All articles abouts เที่ยวสิงคโปร์

Best in travel 20 city  บุกตะลุย 20 เมืองห้ามพลาด เที่ยวต่างประเทศที่ไหนดี ??

Best in travel 20 city บุกตะลุย 20 เมืองห้ามพลาด เที่ยวต่างประเทศที่ไหนดี ??

08 มี.ค. 60

สวัสดีค่ะ วันนี้ ทัวร์ครับ มานำเสนอ Best in travel 20 city บุกตะลุย 20 เมืองในต่างประเทศห้ามพลาด ว่าแต่ว่าในปีนี้ใครมีแพลนไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างเอ่ย ถ้าใครยังคิดไม่ได้นึกไม่ออก ทัวร์ครับก็มีสถานที่เที่ยวต่างประเทศมาแนะนำให้ได้เก็บเอาไปคิดและวางแผนเที่ยวกัน หรือใครที่ยังเก็บสถานที่เที่ยวต่างประเทศไม่ครบก็ตามเชคลิสกันได้เลยจ้า.. LOS ANGELES : USA ลอสแอนเจลิสหรือที่ใครหลายคนรู้จักในนามของ แอลเอ(LA) พูดไปใครๆก็รู้จักเพราะที่นี่เขาดังมาจากอุตสาหกรรมภาพยนต์(หนังฮอลลีวูด) แถมยังเป็นศูนย์รวมความบันเทิงต่างๆ อย่างสถานที่จัดการประกาสรางวัลออสการ์ รวมถึงแหล่งช้อปปิ้งสุดหรูอย่างโรดิโอไดรฟ์ สนุกสนานไปกับสวนสนุกดิสนีย์แลนด์และยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ ไฮไลท์สำคัญที่ต้องห้ามพลาดนั่นก็คือถนนฮอลลีวูดวอร์กออฟเฟม ที่ประดับด้วยแผ่นหินเป็นรูปดาวห้าแฉก ที่ดาราระดับฮอลลีวูดได้มาจารึกชื่อ รอยมือ รอยเท้าไว้ตามท้องถนนแห่งนี้   LONDON : ENGLAND เป็นที่รู้กันดีว่าลอนดอน เมืองหลวงสุดฮิปของประเทศอังกฤษที่มีสถานที่น่าสนใจมากมาย ลอนดอน มีชื่อเสียงในเรื่องของพิพิธภัณฑ์ที่เป็นแหล่งความรู้ชั้นนำของโลก มีผู้คนเข้ามาท่องเที่ยวเยี่ยมชมไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นที่ บริติชมิวเซียม พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จุดแลนด์มาร์กอย่างหอนาฬิกาบิ๊กเบน เดินเก็บภาพบรรยากาศบนสะพานทาวเวอร์บริดจ์ และห้ามพลาดกับหัวใจหลักของลอนดอนนั่นคือถนนอ็อกฟอร์ด (Oxford Street) แหล่งช็อปปิ้งชื่อดังซึ่งมีระยะทางถึง 1.6 กิโลเมตร   LISBON : PORTUGAL โปรตุเกสประเทศที่ถูกลืมสำหรับใครหลายคนเมื่อนึกถึงทวีปยุโรป เมืองลิสบอนเมืองเล็กๆที่มากล้นด้วยเสน่ห์ ทั้งบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมและอารยธรรมอันสวยงาม เที่ยวชมเมืองด้วยรถราง อาคารสิ่งปลูกสร้างถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีความเก่าคลาสสิคอายุพันปี แต่ก็มีความสวยงามตามแบบโคโลเนียล ดึงดูดให้นักเดินทางต้องไปเยือนให้ได้ซักครั้งในชีวิตไฮไลท์ของลิสบอนคือการไปชมปราสาทของเซนต์จอร์จ ปราสาทขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง สามารถชมวิวเมืองได้ 360 องศา ถือว่าเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของเมืองลิสบอนเลยหล่ะ   PISTOIA : ITALY พิสโตเอีย เป็นเมืองชนบทเล็กๆที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของอาคารบ้านเรือนใน ยุคกลาง มีมหาวิหาร Cattedrale di San Zeno ด้านหน้าโบสถ์โดดเด่นด้วยศิลปกรรม สไตล์โรมัน ส่วนภายในโบสถ์ก็ตกแต่งอย่างสวยงาม ไฮไลต์เด่นภายในมหาวิหารนี้คือแท่นบูชาของเซนต์เจมส์   VIENNA : AUSTRIA เวียนนา 1 ในเมืองที่คลาสสิกและโรแมนติกที่สุดในแถบยุโรปตะวันออก เมืองที่ยูเนสโกยกให้เป็นมรดกในด้านความงดงามด้านศิลปะและประวัติศาสตร์อันยาวนาน ชมความสง่างามของพระราชวังเบลเวเดียร์, มหาวิหารเซนต์ สตีเฟน และจุดสำคัญที่เรียกได้ว่าถ้าไปแล้วต้องไปเยือนที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรก ก็คือ พระราชวังเชินบรุนน์ศูนย์กลางการปกครองของจักรวรรดิออสเตรียนั่นเอง   PRAGUE : CZECH REPUBLIC กรุงปราก กลิ่นอายของเมืองเก่าและความโรแมนติก ทั้งความสวยงามในเรื่องรูปแบบสถาปัตยกรรม สิ่งก่อสร้างโบราณที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นปราสาทปราก, สะพานชาร์ลส์ และสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์อีกมากมาย ทำให้กรุงปรากเป็นเมืองที่สามารถทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนหลงไหลในความสวยงามและอบอุ่นของเมืองแห่งนี้   AMSTERDAM : NETHERLANDS เขาว่ากันว่ากรุงอัมสเตอร์ดัมนั้นถือเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งในยุโรป ดินแดนแห่งจักรยานของโลก เป็นเมืองต้นแบบแห่งวัฒนธรรมการปั่นจักรยาน อีกทั้งยังมีสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามและประวัติศาสตร์มากมาย ส่วนสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวชอบเดินทางมาเที่ยวที่นี่ก็คือ การล่องเรือชมความสวยงามของเมืองทั้งสองข้างทาง ไฮไลท์ของอัมสเตอร์ดัมคงไม่พ้น Nescio Bridge สะพานข้ามแม่น้ำที่สวยที่สุดในอัมสเตอร์ดัมและเป็นสถานที่ยอดฮิตของนักท่องเที่ยว   BARCELONA : SPAIN บาร์เซโลน่าในที่นี้ไม่ใช่ชื่อทีมฟุตบอลแต่อย่างใด แต่เป็นเมืองหนึ่งในประเทศสเปน ซึ่งหากใครได้มีโอกาสมาเที่ยวสเปนแล้ว คุณห้ามพลาดที่จะไปเยือนเมืองบาร์เซโลน่า บาร์เซโลน่าเป็นเมืองหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวกันมากนัก แต่จริงๆแล้ว เมืองนี้เป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม อาหาร และชื่อเสียงด้านกีฬา นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมที่หลากหลายและสวยงามมากอีกด้วย   TAITUNG : TAIWAN เชื่อว่านักท่องเที่ยวหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้จักไถตงมากนัก จริงๆแล้วไถตงก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่อยากให้ลองไปเที่ยวดูสักครั้ง “ไถ” มาจาก “ไต้หวัน” ส่วน “ตง” แปลว่า “ตะวันออก” เพราะฉะนั้นไถตงก็คือไต้หวันตะวันออกนั้นเอง ที่ไถตงนั้นจะเน้นที่เที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม เหมาะสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปเป็นอยากมาก หากมีโอกาสได้ลองมาเที่ยวที่นี่ แนะนำให้ลองนั่งรถไฟชมวิวทะเลแปซิฟิตดูสักครั้ง รับรองภาพความสวยงามของธรรมชาติจะตาตรึงคุณไปอีกนานเลยทีเดียว (การนักรถไฟชมวิวควรมีเวลาสัก 2 วัน เพื่อที่จะได้คุ้มค่ารถไฟ)   SPLIT : CROATIA ขึ้นชื่อว่าอยู่ในโครเอเชียแล้วต้องยกให้ความโรแมนติกเป็นที่หนึ่งเลยทีเดียว เมืองสปลิทที่อยู่ในโครเอเชียนั้นถือว่าเป็นเมืองที่มีความเก่าแก่มาก ในปัจจุบันถือเป็นเมืองท่าที่สำคัญทางการค้าและการท่องเที่ยวของโครเอเชียเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีบรรยากาศดี ทิวทัศน์งดงาม มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ใครที่ได้ไปแล้วถ่ายรูปออกมาจะสังเกตได้ว่ารูปทุกรูปนั้นมีความชิคความคูล ความชีวิตดีอยู่ในรูปทุกรูปแน่นอน หากอยากไปพักผ่อนชิลๆล่ะก็ ต้องนึกถึงที่นี่ที่แรกเลย   DUBAI : ARUB EMIRATESNCE สุดยอดเมืองที่กำลังเจริญรุ่งเรือง เชื่อว่าหลายๆคนคงรู้กันอยู่แล้วว่าดูไบเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเศรษฐี ท้องถนนจะเห็นรถซุปเปอร์คาร์ตลอดเส้นทาง จึงทำให้ดูไบมีสถานที่ท่องเที่ยวที่อลังการกว่าที่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ตึกที่สูงที่สุดในโลก (burj khalifa) ชายหาดที่ถูกถมให้เป็นรูปต้นปาล์ม (palm jumeirah) ตู้ปลาขนาดยักษ์ที่อยู่ในใจกลางห้าง (dubai mall) หรือจะเล่นสกีในเมืองทะเลทรายที่ห้างก็ทำได้ (Mall of the Emirates) หรือใครอยากไปผจญภัยสัมผัสทรายด้วยตนเองก็มีกิจกรรมนั่งรถตะลุยทะเลทรายเพื่อไปแคมป์ไฟกลางทะเลก็มีให้คุณลองเช่นกัน   PARIS : FRANCE ปารีส เมืองในฝันของขาเที่ยวเกือบทุกคน หากพูดถึงยุโรปแล้วล่ะก็ปารีสต้องเป็นหนึ่งในเมืองที่คุณต้องมาลองเที่ยวสักครั้งแน่นอน เนื่องจาก ปารีส เป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น หอไอเฟล พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ประตูชัยฝรั่งเศส เป็นต้น นอกจากสถานที่เที่ยวแล้ว ยังมีแหล่งช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมอีกมากมาย ให้ขาช้อปได้ช้อปกันเพลินเลยทีเดียว ถ้าคุณได้มีโอกาสไปเที่ยวปารีสแล้วล่ะก็ รับรองว่าทั้งรูปถ่ายทั้งของฝากได้กลับมาบ้านอย่างล้นหลามแน่นอน   HOKKAIDO : JAPAN ฮอกไกโด ชื่อนี้ไม่น่าจะมีใครไม่รู้จักเพราะเป็นไฮไลท์ของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ฮอคไกโดเป็นเกาะเหนือสุดและหนาวสุดของประเทศญี่ปุ่น ด้วยธรรมชาติทัศนียภาพที่งดงามตลอดทั้งปี มีกิจกรรมอีกหลากหลายเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติ อาหารหลากหลายเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เที่ยวเล่นอย่างเพลิดเพลินใจ คนที่เคยไปแล้วต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องกลับไปอีกอย่างแน่นอน   REYKJAVIK : ICELAND   ที่เรคยาวิกแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่ใกล้ขั้วโลกเหนือมากที่สุด เป็นเมืองที่มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และ เที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวเมืองได้ การที่มาเดินชมอาคารบ้านเรือนภายในเมืองเรคยาวิกที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองก็สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไอซ์แลนด์ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีสิ่งก่อสร้างที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม อาหารการกินก็เป็นที่ถูกปากถูกคอของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ หรือใครต้องการตามล่าแสงเหนือก็สามารถตามล่าได้ที่นี่เช่นกัน เพียงแต่ช่วงเวลา และสถานที่อาจจะต้องวัดดวงกันสักนิด แต่ถ้าหากได้เห็นแสงเหนือแล้วล่ะก็บอกได้เลยว่าคุ้มเกินคุ้ม   JIUZHAIGOU : CHINA อุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว ประเทศจีน ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเทือกเขาหมินซานห่างจากเมืองเฉิงตูไปทางเหนือ ด้วยความสวยงามของธรรมชาติทำให้จิ่วไจ้โกวได้ถูกยกย่องให้เป็นสุดยอดประติมากรรมความงามจากธรรมชาติอย่างแท้จริง ทั้งน้ำตก ลำธาร ทะเลสาบสีฟ้าเหมือนหลุดไปอยู่ในโลกแห่งเทพนิยาย และที่นี่คือสถานที่ในฝันของนักเดินทางหลายๆคนที่ตั้งเป้าหมายว่าต้องมาจิ่วไจ้โกวให้ได้สักครั้งในชีวิต   SEOUL : SOUTH KOREA อีกหนึ่งประเทศที่คนไทยใครๆก็รู้จัก เกาหลีใต้ประเทศสุดฮิต ดินแดนของอปป้าของสาวไทยทั้งหลาย บางคนไปแล้วไปอีกจนนับครั้งไม่ถ้วนและกรุงโซลก็เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งถนนศิลปะและวัฒนธรรม สถานที่ประวัติศาสตร์ สวนสนุก ร้านอาหารชั้นเลิศ แหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่ทั้งแหล่งสินค้าขายส่ง สินค้าแบรนด์เนมและแฟชั่นสไตล์เกาหลีมากมาย และห้ามพลาดที่จะไปคล้องกุญแจคู่รักที่โซลทาวเวอร์นะจ๊ะ   MANDALAY : MYANMAR มิงกะลาบา ใครว่าพม่าไม่น่าเที่ยว มัณฑะเลย์เคยเป็นอดีตเมืองหลวงและเมืองใหญ่อันดับที่สามของพม่า มัณฑะเลย์เมืองศูนย์กลางการค้าและคมนาคมทางตอนเหนือและเป็นเมืองอันดับต้นๆที่มีชื่อเสียงในด้านพระพุทธศาสนา คนไทยและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมไปไหว้พระและสถาปัตยกรรมอันงดงามของกรุงมัณฑะเลย์ ไฮไลท์สำคัญของการเยือนมัณฑะเลย์ครั้งนี้ คือการเข้าร่วมพิธีล้างพระพักตร์ พระมหามัยยมุนี พระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในประเทศพม่า   OSAKA : JAPAN โอซาก้า เมืองที่ใหญ่อันดับสองของประเทศญี่ปุ่น นอกจากจะเป็นเมืองธุรกิจสำคัญของประเทศแล้ว ยังขึ้นชื่อด้านอาหารในราคาย่อมเยา เพราะไม่ว่าจะมุมไหนของเมือง คุณก็สามารถหาร้านอาหารรสชาติเป็นเลิศ แต่ราคาสบายกระเป๋าได้ไม่ยาก นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง (Kaiyukan) ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) ยูนิเวิร์ลซัล สตูดิโอ (Universal Studio) แห่งญี่ปุ่น และสวนลอยน้ำ (Floating Garden Observatory)   MOSCOW : RUSSIA กรุงมอสโก รัสเซีย เป็น 1 ในประเทศมหาอำนาจของโลกเสมอมา รัสเซียตั้งอยู่ระหว่างทวีปยุโรปตะวันออกและทวีปเอเชียติดกับมองโกเลีย ค่อนไปทางเหนือของโลก ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีภูมิอากาศที่หนาว-หนาวจัด แต่ที่สำคัญมากไปกว่านั้น คือ สภาพภูมิประเทศและธรรมชาติป่าเขาที่สวยงามจับใจแบบเมืองในเทพนิยาย ไม่นับรวมสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง เมืองและสถานที่ท่องเที่ยวรัสเซียมีอยู่หลากหลาย เมืองหลวงเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์สำคัญมากมาย รวมไปถึงเมืองสมัยใหม่ที่ยังมีกลิ่นอายศิลปะดั้งเดิม   SINGAPORE สิงคโปร์ ประเทศใกล้ๆที่อาจจะเป็นประเทศแรกๆที่ทุกคนนึกถึงเวลาจะไปเที่ยวต่างประเทศ ปัจจุบันสิงคโปร์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเจริญสูงสุดในแถวหน้าของโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี รวมสุดยอดแหละท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์สำหรับคนทุกกลุ่ม ทั้งช็อปปิ้ง สวนสนุก กินอาหารอร่อย หรือชมความงามธรรมชาติต่างๆมากมาย ถ้าใครมีโอกาสได้ไปก็อย่าลืมไปถ่ายรูปเชคอินกับจุดแลนด์มาร์กอย่างรูปปั้นเมอร์ไลอ้อนกันนะคะ

อ่านเพิ่มเติม
ตะลอนเที่ยว 1 วัน >> S.E.A. Aquarium พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสุดอลังที่สิงคโปร์ !!
ตะลอนเที่ยว 1 วัน >> S.E.A. Aquarium พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสุดอลังที่สิงคโปร์ !!

04 ธ.ค. 61

ซึ่งนอกจากจะดึงดูดเด็กๆ ได้เป็นอย่างดีแล้ว ขอบอกว่าผู้ใหญ่อย่างเราๆ ก็จะอินและฟินไปตามๆ กันด้วยล่ะครับ ใครมีแพลนไปสิงคโปร์ อยากให้อ่านรีวิวนี้ของเราให้ดีๆ นะครับ รับรองว่าจะอยากจัด S.E.A. Aquarium Singapore ใส่ลงไปในแพลนด้วยอย่างแน่นอนเลยล่ะ 🐋 แผนที่ : S.E.A. Aquarium Singapore เริ่มจากวิธีเดินทางไปกันก่อน ง่ายมากๆ เพียงแค่นั่ง MRT ไปลงที่สถานี Habourfront 🚇 จากนั้นเดินเข้าไปที่ห้าง VivoCity และขึ้นไปที่ชั้น 3 เพื่อต่อรถไฟฟ้าข้ามไปยังเกาะ Sentosa ที่เดียวกับที่ Universal Studio นั่นแหละครับ และพอลงรถไฟฟ้ามาแล้ว ก็จะเจอกับป้ายบอกทางไปยัง Aquarium เลย (Universal จะมุ่งไปทางขวา ส่วน S.E.A. Aquarium Singapore จะเดินไปทางซ้าย) แล้วก็ไปซื้อบัตรเข้าชมที่ด้านหน้าได้เลย หรือหากใครจะซื้อมาก่อนจากเว็บไซต์ หรือเอเจนซี่ต่างๆ ก็ได้นะครับ ประหยัดเวลาต่อแถวไปอีก หรือเหมา ทัวร์สิงคโปร์ เที่ยว S.E.A. Aquarium กับทางทัวร์ครับได้เลย อิอิ เมื่อซื้อบัตรเสร็จแล้วก็จะพบกับส่วนแรก ที่เป็น พิพิธภัณฑ์เรือ หรือ Maritime Experiential Museum ⛵️ครับ ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์แบบ Interactive ที่ใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ ถ่ายทอดประวัติการเดินเรือทะเลของเอเชีย และมรดกของสิงคโปร์ในฐานะท่าเรือการค้า ภายในพิพิธภัณฑ์ก็มีหลายโซนให้เดินชมเลยครับ เช่น โซน MEET the Explorers นำเสนอประวัตินักเดินเรือจาก 4 ชาติ ที่เกี่ยวข้องกับสิงคโปร์ในอดีต และยังได้ลองเล่นหน้าจอ Interactive ที่เราสามารถเปลี่ยนชุดเป็นกะลาสีเรือได้ด้วยนะ ขอบอกว่าพิพิธภัณฑ์ของสิงคโปร์เค้าขึ้นชื่ออยู่แล้ว บอกเลยว่าถูกใจทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ พอเดินจนสุดทางของพิพิธภัณฑ์ ก็จะพบกับทางเชื่อมเพื่อเข้าสู่ S.E.A Aquarium Singapore 🐠 กันซึ่งสองแห่งนี้จะอยู่ตึกเดียวกัน แต่ทางเข้าคนละทางนะครับ  และอย่างที่บอกว่าที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่มากๆ จึงมีสัตว์ทะเลกว่า 100,000 ตัว จาก 800 สายพันธุ์ และที่โดดเด่นที่สุด ถือว่าเป็นพระเอกของที่นี่เลยก็คือ ปลากระเบนแมนต้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก! และยังมีปลากระเบนราหูอีกจำนวนมากด้วยครับ สำหรับส่วนแรกเมื่อเข้าสู่ S.E.A Aquarium Singapore นั้น จะเป็นห้องที่จำลองซากปรักหักพังของเรือสำเภาจีน (เป็นเรื่องราวต่อเนื่องจากพิพิธภัณฑ์เรือที่เราเพิ่งเดินผ่านมาครับ) เพื่อบอกเล่าว่าซากเรือนี้ก็จะกลายเป็นแหล่งปะการัง และช่วยสร้างระบบนิเวศใต้น้ำไปด้วย 🦑 จากนั้นเราจะพบกับห้องของเจ้าฉลามครับ 🦈 ที่ห้องนี้เราจะได้เห็นเจ้าฉลามแบบใกล้ๆ เลยทีเดียว และมีมากมายนับร้อยตัว!! ตื่นตาตื่นใจมากๆ แต่บางทีก็แอบกลัวเบาๆ คงเพราะดูหนังฉลามอย่างเรื่อง Megalodon มากเกินไป ฮ่าๆ แต่ฉลามที่นี่ไม่ได้ตัวใหญ่ขนาดนั้นนะครับ ขนาดปกตินี่แหละ จากห้องฉลาม เราก็เดินลอดอุโมงค์มาโผล่ที่ตู้ปลาทะเลสวยงามขนาดยักษ์ ที่ตั้งอยู่กลางโถงทางเดิน ขอบอกว่ามันใหญ่มว๊าก น่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ ทั้งยังมีตู้ปลาแบ่งชนิดต่างๆ กว่า 30 ตู้เรียงรายกันไปตามทางเดิน มันละลานตาไปหมดเลยครับ ซึ่งนอกจาก S.E.A Aquarium Singapore จะรวบรวมสัตว์น้ำทะเลของภูมิภาคอาเซียนมาไว้ที่นี่แล้ว ยังขนกองทัพสัตว์ทะเลน้อยใหญ่จากทุกๆ มหาสมุทรของโลกมาไว้ด้วยเช่นกันนะครับ บอกแล้วว่ามาที่นี่มีแต่คุ้มกับคุ้ม 🦀 🦑 🐠 🐋 และสำหรับเด็กๆ (หรือแม้แต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ) คงจะฟินไม่น้อยหากได้สัมผัสกับของจริง! และที่ S.E.A Aquarium ก็มีอ่างที่เราจะได้สัมผัสกับปลาดาว ปลิงทะเล และสัตว์น้ำเล็กๆ น้อยๆ หลากหลายชนิดที่สามารถสัมผัสได้ ไม่มีอันตรายครับ อีกส่วนหนึ่งที่อลังการดาวล้านดวงมากๆ คือจุดไฮไลท์ที่เราจะได้เห็นโลกใต้สมุทรผ่านกระจกบานใหญ่โตมหึมา เรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดในโลกกกก มีความใหญ่เป็น 2 เท่าของจอภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ และมีความหนากว่า 70 เซนติเมตร เอาจริงๆ เราสามารถนั่งอยู่ตรงนี้ได้เป็นวันๆ เลยนะครับ ชอบมาก เพลินมากๆ เลยครับ แค่นี้ยังไม่หมดนะครับ เพราะนอกจากจะมีทั้งอุโมงค์ขนาดยักษ์ และตู้ปลาขนาดมหึมาที่รวบรวมสัตว์น้ำจากหลายๆ ที่มาไว้ให้เราได้ชมเป็นขวัญตาแล้ว ที่ S.E.A Aquarium Singapore ยังมีให้บริการห้องพักอีกด้วย ชื่อว่า Ocean Suites ซึ่งขอบอกว่า มันเป็นอะไรที่คนบ้า Aquarium อย่างเรากรี๊ดมากๆ เพราะมันเหมือนเราได้นอนอยู่ในห้องใต้ทะเลส่วนตัวเลยล่ะ แล้วยังได้เพลิดเพลินไปกับการชมสัตว์น้ำที่แหวกว่ายอยู่บนหลังคาห้องเราไปเรื่อยๆ อีกด้วย เพลินกว่านี้ไม่มีแล้ว หรือหากใครไม่ได้พักที่นี่ แต่ยังรู้สึกไม่จุใจกับ S.E.A Aquarium Singapore ที่เราได้เดินชมมาแล้วนั้น สามารถจองที่นั่งในร้านอาหารสุดหรูที่อยู่ภายใน S.E.A Aquarium Singapore ได้ด้วยนะครับ 🦀 ทานดินเนอร์กับคนพิเศษ ไปพร้อมๆ กับการชมวิวใต้ท้องทะเล โรแมนติกได้อีก และขอบอกว่าอาหารของที่นี่นั้น อร่อยมาก เพราะถูกรังสรรค์มาจากปลายจวักของเชฟ Cat Cora เชฟสาวชื่อดังจากรายการ Iron Chef ที่ทำอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน - แคลิฟอเนียน และผสมผสานความเป็นเอเชียลงไป จากนั้นเสิร์ฟมาในรูปแบบของ Fine-Dining เก๋ๆ หรูๆ ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง Bucket List ที่ต้องทำเลยนะครับ หมดไปแล้ว 1 วันเต็มๆ กับการมาเยือนสิงคโปร์ในครั้งนี้ แต่ว่าที่สิงคโปร์ยังมีอะไรอีกมากมายรอให้เราไป Explore กัน ไม่ว่าจะเป็นสวนสนุก 🎡 Universal Studio , ถนน Orchard แห่งการช้อปปิ้ง , ร้านอาหารอร่อยๆ มากมาย และวิวสวยๆ ริมอ่าว Marina Bay ถือว่าเป็นประเทศที่ใครมีเวลาไม่มาก แต่อยากมาพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม ต้องลองมาดูสักครั้งนะครับ : )   อ่านต่อ  >> 8 ร้านอาหารยอดนิยม!! ตะลอนกินฟินๆที่สิงคโปร์    

อ่านเพิ่มเติม
ไม่ได้มีดีแค่ Universal! พาเที่ยว Skyline Luge สุดเหวี่ยงที่เกาะ Sentosa
ไม่ได้มีดีแค่ Universal! พาเที่ยว Skyline Luge สุดเหวี่ยงที่เกาะ Sentosa

15 ม.ค. 62

ซึ่งกิจกรรมที่โดดเด่นของสิงคโปร์ ก็มีตั้งแต่การเดินเล่นชมสวนดอกไม้ และพืชพันธุ์นานาชนิด ที่ Gardens by the Bay, การช้อปปิ้งที่ย่านถนนออชาร์ด, การหาของอร่อยๆ รับประทานที่ย่านไชน่าทาวน์, ไปชม Aquarium หรือสิงคโปร์ Zoo หรือข้ามไปยังเกาะ Santosa เพื่อสนุกเพลิดเพลินไปกับเครื่องเล่นที่สวนสนุกระดับโลกอย่าง Universal Studio Singapore แต่อีกหนึ่งสิ่งที่เกาะซาโตซ่า ที่หลายๆ คนไม่รู้ว่ามีอยู่ และสนุกไม่แพ้การเข้าไปเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก นั่นก็คือ Skyline Luge ครับ แผนที่ : Skyline Luge จริงๆ ต้องแยกกันก่อนนะครับ เพราะ Skyline คือกระเช้าที่พาเราขึ้นไปยังจุด Start ของ Luge ส่วนเจ้า Luge เนี่ยคือรถคันเล็กๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก โดยเราบังคับได้แค่พวงมาลัยซ้าย - ขวา เท่านั้นครับ หมายความว่าเราก็ปล่อยให้ Luge วิ่งลงมาตามทางที่เป็นทางลาดลง แล้วเราก็บังคับพวงมาลัยตามทางเท่านั้นเอง ซึ่งความสนุกนี้สามารถเล่นได้ตั้งแต่เด็กๆ ที่มีความสูงตั้งแต่ 85 เซนติเมตรขึ้นไป จนไปถึงผู้สูงอายุเลยล่ะครับ มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดน๊าาาา มาถึงวิธีการเล่นเจ้า Luge กันบ้าง อันดับแรกเลยคือเราต้องซื้อตั๋วก่อน ซึ่งเจ้าตั๋วนี้เค้าจะขายเป็นแพ็คเกจ คือ Skyline + Luge นะครับ ซึ่งต่อให้ใครไม่เล่น Luge แต่อยากขึ้น Skyline ก็ต้องซื้อแพ็คอยู่ดี ส่วนถ้าใครไม่อยากขึ้น Skyline แต่จะเล่น Luge ก็ทำไม่ได้เช่นกัน เพราะจุดเริ่มต้นของ Luge นั้นอยู่บนภูเขานั่นเองค่า พอเราซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้ว ก็ไปต่อคิวเตรียมขึ้น Skyline กันเลย เป็นกระเช้านั่งได้ 2 คน พร้อมๆ กับบรรทุกเจ้ารถ Luge ขึ้นไปด้วย ชมวิวเพลินๆ รวมถึงดูเส้นทางที่รถ Luge ของเราจะวิ่งคร่าวๆ แป๊บเดียวก็ถึงจุด Start แล้วล่ะครับ เมื่อมาถึงที่ จุด Start ด้านบนแล้ว เราก็มาต่อคิวกันเลย ก่อนที่จะลงสนามจริง เค้าจะสอนวิธีบังคับ Luge และให้เราทดลองขับผ่านสิ่งกีดขวางก่อนด้วย เพื่อให้เราชินกับเจ้ารถ Luge และชินกับวิธีการบังคับนั่นเอง เมื่อเราพร้อมแล้ว ก็เริ่มลงสนามจริงได้ ใครชอบความหวาดเสียวก็จัดเต็มปล่อยเจ้า Luge ไหลไปได้แบบสุดเหวี่ยง แล้วค่อยๆ แตะเบรกเมื่อถึงทางโค้งก็พอ แต่ถ้าใครชอบ Play Safe แบบว่าปลอดภัยไว้ก่อน ก็ค่อยๆ แตะเบรก แล้วปล่อยรถลงมาช้าๆ ก็ได้ครับ แต่เอาจริงๆ เราว่ามันไม่น่ากลัวเลยล่ะ เพราะทางเค้าออกแบบมาดีมากๆ ที่มีก็มีแต่ความเสียว และสนุกสุดเหวี่ยงแค่นั้นเอง (เอาจริงๆ แอบรู้สึกว่า Skyline น่ากลัวกว่าอีก เพราะมันสูงงง) เมื่อมาถึงด้านล่างแล้ว ก็คืนรถ Luge และหมวกกันน็อคให้กับเจ้าหน้าที่ เป็นการเสร็จสิ้นความสนุกในรอบนี้ หรือถ้าใครติดใจอยากจะเล่นอีกรอบก็สามารถซื้อตั๋วแล้ววนขึ้นไปอีกรอบก็ได้ไม่ว่ากันครับ แต่ส่วนใหญ่แล้วเล่นรอบเดียวก็เกินพอ เอาเวลาที่เหลือไป Enjoy กับส่วนอื่นๆ บนเกาะ Santosa ดีกว่า  สำหรับกิจกรรมที่แนะนำให้ทำเพิ่มเติมเมื่อมายังเกาะ Santosa ที่ไม่ใข่การเข้า Universal Studio Singapore กับ Aquarium นั้น ก็มีการนั่งรถไฟไปยังสถานี Beachfront เพื่อเดินเล่น อาบแดด ริมชายหาด หรือใครอยากจะลงเล่นน้ำทะเลก็ตามสะดวก แล้วก็การขึ้นไปชมวิวด้านบน Merlion ที่อยู่บนเกาะเซนโตซ่า ที่เค้าบอกกันว่าเป็น Merlion ตัวพ่อนั่นเอง โดยด้านบนจะเห็นวิวได้รอบเกาะเลยล่ะครับ มองเห็นชายหาด มองเห็นเข้าไปถึงด้านใน Universal Studio Singapore เลยล่ะ เอาจริงๆ ที่เกาะ Sentosa ก็มีกิจกรรมให้ทำเยอะเหมือนกันนะครับ แล้วยิ่งใครที่มากันแบบครอบครัว มีเด็กๆ น่าจะยิ่ง Happy กับเกาะแห่งนี้กันอย่างแน่นอนเลยล่ะ วันหยุดยาวครั้งนี้อย่าลืมหาเวลาบินมาเที่ยวสิงคโปร์ แล้วแวะมาเยือนเกาะ Sentosa กันนะครับ รับรองว่าได้รับความประทับใจ และความทรงจำดีๆ กลับไปอย่างแน่นอนเลย   อ่านบทความแนะนำจาก ทัวร์ครับ >>8 ร้านอาหารยอดนิยม!! ตะลอนกินฟินๆที่สิงคโปร์<<    

อ่านเพิ่มเติม
5 สถานที่แวะ Check In ใกล้สนามบินสิงคโปร์ที่คุณไม่ควรพลาด
5 สถานที่แวะ Check In ใกล้สนามบินสิงคโปร์ที่คุณไม่ควรพลาด

11 มิ.ย. 62

วันนี้ ทัวร์ครับ เราก็จะขอพูดถึง สถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้กับ Changi Airport (SIN) หรือสนามบินของที่สิงคโปร์ ที่กำลังได้รับความนิยมแบบล้นหลามถึงเรื่องของความอลังการตระการตาที่เพิ่งเสร็จสิ้นเมื่อต้นปี 2019 ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งแน่นอนว่าระหว่างรอไฟท์บินเราต้องหาที่เที่ยวรอกันบ้างแหละ ทัวร์ครับจะขอรีวิวกันพอหอมปากหอมคอกันก่อน เพราะถ้าพูดทั้งหมดนอกจากจะเขียนไม่ไหวแล้ว เพื่อนๆ ก็คงจะอ่านกันไม่ไหวเช่นกัน งั้นตามทัวร์ครับมาดูสถานที่เที่ยวใกล้สนามบินสิงคโปร์กันดีกว่าว่ามีอะไรให้น่าเที่ยวบ้าง 1. Jewel Changi Airport : HSBC Rain Vortex แผนที่ : Jewel Changi Airport แก !!! มันเก๋มาก น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก!! สูงถึง 40 เมตร และได้รับการรับรองว่าเป็นน้ำตกในร่มที่สูงที่สุดในโลก ตอนนี้เลยก็ว่าได้ ที่นี่ตั้งอยู่ในโครงการ Jewel Changi airport ที่มี Format เป็นการค้าปลีกหลายแบบ ขึ้นชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมของสิงคโปร์ที่สวยงามระดับโลก การเดินทางมาก็ง่ายแสนง่ายเพราะที่นี่เชื่อมกับ Terminal 1,2 และ 3 แค่ลงเครื่องมาก็จะได้สัมผัสประสบการณ์ชื่นชมน้ำตกที่สูงและอลังการอีกแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ ใครว่าประเทศเขาไม่มีธรรมชาติแบบนี้ให้เห็น เขาก็โนแคร์จ้ะ สร้างเองซะเลย จะสูงจะใหญ่แค่ไหนก็ได้ เพราะที่นี่เขาตั้ง อยู่ในอาคาร 10 ชั้น แบบในร่มกันไปเลย ไม่ต้องออกไปข้างนอกให้แดดเผา ข้างๆ รายล้อมไปด้วยโรงแรม และร้านค้ามากมาย เปรียบเสมือนห้างย่อมๆ เลยก็ว่าได้ สัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้ง และทานอาหารท่ามกลางธรรมชาติ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล จะเพิ่งลงเครื่อง หรือรอต่อเครื่องที่นี่ก็เป็นอีกสถานที่ที่น่ามาเยี่ยมชม เหมาะมากที่จะแวะเช็คอิน อัพรูปเก๋ๆ ได้อีกด้วย แว่วมาว่าตอนนี้ฮอตฮิตมากๆ เพื่อนหลายคนที่ไปสิงคโปร์ก็ถ่ายรูปเก็บความประทับใจมาให้เห็นกันแบบเพียบๆ         ความงดงามตระการตาของ HSBC Rain Vortex ที่หลายๆ คนน่าจะได้เห็นและยกให้เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของประเทศสิงคโปร์ที่ควรไปแล้วนั้นเกิดขึ้นจาก Moshe Safdie สถาปนิกชื่อดังระดับโลก จุดประสงค์ในการสร้างที่นี่ก็เพื่อให้คนท้องถิ่น และคนต่างถิ่นได้เห็น และได้สัมผัสประสบการณ์จากอาคารที่มีการออกแบบอย่างประณีตงดงามดั่งอัญมณี ในคอนเซปที่ว่า ‘โลกพบกับสิงคโปร์และสิงคโปร์พบกับโลก’ กราบคนคิดคอนเซป พลังการออกแบบของเขาสุดยอดมากจริงๆ และๆๆ ใครที่กลัวว่าจะไม่สวยเหมือนในรูป ไม่นะจ้ะ รับรองได้ว่าไม่ได้สวยแค่รูปถ่ายแน่นอน ไม่ได้บอกให้เชื่อแต่มาสัมผัสด้วยตัวเองเถอะรับรองว่าครั้งหนึ่งในชีวิตก็คุ้มมากแล้ว นอกจากนั้นพื้นโดยรอบยังได้รับการตกแต่งจาก Shiseido Forest Valley  เปรียบเหมือนสวนสาธารณะในร่มที่กลมกลืนและดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปผ่านมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ใครอยากสัมผัสความงามแสงสีความตระการตาแนะนำมาช่วงกลางคืนเพราะเขาจะมีโชว์แสงและเสียงสวยงามตระการตา รับรองว่าคุ้มค่าการรอคอยแน่นอน คอนเฟิร์ม! ว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดของสิงคโปร์ที่ไม่ต้องเสียค่าเข้าชม แต่รับรองได้ว่าไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะเพื่อนๆ จะได้สัมผัส และรับประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม ณ สถานที่แห่งนี้ อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมขึ้นชื่อระดับโลก และเราเชื่อว่าสิงคโปร์น่าจะสร้างอะไรออกมาให้เราได้ว้าวอีกแน่นอน   2. Jewel Changi Airport แผนที่ : Jewel Changi Airport       พูดถึงน้ำตกในร่มที่สูงที่สุดในโลกกันไปแล้ว จะไม่พูดถึงอาคารที่มีมาก่อนก็คงจะไม่ได้อย่าง Jewel Changi Airport แหล่งคอมมูนิตี้ที่รวบรวมความสะดวกสบายให้กับผู้มาเยือนสนามบินสิงคโปร์ได้อย่างดีเยี่ยม Jewel Changi Airport เกิดจากความร่วมมือของ Changi Airport Group และ CapitalLand Mall Asia โดดเด่นในเรื่องการออกแบบเป็นโดมกระจกยักษ์ สวยงามอลังการตามคอนเซป   นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งรวมความอลังการตระการตาตามแบบฉบับสิงคโปร์เอาไว้ที่นี่อีกมากมาย ก็อย่างที่รู้กันง่าสิงคโปร์ถือเป็นประเทศที่รวบรวมความต่างเชื้อชาติและวัฒนธรรมต่างๆ เอาไว้มากมาย เพราะมีหลายเชื้อชาติ แต่การปกครองของเขาก็ทำให้ทุกอย่างอยู่ร่วมกันได้แบบสมดุล และไม่กลืนกินกัน ก็เหมือนกับ Jewel Changi Airport ที่เขาได้มีการออกแบบให้คอมมูนิตี้ต่างๆ มาอยู่รวมกับธรรมชาติที่สวยงาม ที่พวกเขาเนรมิตขึ้นมาให้อยู่ร่วมกันได้แบบสมบูรณ์แบบ 3. Canopy Mazes แผนที่ : Canopy Mazes         อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาด! บอกเลยอย่าง Canopy Mazes เขาวงกตต้นไม้ เรียกได้ว่าเดินเล่นเขาวงกตกันในสนามบินไปเลยจ้ะ ประเทศไหนทำได้แบบนี้ขอดูหน่อย สิงคโปร์นี่เขาเน้นธรรมชาติมากจริงๆ อาจจะเพราะบ้านเขาไม่ได้ป่าไม้แบบของไทยเรา ทำให้เขาเห็นคุณค่าของต้นไม้ และพยายามสร้างทรัพยากรของตนเองขึ้นมา ให้ทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ ไอเดียแต่ละอย่างของเขาก็สุดๆ ทั้งนั้น เรียกได้ว่ามีอะไรให้เที่ยวกันตลอดๆ 4.โรงหนังสนามบินสิงคโปร์ ชมฟรี 24ชั่วโมง         บ้าไปแล้วในสนามบินมีโรงหนังให้ดูด้วย! แถมฟรีไปอีก ใครอยากไปดูโรงหนังจะอยู่ที่อาคาร 2 และ อาคาร3 รวมทั้งหมด 2 โรง และๆๆ ไม่ใช่หนังเก่าวนซ้ำๆ นะ หนังใหม่ไปเลยจ้า แสดงให้เห็นว่าบ้านเขาใส่ใจกับความสะดวกสบายของผู้คนจริงๆ คนที่มีรอต่อเครื่องที่นี่ก็สบายกันไปเลย ไฟล์ทดีเลย์ที่สิงคโปร์เราก็โอเค ไม่เป็นไรเนอะ อะ หยอกๆ 555 แต่ต้องยอมรับจริงๆ ว่าไอเดียนี้เจ๋งและตอบโจทย์มากๆ เพราะบางทีเราอาจจะอยากหาที่พักแต่ก็ไม่ได้อยากเสียเงินช้อปปิ้ง ที่นี่ก็เป็นอีกที่ที่น่าสนใจ 5.เที่ยวสวนดอกไม้นานาชนิด ในสนามบินสิงคโปร์ ก็บอกแล้วว่าพี่สิงคโปร์เขาอันดับหนึ่งเรื่องการอนุรักษ์ต้นไม้ ดอกไม้เพราะเขามีสวนดอกไม้นานาชนิดให้ชมกันเยอะแยะมากมาย ทั้ง 1.สวนดอกทานตะวันกลางแจ้ง ที่อยู่บนชั้นลอยฟ้า ของอาคาร 2 ไม่ต้องไปไกลถึงไร่ทานตะวัน พี่สิงคโปร์เขาก็เอามาประเคนกันให้ถึงที่ สวนลอยฟ้ากันไปเลย 2.สวนดอกกล้วยไม้ ที่อยู่กับบ่อปลาคาร์ฟ อยู่ภายในอาคารผู้โดยสารขาออก อาคาร 2 ดอกกล้วยไม้ของเขาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ นักท่องเที่ยวที่ผ่านไปผ่านมาต่างก็แวะถ่ายรูปเช็คอินกันเป็นแถว 3.สวนกระบองเพชร เอาล่ะเหล่าฮิปสเตอร์ทั้งหลายจ๋า คนรัก Cactus ทั้งหลายต้องร้องกรี๊ด เพราะกระบองเพชรนานาพรรรถูกเอามาจัดสวนไว้ที่ดาดฟ้าอาคารผู้โดยสารขาออก อาคาร1 สวยงามน่าถ่ายรูปสุดๆ 4.สวนผีเสื้อธรรมชาติ ไม่ต้องไปไกลถึงพิพิธภัณฑ์ เราก็จะได้เห็นเหล่าผีเสื้อ สีสันสวยงามกันแล้ว ที่นี่ตั้งอยู่ใน อาคาร 3 ใครที่ผ่านไปผ่านก็มาแวะชมความสวยงามของเหล่าผีเสื้อนานาชนิดกันได้แบบใกล้ชิด เอ็กคลูซีฟกันเลยทีเดียว ใครที่บินไปเที่ยวสิงคโปร์ก็อย่าลืมแวะเที่ยวสนามบินสิงคโปร์กันด้วยนะครับ รับรองเลยว่าต่างจากสนามบินบ้านเราลิบลับเลยทีเดียว ด้วยความสวงามและความสะดวกสบาย ทำให้สนามบินสิงคโปร์ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากกกก หากใครสนใจไปเที่ยวสิงคโปร์กับทัวร์ครับ ลองดูแพ็คเกจทัวร์สิงคโปร์ได้ ที่นี่ เลย รับรองว่าเที่ยวคุ้มสุดๆ           

อ่านเพิ่มเติม
รีวิว เที่ยวสิงคโปร์แบบส่วนตัว ทริปครอบครัว 4 วัน 3 คืน
รีวิว เที่ยวสิงคโปร์แบบส่วนตัว ทริปครอบครัว 4 วัน 3 คืน

14 ส.ค. 62

ปล. งบใช้จ่ายทริปนี้เน้นสบายๆ เพราะไปแบบครอบครัว ไม่เน้นว่าต้องถูกมาก เอาให้พ่อแม่สบายด้วย ถือว่าไปเที่ยวสิงคโปร์แบบราคาเอื้อมถึงละกัน เพราะไม่ถูกและไม่แพงเกินไป เราไปดูกันดีกว่าว่า ทริปสิงคโปร์ 4 คืน 3 วัน ได้ไปเที่ยวไหนกันบ้าง มาเริ่มกันเลยยย     เที่ยวสิงคโปร์ 4 คืน 3 คืน กับ Tourkrub    เที่ยวสิงคโปร์แบบครอบครัว 4 คืน 3 วัน : วันที่ 1 วันแรกเราเริ่มทริปนั่งเครื่องไปลงสนามบินสิงคโปร์ เนื่องจากทริปนี้รถเข็นหลานวัย 4 ขวบและพ่อกับแม่ด้วย การเดินทางอาจจะลำบากนิดนึง ถ้าต้องไปรถประจำทาง เราตัดสินใจเรียก Taxi (รถ Alphard 6 ที่นั่ง 48$) เข้าเมืองไปยังโรงแรมที่ถนน Bencoolen st.  คนขับบอกว่าโรงแรมที่อยู่ location ดีมากกกกกก (ส่วนตัวไม่เคยพักที่นี่ แต่พอถึงแล้วชอบมากเพราะใกล้สถานที่เที่ยวหลายๆที่เลย) เราไปถึงกันช่วงเย็นแล้ว พอไปถึงโรงแรมเลยพักผ่อนกันเล็กน้อยก่อนเดินเล่นชมเมืองกัน แวะทานข้าวเย็นที่ Food Republic และสตาบัคส์ หัวมุมถนน Bencoolen ใกล้ที่พัก เน้นสะดวกแต่ที่จริงแล้วแถวนี้ยังร้านอาหารสิงคโปร์ยอดนิยมอยู่เยอะแยะเลย และอาหารที่สิงคโปร์สำหรับใครที่ไม่เคยมาเที่ยวสิงคโปร์ ขอบอกก่อนสไตล์ของอาหารที่นี่จะออกแนว ผสมผสานระหว่างเอเชียกับยุโรป  รสชาติคนไทยกินได้สบายมาก แต่ถ้าใครกินไม่ได้ ในสิงคโปร์ก็มีร้านอาหารไทยอยู่เยอะค่ะ สามารถหาทานได้ตามสะดวกเลย  เดินเล่นมาเรื่อย ผ่าน Singapore Art Museum (ช่วงนี้ Renovate) ผ่าน Chijmes แหล่งร้านอาหารและบาร์ที่เป็นโบสถ์คริสต์ เดินไปแชะภาพกับ Landmark ของสิงคโปร์ที่ Merlion Park ใครมาแล้วไม่ได้ถ่ายรูปกับเมไลออนหรือการ์เด้นบายเดอะเบย์ บอกเลยว่ามาไม่ถึง เรื่องถ่ายรูปบอกเลยคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ ยิ่งเป็นคุณพ่อคุณแม่สายเซลฟี่ละก็แชะภาพกันแบบรัวๆไปเลยจ้า   เที่ยวสิงคโปร์แบบครอบครัว 4 คืน 3 วัน : วันที่ 2 เช้าวันที่ 2 ทานอาหารเช้าแบบเจ้าตำรับอาหารเช้าชาวสิงคโปร์ ที่ร้าน Ya Kun Kaya Toast เดินจากโรงแรมไปอีกยังถนน Middle st. จากโรงแรม 5 นาที สมเป็นร้านเจ้าตำรับคนมาต่อแถวทานอาหารแต่เช้า (ร้านนี้แม่ชอบมากกกกก วันที่เหลือมาซื้อทานทุกวัน) ทริปครอบครัวสายทำบุญ เที่ยวสิงคโปร์ 4 วัน 3 คืน ครั้งนี้ก็ไม่พลาดค่ะ เอาฤกษ์เอาชัยไหว้แม่กวนอิมที่วัดศักดิ์สิทธิ์ Kwan Im Thong Hood Cho  (เดินจากร้าน Ya Kun Kaya Toast 5 นาที) พอทำบุญกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ต่อด้วยการเดินทางไป MRT Chinatown เพื่อซื้อบัตรเข้า S.E.A aquarium สำหรับไปเที่ยววันนี้และบัตรเข้า Garden by the bay ล่วงหน้าสำหรับวันพรุ่งนี้ค่ะ ได้มา Mrt Chinatown ทั้งทีเราเลยได้โอกาสแวะไปทานข้าวมันไก่ชื่อดังที่ร้าน Tian Tian Chicken Rice กินคาวเสร็จต้องต่อด้วยของหวาน เลยไปทานลอดช่องสิงคโปร์กันต่อ (เวลาสั่งลอดช่องเรียกว่า Chandol) ที่ Maxwell Food Center  พอทานอาหารอิ่มหนำสำราญกันแล้วก็พาคุณพ่อคุณแม่ไปแวะวัดพระธาตุเขี้ยวแก้วทำบุญอีกครั้ง วันนี้ถือว่าอิ่มท้องแล้วยังอิ่มใจกันด้วย   พอช่วงบ่ายวันนี้เราจะใช้รถไฟฟ้าเป็นหลัก มีคนแอบบ่นหน่อยๆเพราะเดินเยอะ แต่ไม่เป็นไรถือว่าได้ออกกำลังกายกัน อิอิ เดินไปเที่ยวไป ไปเกาะเซนโตซ่ากันด้วย Mrt ลงสถานี Harbourfront เข้าห้าง Vivo City เดินไปเกาะทาง Sentosa Boardwalk วิวสวยมาก เมื่อถึงเกาะก็แวะเติมพลังกันที่ McDonald ก่อนเข้าไปชม S.E.A Aquarium เป็นอันจบทริปเที่ยวสิงคโปร์ 4 วัน 3 คืน วันที่ 2 แล้วววว    เที่ยวสิงคโปร์แบบครอบครัว 4 คืน 3 วัน : วันที่ 3 วันที่ 3 ตื่นกันแบบสบายๆ เพราะว่าเมื่อวานเดินค่อนข้างเยอะ แพลนทั้งวันคือการไป Garden by the bay ช่วงนี้มีเทศกาลทุ่งทิวลิปใน Flower Dome วันนี้เราจะเข้าทั้ง 2 Dome เลย  ภายในทั้งสอง Dome สวยมากๆ ทั้ง Flower Dome และ Cloud Forestใช้เวลาที่นี่ทั้งวันไม่เบื่อแน่นอน มีอะไรให้ชมเยอะ และบริเวณใกล้เคียงมี Children's Garden เป็นสวนน้ำสำหรับเด็กๆ ได้เข้าฟรี หลานเลยเล่นน้ำได้สบายใจเลย ช่วงเย็นเราก็เดินดูสวน Garden by the bay และ Super tree หามุมถ่ายรูปครอบครัวสวยๆ ช่วงเย็นเราอยากกินอาหารนานาชาติกัน จึงเลือก Lau Pa Sak Food Center เป็นจุดหมายของอาหารเย็นนี้ พรุ่งนี้กลับบ้านแล้วจ้า   เที่ยวสิงคโปร์แบบครอบครัว 4 คืน 3 วัน : Day 4 ทริปสิงคโปร์วันสุดท้ายยย ถือว่า 4 วัน 3 คืน กำลังโอเคกับสถานที่เที่ยว วันลางานและงบที่เราได้เตรียมไว้ จุดหมายสุดท้ายที่เราจะไปกันก่อนบินกลับอยู่ใกล้ๆ สถานบินเลย Jewel Terminal Changi Airport ใกล้ Terminal 1 ถ่ายรูปออกมาสวยงามมากๆ ไม่น่าเชื่อว่าคือสนามบิน (เห็นเค้าบอกว่าที่นี่คือสนามบินที่สวยที่สุดในเอเชียเลยนะ) ทริปนี้เป็นทริปที่ทั้งครอบครัวรู้สึกถึงการพักผ่อน และได้ใช้เวลาร่วมกันมากๆ เป็นทริปที่ถ่ายรูปสวย กินง่าย นอนสบาย จบทริปแล้วลาไปก่อน แล้วเราจะเจอกันทริปครอบครัวครั้งหน้าค่ะ   สรุปค่าใช้จ่ายทริปเที่ยวสิงคโปร์  4 วัน 3 คืน 1.ค่าตั๋วเครื่องไปบินกลับ กทม.-สิงคโปร์ 5 คน พร้อมน้ำหนักกระเป๋า 40 กก. 35,000 บาท (บินช่วงบ่าย) 2. ค่าที่พัก  ห้องขนาดครอบครัว 3 คืน 21,320 บาท 3. ค่าเดินทาง  ค่า Taxi  6 ที่นั่ง Airport-Hotel/ Hotel- Airport 98$SG (2,275 บาท) ค่าเดินทางด้วย MRT วันที่ 2 Mrt Bencoolen-Chinatown-Harbourfront 17$SG (394 บาท) ค่าเดินทาง ด้วย Grab ทั้ง 3 วัน (รถ 6 ที่นั่ง) 4 เที่ยว 65$SG (1,509 บาn) 4. ค่าอาหาร4 วัน 3 คืนสำหรับ 5 คน Food Republic 45$ อาหารและเครื่องดื่ม ค่าอาหารตกคนละ 6-10$ เครื่องดื่ม Sugar Crane 2.5$  Tian Tian Taiwanese ไก่จานใหญ่และข้าวตกอยู่ที่ 49$ Lau Pa Sat Food Center อาหารซีฟู้ด ซาเตย์ เครื่องดื่ม 88$ Ya Ku Kaya Toast 11$ ชุดอาหารเช้า ประมาณ 2 ชุด+ ชา กาแฟ รวมค่าอาหารประมาณ 203$sg (4,703 บาท) 5. บัตรเข้าสถานที่ท่องเที่ยว ค่าเข้า S.E.A Aquarium (ผู้ใหญ่ 3-72$) เด็ก 1(16$) ผู้สูงอายุ 1 (16$) ค่าเข้า Garden by the bay (2 Dome) ผู้ใหญ่ 4 (72$) เด็ก 1 (12$) รวมทั้งหมด 188$SG (4,364บาท) ทริปนี้ค่าใช้จ่ายโดยประมาณรวมค่าที่พัก+เดินทาง+ค่ากินตามร้าน+บัตรเข้าสถานที่ ไม่รวมช้อปปิ้งของฝาก อยู่ที่ 69,565 บาท รวม 5 คนนะ บอกเลยว่าไม่แพงเลย  ราคานี้กับความสุขและการพักผ่อนของคนในครอบครัวถือว่าคุ้มมากๆ และประทับใจมากๆ ค่ะ   ทัวร์สิงคโปร์ ราคาสุดคุ้ม กับ Tourkrub   ปัญหาที่เจอในทริป ไม่ค่อยมีเนื่องจากทำการบ้านเรื่องการกินและเที่ยวไปพอสมควร แต่จะมีปัญาหาคือ ถ้าเที่ยวแบบสบายๆ เดินทางเองไม่ใช้บริการ Taxi จะเดินเท้าค่อนข้างไกลพอสมควร จะมีอาการเมื่อยล้าบ้าง  สถานที่ท่องเที่ยวในสิงคโปร์มีหลายย่าน ไปครั้งเดียวไม่สามารถเก็บได้หมดถ้าไปแบบครอบครัว เพราะจะต้องเผื่อเวลาในการพักระหว่างทางด้วย ดังนั้นแนะนำคนที่เดินทางแบบครอบครัวไม่ควรจัดตารางแน่น 1 วัน ควรมี 2-3 ที่พอและเดินทางใกล้ๆ กัน และหาที่พักที่เดินทางง่ายสะดวก ไปสถานที่ต่างๆได้รวดเร็วจะช่วยประหยัดเวลาการเดินทางได้ดีค่ะ สำหรับที่ไม่มีเวลาวางแผนเที่ยว แนะนำว่าให้ซื้อ ทัวร์สิงคโปร์ 4 วัน 3 คืน ไปเที่ยวจะสะดวกและประหยัดงบมากกว่า พร้อมทั้งความสะดวกสบายในการเดินทาง แถมมีไกด์คอยดูแลคุณพ่อคุณแม่อีกด้วย รีวิวทริปเที่ยวสิงคโปร์แบบส่วนตัว ทริปครอบครัว 4 วัน 3คืน ทริปพักผ่อน นอนหลับกินดี แฮปปี้ทุกวัย ลากันรอบนี้ เจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ  

อ่านเพิ่มเติม
เก็บมานาน 5 เรื่องจริงใน “สิงคโปร์” ที่บางคนอาจไม่เคยรู้
เก็บมานาน 5 เรื่องจริงใน “สิงคโปร์” ที่บางคนอาจไม่เคยรู้

20 พ.ย. 62

วันนี้ ทัวร์ครับ เราจะพาไปดูกันเองว่าประเทศสิงคโปร์เนี่ยเค้ามีเรื่องอะไรที่เรามองข้ามไปกันบ้างนะ บอกเลยนะคะว่าแต่ละข้อเด็ดมาก จนถึงขนาดที่ว่า รู้แล้วแทบจะอุทานออกมาเลยว่า จริงป่ะเนี่ย !!! 1.มีภาษาอังกฤษแบบฉบับของตัวเอง คนประเทศสิงคโปร์เค้าจะสื่อสารกันเป็นภาษาอังกฤษก็จริงนะคะ แต่ไม่ใช่ว่ามันเป็นอังกฤษจ๋าแบบ US/UK นะ แต่มันเป็นภาษาอังกฤษในสไตล์เค้าเอง เช่น การเติม ‘ล่ะ’ ไปท้ายประโยค หรือการใช้ศัพท์ Chope ที่หมายถึงการจองที่ เหล่านี้นี่แหละค่ะ ทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วภาษาอังกฤษของเค้าไม่เหมือนกับที่ไหนเลยจริงๆ แถมยังมีภาษาราชการมากถึง 4 ภาษาอีกต่างหาก ใช้กันหมดยังไงเนี่ย งงแย่เลย 2.เป็นเมืองที่สะอาดที่สุดในโลก ถึงแม้ตึกสิงคโปร์จะสูงเทียมฟ้า และเกาะบ้านเค้าจะขนาดเล็กนิดเดียว แต่บอกเลยค่ะว่าการจัดการทรัพยากรต่างๆ ที่นี่ทำได้ดีมาก ถึงขนาดถูกยกย่องให้เป็นเมืองที่สะอาดที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลย แถมยังมีอุทยานและสวนสาธารณะที่สวยงามอีกมากมาย คงความเป็นธรรมชาติเอาไว้ได้เป็นอย่างดี นับเป็นประเทศที่มีอากาศบริสุทธิ์เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจจริงๆ นะคะ ที่เที่ยวสิงคโปร์เนี่ย 3.มีงานเลี้ยงฉลองตลอดทั้งปี ถ้าคิดว่าบ้านเรามีวันหยุดนักขัตฤกษ์เยอะแล้วล่ะก็ ขอให้ย้อนกลับไปดูสิงคโปร์เลยค่ะ เพราะที่นี่มีเทศกาลเฉลิมฉลองกันได้ตลอดทั้งปี ทั้งงานทางวัฒนธรรม งานการแข่งขันกีฬา งานกิจกรรม งานไลฟ์สไตล์ งานศิลปะ และที่สำคัญเลยนะ งานเซลล์สุดอลังการประจำปีที่จัดขึ้นทุกเดือนมิถุนายนของทุกปี เป็นแหล่งรวมตัวของคนรักแสง สี เสียง และการช้อปปิ้งอย่างแท้จริง 4.กฎระเบียบเยอะ จนถึงขนาดถูกเรียกว่า ‘เมืองค่าปรับ’ เพราะที่ประเทศนี้เค้ามีพื้นที่น้อย ดังนั้นถ้าคนทำอะไรผิดระเบียบไปนิดหน่อยมันก็เลอะเทอะ หรือทำให้สังคมแย่ลงได้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นกฎระเบียบของที่นี่เค้าต้องเข้มงวดกันเป็นธรรมดาค่ะ ซึ่งที่นี่มีกฎเยอะมากที่เราต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ถ้าฝ่าฝืนก็โดนปรับกันไปตามระเบียบ แค่ทิ้งขยะลงพื้นเรี่ยราด เราก็อาจจะโดนค่าปรับที่สูงถึง 25,000 บาทได้เลย ใครจะเสี่ยงก็ลองดู   5.คนสิงคโปร์เดินเร็วที่สุดในโลก เพราะการคมนาคมหลักของสิงคโปร์คือการเดินนี่แหละค่ะ ทำให้ประชากรบ้านเค้าติดนิสัยเดินเร็วกันไปโดยปริยาย แถมสถานที่ต่างๆ ก็อยู่ใกล้ๆ กันด้วย เดินไปมาหาสู่กันได้สบายๆ จึงไม่แปลกเลยที่คนประเทศนี้จะเดินไวกว่าใคร ส่วนคนไทยที่มาใหม่ๆ ก็ไม่ต้องไปเดินตามเค้านะคะ เดินไปตามจังหวะของเรานี่แหละพอแล้ว ดู ทัวร์สิงคโปร์ ราคาสุดคุ้ม กับ Tourkrub มีเรื่องแปลกๆ ให้น่าทึ่งกันเยอะแยะเลยเนอะที่ประเทศนี้ เพื่อนๆ ที่อยากไปเปิดประสบการณ์ สัมผัสกับบรรยากาศที่ประเทศสิงคโปร์แบบตัวเป็นๆ ก็จอง ทัวร์สิงคโปร์ ไปกับ ทัวร์ครับ กันได้เลย  รับรองว่าได้เที่ยวครบ เก็บทุกบรรยากาศ คุ้มค่ากับการมาเยือนแน่นอน 

อ่านเพิ่มเติม
เปิดวาร์ป! 10 คาเฟ่สิงคโปร์ ที่ Cafe’ Hopper ต้องไป
เปิดวาร์ป! 10 คาเฟ่สิงคโปร์ ที่ Cafe’ Hopper ต้องไป

17 ธ.ค. 62

สิงคโปร์จ๋า พี่มาแล้ววว…หลังจากเพิ่งจบทริปไต้หวันไปไม่นาน กับ 10 ของกินสตรีทฟู้ดไต้หวัน ก็มีเหตุให้ต้องมาเที่ยวสิงคโปร์แบบ งงๆ ให้สมกับคนที่ “วันๆ คิดแต่จะเที่ยว”  แน่นอนว่าไม่มีแพลนอะไรทั้งนั้น นอกจากจดลิสต์คาเฟ่สิงคโปร์เด็ดๆ ที่เคยเก็บมา พร้อมการเดินทางเบ็ดเสร็จ และก็กลายมาเป็นรีวิว 10 คาเฟ่สิงคโปร์ แบบจุกๆ ที่จุกเพราะกินกาแฟไปเยอะมากแม่ ว่าแต่จะมี คาเฟ่สิงคโปร์ที่ไหนสวยๆ บ้าง ? แล้วจะดีอย่างที่เขาล่ำลือกันหรือเปล่า ตามมาอ่านไปพร้อมๆ กันเลย ปล. แต่ถ้าใครอยากเที่ยวสิงคโปร์แบบสบายๆ ไม่ต้องวางแผนให้ปวดหัว ไปเที่ยวได้ทั้งครอบครัว ก็สามารถจองทัวร์สิงคโปร์ กับทัวร์ครับ (Tourkrub) ได้เลยนะ เว็บไซต์ที่รวบรวมทัวร์ต่างประเทศไว้มากมาย เที่ยวสบายเที่ยวแบบจุกๆ ไปเลย   จองทัวร์สิงคโปร์ กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub)   10 คาเฟ่ สิงคโปร์   1 | Tiong Bahru Bakery การเดินทาง : MRT Tiong Bahru Station เปิดด้วยตำนานแห่งเบเกอร์รี่สิงคโปร์ ที่ไม่มึใครสามารถต้านทานความฮิตได้ค่ะ เพราะไม่ว่าจะมากี่ครั้ง ก็ไม่เคยเห็นร้านนี้เงียบเหงาเลยสักครั้งเดียว ซึ่งบอกเลยว่าครัวซองต์ร้านนี้คือดี หอม นุ่ม ชุ่มเนย แค่เข้ามาในร้านก็ได้กลิ่นหอมของเนยตลบอบอวลจนท้องร้องจ๊อกๆ แน่นอนว่าสายกินอย่างเราไม่รอช้า เลยจัดครัวซองต์แฮมชีส พ่วงด้วยลาเต้เย็นมาแบบไม่ต้องคิดค่ะ ราคา : Croissant Ham&Cheeze 8.5$ / Iced Latte’ 7$ รสชาติ : ครัวซองต์ถือว่าทำได้ดี  หอม นุ่ม ชุ่มเนย สมกับเป็นตำนาน รักษามาตราฐานได้เหมือนเดิม แต่ติดตรงที่มันไม่ค่อยร้อน เลยทำให้รสชาติความอร่อยลดลงนิดนึง ส่วนกาแฟ คือมีความเปรี้ยวเล็กๆ ซึ่งเราไม่ค่อยเจอรสชาตินี้ที่เมืองไทยเท่าไหร่ ก็เลยไม่ค่อยคุ้นเคยกับมันเท่าไหร่ 2 | Drips Cafe’ การเดินทาง : MRT Tiong Bahru Station ยังคงอยู่ที่ย่าน Tiong Bahru เพราะย่านนี้ถือได้ว่าเป็นดินแดนแห่งคาเฟ่ โดยร้านนี้เราเปิดจาก Review ในเน็ตมีคนมาบอกว่าคือร้านฮิตของย่านนี้ก็เลยไปตามรอยโลดจ้า โดยร้านนี้จะเน้นการตกแต่งแบบสบายๆ เน้นสีขาวและสีสันสดใสเป็นหลัก ซึ่งร้านมีทั้งกาแฟแบบ Drip เค้ก พายน่ากินๆ เต็มตู้ แต่เราเป็นสายกาแฟเลิฟเว่อร์ เลยขอชิม  Ice Latte’ สักหน่อย ราคา : Iced Latte’ 7$ รสชาติ : รสชาติกาแฟลาเต้เย็นร้านนี้ คือก็คล้ายกับ Tiong Bahru Bakery เลยค่ะ มีความเปรี้ยวติดมาเล็กๆ หรือถ้าสายกาแฟจะเรียกว่า Fruity Taste ซึ่งเราเป็นคนไม่ชอบกินกาแฟเปรี้ยวเท่าไหร่ แต่ใครที่ชอบ After Taste แบบ Fruity ก็น่าจะชอบกาแฟร้านนี้แน่นอนค่ะ ส่วน Drip Coffee ของที่นี่เรายังไม่ได้มีโอกาสลอง ไหนใครเคยลองแล้ว มาแชร์กันหน่อยค่ะ มีดีไหม ?   3 |  Flock Cafe' การเดินทาง : MRT Tiong Bahru Station ยังไม่ไปจากย่าน Tiong Bahru ค่ะ เพราะคาเฟ่ในย่านนี้คือเยอะสมชื่อจริงๆ แถมอยู่ใกล้ๆ กันเดินไป Hop ได้แบบรัวๆ ซึ่งร้านนี้ก็เป็นอีกร้านที่ตกแต่งได้เก๋สุด มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะแยะเลยค่ะ มีทั้งโซนในร้านและนอกร้าน แน่นอนว่าคนเมืองร้อนแบบเรา ต้องเลือกนั่งโซนในร้านที่มีแอร์ เพราะอากาศสิงคโปร์ตอนนี้ก็คือเมืองไทยเลยค่ะ โดยร้านนี้มีทั้งเครื่องดื่ม และอาหารแบบ All Day Breakfast ซึ่งเราเห็นคนมากินอาหารที่ร้านนี้เยอะมาก แต่เรามาเพื่อชิมเครื่องดื่มค่ะ และด้วยอากาศที่ร้อนเหลือเกินแม่ ครั้งนี้เราเลยขอเปลี่ยนไปเป็นชาเย็นเลมอน ขิงและมิ้น เพื่อเติมความสดชื่นสักหน่อย ราคา : Lemon Ginger Mint Iced Tea 6$ รสชาติ : แค่ปรื๊ดแรกก็สัมผัสได้ถึงความสดชื่นแล่นเข้ามาในฝากแล้วค่ะ ความรู้สึกเหมือนกำลังเคี้ยวหมากฝรั่งรสมิ้นต์ หอมๆ เย็นๆ สดชื่นสุดๆ เหมาะกับการดับความร้อนในวันที่อากาศร้อนแบบนี้จริงๆค่ะ แถมยังช่วยขับลม ทำให้รู้สึกสบายท้องอีกด้วย ใครที่ชอบชากลิ่นหอมๆ แนะนำเลยค่ะ   4 |  Forty Hands การเดินทาง : MRT Tiong Bahru Station เดินมาไม่ไกลจาก FLOCK Cafe’ เท่าไหร่ค่ะ ก็มาต่อกันอีกร้าน อย่างบอกว่านี่คือย่านอารีย์แห่งสิงคโปร์ของจริง เพราะคาเฟ่เยอะมากๆ แบบมาวันเดียวไม่หมดจริงๆ แน่นอนว่าเอเนอร์จี้ Cafe’ Hopper ของเรานั้นแรงกล้า เราจึงมาต่อร้านนี้แบบไม่มีอิดออดเลยค่ะ ซึ่งครั้งนี้เราสั่งเป็นช็อคโกแลตเย็น กับมัทฉะร้อน จะได้ชิมเมนูแบบหลากหลายหน่อยค่ะ การตกแต่งในร้านเป็นแนว 90’s เล็กๆ พนักงานน่ารักมากค่ะ คอยช่วยเหลือและสอบถามตลอดเวลา บอกได้เลยว่า แม้หน้าร้านจะดูเล็กๆ แต่ร้านข้างในมุมถ่ายรูปคือเยอะมากค่ะ แถมชิคๆ คูลๆทั้งนั้น นอกจากเครื่องดื่มแล้ว ร้านนี้ก็ยังขายอาหารแบบ All Day Breakfast เช่นกันค่ะ แอบมองโต๊ะข้างๆน่ากินไม่ใช่เล่นเลย ราคา : Iced Chocolate 7$ / Hot Matcha 6$ รสชาติ : เริ่มที่ช็อคโกแลตเย็นกันก่อน มีความเป็นช็อคโกแล็ตสูงมาก คือนุ่ม หอม หวาน แบบน๊ม นม ซึ่งเราสั่งหวานน้อย สำหรับเราก็เลยหวานกำลังดี จิบเพลินๆ ฟังเพลงในร้าน เผลอแป๊ปเดียวก็หมดแล้วค่ะ ส่วนอีกเมนูก็คือมัทฉะร้อน เสิร์ฟด้วยลาเต้อาร์ทรูปหัวใจ สวยงาม ตามท้องเรื่อง แน่นอนว่ารสชาติก็สวยงามไม่แพ้กันค่ะ ตัวมัทฉะคือดี แค่จิบแรกก็สัมผัสได้ถึงความเจ้มจ้นของมัทฉะ บอกเลยว่าคนรักมัทฉะ ต้องมาโดนค่ะ   5 | Creamier  การเดินทาง : MRT Tiong Bahru Station เดินถัดมาจากร้าน Forty Hands เพียงไม่กี่ก้าว ก็เป็นที่ตั้งของร้านคาเฟ่ที่โดดเด่นเรื่องไอศรีมค่ะ ดูได้จากปริมาณของคนที่อยู่แน่นเต็มร้าน ซึ่งร้านนี้จะเน้นเมนูของหวาน กาแฟ และไอศครีมค่ะ แค่เดินเข้ามาในร้าน กลิ่นของวาฟเฟิลก็ลอยเข้าจมูกมาแล้ว เราจึงไม่รอช้า ขอเข้าไปใส่ใจความอร่อยของร้านนี้สักหน่อย ว่าจะเด็ดแค่ไหนกัน ? ราคา : Chocolate Ice Cream 6.5$ รสชาติ : มาร้านที่โดดเด่นเรื่องไอศครีมทั้งที แน่นอนว่าเราก็ต้องไม่พลาดขอชิมรสเด็ดของที่นี่สักหน่อยค่ะ โดยรสชาติที่เราเลือกมาก็คือ รสช็อคโกแลต ที่คนขายบอกว่า ขายดีที่สุดแล้วจ้า ซึ่งสำหรับรู้สึกว่าหวานไปนิด อาจจะเป็นเพราะส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยชอบกินหวานมากเท่าไหร่ค่ะ ตัวไอศครีมมีความหอม มัน เข้ากันได้ดีกับโคนวาฟเฟิลที่หอมมากแม่ แถมมีรสหวานนิดๆด้วยนะ แต่ก็ถือว่าเป็นของหวานที่ช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ    6 | Earlybird การเดินทาง : MRT Bugis Station และแล้วก็ย้ายมาอีกย่านสุดฮิปแห่งสิงคโปร์กันบ้าง กับย่าน Bugis ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพิกัดสุดฮิตเมื่อมาเที่ยวสิงคโปร์ค่ะ ซึ่งร้านนี้เราบังเอิญเจอ เพราะว่าเดินผ่านพอดี เห็นร้านตกแต่งน่ารัก โทนสีขาว ตัดด้วยสีเหลืองเพราะเป็นสีของนกโลโก้ร้านนี้ และด้วยความร้อนของอากาศ ร้านนี้เราเลยขอจัดเครื่องดื่มที่สดชื่นๆ อย่าง ชาสตรอว์เบอร์รี่ Cold Brewed สักหน่อย ราคา : Sprakling Strawberry Cold Brewed Tea 6.5$ รสชาติ : ถือเป็นคำตอบให้กับวันอากาศร้อนๆจริงๆค่ะ ตัวชามีความเข้มข้นสุด แค่เปิดฝาก็ได้กลิ่นของสตรอว์เบอร์รี่ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ชาธรรมดาเพราะเป็น Sparkling ด้วย จึงมาความเปรี้ยวซ่า หอม หวาน ลงตัว เหมือนกับได้กินอะไรที่มันสดชื่นมากๆ ทำให้มีแรงเดินต่อเลยค่ะ แนะนำมากๆ 7 | Plain Vanilla Bakery การเดินทาง : MRT Tiong Bahru Station และแล้วก็ขอวกมาย่านคาเฟ่สิงคโปร์กันอีกครั้งค่ะ เพราะยังเก็บไม่หมด และอยากมาร้านนี้มากๆ ด้วยเพราะรีวิวคาเฟ่สิงคโปร์เกือบทุกรีวิวคือต้องมีชื่อร้าน Plain Vanilla Bakery อยู่ในลิสทุกครั้ง ก็เลยต้องมาสัมผัสความสุดยอดของคาเฟ่แห่งนี้สักหน่อย ซึ่งอยู่เลยจากร้าน Forty Hands มาเพียงไม่ถึง 50 เมตรเลยค่ะ ใครที่อยากจะมา มาทีเดียวก็เก็บให้ครบไปเลยทีเดียว โดยร้านนี้มีชื่อเสียงในเรื่องของกาแฟ และขนมเบเกอร์รี่ค่ะ โดยเฉพาะคัพเค้ก แถมยังมีข้าวของเครื่องใช้น่ารักๆ สไตล์รักษ์โลก จำหน่ายอีกด้วยนะคะ ยิ่งตอนที่เรามาคือช่วงปลายปีพอดี จึงเต็มไปด้วยของตกแต่งคริสมาสต์ที่ทำให้บรรยากาศอบอุ่นมากๆเลยค่ะ แน่นอนว่าเราไม่รอช้าขอชิม Iced Mocca ที่นี่สักหนึ่ง อ้อ! ร้านนี้ไม่รับเงินสดนะคะ แต่เราสามารถใช้บัตรเดบิทจากไทยจ่ายได้เลย สะดวกมากค่า ราคา :  Iced Mocca 6$ รสชาติ :  รอไม่นาน Iced Mocca ก็มาเสิร์ฟ ซึ่งมีการโรยช็อคโกแลตมาด้านบนด้วย ตัวกาแฟมีความหอมที่ผสมกลิ่นหวานของช็อคโกแลต แต่รสชาติคือแทบไม่หวานเลยค่ะ ไม่เหมือนบ้านเราที่สั่งเมนูนี้ทีไร ต้องย้ำว่าหวานน้อยนะคะ ซึ่งรสชาติของกาแฟยังมีติดเปรี้ยวเล็กๆ เหมือนกับคาเฟ่สิงคโปร์ส่วนใหญ่ที่เราไป รวมๆถือว่าโอเคเลยค่ะ เสียดายที่ไม่ได้ชิมเบเกอร์รี่ของที่นี่ เพราะต้องมีไปชิมที่อื่นต่อ แต่บอกเลยว่าครั้งหน้าไม่พลาดแน่   8 | P.S Cafe' การเดินทาง : MRT Tiong Bahru Station ยังจ้า ยังไม่ไปจากย่านนี้ เพราะยังเหลืออีกหนึ่งคาเฟ่สิงคโปร์ที่หลายรีวิวบอกว่าต้องมา ซึ่งร้านนี้เป็นอีกร้านที่ต้องติดลิสรายชื่อคาเฟ่สิงคโปร์สุดฮิต ในเมื่อหลายเรื่องการันตีความแจ่มขนาดนี้ Cafe Hopper อย่างเรามีเหรอจะพลาดได้ ซึ่งร้านนี้บอกเลยว่าเป็นร้านที่ตกแต่งได้หรูหรามากจ้า ตอนเปิดประตูเข้าไปในร้านคือนึกว่ามาร้านผิด เพราะมีแต่ไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลเต็มไปหมดค่ะ แต่มั่นใจสุดเพราะอ่านป้านชื่อร้านมาแล้ว ไม่ผิดแน่ เลยรีบพุ่งตัวไปสั่ง Hot Latte มาจิบเก๋ๆสักหน่อยค่ะ ราคา : Hot Latte 5.5$ รสชาติ : ในที่สุดฉันก็ได้เจอกาแฟที่ไม่เปรี้ยว มันนุ่ม มันหอม มันกำลังดีไปหมดเลยจ้าแม่ เรายกให้ร้านนี้เป็นร้านที่กาแฟถูกใจเราที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะมันไม่เปรี้ยวและไม่เข้มจนเกินไป เอาไป 10 เต็ม 10 แถมคนไม่พลุกพล่านมาก เหมาะกับการมานั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสือเพลินๆ นอกจากเครื่องดื่มแล้ว ร้านนี้ก็ยังมีอาหารแบบ All Day Breakfast ขายเช่นกันค่ะ ใครที่หิวๆ ก็แวะมาฝากท้องที่ร้านนี้กันได้นะ   9 | Stateland Coffeehouse การเดินทาง : MRT Bugis Station มาต่อกันที่ย่านฮิปสิงคโปร์อย่าง Bugis กันต่อค่ะ ด้วยความที่วันนี้เรามาเดินเที่ยวถนนสุดอาร์ท Haji Lane ย่านแห่งงานศิลปะสิงคโปร์ ด้วยตึกสีสันสดใส กับสตรีทอาร์ทที่ใครๆก็ต้องมาถ่ายรูป หลังจากเดินจนเสร็จก็เลยขอหาคาเฟ่เติมความสดชื่นกันหน่อย ก็ได้เจอกับร้านนี้โดยบังเอิญ ซึ่งไม่ได้อยู่ใน Haji Lane แต่เป็นถนนอีกซอยข้างๆ ถ้าใครอยากตามรอยก็เสิชชื่อร้านใน Google Map ได้เลยจ้า และด้วยความร้อนทำให้เราอยากกินอะไรที่มันสดชื่น ก็เลยสั่งเลมอนเนดของร้านนี้ ที่เขาบอกว่าเป็นเมนูเด็ดของร้าน นอกเหนือจากกาแฟค่ะ ราคา :  Iced homemade apple mojito lemonade 5.5$ รสชาติ : ของเด็ดที่ตอบโจทย์ความร้อนของอากาศสิงค์โปร์ มันสดชื่นมากแม่ รสชาติคือเปรี้ยว หวานลงตัว แค่กลิ่นของเลมอนเนดก็คือสดชื่นแล้ว ยังมีเนื้อแอปเปิ้ลมาให้เคี้ยวเล่นๆอีกด้วย ยิ่งทำให้รสชาติของเลมอนเนดแก้วนี้ลงตัวสุดๆไปเลย ยกให้เป็นอีกเครื่องดื่มในดวงใจของทริปสิงคโปร์นี้เลยค่ะ    10 | Windowsill Pies  การเดินทาง : MRT Bugis Station ปิดท้ายด้วยคาเฟ่สุดฮิตแห่ง Haji Lane ที่โดดในเรื่องของพายค่ะ ซึ่งร้านนี้อยู่ในถนน Haji Lane เลย ใครที่มาเดินเที่ยวเล่นถนนเส้นนี้ ก็แวะลองชิมกันได้ เพราะพายร้านนี้เนี่ย โด่งดังมากๆค่ะ แถมร้านก็ยังตกแต่งได้น่ารัก สีสันสดใส แบบพาสเทลสุดๆ แน่นอนว่าพายร้านนี้มีให้เลือกหลายแบบมาก แต่รสชาติคืออยากกินทั้งหมด แต่ต้องห้ามใจเพราะเกรงใจไขมันที่พุงเหลือเกิน  ก็เลยเลือก Lemon Strawberry Pie มา พร้อมสั่งเครื่องดื่มเป็น Iced Matcha Latte ซึ่งตอนที่เรามาเนี่ย ทางร้านกำลังมีโปรโมชั่นซื้อพายคู่กับเครื่องดื่มในร้านเพียง 11.50$ เท่านั้น ถือว่าคุ้มสุดๆไปเลยค่ะ ราคา : Lemon Strawberry Pie + Iced Matcha Latte 11.50$  รสชาติ : ตัวพายอร่อยมากเว่อร์ เปรี้ยว หอมเลมอนเหมือนยกเลมอนมาทั้งสวน ไม่เลี่ยนเลยสักนิดค่ะ แป้งพายด้านล่างก็หอมชุ่มเนยสุด แต่ไม่กลบกลิ่นเลมอนด้านบนเลยสักนิด สอดไส้ด้วยสตรอเบอร์รี่ซอสเจ้มจ้น เป็นขนมที่กินแล้วอยากกินอีก ให้กินทั้งถากดก็จะกิน เป็น The Best Pie in Town เลย เอารางวัลไปเลยจ้า ส่วนชาเขียวมัทฉะของที่นี่ก็จะแบบเน้นนมหน่อย  คือรสนมมาเต็มมาก เหมาะกับคนชอบกินชาเขียวไม่เข้ม หวานกำลังดี ตัดกับรสพายเลมอนได้ลงตัวสุด เหมือนถูกสร้างมาเพื่อกันและกันเลยค่ะ   จบไปแล้วกับ 10 คาเฟ่สิงคโปร์แบบจุกๆ บอกเลยว่าเราก็จุกมากเช่นกัน กลับไทยคงต้องไปออกกำลังรัวๆ ชดใช้ความผิดที่ทำไว้ ใครที่ไปตามรอยก็อย่าลืมมาบอกเล่าให้ฟังกันบ้าง ? หรือมีคาเฟ่สิงคโปร์ไหนเด็ด ก็แวะมาบอกเราบ้างน้า ส่วนครั้งหน้าจะคิดไปเที่ยวประเทศไหนอีก ? ต้องติดตามกันให้ดีจ้า   เรื่องและภาพ : วันๆ คิดแต่จะเที่ยว Singapore 2019  

อ่านเพิ่มเติม
รีวิวสิงคโปร์  4วัน3คืน เที่ยวให้สุด แล้วหยุดที่คำว่า ฟิน!
รีวิวสิงคโปร์ 4วัน3คืน เที่ยวให้สุด แล้วหยุดที่คำว่า ฟิน!

17 ม.ค. 63

มาเที่ยวสิงคโปร์ครั้งนี้ ไม่เน้นเที่ยวไรมาก แต่เราเน้นกิน! ตามไปลองร้านฟินๆ ที่คนสิงคโปร์ก็คอนเฟิร์มว่าอร่อย และคนไทยอย่างเราก็ให้ความนิยม คำเตือนบทความนี้ไม่ควรเปิดดูตอนกลางคืน เพราะจะทำให้คุณหิวมาก ใครพร้อมไปเที่ยว ไปกินที่สิงคโปร์ แวะคาเฟ่สิงคโปร์ บ้างก็ตามเรามาได้เลย   จองทัวร์สิงคโปร์ กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub)   รีวิวเที่ยวสิงคโปร์ 4 วัน3คืน มาท่องโลกแห่งการกินกัน เราตั้งใจว่ามาครั้งนี้จะเก็บร้านดังๆ ไม่เน้นสถานที่ท่องเที่ยวมากมายนักเนื่องจากว่ามาบ่อยมากๆ แล้ว รวมถึงอยากมาหาร้านอาหารอร่อยๆ แล้วมารีวิวให้คนที่กำลังจะไปสิงคโปร์ครั้งแรกหรือหลายครั้งแล้วแต่ไม่รู้จะไปกินอะไรดี โดย ที่เริ่มต้นจากแพลนว่าไป 4 วัน ช่วง 8 - 11 พฤศจิกายน (ช่วงที่ไปไม่เจอฝนเลยอากาศดีไม่ร้อนมาก) วันแรกเราประเดิมด้วยร้านข้าวมันไก่เจ้าดังเพิ่งเข้ามาไทยไม่นาน ใช่แล้วค่ะ Boon Tong Kee!    ร้าน Boon Tong Kee นอกจากจะสั่งไก่แล้วเรายังสั่งเมนูคล้ายกับผัดเปรี้ยวหวานไก่และแกงจืดสาหร่าย ซึ่ง Boon Tong Kee มีหลายสาขานะคะ รับรองว่ารสชาติเหมือนกันทุกสาขาค่ะ ที่เราไปทานเป็นสาขา bendeermar โต๊ะไม่เยอะ พนักงานเสริฟบริการดี และมีภาษาอังกฤษค่ะมื้อนี้เบาๆ กับข้าว 3 อย่าง ข้าวมัน 3 ถ้วย ราคารวม 50 SDG (1SDG = 22.6 บาท) จบวันแรกแบบอิ่มอกอิ่มใจ   เริ่มเช้าวันที่สองเราตั้งใจว่าจะทานอาหารเช้าแบบคนสิงคโปร์ คือ ขนมปังปิ้งประกบกับเนยถั่วหรือเนยจืด แล้วจิ้มกับไข่ลวก พร้อมกาแฟร้อน แค่คิดก็อยากกินแล้ว ไม่รอช้าค้นกูเกิ้ลหาร้านอาหารใกล้ที่พักเจอแต่ร้าน Macdonald และ Subway เราตัดสินใจลอง Macdonald เป็นอาหารเช้าลองท้องไปทุกประเทศที่ไปต้องขอลองเพราะแต่ละประเทศ จะมีความต่างของรสชาติไก่ น้ำจิ้ม เราสั่งฟิชเบอร์เกอร์และแพนเค้ก พร้อมกาแฟเย็นที่รสชาติเบาบางมากอีก 1 แก้ว สรุปโดยประมาณ 11 SDG  ลองท้องเสร็จแล้วเราก็เริ่มภารกิจตามหาร้านอาหารเช้าแบบท้องถิ่นกันต่อแต่ก็ยังไม่พบร้านที่ถูกใจ เลยตัดสินใจไปร้านเด็ดที่คนส่วนใหญ่รีวิวว่า “ครัวซองค์ดีที่สุด” กินแล้วต้องฟินฝุดๆแน่นอน ซึ่งอยู่ในย่าน hipster เราไม่รอช้าปักหมุดแล้วตามไปลองทันที วิธีการเดินทางให้ลง Mrt Tiong Bahru แล้วเซิชคำว่า Tiong Bahru Bakery ซึ่งจากสถานีเดินไปประมาณ 750 เมตรไม่ไกลมาก แค่เห็นบรรยากาศน่าร้านก็ชวนเข้าไปลองชิมแล้วค่ะเพราะว่ามีคนเข้าคิวรอเยอะมากทั้งฝรั่ง เอเชียอย่างเรารวมไปถึงคนสิงคโปร์ด้วยค่ะ   เรายืนรอคิวอยู่ประมาณ 10 นาที ก็ได้โต๊ะพอถึงเวลาเข้าไปสั่งแนะนำว่าให้ยืนดูเมนูนอกเส้นเข้าแถวสักหน่อยก่อนสั่งเพื่อไม่ต้องไปยืนลังเลอยู่ในแถวสั่งอาหารเป็นการทำให้คนอื่นเสียเวลา เราถามพนักงานว่าอันไหนแนะนำ เขาแนะนำว่า Plain Croissnt Almond Croissnt และเราสั่ง Smoke Salmon เพิ่ม (เพราะเห็นคนข้างหน้าสั่ง และฝรั่งที่นั่งโต๊ะหน้าร้านกินอยู่ดูน่าอร่อย) สั่งครัวซองค์เสร็จต่อไปเป็นการสั่งน้ำขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าถ้าเป็นคนชอบกาแฟเข้มๆ ควรสั่งกาแฟร้อน หรือถ้าเป็นคนชอบกินกาแฟเย็นให้สั่งกาแฟสองชอต แล้วใส่ไซรัปเพิ่ม (ไซรัปต้องมาเติมเองมีบาร์ให้เติมน้ำตาล ไซรัป ครีมเทียม น้ำเปล่า แก้วน้ำ ช้อนส้อม) เพราะสำหรับคนที่ดื่มกาแฟเข้ม (คั่วระดับกลาง-เข้ม) จะรู้สึกว่าจืดมาก หลังจากนั้นถึงเวลาชิมสิ่งที่พนักงานในร้าน recommend Plain Croissant คำแรกที่เข้าไปกลิ่นหอมของขนมปังความเหนียวนุ่มของเนื้อแป้งความบางกรอบกำลังพอดี  ยิ่งทากับเนยเค็มยิ่งดียิ่งอร่อยถูกใจมากให้ 10 คะแนนไปเลย ส่วนครัวซองค์อัลมอนด์ก็เหมือนกันกำลังดีมีรสสัมผัสต่างกันตรงที่มีถั่วเข้ามาเป็น Texture ลำดับสุดท้ายที่สั่งตามคนอื่นเขาสั่ง คำแรกรู้สึกเฉยๆ เหมือนร้านอื่นๆ ทั่วไปที่ทำ Brunch ในประเทศไทยแต่พอคำที่สองเราเจอที่ทาขนมปังเขาไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไรเขาทาไว้ทานคู่กับขนมปังถือว่าโอเคเลยทีเดียว ลืมบอกไปว่าขนมปังที่กินกับ smoke salmon เป็นแป้งชาโคและสอดไส้ผักล็อคเกตด้วยนะ   จบมื้อสุดประทับใจนี้ด้วยการเดินกลับไปขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อไป Garden By the Bay และที่สำคัญมีบักกุเต๋ที่มากี่ครั้งก็ต้องมากิน ซึ่งบักกุเต๋เจ้านี้อยู่ชั้นฟู้ดคอร์ทของ Marina Bay Sand โดยเราสามารถเดินบนทางเชื่อมชั้น 3 ของ Marina Bay Sand ไปถึง Garden By the Bay ได้ เนื่องจากครัวซองค์ยังคงฟูอยู่เต็มท้องเราเลยเดินเล่นที่ Marina Bay Sand ช็อปปิ้งแบรนด์ของสิงคโปร์นั่นก็คือ Charles & Keith หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าหากมาซื้อยี่ห้อนี้ที่สิงคโปร์จะค่อนข้างถูกกว่าที่ไทยอีกนะ ยิ่งเป็นช่วงลดราคาทั้งเกาะยิ่งถูกขึ้นไปอีก เดินเล่นอยู่สักพักก็ข้ามไป Garden By the Bay ที่นี้มีโดมขายของหวานน้ำชามานั่ง Afternoon Tea ที่นี้ได้แนะนำว่าขนมหวานอร่อยมากๆ แต่รอบนี้เราไม่ได้เข้าไปนะคะอดชมภาพกันเลย ถ้าใครไปก็อย่าลืมไปลองชิมกันนะคะ เดินจนบ่ายกว่าๆ เราก็ข้ามกลับมาเพื่อมากิน! บักกุเต๋  เราสั่งมา 1 ชุด ในชุดจะมีข้าว 1 ถ้วย บักกุเต๋ 1 ถ้วย ปาท่องโก๋ และเต้าหู้พร้อมถั่ว อีกอย่างละถ้วย แล้วก็แบบบักกุเต๋ และข้าวเดี่ยวมาอย่างละหนึ่ง น้ำจิ้มตักเอาได้เองเลยตามใจชอบ นอกจากนี้ รอบนี้ได้ลองติ่มซำเพิ่มเติม รสชาติบักกุเต๋ที่นี้ทำไมถึงติดใจเพราะ หนึ่งกลิ่นเครื่องเทศไม่แรงเผ็ดร้อนด้วยพริกไทยค่อนข้างพอดีไม่เยอะจนเกินไปหมูติดกระดูกแค่เอาช้อน เขี่ยก็หลุดออกจากกระดูก ข้าวไม่แฉะไม่ร่วนไป น้ำจิ้มรสชาติพอดีไม่เปรี้ยวไม่เผ็ดมาก ที่สำคัญรสชาติคงที่มากมากี่ครั้งก็อร่อยเหมือนเดิม เกือบลืม! สายชานมไข่มุขใครว่าที่นี้ไม่มี ไม่ค่อยเห็นคนรีวิวใช่ไหมคะ จริงๆ มีร้านหนึ่งที่คิดว่ารสชาติโอเคเลยสู้กับ Kamu ได้ ร้านจะอยู่ที่เดียวกับบักกุเต๋แต่ว่าจะอยู่ด้านหน้าฟู้ดคอร์ทลงบันไดเลื่อนมาจะเจอเลย เห็นคนยืนต่อคิวเยอะมากมีบางคนสั่งที 10 แก้ว ก็มี อยากให้ลองค่ะ  จากนั้นเรากลับไปดูไฟซึ่งเป็นไฮไลท์ของ Garden By the Bay ต่อรอบจะนานประมาณ 10 นาที โดยประมาณ แนะนำว่าให้รีบไปจับจองพื้นที่กันก่อนสองทุ่มสัก 10 นาที เพื่อหามุมที่ดีที่สุดในการนอนดู ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดูไฟที่นี้ หลังจากดูไฟจบก็เหมือนลังมดแตกคนเต็มไปหมดกว่าจะเดินออกมาได้รวมครึ่งชั่วโมง ทำให้กระเพาะอาหารของเราทำงานอีกครั้ง ลำบากขาต้องเดินไปหาของกินเลยตัดสินใจว่ากินอะไรเบาๆ ก่อนกลับแล้วกันเราก็เลยพากันไปที่ออร์ชาร์ดเพราะมีคนบอกว่าร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาที่ Food Opera ห้าง ION Orchard ชั้น B4 อร่อย ไม่รอช้าขึ้น MRT สายสีแดงไปลง Orchard Station ลงไปถึงชั้นใต้ดินเดินวนเวียน หาอยู่สักพักก็พบกับร้านที่เราตั้งใจมากิน Li Xin Teochew Fishball อร่อยสมค่าที่หิ้วท้องมากิน น้ำราดก๋วยเตี๋ยวเข้มข้นเข้ากับเส้นบะหมี่แบน ลูกชิ้นปลากัดเข้าไปรู้สึกเหมือนทำมาจากปลาล้วน ไม่ก็แป้งน้อยน้ำซุปลงตัวมากเมื่อกินคู่กับเส้นบะหมี่ รวมๆ แล้วก็ให้ 10 ดาวเหมือนกัน นอกจากนี้ เรายังสั่งอาหารของคนสิงคโปร์มากินเพิ่มอีก เรียกว่า “Cha Kway Teow” เขาจะใช้บะหมี่เส้นกลมผัดกับเส้นใหญ่ใส่กุนเชียง กุ้งแห้ง ฯลฯ ผัดรวมกัน รสชาติค่อนไปทางจืดและมันต้องกินกับซีอิ๋วถึงจะรสชาติอร่อยลงตัว แนะนำว่าให้กิน Food Court Center นอกห้างอร่อยกว่า วันที่สามแล้ว วันนี้เราแพลนว่าจะไป Universal Studio Singapore เราตั้งใจไปถึงสัก 9 โมงเช้าเพื่อไม่ต้องเบียดกับคนเข้าไป แล้วเดินทวนเข็มนาฬิกาสวนกับคนบางส่วนเข้าไปเป็นเคล็ดลับเล็กๆ น้อยสำหรับคนที่วางแผนจะไป ช่วงสายๆ เริ่มหิวเราเดินมาถึงโซนการ์ตูนเรื่องเชร็คเลยแวะทานข้าวกัน ไม่รอช้าด้วยความหิวพิซซ่าหนึ่งถาด พร้อมกับเบอร์เกอร์ปลาและเฟรนช์ฟรายทอดสำหรับ 3 คน    เติมพลังเสร็จแล้วไม่รอช้าต่อด้วยเล่นเครื่องเล่นน่ารักเชร็ค 4 D ที่เล่าเรื่องราวการลักพาตัวฟิโอน่าไปหลังแต่งงานและเชร็คตามไปช่วยจนสำเร็จและความน่าทึ่งของเทคโนโลยี 4 D ทำให้รู้สึกเหมือนเราเข้าไปช่วยฟิโอน่าจริงๆ สนุกสนานเหมาะกับคนที่ไม่ชอบเครื่องเล่นหวาดเสียว เราใช้เวลาอยู่จนถึง 6 โมงเย็นเพื่อที่จะไปให้ทันที่จองโต๊ะไว้ร้าน Jumbo seafood สาขา Riverside Point เพื่อไปกินปูผัดผงกะหรี่ แต่ท้ายที่สุดเราเปลี่ยนใจไปกินข้าวมันไก่ชื่อดังแห่งย่านไชน่าทาวน์ Tian Tian Chicken Rice  วิธีการเดินทางลงที่สถานี Chinatown ออก Exit A หันหน้าเข้าพระเขี้ยวแก้ววัดเดินไปทางซ้ายแล้วข้ามถนนเดินไปประมาณ 200 เมตรจะเจอศูนย์อาหาร Maxwell Food Center อร่อยสมที่ได้รับรางวัลและลงนิตยสารมากมาย แต่ขอเตือนให้ทุกคนที่จะไปทานพกช้อนพลาสติกแข็งไปเอง เพราะช้อนของที่ร้านอ่อนแอมากไม่สามารถหั่นไก่ให้ขาดได้ ดังนั้นนี่เป็นคำเตือน! ทุกคนที่จะไปทาน แต่หลังจากทางเสร็จกองทัพนักกินอย่างเราไม่อิ่มทองตั้งใจไปหาของกินต่อเดินกลับมาทางไปสถานีไชนาทาวน์ เจอร้านลับชาบูหมาล่าเห็นคนในร้านเยอะมั่นใจว่าอร่อยแน่ไม่รอช้าพุ่งตัวเข้าไปสั่งอาหารทันที เราสั่งมาแบบน้ำซุปหมาล่าครึ่งหม้อแบบออริจินัลครึ่งหม้อ ขอเตือนก่อนว่าที่นี้คิดราคาอาหารเป็นถาด และเป็นไม้ไม่ใช่ราคาต่อหัวดังนั้นอย่าวู่วามราคาของแต่ละอย่างไม่เท่ากันที่แพงสุดหนีไม่พ้นเนื้อ เราลองหยิบมาชิมอย่างละไม้ก่อนท้ายสุดจบด้วยกินเป็นถาดคุ้มกว่าเพราะเป็นไม้นี่อย่างต่ำราคา 0.50  SGD ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงสงครามการกินชาบูจบลงด้วยน้ำตาเบาๆ มื้อนี้พันกว่าบาท ซึ่งถือว่ารับได้ ร้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวันพระเขี้ยวแก้วจบวันนี้ไปด้วยความอิ่มอร่อย เดินข้ามฝั่งมาเลยมาหนึ่งไฟแดงร้านอยู่ซ้ายมือ ลืมจำชื่อร้านมา   วันสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดภารกิจหลักของเราเช้านี้ คือ กินติ่มซำ เซิชกูเกิ้ลเจอร้านติ่มซำเจ้าดังในหมู่คนสิงคโปร์และต่างชาติแต่คนไทยอย่างเรายังไม่ค่อยรู้จักมาก เราไปตามหาติ่มซำร้านนี้กัน ชื่อร้าน SWEE CHOON  ร้านนี้มีความไฮเทคผสมภายใต้กลิ่นอายของร้านอาหารสไลต์จีนผสมอยู่ หลังจากภารกิจเสร็จสิ้นเราเดินต่อไปยังมุสตาฟาเดินไปเดินมาเที่ยงอีกแล้วนักกินอย่างพวกเราตามหาอร่อยก่อนกลับและเมนูที่พวกเราทานก่อนกลับ คือ บักกุ๊ดเต๋ ร้านนี้ใกล้ที่พักแถวรถไฟฟ้า Bendeermar MRT ออก Exit B เดินมาทางด้านขวา 500 เมตร จะเจอศูนย์อาหารเล็กๆ มีให้เลือกหลายร้าน สำหรับคนที่อยากลองทานหลายๆ อย่าง มาถึงตรงนี้ได้เวลาเดินทางกลับกรุงเทพฯ แล้ว ครั้งนี้ภารกิจหลักคือการตามหาร้านอร่อย ร้านดังให้มากที่สุดเพื่อมาฝากให้คนอื่นๆ ที่สนใจการทานอาหารได้ติดตามกันไปค่ะ หวังว่าทุกคนจะได้ไปตามร้านที่เราเอามาฝากกัน

อ่านเพิ่มเติม
รีวิว Universal Singapore มาเที่ยวสิงคโปร์ครั้งหน้าห้ามพลาด
รีวิว Universal Singapore มาเที่ยวสิงคโปร์ครั้งหน้าห้ามพลาด

06 มี.ค. 63

Universal Studio Singapore บนเกาะ Sentosa หนึ่งในที่เที่ยวสุดฮอตของสิงคโปร์  มาเที่ยวถึงสิงคโปร์ทั้งทีก็ต้องมีเวลาเผื่อไว้ให้การเที่ยวที่ Universal Studio Singapore แนะนำว่าให้เขาไปเลยหนึ่งวันเต็ม มาสิงคโปร์แล้วไม่มาเที่ยวที่ Universal  Singapore เราจะบอกว่าพลาดมากๆ ใครที่เคยมาแล้วน่าจะรู้ว่าให้เวลาทั้งวันยังไม่พอเลย เพราะเครื่องเล่นเยอะ คนเยอะ บางเครื่องเล่นคือต่อแถวยาวมาก เอาเป็นว่าใครยังไม่ได้มาเที่ยวสนุกๆ ที่ Universal Singapore ก็ตามเรามาได้เลยเรื่องสนุกๆ รออยู่ที่นี่อีกเพียบ   จองทัวร์สิงคโปร์  กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub)   Universal Studio Singapore (ยูนิเวอร์แซล  สตูดิโอ สิงคโปร์) หรือที่หลาย ๆ คนอาจเรียกขานกันอย่างสั้น ๆ ย่อ ๆ ว่า USS นั่นเอง  เป็นสวนสนุกหรือ Theme Park ขนาดใหญ่ที่มี Concept และ Theme ของสวนสนุกมาจากหนังและการ์ตูนดังจากค่าย Universal Studios  นั้นเอง อย่างเช่น จูราสสิคปาร์ค (Jurassic Park) ไดโนเสาร์สุดคลาสสิคยอดฮิตตลอดกาล เจ้าตัวเหลืองจอมป่วยมินเนี่ยน (The Minions)  โด่งดัง และทรานฟอร์เมอร์ (Transformers) ที่สุดแห่งหุ่นยนต์ของโลกอนาคต เป็นต้น นอกจากนี้ USS หรือ Universal Studio Singapore ยังเป็นสวนสนุกแบรนด์ Universal Studios แห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย เช็คราคาหรือซื้อบัตรเข้าสวนสนุก Universal Singapore คลิกที่นี่   การเดินทางไป Universal Studio Singapore นั้นก็แสนง่ายดายสะดวกสบายมีให้เลือกหลายวิธีการเดินทาง   การเดินทางโดยรถไฟฟ้า  โดยใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สายสีม่วงมาจนสุดสายมาลงที่สถานี HarbourFront แล้วเดินต่อมายังห้างสรรพสินค้า Vivo  ตามป้าย Sentosa Express มายังชั้นบนสุดของห้าง จากนั้นก็โดยสารรถไฟ Sentosa Express มายังสถานี Waterfront station  บนเกาะ Sentosa การนั่งกระเช้าลอยฟ้า  หรือ Cable car ที่จะได้ชมวิวมุมสูงสวย ๆ และแอบหวาดเสียวหน่อย ๆ ไปด้วยในตัวระหว่างการเดินทาง  โดยสำหรับการเดินทางมายังเกาะ Sentosa ด้วยกระเช้าลอยฟ้านั้น ต้องมาขึ้นกระเช้าที่ชั้นบนสุดของห้างสรรพสินค้า Vivo เช่นเดียวกันกับการเดินทางด้วยรถไฟสาย Sentosa Express Sentosa Bus เป็นรถโดยสารประจำทางที่วิ่งระหว่าง Habour front สู่เกาะ Sentosa แต่วิธีนี้อาจใช้เวลาในการเดินทางเยอะสักหน่อย และสุดท้าย  สำหรับสายชิลล์ที่ชอบเดินกินลมชมวิวทะเลชิลล์ ไม่ซีเรียสกับเรื่องเวลา  ได้เสพย์บรรยากาศของท้องทะเลสิงคโปร์อย่างดื่มด่ำ ก็สามารถเลือกใช้ทางเดินเท้า  Boardway ซึ่งเป็นทางเลื่อนอัตโนมัติเป็นช่วง ๆ เดินเองบ้างในฉบับฮิปสเตอร์ และ Backpacker แนว ๆ  สวนสนุก Universal Studios Singapore (ยูนิเวอร์แซล  สตูดิโอ สิงคโปร์) ตั้งอยู่บนเกาะเซ็นโตซ่า (Sentosa Island) ภายในพื้นที่ของ Resort World Sentosa พิกัดรวมความสนุกและความบันเทิงแบบครบวงจรบนเกาะ Sentosa โดยภายในสวนสนุก Universal Studios Singapore นั้นแบ่งพื้นที่ออกเป็น Theme Zone ทั้งหมด 7 โซน โดยแต่ละโซนมีคอนเซ็ปโดยยึดตามหนังหรือการ์ตูนดังแต่ละตัวที่แตกต่างกันออกไป  ได้แก่ Hollywood, New York, Sci-Fi City, Ancient Egypt, The Lost World, Far Far Away และ Madagascar ในแต่ละโซนจะมีทั้ง Theme Park ที่ตกแต่งอย่างสวยงามราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในภาพยนตร์หรือการ์ตูนเรื่องนั้น  ให้ได้ชื่นชมบรรยากาศของภาพยนตร์เรื่องนั้น ๆ อย่างดื่มด่ำแบบใกล้ชิด พร้อมทั้งเครื่องเล่นสนุก ๆ สุดมันส์อีกหลายเครื่อง โดยในแต่ละ Theme Zone นี้ก็จะมีเครื่องเล่นทีเด็ด อันเป็นไฮไลท์ของแต่ละ Theme Zone อยู่ด้วย  ว่าแล้วแต่ละ Theme Zone ของ USS นั้นนำมาจากภาพยนตร์ดังเรื่องอะไร ให้เราหลุดเข้าไปอยู่ในเรื่องราวกันบ้าง และเครื่องเล่นไฮไลท์คืออะไร จะเด็ดขนาดไหน ไปต่อกันเลย   Universal Singapore โซน Hollywood และโซน New York เป็นโซนแรกที่เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ Universal Studio Singapore แล้วต้องพบเจอก่อนเป็นโซนแรก  ซึ่งด้านหน้าจะเป็นส่วนของร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารเป็นส่วนใหญ่ โดยออกแบบตกแต่งในสไตล์ชิค ๆ แบบถนน Broadway ใน Hollywood  ในโซน Hollywood และสร้างบรรยากาศแบบ New York ในโซน New York ที่จะทำให้รู้สึกเหมือนเป็น New Yorker ตลอดเวลาที่เดินผ่านและดื่มด่ำกับบรรยากาศอันครื้นเครง  และทั้ง 2 โซนนี้ยังเป็นพื้นที่จัดงาน การแสดงโชว์ พบปะกับตัวการ์ตูนดังแบบเป็น ๆ อาทิ Minions และ Sesame Street และปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดสุดอลังการของที่นี่อีกด้วย   Universal Singapore โซนแห่งโลกอนาคตหรือ Sci-Fi City โซนยอดฮิตและเป็นที่รู้จักมากที่สุดของสวนสนุก USS แห่งนี้  กับ Theme Zone แห่งอวกาศที่มาจากหนังเรื่องดังอย่าง  ทรานฟอร์เมอร์ (Transformers)  อันเป็นที่ชื่นชอบของทั้งเด็ก  และผู้ใหญ่ ทุกเพศ ทุกวัย ที่นอกจากจะได้อารมณ์และบรรยากาศราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในอวกาศ  และภาพยนตร์เรื่อง Transformers แล้ว ในโซน Sci-Fi City ยังมีเครื่องเล่นทีเด็ดอยู่อีกถึง 2 เครื่องเลยทีเดียว  ได้แก่ เครื่องเล่นที่ดังที่สุดของ USS แห่งนี้กับ TRANSFORMERS The Ride: The Ultimate 3D Battle  และเครื่องเล่นที่ต้องบอกว่าหวาดเสียวที่สุด  กับรถไฟเหาะสองรางที่วิ่งไข้วสลับกันสุดหวาดเสี่ยวอย่าง  Battlestar Galactica: HUMAN vs. CYLON  โดยต้องพูดเลยว่าเครื่องเล่นทั้ง 2 เครื่องนี้เด็ดมาก  ต้องห้ามพลาดกันเลยทีเดียว   Universal Singapore โซนอียิปต์โบราณ Ancient Egypt โซนแห่งดินแดนโบราณของอียิปต์จากหนังเรื่อง  The Mummy อันเป็นหนึ่งในพิกัดไฮไลท์ของ USS แห่งนี้  ด้วยเป็นตำแหน่งโลเคชั่นที่ตั้งของเครื่องเล่นทีเด็ด Top List ใน USS แห่งนี้  อันได้แก่ เครื่องเล่น Revenge of the Mummy  รถไฟเหาะท่ามกลางความมืดมิด  ที่เคลื่อนที่ในความมืดเพิ่มตามไล่ล่าหาสมบัตริ  และหนีจากภัยอันตรายคล้าย ๆ กับการหาสมบัติในพีระมิคของภาพยนตร์เรื่อง The Mummy  ที่ต้องบอกว่าเป็นเครื่องเล่นแบบ Thrill-seeker ตัว Peak ที่ถ้าไม่ได้เล่นต้องบอกว่าพลาดมาก ๆ พูดเลย   Universal Singapore โซน The Lost World โซนแห่งเมืองดึกดำบรรพ์ยุคไดโนเสาร์ที่จำลองมาจากภาพยนตร์เรื่องจูราสสิกปาร์ค (Jurassic Park) อันโด่งดัง  ซึ่งภายในมีไดโนเสาร์จำลองเหมือนฉากในภาพยนตร์มากมาย  ที่ต้องบอกว่าผู้ชายทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ที่ชื่นชอบได้โนเสาร์ต้องชอบมาก ๆ ในส่วนของเครื่องเล่นนั้น  มีอยู่ด้วยกัน 2 เครื่อง คือ เครื่องเลานไฮไลท์ของโซนนี้ และของ USS แห่งนี้อีกเครื่องเล่นหนึ่งอย่าง Jurassic Park Rapids Adventure  และ  รถไฟเหาะลอยฟ้าชมเมือง The Lost World อย่างเครื่องเล่น Canopy Flyer แต่สำหรับคนที่จะเล่นเครื่องเล่นทางน้ำไฮไลท์อย่าง  Jurassic Park Rapids Adventure  นั้นนอกจากจะต้องเตรียมใจเรื่องคิวยาวเอาไว้หน่อยแล้ว  ไกด์นิดนึงว่าเตรียมใจเรื่องเปียกหรือเตรียมเสื้อผ้าไปเปลี่ยนไว้ด้วยนะ  เพราะใครจะเปียกมาก เปียกน้อย หรือไม่เปียกเลย อันนี้ก็แล้วแต่ดวงนะ   Universal Singapore โซนดินแดนอันไกลโพ้น หรือ Far Far Away ปิดท้ายกันด้วยดินแดนแห่งเทพนิยายในฝันของเด็ก ๆ กับโซนดินแดนอันไกลโพ้น หรือ Far Far Away  อันเป็นที่ตั้งของปราสาทขนาดใหญ่สุดอลังการความสูงถึง 40 เมตร  ที่จำลองมาจากแอนิเมชั่นเรื่อง Shrek สุดฮอต โดยภายในโซนนี้ มีเครื่องเล่นแอนิเมชั่น 4D ที่เล่าเรื่องราวการผสมภัยของ Sherk ผ่านประสบการณ์การสัมผัสจริงแบบ 4D ทั้งแสง  สี เสียง ลม และน้ำ อย่างเครื่องเล่น Shrek 4-D Adventure   Universal Singapore โซนมาดากัสก้า Madagascar ปิดท้ายกันด้วยโซนสำหรับเด็กเล็ก  กับเครื่องเล่นแสนสนุกของเด็ก ๆ ใน Theme ของการผจญภัยท่องป่าของเหล่าสัตว์ป่าแสนน่ารักสุดสดใสนานาชนิดจากการ์ตูนเรื่อง  มาดากัสก้า Madagascar ยอดนิยมขวัญใจของเด็ก ๆ ที่จะมาเล่าเรื่องราว  พาท่องเที่ยวเปิดโลกกว้าง และให้เด็ก ๆ ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่น่าสนุกตื่นเต้นในโซนมาดากัสก้า Madagascar สำหรับใครที่เตรียมตัวมาเที่ยว USS แล้วตั้งใจจะเช็คอินเล่นเครื่องเล่นไฮไลท์ของที่นี่ให้ครบทั้ง 5 เครื่องในการเที่ยว USS ครั้งเดียวแล้วละก็  ต้องขอแนะนำว่าให้มาตั้งแต่เช้า คือตั้งแต่สวนสนุกเปิด และที่สำคัญคือควรต้องซื้อบัตร Universal Express Pass บัตรผ่านเครื่องเล่นแบบพิเศษที่จะทำให้ผ่านตลอดไม่ต้องต่อคิว  ไม่ต้องรอคิวยาว ๆ นาน ๆ ของเครื่องเล่นเด็ด ๆ ทุกเครื่อง บอกเลยว่าบัตรนี้ควรค่าแก่การครอบครองเป็นอย่างมาก เพราะเครื่องเล่นเด็ดของ USS แห่งนี้มีคนรอคิวเล่นเยอะมาก ๆ ยิ่งถ้าเที่ยว USS ในช่วงเทศกาลที่คนเยอะ ๆ ด้วยแล้วหล่ะก็  บอกเลยว่าเครื่องเล่นไฮไลท์บางเครื่องต้องต่อคิวรอกันอย่างยาวนานถึง 2 - 3 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว   รีวิวกันไปครบแล้วกับ Universal Studio Singapore (ยูนิเวอร์แซล  สตูดิโอ สิงคโปร์) แบบจัดเต็ม ใน “Universal Singapore รีวิว มาเที่ยวสิงคโปร์ครั้งหน้าห้ามพลาด”  รับรองว่ามาเที่ยวแค่เพียงวันเดียวแบบวางแผนมาดี ๆ แบบนี้เที่ยวใน Universal Studion ได้ครบแน่นอน  แต่ต้องบอกว่าบนเกาะ Sentosa ของสิงคโปร์นั้นไม่แต่มีเพียงแต่แค่ Universal Studio Singapore เท่านั้น  แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ บนเกาะอยู่อีกมากมายด้วย อาทิ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ S.E.A. Aquarium, Adventure Cove Waterpark (สวนน้ำแอดเวนเจอร์ โคฟ),  ชายหาด Sentosa Beaches ที่มีถึง 3 ชายหาดด้วยกัน , Sentosa Merlion และ Resort World Sentosa เป็นต้น ซึ่งถ้าจะเที่ยวให้ครบที่เที่ยวบนเกาะ Sentasa ของสิงคโปร์คงต้องขอแนะนำให้เผื่อ ๆ เวลามาเที่ยวสัก 2 วันเป็นอย่างน้อยถึงจะดี  จะเที่ยวได้ครบทั่วเกาะแบบไม่เหนื่อย แต่สำหรับรีวิวคราวนี้ ต้องบอกเลยว่า Universal Studio Singapore มาเที่ยวสิงคโปร์คราวหน้าต้องห้ามพลาด

อ่านเพิ่มเติม