All articles abouts เที่ยวเวียดนาม ฮานอย

รวม 10 แหล่งช้อปปิ้งของเวียดนาม ที่โฮจิมินห์ & ฮานอย

รวม 10 แหล่งช้อปปิ้งของเวียดนาม ที่โฮจิมินห์ & ฮานอย

09 ม.ค. 62

และหากใครเป็นสายช้อปปิ้ง และกลัวว่ามาเวียดนามแล้วจะไม่ได้ช้อป หมดห่วงได้เลยนะครับ เพราะเค้าก็มีที่ช้อปปิ้งเหมือนกันนะเออ ถึงแม้จะไม่ได้แฟชั่นมาก แต่ก็ถือว่าได้ซื้อของฝาก ของขวัญติดไม้ติดมือไปเป็นที่ระลึกยังไงล่ะครับ เอาล่ะ ไปดูกันเลยว่าถ้าหากไปเวียดนาม จะมีแหล่งช้อปปิ้งเวียดนามจุดไหนให้เราได้เดินจับจ่ายซื้อของกันบ้าง !!!ตาม ทัวร์ครับ มากันเลยยยย 1.Ben Thanh Market แผนที่ : Ben Thanh Market   เริ่มกันที่ฝั่งโฮจิมินห์ กับตลาดนี้ เป็นตลาดที่ใหญ่ และอึกทึกที่สุดในโฮจิมินห์ เพราะขายของกันตั้งแต่เช้า ยังดึกเลยทีเดียว โดยช่วงเช้าๆ นั้นจะขายพวกของสด พอสายหน่อยก็จะเป็นพวกเสื้อผ้าแฟชั่นทั้งหลาย ขายกันยาวๆ ไปจนถึงดึกเลย พอตกดึกหน่อยก็จะพวกของที่ระลึกต่างๆ ครับ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีร้านอาหารท้องถิ่นอีกมากมายให้เราลองไปชิมด้วยนะครับ 2. Binh Tay Market พิกัด : Binh Tay Market ขยับออกมาที่ขอบๆ ของโฮจิมินห์กันบ้าง ตลาดแห่งนี้น่าจะถูกใจสำหรับคนที่ชอบงานศิลปะต่างๆ เพราะของที่ขายส่วนใหญ่จะเป็นพวกประติมากรรม รูปปั้นทั้งหลาย หรือพวกงานหัตถกรรม สิ่งทอต่างๆ แล้วก็ยังมีตลาดกลางแจ้ง เป็นแหล่งช้อปปิ้งของเวียดนามที่รวบรวมอาหารเวียดนามอย่าง เฝอ หรือแหนมเนือง รสชาติดี ราคาถูกไว้ด้วยนะครับ 3. Dong Khoi Street ความแฟชั่นมีอยู่ทุกที่ และที่เวียดนามก็เช่นกัน ใครที่เป็นสายแฟฯ มาที่แหล่งช้อปปิ้งของเวียดนามย่านดาวน์ทาวน์นี้ไม่มีผิดหวังแน่นอนครับ ที่นี่จะเต็มไปด้วยแฟชั่นเก๋ๆ มากมาย เปรียบคล้ายๆ กับ ตลาดจตุจักร บ้านเราเลย มีร้านคาเฟ่เกร๋ๆ ชิคๆ มีแกลลอรี่ศิลปะมากมาย รับรองว่าใครที่หลงรักความอาร์ต มาที่นี่ไม่มีผิดหวังอย่างแน่นอน 4. Saigon Square แผนที่ : Saigon Square แหล่งช้อปปิ้งเวียดนามยอดฮิตของเหล่านักท่องเที่ยว ที่ตบเท้าเข้ามาซื้อของฝาก และชาวเวียดนามเองก็มาช้อปปิ้งที่นี่เหมือนกันค่ะ ที่นี่จะเป็นศูนย์การค้า 2 ชั้น จริงๆ ก็คล้ายๆ กับห้างบ้านเรา ที่มีเสื้อผ้าแฟชั่น กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับต่างๆ ขายอยู่มากมายเลยล่ะ มาที่เดียวได้ครบทุกอย่าง แต่แนะนำว่าต้องต่อราคาเยอะๆ เลยนะครับ เพราะที่นี่เค้าตั้งราคากันค่อนข้างสูงเลยทีเดียวล่ะ 5. An Dong Market แผนที่ : An Dong Market ถ้าเปรียบตลาดแห่งนี้ก็เหมือนเป็นย่านประตูน้ำบ้านเรา ใครอยากได้ของราคาถูกให้มาที่นี่เลย เพราะที่นี่คือตลาดขายส่งที่ใหญ่ที่สุดในโฮจิมินห์ อาจจะอยู่ห่างจากใจกลางเมืองสักนิด แต่ก็สามารถเรียกแท็กซี่มาได้ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที มีขายสินค้าพวกเสื้อผ้าแฟชั่นต่างๆ งานหัตถกรรม และของฝากมากมาย ใครเน้นซื้อเยอะ หรือไปเที่ยวกันหลายคนแล้วมีคนหารเยอะ มาที่นี่ทีเดียวจบเลยครับ 6. Hang Gai Street ข้ามฝั่งมาที่ฮานอยกันบ้างนะครับ เริ่มด้วยที่แรกแหล่งช้อปปิ้งเวียดนาม กับถนนขายผ้าที่มีความยาวกว่า 300 เมตรเลยทีเดียว ที่นี่เพื่อนๆ จะได้พบกับร้านขายผ้า ร้านตัดเย็บเสื้อ และร้านเสื้อผ้าแฟชั่นเต็มไปหมด ทั้งยังมีอาร์ตแกลลอรี่ และคาเฟ่ชิคๆ ซ่อนตัวอยู่ด้วยล่ะ นอกจากนี้ใครที่มองหาของแต่งบ้าน หรือของตกแต่งชิ้นเล็กๆ ที่นี่ก็มีให้เลือกเพียบเช่นเดียวกัน 7. Hanoi Weekend Night Market แผนที่ : Hanoi Weekend Night Market ถนนคนเดินฮานอยแห่งนี้ จะเปิดเฉพาะวันศุกร์ - วันอาทิตย์เท่านั้น เพราะฉะนั้นคนเลยค่อนข้างจะเยอะมากๆ ทั้งคนเวียดนามเอง และนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ ที่นี่มีสินค้ามากมายให้เลือกช้อป ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า หรือของฝากของขวัญต่างๆ แถมยังมีอาหารเวียดนามสไตล์ Local ด้วยนะครับ ใครมีแพลนมาเที่ยวฮานอย อย่าลืมจัดสรรวันเที่ยวให้ตรงกับสุดสัปดาห์ล่ะ จะได้ไม่พลาดตลาดแห่งนี้ 8. Dong Xuan Market แผนที่ : Dong Xuan Market ตลาดที่ใหญ่ที่สุด และมีสินค้าให้เลือกซื้อเยอะที่สุดในฮานอย มีความสูง 4 ชั้น แบ่งชั้นเป็นสินค้าต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น เสื้อยืดพิมพ์ลายราคาถูก รองเท้า กระเป๋า แว่นกันแดด หมวกเวียดนาม หรือของฝากต่างๆ มากมาย ที่ทั้งหมดนั้นล้วนแต่ขายในราคาส่ง อยากช้อปของดีแบบราคาสบายกระเป๋า จดชื่อตลาดนี้ไว้ดีๆ นะครับ 9. Trang Tien Plaza แผนที่ : Trang Tien Plaza อัพเกรดการช้อปปิ้งเป็นการช้อปแบรนด์ต่างๆ กันบ้าง เพราะที่นี่ก็เปรียบเสมือนห้างพารากอน หรือห้างเอ็มควอเทียร์บ้านเรา ที่มีแบรนด์เนมมากมายรอให้ทุกคนมาช้อปอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Cartier, Burberry, Ermenegildo Zegna หรือ Louis Vuitton และชั้นล่างก็มีซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีสินค้าให้เลือกมากมาย รวมไปถึงร้านอาหารรสเลิศด้วยค่ะ ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งของเวียดนามที่เหล่าวัยรุ่น และคนร่ำรวยทั้งหลาย ก็จะมารวมตัวกันที่ห้างแห่งนี้แหละ 10. Nha Tho Street (Church Street) ถ้าถามว่า เหล่าวัยรุ่นเวียดนามนั้นไปที่ไหนกัน ก็คงต้องบอกว่าที่นี่แหละครับ ถึงแม้ว่าจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็เต็มไปด้วยคาเฟ่เก๋ๆ ชิคๆ และร้านขายสินค้าสุดคูล ตามแบบฉบับของวัยรุ่นตั้งเรียงรายกันเต็มไปหมด แถมยังมีร้านอาหารอร่อยๆ หลากหลายสัญชาติด้วย เรียกได้ว่าที่นี่เป็นสยามสแควร์ย่อมๆ เลยล่ะ และนี่ก็เป็น 10 แหล่งช้อปปิ้งในเวียดนาม ทั้งที่โฮจิมินห์ และฮานอย ครับ จะเห็นได้ว่าส่วนมากจะเป็นสินค้าพื้นเมืองทั้งนั้น เพราะเวียดนามเค้ายังคงความยูนีค และคลาสสิคอยู่ แต่ยังไงก็แล้วแต่ ไปเที่ยวต่างประเทศทั้งที ก็ต้องซื้อของฝาก ของที่ระลึกของประเทศนั้นๆ กลับมาด้วยถูกต้องไหมครับ ? เพราะฉะนั้นแล้ว แหล่งช้อปปิ้งที่เรานำมาฝากกันจึงเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่เหมาะสมที่สุดในการไปเที่ยวเวียดนามแล้วล่ะ ~ Have a Nice Trip & Enjoy Vietnam นะครับบบ    อ่านต่อ..บทความแนะนำ  >>รีวิวสุดยอด 7 จานเด็ดที่ต้องห้ามพลาดในเมนูอาหารเวียดนาม<<    

อ่านเพิ่มเติม
ทริปพาเที่ยวฮานอย แบบไม่นอย พาชิลล์คาเฟ่ กินอาหารเวียดนาม ไม่ต้องลางานก็ไปได้
ทริปพาเที่ยวฮานอย แบบไม่นอย พาชิลล์คาเฟ่ กินอาหารเวียดนาม ไม่ต้องลางานก็ไปได้

10 ม.ค. 63

เที่ยวฮานอย - ทำงานมาเหนื่อยๆ ใจหนึ่งก็อยากไปเที่ยวต่างประเทศ แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากลางานไปหลายวัน คิดได้ดังนั้นจึงนึกถึงประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ที่ใช้เวลาบินไม่นาน หยุดไม่กี่วันก็สามารถเที่ยวได้ครบ ที่สำคัญคือเน้นประเทศที่มีอะไรให้น่าค้นหา แต่ใช้งบประมาณไม่เยอะมาก คิดได้ดังนั้นผลสรุปก็มาตกอยู่ที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งในทริปนี้เราเลือกที่จะไป “ฮานอย” เพราะฮานอยค่อนข้างอากาศดี มีเขตเมืองเก่า เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์มากมาย และที่สำคัญมีทั้งคาเฟ่ และร้านอาหารเวียดนามอร่อยๆ เพียบ ทริปนี้เราจึงแพ็คกระเป๋า ซื้อทัวร์เวียดนาม แลกเงิน เตรียมชาร์จแบตกล้องให้พร้อม แล้วก็ไปลุยเที่ยวเวียดนามกันได้เลย   จองทัวร์ฮานอย กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub)     การเดินทางไปเวียดนาม  อันที่จริงเวียดนามก็มีเที่ยวบินตรงจากไทยไปเวียดนามอยู่แล้วทุกวัน ไฟลท์นั้นหาง่ายมาก และที่สำคัญคือราคาไม่แพงเลย สำหรับในทริปนี้เราเลือกที่จะบินกับ Viet Jet Air เพราะเป็นสายการบินประจำชาติเวียดนาม ราคาเบาๆ แบบโลว์คอร์ส บินแปปเดียวไม่ต้องมีเสิร์ฟอาหารบนเครื่องก็ได้ เพราะใช้เวลาไม่นาน แต่ทริปนี้ได้ซื้อกระเป๋าเพิ่ม ไป-กลับ 15 กิโลกรัม    แลกเงินไปเที่ยวเวียดนาม ด้วยความที่เวียดนามนั้นมีสกุลเงินเป็นของตนเอง นั่นก็คือเวียดนามดอง (VND) แต่เช็คเรทเงินมาเรียบร้อยแล้ว เราเลยตัดสินใจแลกเงินเป็นดอลล่าร์ไป แล้วไปแลกเงินเวียดนามที่สนามบินโหน่ยบ่าย โดยรวมแล้วได้กำไรกว่าแลกเวียดนามไปนิดหน่อย หากใครสะดวก ก็แลกเงินเวียดนามจากไทยไปก็ได้  Tips: สำหรับซิมการ์ดก็ซื้อที่เวียดนามเช่นเดียวกัน เพราะราคาถูกกว่า เริ่มต้นที่ประมาณ 200 บาทเท่านั้น แต่ว่าให้ถามจำนวนความเร็วอินเตอร์เน็ตให้ดี เพราะคนขายชอบบอกว่าเป็น Unlimited แต่แท้ที่จริงแล้วใช้ความเร็วอินเตอร์เน็ตได้แค่ 2 GB เท่านั้น    วันที่ 1  ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม (Hoàn Kiếm Lake) หลังจากที่เครื่องแลนด์เรียบร้อย ก็เรียกแท็กซี่ หรือใครจะนั่งรถประจำทางก็ได้ ก็แล้วแต่ความสะดวก โดยที่พักรอบนี้ เราเลือกที่จะพักในย่านเมืองเก่าของฮานอย (Old Quarter) เพราะทำเลดี สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ง่ายดาย และด้วยความประหยัดเงิน รอบนี้เราก็เลือกที่จะใช้การเดินเป็นหลัก หลังจากเช็คอินเสร็จเรียบร้อย ก็เดินมาเรื่อยๆ มายังบริเวณทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม ซึ่งถือว่าเป็นใจกลาง และจุดศูนย์กลางของย่านเมืองเก่านี้    ด้วยความที่วันที่บินมาเที่ยวฮานอยนี้ตรงกับวันอาทิตย์พอดี ซึ่งสังเกตได้ว่าจะมีการปิดถนน ผู้คนมากมาย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะออกมาเดินขวักไขว่เต็มถนนไปหมด จะมีการแสดง การละเล่น หรือแม้แต่มีของขายมากมาย นับว่าเป็นการปิดถนนที่มีคนเดินเยอะมาก ทั้งชาวเมือง และนักท่องเที่ยว ช่วยทำให้เมืองมีสีสันมากขึ้นไปอีก ใครที่มาเที่ยวฮานอยตรงกับวันอาทิตย์ ก็อย่าลืมมาเดินถนนคนเดินนี้ดู จะมีการปิดถนนรอบๆ ทะเลสาบฮว่านเกี๊ยม และบริเวณรอบเมืองเก่า  เดินไปเรื่อยๆ จะเห็นว่ามีของขายรายทางเต็มไปหมด แนะนำเมนูเด็ดของเวียดนาม ที่มาแล้วไม่ชิมก็ดูเหมือนจะมาไม่ถึง นั่นก็คือปอเปี๊ยะทอด ซึ่งบอกเลยว่าอร่อยมาก ยิ่งตอนที่แม่ค้าเพิ่งทอดมาร้อนๆ กรอบอร่อย ถึงแม้จะอมน้ำมันไปนิด แต่ก็ยังอร่อยอยู่ดี เอาจริงๆ หาชิมอาหารเวียดนามที่ไทยอร่อยๆ แบบนี้ไม่ค่อยจะได้เลย สนนราคาชิ้นละประมาณ 5 บาทเท่านั้น    Cong Caphe    พามานั่งคาเฟ่ชิคๆ ที่ฮานอย ที่บอกเลยว่าดังมากในเวียดนาม มีสาขามากมาย แต่เท่าที่เห็น เหมือนกับว่าที่ฮานอยนี้จะมีสาขามากเป็นพิเศษ เป็นร้านกาแฟ ที่ไม่ได้มีแค่เมนูเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังมีเมนูสมูทตี้อื่นๆ มากมาย โดดเด่นด้วยการเป็นคาเฟ่ที่มาในธีมทหารเวียดนาม มีความแต่งร้านเป็นโทนสีเขียว - แดง วัยรุ่นเวียดนามก็นั่งกันเยอะอยู่ทีเดียว  ความโดดเด่นของคาเฟ่ หรือร้านกาแฟที่เวียดนาม บางร้านเค้าก็มีส่วนที่สามารถดูดบุหรี่กันในร้านได้เลย หรือบางร้านก็จะมีการแยกโซนออกมา ว่าโซนไหนสามารถดูดได้ หรือโซนไหนที่ดูดไม่ได้ บอกเลยว่าใครที่ชอบสูบบุหรี่ แล้วมาเที่ยวเวียดนามรับรองว่าฟิน สำหรับเมนูแนะนำสำหรับคาเฟ่ Cong Caphe แห่งนี้ แนะนำเป็นเมนูกาแฟใส่มะพร้าว รสชาติจะละมุน กลมกล่อม ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่เลยทีเดียว หากใครที่ไม่ดื่มคาเฟอีน เมนูสมูทตี้โยเกิร์ตก็อร่อย    Pizza 4P's ขอปิดท้ายค่ำคืนแรกในฮานอย ด้วยร้านพิซซ่า Pizza 4P's เป็นร้านพิซซ่าที่โด่งดังมากในเวียดนาม มีหลายสาขา ทั้งในฮานอย ดานัง หรือว่าโฮจิมินห์เอง สำหรับร้านพิซซ่านี้ แนะนำว่าให้จองล่วงหน้า เพราะคิวยาวมาก นี่ขนาดว่าจองไปตอนเช้า ยังได้คิวที่สามทุ่ม กินเสร็จก็ประมาณเที่ยงคืนพอดี สรุปคืนนี้เดินกลับนะ เพราะว่ารถหมด โดดเด่นที่พิซซ่าโฮมเมด อบด้วยเตาถ่าน จึงทำให้พิซซ่ามีความหอม แนะนำให้สั่งเมนูซิกเนเจอร์ ที่เป็นพาม่าร์แฮม และชีสมอสซาเรลล่าสดที่ทางร้านทำเอง  นอกเหนือจากเมนูพิซซ่าของร้านนี้แล้วนั้น เมนูอื่นๆ ก็อร่อย และโด่งดังไม่แพ้กัน อย่างที่เห็นในรูป เราก็ได้สั่งเมนูลาซานญ่าโฮมเมดมาด้วย อร่อยมาก ไม่ค่อยเลี่ยน แล้วที่สำคัญคือสามารถแบ่งกันกินได้หลายคน หรือจะสั่งเมนูสลัดมาก็อร่อย เอาเป็นว่าใครชอบพิซซ่า หรือไม่ชอบกินอาหารเวียดนามต้องไปโดน สนนราคาก็แพงเอาเรื่อง แต่ถ้าแชร์กันก็คุ้มอยู่นะ    วันที่ 2  โบสถ์เซนต์โจเซฟ (St Joseph Cathedral) เห็นฟ้าหม่นแบบนี้ ก็เพราะว่าฮานอย เป็นเมืองอากาศค่อนข้างจะมีความแปรปรวนมากอยู่ที่เดียว บางทีก็แดดออก อีกสักพักก็ฝนตก อย่างทริปนี้ฝนตกตอนแดดออกจัดๆ ก็เจอมาแล้ว แต่เอาจริงๆ นี่ก็กลายมาเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของฮานอย ที่เราตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว    วันนี้โชคดี เพราะว่าได้มาเที่ยวโบสถ์เซนต์โจเซฟ แล้วทางโบสถ์เปิดให้เข้าชมด้านใน ตอนแรกคิดว่าโบสถ์นี้ไม่เปิดให้เข้าซะแล้ว เพราะข้างนอกโบสถ์ก็ดูเก่ามาก จนคิดว่าไม่มีการประกอบพิธีศาสนาอีกต่อไป แต่จริงๆ แล้วโบสถ์นี้ก็ยังเปิดให้เข้าอยู่ตามปกติ โดยโบสถ์นี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 กันเลยทีเดียว เป็นโบสถ์สไตล์นีโอโกธิค บริเวณรอบๆ โบสถ์จะมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่มากมาย สามารถเดินมาเที่ยวได้ชิลล์ๆ จากทะเลสาบฮว่านเกี๊ยม    Xofa Café & Bistro ถัดจากโบสถ์เซนต์โจเซฟ เราก็เดินถัดมาเรื่อยๆ ข้ามผ่านทางรถไฟข้ามมายังร้านคาเฟ่อีกแห่งที่ชื่อว่า “Xofa Café & Bistro” เป็นร้านคาเฟ่สไตล์บ้านที่ตกแต่งด้วยสิ่งของวินเทจ สังเกตได้ว่าเป็นร้านยอดฮิตสำหรับวัยรุ่นฮานอย เพราะถึงแม้จะเป็นช่วงบ่ายๆ แต่ก็มีวัยรุ่นนั่งจิบชาอยู่เต็มร้าน โดยร้านนี้จะไม่ได้ขายเครื่องดื่มเพียงแค่อย่างเดียว จะมีเมนูอาหาร และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย    เมนูที่แนะนำก็คือเมนูเค้กต่างๆ เพราะราคาไม่แรง และไม่หวานมากเท่าไหร่นัก มีเมนูเค้กให้เลือกมากมายหลายสิ่ง อยากแนะนำว่าหากใครที่กำลังมองคาเฟ่ชิลล์ๆ นั่งได้เรื่อยๆ บรรยากาศสบายๆ เครื่องดื่มรสชาติดี ราคาไม่แรงมาก ร้านถ่ายรูปสวย แนะนำคาเฟ่นี้เลย  หลังจากนั่งคาเฟ่เสร็จ ก็ได้เวลาเดินออกมาเรื่อยๆ จนถึงทางรถไฟ เป็นจุดหมายปลายทางต่อไปของเรา เพราะในทุกๆ วันจะมีนักท่องเที่ยวมากมาย เดินทางมายังทางรถไฟนี้ เพื่อรอคอยรถไฟ… วิ่งผ่านรางรถไฟแคบๆ ที่บอกเลยว่าเป็นอะไรที่หน้าตื่นตาตื่นใจมาก เพราะคุณจะได้เห็นรถไฟแบบใกล้ชิด วิ่งผ่านหน้าไปเพียงระยะเวลาในเสี้ยววินาที    สุดท้ายแล้วรถไฟที่เรากำลังรอคอยก็มา หากดูในรูปจะเห็นว่ามีผู้คนมากมายยืนรอต่อแถวเพื่อถ่ายรูปรถไฟ ตอนแรกเราก็คิดว่ามันจะสักเท่าไหร่กันเชียว แต่พอรถไฟผ่านหน้าไปจริงๆ กับยืนงง หยิบกล้องถ่ายรูปมาถ่ายแทบไม่ทัน เป็นอีกมุมหนึ่งของฮานอย ที่เราอยากจะแนะนำ เพราะคิดว่าหลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ ใครกำลังหามุมถ่ายรูปสวยๆ ในฮานอย แนะนำปักหมุดเอาไว้ได้เลย    Hanoi Food Culture หลังจากถ่ายรูปรถไฟเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงมื้อเย็นของวันนี้ เราก็ได้เสาะหามาว่ามีร้านอาหารเวียดนามรสชาติดี ติดอันดับใน Trip Advisor แล้วก็ยังราคาไม่แพง ก็เลยลองเดินมาดู เป็นร้านอาหารเวียดนามแบบโลคอล ชื่อว่า “Hanoi Food Culture” ที่ทางร้านเคลมว่า รสชาติอาหารจะเป็นแบบอาหารเวียดนามดั้งเดิม เป็น Authentic Vietnam ที่ไม่ควรพลาด เมื่อมาเยือนฮานอย  เมนูอาหารของร้านนี้ ก็จะมีเมนูอาหารเวียดนามทั่วไป แต่ก็จะมีเมนูแนะนำทั่วไป รสชาติก็ขอบอกว่าประทับใจ เพราะว่ากินง่าย รสชาติไม่จัด หรือว่ากินยากจนเกินไป ใครที่ไม่เคยกินอาหารเวียดนามมาก่อน ก็สามารถกินได้เช่นกัน ในส่วนของหน้าตาก็จัดมาสวยงาม น่ารับประทานเป็นอย่างมาก เมื่อเทียบราคาแล้วก็ถือว่าคุ้มค่า แนะนำให้สั่งปอเปี๊ยะทอด 3 อย่าง ที่จะถูกจัดมาเป็น 3 สไตล์ และเมนูกุ้งพันอ้อย    วันที่ 3  วัดจั่วเตริ่นกว๊อก (Chua Tran Quoc) เปิดเช้าวันที่ 3 มาด้วยที่เที่ยวอีกหนึ่งแห่ง ที่ขอบอกเลยว่าเราพยายามที่จะมาหลายวันแล้ว แต่วัดปิด สงสัยเหมือนกันว่าทำไมปิด ทั้งๆ ที่ใน Google ก็บอกว่าเปิด แนะนำว่าใครที่อยากมาเที่ยววัดนี้ ให้หาข้อมูลมาดีๆ ก่อน ไม่งั้นอาจจะเดินมาเก้อ โดยความน่าสนใจของวัดนี้ คือเป็นวัดที่เก่าแก่มากๆ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบโฮไต (Ho Tay) ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อ ค.ศ. 545 เรียกได้ว่าเก่าแก่ จนล้มสถิติบางวัดไปได้เลย    ความโดดเด่นของวัดจั่วเตริ่นกว๊อก (Chua Tran Quoc) ก็คือเจดีย์สีชมพู ที่มีความงดงาม ตามสถาปัตยกรรมแบบจีน มีความสูงมากถึง 15 เมตร ที่สามารถมองเห็นเด่นมาแต่ไกล โดยวัดเตริ่นกว็อก ก็ยังคงมีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และมีชาวเวียดนามเดินทางมาทำบุญที่วัดนี้มากมาย    Trill Bistro เป็นคาเฟ่อีกหนึ่งคาเฟ่ที่แนะนำให้มากับ “Trill Bistro” เพราะว่าเป็นคาเฟ่ที่ถ่ายรูปสวยมาก เห็นทางเข้าก็ยังเฉยๆ พอเดินเข้ามาบอกเลยว่าตะลึง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชาวเวียดนามมากมาย ถึงนิยมมาถ่ายรูปกันที่คาเฟ่แห่งนี้ ถึงขนาดที่เค้าห้ามถ่ายรูปภายในคาเฟ่เลยทีเดียว เพราะว่าถ้าหากอยากถ่าย ก็ต้องเสียเงินไงละจ๊ะ แต่ด้วยความมึนของเราก็ถ่ายมาหลายรูปอยู่    แนะนำว่าใครเป็นสายถ่ายรูป หรือว่าเป็นสายอินสตราแกรมเมอร์นั้นไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีมุมถ่ายรูปเยอะมากจริงๆ แถมเมนูอาหารในร้านก็รสชาติดี มีเครื่องดื่มให้สั่งเยอะ ใครที่อยากหาคาเฟ่มานั่งกินกาแฟแบบชิลล์ๆ เปลี่ยนบรรยากาศ หรือเน้นการถ่ายรูปเป็นหลัก บอกเลยไม่ผิดหวังแน่นอน เซฟไว้ในลิสต์คาเฟ่ฮานอยที่ไม่ควรพลาดด่วน!  ปิดท้ายด้วยเมนูโลคอลแบบสุดๆ เรียกได้ว่านั่งยองกินกันเลยทีเดียว แต่เห็นร้านเล็กๆ แบบนี้ แต่น่ากิน อร่อย และราคาคุ้มค่าเกินคาด ทั้งหมดนี้ราคาประมาณ 50 บาทเท่านั้น แต่ให้เยอะมากๆๆ เมนูนี้ก็อารมณ์ประมาณปากหม้อญวน เป็นแป้งนิ่มๆ เหมือนกับปากหม้อเลย แต่ไส้นั้นจะเป็นไส้คาว มีหมูสับ เห็ด และผักอีกหลายชนิด เวลากินก็ให้จิ้มน้ำจิ้มสีน้ำตาลที่อยู่ในถ้วย มีเหมือนหมูยอ และผักแหนมมา บอกเลยว่าเอาคะแนนไปเต็ม 10 รีบกินรีบเสร็จ เพราะต้องรีบไปสนามบิน    ถึงเวลาบินกลับบ้านแล้ว เรียกได้ว่า 3 วัน 2 คืนที่ผ่านมา สำหรับการเที่ยวฮานอยนี้ เป็นประสบการณ์ที่ดีเกินคาด ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ไปเที่ยวในอีกหลายที่เที่ยวฮานอยที่แพลนมาก่อนหน้านี้ แต่ก็รู้สึกว่าคุ้มค่าแล้ว กับงบประมาณที่เสียไป แค่หลักพันเท่านั้น แต่สิ่งได้รับกลับมา สอนให้รู้ว่าไม่ใช่การไปถึงจุดหมายปลายทาง แต่เป็นการชื่นชม และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตระหว่างทางต่างหาก   เรื่องและภาพ  https://www.flymetothemar.com https://www.facebook.com/flymetothemarsss/

อ่านเพิ่มเติม
เที่ยวฮานอย 3 วัน 2 คืน เที่ยวแบบเต็มอิ่ม ที่เวียดนาม
เที่ยวฮานอย 3 วัน 2 คืน เที่ยวแบบเต็มอิ่ม ที่เวียดนาม

24 ก.พ. 63

ฮานอยเมืองหลวงของเวียดนามแล้วยังเป็นเมืองหลวงแห่งการท่องเที่ยวที่คนไทยนิยมมาอย่างยาวนาน ด้วยทัศนียภาพของธรรมชาติสุดอลังการ  บางแห่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ทำให้ฮานอยตกเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาสัมผัส  สำหรับใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวฮานอย วันนี้ ทัวร์ครับ เรามี ทริปเที่ยวฮานอย 3 วัน 2 คืนมาแนะนำกันครับ มาดูกันว่าเที่ยวฮานอย 3 วัน 2 คืนนี้ไปที่ไหนกันได้บ้าง  การเดินทางในฮานอย เรื่องการเดินทางในการเที่ยวฮานอย 3 วัน 2 คืนนั้นมีหลายช่องทางไม่ต่างจากในไทยเราเลยครับ ทั้งแท็กซี่ รถเมล์ เช่ามอเตอร์ไซค์  แต่สิ่งที่นักท่องเที่ยวอย่างเรานิยมใช้มากที่สุด คงจะเป็น Grab ครับ ตอบโจทย์ทุกการเดินทางจริงๆ หรือหากใครไปกับทัวร์เวียดนาม ฮานอย ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องการเดินทางเลยครับ มีรถบัสรับส่งตลอดทริป  วันแรก วัดเฉินก๊วก  พิกัด: Chua Tran Quoc วัดจีนที่มีความเก่าแก่ของชาวพุทธที่เคยรุ่งโรจน์ในอดีตและมีความสำคัญกับประชาชนชาวเวียดนามเป็นอย่างมาก วัดในพุทธศาสนาสไตล์เวียดนาม ที่อยู่ติดกับทะเลสาบโฮไต เป็นวัดที่มีเจดีเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเวียดนาม มีเจดีย์สีชมพู ไล่ระดับเป็นชั้น ประมาณ 10 ชั้น และมีชายคายื่นออกมาคลุมเจดีย์แต่ละชั้น คล้ายกับเจดีย์ของญี่ปุ่น แต่ละชั้นมีพระพุทธรูปสีขาวประดิษฐานอยู่ในช่องรอบเจดีย์ ลักษณะของวิหารของวัดแห่งนี้เป็นแบบจีนโบราณชั้นเดียว เหมาะแก่การมาเที่ยวชมและพักผ่อนหย่อนใจเป็นที่สุด อ่าวฮาลองเบย์  พิกัด: Ha Long Bay มาเที่ยวฮานอย 3 วัน 2 คืน ต้องแวะมาอ่าวฮาลองเบย์ ไฮไลท์คือการ ล่องเรือ ชมความสวยงามตามธรรมชาติ สวยแบบภาพวาด มองไปทางไหนก็สวยงาม สดชื่นสุดๆ ที่สำคัญอ่าวฮาลองเบย์ยังได้รับการประกาศเป็น “มรดกโลก” จากองค์การยูเนสโก อ่าวแห่งนี้เต็มไปด้วยภูเขาหินปูนมากมายได้บรรยากาศธรรมชาติที่สุด จุดที่เป็นไฮไลท์หลักคือเกาะไก่จูบกัน ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของอ่าวฮาลองลักษณะจะเป็นเกาะเล็กๆ 2 เกาะ หันหน้าเข้าหากันคล้ายๆกับไก่หรือนกแล้วแต่จินตนาการของแต่ละคน ฮาลอง ปาร์ค   พิกัด: Halong Park เที่ยวฮานอย 3 วัน 2 คืน จุดนั่งกระเช้าข้ามอ่าวฮาลองไปยังเกาะ เราจะได้ชมวิวอ่าวฮาลองเบย์มุมสูง พร้อมถ่ายรูปเก็บภาพบรรยากาศของอ่าวฮาลองได้อีกด้วย ในฮาลองปาร์คมีกิจกรรมทำหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวชม สวนญี่ปุ่น นั่งรถรางชมสวน หรือ ขึ้นชิงช้าสวรรค์ Sun wheel เพื่อชมบรรยากาศทิวทัศน์ภาพมุมสูงของอ่าวฮาลอง และยังมีการแสดงหุ่นกระบอกน้ำ เป็นศิลปกรรมประจำชาติของเวียดนามอีกด้วย ตลาดกลางคืนฮาลอง  พิกัด: Night Market Ha Long ตลาดคนเดินกลางเมือง มีสินค้าพื้นเมืองเวียดนามและสินค้าจากจีนให้เลือกหลากหลายเปิดทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ โดยแต่ละร้านจะเริ่มตั้งตอนเย็นๆประมาณ 18:30 และปิดตอนประมาณ 23:00 ร้านค้าที่นี่เยอะมาก ร้านค้าส่วนใหญ่จะเป็นของใช้ แล้วก็พวกของก๊อปปี้ เช่น แว่นตาแบรนด์เนม กระเป๋า เสื้อผ้า หากใครที่อยากซื้อของฝากของที่ระลึกกลับไปฝากเพื่อนๆ ก็สามารถซื้อได้ที่นี่ได้เลย เพราะของที่ระลึกที่นี่จะขายถูกกว่าที่อื่น และนอกจากนี้ก็มีร้านของกิน ให้ได้ซื้อเดินกินได้ตลอดทาง วันที่ 2 ถ้ำนางฟ้า หรือ ถ้ำสวรรค์ พิกัด: Paradise Cave หากมาเที่ยวฮานอย 3 วัน 2 คืน อ่าวฮาลองเบย์ เราต้องห้ามพลาดล่องเรือไปชมถ้ำสวรรค์ เป็นถ้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม ด้านในมีการจัดแสงสี เพิ่มความน่าสนใจให้กับหินงอกหินย้อยต่างๆในถ้ำ พร้อมมีทางเดินสำหรับการเดินชมความงามภายในถ้ำ ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมเพียงแค่ 1 กม.เป็นอีกหนึ่งความมหัศจรรย์ธรรมชาติที่สร้างให้เราได้ไปเที่ยวชมกันได้ตลอดทั้งปีกับ ทัวร์ฮานอย ฮาลอง นิงห์บิงห์ นั่นเองครับ  ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม หรือ ทะเลสาบคืนดาบ  พิกัด: Ho Hoan Kiem ทะเลสาบใจกลางเมืองฮานอย มีตำนานกล่าวว่า ในสมัยที่เวียดนามทำสงครามสู้รบกับประเทศจีน กษัตริย์แห่งเวียดนามได้ทำสงครามมาเป็นเวลานาน แต่ยังไม่สามารถเอาชนะทหารจากจีนได้สักที ทำให้เกิดความท้อแท้พระทัย เมื่อได้มาล่องเรือที่ทะเลสาบแห่งนี้ ได้มีเต่าขนาดใหญ่ตัวหนึ่งได้คาบดาบวิเศษมาให้พระองค์ เพื่อทำสงครามกับประเทศจีน หลังจากที่พระองค์ได้รับดาบมานั้น พระองค์ได้กลับไปทำสงครามอีกครั้ง และได้รับชัยชนะเหนือประเทศจีน ทำให้บ้านเมืองสงบสุข เมื่อเสร็จศึกสงครามพระองค์ได้นำดาบมาคืน ณ ทะเลสาบแห่งนี้ สถานที่แห่งนี้จึงมีชื่อเรียกวว่า ทะเลสาบคืนดาบ นั่นเอง โดยจุดไฮไลท์อยู่ที่ สะพานแสงอาทิตย์ยามเช้า เป็นจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวฮานอยมาถ่ายรูปกันมากที่สุด  วัดหงอกเซิน พิกัด: Ngoc Son วัดโบราณ ซึ่งภายในประกอบด้วยศาลเจ้าโบราณและอนุสาวรีย์ของตรันคว็อกตวน ซึ่งเป็นแม่ทัพเอกในการต่อสู้กับกองทัพมองโกล ภายในประกอบด้วย ศาลเจ้าโบราณ และเต่าสต๊าฟขนาดใหญ่ ซึ่งเชื่อกันว่าเต่าตัวนี้คือเต่าศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 2 ตัวที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้มาเป็นเวลาช้านาน  อยู่ริมทะเลสาบคืนดาบ เป็นเกาะเล็กๆ ในทะเลสาบ มีสีแดงสดใส ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของการเที่ยวฮานอย  ถนน 36 สาย หรือ 36 เฝอเฟือง  พิกัด: 36 Streets Old Quarter แหล่งช้อปปิ้งในฮานอย ย่านโบราณที่มีชื่อเสียงทางด้านงานหัตถกรรมและสินค้าพื้นเมืองมีอายุยาวนานกว่า 600 ปี ที่ ย่านนี้ เป็นย่านค้าขายที่คึกคักด้วยสินค้าหลากหลายชนิด ทั้งของกิน เสื้อผ้า และของที่ระลึกที่เป็นทั้งผ้าไหม กระเป๋า โดยจะแบ่งออกเป็นถนนสายต่างๆ ทั้ง 36 สาย ตามชื่อถนน 36 สาย อย่างเช่น ถนนเสื้อผ้าก็จะเป็นเสื้อผ้าตลอดทั้งสายให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวฮานอยสามารถเดินเลือกซื้อเลือกชมกันอย่างจุใจ เดินช้อปปิ้งกันได้ทั้งวัน  วันที่ 3  เมืองนิงบิงห์  พิกัด: Ninh Binh วันสุดท้ายก่อนกลับ เราจะเดินทางไปเมืองนิงบิงห์กัน นิงบิงห์ อยู่ทางตอนใต้ของเมืองฮานอย ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงจากฮานอย ฮาลอง เพื่อที่จะไป ล่องเรือนิงห์บิงห์ หรือ ฮาลองบก ฮาลองบก เป็นแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดนิงบิ่งห์ มีทั้งธรรมชาติที่สวยงามของยอดเขาหินปูน แม่น้ำหลายสายไหลลัดเลาะ และถูกล้อมรอบด้วยผาสูงชัน จึงทำให้สถานที่แห่งนี้งดงามน่าชม และยังมีร่องรอยทางโบราณคดีที่เผยให้เห็นการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์สมัย โบราณ ทำให้สถานที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ  ครบแล้วสำหรับทริปเที่ยวฮานอย 3 วัน 2 คืน จริงๆแล้วสถานที่เที่ยวฮานอยยังมีให้ได้ไปเยือนอีกมากมาย เต็มอิ่มแบบจุใจในงบที่ไม่บานปลาย วันลาน้อยก็ไปได้ แถมราคาตั๋วเครื่องบินและทัวร์ฮานอยก็ไม่แพง ใครพร้อมแล้วจอง ทัวร์เวียดนาม “เที่ยวฮานอย” กับ ทัวร์ครับ ได้เลย   

อ่านเพิ่มเติม