ทัวร์ครับพาพร้อม
รวมวิธีเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง ให้เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้อย่างไร้กังวล
7 ข้อดี ! เที่ยวกับทัวร์ดีอย่างไร
พาพร้อม
7 ข้อดี ! เที่ยวกับทัวร์ดีอย่างไร
สำหรับใครที่มีแพลนต้องการเที่ยวต่างประเทศ หรือไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่ไม่อยากเตรียมตัวให้ยุ่งยาก ทั้งการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละวัน การคำนวณเวลา การเดินทาง รวมทั้งการหาโรงแรมที่พัก และที่แน่นอนค่ะว่าการเดินทางไปกับคณะทัวร์คงมีหลายๆ คนที่ไม่กล้าที่จะเดินทางไปกับทัวร์ ด้วยเพราะรู้สึกไม่เป็นส่วนตัว หรือกลัวจะผิดหวังกับเพื่อนร่วมทริป วันนี้ทัวร์ครับก็เลยมีข้อดีของการเที่ยวกับทัวร์มาฝากกันค่ะ 1.เที่ยวกับทัวร์แบบครอบครัวก็สนุกได้ อย่างเช่น ถ้าเราไปเที่ยวญี่ปุ่นกับทัวร์ญี่ปุ่น เราก็จะได้รับการดูแลจากทัวร์เป็นอย่างดี เพราะการไปเที่ยวทั้งครอบครัวก็มีกันหลายคน บางครอบครัวอาจจะมีทั้งผู้สูงอายุ หรือเด็กเล็ก ทัวร์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้การไปเที่ยวทั้งครอบครัวนั้นราบรื่น เพราะมีรถทัวร์คอยให้บริการถึงที่ 2.เที่ยวสบายๆ ไม่ต้องคิดเยอะ เราสามารถไปเที่ยวญี่ปุ่นได้แบบสบายๆ เพราะไม่ต้องวางแผนการเดินทาง จะไปไหนบ้าง แล้วต้องไปยังไง ทั้งจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน หมดกังวลกับปัญหานี้เลย เพราะการเที่ยวกับทัวร์ญี่ปุ่นจะมีการวางแผนให้เรียบร้อย ไม่ต้องเสียเวลานั่งวางแผน และบางครั้งอาจมีอุปสรรคต่างๆในการเดินทางที่เราไม่คาดคิด 3.จ่ายรอบเดียว ราคาสบายกระเป๋า สำหรับใครที่มีงบจำกัด เที่ยวญี่ปุ่นกับทัวร์ญี่ปุ่นก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยเราประหยัดงบประมาณได้ดี และทัวร์ราคาถูกแบบเที่ยวคุ้มก็มีให้เลือกเยอะ 4.หมดกังวลเรื่องภาษา ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับทัวร์ญี่ปุ่น แม้ว่าเราพูดภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่นไม่ได้เลยซักนิด ก็ไม่ต้องกังวลใจ เพราะเรามีไกด์ดูแลตลอดเวลาเป็นที่ปรึกษาตลอดการท่องเที่ยว เราสามารถถามไกด์ได้ทุกเรื่อง และที่สำคัญเวลาเราจะซื้อของก็ให้ไกด์ช่วยเป็นหูเป็นตา ช่วยต่อรองลดราคาสินค้าก็ยังได้ หรือเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรขึ้นมา ไกด์ของเราก็สามารถเป็นล่ามแปลภาษาเพื่อแก้ปัญหานั้นได้ สบายมาก 5.ได้ความรู้ตลอดการเดินทาง แน่นอนว่าถ้าเที่ยวญี่ปุ่นกับทัวร์ญี่ปุ่น คนที่เป็นนไกด์ก็จะเป็นคนที่ชำนาญทาง เราก็จะได้ความรู้ใหม่ๆสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน 6.เที่ยวสถานที่ยอดฮิตแบบครบถ้วน เที่ยวกับทัวร์ญี่ปุ่นเราก็จะได้เที่ยวสถานที่ยอดฮิต สถานที่ยอดนิยมชื่อดังของประเทศนั้น ได้แบบครบถ้วน 7.สถานที่ที่เดินทางลำบาก แต่ทัวร์ก็ยังพาไปได้ เป็นประเทศที่หาข้อมูลการท่องเที่ยวได้น้อย หรือเป็นประเทศที่ขอวีซ่ายาก จำเป็นต้องใช้บริการทัวร์ เพราะจะทำให้การเดินทางของคุณง่ายขึ้น เพราะในประเทศที่เดินทางลำบาก หรือคนท้องถิ่นไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ บริษัททัวร์ก็สามารถช่วยเหลือในเรื่องการติดต่อกับบริษัทท้องถิ่นหรือตัวแทนในประเทศนั้น เพื่อให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น ถ้าไปเองเราอาจจะต้องดำเนินการหลายอย่างหลายขั้นตอน กว่าจะได้ไปทำเอาเสียเวลาไม่น้อย
ก่อนขึ้นฟูจิเตรียมตัวดีแล้วหรือยัง?
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
ก่อนขึ้นฟูจิเตรียมตัวดีแล้วหรือยัง?
Greenpeace activists climb Mount Fuji. © Christian Åslund / Greenpeace รวมข้อควรรู้และอุปกรณ์จำเป็นในการปีนภูเขาไฟฟูจิ หลายๆคนคงอยากปีนภูเขาฟูจิสักครั้งในชีวิต และหลายๆคนอาจจะมีโอกาสได้ปีนภูเขาฟูจิกันบ้างแล้ว แต่ เอ~ มันต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้างนะ? บางทีถึงแม้จะไปกับทัวร์ ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเช่นกัน วันนี้ผมจึงจะมาเขียนบอกว่าการปีนภูเขาไฟฟิจินั้นต้องมีการเตรียมตัว เตรียมของอย่างไรบ้าง อุปกรณ์หลักๆที่เราสามารถเห็นได้จากผู้ที่ปีนภูเขาไฟฟูจิจะมีดังในรูปนี้ ซึ่งก่อนจะถึงวันที่จะต้องปีนภูเขาฟูจินั้นเราควรมีการเตรียมตัวก่อน สิ่งที่เราสามารถเตรียมได้มีดังในรูปนี้ ข้อควรระวังพื้นฐานเมื่อปีนภูเขาไฟฟูจิมีดังนี้ อุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นต้องมีเมื่อไปปีนภูเขาไฟฟูจิมีดังนี้ 3 ดาว = อุปกรณ์จำเป็น 2 ดาว = ถ้าเป็นไปได้ควรเตรียมไป 1 ดาว = ถ้ามีจะทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น ทีนี้เราก็จะรู้สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนไปปีนภูเขาไฟฟูจิกันแล้ว สำหรับคนที่กำลังวางแผนไปปีนภูเขาไฟฟูจิผมหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์นะครับ ^^
เลือกทัวร์ญี่ปุ่นอย่างไรให้คุ้มค่า
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
เลือกทัวร์ญี่ปุ่นอย่างไรให้คุ้มค่า
เลือกทัวร์ญี่ปุ่นยังไงให้คุ้มค่า ราคาถูกสนุกแบบไม่ต้องห่วงเงินในกระเป๋า สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของคนไทยตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้นญี่ปุ่น ใช้เวลาเพียง 6 ชั่วโมงในการเดินทาง วีซ่าก็ไม่ต้องขอ สามารถเที่ยวได้ทั้งปี และในปัจจุบันทัวร์ญี่ปุ่นก็มีราคาถูกมาก เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงมีทริคการเลือกทัวร์ญี่ปุ่นอย่างไรให้คุ้ม ไม่โดนหลอก และจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นของคุณนั้นจบทริปด้วยความน่าประทับใจ ได้ความสนุก และได้ความทรงจำที่ดีกลับมานั่นเอง สิ่งแรกที่เราต้องทำก็คือ กำหนดสถานที่ที่เราอยากไป หรืออาจจะเป็น Dream destination ของตัวเองเลยก็ว่าได้ แต่ก่อนอื่นต้องดูด้วยว่าที่ๆเราอยากจะไปต้องไปฤดูไหน มีเทศกาลอะไรที่น่าสนใจหรือมีกิจกรรมอะไรให้ทำบ้าง แต่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สามารถเที่ยวได้ทั้งปีอยู่แล้ว ในแต่ละฤดูก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็อย่าลืมหาข้อมูลในแต่ละช่วงกันให้ดี ว่าเราชอบอากาศแบบไหน ธรรมชาติแบบไหน ไม่ว่าจะเป็น ซากุระ ใบไม้เปลี่ยนสี หรือหิมะขาวโพลนทั้งเมือง ซากุระในช่วง ฤดูใบไม้ผลิ ดอกฟูจิในช่วงฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หิมะขาวโพลนไปทั้งเมืองที่ฮอกไกโด คลองโอตารุในช่วงฤดูหนาว การเลือกวันก็สำคัญเช่นกัน เราควรเลือกวันไม่ให้ตรงกับวันหยุดของบ้านเรา ถ้าเลี่ยงได้ก็จะทำให้ประหยัดขึ้นไปอีก หรือเราอาจจะเลือกช่วงเดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม ช่วงนี้ ถือได้ว่าเป็น Low season ของญี่ปุ่น ทำให้ราคาแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นจะถูกมาก ถ้าใครสนใจช่วงถูกๆ ก็แนะนำเดินทางกันช่วงนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นราคาตั๋วเครื่องบิน หรือราคาทัวร์ญี่ปุ่น ลดกระหน่ำกันทุกปีฤดูนี้จะมีเทศกาลดอกไม้ไฟ ตามเมืองต่างๆมากมาย เรียกได้ว่าเป็นสีสันสดใสของฤดูนี้เลยทีเดียว อีกทั้งเป็นช่วงเดียวที่สามารถปีนเขา ภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย ในช่วงฤดูร้อนตามสถานที่สำคัญๆต่างๆจะมีเทศกาลดอกไม้ไฟหรือจุดพุอย่างสวยงาม ที่ภูเขาไฟฟูจิสามารถเปิดให้ปืนเขาได้อีกด้วย เมื่อเรารู้แล้วว่าเราต้องการจะไปไหน ต่อไปก็ลงมือหาโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นกันเลย สมัยนี้โปรแกรมทัวร์ก็มีเยอะมาก แต่เราต้องดูให้ดีว่ารายละเอียดนั้นถูกต้องรึเปล่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น งั้นเรามารู้จักการเลือกซื้อทัวร์ให้คุ้มค่ากันดีกว่า ซึ่งโดยปกติแล้วทั่วก็จะแบ่งเป็น 3 class ด้วยกัน Low cost ส่วนใหญ่ก็จะได้ไปสถานที่เที่ยวที่สำคัญๆได้ครบ และส่วนใหญ่จะได้วันฟรีและต้องซื้อแพ็คเกจทัวร์เสริม เพราะฉะนั้นเราควรเลือกหาแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นเสริมในราคาที่ถูกๆ ไม่แพงเกินไป หรือถ้าไม่อยากซื้อทัวร์เสริมเราก็สามารถศึกษาข้อมูลเที่ยวในวันเดียวได้ไม่ยากเพราะญี่ปุ่นสามารถเดินทางได้ง่ายและสะดวก Middle class จะบริการที่ดีกว่า Low cost เช่นเรื่องสายการบิน ช่วงเวลา วันที่เที่ยวตรงกับช่วงที่นิยมเที่ยวกันในญี่ปุ่น และทัวร์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็จะรวมค่าบริการ รวมค่าเข้าสถานที่ต่างๆไว้ให้เรียบร้อยแล้ว High class ส่วนใหญ่ก็จะเน้นในเรื่องของการบริการ สะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นเรื่องสายการบิน และในชั้นนี้ก็มีราคาที่สูง เราก็ควรเลือกบริษัททัวร์ที่มีคุณภาพมีชื่อเสียง ที่มีการรับประกันในเรื่องของบริการ ไกด์ โรงแรมที่พักต่างๆ และนอกจากนนี้เราก็จะสามารถเลือกอยู่ในแต่ละสถานที่ได้โดยไม่ต้องเร่งรีบ ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบเต็มที่ หลังจากนี้ก็สามารถจัดกระเป๋าแพ็คของรอเที่ยวญี่ปุ่นอย่างคุ้มค่าได้เลย และสบายใจในการเลือกทัวร์ว่าจะไม่โดนลอยแพอย่างแน่นอน และสุดท้ายนี้เราก็ขอให้ทุกท่านทัวร์ญี่ปุ่นกันให้สนุก และขอให้เป็นทริปที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม สามารถสอบถามรายละเอียดผ่านทางช่องทางต่างๆได้ ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงแนะนำแหล่งช้อปปิ้ง สถานที่ท่องเที่ยว ในแพ็คเกจที่จะไปได้อีกด้วย ใครกำลังมีแผนจะไปเที่ยวต่างประเทศ นี่เลย คลิกไปที่ ทัวร์ญี่ปุ่น เว็บไซต์บริการค้นหาทัวร์ที่ตอบโจทย์ โดนใจ ไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ แบบทัวร์ดูสักครั้ง อาจจะติดใจจนมีครั้งต่อๆไปก็เป็นได้ Low cost Middle class High class
จะซื้อทัวร์ทั้งที เลือกบริษัททัวร์ไหนดี ไม่ให้ถูกหลอก
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
จะซื้อทัวร์ทั้งที เลือกบริษัททัวร์ไหนดี ไม่ให้ถูกหลอก
“เลือกเที่ยวสบายใจ ไปกับบริษัททัวร์ไหนดี? เลือกทัวร์ยังไงไม่ให้โดนหลอก?” เมื่อพูดถึงการซื้อทัวร์ คำถามแรกที่จะเกิดขึ้นก็คือ “ทัวร์ไหนดี” เพราะปัจจุบันเราคงจะได้ยินข่าวเรื่องการโดนบริษัททัวร์โกงกันอยู่บ่อยๆ จนทำให้หลายๆคนกังวลในการเลือกบริษัททัวร์เพราะมีบริษัททัวร์อยู่เต็มไปหมด ไม่รู้ว่าเลือกทัวร์ไหนดี แค่มีหน้าเว็บไซต์จะน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน เราสามารถตรวจสอบได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมีเคล็ดลับในการเลือกบริษัททัวร์มาฝาก 1. จดทะเบียนบริษัททัวร์ บริษัททัวร์ต้องมีการจดทะเบียนบริษัทอย่างชัดเจน ว่ามีการทำธุรกิจในลักษณะใด มีการจดทะเบียน เป็นบุคคลธรรมดา, ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทฯ โดยเราสามารถขอดูเอกสารได้จากทางบริษัททัวร์หรือตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของDBD ตัวอย่างหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทจาก DBD ของบริษัททัวร์ครับ.ซีโอ จำกัด 2. ที่ตั้ง สถานที่ตั้งของบริษัททัวร์ต้องกำหนดไว้บนเว็บไซต์อย่างชัดเจน และดูน่าเชื่อถือ เป็นอาคารที่มีการเช่าหรืออยู่ในย่านธุรกิจ ไม่ใช่แค่ที่ตั้งตามบู๊ททั่วไป และไม่ควรเป็นที่อยู่พักอาศัย และที่ตั้งในเว็บไซต์ต้องตรงตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว 3. ใบอนุญาต (เลขที่อนุญาติ) ทุกบริษัททัวร์จะต้องมีเลขที่ใบอนุญาตกำหนดชัดเจนในใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ออกโดยกรมการท่องเที่ยว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเลขที่ดังกล่าวก็สามารถตั้งขึ้นเองได้ แต่เราสามารถตรวจได้จากเว็บไซต์ของกรมการท่องเที่ยว http://122.155.9.61:8087/mobiletourguide/info/license/tour และที่สำคัญเราควรตรวจสอบรายละเอียดวันหมดอายุใบอนุญาติจะมีอายุ2ปี และการชำระเงิน ซึ่งใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจะมีการวางเงินเพื่อเป็นหลักประกัน และค่าธรรมเนียม ตามประเภทของใบอนุญาตดังนี้ อัตราค่าธรรมเนียมหลักประกันการประกอบธุรกิจนำเที่ยว OUTBOUND รหัส 11/XXXXX หลักประกัน 200,000 บาท ค่าธรรมเนียม 500 บาท INBOUND รหัส 14/XXXXX หลักประกัน 100,000 บาท ค่าธรรมเนียม 500 บาท ในประเทศ หัส 12/XXXXX หลักประกัน 50,000 บาท ค่าธรรมเนียม 300 บาท เฉพาะพื้นที่ รหัส 13/XXXXX หลักประกัน 10,000 บาท ค่าธรรมเนียม 100 บาท ตัวอย่างใบอนุญาติประกอบธุรกิจนำเที่ยวของบริษัททัวร์ครับ 4. วิธีการดำเนินงาน ต้องมีขั้นตอนการดำเนินงานและหลักฐานที่ชัดเจน และเป็นระบบ การชำระเงินก็ต้องมีหลักฐานเช่นกัน ต้องมีการออกบิลหรือใบเสร็จชำระเงินทุกครั้ง และในใบเสร็จต้องระบุชื่อบริษัททัวร์ที่ชัดเจนให้เราสามารถเก็บไว้เป็นหลักฐานได้ 5. บัญชีธนาคาร ก่อนชำระเงินทุกครั้งเราควรตรวจสอบชื่อบัญชี ไม่ควรเป็นชื่อบัญชีคนทั่วไปหรือมีการอ้างว่าเป็นชื่อของพนักงานในบริษัททัวร์ ควรเป็นชื่อบัญชื่อของบริษัททัวร์ หรือนิติบุคคล เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการซื้อทัวร์มากขึ้น 6. มีช่องทางการติอต่อที่หลากหลาย นอกจากมีช่องทางที่หลากหลายเพื่อการติดต่อที่สะดวกสบายแล้ว ยังเป็นการเพื่อความน่าเชื่อถือให้บริษัททัวร์จะต้องมีช่องทางการติดต่อที่หลากหลายเพื่อเป็นการสร้างความมั่นจให้กับลูกค้า เช่น website, facebook fanpage,instagram, line เป็นต้น 7. ประกันการเดินทาง ผู้ประกอบการบริษัททัวร์จำเป็นต้องมีประกันการเดินทางให้กับลูกค้า ต้องระบุไว้ในเงื่อนไขอย่างชัดเจน เพียงเท่านี้ก็ทำให้เราสามารถมั่นใจเรื่องการซื้อทัวร์ได้มากขึ้น ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อทัวร์ไหนดีก็สามารถดูตามใบอนุญาติ ใบรับรองจากหน่วยงานต่างๆ เพียงเท่านี้ก็จะหมดปัญหา หมดกังวลเรื่องการซื้อทัว
7 แอพต้องมี! เที่ยวจีนสบายใจ แค่ไหนก็ไม่กลัว...
พาพร้อม
จีน
7 แอพต้องมี! เที่ยวจีนสบายใจ แค่ไหนก็ไม่กลัว...
การเตรียมตัวก่อนเดินทางให้พร้อมกับทุกสถาการณ์ คือเคล็ดลับที่จะทำให้เราทริปของเราสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นค่ะ โดยเฉพาะในสมัยนี้ ที่เรามักจะไม่ลืมโหลดแอพพลิเคชันเด็ดๆ เอาไว้ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการท่องเที่ยวของเรา โดยเฉพาะเมื่อต้องไปเที่ยวจีนค่ะ เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าอุปสรรคของการไปเที่ยวจีนนั้น มักจะมีทั้งเรื่องภาษา การเดินทาง รวมถึงการเล่น Social Media ต่างๆ ดังนั้นวันนี้ทัวร์ครับจึงได้รวบรวม 7 แอพพลิเคชันที่จะทำให้การไปเที่ยวจีนของคุณนั้นสะดวกสบายยิ่งขึ้น มาดุกันสิว่า มีแอพพลิเคชันอะไรน่าสนใจบ้าง... พลีโก้ (Pleco) แอพพลิเคชันที่จะช่วยให้การสื่อสารกับคนจีนของคุณง่ายขึ้นกับแอพ พลีโก้ แอพพลิเคชันพจนานุกรมภาษาจีน ที่เต็มไปด้วยฟังก์ชั่นน่าสนใจมากมาย โดยแอพนี้จะทำการแปลภาษาจากภาษาอังกฤษ - ภาษาจีน ซึ่งเราสามารถพิมพ์คำศัพท์ลงไปในแอพพลิเคชั่น หรือหากใครเก่งภาษาจีนขึ้นมาหน่อย ก็สามารถใช้ฟังก์ชั่นพู่กัน เขียนคำศัพท์ภาษาจีนลงไปได้ นอกจากจะได้ความหมายภาษาในการสื่อสารแล้ว พลีโก้ยังมีตัวอย่างการใช้คำศัพท์ในประโยคภาษาจีน และยังสามารถฟังการออกเสียงได้อีกด้วยค่ะ สุดยอดจริงๆ... กูเกิ้ล แปลภาษา (Google Translate) แอพพลิเคชันแปลภาษาเรารู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เชื่อว่านักเที่ยวส่วนใหญ่ ต้องโหลดติดเครื่องไว้ใช้ยามฉุกเฉินแน่นอนเพราะเจ้าแอพ Google Translateนี้สามารถแปลได้ทุกภาษาบนโลกไม่ว่าจะเป็น ไทย -จีน, อังกฤษ-จีน โดยเราสามารถพิมพ์คำศัพท์ที่ต้องการรู้ หรือจะใช้การพูดจากเจ้าของภาษา เพื่อสื่อสารก็ได้เช่นกันค่ะ ยังค่ะ ยังไม่หมดหากใครอยากรู้ว่าป้ายภาษาจีนที่เขียนอยู่นั้นแปลว่าอะไร? ก็สามารถเปิดกล้องถ่ายรูปแล้วถ่ายรูปของป้ายที่มีภาษาจีนเจ้าแอพนี้ก็จะแปลออกมาเป็นภาษาไทยให้เลย สะดวกไปอีกค่ะ ทัวร์ครับขอแนะ : หากใครกลัวจะเปลืองอินเตอร์เน็ต Google Translate นั้นสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต เพียงแค่ดาวน์โหลด ภาษาที่ต้องติดเครื่องไว้ แค่นี้ก็แปลภาษาจีนแบบไม่เปลืองเน็ตแล้ว แผนที่กูเกิ้ล (Google Maps) อีกหนึ่งแอพพลิเคชันช่วยชีวิตที่ต้องมีติดมือถือไว้เพื่อความอุ่นใจ ไม่ว่าจะไปไหนเราจะเชื่อมั่นได้ว่าGoogle Maps จะช่วยเราได้ เพราะหากเราหลงทาง อยากเช็คสภาพการจราจรในประเทศจีน การเดินทางในจีน เจ้าGoogle Maps ก็สามารถช่วยเหลือเราได้เป็นอย่างดีค่ะ สามารถใช้งานได้เหมือนกับประเทศอื่นๆเลย ซึ่งGoogle Maps เพิ่งจะได้รับอนุญาตให้เปิดบริการได้ในประเทศจีนเมื่อมาไม่นานมานี้ แน่นอนว่าทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความสะดวกสบายในการไปเที่ยวจีนขึ้นเยอะเลยค่ะ ตี้ตี้ (Didi) หมดปัญการคุยกับคนขัยแท็กซีในจีนไม่รู้เรื่อง หรือโดนโก่งราคา เพราะ ตี้ตี้ คือแอพพลิเคชันสำหรับเรียกรถยนต์ส่วนบุคคล ที่อยากจะหารายได้พิเศษมาขับรถ หรือจะพูดง่ายๆ ว่าเหมือนUBER ที่เรารู้จักนั่นเองค่ะ แต่ความพิเศษของแอพลิเคชันนี้ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างเราก็คือ ทุกอย่างในแอพเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้เราสามารถระบุจุดหมายปลายทางได้อย่างถูกต้อง และยังชำระเงินได้ด้วยบัตรเครดิตหลากหลายประเภทแบบสากล หมดห่วงเรื่องการเดินทางในประเทศจีนไปได้เลยค่ะ วีแชท (WeChat) หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาว่า ประเทสจีนนั้นจะบล็อคแอพพลิเคชัน Social Media ที่เราใช้กันอยู่ประจำเกือบทั้งหมดค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube หรือ Twitter ดังนั้นเราอาจจะแอปพลิเคชันเอาไว้แชทในประเทศจีน มีเพียงแอพเดียวเท่านั้นที่ทางรัฐบาลจีนอนุญาต นั่นก็คือ WeChat นั่นเองค่ะ ซึ่งเจ้าแอพ WeChat นั้นมีฟังก์ชั่นแล้วรูปแบบการใช้งานเหมือนกันกับ LINE ทุกอย่าง จึงเป็นแอพที่ควรโหลดไว้กันเหนียวเผื่อว่าวันไหนเน็ตโทรศัพท์จาก Travel Sim ของเราหมด เราก็ยังสามารถใช้ WeChat ติดต่อกับเพื่อนได้ค่ะ OpenDoor หากใครกลัวว่าไปจีนแล้วจะได้เล่น Social Media ที่เรารักไม่ได้ ทัวร์ครับมีแอพพลิเคชันที่จะทำให้คุณเล่นแอพได้เหมือนกับอยู่ไทยเลยค่ะ แอพนี้มีชื่อว่า Opendoor ที่แปลง่ายๆว่าเป็นการเปิดประตูนั่นเองค่ะ เพราะเจ้าแอพนี้จะทำให้เราเล่นแอพที่เราคุ้นเคยอยาก Facebook, Youtube และ Twitter ได้แบบสบายใจ ใช้งานได้ไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่พิมพ์เว็บที่เราอยากเข้าเท่านั้นเอง ดีงามขนาดนี้ไม่โหลดไงกันนน... ExpressVPN ถึงแม้จะลองใช้วิธีแก้ปัญหามาทุกวิธีทางแล้ว บางแอพพลิเคชันก็ยังไม่สามารถใช้งานในประเทศจีนได้ ทางแก้สุดท้ายก็คือการเปลี่ยน VPN แต่บางแอพที่ใช้ในการเปลี่ยน VPN ก็ไม่ค่อยเสถียร ทัวร์ครับขอแนะนำ ExpressVPN แอพพลิเคชันสำหรับเปลี่ยน VPN ที่ได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลจีนถูกต้อง และมีความสเถียรในการเปลี่ยน VPN สุดๆ ไม่ว่าจะแอพไหนของเรา ก็เล่นในจีนได้อย่างสบายบรื๋ออออ... หวังว่าทั้ง 7 แอพพลิเคชันที่ทัวร์ครับแนะนำในวันนี้ จะทำให้การไปเที่ยวจีนของทุกท่านสนุก และสะดวกสบายยิ่งขึ้น หากใครโหลดไปใช้จริงแล้ว อย่าลืมมารีวิวให้ทัวร์ครับฟังกันบ้างนะคะ รู้จักแอพดีดีก่อนไปเที่ยวจีนแล้ว ต่อมาเรามาศึกษาเรื่องวีซ่าจีนกันหน่อยดีกว่า ว่ามีขั้นตอนและรายละเอียดอะไรบ้าง ? จะได้เตรียมตัวไปเที่ยวจีนกันได้แบบลื่นไหล ไม่มีสะดุด! >>>วีซ่าจีน ไม่ใช่เรื่องยาก รู้ไว้ไม่พลาดแน่นอน!<<<<
เวลาของคุณมีค่า ทำไมต้องใช้เวลาหาทัวร์เป็นอาทิตย์
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
เวลาของคุณมีค่า ทำไมต้องใช้เวลาหาทัวร์เป็นอาทิตย์
วิธีการหาแพ็คเกจทัวร์ของคุณแบบง่ายๆ ใครก็ใช้ได้ เจอแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นที่ใช่ภายใน 5 นาที คุณผู้ชายและคุณผู้หญิงที่อยากไปเที่ยวกับทัวร์ญี่ปุ่น แต่ เอ~ จะไปเที่ยวญี่ปุ่นกับทัวร์ไหนดีน้า จริงๆแล้วทัวร์ทุกทัวร์ต้องการบริการให้ลูกทัวร์พอใจอยู่แล้ว แต่สิ่งที่อาจทำให้ไม่ประทับใจส่วนใหญ่เป็นเพราะโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นไม่ถูกใจ ซึ่งวันนี้ผมจะมาแนะนำเว็บไซต์ในการหาทัวร์ญี่ปุ่นที่สามารถดูง่ายเข้าใจง่าย สามารถตรวจสอบโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นได้ในเว็บไซต์ เพื่อช่วยในการตัดสินใจในการเลือกทัวร์ญี่ปุ่นให้ง่ายขึ้น http://tourkrub.co ถ้าพูดถึงการใช้งานง่ายต้องเว็บไซต์นี้เลย จอง online ได้24ชม. ตัวหนังสือไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย จองแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นง่าย มีปฏิทินวันเดินทาง รายละเอียดโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นครบถ้วน ต่อให้คนที่ใช้คอมพิวเตอร์ไม่เก่งก็สามารถจองแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ (เว็บไซต์นี้ไม่ได้มีแพ็คเกจแค่ทัวร์ญี่ปุ่นนะ ใครที่สนใจแพ็คเกจทัวร์เกาหลี แพ็คเกจทัวร์ฮ่องกง ฯลฯ สามารถหาที่นี่ได้เลย) นี่คือเครื่องมือที่จะช่วยทำให้เราสามารถหาแพ็คเกจทัวร์ตามที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว โดยต้องเข้าไปหน้าแพ็คเกจทัวร์ของแต่ละประเภท และเราก็สามารถเลือกสถานที่ กิจกรรม และฤดูกาลตามที่เราต้องการ และเว็บไซต์จะทำการคัดกรองแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นออกมาตามที่เราต้องการได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีอีกฟังก์ชันด้านซ้ายมือของเว็บที่สามารถเลือกสิ่งที่ต้องการได้อย่างละเอียดขึ้นไปอีก เช่น ราคา เดือนที่จะไป เส้นทางที่จะไป จำนวนวัน สายการบิน) นอกจากนั้นสิ่งที่ช่วยให้คุณหาแพ็คเกจทัวร์ง่ายขึ้นอีกอย่างก็คือ สามารถค้นหาคำที่เราอยากเจอเป็นสถานที่หรือสิ่งของได้ เช่น ค้นหาว่า “ภูเขาไฟฟูจิ” ก็จะแสดงแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นที่พาไปภูเขาไฟฟูจิ หรือ พิมว่า “ขาปูยักษ์” ก็จะมีแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นที่พาไปกินขาปูยักษ์ด้วย และอีกฟังก์ชันที่ดีก็คือ มีปุ่มกดไลค์เพื่อเก็บหน้าเพจนั้นไว้อ่านคราวหลังได้ด้วย! เพียงแค่คลิกปุ่มนี้ คราวหน้าที่เข้ามาเว็บนี้อีกเราจะสามารถเจอแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นที่เราชอบได้ง่ายๆเลย ในส่วนของหน้านี้เป็นรายละเอียดของแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นแต่ละแพ็คเกจว่ามีอะไรบ้าง พร้อมรูปภาพประกอบที่เป็นไฮไลท์ของแพ็คเกจทัวร์ มีราคา สายการบิน และวันเดินทาง(เมื่อเอาเม้าส์วางจะมีช่วงเวลาอื่นแสดงด้วย) เมื่อคลิกเข้ามาข้างในแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นจะมีข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่จะไปและรายละเอียดต่างๆในแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นอย่างเป็นระเบียบ กระชับและได้ใจความ สามารถจองแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นได้ทั้งผ่าน เว็บไซต์ Line และโทร ตามแต่ที่สะดวก จะเห็นว่าเว็บ http://tourkrub.co เน้นการใช้งานง่ายไม่ว่าใครก็สามารถหาแพ็คเกจทัวร์แต่ละบริษัททัวร์ต่างๆได้ในเว็บไซต์นี้ สามารถค้นหาแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นที่ต้องการสะดวกรวดเร็ว
เที่ยวต่างประเทศด้วยเงินเพียง 10000 บาท
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
เที่ยวต่างประเทศด้วยเงินเพียง 10000 บาท
เที่ยวต่างประเทศไม่ใช่เรื่องยาก มีเงินไม่ต้องมากก็เที่ยวได้ สำหรับใครที่อยากจะเที่ยวแต่มีงบประมาณที่จำกัด วันนี้เราก้จะมาแนะนำทริคดีๆ ที่ไม่ต้องใช้ตังค์เยอะก็สามารถไปเที่ยวต่างประเทศได้ นั่นก็คือการเที่ยวใชช่วง low season หลายๆคนคงสงสัย เอ๊ะ!เที่ยว low season จะดีหรอ จะสนุกมั๊ย ใครเค้าจะไปเที่ยวกันช่วง low season ชื่อก็บอกอยู่ว่า low ขอบอกเลยนี่แหละทีเด็ด ที่สำคัญอยากจะไปเที่ยววันนี้วันพรุ่งเลยยังได้ ไม่ต้องวางแผนนานไม่ต้องแย่งกันกิน แย่งกันเที่ยวแน่นอน เราไปดูข้อดีของการเที่ยวในช่วง low season กันมีดีกว่าที่ทุกคนคิดแน่นอน 1. คุ้มสุดๆ ขอบอกเลยว่าการเที่ยวในหน้า low seasonเนี่ย คุ้มสุดๆ ไม่ว่าจะบริษัททัวร์ สายการบิน ที่พัก โรงแรม ต่างก็พากันลดกระหน่ำ ค่าใช้จ่ายพวกนี้จะถูกลงเกือบครึ่ง ขอบอกทริคเล็กๆน้อยว่าเวลาจองถ้าตั๋วหรือแพกเกจทัวร์เนี่ยเวลาใกล้ออกเดินทาง แล้วที่นั่งยังขายไม่หมดราคาก็จะยิ่งถูกลงเรื่อยๆ แต่ก็ต้องคอยเฝ้า ต้องอาศัยดวงกันนิดนึง นี่ก็เป็นแพ็คเกจทัวร์ช่วงlow season ที่ถูกมากก เป็นของบริษัททัวร์ครับ https://.tourkrub.co หรือเข้าไปดูเว็บไซต์ของบริษัทที่คุ้นเคยแล้วหาโซนที่ลดราคา 2. คนน้อย ถ่ายรูปสวย เที่ยวสนุก ในช่วงlow season บอกเลยว่าคนเที่ยวไม่แน่นมาก ไม่ต้องไปเบียดกับใครให้หงุดหงิด รถก็ไม่ติดไปไหนก็ไม้ต้องต่อคิวให้เสียเวลา ไม่ต้องแย่งกันกิน แย่งกันเที่ยว จะถ่ายรูปตรงไหนเลือกมุมได้ตามสบายไม่ติดคนแน่นอน 3. ช้อปกระหน่ำ ในช่วง low season ตามแต่ละประเทศต่างๆก็จะมีสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็คือ ลดกระหน่ำ ตามร้านรวงต่างๆ ตามห้างสรรพสินค้าก็จะพากันลดแหลก มีโปรโมชั่นลดแล้วลดอีก พวกนี้ก็จะสามารถดึงเหล่านัก ช้อปทั้งหลายได้เป็นอย่างดี หรือใครที่มีงบจำกัดก็แนะนำเลยว่าช่วงlow seasonนี่แหละเหมาะสำหรับการช้อปสุดๆแล้ว เป็นยังไงกันบ้างพอจะเห็นข้อดีในการไปเที่ยวช่วงlow season กันบ้างหรือยัง ถึงแม้จะมีฝนตกบ้าง สภาพอากาศไม่เป็นใจซักเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ได้บอกเลยว่าคุ้ม!!!
น้ำหนักกระเป๋าของแต่ละสายการบิน
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
น้ำหนักกระเป๋าของแต่ละสายการบิน
น้ำหนักกระเป๋าที่สามารถนำไปเที่ยวได้ในแต่ละสายการบิน เมื่อต้องเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศจะได้ไม่เสียเงินเปล่า 1. น้ำหนักกระเป๋าบางกอกแอร์เวย์ สัมภาระติดตัว น้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม : 1 คน สัมภาระสำหรับโหลดใต้เครื่อง (ถ้าเป็นสมาชิกได้เพิ่มอีก 10 กก.) Economy Class น้ำหนักไม่เกิน 20 กก. : ผู้ใหญ่ 1 คน / ไม่เกิน 10 กก. : 1 เด็กทารก Business Class น้ำหนักไม่เกิน 30 กก. : ผู้ใหญ่ 1 คน / ไม่เกิน 10 กก. : 1 เด็กทารก จาก www.bangkokair.com/tha/pages/discovery_airpass/discovery-airpass-terms-and-conditions น้ำหนักกระเป๋าไทยสมายล์แอร์เวย์ สัมภาระติดตัว น้ำหนักไม่เกิน 7 กก. : 1 คน สัมภาระสำหรับโหลดใต้เครื่อง Smile Class น้ำหนักไม่เกิน 20 กก. : 1 คน / ไม่เกิน 10 กก. : 1 เด็กทารก Smile plus Class น้ำหนักไม่เกิน 30 กก. : 1 คน / ไม่เกิน 10 กก. : 1 เด็กทารก จาก www.thaismileair.com/th/Terms-and-Conditions น้ำหนักกระเป๋าแอร์เอเชีย สัมภาระติดตัว น้ำหนักไม่เกิน 7 กก. : 1 คน สัมภาระสำหรับโหลดใต้เครื่อง ไม่มีบริการโหลดสัมภาระฟรีนะครับ โดยน้ำหนักแต่ละชิ้นต้องไม่เกิน 32 กก. จาก www.airasia.com/th/th/baggage-info/checked-baggage.page น้ำหนักกระเป๋านกแอร์ สัมภาระติดตัว น้ำหนักไม่เกิน 7 กก. : 1 คน สัมภาระสำหรับโหลดใต้เครื่อง จาก nokair.com/content/th/journey-planning/baggage-information.aspx น้ำหนักกระเป๋าการบินไทย สัมภาระติดตัว น้ำหนักไม่เกิน 7 กก. : 1 คน สัมภาระสำหรับโหลดใต้เครื่อง รอยัล เฟิร์สคลาส น้ำหนักไม่เกิน 50 กก. : 1 คน / ไม่เกิน 10 กก. : 1 เด็กทารก รอยัล ซิลคลาส น้ำหนักไม่เกิน 40 กก. : 1 คน / ไม่เกิน 10 กก. : 1 เด็กทารก พรีเมี่ยมชั้นประหยัดและชั้นประหยัด น้ำหนักไม่เกิน 30 กก. : 1 คน / ไม่เกิน 10 กก. : 1 เด็กทารก จาก www.thaiairways.com/thTH/planmytrip/travelinformation/Baggage.page น้ำหนักกระเป๋าไลออนแอร์ สัมภาระติดตัว น้ำหนักไม่เกิน 7 กก. : 1 คน สัมภาระสำหรับโหลดใต้เครื่อง น้ำหนักไม่เกิน 15 กก. : 1 คน (ภายในประเทศ) น้ำหนักไม่เกิน 20 กก. : 1 คน (ระหว่างประเทศ) จาก www.lionairthai.com/en/th/Terms-and-Conditions น้ำหนักกระเป๋าโอเรียนท์ไทย สัมภาระติดตัว น้ำหนักไม่เกิน 7 กก. : 1 คน สัมภาระสำหรับโหลดใต้เครื่อง น้ำหนักไม่เกิน 15 กก. : 1 คน จาก www.flyorientthai.com/th/promotion/no-dangerous-goods-on-aircraft-th/
12 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนไปไหว้พระที่ประเทศจีนเพื่อความเป็นสิริมงคล
พาพร้อม
จีน
12 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนไปไหว้พระที่ประเทศจีนเพื่อความเป็นสิริมงคล
ทำบุญไหว้พระที่ประเทศจีนเพื่อความเป็นสิริมงคลกับ 12 สิ่งที่ควรรู้เมื่อไปไหว้พระกับทัวร์จีน การเยี่ยมชมวัดที่ประเทศจีนอาจจะเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะไปกับทัวร์จีนหรือจะไปด้วยตัวเอง ในประเทศจีนนั้นมีหลายศาสนาและมีกฎระเบียบหรือมารยาทเมื่อเข้าชมสถานที่ศักดิ์สิทธ์เหล่านี้ ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักวัดจีนและวิธีการไปท่องเที่ยววัดจีนทั้งไปกับทัวร์จีนและไปด้วยตัวเอง ประเภทของวัด ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่และมีประวัติหลายศาสนา และหลายปรัชญา ซึ่งประเภทของวัดที่พบมากที่สุดในประเทศจีน คือ พุทธ, ลัทธิเต๋าและขงจื้อ ซึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้เป็นสถานที่ของการปฏิบัติธรรมและสถานที่พำนักของพระสงฆ์และแม่ชีในประเทศจีน วัดยอดนิยม มีหลายวัดที่เป็นที่นิยมในประเทศจีนซึ่งผมจะยกตัวอย่างมา 3 วัดดังนี้ วัดหนานผู่ถัว เป็นวัดที่เก่าแก้ในสมัยราชวงศ์ถัง นมัสการพระโพธิสัตว์ กวนอิมปางพันมือ ชาวพุทธจากทั่วโลกจะเข้ามาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ลองหาแพ็คเกจทัวร์จีนที่พาไปเที่ยววัดหนานผู่ถัวไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลดูครับ วัดหนานซาน มีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่ มีคนเปรียบวัดหนานซานว่าอายุยืนเท่าเขาหนานซาน เชื่อว่าถ้าใครได้มาสักการะที่วัดหนานซานจะมีอายุยืนยาว และมีความเชื่ออีกว่าหากใครมาสักการะและขอพรจากองค์เจ้าแม่กวนอิมที่วัดหนานซาน จะสมปรารถนา (เป็นความเชื่อนะครับ) วัดเดรปุง เป็นวัดเก่าแก่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1416 มีความสวยงามและนักท่องเที่ยวต่างเข้ามาชมวัด วัดเดรปุงเป็นวัดที่มีพื้นที่กว้างที่สุดของทิเบต (200,000 ตารางเมตร) เป็นวัดที่ร่ำรวยที่สุดในทิเบต และความสูงกว่า 3900 เมตร วัดเส้าหลิน หรือ “เสี้ยวลิ้มยี่” เป็นวัดพุทธนิกายเซ็นอันดับหนึ่งของประเทศจีน เป็นสถานที่สำหรับฝึกวิทยายุทธ์ของหลวงจีน วัดเส้าหลินเป็นวัดที่มีชื่อเสียงและโด่งดังที่สุดทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีแพ็คเกจทัวร์จีนที่พาไปท่องเที่ยววัดเส้าหลินให้เลือกในบริษัททัวร์ด้วยนะ วัดฉงหยวน เป็นวัดเก่าแก่กว่า 1500 ปี และมีชื่อเสียง มีนักท่องเที่ยวนมัสการองค์เจ้าแม่กวนอิมซึ่งมีความสูงถึง 33 เมตร และน้ำหนัก 80 ตันเลยทีเดียว มีแพ็คเกจทัวร์จีนที่พาไปเที่ยววัดฉงหยวนด้วยนะ ช่วงเวลาน่าไป เวลาที่น่าไปเที่ยวสถานที่ศาสนาในประเทศจีนคือช่วงเวลาตอนเช้า เพราะอากาศตอนเช้านั้นอากาศดี มีอุณหภูมิที่เย็นสบาย พระสงฆ์และแม่ชีมักจะกลับมาจากการสวดมนต์ตอนเช้า โดยวัดส่วนใหญ่จะเปิดตลอดทั้งปีและทั้งวัน เช้าจรดค่ำ (ซึ่งตรงนี้อาจจะอยู่ที่แพ็คเกจทัวร์จีนจะพาเราไปช่วงเวลาไหน) ตั๋ว โดยทั่วไปแล้ววัดเปิดให้เข้าชมจะต้องซื้อตั๋วก่อนเข้าสถานที่ จะมียามอยู่หน้าประตูเรียกดูตั๋วก่อนเข้าไป ซึ่งเงินที่ได้จากการซื้อตั๋วจะมอบให้แก่พระสงฆ์ แม่ชีและเจ้าหน้าที่อื่นๆ การเข้า-ออก วัดส่วนใหญ่ในประเทศจีนจะเปิดประตูทางทิศใต้ของวัด ผู้ที่จะเข้าไปชมวัดควรเข้ามาจากทางทิศใต้ของประตูทางเข้าและออกประตูทางเหนือ การเปิดประตูหมายความว่าต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้าไปชมภายในวัดได้อย่างอิสระ ส่วนประตูที่ปิดก็ไม่ควรไปพยายามเปิดและเข้าไปเพระนั่นหมายถึงสามารถเข้าได้แค่ผู้ที่ทำงานภายในวัดเท่านั้น การซื้อธูป โดยทั่วไปของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศจีนจะกำหนดให้ขายธูปข้างนอกวัด ผู้คนจะซื้อธูปและถือไว้ในมือทั้งสองข้างและอธิฐานและวางธูปเมื่อสวดมนต์เสร็จ (ไกด์ในทัวร์จีนจะพาไปซื้ออยู่แล้ว) การถ่ายรูปและวิดีโอ ส่วนใหญ่แล้วภายในวัดจะไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพโดยใช้แฟลช ซึ่งบางที่ก็ไม่ให้ถ่ายภาพหรือวิดีโอได้เลย หากไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ก่อนจะถ่ายภาพหรือวิดีโอก็ควรถามพระภิกษุสงฆ์ ถ้าได้รับอนุญาตให้ถ่ายได้ก็ถ่าย โดยทั่วไปถ้าไปกับทัวร์จีนไกด์จะเตือนเราเรื่องการถ่ายภาพก่อน ไกด์จะถามว่าอนุญาตให้ถ่ายรูปได้ไหม เพราะฉะนั้นเพื่อความแน่นอนซื้อแพคเกจทัวร์จีนไปจะดีกว่า การแต่งตัว ทั้งผู้ชายและผู้หญิงควรใส่เสื้อที่คลุมไหล่เมื่อไปสถานที่ศักดิ์ กางเกงขาสั้นคลุมเข่า หากสวมหมวกมาก็ควรถอดออกเมื่อเข้าสู่พระวิหาร บางที่อาจให้ถอดรองเท้า สามารถแต่งตัวสบายๆได้แต่ไม่ควรเปิดให้เห็นเนื้อหนังมากเกินไป มารยาท นอกจากการแต่งตัวให้เหมาะสมแล้วต้องมีมารยาทเมื่อเข้าชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเข้าไปแล้วควรปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือเปิดสั่นไว้ เวลาคุยโทรศัพท์ก็ไม่ควรพูดเสียงดังภายในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรจับพระพุทธรูปหรือรูปปั้นศักดิ์สิทธิต่างๆ เมื่อมีพระภิกษุสงฆ์หรือแม่ชีเข้ามาก็ควรยืนขึ้นเพื่อแสดงความเคารพ และสุดท้ายคือไม่ควรรับประทานอาหารในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรพิจารณาตามความเหมาะสม ผู้ที่เข้ามาสวดมนต์หรือบูชาสักการะที่วัดแบบจริงจังจริงใจ ไม่ควรทำเล่นๆต้องให้เกียรติสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วย การบริจาค กล่องบริจาคส่วนใหญ่มีทุกวัด บางทีก็มักจะวางกล่องบริจาคไว้ใกล้ๆอาหาร เทียน อื่นๆ สามารถบริจาคได้ตามศรัทธา $1US 1หยวน 10หยวน แล้วแต่กำลังที่มี ข้อกำหนดสำหรับผู้หญิง ผู้หญิงไม่ควรสัมผัสพระสงฆ์โดยตรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดพระพุทธศาสนา หากจะมอบอาหารหรือของบริจาคควรจะเป็นผู้ชายและควรมอบให้ด้วยมือข้างขวา แม้แต่มารดาของพระภิกษุสงฆ์ก็ต้องทำตามข้อกำหนดนี้ ข้อกำหนดอื่น นักท่องเที่ยวควรจะก้าวเท้าเข้าพระวิหารด้วยเท้าซ้ายเป็นครั้งแรกและออกด้วยเท้าขวาเป็นครั้งแรก นอกจากนี้วิธีดั้งเดิมในการทักทายพระภิกษุสงฆ์คือการเอาวางมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน ทีนี้เราก็รู้สิ่งที่ควรทำเมื่อไปเที่ยวสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่จีนกันแล้ว เมื่อเราหาแพ็คเกจทัวร์จีนเจอแล้วไปประเทศจีนกันจะได้ปฏิบัติตัวเองได้ถูกต้องตามวัฒนธรรม ซึ่งถ้าเราไปกับทัวร์จีนแล้วจะสะดวกและไม่ต้องกังวลด้วย แพ็คเกจทัวร์ จีน