All articles abouts เที่ยวสิงคโปร์แบบประหยัด

เที่ยวสิงคโปร์ ราคาประหยัด กับความฟินแบบจัดเต็ม!

เที่ยวสิงคโปร์ ราคาประหยัด กับความฟินแบบจัดเต็ม!

08 พ.ค. 61

นักเดินทางจำนวนมากมองข้ามประเทศสิงคโปร์ไปอย่างน่าเสียดาย เพราะความไม่รู้บวกกับความความเชื่อแบบเดิมที่ว่าประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่ไม่น่าสนใจ ที่เที่ยวสิงคโปร์ ไม่น่าจะมีจุดขายที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากนัก   ซึ่งต้องยอมรับว่าแต่เดิมตัวผู้เขียนเองก็มีความเชื่อแบบนี้มาโดยตลอด  และมองข้ามประเทศสิงคโปร์หลายต่อหลายครั้งอย่างไม่เคยแม้กระทั่งจะชายตาแลด้วยซ้ำไป จนกระทั่งวันหนึ่งที่ได้รับข้อความจากเพื่อนสนิทที่ไปเยือน ไปสิงคโปร์มาแบบสดๆร้อนๆ เรียกกว่าอัพเฟซบุ๊ค กันแทบจะทุก 30 นาที  หรือจะเรียกว่าไลฟ์สดก็คงไม่ผิดนัก เพราะโพสต์กันแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยกันเลยทีเดียว  ไอ้เรานั่งทำงานอยู่ที่บ้านเดี๋ยวแจ้งเตือน เดี๋ยวแจ้งเตือน ก็ชักตงิดตงิด เนื่องจากเกิดความริษยาแบบแน่นอก  ยิ่งเห็นแต่ละรูปที่ถ่ายมาอวดกันแล้ว ยิ่งของขึ้น พร้อมกับแปลกใจไปพร้อมๆกันว่าเฮ้ย!!! ประเทศสิงคโปร์มีแบบนี้ด้วยเหรอ    ด้วยความอิจฉา  แผนของทริปสิงคโปร์นี้จึงเกิดขึ้น  จึงมุ่งเน้นการเที่ยวด้วยแรงความริษยาล้วนๆ  เริ่มตั้งแต่การหาข้อมูลของที่เที่ยวของสิงคโปร์ สิงคโปร์เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม  ด้วยความดินแดนแห่งนี้ ถือว่าเป็นดินแดนที่มีความหลากกหลายทางวัฒนธรรมมากประเทศหนึ่งเนื่องจากมี  เริ่มต้นด้วยภาษาทางราชการที่มีถึง 4 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ, ทมิฬ, มาเลยเซียและแมนดาริน นี่ยังไม่รวมภาษาพูดที่มีอีกหลากหลาย  นอกจากนี้ ยังจะได้ตื่นตาตื่นใจกับเทศกาลอันหลากหลาย และสำหรับขาชิมต้องบอกเลยว่าประเทศสิงคโปร์เป็นศูนย์รวมความอร่อยแบบนานาชาติเลยก็ว่าได้ เพราะ ไม่เพียงแค่ย่านไชน่าทาวที่มีสารพัดเมนูให้เราได้ทานเล่นกัน และเหตุผลหนึ่งคือ สิงคโปร์ เป็นเมืองที่สะอาดแห่งหนึ่งในโลกก็ว่าได้ อาจจะเนื่องจากประชากรที่น้อยมากเพียง ห้าล้านคนนิด ๆ แต่ ถือว่าที่นี่ไม่น้อยหน้าใครเรื่องความเรียบร้อย ความสะอาด และ กฎกติกาสังคมต่าง ๆ ที่ทำไว้ค่อนข้างดี ทั้งนี้ก็รวมถึง ที่พักสิงคโปร์ โรงแรมต่าง ๆ ก็ล้วนดูดี ไม่ต้องถึงขนาดหรู ๆ อย่าง โรงแรมมารีน่าเบย์แซนด์ เราก็สามารถที่จะเลือกพักโรงแรมระดับเดียวกันในราคาที่ถูกลงได้ แต่สำหรับนักช๊อปที่ชอบหอบหิ้วของฝากสิงคโปร์ก็มีของฝากอยู่เยอะเช่นกันแต่ ของฝากสิงคโปร์ ที่เห็นกันบ่อย ๆ ก็จะเป็น ของที่ระลึกที่เป็นรูปสิงโตทะเล หรือ Merlion เสียมากกว่า เพราะเป็นสือที่แทนประเทศนี้ได้อย่างชัดเจนทีเดียว แถมราคาไม่ค่อยจะแพงมากสักเท่าไหร่ด้วย  เพราะ ค่าเงินสิงคโปร์ ไม่ได้แพงมากด้วยหากเทียบกันแล้ว อย่างตอนนี้ อัตราแลกเปลี่ยน หรือ ค่าเงินสิงคโปร์    จะอยู่ที่ ร้อยบาทไทย ต่อ 4.2 ดอลลาร์สิงคโปร์เท่านั้น และเพราะการเดินทางที่แสนจะง่ายดายเหมือนที่เราบอกไปตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะ สายการบินต้นทุนต่ำทั้งหลาย ที่พร้อมที่จะพาเราไปสิงคโปร์ ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์แอร์ไลน์  เอง หรือสายการบินอื่น ๆ อย่างของไทยก็มีตั้งแต่ Bangkok Airways , Thai Airways , แอร์เอเซีย  หรือหากอยากจะ ลดต้นทุน การเที่ยวก็อาจจะเลือกเป็น Scoot กับ Jetstar ก็จะทำให้กระเป๋าเราไม่แฟบลงสักเท่าไหร่ แถมยังมีเงินได้ฟินเพิ่มกับ ดินแดนเมืองท่า ที่แสนจะสับสน แต่ ได้บรรยากาศการท่องเที่ยวที่แปลกตาแบบฟินสุด ๆ แน่นอน โปรแกรมเที่ยวทัวร์สิงคโปร์ >> คลิก

อ่านเพิ่มเติม
ตะลอนเที่ยว 1 วัน >> S.E.A. Aquarium พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสุดอลังที่สิงคโปร์ !!
ตะลอนเที่ยว 1 วัน >> S.E.A. Aquarium พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสุดอลังที่สิงคโปร์ !!

04 ธ.ค. 61

ซึ่งนอกจากจะดึงดูดเด็กๆ ได้เป็นอย่างดีแล้ว ขอบอกว่าผู้ใหญ่อย่างเราๆ ก็จะอินและฟินไปตามๆ กันด้วยล่ะครับ ใครมีแพลนไปสิงคโปร์ อยากให้อ่านรีวิวนี้ของเราให้ดีๆ นะครับ รับรองว่าจะอยากจัด S.E.A. Aquarium Singapore ใส่ลงไปในแพลนด้วยอย่างแน่นอนเลยล่ะ 🐋 แผนที่ : S.E.A. Aquarium Singapore เริ่มจากวิธีเดินทางไปกันก่อน ง่ายมากๆ เพียงแค่นั่ง MRT ไปลงที่สถานี Habourfront 🚇 จากนั้นเดินเข้าไปที่ห้าง VivoCity และขึ้นไปที่ชั้น 3 เพื่อต่อรถไฟฟ้าข้ามไปยังเกาะ Sentosa ที่เดียวกับที่ Universal Studio นั่นแหละครับ และพอลงรถไฟฟ้ามาแล้ว ก็จะเจอกับป้ายบอกทางไปยัง Aquarium เลย (Universal จะมุ่งไปทางขวา ส่วน S.E.A. Aquarium Singapore จะเดินไปทางซ้าย) แล้วก็ไปซื้อบัตรเข้าชมที่ด้านหน้าได้เลย หรือหากใครจะซื้อมาก่อนจากเว็บไซต์ หรือเอเจนซี่ต่างๆ ก็ได้นะครับ ประหยัดเวลาต่อแถวไปอีก หรือเหมา ทัวร์สิงคโปร์ เที่ยว S.E.A. Aquarium กับทางทัวร์ครับได้เลย อิอิ เมื่อซื้อบัตรเสร็จแล้วก็จะพบกับส่วนแรก ที่เป็น พิพิธภัณฑ์เรือ หรือ Maritime Experiential Museum ⛵️ครับ ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์แบบ Interactive ที่ใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ ถ่ายทอดประวัติการเดินเรือทะเลของเอเชีย และมรดกของสิงคโปร์ในฐานะท่าเรือการค้า ภายในพิพิธภัณฑ์ก็มีหลายโซนให้เดินชมเลยครับ เช่น โซน MEET the Explorers นำเสนอประวัตินักเดินเรือจาก 4 ชาติ ที่เกี่ยวข้องกับสิงคโปร์ในอดีต และยังได้ลองเล่นหน้าจอ Interactive ที่เราสามารถเปลี่ยนชุดเป็นกะลาสีเรือได้ด้วยนะ ขอบอกว่าพิพิธภัณฑ์ของสิงคโปร์เค้าขึ้นชื่ออยู่แล้ว บอกเลยว่าถูกใจทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ พอเดินจนสุดทางของพิพิธภัณฑ์ ก็จะพบกับทางเชื่อมเพื่อเข้าสู่ S.E.A Aquarium Singapore 🐠 กันซึ่งสองแห่งนี้จะอยู่ตึกเดียวกัน แต่ทางเข้าคนละทางนะครับ  และอย่างที่บอกว่าที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่มากๆ จึงมีสัตว์ทะเลกว่า 100,000 ตัว จาก 800 สายพันธุ์ และที่โดดเด่นที่สุด ถือว่าเป็นพระเอกของที่นี่เลยก็คือ ปลากระเบนแมนต้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก! และยังมีปลากระเบนราหูอีกจำนวนมากด้วยครับ สำหรับส่วนแรกเมื่อเข้าสู่ S.E.A Aquarium Singapore นั้น จะเป็นห้องที่จำลองซากปรักหักพังของเรือสำเภาจีน (เป็นเรื่องราวต่อเนื่องจากพิพิธภัณฑ์เรือที่เราเพิ่งเดินผ่านมาครับ) เพื่อบอกเล่าว่าซากเรือนี้ก็จะกลายเป็นแหล่งปะการัง และช่วยสร้างระบบนิเวศใต้น้ำไปด้วย 🦑 จากนั้นเราจะพบกับห้องของเจ้าฉลามครับ 🦈 ที่ห้องนี้เราจะได้เห็นเจ้าฉลามแบบใกล้ๆ เลยทีเดียว และมีมากมายนับร้อยตัว!! ตื่นตาตื่นใจมากๆ แต่บางทีก็แอบกลัวเบาๆ คงเพราะดูหนังฉลามอย่างเรื่อง Megalodon มากเกินไป ฮ่าๆ แต่ฉลามที่นี่ไม่ได้ตัวใหญ่ขนาดนั้นนะครับ ขนาดปกตินี่แหละ จากห้องฉลาม เราก็เดินลอดอุโมงค์มาโผล่ที่ตู้ปลาทะเลสวยงามขนาดยักษ์ ที่ตั้งอยู่กลางโถงทางเดิน ขอบอกว่ามันใหญ่มว๊าก น่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ ทั้งยังมีตู้ปลาแบ่งชนิดต่างๆ กว่า 30 ตู้เรียงรายกันไปตามทางเดิน มันละลานตาไปหมดเลยครับ ซึ่งนอกจาก S.E.A Aquarium Singapore จะรวบรวมสัตว์น้ำทะเลของภูมิภาคอาเซียนมาไว้ที่นี่แล้ว ยังขนกองทัพสัตว์ทะเลน้อยใหญ่จากทุกๆ มหาสมุทรของโลกมาไว้ด้วยเช่นกันนะครับ บอกแล้วว่ามาที่นี่มีแต่คุ้มกับคุ้ม 🦀 🦑 🐠 🐋 และสำหรับเด็กๆ (หรือแม้แต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ) คงจะฟินไม่น้อยหากได้สัมผัสกับของจริง! และที่ S.E.A Aquarium ก็มีอ่างที่เราจะได้สัมผัสกับปลาดาว ปลิงทะเล และสัตว์น้ำเล็กๆ น้อยๆ หลากหลายชนิดที่สามารถสัมผัสได้ ไม่มีอันตรายครับ อีกส่วนหนึ่งที่อลังการดาวล้านดวงมากๆ คือจุดไฮไลท์ที่เราจะได้เห็นโลกใต้สมุทรผ่านกระจกบานใหญ่โตมหึมา เรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดในโลกกกก มีความใหญ่เป็น 2 เท่าของจอภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ และมีความหนากว่า 70 เซนติเมตร เอาจริงๆ เราสามารถนั่งอยู่ตรงนี้ได้เป็นวันๆ เลยนะครับ ชอบมาก เพลินมากๆ เลยครับ แค่นี้ยังไม่หมดนะครับ เพราะนอกจากจะมีทั้งอุโมงค์ขนาดยักษ์ และตู้ปลาขนาดมหึมาที่รวบรวมสัตว์น้ำจากหลายๆ ที่มาไว้ให้เราได้ชมเป็นขวัญตาแล้ว ที่ S.E.A Aquarium Singapore ยังมีให้บริการห้องพักอีกด้วย ชื่อว่า Ocean Suites ซึ่งขอบอกว่า มันเป็นอะไรที่คนบ้า Aquarium อย่างเรากรี๊ดมากๆ เพราะมันเหมือนเราได้นอนอยู่ในห้องใต้ทะเลส่วนตัวเลยล่ะ แล้วยังได้เพลิดเพลินไปกับการชมสัตว์น้ำที่แหวกว่ายอยู่บนหลังคาห้องเราไปเรื่อยๆ อีกด้วย เพลินกว่านี้ไม่มีแล้ว หรือหากใครไม่ได้พักที่นี่ แต่ยังรู้สึกไม่จุใจกับ S.E.A Aquarium Singapore ที่เราได้เดินชมมาแล้วนั้น สามารถจองที่นั่งในร้านอาหารสุดหรูที่อยู่ภายใน S.E.A Aquarium Singapore ได้ด้วยนะครับ 🦀 ทานดินเนอร์กับคนพิเศษ ไปพร้อมๆ กับการชมวิวใต้ท้องทะเล โรแมนติกได้อีก และขอบอกว่าอาหารของที่นี่นั้น อร่อยมาก เพราะถูกรังสรรค์มาจากปลายจวักของเชฟ Cat Cora เชฟสาวชื่อดังจากรายการ Iron Chef ที่ทำอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน - แคลิฟอเนียน และผสมผสานความเป็นเอเชียลงไป จากนั้นเสิร์ฟมาในรูปแบบของ Fine-Dining เก๋ๆ หรูๆ ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง Bucket List ที่ต้องทำเลยนะครับ หมดไปแล้ว 1 วันเต็มๆ กับการมาเยือนสิงคโปร์ในครั้งนี้ แต่ว่าที่สิงคโปร์ยังมีอะไรอีกมากมายรอให้เราไป Explore กัน ไม่ว่าจะเป็นสวนสนุก 🎡 Universal Studio , ถนน Orchard แห่งการช้อปปิ้ง , ร้านอาหารอร่อยๆ มากมาย และวิวสวยๆ ริมอ่าว Marina Bay ถือว่าเป็นประเทศที่ใครมีเวลาไม่มาก แต่อยากมาพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม ต้องลองมาดูสักครั้งนะครับ : )   อ่านต่อ  >> 8 ร้านอาหารยอดนิยม!! ตะลอนกินฟินๆที่สิงคโปร์    

อ่านเพิ่มเติม
ไม่ได้มีดีแค่ Universal! พาเที่ยว Skyline Luge สุดเหวี่ยงที่เกาะ Sentosa
ไม่ได้มีดีแค่ Universal! พาเที่ยว Skyline Luge สุดเหวี่ยงที่เกาะ Sentosa

15 ม.ค. 62

ซึ่งกิจกรรมที่โดดเด่นของสิงคโปร์ ก็มีตั้งแต่การเดินเล่นชมสวนดอกไม้ และพืชพันธุ์นานาชนิด ที่ Gardens by the Bay, การช้อปปิ้งที่ย่านถนนออชาร์ด, การหาของอร่อยๆ รับประทานที่ย่านไชน่าทาวน์, ไปชม Aquarium หรือสิงคโปร์ Zoo หรือข้ามไปยังเกาะ Santosa เพื่อสนุกเพลิดเพลินไปกับเครื่องเล่นที่สวนสนุกระดับโลกอย่าง Universal Studio Singapore แต่อีกหนึ่งสิ่งที่เกาะซาโตซ่า ที่หลายๆ คนไม่รู้ว่ามีอยู่ และสนุกไม่แพ้การเข้าไปเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก นั่นก็คือ Skyline Luge ครับ แผนที่ : Skyline Luge จริงๆ ต้องแยกกันก่อนนะครับ เพราะ Skyline คือกระเช้าที่พาเราขึ้นไปยังจุด Start ของ Luge ส่วนเจ้า Luge เนี่ยคือรถคันเล็กๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก โดยเราบังคับได้แค่พวงมาลัยซ้าย - ขวา เท่านั้นครับ หมายความว่าเราก็ปล่อยให้ Luge วิ่งลงมาตามทางที่เป็นทางลาดลง แล้วเราก็บังคับพวงมาลัยตามทางเท่านั้นเอง ซึ่งความสนุกนี้สามารถเล่นได้ตั้งแต่เด็กๆ ที่มีความสูงตั้งแต่ 85 เซนติเมตรขึ้นไป จนไปถึงผู้สูงอายุเลยล่ะครับ มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดน๊าาาา มาถึงวิธีการเล่นเจ้า Luge กันบ้าง อันดับแรกเลยคือเราต้องซื้อตั๋วก่อน ซึ่งเจ้าตั๋วนี้เค้าจะขายเป็นแพ็คเกจ คือ Skyline + Luge นะครับ ซึ่งต่อให้ใครไม่เล่น Luge แต่อยากขึ้น Skyline ก็ต้องซื้อแพ็คอยู่ดี ส่วนถ้าใครไม่อยากขึ้น Skyline แต่จะเล่น Luge ก็ทำไม่ได้เช่นกัน เพราะจุดเริ่มต้นของ Luge นั้นอยู่บนภูเขานั่นเองค่า พอเราซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้ว ก็ไปต่อคิวเตรียมขึ้น Skyline กันเลย เป็นกระเช้านั่งได้ 2 คน พร้อมๆ กับบรรทุกเจ้ารถ Luge ขึ้นไปด้วย ชมวิวเพลินๆ รวมถึงดูเส้นทางที่รถ Luge ของเราจะวิ่งคร่าวๆ แป๊บเดียวก็ถึงจุด Start แล้วล่ะครับ เมื่อมาถึงที่ จุด Start ด้านบนแล้ว เราก็มาต่อคิวกันเลย ก่อนที่จะลงสนามจริง เค้าจะสอนวิธีบังคับ Luge และให้เราทดลองขับผ่านสิ่งกีดขวางก่อนด้วย เพื่อให้เราชินกับเจ้ารถ Luge และชินกับวิธีการบังคับนั่นเอง เมื่อเราพร้อมแล้ว ก็เริ่มลงสนามจริงได้ ใครชอบความหวาดเสียวก็จัดเต็มปล่อยเจ้า Luge ไหลไปได้แบบสุดเหวี่ยง แล้วค่อยๆ แตะเบรกเมื่อถึงทางโค้งก็พอ แต่ถ้าใครชอบ Play Safe แบบว่าปลอดภัยไว้ก่อน ก็ค่อยๆ แตะเบรก แล้วปล่อยรถลงมาช้าๆ ก็ได้ครับ แต่เอาจริงๆ เราว่ามันไม่น่ากลัวเลยล่ะ เพราะทางเค้าออกแบบมาดีมากๆ ที่มีก็มีแต่ความเสียว และสนุกสุดเหวี่ยงแค่นั้นเอง (เอาจริงๆ แอบรู้สึกว่า Skyline น่ากลัวกว่าอีก เพราะมันสูงงง) เมื่อมาถึงด้านล่างแล้ว ก็คืนรถ Luge และหมวกกันน็อคให้กับเจ้าหน้าที่ เป็นการเสร็จสิ้นความสนุกในรอบนี้ หรือถ้าใครติดใจอยากจะเล่นอีกรอบก็สามารถซื้อตั๋วแล้ววนขึ้นไปอีกรอบก็ได้ไม่ว่ากันครับ แต่ส่วนใหญ่แล้วเล่นรอบเดียวก็เกินพอ เอาเวลาที่เหลือไป Enjoy กับส่วนอื่นๆ บนเกาะ Santosa ดีกว่า  สำหรับกิจกรรมที่แนะนำให้ทำเพิ่มเติมเมื่อมายังเกาะ Santosa ที่ไม่ใข่การเข้า Universal Studio Singapore กับ Aquarium นั้น ก็มีการนั่งรถไฟไปยังสถานี Beachfront เพื่อเดินเล่น อาบแดด ริมชายหาด หรือใครอยากจะลงเล่นน้ำทะเลก็ตามสะดวก แล้วก็การขึ้นไปชมวิวด้านบน Merlion ที่อยู่บนเกาะเซนโตซ่า ที่เค้าบอกกันว่าเป็น Merlion ตัวพ่อนั่นเอง โดยด้านบนจะเห็นวิวได้รอบเกาะเลยล่ะครับ มองเห็นชายหาด มองเห็นเข้าไปถึงด้านใน Universal Studio Singapore เลยล่ะ เอาจริงๆ ที่เกาะ Sentosa ก็มีกิจกรรมให้ทำเยอะเหมือนกันนะครับ แล้วยิ่งใครที่มากันแบบครอบครัว มีเด็กๆ น่าจะยิ่ง Happy กับเกาะแห่งนี้กันอย่างแน่นอนเลยล่ะ วันหยุดยาวครั้งนี้อย่าลืมหาเวลาบินมาเที่ยวสิงคโปร์ แล้วแวะมาเยือนเกาะ Sentosa กันนะครับ รับรองว่าได้รับความประทับใจ และความทรงจำดีๆ กลับไปอย่างแน่นอนเลย   อ่านบทความแนะนำจาก ทัวร์ครับ >>8 ร้านอาหารยอดนิยม!! ตะลอนกินฟินๆที่สิงคโปร์<<    

อ่านเพิ่มเติม
รีวิว เที่ยวสิงคโปร์แบบส่วนตัว ทริปครอบครัว 4 วัน 3 คืน
รีวิว เที่ยวสิงคโปร์แบบส่วนตัว ทริปครอบครัว 4 วัน 3 คืน

14 ส.ค. 62

ปล. งบใช้จ่ายทริปนี้เน้นสบายๆ เพราะไปแบบครอบครัว ไม่เน้นว่าต้องถูกมาก เอาให้พ่อแม่สบายด้วย ถือว่าไปเที่ยวสิงคโปร์แบบราคาเอื้อมถึงละกัน เพราะไม่ถูกและไม่แพงเกินไป เราไปดูกันดีกว่าว่า ทริปสิงคโปร์ 4 คืน 3 วัน ได้ไปเที่ยวไหนกันบ้าง มาเริ่มกันเลยยย     เที่ยวสิงคโปร์ 4 คืน 3 คืน กับ Tourkrub    เที่ยวสิงคโปร์แบบครอบครัว 4 คืน 3 วัน : วันที่ 1 วันแรกเราเริ่มทริปนั่งเครื่องไปลงสนามบินสิงคโปร์ เนื่องจากทริปนี้รถเข็นหลานวัย 4 ขวบและพ่อกับแม่ด้วย การเดินทางอาจจะลำบากนิดนึง ถ้าต้องไปรถประจำทาง เราตัดสินใจเรียก Taxi (รถ Alphard 6 ที่นั่ง 48$) เข้าเมืองไปยังโรงแรมที่ถนน Bencoolen st.  คนขับบอกว่าโรงแรมที่อยู่ location ดีมากกกกกก (ส่วนตัวไม่เคยพักที่นี่ แต่พอถึงแล้วชอบมากเพราะใกล้สถานที่เที่ยวหลายๆที่เลย) เราไปถึงกันช่วงเย็นแล้ว พอไปถึงโรงแรมเลยพักผ่อนกันเล็กน้อยก่อนเดินเล่นชมเมืองกัน แวะทานข้าวเย็นที่ Food Republic และสตาบัคส์ หัวมุมถนน Bencoolen ใกล้ที่พัก เน้นสะดวกแต่ที่จริงแล้วแถวนี้ยังร้านอาหารสิงคโปร์ยอดนิยมอยู่เยอะแยะเลย และอาหารที่สิงคโปร์สำหรับใครที่ไม่เคยมาเที่ยวสิงคโปร์ ขอบอกก่อนสไตล์ของอาหารที่นี่จะออกแนว ผสมผสานระหว่างเอเชียกับยุโรป  รสชาติคนไทยกินได้สบายมาก แต่ถ้าใครกินไม่ได้ ในสิงคโปร์ก็มีร้านอาหารไทยอยู่เยอะค่ะ สามารถหาทานได้ตามสะดวกเลย  เดินเล่นมาเรื่อย ผ่าน Singapore Art Museum (ช่วงนี้ Renovate) ผ่าน Chijmes แหล่งร้านอาหารและบาร์ที่เป็นโบสถ์คริสต์ เดินไปแชะภาพกับ Landmark ของสิงคโปร์ที่ Merlion Park ใครมาแล้วไม่ได้ถ่ายรูปกับเมไลออนหรือการ์เด้นบายเดอะเบย์ บอกเลยว่ามาไม่ถึง เรื่องถ่ายรูปบอกเลยคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ ยิ่งเป็นคุณพ่อคุณแม่สายเซลฟี่ละก็แชะภาพกันแบบรัวๆไปเลยจ้า   เที่ยวสิงคโปร์แบบครอบครัว 4 คืน 3 วัน : วันที่ 2 เช้าวันที่ 2 ทานอาหารเช้าแบบเจ้าตำรับอาหารเช้าชาวสิงคโปร์ ที่ร้าน Ya Kun Kaya Toast เดินจากโรงแรมไปอีกยังถนน Middle st. จากโรงแรม 5 นาที สมเป็นร้านเจ้าตำรับคนมาต่อแถวทานอาหารแต่เช้า (ร้านนี้แม่ชอบมากกกกก วันที่เหลือมาซื้อทานทุกวัน) ทริปครอบครัวสายทำบุญ เที่ยวสิงคโปร์ 4 วัน 3 คืน ครั้งนี้ก็ไม่พลาดค่ะ เอาฤกษ์เอาชัยไหว้แม่กวนอิมที่วัดศักดิ์สิทธิ์ Kwan Im Thong Hood Cho  (เดินจากร้าน Ya Kun Kaya Toast 5 นาที) พอทำบุญกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ต่อด้วยการเดินทางไป MRT Chinatown เพื่อซื้อบัตรเข้า S.E.A aquarium สำหรับไปเที่ยววันนี้และบัตรเข้า Garden by the bay ล่วงหน้าสำหรับวันพรุ่งนี้ค่ะ ได้มา Mrt Chinatown ทั้งทีเราเลยได้โอกาสแวะไปทานข้าวมันไก่ชื่อดังที่ร้าน Tian Tian Chicken Rice กินคาวเสร็จต้องต่อด้วยของหวาน เลยไปทานลอดช่องสิงคโปร์กันต่อ (เวลาสั่งลอดช่องเรียกว่า Chandol) ที่ Maxwell Food Center  พอทานอาหารอิ่มหนำสำราญกันแล้วก็พาคุณพ่อคุณแม่ไปแวะวัดพระธาตุเขี้ยวแก้วทำบุญอีกครั้ง วันนี้ถือว่าอิ่มท้องแล้วยังอิ่มใจกันด้วย   พอช่วงบ่ายวันนี้เราจะใช้รถไฟฟ้าเป็นหลัก มีคนแอบบ่นหน่อยๆเพราะเดินเยอะ แต่ไม่เป็นไรถือว่าได้ออกกำลังกายกัน อิอิ เดินไปเที่ยวไป ไปเกาะเซนโตซ่ากันด้วย Mrt ลงสถานี Harbourfront เข้าห้าง Vivo City เดินไปเกาะทาง Sentosa Boardwalk วิวสวยมาก เมื่อถึงเกาะก็แวะเติมพลังกันที่ McDonald ก่อนเข้าไปชม S.E.A Aquarium เป็นอันจบทริปเที่ยวสิงคโปร์ 4 วัน 3 คืน วันที่ 2 แล้วววว    เที่ยวสิงคโปร์แบบครอบครัว 4 คืน 3 วัน : วันที่ 3 วันที่ 3 ตื่นกันแบบสบายๆ เพราะว่าเมื่อวานเดินค่อนข้างเยอะ แพลนทั้งวันคือการไป Garden by the bay ช่วงนี้มีเทศกาลทุ่งทิวลิปใน Flower Dome วันนี้เราจะเข้าทั้ง 2 Dome เลย  ภายในทั้งสอง Dome สวยมากๆ ทั้ง Flower Dome และ Cloud Forestใช้เวลาที่นี่ทั้งวันไม่เบื่อแน่นอน มีอะไรให้ชมเยอะ และบริเวณใกล้เคียงมี Children's Garden เป็นสวนน้ำสำหรับเด็กๆ ได้เข้าฟรี หลานเลยเล่นน้ำได้สบายใจเลย ช่วงเย็นเราก็เดินดูสวน Garden by the bay และ Super tree หามุมถ่ายรูปครอบครัวสวยๆ ช่วงเย็นเราอยากกินอาหารนานาชาติกัน จึงเลือก Lau Pa Sak Food Center เป็นจุดหมายของอาหารเย็นนี้ พรุ่งนี้กลับบ้านแล้วจ้า   เที่ยวสิงคโปร์แบบครอบครัว 4 คืน 3 วัน : Day 4 ทริปสิงคโปร์วันสุดท้ายยย ถือว่า 4 วัน 3 คืน กำลังโอเคกับสถานที่เที่ยว วันลางานและงบที่เราได้เตรียมไว้ จุดหมายสุดท้ายที่เราจะไปกันก่อนบินกลับอยู่ใกล้ๆ สถานบินเลย Jewel Terminal Changi Airport ใกล้ Terminal 1 ถ่ายรูปออกมาสวยงามมากๆ ไม่น่าเชื่อว่าคือสนามบิน (เห็นเค้าบอกว่าที่นี่คือสนามบินที่สวยที่สุดในเอเชียเลยนะ) ทริปนี้เป็นทริปที่ทั้งครอบครัวรู้สึกถึงการพักผ่อน และได้ใช้เวลาร่วมกันมากๆ เป็นทริปที่ถ่ายรูปสวย กินง่าย นอนสบาย จบทริปแล้วลาไปก่อน แล้วเราจะเจอกันทริปครอบครัวครั้งหน้าค่ะ   สรุปค่าใช้จ่ายทริปเที่ยวสิงคโปร์  4 วัน 3 คืน 1.ค่าตั๋วเครื่องไปบินกลับ กทม.-สิงคโปร์ 5 คน พร้อมน้ำหนักกระเป๋า 40 กก. 35,000 บาท (บินช่วงบ่าย) 2. ค่าที่พัก  ห้องขนาดครอบครัว 3 คืน 21,320 บาท 3. ค่าเดินทาง  ค่า Taxi  6 ที่นั่ง Airport-Hotel/ Hotel- Airport 98$SG (2,275 บาท) ค่าเดินทางด้วย MRT วันที่ 2 Mrt Bencoolen-Chinatown-Harbourfront 17$SG (394 บาท) ค่าเดินทาง ด้วย Grab ทั้ง 3 วัน (รถ 6 ที่นั่ง) 4 เที่ยว 65$SG (1,509 บาn) 4. ค่าอาหาร4 วัน 3 คืนสำหรับ 5 คน Food Republic 45$ อาหารและเครื่องดื่ม ค่าอาหารตกคนละ 6-10$ เครื่องดื่ม Sugar Crane 2.5$  Tian Tian Taiwanese ไก่จานใหญ่และข้าวตกอยู่ที่ 49$ Lau Pa Sat Food Center อาหารซีฟู้ด ซาเตย์ เครื่องดื่ม 88$ Ya Ku Kaya Toast 11$ ชุดอาหารเช้า ประมาณ 2 ชุด+ ชา กาแฟ รวมค่าอาหารประมาณ 203$sg (4,703 บาท) 5. บัตรเข้าสถานที่ท่องเที่ยว ค่าเข้า S.E.A Aquarium (ผู้ใหญ่ 3-72$) เด็ก 1(16$) ผู้สูงอายุ 1 (16$) ค่าเข้า Garden by the bay (2 Dome) ผู้ใหญ่ 4 (72$) เด็ก 1 (12$) รวมทั้งหมด 188$SG (4,364บาท) ทริปนี้ค่าใช้จ่ายโดยประมาณรวมค่าที่พัก+เดินทาง+ค่ากินตามร้าน+บัตรเข้าสถานที่ ไม่รวมช้อปปิ้งของฝาก อยู่ที่ 69,565 บาท รวม 5 คนนะ บอกเลยว่าไม่แพงเลย  ราคานี้กับความสุขและการพักผ่อนของคนในครอบครัวถือว่าคุ้มมากๆ และประทับใจมากๆ ค่ะ   ทัวร์สิงคโปร์ ราคาสุดคุ้ม กับ Tourkrub   ปัญหาที่เจอในทริป ไม่ค่อยมีเนื่องจากทำการบ้านเรื่องการกินและเที่ยวไปพอสมควร แต่จะมีปัญาหาคือ ถ้าเที่ยวแบบสบายๆ เดินทางเองไม่ใช้บริการ Taxi จะเดินเท้าค่อนข้างไกลพอสมควร จะมีอาการเมื่อยล้าบ้าง  สถานที่ท่องเที่ยวในสิงคโปร์มีหลายย่าน ไปครั้งเดียวไม่สามารถเก็บได้หมดถ้าไปแบบครอบครัว เพราะจะต้องเผื่อเวลาในการพักระหว่างทางด้วย ดังนั้นแนะนำคนที่เดินทางแบบครอบครัวไม่ควรจัดตารางแน่น 1 วัน ควรมี 2-3 ที่พอและเดินทางใกล้ๆ กัน และหาที่พักที่เดินทางง่ายสะดวก ไปสถานที่ต่างๆได้รวดเร็วจะช่วยประหยัดเวลาการเดินทางได้ดีค่ะ สำหรับที่ไม่มีเวลาวางแผนเที่ยว แนะนำว่าให้ซื้อ ทัวร์สิงคโปร์ 4 วัน 3 คืน ไปเที่ยวจะสะดวกและประหยัดงบมากกว่า พร้อมทั้งความสะดวกสบายในการเดินทาง แถมมีไกด์คอยดูแลคุณพ่อคุณแม่อีกด้วย รีวิวทริปเที่ยวสิงคโปร์แบบส่วนตัว ทริปครอบครัว 4 วัน 3คืน ทริปพักผ่อน นอนหลับกินดี แฮปปี้ทุกวัย ลากันรอบนี้ เจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ  

อ่านเพิ่มเติม
รีวิวสิงคโปร์  4วัน3คืน เที่ยวให้สุด แล้วหยุดที่คำว่า ฟิน!
รีวิวสิงคโปร์ 4วัน3คืน เที่ยวให้สุด แล้วหยุดที่คำว่า ฟิน!

17 ม.ค. 63

มาเที่ยวสิงคโปร์ครั้งนี้ ไม่เน้นเที่ยวไรมาก แต่เราเน้นกิน! ตามไปลองร้านฟินๆ ที่คนสิงคโปร์ก็คอนเฟิร์มว่าอร่อย และคนไทยอย่างเราก็ให้ความนิยม คำเตือนบทความนี้ไม่ควรเปิดดูตอนกลางคืน เพราะจะทำให้คุณหิวมาก ใครพร้อมไปเที่ยว ไปกินที่สิงคโปร์ แวะคาเฟ่สิงคโปร์ บ้างก็ตามเรามาได้เลย   จองทัวร์สิงคโปร์ กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub)   รีวิวเที่ยวสิงคโปร์ 4 วัน3คืน มาท่องโลกแห่งการกินกัน เราตั้งใจว่ามาครั้งนี้จะเก็บร้านดังๆ ไม่เน้นสถานที่ท่องเที่ยวมากมายนักเนื่องจากว่ามาบ่อยมากๆ แล้ว รวมถึงอยากมาหาร้านอาหารอร่อยๆ แล้วมารีวิวให้คนที่กำลังจะไปสิงคโปร์ครั้งแรกหรือหลายครั้งแล้วแต่ไม่รู้จะไปกินอะไรดี โดย ที่เริ่มต้นจากแพลนว่าไป 4 วัน ช่วง 8 - 11 พฤศจิกายน (ช่วงที่ไปไม่เจอฝนเลยอากาศดีไม่ร้อนมาก) วันแรกเราประเดิมด้วยร้านข้าวมันไก่เจ้าดังเพิ่งเข้ามาไทยไม่นาน ใช่แล้วค่ะ Boon Tong Kee!    ร้าน Boon Tong Kee นอกจากจะสั่งไก่แล้วเรายังสั่งเมนูคล้ายกับผัดเปรี้ยวหวานไก่และแกงจืดสาหร่าย ซึ่ง Boon Tong Kee มีหลายสาขานะคะ รับรองว่ารสชาติเหมือนกันทุกสาขาค่ะ ที่เราไปทานเป็นสาขา bendeermar โต๊ะไม่เยอะ พนักงานเสริฟบริการดี และมีภาษาอังกฤษค่ะมื้อนี้เบาๆ กับข้าว 3 อย่าง ข้าวมัน 3 ถ้วย ราคารวม 50 SDG (1SDG = 22.6 บาท) จบวันแรกแบบอิ่มอกอิ่มใจ   เริ่มเช้าวันที่สองเราตั้งใจว่าจะทานอาหารเช้าแบบคนสิงคโปร์ คือ ขนมปังปิ้งประกบกับเนยถั่วหรือเนยจืด แล้วจิ้มกับไข่ลวก พร้อมกาแฟร้อน แค่คิดก็อยากกินแล้ว ไม่รอช้าค้นกูเกิ้ลหาร้านอาหารใกล้ที่พักเจอแต่ร้าน Macdonald และ Subway เราตัดสินใจลอง Macdonald เป็นอาหารเช้าลองท้องไปทุกประเทศที่ไปต้องขอลองเพราะแต่ละประเทศ จะมีความต่างของรสชาติไก่ น้ำจิ้ม เราสั่งฟิชเบอร์เกอร์และแพนเค้ก พร้อมกาแฟเย็นที่รสชาติเบาบางมากอีก 1 แก้ว สรุปโดยประมาณ 11 SDG  ลองท้องเสร็จแล้วเราก็เริ่มภารกิจตามหาร้านอาหารเช้าแบบท้องถิ่นกันต่อแต่ก็ยังไม่พบร้านที่ถูกใจ เลยตัดสินใจไปร้านเด็ดที่คนส่วนใหญ่รีวิวว่า “ครัวซองค์ดีที่สุด” กินแล้วต้องฟินฝุดๆแน่นอน ซึ่งอยู่ในย่าน hipster เราไม่รอช้าปักหมุดแล้วตามไปลองทันที วิธีการเดินทางให้ลง Mrt Tiong Bahru แล้วเซิชคำว่า Tiong Bahru Bakery ซึ่งจากสถานีเดินไปประมาณ 750 เมตรไม่ไกลมาก แค่เห็นบรรยากาศน่าร้านก็ชวนเข้าไปลองชิมแล้วค่ะเพราะว่ามีคนเข้าคิวรอเยอะมากทั้งฝรั่ง เอเชียอย่างเรารวมไปถึงคนสิงคโปร์ด้วยค่ะ   เรายืนรอคิวอยู่ประมาณ 10 นาที ก็ได้โต๊ะพอถึงเวลาเข้าไปสั่งแนะนำว่าให้ยืนดูเมนูนอกเส้นเข้าแถวสักหน่อยก่อนสั่งเพื่อไม่ต้องไปยืนลังเลอยู่ในแถวสั่งอาหารเป็นการทำให้คนอื่นเสียเวลา เราถามพนักงานว่าอันไหนแนะนำ เขาแนะนำว่า Plain Croissnt Almond Croissnt และเราสั่ง Smoke Salmon เพิ่ม (เพราะเห็นคนข้างหน้าสั่ง และฝรั่งที่นั่งโต๊ะหน้าร้านกินอยู่ดูน่าอร่อย) สั่งครัวซองค์เสร็จต่อไปเป็นการสั่งน้ำขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าถ้าเป็นคนชอบกาแฟเข้มๆ ควรสั่งกาแฟร้อน หรือถ้าเป็นคนชอบกินกาแฟเย็นให้สั่งกาแฟสองชอต แล้วใส่ไซรัปเพิ่ม (ไซรัปต้องมาเติมเองมีบาร์ให้เติมน้ำตาล ไซรัป ครีมเทียม น้ำเปล่า แก้วน้ำ ช้อนส้อม) เพราะสำหรับคนที่ดื่มกาแฟเข้ม (คั่วระดับกลาง-เข้ม) จะรู้สึกว่าจืดมาก หลังจากนั้นถึงเวลาชิมสิ่งที่พนักงานในร้าน recommend Plain Croissant คำแรกที่เข้าไปกลิ่นหอมของขนมปังความเหนียวนุ่มของเนื้อแป้งความบางกรอบกำลังพอดี  ยิ่งทากับเนยเค็มยิ่งดียิ่งอร่อยถูกใจมากให้ 10 คะแนนไปเลย ส่วนครัวซองค์อัลมอนด์ก็เหมือนกันกำลังดีมีรสสัมผัสต่างกันตรงที่มีถั่วเข้ามาเป็น Texture ลำดับสุดท้ายที่สั่งตามคนอื่นเขาสั่ง คำแรกรู้สึกเฉยๆ เหมือนร้านอื่นๆ ทั่วไปที่ทำ Brunch ในประเทศไทยแต่พอคำที่สองเราเจอที่ทาขนมปังเขาไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไรเขาทาไว้ทานคู่กับขนมปังถือว่าโอเคเลยทีเดียว ลืมบอกไปว่าขนมปังที่กินกับ smoke salmon เป็นแป้งชาโคและสอดไส้ผักล็อคเกตด้วยนะ   จบมื้อสุดประทับใจนี้ด้วยการเดินกลับไปขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อไป Garden By the Bay และที่สำคัญมีบักกุเต๋ที่มากี่ครั้งก็ต้องมากิน ซึ่งบักกุเต๋เจ้านี้อยู่ชั้นฟู้ดคอร์ทของ Marina Bay Sand โดยเราสามารถเดินบนทางเชื่อมชั้น 3 ของ Marina Bay Sand ไปถึง Garden By the Bay ได้ เนื่องจากครัวซองค์ยังคงฟูอยู่เต็มท้องเราเลยเดินเล่นที่ Marina Bay Sand ช็อปปิ้งแบรนด์ของสิงคโปร์นั่นก็คือ Charles & Keith หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าหากมาซื้อยี่ห้อนี้ที่สิงคโปร์จะค่อนข้างถูกกว่าที่ไทยอีกนะ ยิ่งเป็นช่วงลดราคาทั้งเกาะยิ่งถูกขึ้นไปอีก เดินเล่นอยู่สักพักก็ข้ามไป Garden By the Bay ที่นี้มีโดมขายของหวานน้ำชามานั่ง Afternoon Tea ที่นี้ได้แนะนำว่าขนมหวานอร่อยมากๆ แต่รอบนี้เราไม่ได้เข้าไปนะคะอดชมภาพกันเลย ถ้าใครไปก็อย่าลืมไปลองชิมกันนะคะ เดินจนบ่ายกว่าๆ เราก็ข้ามกลับมาเพื่อมากิน! บักกุเต๋  เราสั่งมา 1 ชุด ในชุดจะมีข้าว 1 ถ้วย บักกุเต๋ 1 ถ้วย ปาท่องโก๋ และเต้าหู้พร้อมถั่ว อีกอย่างละถ้วย แล้วก็แบบบักกุเต๋ และข้าวเดี่ยวมาอย่างละหนึ่ง น้ำจิ้มตักเอาได้เองเลยตามใจชอบ นอกจากนี้ รอบนี้ได้ลองติ่มซำเพิ่มเติม รสชาติบักกุเต๋ที่นี้ทำไมถึงติดใจเพราะ หนึ่งกลิ่นเครื่องเทศไม่แรงเผ็ดร้อนด้วยพริกไทยค่อนข้างพอดีไม่เยอะจนเกินไปหมูติดกระดูกแค่เอาช้อน เขี่ยก็หลุดออกจากกระดูก ข้าวไม่แฉะไม่ร่วนไป น้ำจิ้มรสชาติพอดีไม่เปรี้ยวไม่เผ็ดมาก ที่สำคัญรสชาติคงที่มากมากี่ครั้งก็อร่อยเหมือนเดิม เกือบลืม! สายชานมไข่มุขใครว่าที่นี้ไม่มี ไม่ค่อยเห็นคนรีวิวใช่ไหมคะ จริงๆ มีร้านหนึ่งที่คิดว่ารสชาติโอเคเลยสู้กับ Kamu ได้ ร้านจะอยู่ที่เดียวกับบักกุเต๋แต่ว่าจะอยู่ด้านหน้าฟู้ดคอร์ทลงบันไดเลื่อนมาจะเจอเลย เห็นคนยืนต่อคิวเยอะมากมีบางคนสั่งที 10 แก้ว ก็มี อยากให้ลองค่ะ  จากนั้นเรากลับไปดูไฟซึ่งเป็นไฮไลท์ของ Garden By the Bay ต่อรอบจะนานประมาณ 10 นาที โดยประมาณ แนะนำว่าให้รีบไปจับจองพื้นที่กันก่อนสองทุ่มสัก 10 นาที เพื่อหามุมที่ดีที่สุดในการนอนดู ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดูไฟที่นี้ หลังจากดูไฟจบก็เหมือนลังมดแตกคนเต็มไปหมดกว่าจะเดินออกมาได้รวมครึ่งชั่วโมง ทำให้กระเพาะอาหารของเราทำงานอีกครั้ง ลำบากขาต้องเดินไปหาของกินเลยตัดสินใจว่ากินอะไรเบาๆ ก่อนกลับแล้วกันเราก็เลยพากันไปที่ออร์ชาร์ดเพราะมีคนบอกว่าร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาที่ Food Opera ห้าง ION Orchard ชั้น B4 อร่อย ไม่รอช้าขึ้น MRT สายสีแดงไปลง Orchard Station ลงไปถึงชั้นใต้ดินเดินวนเวียน หาอยู่สักพักก็พบกับร้านที่เราตั้งใจมากิน Li Xin Teochew Fishball อร่อยสมค่าที่หิ้วท้องมากิน น้ำราดก๋วยเตี๋ยวเข้มข้นเข้ากับเส้นบะหมี่แบน ลูกชิ้นปลากัดเข้าไปรู้สึกเหมือนทำมาจากปลาล้วน ไม่ก็แป้งน้อยน้ำซุปลงตัวมากเมื่อกินคู่กับเส้นบะหมี่ รวมๆ แล้วก็ให้ 10 ดาวเหมือนกัน นอกจากนี้ เรายังสั่งอาหารของคนสิงคโปร์มากินเพิ่มอีก เรียกว่า “Cha Kway Teow” เขาจะใช้บะหมี่เส้นกลมผัดกับเส้นใหญ่ใส่กุนเชียง กุ้งแห้ง ฯลฯ ผัดรวมกัน รสชาติค่อนไปทางจืดและมันต้องกินกับซีอิ๋วถึงจะรสชาติอร่อยลงตัว แนะนำว่าให้กิน Food Court Center นอกห้างอร่อยกว่า วันที่สามแล้ว วันนี้เราแพลนว่าจะไป Universal Studio Singapore เราตั้งใจไปถึงสัก 9 โมงเช้าเพื่อไม่ต้องเบียดกับคนเข้าไป แล้วเดินทวนเข็มนาฬิกาสวนกับคนบางส่วนเข้าไปเป็นเคล็ดลับเล็กๆ น้อยสำหรับคนที่วางแผนจะไป ช่วงสายๆ เริ่มหิวเราเดินมาถึงโซนการ์ตูนเรื่องเชร็คเลยแวะทานข้าวกัน ไม่รอช้าด้วยความหิวพิซซ่าหนึ่งถาด พร้อมกับเบอร์เกอร์ปลาและเฟรนช์ฟรายทอดสำหรับ 3 คน    เติมพลังเสร็จแล้วไม่รอช้าต่อด้วยเล่นเครื่องเล่นน่ารักเชร็ค 4 D ที่เล่าเรื่องราวการลักพาตัวฟิโอน่าไปหลังแต่งงานและเชร็คตามไปช่วยจนสำเร็จและความน่าทึ่งของเทคโนโลยี 4 D ทำให้รู้สึกเหมือนเราเข้าไปช่วยฟิโอน่าจริงๆ สนุกสนานเหมาะกับคนที่ไม่ชอบเครื่องเล่นหวาดเสียว เราใช้เวลาอยู่จนถึง 6 โมงเย็นเพื่อที่จะไปให้ทันที่จองโต๊ะไว้ร้าน Jumbo seafood สาขา Riverside Point เพื่อไปกินปูผัดผงกะหรี่ แต่ท้ายที่สุดเราเปลี่ยนใจไปกินข้าวมันไก่ชื่อดังแห่งย่านไชน่าทาวน์ Tian Tian Chicken Rice  วิธีการเดินทางลงที่สถานี Chinatown ออก Exit A หันหน้าเข้าพระเขี้ยวแก้ววัดเดินไปทางซ้ายแล้วข้ามถนนเดินไปประมาณ 200 เมตรจะเจอศูนย์อาหาร Maxwell Food Center อร่อยสมที่ได้รับรางวัลและลงนิตยสารมากมาย แต่ขอเตือนให้ทุกคนที่จะไปทานพกช้อนพลาสติกแข็งไปเอง เพราะช้อนของที่ร้านอ่อนแอมากไม่สามารถหั่นไก่ให้ขาดได้ ดังนั้นนี่เป็นคำเตือน! ทุกคนที่จะไปทาน แต่หลังจากทางเสร็จกองทัพนักกินอย่างเราไม่อิ่มทองตั้งใจไปหาของกินต่อเดินกลับมาทางไปสถานีไชนาทาวน์ เจอร้านลับชาบูหมาล่าเห็นคนในร้านเยอะมั่นใจว่าอร่อยแน่ไม่รอช้าพุ่งตัวเข้าไปสั่งอาหารทันที เราสั่งมาแบบน้ำซุปหมาล่าครึ่งหม้อแบบออริจินัลครึ่งหม้อ ขอเตือนก่อนว่าที่นี้คิดราคาอาหารเป็นถาด และเป็นไม้ไม่ใช่ราคาต่อหัวดังนั้นอย่าวู่วามราคาของแต่ละอย่างไม่เท่ากันที่แพงสุดหนีไม่พ้นเนื้อ เราลองหยิบมาชิมอย่างละไม้ก่อนท้ายสุดจบด้วยกินเป็นถาดคุ้มกว่าเพราะเป็นไม้นี่อย่างต่ำราคา 0.50  SGD ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงสงครามการกินชาบูจบลงด้วยน้ำตาเบาๆ มื้อนี้พันกว่าบาท ซึ่งถือว่ารับได้ ร้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวันพระเขี้ยวแก้วจบวันนี้ไปด้วยความอิ่มอร่อย เดินข้ามฝั่งมาเลยมาหนึ่งไฟแดงร้านอยู่ซ้ายมือ ลืมจำชื่อร้านมา   วันสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดภารกิจหลักของเราเช้านี้ คือ กินติ่มซำ เซิชกูเกิ้ลเจอร้านติ่มซำเจ้าดังในหมู่คนสิงคโปร์และต่างชาติแต่คนไทยอย่างเรายังไม่ค่อยรู้จักมาก เราไปตามหาติ่มซำร้านนี้กัน ชื่อร้าน SWEE CHOON  ร้านนี้มีความไฮเทคผสมภายใต้กลิ่นอายของร้านอาหารสไลต์จีนผสมอยู่ หลังจากภารกิจเสร็จสิ้นเราเดินต่อไปยังมุสตาฟาเดินไปเดินมาเที่ยงอีกแล้วนักกินอย่างพวกเราตามหาอร่อยก่อนกลับและเมนูที่พวกเราทานก่อนกลับ คือ บักกุ๊ดเต๋ ร้านนี้ใกล้ที่พักแถวรถไฟฟ้า Bendeermar MRT ออก Exit B เดินมาทางด้านขวา 500 เมตร จะเจอศูนย์อาหารเล็กๆ มีให้เลือกหลายร้าน สำหรับคนที่อยากลองทานหลายๆ อย่าง มาถึงตรงนี้ได้เวลาเดินทางกลับกรุงเทพฯ แล้ว ครั้งนี้ภารกิจหลักคือการตามหาร้านอร่อย ร้านดังให้มากที่สุดเพื่อมาฝากให้คนอื่นๆ ที่สนใจการทานอาหารได้ติดตามกันไปค่ะ หวังว่าทุกคนจะได้ไปตามร้านที่เราเอามาฝากกัน

อ่านเพิ่มเติม