All articles abouts เที่ยวอินโดนีเซีย

เที่ยวอินโดนีเซียสนุกกว่าที่คิด! ไปโบรโม่ ให้ถึง คาวาอีเจี้ยน !

เที่ยวอินโดนีเซียสนุกกว่าที่คิด! ไปโบรโม่ ให้ถึง คาวาอีเจี้ยน !

13 พ.ย. 62

ไปเที่ยวอินโดนีเซีย เพราะอยากไปเห็น “อัญมณีแห่งชวาตะวันออก” ซึ่งก็คือฉายาของ ภูเขาไฟโบรโม่ หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังต้องการไปพิสูจน์เส้นทางของการไป “The Ring of Fire” หรือ คาวาอีเจี้ยน ที่ได้ยินเสียงร่ำลือหนาหู ถึงความยากลำบากในการพิชิตยอดคาวาอีเจี้ยน นักเดินทางสายแอดเวนเจอร์ ชอบความท้าทายไม่ควรพลาดเส้นทางนี้อย่างยิ่ง ส่วนมือสมัครเล่นใจสู้ก็จัดไป ตามมาดูกันในเส้นทางนี้ เราจะเรียงลำดับให้ จากที่ๆ 1 ไปถึงที่ทีๆ 7 ตั้งแต่ลงเครื่องที่ เมืองสุราบายา แล้วไปจบที่ คาวาอีเจี้ยน ไม่ควรพลาดอะไรที่ไหนบ้าง Madakaripura Waterfall ได้ชื่อว่าเป็น “ราชินีแห่งสายน้ำแห่งชวาตะวันออก” ที่สวยงามมาก เป็นน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 200 เมตร (660 ฟุต) ซ่อนอยู่ในตอนท้ายของหุบเขาลึก จากปากทางเดินประมาณ 2 กม. ทางเดินไม่โหด เดินสบายๆ แต่ต้องใส่เสื้อกันฝนเพราะต้องเดินผ่านน้ำตก จนไปเจอกความสวยงามตามคำร่ำลือที่เขากล่าวกันไม่เกินจริงเลย  Cemero Lawang  เป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้กับภูเขาไฟโบรโม่มากที่สุด ส่วนมากคนมาเที่ยวโบรโม่จะมาหาที่พัก โรงแรม รีสอร์ต ที่หมู่บ้านนี้ ใครมาถึงไวก็เดินเล่นในหมู่บ้าน บางจุดสามารถเห็นวิวภูเขาไฟโบรโม่เช่นกัน อากาศเย็น เหมาะกับการเดินชิว ถ่ายรูปเล่นมาก แต่ยิ่งมืดอากาศก็เย็นมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน  Mount Penakajan จุดชมวิวที่ไกด์พามาเป็นที่แรกที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟโบรโม่และหมู่บ้าน Cemero Lawang แบบพาโนรามาวิว และรอชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทะเลหมอก แม้หนาวสั่นจากอากาศยังไงก็ต้องนั่งรอสู้ตาย   ทะเลทราย ใช่แล้วที่นี่มีทะเลทรายด้วย แต่ทรายจะออกสีตุ่นๆดำจากเถ้าภูเขาไฟ จุดนี้ไกด์แวะให้ถ่ายรูป โดยมีรถจี๊ป 4x4 ที่เรานั่งกันมาเป็นพระเอกในภาพให้เราแอคชั่นถ่ายรูป แต่ภาพจะสวยสมบูรณ์ไม่ได้เลย ถ้าขาดฉากหลังเป็น ภูเขาบาต๊อก Mt.Batok รับรองรูปสวยจนเลือกรูปอวดเพื่อนลงโซเชียลไม่ถูกแน่ๆ  เขาโบรโม หรืออีกฉายาที่เรียกว่า “อัญมณีแห่งชวาตะวันออก” โบรโม Bromo มาจากตัวสะกดภาษาชวาของคำว่า “พรหม” เป็นพระนามของเทพเจ้าในศาสนาฮินดู ตามความเชื่อของศาสนฮินดูเขาโบรโม เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์  เพราะเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ยังมีควันลอยครุกรุ่นจนถึงทุกวันนี้และได้ถูกขนานนามว่า ลมหายใจของเทพเจ้า “Breathe of God” เป็นภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ โบรโม เติงเกอร์ เซอเมรู (Bromo Tengger Semeru National Park) เป็นส่วนหนึ่งของมวลเขาสูงเติงเกอร์ในจังหวัดชวาตะวันออก มีความสูง 2,329 เมตร เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เดินทางถึงยอดเขาได้ไม่ยาก  ทุ่งหญ้าสะวันนา ใช่แล้วด้วยภูมิประเทศที่แปลดตา ทำให้มีจุดท่องเที่ยวหลายที่เหมือนกัน ทุ่งหญ้าสะวัณน่า เป็นอีกที่ ยอดฮิตที่คนนิยมแวะถ่ายรูปจากคำแนะนำของไกด์ ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว คือทุ่งหญ้าและดอกไม้ป่าหลากสีสัน ที่รายล้อมด้วยภูเขาสีเขียวๆสบายตา ที่มองแล้วคล้ายๆทุ่งหญ้าสะวัณนาสในแอฟริกานั่นเอง  Kawah Ijen ภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยน เป็นส่วนหนึ่งในวงแหวนแห่งไฟ หรือ “The Ring of Fire” เพราะบริเวณในมหาสมุทรแปซิฟิกแนวที่เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดบ่อยครั้ง จะมีลักษณะเป็นเส้นเกือกม้า ที่ความยาวรวมประมาณ 40,000 กม. และวางตัวตามแนวร่องลึกก้นมหาสมุทร แนวภูเขาไฟและบริเวณขอบแผ่นเปลือกโลก ภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ภายในวงแหวนแห่งไฟทั้งหมด 452 ลูก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีภูเขาไฟมีพลัง (Active Volcano) อยู่กว่าร้อยละ 75 ของภูเขาไฟมีพลังทั้งโลก และรวมถึง ภูเขาไฟโบรโม่ และ คาวาอีเจี้ยนด้วย. Kawah Ijen คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาก และเป็นจุดหมายของนักเดินทางทั่วโลกที่อยากมาสัมผัสสักครั้ง ภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยนมีระดับความสูง ประมาณ 2,380 เมตร เรื่องที่ยากที่สุดของการมาเที่ยว คาวาอีเจี้ยน คือการเดินขึ้นเขา ที่มีระยะทาง 3 กิโลเมตร (ใช้เวลา 2 ชั่วโมงโดยประมาณ) แต่เป็นการเดินขึ้นเขาที่ชันมากในอากาศหนาวจัด หมอกจัด ตั้งแต่ตี 1 ตี 2 ตี 3 ก็แล้วแต่ใครต้องการเที่ยวอะไรบ้าง เริ่มตี 1 คือต้องการไปชม Blue Flame เปลวไฟสีน้ำเงิน ที่เห็นได้ในที่มืดเท่านั้น ซึ่งต้องเดินลงเขาไปอีก 1 กิโลเมตรหลังจากเดินขึ้นเขา 3 กิโลเมตรไปถึงยอดแล้ว,  เริ่มตี 2 คือต้องการไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งต้องเดินต่อไปอีก 1 กิโลเมตรหลังจากเดินขึ้นเขา 3 กิโลเมตรไปถึงยอดแล้ว และเริ่มตี 3 แค่ไปให้ถึงยอดเขาเพื่อนชมวิวสวยสุดลูกหูลูกตาของ Blue Lake หรือ Sulpher Lake ทะเลสาบซัลเฟอร์สีเทอคอยซ์ เริ่มฉายแสงความงามพร้อมตะวันที่ค่อยๆขึ้นมาทีละนิดๆ Blue Lake เป็นทะเลสาบน้ำกรดบนปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีค่า pH เท่ากับ 0.5 ค่าความเป็นกรดคืออันตรายจนสามารถทำให้เจ็บป่วยแบบเฉียบพลันได้เลย เราเริ่มขึ้นตอนตี 3 เพราะชมพระอาทิตย์ขึ้นที่โบรโม่ไปแล้ว และต้องเดินไปกลับอีก 2 กิโลเมตรถ้าจะดูพระอาทิตย์ขึ้น และต้องขึ้นลงไปในปล่องอีก 2 กิโลเมตรถ้าจะดู Blue Flame เลยข้ามไป เพราะร่างกายเริ่มล้าจากการเที่ยวตื่นแต่ดึกทุกคืน ส่วนหนึ่งก็กลัวอันตรายจากกำมะถัน จากที่ไกด์เล่าให้ฟังว่า อาชีพของคนงานเหมืองแร่เป็นงานที่เหนื่อยแสนสาหัสและอันตรายที่สุดในโลก และบั่นทอนสุขภาพมากจากแก๊สพิษที่ดมเข้าปอดทุกวัน โดยเริ่มงานกันตั้งแต่ตี 3 ลงไปที่ข้างล่างปล่องนำก้อนกำมะถันขึ้นมา แล้วหาบลงเขาไปอีก 3 กม. น้ำหนักของแร่กำมะถันที่แบกกันอยู่ที่ประมาณหาบละ 60 – 100 ค่าจ้างอยู่ที่ กิโลกรัมละ 2 บาท หาบได้ 2-3 รอบ คิดเป็นเงินก็รอบละประมาณ 100  กว่าบาท  ความสวยงามของ “อัญมณีแห่งชวาตะวันออก” และความท้าทายของ “The Ring of Fire” ในท้ายที่สุดที่เราได้สัมผัสอย่างแท้จริงจาการเดินทางที่ยากลำบาก และประสบการณ์แปลกใหม่จากทุกเส้นทางในทริปนี้ เราจะพบว่ามันคุ้มค่าเหลือเกินที่ได้มาเห็นความสวยงามนี้ด้วยตาเราเองจริงๆ ต่อให้เราถ่ายภาพมาสวยแค่ใหน เล่าเรื่องการเดินทางให้ฟังยังไง ก็ไม่เหมือนการมาเห็นด้วยตาตัวเอง มาสัมผัสด้วยตัวเอง แล้วคุณจะหลงรัก โบรโม่ - คาวาอีเจี้ยน อย่างแน่นอน   หากใครอยากไปเที่ยวอินโดนีเซียแบบชิลล์ไม่ต้องวางแพลนอะไรให้ยุ่งยาก ก็สามารถเข้าไปดูแพ็คเก็จ ทัวร์อินโดนีเซีย กับ ทัวร์ครับ ได้เลย เขามีแพ็กเก็จให้เลือกเยอะ แต่สำหรับโบรโม่และคาวาอีเจี้ยน แนะนำให้จัดทัวร์กรุ๊ป ซึ่งทัวร์ครับก็มีให้บริการเช่นกัน สามารถเข้าสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ลิงค์นี้          เรื่อง และภาพถ่ายโดย Rose สำเหร่ ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ www.sinehabangkok.com Facebook Fanpage : Sineha Bangkok Instagram : sinehabangkok Twitter : sinehabangkok

อ่านเพิ่มเติม
10 จุดเช็คอิน บาหลี ที่เราไม่อยากให้พลาด
10 จุดเช็คอิน บาหลี ที่เราไม่อยากให้พลาด

14 พ.ย. 62

บาหลี จะมาเที่ยวกันสักกี่ครั้ง? แน่นอนว่าคนไม่เคยไปคงบอกว่า ไปเที่ยวสักครั้งก็น่าจะพอ แต่คนเคยไปเที่ยวบาหลีแล้ว จะบอกว่า ไปแล้วก็อยากไปอีก เพราะมีที่น่าเที่ยวเยอะ ที่ให้ตามไปเช็คอิน ถ่ายรูปเยอะมาก ทั้งสายวัฒนธรรม สายธรรมชาติ สายฮิปสเตอร์ ก็ตาม เราอดยอมรับกันไม่ได้แน่ๆ เทคโนโลยีทำให้เราเห็นโลกที่ไม่เคยไปผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ โดยที่เราไม่ต้องจิตนาการถึงสถานที่ๆ ไม่เคยเห็น แต่สามารถหาข้อมูลและภาพสวยๆ ให้ดูสร้างความอยากเที่ยวให้เราได้ง่ายๆ ได้เลย บาหลี ก็เป็นอีกหนึ่งที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่โด่งดังทั้งธรรมชาติ ทะเลที่เหมาะแก่การเล่นกระดานโต้คลื่น Surfing หรือวัฒนธรรมที่น่าสนใจของโลกตะวันออก ที่ดึงดูดให้เราไปท่องเที่ยว ค้นหา หรือสัมผัสประสบการณ์จริง บาหลี เป็น 1 ใน 34 จังหวัด ของประเทศอินโดนีเซีย ที่เป็นประเทศหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประชากรส่วนใหญ่ของบาหลีนับถือ ศาสนาอินดูแบบบาหลี ที่ได้รับอิทธิพลจากความเชื่อพื้นเมือง วิญญาณนิยม (แอนิมิซึม) มีพื้นที่ทั้งหมด 5,634.40 ตารางกิโลเมตร และเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสำคัญของโลก มาดูกันว่า 10 จุดเช็คอิน บาหลี ที่เราอยากแนะนำให้คุณไปมีที่ไหนกันบ้าง  จองทัวร์บาหลี กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub)   10 พิกัด เที่ยวบาหลี   1. Gate of Heaven at Lampuyang Temple เชื่อว่าใครที่แพลนมาเที่ยวบาหลี ที่นี่ต้องเป็น หนึ่งในสถานที่แรกๆที่อยู่ในหัวแน่นอน ภาพประตูแห่งสวรรค์ที่สะท้อนผิวน้ำ อันโด่งดังที่ Lempuyang Temple. ที่จริงๆแล้วเกิดจากเทคนิคของช่างภาพรับจ้างถ่ายภาพใช้กระจกสะท้อนให้เกิดผิวน้ำนั่นเอง รวมไปถึงวิวข้างหลังในวันที่ฟ้าเปิดก็จะมี ยอดภูเขาไฟอากุงเป็นแบ็คกราวให้ภาพเพอร์เฟคขึ้นไปอีก  แต่แนะนำว่าถ้าจะมาที่นี่ ให้เริ่มต้นตี 4 จาก Ubud ไปถึงวัด Lampuyang ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ซึ่งเราจะไปถึงวัดประมาณ 6 โมงเช้า คิวแรกๆรอไม่นานหรือไม่ต้องรอ แต่ถ้ามาสายๆเป็นต้นไปอาจต้องรอคิว 2-3 ชั่วโมงเลยทีเดียว    2. Taman Tirta Gangga (Water Place) ที่เที่ยวที่ไม่ไกลจาก Lampuyang Temple ซึ่ง Tirta Ganga คือพระราชวังเก่าที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1948 Taman Tirta Gangga Water Palace ถูกออกแบบอย่างสวยงามทั้งสระน้ำ น้ำพุศักสิทธิ์และสระว่ายน้ำที่เชื่อมกับน้ำพุตามธรรมชาติ เป็นอีกที่ถ้ามาเที่ยว Gate of Heaven ควรแวะถ่ายรูป ชื่นชมความงาม ให้อาหารปลาคาร์ฟ หรือทานข้าวก็ดี ร้านอาหารดีงามเป็นเรื่องเป็นราวมาก ตั้งแต่อาหารเช้าไปถึงจองห้องพักไว้ถ่ายพรีเวดดิ้งก็ได้เช่นกัน  3. Uma Pakel Swing คล้ายๆร้านขายกาแฟที่เพิ่มเติมสีสัน หาจุดขายให้คนมาถ่ายรูปเชคอิน ที่นี่เลยทั้งมีชิงช้ายักษ์ มีรังนกยักษ์ และมีกาแฟขี้ชะมดให้ชิม เช่นกัน  ที่นี่เขามีไกด์มาต้อนรับแล้วพาเดินแนะนำแต่ละจุด ตั้งแต่ Bali Swing ชิงช้าที่นี่มี 4 ตัว 4 ระดับความสูง เลือกได้ตามความกล้า ค่าเล่น 200,000 IDR หันหน้าออก มีเชือกรัดรอบเอวเกี่ยวเซฟตี้ให้ มีพนักงานถ่ายรูปให้ด้วย ทุ่มสุดตัววิ่งให้ทุกมุมเป็นสเต็ปเลย จากนั้นก็พาไปถ่ายรูปรังนกยักษ์ และพาไปลองชิมกาแฟขี้ชะมด ลองเฉยๆ ไม่ซื้อไม่หาเขาก็ไม่ว่า ชิมฟรีได้เลย 4. Ubud Market หรือชื่อเต็มๆ ว่า Ubud Traditional Art Market ตลาดที่นี่มีทุกอย่างทั้งสำหรับนักท่องเที่ยว และคนท้องถิ่น และแทบทุกคนต้องแวะหาของท้องถิ่น ของฝากของขึ้นชื่อที่นี่ ซึ่งส่วนมากสินค้า มีตั้งแต่งานอาร์ตต่างๆ งานสาน เช่นกระเป๋าสาน และผ้า เช่นผ้าโสร่ง เป็นต้น ก่อนซื้ออย่าลืมต่อราคากันด้วย    5. Bebek Bengil (Dirty Duck Dinner) ร้านที่ใครๆก็แนะนำว่ามาบาหลีต้องกินเป็ดร้านนี้ ตอนแรกก็แปลกใจทำไมเป็ดถึง สกปรก Dirty Duck เพราะเขาแนะนำให้ใช้มือกิน ซึ่งทำให้เรามือเลอะเป็นที่มาว่าทำไมสกปรกนั่นเอง ร้านนี้ ค่อนข้างดังและมีชื่อเสียง บางทีต้องจอง บางทีต้องรอคิว แต่ร้านนี้มีหลายสาขาอยู่นะ   6. Tanah Lot คำว่า ตานะฮ์ลต (Tanah Lot) แปลว่า ”ผืนดิน (ที่อยู่ใน) ทะเล” หินตานะฮ์ลต เกิดจากการกัดเซาะด้วยน้ำทะเลเป็นเวลาหลายปี จึงมีลักษณะคล้ายเกาะในทะเล บนเกาะ Tanah Lot เป็นที่ตั้งของปูรา (โบสถ์พราหมณ์แบบบาหลี) ที่สำคัญของชาวบาหลี เรียกว่า ปูราตานะฮ์ลต (Pura Tanah Lot) เชื่อกันว่าปูราตานะฮ์ลตสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 16 โดย Dang Hyang Nirartha ได้ชักชวนกับชาวประมงสร้างศาลเจ้าเพื่อบูชาเทพแห่งท้องทะเลของบาหลีขึ้น เทพประจำตานะฮ์ลตคือ Dewa Baruna  เทวพรุณ หรือ Bhatara Segara; ภารัตสาคร เทพแห่งทะเลหรือวิญญาณแห่งทะเล ส่วนนีราร์ทาผู้ก่อสร้างปูราก็ได้รับการบูชาที่นี่เช่นกัน ปัจจุบัน ปูราตานะฮ์ลตเป็นหนึ่งในปูราเจ็ดแห่งกลางทะเลของบาหลี บริเวณที่ฐานของเกาะเต็มไปด้วยงูทะเลพิษ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นทวารบาลของปูรา ซึ่งในปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ และอีกด้าน เป็นที่ตั้งของปูราบาตูโบ-ลง (Pura Batu Bolong) ซึ่งตั้งอยู่บนหินที่ถูกกัดเซาะเป็นเหมือนโค้งสะพาน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่คนนิยมมาถ่ายรูปอีกที่หนึ่ง 7. Uluwatu เป็นวัดดังอีกที่ที่ตั้งบนหน้าผาริมทะเล ที่ย้อนหลังกลับไปศตวรรษที่ 10 วัด Uluwatu เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในบาหลีเป็นหนึ่งใน Kayangan jagat ของบาหลี หรือ “วัดที่มีอิทธิพลในการเป็นแนวทาง” ซึ่งตามความหมายของศาสนาฮินดู หมายความว่าวัดทำหน้าที่ในการปกป้องบาหลีให้พ้นจากวิญญาณชั่วร้าน ที่นี่บรรยากาศดีมากช่วงพระอาทิตย์ตกดิน จะสวยมากแต่ที่ต้องระวังมากเช่นกัน คือฝูงลิงมาเฟียเจ้าถิ่น ที่มักแย่งของจากนักท่องเที่ยวจากมือจากหน้าเลยทีเดียวว่าจะเป็น แว่นตา โทรศัพท์ กล้อง หมวก โปรดระวังให้มาก   8. Starbucks Reserve Dewata Bali มาเที่ยวบาหลี อีกหนึ่งที่เที่ยวที่ห้ามพลาดคือ  Starbucks อาจดูธรรมดา แต่ที่นี่คือ ร้านที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ Starbuck Dewata Coffee Sanctuary คือร้าน Starbucks Reserve Bar สาขาแรกในบาหลีและเป็นสาขาที่ 10 ของประเทศอินโดนีเซีย ที่สวยไม่แพ้หลายๆ ที่เช่นกัน 9. Kuta Beach ไปเล่นเสิร์ฟ ดูวิวที่ Kuta Beach เป็นหาดยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นเสิร์ฟกันที่นี่เพราะคลื่นลมดีเหมาะแก่การเล่นเสิร์ฟ ส่วนใครที่เล่นไม่เป็น เขามีโรงเรียนสอนแบบการันตีไม่เกิน 2 ชั่วโมงยืนบนบอร์ดได้เลย ใครสายกีฬาเอ็กซ์ตรีม ต้องมา ส่วนกลางคืนของ Kuta Beach ก็เต็มไปด้วยสีสันของ Beach Bar และแสงสียามราตรีเช่นกัน     10. ร้าน ACK ขออนุญาติปิดท้ายด้วยร้านไก่ทอด ที่อยากแนะนำให้ทุกคนลอง ร้าน  ACK Fired Chicken เป็นร้านไก่ทอดสไตล์เดียวกับ KFC มีหลายสาขา ที่เจ้าถิ่นแนะนำว่า วัตถุดิบ และสูตรมาจากแหล่งเดียวกันแทบทุกเจ้าในอินโดนีเซีย รสชาติอร่อยเหมือนกัน (ส่วนตัวว่าอร่อยกว่าครับ) ที่สำคัญราคาถูกมาก เป็น fast food ที่แนะนำเลย มีแทบทุกถนน แต่ อาจจะไม่ใช่ชื่อ ACK มีชื่ออื่นๆด้วยเช่น C’Bezt Fried Chicken แต่รสชาติอร่อยเหมือนๆกัน เกือบทุกร้านใช้สีแดงเช่นกัน   เรื่องและภาพถ่าย โดย   จ๊อบ ฝั่งธนฯ ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ www.sinehabangkok.com Facebook Fanpage : Sineha Bangkok Instagram : sinehabangkok Twitter : sinehabangkok

อ่านเพิ่มเติม
พาเที่ยวบาหลี 3วัน2คืน จัดเต็มเรื่องความสวย เพชรเม็ดงามแห่งอินโดนีเซีย
พาเที่ยวบาหลี 3วัน2คืน จัดเต็มเรื่องความสวย เพชรเม็ดงามแห่งอินโดนีเซีย

16 มี.ค. 63

ทริปเที่ยวบาหลี เกิดจากความเยอะของตัวเราเอง เพราะทะเลก็อยากไป วัฒนธรรมก็อยากสัมผัส แล้วก็อยากปาร์ตี้สนุกๆ สุดเหวี่ยง อาหารอร่อยๆ ก็อยกากิน ก็ทำการหาข้อมูลว่า มีที่ไหนสามารถตอบสนองความต้องการในการท่องเที่ยวที่ไม่รู้จบของตัวเองได้บ้าง แล้วก็มาจบที่ บาหลี! ประเทศอินโดนีเซีย นี่เอง  พูดว่าบาหลีใครๆ ก็รู้จักว่าเป็นเกาะหนึ่งในบรรดาเกาะมากมายของประเทศอินโดนีเซีย และเป็นเกาะเดียวที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู (ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติอินโดฯ) ดังนั้นภาพของบาหลีก็จะต่างไปจากเมืองอื่นๆ ของอินโดนีเซีย  บาหลีมอบความประทับใจให้กับเราตั้งแต่ยังไม่ลงเครื่องหากคุณบินไฟล์ทกลางวันจะมาถึงที่นี้หัวค่ำ มองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบินจะพบกับพระอาทิตย์กำลังตกดินโดยมีฉากหน้าเป็นภูเขาไฟเป็นการสร้างความประทับใจแรกก่อนถึงบาหลี      เริ่มต้นทริปบาหลี ทะเล และปาร์ตี้ ไหนก็มาเกาะแล้ว เราต้องไปเยี่ยมชมทะเลบ้านเขาว่าสวยสมราคาหรือเปล่า บาหลีเป็นเกาะที่มีหาดขึ้นชื่อมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหาดกูตาขวัญใจแบ็กแพ็กเกอร์ หาดจิมบารันแหล่งรวมอาหารทะเล หาดซานูร์อันเงียบสงบและโรแมนติก และหาดที่ผู้เขียนไปคือหาดเซมินยัก แหล่งร่วมบีชบาร์เก๋ๆ และรายล้อมไปด้วยโรงแรม 5 ดาว และแหล่งช้อปปิ้ง เซมินยักเป็นหาดที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา จากทางเดินเข้าหาดคุณจะพบกับบีชบาร์มากมาย ร่วมไปถึงบาร์ชื่อดังอย่าง Ku De Ta ก็อยู่ที่หาดนี้  ดังนั้นเราจึงลงมติกันว่ามานั่งเก๋ๆ ที่เซมินยักนี้แหละดีที่สุด แนะนำให้ไปช่วงบ่ายแก่ๆ เตรียมแว่นตากันแดดไป พร้อมกับชุดสวยๆ เพราะคุณจะต้องอัพโหลดอินสตราแกมแบบรัวๆ แน่นอน ช่วงบ่ายๆ หาดยังโล่งๆ ให้คุณมองคลื่นลูกโตๆ ที่ม้วนเข้าหาฝั่ง พอตะวันใกล้ลับขอบฟ้า ชายหาดก็จะเต็มไปด้วยร่มสีสวย บีนแบ็ก และโคมไฟ นักท่องเที่ยวที่จับเจ่าอยู่ในบาร์ก็จะทยอยลงมาจับจองโต๊ะบนชายหาดเพื่อชมพระอาทิตย์ตกลับทะเล พร้อมกับเครื่องดื่มในมือ   เป็นภาพที่น่าประทับใจของบาหลีอย่างยิ่ง พอหลังพระอาทิตย์ตกปุ๊บ จังหวะเพลงจะเริ่มเร้าใจมากขึ้น ผู้คนที่เมาทั้งแดด เมาทั้งดื่มก็จะเริ่มลุกขยับกาย ส่ายสะโพก อวดเรือนร่างในบิกินนี่ และชุดว่ายน้ำ เหนือสิ่งอื่นใดคือหนุ่มเกา หนุ่มญี่ปุ่น และหนุ่มฝรั่ง ก็แน่นลืม ส่วนผู้เขียนขอซ่อนร่างไว้แล้วมองผู้ให้เพลินตาดีกว่า   หลังจากที่หลับใหลไปอย่างสนิทเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ ขนาดผับข้างโรงแรมเปิดเพลงซอมบี้ของวงเดอะแครนเบอร์รี่ อินยัวร์เฮด เฮด ซอมบี้ ซอมบี้ ดังกรอกหูก็ไม่หวั่น ดิฉันก็หลับฝันไปใน 10 นาที ตื่นเช้ามาก็เลยอยากชิมกาแฟของอินโดนีเซีย แล้วก็สืบทราบมาว่า ที่บาหลีมีร้านสตาร์บักส์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เลยต้องไปลองกันหน่อย  พอไปถึงก็ใหญ่โตสมราคาตกแต่งสวยสไตล์เมืองร้อน มีต้นกาแฟปลูกอยู่จริง พร้อมบาร์ที่คุณสามารถเลือกวิธีการชงกาแฟได้ตามจิตตามใจ จะดริป จะไซฟ่อน จะแมชชีน จะอะไรก็เลือกเลยคะ  พอได้กาแฟแล้วดิฉันก็ขอเดินสำรวจ ร้านนี้มีสองชั้น มีทั้งส่วนภายในอาคารและภายนอกอาคาร ใครสั่งกาแฟเย็นก็น่าจะนั่งนอกร้านได้ แต่ดิฉันสั่งร้อนไม่กล้านั่งข้างนอกกลัวละลายไปกับแดด ทางร้านตกแต่งด้วยเครื่องจักสานที่ขึ้นชื่อของบาหลี  กระบุง ชะลอม ต่างๆ นานา เขาก็เอามาดัดแปลงให้เป็นของแต่งร้าน เก๋มาก กไก่ สิบสองตัว มุมสินค้าก็มีของมากมายให้เลือกพวกกงแก้ว อะไรต่างๆ ราคาพอๆ กับบ้านเรา ถามว่าซื้อไหมซื้อค่ะ ที่สำคัญเมล็ดกาแฟราคาถูกกว่าเราเกือบครึ่งเหมาจ้าแม่ รออะไร  กาแฟเสร็จแล้วเติมพลัง เราก็อยากสัมผัสถึงประวัติศาสตร์ของประเทศเพื่อนบ้านเรา ไปพิพิธภัณฑ์สิค่ะ รออะไร จากเซมินยัก เรามุ่งหน้าสู่เดนบาซาร์ เมืองหลวงของเกาะบาหลี ย่านนี้ก็จะอุดมไปด้วยศูนย์ราชการต่างๆ และ อนุสาวรีย์บัจราซันดี ที่ที่เรามาจะเรียกพิพิธภัณฑ์ก็ไม่เชิง เป็นอนุสาวรีย์ที่นำเสนอประวัติศาสตร์ของบาหลีไว้ด้วยมากกว่า เสียดายตอนนี้มาทางอนุสาวรีย์มีการบูรณะแต่ถึงอย่างไรก็สวยงามสมราคาที่ไกด์แนะนำให้เราชม ภายนอกเป็นศิลปะแบบบาหลี ภายในจัดแสดงภาพประวัติศาสตร์ ตั้งแรกเริ่มยุคเดิมที จนมาถึงยุคปัจจุบัน ให้ชมได้อย่างเพลิดเพลิน  เรียนรู้ประวัติศาสตร์แล้วอยากชมศิลปะวัฒนธรรมบ้าง ไม่รอช้า เคลื่อนตัวไปเที่ยวอูบุดกัน เราจะไปชมวัดวา วิถีชีวิตชาวบ้านสไตล์บาหลีแท้ๆ กัน ก่อนจะถึงอูบุดดิฉันแวะชมการแสดงอันเลื่องชื่อของบาหลีก่อนนั้นคือ ระบำบารอง โรงละครก็เป็นอัฒจรรย์แบบบ้านๆ เปิดโล่งรับลมเย็นมีวงมโหรีอยู่ด้านข้างค่อยบรรเลงเพลง ระบำบารองก็เป็นการแสดงที่เล่าถึงความดีกับความชั่วร้าย จุดมุ่งหมายหลักที่ไปดูคือชอบการแต่งหน้า เสื้อผ้า และการแสดงท่าทางที่ชัดเจน จบการแสดงเราก็มุ่งหน้าไปชมวัดกันต่อคะ เกริ่นก่อนนะคะ วัดส่วนใหญ่ในบาหลีเขาจะเขียนติดบอกนักท่องเที่ยวไว้ว่า worship only เป็นวัดสำหรับประกอบพิธีทางศาสนาเท่านั้น จะสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปเที่ยวไม่ได้ แต่ก็มีวัดที่เราสามารถเข้าไปเยี่ยมชมความสวยงาม และศิลปะแบบบาหลีได้เช่น Batuan Temple ที่อูบุด วัดแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์บาหลี ที่สร้างเพื่อบูชาเทพเจ้าในศาสนาฮินดู  จากวัด Batuan เราก็เดินทางขึ้นเขาลงเขา ไปยัง Tirta Empul หรือวัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคยได้ชมจากภาพยนตร์เรื่อง Eat pray love วัด Tirta Empul เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่มีทั้งชาวบาหลีและชาวต่างชาติมาเยี่ยมชม และมาแช่ตัวในบ่อน้ำพุเพื่อความโชคดี ภายในวัดร่มรื่น เขียวไปด้วยไม้ใหญ่มากมาย ใครที่อยากมาสักการะและแช่น้ำทางวัดที่ห้องล็อกเกอร์ให้ฝากของและเปลี่ยนเสื้อผ้า คุณเพียงแค่เตรียมผ้าขนหนูกับชั้นในมาเปลี่ยนเท่านั้น สะดวกสบายดีไหมคะ  พูดถึงแต่ที่เที่ยวไม่พูดถึงอาหารการกินและของฝากไม่ได้ อาหารการกินที่นี้สะดวกสบายคะ มีให้เลือกครบทุกชาติไป ลองชิมอาหารพื้นเมืองบ้าง อย่างนาสิโกเร็ง ก็คือข้าวผัด หรือใครไม่ชอบเครื่องเทศก็มีอาหารตะวันตก อาหารจีน ให้เลือกหลากหลาย เพราะเขาคือเมืองท่องเที่ยวย่อมมีอะไรให้เลือกมากมาย ของฝากของน่าซื้อต้องพวกตระกร้า กระเป๋าสานซึ่งสวยมาก กาแฟก็น่าซื้อเพราะประเทศนี้เป็นแหล่งปลูกกาแฟชั้นยอด  บาหลีเป็นทั้งสวรรค์ของคนชอบทะเล เป็นที่รักของคนชอบวัฒนธรรม เป็นโต๊ะกับข้าวของนักชิม เป็นสถานที่ที่มีทั้งความหรูหราและความติดดินอยู่ด้วยกัน ที่ที่คุณสามารถเที่ยวทุกอย่างได้ครบในทริปเดียว      

อ่านเพิ่มเติม