All articles abouts เที่ยวญี่ปุ่น

เทศกาลสุดพิเศษที่ห้ามพลาดใน ทัวร์ญี่ปุ่น เดือนมีนาคม !!
เทศกาลสุดพิเศษที่ห้ามพลาดใน ทัวร์ญี่ปุ่น เดือนมีนาคม !!

22 ม.ค. 62

มาดูกันครับว่าถ้าหากไปทัวร์ญี่ปุ่น เดือนมีนาคมแล้ว จะได้พบกับเทศกาลอะไรบ้าง ?? เที่ยวญี่ปุ่น เดือนมีนาคม : เทศกาลโอมิซูโทริ เป็นเทศกาลที่เก่าแก่เทศกาลหนึ่งของญี่ปุ่นเลยครับ เป็นเทศกาลชำระบาปของชาวพุทธ ที่มีมานานมากกว่า 1,250 ปี เทศกาลนี้ถือเป็นพิธีขั้นสุดท้ายในการปฏิบัติพิธีชูนิเอะ โดยจะดำเนินการที่ศาลาบนเนินเขา ชื่อว่า ศาลานิงะสึโดะ ที่วัดโทไดจิ เมืองนาราครับ ไฮไลท์ของงานเทศกาลนี้ก็คือ การแสดงไฟ ซึ่งจะเริ่มเมื่อพระอาทิตย์ตกดินของทุกคืนครับ เป็นการแสดงที่น่าตื่นเต้นและมีชื่อเสียงที่สุดเลยล่ะครับ คบเพลิงยักษ์ขนาด 6-8 เมตร จะถูกยกขึ้นไปบนระเบียงของศาลานิงะสึโดะ และเผาไหม้เป็นประกายไฟ ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่า หากอาบร่างกายด้วยประกายไฟเหล่านี้ จะได้รับการคุ้มครองจากสิ่งชั่วร้ายครับ ช่วงเวลาจัดงาน : วันที่ 1 - 14 มีนาคม ของทุกปี เที่ยวญี่ปุ่น เดือนมีนาคม : เทศกาลฮินะมะสึริ ใครเป็นแฟนคลับตัวยงของประเทศญี่ปุ่น จะต้องคุ้นหูกับเทศกาลนี้ ที่มีอีกชื่อเรียกคือ เทศกาลเด็กผู้หญิง นั่นเอง เป็นเทศกาลของชาวญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่โบราณ โดยชาวญี่ปุ่นจัดเทศกาลนี้ขึ้นมาเพื่ออธิษฐานให้ลูกสาวมีความสุข และประสบความสำเร็จในชีวิตครับ ไฮไลท์สำคัญของเทศกาลนี้เลยก็คือ “ตุ๊กตาฮินะ” ที่เป็นตุ๊กตาทำมือ ประดับด้วยชุดแต่งกายตามราชสำนักญี่ปุ่นโบราณ สมัยยุคเฮอัง วางไว้บนชั้น 7 ชั้น รอบๆ ตุ๊กตาจะมีเครื่องบูชาต่างๆ โดยมีตุ๊กตาที่วางชั้นบนสุด คือ ตุ๊กตาเจ้าชายโอไดริซามะ และเจ้าหญิงโอฮินะซามะครับ ช่วงเวลาจัดงาน : วันที่ 3 มีนาคม ของทุกปี เที่ยวญี่ปุ่น เดือนมีนาคม : เทศกาลแสงไฟ คุระชิกิ ถือว่าเป็นเวลาที่ดีที่จะได้ไปเที่ยวย่านเมืองเก่าของญี่ปุ่นกันบ้างครับ กับเทศกาลแสงไฟที่เมืองคุระชิกิ ที่เป็นเทศกาลที่บ่งบอกว่า ฤดูใบไม้ผลิได้มาถึงแล้วนั่นเอง โดยในอดีต เมืองคุระชิกิเคยเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมากๆ และเป็นศูนย์กลางทางการค้าตั้งแต่สมัยเอโดะ ที่มีอายุยาวนานกว่า 300 ปี ปัจจุบันเป็นกลุ่มโบราณสถานที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเลยครับ ไฮไลท์ของงานเทศกาลแห่งนี้ คือทั้งเมืองจะถูกเรียงรายไปด้วยแสงไฟอันอบอุ่น จากเปลวเทียน โคมไฟกระดาษรูปทรงต่างๆ และร่มกระดาษแบบญี่ปุ่น ทั่วบริเวณตามริมฝั่งแม่น้ำคุระชิกิครับ และนักท่องเที่ยวก็สามารถล่องเรือชมความงามของไฟได้ โรแมนติกและเพลินเพลินสุดๆ เลยล่ะครับ ช่วงเวลาจัดงาน : ต่างกันไปในแต่ละปี แต่จะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม เที่ยวญี่ปุ่น เดือนมีนาคม : การแข่งขันซูโม่ประจำฤดูใบไม้ผลิ ในทุกๆปี จะมีการจัดแข่งขันซูโม่เวียนกันไปในแต่ละจังหวัดครับ โดยจะจัดในช่วงเดือนคี่ และสำหรับเดือนมีนาคมนั้นก็จะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิพอดี ใครที่อยากเห็นการแข่งขันซูโม่ของจริงสักครั้งในชีวิต แนะนำให้ซื้อตั๋วเข้าไปชมดูนะครับ แล้วจะได้สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นอย่างเต็มเปี่ยมเลยล่ะ ได้ฟีลความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจยากที่จะลืมแน่นอนครับ ช่วงเวลาจัดงาน : เดือนมีนาคม (หรือเดือนคี่อื่นๆ) เที่ยวญี่ปุ่น เดือนมีนาคม : เทศกาลวันไวท์เดย์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันวาเลนไทน์ ถัดมาอีกหนึ่งเดือนก็จะเป็นวันไวท์เดย์ครับ เดิมทีวันนี้เป็นวันที่บริษัทขนม ตั้งใจทำการตลาดเมื่อปี 1987 แต่กลับได้รับความนิยมอย่างมาก จนกลายมาเป็นเทศกาลวันไวท์เดย์ถึงปัจจุบัน โดยวันวาเลนไทน์ ฝ่ายหญิงจะให้ของขวัญกับฝ่ายชาย และเมื่อถึงวันไวท์เดย์ ฝ่ายชายจะต้องให้ของขวัญกลับ และต้องมีมูลค่ามากกว่าถึง 3 เท่าครับ ไฮไลท์ของเทศกาลนี้ คือการที่ขนมแต่ละชนิดจะมีความหมายแตกต่างกันไป เช่น มาร์ชเมลโล่ หมายถึง การปฏิเสธ , คุกกี้ หมายถึง อยากเป็นเพื่อน และ ลูกอม หมายถึง ฉันรักคุณ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่ขนมเท่านั้นที่ให้เป็นของขวัญได้นะครับ ตุ๊กตา ดอกไม้ หรือของขวัญอื่นๆ ก็นิยมเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นใครไปญี่ปุ่นในช่วงวันไวท์เดย์ ก็ไม่ต้องแปลกใจหากเห็นสาวๆ และหนุ่มๆ ญี่ปุ่นเดินถือของขวัญเต็มไม้เต็มมือ ไม่ต่างจากวันวาเลนไทน์ครับ ช่วงเวลาจัดงาน : วันที่ 14 มีนาคม ของทุกปี เที่ยวญี่ปุ่น เดือนมีนาคม : ส่งท้ายหิมะด้วยการเล่นสกี และสโนว์บอร์ด ในช่วงเดือนมีนาคมนั้น ทางภาคเหนือของญี่ปุ่นในบางจังหวัดยังมีหิมะอยู่ และยังสามารถเล่นสกี และสโนว์บอร์ดส่งท้ายได้ครับโดยช่วงนี้หิมะจะเริ่มจับตัวเป็นก้อน มีคุณภาพดี เป็นผง และไม่เปียก อากาศก็ดีมากๆ ด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วช่วงนี้เป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการเล่นสกีด้วยซ้ำ สำหรับใครที่อยากไปเล่นสกี หรือสโนว์บอร์ดในช่วงนี้ แนะนำให้ไปที่ Gala Yuzawa จะเป็นจุดที่ดีที่สุด สำหรับการทำกิจกรรมนี้ครับ เที่ยวญี่ปุ่น เดือนมีนาคม : ชมดอกซากุระ ปิดท้ายกันกับไฮไลท์ของประเทศญี่ปุ่น อย่างการชมดอกซากุระ น้อยคนนักที่จะรู้ว่าดอกซากุระแล้วจริงๆ จะเริ่มบานตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคมเลยครับ โดยดอกซากุระนั้น จะเริ่มบานจากภาคใต้สู่ภาคเหนือ เพราะฉะนั้นใครมีแผนจะเดินทางไปทัวร์ญี่ปุ่น เดือนมีนาคม ให้เลือกไปหลังจากกลางเดือน และไปเที่ยวยังภาคใต้ ก็จะมีโอกาสได้เจอกับดอกซากุระบานก่อนใครเพื่อนเลยล่ะครับ แถมนักท่องเที่ยวในช่วงนี้ก็ยังไม่เยอะ ได้ภาพสวยๆ แน่นอน   อ่านต่อ  >>4 เหตุผล ทำไมคนญี่ปุ่นถึงให้ความสำคัญกับการชม ‘ซากุระ’ ที่ญี่ปุ่น<<      

อ่านเพิ่มเติม
ตะลอนเที่ยวทาคายาม่า 1 วัน เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ในญี่ปุ่น
ตะลอนเที่ยวทาคายาม่า 1 วัน เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ในญี่ปุ่น

26 ก.ย. 62

ซึ่งถ้าให้เปรียบกับในประเทศไทยก็เหมือนกับไปเที่ยวเมืองน่าน ที่แต่เดิมเป็นเพียงเมืองที่ถูกมองข้าม แต่ปัจจุบันกลายเป็นอีกหนึ่งเมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมดั้งเดิม และความคลาสสิคที่เฉพาะตัวเช่นเดียวกับทาคายาม่าเมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความคลาสสิคดั้งเดิม บ้านเรือนในยุคสมัยก่อน และวิวทิวทัศน์ของเมืองที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่ในจังหวัดกิฟุ แต่ต้องบอกก่อนว่าที่นี่เป็นเพียงเมืองเล็กๆ เท่านั้นทำให้เกิดเป็นทริป ตะลอนเที่ยวทาคายาม่า 1 วัน เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ในญี่ปุ่น .. แนะนำให้ตื่นแต่เช้าเพื่อไปเดิน ตลาดเช้าทาคายาม่า ซึ่งจะแบ่งเป็นสองโซนคือโซนหน้าอาคารทาคายาม่าจินยะ จะเรียกว่า ตลาดจินยะเมะ เเต่โซนที่ได้รับความนิยมในของนักท่องเที่ยวอย่างมากจะเป็นในโซน ที่ตั้งขนานไปกับริมแม่น้ำมิยางาวะ ที่ชื่อว่า ตลาดมิยางาวะ ใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศดั้งเดิมของญี่ปุ่นแนะนำให้ตื่นเช้าๆ เพื่อมาเดินที่นี่เพราะการมาตลาดเช้าท้องถิ่นถือเป็นกิจวัตรประจำวันของคนที่นี่เลยก็ว่าได้ รับรองว่าจะได้เห็นวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม และวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำ อีกทั้งของที่ขายส่วนใหญ่ก็จะเป็นผลผลิตทางเกษตรที่รับรองได้ว่าสดใหม่   แผนที่: Hida Folk Village Hida Folk Village อีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดของเมืองโบราณทาคายาม่า ที่ไม่มาถือว่าพลาดมากจริงๆ ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์เปิดที่เราจะได้ชมวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เริ่มสร้างในสมัยเอโดะ(ค.ศ.1603-1867) ได้อย่างเต็มที่ เมื่อเราเดินเข้ามาเราจะได้แผนที่คู่มือให้อ่านประวัติกันก่อนเพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ได้แค่เดินชมเฉยๆ เพราะที่นี่เขายังมีกิจกรรม Crafts Experience Center ให้เราได้ลองทอผ้าแบบญี่ปุ่นเองอีกด้วยรับรองได้ว่าเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในยุคเอโดะกันเลยทีเดียว มาเมืองท้องถิ่นทั้งทีจะพลาดผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นได้ยังไง คิดได้อย่างนั้นเราเลยแวบมากันที่โรงกลั่นสาเก อย่างร้าน Kawashiri Sake Brewery สาเกเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นประจำเมืองทาคายาม่า จริงๆ แล้วที่นี่มีโรงบ่มอยู่หลายที่ แนะนำว่าถ้ามีเวลาหลายวันแล้วชื่นชอบจริงๆ แนะนำให้ลองทุกร้านเพื่อหารสชาติที่ชอบมากที่สุด เนื่องจากทาคายาม่ามีภูมิประเทศอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำสาเก ทำให้ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องสาเกเป็นอย่างมาก นอกจากจะได้ชมสาธิตการทำสาเกกันแบบสดๆ แล้วเรายังได้ชิมสาเกกันฟรีๆ อีกด้วย อ้อไม่ต้องห่วงเรื่องภาษาเพราะว่าที่ Kawashiri Sake Brewery แห่งนี้เขามีแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ขณะสาธิตการทำสาเก แผนที่: Kawashiri Sake Brewery ที่เขาว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้องเห็นจะจริงเพราะตอนนี้อาหารที่เราทานมาจากตลาดเช้าเริ่มย่อยไปเรียบร้อย มื้อเที่ยงอย่างนี้เราขอฝากท้องไว้ที่อาหาร Recommend ของทาคายาม่าแล้วกัน ถ้าใครอ่านรีวิวกันมาก่อนน่าจะพอรู้ว่าที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่อง "เนื้อวัวฮิดะ" เป็นวัววากิวขนดำที่ถูกจัดเกรดเนื้อให้อยู่ในชั้นสูง โอ้โห ได้ยินแบบนี้ใครชื่นชอบเนื้อวัวคงจะรีบพุ่งกันไปที่ร้านแล้วแน่ๆ ร้านที่เราแนะนำคือ Ajikura Tengoku ใครอยากลองทานเนื้อวัวฮิดะ ทางเราแนะนำร้านนี้เลย เนื้อทั้งนุ่ม กลมกล่อม มั่นใจในคุณภาพได้แน่นอนเพราะเนื้อของเขาคือชั้นหนึ่งที่เลี้ยงโดยเกษตรกรในเครือ JA Hida Group เรื่องคุณภาพคงไม่ต้องพูดถึงบอกได้คำเดียวว่าไม่มาถือว่าพลาดมาก หลังจากจบมื้อกลางวันเรียบร้อยก็ไม่รอช้า เรามาต่อกันที่ Hida Kokubunji หรือวัดคู่เมืองทาคายาม่านั่นเอง สร้างขึ้นในยุคมุโรมาจิ (ประมาณ 500 ปีก่อน) เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองทาคายาม่าเลยก็ว่าได้ ใครที่ชอบชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่หาดูไม่ได้ที่อื่นโดยเฉพาะ เจดีย์สามชั้น แนะนำให้มาที่นี่แล้วคุณจะหลงรักวัดเก่าแก่ที่มีประวัติไม่ธรรมดาแห่งนี้แน่นอน แผนที่: Hida Kokubunji เดินเล่นในเมืองสักพักก็มาหยุดอยู่ที่แม่น้ำมิยากาวะ  ซึ่งจะมีสะพานสีแดงซึ่งเป็นอีกไฮไลท์ของเมืองทาคายาม่าที่คนนิยมมาถ่ายรูปกัน พูดเลยว่าถ้าไม่ถ่ายที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึงทาคายาม่ายังไงยังงั้นเลย ถ้ามาช่วงต้นเดือนเมษายนเราจะได้เห็นต้นซากุระกำลังผลิดอกสวยงาม บรรยากาศคลาสสิครับกับสายลมเย็นๆ อะไรจะดีไปกว่านี้อีก เราว่าสายฮิปที่ชอบความชิวต้องรักเมืองนี้เหมือนอย่างเราแน่นอน แผนที่: Miyagawa River อีกหนึ่งสถานที่ไฮไลท์ประจำเมืองทาคายาม่าต้องยกให้โบราณสถานแห่งชาติอย่าง Takayama Jinya ปัจจุบันนั้นได้มีการเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ประชาชนเข้าชมห้องเสื่อทาทามิ แต่ก่อนเป็นสำนักงานสาขาของเอโดะ บากุฟุ ในยุครัฐบาลเอโดะ แม้ว่าปัจจุบันจะมีการเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมภายในได้ง่ายมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด แผนที่: Takayama Jinya ทาคายาม่าเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีพิพิธภัณฑ์เยอะมาก ใครสายนี้รับรองว่าต้องติดใจ เผลอๆ วันเดียวอาจจะไม่พอ แต่ที่ที่เราจะแนะนำวันนี้ก็คือ แกลเลอรี่ศิลปะฟูจิ อาคารเก่าบนถนนซังโนะมาจิ เดินจาก Takayama Station ประมาณ 11 นาที ภายในพิพิธภัณธ์มีศิลปะพื้นบ้าน จัดแสดงงานศิลปะต่างๆ แนะนำให้มาก่อน 5 โมงเย็น เพราะที่เขาเปิด 9:00-17:00 น. สรุปได้ว่าทริปตะลอนเที่ยวทาคายาม่า 1 วัน เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ในญี่ปุ่นของเรานั้นเต็มอิ่มจริงๆ ทั้งความงดงามของธรรมชาติและบรรยากาศดั้งเดิมแบบญี่ปุ่นภายในเมืองท้องถิ่น เราคิดว่าเราหลงมนต์เสน่ห์ความคลาสสิคเข้าให้แล้วล่ะ ถึงแม้จะเหนื่อยหน่อยเพราะต้องไปหลายที่ภายในวันเดียวแต่เราว่าคุ้มมากเลยทีเดียวกับการได้มาที่นี่ เราเชื่อว่าถ้าเพื่อนๆ ได้มาที่นี่ก็จะหลงรักเหมือนที่เราหลงรักเช่นกัน   เที่ยวทัวร์ญี่ปุ่น ทาคายาม่า ชิราคาวาโกะ กับ Tourkrub      

อ่านเพิ่มเติม
10 จุดเช็คอิน เที่ยวเซนได ไม่ไปไม่ได้แล้ว เพราะถ่ายรูปสวยนะรู้ยัง
10 จุดเช็คอิน เที่ยวเซนได ไม่ไปไม่ได้แล้ว เพราะถ่ายรูปสวยนะรู้ยัง

18 ต.ค. 62

ญี่ปุ่น ไม่ได้มีที่เที่ยว แค่โตเกียว โอซาก้า แต่ยังมีอีกหลายๆ จังหวัดที่น่าสนใจ และมีจุดเด่นไม่แพ้เมืองใหญ่ๆ อย่าง เซนได หลายๆคนอาจจะยังไม่คุ้นหูกับชื่อจังหวัดนี้ แต่ขอบอกก่อนว่าที่เซนไดนั้น มีที่เที่ยวและสถานที่น่าสนใจเยอะแยะเลย มาค่ะ วันนี้ทัวร์ครับจะมารวบรวม 10 จุดเช็คอินในเซนได ใครที่กำลังจะมีแพลนเดินทางไปเซนได เซฟไว้ได้เลย  จองทัวร์เซนได กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub)   10 พิกัดเที่ยวเซนได   1. ถนนโจเซ็นจิ โดริ (Jozenji-dori Avenue) ถนน โจเซ็นจิ เป็นถนนสายหลักในการช้อปปิ้งของเซนไดค่ะ ที่ถนนแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นปอดใจกลางเมืองเซนไดเลย เพราะใกล้ๆถนนโจเซ็นจิ โดริ เป็นจะเต็มไปด้วยตึกสำนักงาน ร้านค้า และยังเป็นถนนที่เชื่อมต่อไปยังย่าน คกคุงบุโจ ซึ่งเป็นย่านตระเวนราตรีชื่อดังของเซนไดอีกด้วย ที่ถนนเส้นนี้จะมีต้นเคะยากิ รายล้อมไปตลอดแนวถนนเลยค่ะ นอกจากจะเป็นถนนเส้นหลักในการช้อปปิ้งแล้ว ยังเป็นสถานที่ ที่จัดกิจกรรมต่างๆของเซนไดอีกด้วย   2.สวนทสึทสึจิงะโอคะ (Tsutsujigaoka Park) ที่เซนไดก็มีซากุระให้ดูนะ ที่ สวนทสึทสึจิงะโอคะ (Tsutsujigaoka Park) เป็นอีกจุดที่ชมซากุระสวยมากๆอีกแห่งหนึ่งในเซนได เพราะที่นี่มีต้นซากุระมากถึงพันต้น ในฤดูใบไม้ผลิดอกซากุระจะพร้อมใจกันออกดอก ทำให้สวนทสึทสึจิงะโอคะ (Tsutsujigaoka Park) นั้นถูกปกคลุมไปด้วยสีชมพู การันตีได้เลยว่าจะเป็นอีกจุดที่ชมซากุระที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ค่ะ นอกจากดอกซากุระแล้ว ที่สวนทสึทสึจิงะโอคะ (Tsutsujigaoka Park) ยังมีดอก ทสึทสึจิ ที่จะบานพร้อมๆกับซากุระ ในช่วงปลายๆเดือนเมษายนจนถึงเดือนพฤษภาคม ที่สวนแห่งนี้จะมีเทศกาลดอกทสึทสึกิ ด้วยนะคะ    3.น้ำตกอะคิว โอตากิ (Akiu Otaki) น้ำตกที่ถูกจัดอันดับให้สวยเป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่นก็คือที่นี่เองค่ะ น้ำตกอะคิว โอตากิ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตชานเมืองของเซนได ที่น้ำตกอะคิว โอตากิ เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจแห่งหนึ่งในเซนไดเลย ด้วยขนาดน้ำตกที่สูงถึง 55 เมตร ทำให้เป็นอีกจุดแลนด์มาร์คที่ควรไปถ่ายรูปเช็คอินดูสักครั้ง โดยน้ำตกอะคิว โอตากิ เหมาะสำหรับท่องเที่ยวในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในเดือนพฤศจิกายนค่ะ นอกจากน้ำตกแล้ว ใกล้ๆก็ยังมีออนเซ็น มาน้ำตกชิกุเระ ทากิ อีกด้วยนะ ใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติต้องห้ามพลาดเลยนะคะ   4.ปราสาทอาโอบะ (Sendai Aoba Castle) หลายๆคนมาถึงอาจจะงงว่า ไหนละปราสาท? ทำไมถึงมีแต่หลานกว้างๆกับอนุสาวรีย์ล่ะ สถานที่แห่งนี้อาจจะต้องใช้จินตนาการเพิ่มเติมในการท่องเที่ยวหน่อยค่ะ เพราะจริงๆแล้วตัวปราสาทอาโอบะนั้นโดนทำลายไปแล้ว เหลือเพียงอนุสาวรีย์ของไดเมียวที่สร้างปราสาทอาโอบะ และแผ่นหินที่บ่งบอกว่าตอนนี้เราเดินอยู่ในส่วนของห้องอะไรแล้ว   5.พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เซ็นได อุมิโนะโมริ ที่เซ็นไดเองก็มีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำด้วยนะ ชื่อว่า เซ็นได อุมิโนะโมริ เป็นอควอเรียมที่รวบรวมพันธุ์สัตว์ทะเลกว่า 100 ชนิดมาอยู่ในที่เดียว เรียกได้ว่าเป็นอควอเรียมที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในแถบภูมิภาคโทโฮคุ อีกด้วย ที่นี่นอกจากจะแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแล้ว ยังมีการแสดงโชว์ความสามารถพิเศษของสัตว์ต่างๆด้วย เช่น มีโชว์น่ารักๆจากเหล่าสิงโตทะเล และยังมีกิจกรรมให้อาหารนกเพนกวินด้วยนะ    6.หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกที่ซาโอะ  มีใครหลงรักเจ้าสุนัขจิ้งจอกบ้างไหมคะ ทางเราค่อนข้างโดนน้องตกเข้าให้แล้ว ใครที่อยากเห็นน้องแบบใกล้ชิด และที่สำคัญ การเดินทางก็ไม่ไกลจากโตเกียวเลยค่ะใช้เวลาชั่วโมงนิดๆเอง ที่หมู่บ้านซาโอะจะมีเจ้าสุนัขจิ้งจอกให้เราได้เข้าไปเยี่ยมชมมีทั้งโซนที่ให้เราได้ซื้ออาหารป้อนเจ้าจิ้งจอก จนไปถึงโซนพิเศษที่ให้เราเข้าไปเล่นและอุ้มเจ้าสุนัขจิ้งจอกได้ ซึ่งช่วงที่ควรมาเล่นกับน้องมากที่สุดคือช่วงหน้าหนาวค่ะ เพราะขนของเจ้าจิ้งจอกจะฟูๆ น่าฟัดที่สุดเลย    7.หมู่บ้านซามูไรคะคุโนะดาเตะ  หมู่บ้านซามูไรแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดอะคิตะค่ะ ซึ่งหมู่บ้านนี้มีอายุกว่า 300 ปีเลยทีเดียว ซึ่งหมู่บ้านนี้เป็นอีกสถานที่ที่เหมาะแก่การมาชมซากุระอีกด้วยนะ ภายในหมู่บ้านซามูไรจะมีบ้านของซามูไรเปิดให้เข้าชมทั้งหมด 6 หลังค่ะ บางหลังก็เปิดให้เข้าชมฟรี แต่บางหลังก็จะมีค่าเข้าเล็กๆน้อยๆสำหรับดูแลสถานที่ ใกล้ๆกับหมู่บ้านซามูไรจะมีแม่น้ำซึ่งเราสามารถไปเดินเล่นกินบรรยากาศชิวๆริมแม่น้ำได้อีกด้วยนะ   8.ศาลเจ้า ฟุตะฮะชิระ จินจะ  ใครที่มาเที่ยวเซนไดคนเดียว แล้วกำลังตามหารักแท้ จะต้องไม่พลาดที่จะมาศาลเจ้า ฟุตะฮะชิระ จินจะ นะคะ ศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของการขอพรความรัก ขอคู่มากๆ หนุ่มสาวหลายคู่ที่มาขอพรในที่แห่งนี้สมหวังไปหลายคู่แล้ว หากใครได้มาเที่ยวที่จังหวัดมิยางิ ต้องห้ามพลาดเลยนะคะ   9.สวนสาธารณะฟุนาโอกะ โจชิ  ที่นี่เป็นสถานที่ที่ Unseen มากๆเลยนะ ใครที่มาท่องเที่ยวแถบเซนไดละไม่มาที่นี่เรียกได้ว่ามาไม่ถึงเด้อ  เพราะที่สวนสาธารณะฟุนาโอกะ โจชิ ติดอันดับ 1 ในการมาชมซากุระในญี่ปุ่นเลยนะ เพราะในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่สวนสาธารณะฟุนาโอกะ โจชิ จะเต็มไปด้วยดอกซากุระ และเราสามารถนั่งรถรางผ่านอุโมงค์ต้นซากุระได้ด้วย    10.บุงกะ โยโคโช ใครเป็นสายกินยกมือขึ้น ... ที่ถนน บุงกะ โยโคโช เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมของ Izakaya หลากหลายร้านเลยค่ะ ใครที่เป็นสายกินดื่มและอินกับร้านประเภทนี้ต้องห้ามพลาดเลยเพราะที่ บุงกะ โยโคโช มีร้านแบบ Izakaya ให้เลือกมากถึง 50 ร้าน และที่สำคัญ ต้องห้ามพลาดเมนูลิ้นวัวย่างนะคะ ของขึ้นของเซนไดเขาเลยแหละ เห็นไหมว่าเซนไดมีที่ท่องเที่ยวเยอะแยะขนาดไหน ใครที่มีแพลนจะเดินทางไปญี่ปุ่นแต่เบื่อเมืองใหญ่ๆอยากไปหาที่สงบๆ หรือสถานที่สวยๆสำหรับถ่ายรูป ในโซนเซนไดเองก็มีหลายจังหวัดให้ไปเยือนหรือถ้าใครไม่อยากแพลนทริปเที่ยวเซนไดเอง ลองเลือกแพ็กเก็จทัวร์เซนได จาก ทัวร์ครับ ได้เลย มีหลายแพ็กเก็จราคาคุ้มค่าไว้ให้คุณได้เลือกเที่ยวมากมาย  

อ่านเพิ่มเติม
5 สถานที่เที่ยวเสริมแต้มบุญ กับศาลเจ้าชื่อดังในญี่ปุ่น
5 สถานที่เที่ยวเสริมแต้มบุญ กับศาลเจ้าชื่อดังในญี่ปุ่น

21 พ.ย. 62

ประเทศญี่ปุ่นนี่มีของขึ้นชื่อเยอะแยะไปหมดเลยนะครับ ทั้งเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น ทั้งเรื่องของขนมของฝาก เสื้อผ้า แฟชั่น และที่หลงลืมไปไม่ได้เลยก็คือ เรื่องของวัดวาอารามและศาลเจ้าต่างๆ ที่มอบปาฏิหาริย์ให้ใครหลายคนมานักต่อนักแล้ว วันนี้เราจะพาไปชมกันเองว่าศาลเจ้าญี่ปุ่นที่สวยๆ ขลังๆ และเพิ่มแต้มบุญให้เราได้แบบเห็นผลทันตาจะมีอะไรบ้าง ใครที่อยากสมหวังในเรื่องไหน ทั้งความรัก การเรียน หน้าที่การงาน ความสำเร็จ ความมั่งคั่งร่ำรวย หรือเรื่องสุขภาพต่างๆ ก็ไปจัดเต็มกันได้เลย 1. ศาลเจ้าคอนโนฮาจิมังกู (Konnoh Hachimangu Shrine)  พิกัด : Konnoh Hachimangu Shrine สำหรับที่แรกนี้เชื่อว่าเวลามาญี่ปุ่นหลายๆ คนก็มักจะเที่ยวที่ชิบูย่ากันอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ เราเลยเอาศาลเจ้าในเมืองนี้มาฝากกันที่เค้าว่ากันว่าให้พร ให้โชคได้ดีมากจริงๆ ซึ่งศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นตามรูปแบบสถาปัตยกรรมของศาลเจ้าชินโต ดูได้จากความเรียบง่าย มีมุมสงบ เอาไว้หลบหนีความวุ่นวายมาทำใจให้ผ่อนคลาย เตรียมรับทรัพย์ด้านการเงิน และเจริญรุ่งเรืองได้เลย เพราะเค้าว่ากันว่าศาลเจ้านี้ให้โชคลาภดีมากเลยล่ะ cr.welcome2.tokyo  2. ศาลเจ้ามิคาเนะ (Mikane Shrine)  พิกัด : Mikane shrine ที่เที่ยวญี่ปุ่นนี้เป็นศาลเจ้าเล็กๆ ในเมืองเกียวโตที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้จักนะครับ แต่บอกเลยว่าเรื่องของความขลังเนี่ยที่นี่ไม่แพ้ใคร เป็นเทพเจ้าแห่งเงินทองที่คนญี่ปุ่นนับถืออย่างมากเลย สิ่งที่สะดุดตามากๆ ของศาลเจ้าแห่งนี้คือ ประตูโทริอิสีทองตรงทางเข้าที่เห็นมาแต่ไกลนี่แหละ ซึ่งนอกจากเราจะชำระล้างจิตใจและร่างกายแล้ว ยังมีจุดให้เราชำระล้างเหรียญเงินของเราให้บริสุทธิ์และเก็บไว้เป็นที่ระลึก เพื่อใช้เป็นเครื่องรางนำโชคได้อีกด้วย อย่าเผลอไปใช้กันล่ะ     cr.airbnb.com  3. ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha) พิกัด : fushimi inari shrine นี่ก็เป็นอีกหนึ่งวัดใหญ่ที่ทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างแวะเวียนไหลมาเยี่ยมเยียนกันตลอดเวลา ซึ่งบางคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีนะครับ เพราะวัดนี้เคยใช้เป็นโลเคชั่นสำหรับถ่ายทำเรื่อง Memoir of Geisha ด้วย โดยความขลังของวัดแห่งนี้คือ มีความเชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้าแห่งข้าว และเทพเจ้าหมาจิ้งจอกที่เป็นทูตสวรรค์ ซึ่งจะคอยทำหน้าที่ส่งข่าวสารจากสวรรค์สู่โลกมนุษย์ นี่แหละจึงเป็นเหตุให้ใครหลายคนมาขอพรให้สมหวังในเรื่องที่ต้องการ เพราะเผื่อว่าเทพเจ้าจิ้งจอกจะได้ยิน และนำกลับไปรายงานเบื้องบนให้เป็นจริง     4. ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine) พิกัด : meiji shrine ที่เที่ยวญี่ปุ่นที่จะช่วยเนรมิตความต้องการให้เป็นจริงได้อีกที่หนึ่งก็คือศาลเจ้านี้นี่แหละ เป็นศาลเจ้าที่อยู่ใกล้กับสถานีฮาราจูกุ ที่มีอายุอานามมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1920 นู้นเลย ซึ่งภายในนั้นมีบรรยากาศที่ร่มรื่น มีอากาศบริสุทธิ์ช่วยให้จิตใจสงบแจ่มใส เป็นศาลเจ้าที่ได้รับความนิยมมาก มีคนมาสวดมนต์ขอพรมากที่สุดในช่วงปีใหม่ และมีบ่อน้ำ Kiyomasai ที่เป็นจุดกำเนิดความโชคดี เป็นที่ที่หลายๆ คนจะมาขอพรและมักจะสมหวังกลับไป   5. วัดคาวาซากิไดเซน (Kawasaki Daishi Temple) พิกัด : Kawasaki Daishi temple ที่สุดท้ายเป็นวัดที่อยู่คู่เมืองคาวาซากิมาช้านานและมีชื่อเสียงมากเลยล่ะ ช่วงพีคๆ นี่มีคนมาเยือนมากถึง 2.98 ล้านคนเลย ที่มีคนมาเยี่ยมชมกันล้นหลามก็เพราะตำนานความเชื่อที่เล่ากันว่า ถ้ามาขอพรไหว้พระที่วัดนี้จะได้รับความโชคดี การงานรุ่งเรือง สุขภาพแข็งแรงกลับไปกันทุกคน เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ปัดเป่าความชั่วร้ายทั้งปวงให้หมดไป แหม สรรพคุณดีขนาดนี้เป็นใครจะไม่อยากไปล่ะเนอะ จริงมั้ย   ทั้ง 5 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ก็จะช่วยเสริมกำลังใจให้เรากลับเมืองไทยได้แบบสดชื่น แจ่มใส สุขกาย สบายใจ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้เป็นอย่างดี อย่าลืมนะครับ ถ้าอยากจะมาเที่ยวญี่ปุ่นเนี่ย มาแบบทัวร์สนุกกว่า คุ้มค่ากว่า แถมเก็บสถานที่ท่องเที่ยว และได้เยี่ยมชมวัดดังๆ ได้มากกว่าด้วยนะ จองทัวร์ญี่ปุ่นกับ ทัวร์ครับ.คอม จะทำให้คุณตกหลุมรักจนไม่อยากกลับเลย

อ่านเพิ่มเติม