ทัวร์ครับพากิน
ทัวร์ครับพาตะลอนกิน ย่านร้านอาหารชื่อดัง รวมทั้งเมนูเด็ดของแต่ละประเทศที่ไม่ควรพลาด
สายชิมห้ามพลาด..!! กับ 5 เมนูเด็ด ‘อาหารฮ่องกง’ ที่ใครได้ลิ้มแล้วเป็นอันต้องอยากบินกลับไปกินซ้ำ
พากิน
สายชิมห้ามพลาด..!! กับ 5 เมนูเด็ด ‘อาหารฮ่องกง’ ที่ใครได้ลิ้มแล้วเป็นอันต้องอยากบินกลับไปกินซ้ำ
ที่เหล่านักชิมทั่วโลกต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันหลังจากได้ลิ้มรสว่า… ต้องบินกลับมากินซ้ำอีกให้ได้ และครั้งนี้ Tourkrub.co จะพาลูกทัวร์ทุกท่านไปแนะนำให้รู้จักกับ 5 เมนูอาหารฮ่องกงจานเด็ด ที่เรากล้าบอกเลยว่า หากคุณต้องการสัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวฮ่องกงแล้วละก็ ยังไงก็ต้องลองชิมให้ได้ซักครั้ง ไม่อย่างนั้นระวังจะคุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง..!! 1. บะหมี่เย็น (Cold Noodles) ปกติแล้วคนไทยอาจจะคุ้นเคยแต่กับบะหมี่ร้อนๆ หรือเส้นก๋วยเตี๋ยว แต่เมนูจานนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์ทานบะหมี่ของคนให้ก้าวข้ามไปอีกขั้น และยังเป็นเมนูที่ขึ้นตราตรึงอยู่ในความทรงจำของนักท่องเที่ยวมากที่สุด หากใครที่สนใจอยากจะลิ้มรสอาหารฮ่องกงเมนูนี้ละก็ เราขอแนะนำให้ไปลองทานกันได้ที่ร้าน Bai Wei Shi Pin เพียงแค่คุณสั่งบะหมี่เย็นที่ถูกแพ็คไว้เป็นถุงๆ จากนั้นก็เลือกท็อปปิ้งที่เราต้องการจะตกแต่งลงไปเพื่อเพิ่มอถรรสในการรับประทาน คลุกเคล้าให้เข้ากันด้วยซอสสูตรเด็ด เพียงแค่นี้คุณก็จะได้ลิ้มรสอาหารฮ่องกงที่เป็นที่นิยมมาที่สุด… และที่สำคัญร้านนี้ยังตั้งอยู่ในย่านมงก๊กอีกด้วย 2. เกี๊ยวกุ้งแบบเต็มปากเต็มคำ เอาใจคนรักกุ้ง ด้วยเมนูแบบกุ้งๆ ที่จะทำให้คุณลืมกุ้งตัวจิ๋วที่วางขายในตลาดบ้านเราไปเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังขึ้นชื่อลือชาของคนไทยหลายคนที่ได้มาสัมผัส ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเมนูอาหารฮ่องกงจานนี้ ถือว่าเป็นเมนูที่ดีที่สุดในความทรงจำของใครหลายๆ คน ลองจินตนาการตามดูว่า… คุณจะได้สัมผัสกับกุ้งที่อวบอ้วนไปด้วยเนื้อแบบเน้นๆ ไม่มีกั๊ก ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับรสชาติดั้งเดิมของชาวเกาะฮ่องกงแบบจัดเต็ม และสำหรับใครที่สนใจเราขอแนะนำให้ไปลิ้มลองเมนูอาหารฮ่องกงจานเด็ดนี้ได้ที่ร้าน Lung Kee ณ จิม ซา จุ่ย ที่ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมติดอันดับต้นๆ ของโลกนั่นเอง 3. ห่านย่างเมนูที่หาทานไม่ได้ในประเทศไทย ปกติเรามักจะคุ้นเคยกันก็แต่หมูหัน หรือเป็ดย่าง แต่ที่ Yung Kee หนึ่งในร้านอาหารชื่อดังยุคบุกเบิกแห่งเส้นถนน Wellington ที่ให้บริการมานานกว่า 75 ปี เขาพร้อมที่จะเสิร์ฟเมนูอาหารฮ่องกงสุดพิเศษ ที่นำห่านทั้งตัวมาย่างให้ลูกทัวร์ของเราได้ลิ้มรสกัน คงจะเป็นความทรงจำที่น่าจดจำอยู่ไม่น้อย ถ้าหากคุณและคนที่คุณรัก ได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานแห่งการสัมผัสรสชาติอันกลมกล่อม ด้วยเนื้อสัมผัสที่ถูกย่างมาให้มีความกรอบนอกนุ่มในอย่างพอดี ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูหรูหรา และการันตีในคุณภาพด้วยมาตรฐานของร้านที่ได้รับรางวัลดาวมิชลินมาแล้ว 4.พุดดิ้งเต้าหู้ฉีกกรอบแห่งเมนูเต้าหู้ที่เราคุ้นเคย นับว่าเป็นเมนูที่ให้ความรู้สึกสับสนแก่นักท่องเที่ยวหลายคนอยู่ไม่น้อย เพราะโดยปกติแล้วเรามักจะคุ้นเคยกับการนำเต้าหู้ไปต้ม หรือผัดซะมากกว่า แต่สำหรับที่ร้าน Kung Wo Dou Ban Chong แห่งย่านซามซุยโป (Sham Shui Po) ที่ๆ ขึ้นชื่อว่าเป็นตำนานแห่งพุดดิ้งเต้าหู้ คุณจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ของอาหารฮ่องกงแบบใหม่ ที่สามารถนำเอาเต้าหู้มาทำพุดดิ้งได้อย่างลงตัว และเต็มไปด้วยสัมผัสที่อ่อนนุ่มละเมียดละไมจนยากที่จะลืมได้ลง 5. เนื้ออกวัวตุ๋นจานเด็ดที่ทุกคนต้องลอง ใครที่เป็นคอเนื้อคงทราบดีอยู่แล้วว่า เนื้อบริเวณส่วนอกของวัว จะเป็นเนื้อส่วนที่มีความเอร็ดอร่อยและนุ่มละมุนมากที่สุด และเมื่อถูกปรุงด้วยเสน่ห์ปลายจวักดั้งเดิมของอาหารฮ่องกง สำหรับใครที่สนใจอยากจะลอง ไปสัมผัสความกลมกล่อมของเนื้ออกวัวตุ๋น ที่ถูกเคี่ยวด้วยซอสสูตรพิเศษจนเปื่อยนุ่ม และเสิร์ฟพร้อมกับบะหมี่ร้อนๆ แล้วละก็ เราขอแนะนำให้ไปสัมผัสเมนูอาหารฮ่องกงจานเด็ดนี้กันได้ที่ร้าน Kau Kee ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Gough แห่งย่านเชิงวาน (Sheung Wan) นั่นเอง โปรแกรมเที่ยวทัวร์ฮ่องกง >> คลิก
รีวิว ห้ามพลาด !! ซูชิหน้าล้น คำโต !! ใครไปโอซาก้าต้องจัด !! ราคาไม่แรงอย่างที่คิด
พากิน
รีวิว ห้ามพลาด !! ซูชิหน้าล้น คำโต !! ใครไปโอซาก้าต้องจัด !! ราคาไม่แรงอย่างที่คิด
หากได้มีโอกาสได้ไปญี่ปุ่น นอกจาก ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ ที่ไม่ควรพลาดแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเมนูซึ่งเป็นเมนูระดับชาติ ของญี่ปุ่น ที่เหมาะสำหรับสาวกปลาดิบ ต้องไม่พลาดร้านนี้ ซูชิหน้าล้น อิ่มจนต้องยอมใจ ราคาก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด และแต่ละสาขาอาจจะไม่เท่ากัน เพราะว่าร้านนี้มีสาขาหลายสาขาทั่วประเทศ ราคาอาจจะขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่ท่องเที่ยว แต่รับรองได้ว่า ความอร่อยที่ได้รับ คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปแน่นอน ไปถึงประเทศญี่ปุ่นจะไม่กินซูชิก็เหมือนจะไปไม่ถึง ที่สำคัญด้วยความที่ซูชิร้านที่จะแนะนำ เป็นซูชิค่อนข้างใหญ่ ทำให้เวลาสั่งอาจจะต้องคิดหนักนิดนึง เพราะถ้าสั่งไปเยอะแล้วกินไม่หมด ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเนอะ สำหรับสาขาที่แอดมินไปมาก็คือสาขา โอซาก้า และ โกเบ ความอร่อยแน่นอนว่าไม่ต่างกันมาก แต่ราคาก็ต่างกันนิดนึง หลายเสียงจะบอกว่าที่โอซาก้า ราคาจะค่อนข้างถูกกว่านิดหน่อย สำหรับการเดินทางไปที่ร้าน Uoshin อยู่แถวย่านอูเมดะนี่เอง ถ้ามาจาก Subway Midosuji Line Umeda Station หรือจาก Hankyu line Umeda Station เดินเพียง 5 นาทีเท่านั้น หากเดินทางจากโกเบร้านจะอยู่ละแวกเดียวกับร้าน steak land ร้านเนื้อย่างชื่อดังของโกเบ จะเป็นย่านถนนคนเดิน ที่ทั้งสองข้างทางเป็นร้านอาหารทั้งหมด จริงๆสามารถเดินตาม Google map ได้ แม้ตัวร้านไม่มีชื่อภาษาอังกฤษให้เห็น พนักงานต้อนรับดีมาก ไม่ต้องห่วงเรื่องภาษา มีพนักงานที่สามาถพูดภาษาอังกฤษได้ เราสามารถนั่งที่เคาเตอร์ และมีแบบเป็นโต๊ะส่วนตัวด้วย แต่แอดมินแนะนำว่าหากมากันเป็นกลุ่มเป็นแก็งค์ ให้นั่งโต๊ะใหญ่ๆจะดีกว่า เพราะซูชิเค้าคำโตม๊ากกกก สั่งมากินที ล้นโต๊ะ !!
รวม 10 อาหารเกาหลีที่ดีที่สุด !! อร่อยต้องบอกต่อ..
พากิน
รวม 10 อาหารเกาหลีที่ดีที่สุด !! อร่อยต้องบอกต่อ..
เกาหลี เป็นอีกหนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งอารยธรรม วัฒนธรรม รวมไปถึงอาหารการกินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนเกิดการแพร่หลายอย่างมากมายในประเทศไทยนั่นเอง แต่ถึงอย่างไร มันก็ไม่สามารถสู้ของแท้แดนกิมจิได้อยู่ดี วันนี้ทัวร์ครับจึงมาเฉลยอาหารเกาหลีแท้ๆกับ 10 อาหารที่ทัวร์เกาหลีพาไปรับกินกันอย่างแน่นอน แต่จะถูกปากแต่ละคนหรือไม่นั้น อันนี้คงขึ้นอยู่กับความชอบ ไปดูกันเลย >//< 1. เมนูบาร์บีคิวไฟหรือบลูโกกิ [ Bulgogi ] เป็นเนื้อหมูสไลด์หมักซอสคันจังและเครื่องปรุงรส ผัดย่างขลุกขลิกบนกะทะพร้อมผักกะหล่ำและเส้นจันทน์ เสริฟพร้อมข้าวสวยร้อนและเครื่องเคียงต่าง ๆหมูที่คลุกกับซอสหวานกล่อมกลม กลายเป็นความอร่อยที่ลงตัว สามารถหาทานได้ตามร้านอาหารทั่วไปในย่านดังของเกาหลี 2. เมนูหมูย่างคาลบี [ Pork KALBI ] อาหารพื้นเมืองเกาหลีปิ้งย่างบนเตาถ่านที่เลื่องชื่อและรู้จักกันดีทั่วโลก มีรสชาติออกหวาน นุ่มและกลมกล่อม นำเนื้อหมูสต็กหรือหมูชิ้นหมักย่างบนเตาถ่านแบบดั้งเดิม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆและตัดเป็นชิ้นพอคำ พร้อมทานเครื่องเคียงต่างๆ เพื่อความสมดุลในการทาน และ น้ำซุปสาหร่ายเพื่อการล้างพิษ กินของอร่อยแบบรักสุขภาพสไตล์เกาหลี 3. เมนูหม้อไฟชาบูเห็ด คล้ายการต้มรวมมิตรสุกี้หม้อไฟ ประกอบไปด้วยเนื้อหมูสไลด์ ผักและเห็ดและวุ้นเส้นเกาหลี เป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตที่เป็นร้านแนะนำในเกาหลี แถมยังเป็นอาหารพื้นเมืองที่มีมาอย่างยาวนานอีกด้วย 4. เมนูโอซัมหรือหมูปลาหมึกย่างบาร์บีคิวหมักสไตล์สมัยใหม่เกาหลี เป็นเมนูประยุกต์ที่ชาวเกาหลีคิดกัน OSAM หรือหมูและปลาหมึกผัดน้ำคลุกคลิกเนื้อหมูและปลาหมึกย่างบาร์บีคิวหมัก นิยมรับประทานเพราะมีรสชาติออกหวานเผ็ดเล็กน้อย โดยการนำบาร์บีคิวหมูปลาหมึกลงในกระทะครึ่งวงกลมพร้อมน้ำซุปปรุงรส อร่อยแบบลงตัวมากๆค่ะ 5. เมนูคิมบับ (ข้าวห่อสาหร่าย) สำหรับคิมบับ ทางเราจะมีพาไปเรียนรู้วิธีการทำ อาหารง่ายๆ ที่คนเกาหลีนิยมรับประทาน คิม แปลว่า สาหร่าย บับ แปลว่า ข้าว จะเป็นแท่งยาวๆ แล้วเค้าก็จะหั่นเป็นชิ้นๆพอดีคำ จิ้มกะซีอิ้วคังจังเกาหลีหรือวาซาบิก็ได้ อร่อยไปอีกแบบ 6. เมนูเปิบพิสดาร-ไก่ตุ๋นโสม อาหารชาววังในสมัยก่อน เชื่อกันว่าบำรุงและเสริมสุขภาพ เสิร์ฟท่านละ 1 ตัว ในหม้อดินร้อน สำหรับเมนูนี้แอดมินชอบมากกก หากเป็นร้านดีดี น้ำซุบร้อนๆ หวานอร่อย กลมกล่อม ซดคล่องคอ แก้ hangover ได้ดีสุดๆ ไก่นุ่ม ฟินเวอร์กันเลยทีเดียว 7. เมนูทัคคาลบี หรือไก่บาร์บีคิวผัดซอสเกาหลี อาหารเลื่องชื่อของเมืองชุนชอน โดยนำไก่บาร์บีคิว มันหวาน ผัดกะหล่ำต้น กระเทียม ต๊อกหรือข้าวปั้น และซอสมาผัดรวมกันบนกระทะแบนดำคลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้าที่ รับประทานกับผัดกาดเกาหลีและเครื่องเคียง 8. เมนูกิมจิ สำหรับเมนูนี้เป็นอีกหนึ่งเมนู ที่ทัวร์ครับเราก็จะมีพาไป KIMCHI SCHOOL หรือ สถาบันสอนทำกิมจิชมวิธีการทำกิมจิ ให้ทุกๆท่านได้สัมผัสกับประสบการณ์การทำกิมจิ ผักดองที่สามารถเก็บไว้ได้นานและเป็นอาหารที่ขึ้นโต๊ะชาวเกาหลีทุกมื้อ ปัจจุบันกิมจิเป็นที่นิยมแพร่หลาย เพราะประกอบด้วยแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในการย่อยอาหารและป้องกันโรค 9. ชาบูชาบู สุกี้สไตล์เกาหลีบนหม้อไฟร้อนๆ ประกอบด้วยหมูสไลด์ และผักสดนานาชนิด เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปร้อนๆ และเส้นอูด้งซึ่งขาดไม่ได้ในการทานชาบูเพราะเป็นไฮไลท์ของชาบูที่เกาหลีเลยล่ะ อากาศหนาวๆกับซุปอุ่น เป็นอะไรที่ลงตัวมากก 10. เมนูบุฟเฟต์ขาปูยักษ์ และเมนูสุดท้ายเป็นเมนูพิเศษ ที่จะมีเฉพาะบางช่วงเท่านั้น นั่นก็คือบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ นั่นเอง เป็นบริการอาหารนานาชาติ บริการพร้อมด้วยเครื่องดื่มต่างๆ ของหวาน,ขนม และผลไม้ เป็นบุฟเฟต์สุดคุ้มในราคาที่น่าคบหา ซึ่งร้านขาปูยักษ์ก็หาไม่ยากค่ะ เพราะส่วนใหญ่ร้านอาหารจะตกแต่งให้เห็นปูยักษ์อย่างชัดเจน เป็นไงบ้างคะสำหรับ 10 อาหารเกาหลียอดนิยมของคนเกาหลี แต่ของดีที่เกาหลียังไม่หมดเท่านี้ค่ะ เพราะยังไม่สถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ อปป้าหล่อๆ ของกินของฝากในย่านช้อปปิ้งอีกมากมาย รับรองเลยว่าหากมีโอกาสมาเยือนเกาหลีสักครั้งละก็จะติดใจจนต้องบินมาอีกแน่นอน ก่อนที่จะบินไปเที่ยวเกาหลี ทัวร์ครับก็ขอมีคำแนะนำดีๆมาให้ได้เตรียมก่อนไปเที่ยวค่ะ สายช้อปห้ามพลาด >> สถานที่ช้อปปิ้งในเกาหลี ไม่ได้มีดีแค่ "เมียงดง"
ทาร์ตไข่สุดปัง ต้องมาเก๊า !
พากิน
ทาร์ตไข่สุดปัง ต้องมาเก๊า !
เมื่อพูดถึง ทาร์ตไข่ ที่ขึ้นชื่อที่สุดในประเทศไทยคงต้องเป็น KFC แต่ถ้าพูดถึงในต่างแดน ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าต้องเป็นที่นี่แน่นอน นั่นก็คือ ประเทศมาเก๊านั่นเอง !! เพราะว่าด้วยความที่มาเก๊านั้น มีประเทศโปรตุเกสเข้ามาปกครองมาเก๊านานกว่า 400 ปี จึงได้รับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรม มาพอสมควร มาผสมกับวัฒนธรรมจีน ร้านขายทาร์ตไข่ชื่อดังที่สุดของมาเก๊า มีทั้งหมด 2 ร้าน ร้านแรก ร้าน Margaret's Café e Nata ตั้งอยู่ในตรอกเล็กๆใกล้กับย่านท่องเที่ยวเซนาโด้สแควร์ขายทาร์ตไข่สูตร Portuguese ใช้แป้งคล้ายพายกรอบๆข้างในจะมีไส้ไข่นุ่มๆ เป็นทาร์ตไข่ที่เรียกได้ว่า ถ้าได้ลอง เรารับรองว่าคุณจะฟิน โดยเฉพาะถ้าทานทันทีขณะที่ยังร้อนๆอยู่ จะกรอบนอกนุ่มใน หอมหวานกำลังดี ร้านนี้คนจะแน่นตลอดวัน ร้านที่ 2 ร้านทาร์ตไข่ Lord Stow's Bakery ตั้งอยู่ที่เกาะโคโลอาน ในหมู่บ้านโคโลอาน ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเล ต่อมาก็เริ่มขยับขยายมาเป็นร้านแบบคาเฟ่ ให้มีที่นั่งกินกัน ที่สำคัญยังมีสาขาอยู่ที่ต่างประเทศอีก 3 สาขาด้วย ร้านนี้มีทีเด็ดอยู่ที่ “หน้าไหม้ ไข่ตึง” ซึ่งตัวแป้งทาร์ตจะเป็นชั้นๆ กรอบ หอม ชุ่มเนย ไส้ด้านในเป็นไข่ เนื้อนุ่มแน่นหอม หวานกำลังดี ด้านบนเป็นน้ำตาลไหม้ และของแท้ต้องมีผงซินนามอนโรยหน้าเพิ่มความหอมยั่วน้ำลาย ซึ่งทั้งสองร้านนี้ จะมีรสชาติที่คล้ายกันมากๆ เพราะว่าต้นกำเนิดมาจากที่เดียวกัน จึงทำให้ทั้งสองร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยเหมือนๆกันอีกด้วย หากใครอยากกินทาร์ตไข่ให้อร่อยที่สุด ก็ต้องแนะนำว่าให้มากินที่ร้านเลย หรือกินหลังจากซื้อมาแล้วไม่เกิน 6 ชั่วโมง เพราะแป้งทาร์ตจะยังกรอบอร่อยอยู่ ยิ่งได้กินตอนอุ่นๆ เพิ่งออกจากเตามาใหม่ๆ ก็จะยิ่งฟินมากขึ้น ซึ่งถ้าหากว่าจะซื้อกลับบ้านมาเป็นของฝาก ก็สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้อีก 3 วัน ซึ่งสามารถกินแบบเย็นๆก็ได้ ได้รสชาติไปอีกแบบ หรือจะนำมาอุ่นกินก็จะได้รสชาติที่คล้ายๆ (แต่ไม่อร่อยเท่านะ แป้งจะเหนียวหน่อยๆ) กับตอนออกจากเตาเลยทีเดียว
ไปแล้วห้ามพลาด ! ตะลุยกินอาหารขึ้นชื่อของแต่ละประเทศ
พากิน
ไปแล้วห้ามพลาด ! ตะลุยกินอาหารขึ้นชื่อของแต่ละประเทศ
1.ญี่ปุ่น ซาชิมิ & ราเมง ชื่อนี้คงไม่มีคนไหนไม่รู้จักและไม่เคยกินแน่นอน เพราะว่าร้านอาหารญี่ปุ่นที่มาอยู่ในไทยนั้นเยอะมากๆ และคนไทยก็ล้วนให้ความนิยมกับการกินอาหารญี่ปุ่นมากอีกด้วย แต่เดี๋ยวก่อนไม่ใช่ว่าราเมงกินที่ไทยก็อร่อยแบบญี่ปุ่นนะคะ เพราะรสชาตินั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ด้วยคุณภาพของเส้นและน้ำซุปในราเมงนั้นชาวญี่ปุ่นจะเน้นมาก ทั้งขั้นตอนและใช้วัตถุดิบ แน่นด้วยความพิถีพิถัน ซึ่งร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยบางร้านก็ปรับสูตรบ้าง ปรับรสชาติให้เหมาะกับคนไทยบ้าง ส่วนซาชิมินั้นเน้นความสดจากทะเลมากกกก ก.ไก่ล้านตัว เพราะญี่ปุ่นเค้าใช้วัตถุดิบจากทะเลวันต่อวันให้ได้ลิ้มลองกันแบบสดถึงใจ ถ้าใครอยากลองกินให้ถึงรสชาติของซาชิมิและราเมงแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่นแล้วละก็แนะนำให้ซื้อทัวร์หรือตั๋วเครื่องบิน โกทูแจแปน!เลยค่ะ รับรองว่าคุ้มแน่นอน 2.เกาหลี กิมจิ , พิบิมบับ , ต็อกบกกี และ โอเด้ง ทั้งหมดทั้งมวนนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดอย่างมาก เพราะนี่คือสิ่งที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิตคนเกาหลีในแบบฉบับง่ายๆ กับอาหารข้างทางที่หากินได้ง่ายและมีขายทุกย่าน เรียกได้ว่าเป็น Street Food ที่สุดฟินเลยทีเดียว ปล.กิมจิและพิบิมบับของแท้ในเกาหลีนั้นไม่เหมือนกับที่เคยกินในไทยเรานะคะ บอกเลยว่ารสชาติความอร่อยมาเต็มมาก ไม่เชื่อต้องไปลองสักครั้งแล้วจะติดใจ 3.จีน กลายเป็นอาหารนานาชาติที่ทุกคนนิยมไปแล้วอย่างเป็ดปักกิ่ง เป็ดย่างเป็นอาหารชื่อดังของปักกิ่ง หรือที่คุ้นหูกันในชื่อว่า เป็ดปักกิ่ง นั่นเอง หนังเป็ดกรอบๆ เนื้อเป็ดนุ่มๆ กินกับน้ำซอสรสชาติเข้มข้น อร่อยแบบกินเท่าไหร่ก็ไม่เลี่ยน เป็ดปักกิ่งเป็นอาหารจานพิเศษของจีนและเป็นที่ขึ้นชื่อและสร้างชื่อเสียงโด่งดัง จนกลายเป็นตำนาน เป็ดปักกิ่ง อันลือชื่อจนถึงปัจจุบัน 4.ไต้หวัน ไต้หวัน หนึ่งในสถานที่ยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวนั้นหลั่งไหลไปเที่ยวกันเยอะมากๆ เสน่ห์อย่างหนึ่งของไต้หวันนั้นหนีไม่พ้น Street Food เพราะมีอาหารการกินให้เลือกทาน เยอะมากๆ และมีให้ทานตลอดทั้งคืน และเมนูสุดฮอตของไต้หวันนั้นก็คือ ชานมไต้หวัน ชานมไข่มุกต้นตำหรับออริจินอลแท้ๆ ใครที่ไปถึงไต้หวันแล้ว ต้องไปโดนให้ได้นะคะ 5.เวียดนาม แหนมเนือง , เปาะเปี๊ยะเวียดนาม 2 เมนูของเวียดนามที่เลื่องชื่อ แต่ยังมีอีกเมนูหนึ่งที่อยากให้ไปโดนกันที่เวียดนาม นั่นคือ เฝอ(Pho) ลักษณะของเฝอจะคล้ายๆก๋วยเตี๋ยวของไทยนี่แหละจ้า แต่ต่างกันที่เส้น น้ำซุป และเครื่องเคียง หรืออาจจะคุ้นหูในชื่อว่า กวยจั๊บเวียดนามหรือญวน นั่นเอง 6.พม่า โมฮิงกา ขนมจีนพม่า ชาวพม่านิยมกินกับน้ำยาปลาซึ่งเป็นอาหารประจำชาติของพม่า สามารถหารับประทานได้ทั่วประเทศ นิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า ในเมืองย่างกุ้งจะมีแผงขายโมฮิงกาอยู่ทั่วไป แต่หน้าร้านอาหารที่ขายโมฮิงกาโดยเฉพาะเลยมีไม่ค่อยมาก ส่วนใหญ่จะขายตามแผงมากกว่า 7.ฝรั่งเศส ฟัวกราส์ เป็นตับห่านหรือเป็ดที่ถูกเลี้ยงให้อ้วนจนตับมีขนาดใหญ่กว่าตับธรรมดาหลายเท่า มีลักษณะนุ่มมันและมีรสชาติอร่อยแทบละลายในปาก ฟัวกราส์นิยมใช้ตกแต่งหรือประดับอยู่บนซุป สลัด ซูชิ หรือแม้แต่วางบนหน้าเนื้ออบสุกเพื่อให้มีรสหอมมัน แต่ถ้าจะให้ชิมกินกันฉ่ำๆ ก็ต้องสั่ง Pan-Seared Foie Gras with Wild Berries Sauce ความมันฉ่ำเยิ้มของตับที่ผิวนอกไหม้นิด ๆ อวบอิ่มด้วยมันนุ่ม ๆ ที่อยู่เนื้อในตัดรสกับซอสเบอร์รี่เปรี้ยวหวานฉ่ำนั้นเป็นจานที่ประทับใจ จนมีอยู่ในเมนูหรูประจำของร้านอาหารฝรั่งเศสเกือบทั่วโลก 8.เยอรมัน ขาหมูเยอรมัน อาหารขึ้นชื่อที่ใครไปเยอรมันก็ต้องลิ้มลอง ทำโดยเอาขาหมูไปต้มจนสุก ผึ่งแดดให้แห้งแล้วเอาไปทอดจนเหลืองกรอบ กินกับเครื่องเคียงอย่างมันฝรั่งบด มันย่าง หอมใหญ่ สัปปะรด พริกหยวก ผักกะหล่ำดอง เมนูขาหมูในเยอรมันนั้นถือว่าเป็นอาหารจานเดียวนะจ้ะ อย่าเผลอสั่งมากินรวมกันล่ะ จานใครจานมัน รับรองว่าอิ่มจุใจเลยทีเดียว 9.อิตาลี เมื่อนึกถึงอิตาลี อาหารของที่นั่นก็คงหนีไม่พ้น ลาซานญ่า อาหารสุดคลาสสิคของประเทศอิตาลี ลาซานญ่าเป็นส่วนผสมของเนื้อ แฮม ชีส และเนย มีคำกล่าวว่ารสชาติของลาซาญญ่านั้นสะท้อนถึงบุคคลิกของผู้ที่ทำได้ดีที่สุด และลาซาญญ่าที่ดีที่สุดคือลาซาญญ่าที่เป็น Home-made ซึ่งมีส่วนผสมของเนื้อ, ไส้กรอก, Ricotta, ชีส Mozzarella และ Parmesean ไม่แปลกที่ใครกลับมาจากอิตาลีแล้วน้ำหนักจะขึ้นซักโลสองโล 10.อินเดีย จาปาตี กุหลาบจามูน จาปาตีเป็นแป้งแผ่นแบนที่ทำจากข้าวสาลี เป็นอาหารหลักที่รับประทานกับกับข้าวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นแกงถั่ว แกงเผ็ด ผัดผัก คนทางเหนือของอินเดียนิยมรับประทานกัน แต่ทางใต้กลับนิยมทานข้าวเป็นหลักมากกว่า อีกอย่างหนึ่งคือกุหลาบจามูน ขนมนี้ทำจากแป้งผสมนม ปั้นกลมๆ ทอดในเนยกี จากนั้นทำน้ำเชื่อมโดยใส่ลูกกระวานและน้ำดอกไม้เทศ พอน้ำเชื่อมอุ่นก็เทใส่กุหลาบจามุนที่ทอดไว้แล้ว เวลากินแนะนำว่าต้องกินคู่กับน้ำชา เพราะขนมชนิดนี้มีรสชาติหวานมาก ต้องค่อยๆ ลองชิมลองกินทีละน้อยๆนะคะ เดี๋ยวเบาหวานขึ้น 11.สิงคโปร์ ข้าวมันไก่ เอ๊ะชื่อนี้มันคุ้นๆ ข้าวมันไก่แบบสิงคโปร์เป็นอาหารสิงคโปรที่ได้รับความนิยมมากและเป็นหนึ่งในอาหารประจำชาติของสิงคโปร์อีกด้วย ทั้งข้าวมันหอมๆ เนื้อไก่นุ่มๆ ที่เข้ากันกับน้ำซุปและน้ำจิ้มสูตรแท้ๆต้นตำหรับของสิงคโปร์ ความเข้มข้นและรสชาติความอร่อยแตกต่างกับข้าวมันไก่ในไทยอย่างสิ้นเชิง อีกเมนูหนึ่งที่แนำให้ไปลองนั่นคือ ปูผัดพริก เมนูปูผัดพริกโดยใช้ปูทั้งตัวขนาดใหญ่นำลงไปผัดปรุงกับซอสสูตรพิเศษ บอกเลยว่าอร่อยแปลกแหวกแนวไม่มีใครเหมือนแน่นอนจ้า
ผลไม้ญี่ปุ่นหวานแบบเลือกได้......เลือกยังไงต้องดู
พากิน
ผลไม้ญี่ปุ่นหวานแบบเลือกได้......เลือกยังไงต้องดู
วันนี้เรามีทริคเล็กๆน้อยมาฝาก เกี่ยวกับทริคการเลือกผลไม้ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ญี่ปุ่น แน่นอนไปซักครั้งก็ต้องอยากลองทานผลไม้ญี่ปุ่นให้ฉ่ำปอด แต่เชื่อว่าใครหลายๆคนมีปัญหาแน่นอนเวลาไปเลือกซื้อผลไม้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ญี่ปุ่น หลายๆคนคงไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ว่าผลไม้จะหวานมั๊ย บางคนก็เลือกไม่เป็น ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปค่ะ เพราะซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ญี่ปุ่นเค้าจำแนกปริมาณความหวาน ของผลไม้แต่ละชนิดเอาไว้ด้วย เป็นตัวเลขชี้วัดระดับรสชาติความหวานของผลไม้ หากใครเคยเข้าไปซื้อผลไม้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง PEACOCK, SEIYU, AEON ฯลฯ ถ้าสังเกตให้ดีๆ จะเห็นว่าบริเวณชั้นวางผลไม้จะมีตัวเลขกำกับเอาไว้ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขของราคาสินค้า มันคือ ตัวเลขที่บอกว่าผลไม้แต่ละชนิดที่วางจำหน่ายบนชั้นวางนั้นมีระดับความหวานอยู่ที่ระดับไหน ให้ผู้บริโภคเป็นคนตัดสินใจเลือกซื้อผลไม้นั้นเอง และง่ายต่อการดูปริมาณน้ำตาล (ความหวาน) ที่แฝงมาในผลไม้อีกด้วย ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อง่ายอีกด้วย ที่มาของตัวเลขนั้นเค้าจะมีวิธีการในการวัดจากการนำน้ำของผลไม้มาตรวจวัดด้วยเครื่องทดสอบปริมาณน้ำตาล ซึ่งจะให้ค่าตัวเลขออกมาเป็น ปริมาณน้ำตาลมีกี่ % ก็คือความหวานของผลไม้ชนิดนั้นๆ นั่นเอง เอาไว้ให้แล้วเหมือนที่ในซูเปอร์ฯ ที่เค้ามีป้ายหมายเลข ความหวาน กำกับไว้ ให้เราเข้าใจง่ายๆ ตัวเลขมากหวานมาก ตัวเลขน้อยหวานน้อย ทีนี้หมายเลข 10 คือ รสชาติปกติหมายเลข 11 คือ รสชาติหวานหมายเลข 12 คือ รสชาติหวานมากหมายเลข 13 ขึ้นไป คือ รสชาติหวานมากที่สุด บอกเลยว่าญี่ปุ่นเค้าใส่ใจทุกเรื่องจริงๆ ใครที่ไปเที่ยวก็อย่าลืมไปลองดูกันนะคะเอาให้น้ำตาลขึ้นกันเลย การเลือกผลไม้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เห็นตัวเลขพวกนี้ก็ร้องอ๋อได้เลย “ตัวเลขมาก หวานมาก” ขอบคุณข้อมูลดีๆและภาพสวยๆจาก: สาวแซ่บไซตามะ เว็บไซต์japantourlist สนใจโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น >> คลิกเลย
กินแหลก..ตัวแตกที่โตเกียว !! 9  ร้านอาหารห้ามพลาด ณ กรุงโตเกียว
พากิน
กินแหลก..ตัวแตกที่โตเกียว !! 9 ร้านอาหารห้ามพลาด ณ กรุงโตเกียว
ตะลุยกินแหลกกับสุดยอด 9 ร้านอาหารดัง ณ กรุงโตเกียวในประเทศญี่ปุ่น อร่อยจนต้องบอกต่อ ! วันนี้ทัวร์ครับมีสิ่งดีๆมาบอกต่อ ถ้าพูดถึงประเทศญี่ปุ่นนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมนั่นก็คือ ร้านอาหารและของกิน ของญี่ปุ่นนั่นเองจ้า ได้ไปไกลถึงประเทศญี่ปุ่นแล้วต้องใช้เงินใช้เวลาให้คุ้ม !! นี่เลย เราขอแนะนำ 9 ร้านดังในกรุงโตเกียวที่ประเทศญี่ปุ่น ที่เรียกได้ว่าถ้าไปแล้วไม่ได้กินถือว่าไปไม่ถึงเลยล่ะ ไปดูกันเลย ว่ามีร้านอะไรกันบ้าง .. 1. YOSUKE NO UDON ร้านอูด้งสุดอร่อย delicious-japan ร้าน YOSUKE NO UDON ร้านอูด้งสุดอร่อย ปกติแล้วเส้นอูด้งในเมืองไทยจะมีแต่เส้นใหญ่และค่อนข้างหนา แต่ถ้ามาลองเส้นอูด้งถึงประเทศญี่ปุ่นมาทั้งทีก็ต้องลองเส้นอูด้งแบบ Inaniwa กันดูซักหน่อย เพราะความอร่อยของเส้น Inaniwa จะอยู่ตรงที่เส้นบางเฉียบ เส้นเรียวเล็ก เวลารับกินจะรู้ได้ถึงเส้นที่มีความนุ่มลื่น ละลายในปากกันเลยทีเดียว แค่อ่านยังฟินขนาดนี้ เจอของจริงจะขนาดไหน ! pinterest ถ้ามาร้านนี้เราแนะนำให้ลองลิ้มรสของ "อูด้งเย็น" เพราะจะได้สัมผัสของเส้นที่เหนียวนุ่มได้ดีกว่าเมนูไหนๆ อีกเมนูที่อยากให้ลอง นั่นคือ Tempura Udon เนื้อแน่นแป้งกรอบแสนอร่อย ซึ่งเทมปุระของร้านนี้เวลาเสิร์ฟ ทางร้านจะแยกเส้นและตัวเทมปุระเพื่อให้คงความกรอบอร่อยไว้ได้อย่างเดิม รับประกันความกรอบได้เลย 2. QU’IL FAIT BON ร้านขนมญี่ปุ่นสไตล์ฝรั่งเศส powermegpixnet เป็นอีกหนึ่งร้านในญี่ปุ่นที่ทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นนิยมไปกิน นั่นก็คือร้าน Qu’il fait bon ร้านขนมหวานญี่ปุ่นสไตล์ฝรั่งเศสในย่าน Ginza ขึ้นชื่อมากในเรื่อง ทาร์ตผลไม้ ฮั่นแนะ ทาร์ตที่นี่ไม่ใช่ทาร์ตอันเล็กนะฮะ มันใหญ่เท่าเค้ก 1 ปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งทางร้านมีให้เลือกชิมกันอย่างจุใจหลายแบบ โดยเฉพาะเมนูสตอเบอร์รี่ที่ทางร้านเลือกใช้แต่วัตถุดิบที่มีคุณภาพ สตอเบอรี่สดๆจากสวน เน้นความอร่อยแบบเต็มรสชาติผลไม้ ningalingworld สำหรับคนที่ไม่ชอบรับประทานขนมที่มีรสชาติหวานมาก ต้องลองนี่เลย ‘ทาร์ตสตอเบอร์รี่ขาว’ เพราะเจ้าทาร์ตถาดนี้รสชาติไม่หวานจนเกินไปหรือพูดง่ายๆคือหวานน้อยกว่านั่นเอง เหมาะสำหรับคนกลัวอ้วน แต่ถ้าหากใครชอบกินของหวานอยู่แล้วก็ต้อง ‘ทาร์ตสตอเบอร์รี่สีแดง’ หรือถ้าไม่ชอบกินสตอเบอรี่ ทางร้านก็มีผลไม้ชนิดอื่นให้เลือกมากมายหลายแบบ 3. KATSUZEN สุดยอดทงคัตสึของญี่ปุ่น ginzadelunch Katsuzen เป็นร้านที่มีขายแค่เฉพาะเมนูทงคัตสึอย่างเดียวเท่านั้น แต่ว่ามันไม่ใช่ธรรมดาเพราะว่าทงคัตสึของร้าน katsuzen เป็นทงคัตสึที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ โดยทางร้านเน้นการคัดเลือกวัตถุดิบมาจากภูมิภาคต่างๆของญี่ปุ่นที่คัดสรรเนื้อหมูมาอย่างดี ก่อนที่จะนำมาชุบแป้งสูตรพิเศษของร้าน เพื่อให้ได้ทงคัตสึแป้งบางกรอบนอกนุ่มในและทางร้านนั้นได้ใช้เนื้อชิ้นใหญ่ในการทำทงคัตสึ เพื่อให้ได้สัมผัสถึงเนื้อหมูได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ถ้าใครชอบกินทงคัตสึก็สั่งเลยเพราะของเขาอร่อยขั้นเทพจริงๆนะ 4. SUSHIKO-HONTEN ซูชิเจ้าดังในกรุงโตเกียว tokyoing ร้านซูชิที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว จุดเด่นของร้าน SUSHIKO-HONTEN ก็คือการเสิร์ฟซูชิทีละคำ เพื่อความอร่อยสมบูรณ์แบบ โดยเชฟของทางร้านจะเป็นคนเลือกเมนูให้เองและแต่ละเมนูได้เลือกมานั้นจะแตกต่างกันออกไปเพราะมีการเลือกที่จะใช้ของสดใหม่ รวมไปถึงวัตถุดิบตามฤดูกาลที่ดีที่สุดเท่านั้น ถือว่าก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่ควรได้ไปลิ้มลอง เพราะวิธีการนำเสนอซูชินั้นจะทำให้เราได้กินซูชิในแบบที่อร่อยที่สุดเลยก็ว่าได้ ถ้าใครได้ไปเยือนญี่ปุ่น ไม่ได้ไปลิ้มลอง ถือว่าพลาดมากๆนะ 5. YELO น้ำแข็งไสเกร็ดนุ่มละลายในปาก sweetstokyo ร้าน Yeloกันก่อนได้แต่บอกไว้ก่อนเลยว่าโดยปกติคนญี่ปุ่นจะชอบรับประทานน้ำแข็งไสในเฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้น แต่ถ้าหากมาที่ร้าน Yello จะได้ลิ้มรสความอร่อยของน้ำแข็งไสไปทั้งปี แม้ว่าอากาศจะหนาวขนาดไหนร้านนี้ก็ยังคงเปิดขายอยู่ตลอด ซึ่งแน่นอนว่าเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเราเป็นที่สุด อิอิ miner8 ด้วยรสชาติน้ำแข็งไส ที่ทางร้านมีให้เลือกหลากหลายรวมไปถึงเกล็ดน้ำแข็งที่นุ่มจนละลายในปาก อีกทั้งทางร้านก็มีรสชาติหลากหลายให้เราได้เลือก ยังไม่หมดแค่นี้ ยังมีท็อปปิ้งให้เลือกใส่อีกมากมาย และที่สำคัญไม่หวานจนเกินไปอีกด้วย 6. KANDA YABUSOBA โซบะเหนียว นุ่ม หนึบ farinakingsley ร้านโซบะสุดอร่อยและมีชื่อเสียงมายาวนาน มีลูกค้าวนเวียนเข้า-ออกกันอย่างแน่นร้านอยู่เป็นประจำ ตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงร้านปิด ร้านนี้จะทำโซบะออกมาในสไตล์เกียวโตที่มาขายในโตเกียว (งงละสิ) ซึ่งความเด็ดอยู่ที่เส้นซึ่งมีความเหนียวนุ่ม หนึบ และละลายในปาก ส่วนน้ำซุปจะเข้มข้นเป็นพิเศษ เมื่อรับประทานเส้นหมดแล้วทางร้านก็จะมีน้ำซุปใสมาเพิ่มให้อีก เพื่อละลายความเข้มข้นและซดตามไปอีกครั้ง ก็จะได้ความอร่อยและรสชาติในแบบดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่นแท้จริง 7. HIGASHIYA แหล่งขนมหวานในสไตล์ญี่ปุ่น damanwoo ร้าน Higashiya ซึ่งร้านแห่งนี้เต็มไปขนมหวานประเทศญี่ปุ่นมากมายหลากหลายชนิด ซึ่งแต่ละตัวก็ล้วนดึงดูดให้เราลองชิมแทบทั้งนั้น อย่างเช่น Rice Candy, Pumpkin with Cream Cheese, Sweet Potato Paste เป็นต้น เวลาเสิร์ฟจะมาเป็นปิ่นโตไม้ รับประทานคู่กับชาร้อนในรูปแบบของ Tea Set ซึ่งสามารถเข้ากันได้อย่างลงตัว higashiya นอกจากความอร่อยของขนมและชาของที่นี่แล้ว ดีไซน์ของร้านยังตอบโจทย์สำหรับคนที่ชื่นชอบบรรยากาศญี่ปุ่นในแบบดั้งเดิมเป็นอย่างมาก เพราะตัวร้านจะถูกตกแต่งด้วยไม้ ให้ความรู้สึกอบอุ่น เท่ และเรียบหรูในเวลาเดียวกัน แต่ก็ยังคงความเรียบง่ายในสไตล์ของ WabiSabi ได้เป็นอย่างดี 8. CREME DE LA CREME ชูครีมอันโด่งดัง ร้านขนมที่โด่งดังมากในเมืองเกียวโตจนต้องขยายสาขามาที่โตเกียวกันเลยทีเดียว ร้านนี้อยู่ใกล้กับ ย่าน Roppongi ตัวที่ขายดีที่สุดและเป็นตัวท็อปของร้านก็คือ " ชูครีม " ที่มีแป้งบางกรอบอัดแน่นไปด้วยไส้คัสตาร์ดหวานหอมแสนอร่อย รวมไปถึงขนมอีกอย่างที่อยากจะแนะนำก็คือขนมที่มีลักษณะคล้ายกับ ครีมบูเล่ แต่ด้านนอกเป็นแป้งพายบางสอดไส้ด้วยครีมคัสตาร์ด จริงๆ อยากจะบอกว่าขนมร้านนี้อร่อยแทบทุกอย่าง ไม่ใช่แค่ชูครีมอย่างเดียว ดังนั้นเราควรแวะมาลองชิมกันให้ครบทุกเมนูนะจ้ะ โอ้ยๆ อ่านไปเช็ดน้ำลายไป ต้องไปกินให้ได้นะทุกคน !! บอกเลยว่าฟินแน่นอน 9. THE DEN JIMBOCHO ความแปลกใหม่ได้อารมณ์ญี่ปุ่นของแท้ eloquenttimes omnomnomad The Den Jimbocho เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นเรื่องการเสิร์ฟแบบไคเซกิสไตล์โมเดิร์น อีกทั้งยังมีอาหารที่แปลกใหม่ น่าตื่นตาตื่นใจ และมีคาแรกเตอร์เป็นตัวของตัวเอง tomostyle เมนูที่แนะนำในร้านนี้เลยก็คือ ‘Dentucky’ ไก่ทอดที่ธรรมดาแต่รสชาติไม่ธรรมดา มาพร้อมกับกล่องแพ็คเกจที่ข้างในมีลูกเจี๊ยบของเล่นแถมมาให้ และยังมีเมนูอื่นๆ อีกมากมายหลายอย่างที่ร้านได้ตั้งใจคิดค้นมาเพื่อให้ลูกค้าประทับใจทั้งในด้านของรสชาติและความสร้างสรรค์ ที่สำคัญคือต้องโทรไปจองก่อน เพราะว่าทางร้านจะรับเฉพาะผู้ที่จองล่วงหน้าเท่านั้นน๊าาาา รีบไปเลยด่วนๆ เห็นแบบนี้แล้ว ใครที่อยากไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเพื่อลองชิมอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆ แต่ไม่อยากเดินทางด้วยตัวเองก็สามารถหาสนใจโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นไปเที่ยวได้เลย Let's go! ขอบคุณบทความจาก happ-it
สุดยอด! 10 เมนูอาหารญี่ปุ่นยอดนิยม ไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วต้องโดน
พากิน
ญี่ปุ่น
สุดยอด! 10 เมนูอาหารญี่ปุ่นยอดนิยม ไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วต้องโดน
อาารญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าใครก็ตามเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วก็อยากจะกินอาหารต้นตำรับ ซึ่งญี่ปุ่นมีเมนูอาหารอร่อยๆ มากมายที่นักท่องเที่ยวไทยชอบมาก และครั้งนี้ ทัวร์ครับ ก็ได้รวมเมนูอาหารจากแดนปลาดิบ เมนูยอดนิยมของชาวญี่ปุ่นมาให้แล้วตามไปกินให้อร่อยถึงที่ญี่ปุ่น ซื้อทัวร์ญี่ปุ่น กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) >>https://tourkrub.co/japan-tour 10 เมนูอาหารญี่ปุ่น 1. อาหารญี่ปุ่น-ซูชิ (Sushi) Cr :easy-sushi83.com ซูชิ หรือ ข้าวปั้น อาหารยอดฮิตตลอดการสำหรับนักชิมชาวไทย ซูชิ เป็น 1 ในเมนูยอดนิยมที่สุดของอาหารญี่ปุ่นซึ่งเป็นอาหารประจำชาติของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ หากใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้วจะรู้ได้เลยว่า เป็นเมนูที่หากินได้ง่ายมากๆ ไม่ว่าจะเป็นตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป หรือร้านหรูหรา ในโรงแรม 5 ดาวก็มีเมนูซูชิให้เลือกอร่อยเช่นกัน ซึ่งจะมีหน้าต่างๆ มากมาย และเนื่องจากซูชิมีการพัฒนาจากเชฟในยุคต่างๆ มาโดยตลอด ทำให้มีความอร่อยและหลากหลายมากขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยยุคเฮอัน 2. อาหารญี่ปุ่น - ราเมน (Ramen) Cr : www.reddit.com ราเมนเป็นหนึ่งในอาหารที่นิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น ราเมนถือว่าเป็นอาหารจานด่วนที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน เราจึงสามารถเห็นร้านราเมนที่ประเทศญี่ปุ่นอยู่บ่อยๆ โดยแต่ละแห่งจะมีสูตรน้ำซุปประจำร้านเป็นของตัวเอง ซึ่งการทำราเมนให้อร่อยกลมกล่อมนั้นต้องใช้เวลาในการเคี่ยวน้ำซุปจากกระดูกเป็นชั่วโมงๆ บางสูตรใช้เวลาในการเคี่ยวกว่า 8 ชม. เลยทีเดียว บ่งบอกได้ถึงความพิถีพิถันและความเอาใจใส่ของเชฟชาวญี่ปุ่น 3. อาหารญี่ปุ่น - อูนางิ (Unagi) Cr : us.jnto.go.jp อูนางิ หรือ ปลาไหลญี่ปุ่น มีลำตัวยาวประมาณ 1 เมตร ตากลมโต ผิวเคลือบด้วยเมือก มีลำตัวสีดำ ช่วงท้องมีขาว ในสมัยเอโดะปลาไหลถูกจับได้เป็นจำนวนมากเพราะการบุกเบิกที่ดินริมชายฝั่งอ่าวเอโดะ (อ่าวโตเกียว) จึงทำให้ปลาไหลเป็นอาหารยอดนิยมตั้งแต่สมัยนั้น ซึ่งในสมัยนั้น นิยมนำปลาไหลมาหั่นเป็นท่อนแล้วเสียบไม้ย่างโดยไม่ปรุงรสใดๆ ต่อมาได้มีการปรุงรสเพิ่มโดยซีอิ้วดำหรือโชยุแบบเข้มข้น และมีการประยุกต์ปรุงแต่งรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้นจนถึงปัจจุบันนี้ 4. อาหารญี่ปุ่น - เทมปุระ (Tempura) Cr :senhorcabo.com เทมปุระ คืออาหารประเภทที่ชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะใช้กุ้งเป็นหลัก และมีผักหลากหลายชนิดมาชุบแป้งทอดเป็นเครื่องเคียง ทานคู่กับซอสเทนทสึยุ (ซอสเทมปุระ) ที่มีขิงขูดละเอียดโรยอยู่ หรือใช้หัวไชเท้าขูดโรย จะทำให้ความอร่อยเพิ่มยิ่งขึ้น 5. อาหารญี่ปุ่น - ไคเซกิ (Kaiseki) Cr : savorjapan.com อาหารแบบไคเซกิ คือ อาหารรูปแบบหนึ่งในญี่ปุ่น ที่มีความประณีตและความพิถีพิถันของการเตรียมอาหารและการตกแต่งให้สวยงาม ซึ่งสิ่งสำคัญที่ของไคเซกิ คือ การใส่อารมณ์ ความรู้สึกถึงฤดูกาลของแต่ละฤดู และการดึงรสธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาได้ เช่น ใช้ทะเคโนะโขะ ในฤดูใบไม้ผลิ, เห็ดมัตสึทะเกะในฤดูใบไม้ร่วง และคัตสึโอะ ในฤดูร้อน อาหารร้อนจะเสิร์ฟในตอนที่ยังร้อน ส่วนอาหารเย็นจะเสิร์ฟในจานที่แช่เย็นไว้ 6. อาหารญี่ปุ่น - โซบะ (Soba) Cr : japanesecooking101.com แม้จะเป็นเมนูเส้นเหมือนกับราเมงแต่โซบะนั้นมีวัตถุดิบและวิธีการทำไม่เหมือนราเมนค่ะ โดยเส้นโซบะนั้นทำมาจากแป้งบักวีต จึงทำให้เส้นมีสีน้ำตาล นุ่มแต่ไม่เหนียว แน่นอนว่าเมนูโซบะนั้นก็เป็นอีกเมนูขึ้นชื่อของอาหารญี่ปุ่น แต่ถ้าจะให้พูดถึงความอร่อยนั้นก็คงต้องบอกว่าอร่อยไม่แพ้กันเลยทีเดียว มักนิยมทานคู่กับซอส เรียกว่าโซบะเย็น หรือจะทานแบบร้อนก็อร่อยไม่แพ้กัน 7. อาหารญี่ปุ่น - ชาบู (Shabu) Cr : wagyubeefsingapore.com ชาบู เป็นหนึ่งในอาหารญี่ปุ่นประเภทหม้อไฟ คล้ายกับสุกี้ยากี้ ที่มีส่วนผสมของ ผัก เนื้อหั่นบางๆ ลูกชิ้น และอาหารทะเล ปรุงรสโดยการนำเอาส่วนผสมต่างๆใส่ลงไปในหม้อ และปล่อยทิ้งไว้สักพัก จากนั้นนำเอาส่วนผสมต่างๆ อย่าง บะหมี่ เต้าหู้ ลงไปลวกแล้วรับประทานพร้อมกับซอสชาบูรสชาติเข้มข้นถึงใจ! 8. อาหารญี่ปุ่น - โอโคโนมิยากิ (Okonomiyaki) Cr : menu-tokyo.jp โอโคโนมิยากิ เป็นอาหารที่มีการทำโดยการวางส่วนผสมลงบนแป้งสาลีที่ปลุกสุกบนเท็ปปัง (แผ่นโลหะ) พร้อมซอสสูตรพิเศษราดด้านบนที่จะช่วยเพิ่มรสชาติของโอโคโนมิยากิให้อร่อยยิ่งขึ้น ซึ่งแหล่งต้นกำเนิดโอโคโนมิยากิก็คือภูมิภาคคันไซ ดังนั้นหากใครที่มีโอกาสได้ไปเยือนคันไซ อย่าง โอซาก้า ถือได้ว่าโอโคโนมิยากินั้นเป็นสุดยอดเมนูอาหารญี่ปุ่นขึ้นชื่อของโอซาก้าเลยล่ะค่ะ 9.อาหารญี่ปุ่น - ทงคัตสึ (Tonkatsu) Cr : delmonte.ph อีกเมนูอาหารญี่ปุ่นยอดฮิต ที่พลาดไม่ได้ก็คือ ทงคัตสึ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะใช้หมูเนื้อสันในการทำ นำมาโรยเกลือและพริกไทยให้ทั่ว จากนั้นโรยด้วยแป้งสาลี ชุบไข่และเกล็ดขนมปัง แล้วจึงนำไปทอด ในน้ำมันร้อนๆ ซึ่งในแต่ละร้านจะมีเอกลักษณ์ในรสชาติที่ไม่เหมือนกัน แต่เอาเป็นว่ารสชาติดี จนติดใจแน่นอนค่ะ 10. อาหารญี่ปุ่น - ยากิโทริ (Yaki-tori) Cr : carolynchan.wordpress.com ปิดท้ายด้วย ยากิโทริ อาหารประเภทปิ้งย่างยอดนิยมของญี่ปุ่น ที่มีขั้นตอนการทำอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการเสียบเนื้อสัตว์ อย่างไก่ หมู และผักบนไม้เสียบ จากนั้นย่างด้วยซอสสูตรเฉพาะ คนญี่ปุ่นมักทานยากิโทริเป็นกับอาหารแกล้มเบียร์ หรือในงานสังสรรค์ ยากิโทริ จึงเป็นอีกเมนูอาหารญี่ปุ่นที่พลาดไม่ได้เลยค่ะ หรือถ้าใครสนใจก็ตามไปกินกันได้ที่นี่เลยจ้า ... ทัวร์ญี่ปุ่น
7 ร้านอาหาร โอซาก้า ถูก และ ดี ไปเที่ยวโอซาก้าต้องลอง!
พากิน
ญี่ปุ่น
7 ร้านอาหาร โอซาก้า ถูก และ ดี ไปเที่ยวโอซาก้าต้องลอง!
เมื่อให้พูดถึงโอซาก้านอกจาก สถานที่เที่ยวโอซาก้าแล้ว ไม่พูดถึงเรื่องอาหารของกินของโอซาก้าก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นเนี่ย ขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกินสุดๆ จนได้ฉายาว่าเป็น Kitchen of Japan เลยทีเดียวโอซาก้าเต็มไปด้วยของอร่อยมากมาย วันนี้ทัวร์ครับได้ส่งหน่วยข่าวไปเก็บข้อมูลร้านอาหารและของกินโอซาก้า ขึ้นชื่อมาฝากกันแล้วใครจะไปเที่ยวโอซาก้าก็ลิสต์แล้วตามไปเก็บได้เลย จองทัวร์ญี่ปุ่น กับ ทัวร์ครับ https://tourkrub.co/japan-tour 7 ร้านอาหารโอซาก้าชื่อดัง 1. ร้านอาหารปูยักษ์ Kani Doraku สาขา Dotonburi ร้านอาหารนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของโอซาก้าเลย เพราะเมื่อใครนึกถึงโอซาก้าก็จะนึกถึงปูยักษ์ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านชินไชบาชิที่ใครๆต่างรู้จักกันเป็นอย่างดีร้านอาหารโอซาก้าแห่งนี้นั้นถือเป็นจุดสนใจที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี แค่เพียงเดินผ่าน หรือหยุดแวะถ่ายรูปหน้าร้านก็จะได้กลิ่นหอมๆของปูลอยมา จากด้านของร้านซึ่งจะมีขาปูย่างขายกันสดๆให้ลองซื้อชิมกันได้เลยค่ะ เช็คโปรโมชั่นหรือซื้อวอยเชอร์ร้านอาหารปูยักษ์ Kani Doraku สาขา Dotonburi กับ กดที่นี่ เมนูหลักในร้านส่วนใหญ่ก็จะเน้นเป็นปู ไม่ว่าจะเป็น... Taraba - ปูยักษ์อลาสก้า ขนาดยักษ์ Kegani - ปูขนฮอกไกโด ตัวเล็ก เนื้อน้อย กินยาก แต่เนื้อหวานไม่แพ้กันเลย King Crab - กระดองมีหนาม ตัวใหญ่ เนื้อแน่นปึ้ก Queen Crab - กระดองกลม ไร้หนาม เนื้อสด หวานอร่อย เมนูมีให้เลือกได้หลากหลาย มีทั้งแบบ ปิ้งย่าง ชาบู ข้าวอบปู แบบซาซิมิ หรือสามารถสั่งแบบเป็นเซทกได้เช่นกันค่ะโดยที่นี่จะมีเมนูภาษาไทยคอยให้บริการคนไทยอีกด้วยค่ะแต่ทัวร์ครับขอบอกก่อนว่าร้านอาหารนี้ไม่ใช่ว่าจะเดิน walk-in เข้าไปกินได้เลย แบบนั้นอาจจะต้องรอเป็นชั่วโมงเลยค่ะ เพราะว่าคนเยอะมาก หรือบางวันก็เต็มเลย ดังนั้นใครที่จะมาก็ต้องจองล่วงหน้ากันให้ดีๆค่ะ 2.ร้านอาหาร Kururu Takoyaki ทาโกะยากิแบบโอซาก้าแท้ๆ ร้าน Kururu Takoyaki มีสาขาหลักอยู่ที่โดทงโบริ และมีสาขากระจายตัวอยู่มากมายในโอซาก้า จุดเด่นของร้านนี้ที่เค้าบอกว่าไม่เหมือนใคร คือ “ ปลาหมึกต้องสดและชิ้นใหญ่ ” เพราะเค้าเชื่อว่าปลาหมึกที่สดจากทะเลจะมีคุณค่าทางสารอาหารมากมาย มีโปรตีนสูง แคลอรี่ต่ำ และนอกจากนี้ร้านนี้ก็ยังใส่ใจในเรื่องวัตถุดิบ กรรมวิธีการทำแป้งต้องได้ที่ สุกแบบพอดี จะทำให้แป้งมีรสชาติและรสสัมผัสที่ดีไม่นิ่ม ไม่เละ และไม่แข็งจนเกินไป จากการใส่ใจในทุกขั้นตอนการทำจึงทำให้ร้านนี้ เป็น ร้านอาหารโอซาก้าอย่างKururu Takoyaki ที่มีลูกค้าเข้ามาแบบไม่ขาดสายเลยค่ะ 3. ร้านอาหาร ซูชิหน้าล้นที่ร้าน Uoshin Sushi ย่าน UMEDA ใครกำลังมองหา ของกิน โอซาก้าสุดฮิตอย่าง ซูชิ ต้องมาที่ร้าน Uoshin Sushi หรือซูชิหน้าล้นร้านนี้ถือว่าล้นสมชื่อ เพราะซูชิญี่ปุ่นร้านนี้นั้นใช้เนื้อปลาชิ้นใหญ่มาก ขนาดยาวล้นเกินข้าวออกมาเยอะมาก พูดว่าข้าวหมดแล้วแต่ปลายังเหลือ จึงทำให้ได้รับขนาดนามว่าเป็น " ซูชิหน้าล้น " นอกจากขนาดของซูชิที่มีขนาดใหญ่มากแล้วรสชาติก็ยังไม่เป็นรองเช่นกัน เพราะวัตถุดิบที่ใช้เน้นทั้งความสดและใหม่ ทำให้ซูชิมีรสสัมผัสที่มีความนิ่มนวลและรสชาติหวานอร่อยด้วยตัวของมันเอง สิ่งเหล่านี้จึงทำให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของร้านที่โดดเด่นไม่เหมือนร้านไหนๆ เมนูซูชิก็มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งซูชิหน้าปลาดิบปกติ ซูชิโรล หรือแบบเซ็ท นอกจากนี้ยังมีเมนูซาชิมิ มิโซะซุปให้ทานแกล้มกับซูชิอีกด้วย 4. ร้านอาหาร New Kobe ร้าน New Kobe ร้านนี้จะเป็นชาบู ที่เอาใจคนรักเนื้อ เพราะเมนูส่วนใหญ่ของที่นี่คือเนื้อ จะเป็นเนื้อสไลด์บาง แค่จุ่มเนื้อลงไปในหม้อก็สามารถทานได้เลย ที่สำคัญนุ่มมาก ร้านนี้ก็จะมีเมนูของกินสไตล์โอซาก้ามากมายให้เลือกสรรมีเนื้อให้เลือกหลายชนิด ตั้งแต่เนื้อโกเบ เนื้อวากิว หรือใครที่ไม่ทานเนื้อ ที่ร้านก็จะมีหมูให้ โดยส่วนใหญ่เวลาสั่งอาหารมักจะสั่ง 1 คนต่อ 1 เซ็ท เพราะเป็นหม้อแบบคนต่อคน มีทั้งหมด 3 ไซส์ S M L ในเซ็ทก็จะมีข้าวหรือเส้นอูด้งสามารถเลือกได้ค่ะ พิกัดความอร่อย : สำหรับร้าน New Kobe หาไม่ยากเลย เพราะอยู่ในย่าน Namba สามารถลงสถานนีรถไฟ JR Osaka Namba อยู่ใน Namba Walk ที่เป็น shopping street อยู่ระหว่างทางออก B5 และ B3 เปิดตั้งแต่ 11.00 - 22.00 น. 5. ร้านอาหาร Gyukatsu Motomura Namba ร้านนี้ทัวร์ครับขอเอาใจคนรักเนื้ออีกครั้ง ร้านอาหารโอซาก้า ที่ชื่อว่า Gyukatsu หรือ เนื้อชุปแป้งทอด ที่เหมือนกับทงคัตสี แต่เมนูนี้เป็นกิวคัตสีจะเป็นเนื้อ โดยร้านนี้จะเสิร์ฟเป็นเนื้อที่ยังไม่สุกมากและมีเตาให้เรามาย่างต่อ แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเลย ขอบอกว่าเนื้อร้านนี้นุ่มมากๆแทบจะละลายในปากเลยค่ะ เมื่อทานคู่กับซอสและข้าวญี่ปุ่นยิ่งทำให้กลมกล่อมมากๆ ร้านนี้ทัวร์ครับขอแนะนำนิดนึงว่าถ้าหากไปอาจต้องเสียเวลาในการต่อคิวนิดนึงนะคะ เพราะว่าคนเยอะมาก ต่อแถวกันเหมือนแจกฟรีเลยทีเดียว เห็นแถวอย่างงี้สายข่าวทัวร์ครับต้องเสียว่าต่อคิวเกือบ 3 ชั่วโมงเลย ทีเดียว TwT แต่พอได้ลิ้มลองรสชาติแล้วก็รู้สึกคุ้มค่าจริงๆค่ะ พิกัดความอร่อย : สำหรับร้านนี้ตั้งอยู่ในย่าน Namba ซอยข้างๆกับ Big Camera ที่อยู่ตรงข้ามกับตึกNamba Hip 6. ร้านอาหาร Gyu Ichi ร้านกิวอิจิเป็นร้านยากินิคุชื่อดังในย่านสุรุหะชิ เป็นย่านที่รวมร้านเนื้อย่างทั้งซอย ย่านสุรุหะชิสามารถไปใน 1 นาทีเดินจากสถานีรถไฟ JR โอซาก้า Midorinomadoguchi ร้านกิวอิจิเป็น ร้านอาหารโอซาก้าชื่อดังที่มีการรีวิวจากเว็บไซต์ชื่อดังของญี่ปุ่นจำนวนมาก และมีการรับรองจากรายการชวนชิมชื่อดังของญี่ปุ่น ร้านกิวอิจิจะใช้เนื้อจากคุโรวากิวหรือวัวดำ ถือว่าเป็นเนื้อคุณภาพสูงของญี่ปุ่น เนื้อวากิว และเนื้อโกเบ เนื้อทั้งหมดจะเป็นเนื้อ A5 อีกด้วยซึ่งทำให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพของเนื้อที่ขายในร้านกิวอิชิ และที่สำคัญ ราคาถูกมากเมื่อเทียบกับคุณภาพของเนื้อค่ะ 7. ร้านอาหาร Endo Sushi Endo Sushi ถือเป็น ร้านอาหารซูชิ โอซาก้า ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นเปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970 ร้านตั้งอยู่บริเวณตลาดกลางค้าส่งปลาแห่งโอซาก้า ที่เป็นศูนย์รวมแห่งความสดใหม่ของอาหารทะเล คล้ายๆ กับตลาดปลาซึคิจิที่โตเกียว ด้วยความที่อยู่ในตลาดปลาของโอซ้าก้าจึงทำให้เป็นที่มาของวัตถุดิบอันสดใหม่ที่จะส่งตรงถึงร้านทุกวัน ทำให้เราได้ลิ้มลองความอร่อยของอาหารที่สดใหม่อยู่ทุกวัน นอกจากนี้เอกลักษณ์ของ Endo Sushi ก็คือที่นี่จะใช้ข้าวอุ่นๆ มาทำข้าวปั้นเพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมอร่อยยิ่งขึ้น เพราะความอุ่นนั้นเมื่อสัมผัสกับเนื้อปลาสดๆ จะช่วยให้ไขมันในเนื้อปลานั้นละลายได้กำลังพอเหมาะ เมื่อทานเข้าไปแล้วราวกับได้ทานซูชิที่ละลายในปากได้กันเลยทีเดียว หากใครมีโอกาสได้แวะมาชิม ทัวรครับขอแนะนำให้สั่ง Omakase Course หรือคอร์สตามที่เชฟจัดให้ โดยในแต่ละเซ็ตที่มีให้เลือกนั้นจะมีซูชิอยู่ 5 ชิ้น โดยที่ 4 ชิ้นจะเป็นซูชิตามฤดูกาล และอีก 1 ชิ้น นั้นจะเป็นซูชิหน้าปลาทูน่าที่คัดจากส่วนที่ดีที่สุดและอร่อยที่สุดมาให้ทานกัน สำหรับร้านนี้จะเปิดตั้งแต่ ตี 5 – บ่าย 2 แต่ถ้าให้ดีควรไปตั้งแต่เช้าประมาณ 7.00 – 8.00 เพราะหลังจากนี้คนจะเริ่มเยอะต้องยืนต่อแถวอีกเป็นชั่วโมง ร้านจะปิดทุกวันอาทิตย์ และพุธเว้นพุธตามปฏิทินของตลาดปลา เป็นไงกันบ้าง? กับร้านอาหารของกิน โอซาก้าสุดเด็ด ที่สายข่าวทัวร์ครับได้ไปเก็บข้อมูลมาฝาก เห็นแล้วอยากตามไปกินเดี๋ยวนี้เลยใช่ไหมแต่ละร้านเด็ดๆ ทั้งนั้น สำหรับใครที่ไปเที่ยวโอซาก้าก็อย่าลืมแวะไปลองกันได้ ทัวร์ครับรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ ส่วนใครที่อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นแบบสบายๆ ฟินๆ กินตัวแตก ก็สามารถเข้าไปดูแพ็กเกจทัวร์ญี่ปุ่น กับทัวร์ครับได้>>>คลิกเลย<<<
นี่ร้านอาหารจริงหรอ? ร้านอาหารสุดแปลกในโตเกียวที่คุณต้องทึ่ง
พากิน
นี่ร้านอาหารจริงหรอ? ร้านอาหารสุดแปลกในโตเกียวที่คุณต้องทึ่ง
ร้านอาหารในโตเกียวที่ออกแบบร้านได้สุดโต่งสุดๆ จนเกิดคำถามในใจว่า "ฉันอยู่ที่ร้านอาหารจริงหรอ?" วันนี้เรา จะมานำเสนอร้านอาหารสุดแปลกที่มีการตกแต่งร้านได้แปลกแหวกแนวมาก ถ้ามีโอกาสผมแนะนำให้ลองมองหาร้านอาหารพวกนี้ดู รับรองว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่คุณไม่มีวันลืมแน่นอน โตเกี่ยวเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเมืองหนึ่งในด้านอาหารการกิน แต่นอกจาก ซูชิที่สดใหม่หรือราเม็งที่กลมกล่อม ยังมีร้านอาหารที่จัดตกแต่งร้านอย่างเป็นทีมได้แปลกแหวกแนว ไม่ว่าจะเป็น น่ากลัว น่ารัก หรือย้อนยุค อาจทำให้คุณได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ในการรับประทานอาหารก็เป็นได้ 1. Bits & Bytes เป็นร้านอาหารที่มีการตกแต่งเต็มไปด้วยเกมส์ยุค ’80 ทำให้ลูกค้าคิดถึงเกมส์ย้อนยุคที่เป็นแบบ 8bit เมื่อสั่งเครื่องดื่มในร้าน Bits & Bytes จะได้รับ handheld หรือ DS หรือ Gameboy เพื่อเพลิดเพลินไปกับการดื่มและเล่นเกมภายในร้านได้อย่างสนุกสนาน สถานที่ : Q Bldg. 5F, 3-8-9 Shinjuku, Shinjuku-ku. 2. Cute Cosplay เป็นที่นิยมมากสำหรับคนที่ชื่นชอบอนิเมะ ซึ่งในร้าน Cute Cosplay พนักงานจะแต่งตัวเป็นสาวเสิร์ฟ (maid) น่ารักๆมาบริการให้แก่ลูกค้า สาวๆเหล่านี้จะทำให้คุณรับประทานอาหารได้อร่อยและเพลิดเพลินยิ่งขึ้น ภายในร้านมีเกม โฟโต้บุ๊ค ซีดี และวิดีโอ ที่สามารถซื้อไว้เป็นทีระลึกได้ สถานที่ : 5F, 4-3-3 Don Quijote Akihabara Bldg., Soto-Kanda, Chiyoda-ku. 3. Dungeon Dining ร้าน Dungeon Dining มีการตกแต่งร้านที่เรียกได้ว่าโหด ออกแนวสยองขวัญ เมื่อคุณรับประทานอาหารจะได้อารมณ์ว่าคุณกำลังทานอาหารในคุก เครื่องดื่มในร้านจะเป็น ค็อกเทลในถุงเลือด หรือ อาหารสยองขวัญอย่างไส้กรอก “อวัยวะ” ถ้าคุณชอบแนวรัทึกขวัญ ผมแนะนำต้องไปลอง สถานที่ : B2F Shibuya Grand Tokyo Bldg., 33-1 Udagawacho, Shibuya-ku. 4. Secret Servers ร้านอาหารที่ตกแต่งร้านเป็นทีมนินจา และพนักงานเองก็ต้องแต่งตัวเป็นนินจาเช่นกัน ตกแต่งภายในเป็นสีโทนมืดๆ มีดาวกระจายที่เป็นอาวุธประจำกายนินจาตกแต่งอยู่ทั่วร้าน ทางเดินเข้าร้านจะแคบๆที่ทำให้ดูลึกลับและรู้สึกตื่นเต้น มีพนักงานนินจาที่พร้อมจะเสิร์ฟความหลากหลายของอาหารญี่ปุ่นให้ถึงโต๊ะเลยทีเดียว สถานที่ : 1F Akasaka Tokyu Plaza, 2-14-3 Nagatacho, Chiyoda-ku. 5. Gothic Gourmet ถ้าหากแดรกคิวลาต้องย้ายมาอยู่ที่โตเกียวละก็ เขาต้องตกแต่งปราสาทของเขาไปด้วยสีดำแดงที่หรูหรา ร้าน Gothic Gourmet เป็นร้านทีมแดรกคิวลา ที่จะมีสาวแวมไพร์มาคอยเสิร์ฟอาหารให้ เมนูค็อกเทลเลือดที่เป็นสิ่งโปรดปรานของแดรกคิวล่า อาบแสงอ่อนๆจากเทียนบนโลงศพขณะกิน ก่อนไปที่ร้านนี้อย่าลืมพกกระเทียมติดตัวไปด้วยล่ะ สถานที่ : 7F La Paix Building, 6-7-6 Ginza, Chuo-ku. เห็นแต่ละสถานที่แล้วอยากจะบินไปรับประทานอาหารที่โตเกียวกันเลยล่ะสิ แต่ละร้านบอกได้เลยว่าแต่ละร้านนี่สุดโต่งจริงๆ ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ ลองหาร้านพวกนี้ดูนะครับ อ้างอิงจาก : blog.gaijinpot.com/5-top-theme-restaurants-in-tokyo/ สนใจโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น >> คลิกเลย