หนีร้อนกับ ทัวร์มัลมัลดีฟส์ ... เปิดหีบแห่งความสุข

เริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนกันอีกแล้วสำหรับประเทศไทยของเรา คือลำพังแค่ช่วงเวลาปกติมันก็ร้อนแทบขาดใจอยู่แล้ว ยิ่งร้อนมากขึ้นกว่าเดิมแบบนี้ขออนุญาตหนีไปเที่ยวท้องทะเลสวย ๆ กับ ทัวร์มัลดีฟส์ กันดีกว่า เพราะที่นี่คือเกาะสวรรค์แห่งท้องทะเลใกล้ประเทศไทย ไปเปิดหีบแห่งความสุข ทิ้งความร้อนเอาไว้ชั่วคราวก่อน รับรองว่าความประทับใจที่เกิดขึ้นเมื่อทุกคนได้มีโอกาสไปเกาะกลางทะเลแห่งนี้จะต้องถูกจดจำอีกนานแสนนาน ประเทศเล็ก ๆ ที่ความสุขไม่เล็กจริง ๆ สำหรับคนที่ได้มีโอกาสเดินทางไป ทัวร์มัลดีฟส์

รู้จักกับประวัติและเรื่องน่าสนใจของทัวร์มัลดีฟส์กันก่อน

สาธารณรัฐมัลดีฟส์ คือประเทศที่มีเกาะน้อยใหญ่จำนวนมากในมหาสมุทรอินเดียว ส่วนใหญ่เป็นหมู่เกาะปะการัง ในอดีตผู้ที่เข้ามาอยู่อาศัยบนเกาะแห่งนี้เป็นชนชาติแรกก็คือชนเผ่าพื้นเมืองคราวิเดียนกับสิงหล เชื่อกันว่าทั้ง 2 ชนเผ่าพื้นเมืองนี้น่าจะอาศัยอยู่บนเกาะมาตั้งแต่ยุคก่อนคริสตกาล เป็นกลุ่มชนนับถือพระพุทธศาสนา ในอดีตจึงเป็นศาสนาหลักของผู้คนบนเกาะแห่งนี้ กระทั่งในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 มีการเปลี่ยนแป ลงศาสนาประจำชาติของมัลดีฟส์เป็นศาสนาอิสลาม ได้มีการเข้ามาปกครองของสุลต่านหลายราชวงศ์ จวบจนเข้าสู่คริสต์ศตวรรษที่ 13 นักล่าอาณานิคมจากโปรตุเกสได้พยายามเข้ามายึดครองเกาะแห่งนี้ก่อนจะทำได้สำเร็จใน ค.ศ. 1558 ชาวโปรตุเกสปกครองเกาะมัลดีฟส์ได้แค่ 15 ปี ก็มีการกลับมาปกครองแบบสุลต่านอีกรอบ

ล่วงเลยเข้าสู่ ค.ศ. 1887 กองทัพสหราชอาณาจักรมีการขยายอิทธิพลมาถึงมหาสมุทรอินเดียได้มีการทำข้อตกลงและมัลดีฟส์ต้องอยู่ภายใต้การอารักขาของกองทัพสหราชอาณาจักร กระทั่งปี 1965 ก็ได้มีการมอบเอกราชคืนให้กับประเทศ ต่อมาช่วงศตวรรษที่ 21 ได้ยกเลิกระบอบปกครองแบบสุลต่านเปลี่ยนมาใช้การปกครองประชาธิปไตยรูปแบบสาธารณรัฐ

ด้านวัฒนธรรมและศาสนาของชาวมัลดีฟส์ส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตตามรูปแบบของศาสนาอิสลามทั้งเรื่องการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ, การแต่งกาย, อาหารเครื่องดื่ม กระนั้นวิถีชีวิตตามวัฒนธรรมเหล่านี้เรามักพบได้แค่ในตัวเมืองหลวงเท่านั้น เมื่อออกไปตามเกาะแก่งซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนของนักท่องเที่ยวก็จะอิสระได้อย่างเต็มที่ ไม่ได้มีการเคร่งครัดด้านศาสนามากเหมือนในตัวเมือง

ภาษาประจำชาติของมัลดีฟส์จริง ๆ แล้วคือ ภาษาดิเวฮิ อันเป็นภาษาท้องถิ่นทว่าใครที่อยากไป ทัวร์มัลดีฟส์ ไม่ต้องห่วงเรื่องภาษาเพราะพนักงานโรงแรมแทบทั้งหมดสื่อสารภาษาอังกฤษได้ นอกจากนี้บางแห่งยังสามารถใช้ภาษาอิตาลี, ฝรั่งเศส, เยอรมัน หรือญี่ปุ่น ได้อีกต่างหาก ขณะที่จำนวนประชากรของมัลดีฟส์หากนับกันตามเชื้อชาติที่อาศัยอยู่จริง ๆ มีแค่ราว 4 แสนกว่าคนเท่านั้น

 

เทศกาลสำคัญเหมาะกับการไป ทัวร์มัลดีฟส์

การมาเยือนด้วย ทัวร์มัลดีฟส์ หากมาในช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆ  ของเกาะแห่งนี้ก็จะได้พบกับประสบการณ์แปลกใหม่น่าสนใจ ซึ่งเทศกาลดี ๆ ที่ควรค่ากับการมาเยือนประกอบไปด้วย

  • 1 มกราคม วันขึ้นปีใหม่ที่เป็นแบบเดียวกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก
  • 26 กรกฎาคม วันฉลองอิสรภาพ นักท่องเที่ยวจะได้พบกับขบวนแห่พร้อมกิจกรรมเฉลิมฉลองที่จัตุรัสใจกลางเมืองหลวงอย่างมาเล่
  • วันชาติมัลดีฟส์จะยึดเอาวันที่ 1 ของเดือน 3 ตามปฏิทินปีจันทรคติอิสลามเป็นวันเฉลิมฉลอง

สภาพภูมิอากาศและฤดูกาลเพื่อไป ทัวร์มัลดีฟส์

ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรอินเดียทำให้สภาพอากาศเป็นลักษณะร้อนชื้นคล้ายประเทศไทย ส่งผลให้ฤดูกาลของประเทศนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง นั่นคือ ช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนธันวาคม – เดือนเมษายน ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการมา ทัวร์มัลดีฟส์ มากที่สุด ขณะที่ฤดูฝนจะมีตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม – เดือนพฤศจิกายน ด้วยความเป็นหน้ามรสุมทำให้ที่พักต่าง ๆ จะลดราคากันแบบระห่ำเดือดมาก ๆ แต่อีกช่วงเวลาที่เหมาะกับการไป ทัวร์มัลดีฟส์ สุด ๆ ก็คือเดือนมีนาคม – เดือนเมษายน เนื่องจากเป็นเวลาเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนไปฤดูฝนน้ำทะเลจะใสกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ อุณหภูมิเฉลี่ยของมัลดีฟส์คือ 29 – 32 องศาเซลเซียส

 

เดินทางไป ทัวร์มัลดีฟส์ อย่างไรได้บ้าง

ทุกวันนี้เราสามารถเดินทางจากประเทศไทยด้วยสายการบินบินตรงไปยังมัลดีฟส์ได้เลย ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงนิด ๆ เท่านั้น ซึ่งจะเดินทางไปลงยังสนามบินนานาชาติ อิบราฮิม นาเซอร์ บนเกาะฮูลฮูเล ตั้งอยู่ในกรุงมาเล่ จากนั้นทางรีสอร์ทจะมีเจ้าหน้าที่มาคอยต้อนรับพร้อมทั้งเดินทางไปยังเกาะที่รีสอร์ทตั้งอยู่ การเดินทางตรงนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละรีสอร์ทว่าจะเดินทางอย่างไร บ้างเดินทางด้วยเรือสปีดโบ๊ท บางแห่งใช้เครื่องบินน้ำ อีกสิ่งสำคัญอย่าลืมคือเมื่อไปถึงมัลดีฟส์แล้วปรับเวลาให้ช้ากว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมงด้วย

 

เตรียมตัว เที่ยวมัลดีฟส์ ให้ไม่พลาด

การเดินทางไป ทัวร์มัลดีฟส์ ก็เหมือนกับประเทศอื่น ๆ ที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมให้ดีเสียก่อนจะได้ไปอย่างมั่นใจ สนุกสนาน พักผ่อนแบบเต็มอุรา ซึ่งการเตรียมตัวที่ดีประกอบไปด้วย

  • การเดินทางไป ทัวร์มัลดีฟส์ ไม่จำเป็นต้องใช้วีซ่าเพราะได้รับการยกเว้น ทำให้มีแค่พาสปอร์ตเท่านั้นที่ต้องเตรียมและอายุที่เหลือต้องไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  • น้ำหนักกระเป๋าเดินทางขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสายการบิน ตรงนี้แนะนำว่าให้ตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับน้ำหนักกระเป๋าให้ดีก่อน
  • ปลั๊กไฟของมัลดีฟส์จะเป็นแบบ 3 ขาเหลี่ยม แนะนำว่าให้เตรียมหัวปลั๊กไปด้วยแม้ส่วนใหญ่รีสอร์ทต่าง ๆ จะมีหัวปลั๊กไว้ให้บริการแต่การเตรียมไปเองดีที่สุด
  • หากต้องการใช้อินเตอร์เน็ตปกติหากไม่ได้ออกไปไหนในที่พักก็มี Wi-Fi ให้บริการอยู่แล้ว แต่ถ้ากลัวสัญญาณไม่แรงแนะนำซื้อซิมก็จะทำให้มั่นใจได้ว่าแรงชัวร์
  • สกุลเงินของมัลดีฟส์คือ Rufiyaa หากเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะอยู่ที่ 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 12.75 Rufiyaa ทั้งนี้หลายคนเลือกใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ เงินยูโร ก็ได้เหมือนกัน ทว่าแนะนำให้แลกเงินท้องถิ่นไปจะดีต่อการเจรจาซื้อขายสิ่งต่าง ๆ มากที่สุด

>>10 ไอเทมที่ห้ามลืมพก เมื่อต้องไปเที่ยวต่างประเทศ<<

หากไป ทัวร์มัลดีฟส์ มีเมืองอะไรน่าสนใจบ้าง

ต้องบอกว่าจริง ๆ แล้วพื้นที่ทั้งหมดของประเทศมัลดีฟส์คือหมู่เกาะน้อยใหญ่ต่าง ๆ แม้จะมีชื่อเกาะแก่งแต่ก็คือพื้นที่ของโรงแรมนั้น ๆ เป็นส่วนใหญ่ หมายความว่าเมืองหลักที่เป็นเมืองท่องเที่ยวจริง ๆ ของการไป ทัวร์มัลดีฟส์ มีแค่เมืองมาเล่ อันเป็นเมืองหลวงของประเทศเท่านั้น โดยเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่บนหมู่เกาะคาฟุ มีการปกครองแยกออกจากการปกครองท้องถิ่นของเกาะอื่น ๆ นับว่าเป็นเกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่มากที่สุดของมัลดีฟส์แล้ว (ราว 200,000 กว่าคน) มาเล่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก พื้นที่ของเกาะมีเพียแงค่ 5.8 ตร.กม. เท่านั้น หากยังนึกภาพไม่ออกให้ลองนึกถึงเกาะล้านบ้านเรา เมืองหลวงของมัลดีฟส์ใหญ่กว่าแค่นิดหน่อยเท่านั้น (เกาะล้านมีพื้นที่ประมาณ 4 ตร.กม.) ขอบอกอีกนิดคือกรณีที่นักท่องเที่ยวพักอยู่เกาะหนึ่งแล้วต้องการข้ามไปยังอีกเกาะจำเป็นต้องทำเรื่องขออนุญาตก่อนไม่ใช่อยู่ดี ๆ จะข้ามไปได้เลยนะ

 

สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดเมื่อไป ทัวร์มัลดีฟส์

แม้สถานที่ท่องเที่ยวหลัก ๆ ของการ ทัวร์มัลดีฟส์ จะอยู่ในเมืองมาเล่ทั้งหมดแต่ก็ถือว่ามีความน่าสนใจไม่น้อยเลย มาดูกันว่าเมื่อไปถึงแล้วควรสัมผัสกับสถานที่ไหนบ้าง

  • ตลาดปลามัลดีฟส์

มาประเทศเป็นเกาะทั้งที่ไม่สัมผัสกับตลาดปลาคงรู้สึกกะไรอยู่ สถานที่แห่งนี้จัดเป็นตลาดปลาขนาดใหญ่สุดของประเทศ แต่ละวันจะมีเรือประมงท้องถิ่นขับมาจอดเทียบท่าพร้อมมีการนำปลาที่จับได้มาวางขาย ซึ่งเรามักจะพบแต่ปลาจริง ๆ เพราะอาหารทะเลประเภทอื่นแทบไม่เจอเลย ตลาดแห่งนี้เปิดตั้งแต่เช้ามืดเรื่อยไปจนถึงเวลาประมาณบ่าย 3 โมงเย็น

  • ตลาดท้องถิ่น

ถัดจากตลาดปลาฝั่งตรงข้ามกันก็จะพบกับตลาดท้องถิ่นบนเกาะมาเล่แห่งนี้ เป็นตลาดที่รวบรวมสิ่งต่าง ๆ ทั้งของสด ของแห้ง เอาไว้มากมาย ความคลาสสิกของตลาดแห่งนี้คือเราจะยังพบคนมัลดีฟส์เดินกินหมากกันสนุกปากนึกถึงคุณปู่คุณย่ากันเลยทีเดียว

  • มัสยิดกลาง

สถานที่แห่งนี้คือศูนย์กลางของศาสนาอิสลามประจำประเทศเลยก็ว่าได้ เรียกว่าชาวมาเล่จะมีศูนย์รวมจิตใจกันที่มัสยิดแห่งนี้ บริเวณทั้งหมดของที่นี่ดูมีมนต์ขลัง มีความอลังการ ด้านในอาคารสามารถจุคนได้ถึง 5,000 คน บริเวณหอสูงหรือมินาเร็ทสำหรับบอกเวลาการสวดมนต์ด้านในตกแต่งจากไม้แกะสลักพร้อมลวดลายแบบอาราบิกงดงามสุด ๆ สถานที่แห่งนี้เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น แต่ผู้เข้าชมทุกคนต้องแต่งกายสุภาพ

  • ทำเนียบประธานาธิบดี Mulee-aage

ในอดีตที่นี่คือพระราชวังเก่าของสุลต่านถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1906 ทว่าในช่วงหลังกลายเป็นบ้านพักของประธานาธิบดีจึงกลายเป็นสถานที่ทำงานไปโดยปริยาย ลักษณะอาคารเป็นสถาปัตยกรรมยุคใหม่กับอิสลามได้อย่างลงตัวมากทีเดียว

  • พิพิธภัณฑ์แห่งชาติมัลดีฟส์

เป็นอีกสถานที่เที่ยวน่าสนใจของเกาะมาเล่ รวบรวมเรื่องราวต่าง ๆ ของประเทศนี้เอาไว้มากมาย เปิดให้เข้าชมทุกวันมี 2 ช่วงคือ 9 โมงเช้า ถึง 11.40 น. และ บ่าย 3 โมงเย็น ถึง 17.40 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันศุกร์

กิจกรรมที่ต้องทำเมื่อไป ทัวร์มัลดีฟส์

แม้ว่าการไป ทัวร์มัลดีฟส์ อาจได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยวไม่มากแต่กิจกรรมที่ควรมีโอกาสได้สัมผัสในมัลดีฟส์มีเยอะทีเดียวไม่ว่าจะเป็น

  • การดำน้ำชื่นชมความงดงามของปะการังและสัตว์ต่าง ๆ ใต้ท้องทะเล ทั้งการดำน้ำตื้นและน้ำลึก สามารถเลือกได้เลยตามความชอบของตนเอง
  • นั่งเที่ยวบินชมความงดงามของอะตอล กำเนิดจากโครงสร้างของบรรดาซากปะการังที่ทับถมเป็นเวลานานบริเวณเขตน้ำตื้นใจกลางมหาสมุทร เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก งดงามหาที่ไหนไม่ได้
  • พายเรือแคนู,ตกปลา หรือเล่นกีฬาทางน้ำก็สนุกมากทีเดียวสำหรับคนต้องการความตื่นเต้น เร้าใจ

 

อาหารที่ต้องสัมผัสหากมีโอกาสมา ทัวร์มัลดีฟส์

เป็นเรื่องปกติเมื่อเราได้มีโอกาสเดินทางมายังต่างบ้านต่างเมืองการสัมผัสกับอาหารประจำถิ่นถือเป็นความน่าสนใจ ควรค่ากับการลองลิ้มชิมรถสักครั้งในชีวิต ดังนั้นการมา ทัวร์มัลดีฟส์ ทั้งทีจะพลาดอาหารเด็ด ๆ ของพวกเขาไปได้อย่างไรว่าแล้วก็มารู้จักกันได้เลย

  • อาหารมัลดีฟส์ - Masroshi

ลักษณะของอาหารชนิดนี้จะเป็นแป้งที่ถูกอบด้วยเตาอบด้านในมีไส้ทูน่าเล็ก ๆ ผสมกับพริก, ขิง, หัวหอม และผงแกงต่าง ๆ คลุกเคล้ากับน้ำมะนาว, เกลือ และมะพร้าว เป็นอาหารสไตล์อิสลามที่ดูแปลกตาส่วนรสชาติคงต้องสัมผัสกันด้วยตนเอง

  • อาหารมัลดีฟส์ - Dhon Riha

เมืองมองเห็นอาหารให้แปลเป็นไทยตรง ๆ ตัวคงประมาณ แกงกะหรี่ปลาทูน่าสไตล์มัลดีฟส์ ที่ลักษณะหน้าตามันก็คือแกงกะหรี่ดี ๆ นี่เองแต่เขาจะเลือกใช้ปลาทูน่าซึ่งเป็นปลายอดนิยมและหาได้ง่ายในพื้นที่ของประเทศมาเป็นส่วนประกอบหลัก ทูน่าของพวกเขามีหลายสายพันธุ์ด้วย เช่น ปลาทูน่าฟริเกด, ปลาทูน่าเหลือง เรื่องรสชาติก็นับว่าใช้ได้โดยเฉพาะปลาทูน่าที่มัน กลมกล่อม เนื้ออร่อยทีเดียว

  • อาหารมัลดีฟส์ - Mas Huni

อาหารเช้าของชาวมัลดีฟส์ทำจากปลาทูน่า, พริก, หัวหอม และมะพร้าว ต้องทานคู่กับโรชิ (แป้งแผ่นคล้าย ๆ โรตี) และน้ำชา ขอบอกว่าเป็นอาหารเช้ารสชาติแปลกแต่ได้อารมณ์ความรู้สึกที่ดีพอสมควรเหมือนกัน


 

ของฝากจาก ทัวร์มัลดีฟส์

ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนสุดท้ายอย่าลืมเรื่องของฝาก และใครที่มา ทัวร์มัลดีฟส์ ก็ต้องไม่พลาดของฝากเหล่านี้

  • แม่เหล็กติดตู้เย็น

อาจดูธรรมดาแต่มันมีความคลาสสิกตรงที่ลวดลายท้องทะเลของมัลดีฟส์ให้ความรู้สึกคิดถึงได้เสมอยามกลับไปถึงบ้าน อีกทั้งยังมีลายบรรดาสัตว์ใต้น้ำต่าง ๆ สามารถเลือกซื้อกันได้เลย

  • งานไม้กะลามะพร้าว

เป็นงานแฮนด์เมดที่คนมัลดีฟส์สร้างสรรค์ขึ้นมา ด้วยความเป็นเกาะการมีต้นมะพร้าวเยอะจึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากมีโอกาสไป ทัวร์มัลดีฟส์ อย่าลืมซื้อกลับมาเป็นที่ระลึกสักหน่อยรับรองว่าสวยงาม โดนใจ คลาสสิกในแบบฉบับไม่เหมือนใคร เช่น แก้วน้ำ, ถ้วย, ชาม ฯลฯ

  • พวงกุญแจสัตว์ทะเล

อย่างที่รู้ว่าประเทศนี้มีความอุดมสมบูรณ์เรื่องของโลกใต้น้ำมาก ๆ ดังนั้นการนำเอาสัตว์ทะเลมาเป็นสัญลักษณ์สำหรับการขายสินค้าที่ระลึกจึงทำให้เกิดความประทับใจกับนักท่องเที่ยวสุด ๆ สามารถเลือกสัตว์ตัวน้อยที่ต้องการติดตัวไปได้เลยยังไงก็ประทับใจแน่ ๆ

  • หมอนรองคอรูปสัตว์น้ำ

ยังคงอยู่กับเรื่องของสัตว์น้ำไหน ๆ จะกลับแล้วหากอยากนอนสบาย ๆ บนเครื่องก็เลือกซื้อหมอนรองคอเป็ฯที่ระลึกกลับไปหน่อย ทริปขากลับจะได้นอนแบบชิลล์ ๆ ไม่ต้องมีใครมารบกวนระหว่างการพักผ่อน

  • งานแฮนด์เมดประเภทอื่น ๆ

ไม่ว่าจะเป็นแจกัน, แก้วน้ำ, กรอบรูป, ที่เขี่ยบุหรี่, อุปกรณ์ใส่ของ ฯลฯ ถือว่าเป็นของฝากที่เลือกซื้อกันได้เลยหากมีโอกาสมา ทัวร์มัลดีฟส์

ต้องบอกว่าการ ทัวร์มัลดีฟส์ เป็นอะไรที่เหมาะกับการหนีร้อนเพื่อไปเปิดหีบแห่งความสุขมาก ๆ แต่ขอบอกอีกนิดว่าการไปเยือนทริป ทัวร์มัลดีฟส์ ควรเลือกไปวันไหนก็ได้ที่ไม่ตรงกับวันศุกร์เลย เพราะคุณอาจไม่เจอสิ่งที่บอกมาทั้งหมดแล้วจะกลายเป็นความเซ็งเอาได้ ด้วยวันศุกร์คือวันหยุดของพวกเขานั่นเอง สุดท้ายหน้าร้อนนี้ใครยังไม่มีที่ไป มัลดีฟส์อาจเป็นคำตอบที่ดีของทุกคน