All articles abouts สถานที่เที่ยวเกาหลี

Seoul Romance ~ รวม 8 สถานที่ท่องเที่ยวเกาหลี ที่ไม่ได้มีดีแค่ตอนกลางวัน

Seoul Romance ~ รวม 8 สถานที่ท่องเที่ยวเกาหลี ที่ไม่ได้มีดีแค่ตอนกลางวัน

20 ธ.ค. 61

วันนี้ ทัวร์ครับ เลยเอา Hidden Gems ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหล่าวัยรุ่นเกาหลีชอบไปกันมาแนะนำให้รู้จัก ตีตั๋วนั่งเครื่องบินไปไกลทั้งที ขอแอ๊บเป็นโคเรียนทีนเอเจอร์ชิคๆ ดูสักทีกันครับ 1. ย่านทงแดมุน พิกัด : Dongdaemun Market เปิดมาก็ย่านช้อปปิ้งเลย อิอิ ก็แหม~ มาเกาหลีทั้งที จุดหมายหลักก็คือช้อปปิ้งนี่แหละ เพราะแฟชั่นเค้าทันสมัย เสื้อผ้าก็สวย เก๋ เท่ไม่ซ้ำใคร ทั้งยังมีเครื่องสำอางราคาถูกมากมายให้สาวๆ อย่างเราเลือกซื้อกันไม่หวาดไม่ไหว และสำหรับย่านทงแดมุนนั้น ก็ไม่จำเป็นที่ต้องรีบช้อปรีบกลับเลยครับ เพราะที่นี่เค้าเปิดถึงดึกมาก ไม่สิๆ ต้องพูดว่า เปิดถึงเช้า มากกว่า เพราะปิดตีห้า เลยนะเออ เธออยากจะช้อปแค่ไหน กระเป๋าฉีกแค่ไหน ล้มละลายแค่ไหน ก็จัดไปอย่าให้เสีย! นั่งรถไฟมาลงที่สถานีทงแดมุนด่วนๆ จ้า 2. ย่านฮงแด พิกัด : Hongdae สำหรับสาวๆ สายปาร์ตี้ ที่ชอบแฮงค์เอาท์แบบ EDM แดนซ์กระจายไปพร้อมๆ กับส่องโอปป้าหล่อๆ ก็ต้องนั่งรถไฟมาที่ย่านฮงแดเลยครับ เพราะย่านนี้เป็นย่านที่รวบรวมไนท์คลับดีๆ ไว้เพียบ ถ้าให้เปรียบก็พี่ๆ น้องๆ กับทองหล่อ - เอกมัยบ้านเรานั่นเอง ที่สำคัญ ลืมภาพของผับไทยแลนด์ที่ปิดเที่ยงคืนไปได้เลยนะครับ เพราะที่นี่เค้าปิดกันตีห้า เลยทีเดียว เปิดตี้ยาวๆ กันไป แต่ระมัดระวังตัวกันด้วยน๊า เก๊าเป็นห่วงงง~ 3. ย่านกังนัม พิกัด : Gangnam ใครที่ชอบดริ้งค์ ชอบฟังเพลง แต่ไม่ชอบแดนซ์ คงต้องเปลี่ยนจากย่านฮงแด มาเป็นย่านกังนัมแทนครับ เพราะที่นี่ก็เป็นแหล่งเปิดตี้นั่งชิล เคล้าเสียงเพลงเช่นกัน แต่แค่คนละแนวกับย่านฮงแดครับ เหมาะสำหรับคนที่ชอบนั่งจิบเพลินๆ เม้าท์มอยกันไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็กลับ เพราะปิดแค่ตีสอง ใครอยากมี Night Life แบบเบาๆ สวยๆ ยกค็อกเทลขึ้นมาดื่มพร้อมชะม้อยชะม้ายชายตา ให้นั่งรถมาที่กังนัมนะจ๊ะ 4. ริมแม่น้ำฮัน พิกัด : Hangang Park อันนี้สำหรับคนที่รักความชิล อยากดูวิวสวยๆในเกาหลีแบบโรแมนติกกุมมือแฟนมาได้เลย ริมแม่น้ำฮันนั่นเอง บอกเลยว่าเป็นอีกที่ยอดฮิตสำหรับ Seoul Nightlife เพราะมันมีความโรแมนติกมั่กๆ ไม่ต้องแปลกใจหากไปถึงแล้วต้องใช้เวลาในการหาที่นั่งสักหน่อย เพราะเหล่าวัยรุ่นโคเรียก็มากันเพียบ ซื้อเหล้าบ๊วยยอดฮิต โซจูรสอร่อย หรือจะโนแอลฯ มานั่งจิบชิลๆ ชมวิวเพลินๆ โอ๊ย~ Seoul Romance! 5. ย่านมหาวิทยาลัยฮงอิก พิกัด : Hongik University ตอนกลางวันย่านนี้ก็จะพลุกพล่านไปด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัย ส่วนตอนกลางคืนก็จะพลุกพล่านไปด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน! ฮ่าๆๆ พูดจริงๆ ไม่ได้มุกนะ เพราะที่นี่คือแหล่งรวมวัยรุ่นเกาหลีเค้าเลยล่ะ เปรียบง่ายๆ ให้เห็นภาพชัดๆ ก็คงจะเป็นสยามสแควร์นั่นเอง มีทั้งตลาดให้เดินเล่นช้อปปิ้ง ตั้งแต่ตอนกลางวัน ยาวๆ ไปถึงดึก มีทั้งคาเฟ่น่ารักกุ๊กกิ๊กมากมาย แถมยังมีผับดีๆให้สาวๆไว้ส่องโอปป้าด้วยนะ! ใครอยากมาเที่ยวเกาหลีตอนกลางคืนที่เดียวจบ ครบทุกสิ่งจิงกะเบล ก็มาที่นี่เลยครับ~ อ้อ! ลืมบอกไปสองอย่าง อย่างแรก ผับแถวนี้เค้าปิดกันแปดโมงเช้าเลยคู้ณณณ!! ส่วนอย่างที่สอง ย่านนี้อยู่ใกล้กับเมียงดง เดินถึงกันได้เรื่อยๆ ชิลๆ นะจ๊ะ 6. ย่านอัพกูจอง พิกัด : Apgujeong Rodeo Street ย่านนี้พี่รัก! เพราะพี่คือติ่งเกาหลีตัวแม่ อิอิ~ ย่านนี้เป็นที่ตั้งของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง SM Entertainment และ JYP Entertainment ครับ ทั้งยังเป็นย่านเกาหลีกลางคืนที่มีความศิวิไลซ์มากๆ เพราะถือว่าเป็นย่านเศรษฐกิจของกรุงโซลนั่นเอง ที่นี่จึงเต็มไปด้วยร้านค้าที่มีสินค้าแบรนด์ดังมากมาย มีร้านอาหารอร่อย มีคาเฟ่เยอะแยะ และที่สำคัญอันดีต่อใจเจ้ คือมีโอปป้าเพียบ! อย่างที่บอกว่ามีค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อยู่ เพราะฉะนั้นเหล่าวัยรุ่นก็จะมาเดินชิลๆ กันเผื่อจะโดนตกไปเป็นเด็กฝึกหัดในค่ายบ้างอะไรบ้าง นอกจากนี้ยังมีสิทธิที่จะได้เจอศิลปินในดวงใจอีก ไม่มาได้หรอแบบนี้ 7. ย่านมหาวิทยาลัยคอนกุก พิกัด : Konkuk University หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า ย่านคอนแด ครับ ที่นี่ก็เป็นอีกย่านมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเช่นกัน ร้านค้าในแถบนี้ก็จะเอาใจวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่ ตั้งแต่ร้านเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ขนม อาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนตอนเย็นย่ำไปถึงดึกๆ ก็จะมีตลาดขายสินค้าเพียบ ส่วนมากจะเน้นไปที่สินค้าแฮนด์เมดน่ารักๆ ใครสนใจที่จะมาย่านนี้ ขอแนะนำให้มาก่อนพระอาทิตย์ตก เพื่อมานั่งคาเฟ่ชิลๆ แล้วอยู่ยาวเดินตลาดจนถึงดึกๆ เลยนะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กเที่ยวเกาหลี กลางคืนที่ไม่เลวเลยทีเดียว  8. สวนลอยฟ้า Seoullo 7017 พิกัด : สวนลอยฟ้า Seoullo 7017 ปิดท้ายกันที่จุดแลนด์มาร์กเที่ยวเกาหลี กลางคืน ที่เพิ่งเปิดตัวกันไปไม่นาน กับทางเดินลอยฟ้า ณ สถานีรถไฟโซล (Seoul Station) ที่นี่จะรวบรวมต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ไว้ และเปิดไฟตอนกลางคืนที่สวยมาก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ความ Seoul Romance ได้เป็นอย่างดี ชวนแฟนมาเดินชิลๆ ชมวิวเมืองเพลินๆ พร้อมได้รูปถ่ายเก๋ๆ กลับไปอัพโซเชียล ฟินที่สุดเลยจ้า เอาล่ะ! นี่ก็คือ 8 สถานที่เด็ดๆเที่ยวเกาหลีตอนกลางคืน ที่ ทัวร์ครับ คัดมาให้ ใครอยากใช้ชีวิต Seoul Romance & Nightlife แบบไหนที่เกาหลีก็จัดไปอย่าให้เสีย เอาให้สนุก ให้ถูกใจไปเลยนะครับ เพราะมาทั้งทีต้องเอาให้สุด! Enjoy trip ครับบบ ~   ทัวร์ครับแนะนำ.. >> ไปเกาหลีต้องลอง! รวมโซจู 12 รสชาติสุดฮิตที่พลาดไม่ได้ <<    

อ่านเพิ่มเติม
Hello Oppa! รวม 10 ซีรีส์เกาหลีสุดฟิน ดูแล้วอินสุดๆ ในปี 2018
Hello Oppa! รวม 10 ซีรีส์เกาหลีสุดฟิน ดูแล้วอินสุดๆ ในปี 2018

แถมยังมีความสมจริง ทำให้ซีรีส์เกาหลีไม่เคยหลุดไปจากเทรนด์ของบ้านเราเลย นอกจากนี้ยังมีให้เลือกหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น โรแมนติก , ดราม่า , คอมเมดี้ , วิทยาศาสตร์ , สืบสวน และอีกเพียบ!! ดูวนไปจนตาค้างกันเลยทีเดียวล่ะ วันนี้ทัวร์ครับ เลยขอเอาใจแฟนซีรีส์เกาหลีสักหน่อย ด้วยการคัดซีรีส์เกาหลีหลากหลายแนว ที่มีความสนุก ความฟิน มาแนะนำเพื่อนๆ ถึง 10 เรื่องเลยทีเดียว จดชื่อไว้ แล้วดูวนไปเรื่อยๆ นะจ๊ะ   1. What’s Wrong With Secretary Kim ประเดิมกันด้วยเรื่องแรก ที่หากใครอ่านชื่อเต็มๆ อาจจะไม่คุ้นมาก แต่ถ้าบอกว่า “เรื่องเลขาคิม” คงร้องอ๋อ !!เพราะถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดังมว๊ากกกก ในปี 2018 นี้ เพราะสาวๆ หลายคนคงอิน และฟินไปกับความหลัวของ “ท่านรองประธาน” จนอยากจะเข้าไปสิงร่างของคุณเลขาคิมเสียให้ได้ แถมยังจะได้จิ้นจนเขินตัวบิด จิกหมอนขาดไปตามๆ กัน กับความหวานน้ำตาลเรียกพี่ของคู่นี้ เป็นซีรีส์แนวน่ารักใสๆ ที่มีความกุ๊กกิ๊กมุ้งมิ้ง แถมยังมีความโรแมนติกสุดๆ ไม่อยากสปอยล์มากเพราะเดี๋ยวจะไม่สนุก แต่ขอบอกเลยว่าเรื่องนี้ ห้ามพลาด! ใครดูแล้วไม่ฟินเอาไม้มาตีแอดมินได้เลยค่า เรื่องนี้ขอเอาหัวเป็นประกันว่ามันส์แน่นอน! ตัวอย่าง : https://www.youtube.com/watch?v=KRcf-N-zvNA   2. Your House Helper ยังขออยู่กับซีรีส์โรแมนติกก่อน สาเหตุก็อย่างที่เราทราบกันดีว่า ซีรีส์ของเกาหลี ถ้าเป็นแนวโรแมนติกนี่ฟินจนถึงขีดสูงสุดเลยนะเออ สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องราวของพระเอก ที่อยากจะพิสูจน์ตัวเองให้พ่อกับแม่ได้เห็น จึงตัดสินใจลาออกจากบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งๆ ที่หน้าที่การงานกำลังไปได้ดี มารับบทเป็นพ่อบ้านที่ต้องคอยรับฟัง และช่วยแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า ซึ่งก็คือนางเอกที่เป็นเด็กฝึกงาน ที่กำลังต่อสู้เพื่อให้ตัวเองได้งานในบริษัทที่ฝึกงานอยู่ นอกจากจะได้ฟิน ได้อิน ได้จิ้นแล้ว เพื่อนๆ ยังจะได้คอยลุ้น และเอาใจช่วยคู่นี้ด้วยล่ะ เป็นอีกเรื่องที่ห้ามพลาดเลยนะคะ ตัวอย่าง : https://www.youtube.com/watch?v=-eGNb5ICB04   3. Are You Human? ความดราม่าบังเกิด เมื่อชายหนุ่มที่อยู่ในอากาศโคม่า จนครอบครัวต้องสร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาเป็นตัวแทนชั่วคราว แต่เจ้าหุ่นยนต์ตัวนั้นดันมีความรู้สึกราวกับคนจริงๆ! เพราะเขาดันไปตกหลุมรักนางเอก และแน่นอนว่าความลับที่ตัวเขาเป็นเพียงแค่หุ่นยนต์นั้น ก็ต้องถูกปิดบังและซ่อนเอาไว้ เป็นเรื่องราวที่น่าเอาใจช่วยสุดๆ และยังได้ลุ้นไปพร้อมๆ กันด้วยว่า ความลับจะเป็นความลับหรือไม่ และความรักครั้งนี้จะเกิดขึ้นได้ไหม? ใครที่ชอบซีรีส์แนววิทยาศาสตร์ ผสมผสานกับดราม่า ต้องจดเรื่องนี้ไว้เลยนะคะ ตัวอย่าง : https://youtu.be/B-UJ3PDo8rI   4. Life on Mars ขอเอาใจเพื่อนๆ ที่ชอบซีรีส์แนวสืบสวนสอบสวน และเรื่องราวเหนือธรรมชาติกันบ้างนะคะ ซีรีส์เรื่องนี้คือเรื่องราวของพระเอกที่เป็นนักสืบคนเก่ง ที่กำลังจะปิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เขาตามสืบมานานได้สำเร็จ แต่จู่ๆ กลับเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง และตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองย้อนมาอยู่ในปี 1988 และรับบทเป็นนักสืบจำเป็นประจำสถานีตำรวจในเมืองห่างไกล และต้องตามสืบคดีฆาตกรรมต่อเนื่องอีก! เอาล่ะสิเรื่องราวจะจบยังไง ต้องมาคอยลุ้นกันนะคะ สำหรับเรื่องนี้นอกจากจะได้ความตลก ลุ้นระทึกสนุกสนานแล้ว ขอบอกว่าสีของซีรีส์เรื่องนี้สวยมาก และได้เห็นเกาหลีในอดีตด้วยล่ะค่ะ อย่าพลาดนะคะ ตัวอย่าง : https://youtu.be/gZ2zZ3h7ykQ   5. Mr. Sunshine หากใครดูเรื่อง Life on Mars แล้วติดใจภาพสวยๆ สีสวยๆ ของซีรีส์ ขอแนะนำให้ดูเรื่องนี้ต่อเลยค่ะ เพราะเป็นซีรีส์แนวย้อนยุค ที่มีความโรแมนติกดราม่า กับเรื่องราวของชายหนุ่มเกาหลี ที่ต้องกลับมาบ้านเกิดในฐานะทหารอเมริกา ที่ดันมาตกหลุมรักนางเอกซึ่งเป็นลูกสาวของขุนนางเกาหลี นอกจากสงครามในสนามรบแล้ว ในสนามรักก็มีสงครามความรักที่แทบเป็นไปไม่ได้นี้เช่นกัน เตรียมทิชชู่ไว้ให้ดีๆ แล้วมาลุ้นเอาใจช่วยคู่นี้ไปพร้อมๆ กันนะคะ ตัวอย่าง : https://youtu.be/MHa0aw1odvE   6. Life (Drama – 2018) เรื่องราวสุดดราม่า และน่าเอาใจช่วย ภายใต้เสื้อกาวนด์ของพระเอกที่เป็นคุณหมอ ที่ต้องต่อสู้กับเหตุการณ์หลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความไม่โปร่งใส และเรื่องของการฆาตกรรมนองเลือด ทั้งยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่รอให้ค้นพบ และเขาต้องต่อสู้กับความอยุติธรรม เพื่อให้โรงพยาบาลแห่งนี้กลับมาขาวสะอาดอีกครั้ง เรื่องนี้ขอแนะนำสำหรับคนที่ชอบซีรีส์ที่มีเรื่องราวค่อนข้างเข้มข้น หนักหน่วง รับรองว่าสนุกไปกับการสืบสวนครั้งนี้อย่างแน่นอนค่ะ ตัวอย่าง : https://www.youtube.com/watch?v=jcmePuu4jzk   7. Radio Romance กลับมาที่ซีรีส์แนวน่ารัก หวานๆ น้ำตาขึ้นจอกันอีกครั้ง กับเรื่องราวสุดฟินของซุป’ตาร์หนุ่ม ผู้ซึ่งไม่สามารถพูดได้หากไม่มีสคริปต์ให้ กับนักเขียนสคริปต์วิทยุ ที่โตมากับแม่ที่ตาบอด เธอจึงมาเป็นนักเขียนสคริปต์แม้ว่าจะไม่มีพรสวรรค์ใดๆ เลยก็ตาม เรื่องราววุ่นๆ ระหว่างคู่นี้จึงเกิดขึ้น เพราะต้องช่วยกันดำเนินรายการให้ผ่านพ้นไปได้ดี มิเช่นนั้นรายการอาจถูกถอดได้ น่าดู น่าเอาใจช่วย และรับรองว่าจะฟินสุดๆ กับความเคมีเข้ากันของพระเอกนางเอก ได้เขินจนจิกหมอนขาดก็งานนี้แหละจ้า! ตัวอย่าง : https://youtu.be/KLRjQXpTlzY   8. While You Were Sleeping? เรื่องนี้ขออนุญาต Proudly Present นะคะ เพราะนำแสดงโดย อีจงซอก หวานใจของเดี๊ยนเอง อิอิ เป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่เธอสามารถมองเห็นอุบัติเหตุที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตผ่านความฝันของเธอ และพระเอกที่เป็นพนักงานอัยการ ที่จะทำทุกทางเพื่อยับยั้งให้ความฝันของนางเอกไม่เกิดขึ้นจริง เป็นเรื่องราวลุ้นๆ ชวนให้ติดตาม บวกเข้ากับความโรแมนติก ดูเพลินๆ จนลืมเวลานอนเลยล่ะจะบอกให้ ตัวอย่าง : https://youtu.be/oM8ldaOAMuU   9. Revolutionary Love ไหนใครในที่นี้ชอบวง Super Junior บ้าง? ซีรีส์ที่กำลังจะพูดถึงต่อไปนี้ มีนักแสดงนำก็คือ ซีวอน จากวง Super Junior นั่นเองค่ะ ซึ่งเขาจะเข้ามารับบททายาทมหาเศรษฐี ที่วันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากใช้ชีวิตให้มีความสุข และต้องมาเป็นศัตรูกับหัวหน้าทีมเลขานุการของบริษัทที่ครอบครัวตนเองเป็นเจ้าของ เพื่อแย่งชิงหัวใจของนางเอกผู้ซึ่งขยันขันแข็ง และต่อสู้เพื่อหน้าที่การงานที่ดีแม้จะมีการศึกษาที่ดีก็ตาม เพื่อนๆ จะได้สนุกไปกับรักวุ่นๆ ในครั้งนี้ และได้ติดแฮชแท็ก (#) เชียร์ชายหนุ่มที่ตนเองชอบแน่นอน ตัวอย่าง : https://youtu.be/nIOHbHXjxfk   10. A Korean Odyssey เห็นโปสเตอร์เข้มๆ แบบนี้ แต่บอกเลยว่าไม่ใช่อย่างที่คิดนะจ๊ะ เพราะเรื่องนี้มีหลายฉากที่ตลกมากๆ เรียกได้ว่าเรียกเสียงขำได้อยู่เรื่อยๆ ทั้งยังมีฉากโรแมนติกอีกเพียบ! เป็นเรื่องราวของการเดินทางแสวงหาความจริงในโลกยุคมืด ที่เทพแห่งความชั่วร้ายได้แพร่กระจายไปทั่ว เป็นอีกเรื่องที่น่าติดตาม และดูเพลินสุดๆ เลยค่ะ ไม่อยากให้พลาดจริงๆ จดชื่อไว้ดีๆ นะจ๊ะ ตัวอย่าง : https://youtu.be/Y35-OanurKM จัดไปให้เต็มๆ กับ 10 ซีรีส์น่าดูแห่งปี 2018 ใครชอบแนวไหนก็เชิญชมได้ตามอัธยาศัยเลยนะคะ แต่ขอรับรองด้วยเกียรติของเนตรนารีสามัญ ว่าสนุกทุกเรื่องแน่นอนค่า : >

อ่านเพิ่มเติม
เกาหลีนี้มี (ตัว) แตก! พาส่อง 10 ร้านอาหารสุดฟิน ณ ฮงแด
เกาหลีนี้มี (ตัว) แตก! พาส่อง 10 ร้านอาหารสุดฟิน ณ ฮงแด

07 ม.ค. 62

และอย่างที่บอกว่า ย่านฮงแด เป็นแหล่งวัยรุ่นสุดชิค ที่มีทั้งร้านค้าเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า และเครื่องสำอางมากมาย ทำให้ย่านนี้เป็นย่านฮิตในการที่นักท่องเที่ยวไทยเราเลือกพัก เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบครบครัน และมีเกสต์เฮ้าส์และโรงแรมราคาไม่แพงเพียบ เรียกได้ว่า ถ้าช้อปปิ้งจนถือไม่ไหว ก็สามารถเอาของมาเก็บที่ที่พักก่อน แล้วออกไปช้อปต่อได้อีกสบายๆ เลย แต่ในบทความนี้เราจะไม่พูดถึงที่พักกัน แต่จะขอพูดถึงเรื่อง ร้านอาหารในฮงแด ครับ เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง และร้านอาหารในย่านนี้ก็มีราคาไม่แพง แถมล้วนแต่รสชาติถูกปากคนไทยเราแน่นอน ที่สำคัญใครเป็นสาย Buffet Lover เตรียมตัวจดชื่อร้านให้ดีๆ เพราะย่านนี้มีร้านบุฟเฟ่ต์เพียบเลยล่ะ 1.ร้านอาหาร ฮงแด - 꽃돼지갤러리 (กด-ทเวจี-แกลลอรี่) บุฟเฟ่ต์หมูย่างเกาหลี ร้านอาหารย่านฮงแด ที่ฮิตเว่อร์ ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้กับช้อป Etude House เป็นร้านสีแดงๆ มองหาไม่ยาก ราคาคนละ 12,900 วอนครับ ในบุฟเฟ่ต์จะมีหมูสามชั้น ทั้งแบบบางและแบบหนา, ข้าวโพดชีส, ทักคาลบิ และเครื่องเคียงอีกมากมายเลย เป็นร้านที่คนไทยนิยมไปทานมากๆ เพราะราคาไม่แพง อร่อย และที่สำคัญ เปิด 24 ชั่วโมงเลยนะจ๊ะ ดี๊ดี หิวหมูย่างตอนตีสามก็มีที่รองรับ !!! การเดินทาง : สถานีฮงอิค ทางออกที่ 9 เดินตรงไปจนถึงทางแยกแล้วเลี้ยวขวา เดินต่อไปจนถึงร้าน Etude แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยที่มีร้านขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำผึ้งอยู่หน้าปากซอย ร้านปิ้งย่างจะเป็นร้านสีแดงอยู่กลางซอย พิกัด : 19 Wausan-ro 19-gil, Seogyo-dong, Mapo-gu, Seoul, เกาหลีใต้ 2. ร้านอาหาร ฮงแด - 한상에소두마리 (ฮันซังเอ โซทูมารี) ใครไม่ชอบทานหมู ก็ตามมาจัดบุฟเฟ่ต์เนื้อวัวที่ร้านนี้แทนแล้วกันนะ ราคาอยู่ที่ 18,900 วอน ราคานี้จะได้ทานเนื้อ 6 อย่างเลย นอกจากนี้ยังมีเครื่องเคียงพวกสลัด, ซุปเต้าเจี้ยว และข้าวหน้าเนื้อด้วยล่ะครับ อ้อ! ที่นี่ก็มีบุฟเฟ่ต์หมูสามชั้นเช่นกันนะครับ พิกัดของร้านนี้อยู่ในซอยร้าน SPAO เดินเข้าไปประมาณ 300 เมตรครับ การเดินทาง : สถานีฮงอิค ทางออกที่ 9 ข้ามถนนไปฝั่งร้าน SPAO แล้วเลี้ยวซ้าย จากนั้นเดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวาที่ซอยทางด้านขวามือซอยแรก เดินต่อไปประมาณ 300 เมตรจะเจอร้านปิ้งย่างอยู่ทางซ้ายมือ พิกัด : 936-9 Hwagok 1(il)-dong, Gangseo-gu, Seoul 3. ร้านอาหาร ฮงแด - 홍스쭈꾸미 (ฮงซึจูกุมิ) ร้านปลาหมึกเผ็ดเจ้าดัง ที่มีหลายสาขาเลยครับ แต่สาขาที่ยอดฮิตก็คงเป็นที่สาขาฮงแดนี่แหละ ที่นี่จะเป็นปลาหมึกตัวเล็ก เสิร์ฟมาเป็นแบบกะทะที่มีปลาหมึกคลุกกับซอส และพนักงานก็จะมาผัดให้เรา จนได้ที่ก็บอกให้เราเริ่มทานได้ ตัวซอสจะรสชาติหวาน เค็ม เผ็ด ลงตัวดีและอร่อยมากกก ซึ่งสามารถเลือกได้นะว่าเราจะทานแบบ ปลาหมึกล้วน, ปลาหมึกกับหมูสามชั้น หรือปลาหมึกกับกุ้ง อ้อ! แล้วก็มีเครื่องเคียงให้ทานคู่เพียบเลย ไม่ว่าจะเป็นมันบด, นูรงจี หรือไข่ตุ๋น เรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารฮงแดที่ จัดเต็มสุดๆ เลยครับ พิกัด : ร้าน 홍스쭈꾸미 ฮงซึจูกุมิ 4. ร้านอาหาร ฮงแด - Myth Jokbal cr.cleeswanders.wordpress.com อีกหนึ่งเมนูยอดฮิตในใจคนไทยเรา ก็คือ ขาหมู นั่นเอง และร้านนี้ก็เป็นอีกร้านยอดฮิตย่านฮงแดเลยครับ ร้านจะอยู่ในซอยที่มีร้านขายหมูย่างเยอะๆ ใกล้ๆ กับทางออก 8 ของสถานีฮงอิก ขายเป็นเซ็ตนะครับ เล็ก กลาง และใหญ่ ในเซ็ตจะประกอบไปด้วย ขาหมู, ซุป 1 หม้อ สลัด, หอมหัวใหญ่ดอง, กิมจิ และน้ำจิ้มที่เข้ากันกับขาหมูได้ดีสุดๆ ทานแล้วไม่เลี่ยนเลยล่ะ พิกัด : Myth Jokbal (미쓰족발 홍대점) 5. ร้านอาหาร ฮงแด - Pizza School cr.findingtheseoul.com ร้านพิซซ่าราคาประหยัด แต่อร่อยมากๆ มีให้เลือกหลากหลายหน้าเลยครับ รวมไปถึงหน้าฟิวชั่น เช่น พิซซ่าหน้าบูลโกลกิ ก็มีมานะเออ ร้านนี้จะเป็นแบบพิซซ่าแป้งบางกรอบ ไม่มีซอสนะครับ แต่มีชีสและท้อปปิ้งจัดเต็ม เสิร์ฟคู่มากับผักดอง เหมือนจะไม่เข้ากันแต่กลับตัดเลี่ยนได้ดีทีเดียวเลยครับ การเดินทาง : สถานีฮงอิค ทางออกที่ 2 เดินเข้ามาในซอย Samsung เจอแยกให้ข้ามถนน แล้วเดินเลี้ยวไปทางขวา จากนั้นเข้าซอย จะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ 6. ร้านอาหาร ฮงแด - Hong Cup cr.http://www.tsering.co.vu มาถึงร้านที่เป็นเมนู To-Go บ้าง กับไก่ทอดเจ้าดัง ที่ดึกๆ นี่คนต่อคิวกันเพียบเลย ที่นี่จะไม่มีโต๊ะให้นั่งนะครับ เมนูมีแค่อย่างเดียวคือไก่ทอดชิ้นเล็กๆ (เหมือนไก่ป๊อป) คลุกกับซอสรสออกหวานๆ หน่อย แล้วท้อปปิ้งด้วยชีสเยิ้มๆ อร่อยๆ เสิร์ฟมาในถ้วยถือกินเก๋ๆ ไปพร้อมๆ กับเพลิดเพลินกับบรรยากาศของฮงแดในเวลากลางคืน ใครอยากตามไปฟิน บอกพิกัดให้ว่า ร้านอยู่ในซอย Tony Moly พิกัด : 365-16 Seogyo-dong, Mapo-gu, Seoul, เกาหลีใต้ 7.ร้านอาหาร ฮงแด - 여보게웃게 (ยอโบเกอุดเก) cr.https://m.post.naver.com กลับมาที่ร้านบุฟเฟ่ต์กันบ้างครับ บอกแล้วว่าย่านฮงแดเป็นแหล่งรวมบุฟเฟ่ต์จริงๆ นะ ร้านนี้สำหรับคนที่รักปูดอง เพราะเป็นบุฟเฟ่ต์ปูดองล้วนๆ ไม่มีอย่างอื่นผสมเลย ราคา 12,900 วอนต่อคน จะได้ทานปูดองซีอิ๊ว และปูยำซอสเผ็ดแบบไม่อั้น จัดให้จุใจไปเลย พิกัดของร้านนี้ก็คือ ให้เดินไปที่แยก SPAO ก่อนเป็นอันดับแรก แล้วเดินตรงไปอีกแยกที่เป็นแยกใหญ่ๆ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปเลย ก็จะเจอกับร้านนี้ตั้งอยู่ฝั่งขวามือนะครับ พิกัด : 서울 마포구 잔다리로 27 8. ร้านอาหาร ฮงแด - VOILA’ Noir cr.เม้าท์มอยเกาหลี พักบุฟเฟ่ต์แล้วมาทานของหวานกันบ้างดีกว่า ร้านนี้นอกจากจะมีเมนูอร่อยแล้ว โอปป้าคนขายยังหน้าตาดีอีกด้วย !!!! ที่นี่จะมีเฉพาะไอศกรีมนะครับ แต่พิเศษตรงที่ไอศกรีมจะทำสดใหม่ทุกถ้วย เป็นไอศกรีมที่ทำจากไนโตรเจนเหลว รสชาติเนียนนุ่ม หอมหวาน ทานไปมองหน้าอ้ปป้าไป ฟินที่สุดดดด !!! การเดินทาง :  สถานีฮงอิค ทางออก 8  เดินตรงเข้ามาในซอย เลี้ยวซ้าย แล้วข้ามถนนไปเดินฝั่งขวามือ เห็น 7Eleven ให้เลี้ยวขวาเข้าไปในซอย เดินตรง ร้านอยู่ทางซ้ายมือ 9. ร้านอาหาร ฮงแด - Zapangi Cafe’ cr.http://wanderwithlindsey.com ร้านคาเฟ่โคตรฮิต ณ ฮงแด ฮิตแค่ไหนไม่รู้ แต่มีคนนำมาเป็น inspiration เปิดในไทยเลยคิดดู !!! คือต้องยอมครับเพราะร้านมันน่ารักจริงๆ กับกำแพงปูนเปลือย และมีประตูสีชมพูปุ้กปิ้กแทรกให้พอเก๋ๆ ด้านในตกแต่งแบบมินิมอลหน่อยๆ มีเมนูชานมเป็น signature และเค้กที่เสิร์ฟในกระป๋อง และในแต่ละซีซั่นก็มีเมนูพิเศษต่างกันไปอีกด้วย ใครหาร้านน่ารักๆ ไว้ถ่ายรูปเก๋ๆ นั่งจิบเครื่องดื่มเพลินๆ เชิญร้านนี้เลยจ้า พิกัด : Zapangi (자판기) 10. ร้านอาหาร ฮงแด - 50pick cr.Diaries of my Seoul บุฟเฟ่ต์มาอีกแล้วจย้าาา~ แต่คราวนี้ไม่ใช่บุฟเฟ่ต์อาหารละ แต่เป็นบุฟเฟ่ต์ค็อกเทลนะครับพี่น้อง !!!! เอ้าเกร๋ไปอีกกก สนนบุฟเฟ่ต์ที่ราคา 20,000 วอน จะดื่มกี่ช็อตค็อกเทลก็ได้ ซึ่งที่นี่มีค็อกเทลให้เลือก 50 แบบเลยครับ หรือถ้าหากใครไม่อยากดื่มเป็นบุฟเฟ่ต์ ก็มีแยกขายเป็นช็อต ช็อตละ 3,000 วอน หรือจะสั่งเป็นเซ็ต 8 ช็อต, 12 ช็อต หรือ 24 ช็อตก็ได้นะครับ ร้านอยู่ใกล้ๆ กับวงเวียน ป้ายสีดำชั้น 2 เปิด 6 โมงเย็น ปิดตี 3 พิกัด : Hongik Univ. Station ทางออก 8 แผนที่ : 50 pick hongdae   จัดเต็มกันไปเลย 10 ร้าน 10 เมนูที่แนะนำว่าต้องไปโดนจริงๆ นะเออ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านสุดท้าย ขอบอกว่า Recommended มาก !!) ใครพักที่ย่านฮงแด หรือไปเที่ยวเกาหลี ก็อย่าพลาดจิ้มสักร้านนึงจากที่เราแนะนำไปลองดูนะ รับรองว่านี่แหละคือทีเด็ดของจริง ไม่ได้โม้ววว ~   อ่านต่อ..บทความแนะนำ >>10 ขนมเกาหลีต้องซื้อ ! ของฝากเกาหลีที่ใครก็ถูกใจ<<  

อ่านเพิ่มเติม
ตามรอยพี่ไม่มีท้องร้อง!! รวมสุดยอด 10 ร้านอาหารในเกาหลี ไปทั้งทีต้องไปลอง
ตามรอยพี่ไม่มีท้องร้อง!! รวมสุดยอด 10 ร้านอาหารในเกาหลี ไปทั้งทีต้องไปลอง

11 ม.ค. 62

ซึ่งใน กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ที่นักท่องเที่ยวไทยเรานิยมไปนั้น ก็มีร้านอาหารให้เลือกมากมายเลยล่ะ แต่จะไปแบบมั่วๆ สุ่มๆ ก็อาจจะเจอร้านที่ไม่อร่อยได้ เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้ทุกคนต้องเสี่ยงดวง แต่สามารถมุ่งตรงไปยังร้านได้เลย ทัวร์ครับ เลยรวบ รวม 10 ร้านอาหารอร่อยในเกาหลี มาให้ทุกคนไว้ที่นี่แล้ว เตรียมปากกามาจดได้เล้ยยยย 🍝 🍜 🍲 🍛 1.Momo Steak ใครที่เป็น Beef Lover จดชื่อร้านอาหารเกาหลีนี้ไว้ให้ดีๆ เพราะที่นี่คุณจะได้กินเนื้อที่อร่อยมาก ในราคาเบาๆ สบายกระเป๋า !!! ร้านนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยฮงอิก อยู่ชั้น 2 นะครับ เดินมาแถวๆ สนามเด็กเล่นแล้วมองขึ้นมาก็จะเห็นพอดี เมนูที่ recommended เลยก็คือ สเต็กเนื้อหั่นเต๋า และเบอร์เกอร์เนื้อแฮมเบิร์ก บอกเลยว่าเนื้อนุ่มสุดๆ แถมเครื่องเคียงก็อร่อย ไม่อยากให้พลาดร้านนี้เลย 2. Bukchon Son Mandu ร้านดังในย่านหมู่บ้านโบราณบุกชนฮันอก ร้านอาหารเกาหลี ที่บอกเลยว่าไปทีไรก็ต้องต่อคิวทุกครั้ง !!! ด้วยรสชาติอาหารที่อร่อยมาก และราคาไม่แพงเลย ทำให้ทั้งนักท่องเที่ยวเองและชาวเกาหลี ก็ต้องแวะมาทานร้านนี้อยู่เรื่อยๆ เมนูแนะนำเลยก็คือ ออเดิร์ฟเกี๊ยว 3 อย่าง (นึ่ง ต้ม และทอด) และบะหมี่เย็นครับ ทานคู่กันเข้ากันดี๊ดี 3. Saemaeul Sikdang cr.wongnai.com ร้านหมูย่างเกาหลีขวัญใจคนไทยเรา มีหลายสาขาเลยนะ แต่ที่ฮิตๆ ก็คงเป็นสาขาตรงมหาวิทยาลัยฮงอิก คนอาจจะเยอะไปนิดเพราะทั้งนักท่องเที่ยวเอง ทั้งวัยรุ่นเกาหลีเองก็ต่างมาทานกันเพียบ แต่ไม่ต้องห่วงใครรอคิวไม่ไหว เพราะสามารถมาได้ทุกช่วงเวลา เพราะร้านอาหารเกาหลีร้านนี้เค้าเปิด 24 ชั่วโมงกันไปเลยย หิวหมูย่างตอนตีสามก็มากินได้ โอ๊ยย ดีงาม อยากให้ที่ไทยมีบ้างจัง 4.  Noona Hol Dak ลืมมมมมไก่ทอดร้านดังทั้งหลายในเมืองไทยไปได้เลยครับ เพราะร้านนี้คือความ Original ที่แท้ทรู อยู่แถวๆ เมียงดงนะครับ เดินเล่นเพลินๆ เจอร้านก็เลี้ยวเข้าไปได้เลย (แต่จริงๆ เค้ามีหลายสาขานะ) ที่นี่ก็มีไก่ให้เลือกหลายแบบ อยากแทะฟินๆ ก็เลือกสั่งแบบมีกระดูก อยากทานสบายๆ ก็แบบ Boneless จัดไป จะคลุกซอสอะไร หรือไม่คลุกก็บอกเค้าได้หมด แถมยังมีออเดิร์ฟเป็น popcorn อร่อยๆ ให้ทานเพลินๆ ระหว่างรอไก่ด้วยน๊า 5. Sopoong food cafeteria cr.aromasian.com กลับมาที่ย่านมหาวิทยาลัยฮงอิกกันอีกรอบ ด้วยเพราะย่านนี้เป็นย่านมหาวิทยาลัย ที่มีวัยรุ่นเยอะ ร้านอาหารก็เลยเยอะตามไปด้วยครับ สำหรับร้านนี้ก็คือเป็นร้านอาหารตามสั่ง แนวอาหารจานเดียวประมาณนั้น เหมาะมากสำหรับมื้อสบายๆ ระหว่างวัน มีเมนูให้เลือกหลากหลายเลยค่ะ บางเมนูเสิร์ฟมาบนกระทะร้อนด้วยล่ะ ฟิน ~ 6. SeokGwanDong Topokki cr.https://th.tripadvisor.com ร้านนี้หาง่ายมาก เพราะมีแฟรนไชส์เยอะมากครับ  เจอที่ไหนก็จัดไปได้เลย ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่รวมของกินเล่นในเกาหลี เช่นไส้กรอกเลือด ต๊อกบกกี โอเด้ง ทวีกิม โอ๊ยยย มีอีกเพียบ จะสั่งเป็นเซ็ตหรือสั่งแยกก็ได้หมด ราคาก็ไม่แพงเลยค่ะ เหมาะมากสำหรับเป็นร้านที่เอาไว้นั่งพักเติมพลัง ก่อนที่จะลุยช้อปปิ้งกันต่อ 7. Hong Bar ร้านหมูย่างเกาหลีชื่อดังของย่านเมียงดง อยู่บนชั้น 3 ของร้าน Nature Republic นะครับ ที่นี่นอกจากหมูย่างแล้ว ไลน์อาหารอื่นๆ ก็มีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสลัด สปาเกตตี้ ต๊อกบกกี แถมหมูยังหั่นบางกำลังพอดี แช่ไว้ในตู้รอเราไปหยิบ ไม่ต้องกลัวเรื่องหมูเหี่ยวเลยครับ ร้านนี้เลยกลายเป็นร้านโปรดของเราไปเลย ชอบมากๆ 8. Song Song Noodle House อีกหนึ่งร้านอาหารเกาหลีจานเดียวที่เราว่าอร่อยมากๆ ร้านอยู่ย่านมหาวิทยาลัยฮงอิก อยู่ในตึก KFC ครับ ซึ่งจุดเด่นของร้านนี้ก็คือ ที่โต๊ะจะมีเตาไฟฟ้าอยู่ด้วย ทำให้อาหารทุกจานที่เราสั่งมาจะอุ่นอยู่ตลอดเวลาที่รับประทานนั่นเอง เมนูเด็ดของที่นี่ก็คือข้าวผัดต่างๆ แล้วก็บะหมี่ ทานตอนอากาศหนาวๆ อย่างฟินอ่ะบอกเลย 9. About Shabu ร้านชาบู ชาบู ที่มีหลายสาขาในเกาหลีครับ ใครอยากทานชาบู ชาบู มองหาร้านนี้แล้วเข้าไปได้เลย รับรองว่าอร่อย ไม่ต้องลุ้นกับรสชาติแน่นอน มีเมนูให้สั่งหลากหลาย จะสั่งเป็นเซ็ตใหญ่ทานกันหลายคน หรือสั่งเป็นเซ็ตเดี่ยวๆ ทานคนเดียวก็ได้ น้ำซุปมี 3 แบบให้เลือก ส่วนน้ำจิ้มก็มี 3 แบบ อร่อยทั้ง 3 แบบเลยค่ะ เนื้อก็ดี บางและละลายในปาก เอาเป็นว่าใครชอบชาบู ต้องไป !!!! พูดแค่นี้ ~ 10. BEANSBINS COFFEE ปิดท้ายกันที่ร้านของหวาน ขายพวกกาแฟ ไอศกรีม วาฟเฟิล แนะนำสำหรับคนที่เบื่อบิงซูแล้ว เพราะร้านนี้ไม่มีบิงซูครีบ มีหลายสาขาเลย ไม่ได้หายากอะไร เมนูไฮไลท์ของที่นี่คือวาฟเฟิลที่อร่อยมากๆ แป้งนุ่มและหอม ทานคู่กับผลไม้ หรือท็อปปิ้งต่างๆ แล้วแต่เราเลือก และไอศกรีมฮาเก้นดาส ฟินสุดๆ แอบจดกันไปแล้วใช่ไหมครับกับร้านอาหารเกาหลีที่ ทัวร์ครับ เอามาแนะนำกัน แต่บอกเลยว่าที่เกาหลียังมีของอร่อยๆ อีกเพียบ ที่รอให้ทุกคนไปลองชิมด้วยตัวเองอยู่ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารเกาหลี ร้านหมูย่าง ร้านไก่ทอดแบบ Original หรือคาเฟ่ต่างๆ มากมายเลยล่ะ ใครมีแพลนไปเกาหลี นอกจากจะเตรียมเที่ยวแล้ว ต้องเตรียมท้องไปฟินด้วยน๊าาา   อ่านต่อ..บทความแนะนำ >>ฟินได้อีก! รวม 10 ร้านอาหารทีเด็ดย่านเมียงดง<<  

อ่านเพิ่มเติม
10 ร้านกาแฟเกาหลี บรรยากาศดีใน “ Seoul” ที่ห้ามพลาด
10 ร้านกาแฟเกาหลี บรรยากาศดีใน “ Seoul” ที่ห้ามพลาด

20 ก.พ. 62

  1. Cafe Skön เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเห็นร้านกาแฟเกาหลีนี้ผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้วเพราะเขาฮอทฮิตเหลือเกินน ตกแต่งเน้นสีขาว สะอาด สบายตาสไตล์โคเรียสไตล์ เฟอร์นิเจอร์ เป็นงานไม้คลีนๆ ยิ่งขนมอย่างโทสต์ของร้านนี้คือทีเด็ดที่ต้องโดน มันดีมากค่ะคุณขาอยากให้ลองทานจิบคู่กับกาแฟ เพลินๆเป็นอีกหนึ่งร้านที่ต้องจดลิสต์กันไว้เลย พิกัด : สถานี Hongik University ทางออก 3 แล้วเดินตาม Map ได้เลย https://cremenatsu.com/cafe/cafeinseoul/cafe-skon     2. BeamBalm ร้านกาแฟเกาหลี ไม่มีที่ไหนจะเหมาะกับถ่ายรูปไปมากกว่าร้านนี้อีกแล้ว BeamBalm ร้านธีม Galaxy x Cozy มันดีมากจริงๆที่ร้านจะมีโปรเจคเตอร์ฉายรูป เปลี่ยนรูปไปเรื่อย ๆให้เป็นแบคกราวนด์ถ่ายรูป โอ้ยยยดีงามมากกก เขาเริ่มฉายภาพตอนบ่ายสองเป็นต้นไปน้า ใครอยากมาถ่ายรูปก็กะเวลากันดีๆเดี๋ยวอดถ่ายแล้วจะคอตกกลับบ้านไม่ได้เด้ออ ที่ร้านตกแต่งเก๋ๆ ด้วยผ้ารกๆสีขาวๆ แต่รวมๆ กันเอ้ามีสไตล์เฉย ที่นี่ขนมจะน้อยนิดนึงเน้นไปทางเครื่องดื่ม กาแฟมากกว่า พิกัด : สถานี Sangsu ทางออก 4 เดิน 3 นาทีถึง   3. Green Mile Coffee คาเฟ่น้อยแต่มากมาอีกแล้วจ้าร้านมีอยู่ด้วยกัน 3 ชั้น ชั้น 1 จะเป็นจุดรับออเดอร์ (espresso bar) ชั้นที่ 2เป็นที่นั่งดื่มกาแฟ (lounge) และชั้นที่ 3 เป็นดาดฟ้า (terrace)วันไหนแดดร่ม ลมดีเขาจะเปิดให้ขึ้นไปบนดาดกันด้วยเมนูที่อยากจะแนะนำทุกคนคือ Cafe Green Mile เครื่องดื่มร้อนถ้วย เป็นความเข้มข้นของชาเขียวและกาแฟที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวเหมาะมากๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบทานหวานเมนูพื้นฐานของที่นี่จะเป็นกาแฟ ราคาเริ่มต้นที่ 5,000 วอน พิกัด : ออกจากสถานี Anguk สาย 3 ประตูทางออก 2 เดินตรงมา10 นาที https://japaikorea.com/green-mile-coffee-bukchon/     4. HOARD ร้านกาแฟเกาหลี คาเฟ่ซ่อนตัวอยู่ใน อาร์ตแกลเลอรี HOARD บรรยากาศตกแต่งร้านในสไตล์โบทานิกนอกจากรอบๆ ร้านจะกรุไปด้วยกระจกรอบด้านเพื่อรับแสงธรรมชาติแล้ว แถมมีต้นไม้ตามจุดต่างๆ เพิ่มความผ่อนคลาย แถมด้านบนยังมีงานศิลปะจัดแสดงให้ได้ขึ้นไปชมกันฟรีๆ ด้วย มาที่เดียวได้เที่ยวถึง 2 อย่างเลย อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากพระราชวังคยองบ๊กและอินซาดง ใครไปแถวนั้นลองแวะไปที่ร้านนี้กันได้จ้า และที่สำคัญไม่ควรพลาดบริเวณริมกระจกที่สามารถมองออกไปเห็นสวนแ ละตัวตึกแบบ เกาหลีโบราณ วิวก็ฟิน รสชาติก็ดี งานอาร์ตก็มีให้ดูดีขนาดนี้กากบาทดอกจันกันไว้เลยว่าควรมา พิกัด : สามารถลงสถานีฮันอ๊ก หรือ พระราชวังคยองบ๊กกุงแล้วเดินไปได้เลย https://www.mangoplate.com/en/restaurants/s7_D_KlJbBYZ     5. Cafe Onion คาเฟ่หัวหอม ร้านกาแฟเกาหลีที่ไม่ได้มีหัวหอมแต่อย่างใดเราชอบการตกแต่งของร้านนี้มากมันไม่ได้ฟรุ้งฟริ้งแบบร้านอื่นๆแล้วที่นี่จะตกแต่งแบบสไตล์ดิบเท่ในแบบอินดัสเทรียลเน้นโชว์โครงสร้างตัดกับงานสเตนเลสขัดเงาแถมเรื่องรสชาติของอาหารก็ไม่เป็นสองรองใครเพราะนางอบเบอเกอรี่สดๆใหม่ๆ ทุกวัน หอมฟุ้งชวนชิมมากๆ เมนูแนะนำเราขอยกให้ตัวนี้เจ้าPandoro ขนมปังทรงสูงที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำตาลไอซิ่งทานคู่กับกาแฟร้อนๆ รับรองว่าฟินอย่าบอกใคร พิกัด : สถานี Seongsu ทางออก 2 https://www.chilloutkorea.com/cafe-onion-seoul/   6. 1LDK Seoul อีกหนึ่งคาเฟ่สไตล์เกาหลีจ๋าๆเลยที่คุณผู้หญิงทั้งหลายน่าจะชอบและกากบาทตัวใหญ่ว่า ต้องมาให้ได้ !! 1LDK เป็นร้านกาแฟเกาหลีช็อปไลฟ์สไตล์แบรนด์จากโตเกียวแต่มีคาเฟ่อยู่ภายในด้วยที่ร้านตกแต่งเน้นโทนสีขาว ตัดกับของตกแต่งสีสันสดใสน่ารักทุกโต๊ะประดับด้วยดอกฟลามิงโก แพลนท์ พร้อมกับผลส้มและลูกเลมอนอารมณ์ทรอปิคอล สุดๆ ส่วนเมนูแนะนำทางเราให้เป็น Cream Mocha ซึ่งเป็นเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้านไปทั้งทีอย่าลืมไปลองชิมกาแฟกันด้วยน้า พิกัด : สถานี Apgujeong Rodeo ทางออก 4     7. CETU ร้านนี้คือถ้าทุกคนเห็นรูปก็ต้องร้องอ๋อกันเลยทีเดียวเพราะมีรูปให้เห็นกันตามไอจีเอย Pinterest เอยเต็มไปหมดฤกษ์งามยามดีไปเกาหลีทั้งทีจะพลาดร้านเด็ดขนาดนี้ได้ยังไง อันไหนใครว่าดีเราต้องไป! ทางเข้าก็แบบ นี่เหรอคาเฟ่ขึ้นต่อไปจะเจอประตูสีขาวปิดไว้ พร้อมป้ายแปะว่า CETU หายากนิดนึงแต่รับรองว่าคุ้มค่า เข้าไปก็ไม่มีอะไรมาก ตกแต่งด้วยผ้ารกๆ สีขาวเหมือนเดิม แต่โดยรวมคือดูดีนวลๆ ละมุนมากเว่อ อาหารก็หน้าตาน่ารักมีคอนเซปเกือบทุกอย่างยังไงก็ได้ภาพสวยๆกลับไปแน่นอนไม่ต้องห่วงเลย พิกัด : สถานี Euljiro 3(sam)-ga station Exit 3 https://medium.com/@jqsmin/5-cafes-in-seoul-2018-updated-3b3a62dddc8e     8. Zapangi ตามรอยพิมฐากันไปเลยจ้าจุดสังกตคือประตูร้านเป็นตู้กดชานม สีชมพูมุ้งมิ้งสุดๆภายในร้านก็เป็นธีเมอเมด สีชมพู เอาใจสาวๆ สายหวานเต็มหัวใจด้านในตกแต่งง่ายๆ มีต้นไม้ตรงกลางเพิ่มความสบายตาส่วนเมนูไฮไลท์มีกาแฟสด ชานม ทิรามิสุ และก็คัสตาร์ทผลไม้โฮมเมดหน้าตาน่ารักระดับสิบ มีเมนูสเปเชียลอย่าง Aurora (Mocha/Choco) ราคา 7,500 วอน พิกัด : นั่งรถไฟใต้ดินสาย6 ลงสถานี Mangwon ทางออก 2 เดินไปที่ร้าน 440 เมตร https://www.thereshegoesagain.org/zapangi-cafe/     9. One in a Million อีกหนึ่งร้านดังอย่าง One in a Million ร้านสวย อปป้าดี บาริสต้าหล่อ รสชาติก็ดี โอ้โห พูดขนาดนี้ต้องรีบดิ่งไปแล้วป้ะ 55555 ร้านตกแต่งโทนชมพู ขาว หวานมาก ประดับด้วยต้นไม้ ลายหินอ่อน แอบบอกว่าร้านนี้ต้องสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มตามจำนวนคนที่ไปถึงจะนั่งได้ มีแอบบังคับกันเล็กน้อย 555 แต่ก็เข้าใจเขาเพราะร้านดังคนก็เยอะ บางคนไปแค่ถ่ายรูปแต่แค่แก้วเดียวแบบนี้ก็ไม่ไหว ใจเขาใจเราแหละเนอะ แต่ร้านสวย น่าถ่ายรูปมากจริงๆ คอนเฟิร์มเลยย พิกัด : subway. Hangangjin Station Exit 3 https://www.bloglovin.com/blogs/style-hurricane-613497/seoul-one-in-a-million-cafepub-4877981758     10.Blüte Gardening Cafe ร้านสุดท้ายก่อนกลับอย่าง Blüte Gardening Cafe แนวคาเฟ่ในฝันของสาวๆ หลายคน ให้ความรู้สึกโรแมนติค มีความคล้ายยุโรป เป็น location ของซีรี่ส์ฮิตๆ หลายเรื่องของเกาหลีเลยเช่น Autumn in my Heart , Love Rain แต่ตอนนี้เปลี่ยนคอนเซปมาเป็น คาเฟ่ธีมสวน สไตส์วินเทจ ความผู้ดีอังกฤษเอยอะไรเอย ตกแต่งเต็มไปด้วยช่อดอกไม้ และต้นไม้ต่างๆ ดูสวยงามร่มรื่น เหมาะแก่การมานั่งพักผ่อนชิวๆ ในวันที่ไม่เร่งรีบ มีสาขาที่อิแทวอน กับสาขาฮงแด ค่ะ อาหารในร้านก็จะเน้นไปที่ Brunch, อาหารว่าง และเครื่องดื่มต่างๆ จะกินเอาอิ่มเราก็ไม่ว่ากัน พิกัด : สาขาฮงแด รถไฟใต้ดินสาย 6 สีน้ำตาล ลงที่สถานีซังซู (Sangsu)   อ่านต่อ >> ฟินได้อีก! รวม 10 ร้านอาหารทีเด็ดย่านเมียงดง <<

อ่านเพิ่มเติม
เที่ยวเกาหลีเวอร์ชั่นติ่ง - พาตะลุย SM Town Museum ที่ Coex Atrium
เที่ยวเกาหลีเวอร์ชั่นติ่ง - พาตะลุย SM Town Museum ที่ Coex Atrium

16 ต.ค. 62

ใครเป็นแฟนคลับ SJ , Girl Generation , NCT และศิลปินค่าย SM Town ทั้งหลาย มากองกันตรงนี้ค่ะ เพราะทัวร์ครับจะพาไปตะลุยพิพิธภัณฑ์เอาใจแฟนคลับ SM Town แบบใกล้ชิดศิลปินในดวงใจกันเลย ถ้าหากได้มาท่องเที่ยวเกาหลี เราจะต้องปลดล็อกความฝันที่อยากจะมาใกล้ชิดศิลปินเกาหลีที่เราชื่นชอบสักครั้งให้ได้  แต่ก่อนจะมาตามหาศิลปินที่เกาหลี เราแนะนำให้จองทัวร์เกาหลีไปเที่ยว แล้วเลือกทริปเที่ยวเกาหลีที่มีวันฟรีให้เราด้วย จากนั้นก็ไปตามหาศิลปินเกาหลีที่เราชอบได้เลย จองทัวร์เกาหลี กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub)   การเดินทางมายัง SM Museum  ไม่ยากเลยค่ะ นั่งรถไฟมาลงสถานี Coex เดินขึ้นมาก็จะพบกับตึก Coex Atrium ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเลย เมื่อเราขึ้นมาเราจะได้ยินเสียงเพลงจากค่าย SM Town นั่นแปลว่าเรามาถึงแล้วค่ะ ข้างหน้าตึกจะมีผนังที่มีรอยฝ่ามือของศิลปินใน SM Town ทั้งหมดเลย ตรงนี้และที่เราสามารถ Hi Touch กับ ศิลปินที่เราชอบได้แบบไม่ต้องรอ ภายในบริเวณนี้ยังเปิดเพลงของศิลปิน SM Town คลอไว้ตลอดเวลาด้วยนะ  พอเราเข้ามาในตัวอาคารจะพบกับบันไดเลื่อนเพื่อไปชั้น 2 ทันทีค่ะ ที่ชั้น 2 นี้จะเป็นชั้นขายของที่ระลึกจ่างๆของศิลปิน SM Town มีตั้งแต่วงรุ่นแรกๆที่เรารู้จักกันอย่าง Girl Generation จนมาถึงวงรุ่นใหม่ๆอย่าง NCT ใครชื่นชอบวงไหน หรือเมนใคร เรียกได้ว่ามีครบ สามารถล้มละลายได้ในทีเดียว  ที่ชั้น 3 นั้นจะเป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์แล้ว เราสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ ภายในพิพิธภัณฑ์จะมีห้องที่ให้เราสามารถถ่ายรูปกับศิลปินผ่านเทคโนโลยีแบบ VR ได้อีกด้วย ส่วนใครที่ไม่ได้อยากจะเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ สามารถเดินชม ตู้จัดแสดงเสื้อผ้าของศิลปินได้อีกด้วยนะ  ที่ชั้น 4 โซนนี้จะเป็น SM Town Cafe ค่ะ เป็นคาเฟ่ของค่ายเลย ซึ่งในบริเวณเดียวกันก็จะมีขายพวกอัลบั้มต่างๆ  และที่สำคัญ ทั้งโต๊ะและเก้าอี้ภายในคาเฟ่ มีลายเซ็นศิลปินเต็มไปหมดเลย ใครชอบใครต้องมาตามหาลายเซ็นกันเองนะจ้ะ :) และที่ SM Cafe นี้ก็ยังมีขนมมากมาย ที่ดีไซน์ออกมาเอาใจเหล่าแฟนคลับกันอีกด้วย เมนูในนี้มีหลายอย่างเลย ทั้งคัพเค้ก มาการอง และไอศครีม หากใครอยากจะมาเที่ยวเกาหลี ตามรอยศิลปินไอดอลที่ตัวเองชื่นชอบก็ต้องห้ามพลาดที่จะเดินทางมายัง SM Town Musuem แห่งนี้ เพราะที่นี่นั้น จะทำให้คุณฟินตั้งแต่เดินเข้ามาจนเดินออกไป และแน่นอนว่าจะเติมเต็มทริปท่องเที่ยวเกาหลีของคุณอย่างแน่นอนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม
 รีวิวเที่ยวเกาหลีกับทัวร์เกาหลี-โซล 4 วัน 3 คืน
รีวิวเที่ยวเกาหลีกับทัวร์เกาหลี-โซล 4 วัน 3 คืน

18 ต.ค. 62

เพราะฉะนั้นเราเลยเลือกที่จะซื้อ ทัวร์เกาหลี ไปก่อนค่ะ 55555555 ใจยังไม่กล้าไปเที่ยวเองไปเกาหลีครั้งแรกไปกับทัวร์ยังไงก็สบายใจกว่าเนอะ อิอิ  ถ้าอยากรู้ว่าไปเกาหลีกับทัวร์เป็นยังไง วันนี้เราก็จะมารีวิวเที่ยวทัวร์เกาหลีให้อ่านกันค่ะ ไปดูกันเลย .. รูปไม่เยอะแต่ตั้งใจเขียนน้าา  ก่อนวันเดินทาง 2 วัน มีไกด์หัวหน้าทัวร์โทรมาหาเรา (ใกล้วันเดินทางเกินไปหน่อย) เพื่อคอนเฟิร์มแจ้งเรื่องสภาพอากาศให้เราเบาใจไปบ้าง เพราะแอบลุ้นๆอยู่ว่าอากาศจะเป็นยังไง จะได้เตรียมตัวเก็บเสื้อผ้าไปถูก  พอถึงวันเดินทาง ทางบริษัททัวร์และไกด์หัวหน้าทัวร์นัดเจอที่สนามบินตอนเวลา 12.30 น. เรามาถึงก่อนเที่ยงเพราะตื่นเต้นและเผื่อเวลาแวะทานข้าวที่สนามบินด้วย พอถึงเวลานัดเราก็ไปจุดนัดหมายเจอไกด์ และรับแท๊กติดกระเป๋า และมีแจก snack box ด้วย ไกด์เป็นผู้ชายคนไทยค่ะ คุยได้ คุยง่าย มุขเยอะ เฮฮามากค่ะ แม่ๆชอบบบ  เวลาบิน 15.40 น. โปรแกรมที่เราไปนั้น มีอาหารบนเครื่องด้วย พอถึง สนามบินอินชอน ประเทศเกาหลี ประมาณ 23.05 น. เวลาที่เกาหลีเร็วกว่า 2 ชม. ลงจากเครื่องไปต่อแถว ตม. และแล้วก็ถึงเวลาเจอความโหด คือการผ่านตม.นั่นเองค่ะ คือเจ้าหน้าที่ของเกาหลีหน้าดุมาก แอบกลัว และประหม่าอยู่มาก แต่พอถึงคิวเรา เราพยายามมองตาและยิ้มให้  ไม่โดนถามอะไรเลย อาจเป็นเพราะมากับกรุ๊ปทัวร์เกาหลี มีไกด์คอยช่วยดูให้อยู่ พอได้พาสปอร์ตคืน เลยรีบเดินออกจากห้องไป ในใจคือดีใจมากกก ผ่านแล้วจ้าาา สรุปทั้งกลุ่มทัวร์ที่ไปผ่าน ตม.กันหมดทุกคน ไม่มีใครโดนกักตัว เป็นความโชคดีของเรา พอผ่านมาได้แล้วเราก็มารอรับกระเป๋าค่ะ กว่าจะออกจากสนามบินมารอรถบัสที่ทางบริษัททัวร์เตรียมไว้ ล่วงเวลาไปเที่ยงคืนกว่าาา   คืนแรกพักที่ Grand Palace Hotel Incheon ห่างจากสนามบินประมาณ 1 ชม.  ถึงโรงแรมประมาณ ตี 2 ไกด์แจ้งว่าหลังโรงแรมมีร้านชิแม็กนะ ไก่ทอดกับเบียร์ ใครอยากไปแจมกับเขาได้นะ แต่เราไม่ไหวแล้วต้องการนอนมากกว่า เพราะต้องตื่น 6.30 น. ตามเวลานัด นับเวลานอนแล้ว 3 ชม.เอง พรุ่งนี้ต้องตื่นไปเที่ยวยาวอีก เลยขอไว้วันหลังแล้วกันนะ วันนี้ขอพักผ่อน ห้องพักดีมากค่ะ มาตรฐานโรงแรม 4 ดาวเลยค่ะ เตียงนุ่ม หัวถึงหมอนปุ๊ปหลับปั๊บ รีวิวเที่ยวเกาหลีวันที่ 1 สถานที่แรก ที่เราได้ไป คือ Pardise City  Pardise City นั่งรถจากโรงแรมมาประมาณ 40 นาที สถานที่เที่ยวเกาหลีสถานที่ใหม่ที่ใกล้สนามบินสุดๆ จะมาเที่ยววันแรกหรือวันกลับยังได้   ด้วยสถาปัตยกรรมของเกาหลีที่ทันสมัยเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ แถมยังเป็นแหล่งบันเทิงแบบครบวงจร มีทั้งโรงแรม คาสิโน แกลอรี่ และจุดช้อปปิ้งด้วย เรียกได้ว่าอยู่ที่นี่จบครบที่เดียว โดยทางในสนามบิน มีรถชัทเทิลบัสรับ-ส่ง ฟรี สามารถขึ้นรถจากสนามบินอินชอน เทอร์มินอล 2 มาลงที่โรงแรม Hyatt Hotel แล้วเดินต่ออีกประมาณ 700 เมตร ส่วนเรานั้นมากับรถบัสของทัวร์เกาหลีที่ซื้อมา นั่งสบายแถมมีไกด์แนะนำตลอดทาง   สถานที่ต่อไป ถนนแคฮังนูรี  พิกัด: Gaehang Nuri-Gil ถนนแคฮังนูรี อยู่ในย่านไชน่าทาวน์ มีกลิ่นอายของจีน เกาหลี ญี่ปุ่นคล้ายกับเยาวราชบ้านเรา แต่บ้านเรือนตกแต่งออกสไตล์ญี่ปุ่น มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ มากมาย ส่วนใหญ่แล้วร้านค้าต่างๆจะเปิดช่วง 10.30 – 21.00 น. แต่ตอนที่ทัวร์เราไปถึงประมาณ 10 โมง คือ ยังไม่มีร้านไหนเปิดเลย เงียบมากกก เปิดเป็นบางร้านค่ะ และไกด์หัวหน้าทัวร์ปล่อยให้เราเดินเที่ยวได้ตามอิสระ ภายในเวลา 1 ชั่วโมง ถึงเวลาทานอาหารกลางวัน ซึ่งทางโปรแกรมทัวร์เกกาหลีก็มีมื้ออาหารให้เราครบทุกมื้อค่ะ มื้อแรกนี้เป็น ปิ้งย่างเกาหลี ทานปิ้งย่างเกาหลีที่ไทยมาก็มาก ได้ทานที่เกาหลีคือแตกต่างกันนะ ถึงแม้ว่าจะเป็นคนเกาหลีเปิดร้านที่ไทย รสชาติก็ไม่เหมือนที่เกาหลีจริงๆ คืออร่อยกว่ามากกกก ต้องไปลองกันดูถึงจะรู้ความแตกต่างที่เราก็บอกไม่ถูก ทั้งรสชาติและหน้าตาอาหาร ใครที่ชอบอาหารเกาหลี ขอแนะนำให้มาทานของดั้งเดิมของเกาหลีนะคะ  อิ่มท้องแล้วก็ได้เวลาเบิร์นกันแล้วว งั้นเราไปต่อที่สวนสนุก  Everland กันเลยย !!! สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ เป็นสวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ได้รับขนานนามว่าเป็นดิสนีย์แลนด์แห่งเกาหลีใต้ มีสวนสนุกและสวนสัตว์ แต่ช่วงที่ไปมีเครื่องเล่นปิดปรับปรุงหลายจุดเหมือนกัน เลยทำให้ไม่ได้เล่นไปหลายเครื่องอยู่ จุดเด่นที่ห้ามพลาดคือเครื่องเล่น T -Express แต่เราไม่ได้เล่นเพราะกลัวความสูง แค่ยืนดูอย่างเดียว ใครที่ไม่กลัวความเสียวต้องห้ามพลาด   มาถึงช่วงเวลาแห่งการช้อปปิ้งกันแล้ว พิกัด: Hongdae  มาเที่ยวเกาหลีต้องมาช้อปปิ้งที่นี่ !! ย่านฮงแด ย่านช้อปปิ้งของด้านหน้ามหาวิทยาลัยฮงอิก สถานที่รวมวัยรุ่นและเด็กมหาลัย เหมาะกับป้าอย่างเรามากก ไปส่องหนุ่มเด็กหล่อๆ อิอิ ที่ย่านฮงแดมีหลากหลายทั้งร้านเครื่องสำอาง, เสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้า และร้านอาหารมากมาย แต่เราไม่ได้ซื้ออะไรกินเพราะต่อไปต้องไปทานอาหารค่ำกับโปรแกรมทัวร์เกาหลีจ้า เมนูจิมดัก เป็นไก่ผัดวุ้นเส้น หนึ่งโต๊ะนั่งได้ 4 คนจานใหญ่มาก ผู้หญิง 4 คน ทานไม่หมดค่ะ แต่บอกเลยอร่อยมากกกก มื้ออาหารของโปรแกรมทัวร์ไม่ทำให้ผิดหวังเลยค่ะ เหมือนรู้ว่าคนไทยชอบกินรสชาติไหน จบวันแรกของทัวร์เที่ยวเกาหลีแล้วค่ะ เย้ เหนื่อยมาทั้งวันแล้วถึงเวลาพักผ่อน ถึงโรงแรมประมาณ 22.30 น. 2 คืนสุดท้ายเราเปลี่ยนโรงแรม เพื่ออรรถรสของการเดินทางเราจะพักที่เดียวไม่ได้ 55555555555  ชื่อที่ 2 ชื่อโรงแรม Marina bay hotel seoul ตัวโรงแรมค่อนอยู่ข้างไกลจากตัวเมือง แต่บรรยากาศดีมาก ระดับ 5 ดาว ด้านหลังติดทะเลสาบ บรรยากาศดีสุดๆ รีวิวเที่ยวเกาหลีวันที่ 2:   หลังจากออกจากโรงแรม ไปเที่ยวเกาหลีวันที่สองที่แรก ที่ วัดพงอึนซา กัน พิกัด: Bongeunsa Temple วัดพงอึนซา เป็นวัดพุทธนิกายมหายาน ตั้งอยู่กลางเมืองย่างคังนัม อยู่ตรงข้ามกับห้าง Coex Mall วันที่เราไปมีคนเกาหลีมาสวดมนต์ด้านในด้วย และได้ทำบุญซื้อข้าวถวายและ จุดเทียนขอพรด้วย   ที่ต่อไป ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามกับวัดเป็น ห้างใหม่ Coex Mall นับว่าเป็นศูนย์การค้าใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีทั้งแหล่งช้อปปิ้ง สถานที่จัดคอนเสิร์ต ร้านหนังสือ ร้านอาหาร มากมาย สถานที่กำลังนิยมตอนนี้คือห้องสมุด starfield library เป็นห้องสมุดเปิดและไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าใช้บริการ น่านั่งมากๆอิจฉาคนเกาหลีเลย แต่วันที่ไปคนเยอะมากเลยค่ะ ถึงเวลามื้อเที่ยง พิกัด: Tongin Market มื้อนี้เราไม่ได้กินที่ร้านอาหารหรือภัตตาคารนะคะ วันนี้เราเดินทางไปกินที่ ตลาดทงอิน หรือ เรียกว่า โทชิรัก หมายถึง กล่องอาหารกลางวัน นั่นเอง ที่ตลาดนี้ต้องใช้เงินเหรียญทองโบราณในการซื้อข้าว  พี่ไกด์หัวหนาทัวร์จะไปแลกเงินให้คนละ 5000 วอน และแจกถาดใส่อาหารให้คนละ 1 อัน เราสามารถไปเลือกซื้ออาหารที่อยากทานได้เลย อาจุมม่าก็จะตักใส่ถาดให้ มีประมาณ 6 หลุม ราคาอาหารก็ต่างกันไป 1 เหรียญ บ้าง 2 เหรียญบ้างแล้วแต่ชนิดอาหาร         อิ่มแล้วก็ไปเที่ยวเกาหลีกันที่ต่อไปเลยค่ะ  พิกัด: Gyeongbokgung palace สถานที่ในตำนานมาเที่ยวทัวร์เกาหลีแล้วต้องมา คือ พระราชวังเคียงบก หรือ เคียงบกกุง เป็นสัญลักษณ์และแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของกรุงโซล โปรแกรมนี้ได้ใส่ชุดฮันบกด้วย (ค่าเช่าชุดรวมอยู่ในโปรแกรมแล้ว) พอลงจากรถพี่ไกด์ให้ไปร้านเช่าชุดฮันบก ร้านเค้าไม่ให้ถ่ายรูปภายในร้านค่ะเลยไม่ได้ถ่ายรูปมา แต่มีชุดหลากสีให้เลือกเยอะมาก พอเลือกได้แล้วพนักงานเค้าจะช่วยเราใส่ชุด ไวมากค่ะ แต่เราไม่ต้องถอดชุดที่ใส่อยู่ออกนะ สวมทับไปเลย ส่วนเครื่องผมร้านจะมีให้เราเลือกใส่แค่ 1 อย่าง เป็นที่คาดผม หรือโบว์ผูกผมแล้วแต่เราเลือกเลยค่ะ  พอใส่ชุดเสร็จแล้วเดินเข้าวัง ร้อนมาก อากาศร้อนไม่พอชุดที่มีสุ่มไก่อยู่ข้างในสุดยอดเลย อบอ้าวมากก แล้วคนเยอะมาก มีแต่คนใส่ชุดฮันบกเยอะแยะเลย สถานที่สุดท้ายของวันนี้เรามาช้อปปิ้งที่ เมียงดง  พิกัด: Myeongdong  แหล่งรวมแฟชั่นและแบรนด์เกาหลี ที่นี่เราล้มละลายมากว่าฮงแด อาจจะเพราะมีเวลามากว่าและมีร้านที่ลิสต์รายการที่จะซื้ออยู่ที่นี่เยอะมาก 555 เช่น Etude เดินไป 4-5 ก้าวก็เจออีกแล้วววว มีทั้ง Innisfree , the faceshop เยอะมาก มี Line Friend คนต่อแถวถ่ายรูปกับน้องหมีบราวน์ตัวใหญ่หน้าร้านเยอะเลยค่ะ และร้านเครื่องสำอางแต่ละร้านจะมีโปรโมชั่นไม่เหมือนกันนะ ต้องลองเดินดูก่อน แต่เราพอเจอปุ๊ปก็ซื้อเลย 555  มาเจอโปรอีกร้านลดเยอะกว่าเลยเจ็บใจ และร้าน street food ก็เยอะมากเหมือนกัน อิ่มอกอิ่มใจกันเลยทีเดียว เดินเมียงดงเสร็จแล้ว ถึงเวลาอาหารเย็น เป็นบุพเฟ่ต์ Seafood ณ ภัตตาคาร มีบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ เราไม่ได้ถ่ายมาเพราะหิวมาก ลืมถ่ายรูป 55555555  พอกันเสร็จไกด์หัวหน้าทัวร์ก็พาเข้าโรงแรมประมาณ 21.30 น.ค่ะ เพลียร่างมาก ใส่รองเท้าแตะทั้งวัน ปวดเท้าเลย แนะนำให้ใส่ผ้าใบไปนะคะ ถนัดกว่า พอถึงโรงแรมรีบอาบน้ำนอนพักเก็บแรงไว้วันต่อไป รีวิวเที่ยวเกาหลีวันที่ 3  วันสุดท้าย สถานที่แรกที่ไปของวันนี้ คือ หอคอยเอ็นโซลล์ ทาวเวอร์ พิกัด: N Seoul Tower อากาศดีมาก เย็นมากสูดอากาศบริสุทธิ์ชื่นใจสุดๆ รถจะจอดตรงที่จุดจอดรถ เราต้องเดินขึ้นเขาไป บอกเลยว่าถ้าให้เดินขึ้นเขาแล้วอากาศดีแบบนี้คือยอมเดินจ้า โปรแกรมนี้รวมค่าขึ้นลิฟท์แล้วแต่ไม่รวมค่าคล้องกุญแจ เราไปคนเดียวไม่มีคู่เลยไม่ได้คล้อง TT   ต่อไปเป็น ย่านอิกชอนดง  พิกัด: Ikseondong street เป็นหมู่บ้านโบราณ ที่สร้างขึ้นปี 1920 ปัจจุบันมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของ เสื้อผ้า เปิดเป็นร้านเล็กๆเยอะมาก วันที่เราไปเป็นวันเสาร์พอดี คนเกาหลีแต่งตัวมาถ่ายรูป มาเดินเล่นกันมาเป็นคู่เยอะมากๆ       ต่อไปเป็น ตลาดปลานอร์ยางจิน  เป็นตลาดขายส่งและปลีกอาหาร ทะเลสดๆขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเกาหลีใต้ ในตลาดมีร้านค้าราวเกือบหนึ่งพันกว่าร้าน ด้านบนเป็นร้านอาหารทะเล และมื้อกลางวันนี้กรุ๊ปเราก็ฝากท้องไว้ที่นี่ค่ะ บอกเลยว่าเราชอบทานปลาดิบมาก มื้อนี้ถือว่าสวรรค์เลย เป็นมื้อที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าใครไม่ทานปลาดิบก็มีเป็นปลาย่าง, กุ้งย่าง, ต้มยำปลาให้ค่ะ หลังจากนั้นเดินทางไปที่ Hyundai premium outlet  ตึกช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม Outlet ในราคาถูก แต่ละชั้นก็จะมีเสื้อผ้า รองเท้า สินค้าแฟชั่น ส่วนชั้นล่างเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต สามารถอยู่ที่นี่ได้ทั้งวันเลยค่ะ  ต่อด้วยอาหารค่ำ (ในใจยังอิ่มปลาดิบอยู่เลย) ที่ร้านบุลโกกิ เมนูนี้เราไม่เคยทานแต่อร่อยมาก มีวุ้นเส้น, หมูหมัก, เห็ดเข็มทอง รสชาติอร่อยค่ะ วุ้นเส้นและหมูสามารถเติมได้พอทานไปเรื่อยๆก็เริ่มหิวเลยจัดอีกชุดใหญ่เลย พอทานเสร็จก็ไปละลายเงินวอนกันต่อร้านจะอยู่ด้านล่างชั้น 2 ของร้านอาหาร เงินเหรียญแลกคืนไม่ได้ เราก็เลยซื้อของให้หมดเรียกว่าละลายเงินวอนของจริง พวกขนมธัญพืช  สาหร่าย ซื้อที่นี่ได้เลยค่ะ มีโปรซื้อ 5 แถม 1 แถมราคาถูกด้วย เค้ามีบริการแพคของใส่ลังด้วยเราสามารถนำของที่ซื้อมาจากที่อื่นให้เค้าแพครวมได้เลยค่ะ เสร็จแล้วก็ไปสนามบินเลย ถึงสนามบินประมาณ 19.30 น. ก็ไปแพคของลงกระเป๋า และพี่ไกด์หัวหน้าทัวร์ก็พาไปทำ Tax Refund แล้วค่อยไปรับเงินคืนข้างใน เราชอบเกาหลีอีกอย่างนึงคือช้อปปิ้งมันส์มาก ซื้อของเกิน 30000 วอน สามารถทำ Tax Refund ได้เลย ขึ้นอยู่กับว่าจะรับคืนที่ร้านหรือที่สนามบิน เดี๋ยวพนักงานจะถามตอนจ่ายเงินว่าจะรับ Tax Refund มั้ย ถ้ารับก็แล้วแต่ว่าจะทำคืนที่ร้าน หรือสนามบิน ถ้าที่ร้านก็ยื่น Passport ให้พนักงานได้เลย ถ้าที่สนามบินเค้าจะทำสลิปใส่ซองมาให้เราค่ะ พอเช็คอินเสร็จ ก็ไปรอด้านใน Gate  แต่ตอนนั้น 23.00 กว่าแล้ว ร้านค้าปิดหมดแล้ว อดช้อปต่อ เลยได้แต่นั่งรอเครื่องออก ไฟลท์ 01.05 น. พอถึงเวลาเครื่องขึ้นเราหลับยาวถึง กรุงเทพฯ เลย  ทัวร์เกาหลี เที่ยวกรุงโซล ราคาเริ่มต้นเพียง 12,888 บาท การเตรียมตัวไปเที่ยวกับทัวร์เกาหลี  1.แลกเงินไปให้พร้อมและถือบัตรเครดิตไปด้วย เผื่อฉุกเฉิน 2.ขอหนังสือรับรองการทำงานติดไปด้วย เพราะตอนช่วงการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง หากเจ้าหน้าที่เขาสอบถามเราจะได้มีเอกสารยืนยันตัวตนอ้างอิงได้  3.อ่านโปรแกรมทัวร์และจำชื่อไกด์ เบอร์โทร ชื่อโรงแรมที่พัก เผื่อพลัดหลงหรือถูกเจ้าหน้าที่ถามจะได้เอาตัวรอดได้ 4.จัดกระเป๋าไปให้พร้อมและเผื่อพื้นที่ให้สำหรับขากลับด้วย ของฝากเยอะแน่นอน สรุป  ทัวร์เที่ยวเกาหลีครั้งนี้ ที่พักดี อาหารดี พี่ไกด์บริการดีมาก ข้อนี้ขอชื่นชม มีความรู้ประเทศเกาหลีเป็นอย่างดี ติดที่ไปเป็นช่วงหน้าร้อน คือร้อนจริง เผลอๆร้อนกว่าไทย แดดเค้าแรงมากกแต่ดีที่ไม่ต้องเตรียมตัวเยอะ และไม่เจอฝนเลยซึ่งก่อนไปเราเช็คแล้วว่าจะเจอฝน โชคดีมากเลยค่ะ และอีกเรื่องที่สำคัญคือค่าเงินลงเยอะ  ถูกมาก เราแลกมาประมาณ 0.254 ก็ถือว่าดีเลยย ช้อปเพลิน ลืมคำนวณเงินไทยไปเลย ประทับใจมากๆค่ะ มีโอกาสจะไปใช้บริการอีกค่ะ ขอขอบคุณ รีวิวจากลูกค้า ทัวร์ครับ.คอม   

อ่านเพิ่มเติม
พิชิตเที่ยวเกาหลี 24 ชั่วโมง เช้ายันเช้าของอีกวัน ถึกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
พิชิตเที่ยวเกาหลี 24 ชั่วโมง เช้ายันเช้าของอีกวัน ถึกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

28 ต.ค. 62

พูดเลยมาเกาหลีครั้งนี้เที่ยวให้สุดแล้วหยุดที่ซุปแก้แฮงค์!!!  เพื่อนสาวประกาศหลังจากเครื่องบินแตะพื้นดิน ดิฉันเลยมองหน้าเพื่อนด้วยความท้าทายแล้วบอกว่าเอาซี้ พรุ่งนี้เริ่ม 9  โมงเช้า จบ 9 โมงเช้า ดีลค่ะ แล้วไปไหนดีล่ะ นางหันมาถามอีกทีหนึ่ง เออสิดิฉันก็คิดในว่า ไปไหนดี (ต้องคิดในใจเดี๋ยวนางหาว่าไม่เซียน) ฮงแด อิเทวอน มยองดง กังนัม จงโน ทงแดมุน เราก็เที่ยวกันมาหมดแล้ว เลยตัดสินใจไปเที่ยวที่ๆ ไม่เคยไป อยากเดินหลงทางเก๋ๆ กัน เช้าที่ซูวอน กลางคืนที่ชินชอน จัดไปคะซิส    ถึงแล้วคะแม่ที่นี่ซูวอนเอง เข้าสู่โหมดความรู้แป๊บนะ ซูวอนมีเขตเมืองเก่าที่เป็น Unesco World Heritage เมืองนี้อยู่ในจังหวัดคยองกี ทางใต้ของกรุงโซลมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมผสมผสานกับความทันสมัยของเมืองอุตสาหกรรม  คิดว่าไกลใช่ไหม นั่งรถไฟไปชั่วโมงนิดๆ เอง นั่งสายสีน้ำเงินจาก Seoul station ไปได้เลยคะลวกเพ่ ระหว่างทางเราจะมองเห็นถึงไร่นาของชาวบ้าน บ้านทรงกาหลีโบราณ แบบที่เจอในซีรีย์ สลับไปกับเมือง พอถึงสถานีซูวอน ประโยคแรกของเพื่อนคือ หิว! ก่อนเที่ยวไปเดินตลาดหาของกินกันที่ Paldamun Traditional Market Paldamun Traditional Market โบราณไหมคะ สมชื่อเนอะ ข้าวของมากมายเชียวค่ะ คุณขา วิญญาณเชฟกระทะเหล็กเกือบเข้าสิง อยากจะเหมาเสียทุกอย่างในตลาด ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลสดๆ กะหล่ำขนาดใหญ่นึกว่าหมอนรับน้ำสังข์ ผลไม้เมืองหนาวที่ราคาถูกจนอยากให้ตลาดนี้อยู่แถวบ้าน เทียบสเกลกับผ้ากล่องโฟมนั้นสิคะ ใหญ่กว่าหัวอิฉันกับเพื่อนสาวอีกค่ะ   นี้ไม่รวมถึงหม้อไหจานชาม จนเพื่อนสาวมาเตือนสติว่า แกนี้ไม่ใช่ตลาดอตก.แถวบ้านเด้อ จะแบกไหกิมจิไปเที่ยวต่อหรือไง ก็ข้าวของมันน่าซื้อมาก จนอยากจะขับกระบะมาเหมาเอากลับไป จากภาพคุณคงจะเข้าใจ พร้อมทำกิมจิมากแม่     อิ่มแล้ว ไปท่องวัฒนธรรมกัน สองสาวก็เดินไปเที่ยวป้อมฮวางซ็อง ความรู้อันน้อยนิดของดิฉัน ป้อมฮวางซ็องนั้นสร้างขึ้นในสมัยโจซอน สำหรับปกป้องบ้านเมืองจากการรุกรานของฆ่าศึก มีความยาวประมาณ 5กิโลเมตร ทอดยาวไปรอบเมืองซูวอน ของจริงใหญ่กว่าในภาพนะคะ แต่ชะนีขี้เกียจเดินค่ะ  นี้ค่ะ บันไดที่ว่า  คนอื่นเขาจะไปเริ่มต้นเดินขึ้นไปชมป้อมฮวางซ็องกันที่ไหนไม่รู้ แต่ดิฉันรู้ว่าดิฉันเห็นทางเดินข้างตลาดคะ บาปบุญว่าเจออาจุมม่า เลยถามอาจุมม่าว่าตรงนี้ขึ้นได้ไหม กลัวโดนตำรวจจับขอหาทำลายโบราณสถาน กระทำอุกอาจไปป่ายปีน อาจุมก็ตอบมาว่าขึ้นไปได้ ตรงนี้เรียกบันไดอีหนู ลื้อปีนไปก่อนเดวอั้วตามไป แล้วเราก็ผูกมิตรกับแกเพื่อแลกกับการสลับกันถ่ายรูป อาจุ่มถ่าย ดิฉันถ่าย กลายเป็นมิตรภาพระหว่างวัย ข้างบนป้อมก็สวยงามเต็มไปด้วยดอกหญ้า พาลให้คิดถึงต่ายอรทัยเพลงดอกหญ้ากับป่าปูนมากๆ  ทำไมหล่อนไม่คิดถึง Blackpink BTS ค่ะ สวยงามชวนฝันไหมคะ ตรงนี้หลายรูปเลยจ้า แดดกลางวันนั้นทำอะไรเราไม่ได้ค่ะ  เพราะอากาศเดือนตุลาคมที่เกาหลีนั้นไม่ร้อนไม่หนาวกำลังสบาย ไม่ต้องแบกเสื้อขนห่านมานะคะ ไม่หนาวขนาดนั้น ธันวา มกรา ค่อยเอามา ลมเย็นๆ นั่ง มองเห็นวิวของเมืองเบื้องหลัง คิดแล้วอยากถามอาจุมว่ามีลูกชายไหม หนูจะสมัครเป็นสะใภ้จะได้อยู่ที่ซูวอน เหมือนอาจุมจะรู้ว่าจะพูดอะไร อาจุมจึงขอจากเราไปแบบเงียบๆ  เดินๆ เที่ยวๆ นั่งเล่น อัพเฟส ไอจี ถ่ายเซลฟี่ ล ทวิตเตอร์ ให้หนำใจ เวลาก็ผ่านไปบ่ายแก่ๆ  เราก็เลยนั่งรถเมล์จากย่านเมืองเก่า กลับไปยังสถานีซูวอนเพื่อเข้าเมืองไปยังชินชอน นี้แหละค่ะ สถานีชินชอน   เพื่อนสาว: ชินชอนอยู่ไหน งง  Me: ข้างฮงแดอ่ะแก เพื่อนสาว:  ข้างๆ ยังไง งง Me: ก็ข้างแบบศาลาแดงกับช่องนนทรีอ่ะคะ งงเก่งจังค่ะ    จากซูวอน สายเดิมคะ น้ำเงินสาย 1 ยิ่งยาวมาถึงสถานี Sindorim เปลี่ยนเป็นสีเขียวสาย 2 มาลง Sinchon ไม่ต้องคิดเยอะนะคะ ชีวิตวันนี้มีแต่ “S” นั่งมองผู้ชายบนรถไฟ เอ้ย มองดูบ้านเมือง ประมาณชั่วโมงนิดๆ ก็มาถึง ชินชอน จำไว้นะคะเด็กๆ อยากช้อปปิ้งออกทางออก 3 ออกมาเจอช้อปปิ้งสตรีทเลย อยากมากินดื่มทางออก2  เย็นย่ำไม่มีอะไรดีเท่าช้อปปิ้งกริ๊งงงงงเจ็ดสีค่ะแม่ ชินชอนมีร้านรวงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง เสื้อผ้า ของจุกจิก นั้นนี้ ชะนีชอบ มีแสนหมดแสน มีล้านหมดล้าน มีบัตรก็รูด มีไตขายมาช้อปปิ้ง แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือพอตะวันตกดิน ซอยเล็กซอยน้อยหลังถนนใหญ่นั้นแหละจะแปลงกายเป็นร้านอาหาร ผับ บาร์ ที่พร้อมต้อนรับหนุ่มน้อยหน้ามน เพราะย่านนี้แวดล้อมไปด้วยมหาวิทยลัยชื่อดังหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ยอนเซ มอดังหัวกระทิของประเทศ โซกังเขาก็ดังไม่แพ้ใคร ฮงอิกผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะ ย่านนี้จึงเหมาะกับพวกเราเป็นที่สุดที่จะออกล่า เอ้ยออกเที่ยว รักน้ำ รักปลา รักเด็ก ขอบคุณค่า ปล.มีมออีฮวาด้วยแต่เป็นมหาวิทยาลัยหญิงค่ะ แต่ไม่โฟกัสค่ะ ค่ำปุ๊ปหิวปั๊ป ร้านอาหารที่นี้ถ้าให้นับก็ไม่นับค่ะ เยอะจนขี้เกียจ  คิดไม่ออกมาตรอกนี้ มีทั้งปิ้งย่าง ไก่ทอดเกาหลี หม้อไฟ อาหารญี่ปุ่น อาหารทะเล ร้านปลาไหล ร้านหอยย่าง ร้านก๊วยเตี๋ยว ร้านอาหารตะวันตก อาหารจีน คาเฟ่ เอาอะไรอีกอ่ะ เหมือนยกเอาศูนย์อาหารพารากอนมาไว้นี้เลยนะคะ มาเกาก็ต้องปิ้งย่างละกันเนาะ เพื่อนสาวหันควับแล้วบอกว่า ตัวเหม็น ปากซีด แก้มอ่อน คิ้วหาย ทำไง  เครื่องเคียงมาแล้วหมูยังไม่มา  ดิฉันก็ผายมือไปที่ ร้านเครื่องสำอางที่อยู่ทุกหัวระแหง เลือกยี่ห้อเลยลูก ไม่ต้องกลัว ถ้าจะเอาไฮแบรนด์ก็เดินเข้าห้างฮุนไดไปลูก มาครบปารีส นิวยอร์ก โซล โตเกียว จะเทรนด์ตาฟ้า แก้มม่วง ปากแดง เป็นคณะละครลิงคุณประกิจ หรือจะหน้าฉ่ำสวยดิวอี้ ออร่า  เหมือนนอนมา 10ชั่วโมง ก็ได้ แม่คุณ ร้านสอง หมูมาเครื่องเคียงยังไม่ครบ  หน้าสวย ตัวหอม ก็พร้อมลุยสิคะ กลางคืนย่านนี้คือคนแน่นมาก ภาพที่ดิฉันถ่ายนั้นคือถ่ายตอนสามสี่ทุ่มคนยังไม่เยอะเท่าไหร่ พอเที่ยงคืน ตีหนึ่งละก้อ เทกระจาดเลยจ้า เข้านอกออกใน ร้านนี้ออกร้านนี้ แป่ปเดียวก็เช้าแล้วคะ พอออกมาเจอแสงสว่างภาพตอนกลางคืนนั้นก็เปลี่ยนไป กลายเป็นหน้ามือหลังมือ สภาพเหมือนเพื่อนสาวลบเครื่องสำอางยังไงยังงั้นเลยคะ  ก่อนจะจากชินชอนไปดิฉันก็เติมฝันให้เพื่อนสาวด้วยแฮงค์โอเวอร์ซุป ก่อนจะกลับโรงแรมไปเข้าเฝ้าพระอินทร์ อาหารประจำชาติของนักดื่มชาวเกาหลี มันคือซุปเล้งสไตล์เกาหลี กินกับข้าว และกิมจิ ไม่ว่าอากาศข้างนอกจะ 10 องศา แต่เหงื่อก็เต็มหัวเต็มหน้าดิฉัน สัญญาด้วยเกียรติของเนตรนารีโรงเรียนสตรีล้วนไว้เลยว่า ตื่นนอนขึ้นมาคุณจะไม่แฮงค์โอเวอร์แน่ๆ เปิดประตูห้องที่โรงแรมตอนเก้าโมงเช้า ก่อนนอนถามเพื่อนสาวว่าเอาแบบนี้อีกไหม ไม่มีเสียงตอบมีแต่เสียงกรนค่ะ  ไม่อยากแฮงค์ต้องพึ่งพี่เขาคะ  เที่ยวเกาหลีจะชิลมาก หากเดินทางไปเที่ยวด้วยบริการทัวร์ เราแนะนำให้เลือกทัวร์เกาหลี ที่มีวันอิสระให้ด้วยจะได้ไปสัมผัสกับ เกาหลีในยามค่ำคืน อย่างของทัวร์ครับ เว็บไซต์ที่มีแพ็คเก็จทัวร์ให้ไปเที่ยวทั่วโลก ก็มีแพกเก็จทัวร์เกาหลีมีวันอิสระให้เลือกมากมาย สามารถเข้าไปเช็คราคาและจองทัวร์กันได้เลย ทริปเกาหลีครั้งนี้ของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป   จองทัวร์เกาหลี กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub)   เรื่องและภาพ โดย : นัตตรา นานาสุข 

อ่านเพิ่มเติม
เกาหลี ไม่ได้มีแค่โซล 5 เมืองเกาหลีเที่ยวได้มีรูปสวย
เกาหลี ไม่ได้มีแค่โซล 5 เมืองเกาหลีเที่ยวได้มีรูปสวย

20 พ.ย. 62

เป็นสายอินดี้.. เรื่องเที่ยวนี่มันก็ลำบากอยู่ไม่ใช่น้อย  พอคิดถึงเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวแต่ละที จะล็อคพิกัดปลายทางแปลก ๆ แหวกแนวไม่เหมือนใคร  ค่าใช้จ่ายก็สูงปรี๊ด ทั้งค่าตั๋วเครื่องบินค่าที่พัก ค่ากิน ค่าเที่ยว จะตัดใจเที่ยวแบบทั่ว ๆ ไปยังปลายทางที่ใคร ๆ เค้าเที่ยวกัน  มันก็ทำใจลำบากมากอยู่ ขัดใจสายอินดี้สุด ๆ  แต่เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งรีบนอยด์กันไป  เรามีทางออกให้สำหรับสายอินดี้ที่มองหาพิกัดปลายทางที่เดินทางสะดวก  ไม่ไกลมากนัก ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าตั๋วเครื่องบินไม่แพง อย่าง “เกาหลี” ที่เหมาะกับการเที่ยวชิลล์ ๆ ง่าย ๆ แบบไม่ต้องหาวันหยุดยาวกันให้เหนื่อย  แถมยังทั้งสวย ทั้งชิลล์ฉบับอินดี้สุด ๆ เพราะผู้คนไม่พลุกพล่านแออัด กับพิกัดเที่ยวทางนี้เลย “เกาหลี ไม่ได้มีแค่โซล 5 เมืองเกาหลีเที่ยวได้มีรูปสวย” แล้วการเที่ยวเกาหลี  จะกลายเป็นอีกหนึ่งปลายทางในใจนักเที่ยวสายอินดี้แน่นอน ส่วนใครที่อยากเพิ่มความชิลล์ขึ้นไปอีก  เที่ยวเกาหลีแบบสบาย ไม่ต้องวางแผนการเที่ยวให้วุ่นวาย  ก็ง่าย ๆ แค่เพียงเดินทางเที่ยวเกาหลีกับบริษัททัวร์มืออาชีพ  จองทัวร์เกาหลี กับ  ทัวร์ครับ คลิกที่นี่ 1. อินชอน (Incheon) เมืองใหม่แห่งความทันสมัย  ที่ได้รับการยกให้เป็น “ประตูสู่เกาหลีในปัจจุบัน”  ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงโซล อันเป็นที่ตั้งของท่าเรือ  และท่าอากาศยานที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ จึงทำให้ อินชอน (Incheon)  เป็นเมืองศูนย์กลางด้านการคมนาคมของเกาหลีใต้  และยังเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศอีกด้วย  แม้อินชอนจะเป็นเมืองแห่งความทันสมัย และเทคโนโลยีของเกาหลีใต้  แต่ก็ยังคงสืบสานรักษาวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ดั้งเดิมของชาวเกาหลีใต้เอาไว้ได้เป็นอย่างดีไม่แพ้เมืองอื่น ๆ โดยมีไฮไลท์การท่องเที่ยวของอินชอนอยู่ที่  ไชน่าทาวน์ (Incheon Chinatown) เพียงเเห่งเดียวในเกาหลีใต้ สถานที่ท่องเที่ยวในอินชอน : Songwol-dong Fairy Tale Village, Incheon Chinatown, Songdo Central Park  และ  Wolmido Island พิกัด : Incheon 2. ปูซาน (Busan) ปูซาน (Busan)  เมืองท่าทางตอนใต้ของประเทศ  เป็นอีกหนึ่งเมืองใหญ่ของเกาหลีใต้ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง  รองจากกรุงโซล ทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลสำคัญ ๆ ของประเทศ  อาทิ เทศกาลดอกไม้ไฟนานาชาติ เทศกาลหนังนานาชาติ (Busan Internation Film Festival, BIFF)  และยังมีพิกัดเอาใจสายช้อปอย่าง Centrum city ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย แม้จะเพียบพร้อมไปด้วยความทันสมัย  และสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ปูซานก็ยังเต็มไปด้วยสีสัน และกลิ่นอายของวัฒนธรรมเกาหลีดั้งเดิมสุดอันซีน (Unseen) โดยมีแลนด์มาร์คไฮไลท์อย่างหมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน (Gamcheon Culture Village) สถานที่ท่องเที่ยวในปูซาน : Gamcheon Culture Village, Haedong Yonggungsa Temple, Haeundae Beach และ Jagalchi Fish Market พิกัด : Busan 3. อันดง (Andong) ย้ายจากเมืองอันทันสมัยของเกาหลีใต้  มาสู่เมืองเล็ก ๆ อันเป็นพื้นที่แห่งวัฒนธรรมโบราณดั้งเดิมของเกาหลีใต้  ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นพื้นที่ World Heritage ของโลก ที่เมืองอันดง (Andong)  กันบ้าง  กับเมืองซึ่งเต็มไปด้วยหมู่บ้านเกาหลีโบราณที่ยังคงอนุรักษ์อาคาสิ่งปลูกสร้างโบราณสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมตามแบบสมัยโชซอนเดิม ๆ เอาไว้เป็นอย่างดี  พร้อมทั้งยังมีชื่อเสียงเรื่องการแสดงพื้นบ้านที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมของเกาหลีใต้พื้นเมืองประจำท้องถิ่น อย่างระบำหน้ากากอันดงอันโด่งดัง ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำในช่วงปลายเดือนกันยายนของทุกปีอีกด้วย สถานที่ท่องเที่ยวในอันดง : Hahoe Mask Museum, Historic Villages of Korea Hahoe, Seonbichon Village และ Woryeonggyo Bridge  พิกัด : Andong 4. โบซอง (Boseong) ขยับออกจากตัวเมืองมาสู่พิกัดแห่งธรรมชาติสุดแสนรื่นรมย์และเขียวขจีกันบ้าง  กันที่ โบซอง (Boseong) พื้นที่ปลูกชาเขียวที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี  ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเทือกเขา และผืนป่าเขียวขจี  อากาศบริสุทธิ์ เย็นสบายตลอดปี ไร่ชาเขียวแห่งแรก ๆ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดอุตสาหกรรมชาเขียวอันเก่าแก่ของเกาหลี  อันเหมาะแก่การพักผ่อนสุดชิลล์เป็นที่สุด โดยชาเขียวของที่นี่ใช้วิธีการปลูกชาแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ตามแนวขั้นบันไดลดหลั่นกันไปตามระดับสูงต่ำของไหล่เขา  จึงทำให้ทั้งขุนเขากลายเป็นทุ่งชาสีเขียวขจีแบบพาโนรามาสุดสายตา กับทัศนียภาพสวย ๆ น่าประทับของธรรมชาติสุดสดชื่น สถานที่ท่องเที่ยวในโบซอง : Boseong Green Tea Plantation พิกัด : Boseong 5. เกาะเชจู (Jeju Island) เกาะเชจู (Jeju Island) เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้  เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงโด่งดังจนได้รับการขนานนามว่าเป็นเกาะมีชายหาดที่สวยงามที่สุดของเกาหลี  ทั้งยังได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกทางธรรมชาติของโลกจากองค์การยูเนสโก และยังเป็นที่ตั้งของ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ทางธรรมชาติของโลกอีกด้วย เกาะเชจูกับพิกัดปลายทางการท่องเที่ยวทางธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ที่สวยงามและทรงเสน่ห์  จึงทำให้เกาะสวรรค์แห่งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งพิกัดท่องเที่ยวยอดนิยมของเกาหลี สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะเชจู : Pink Muhly Grass, Seongsan Ilchulbong Peak, Cheonjiyeon Falls และ Hallasan National Park พิกัด : Jeju Island เพียงเท่านี้ปลายทางมหาชนอย่างทัวร์เกาหลี  ก็จะไม่เป็นพิกัดท่องเที่ยวทั่วๆ ไปอย่างเดิมอีกต่อไป  ไปเที่ยวเกาหลี ครั้งหน้าไปเที่ยวนอกเมืองโซล กันบ้างรับรองว่าได้รูปสวยๆ ไม่ซ้ำใครแน่นอน 

อ่านเพิ่มเติม