All articles abouts 4803-2

ต้องอ่าน!!! เรื่องเล็กๆที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับนักเดินทาง

ต้องอ่าน!!! เรื่องเล็กๆที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับนักเดินทาง

Sep 29, 2016

ปลั๊กไฟ 14 แบบทั่วโลก ประเทศนี้ใช้แบบไหนต้องดู วันนี้ทัวร์ครับก็มีบทความมาเอาใจนักเดินทางกันอีกแล้ว ปัญหาที่ต้องเจอะเจอกันอยู่บ่อยครั้งเวลาไปต่างประเทศคือเรื่องปลั๊กไฟ คนเป็นปัญหาไม่น้อยสำหรับใครหลายๆคนที่ชอบเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ เพราะถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย เป็นสิ่งสำคัญมากๆที่นักเดินทางอย่างเราต้องเตรียมตัวให้พร้อม วันนี้ทัวร์ครับเลยมีข้อมูลเกี่ยวกับประเภทปลั๊กไฟทั้งหมด 15 ชนิด ถือว่าไม่น้อยเลย ไปดูกันดีกว่าว่าประเทศไหนใช้ปลั๊กไฟแบบไหน และแบบไหนสามารถใช้ด้วยกันได้ Type A ส่วนมากใช้ในประเทศทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง กลุ่มเกาะในทะเลแคริบเบียน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และซาอุดิอาระเบีย ประเทศไทยของเราเอง ก็ใช้ปลั๊ก Type A กันอย่างแพร่หลายเช่นกัน Type A เรียกได้ว่าเป็นปลั๊กมาตรฐานที่ถูกใช้กันแพร่หลาย แต่ก็จะมีข้อสังเกตเล็กๆ ว่าในสหรัฐฯ ขาทั้งสองมีขาหนึ่งใหญ่กว่า เวลาเสียบจึงสามารถเสียบได้เพียงด้านเดียว สลับด้านไม่ได้ แต่ในญี่ปุ่นมีขนาดของขาทั้งสองเท่ากัน เวลาเอาปลั๊กญี่ปุ่นไปเสียบในอเมริกาจึงสามารถเสียบได้ แต่บางครั้งถ้าเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าในอเมริกามาเสียบในญี่ปุ่น อาจจะเสียบไม่เข้า เพราะมีขาหนึ่งที่ใหญ่กว่า Type B ส่วนมากใช้ในประเทศทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง กลุ่มเกาะในทะเลแคริบเบียน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และซาอุดิอาระเบียเหมือนกับ Type A โดยยังคงมีความแตกต่างเรื่องขนาดของขาปลั๊กระหว่างในอเมริกากับญี่ปุ่นเช่นเดียวกับ Type A Type C ทั่วไปใช้ในทวีปยุโรป เปรู ปารากวัย โบลิเวีย แอฟริกาตะวันตก เอเชียกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางประเทศ เป็นปลั๊กเก่าแก่ที่ถูกใช้เป็นหลักในทวีปยุโรป (ยกเว้นอังกฤษ) จะเรียกว่า Europlug แต่ในปัจจุบัน ถูกทดแทนด้วยช่องเสียบปลั๊ก Type E, F, J, K หรือ N (แต่ยังสามารถเอา Type C ไปเสียบกับปลั๊กทุกแบบที่กล่าวมาได้อยู่) ด้วยการรองรับแรงดันไฟที่มากกว่าแบบ C และถูกใช้แพร่หลายมากกว่า อย่างไรก็ตาม หัวปลั๊กที่เครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมากยังคงใช้ปลั๊กแบบ Type C อยู่ และยังคงเป็นปลั๊กแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดทั่วโลกในปัจจุบัน Type D ใช้ในอินเดียและกลุ่มประเทศเอเชียใต้เกือบทั้งหมด ยกเว้น ศรีลังกา มีความคล้ายคลึงกับ Type M และส่วนมาก Type D กับ Type M จะสามารถใช้ร่วมกันได้ Type E ตามปกติใช้ในฝรั่งเศส เบลเยี่ยม โปแลนด์ สโลวาเกีย และสาธารณรัฐเช็ก มีความใกล้เคียงกับปลั๊กยุโรป Type F ที่ใช้เป็นมาตรฐานปัจจุบัน และส่วนมากสามารถเสียบร่วมกันได้กับ Type F Type F ใช้ในทุกประเทศของทวีปยุโรปและประเทศที่แยกมาจากรัสเซีย ยกเว้นในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ ประเทศไทยเราเองก็เห็นปลั๊ก Type F นี้ใช้งานกันอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ Type G ส่วนมากใช้ในสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ มอลต้า เมียนมาร์ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง บรูไน แถบตะวันออกกลางและแอฟริกาบางประเทศ มักจะใช้ร่วมกับปลั๊ก Type อื่นไม่ได้ และปลั๊กไทยที่จะเอาไปใช้ในประเทศกลุ่มที่ใช้ Type G นี้ ต้องอาศัยอะแดปเตอร์แปลงเท่านั้น Type H ปลั๊กประเภทพิเศษ Type H ถูกใช้ในประเทศเดียวในโลกเท่านั้นคือ อิสราเอล แต่ปลั๊กประเภทนี้กำลังถูกใช้น้อยลงเรื่อยๆ เพราะอิสราเอลกำลังปรับไปใช้ Type C และ Type M ที่เป็นหัวกลมทดแทนแล้ว สังเกตได้จากรูปลั๊กจะสามารถเสียบได้ทั้งแบบหัวแบนและหัวกลม ซึ่งรองรับทั้ง 3 มาตรฐาน Type I ทั่วไปใช้ในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ กลุ่มเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก จีน และอาร์เจนติน่า และสามารถใช้กับปลั๊กในจีนได้ด้วย ปลั๊กประเภทนี้ ถ้าเดินทางจากไทยไป ก็ต้องใช้อะแดปเตอร์แปลงเท่านั้น Type J Type J ถือว่าเป็นปลั๊กอีก 1 ประเภทที่ถูกใช้น้อยมาก ถูกใช้ในประเทศที่น่าเที่ยวอย่างสวิตเซอร์แลนด์ และ ลิกเตนสไตน์ Type C สามารถนำมาเสียบเข้ากับปลั๊ก Type J ได้เลยอย่างพอดิบพอดี ไม่ต้องใช้หัวแปลง ดังนั้นเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยหลายตัวที่เป็น Type C เวลาไปเที่ยวสวิสนี่หายห่วง ไม่ต้องใช้อะแดปเตอร์แปลงเลย Type K Type K เป็นปลั๊กยุโรปกลายพันธุ์อีกแบบ ที่มีความใกล้เคียงกับ Type F มาก ถูกใช้ในเดนมาร์ก และ กรีนแลนด์ เป็นหลัก เต้าเสียบปลั๊ก Type K รองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นปลั๊กแบบ Type C โดยสามารถนำมาเสียบได้เลยโดยไม่ต้องผ่านอะแดปเตอร์ Type L ใช้ในอิตาลี ชิลี อุรุกวัย และลิเบีย Type L สามารถนำปลั๊กหัวกลมคู่อย่าง Type C และ Type F มาเสียบใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องแปลง Type M ถูกใช้เป็นหลักในประเทศแอฟริกาใต้ และประเทศใกล้เคียง มีลักษณะใกล้เคียงกับปลั๊ก Type D มาก ซึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้า Type D หลายตัวสามารถนำมาใช้กับรูปลั๊กของ Type M ได้เลยโดยไม่ต้องผ่านอะแดปเตอร์แปลง Type N ปลั๊กแบบสุดท้าย หรือ Type N เป็นปลั๊กที่ใช้ในประเทศบราซิลเป็นหลัก มีความใกล้เคียงกับ Type J Type N สามารถนำเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็น Type C มาเสียบได้เลยโดยไม่ต้องผ่านอะแดปเตอร์แปลง เป็นยังไงกันบ้างปลั๊กไฟทั้งหมด 14 ชนิดทั่วโลก แต่ความจิงแล้วขาดไป 1ชนิดคือ O แต่ไม่ต้องห่วงเพราะมีแค่ thailand only สำหรับใครที่วางแผนกำลังจะเดินทางก็อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม หาอะแดปเตอร์เตรียมไว้เลย หรือมีอีกทางเลือกหนึ่งก็คือหาซื้อ อะแดปเตอร์แบบ Universal ที่สามารถแปลงปลั๊กเป็น Type อะไรก็ได้สะดวกมากๆ หรือสำหรับใครที่ใช้บริการตามโรงแรมบางโรมแรมก็จะมีบริการเรื่องปลั๊กไฟที่ใช้แบบมาตรฐานเป็นส่วนมาก แต่ถึงยังไงก็เตรียมไปให้พร้อมเพื่อความอุ่นใจดีกว่าค่ะ ขอบคุณข้อมูลจาก worldstandardsและ spin9.me

อ่านเพิ่มเติม
ศาลเจ้าเมจิ _ Meiji Jingu
ศาลเจ้าเมจิ _ Meiji Jingu

Aug 28, 2017

ศาลเจ้าเมจิ เป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่โดงดังในโตเกียว ตั้งอยู่ในเขตชิบุยะ ประเทศญี่ปุ่น ที่นักท่องเที่ยวนิยมมากัน ถูกสร้างเพื่ออุทิศให้กับจักรพรรดิเมจิและพระมเหสี ศาลเจ้านี้ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮาราจูกุ อยู่ติดกับสวนโยโยกิ ทำให้บริเวณของศาลเจ้านั้นมีความร่มรื่นมาก คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะมาเดินเล่นและออกกำลังบริเวณนี้ บริเวณทางเข้าจะมีเสาโทริอิขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า เป็นโทริอิที่ทำจากไม้ ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ภายในจะรู้สึกสงบแตกต่างจากเมืองที่วุ่นวายจากด้านนอก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ จะมีผู้คนเดินทางมาสักการะ ไหว้พระขอพรกันเป็นจำนวนมาก หรือมาส่วนมนต์แรกของปี เพราะคนญี่ปุ่นจะไม่นิยมการ Countdown หรือเฉลิมฉลอง แต่จะนิยมเข้าวัดหรือศาลเจ้าในช่วงวันสุดท้ายของปี หรือวันขึ้นปีใหม่แทน นอกจากนี้ยังเป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงในการจัดงานแต่งงานแบบดั้งเดิมอีกด้วย และถือเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ เพราะในระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ศาลเจ้าเมจิได้ถูกทำลายลง แต่ภายหลังก็ได้มีการบูรณะและสร้างขึ้นมาใหม่จนถึงปัจจุบันนี้ นั่นเอง สนใจโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น >> คลิกเลย

อ่านเพิ่มเติม
มัลดีฟส์ สวรรค์บนพื้นดินที่มีอยู่จริง
มัลดีฟส์ สวรรค์บนพื้นดินที่มีอยู่จริง

Oct 4, 2017

มัลดีฟ สถานที่ท่องเที่ยวในฝันของใครหลายๆคนที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ที่เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว และขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพด้านการบริการที่ดีของโรงแรม ที่เป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยว มีทั้งการตกแต่งที่พักให้นักท่องเที่ยวทุกคนนั้นได้สามารถใกล้ชิดกับทะเลและธรรมชาติมากที่สุด นอกเหนือจากนั้นแล้ว ที่หมู่เกาะมัลดีฟนี้ก็มีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวอีกมากมาย วันนี้ทัวร์ครับก็จะมาแนะนำมัลดีฟให้ทุกคนได้รู้จัก บางคนก็ไม่ไม่รุ้ว่ามันอยู่ที่ไหนกันแน่ เคยได้ยินแต่ชื่อ และการเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวมัลดีฟต้องอะไรยังไงบ้างได้ดูกันดีกว่า วีซ่า ก่อนอื่นเลย เรื่องวีซ่า เรื่องนี้สบายมากเพราะการไปมัลดีฟส์ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า ให้ยุ่งยาก สกุลเงิน จริงๆแล้วที่มัลดีฟส์ มีสกุลเงินเป็นของตัวเอง คือ Maldivian Rufiyaa หรือ MVR แต่ก็ไม่จำเป็นต้องแลกไปก็ได้ เพราะสามารถใช้ USD แทนได้ทุกที่ของมัลดัฟส์ และส่วนใหญ่บนรีสอร์ทก็จะกำหนดราคาเป็น USD มากกว่า ภาษา หายห่วงได้เลยเพราะคนบนเกาะเกือบทั้งหมด สามารถพูดเป็นภาษาอังกฤษได้สบายมาก และบางรีสอร์ทก็จะมีพนักงานต้อนรับที่สามารถพูดภาษาไทยได้ด้วย โอ๊ยยยดีไปอิ้กกก มีอะไรให้ทำบ้าง แน่นอนอยู่แล้วก็คือ หลักๆไปเที่ยวทะเลก็ต้องไปดำน้ำ ดูปะการัง แต่ที่นี่ก็คงจะไม่ใช่ดำน้ำดูปะการังแบบธรรมดาแน่นอน เพราะมาถึงมหาสุมรอินเดียทั้งทีก็ต้องดำน้ำไปดูสัตว์ทะเลหายาก ดูฉลามวาฬ เต่าทะเล ปลากระเบนยักษ์ แต่สำหรับใครที่ไม่อยากจะดำน้ำ ก็สามารถทำอย่างอื่นได้ ไม่ว่าจะพายเรือแคนู เรือคายัก เล่น windsurf นั่งเรือไปชมพระอาทิตย์ตกดิน หรือจะผ่อนคลายด้วยการเข้าสปา ที่ขึ้นชื่อของมัลดีฟส์ นอกจากนี้ไฮไลท์ ที่ทุกคนไม่จะพลาดก็คงหนีไม่พ้นการดินเนอร์ใต้เสียงเทียน หรือรับชมการแสดงในช่วงค่ำของโรงแรม รับรองว่าไม่มีเบื่อแน่นอน ที่พัก ส่วนใหญ่แล้วเรื่องที่พัก มักจะซื้อเป็นแบบแพ็กเกจ และที่พักที่คนไทยนิยมมากที่สุดก็คือ club med ที่นี่ก็มีพนักงานต้อนรับที่เป็นคนไทยอยู่ด้วยสะดวกมากๆ ในส่วนของclub med kani ส่วนใหญ่จะเสียค่าใช้จ่ายแบบเหมารวมทั้งค่าที่พัก 3 วัน 2 และค่าเครื่องเครื่องบิน เหมาเป็นแพ็กเกจทั้งหมด ราคาก็จะขึ้นอยู่กับห้องเพราะทางโรงแรมจะมีทั้งที่พักทั้งแบบ Superior Beach (ห้องพักที่อยู่บนเกาะ ราคาประหยัดสุด ไม่ริมทะเล) Deluxe Beach (ห้องพักที่อยู่บนเกาะแต่อยู่ริมทะเล) Lagoon Suite (ห้องพักกลางน้ำ) ใครที่สนใจก็สอบถามรายละเอียดได้เลย การเดินทาง การเดินทางไปมัลดีฟสำหรับใครที่บินตรงก็จะมีสายการบิน Bangkok Airway ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 4 ชั่วโมงไปยังสนามบินอิบราฮิม เมืองหลวง มาเล่ ประเทศมัลดีฟส์ แต่ถ้าเป็นสายการบิน SRILANKAN AIRLINES ต้องต่อเครื่องที่เมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา แล้วค่อยต่อเครื่องไปยังมัลดีฟ จากสนามบินไปโรงแรมก็จะมี Speed boat มารับที่สนามบิน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที แพ็คเกจทัวร์ มัลดีฟส์

อ่านเพิ่มเติม