนำพาสปอตไปก็เข้าประเทศไม่ได้นะครับ อย่าลืมเช็คให้ดีๆล่ะ  เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี ??? มาถึงคำถามที่ใครๆก็อยากรู้คำตอบว่า เราจะไปเที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี เพราะเราไม่รู้ว่าไปช่วงไหนจะเจออากาศแบบไหน เป็นสิ่งที่ควรรู้ก่อนไปเที่ยวจอร์เจียได้อย่างดีเลยล่ะครับ ซึ่งประเทศจอร์เจียนั้น มีอยู่ 4 ฤดูเหมือนประเทศยุโรปทั่วไปเลยครับ ซึ่งในแต่ละฤดู ในแต่ละช่วงเดือนก็มีความสวยงามแตกต่างกันไป ชอบเที่ยวฤดูไหนไปดูกันเลย  เที่ยวจอร์เจีย ฤดูหนาว (เดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์)  เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี ถ้าใครอยากสัมผัสหิมะหรือเล่นสกี แน่นอนว่ามาช่วงฤดูหนาวได้เลย เพราะจอร์เจีย เป็นอีกจุดหมายปลายทางของคนเล่นสกีนั่นเอง ช่วงฤดูหนาวนี้สกีรีสอร์ทนั้นส่วนใหญ่จะถูกจองเต็มกันหมด จอร์เจีย ฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวจัด อุณหภูมิเลขตัวเดียวไปจนถึงเลขติดลบ ข้อเสียของการเที่ยวจอร์เจียช่วง ฤดูหนาวคือ ใช้ชีวิตลำบากถ้าวันไหนหิมะตกหนัก ถนนปิดบ้างจากกองหิมะขว้างถนน และช่วงกลางวันจะสั้นมาก มืดเร็ว แต่ถ้าใครอยากเจอหิมะ มาเล่นสกี ฤดูหนาวนี่แหละเหมาะที่สุด   เที่ยวจอร์เจีย ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม - พฤษภาคม)  เที่ยวจอร์เจียในฤดูใบไม้ผลิ อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้น อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 10-24 องศา เที่ยวจอร์เจีย ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูที่คนไทยชอบมากที่สุด ด้วยอากาศที่เย็นสบายตอนกลางวัน ตกดึกอากาศจะหนาวตามลำดับ เวลาเดินตามเวลาปกติ เป็นช่วงที่ดอกไม้ใบไม้เริ่มผลิดอกออกใบ ตามภูเขาที่สูงยังมีหิมะขาวโพลน ใครที่พลาดเล่นสกีช่วงฤดูหนาว มาฤดูก็ยังทันนะ เที่ยวจอร์เจีย ฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน - สิงหาคม)  เที่ยวจอร์เจีย ฤดูร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 16-31 องศา ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะที่สุดและเป็น High Season ของจอร์เจีย ข้อดีของช่วงฤดูร้อนนี้ก็คือ กลางวันนาน เที่ยวได้นานตลอดทั้งวัน มีแสงถ่ายรูปทั้งวัน และไม่ค่อยเจอฝน ไม่เจอปัญหาหิมะถล่ม และอีกหนึ่งไฮไลท์ในฤดูร้อนของที่นี่ก็คือผลไม้หลากหลายชนิด เช่น พีช เบอร์รี่ เชอร์รี่ องุ่น ที่ออกมาให้ทานกันสดๆ หวาน อร่อย และราคาถูกมาก เที่ยวจอร์เจีย ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน - พฤศจิกายน)  เที่ยวจอร์เจีย ฤดูใบไม้ร่วง อากาศในฤดูนี้จะเย็นสบายไปทางเริ่มหนาว ฤดูนี้ค่อนข้างคล้ายกับฤดูใบไม้ผลิช่วงนี้ใบไม้จะออกสีโทนจะส้มๆ ใบไม้เริ่มแห้งเพื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ช่วงนี้อากาศจากเย็นตอนกลางวัน แล้วหนาวเลขตัวเดียวตอนกลางคืน มาพร้อมกับวิวของต้นไม้ตามภูเขาที่กำลังเปลี่ยนสีเพื่อเตรียมต้อนรับฤดูหนาว ที่จริงแล้วจอร์เจียสามารถเที่ยวได้ทุกฤดู อยู่ที่ว่าชอบอากาศแบบไหนมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะรู้ใจตัวเองแล้วว่าอยากไปเที่ยวจอร์เจียเดือนไหนดี และพร้อมกับการไปเที่ยวจอร์เจียมากขึ้น  สถานที่เที่ยวจอร์เจีย แนะนำ 1.ทบิลิซี  แผนที่: Tbilisi ทบิลิซีคือเมืองหลวงของประเทศจอร์เจียและเป็นจุดหมายหลักในการเริ่มต้นสำรวจประเทศน่าเที่ยวแห่งนี้ เสน่ห์ของทบิลิซีคือการรักษาเอกลักษณ์ของเมืองเก่าที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 5 ควบคู่ไปกับการพัฒนาบ้านเมืองให้ทันสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตัวเมืองตั้งอยู่ในหุบเขาถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งโดยแม่น้ำมิกวาริ  อาคารบ้านเรือนของที่นี่สวยงาม ตัวบ้านทาสีพาสเทลหลังคาโทนสีส้มสดใส เป็นลักษณะแบบเดียวกันทุกพื้นที่คล้ายกับประเทศฝั่งยุโรป  2.มหาวิหารจวารี  แผนที่: Jvari Monastry สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจอร์เจียนับถือสูงสุด โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์ของศานาคริสต์นิกายออโธด๊อก สร้างขึ้นเมื่อคริสตวรรษที่ 6 ภายในโบสถ์มีไม้กางเขนขนาดใหญ่ ซึ่งชาวเมืองกล่าวกันว่า นักบุญนีโน่ หรือแม่ชีนีโน่ แห่งคัปปาโดเกีย ได้นำไม้กางเขนนี้เข้ามาพร้อมกับการเผยแพร่ศาสนาคริสต์เป็นครั้งแรกในช่วงโบราณกาล 3.เทือกเขาคอเคซัส  แผนที่: Caucasus Mountains เทือกเขาคอเคซัส เป็นเทือกเขาสูงขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของทวีปยุโรป โดยมียอดเขาเอลบรูสที่มีความสูงกว่า 5,642 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป ทำหน้าที่แบ่งพรมแดนระหว่างทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย ทำให้เกิดกลุ่มประเทศที่อยู่ในสองทวีปขึ้น ซึ่งบนเทือกเขาคอเคซัสในฝั่งประเทศจอร์เจีย มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อาทิ ยอดเขาคาสเบก หนึ่งในภูเขาบนเทือกเขาคอเคซัส ที่เราสามารถขึ้นไปชมวิวได้อย่างสุดลูกหูลูกตา 4.โบสถ์สมินดา ซาเมบา  แผนที่: Tsminda Sameba โบสถ์สมินดา ซาเมบา หรืออีกชื่อหนึ่งคือ โบสถ์เกอเกติ เป็นโบสถ์เก่าแก่ของประเทศจอร์เจีย สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 ตั้งอยู่ในเมืองคาสเบกิ บนหน้าผาริมแม่น้ำเชเครี สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 2,000 เมตร ท่ามกลางวิวของเทือกเขาคอเคซัสเป็นฉากหลัง ซึ่งทัศนียภาพที่สวยงามของโบสถ์นี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศจอร์เจียไปอีกที่ที่ไม่ควรพลาด 5.โบสถ์เกอลาติ  แผนที่: Gelati Monastery โบสถ์เกอลาติ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของจอร์เจียที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1106 นับว่าเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของยุคทองของเศรษฐกิจและการเมือง ในจอร์เจียช่วงยุคกลางระหว่างศตวรรษที่ 11 และ 13 ตัวโบสถ์โดดเด่นด้วยด้านหน้าของตัวอาคารที่ใช้อิฐบล็อกขนาดใหญ่ ช่องประตูและหน้าต่างโค้งได้สัดส่วนสวยงาม โบสถ์เกอลาติเป็นศูนย์กลางของวิทยาศาสตร์และการศึกษา อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในจอร์เจียโบราณอีกด้วย เรียกได้ว่าจัดหนักจัดเต็มกันทุกที่เลยใช่มั้ยล่ะครับ ทั้งเที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดีและสถานที่เที่ยวจอร์เจียแนะนำ พอจะทำให้เพื่อนๆ เกิดไอเดียในการเที่ยวจอร์เจียได้บ้างไหมเอ่ย หากใครที่กำลังอยากไปเที่ยวจอร์เจีย แต่ไม่อยากไปเที่ยวเองวางแพลนให้ยุ่งยาก ก็จองทัวร์จอร์เจียร์กับทัวร์ครับกันได้เลย 

อ่านเพิ่มเติม