
เป็นจุดศูนย์กลางทางการบินในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถเชื่อมโยงการคมนาคมทางอากาศไปยังจุดต่างๆ ของโลกได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการบินภายในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน หรือระหว่างทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา ทวีปออสเตรเลีย ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดแวะลงและเชื่อมต่อในการเดินทางของผู้โดยสารตลอดจนพัสดุไปรษณียภัณฑ์ไปยังจุดอื่นๆ ได้อย่างดี

เป็นจุดศูนย์กลางทางการบินในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถเชื่อมโยงการคมนาคมทางอากาศไปยังจุดต่างๆ ของโลกได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการบินภายในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน หรือระหว่างทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา ทวีปออสเตรเลีย ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดแวะลงและเชื่อมต่อในการเดินทางของผู้โดยสารตลอดจนพัสดุไปรษณียภัณฑ์ไปยังจุดอื่นๆ ได้อย่างดี

เป็นท่าอากาศยานหลักของโอซาก้า ท่าอากาศยานแห่งนี้ตั้งห่างจากตัวเมืองโอซาก้าประมาณ 50 กิโลเมตร เปิดใช้บริการเมื่อปี 1994 มี 2 เทอมินอล โดย เทอมินอล 1 จะเป็นสายการบินธรรมดา ส่วนเทอมินอล 2 จะเป็นสายการบินโลว์คอสต์

เป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น เป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นและชื่อนั้นได้มาจากเมืองฉางอานของจีน

มืองเล็กๆทีมีเสน่ห์ทางตอนใต้ของจังหวัดเมืองเกียวโต เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องชาเชียวอุจิมัทฉะ (Uji Matcha) และคาเฟ่น่ารักๆ ชาเขียวที่เมืองอุจิได้รับการยอมรับว่าเป็นชาเขียวคุณภาพดีที่สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นเมืองที่เหมาะแก่การมาพักผ่อน เต็มไปด้วยวัดและโบราณสถานที่ได้รับมรดกโลกจากทาง Uneso

วัดเบียวโดอิน เป็นอดีตที่อยู่อาศัยของขุนนางตระกูลฟูจิวาระ สร้างเป็นวัดในปี 1052 วิหารพระอมิตดา สร้างปี 1053 เป็นอาคารโบราณที่ยังคงสภาพอยู่จนปัจจุบัน เป็นสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เป็นภาพที่พิมพ์อยู่บนเหรียญ 10 เยน ซึ่งในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีท่านสามารถชื่นชมความงามของวัดพร้อมความสวยของธรรมชาติได้พร้อมกันอีกด้วย

ซึ่งเป็นถนนที่เต็มไปด้วยของกินและช็อปยาวจนถึงทางเข้าวัดเบียวโดอินเลย ถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยร้านขนม ร้านอาหารทั้งแบบสตรีทฟู้ดและแบบที่เป็นร้านนั่งจริงจัง รวมถึงร้านของฝากหลากประเภท แต่ที่นิยมที่สุดก็ต้องเป็นขนมที่ทำจากอุจิมัทฉะของขึ้นชื่อของเมืองอุจิ


เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตชูบูของญี่ปุ่น ชื่อเมืองนั้นคาดเดาว่าจะผันมาจากคำว่า นาโกยากะซึ่งแปลว่าสงบสุข

เป็นสวนที่จัดแสดงสวนยามค่ำคืนในฤดูหนาวด้วยไฟดวงเล็กมากกว่า 5.8 ล้านดวง ซึ่งทำให้เป็นสถานที่ยอดนิยมของคู่รักทั้งปี ซึ่งไฮไลท์หลักของที่นี่เลยก็คืออุโมงค์ประดับไฟที่มีความยาวประมาณ 600 เมตร ที่มองดูเหมือนอุโมงค์แห่งสวรรค์ที่ใครๆ ก็ไม่ควรพลาดที่จะมีถ่ายรูปในอุโมงค์แห่งนี้

เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตชูบูของญี่ปุ่น ชื่อเมืองนั้นคาดเดาว่าจะผันมาจากคำว่า นาโกยากะซึ่งแปลว่าสงบสุข

เป็นหุบเขาติดภูเขาอิอิโมริ สูง 254 เมตร ใกล้เมืองนาโงย่า ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงของภูมิภาคชุบุ และเป็นที่ตั้งของวัดโคจาคุจิ(Kojakuji Temple) รอบๆวัดจะเต็มไปด้วยต้นเมเปิ้ล

สวนโอบาระ (สวนซากุระ 4 ฤดู) เป็นสถานที่ที่ท่านสามารถชมใบไม้แดงไปพร้อมกับดอกซากุระในช่วงปลายปีได้ โดยจุดเด่นของที่นี่ก็คือสีสันของใบเมเปิ้ลที่ตัดกับสีชมพูของดอกซากุระทำให้เป็นสวนที่มีความสวยงามอย่างมาก ซึ่งซากุระของที่นี่เป็นซากุระพันธุ์ที่มีชื่อว่า SHIKI ZAKURA (FOUR SEASON CHERRY BLOSSOM) ที่จะบานสองครั้งใน 1 ปี คือ ฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วง

เป็นเมืองๆ หนึ่งที่ตั้งอยู่ในส่วนเหนือสุดของภูเขาในจังหวัดนากาโน่ ประเทศญี่ปุ่น มีแม่น้ำชิคุมะตัดผ่านใจกลางเมือง ในฤดูหนาว ที่เมืองอิยามะถือเป็นหนึ่งในเมืองที่หิมะตกหนักที่สุดในแถบภูมิภาคนี้ เมืองนี้เป็นยังที่รู้จักกันในนาม "Little Kyoto of Snow Country" ด้วย

ปราสาทแห่งนี้นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแห่งเมื่อมาเยือนเมืองอินุยามะ ะนับเป็น 1 ใน 12 อันดับของปราสาทดั้งเดิมในญี่ปุ่น ต่างจากที่อื่นๆที่กลายเป็นซากปรักหักพังเนื่องจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและสงครามในปลายยุคศักดินาปี ค.ศ.1867

ที่นี่เป็นย่านเก่าแก่ที่อยู่ใกล้ๆ กับปราสาทอินุยามะ โดยมีลักษณะเป็นถนนย่านการค้าที่ยังคงความเก่าแก่โบราณเอาไว้ ซึ่งตามสองข้างทางจะมีร้านค้าร้านของฝากแบบดั้งเดิมต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมกันได้

ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ทางฝั่งใต้ของฐานปราสาทอินุยามะ มีชื่อเดิมว่า "ซังโคซัง” มีจุดเด่นคือมีทางเดินเสาโทริอิที่เป็นทางเข้าศาล ภายในศาลเจ้านี้ประดิษฐานเทพ Sarutahiko ผู้ซึ่งได้รับการเคารพบูชาว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความโชคดี ที่ผู้คนมักจะมากราบไหว้กันเพื่อการนำพามาซึ่งความโชคดี การหาคู่ที่ดี และมีความสุขในบ้าน

เป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น เป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นและชื่อนั้นได้มาจากเมืองฉางอานของจีน

สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์สำหรับเมืองหลวงเก่าหรือก็คือเกียวโตที่ครบรอบ 1100 ปี ประตูศาลเจ้าสีแดงดึงดูดผู้คนจากไกลและหลังจากผ่านประตูมาแล้วก็จะพบกับพื้นที่ว่างที่ล้อมรอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างภายในศาลเจ้าที่ล้วนแต่เป็นสีแดงสด ทำให้คุณรู้สึกประทับใจอย่างยิ่งกับสิ่งที่เห็น

พิธีชงชาญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นว่าด้วยการใช้เวลาอย่างสุนทรีย์ ด้วยการดื่มและการชงชาผงสีเขียวหรือมัทชา นับตั้งแต่ประมาณศตวรรษที่ 14 ต้นฉบับของพิธีชงชา และให้ท่านได้สัมผัสกับบรรยากาศของการจำลองเรื่องราวเกี่ยวการพบปะกันในวงสังคมเกี่ยวกับการดิ่มและชงชาที่ได้แพร่หลายในบรรดาชนชั้นสูงที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น

ตลาดขายของสดนิชิคิ” ภายในตลาดเรียงรายไปด้วยร้านค้าขนาดเล็กมากมายตามเส้นทางถนนแคบ ๆ และแน่นอนว่าของขึ้นชื่อคืออาหารและเครื่องดื่มสารพัดรายการที่สามารถซื้อหากลับบ้านเป็นของฝาก เป็นแหล่งรวบรวมสารพัดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาหารเป็นหลักทั้งอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานหรือแม้แต่วัตถุดิบสำหรับประกอบอาหาร เช่น อาหารทะเลสด มีด ผลไม้ตามฤดูกาล ภาชนะประกอบอาหาร ผักดอง หรืออาหารแห้งก็สามารถหาซื้อได้จากที่นี่ (ตลาดสดจะปิดทุกวันพุธและวันอาทิตย์)

เป็นย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดในโอซาก้า ย่านดังที่เป็นสวรรค์ของนักช้อป นักกิน ถนนสายทอดยาวกว่า 600 เมตร สองข้างทางเรียงรายด้วยสินค้าหลากหลาย ของใช้ ของกิน เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ

เป็นย่านดาวน์ทาวน์ขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และแหล่งบันเทิงอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นที่นิยมของวัยรุ่น และเหล่านักกิน สัญลักษณ์อันโดดเด่น ก็คือ ร้านค้าที่มีปูยักษ์บนหลังคา และป้ายไฟโฆษณาริมคลองของกูลิโกะ

เป็นท่าอากาศยานหลักของโอซาก้า ท่าอากาศยานแห่งนี้ตั้งห่างจากตัวเมืองโอซาก้าประมาณ 50 กิโลเมตร เปิดใช้บริการเมื่อปี 1994 มี 2 เทอมินอล โดย เทอมินอล 1 จะเป็นสายการบินธรรมดา ส่วนเทอมินอล 2 จะเป็นสายการบินโลว์คอสต์

เป็นจุดศูนย์กลางทางการบินในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถเชื่อมโยงการคมนาคมทางอากาศไปยังจุดต่างๆ ของโลกได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการบินภายในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน หรือระหว่างทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา ทวีปออสเตรเลีย ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดแวะลงและเชื่อมต่อในการเดินทางของผู้โดยสารตลอดจนพัสดุไปรษณียภัณฑ์ไปยังจุดอื่นๆ ได้อย่างดี