All articles abouts เที่ยวอินเดีย

7 อาหารอินเดียนสไตล์..มาเที่ยวอินเดียกินอะไรดีนะ ??

7 อาหารอินเดียนสไตล์..มาเที่ยวอินเดียกินอะไรดีนะ ??

11 ก.ย. 61

แม้หลายๆ คนอาจจะติดภาพที่ว่าอาหาร อินเดียมีกลิ่นที่แรงมากจนพาลไม่อยากกิน แต่จริงๆ แล้วอาหารอินเดียนั้นไม่ได้ใส่เครื่องเทศเยอะไปเสียทุกอย่าง🥘นอกจากนั้นแล้วอาหารอินเดียยังเหมาะกับผู้ที่ชอบทานอาหารมังสวิรัติเป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสภาพฐานะ ทางเศรษฐกิจ คนอินเดียไม่ได้กินเนื้อกันบ่อยนัก จึงติดการกินผักจนเป็นนิสัย  สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวอินเดียหรือไปศึกษาต่อที่ประเทศนี้ ทัวร์ครับ ก็มีรายการอาหารอินเดียดีๆมาบอกให้ฟัง เผื่อไปแล้วจะได้ไม่พลาดไปชิมกันนะคะ  จาปาตี (Chapati) tastingtable.com คนอินเดียมักจะรับประทานแป้งและข้าวเป็นหลัก 🥟มื้ออาหารของคนอินเดียมักจะประกอบด้วยขนมปังหรือแป้ง ชนิดต่างๆ เพื่อนำมาทานร่วมกับแกง  เนยใส หรือโยเกิร์ต จาปาตีนั้นจะมีลักษณะเป็นแป้งแบนๆ สีน้ำตาลคล้ายกับแผ่นทอร์ติญาของแม็กซิกัน จี่บนกระทะแบนๆโดยไม่ใช้ น้ำมัน เนื่องจากไม่ได้ไม่มียีสต์เป็นส่วนผสม จาปาตีจึงไม่ฟูและนิ่มเหมือนกับแป้งอีกชนิดอย่างนาน โดยแป้งจาปาตี นั้นคนทางเหนือของอินเดียนิยมรับประทานกันมากเป็นพิเศษ    โดซ่า (Dosa)   นี่คืออาหารท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมโดยมากทางตอนใต้ของอินเดีย อาจจะเพราะวัตถุดิบที่ใช้ทำมีราคาไม่แพงและ ไม่เนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ จึงทำให้ไม่ว่าใครก็สามารถทานได้  โดซ่ามีลักษณะเป็นแป้งทอดแผ่นบางๆ คล้ายๆ เครปหรือขนมเบื้องญวณ โดยมีทั้งแบบธรรมดาหรือแบบปรุงรส ด้านในด้วยการใช้เครื่องเทศ เจ้าแป้งชนิดนี้มักจะทานคู่กับแกงต่างๆ จะเป็นแกงที่มีรสชาติเผ็ดมาก เผ็ดน้อย หรือ แกงอื่นๆ ก็ตามแต่รสนิยม และมักจะถูกนำมาทานเป็นอาหารเช้า   ไก่แทนดอรี (Chicken Tandoori) ถ้าจะพูดถึงเมนูอาหารยอดฮิตของอินเดียแล้วล่ะก็ จะต้องมีเมนูนี้ติดโผอยู่ในลำดับต้นๆ ของชาร์ตแน่นอน เจ้าอาหารจานนี้ได้รับความนิยมทั้งจากคนชาติอื่นๆ แล้วก็คนอินเดียเอง   เมนูนี้ถูกคิดค้นขึ้นโดยชายเจ้าของภัตคารคนหนึ่งที่กำลังพัฒนาเมนูใหม่ในยุคที่อินเดียยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ โดยชื่อของเมนูมาจากกระบวนการทำที่ใช้เตาอบแป้งที่เรียกว่าแทนดอรีที่นิยมใช้ในแถบตะวันตกเฉียงเหนือของ อินเดียมาทำให้ไก่สุกด้วยการใช้ไม้และถ่านเป็นเชื้อเพลิง ไก่แทนดอรีจะมีสีแดงและรสชาติเผ็ดร้อน ซึ่งเกิดจากการ ถูกหมักด้วยบรรดาเครื่องปรุงและเครื่องเทศจำนวนมาก ส่วนเรื่องรสชาติและความนิยมอร่อยเหาะอย่าบอกใคร เป็นเมนูที่ไม่ว่าใครที่ไปเยียมเยือนประเทศนี้มักจะสั่งมาทาน     ดาล (Dal) เจ้าอาหารที่มีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างแกงกับซุปชนิดนี้ถือว่าหนึ่งในอาหารยอดฮิตของชาวอินเดีย เรียกได้ว่ากินแทบ ทุกมื้อกินแทบทุกวัน ถึงแม้หน้าตาอาจจะดูเละๆ ไปสักหน่อยก็ตาม โดยจะทานร่วมกับข้าวหรือแป้งชนิดต่างๆ เจ้าแกงชนิดนี้จะทำมาจากถั่ว ต้มร่วมกับเครื่องเทศและสมุนไพรอย่าง เช่น มาสซาร่า ใบยี่หร่า ผงขมิ้น ลูกผักชีคั่ว พริกขี้หนูแห้ง ดาลนั้นแบ่งออกได้หลากหลายชนิดขึ้นอยู่กับชนิดของถั่วที่นำมาทำนั่นเอง แกงชนิดนี้จัดว่าเป็น อาหารโปรตีนสูงถึงแม้จะไม่ได้ใส่เนื้อสัตว์ก็ตาม     โยเกิร์ต (Curds ,Lassies และ Raita) ชาวอินเดียนั้นจะมีการเลี้ยงวัวเพื่อใช้ประโยชน์มากกว่าเพื่อนำเนื้อของมันมาทำอาหาร โดยมักจะนำนมของมันมา บริโภค บางบ้านถึงขั้นมีการลงมือทำโยเกิร์ตด้วยตัวเอง โยเกิร์ตถือว่าเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ชาวอินเดียนิยมรับประทานกันเป็นจำนวนมาก ทั้งรับประทานร่วมกับแป้งชนิด ต่างๆ รับประทานร่วมกับอาหารชนิดอื่นๆ และรับประทานแบบใส่เครื่องลงไปเพื่อเพิ่มความอร่อย อีกทั้งยังมีความ เชื่อว่ามันจะช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้อีกด้วย โดย Curds จะมีรสออกเปรี่ยวจึงนิยมนำมาประกอบอาหารคาวหรือทานร่วมกับข้าวและขนมปัง ในขณะที่ Lassies นั้นจะมีรสออกหวาน จึงนิยมนำมาทานหลังอาหารหรือนำไปประกอบอาหารหวานเมนูอื่นๆ แต่ถ้านำโยเกิร์ต ธรรมชาติมาผสมกับบรรดาผักต่างๆ เพื่อรับประทานเป็นเครื่องเคียงแล้วล่ะก็ เราจะเรียกอาหารจานนั้นว่า Raita ค่ะ   กะบับ (Kebab) อาหารจานนี้เป็นเมนูเนื้อย่างประเภทหนึ่ง ซึ่งจะทำมาจากเนื้ออะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อแกะ หรือ เนื้อหมู ถึงแม้เจ้าอาหารจานนี้จะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศตุรกีในยุคศตวรรษที่ 14 แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก ในประเทศอินเดียจนมีการนำมันมาปรับปรุงสูตรในการทำ โดยเฉพาะการนำเครื่องเทศเข้ามาช่วยในเรื่องของปรุง รสให้เข้มข้นมากขึ้น กะบับ ในประเทศอินเดียนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตอนเหนือ รสชาติของมันจะออกเผ็ดร้อนเล็กน้อย แถม ยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย มีทั้งแป้ง ทั้งผัก ทั้งเนื้อ ทำให้เวลาที่เราทานกะบับเรามักจะไม่รู้สึก เลี่ยน เพราะมีการใช้วัตถุดิบและเครื่องเทศที่หลากหลายนั่นเอง   รำซัม (Rasam) เมนูนี้ถือว่าเป็นอาหารท้องถิ่นของชาวอินเดียใต้ โดยเป็นแกงดาลชนิดหนึ่ง นิยมกินกับข้าวและผักในภาคใต้และ นิยมกินกับข้าวและโรตีทางภาคเหนือของอินเดีย รสชาติของดาลชนิดนี้จะออกเค็มและเผ็ด แต่ก็อร่อยดี ส่วนใครที่กำลังอยากลองทานเจ้าพวกแกงดาลทั้งหลาย แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปที่อินเดียด้วยตัวเอง ลองไปทดลอง ทานตามร้านอาหารอินเดียแถวบ้านเราดูก่อนก็ได้ว่าถูกปากถูกลิ้นของตัวเองรึเปล่า ถึงแม้ว่าหน้าตาของอาหารบางจานอาจจะดูแปลกหูแปลกตาไปบ้างตามประสาความแตกต่างทางวัฒนธรรมหรอื รสชาติอาจจะไม่คุ้นปากคุ้นลิ้นของเรานัก แต่เชื่อเถอะว่าอาหารทั้งหมดข้างบนนั้นถ้าคุณเปิดใจที่จะลองชิมดู คุณ อาจจะได้เมนูโปรดจานใหม่มาไว้ในครอบครองแบบคาดไม่ถึงเลยก็ได้นะ 😆 ใครที่อ่านมาถึงตอนนี้แล้วกำลังหิวๆ อยู่ลองหาร้านอาหารอินเดียสำหรับเติมเต็มท้องของคุณดูก็ดีนะ จริงๆของดีของอินเดียยังไม่หมดเท่านี้ เพราะทัวร์ครับ มีสถานที่อินเดียมาแนะนำ ตามไปอ่านกันได้เลยจ้าา    บทความแนะนำ >> 5 เมืองน่าเที่ยวอินเดีย ไปแล้วจะไม่เสียใจ!    

อ่านเพิ่มเติม
ซื้ออะไรดีที่อินเดีย? รวม 10 ของฝากจากอินเดีย ราคาเบาๆสไตล์คนประหยัด
ซื้ออะไรดีที่อินเดีย? รวม 10 ของฝากจากอินเดีย ราคาเบาๆสไตล์คนประหยัด

11 ม.ค. 62

สำหรับใครที่กำลังจะไปอินเดีย หรือมี แพลนจะไปเที่ยวอินเดีย ทัวร์ครับ ขอเอาของฝากสุดฮิตเหล่านั้นมาแนะนำกัน เผื่อจะได้เลือกหยิบถูกนะครับ ไปดูกันครับว่าของฝากจากอินเดียเนี่ยมีอะไรบ้าง 😍    จองทัวร์อินเดีย กับ ทัวร์ครับ https://tourkrub.co/india-tour   10 ของฝากอินเดีย   1.ผ้าพัชมีนา ใครที่มีญาติผู้ใหญ่ น่าจะถูกใจของฝากชิ้นนี้อย่างแน่นอนครับ อันที่จริงพัชมีนา 100% จะหมายถึงขนแพะบริสุทธิ์จะไม่มีไหมหรือเส้นใยอย่างอื่นมาปน แต่ที่เป็นที่นิยมคือ พัชมีนาที่เป็นขนแพะ 70% และเป็นไหม 30% มากกว่า โดยราคาของผ้าพัชมีนามีตั้งแต่หลักร้อย - หลักพัน แล้วแต่เกรดของเนื้อผ้าครับ   2.ลิปบาล์ม Himalaya Herbals Lip Balm cr.sharitybox.com/Jeban.com ของฝากจากอินเดีย อันดับหนึ่งเลยสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาอินเดียแล้วต้องซื้อกลับไป เพราะสรรพคุณของเจ้าลิปบาล์ม Himalaya นั้นคือแก้เรื่องริมฝีปากที่แห้ง ลอก แตกได้ดีมากๆ แถมราคาก็ถูกมากด้วยนะครับ ตกอันละ 20 บาทเท่านั้น! ส่วนมากก็ซื้อยกโหลกันเลยทีเดียว และหาซื้อง่ายๆ ตามร้านค้าที่สนามบินก็มีครับ นอกจากนี้ยังมีสินค้าอื่นๆ จากแบรนด์ Himalaya ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น ครีมทาหน้า หรือโฟมล้างหน้า เป็นต้น เช็คราคา Himalaya Herbals Lip Balm คลิกเลย   3.ยา Pudin Hara ยี่ห้อ Dabur ยาชื่อดังตัวจี๊ดของฝากจากอินเดีย ดินแดนภารตะ เหมาะสำหรับคนที่มีแก๊สในกระเพาะเยอะ จริงๆ มีหลายยี่ห้อ แต่ยี่ห้อที่เราว่าดีมากๆ เลยคือยี่ห้อ Dabur ครับ เวลาไปซื้อต้องบอกยี่ห้อให้ชัดเจนด้วยนะครับ ลักษณะยาจะเป็นเม็ดกลมๆ เห็นน้ำสีเขียวด้านในที่สกัดมาจากสะระแหน่ ขอบอกก่อนว่าเวลากินคือต้องรีบกลืนนะ แล้วมันจะไปเย็นๆ ในท้อง ชั่วขณะเดียวก็เรอเอิ้กอ้าก สบายพุงกันไปเลยยยยย เช็คราคา Dabur คลิกตรงนี้     4.เครื่องประดับอินเดียนสไตล์ เป็นของฝากที่หาซื้อในอินเดียง่ายไม่แพ้ผ้าพัชมีนาเลยครับ เพราะเครื่องประดับนั้นมีวางขายกันเยอะมากกก ไม่ว่าจะเป็นเมืองไหนเหล่าเครื่องประดับเหล่านี้ก็มีอยู่ทุกพื้นที่ เรียกได้ว่าเป็นของฝากที่นิยมสุดๆกันเลยทีเดียว ข้อแตกต่างของแต่ละร้านจะเป็นลวดลายบนเครื่องประดับที่แตกต่างกันไปครับ บางร้านสามารถสั่งทำตรงหน้าร้านกันเลยล่ะ ถ้าใครไปเที่ยวอินเดียแล้วอยากหาดูของฝากจากอินเดียที่ราคาไม่แพง เครื่องประดับเหล่านี้ก็เป็นทางออกที่ดีไม่น้อยเลยครับ        5.ชายี่ห้อ Taj Mahal รู้กันไหมว่าชาที่อินเดีย หอม และอร่อยมากกก แนะนำว่าให้ลองชิมดู โรงแรมส่วนใหญ่มักมีให้ในมินิบาร์อยู่แล้ว หรือหากโรงแรมที่เพื่อนๆ ไปพักไม่มีก็ลองสั่งจากห้องอาหารโรงแรม หรือออกมาซื้อตามร้านค้าชิมดูครับ เราว่าดีงาม หอมอร่อยมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยี่ห้อ Taj Mahal ที่ไปซูเปอร์มาร์เก็ตทีไร ชั้นวางโล่งทุกทีเลยครับ เช็คราคาสินค้า คลิกตรงนี้     6. ปากกา Linc หลายคนอาจจะเอ๊ะ ปากกาเนี่ยนะ? ใช่จ้าาา ปากกานี่แหละจ้า ต้องยี่ห้อ Linc ด้วยนะเออ เพราะมันเขียนดี เขียนลื่นถูกใจเจ้มากๆ แถมราคายังถูกจนตกใจ ด้ามละสามบาทเท่านั้น! แนะนำซื้อไปเลยร้อยด้าม ฝากเพื่อนๆ แล้วก็เก็บไว้ใช้เอง ปีนึงยังไม่หมดเลยอ่ะ มีทั้งแบบหมึกและแบบเจลนะครับนอกจากนี้ยังมีปากกา Parker ที่โด่งดั่งในวงการผู้บริหารที่น่าซื้อเป็นของฝากเช่นเดียวกัน เพราะที่อินเดียราคาถูกกว่าที่ไทยครึ่งต่อครึ่งเลยล่ะ   7.Rose Water ใครที่ชอบใช้สเปรย์น้ำแร่ อยากให้ลองเจ้า Rose Water หรือ น้ำกุหลาบสกัด 100% นี้จากอินเดียดูแล้วจะติดใจครับ เพราะให้ความชุ่มชื้นสูงมาก แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ จากกุหลาบอีก ฉีดก่อนแต่งหน้า จะทำให้เครื่องสำอางติดง่ายขึ้น และฉีดหลังแต่งหน้าก็จะทำให้หน้าขาวเด้ง เครื่องสำอางอยู่ทนตลอดวัน เจอเหงื่อเจอความร้อนก็ไม่เยิ้มนะจ๊ะนายจ๋า แนะนำยี่ห้อ Dabur และ VLCC ครับ เช็คราคาสินค้า คลิกตรงนี้     8.ขนม Haldiram’s หน้าตามันจะคล้ายๆ กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือขาไก่ ที่นำมาผสมกับเครื่องเทศรสต่างๆ บางรสก็ผสมถั่วบ้างอะไรบ้าง มีหลากหลายรสชาติและหลากหลายยี่ห้อเลย แต่ยี่ห้อนี้เราว่าอร่อยสุด เป็นขนมที่เอาไว้ทานเพลินๆ ระหว่างดูหนัง หรือเป็นกับแกล้มในวงสังสรรค์ก็เวิร์คเหมือนกัน แต่ทานมากไปก็ไม่ดีนะครับ เพราะมันคือขนมอ่ะ ไม่ได้ให้คุณค่าทางสารอาหารสักเท่าไหร่   9.ที่เขียนขอบตา Maybelline ใครที่อยากมีดวงตาคมเข้มแบบสาวอินเดีย ต้องโดนเครื่องสำอางตัวนี้เลยครับ จริงๆ มันเรียกว่า Kajal บ้านเราก็มีขายที่เป็นแท่งๆ สีดำ แต่จะบอกว่าคนอินเดียจริงๆ เค้าไม่ใช้กันนะฮืมม เค้าใช้ของ Maybelline เลย เพราะเค้าทำออกมาเฉพาะวางขายที่อินเดีย มีชื่อเรียกว่า Maybelline The Colossal Kajal แท่งละร้อยกว่าบาท หาซื้อได้ตามห้าง ในพวกร้าน Watson หรือ Boots ครับ เขียนชัดติดทน และกันน้ำด้วยนะ สาวๆบอกต่อกันว่ามันเวิร์คมากๆ เช็คราคาสินค้า คลิกตรงนี้ 10.มันฝรั่ง Lay’s   ใช่ละครับ อ่านไม่ผิดหรอก จริงๆ เวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศ เราจะชอบเข้าไปซูเปอร์มาร์เก็ตเค้าเพื่อซื้อขนมพวกนี้มากเลยนะ เพราะมันมักจะมีรสชาติแปลกใหม่ที่น่าลองในแต่ละประเทศ สำหรับที่อินเดียก็จะมีรสอย่างเช่น มะเขือเทศที่ผสมกับเครื่องเทศของเค้า , รสมาซาล่า , รสเครื่องแกงต่างๆ อร่อยดี ซื้อเป็นของฝากก็ไม่น่าเกลียด แต่อาจจะเปลืองที่ในกระเป๋านิดหน่อยครับ   และนี่ก็เป็น 10 ของฝากน่าตำจากอินเดีย ที่ทัวร์ครับขอเอามาแนะนำกัน ใครว่าไปอินเดียไม่มีอะไรให้ซื้อ เอาบทความนี้ไปเถียงได้เลยนะครับ แต่ละอย่างที่เราคัดมาให้ เราเลือกสรรมาอย่างดี ว่ามันเวิร์คมากๆ และหวังว่าคงจะถูกใจเพื่อนๆ ทุกคนน๊า หากชอบบทความนี้ก็อย่าลืม ไลค์ & แชร์ให้กันด้วยนะครับ 😘     

อ่านเพิ่มเติม
 ดี๊ดีนะจ๊ะนายจ๋า!! รวม 10 จุดแลนด์มาร์กถ่ายรูปสวยเวอร์ ที่ ชัยปุระ อินเดีย
ดี๊ดีนะจ๊ะนายจ๋า!! รวม 10 จุดแลนด์มาร์กถ่ายรูปสวยเวอร์ ที่ ชัยปุระ อินเดีย

26 ก.พ. 62

และสำหรับเมืองที่ทางเราขอแนะนำ ก็คือเมือง ชัยปุระ หรือ จัยปูร์ (Jaipur) เรียกกันได้ตามสะดวก เป็นเมืองที่ควรเริ่มต้นมาทำความรู้จักอินเดียที่นี่ แล้วรับรองว่าจะหลงรักไปเลยครับ เป็นเมืองที่มีความสวยงาม มีทัศนียภาพที่ดี ทำให้เราลั่นชัตเตอร์เพลินเลย ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวก อย่างโรงแรม 5 ดาว หรือห้างร้านต่างๆ ก็ไม่ได้ขี้เหร่เลยนะครับ เค้าก็มีเหมือนกันนะเออ มาครับตามเรามา เดี๋ยว ทัวร์ครับ จะพาไปแนะนำให้รู้จักกับ ชัยปุระ กัน และ รวม 10 แลนด์มาร์กที่ควรไปเพื่อให้ได้มาซึ่งรูปสวยๆ และประสบการณ์ดีๆ ด้วย ตามมาเลย      1. ฮาวา มาฮาล (Hawa Mahal) หรือ พระราชวังสายลม พิกัด : Hawa Mahal เปิดมากับที่แรก ที่อยากให้หยิบเสื้อผ้าโทนสีอุ่น - โทนร้อน เช่น กางเกงสีแดงหรือส้มจี๊ดๆ กับเสื้อสีขาวหรือดำ แล้วไปเช็คอินที่นี่เลย ด้วยความที่ตัวพระราชวังเป็นสีพีชๆ และมีลายเส้นฉลุที่ตัดด้วยสีขาว ทำให้เวลาเราใส่เสื้อผ้าที่สีโดดเด่นขึ้นมานิดนึง จะได้รูปที่ออกมาแล้วลงตัวสุดๆ แนะนำว่ามาตอนเช้านะครับ เพราะแสงจะกระทบลงมากับพระราชวังได้งดงามสุดๆ เลยครับ     2. ป้อมไจการห์ (Jaigarh Fort) พิกัด : Jaigarh Fort ยังใส่เสื้อผ้าชุดเดิมได้อยู่เพราะจุดที่สองที่เราแนะนำ คือป้อมไจการห์ ที่มีปืนใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ จุดนี้ต้องนั่งช้างขึ้นมานะครับ แต่บอกเลยว่าวิวข้างบนสวยมาก เป็นสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่แต่ยังคงความงดงามคลาสสิคไว้อยู่ ตัวตึกเป็นสีออกเหลืองๆ บอกเลยว่าตัดกับสีชุดที่เราบอกไปนั้นเข้ากันดีมว๊าก รับรองว่าขึ้นมาถึงข้างบนนี้ ไม่มีใครไม่ได้ภาพสวยๆ กลับไปแน่นอนครับ     3. ชันตรมันตระ (Jantar Mantar) พิกัด : Jantar Mantar จุดนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นมรดกโลกเลยนะครับ สถาปัตยกรรมของที่นี่ผสมผสานระหว่างเรื่องราวของวิทยาศาสตร์ และศิลปะให้เข้ากันได้อย่างลงตัวมากๆ เป็นที่ที่มหาราชาสวาอี ชัยสิงห์ที่ 2 ทรงใช้ที่นี่เป็นเครื่องมือในการคำนวณพระจันทร์ ดวงดาว และพระอาทิตย์ เพื่องานสำคัญต่างๆ ครับ มีความเป็นสวนเขียวๆ ตัดกับสถาปัตยกรรมเหลืองๆ ดูดีทีเดียว     4. อัลเบิร์ตฮอลล์ (Albert Hall) พิกัด : Albert Hall ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์กลางของชัยปุระ  ขอบอกว่า ยิ่งใหญ่อลังการมากๆ เป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอังกฤษ จึงทำให้ที่นี่มีความเป็นอินเดีย ผสมกับความตะวันตกอยู่ ดูแล้วเพลินตามากๆ แนะนำเรื่องชุดว่าถ้าเป็นไปได้ลองหาซื้อส่าหรีสีแซ่บๆ มาใส่ แล้วยืนถ่ายรูปที่ด้านหน้า สวยมากอย่าบอกใครเลยล่ะ แล้วยิ่งเจอกับลมเย็นๆ ทำให้ส่าหรีของเราพลิ้วๆ รูปออกมาดีเว่อร์!! เชิญเอาไปตั้งเป็นรูปโปรไฟล์ได้เลยจ้า     5. ใจมาฮาล (Jai Mahal) พิกัด : Jai Mahal หรือพระราชวังฤดูร้อน ยังคงให้ใส่ส่าหรีชุดเดิมอยู่นะครับ เพราะที่นี่คือพระรางวังที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ ที่มีความกว้างใหญ่ สวยงามมากๆ ครับ  มีการจำกัดนักท่องเที่ยวที่จะเข้าชมเพราะต้องนั่งเรือเข้าไป แต่ถ้าใครไม่เข้าก็สามารถถ่ายรูป ณ จุดชมวิวก็ได้ บอกเลยว่าชุดส่าหรีที่เราบอก พอยืนอยู่ท่ามกลางวิวหลักล้านแบบนี้ ออกมาดูดีสุดๆ ชอบมากก     6. อนุสรณ์สถานมหาราชาแห่งชัยปุระ (Royal Gaitor) พิกัด : Royal Gaitor ใครหลงรักความ Marble หินอ่อนสวยๆ จะพลาดที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด เพราะที่อนุสรณ์แห่งนี้สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนเป็นรูปโดมแบบฮินดูสไตล์ของราชปุต มีความละเอียด และงดงามมากๆครับ เพื่อนๆ สามารถเดินถ่ายรูปรอบๆ ได้เพลินๆ ทั้งมุมสวน มุมตึกต่างๆ ดีงามพระรามเก้ามากๆ     7. สวาร์กาสูลี (Sargasuli tower jaipur) พิกัด : Sargasuli tower jaipur หอคอยสีเหลืองนวล ที่นักท่องเที่ยวต่างตบเท้าเข้ามาเพื่อชมวิวรอบๆ ชัยปุระจากมุมสูง ถ่ายภาพจากข้างล่างก็สวยงดงาม หรือจะขึ้นไปถ่ายภาพมุมสูงจากด้านบนก็ดี๊ดีแหละ มาชัยปุระทั้งที ไม่อยากให้พลาดที่นี่เลยนะครับ อ้อ! ชุดก็จัดสีสดๆ ส้มๆ ม่วงๆ มาเช่นเคย ได้รูปเก๋ๆ แน่นอน     8. ป้อมไทเกอร์ (Tiger Fort) พิกัด : Tiger Fort cr. อินเดีย อินเลิฟ India Inlove ต้องห้ามพลาด! กาดอกจันสักพันอันไว้เลยครับ เพราะที่นี่คือสวยมาก ต้องมามากๆ ขึ้นไปด้านบนจะได้เห็นเมืองชัยปุระทั้งหมด และยังได้เห็นกำแพงของเมืองชัยปุระด้วยนะครับ แนะนำว่าให้มาตอนเย็นๆ เพื่อขึ้นมาดูพระอาทิตย์ตกบนนี้ และเพื่อนๆ จะได้พบกับ Magic Hour ที่ยากจะลืมเลือน     9.พระราชวังสีชมพู (City Palace) พิกัด : City Palace ข้างหน้าว่าสวยแล้ว แต่เราขอแนะนำให้ยอมเสียเงินค่าไกด์เพื่อเข้าไปชมด้านในด้วยนะ อาจจะเหนื่อยนิดๆ เพราะต้องเดินขึ้นไปบนดาดฟ้า แล้วค่อยๆ เดินไล่ลงมาทีละชั้น แต่ขอบอกว่าคุ้มค่ามากๆ เลยล่ะ ทั้งห้องต่างๆ ที่มีสีสันสดใสต่างกัน ทั้งวิวด้านบนที่สวยมากๆ ทั้งสถาปัตกรรม และงานศิลปะมากมายด้านใน ไม่แนะนำให้พลาดที่นี่ด้วยประการทั้งปวง     10. Caffe Palladio พิกัด : Caffe Palladio ใครว่าอินเดียไม่มีคาเฟ่! มีนะเออ แถมสวยมากด้วยครับคุณขา ที่นี่เป็นคาเฟ่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาทานอาหาร หรือสั่งเครื่องดื่มมานั่งชิลๆ พร้อมแชะภาพสวยๆ ไปด้วย จ่ายเงินครั้งเดียวได้ทั้งอิ่มท้อง ได้ทั้งรูปสวยๆ เพราะมีหลายมุมให้ได้ลั่นชัตเตอร์กัน คุ้มนะจะบอกให้ เลื่อนมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายๆ คนแอบจด ชัยปุระ ไว้ใน Bucket List แล้วใช่ไหมล่ะ? บอกแล้วว่า อินเดีย ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เพราะมันสวยมากจริงๆครับ อยากให้เปิดใจลองไปสักครั้ง แล้วจะติดใจนะบอกเลย ... ใครสนใจทัวร์อินเดีย สามารถ "คลิก" ได้เลยนะครับ รับรองราคาสุดคุ้มโดนใจสุดๆ  หรือ อ่านบทความน่าสนใจต่อ >>7 อาหารอินเดียนสไตล์..มาเที่ยวอินเดียกินอะไรดีนะ ??<<  

อ่านเพิ่มเติม
10 วิธีเตรียมตัวเที่ยวอินเดีย เที่ยวให้ไกลไปให้รอด
10 วิธีเตรียมตัวเที่ยวอินเดีย เที่ยวให้ไกลไปให้รอด

17 ก.ย. 62

เพราะต้องบอกก่อนว่าอินเดียเป็นประเทศที่รวมชนชั้นตั้งแต่จนสุดๆ ไปจนถึงรวยสุดๆ เพราะฉะนั้นก็จะมีความแตกต่างกันอยู่บ้างแล้วแต่แถบที่เราตั้งใจไปเที่ยว แต่ถึงแม้ว่าการมาเที่ยวอินเดียจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนเราไปที่อื่น แต่บอกเลยว่าที่นี่คือแหล่งขุมทรัพย์ชั้นดีที่เราจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆ มากมายที่หาไม่ได้จากประเทศอื่น ความผิดพลาดบางอย่างอาจจะกลายเป็นเรื่องขำขันทำให้เรานึกแล้วก็ชวนขำได้หลังจากกลับมาจากทริปอินเดียก็ได้ หลังจากที่เราได้ศึกษาชื่อเสียงเรียงนามของประเทศอินเดียเขามาบ้างแล้ว ก็ต้องเริ่มเตรียมตัวเที่ยวอินเดียกันก่อน จะได้ไปแล้วไม่พลาด  วันนี้ Tourkrub เลยนำทริคเล็กๆ 10 วิธีเตรียมตัวเที่ยวอินเดีย..เที่ยวให้ไกลไปให้รอด ใครมีลิสต์ไปเที่ยวทัวร์อินเดียอยู่ในใจกันอยู่ แต่ในใจก็แอบหวั่นๆ ล่ะก็เชื่อว่าบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนได้ดีเลยทีเดียว 1.ไปอินเดียอย่าลืมทำวีซ่า  เห็นเป็นประเทศในแถบเอเชียแบบนี้เขาก็มีวีซ่านะ เตรียมตัวเที่ยวอินเดียวิธีแรกเลยคือ ทำวีซ่ากันก่อนไปด้วยล่ะ ไม่งั้นอาจจะได้ลากกระเป๋ากลับบ้านก่อนเครื่องบินออกเราไม่รู้ด้วยน้า แต่การทำวีซ่าของอินเดียเขาไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดนะครับเพราะเราสามารถทำ e-visa ผ่านทางเวปไซต์ https://indianvisaonline.gov.in/evisa/tvoa.html ได้เลย ทำให้การทำวีซ่าเป็นเรื่องง่ายดาย แถมวิธีนี้ยังสะดวก และรวดเร็วเพราะรู้ผลภายใน 3 วัน หลังจากผ่านแล้วเราก็แค่ปริ้นท์แบบฟอร์มยืนยัน เอาไว้ยื่นให้ ตม. ดูจะได้ไม่ต้องลากกระเป๋ากลับบ้านกันนะครับ 2.อาหารอินเดีย  เป็นการเตรียมตัวเที่ยวอินเดียอีกหนึ่งสิ่งที่เราอยากจะให้ระวังกันเอาไว้ก่อน ไม่ใช่ว่ามันไม่อร่อยนะ แต่แค่บางเมนูอาจจะไม่ถูกปาก ถูกใจคนบ้านเราเท่านั้นเอง แนะนำวิธีกันตายสั่งไข่ทอดไปเลยจ้า ไม่งั้นก็ตุนเสบียงมาม่ากันเอาไว้เผื่อหิว หรือไม่ไหวจริงๆ แต่เอาจริงๆ เราแนะนำให้ลองกินดูก่อนเพราะของอร่อยก็มีอยู่ ดีไม่ดีอาจจะถูกปากเราก็ได้ใครจะไปรู้ 3.แนะนำให้ใช้บริการ Uber  เพราะการใช้บริการของทาง Uber นั้น ราคาเท่าๆ กับ Taxi Prepaid แถมยังไม่ต้องกังวลเรื่องชาร์จค่าเดินทางแบบแพงหูดับตับไหม้ เชื่อว่าคนไทยหลายคนน่าจะคุ้นชินกันอยู่แล้วกับอะไรแบบนี้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากพลาดล่ะก็ Uber ไปเลยดีกว่าจ้าราคายุติธรรมที่สุดแล้ว ปลอดภัย สบายใจ 4.เทคนิคการสลับแบงค์ที่เหนือชั้นของพี่อินเดีย  ที่หลายคนน่าจะกังวลกันอยู่แล้วเพราะไม่ใช่แค่คนทั่วไปเท่านั้นนะครับ แม้แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐเองเราก็ยังต้องระวัง เพราะฉะนั้นทำอะไรเราต้องมาสติ รอบคอบเสมอ ให้ยื่นเงินให้ใครก็ตรวจดูดีๆ ว่าถูกต้องไหม ครบไหม เผลอๆ อาจจะโดนชวนคุยจนลืมไปว่าเราให้แบงค์อะไรไป กลายเป็นโดนโกงได้แบบหน้าตาเฉย ก่อนไปเที่ยวอินเดียก็อย่าลืมเตรียมตัวให้ดีกันนะครับ 5.เดอะฟาสหรือจะสู้รถอินเดีย  เพราะถนนของพี่อินเดียนั้นบอกเลยว่าโหดสุดอะไรสุด จะข้ามถนนกันแต่ละทีก็เสียวจะโดนรถชน เพราะฉะนั้นแนะนำให้มีสติแล้วเกาะกลุ่มกันเดินข้ามถนน ใครไปคนเดียวก็แนะนำให้เดินไปกับกลุ่มคนอินเดียครับ จะได้ไม่ต้องยืนงงในดงรถ  6.พาสปอร์ตของไทย บอกข้อระวังกันมาเยอะแล้วเรามาบอกข้อดีกันบ้างดีกว่า เพราะพาสปอร์ตของไทยเรานั้นเอาไว้ใช้เป็นค่าลดการเข้าเยี่ยมชมในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้ในราคาเดียวกับคนอินเดียเลย หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามีทริคนี้ด้วย เพราะฉะนั้นต่อไปเวลาไปเที่ยวอินเดียก็อย่าลืมพกพาร์สปอร์ตไปด้วย เป็นการเตรียมตัวเที่ยวอินเดียที่จะช่วยเซฟเงินไปได้อีกเยอะเลยทีเดียว 7.ชอบเซลฟี่กันเป็นชีวิตจิตใจ อันนี้เป็นข้อที่เห็นแล้วเรายังรู้สึกว่าขำแถมน่ารักซะอย่างงั้น เพราะพี่อินเดียเห็นหน้าโหดๆ แบบนี้พี่แกชอบเซลฟี่กันเป็นชีวิตจิตใจขนาดที่ว่าไม่รู้จักกันยังมาขอเซลฟี่ร่วมวงด้วย อะไรมันจะขนาดนั้น คำนี้ขึ้นมาในหัวเพื่อนๆ แล้วใช่ไหม แนะนำว่าไปลองเดี๋ยวรู้เองจ้า 8.ต่อราคา ไปอินเดียแน่นอนว่าต้องเจอพ่อค้าแม่ค้ามาคอยตื๊อตามซื้อของแน่นอน เพราะฉะนั้นแนะนำว่าต่อราคาไปเลย ต่อให้ถึง 50% ไปเลยก็ได้ถ้าเราอดทนมากพอรับรองว่ายังไงก็ต้องได้ส่วนลด ตื๊อนักใช่ไหม เจอเราต่อราคาซะเลย 9.ทิชชู่ไอเทมช่วยชีวิต  แนะนำให้พกเตรียมกันไปเยอะๆ เพราะทิชชู่ของพี่อินเดียนั้นแข็งบาดหน้ากันเลยทีเดียว อันนี้สาเหตุก็ไม่รู้เป็นเพราะอะไร แต่แนะนำว่าควรตุนไปเผื่อเหตุฉุกเฉิน รวมไปถึงทิชชู่เปียกที่ควรมีเพื่อใช้ตอนเข้าห้องน้ำด้วย เพราะไม่บอกก็คงรู้กันว่าห้องน้ำอินเดียสนุกสนานแค่ไหน 10.อินเดีย ดินแดนสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย ลบภาพประเทศอินเดียแบบเดิมๆ ไปได้เลย ถ้าได้รู้จักแคชเมียร์ อีกเมืองหนึ่งของประเทศอินเดียที่ครั้งหนึ่งอยากให้ทุกคนได้ไป ได้รับการขนานนามว่าเป็น ดินแดนสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย การเดินทางก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเพียงแค่นั่งเครื่องต่อไปจากเมืองหลวงรับรองว่าจะได้เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบใหม่ในราคาเอเชีย แต่ได้วิวสวยเหมือนกับไปยุโรปแน่นอน   ทัวร์เที่ยวอินเดียราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นแค่ 16,900 บาท  

อ่านเพิ่มเติม
5 เทศกาลสุดน่าเที่ยวในอินเดีย Best of The Year ที่คุณห้ามพลาด!
5 เทศกาลสุดน่าเที่ยวในอินเดีย Best of The Year ที่คุณห้ามพลาด!

20 พ.ย. 62

มีวันหยุดยาวอยู่ในมือแบบนี้เพื่อนๆ หลายคนก็คงแพลนหาที่เที่ยวได้แบบตลอดทั้งปี และสถานที่ที่ Tourkrub จะแนะนำกันวันนี้ก็คืออินเดียนี่แหละ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสายลุยที่อยากจะเปิดใจพบเจออะไรใหม่ๆ ในชีวิต เพราะอินเดียเนี่ยบินลัดฟ้าใกล้มาก แถมยังมีเทศกาลต่างๆ ให้เราไปเปิดประสบการณ์เยอะสุดๆ ซึ่งเราจะพาไปดู 5 เทศกาลสุดน่าเที่ยวอินเดียกัน แต่ละอันบอกเลยว่าห้ามพลาด 1. เทศกาลศิลปะ Kala Ghoda พิกัด : mumbai เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายติสต์ที่ชื่นชอบในงานศิลปะ เพราะที่นี่เป็นเทศกาลที่ จัดในเมืองมุมไบ โดยจะเริ่มวันเสาร์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ จนถึงวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน ข้อดีคือ จะมีทั้งเวิร์คช็อป ทั้งศิลปะ การแสดงทางวัฒนธรรม และตลาดสำหรับขายของหัตถกรรมต่างๆ เพียบ แถมยังมีการฉายหนัง และการเยี่ยมชมเมืองเก่าอีกด้วยนะ เอาใจสายฮิปสเตอร์กันชัดๆ งานนี้ 2. เทศกาลละคร Prithvi ยังอยู่ที่มุมไบเหมือนเดิม แต่ขยับเดือนออกไปกันสักหน่อย ซึ่งช่วงสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน ที่นี่จะมีอีเว้นต์ที่ถูกจัดขึ้น โดยจะมีการแสดงละครเวที และดนตรีหลากหลายแขนงให้เราได้ดูกัน ใครไม่เคยนั่งดูหนัง หรือไม่เคยศึกษาวัฒนธรรมของอินเดียอย่างแท้จริง ห้ามพลาดที่เที่ยวในอินเดียแห่งนี้เด็ดขาด  3. เทศกาลโฮลี Holi Festival เป็นเทศกาลเล่นสีของคนอินเดีย ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองกันในช่วงการเปลี่ยนแปลงจากฤดูหนาวเป็นฤดูร้อน ซึ่งปกติเวลาอากาศเปลี่ยน ร่างกายเราก็มักจะป่วยกันใช่มั้ยล่ะ นี่จึงเป็นต้นเหตุให้เกิดเทศกาลนี้ขึ้น โดยคนโบราณเค้าจะใช้ธรรมชาติบำบัด เอาผงสีจากพืชและสมุนไพรธรรมชาติต่างๆ ทั้งสีแดง สีเหลือง สีคราม สีเขียว มาโปรยเล่นใส่กัน ได้ทั้งสนุก ได้ทั้งเสริมภูมิคุ้มกัน เป็นเทศกาลที่มีเบื้องหลังน่าสนใจดีจริงๆ  รู้กันดีอยู่แล้วว่าที่อินเดียนั้นขึ้นชื่อในหลายเรื่องเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นสถานที่เที่ยว อาหารการกิน รวมถึงประชาชกรชาวอินเดีย  หากใครที่สนใจไปเที่ยวอินเดีย แต่กังวลว่าการเดินทางจะลำบาก เราขอแนะนำไปกับทัวร์อินเดียก่อนดีกว่า นอกจากราคาประหยัดแล้ว เรื่องที่พักและการเดินทางก็หายห่วง แถมยังมีไกด์คอยดูแลตลอดทริปอีกด้วย และที่สำคัญต้องหาบริษัททัวร์ที่ไว้ใจได้ด้วยนะ นี่เลย แนะนำ ทัวร์ครับ.คอม  มีทั้งแพ็คเกจทัวร์และจัดกรุ๊ปทัวร์ส่วนตัวไปเที่ยวอินเดียก็มีมาแล้ว 4. เทศกาล Hornbill  พิกัด : Nagaland ประเทศอินเดียเนี่ยมีชนเผ่ารวมกันอยู่มากมายเต็มไปหมดทั่วทั้งประเทศเลยนะ ซึ่งเทศกาล Hornbill Festival นี้ถูกจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมของชนเผ่าเหล่านี้นี่แหละ โดยจะมีชนเผ่ากว่า 16 กลุ่มมารวมตัวกันเพื่อขายอาหารพื้นเมืองของตัวเอง และมีการจัดแสดงโชว์ รวมถึงตลาดงานศิลปะต่างๆ ซึ่งบอกเลยว่าสวยงามมากเลยนะเทศกาลนี้ เพราะวิวทิวทัศน์ที่ล้อมรอบเรามีทั้งภูเขา หมู่บ้าน และนาขั้นบันได เดินเล่นได้เพลินๆ ยังไงก็ไม่เบื่อ 5. เทศกาล Goa Carnival สุดท้ายนี้เพื่อนๆ คนไหนได้มีโอกาสไปเที่ยวอินเดียช่วงเดือนมีนาคม ขอบอกเลยว่ามาถูกวัน ถูกเดือนจริงๆ เพราะเค้ามีเทศกาลคาร์นิวัล Goa ที่อลังการงานสร้างดาวล้านดวงมากๆ มีขบวนพาเหรดหลากสีสันเดินนำกันมาไม่ขาดสาย และมีปาร์ตี้เพลงแดนซ์ เครื่องดนตรีสุดมันรอให้เหล่านักเต้นไปวาดลวดลายให้อินเดียลุกเป็นไฟ จัดว่าเป็นที่เที่ยวในอินเดียช่วงเทศกาลที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เที่ยวอินเดีย ราคาสุดคุ้ม กับ ทัวร์ครับ รู้ซึ้งถึงความเจ๋งของเทศกาลน่าเที่ยวในอินเดียเหล่านี้ไปแล้ว ก็มาถึงคราวจองทัวร์อินเดียให้ลงล็อกกันแล้วล่ะ เข้าไปเลือกซื้อตั๋วจองที่นั่งกันได้ที่นี่เลย 

อ่านเพิ่มเติม