
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เรียกสั้นๆว่า ท่าอากาศยานจูบุ ตั้งอยู่ในตัวเมืองนาโกย่า เปิดใช้งานครั้งแรกเมือปี 2005 มี 1 เทอมินอล สำหรับให้บริการทั้งสายการบินภายในและระหว่างประเทศ

มีความสำคัญเป็นอันดับสองของศาลเจ้าทั่วประเทศญี่ปุ่น รองจากศาลเจ้าใหญ่แห่งเมืองอิเสะ (Ise) จังหวัดมิเอะ เพราะเป็นศาลเจ้าที่สร้างถวายแด่องค์พระจักรพรรดิ และเป็นสถานที่เก็บรักษาพระแสงดาบคุชานางิ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของสมบัติประจำราชวงศ์ดอกเบญจมาศ

เป็นเขตๆ หนึ่งที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของนาโกย่า

เป็นศาลเจ้าชินโตที่มีอายุเก่าแก่ถึง 2,000 ปี ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าสนอายุหลายร้อยปี ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และลึกลับที่สุดแห่งหนึ่ง ตำแหน่งของศาลเจ้าจะขยับทุก 20 ปี เนื่องจากบูรณะ และสลับกันระหว่างที่ 2 แปลง ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าสักครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาสักการะให้ได้

ถนนโอฮาไรมาจิเป็นถนนสายเก่าสู่ศาลเจ้าอิเสะ มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารที่น่าสนใจมากมาย ทั้งยังเป็นที่ตั้งของตรอกหรือตลาดโอะคาเกะโยโกะโช ซึ่งมีร้านค้าขายของตั้งแต่ของเล่นย้อนยุคสไตล์ญี่ปุ่นไปจนถึงร้านอาหาร ร้านขนมท้องถิ่น งานคราฟท์ งานฝีมือ รวมไปถึงของฝากมากหน้าหลายตาให้เลือกซื้อ

วัดเบียวโดอิน เป็นอดีตที่อยู่อาศัยของขุนนางตระกูลฟูจิวาระ สร้างเป็นวัดในปี 1052 วิหารพระอมิตดา สร้างปี 1053 เป็นอาคารโบราณที่ยังคงสภาพอยู่จนปัจจุบัน เป็นสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เป็นภาพที่พิมพ์อยู่บนเหรียญ 10 เยน ซึ่งในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีท่านสามารถชื่นชมความงามของวัดพร้อมความสวยของธรรมชาติได้พร้อมกันอีกด้วย

ซึ่งเป็นถนนที่เต็มไปด้วยของกินและช็อปยาวจนถึงทางเข้าวัดเบียวโดอินเลย ถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยร้านขนม ร้านอาหารทั้งแบบสตรีทฟู้ดและแบบที่เป็นร้านนั่งจริงจัง รวมถึงร้านของฝากหลากประเภท แต่ที่นิยมที่สุดก็ต้องเป็นขนมที่ทำจากอุจิมัทฉะของขึ้นชื่อของเมืองอุจิ

เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกียวโต ตั้งเคียงคู่กับทำเลสาบบิวะซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ตามริมทะเลของเมืองจะเต็มไปด้วยโรงแรม และรีสอร์ทตากอากาศ

วิหารมังกรฟ้าบนเนินเขาฮิกาชิยามะ สวนญี่ปุ่นอันเงียบสงบ เนินหินศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับโชกุนผู้ปกปักษ์เมือง และระเบียงที่สามารถชมวิวมุมสูงแปลกตาของนครเกียวโตที่ไม่ซ้ำใคร เป็นหนึ่งในสถานที่ hidden gem ที่ยังไม่พลุกพล่าน

บริเวณสวนริมแม่น้ำโยโดกาวะ จุดชมซากุระที่อลังการที่สุดอันดับ 1 ในภูมิภาคคันไซ" จุดเด่นที่สุดคือแนวต้นซากุระสายพันธุ์ โซเมอิ โยชิโนะ กว่า 250 ต้น ที่ปลูกเรียงรายบนคันดินที่คั่นกลางระหว่างแม่น้ำคิซุ และแม่น้ำอุจิ ความอลังการ เมื่อซากุระบานสะพรั่ง กิ่งก้านของมันจะโน้มเข้าหากันจนกลายเป็น "อุโมงค์สีชมพูขาว" ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา

เป็นย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดในโอซาก้า ย่านดังที่เป็นสวรรค์ของนักช้อป นักกิน ถนนสายทอดยาวกว่า 600 เมตร สองข้างทางเรียงรายด้วยสินค้าหลากหลาย ของใช้ ของกิน เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ

ที่นี่คือ "ทางเดินซากุระ" ที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคคันไซ และมีความพิเศษที่หาที่ไหนไม่ได้ในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ริมแม่น้ำคาโกะ ในเมืองโอโนะ จังหวัดเฮียวโกะ มีต้นซากุระประมาณ 650 ต้น ปลูกเรียงรายเป็นแนวยาวสุดลูกหูลูกตา ความลับที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นคือ เขาปลูกซากุระถึง 5 สายพันธุ์ ข้อดีเนื่องจากแต่ละพันธุ์บานไม่พร้อมกัน ทำให้มีโอกาสชมซากุระที่นี่ได้ นานกว่าจุดอื่น


จุดเช็คอินที่ "ห้ามพลาด" บนเกาะอะวะจิ จุดรวมของทิวทัศน์ที่สวยงาม กิจกรรมสนุกๆ และที่สำคัญที่สุดคือ "สวรรค์ของคนรักหอมหัวใหญ่" เกาะอาวาจิมีชื่อเสียงระดับประเทศเรื่องหอมหัวใหญ่ที่หวานที่สุดในญี่ปุ่น ให้ท่านได้ชมประติมากรรมหอมหัวใหญ่ยักษ์สีเหลืองทองที่ตั้งอยู่ริมหน้าผา เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่ท่านจะได้ภาพหอมหัวใหญ่ยักษ์โดยมีฉากหลังเป็นสะพานโอนารุโตะและท้องทะเลสีคราม

ตลาดปลาคุโรม่อน เป็นตลาดอาหารสดและอาหารพื้นเมืองยอดนิยมที่พ่อค้า พ่อครัวจากร้านต่างๆ ต้องแวะเวียนกันเข้ามาซื้อวัตถุดิบสดจากทะเลเพื่อนำไปประกอบอาหารเป็นประจำทุกวัน ในละแวกนั้นเองก็มีร้านอาหารทะเลสดๆหลายร้านให้ท่านสามารถลิ้มลองอย่างหลากหลาย อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย อาทิเหล้าบ๊วย ผักผลไม้ รวมถึงอาหารทะเลที่สดใหม่ ซึ่งระหว่างสองข้างทางท่านจะสังเกตุเห็นว่าตลาดปลาแห่งนี้แทบจะไม่สกปรกเลยสักนิดเดียว

เป็นศูนย์รวมสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังจากทั้งญี่ปุ่นและนานาชาติ บนพื้นที่กว้างใหญ่ที่ออกแบบในสไตล์รีสอร์ท ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสบรรยากาศการช้อปปิ้งที่ผ่อนคลาย ไฮไลท์ของที่นี่คือการเลือกซื้อสินค้าในราคาลดพิเศษ ตั้งแต่เสื้อผ้าแฟชั่น กระเป๋า รองเท้า ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน

เป็นท่าอากาศยานหลักของโอซาก้า ท่าอากาศยานแห่งนี้ตั้งห่างจากตัวเมืองโอซาก้าประมาณ 50 กิโลเมตร เปิดใช้บริการเมื่อปี 1994 มี 2 เทอมินอล โดย เทอมินอล 1 จะเป็นสายการบินธรรมดา ส่วนเทอมินอล 2 จะเป็นสายการบินโลว์คอสต์

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย