All articles abouts เที่ยวเกาหลี

ห้ามพลาด! เปิดวาร์ปพิกัดชม ใบไม้เปลี่ยนสี 2019 จากทั่วโลก

ห้ามพลาด! เปิดวาร์ปพิกัดชม ใบไม้เปลี่ยนสี 2019 จากทั่วโลก

06 ก.ค. 61

        เผลอแป๊ปเดียว ก็ใกล้จะถึงช่วงเวลาที่หลายคนรอคอย กับฤดูกาลแห่งภาพความสวยงามประจำปี ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาปลายปีเท่านั้นกับ ใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงเวลาที่คนไทยนิยมเดินทางไปเที่ยวกันอย่างคึกคัก ประจวบเหมาะกับวันหยุดต่างๆ รวมถึงสภาพอากาศที่เย็นกำลังดี เพราะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) อากาศเย็นสบาย ไม่หนาวจนเกินไป ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้หลายท่านคงกำลังมองหาที่เที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสี ประจำปี 2019 กันอยู่ ทัวร์ครับจึงไม่พลาด รวบรวม พิกัด...เส้นทางยอดฮิตสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสี ปี 2019 นี้ พร้อมแล้วก็ตามทัวร์ครับมาดูกันเลยดีกว่าครับ สำหรับเส้นทางในการชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยม 2019 ที่ทัวร์ครับขอแนะนำก็คือ... ยุโรปตะวันออก (East Europe)    Neuschwanstein Castle, Germany         เส้นทางทัวร์ยุโรปตะวันออกก็จะเป็นประเทศ เยอรมัน (Germany) เชค (Czech Republic) ออสเตรีย (Austria) และฮังการี (Hungary) ซึ่งเป็นเส้นทางชมใบไม้เปลี่ยนสียอดฮิต สำหรับสายเที่ยวที่อยากจะไปสัมผัสความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางบรรยากาศและสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปนั่นเองครับ  Cesky Krumlov, Czech Republic         ซึ่งใบไม้เปลี่ยนสีในแต่ละเมืองของยุโรปตะวันออก ก็เริ่มเปลี่ยนสีกันในช่วง เดือน กันยายน - เดือนพฤศจิกายน ภาพบรรยากาศของสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปก็จะเริ่มถูกแต่งแต้มสีสันด้วยสีส้ม แดง น้ำตาล บวกกับอากาศที่เย็นกำลังดี อยู่ที่ประมาณ 10 องศา - 18 องศา ไม่หนาวจนเกินไป กำลังดีสำหรับการดื่มด่ำท่ามกลางบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสุดโรแมนติค และสถาปัตยกรรมแสนคลาสสิตสไตล์ยุโรปสุดอลังการ แค่คิดก็รู้สึกฟินแล้วล่ะครับ         บอกเลยว่าสำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี ประจำปี 2018 นี้ เส้นทางทัวร์ยุโรปตะวันออก จะทำให้คุณได้ดื่มดำกับความสวยงาม โรแมนติคจนฟิน เต็มอิ่มจุใจกันอย่างแน่นอนคร๊าบบ... ญี่ปุ่น (Japan) Korankei, Japan          พูดถึงสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี 2018 ทั้งที หากไม่พูดถึง ญี่ปุ่น ก็คงจะถือว่าพลาดมากๆเลยครับ เพราะญี่ปุ่น นั้นถือเป็น จุดหมายปลายทางยอดฮิตของคนไทยในการไปชมใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากความสวยงามระดับโลกที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้การยอมรับแล้ว แต่ละพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่นก็ยังมีบรรยากาศและเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป บางคนถึงกับตั้งเป้าหมายในการเก็บสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นเลยก็มีครับ เพราะเมื่อเข้าช่วงเดือนตุลาคม - ปลายเดือนพฤศจิกายน ญี่ปุ่นก็จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง อากาศเริ่มเย็นขึ้น แต่ไม่หนาวจนเกินไป ใบไม้ก็เริ่มแปรเปลี่ยนจากสีเขียว เป็นสีส้ม แดง น้ำตาล ทั่วทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ฮอกไกโด (Hokkaido) โตเกียว (Tokyo) โอซาก้า (Osaka) และ นาโกย่า (Nagoya) โดยเฉพาะ หุบเขาโครังเค (Korankei) ซึ่งจะอยู่ในทัวร์ใบไม้เปลี่ยนสี เส้นทางนาโกย่า ซึ่งได้รับเสียงการันตีจากเหล่านักล่าใบไม้เปลี่ยนสีว่า เป็นที่สุดของใบไม้เปลี่ยนของญี่ปุ่น ครับ         เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว สำหรับใบไม้เปลี่ยนสี 2019 นี้ ทัวร์ครับบอกเลยว่าต้องรีบจองทัวร์ใบไม้เปลี่ยนสี ต้องรีบไปสัมผัสด้วยตัวเองแล้วล่ะค่ะ เพราะแพคเกจเต็มเร็วมาก จะได้รู้ว่าดีจริงหรือเปล่า ? ใครไปมาแล้วก็อย่าลืมมาเล่าให้ทัวร์ครับฟังกันได้นะครับ >>>แพคเกจทัวร์ใบไม้เปลี่ยนสี 2018 จากทัวร์ครับ จองเลย!<<< เกาหลี (South Korea)           มาต่อกับอีกหนึ่งประเทศที่ฮอตฮิตไม่แพ้ญี่ปุ่นเช่นกัน กับประเทศเกาหลี ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ทัวร์ครับขอแนะนำ สำหรับเส้นทางชมใบไม้เปลี่ยนสี 2019  อย่างใน โซล (Seoul) เมืองหลวงแสนทันสมัย ซึ่งภายในโซลนั้นมีหลายจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปชมใบไม้เปลี่ยนสีครับ ไม่ว่าจะเป็น โซลทาวน์เวอร์ (N Seoul Tower) ที่เราจะได้เห็นภูเขาทั้งลูกเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง รวมถึง พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung) สถานที่ท่องเที่ยวเกาหลียอดฮิต ที่ทุกคนต้องเคยไป! เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ภายในพระราชวังเคียงบกกุงก็จะกลายเป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีสุดโรแมนติคของเกาหลีเช่นกันค่ะ สำหรับใครที่ยังไม่เคยไปสัมผัสความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีที่เกาหลีมาก่อน ทัวร์ครับขอแนะนำให้ลองไปสักครั้งค่ะ เพราะว่าดีงามไม่แพ้ญี่ปุ่นเลย เพราะงั้น ใบไม้เปลี่ยนสี 2019 นี้ลองหาโอกาสไปลองให้ได้สักครั้งนะครับ  ไต้หวัน (Taiwan)         มาถึงประเทศสุดท้าย ที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่น้อยคนที่จะรู้ว่า ไต้หวัน นั้นเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เหมาะกับการไปชมใบไม้เปลี่ยนสี 2019 เช่นกันนะครับ เพราะไต้หวันนั้นเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ เราจึงจะสามารถพบเห็บใบไม้เปลี่ยนสีได้ตามอุทยานแห่งชาติของไต้หวัน แน่นอนว่าโด่งดังที่สุดก็คงจะเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจาก อุทยานอาลีซาน (Alishan National Scenic Area) ที่จะเต็มไปด้วยสีสันจากสี เข้ม อ่อน สลับกันจากต้นไม้นานาพันธุ์ ภายในอุทยาน ที่กำลังแข่งกันแต่งแต้มสีสันให้กับอุทยานแห่งนี้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เริ่มต้นตั้งแต่เดือนตุลาคม ยาวไปจนถึงเดือนมกราคม หากใครกำลังมองหาสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี ประจำปี 2019 ที่ไม่เหมือนใคร ทัวร์ครับบอกเลยว่า ต้องไปสัมผัสที่ไต้หวันครับ รับรองติดใจแน่นอน         ว้าวว...สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี 2019 แต่ละที่เด็ดๆทั้งนั้น เรียกได้ว่ากินกันไม่ลงเลยทีเดียว แต่ละที่ต่างก็มีความสวยงามและสเน่ห์ที่เป็นของตัวเอง เอาเป็นว่าใครชื่นชอบสไตล์ไหน ก็ต้องรีบไปโดนกันแล้วละครับ ทัวร์ครับขอแนะนำให้รีบจองตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะ ทัวร์ใบไม้เปลี่ยนสีนั้นฮอตมาก จองช้า อดไปจะเสียใจแย่ จะหาว่าทัวร์ครับไม่เตือนนะครับผม!  

อ่านเพิ่มเติม
Best in travel 20 city  บุกตะลุย 20 เมืองห้ามพลาด เที่ยวต่างประเทศที่ไหนดี ??
Best in travel 20 city บุกตะลุย 20 เมืองห้ามพลาด เที่ยวต่างประเทศที่ไหนดี ??

08 มี.ค. 60

สวัสดีค่ะ วันนี้ ทัวร์ครับ มานำเสนอ Best in travel 20 city บุกตะลุย 20 เมืองในต่างประเทศห้ามพลาด ว่าแต่ว่าในปีนี้ใครมีแพลนไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างเอ่ย ถ้าใครยังคิดไม่ได้นึกไม่ออก ทัวร์ครับก็มีสถานที่เที่ยวต่างประเทศมาแนะนำให้ได้เก็บเอาไปคิดและวางแผนเที่ยวกัน หรือใครที่ยังเก็บสถานที่เที่ยวต่างประเทศไม่ครบก็ตามเชคลิสกันได้เลยจ้า.. LOS ANGELES : USA ลอสแอนเจลิสหรือที่ใครหลายคนรู้จักในนามของ แอลเอ(LA) พูดไปใครๆก็รู้จักเพราะที่นี่เขาดังมาจากอุตสาหกรรมภาพยนต์(หนังฮอลลีวูด) แถมยังเป็นศูนย์รวมความบันเทิงต่างๆ อย่างสถานที่จัดการประกาสรางวัลออสการ์ รวมถึงแหล่งช้อปปิ้งสุดหรูอย่างโรดิโอไดรฟ์ สนุกสนานไปกับสวนสนุกดิสนีย์แลนด์และยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ ไฮไลท์สำคัญที่ต้องห้ามพลาดนั่นก็คือถนนฮอลลีวูดวอร์กออฟเฟม ที่ประดับด้วยแผ่นหินเป็นรูปดาวห้าแฉก ที่ดาราระดับฮอลลีวูดได้มาจารึกชื่อ รอยมือ รอยเท้าไว้ตามท้องถนนแห่งนี้   LONDON : ENGLAND เป็นที่รู้กันดีว่าลอนดอน เมืองหลวงสุดฮิปของประเทศอังกฤษที่มีสถานที่น่าสนใจมากมาย ลอนดอน มีชื่อเสียงในเรื่องของพิพิธภัณฑ์ที่เป็นแหล่งความรู้ชั้นนำของโลก มีผู้คนเข้ามาท่องเที่ยวเยี่ยมชมไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นที่ บริติชมิวเซียม พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จุดแลนด์มาร์กอย่างหอนาฬิกาบิ๊กเบน เดินเก็บภาพบรรยากาศบนสะพานทาวเวอร์บริดจ์ และห้ามพลาดกับหัวใจหลักของลอนดอนนั่นคือถนนอ็อกฟอร์ด (Oxford Street) แหล่งช็อปปิ้งชื่อดังซึ่งมีระยะทางถึง 1.6 กิโลเมตร   LISBON : PORTUGAL โปรตุเกสประเทศที่ถูกลืมสำหรับใครหลายคนเมื่อนึกถึงทวีปยุโรป เมืองลิสบอนเมืองเล็กๆที่มากล้นด้วยเสน่ห์ ทั้งบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมและอารยธรรมอันสวยงาม เที่ยวชมเมืองด้วยรถราง อาคารสิ่งปลูกสร้างถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีความเก่าคลาสสิคอายุพันปี แต่ก็มีความสวยงามตามแบบโคโลเนียล ดึงดูดให้นักเดินทางต้องไปเยือนให้ได้ซักครั้งในชีวิตไฮไลท์ของลิสบอนคือการไปชมปราสาทของเซนต์จอร์จ ปราสาทขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง สามารถชมวิวเมืองได้ 360 องศา ถือว่าเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของเมืองลิสบอนเลยหล่ะ   PISTOIA : ITALY พิสโตเอีย เป็นเมืองชนบทเล็กๆที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของอาคารบ้านเรือนใน ยุคกลาง มีมหาวิหาร Cattedrale di San Zeno ด้านหน้าโบสถ์โดดเด่นด้วยศิลปกรรม สไตล์โรมัน ส่วนภายในโบสถ์ก็ตกแต่งอย่างสวยงาม ไฮไลต์เด่นภายในมหาวิหารนี้คือแท่นบูชาของเซนต์เจมส์   VIENNA : AUSTRIA เวียนนา 1 ในเมืองที่คลาสสิกและโรแมนติกที่สุดในแถบยุโรปตะวันออก เมืองที่ยูเนสโกยกให้เป็นมรดกในด้านความงดงามด้านศิลปะและประวัติศาสตร์อันยาวนาน ชมความสง่างามของพระราชวังเบลเวเดียร์, มหาวิหารเซนต์ สตีเฟน และจุดสำคัญที่เรียกได้ว่าถ้าไปแล้วต้องไปเยือนที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรก ก็คือ พระราชวังเชินบรุนน์ศูนย์กลางการปกครองของจักรวรรดิออสเตรียนั่นเอง   PRAGUE : CZECH REPUBLIC กรุงปราก กลิ่นอายของเมืองเก่าและความโรแมนติก ทั้งความสวยงามในเรื่องรูปแบบสถาปัตยกรรม สิ่งก่อสร้างโบราณที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นปราสาทปราก, สะพานชาร์ลส์ และสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์อีกมากมาย ทำให้กรุงปรากเป็นเมืองที่สามารถทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนหลงไหลในความสวยงามและอบอุ่นของเมืองแห่งนี้   AMSTERDAM : NETHERLANDS เขาว่ากันว่ากรุงอัมสเตอร์ดัมนั้นถือเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งในยุโรป ดินแดนแห่งจักรยานของโลก เป็นเมืองต้นแบบแห่งวัฒนธรรมการปั่นจักรยาน อีกทั้งยังมีสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามและประวัติศาสตร์มากมาย ส่วนสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวชอบเดินทางมาเที่ยวที่นี่ก็คือ การล่องเรือชมความสวยงามของเมืองทั้งสองข้างทาง ไฮไลท์ของอัมสเตอร์ดัมคงไม่พ้น Nescio Bridge สะพานข้ามแม่น้ำที่สวยที่สุดในอัมสเตอร์ดัมและเป็นสถานที่ยอดฮิตของนักท่องเที่ยว   BARCELONA : SPAIN บาร์เซโลน่าในที่นี้ไม่ใช่ชื่อทีมฟุตบอลแต่อย่างใด แต่เป็นเมืองหนึ่งในประเทศสเปน ซึ่งหากใครได้มีโอกาสมาเที่ยวสเปนแล้ว คุณห้ามพลาดที่จะไปเยือนเมืองบาร์เซโลน่า บาร์เซโลน่าเป็นเมืองหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวกันมากนัก แต่จริงๆแล้ว เมืองนี้เป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม อาหาร และชื่อเสียงด้านกีฬา นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมที่หลากหลายและสวยงามมากอีกด้วย   TAITUNG : TAIWAN เชื่อว่านักท่องเที่ยวหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้จักไถตงมากนัก จริงๆแล้วไถตงก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่อยากให้ลองไปเที่ยวดูสักครั้ง “ไถ” มาจาก “ไต้หวัน” ส่วน “ตง” แปลว่า “ตะวันออก” เพราะฉะนั้นไถตงก็คือไต้หวันตะวันออกนั้นเอง ที่ไถตงนั้นจะเน้นที่เที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม เหมาะสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปเป็นอยากมาก หากมีโอกาสได้ลองมาเที่ยวที่นี่ แนะนำให้ลองนั่งรถไฟชมวิวทะเลแปซิฟิตดูสักครั้ง รับรองภาพความสวยงามของธรรมชาติจะตาตรึงคุณไปอีกนานเลยทีเดียว (การนักรถไฟชมวิวควรมีเวลาสัก 2 วัน เพื่อที่จะได้คุ้มค่ารถไฟ)   SPLIT : CROATIA ขึ้นชื่อว่าอยู่ในโครเอเชียแล้วต้องยกให้ความโรแมนติกเป็นที่หนึ่งเลยทีเดียว เมืองสปลิทที่อยู่ในโครเอเชียนั้นถือว่าเป็นเมืองที่มีความเก่าแก่มาก ในปัจจุบันถือเป็นเมืองท่าที่สำคัญทางการค้าและการท่องเที่ยวของโครเอเชียเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีบรรยากาศดี ทิวทัศน์งดงาม มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ใครที่ได้ไปแล้วถ่ายรูปออกมาจะสังเกตได้ว่ารูปทุกรูปนั้นมีความชิคความคูล ความชีวิตดีอยู่ในรูปทุกรูปแน่นอน หากอยากไปพักผ่อนชิลๆล่ะก็ ต้องนึกถึงที่นี่ที่แรกเลย   DUBAI : ARUB EMIRATESNCE สุดยอดเมืองที่กำลังเจริญรุ่งเรือง เชื่อว่าหลายๆคนคงรู้กันอยู่แล้วว่าดูไบเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเศรษฐี ท้องถนนจะเห็นรถซุปเปอร์คาร์ตลอดเส้นทาง จึงทำให้ดูไบมีสถานที่ท่องเที่ยวที่อลังการกว่าที่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ตึกที่สูงที่สุดในโลก (burj khalifa) ชายหาดที่ถูกถมให้เป็นรูปต้นปาล์ม (palm jumeirah) ตู้ปลาขนาดยักษ์ที่อยู่ในใจกลางห้าง (dubai mall) หรือจะเล่นสกีในเมืองทะเลทรายที่ห้างก็ทำได้ (Mall of the Emirates) หรือใครอยากไปผจญภัยสัมผัสทรายด้วยตนเองก็มีกิจกรรมนั่งรถตะลุยทะเลทรายเพื่อไปแคมป์ไฟกลางทะเลก็มีให้คุณลองเช่นกัน   PARIS : FRANCE ปารีส เมืองในฝันของขาเที่ยวเกือบทุกคน หากพูดถึงยุโรปแล้วล่ะก็ปารีสต้องเป็นหนึ่งในเมืองที่คุณต้องมาลองเที่ยวสักครั้งแน่นอน เนื่องจาก ปารีส เป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น หอไอเฟล พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ประตูชัยฝรั่งเศส เป็นต้น นอกจากสถานที่เที่ยวแล้ว ยังมีแหล่งช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมอีกมากมาย ให้ขาช้อปได้ช้อปกันเพลินเลยทีเดียว ถ้าคุณได้มีโอกาสไปเที่ยวปารีสแล้วล่ะก็ รับรองว่าทั้งรูปถ่ายทั้งของฝากได้กลับมาบ้านอย่างล้นหลามแน่นอน   HOKKAIDO : JAPAN ฮอกไกโด ชื่อนี้ไม่น่าจะมีใครไม่รู้จักเพราะเป็นไฮไลท์ของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ฮอคไกโดเป็นเกาะเหนือสุดและหนาวสุดของประเทศญี่ปุ่น ด้วยธรรมชาติทัศนียภาพที่งดงามตลอดทั้งปี มีกิจกรรมอีกหลากหลายเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติ อาหารหลากหลายเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เที่ยวเล่นอย่างเพลิดเพลินใจ คนที่เคยไปแล้วต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องกลับไปอีกอย่างแน่นอน   REYKJAVIK : ICELAND   ที่เรคยาวิกแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่ใกล้ขั้วโลกเหนือมากที่สุด เป็นเมืองที่มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และ เที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวเมืองได้ การที่มาเดินชมอาคารบ้านเรือนภายในเมืองเรคยาวิกที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองก็สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไอซ์แลนด์ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีสิ่งก่อสร้างที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม อาหารการกินก็เป็นที่ถูกปากถูกคอของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ หรือใครต้องการตามล่าแสงเหนือก็สามารถตามล่าได้ที่นี่เช่นกัน เพียงแต่ช่วงเวลา และสถานที่อาจจะต้องวัดดวงกันสักนิด แต่ถ้าหากได้เห็นแสงเหนือแล้วล่ะก็บอกได้เลยว่าคุ้มเกินคุ้ม   JIUZHAIGOU : CHINA อุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว ประเทศจีน ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเทือกเขาหมินซานห่างจากเมืองเฉิงตูไปทางเหนือ ด้วยความสวยงามของธรรมชาติทำให้จิ่วไจ้โกวได้ถูกยกย่องให้เป็นสุดยอดประติมากรรมความงามจากธรรมชาติอย่างแท้จริง ทั้งน้ำตก ลำธาร ทะเลสาบสีฟ้าเหมือนหลุดไปอยู่ในโลกแห่งเทพนิยาย และที่นี่คือสถานที่ในฝันของนักเดินทางหลายๆคนที่ตั้งเป้าหมายว่าต้องมาจิ่วไจ้โกวให้ได้สักครั้งในชีวิต   SEOUL : SOUTH KOREA อีกหนึ่งประเทศที่คนไทยใครๆก็รู้จัก เกาหลีใต้ประเทศสุดฮิต ดินแดนของอปป้าของสาวไทยทั้งหลาย บางคนไปแล้วไปอีกจนนับครั้งไม่ถ้วนและกรุงโซลก็เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งถนนศิลปะและวัฒนธรรม สถานที่ประวัติศาสตร์ สวนสนุก ร้านอาหารชั้นเลิศ แหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่ทั้งแหล่งสินค้าขายส่ง สินค้าแบรนด์เนมและแฟชั่นสไตล์เกาหลีมากมาย และห้ามพลาดที่จะไปคล้องกุญแจคู่รักที่โซลทาวเวอร์นะจ๊ะ   MANDALAY : MYANMAR มิงกะลาบา ใครว่าพม่าไม่น่าเที่ยว มัณฑะเลย์เคยเป็นอดีตเมืองหลวงและเมืองใหญ่อันดับที่สามของพม่า มัณฑะเลย์เมืองศูนย์กลางการค้าและคมนาคมทางตอนเหนือและเป็นเมืองอันดับต้นๆที่มีชื่อเสียงในด้านพระพุทธศาสนา คนไทยและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมไปไหว้พระและสถาปัตยกรรมอันงดงามของกรุงมัณฑะเลย์ ไฮไลท์สำคัญของการเยือนมัณฑะเลย์ครั้งนี้ คือการเข้าร่วมพิธีล้างพระพักตร์ พระมหามัยยมุนี พระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในประเทศพม่า   OSAKA : JAPAN โอซาก้า เมืองที่ใหญ่อันดับสองของประเทศญี่ปุ่น นอกจากจะเป็นเมืองธุรกิจสำคัญของประเทศแล้ว ยังขึ้นชื่อด้านอาหารในราคาย่อมเยา เพราะไม่ว่าจะมุมไหนของเมือง คุณก็สามารถหาร้านอาหารรสชาติเป็นเลิศ แต่ราคาสบายกระเป๋าได้ไม่ยาก นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง (Kaiyukan) ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) ยูนิเวิร์ลซัล สตูดิโอ (Universal Studio) แห่งญี่ปุ่น และสวนลอยน้ำ (Floating Garden Observatory)   MOSCOW : RUSSIA กรุงมอสโก รัสเซีย เป็น 1 ในประเทศมหาอำนาจของโลกเสมอมา รัสเซียตั้งอยู่ระหว่างทวีปยุโรปตะวันออกและทวีปเอเชียติดกับมองโกเลีย ค่อนไปทางเหนือของโลก ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีภูมิอากาศที่หนาว-หนาวจัด แต่ที่สำคัญมากไปกว่านั้น คือ สภาพภูมิประเทศและธรรมชาติป่าเขาที่สวยงามจับใจแบบเมืองในเทพนิยาย ไม่นับรวมสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง เมืองและสถานที่ท่องเที่ยวรัสเซียมีอยู่หลากหลาย เมืองหลวงเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์สำคัญมากมาย รวมไปถึงเมืองสมัยใหม่ที่ยังมีกลิ่นอายศิลปะดั้งเดิม   SINGAPORE สิงคโปร์ ประเทศใกล้ๆที่อาจจะเป็นประเทศแรกๆที่ทุกคนนึกถึงเวลาจะไปเที่ยวต่างประเทศ ปัจจุบันสิงคโปร์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเจริญสูงสุดในแถวหน้าของโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี รวมสุดยอดแหละท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์สำหรับคนทุกกลุ่ม ทั้งช็อปปิ้ง สวนสนุก กินอาหารอร่อย หรือชมความงามธรรมชาติต่างๆมากมาย ถ้าใครมีโอกาสได้ไปก็อย่าลืมไปถ่ายรูปเชคอินกับจุดแลนด์มาร์กอย่างรูปปั้นเมอร์ไลอ้อนกันนะคะ

อ่านเพิ่มเติม
รวม 7 ที่เที่ยวต่างประเทศ ฤดูไหนดี ที่ไหนโดน ไปดูกัน !!
รวม 7 ที่เที่ยวต่างประเทศ ฤดูไหนดี ที่ไหนโดน ไปดูกัน !!

16 ต.ค. 61

มาดูกันว่า แต่ละประเทศมีช่วง High season ที่น่าสนใจอะไรบ้าง ทัวร์ครับ รวบรวมมาให้แล้ว !!   🍁 1. เที่ยวญี่ปุ่น - ใบไม้เปลี่ยนสี 🍂  พิกัด : Japan ประเทศแรกมาเริ่มกันที่ญี่ปุ่น ประเทศในใจที่คนไทยหลงรัก ซึ่ง ทัวร์ครับ เลยมาแนะนำว่า หากจะไปเที่ยวญี่ปุ่น ถ้าไม่ไปสัมผัสหิมะตก อากาศหนาว ก็มีช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนี่แหละครับ ที่ถือว่าเป็น High season ของที่ญี่ปุ่นเลย เพราะใบไม้จะเปลี่ยนเป็น สีแดง ส้ม เหลือง สวยสดใสไปทั่วประเทศญี่ปุ่น แถมอากาศก็กำลังดี ไม่หนาวเกินไป ใส่เสื้อโค้ทถ่ายภาพกำลังสวยเลยล่ะ ใครมีแพลนจะไปญี่ปุ่น ต้องไป ช่วงปลายตุลาคม - ต้นธันวาคม นะครับ จะได้เจอใบไม้เปลี่ยนสีเต็มๆแบบฟินสุดๆ อ่านต่อ : เที่ยวญี่ปุ่นเมืองไหน เท่าไหร่บ้าง ? ❄️ 2. เที่ยวเกาหลี - หน้าหนาว ⛄️ พิกัด : Korea ไปเกาหลี นอกจากจะไปช้อปปิ้งแล้ว ก็ถือว่าที่เที่ยวส่วนใหญ่ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจมากนัก นอกจากในช่วง High Season ช่วงปลายธันวาคม - ต้นมีนาคม ที่จะมีหิมะตก ทำให้เมืองทั้งเมืองขาวโพลน ดูสะอาดตา แถมได้สัมผัสอากาศหนาวจับใจเลยล่ะครับ ส่วนใหญ่แล้วช่วงฤดูหนาวนี้นักท่องเที่ยวจะนิยมไปสกี รีสอร์ท เล่นหิมะกัน ใครเบื่ออากาศร้อนบ้านเรา ก็ลองไปเที่ยวเกาหลีช่วงปลายปี - ต้นปีดูนะครับ อ่านต่อ : เตรียมตัวไปเกาหลีแบบชิลชิลไม่มีเอาท์ !!  🌸 3. เที่ยวไต้หวัน - ซากุระ 🌸 พิกัด : Taiwan ประเทศที่มีที่เที่ยวทางธรรมชาติเยอะมากกก ทำให้ควรไปสัมผัสกับใบไม้สีเขียว ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม แบบสุดๆ จะได้เห็นความเขียวชอุ่มของใบไม้ และอากาศที่ยังไม่ร้อนและไม่หนาวเกินไป แถมไม่เจอฝนอีกด้วย อ้อ! และหากใครแต้มบุญสูงๆ อาจจะโชคดีได้เจอซากุระบานอีกด้วยนะ อ่านต่อ : รีวิวเที่ยวไต้หวัน 5 วัน 3 คืน พาไปไหนบ้าง มาดูกัน !! ⛄️ 4. เที่ยวปักกิ่ง - ปลายฤดูหนาว ❄️ พิกัด : China หลายๆ ประเทศช่วง High Season มักจะเป็นฤดูหนาว แต่ไม่ใช่ที่ปักกื่งนะ เพราะช่วงฤดูหนาวจะหนาวมาก จนไม่น่าเที่ยวเลย ดังนั้นช่วง High Season ของเค้าเลยเป็น ช่วงฤดูร้อน มากกว่า แต่ที่พีคสุดๆ เที่ยวชิลๆ ไม่ร้อนเกินและไม่หนาวไป ก็คือ ช่วงปลายฤดูหนาว ปลายเดือนมีนาคม - กลางเดือนเมษายน นั่นเอง อากาศกำลังดี เดินเล่นบนกำแพงเมืองจีนเพลินๆ เลยล่ะ อ่านต่อ : อัพเดท !! 12 สถานที่ท่องเที่ยวจีน..สวยจนหยุดหายใจ 🌴 5. เที่ยวมัลดีฟส์ - ซัมเมอร์ 🌊  พิกัด : Maldives ไปทะเลทั้งที แน่นอนว่าก็ต้องไปช่วงซัมเมอร์ใช่ไหมล่ะครับ  ซึ่งมัลดีฟส์ก็เป็นทะเลในฝันของหลายๆ คน ถึงแม้จะราคาสูงแต่ก็อยากจะไปลองสัมผัสดูสักครั้ง ถ้าหากไปในช่วง Low season อาจจะถูกลงหน่อย แต่ก็เสี่ยงกับการเจอพายุ เที่ยวไม่คุ้ม ทะเลไม่สวยอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นไป ช่วงเดือนธันวาคม - เดือนเมษายน ที่เป็นช่วง High season จะดีกว่านะครับ น้ำใสฟ้าสวย บอกเลยว่าได้รูปสวยๆกลับมาเพียบ !!   🌌 6. เที่ยวไอร์แลนด์ - แสงเหนือ ☄️ พิกัด : Ireland สักครั้งในชีวิต เราทุกคนก็คงอยากจะไปเห็นแสงเหนือด้วยตาของตัวเอง และคงไม่มีที่ไหนเหมาะสมที่จะดูแสงเหนือมากไปกว่าที่ไอร์แลนด์นั่นเอง ซึ่งช่วงที่ถือว่าเป็น High season ก็คือ ช่วงปลายเดือนตุลาคม - ต้นเดือนมีนาคม ที่เป็นช่วงอากาศหนาว และช่วงกลางคืนก็จะยาวนานมากกว่าปกติ ทำให้เพิ่มโอกาสในการเห็นแสงเหนือมากขึ้นนั่นเอง   🎅🏼 7. เที่ยวฟินแลนด์ - หน้าหนาว 🦌 พิกัด : Finland มันคงจะฟินไม่น้อย ถ้าหากเราได้ไปเที่ยวที่หมู่บ้านซานตาครอส ที่ เมืองโรวาเนียมิ ประเทศฟินแลนด์ ในช่วงคริสมาสต์ บอกเลยว่าหมู่บ้านนี้มีความโรแมนติกและน่ารักมากๆ เลยล่ะ ยิ่งช่วงคริสมาสต์ที่มีหิมะขาวโพลน ตัดกับสีแดงสีเขียวของสารพัดของกุ๊กกิ๊ก ที่ตกแต่งไว้สำหรับเทศกาลคริสมาสต์ เป็นอะไรที่เข้ากันได้ดีสุดๆ เลยล่ะครับ ต้องลองไปดูสักครั้งบอกเลยว่าโรแมนติกสุดๆ เป็นไงบ้างครับ ?? บอกแล้วว่าในช่วง High season ของแต่ละประเทศ ก็มีความพีคแตกต่างกันไป ซึ่งไม่เหมือนกับเที่ยวช่วง Low season แน่ๆ  ยอมเก็บเงินเพิ่มอีกนิด เพื่อไปเที่ยวในช่วง High season รับรองว่าสวยฟินประทับใจไม่ลืมแน่นอน  

อ่านเพิ่มเติม
เกาหลีนี้มี (ตัว) แตก! พาส่อง 10 ร้านอาหารสุดฟิน ณ ฮงแด
เกาหลีนี้มี (ตัว) แตก! พาส่อง 10 ร้านอาหารสุดฟิน ณ ฮงแด

07 ม.ค. 62

และอย่างที่บอกว่า ย่านฮงแด เป็นแหล่งวัยรุ่นสุดชิค ที่มีทั้งร้านค้าเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า และเครื่องสำอางมากมาย ทำให้ย่านนี้เป็นย่านฮิตในการที่นักท่องเที่ยวไทยเราเลือกพัก เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบครบครัน และมีเกสต์เฮ้าส์และโรงแรมราคาไม่แพงเพียบ เรียกได้ว่า ถ้าช้อปปิ้งจนถือไม่ไหว ก็สามารถเอาของมาเก็บที่ที่พักก่อน แล้วออกไปช้อปต่อได้อีกสบายๆ เลย แต่ในบทความนี้เราจะไม่พูดถึงที่พักกัน แต่จะขอพูดถึงเรื่อง ร้านอาหารในฮงแด ครับ เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง และร้านอาหารในย่านนี้ก็มีราคาไม่แพง แถมล้วนแต่รสชาติถูกปากคนไทยเราแน่นอน ที่สำคัญใครเป็นสาย Buffet Lover เตรียมตัวจดชื่อร้านให้ดีๆ เพราะย่านนี้มีร้านบุฟเฟ่ต์เพียบเลยล่ะ 1.ร้านอาหาร ฮงแด - 꽃돼지갤러리 (กด-ทเวจี-แกลลอรี่) บุฟเฟ่ต์หมูย่างเกาหลี ร้านอาหารย่านฮงแด ที่ฮิตเว่อร์ ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้กับช้อป Etude House เป็นร้านสีแดงๆ มองหาไม่ยาก ราคาคนละ 12,900 วอนครับ ในบุฟเฟ่ต์จะมีหมูสามชั้น ทั้งแบบบางและแบบหนา, ข้าวโพดชีส, ทักคาลบิ และเครื่องเคียงอีกมากมายเลย เป็นร้านที่คนไทยนิยมไปทานมากๆ เพราะราคาไม่แพง อร่อย และที่สำคัญ เปิด 24 ชั่วโมงเลยนะจ๊ะ ดี๊ดี หิวหมูย่างตอนตีสามก็มีที่รองรับ !!! การเดินทาง : สถานีฮงอิค ทางออกที่ 9 เดินตรงไปจนถึงทางแยกแล้วเลี้ยวขวา เดินต่อไปจนถึงร้าน Etude แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยที่มีร้านขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำผึ้งอยู่หน้าปากซอย ร้านปิ้งย่างจะเป็นร้านสีแดงอยู่กลางซอย พิกัด : 19 Wausan-ro 19-gil, Seogyo-dong, Mapo-gu, Seoul, เกาหลีใต้ 2. ร้านอาหาร ฮงแด - 한상에소두마리 (ฮันซังเอ โซทูมารี) ใครไม่ชอบทานหมู ก็ตามมาจัดบุฟเฟ่ต์เนื้อวัวที่ร้านนี้แทนแล้วกันนะ ราคาอยู่ที่ 18,900 วอน ราคานี้จะได้ทานเนื้อ 6 อย่างเลย นอกจากนี้ยังมีเครื่องเคียงพวกสลัด, ซุปเต้าเจี้ยว และข้าวหน้าเนื้อด้วยล่ะครับ อ้อ! ที่นี่ก็มีบุฟเฟ่ต์หมูสามชั้นเช่นกันนะครับ พิกัดของร้านนี้อยู่ในซอยร้าน SPAO เดินเข้าไปประมาณ 300 เมตรครับ การเดินทาง : สถานีฮงอิค ทางออกที่ 9 ข้ามถนนไปฝั่งร้าน SPAO แล้วเลี้ยวซ้าย จากนั้นเดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวาที่ซอยทางด้านขวามือซอยแรก เดินต่อไปประมาณ 300 เมตรจะเจอร้านปิ้งย่างอยู่ทางซ้ายมือ พิกัด : 936-9 Hwagok 1(il)-dong, Gangseo-gu, Seoul 3. ร้านอาหาร ฮงแด - 홍스쭈꾸미 (ฮงซึจูกุมิ) ร้านปลาหมึกเผ็ดเจ้าดัง ที่มีหลายสาขาเลยครับ แต่สาขาที่ยอดฮิตก็คงเป็นที่สาขาฮงแดนี่แหละ ที่นี่จะเป็นปลาหมึกตัวเล็ก เสิร์ฟมาเป็นแบบกะทะที่มีปลาหมึกคลุกกับซอส และพนักงานก็จะมาผัดให้เรา จนได้ที่ก็บอกให้เราเริ่มทานได้ ตัวซอสจะรสชาติหวาน เค็ม เผ็ด ลงตัวดีและอร่อยมากกก ซึ่งสามารถเลือกได้นะว่าเราจะทานแบบ ปลาหมึกล้วน, ปลาหมึกกับหมูสามชั้น หรือปลาหมึกกับกุ้ง อ้อ! แล้วก็มีเครื่องเคียงให้ทานคู่เพียบเลย ไม่ว่าจะเป็นมันบด, นูรงจี หรือไข่ตุ๋น เรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารฮงแดที่ จัดเต็มสุดๆ เลยครับ พิกัด : ร้าน 홍스쭈꾸미 ฮงซึจูกุมิ 4. ร้านอาหาร ฮงแด - Myth Jokbal cr.cleeswanders.wordpress.com อีกหนึ่งเมนูยอดฮิตในใจคนไทยเรา ก็คือ ขาหมู นั่นเอง และร้านนี้ก็เป็นอีกร้านยอดฮิตย่านฮงแดเลยครับ ร้านจะอยู่ในซอยที่มีร้านขายหมูย่างเยอะๆ ใกล้ๆ กับทางออก 8 ของสถานีฮงอิก ขายเป็นเซ็ตนะครับ เล็ก กลาง และใหญ่ ในเซ็ตจะประกอบไปด้วย ขาหมู, ซุป 1 หม้อ สลัด, หอมหัวใหญ่ดอง, กิมจิ และน้ำจิ้มที่เข้ากันกับขาหมูได้ดีสุดๆ ทานแล้วไม่เลี่ยนเลยล่ะ พิกัด : Myth Jokbal (미쓰족발 홍대점) 5. ร้านอาหาร ฮงแด - Pizza School cr.findingtheseoul.com ร้านพิซซ่าราคาประหยัด แต่อร่อยมากๆ มีให้เลือกหลากหลายหน้าเลยครับ รวมไปถึงหน้าฟิวชั่น เช่น พิซซ่าหน้าบูลโกลกิ ก็มีมานะเออ ร้านนี้จะเป็นแบบพิซซ่าแป้งบางกรอบ ไม่มีซอสนะครับ แต่มีชีสและท้อปปิ้งจัดเต็ม เสิร์ฟคู่มากับผักดอง เหมือนจะไม่เข้ากันแต่กลับตัดเลี่ยนได้ดีทีเดียวเลยครับ การเดินทาง : สถานีฮงอิค ทางออกที่ 2 เดินเข้ามาในซอย Samsung เจอแยกให้ข้ามถนน แล้วเดินเลี้ยวไปทางขวา จากนั้นเข้าซอย จะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ 6. ร้านอาหาร ฮงแด - Hong Cup cr.http://www.tsering.co.vu มาถึงร้านที่เป็นเมนู To-Go บ้าง กับไก่ทอดเจ้าดัง ที่ดึกๆ นี่คนต่อคิวกันเพียบเลย ที่นี่จะไม่มีโต๊ะให้นั่งนะครับ เมนูมีแค่อย่างเดียวคือไก่ทอดชิ้นเล็กๆ (เหมือนไก่ป๊อป) คลุกกับซอสรสออกหวานๆ หน่อย แล้วท้อปปิ้งด้วยชีสเยิ้มๆ อร่อยๆ เสิร์ฟมาในถ้วยถือกินเก๋ๆ ไปพร้อมๆ กับเพลิดเพลินกับบรรยากาศของฮงแดในเวลากลางคืน ใครอยากตามไปฟิน บอกพิกัดให้ว่า ร้านอยู่ในซอย Tony Moly พิกัด : 365-16 Seogyo-dong, Mapo-gu, Seoul, เกาหลีใต้ 7.ร้านอาหาร ฮงแด - 여보게웃게 (ยอโบเกอุดเก) cr.https://m.post.naver.com กลับมาที่ร้านบุฟเฟ่ต์กันบ้างครับ บอกแล้วว่าย่านฮงแดเป็นแหล่งรวมบุฟเฟ่ต์จริงๆ นะ ร้านนี้สำหรับคนที่รักปูดอง เพราะเป็นบุฟเฟ่ต์ปูดองล้วนๆ ไม่มีอย่างอื่นผสมเลย ราคา 12,900 วอนต่อคน จะได้ทานปูดองซีอิ๊ว และปูยำซอสเผ็ดแบบไม่อั้น จัดให้จุใจไปเลย พิกัดของร้านนี้ก็คือ ให้เดินไปที่แยก SPAO ก่อนเป็นอันดับแรก แล้วเดินตรงไปอีกแยกที่เป็นแยกใหญ่ๆ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปเลย ก็จะเจอกับร้านนี้ตั้งอยู่ฝั่งขวามือนะครับ พิกัด : 서울 마포구 잔다리로 27 8. ร้านอาหาร ฮงแด - VOILA’ Noir cr.เม้าท์มอยเกาหลี พักบุฟเฟ่ต์แล้วมาทานของหวานกันบ้างดีกว่า ร้านนี้นอกจากจะมีเมนูอร่อยแล้ว โอปป้าคนขายยังหน้าตาดีอีกด้วย !!!! ที่นี่จะมีเฉพาะไอศกรีมนะครับ แต่พิเศษตรงที่ไอศกรีมจะทำสดใหม่ทุกถ้วย เป็นไอศกรีมที่ทำจากไนโตรเจนเหลว รสชาติเนียนนุ่ม หอมหวาน ทานไปมองหน้าอ้ปป้าไป ฟินที่สุดดดด !!! การเดินทาง :  สถานีฮงอิค ทางออก 8  เดินตรงเข้ามาในซอย เลี้ยวซ้าย แล้วข้ามถนนไปเดินฝั่งขวามือ เห็น 7Eleven ให้เลี้ยวขวาเข้าไปในซอย เดินตรง ร้านอยู่ทางซ้ายมือ 9. ร้านอาหาร ฮงแด - Zapangi Cafe’ cr.http://wanderwithlindsey.com ร้านคาเฟ่โคตรฮิต ณ ฮงแด ฮิตแค่ไหนไม่รู้ แต่มีคนนำมาเป็น inspiration เปิดในไทยเลยคิดดู !!! คือต้องยอมครับเพราะร้านมันน่ารักจริงๆ กับกำแพงปูนเปลือย และมีประตูสีชมพูปุ้กปิ้กแทรกให้พอเก๋ๆ ด้านในตกแต่งแบบมินิมอลหน่อยๆ มีเมนูชานมเป็น signature และเค้กที่เสิร์ฟในกระป๋อง และในแต่ละซีซั่นก็มีเมนูพิเศษต่างกันไปอีกด้วย ใครหาร้านน่ารักๆ ไว้ถ่ายรูปเก๋ๆ นั่งจิบเครื่องดื่มเพลินๆ เชิญร้านนี้เลยจ้า พิกัด : Zapangi (자판기) 10. ร้านอาหาร ฮงแด - 50pick cr.Diaries of my Seoul บุฟเฟ่ต์มาอีกแล้วจย้าาา~ แต่คราวนี้ไม่ใช่บุฟเฟ่ต์อาหารละ แต่เป็นบุฟเฟ่ต์ค็อกเทลนะครับพี่น้อง !!!! เอ้าเกร๋ไปอีกกก สนนบุฟเฟ่ต์ที่ราคา 20,000 วอน จะดื่มกี่ช็อตค็อกเทลก็ได้ ซึ่งที่นี่มีค็อกเทลให้เลือก 50 แบบเลยครับ หรือถ้าหากใครไม่อยากดื่มเป็นบุฟเฟ่ต์ ก็มีแยกขายเป็นช็อต ช็อตละ 3,000 วอน หรือจะสั่งเป็นเซ็ต 8 ช็อต, 12 ช็อต หรือ 24 ช็อตก็ได้นะครับ ร้านอยู่ใกล้ๆ กับวงเวียน ป้ายสีดำชั้น 2 เปิด 6 โมงเย็น ปิดตี 3 พิกัด : Hongik Univ. Station ทางออก 8 แผนที่ : 50 pick hongdae   จัดเต็มกันไปเลย 10 ร้าน 10 เมนูที่แนะนำว่าต้องไปโดนจริงๆ นะเออ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านสุดท้าย ขอบอกว่า Recommended มาก !!) ใครพักที่ย่านฮงแด หรือไปเที่ยวเกาหลี ก็อย่าพลาดจิ้มสักร้านนึงจากที่เราแนะนำไปลองดูนะ รับรองว่านี่แหละคือทีเด็ดของจริง ไม่ได้โม้ววว ~   อ่านต่อ..บทความแนะนำ >>10 ขนมเกาหลีต้องซื้อ ! ของฝากเกาหลีที่ใครก็ถูกใจ<<  

อ่านเพิ่มเติม
ซีรี่ย์เกาหลี เรื่องไหนดี ? รวม 30 ซีรี่ย์เกาหลีสนุก สุดฟิน ดูแล้วอินมากเวอร์!!
ซีรี่ย์เกาหลี เรื่องไหนดี ? รวม 30 ซีรี่ย์เกาหลีสนุก สุดฟิน ดูแล้วอินมากเวอร์!!

21 ม.ค. 62

จะผ่านไปกี่ปี ยังไง๊..ยังไง ซีรี่ย์เกาหลีก็ยังเป็นที่ถูกใจของคอละคร และแฟนคลับชาวไทยอยู่เสมอ ด้วยการดำเนินเรื่องที่มีหลากหลายมิติ ไม่น่าเบื่อ แถมยังมีความสมจริง ทำให้ซีรี่ย์เกาหลีไม่เคยหลุดไปจากเทรนด์ของบ้านเราเลย นอกจากนี้ยังมีให้เลือกหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น ซีรี่ย์โรแมนติก, ซีรีย์ดราม่า, ซีรี่ย์คอมเมดี้, ซีรี่ย์วิทยาศาสตร์, ซีรี่ย์สืบสวน และอีกซีรี่ย์อื่นๆ อีกเพียบ!! ดูวนไปจนตาค้างไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันเลยทีเดียว วันนี้ ทัวร์ครับ เลยขอเอาใจแฟนซีรี่ย์เกาหลีสักหน่อย คัดซีรี่ย์เกาหลีหลากหลายแนวที่เรียกได้ว่า แต่ละเรื่องเรทติ้งดีมากทั้งในเกาหลีใต้และในไทยเอง แต่ละเรื่องมีความสนุก ความฟินแบบครบรสแน่นอน เตรียมจดลิสต์ จดชื่อซีรี่ย์ไว้แล้ว อยู่บ้านดูวนไปเรื่อยๆ และอย่างที่เรารู้กันดีว่า ช่วงนี้ไวรัสโคโรน่า (Covid-19) ระบาดรอบใหม่ หนักมาก! อยู่บ้านดูซีรีย์เกาหลีวนไปปลอดภัย แต่เพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้นกว่าเดิม ต้องไม่ประมาทกับชีวิต ป้องกันไว้ก่อนจะสายเกินแก้ ใครยังไม่มีประกันภัยโควิด-19 ซื้อประกันโควิด-19  ไว้ตอนนี้เลย ซื้อง่ายผ่านออนไลน์ สะดวกมาก ซื้อเลยวันนี้! ราคาเบาๆ เริ่มต้นเพียง 489- คุ้มครอง 1 ปี ในแบบคุ้มค่า สามารถเข้าไปดูรายละเอียด และซื้อประกัน ประกันภัยโควิด คัฟเวอร์ 3in1 ได้ทันที>> คลิกเลย    30 ซี่รี่ย์เกาหลีสนุก ห้ามพลาด 1. Crash Landing on Youยอมแล้วทูนหัวอยากมีหลัวเป็นทหารต้องเรื่องนี้เลย ฮอตมากอยากให้ดู สำหรับเรื่องนี้ได้ ซนเยจิน และ ฮยอนบิน สามีแห่งชาติที่กลับมาทวงบัลลังก์ให้เราได้ฟินจิกหมอนขาด กับเคมีที่ดีเหลือเกินแม่จ๋าของทั้งสองคน ถึงแม้ว่าตอนนี้เรื่องราวจะเพิ่งจบไปไม่นาน แต่กระแสความแรงของนี้ก็ยังดีต่อเนื่อง สาวๆ ยังคงฟินกับทหารหล่อบ้านรวย อบอุ่นมากเวอร์ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับนางเอกของเรา (ซนเยจิน) ลูกสาวประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ควบตำแหน่ง CEO รุ่นใหม่ไฟแรงของบริษัทแฟชัน เธอได้ออกไปทดสอบสินค้าตัวใหม่ของบริษัทอย่างเครื่องร่มร่อน จู่ ๆ ก็มีทอร์นาโดก่อตัวขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ ตื่นมาอีกทีก็อยู่กลางป่าที่เต็มไปด้วยระเบิดยังไม่ปลดชนวน คนที่ช่วยเธอได้ก็คือผู้กองรี (ฮยอนบิน) เรื่องราวต่อจากนี้คือความโรแมนติคที่เราไม่อาจละสายตาไปจากจอได้ ใครขาดความหวานเราแนะนำเรื่องนี้เลยตัวอย่าง : https://youtu.be/eXMjTXL2Vks 2. Partners for Justice สำหรับใครที่เฝ้ารอซีรี่ย์ภาคต่อเรื่อง Partners for Justice ก็คงดีใจกันไม่ใช่น้อยเพราะได้มีภาคต่อกันแล้วมาในชื่อ Partners for Justice Season 2 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการชันสูตรศพสุดเฮี้ยบของหมอแบคบอม การกลับมาครั้งนี้ต้องบอกเลยว่าสนุกมากยิ่งขึ้นกว่าภาคเดิมอย่างแน่นอน เพราะภาคนี้จะเป็นการดำเนินเรื่องต่อจากภาคที่แล้วและยังเป็นนักแสดงคนเดิมที่ร่วมแสดงอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นหมอแบคบอม (แสดงโดย จองแจยอง) โดยมีคู่หูคนเก่าอย่าง อึนซล (แสดงโดย จองยูมี) เอาเป็นว่าเป็นซีรีย์ภาคต่อที่น่าติดตามอย่างมาก ซีรี่ย์แนวสืบสวนสอบสวนลุ้นระทึกไปทุกตอน ชวนให้คุณไปสัมผัสกับสองสาวเพื่อเดินหน้าหาความจริงจากซากศพเหล่านั้นว่าใครเป็นคนร้าย ซึ่งตอนนี้มีทั้งหมด 32 ตอน ตัวอย่าง : https://youtu.be/lENwDOvHLg8 3. Hotel Del Lunaมาถึงซีรี่ย์เกาหลีที่กำลังมาแรงอย่าง Hotel Del Luna เป็นผลงานจากนักเขียนสองพี่น้องฮงที่ฝากผลงานในซีรี่ย์เกาหลีเรื่องดังหลายเรื่อง และเรื่องนี้ก็เป็นซีรี่ย์เกาหลีอีกเรื่องที่สาวๆ หลายคนชื่อชอบ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ Jang Man Wol เธอเป็นซีอีโอของ Hotel del Luna ที่รับบทโดยไอยู ก่อนอื่นขอชมคอสตูมคือสวยปังเว่อทุกตอน ในเนื้อเรื่องนางเอกได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่เมื่อหลายปีก่อนและด้วยเหตุนี้เธอจึงติดอยู่ที่ Hotel del Luna และทาง Goo Chang Sung เขาทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการที่อายุน้อยที่สุด ซึ่งเขาเป็นคนที่สมบูรณ์แบบดูดีในรูปแบบระดับหัวหน้า แต่ภายในเขาเป็นคนที่อบอุ่นอย่างมาก ชวนให้สาวๆ จิกหมอนไปตามๆกัน แต่ภายในโรงแรมแห่งนี้มีสิ่งที่เรียกว่าผี แน่นอนว่าเป็นซีรี่ย์แนวแฟนตาซีผีคงไม่ได้ออกมาเล่นๆ อย่างแน่อน แต่ออกมาในรูปแบบลูกค้า ยิ่งทำให้ใครหลายคนต่างพากันติดตามซีรี่ย์เรื่องนี้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง รีบไปติดตามชมกันได้เลยตัวอย่าง : https://youtu.be/49vaoYhsvCs 4. Reply 1988เป็นซีรี่ย์ที่อยู่ในใจของใครหลายคนเลยก็ว่าได้ เป็นอีกหนึ่งซีรี่ย์เกาหลีที่ทำให้คนดูรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ชวนให้เรานึกถึงวันเก่าๆ กันอีกครั้ง เป็นซีรี่ย์ที่ทำให้เข้าใจถึงคำว่าครอบครัวมากขึ้น ต้องบอกว่าเป็นละครน้ำดีที่ดูกี่ครั้งก็ไม่เบื่ออีกทั้งยังครบทุกรสเลยก็ว่าได้ เป็นเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนสนิท 5 คน ที่แสดงถึงมิตรภาพของเพื่อน ครอบครัว ความรักจากพ่อแม่ ที่มีความน่ารักกันในมุมที่ทำให้เราละมุนหัวใจ การคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันของเพื่อนบ้าน ที่ต้องพูดได้เลยว่า หากในปัจจุบันนี้วิถีการดำเนินชีวิตแบบนั้นหาได้ค่อนข้างยากตัวอย่าง : https://youtube.com/prXUx1Znul0 5. Her Private Lifeมาต่อกันที่ Her Private Life เป็นซีรี่ย์เกาหลีที่มาแรงอย่างมากในช่วงปี 2019 ถึงจะเป็นซีรี่ย์ที่พึ่งจบไปแล้ว แต่ความน่ารักของซีรี่ย์เรื่องนี้เอาใจแฟนๆ ไปหลายคนเลยก็ว่าได้ เป็นเรื่องราวของสาวผู้รักในการทำงานจริงจังกับการทำงานมากกว่าสิ่งอื่นใด แต่ในมุมเล็กๆของเธอนั้น เธอเป็นคนที่ชื่นชอบนักร้องหนุ่มสุดฮอต เรียกได้เป็นแฟนคลับตัวแม่แบบสุดๆ เรื่องราวเหมือนกำลังไปด้วยดี แต่เมื่อผู้อำนวยการคนใหม่รู้เรื่องความลับของเธอเรื่องราวจึงเริ่มเกิดขึ้นจนกลายเป็นความโรแมนติกชวนให้แฟนๆจิกหมอนฟินตามๆกัน ซึ่งได้นักแสดงอย่าง ปาร์คมินยอง มารับบท ทำให้ตัวละครดูน่ารักมากยิ่งขึ้น นักแสดงหนุ่มอย่าง จองแจวอน มารับบทเป็นนักร้องหนุ่มสุดฮอต และยังได้ คิมแจอุก มารับบทผู้ อำนวยการ มีทั้งหมด 16 ตอนให้ได้ติดตามรับชมกันตัวอย่าง : https://youtu.be/Ya4jtUE_yf0 6. The Beauty insideซีรี่ย์แนวเมโลดราม่า, โรแมนติก, แฟนตาซี เรื่อง The Beauty inside เป็นเรื่องราวของนักแสดงสาวชื่อดังที่ต้องเจอกับเรื่องแปลกๆ เพราะเธอต้องเปลี่ยนร่างไปเป็นคนที่เธอไม่รู้จักทุกๆ 1 อาทิตย์ในแต่ละเดือน และยิ่งไปกว่านั้นพระเอกยังเป็นโรคจำหน้าคนไม่ได้ จนกระทั่งทั้งคู่ได้มาเจอกันจึงเกิดเรื่องราวชวนให้ติดตามเรียกได้ว่าสนุกและน่ารักไปกับคู่นักแสดงอย่างแน่นอน ที่สำคัญได้นักแสดงอย่างซอ ฮยอนจิน และอี มินกิ มารับบทอีกด้วยความเคมีสาธารณะของทั้งคู่จะไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังแน่นอน ซีรี่ย์เรื่องนี้ได้รีเมคมาจากภาพยนต์ชื่อดังของเกาหลี ซึ่งตัวหนังประสบความสำเร็จถึงขั้นถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายทั่วเอเซียมาแล้วในปี 2015 แต่รับรองว่าในรูปแบบซีรี่ย์มีความน่าสนใจติดตามไม่แพ้กันอย่างแน่นอนตัวอย่าง : https://youtu.be/zQvPJjDRMcY 7. The Secret Life of My Secretaryไม่พูดถึงคงไม่ได้กับซีรี่ย์แนวโรแมนติกคอมเมดี้น่าดูอีกเรื่อง The Secret Life of My Secretary เป็นเรื่องราวของ จองกัลฮี รับบทโดย จินกีจู เลขาสาวที่ทุ่มเทให้กับงานไม่ว่าเจ้านายจะสั่งอะไรก็ทำตามไปทุกอย่าง โดย โดมินอิก รับบทโดย คิมยองกวาง แต่ก็เกิดเรื่องที่ทำให้เกิดเป็นความสัมพันธ์ของทั้งสอง หลังจากเกิดอุบัติเหตุขึ้นทำให้เจ้านายเกิดภาวะความจำเสื่อม แต่เขาจำได้เพียงคนเดียวคือเลขาของเขาที่คอยชี้นิ้วสั่งอยู่ตลอด แล้วเรื่องราวฟินๆ ชวนให้จิกหมอนก็เริ่มเกิดขึ้น ต้องมาติดตามลุ้นกันไปว่าเรื่องราวของพวกเขาจะจบลงอย่างไร มีทั้งหมด 32 ตอน ตัวอย่าง : https://youtu.be/wkFD3ESBn10 8. One Spring Nightสำหรับที่ชื่นชอบซีรี่ย์แนวโรแมนติกอบอุ่นหัวใจ อย่าง One Spring Night เป็นเรื่องราวของอีจองอิน รับบทโดยฮันจีมิน ที่มีความสุขกับการทำงานและมีผู้คนรักและมีฐานะทางสังคม แต่เมื่อได้มาเจอกับ ยูจีโฮ รับบทโดยจองแฮอิน เภสัชกรหนุ่มที่มีลูกแสนน่ารัก เมื่อทั้งคู่เกิดความสัมพันธ์ตกหลุมรักกัน ทำให้เกิดเรื่องราวที่เรียกได้ว่าอมยิ้มไปตามๆกัน ใครที่มองหาซีรี่ย์หวานๆ ซาบซึ้งชวนให้น้ำตาไหลคงไม่อยากพลาดอย่างแน่นอนกับซีรี่ย์เรื่องนี้มีทั้งหมด 32 ตอน ซึ่งซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นผลงานของกำกับ Something in the Rain ซีรี่ย์ดังที่เคยสร้างชื่อไว้เมื่อปี 2018 เรียกได้ว่าคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอนเตรียมระวังหมอนให้ดีๆ เพราะคุณจะจิกหมอนขาดแน่ๆ ตัวอย่าง : https://youtu.be/vGFu49VSoUQ 9. WATCHER มาถึงซีรี่ย์แนวดราม่า ระทึกขวัญกันบ้างอย่าง WATCHER  เป็นเรื่องราวของคนสามคนที่มีชีวิตเกี่ยวพันกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมพวกเขาจึงจัดตั้งทีมสืบสวน เพื่อเปิดโปงความจริงของตำรวจที่แสนน่ารังเกียจของอำนาจมืด จะได้เห็นแง่มุมที่ซ่อนเร้นมากมาย ซึ่งได้นักแสดงอย่าง ฮันซุกคยู , ซอคังจุน และคิมฮยอนจู มารับบทแสดงใน ซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่น่าติดตาม มาช่วยลุ้นไปเขาสามคนว่าจะเปิดโปงได้สำเร็จไหมและมีอะไรซ่อนอยู่ในอาชีพตำรวจตัวอย่าง : https://youtu.be/2GmRbbP4Aaw 10. Abyssปิดท้ายกันด้วยซีรี่ย์เกาหลี แนวแฟนตาซีโรแมนซ์อย่าง Abyss เป็นเรื่องราวของของอัยการสาว โกเซยอน รับบทโดย ปาร์คโบยอง และทายาทตระกูลเจ้าของบริษัทเครื่องสำอางชื่อดัง ชามิน รับบทโดย อันฮโยซอบ ที่เกิดประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แต่โชคชะตาก็เล่นตลกเพราะเขาฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในรูปร่างที่ต่างออกไป ทั้งคู่ออกตามหาฆาตกรต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้ฟื้นคืนชีพได้อีกครั้งด้วยของวิเศษ สำหรับใครที่ชื่นชอบแนวสนุก ลุ้นระทึกจนไม่อยากลุกไปไหนตลอดทั้งเรื่อง เราขอแนะนำเลยสำหรับเรื่องนี้รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน มีทั้งหมด 16 ตอน ตัวอย่าง : https://youtu.be/P8-be20mW4I  11.Kingdom มาถึงซีรี่ย์ภาคต่อที่ได้รับความนิยมสูงจนฉุดไม่อยู่ อย่างซีรี่ย์เรื่อง Kingdom เป็นซีรี่ย์แนวย้อนยุค แฟนตาซี ระทึกขวัญและสยองขวัญ ซอมบี้แห่งยุคโชซอน เรียกได้ว่าครบรสชาติเต็มอิ่มกันเลย ซึ่งในภาคต่อนี้เรื่องราวยังคงอยู่ในช่วงยุคโซชอนประเทศเกาหลี เป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องจากภาคแรก สำรับแฟนๆ ซีรี่ย์เกาหลีเรื่องนี้คงตั้งหน้าตั้งรออย่างอดใจไม่ไหวอย่างแน่นอน ซีรี่ย์เรื่องนี้จะเข้าฉายช่วงเดือนมีนาคม 2020 ซึ่งในภาคแรกมีทั้งหมด 6 ตอน และในซีซั่น 2 ก็ยังคงมี 6 ตอนเช่นกัน ใครที่ตั้งตารอคอยอยู่ก็ตามไปดูได้เลย เตรียมตัววิ่งไปกับองค์ชายรัชทายาทได้เลยตัวอย่าง : https://youtu.be/HlmkL65a6QI 12.Teacher Kim มาถึงซีรี่ย์แนวทางการแพทย์กันบ้าง ซีรี่ย์น้ำดีจากเกาหลีอย่าง Teacher Kim เรียกได้ว่าภาคแรกทำออกมาได้ดีจนคนไทยหลายคนติดหนึบ แน่นอนว่าในภาคต่อนี้ความสนุกไม่แพ้ภาคแรกอย่างแน่นอน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอัจฉริยะทางการแพทย์พูยงจู รับบทโดย ฮันซุกคยู ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลทลดัม  ในขณะเดียวกันชาอึนแจ รับบทโดย อีซองคยอง แพทย์ชั้นปีที่สองในแผนกศัลยกรรมหัวใจ เป็นนักเรียนแพทย์ดีเด่นมาตลอดชีวิตของเธอ ส่วนซออูจิน รับบทโดย อันฮโยซ็อบ เป็นแพทย์คลินิกชั้นปีที่ 2 เขาไม่เชื่อในความสุขเพราะเขานั้นเติบโตขึ้นมาอย่างยากลำบาก แต่เขาได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและพรสวรรค์ที่น่าประทับใจเมื่อเขาทำการผ่าตัด สำหรับใครที่ชื่นชอบซีรี่ย์แนวนี้ต้องไม่พลาดภาคต่อของ Teacher Kim ใน Season 2 นี้! ตัวอย่าง : https://youtu.be/63n7ez4cVPM 13.The King : Monarch of Eternityการกลับมาอีกครั้งของนักเขียนบทชื่อดัง คิมฮึนชุก กับนักแสดง Lee Min Ho มารับบท Lee Gon ทั้งสองเคยรวมงานในเรื่อง The Heirs มาแล้วรับรองว่าการันตีความสนุกและความฟินอย่างแน่นอน ซึ่งทั้งคู่จะมาในซีรี่ย์เรื่อง The King : Monarch of Eternity และยังได้นักแสดงอย่าง Kim Go Eun มารับบท Jung Tae Eul เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโลกคู่ขนาน เริ่มต้นที่องค์จักรพรรดิ Lee Gon พยายามที่จะปิดประตูสู่โลกคู่ขนาน และนักสืบชาวเกาหลีใต้ Jung Tae Eul พยายามปกป้องชีวิตของผู้คนและคนที่เธอรัก เป็นเรื่องราวที่น่าติดตามไม่ใช่น้อยเลย รับรองซีรี่ย์เรื่องนี้จะทำให้คุณนอนดึกไปหลายวันอย่างแน่นอน 14.The Tale of Nokduมาต่อกันที่ซีรี่ย์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ ย้อนยุค ฉบับรีเมค อย่าง The Tale of Nokdu ที่ได้นักแสดงอย่าง จางดงยุน มารับบท จอนนกดู  และ คิมโซฮยอน มารับบท ดงดงจู ซีรี่ย์สุดฟิน เป็นเรื่องราวของ จอนนกดู ชายหนุ่มในตระกูลชั้นสูงตัดสินใจปลอมตัวเป็นหญิงสาวเพื่อแฝงตัวเข้าไปอยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งที่นั่นทำให้เขาได้พบกับ ดงดงจู หญิงสาวที่กำลังได้รับการฝึกฝนให้เป็นกีแซงทั้งๆที่เธอไม่อยากเป็น เธอได้ไปรู้จักกับ จอนนกดู และได้รู้มาว่าเขาไม่ใช่ผู้หญิง เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อมาติดตามกันต่อเลยกับซีรี่ย์เรื่อง The Tale of Nokdu รับรองคุณจะไม่ผิดหวังตัวอย่าง : https://youtu.be/T-RZC7rl2as 15. Extraordinary Youมาต่อกันที่ซีรี่ย์แนวแฟนตาซี วัยรุ่น โรแมนติก กันบ้างอย่าง Extraordinary You เป็นผลงานของ คิมซังฮยอบ และยังได้นักแสดงอย่าง คิมฮเยยุน มารับบท อึนดันโอ และอีแจอุค มารับบท แบคคยอง ซึ่งจะเป็นเรื่องราวของอึนดันโอ นักเรียนชั้นมัธยมในโรงเรียนแห่งหนึ่ง เธอมาจากครอบครัวมีฐานะแต่เธอป่วยเป็นโรคหัวใจ คู่หมั้นของเธอ แบคคยอง ก็กำลังเรียนโรงเรียนเดียวกันกับเธอ ทันในนั้นเองเธอได้ค้นพบว่าตัวเธอเองรวมไปถึงเพื่อนๆในโรงเรียน เป็นตัวละครจากในการ์ตูนที่มีคนแต่งขึ้นมาชื่อเรื่องว่า Secret  และเธอได้รู้ว่าตัวละครของเธอไม่ใช่ตัวละครหลักของเรื่องและจะมีชีวิตอีกไม่นาน เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้กับเรื่องราวที่นักเขียนได้วางไว้ ซีรี่ย์เรื่องนี้ยังเป็นการรีเมคจากเว็บตูนต้นฉบับที่มีชื่อว่า July Found by Chance อีกด้วย รับรองความสนุกสุดฟินตัวอย่าง : https://youtu.be/z50qmlbCS8g 16. When Camellia Bloomsยังอยู่กันที่ซีรี่ย์แนวโรแมนติกคอมเมดี้  ทริลเลอร์ แต่อบอุ๊นอบอุ่น อย่างเรื่อง When Camellia Blooms  เป็นผลงานของ ชายองฮุน และยังได้นักแสดงอย่าง กงฮโยจิน มารับบท ดงแบค อีกด้วย การันตีความสนุกเจ้กงคนดีคนเดิม ที่เล่นเรื่องไหนก็ฟินไปสามบ้านแปดบ้าน ซึ่งซีรี่ย์เรื่องนี้จะเล่าถึงเรื่องราวความรักและปาฏิหาริย์ของ ดงแบค กับผู้หญิงคนหนึ่งที่มีผู้ชาย 3 คน เข้ามาในชีวิต ทำให้เกิดเป็นเรื่องราวสุดประทับใจ มาติดตามกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้บ้าง กับซีรี่ย์น้ำดีอย่าง When Camellia Blooms การันตีด้วยเรตติ้งถล่มทลายจากประเทศเกาหลีตัวอย่าง : https://youtu.be/ebjHmfjGGUw 17. Flower Crew : Joseon Marriage Agencyเป็นอีกหนึ่งซีรี่ย์ที่หน้าติดตามอย่าง Flower Crew : Joseon Marriage Agency ซีรี่ย์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ เป็นซีรี่ย์ที่สาวๆหลายคนชื่นชอบเพราะได้รวบรวมชายหนุ่มหน้าตาดี มาไว้ในซีรี่ย์นี้เกือบหมด ไม่ว่าจะเป็น ซอจีฮุน ที่มารับบท องค์กษัตริย์อีซู ,กงซึงยอน มารับบท แกดง , คิมมินแจ มารับบท มาฮุน, บยอนอูซอก มารับบท โดจุน และ พัคจีฮุน มารับบท โกยองซู เรียกได้ว่าขนหนุ่มหล่อมาให้สาวฟินกันอย่างเต็มที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ องค์กษัตริย์อีซู ว่าจ้างสำนักงานจัดหาคู่ Flower Crew เพื่อให้เขาและ แกดง สามารถรักกันได้อย่างถูกต้อง มาติดตามความรักและบทสรุปของพวกเขาได้ที่ Flower Crew : Joseon Marriage Agencyตัวอย่าง : https://youtu.be/ZnlAiU4QPxs 18. Love Alarmสำหรับใครที่ชื่นชอบซีรี่ย์เกาหลีแนวโรแมนติกคงไม่อยากพลาดกับเรื่องนี้อย่างแน่นอนกับเรื่อง Love Alarm เป็นผลงานของ อีนาจอง ที่ได้นำซีรี่ย์เรื่องนี้มารีเมคจากเว็บตูนมาสร้างใหม่ เรียกได้ว่าสามารถดึงดูดใจได้มากเลยทีเดียว เป็นเรื่องราวของความว้าวุ่นที่เริ่มต้น หลังจากที่เธอเปิดใช้งานแอปพลิเคชั่นที่สื่อความในใจ Love Alarm จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อแอปของเธอได้แจ้งเตือนว่า มีคนกำลังชอบเธออยู่ 2 คน มาติดตามกันดูว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรจะฟินแค่ไหนกันตัวอย่าง : https://youtu.be/PQzqCKotjWg 19. A Piece of Your Mind มาถึงซีรี่ย์อย่าง Half of Half ที่ได้นักสดงอย่าง Jung Hae In มารับบท Ha Won และ Chae Soo Bin มารับบท Han Seo Woo เป็นเรื่องราวของความรักของ Ha Won และ Han Seo Woo เป็นโปรแกรมเมอร์ AI และเขายังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท M&H Ha Won ซึ่งทั้งคู่ต่างกันโดยสิ้นเชิง มาติดตามกันดูว่าเขาและเธอจะเป็นอย่างไรต่อเมื่อทั้งคู่รักกันตัวอย่าง : https://youtu.be/5-BFjfRVY5Y ซื้อประกันภัย โควิด-19 คลิกเลย 20. Pegasus Marketปิดท้ายกันด้วยซีรี่ย์แนวดราม่าอย่าง Pegasus Market  เป็นเรื่องของ ซุปเปอร์มาร์เก็ตซอนริมะ ที่ได้ผู้บริหารหน้าใหม่ไฟแรงมาช่วย แต่แท้จริงแล้วเขาต้องการทำลายร้านนี้ให้พ้นทาง มาติดตามกันดูว่าเขาจะทำสำเร็จไหมหรือจะเป็นการทำให้ร้านยิ่งมีผู้คนเยอะมากขึ้นกว่าเดิม ซีรี่ย์เรื่องได้ แบคซึงรยอง มาเป็นผู้กำกับอีกด้วย และยังได้นักแสดงอย่าง อีดงฮวี รับบท มุนซอกกู และ คิมบยองชอล รับบท  จองบกดง อีกด้วยตัวอย่าง : https://youtu.be/4pPWloSHxNM 21. What’s Wrong With Secretary Kimหากใครอ่านชื่อเต็มๆ อาจจะไม่คุ้นมาก แต่ถ้าบอกว่า “เรื่องเลขาคิม” คงร้องอ๋อ เพราะถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดังมว๊ากกกก ในปี 2018 นี้ เพราะสาวๆ หลายคนคงอิน และฟินไปกับความหลัวของ “ท่านรองประธาน” จนอยากจะเข้าไปสิงร่างของคุณเลขาคิมเสียให้ได้ แถมยังจะได้จิ้นจนเขินตัวบิด จิกหมอนขาดไปตามๆ กัน กับความหวานน้ำตาลเรียกพี่ของคู่นี้ เป็นซีรี่ย์แนวน่ารักใสๆ ที่มีความกุ๊กกิ๊กมุ้งมิ้ง แถมโรแมนติกสุดๆ ไม่อยากสปอยล์มากเพราะเดี๋ยวจะไม่สนุก แต่ขอบอกเลยว่าเรื่องนี้ ห้ามพลาด! ใครดูแล้วไม่ฟินเอาไม้มาตีแอดมินได้เลยยย เรื่องนี้ขอเอาหัวเป็นประกันว่ามันส์แน่นอน !ตัวอย่าง : https://youtu.be/beQ4WqZmDro 22. Your House Helperยังขออยู่กับซีรีย์โรแมนติกก่อน สาเหตุก็อย่างที่เราทราบกันดีว่า ซีรี่ย์ของเกาหลี ถ้าเป็นแนวโรแมนติกนี่ฟินจนถึงขีดสูงสุดเลย สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องราวของพระเอก ที่อยากจะพิสูจน์ตัวเองให้พ่อกับแม่ได้เห็น จึงตัดสินใจลาออกจากบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งๆ ที่หน้าที่การงานกำลังไปได้ดี มารับบทเป็นพ่อบ้านที่ต้องคอยรับฟัง และช่วยแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า ซึ่งก็คือนางเอกที่เป็นเด็กฝึกงาน ที่กำลังต่อสู้เพื่อให้ตัวเองได้งานในบริษัทที่ฝึกงานอยู่ นอกจากจะได้ฟิน ได้อิน ได้จิ้นแล้ว เพื่อนๆ ยังจะได้คอยลุ้น และเอาใจช่วยคู่นี้ด้วยล่ะ เป็นอีกเรื่องที่ห้ามพลาดเลยนะครับตัวอย่าง : https://youtu.be/1hWwNstYT8g 23. Are You Human?ความดราม่าบังเกิด เมื่อชายหนุ่มที่อยู่ในอากาศโคม่า จนครอบครัวต้องสร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาเป็นตัวแทนชั่วคราว แต่เจ้าหุ่นยนต์ตัวนั้นดันมีความรู้สึกราวกับคนจริงๆ! เพราะเขาดันไปตกหลุมรักนางเอก และแน่นอนว่าความลับที่ตัวเขาเป็นเพียงแค่หุ่นยนต์นั้น ก็ต้องถูกปิดบังและซ่อนเอาไว้ เป็นเรื่องราวที่น่าเอาใจช่วยสุดๆ และยังได้ลุ้นไปพร้อมๆ กันด้วยว่า ความลับจะเป็นความลับหรือไม่ และความรักครั้งนี้จะเกิดขึ้นได้ไหม ? ใครที่ชอบซีรีย์ดกาหลีแนววิทยาศาสตร์ ผสมผสานกับดราม่า ต้องจดเรื่องนี้ไว้เลยตัวอย่าง : https://youtu.be/B-UJ3PDo8rI 24. Life on Marsขอเอาใจเพื่อนๆ ที่ชอบซีรีย์แนวสืบสวนสอบสวน และเรื่องราวเหนือธรรมชาติกันบ้างนะครับ ซีรีย์เรื่องนี้คือเรื่องราวของพระเอกที่เป็นนักสืบคนเก่ง ที่กำลังจะปิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เขาตามสืบมานานได้สำเร็จ แต่จู่ๆ กลับเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง และตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองย้อนมาอยู่ในปี 1988 และรับบทเป็นนักสืบจำเป็นประจำสถานีตำรวจในเมืองห่างไกล และต้องตามสืบคดีฆาตกรรมต่อเนื่องอีก! เอาล่ะสิเรื่องราวจะจบยังไง ต้องมาคอยลุ้นกันนะครับ สำหรับเรื่องนี้นอกจากจะได้ความตลก ลุ้นระทึกสนุกสนานแล้ว ขอบอกว่าสีของซีรี่ย์เรื่องนี้สวยมาก และได้เห็นเกาหลีในอดีตด้วยล่ะ อย่าพลาดนะครับตัวอย่าง : https://youtu.be/gZ2zZ3h7ykQ 25. Mr. Sunshineหากใครดูเรื่อง Life on Mars แล้วติดใจภาพสวยๆ สีสวยๆ ของซีรีย์ ขอแนะนำให้ดูเรื่องนี้ต่อเลยครับ เพราะเป็นซีรีย์เกาหลีแนวย้อนยุค ที่มีความโรแมนติกดราม่า กับเรื่องราวของชายหนุ่มเกาหลี ที่ต้องกลับมาบ้านเกิดในฐานะทหารอเมริกา ที่ดันมาตกหลุมรักนางเอกซึ่งเป็นลูกสาวของขุนนางเกาหลี นอกจากสงครามในสนามรบแล้ว ในสนามรักก็มีสงครามความรักที่แทบเป็นไปไม่ได้นี้เช่นกัน เตรียมทิชชู่ไว้ให้ดีๆ แล้วมาลุ้นเอาใจช่วยคู่นี้ไปพร้อมๆ กันนะตัวอย่าง : https://youtu.be/MHa0aw1odvE 26. Life (Drama – 2018)เรื่องราวสุดดราม่า และน่าเอาใจช่วย ภายใต้เสื้อกาวนด์ของพระเอกที่เป็นคุณหมอ ที่ต้องต่อสู้กับเหตุการณ์หลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความไม่โปร่งใส และเรื่องของการฆาตกรรมนองเลือด ทั้งยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่รอให้ค้นพบ และเขาต้องต่อสู้กับความอยุติธรรม เพื่อให้โรงพยาบาลแห่งนี้กลับมาขาวสะอาดอีกครั้ง เรื่องนี้ขอแนะนำสำหรับคนที่ชอบซีรีย์เกาหลีที่มีเรื่องราวค่อนข้างเข้มข้น หนักหน่วง รับรองว่าสนุกไปกับการสืบสวนครั้งนี้อย่างแน่นอน 27. Radio Romanceกลับมาที่ซีรีย์เกาหลีแนวน่ารัก หวานๆ น้ำตาขึ้นจอกันอีกครั้ง กับเรื่องราวสุดฟินของซุป’ตาร์หนุ่ม ผู้ซึ่งไม่สามารถพูดได้หากไม่มีสคริปต์ให้ กับนักเขียนสคริปต์วิทยุ ที่โตมากับแม่ที่ตาบอด เธอจึงมาเป็นนักเขียนสคริปต์แม้ว่าจะไม่มีพรสวรรค์ใดๆ เลยก็ตาม เรื่องราววุ่นๆ ระหว่างคู่นี้จึงเกิดขึ้น เพราะต้องช่วยกันดำเนินรายการให้ผ่านพ้นไปได้ดี มิเช่นนั้นรายการอาจถูกถอดได้ น่าดู น่าเอาใจช่วย และรับรองว่าจะฟินสุดๆ กับความเคมีเข้ากันของพระเอกนางเอก ได้เขินจนจิกหมอนขาดก็งานนี้แหละจ้า!ตัวอย่าง : https://youtu.be/KLRjQXpTlzY 28. While You Were Sleeping?ซีรีย์เกาหลีเรื่องนี้ขออนุญาต Proudly Present นะครับ เพราะนำแสดงโดย อีจงซอก หวานใจของสาวหลายๆคนในทัวร์ครับนั่นเอง อิอิ เป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่เธอสามารถมองเห็นอุบัติเหตุที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตผ่านความฝันของเธอ และพระเอกที่เป็นพนักงานอัยการ ที่จะทำทุกทางเพื่อยับยั้งให้ความฝันของนางเอกไม่เกิดขึ้นจริง เป็นเรื่องราวลุ้นๆ ชวนให้ติดตาม บวกเข้ากับความโรแมนติก ดูเพลินๆ จนลืมเวลานอนเลยล่ะจะบอกให้ตัวอย่าง : https://youtu.be/oM8ldaOAMuU 29. Revolutionary Loveไหนใครในที่นี้ชอบวง Super Junior บ้าง? ซีรีย์เกาหลีที่กำลังจะพูดถึงต่อไปนี้ มีนักแสดงนำก็คือ ซีวอน จากวง Super Junior นั่นเองครับ ซึ่งเขาจะเข้ามารับบททายาทมหาเศรษฐี ที่วันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากใช้ชีวิตให้มีความสุข และต้องมาเป็นศัตรูกับหัวหน้าทีมเลขานุการของบริษัทที่ครอบครัวตนเองเป็นเจ้าของ เพื่อแย่งชิงหัวใจของนางเอกผู้ซึ่งขยันขันแข็ง และต่อสู้เพื่อหน้าที่การงานที่ดีแม้จะมีการศึกษาที่ดีก็ตาม เพื่อนๆ จะได้สนุกไปกับรักวุ่นๆ ในครั้งนี้ และได้ติดแฮชแท็ก (#) เชียร์ชายหนุ่มที่ตนเองชอบแน่นอนตัวอย่าง : https://youtu.be/nIOHbHXjxfk 30. A Korean Odysseyเห็นโปสเตอร์ซีรีย์เกาหลีเข้มๆ แบบนี้ แต่บอกเลยว่าไม่ใช่อย่างที่คิดนะครับ เพราะเรื่องนี้มีหลายฉากที่ตลกมากๆ เรียกได้ว่าเรียกเสียงขำได้อยู่เรื่อยๆ ทั้งยังมีฉากโรแมนติกอีกเพียบ! เป็นเรื่องราวของการเดินทางแสวงหาความจริงในโลกยุคมืด ที่เทพแห่งความชั่วร้ายได้แพร่กระจายไปทั่ว เป็นอีกเรื่องที่น่าติดตาม และดูเพลินสุดๆ เลยครับ ไม่อยากให้พลาดจริงๆ จดชื่อไว้ดีๆ นะตัวอย่าง : https://youtu.be/Y35-OanurKM 30 ซี่รี่ย์เกาหลีที่ไม่ควรพลาด เป็นไงกันบ้าง สำหรับสาวๆ ที่มองหาซีรี่ย์เกาหลีดีๆ ในช่วงนี้หรือยังคิดไม่ออกว่าจะดูซีรี่ย์เรื่องอะไรดีมาจดลิสต์กันได้เลยเพราะเรามีซีรี่ย์เกาหลีงานดีทั้งเนื้อเรื่องและนักแสดงที่มาแรงหลากหลายเรื่องราว หลากหลายสไตล์ ซีรี่ย์เกาหลีปี 2020 ก็มีมาอีกเพียบ ชวนให้คุณเสพยาวๆ แก้เครียดกันแบบจุใจไปเลย  หยุดทุกความเครียด หมดทุกความกังวล ด้วยประกันภัยโควิด คัฟเวอร์ 3in1เริ่มต้นเพียง 489-/ปี คลิกเลยซื้อประกันภัยโควิด คัฟเวอร์ 3in1 คลิกเลย  

อ่านเพิ่มเติม
10 ร้านกาแฟเกาหลี บรรยากาศดีใน “ Seoul” ที่ห้ามพลาด
10 ร้านกาแฟเกาหลี บรรยากาศดีใน “ Seoul” ที่ห้ามพลาด

20 ก.พ. 62

  1. Cafe Skön เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเห็นร้านกาแฟเกาหลีนี้ผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้วเพราะเขาฮอทฮิตเหลือเกินน ตกแต่งเน้นสีขาว สะอาด สบายตาสไตล์โคเรียสไตล์ เฟอร์นิเจอร์ เป็นงานไม้คลีนๆ ยิ่งขนมอย่างโทสต์ของร้านนี้คือทีเด็ดที่ต้องโดน มันดีมากค่ะคุณขาอยากให้ลองทานจิบคู่กับกาแฟ เพลินๆเป็นอีกหนึ่งร้านที่ต้องจดลิสต์กันไว้เลย พิกัด : สถานี Hongik University ทางออก 3 แล้วเดินตาม Map ได้เลย https://cremenatsu.com/cafe/cafeinseoul/cafe-skon     2. BeamBalm ร้านกาแฟเกาหลี ไม่มีที่ไหนจะเหมาะกับถ่ายรูปไปมากกว่าร้านนี้อีกแล้ว BeamBalm ร้านธีม Galaxy x Cozy มันดีมากจริงๆที่ร้านจะมีโปรเจคเตอร์ฉายรูป เปลี่ยนรูปไปเรื่อย ๆให้เป็นแบคกราวนด์ถ่ายรูป โอ้ยยยดีงามมากกก เขาเริ่มฉายภาพตอนบ่ายสองเป็นต้นไปน้า ใครอยากมาถ่ายรูปก็กะเวลากันดีๆเดี๋ยวอดถ่ายแล้วจะคอตกกลับบ้านไม่ได้เด้ออ ที่ร้านตกแต่งเก๋ๆ ด้วยผ้ารกๆสีขาวๆ แต่รวมๆ กันเอ้ามีสไตล์เฉย ที่นี่ขนมจะน้อยนิดนึงเน้นไปทางเครื่องดื่ม กาแฟมากกว่า พิกัด : สถานี Sangsu ทางออก 4 เดิน 3 นาทีถึง   3. Green Mile Coffee คาเฟ่น้อยแต่มากมาอีกแล้วจ้าร้านมีอยู่ด้วยกัน 3 ชั้น ชั้น 1 จะเป็นจุดรับออเดอร์ (espresso bar) ชั้นที่ 2เป็นที่นั่งดื่มกาแฟ (lounge) และชั้นที่ 3 เป็นดาดฟ้า (terrace)วันไหนแดดร่ม ลมดีเขาจะเปิดให้ขึ้นไปบนดาดกันด้วยเมนูที่อยากจะแนะนำทุกคนคือ Cafe Green Mile เครื่องดื่มร้อนถ้วย เป็นความเข้มข้นของชาเขียวและกาแฟที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวเหมาะมากๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบทานหวานเมนูพื้นฐานของที่นี่จะเป็นกาแฟ ราคาเริ่มต้นที่ 5,000 วอน พิกัด : ออกจากสถานี Anguk สาย 3 ประตูทางออก 2 เดินตรงมา10 นาที https://japaikorea.com/green-mile-coffee-bukchon/     4. HOARD ร้านกาแฟเกาหลี คาเฟ่ซ่อนตัวอยู่ใน อาร์ตแกลเลอรี HOARD บรรยากาศตกแต่งร้านในสไตล์โบทานิกนอกจากรอบๆ ร้านจะกรุไปด้วยกระจกรอบด้านเพื่อรับแสงธรรมชาติแล้ว แถมมีต้นไม้ตามจุดต่างๆ เพิ่มความผ่อนคลาย แถมด้านบนยังมีงานศิลปะจัดแสดงให้ได้ขึ้นไปชมกันฟรีๆ ด้วย มาที่เดียวได้เที่ยวถึง 2 อย่างเลย อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากพระราชวังคยองบ๊กและอินซาดง ใครไปแถวนั้นลองแวะไปที่ร้านนี้กันได้จ้า และที่สำคัญไม่ควรพลาดบริเวณริมกระจกที่สามารถมองออกไปเห็นสวนแ ละตัวตึกแบบ เกาหลีโบราณ วิวก็ฟิน รสชาติก็ดี งานอาร์ตก็มีให้ดูดีขนาดนี้กากบาทดอกจันกันไว้เลยว่าควรมา พิกัด : สามารถลงสถานีฮันอ๊ก หรือ พระราชวังคยองบ๊กกุงแล้วเดินไปได้เลย https://www.mangoplate.com/en/restaurants/s7_D_KlJbBYZ     5. Cafe Onion คาเฟ่หัวหอม ร้านกาแฟเกาหลีที่ไม่ได้มีหัวหอมแต่อย่างใดเราชอบการตกแต่งของร้านนี้มากมันไม่ได้ฟรุ้งฟริ้งแบบร้านอื่นๆแล้วที่นี่จะตกแต่งแบบสไตล์ดิบเท่ในแบบอินดัสเทรียลเน้นโชว์โครงสร้างตัดกับงานสเตนเลสขัดเงาแถมเรื่องรสชาติของอาหารก็ไม่เป็นสองรองใครเพราะนางอบเบอเกอรี่สดๆใหม่ๆ ทุกวัน หอมฟุ้งชวนชิมมากๆ เมนูแนะนำเราขอยกให้ตัวนี้เจ้าPandoro ขนมปังทรงสูงที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำตาลไอซิ่งทานคู่กับกาแฟร้อนๆ รับรองว่าฟินอย่าบอกใคร พิกัด : สถานี Seongsu ทางออก 2 https://www.chilloutkorea.com/cafe-onion-seoul/   6. 1LDK Seoul อีกหนึ่งคาเฟ่สไตล์เกาหลีจ๋าๆเลยที่คุณผู้หญิงทั้งหลายน่าจะชอบและกากบาทตัวใหญ่ว่า ต้องมาให้ได้ !! 1LDK เป็นร้านกาแฟเกาหลีช็อปไลฟ์สไตล์แบรนด์จากโตเกียวแต่มีคาเฟ่อยู่ภายในด้วยที่ร้านตกแต่งเน้นโทนสีขาว ตัดกับของตกแต่งสีสันสดใสน่ารักทุกโต๊ะประดับด้วยดอกฟลามิงโก แพลนท์ พร้อมกับผลส้มและลูกเลมอนอารมณ์ทรอปิคอล สุดๆ ส่วนเมนูแนะนำทางเราให้เป็น Cream Mocha ซึ่งเป็นเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้านไปทั้งทีอย่าลืมไปลองชิมกาแฟกันด้วยน้า พิกัด : สถานี Apgujeong Rodeo ทางออก 4     7. CETU ร้านนี้คือถ้าทุกคนเห็นรูปก็ต้องร้องอ๋อกันเลยทีเดียวเพราะมีรูปให้เห็นกันตามไอจีเอย Pinterest เอยเต็มไปหมดฤกษ์งามยามดีไปเกาหลีทั้งทีจะพลาดร้านเด็ดขนาดนี้ได้ยังไง อันไหนใครว่าดีเราต้องไป! ทางเข้าก็แบบ นี่เหรอคาเฟ่ขึ้นต่อไปจะเจอประตูสีขาวปิดไว้ พร้อมป้ายแปะว่า CETU หายากนิดนึงแต่รับรองว่าคุ้มค่า เข้าไปก็ไม่มีอะไรมาก ตกแต่งด้วยผ้ารกๆ สีขาวเหมือนเดิม แต่โดยรวมคือดูดีนวลๆ ละมุนมากเว่อ อาหารก็หน้าตาน่ารักมีคอนเซปเกือบทุกอย่างยังไงก็ได้ภาพสวยๆกลับไปแน่นอนไม่ต้องห่วงเลย พิกัด : สถานี Euljiro 3(sam)-ga station Exit 3 https://medium.com/@jqsmin/5-cafes-in-seoul-2018-updated-3b3a62dddc8e     8. Zapangi ตามรอยพิมฐากันไปเลยจ้าจุดสังกตคือประตูร้านเป็นตู้กดชานม สีชมพูมุ้งมิ้งสุดๆภายในร้านก็เป็นธีเมอเมด สีชมพู เอาใจสาวๆ สายหวานเต็มหัวใจด้านในตกแต่งง่ายๆ มีต้นไม้ตรงกลางเพิ่มความสบายตาส่วนเมนูไฮไลท์มีกาแฟสด ชานม ทิรามิสุ และก็คัสตาร์ทผลไม้โฮมเมดหน้าตาน่ารักระดับสิบ มีเมนูสเปเชียลอย่าง Aurora (Mocha/Choco) ราคา 7,500 วอน พิกัด : นั่งรถไฟใต้ดินสาย6 ลงสถานี Mangwon ทางออก 2 เดินไปที่ร้าน 440 เมตร https://www.thereshegoesagain.org/zapangi-cafe/     9. One in a Million อีกหนึ่งร้านดังอย่าง One in a Million ร้านสวย อปป้าดี บาริสต้าหล่อ รสชาติก็ดี โอ้โห พูดขนาดนี้ต้องรีบดิ่งไปแล้วป้ะ 55555 ร้านตกแต่งโทนชมพู ขาว หวานมาก ประดับด้วยต้นไม้ ลายหินอ่อน แอบบอกว่าร้านนี้ต้องสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มตามจำนวนคนที่ไปถึงจะนั่งได้ มีแอบบังคับกันเล็กน้อย 555 แต่ก็เข้าใจเขาเพราะร้านดังคนก็เยอะ บางคนไปแค่ถ่ายรูปแต่แค่แก้วเดียวแบบนี้ก็ไม่ไหว ใจเขาใจเราแหละเนอะ แต่ร้านสวย น่าถ่ายรูปมากจริงๆ คอนเฟิร์มเลยย พิกัด : subway. Hangangjin Station Exit 3 https://www.bloglovin.com/blogs/style-hurricane-613497/seoul-one-in-a-million-cafepub-4877981758     10.Blüte Gardening Cafe ร้านสุดท้ายก่อนกลับอย่าง Blüte Gardening Cafe แนวคาเฟ่ในฝันของสาวๆ หลายคน ให้ความรู้สึกโรแมนติค มีความคล้ายยุโรป เป็น location ของซีรี่ส์ฮิตๆ หลายเรื่องของเกาหลีเลยเช่น Autumn in my Heart , Love Rain แต่ตอนนี้เปลี่ยนคอนเซปมาเป็น คาเฟ่ธีมสวน สไตส์วินเทจ ความผู้ดีอังกฤษเอยอะไรเอย ตกแต่งเต็มไปด้วยช่อดอกไม้ และต้นไม้ต่างๆ ดูสวยงามร่มรื่น เหมาะแก่การมานั่งพักผ่อนชิวๆ ในวันที่ไม่เร่งรีบ มีสาขาที่อิแทวอน กับสาขาฮงแด ค่ะ อาหารในร้านก็จะเน้นไปที่ Brunch, อาหารว่าง และเครื่องดื่มต่างๆ จะกินเอาอิ่มเราก็ไม่ว่ากัน พิกัด : สาขาฮงแด รถไฟใต้ดินสาย 6 สีน้ำตาล ลงที่สถานีซังซู (Sangsu)   อ่านต่อ >> ฟินได้อีก! รวม 10 ร้านอาหารทีเด็ดย่านเมียงดง <<

อ่านเพิ่มเติม