ทัวร์ครับพาพร้อม
รวมวิธีเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง ให้เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้อย่างไร้กังวล
พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น 2016
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น 2016
ในที่สุดฤดูแห่งสีสัน ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีก็มาถึงแล้ว ฤดูที่มองไปทางไหนก็รู้สึกมีชีวิตชีวา เพราะเกือบทุกพื้นที่ของญี่ปุ่นจะถูกปกคลุมไปด้วยเหล่าใบไม้สีแดง สีเหลืองทอง ดูสวยงามไปหมด และสถานที่ต่างๆก็จะดูครึกครื้น เต็มไปด้วยคนญี่ปุ่น และนักท่องเที่ยวที่ต่างพากันออกมาชมความสวยของธรรมชาติ สำหรับปีนี้ก็ได้มีพยาการณ์จากเว็บTenki.jpออกมาแล้ว โดยพยากรณ์ไม่ต่างจากปีที่ผ่านมาเท่าไหร่ ในปีนี้ใบไม้เปลี่ยนสีก็จะเริ่มประมาณกลางเดือนตุลาคม ใครที่มีแพลนไปญี่ปุ่นก็เตรียมตัวไปตื่นตาตื่นใจกับใบไม้เปลี่ยนสีได้เล้ยย ทัวร์ครับรับประกันความสวยงาม ไปดูกันที่เลยว่าแต่ละพื้นที่ใบไม้เปลี่ยนสี จะเริ่มพีคช่วงเดือนไหนกันบ้าง ตอนเหนือของญี่ปุ่น (ฮอกไกโด และ โทโฮคุ) ทางตอนเหนือของญี่ปุ่นในเดือนกันยายนมีอุณหภูมิค่อนข้างสูงกว่าค่าเฉลี่ยนของปีที่ผ่านๆมา จึงทำให้บางพื้นที่ใบไม้เปลี่ยนสีช้ากว่าปีที่ผ่านมา ช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสีส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเดือนปลายเดือนตุลาคมเป็นส่วนใหญ่ Jozankei Hokkaido. Hokkaido Hokkaido ช่วงพีค ค่าเฉลี่ยปีก่อนๆ แนวโน้มเทียบกับปีก่อน Sapporo ปลาย เดือน ตุลาคม ปลาย เดือน ตุลาคม ใกล้เคียง Asahikawa ปลาย เดือน ตุลาคม ปลาย เดือน ตุลาคม ใกล้เคียง Obihiro ปลาย เดือน ตุลาคม กลาง เดือน ตุลาคม ช้ากว่า Kushiro กลาง เดือน ตุลาคม กลาง เดือน ตุลาคม ใกล้เคียง Muroran ต้น เดือน พฤศจิกายน ต้น เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง Hakodate ปลาย เดือน ตุลาคม ปลาย เดือน ตุลาคม ใกล้เคียง Tohoku Tohoku ช่วงพีค ค่าเฉลี่ยปีก่อนๆ แนวโน้มเทียบกับปีก่อน Sendai ปลาย เดือน พฤศจิกายน กลาง เดือน พฤศจิกายน ช้ากว่า Aomori ต้น เดือน พฤศจิกายน กลาง เดือน พฤศจิกายน เร็วกว่า Akita ต้น เดือน พฤศจิกายน ต้น เดือน ตุลาคม ใกล้เคียง Morioka กลาง เดือน พฤศจิกายน ต้น เดือน พฤศจิกายน ช้ากว่า Yamagata ต้น เดือน พฤศจิกายน กลาง เดือน พฤศจิกายน ช้ากว่า Fukushima กลาง เดือน พฤศจิกายน กลาง เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง ฝั่งตะวันออกKanto (Koshin, Hokuriku, Tokai) อุณหภูมิในเดือนกันยายนและตุลาคมจะมีอุณหภมูิสูงขึ้นกว่าปีก่อนๆ แต่ในเดือนพฤศจิกายนคาดว่าจะมีอุณหภูมิเท่ากันปีก่อนๆที่ผ่านมา จึงทำให้ช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสีส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นส่วนใหญ่ Icho Namiki Avenjue Tokyo. Hokuriku Hokuriku ช่วงพีค ค่าเฉลี่ยปีก่อนๆ แนวโน้มเทียบกับปีก่อน Niigata กลาง เดือน พฤศจิกายน กลาง เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง Toyama ปลาย เดือน พฤศจิกายน กลาง เดือน พฤศจิกายน ช้ากว่า Kanazawa ปลาย เดือน พฤศจิกายน ปลาย เดือน ตุลาคม ใกล้เคียง Fukui ปลาย เดือน พฤศจิกายน ปลาย เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง Kanto Kanto ช่วงพีค ค่าเฉลี่ยปีก่อนๆ แนวโน้มเทียบกับปีก่อน Tokyo ปลาย เดือน พฤศจิกายน ปลาย เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง Mito กลาง เดือน พฤศจิกายน กลาง เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง Utsunomiya กลาง เดือน พฤศจิกายน กลาง เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง Maebashi ต้น เดือน ธันวาคม ต้น เดือน ธันวาคม ใกล้เคียง Kumagai ปลาย เดือน พฤศจิกายน ปลาย เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง Choshi ต้น เดือน ธันวาคม กลาง เดือน ธันวาคม เร็วกว่า Yokohama กลาง เดือน ธันวาคม กลาง เดือน ธันวาคม ใกล้เคียง Kofu ปลาย เดือน พฤศจิกายน ปลาย เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง Nagano กลาง เดือน พฤศจิกายน กลาง เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง Tokai Tokai ช่วงพีค ค่าเฉลี่ยปีก่อนๆ แนวโน้มเทียบกับปีก่อน Nagoya กลาง เดือน พฤศจิกายน ปลาย เดือน พฤศจิกายน เร็วกว่า Shizuoka กลาง เดือน ธันวาคม ต้น เดือน ธันวาคม ช้ากว่า Gifu กลาง เดือน พฤศจิกายน ปลาย เดือน พฤศจิกายน เร็วกว่า Tsu ปลาย เดือน พฤศจิกายน ปลาย เดือน พฤศจิยายน ใกล้เคียง ภาคตะวันตก (Kansai, Chugoku, shikoku, kyusu) อุณหภูมิในเดือนกันยายนและตุลาคมจะมีอุณหภมูิสูงขึ้นและน้อยกว่าปีก่อนๆ แต่ในเดือนเดือนพฤศจิกายนที่คาดว่าจะมีอุณหภูมิเท่ากันปีก่อนๆที่ผ่านมาเช่นเดียวกับฝั่งตะวันออก ช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสีแถบโอซาก้าจะอยู่ในช่วงต้นเดือนธันวาคม ฮิโรชิมาพีคช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน และTakamatsuคาดว่าพีคช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนเช่นกัน osaka catle Kansai Kansai ช่วงพีค ค่าเฉลี่ยปีก่อนๆ แนวโน้มเทียบกับปีก่อน Osaka ต้น เดือน ธันวาคม ต้น เดือน ธันวาคม ใกล้เคียง Hikone ปลาย เดือน พฤศจิกายน ปลาย เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง Kyoto ปลาย เดือน พฤศจิกายน ต้น เดือน ธันวาคม เร็วกว่า Kobe ปลาย เดือน พฤศจิกายน ต้น เดือน ธันวาคม เร็วกว่า Nara ต้น เดือน พฤศจิกายน กลาง เดือน พฤศจิกายน เร็วกว่า Wakayama ปลาย เดือน พฤศจิกายน ต้น เดือน ธันวาคม เร็วกว่า Chugoku Chugoku ช่วงพีค ค่าเฉลี่ยปีก่อนๆ แนวโน้มเทียบกับปีก่อน Hiroshima กลาง เดือน พฤศจิกายน กลาง เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง Okayama ต้น เดือน ธันวาคม ปลาย เดือน พฤศจิกายน ช้ากว่า Matsue กลาง เดือน พฤศจิกายน ปลาย เดือน พฤศจิกายน เร็วกว่า Tottori ปลาย เดือน พฤศจิกายน ปลาย เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง Shimonoseki ปลาย เดือน พฤศจิกายน ต้น เดือน ธันวาคม เร็วกว่า Shikoku Shikoku ช่วงพีค ค่าเฉลี่ยปีก่อนๆ แนวโน้มเทียบกับปีก่อน Takamatsu กลาง เดือน พฤศจิกายน กลาง เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง Tokushima ปลาย เดือน พฤศจิกายน ปลาย เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง Matsuyama กลาง เดือน ธันวาคม ต้น เดือน ธันวาคม ช้ากว่า Kochi ปลาย เดือน พฤศจิกายน ปลาย เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง Kyushu Kyushu ช่วงพีค ค่าเฉลี่ยปีก่อนๆ แนวโน้มเทียบกับปีก่อน Fukuoka ปลาย เดือน พฤศจิกายน ปลาย เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง Oita ปลาย เดือน พฤศจิกายน ปลาย เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง Nagasaki ต้น เดือน ธันวาคม ต้น เดือน ธันวาคม ใกล้เคียง Saga ปลาย เดือน พฤศจิกายน ปลาย เดือน พฤศจิกายน ใกล้เคียง Kumamoto ต้น เดือน ธันวาคม ต้น เดือน ธันวาคม ใกล้เคียง Miyazaki ต้น เดือน ธันวาคม ต้น เดือน ธันวาคม ใกล้เคียง Kagoshima ปลาย เดือน ธันวาคม ปลาย เดือน ธันวาคม ช้ากว่า
ต้องอ่าน!!! เรื่องเล็กๆที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับนักเดินทาง
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
ต้องอ่าน!!! เรื่องเล็กๆที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับนักเดินทาง
ปลั๊กไฟ 14 แบบทั่วโลก ประเทศนี้ใช้แบบไหนต้องดู วันนี้ทัวร์ครับก็มีบทความมาเอาใจนักเดินทางกันอีกแล้ว ปัญหาที่ต้องเจอะเจอกันอยู่บ่อยครั้งเวลาไปต่างประเทศคือเรื่องปลั๊กไฟ คนเป็นปัญหาไม่น้อยสำหรับใครหลายๆคนที่ชอบเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ เพราะถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย เป็นสิ่งสำคัญมากๆที่นักเดินทางอย่างเราต้องเตรียมตัวให้พร้อม วันนี้ทัวร์ครับเลยมีข้อมูลเกี่ยวกับประเภทปลั๊กไฟทั้งหมด 15 ชนิด ถือว่าไม่น้อยเลย ไปดูกันดีกว่าว่าประเทศไหนใช้ปลั๊กไฟแบบไหน และแบบไหนสามารถใช้ด้วยกันได้ Type A ส่วนมากใช้ในประเทศทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง กลุ่มเกาะในทะเลแคริบเบียน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และซาอุดิอาระเบีย ประเทศไทยของเราเอง ก็ใช้ปลั๊ก Type A กันอย่างแพร่หลายเช่นกัน Type A เรียกได้ว่าเป็นปลั๊กมาตรฐานที่ถูกใช้กันแพร่หลาย แต่ก็จะมีข้อสังเกตเล็กๆ ว่าในสหรัฐฯ ขาทั้งสองมีขาหนึ่งใหญ่กว่า เวลาเสียบจึงสามารถเสียบได้เพียงด้านเดียว สลับด้านไม่ได้ แต่ในญี่ปุ่นมีขนาดของขาทั้งสองเท่ากัน เวลาเอาปลั๊กญี่ปุ่นไปเสียบในอเมริกาจึงสามารถเสียบได้ แต่บางครั้งถ้าเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าในอเมริกามาเสียบในญี่ปุ่น อาจจะเสียบไม่เข้า เพราะมีขาหนึ่งที่ใหญ่กว่า Type B ส่วนมากใช้ในประเทศทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง กลุ่มเกาะในทะเลแคริบเบียน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และซาอุดิอาระเบียเหมือนกับ Type A โดยยังคงมีความแตกต่างเรื่องขนาดของขาปลั๊กระหว่างในอเมริกากับญี่ปุ่นเช่นเดียวกับ Type A Type C ทั่วไปใช้ในทวีปยุโรป เปรู ปารากวัย โบลิเวีย แอฟริกาตะวันตก เอเชียกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางประเทศ เป็นปลั๊กเก่าแก่ที่ถูกใช้เป็นหลักในทวีปยุโรป (ยกเว้นอังกฤษ) จะเรียกว่า Europlug แต่ในปัจจุบัน ถูกทดแทนด้วยช่องเสียบปลั๊ก Type E, F, J, K หรือ N (แต่ยังสามารถเอา Type C ไปเสียบกับปลั๊กทุกแบบที่กล่าวมาได้อยู่) ด้วยการรองรับแรงดันไฟที่มากกว่าแบบ C และถูกใช้แพร่หลายมากกว่า อย่างไรก็ตาม หัวปลั๊กที่เครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมากยังคงใช้ปลั๊กแบบ Type C อยู่ และยังคงเป็นปลั๊กแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดทั่วโลกในปัจจุบัน Type D ใช้ในอินเดียและกลุ่มประเทศเอเชียใต้เกือบทั้งหมด ยกเว้น ศรีลังกา มีความคล้ายคลึงกับ Type M และส่วนมาก Type D กับ Type M จะสามารถใช้ร่วมกันได้ Type E ตามปกติใช้ในฝรั่งเศส เบลเยี่ยม โปแลนด์ สโลวาเกีย และสาธารณรัฐเช็ก มีความใกล้เคียงกับปลั๊กยุโรป Type F ที่ใช้เป็นมาตรฐานปัจจุบัน และส่วนมากสามารถเสียบร่วมกันได้กับ Type F Type F ใช้ในทุกประเทศของทวีปยุโรปและประเทศที่แยกมาจากรัสเซีย ยกเว้นในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ ประเทศไทยเราเองก็เห็นปลั๊ก Type F นี้ใช้งานกันอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ Type G ส่วนมากใช้ในสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ มอลต้า เมียนมาร์ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง บรูไน แถบตะวันออกกลางและแอฟริกาบางประเทศ มักจะใช้ร่วมกับปลั๊ก Type อื่นไม่ได้ และปลั๊กไทยที่จะเอาไปใช้ในประเทศกลุ่มที่ใช้ Type G นี้ ต้องอาศัยอะแดปเตอร์แปลงเท่านั้น Type H ปลั๊กประเภทพิเศษ Type H ถูกใช้ในประเทศเดียวในโลกเท่านั้นคือ อิสราเอล แต่ปลั๊กประเภทนี้กำลังถูกใช้น้อยลงเรื่อยๆ เพราะอิสราเอลกำลังปรับไปใช้ Type C และ Type M ที่เป็นหัวกลมทดแทนแล้ว สังเกตได้จากรูปลั๊กจะสามารถเสียบได้ทั้งแบบหัวแบนและหัวกลม ซึ่งรองรับทั้ง 3 มาตรฐาน Type I ทั่วไปใช้ในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ กลุ่มเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก จีน และอาร์เจนติน่า และสามารถใช้กับปลั๊กในจีนได้ด้วย ปลั๊กประเภทนี้ ถ้าเดินทางจากไทยไป ก็ต้องใช้อะแดปเตอร์แปลงเท่านั้น Type J Type J ถือว่าเป็นปลั๊กอีก 1 ประเภทที่ถูกใช้น้อยมาก ถูกใช้ในประเทศที่น่าเที่ยวอย่างสวิตเซอร์แลนด์ และ ลิกเตนสไตน์ Type C สามารถนำมาเสียบเข้ากับปลั๊ก Type J ได้เลยอย่างพอดิบพอดี ไม่ต้องใช้หัวแปลง ดังนั้นเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยหลายตัวที่เป็น Type C เวลาไปเที่ยวสวิสนี่หายห่วง ไม่ต้องใช้อะแดปเตอร์แปลงเลย Type K Type K เป็นปลั๊กยุโรปกลายพันธุ์อีกแบบ ที่มีความใกล้เคียงกับ Type F มาก ถูกใช้ในเดนมาร์ก และ กรีนแลนด์ เป็นหลัก เต้าเสียบปลั๊ก Type K รองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นปลั๊กแบบ Type C โดยสามารถนำมาเสียบได้เลยโดยไม่ต้องผ่านอะแดปเตอร์ Type L ใช้ในอิตาลี ชิลี อุรุกวัย และลิเบีย Type L สามารถนำปลั๊กหัวกลมคู่อย่าง Type C และ Type F มาเสียบใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องแปลง Type M ถูกใช้เป็นหลักในประเทศแอฟริกาใต้ และประเทศใกล้เคียง มีลักษณะใกล้เคียงกับปลั๊ก Type D มาก ซึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้า Type D หลายตัวสามารถนำมาใช้กับรูปลั๊กของ Type M ได้เลยโดยไม่ต้องผ่านอะแดปเตอร์แปลง Type N ปลั๊กแบบสุดท้าย หรือ Type N เป็นปลั๊กที่ใช้ในประเทศบราซิลเป็นหลัก มีความใกล้เคียงกับ Type J Type N สามารถนำเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็น Type C มาเสียบได้เลยโดยไม่ต้องผ่านอะแดปเตอร์แปลง เป็นยังไงกันบ้างปลั๊กไฟทั้งหมด 14 ชนิดทั่วโลก แต่ความจิงแล้วขาดไป 1ชนิดคือ O แต่ไม่ต้องห่วงเพราะมีแค่ thailand only สำหรับใครที่วางแผนกำลังจะเดินทางก็อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม หาอะแดปเตอร์เตรียมไว้เลย หรือมีอีกทางเลือกหนึ่งก็คือหาซื้อ อะแดปเตอร์แบบ Universal ที่สามารถแปลงปลั๊กเป็น Type อะไรก็ได้สะดวกมากๆ หรือสำหรับใครที่ใช้บริการตามโรงแรมบางโรมแรมก็จะมีบริการเรื่องปลั๊กไฟที่ใช้แบบมาตรฐานเป็นส่วนมาก แต่ถึงยังไงก็เตรียมไปให้พร้อมเพื่อความอุ่นใจดีกว่าค่ะ ขอบคุณข้อมูลจาก worldstandardsและ spin9.me
แพ็คเกจทัวร์ลดราคาที่เยอะที่สุด ที่นี่ที่เดียว
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
แพ็คเกจทัวร์ลดราคาที่เยอะที่สุด ที่นี่ที่เดียว
วันนี้ทัวร์ครับก็จะมาบอกช่องทางการในการติดตามข่าวสาร โปรโมชั่นดีๆ เพราะทัวร์ครับเราจะมีโปรโมชั่นออกมาอยู่ตลอด เพื่อไม่ให้ทุกคนพลาดแพ็คเกจทัวร์ราคาสุดคุ้ม ไปดูกันเลยว่ามีช่องทางไหนกันบ้าง 1. Facebook Tourkrub หน้าแฟนเพจ facebook ของทัวร์ครับจะอัปเดตโปรโมชั่นที่ลดราคา สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดโปรไฟไหม้ที่จะมีเหลือที่นั่งจำนวนน้อยๆ ทัวร์ครับก็ขอแนะนำให้ทุกคน 1)เข้ามาที่แฟนเพจ Tourkrub.co 2) ไปที่ปุ่ม "ถูกใจ" หรือ "Liked" 3) เลือกทำเครื่องหมายถูก ที่ "เห็นโพสต์ก่อน" หรือ "See First" เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ไม่พลาดโปรโมชั่นเด็ดๆแน่นอน 2.Line @tourkrub ไลน์ของ Tourkrub ก็จะมีการอัปเดตโปรโมชั่น หรือแพ็คเกจทัวร์เช่นกัน ยังไงก็อย่าลืม add กันมาได้เลย 3.เว็บไซต์ Tourkrub.co หน้าเว็บไซต์ของทัวร์ครับจะมีโปรโมชั่น หรือ แพ็คเกจทัวร์ที่ลดราคาขึ้นอยู่ และเมื่อคลิก ดูแพ็คเกจเพิ่มเติม ก็จะมีแพ็คเกจที่ลดราคาอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อเข้ามาก็จะปรากฎเฉพาะแพ็คเกจที่ลดราคาอยู่เป็นจำนวนมาก ทัวร์ครับได้คัดเลือกแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศทั้งหมดที่มี เฉพาะส่วนที่จัดรายการโปรโมชั่นต้อนรับเทศกาลต่างๆในแต่ละเดือนมาไว้ ณ ที่นี้ ซึ่งในแต่ละแพ็คเกจจะราคาถูกต่างกัน โดยแต่ละแพ็คเกจหรือแต่ละช่วงเวลาจะมีที่นั่งจำกัด เพียงไม่กี่ที่เท่านั้น สามารถเลือกซื้อ หรือ เลือกชมได้จากหน้านี้ นอกจากจะมีโปรโมชั่น ลดราคา ทัวร์ครับก็ได้คัดสรรคแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกอีกเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ประเทศยอดฮิตอย่างญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง หรือจะเป็นแพ็คเกจทัวร์ยุโรปราคาถูกก็มีให้เลือก สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดโปรโมชั่นดีๆ ก็อย่าลืมติดตามได้ทั้ง3ช่องทางหลักของทัวร์ครับหันนะคะ บอกเลยว่าไม่มีพลาดแน่นอน
7 ข้อดี ! เที่ยวกับทัวร์ดีอย่างไร
พาพร้อม
7 ข้อดี ! เที่ยวกับทัวร์ดีอย่างไร
สำหรับใครที่มีแพลนต้องการเที่ยวต่างประเทศ หรือไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่ไม่อยากเตรียมตัวให้ยุ่งยาก ทั้งการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละวัน การคำนวณเวลา การเดินทาง รวมทั้งการหาโรงแรมที่พัก และที่แน่นอนค่ะว่าการเดินทางไปกับคณะทัวร์คงมีหลายๆ คนที่ไม่กล้าที่จะเดินทางไปกับทัวร์ ด้วยเพราะรู้สึกไม่เป็นส่วนตัว หรือกลัวจะผิดหวังกับเพื่อนร่วมทริป วันนี้ทัวร์ครับก็เลยมีข้อดีของการเที่ยวกับทัวร์มาฝากกันค่ะ 1.เที่ยวกับทัวร์แบบครอบครัวก็สนุกได้ อย่างเช่น ถ้าเราไปเที่ยวญี่ปุ่นกับทัวร์ญี่ปุ่น เราก็จะได้รับการดูแลจากทัวร์เป็นอย่างดี เพราะการไปเที่ยวทั้งครอบครัวก็มีกันหลายคน บางครอบครัวอาจจะมีทั้งผู้สูงอายุ หรือเด็กเล็ก ทัวร์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้การไปเที่ยวทั้งครอบครัวนั้นราบรื่น เพราะมีรถทัวร์คอยให้บริการถึงที่ 2.เที่ยวสบายๆ ไม่ต้องคิดเยอะ เราสามารถไปเที่ยวญี่ปุ่นได้แบบสบายๆ เพราะไม่ต้องวางแผนการเดินทาง จะไปไหนบ้าง แล้วต้องไปยังไง ทั้งจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน หมดกังวลกับปัญหานี้เลย เพราะการเที่ยวกับทัวร์ญี่ปุ่นจะมีการวางแผนให้เรียบร้อย ไม่ต้องเสียเวลานั่งวางแผน และบางครั้งอาจมีอุปสรรคต่างๆในการเดินทางที่เราไม่คาดคิด 3.จ่ายรอบเดียว ราคาสบายกระเป๋า สำหรับใครที่มีงบจำกัด เที่ยวญี่ปุ่นกับทัวร์ญี่ปุ่นก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยเราประหยัดงบประมาณได้ดี และทัวร์ราคาถูกแบบเที่ยวคุ้มก็มีให้เลือกเยอะ 4.หมดกังวลเรื่องภาษา ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับทัวร์ญี่ปุ่น แม้ว่าเราพูดภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่นไม่ได้เลยซักนิด ก็ไม่ต้องกังวลใจ เพราะเรามีไกด์ดูแลตลอดเวลาเป็นที่ปรึกษาตลอดการท่องเที่ยว เราสามารถถามไกด์ได้ทุกเรื่อง และที่สำคัญเวลาเราจะซื้อของก็ให้ไกด์ช่วยเป็นหูเป็นตา ช่วยต่อรองลดราคาสินค้าก็ยังได้ หรือเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรขึ้นมา ไกด์ของเราก็สามารถเป็นล่ามแปลภาษาเพื่อแก้ปัญหานั้นได้ สบายมาก 5.ได้ความรู้ตลอดการเดินทาง แน่นอนว่าถ้าเที่ยวญี่ปุ่นกับทัวร์ญี่ปุ่น คนที่เป็นนไกด์ก็จะเป็นคนที่ชำนาญทาง เราก็จะได้ความรู้ใหม่ๆสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน 6.เที่ยวสถานที่ยอดฮิตแบบครบถ้วน เที่ยวกับทัวร์ญี่ปุ่นเราก็จะได้เที่ยวสถานที่ยอดฮิต สถานที่ยอดนิยมชื่อดังของประเทศนั้น ได้แบบครบถ้วน 7.สถานที่ที่เดินทางลำบาก แต่ทัวร์ก็ยังพาไปได้ เป็นประเทศที่หาข้อมูลการท่องเที่ยวได้น้อย หรือเป็นประเทศที่ขอวีซ่ายาก จำเป็นต้องใช้บริการทัวร์ เพราะจะทำให้การเดินทางของคุณง่ายขึ้น เพราะในประเทศที่เดินทางลำบาก หรือคนท้องถิ่นไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ บริษัททัวร์ก็สามารถช่วยเหลือในเรื่องการติดต่อกับบริษัทท้องถิ่นหรือตัวแทนในประเทศนั้น เพื่อให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น ถ้าไปเองเราอาจจะต้องดำเนินการหลายอย่างหลายขั้นตอน กว่าจะได้ไปทำเอาเสียเวลาไม่น้อย
ก่อนขึ้นฟูจิเตรียมตัวดีแล้วหรือยัง?
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
ก่อนขึ้นฟูจิเตรียมตัวดีแล้วหรือยัง?
Greenpeace activists climb Mount Fuji. © Christian Åslund / Greenpeace รวมข้อควรรู้และอุปกรณ์จำเป็นในการปีนภูเขาไฟฟูจิ หลายๆคนคงอยากปีนภูเขาฟูจิสักครั้งในชีวิต และหลายๆคนอาจจะมีโอกาสได้ปีนภูเขาฟูจิกันบ้างแล้ว แต่ เอ~ มันต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้างนะ? บางทีถึงแม้จะไปกับทัวร์ ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเช่นกัน วันนี้ผมจึงจะมาเขียนบอกว่าการปีนภูเขาไฟฟิจินั้นต้องมีการเตรียมตัว เตรียมของอย่างไรบ้าง อุปกรณ์หลักๆที่เราสามารถเห็นได้จากผู้ที่ปีนภูเขาไฟฟูจิจะมีดังในรูปนี้ ซึ่งก่อนจะถึงวันที่จะต้องปีนภูเขาฟูจินั้นเราควรมีการเตรียมตัวก่อน สิ่งที่เราสามารถเตรียมได้มีดังในรูปนี้ ข้อควรระวังพื้นฐานเมื่อปีนภูเขาไฟฟูจิมีดังนี้ อุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นต้องมีเมื่อไปปีนภูเขาไฟฟูจิมีดังนี้ 3 ดาว = อุปกรณ์จำเป็น 2 ดาว = ถ้าเป็นไปได้ควรเตรียมไป 1 ดาว = ถ้ามีจะทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น ทีนี้เราก็จะรู้สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนไปปีนภูเขาไฟฟูจิกันแล้ว สำหรับคนที่กำลังวางแผนไปปีนภูเขาไฟฟูจิผมหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์นะครับ ^^
เลือกทัวร์ญี่ปุ่นอย่างไรให้คุ้มค่า
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
เลือกทัวร์ญี่ปุ่นอย่างไรให้คุ้มค่า
เลือกทัวร์ญี่ปุ่นยังไงให้คุ้มค่า ราคาถูกสนุกแบบไม่ต้องห่วงเงินในกระเป๋า สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของคนไทยตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้นญี่ปุ่น ใช้เวลาเพียง 6 ชั่วโมงในการเดินทาง วีซ่าก็ไม่ต้องขอ สามารถเที่ยวได้ทั้งปี และในปัจจุบันทัวร์ญี่ปุ่นก็มีราคาถูกมาก เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงมีทริคการเลือกทัวร์ญี่ปุ่นอย่างไรให้คุ้ม ไม่โดนหลอก และจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นของคุณนั้นจบทริปด้วยความน่าประทับใจ ได้ความสนุก และได้ความทรงจำที่ดีกลับมานั่นเอง สิ่งแรกที่เราต้องทำก็คือ กำหนดสถานที่ที่เราอยากไป หรืออาจจะเป็น Dream destination ของตัวเองเลยก็ว่าได้ แต่ก่อนอื่นต้องดูด้วยว่าที่ๆเราอยากจะไปต้องไปฤดูไหน มีเทศกาลอะไรที่น่าสนใจหรือมีกิจกรรมอะไรให้ทำบ้าง แต่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สามารถเที่ยวได้ทั้งปีอยู่แล้ว ในแต่ละฤดูก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็อย่าลืมหาข้อมูลในแต่ละช่วงกันให้ดี ว่าเราชอบอากาศแบบไหน ธรรมชาติแบบไหน ไม่ว่าจะเป็น ซากุระ ใบไม้เปลี่ยนสี หรือหิมะขาวโพลนทั้งเมือง ซากุระในช่วง ฤดูใบไม้ผลิ ดอกฟูจิในช่วงฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หิมะขาวโพลนไปทั้งเมืองที่ฮอกไกโด คลองโอตารุในช่วงฤดูหนาว การเลือกวันก็สำคัญเช่นกัน เราควรเลือกวันไม่ให้ตรงกับวันหยุดของบ้านเรา ถ้าเลี่ยงได้ก็จะทำให้ประหยัดขึ้นไปอีก หรือเราอาจจะเลือกช่วงเดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม ช่วงนี้ ถือได้ว่าเป็น Low season ของญี่ปุ่น ทำให้ราคาแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นจะถูกมาก ถ้าใครสนใจช่วงถูกๆ ก็แนะนำเดินทางกันช่วงนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นราคาตั๋วเครื่องบิน หรือราคาทัวร์ญี่ปุ่น ลดกระหน่ำกันทุกปีฤดูนี้จะมีเทศกาลดอกไม้ไฟ ตามเมืองต่างๆมากมาย เรียกได้ว่าเป็นสีสันสดใสของฤดูนี้เลยทีเดียว อีกทั้งเป็นช่วงเดียวที่สามารถปีนเขา ภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย ในช่วงฤดูร้อนตามสถานที่สำคัญๆต่างๆจะมีเทศกาลดอกไม้ไฟหรือจุดพุอย่างสวยงาม ที่ภูเขาไฟฟูจิสามารถเปิดให้ปืนเขาได้อีกด้วย เมื่อเรารู้แล้วว่าเราต้องการจะไปไหน ต่อไปก็ลงมือหาโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นกันเลย สมัยนี้โปรแกรมทัวร์ก็มีเยอะมาก แต่เราต้องดูให้ดีว่ารายละเอียดนั้นถูกต้องรึเปล่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น งั้นเรามารู้จักการเลือกซื้อทัวร์ให้คุ้มค่ากันดีกว่า ซึ่งโดยปกติแล้วทั่วก็จะแบ่งเป็น 3 class ด้วยกัน Low cost ส่วนใหญ่ก็จะได้ไปสถานที่เที่ยวที่สำคัญๆได้ครบ และส่วนใหญ่จะได้วันฟรีและต้องซื้อแพ็คเกจทัวร์เสริม เพราะฉะนั้นเราควรเลือกหาแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นเสริมในราคาที่ถูกๆ ไม่แพงเกินไป หรือถ้าไม่อยากซื้อทัวร์เสริมเราก็สามารถศึกษาข้อมูลเที่ยวในวันเดียวได้ไม่ยากเพราะญี่ปุ่นสามารถเดินทางได้ง่ายและสะดวก Middle class จะบริการที่ดีกว่า Low cost เช่นเรื่องสายการบิน ช่วงเวลา วันที่เที่ยวตรงกับช่วงที่นิยมเที่ยวกันในญี่ปุ่น และทัวร์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็จะรวมค่าบริการ รวมค่าเข้าสถานที่ต่างๆไว้ให้เรียบร้อยแล้ว High class ส่วนใหญ่ก็จะเน้นในเรื่องของการบริการ สะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นเรื่องสายการบิน และในชั้นนี้ก็มีราคาที่สูง เราก็ควรเลือกบริษัททัวร์ที่มีคุณภาพมีชื่อเสียง ที่มีการรับประกันในเรื่องของบริการ ไกด์ โรงแรมที่พักต่างๆ และนอกจากนนี้เราก็จะสามารถเลือกอยู่ในแต่ละสถานที่ได้โดยไม่ต้องเร่งรีบ ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบเต็มที่ หลังจากนี้ก็สามารถจัดกระเป๋าแพ็คของรอเที่ยวญี่ปุ่นอย่างคุ้มค่าได้เลย และสบายใจในการเลือกทัวร์ว่าจะไม่โดนลอยแพอย่างแน่นอน และสุดท้ายนี้เราก็ขอให้ทุกท่านทัวร์ญี่ปุ่นกันให้สนุก และขอให้เป็นทริปที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม สามารถสอบถามรายละเอียดผ่านทางช่องทางต่างๆได้ ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงแนะนำแหล่งช้อปปิ้ง สถานที่ท่องเที่ยว ในแพ็คเกจที่จะไปได้อีกด้วย ใครกำลังมีแผนจะไปเที่ยวต่างประเทศ นี่เลย คลิกไปที่ ทัวร์ญี่ปุ่น เว็บไซต์บริการค้นหาทัวร์ที่ตอบโจทย์ โดนใจ ไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ แบบทัวร์ดูสักครั้ง อาจจะติดใจจนมีครั้งต่อๆไปก็เป็นได้ Low cost Middle class High class
จะซื้อทัวร์ทั้งที เลือกบริษัททัวร์ไหนดี ไม่ให้ถูกหลอก
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
จะซื้อทัวร์ทั้งที เลือกบริษัททัวร์ไหนดี ไม่ให้ถูกหลอก
“เลือกเที่ยวสบายใจ ไปกับบริษัททัวร์ไหนดี? เลือกทัวร์ยังไงไม่ให้โดนหลอก?” เมื่อพูดถึงการซื้อทัวร์ คำถามแรกที่จะเกิดขึ้นก็คือ “ทัวร์ไหนดี” เพราะปัจจุบันเราคงจะได้ยินข่าวเรื่องการโดนบริษัททัวร์โกงกันอยู่บ่อยๆ จนทำให้หลายๆคนกังวลในการเลือกบริษัททัวร์เพราะมีบริษัททัวร์อยู่เต็มไปหมด ไม่รู้ว่าเลือกทัวร์ไหนดี แค่มีหน้าเว็บไซต์จะน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน เราสามารถตรวจสอบได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมีเคล็ดลับในการเลือกบริษัททัวร์มาฝาก 1. จดทะเบียนบริษัททัวร์ บริษัททัวร์ต้องมีการจดทะเบียนบริษัทอย่างชัดเจน ว่ามีการทำธุรกิจในลักษณะใด มีการจดทะเบียน เป็นบุคคลธรรมดา, ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทฯ โดยเราสามารถขอดูเอกสารได้จากทางบริษัททัวร์หรือตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของDBD ตัวอย่างหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทจาก DBD ของบริษัททัวร์ครับ.ซีโอ จำกัด 2. ที่ตั้ง สถานที่ตั้งของบริษัททัวร์ต้องกำหนดไว้บนเว็บไซต์อย่างชัดเจน และดูน่าเชื่อถือ เป็นอาคารที่มีการเช่าหรืออยู่ในย่านธุรกิจ ไม่ใช่แค่ที่ตั้งตามบู๊ททั่วไป และไม่ควรเป็นที่อยู่พักอาศัย และที่ตั้งในเว็บไซต์ต้องตรงตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว 3. ใบอนุญาต (เลขที่อนุญาติ) ทุกบริษัททัวร์จะต้องมีเลขที่ใบอนุญาตกำหนดชัดเจนในใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ออกโดยกรมการท่องเที่ยว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเลขที่ดังกล่าวก็สามารถตั้งขึ้นเองได้ แต่เราสามารถตรวจได้จากเว็บไซต์ของกรมการท่องเที่ยว http://122.155.9.61:8087/mobiletourguide/info/license/tour และที่สำคัญเราควรตรวจสอบรายละเอียดวันหมดอายุใบอนุญาติจะมีอายุ2ปี และการชำระเงิน ซึ่งใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจะมีการวางเงินเพื่อเป็นหลักประกัน และค่าธรรมเนียม ตามประเภทของใบอนุญาตดังนี้ อัตราค่าธรรมเนียมหลักประกันการประกอบธุรกิจนำเที่ยว OUTBOUND รหัส 11/XXXXX หลักประกัน 200,000 บาท ค่าธรรมเนียม 500 บาท INBOUND รหัส 14/XXXXX หลักประกัน 100,000 บาท ค่าธรรมเนียม 500 บาท ในประเทศ หัส 12/XXXXX หลักประกัน 50,000 บาท ค่าธรรมเนียม 300 บาท เฉพาะพื้นที่ รหัส 13/XXXXX หลักประกัน 10,000 บาท ค่าธรรมเนียม 100 บาท ตัวอย่างใบอนุญาติประกอบธุรกิจนำเที่ยวของบริษัททัวร์ครับ 4. วิธีการดำเนินงาน ต้องมีขั้นตอนการดำเนินงานและหลักฐานที่ชัดเจน และเป็นระบบ การชำระเงินก็ต้องมีหลักฐานเช่นกัน ต้องมีการออกบิลหรือใบเสร็จชำระเงินทุกครั้ง และในใบเสร็จต้องระบุชื่อบริษัททัวร์ที่ชัดเจนให้เราสามารถเก็บไว้เป็นหลักฐานได้ 5. บัญชีธนาคาร ก่อนชำระเงินทุกครั้งเราควรตรวจสอบชื่อบัญชี ไม่ควรเป็นชื่อบัญชีคนทั่วไปหรือมีการอ้างว่าเป็นชื่อของพนักงานในบริษัททัวร์ ควรเป็นชื่อบัญชื่อของบริษัททัวร์ หรือนิติบุคคล เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการซื้อทัวร์มากขึ้น 6. มีช่องทางการติอต่อที่หลากหลาย นอกจากมีช่องทางที่หลากหลายเพื่อการติดต่อที่สะดวกสบายแล้ว ยังเป็นการเพื่อความน่าเชื่อถือให้บริษัททัวร์จะต้องมีช่องทางการติดต่อที่หลากหลายเพื่อเป็นการสร้างความมั่นจให้กับลูกค้า เช่น website, facebook fanpage,instagram, line เป็นต้น 7. ประกันการเดินทาง ผู้ประกอบการบริษัททัวร์จำเป็นต้องมีประกันการเดินทางให้กับลูกค้า ต้องระบุไว้ในเงื่อนไขอย่างชัดเจน เพียงเท่านี้ก็ทำให้เราสามารถมั่นใจเรื่องการซื้อทัวร์ได้มากขึ้น ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อทัวร์ไหนดีก็สามารถดูตามใบอนุญาติ ใบรับรองจากหน่วยงานต่างๆ เพียงเท่านี้ก็จะหมดปัญหา หมดกังวลเรื่องการซื้อทัว
7 แอพต้องมี! เที่ยวจีนสบายใจ แค่ไหนก็ไม่กลัว...
พาพร้อม
จีน
7 แอพต้องมี! เที่ยวจีนสบายใจ แค่ไหนก็ไม่กลัว...
การเตรียมตัวก่อนเดินทางให้พร้อมกับทุกสถาการณ์ คือเคล็ดลับที่จะทำให้เราทริปของเราสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นค่ะ โดยเฉพาะในสมัยนี้ ที่เรามักจะไม่ลืมโหลดแอพพลิเคชันเด็ดๆ เอาไว้ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการท่องเที่ยวของเรา โดยเฉพาะเมื่อต้องไปเที่ยวจีนค่ะ เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าอุปสรรคของการไปเที่ยวจีนนั้น มักจะมีทั้งเรื่องภาษา การเดินทาง รวมถึงการเล่น Social Media ต่างๆ ดังนั้นวันนี้ทัวร์ครับจึงได้รวบรวม 7 แอพพลิเคชันที่จะทำให้การไปเที่ยวจีนของคุณนั้นสะดวกสบายยิ่งขึ้น มาดุกันสิว่า มีแอพพลิเคชันอะไรน่าสนใจบ้าง... พลีโก้ (Pleco) แอพพลิเคชันที่จะช่วยให้การสื่อสารกับคนจีนของคุณง่ายขึ้นกับแอพ พลีโก้ แอพพลิเคชันพจนานุกรมภาษาจีน ที่เต็มไปด้วยฟังก์ชั่นน่าสนใจมากมาย โดยแอพนี้จะทำการแปลภาษาจากภาษาอังกฤษ - ภาษาจีน ซึ่งเราสามารถพิมพ์คำศัพท์ลงไปในแอพพลิเคชั่น หรือหากใครเก่งภาษาจีนขึ้นมาหน่อย ก็สามารถใช้ฟังก์ชั่นพู่กัน เขียนคำศัพท์ภาษาจีนลงไปได้ นอกจากจะได้ความหมายภาษาในการสื่อสารแล้ว พลีโก้ยังมีตัวอย่างการใช้คำศัพท์ในประโยคภาษาจีน และยังสามารถฟังการออกเสียงได้อีกด้วยค่ะ สุดยอดจริงๆ... กูเกิ้ล แปลภาษา (Google Translate) แอพพลิเคชันแปลภาษาเรารู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เชื่อว่านักเที่ยวส่วนใหญ่ ต้องโหลดติดเครื่องไว้ใช้ยามฉุกเฉินแน่นอนเพราะเจ้าแอพ Google Translateนี้สามารถแปลได้ทุกภาษาบนโลกไม่ว่าจะเป็น ไทย -จีน, อังกฤษ-จีน โดยเราสามารถพิมพ์คำศัพท์ที่ต้องการรู้ หรือจะใช้การพูดจากเจ้าของภาษา เพื่อสื่อสารก็ได้เช่นกันค่ะ ยังค่ะ ยังไม่หมดหากใครอยากรู้ว่าป้ายภาษาจีนที่เขียนอยู่นั้นแปลว่าอะไร? ก็สามารถเปิดกล้องถ่ายรูปแล้วถ่ายรูปของป้ายที่มีภาษาจีนเจ้าแอพนี้ก็จะแปลออกมาเป็นภาษาไทยให้เลย สะดวกไปอีกค่ะ ทัวร์ครับขอแนะ : หากใครกลัวจะเปลืองอินเตอร์เน็ต Google Translate นั้นสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต เพียงแค่ดาวน์โหลด ภาษาที่ต้องติดเครื่องไว้ แค่นี้ก็แปลภาษาจีนแบบไม่เปลืองเน็ตแล้ว แผนที่กูเกิ้ล (Google Maps) อีกหนึ่งแอพพลิเคชันช่วยชีวิตที่ต้องมีติดมือถือไว้เพื่อความอุ่นใจ ไม่ว่าจะไปไหนเราจะเชื่อมั่นได้ว่าGoogle Maps จะช่วยเราได้ เพราะหากเราหลงทาง อยากเช็คสภาพการจราจรในประเทศจีน การเดินทางในจีน เจ้าGoogle Maps ก็สามารถช่วยเหลือเราได้เป็นอย่างดีค่ะ สามารถใช้งานได้เหมือนกับประเทศอื่นๆเลย ซึ่งGoogle Maps เพิ่งจะได้รับอนุญาตให้เปิดบริการได้ในประเทศจีนเมื่อมาไม่นานมานี้ แน่นอนว่าทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความสะดวกสบายในการไปเที่ยวจีนขึ้นเยอะเลยค่ะ ตี้ตี้ (Didi) หมดปัญการคุยกับคนขัยแท็กซีในจีนไม่รู้เรื่อง หรือโดนโก่งราคา เพราะ ตี้ตี้ คือแอพพลิเคชันสำหรับเรียกรถยนต์ส่วนบุคคล ที่อยากจะหารายได้พิเศษมาขับรถ หรือจะพูดง่ายๆ ว่าเหมือนUBER ที่เรารู้จักนั่นเองค่ะ แต่ความพิเศษของแอพลิเคชันนี้ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างเราก็คือ ทุกอย่างในแอพเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้เราสามารถระบุจุดหมายปลายทางได้อย่างถูกต้อง และยังชำระเงินได้ด้วยบัตรเครดิตหลากหลายประเภทแบบสากล หมดห่วงเรื่องการเดินทางในประเทศจีนไปได้เลยค่ะ วีแชท (WeChat) หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาว่า ประเทสจีนนั้นจะบล็อคแอพพลิเคชัน Social Media ที่เราใช้กันอยู่ประจำเกือบทั้งหมดค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube หรือ Twitter ดังนั้นเราอาจจะแอปพลิเคชันเอาไว้แชทในประเทศจีน มีเพียงแอพเดียวเท่านั้นที่ทางรัฐบาลจีนอนุญาต นั่นก็คือ WeChat นั่นเองค่ะ ซึ่งเจ้าแอพ WeChat นั้นมีฟังก์ชั่นแล้วรูปแบบการใช้งานเหมือนกันกับ LINE ทุกอย่าง จึงเป็นแอพที่ควรโหลดไว้กันเหนียวเผื่อว่าวันไหนเน็ตโทรศัพท์จาก Travel Sim ของเราหมด เราก็ยังสามารถใช้ WeChat ติดต่อกับเพื่อนได้ค่ะ OpenDoor หากใครกลัวว่าไปจีนแล้วจะได้เล่น Social Media ที่เรารักไม่ได้ ทัวร์ครับมีแอพพลิเคชันที่จะทำให้คุณเล่นแอพได้เหมือนกับอยู่ไทยเลยค่ะ แอพนี้มีชื่อว่า Opendoor ที่แปลง่ายๆว่าเป็นการเปิดประตูนั่นเองค่ะ เพราะเจ้าแอพนี้จะทำให้เราเล่นแอพที่เราคุ้นเคยอยาก Facebook, Youtube และ Twitter ได้แบบสบายใจ ใช้งานได้ไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่พิมพ์เว็บที่เราอยากเข้าเท่านั้นเอง ดีงามขนาดนี้ไม่โหลดไงกันนน... ExpressVPN ถึงแม้จะลองใช้วิธีแก้ปัญหามาทุกวิธีทางแล้ว บางแอพพลิเคชันก็ยังไม่สามารถใช้งานในประเทศจีนได้ ทางแก้สุดท้ายก็คือการเปลี่ยน VPN แต่บางแอพที่ใช้ในการเปลี่ยน VPN ก็ไม่ค่อยเสถียร ทัวร์ครับขอแนะนำ ExpressVPN แอพพลิเคชันสำหรับเปลี่ยน VPN ที่ได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลจีนถูกต้อง และมีความสเถียรในการเปลี่ยน VPN สุดๆ ไม่ว่าจะแอพไหนของเรา ก็เล่นในจีนได้อย่างสบายบรื๋ออออ... หวังว่าทั้ง 7 แอพพลิเคชันที่ทัวร์ครับแนะนำในวันนี้ จะทำให้การไปเที่ยวจีนของทุกท่านสนุก และสะดวกสบายยิ่งขึ้น หากใครโหลดไปใช้จริงแล้ว อย่าลืมมารีวิวให้ทัวร์ครับฟังกันบ้างนะคะ รู้จักแอพดีดีก่อนไปเที่ยวจีนแล้ว ต่อมาเรามาศึกษาเรื่องวีซ่าจีนกันหน่อยดีกว่า ว่ามีขั้นตอนและรายละเอียดอะไรบ้าง ? จะได้เตรียมตัวไปเที่ยวจีนกันได้แบบลื่นไหล ไม่มีสะดุด! >>>วีซ่าจีน ไม่ใช่เรื่องยาก รู้ไว้ไม่พลาดแน่นอน!<<<<