อะราชิยามะ เดินชิล ชม ธรรมชาติ ย่าน Arashiyama ในเมืองเกียวโต ที่มีชื่อเสียงนับว่าเป็นจุดธรรมชาติที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง และมีกิจกรรมให้ทำเยอะมาก ทั้งการนั่งรถไฟสายโรแมนติก Sagano ถ่ายรูปกับสะพาน โทเง็ตสึเคียว ที่เป็นแลนด์มาร์คที่ใช้ในการถ่ายภาพโปรโมทการท่องเที่ยว อีกที่นึงที่เป็นไฮไลท์ที่โดดเด่นและมีเสน่ห์เฉพาะตัวไม่แพ้ที่ไหน นั่นก็คือ ป่าไผ่

ที่สำคัญความสวยงามของทิวทัศน์ของขุนเขาและแม่น้ำโดดเด่นตลอดทั้งปี ทั้งสี่ฤดูกาล โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่เป็นเวลาผลัดเปลี่ยนสีของต้นไม้ในบริเวณนี้ จะได้ชมความงามทางธรรมชาติอย่างแท้จริง จากจุดชมใบไม้แดงอันเลื่องชื่อของญี่ปุ่น ไปดูกันดีกว่าว่าอะราชิยาม่าจะมีสถานที่ไหนที่ต้องไปกันบ้าง

1.วัดเทนริวจิ

เป็นวัดที่อยู่ระหว่างสะพานโทเง็ตสึเคียวและป่าไผ่ สามารถแวะเข้าชมวัดเทนริวจิได้ก่อนจะเดินทางไปป่าไผ่

ภายในวัดจะมีสวนที่สวยงาม บรรยากาศดีมาก ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยเกือบทุกมุม จึงไม่แปลกใจนักที่ UNESCO จะให้วัดเทนริวจิขึ้นเป็นมรดกโลก

2.ป่าไผ่

สวนป่าไผ่เป็นเส้นทางเดินเล็กๆที่ตัดผ่านในกลางสวนป่าไผ่ สามารถเดินเล่นหรือขี่จักรยายผ่านก็ได้ ให้บรรยากาศที่แปลกและหาได้ยาก

ยิ่งถ้าช่วงไหนที่มีแสงอาทิตย์รอดผ่านตัวป่าไผ่ลงมายังพื้นด้านล่างก็จะยิ่งสวยมาก โดยเฉพาะถ้ามีลมพัดมาพร้อมกันก็จะเป็นเสียงกิ่งก้านของต้นไผ่กระทบกันไปมา

บริเวณใกล้ๆจะเป็นร้านขายของพื้นเมืองที่ทำมาจากต้นไม้ เช่น ตะกร้าไม้ไผ่, ถ้วย, กล่องใส่ของ หรือเสื้อเสื้อสานจากไผ่ เป็นร้านดั้งเดิมของคนท้องถิ่น

และภายในป่าไผ่ก็จะมีศาลเจ้าเล็กๆอยู่ในนั้นด้วย

3.ล่องเรือคาวาคุดาริชมธรรมชาติ

การนั่งเรือคาวาคุดาริล่องจาก คาเมโอกะ ถึง อาราชิยาม่า

ตลอดระยะเวลา 120 นาที จะได้สัมผัส ชื่นชมธรรมชาติไปตามกระแสน้ำที่ไหลนิ่งในบางจุดและตื่นเต้นกับจุดที่น้ำไหลเชี่ยว

ช่วงเวลาที่สวยที่สุดคือ ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึงต้นเดือนธันวาคมที่จะได้ดื่มด่ำกับใบไม้เปลี่ยนสีอย่างเต็มที่

4.รถไฟสายโรแมนติก

รถไฟโบราณที่วิ่งลัดเลาะหุบเขาท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามที่แตกต่างในแต่ละฤดูนั้นถือเป็นเสน่ห์อันมีเอกลักษณ์ของ Sagano Romantic Train รถไฟสายโรแมนติกนี้เป็นอย่างมาก

ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอันงดงามตลอดสองข้างทางนั้นทำให้รถไฟสายนี้เป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมตลอดทั้งปีที่เราสามารถแวะมาชมความงามได้ตามฤดูที่ต้องการ

Sagano Romantic Train เป็นรถไฟท่องเที่ยวสายคลาสสิกที่ตลอดเส้นทางนั้นรถไฟจะวิ่งเรียบแม่น้ำโฮะซึ ที่ลัดเลาะไปตามหุบเขาซึ่งปกคลุมไปด้วยป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์อย่างสวยงาม

ใช้เวลาเดินทางระหว่างสองสถานีราว 25 นาที ตลอดเส้นทางจะมีสถานีทั้งสิ้น 4 สถานี โดยเราสามารถที่จะเลือกขึ้นหรือลงรถไฟที่สถานีใดก็ได้ สามารถนั่งทั้งไปและกลับก็ได้

รถไฟสายโรแมนติกนี้ค่อนข้างจะเป็นที่นิยมมาก โดยเฉพาะช่วงฤดูท่องเที่ยว จึงมีคนมาใช้บริการมากเป็นพิเศษและรถไฟสายนี้จะมีการจำกัดจำนวนคนในแต่ละเที่ยวด้วย ดังนั้นจึงควรทำการจองตั๋วล่วงหน้า และจะมีตู้ที่เปิดโล่งที่จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

5.สะพานโทเง็ตสึเคียว

สะพานโทเง็ตสึเคียว ถือเป็นจุดถ่ายรูปอีกจุดหนึ่งที่นั่งท่องเที่ยวต้องแวะมาเก็บภาพ

สะพานโทเง็ตสึเคียวเป็นสะพานทอดยาวข้ามแม่น้ำที่ใส วิวสองข้างทางของแม่น้ำจะมีต้นไม้ประดับทอดยาวไปตลอดสาย

เราสามารถเดินเก็บบรรยากาศซึมซับความสวยงามก็ได้ ส่วนทางด้านหลังจะมีภูเขาเติมเต็มความสวยงามของธรรมชาติให้แก่ตัวสะพานโทเง็ตสึเคียว ให้สวยงาม

ยิ่งถ้าใครได้มีโอกาสได้แวะมาในฤดูใบไม้ร่วง ภูเขาทางด้านหลังสะพานจะยิ่งมีสีสันที่สวยงามมากขึ้นไปอีก