All articles abouts korea

มีแล้วหรือยัง? 7 แอปพลิเคชันที่มีแล้วอุ่นใจเมื่อไปเที่ยวจีน

Jul 4, 2016

แอปพลิเคชันทั้ง 7 ที่จะทำให้การไปท่องเที่ยวจีนของคุณง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนไปเที่ยวประเทศจีน วันนี้ผมจะมาแนะนำแอปพลิเคชันที่ช่วยให้การท่องเที่ยวจีนของคุณง่ายยิ่งขึ้น สามารถเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินเมื่อหลงได้ โดย แอปพลิเคชันสำหรับไปเที่ยวจีน 10 อย่างที่ผมจะมาแนะนำมีดังนี้ แอปพลิเคชันภาษาสำหรับเที่ยวจีน Daxiang (Free) แอปพลิเคชันแปลภาษา ไทย-จีน ช่วยให้การเดินทางไปจีนเราสะดวกยิ่งขึ้น สามารถคุยกับคนจีนโดยใช้แอปพลิเคชัน Daxiang ช่วยในการสื่อสารได้ Google Translate (Free) แอปพลิเคชันแปลภาษาที่ทุกคนรู้จักกันดี สามารถแปลได้ทุกภาษาไม่ว่าจะเป็น ไทย-จีน อังกฤษ-จีน นอกจากพิมพ์เพื่อแปลภาษาแล้ว ยังสามารถพูดใส่โทรศัพท์เพื่อแปลภาษาและสามารถเปิดใช้งานกล้องถ่ายรูปแล้วโฟกัสไปที่ภาษาจีน แอปพลิเคชันจะแปลให้ทุกคำที่เห็นเป็นภาษาไทยให้เลย สะดวกมากในการอ่านข้อมูลป้ายและสินค้าต่างๆ (สามารถใช้งานได้โดยไม่ใช้อินเทอร์เน็ตด้วยนะ เพียงแค่ดาวน์โหลด ภาษาแต่ละภาษาภายในแอปพลิเคชัน) ในประเทศจีนต้องใช้งานแบบออฟไลน์หรือเปิด VPNs ก็ได้ครับ แอปพลิเคชันแผนที่สำหรับเที่ยวจีน Google Map (Free) ทุกคนคงคุ้นเคยกันดีกับแอปพลิเคชันนี้ แม้แต่บ้านเราเองเมื่อไปสถานที่แปลกๆก็คงต้องเปิดแอปพลิเคชันนี้กันจนชินไปแล้ว แค่บ้านเรายังหลงนับภาษาอะไรกับประเทศจีน เพราะฉะนั้นแอปพลิเคชัน Google Map จึงจำเป็นอย่างยิ่งในการไปจีน เมื่อหลงทางเราสามารถหาสถานที่ผ่านแอปพลิเคชันนี้และเดินทางไปได้ *บางคนก็ใช้ได้บางคนก็โดนบล็อคนะครับแนะนำให้เปิด VPNs Baidu Maps (Free) แอปพลิเคชันแผนที่ที่สามารถใช้ในประเทศจีนได้ สามารถบอกสายรถเมย์ได้ด้วย เผื่อในเวลาที่หลงทาง จะได้หาทางกลับมาถูก   แอปพลิเคชันการเดินทางสำหรับเที่ยวจีน Uber (Free) แอปพลิเคชันเรียกแท็กซี่คล้ายๆ Grab ของบ้านเรา จำเป็นมากในกรณีที่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือหลงทาง แอปพลิเคชันนี้จะทำให้เราสามารถกลับไปยังสถานที่ ที่อยู่ได้เพราะแท็กซี่ทั่วประเทศมีโลเคชันของโรงแรมทุกแห่ง แอปพลิเคชันแชทสำหรับเที่ยวจีน Wechat (Free) แอปพลิเคชันเอาไว้แชทในประเทศจีน เนื่องจากประเทศจีนจะบล็อคโซเชียลเน็ตเวิคที่เราใช้ไปซะเกือบหมด(Facebok Line ฯลฯ) ทำให้เราไม่สามารถแชทกับเพื่อนที่ไทยได้ Wechat จึงเป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยให้เราสามารถคุยกับเพื่อนเราได้ในระหว่างเที่ยวจีน อื่นๆ VPNs (Free) แอปพลิเคชันบางตัวในประเทศจีนจะไม่สามารถใช้งานได้ VPNs จะทำให้แอปพลิเคชันเหล่านั้นสามารถใช้งานได้ ช่วยให้เราสามารถใช้งานแอปพลิเคชันที่เราคุ้นเคยอย่าง Google Map Facebook Line ฯลฯ ในการท่องเที่ยวกับจีนได้ แอปพลิเคชันที่ผมแนะนำไปนั้นจะช่วยให้ไปเที่ยวกับจีนได้อย่างสบายใจและสะดวกยิ่งขึ้น เพราะว่าประเทศจีนจะบล็อคทั้งแอปพลิเคชันและเว็บที่เราใช้กัน คุณอาจจำเป็นต้องใช้แอปพลิเคชันที่ผมแนะนำเมื่อไปจีน ขอให้สนุกกับการท่องเที่ยวจีนนะครับ

อ่านเพิ่มเติม
สิ่งที่ห้ามทำในประเทศญี่ปุ่น ถ้าไม่อยากติดคุก

Jun 16, 2017

ก่อนที่จะไปเที่ยวนั้นเราต้องมีพื้นฐานในการเที่ยวทัวร์ญี่ปุ่นและรู้ข้อมูลพื้นฐานในประเทศนั้นๆด้วย อย่างที่เราทราบๆกันอยู่ว่าไม่ว่าจะประเทศไหนๆการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมก็ต้องมีกฎระเบียบ ไม่เช่นนั้นประเทศคงเต็มไปด้วยความวุ่นวายอย่างแน่นอน และหนึ่งประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความมีกฎมีระเบียบต่อสังคม สาธารณะ อันดับต้นๆของโลกนั่นคือ ประเทศญี่ปุ่น นี่เอง เพราะในความคิดของคนญี่ปุ่นนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตนั่นก็คือการเคารพกฎกติกาในสังคมที่กำหนดขึ้น ดังสุภาษิตที่ว่า เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตามนั่นเองนะฮ๋า วันนี้เราจะมาดูกฎระเบียบต่างๆของการไปญี่ปุ่นกันดีกว่าว่าสิ่งไหนที่ไม่ควรทำในประเทศญี่ปุ่นบ้าง มาดูกันเลย 1. แซงคิวในประเทศญี่ปุ่น การแซงคิวเป็นสิ่งที่หากเกิดในเมืองไทยอาจมีการปรับกันจนจำนวนเจ้าหน้าที่ไม่พอรับเรื่อง แต่การแซงคิวในประเทศญี่ปุ่น ถือว่ามีความผิดมีโทษเท่ากับการถ่มน้ำลายในสวนสาธารณะ ตามกฎหมายที่ว่า "ผู้ใดก็ตามที่ทำให้คิวในการต่อแถวมีปัญหา ไม่ว่าจะด้วยพฤติกรรมหยาบคายหรือรุนแรงต่อผู้คนที่กำลังเฝ้ารอสินค้า รถโดยสารสาธารณะ รอทำกิจกรรม ขณะซื้อตั๋วโดยสารเพื่อรถโดยสารหรือเพื่อกิจกรรมเหล่านั้น ถือว่ามีความผิด" บทลงโทษคือจำคุกสูงสุด 30 วัน หรือปรับตั้งแต่ 1,000 – 10,000 เยนและอาจโดนบันทึกชื่อไว้ในประวัติอาชญากรรมข้อหาแซงคิว 2.อ้วกในรถแท็กซี่ญี่ปุ่น สำหรับสายเที่ยวสายเมาแล้ว เวลาเราไปเมาตามผับตามบาร์ แน่นอนว่าเราไม่ขับรถไปอย่างแน่นอนต้องพึ่งพาพี่แท็กซี่ให้ขับไปส่งบ้านหลังเลิกงานปาร์ตี้ แต่ถ้าอ้วกในรถแท็กซี่ในญี่ปุ่นแล้วละก็ตามกฎหมายคนขับรถแท็กซี่มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชย แล้วแต่ว่าพี่แท็กซี่เขาจะเอาความเรารึเปล่า 3.รับคำท้าทายจากคนอื่น อาจเห็นข่าวกันบ่อยๆเลยสำหรับบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียนนัดต่อยตีมีเรื่องกันหรือมีเรื่องทำร้ายร่างกายกัน แต่ที่ประเทศญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าคุณไม่ได้เป็นคนไปท้าทายเขา แค่รับคำท้าว่าจะต่อยตีกัน แค่นั่นคุณก็ถือว่าทำผิดกฎหมายแล้ว และอาจถูกตำรวจจับเพื่อดำเนินคดีโดยมีโทษจำคุก 6 เดือนไปจนถึง 2 ปีได้เลย อยู่ที่ญี่ปุ่นนั่นก็ใจเย็นๆกันหน่อยเนอะ ถ้าเผลอปล่อยอารมณ์ไปรับคำท้าจากคนอื่นที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้ ก็อาจต้องไปนอนในคุก 6 เดือนถึง 2 ปีเลยนะ 4.ถ่มน้ำลายในที่สาธารณะญี่ปุ่น เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองที่ญี่ปุ่น โดยมีกฎหมายออกมาชัดเจนว่า หากคุณถ่มน้ำลายหรือขากเสลดบนพื้นในสวนสาธารณะที่ญี่ปุ่น มีโทษติดคุกสูงสุด 30 วัน หรือปรับตั้งแต่ 1,000 – 10,000 เยน (300-3,000 บาท) และอาจโดนบันทึกไว้ในประวัติอาชญากรรม 5.การก่อกวนในงานศพ แม้แต่ในประเมศไทยบ้านเรา หรือประเทศไหนการก่อกวนในงานศพหรือขัดขวางพิธีกรรมทางศาสนามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอยู่แล้ว ซึ่งในไทยเรา ใครที่ทำเช่นนี้ อาจจะถูกผู้ร่วมพิธีกรรมอยู่เขม่นและนำไปนินทาต่อได้ แต่สำหรับที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น ถ้าทำแล้วจะมาขอโทษขอโพยแบบขอให้จบกันไปเฉยๆ คงจะไม่ได้ เพราะญี่ปุ่นถือว่าการรบกวนขัดขวางพิธีกรรมทางศาสนาหรืองานศพนั้น มีบทลงโทษที่ชัดเจน คือ ปรับ 100,000 เยน (30,800 บาท) หรือจำคุก 1 ปี 6.ดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น การพูดจาดูถูก หรือเหยียดหยามคนอื่นนั้น ถือเป็นสิ่งที่ไม่ดี และไม่ควรปฏิบัติเอาเสียเลย ไม่ว่าจะเป็น การล้อเลียน การพูดจาถากถาง ดูถูกดูแคลนคนที่ด้อยกว่า เพียงเพราะความสนุก สะใจ ได้สนองกิเลสตัณหาที่ตัวเองกักเก็บมานาน จนล้นออกมาให้ใครๆ ได้เห็นทางการกระทำภายนอกดูถูกเยาะเย้ยคนที่อ่อนแอกว่า อาจได้ไปนอนเล่นในคุก 7.ตัดผมคนอื่นโดยที่เจ้าตัวยังไม่ได้อนุญาต เราอาจจะเห็นการตัดผมผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นเรื่องเล็กน้อย แค่ตัดผมไม่ได้เป็นเรื่องราวใหญ่โตอะไร แต่สำหรับประเทศญี่ปุ่นนั้นถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอยู่ๆจะมาตัดผมคนอื่นไม่ได้ 8.สูบบุหรี่ในบริเวณที่ห้ามสูบในสถานีรถไฟของญี่ปุ่น อย่าว่าแต่ประเทศญี่ปุ่นเลย ในข้อนี้ในประเทศไทยก็ไม่ควรทำและผิดกฎหมายด้วย แต่ในประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่แค่จบด้วยการปรับไม่กี่บาท แบบในประเทศไทย แต่มีโทษถึง 1,500 บาท เลยทีเดียว 9.ซื้อตั๋วผีและขายตั๋วแพงกว่าราคาที่ขายจริง ที่เมืองไทย เมื่อมีงานคอนเสิร์ตหรืองานแข่งกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงก็จะมีการเปิดขายและจองตั๋วเพื่อเข้าชม พอคนมีความต้องการมากๆ ก็เกิดการซื้อตั๋วเก็งกำไรหรือการผลิตตั๋วปลอมออกมาขาย ซึ่งบางคนที่หาซื้อบัตรไม่ได้ก็ต้องยอมไปซื้อต่อจากคนอื่นในราคาแพงๆ แต่ไม่ใช่ที่ญี่ปุ่นนะคะ เพราะญี่ปุ่นนั้นมีกฏหมายควบคุมราคาที่ระบุเอาไว้ว่า "การซื้อหรือขายสิ่งใดสิ่งหนึ่งในราคาที่ตกลงกัน ซึ่งสูงกว่าราคาราคาดั่งเดิม" นั้นถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย ซึ่งมีโทษปรับสำหรับผู้กระทำความผิด 10.ดื่มแอลกอฮอล์แล้วไปปั่นจักรยานในญี่ปุ่น กฎหมายเรื่องดื่มแล้วขับที่ญี่ปุ่นถือว่าเข้มงวดมาก อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมอุบัติเหตุบนท้องถนนถึงน้อยกว่าที่อื่น การดื่มแล้วขับไม่ได้ระบุเฉพาะขับรถยนต์หรือจักรยานยนต์เท่านั้น แต่ในญี่ปุ่นนี้การขี่จักรยานก็มีกฎว่าห้ามดื่มขณะขับเช่นกัน และการใส่หูฟังขณะที่ขี่จักรยานนั้น หรือการขี่จักรยานตอนกลางคืนโดยไม่มีไฟจักรยาน ก็ถือว่าผิดกฎหมายด้วยเช่นกัน ถ้าตำรวจเห็น โดนเรียกแน่นอนนะ อาจโดนปรับสูงสุด 1 ล้านเยน เป็นเงินไทย 308,000บาท หรือจำคุกสูงสุด 5 ปีและถ้าไม่หยุดตามสัญญาณไฟจราจรจะโดนปรับ 5 แสนเยน เป็นเงิน 154,000 บาท หรือติดคุก 3 เดือน ใครที่ชอบปั่นจักรยานไปเที่ยวญี่ปุ่นก็อย่าลืมกฎนี้นะคะ 11.ห้ามปีนเสาโทรศัพท์ในญี่ปุ่นเด็ดขาด เพราะคนที่จะปีนได้ต้องมีใบอนุญาตจากการไฟฟ้าเท่านั้น เช่น ถ้าคนร้ายวิ่งหนีขึ้นไปบนเสาโทรศัพท์ ตำรวจที่ตามมาจับคนร้าย ห้ามตามขึ้นไปเพราะว่ามันผิดกฎหมาย ทำได้เพียงแค่โวยวาย ตบตีเสาโทรศัพท์อยู่ข้างล่าง 12.รับเงินทอนเกินแล้วเงียบกริบ ในบางคนเมื่อซื้อของเสร็จแล้วพนักงานได้เงินทอนมาเกิน ใครหลายคนก็อาจจะงุ๊บงิ๊บเนียนไปเป็นของตัวเอง ไม่ยอมบอกพนักงานว่าทอนเกิน ถือว่าเป็นการแสดงเจตนาไม่ดี ประมาณว่าได้เงินเกินแล้วเงียบ เป็นเรื่องที่สามารถฟ้องร้องเป็นคดีได้เลยทีเดียว มีความผิดตามกฎหมายของญี่ปุ่นและมีบทลงโทษตามความเหมาะสม ปล.ถ้าได้เงินเกินมาไม่กี่เยนคงไม่เป็นปัญหา แต่หากได้รับเงินทอนเกินมาในจำนวนที่สูงแล้วไม่แจ้งทางร้าน คุณก็มีสิทธิโดนตำรวจจับได้แน่นอน 13.ทิ้งขยะไม่เป็นเวลา ประเทศญี่ปุ่นนั้นถือว่าเป็นประเทศที่รักความสะอาดมาก การเอาขยะไปวางไว้ตอนกลางคืนก่อนวันเก็บขยะ ถือว่าเป็นการละเมิดกฎการจัดการขยะนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม