ทริปพาเที่ยวฮานอย แบบไม่นอย พาชิลล์คาเฟ่ กินอาหารเวียดนาม ไม่ต้องลางานก็ไปได้

ทริปพาเที่ยวฮานอย แบบไม่นอย พาชิลล์คาเฟ่ กินอาหารเวียดนาม ไม่ต้องลางานก็ไปได้

ฮานอย อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวของเวียดนาม ที่ใกล้บ้านเรา เที่ยวง่ายไม่ต้องลางาน ที่สำคัญคือ มีคาเฟ่เยอะ สาย Cafe Hopping ต้องไม่พลาด
3422
View
0
Share

เที่ยวฮานอย - ทำงานมาเหนื่อยๆ ใจหนึ่งก็อยากไปเที่ยวต่างประเทศ แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากลางานไปหลายวัน คิดได้ดังนั้นจึงนึกถึงประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ที่ใช้เวลาบินไม่นาน หยุดไม่กี่วันก็สามารถเที่ยวได้ครบ ที่สำคัญคือเน้นประเทศที่มีอะไรให้น่าค้นหา แต่ใช้งบประมาณไม่เยอะมาก คิดได้ดังนั้นผลสรุปก็มาตกอยู่ที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งในทริปนี้เราเลือกที่จะไป “ฮานอย” เพราะฮานอยค่อนข้างอากาศดี มีเขตเมืองเก่า เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์มากมาย และที่สำคัญมีทั้งคาเฟ่ และร้านอาหารเวียดนามอร่อยๆ เพียบ ทริปนี้เราจึงแพ็คกระเป๋า ซื้อทัวร์เวียดนาม แลกเงิน เตรียมชาร์จแบตกล้องให้พร้อม แล้วก็ไปลุยเที่ยวเวียดนามกันได้เลย

 

จองทัวร์ฮานอย กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub)

 



 

การเดินทางไปเวียดนาม 

อันที่จริงเวียดนามก็มีเที่ยวบินตรงจากไทยไปเวียดนามอยู่แล้วทุกวัน ไฟลท์นั้นหาง่ายมาก และที่สำคัญคือราคาไม่แพงเลย สำหรับในทริปนี้เราเลือกที่จะบินกับ Viet Jet Air เพราะเป็นสายการบินประจำชาติเวียดนาม ราคาเบาๆ แบบโลว์คอร์ส บินแปปเดียวไม่ต้องมีเสิร์ฟอาหารบนเครื่องก็ได้ เพราะใช้เวลาไม่นาน แต่ทริปนี้ได้ซื้อกระเป๋าเพิ่ม ไป-กลับ 15 กิโลกรัม 

 

แลกเงินไปเที่ยวเวียดนาม

ด้วยความที่เวียดนามนั้นมีสกุลเงินเป็นของตนเอง นั่นก็คือเวียดนามดอง (VND) แต่เช็คเรทเงินมาเรียบร้อยแล้ว เราเลยตัดสินใจแลกเงินเป็นดอลล่าร์ไป แล้วไปแลกเงินเวียดนามที่สนามบินโหน่ยบ่าย โดยรวมแล้วได้กำไรกว่าแลกเวียดนามไปนิดหน่อย หากใครสะดวก ก็แลกเงินเวียดนามจากไทยไปก็ได้ 

Tips: สำหรับซิมการ์ดก็ซื้อที่เวียดนามเช่นเดียวกัน เพราะราคาถูกกว่า เริ่มต้นที่ประมาณ 200 บาทเท่านั้น แต่ว่าให้ถามจำนวนความเร็วอินเตอร์เน็ตให้ดี เพราะคนขายชอบบอกว่าเป็น Unlimited แต่แท้ที่จริงแล้วใช้ความเร็วอินเตอร์เน็ตได้แค่ 2 GB เท่านั้น 


 

วันที่ 1 

ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม (Hoàn Kiếm Lake)

หลังจากที่เครื่องแลนด์เรียบร้อย ก็เรียกแท็กซี่ หรือใครจะนั่งรถประจำทางก็ได้ ก็แล้วแต่ความสะดวก โดยที่พักรอบนี้ เราเลือกที่จะพักในย่านเมืองเก่าของฮานอย (Old Quarter) เพราะทำเลดี สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ง่ายดาย และด้วยความประหยัดเงิน รอบนี้เราก็เลือกที่จะใช้การเดินเป็นหลัก หลังจากเช็คอินเสร็จเรียบร้อย ก็เดินมาเรื่อยๆ มายังบริเวณทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม ซึ่งถือว่าเป็นใจกลาง และจุดศูนย์กลางของย่านเมืองเก่านี้ 



 

ด้วยความที่วันที่บินมาเที่ยวฮานอยนี้ตรงกับวันอาทิตย์พอดี ซึ่งสังเกตได้ว่าจะมีการปิดถนน ผู้คนมากมาย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะออกมาเดินขวักไขว่เต็มถนนไปหมด จะมีการแสดง การละเล่น หรือแม้แต่มีของขายมากมาย นับว่าเป็นการปิดถนนที่มีคนเดินเยอะมาก ทั้งชาวเมือง และนักท่องเที่ยว ช่วยทำให้เมืองมีสีสันมากขึ้นไปอีก ใครที่มาเที่ยวฮานอยตรงกับวันอาทิตย์ ก็อย่าลืมมาเดินถนนคนเดินนี้ดู จะมีการปิดถนนรอบๆ ทะเลสาบฮว่านเกี๊ยม และบริเวณรอบเมืองเก่า 


เดินไปเรื่อยๆ จะเห็นว่ามีของขายรายทางเต็มไปหมด แนะนำเมนูเด็ดของเวียดนาม ที่มาแล้วไม่ชิมก็ดูเหมือนจะมาไม่ถึง นั่นก็คือปอเปี๊ยะทอด ซึ่งบอกเลยว่าอร่อยมาก ยิ่งตอนที่แม่ค้าเพิ่งทอดมาร้อนๆ กรอบอร่อย ถึงแม้จะอมน้ำมันไปนิด แต่ก็ยังอร่อยอยู่ดี เอาจริงๆ หาชิมอาหารเวียดนามที่ไทยอร่อยๆ แบบนี้ไม่ค่อยจะได้เลย สนนราคาชิ้นละประมาณ 5 บาทเท่านั้น 


 

Cong Caphe 


 

พามานั่งคาเฟ่ชิคๆ ที่ฮานอย ที่บอกเลยว่าดังมากในเวียดนาม มีสาขามากมาย แต่เท่าที่เห็น เหมือนกับว่าที่ฮานอยนี้จะมีสาขามากเป็นพิเศษ เป็นร้านกาแฟ ที่ไม่ได้มีแค่เมนูเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังมีเมนูสมูทตี้อื่นๆ มากมาย โดดเด่นด้วยการเป็นคาเฟ่ที่มาในธีมทหารเวียดนาม มีความแต่งร้านเป็นโทนสีเขียว - แดง วัยรุ่นเวียดนามก็นั่งกันเยอะอยู่ทีเดียว 


ความโดดเด่นของคาเฟ่ หรือร้านกาแฟที่เวียดนาม บางร้านเค้าก็มีส่วนที่สามารถดูดบุหรี่กันในร้านได้เลย หรือบางร้านก็จะมีการแยกโซนออกมา ว่าโซนไหนสามารถดูดได้ หรือโซนไหนที่ดูดไม่ได้ บอกเลยว่าใครที่ชอบสูบบุหรี่ แล้วมาเที่ยวเวียดนามรับรองว่าฟิน สำหรับเมนูแนะนำสำหรับคาเฟ่ Cong Caphe แห่งนี้ แนะนำเป็นเมนูกาแฟใส่มะพร้าว รสชาติจะละมุน กลมกล่อม ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่เลยทีเดียว หากใครที่ไม่ดื่มคาเฟอีน เมนูสมูทตี้โยเกิร์ตก็อร่อย 


 

Pizza 4P's

ขอปิดท้ายค่ำคืนแรกในฮานอย ด้วยร้านพิซซ่า Pizza 4P's เป็นร้านพิซซ่าที่โด่งดังมากในเวียดนาม มีหลายสาขา ทั้งในฮานอย ดานัง หรือว่าโฮจิมินห์เอง สำหรับร้านพิซซ่านี้ แนะนำว่าให้จองล่วงหน้า เพราะคิวยาวมาก นี่ขนาดว่าจองไปตอนเช้า ยังได้คิวที่สามทุ่ม กินเสร็จก็ประมาณเที่ยงคืนพอดี สรุปคืนนี้เดินกลับนะ เพราะว่ารถหมด โดดเด่นที่พิซซ่าโฮมเมด อบด้วยเตาถ่าน จึงทำให้พิซซ่ามีความหอม แนะนำให้สั่งเมนูซิกเนเจอร์ ที่เป็นพาม่าร์แฮม และชีสมอสซาเรลล่าสดที่ทางร้านทำเอง 


นอกเหนือจากเมนูพิซซ่าของร้านนี้แล้วนั้น เมนูอื่นๆ ก็อร่อย และโด่งดังไม่แพ้กัน อย่างที่เห็นในรูป เราก็ได้สั่งเมนูลาซานญ่าโฮมเมดมาด้วย อร่อยมาก ไม่ค่อยเลี่ยน แล้วที่สำคัญคือสามารถแบ่งกันกินได้หลายคน หรือจะสั่งเมนูสลัดมาก็อร่อย เอาเป็นว่าใครชอบพิซซ่า หรือไม่ชอบกินอาหารเวียดนามต้องไปโดน สนนราคาก็แพงเอาเรื่อง แต่ถ้าแชร์กันก็คุ้มอยู่นะ 


 

วันที่ 2 

โบสถ์เซนต์โจเซฟ (St Joseph Cathedral)


เห็นฟ้าหม่นแบบนี้ ก็เพราะว่าฮานอย เป็นเมืองอากาศค่อนข้างจะมีความแปรปรวนมากอยู่ที่เดียว บางทีก็แดดออก อีกสักพักก็ฝนตก อย่างทริปนี้ฝนตกตอนแดดออกจัดๆ ก็เจอมาแล้ว แต่เอาจริงๆ นี่ก็กลายมาเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของฮานอย ที่เราตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว 


 

วันนี้โชคดี เพราะว่าได้มาเที่ยวโบสถ์เซนต์โจเซฟ แล้วทางโบสถ์เปิดให้เข้าชมด้านใน ตอนแรกคิดว่าโบสถ์นี้ไม่เปิดให้เข้าซะแล้ว เพราะข้างนอกโบสถ์ก็ดูเก่ามาก จนคิดว่าไม่มีการประกอบพิธีศาสนาอีกต่อไป แต่จริงๆ แล้วโบสถ์นี้ก็ยังเปิดให้เข้าอยู่ตามปกติ โดยโบสถ์นี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 กันเลยทีเดียว เป็นโบสถ์สไตล์นีโอโกธิค บริเวณรอบๆ โบสถ์จะมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่มากมาย สามารถเดินมาเที่ยวได้ชิลล์ๆ จากทะเลสาบฮว่านเกี๊ยม 


 

Xofa Café & Bistro

ถัดจากโบสถ์เซนต์โจเซฟ เราก็เดินถัดมาเรื่อยๆ ข้ามผ่านทางรถไฟข้ามมายังร้านคาเฟ่อีกแห่งที่ชื่อว่า “Xofa Café & Bistro” เป็นร้านคาเฟ่สไตล์บ้านที่ตกแต่งด้วยสิ่งของวินเทจ สังเกตได้ว่าเป็นร้านยอดฮิตสำหรับวัยรุ่นฮานอย เพราะถึงแม้จะเป็นช่วงบ่ายๆ แต่ก็มีวัยรุ่นนั่งจิบชาอยู่เต็มร้าน โดยร้านนี้จะไม่ได้ขายเครื่องดื่มเพียงแค่อย่างเดียว จะมีเมนูอาหาร และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย 



 

เมนูที่แนะนำก็คือเมนูเค้กต่างๆ เพราะราคาไม่แรง และไม่หวานมากเท่าไหร่นัก มีเมนูเค้กให้เลือกมากมายหลายสิ่ง อยากแนะนำว่าหากใครที่กำลังมองคาเฟ่ชิลล์ๆ นั่งได้เรื่อยๆ บรรยากาศสบายๆ เครื่องดื่มรสชาติดี ราคาไม่แรงมาก ร้านถ่ายรูปสวย แนะนำคาเฟ่นี้เลย 


หลังจากนั่งคาเฟ่เสร็จ ก็ได้เวลาเดินออกมาเรื่อยๆ จนถึงทางรถไฟ เป็นจุดหมายปลายทางต่อไปของเรา เพราะในทุกๆ วันจะมีนักท่องเที่ยวมากมาย เดินทางมายังทางรถไฟนี้ เพื่อรอคอยรถไฟ… วิ่งผ่านรางรถไฟแคบๆ ที่บอกเลยว่าเป็นอะไรที่หน้าตื่นตาตื่นใจมาก เพราะคุณจะได้เห็นรถไฟแบบใกล้ชิด วิ่งผ่านหน้าไปเพียงระยะเวลาในเสี้ยววินาที 



 

สุดท้ายแล้วรถไฟที่เรากำลังรอคอยก็มา หากดูในรูปจะเห็นว่ามีผู้คนมากมายยืนรอต่อแถวเพื่อถ่ายรูปรถไฟ ตอนแรกเราก็คิดว่ามันจะสักเท่าไหร่กันเชียว แต่พอรถไฟผ่านหน้าไปจริงๆ กับยืนงง หยิบกล้องถ่ายรูปมาถ่ายแทบไม่ทัน เป็นอีกมุมหนึ่งของฮานอย ที่เราอยากจะแนะนำ เพราะคิดว่าหลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ ใครกำลังหามุมถ่ายรูปสวยๆ ในฮานอย แนะนำปักหมุดเอาไว้ได้เลย 


 

Hanoi Food Culture


หลังจากถ่ายรูปรถไฟเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงมื้อเย็นของวันนี้ เราก็ได้เสาะหามาว่ามีร้านอาหารเวียดนามรสชาติดี ติดอันดับใน Trip Advisor แล้วก็ยังราคาไม่แพง ก็เลยลองเดินมาดู เป็นร้านอาหารเวียดนามแบบโลคอล ชื่อว่า “Hanoi Food Culture” ที่ทางร้านเคลมว่า รสชาติอาหารจะเป็นแบบอาหารเวียดนามดั้งเดิม เป็น Authentic Vietnam ที่ไม่ควรพลาด เมื่อมาเยือนฮานอย 



เมนูอาหารของร้านนี้ ก็จะมีเมนูอาหารเวียดนามทั่วไป แต่ก็จะมีเมนูแนะนำทั่วไป รสชาติก็ขอบอกว่าประทับใจ เพราะว่ากินง่าย รสชาติไม่จัด หรือว่ากินยากจนเกินไป ใครที่ไม่เคยกินอาหารเวียดนามมาก่อน ก็สามารถกินได้เช่นกัน ในส่วนของหน้าตาก็จัดมาสวยงาม น่ารับประทานเป็นอย่างมาก เมื่อเทียบราคาแล้วก็ถือว่าคุ้มค่า แนะนำให้สั่งปอเปี๊ยะทอด 3 อย่าง ที่จะถูกจัดมาเป็น 3 สไตล์ และเมนูกุ้งพันอ้อย 


 

วันที่ 3 

วัดจั่วเตริ่นกว๊อก (Chua Tran Quoc)


เปิดเช้าวันที่ 3 มาด้วยที่เที่ยวอีกหนึ่งแห่ง ที่ขอบอกเลยว่าเราพยายามที่จะมาหลายวันแล้ว แต่วัดปิด สงสัยเหมือนกันว่าทำไมปิด ทั้งๆ ที่ใน Google ก็บอกว่าเปิด แนะนำว่าใครที่อยากมาเที่ยววัดนี้ ให้หาข้อมูลมาดีๆ ก่อน ไม่งั้นอาจจะเดินมาเก้อ โดยความน่าสนใจของวัดนี้ คือเป็นวัดที่เก่าแก่มากๆ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบโฮไต (Ho Tay) ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อ ค.ศ. 545 เรียกได้ว่าเก่าแก่ จนล้มสถิติบางวัดไปได้เลย 



 

ความโดดเด่นของวัดจั่วเตริ่นกว๊อก (Chua Tran Quoc) ก็คือเจดีย์สีชมพู ที่มีความงดงาม ตามสถาปัตยกรรมแบบจีน มีความสูงมากถึง 15 เมตร ที่สามารถมองเห็นเด่นมาแต่ไกล โดยวัดเตริ่นกว็อก ก็ยังคงมีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และมีชาวเวียดนามเดินทางมาทำบุญที่วัดนี้มากมาย 


 

Trill Bistro


เป็นคาเฟ่อีกหนึ่งคาเฟ่ที่แนะนำให้มากับ “Trill Bistro” เพราะว่าเป็นคาเฟ่ที่ถ่ายรูปสวยมาก เห็นทางเข้าก็ยังเฉยๆ พอเดินเข้ามาบอกเลยว่าตะลึง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชาวเวียดนามมากมาย ถึงนิยมมาถ่ายรูปกันที่คาเฟ่แห่งนี้ ถึงขนาดที่เค้าห้ามถ่ายรูปภายในคาเฟ่เลยทีเดียว เพราะว่าถ้าหากอยากถ่าย ก็ต้องเสียเงินไงละจ๊ะ แต่ด้วยความมึนของเราก็ถ่ายมาหลายรูปอยู่ 




 

แนะนำว่าใครเป็นสายถ่ายรูป หรือว่าเป็นสายอินสตราแกรมเมอร์นั้นไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีมุมถ่ายรูปเยอะมากจริงๆ แถมเมนูอาหารในร้านก็รสชาติดี มีเครื่องดื่มให้สั่งเยอะ ใครที่อยากหาคาเฟ่มานั่งกินกาแฟแบบชิลล์ๆ เปลี่ยนบรรยากาศ หรือเน้นการถ่ายรูปเป็นหลัก บอกเลยไม่ผิดหวังแน่นอน เซฟไว้ในลิสต์คาเฟ่ฮานอยที่ไม่ควรพลาดด่วน! 



ปิดท้ายด้วยเมนูโลคอลแบบสุดๆ เรียกได้ว่านั่งยองกินกันเลยทีเดียว แต่เห็นร้านเล็กๆ แบบนี้ แต่น่ากิน อร่อย และราคาคุ้มค่าเกินคาด ทั้งหมดนี้ราคาประมาณ 50 บาทเท่านั้น แต่ให้เยอะมากๆๆ เมนูนี้ก็อารมณ์ประมาณปากหม้อญวน เป็นแป้งนิ่มๆ เหมือนกับปากหม้อเลย แต่ไส้นั้นจะเป็นไส้คาว มีหมูสับ เห็ด และผักอีกหลายชนิด เวลากินก็ให้จิ้มน้ำจิ้มสีน้ำตาลที่อยู่ในถ้วย มีเหมือนหมูยอ และผักแหนมมา บอกเลยว่าเอาคะแนนไปเต็ม 10 รีบกินรีบเสร็จ เพราะต้องรีบไปสนามบิน 

 

ถึงเวลาบินกลับบ้านแล้ว เรียกได้ว่า 3 วัน 2 คืนที่ผ่านมา สำหรับการเที่ยวฮานอยนี้ เป็นประสบการณ์ที่ดีเกินคาด ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ไปเที่ยวในอีกหลายที่เที่ยวฮานอยที่แพลนมาก่อนหน้านี้ แต่ก็รู้สึกว่าคุ้มค่าแล้ว กับงบประมาณที่เสียไป แค่หลักพันเท่านั้น แต่สิ่งได้รับกลับมา สอนให้รู้ว่าไม่ใช่การไปถึงจุดหมายปลายทาง แต่เป็นการชื่นชม และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตระหว่างทางต่างหาก

 

เรื่องและภาพ 

https://www.flymetothemar.com

https://www.facebook.com/flymetothemarsss/