All articles abouts เที่ยวมาเลเซีย

ช้อป กิน เที่ยว ที่มาเลเซีย “กัวลาลัมเปอร์” ไม่เบลอไม่กลับ

ช้อป กิน เที่ยว ที่มาเลเซีย “กัวลาลัมเปอร์” ไม่เบลอไม่กลับ

17 เม.ย. 62

กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกๆของเราทั้งค่าเงินที่ไม่ต่างกับเรามาก เผลอๆ อาจมีถูกกว่าเพราะยกเว้นภาษีนักท่องเที่ยวด้วยแถมยังไม่ต้องนั่งเครื่องไกลให้หมดอรรถรสในการท่องเที่ยวจากทั้งหมดทั้งมวลทำให้เกิดทริปนี้ขึ้นมา ช้อป กิน เที่ยว ที่ “กัวลาลัมเปอร์” ไม่เบลอไม่กลับ จะเบลอไม่เบลอเราไปดูกันเล้ยยยยยย แผนที่กัวลาลัมเปอร์ : Kuala Lumpur หลังจากลงเครื่องหาซื้อซิมกันเสร็จเรียบร้อยท้องก็เริ่มร้องเลยตัดสินใจฝากร้านไว้ที่นี่สนามบินก่อนเพราะเดี๋ยวต้องนั่งรสบัสเข้าเมืองอีกน่าจะเป็นชั่วโมง มาเจอร้าน Marry Brown เปรียบเหมือน KFC บ้านเราแต่เห็นเขาบอกว่าเป็นร้านไก่ทอดชื่อดังของมาเลเซียเขาล่ะ ราคาก็ไม่แรงมากรับได้ค่า ในส่วนของรสชาติเราติด KFC ไปแล้วอะยังคิดว่าไก่ทอดบ้านเราคือที่สุดอยู่ แต่อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวน้าเพื่อนๆ อาจจะชอบกันก็ได้อยากให้มาลองกันก่อนน เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ - ร้าน MarryBrown ออกจากสนามบินด้วยรสบัส ถึงสถานี KL Sentral หรือสถานีรถไฟเซ็นทรัลกัวลาลัมเปอร์ ที่นี่เป็นเหมือนศูนย์กลางการเดินทางของมาเลเซีย สามารถไปต่อที่อื่นๆ ได้เรากับเพื่อนไปเช็คอินกันที่โรงแรมก่อนค่อยออกไปเที่ยวกันน   ที่แรกที่มาที่มาถึงกัวลาลัมเปอร์แล้วต้องไปก็คือ จตุรัสเมอร์เดก้า (Merdeka Square) นั่งรถไฟสายสีแดง จาก KL sentral (KJ15) ไปลงที่สถานี Masjid Jamek ลืมบอกไปที่นี่เราสามารถนั่งรถไฟไปได้สบายๆ เหมือนไทยเราเลยล่ะ สะดวกมากๆ บริเวณจัตุรัสแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของเสาธงที่สูงที่สุด ในโลก ซึ่งเป็นธงชาติประจำชาติมาเลเซีย ที่ได้รับการชักขึ้นสู่ยอด เมื่อได้รับเอกราชจากประเทศอังกฤษ ส่วนฝั่งตรง ข้ามกับจัตุรัสฯ เป็นอาคารสุลต่านอับดุล ซาหมัด ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ มาเลเซียไปแล้ว อาคารแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบ มูริส อินเดียผสมผสานกับศิลปะ แบบอาหรับ เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ - Merdeka Square ถ่ายรูปกันจนอิ่มหนำแล้วก็เดินต่อไปเรื่อยๆผ่านตึกรามบ้านช่องอาร์ตๆ มุมชิคๆ เยอะมากจริงๆ ใครสายถ่ายรูปจะชอบมากเป็นแนวสตรีทอาร์ต เราเดินมาจนถึงแลนด์มาร์คอีกที่หนึ่งของที่เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ก็คือ Central Market เป็นตลาดขายของจิปาถะ งานฝีมือ ของมากต่างๆ อารมณ์คล้ายจตุจักรบ้านเราครับ ใครอยากช้อปปิ้งแนะนำมาที่นี่กันเลยครับ เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ - Central Market พิกัด : Central Market แลนมาร์คจุดต่อไปคือ JALAN PETALING หรือไชน่าทาวน์ของกัวลาลัมเปอร์ ที่มีของขายส่วนใหญ่จะเป็นของก๊อปซะส่วนใหญ่ทางเราไม่ถนัดเท่าไรก็เลยไปหาอะไรกินแทนเพราะของกินเล่นร้านอาหารต่างๆ มีให้เลือกเยอะพอสมควร เที่ยวมาเลเซีย - ถนนเปตาลิง  พิกัด : Petaling Street เราเลือกร้าน RESTORAN KIM LIAN KEE เอาจริงๆ ทำไมเลือกร้านนี้ เพราะร้านนี้อยู่ในกลางไชน่าทาวน์เลยครับ หาง่าย รสชาติดี ราคาเหมาะสมเมนูแนะนำที่เขาชอบสั่งกันก็หมี่ฮกเกี้ยน ใครสายอาหารจีนน่าจะเลิฟมาก เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ - ร้าน Restoran Kim Lian Kee พิกัด : Restoran Kim Lian Kee เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ - กินหมี่ฮกเกี้ยน หนังท้องอิ่มหนังตาเริ่มหย่อน แต่เดี๋ยวก่อนจ้าเรายังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ตั้งใจจะเก็บให้หมดในวันนี้นั่นก็คือ ตึกแฝด นั่นเองงง แลนด์มาร์คหลักอีกที่หนึ่งเลย เวลาค่ำๆ นี่แหละถ่ายรูปสวยดีนักขึ้นรถไฟไปสถานี KLCC ก็ถึงที่หมาย แนะนำให้เข้าทางสวนสาธารณะ KLCC Park มาตอนค่ำหน่อยจะเจอน้ำพุสายรุ้งเต้นระบำ เก็บภาพกันพอหอมปากหอมคอก็ไปเดินเล่นช้อปปิ้งกันต่อในห้าง SURIA เช็ควันเวลากันให้ดีอาจจะได้เจอช่วง Sale ทีนี้ล่ะกระเป๋าแบนกลับบ้านแน่นอน น้ำพุและตึกแฝด แลนด์มาร์กหลักของกัวลาลัมเปอร์ วันที่สองหลังจากกระเป๋าตังค์เบาแต่กระเป๋าเดินทางแน่นกันแต่ตั้งแต่วันแรกเราตัดสินใจไปเที่ยวแนวชื่นชมธรรมชาติกันบ้างวันนี้เราจะไป Batu caves เป็นศาสนสถานฮินดู วิธีเดินทางก็เริ่มจาก KL Sentral เหมือนเดิม ใช้เวลาไม่นานเท่าไรแต่แนะนำให้ตื่นเช้าๆ ดีกว่าจะได้ไม่ร้อนมาก พอลงจากรถไฟก็จะเจอกับร้านค้าขายเสื้อผ้าที่เขาใส่กันวางขายอยู่เต็มทางเดิน เข้ามาเรื่อยๆ ก็จะเจอรูปปั้นหนุมานยักษ์ก่อนเลยเป็นทางเข้าของถ้ำรามเกียรติ์นั่นเอง เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ - หนุมานยักษ์ เดินไปอีกสักพักก็จะเจอ Batu caves จุดสังเกตคือรูปปั้นสีทองอันใหญ่ที่ตั้งตระหง่านมาก รูปปั้นนี้คือ พระขันธกุมารสีทอง สูงถึง 42.7 เมตร สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2549 และจะมีบันไดให้ขึ้น 272 ขั้นให้คนขึ้นไปชมถ้ำด้านบน วิธีการเดินขึ้นบันไดก็เดินปกติ แต่จะมีคนที่เขามีความเชื่อก็มวิธีเดินขึ้นอีกแบบ เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ - Batu caves พิกัด : Batu caves บรรยากาศถ้ำด้านใน คือสวยมากอากาศถ่ายเทดีถึงแม้คนจะเยอะก็ตามถ้ำ เสร็จจาก ทัวร์ Batu caves ก็ได้เวลาหาของลงท้องเพราะเขาเชื่อว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้องนะจ๊ะ เลยตัดสินใจไปเดินห้างแอร์เย็นๆกันบ้างดีกว่าเผื่อช้อปปิ้ง (อีกแล้ว) เมืองไทยมีพารากอนฉันใด กัวลาลัมเปอร์ก็มี Pavillion ฉันนั้น ขาช้อปแบรนด์ดังทั้งหลายห้ามพลาดที่นี่ด้วยประการทั้งปวง เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ - ห้าง Pavillion พิกัด : Pavilion Kuala Lumpur หลังจากหาข้าวหาปลาเดินเล่นกันพอหอมปากหอมคอแล้วที่ต่อไปที่เราจะไปกันก็คือดูวิวกลางคืนที่ตึก KL Tower หรือ หอคอยกัวลาลัมเปอร์ โดยนั่ง Monorail จากสถานี Bukit Bintang ไปลงสถานี Bukit Nanas ที่หอคอยมีความสูงประมาณ 421 เมตร บนชั้นบนของหอคอย เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถที่จะขึ้นไปชมวิวมุมสูงของกรุงกัวลาลัมเปอร์ ยามค่ำคืน ที่นี่จะเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงกัวลาลัมเปอร์ ใครไปกรุงกัวลาลัมเปอร์ก็อยากให้ไปชมความสวยงามนี้กัน เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ - KL Tower พิกัด : KL Tower ก่อนสิ้นสุดค่ำคืนที่แสนยาวนานวันนี้เรากับเพื่อนตัดสินใจหิวท้องที่ร้องจ๊อกๆ หวังพึ่งน้ำบ่อหน้ากันที่ Jalan Alor Food Street โดยนั่งรถไฟมาลงที่ Bukit Bintang ร้านอาหารมากมายละลานตาตลอดเส้น แต่ละร้านก็คล้ายๆกัน ใครใคร่อยากกินแบบไหนเลือกกันได้ตามอัธยาศัยเลย ก่อนกลับที่พักเตรียมบินวันพรุ่งนี้เช้า เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ - ตะลอนกิน Jalan Alor Food Street พิกัด :  Jalan Alor Food Street อาหาร 3 วัน 2 คืนเรียกได้ว่าอัดแน่นทั้งทริปกันไปเลย ไม่เบลอจะงงมากทริปนี้ได้กิน เที่ยว ช้อป แบบจุใจมากก่อนก้มหน้ารับชะตากรรมกับหนี้บัตรที่ถล่มทลายเหลือเกิน 555555 แต่ไม่เป็นไรมันคือกำไรชีวิตเราคิดเสมอว่าการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเหนื่อยหรือสบายมันคือกำไรชีวิตทั้งหมด สำหรับทริป ช้อป กิน เที่ยว ที่  "กัวลาลัมเปอร์" เป็นอีกหนึ่งทริปที่เรียกได้ว่าจุกมากกก จุกทั้งเงิน จุกทั้งท้อง จุกทั้งความสุข เป็น 3 วันที่พูดได้เลยว่าเหนื่อยจริง แต่ก็มีความสุขที่ได้มา วันนี้ ทัวร์ครับ ขอลาไปก่อนไว้พบกันทริปหน้านะครับ มาดูกันว่าเราจะพาไปเบลอ ไปจุกกันแบบนี้ไหนอีก ไปแล้ววบ๊ายบายยย

อ่านเพิ่มเติม
เที่ยวมาเลเซีย ฉบับ 3 วัน 2 คืน เที่ยวกินช้อปจบในงบ 8 พัน !!
เที่ยวมาเลเซีย ฉบับ 3 วัน 2 คืน เที่ยวกินช้อปจบในงบ 8 พัน !!

18 เม.ย. 62

เที่ยวมาเลเซีย 3 วัน 2 คืน : Day1 ลงจากเครื่องอันดับแรกที่เจอเลยคือเคาเตอร์ขายซิมส์ ไม่ต้องออกไปหาข้างนอกให้วุ่นวายใจ ถูกใจไทยสไตล์มากๆ เผื่อใครอยากมาถึงแล้วเช็คอินเลยย รวมถึงตัวเราด้วย 5555 พอออกจากสนามบินได้แล้วสเตปต่อไปเราต้องเดินทางเข้าตัวเมืองมีหลายวิธีอย่าง Express Train หรือจะนั่งรถบัสก็ราคาดี 12 ริงกิต (96 บาท) ทริปประหยัดทางเราเลยเลือกนั่งรสบัสเป็นเวลา 1 ชั่วโมงเต็มได้ ก็ถึงสถานี KL Sentral หรือ สถานีรถไฟเซ็นทรัลกัวลาลัมเปอร์ ที่นี่เป็นเหมือนศูนย์กลางการเดินทางของมาเลเซีย สามารถไปต่อที่อื่นๆได้ถือว่าสะดวกมากๆ ใครกลัวหลงไม่ต้องห่วงบอกเลยเพราะ Google maps สามารถช่วยเราได้   วิธีดูเส้นทางแต่ละสถานีรถไฟก็ดูตามสีเหมือนกับบ้านเราเลยราคาค่าโดยสารตกแล้ว 8 บาท – 20 บาทไทย เพื่อความสะดวกในการเที่ยวทรปนี้ที่เรามีเวลาแค่ 3 วัน 2 คืน ก็เลยเลือกสถานที่เที่ยวที่ติดสถานีรถไฟ   หลังจากเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อยก็ได้เวลาเที่ยวแล้ววไป๊!!ที่แรกที่เราจะไปก็คือ ตึกแฝดปิโตรนาส อาคาร 88 ชั้น หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ อาคาร KLCC ถือเป็นแลนด์มาร์คของมาเลเซียก็ว่าได้ โดยขึ้นรถไฟสายสีชมพู LRT สายปุตรา แวะลงที่สถานี KLCC ตรงโซนตึกแฝดก็จะมีห้างอยู่ 1 ห้าง ชื่อว่า SURIA สามารถช้อปปิ้งได้เผื่อใครมี Budget คล้ายกับห้างบ้านเรา แต่ราคาถูกกว่าบ้านเรา เพราะค่าเงิน และ ยกเว้นภาษีท่องเที่ยว เลยตัดสินใจว่าจะฝากท้องไว้ที่นี่เพื่อรอน้ำพุสีรุ้งตอนเย็นที่เขาบอกว่าเป็นไฮไลท์เด็ดของที่นี่เลย ไหนๆ ก็ต้องรอเลยขอจัดร้านดังของมาเลเขาซะหน่อยอย่างร้าน   ร้าน Madam Kwan’s เป็นอาหารพื้นเมืองมาเลเซียที่ติดอันดับร้านดัง ซึ่งเมนูต่างๆจะเน้นไปทางเครื่องแกงเป็นส่วนใหญ่ อย่างเมนู Nasi Bojari สนน.ราคา 24.90 ริงกิตราคาแพงเหมือนกินที่ห้างบ้านเราแต่มาถึงร้านดังทั้งทีสายกินอย่างเราก็อดใจไม่ไหว ในจานมีทั้งไก่ทอดกรอบๆ เนื้อวัวหมักแบบนุ่มหอมมากและกุ้งรสชาติเปรี้ยวๆหวานๆ เสิร์ฟพร้อมข้าวหลากสี คาดว่าคงอิ่มไปถึงพรุ่งนี้เช้ากันเลยทีเดียว   แล้วก็ถึงเวลาช่วงที่ทุกท่านรอคอย ได้เวลาไปสวนสาธารณะ KLCC Park แนะนำให้มาตอนกลางคืนเพราะไฟสวยมากจริงๆจะเจอน้ำพุสายรุ้งเต้นระบำอันนี้แหละไฮไลท์เลย สวยมากจริงๆ รับรองว่าต้องได้ภาพสวยๆ กลับไปแบบเราแน่นอน ภาพตึกแฝดตอนกลางคืน (น้ำพุ) เที่ยวมาเลเซีย 3 วัน 2 คืน : Day2 เช้าวันที่ 2 ได้เวลาเที่ยวกันยาวๆแล้วเราแพลนว่าวันนี้จะไปอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของมาเลย์ก็คือ BATU CAVE เริ่มต้นจากที่สถานี Putra สามารถนั่งรถไฟ KTM แค่ 5 สถานีก็ถึงเลยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็ถึงแล้วครับ เดินตามทางมาเรื่อยๆ ก็จะเจอ ถ้ำรามเกียรติ์ ด้านหน้าจะมีรูปปั้นหนุมานยักษ์อยู่   ถ้าจะเข้าไปในถ้ำรามเกียรติ์จะต้องเสียค่าเข้า 5RM = 40 บาท ก่อนด้านในจะมีรูปปั้นเกี่ยวกับเรื่องราวของรามเกียรติ์ถ้าใครเคยอ่านหนังสือมาก่อนน่าจะเข้าใจเรื่องราวของรูปปั้นอยู่บ้างส่วนตัวเรานั้นก็งูๆปลาๆก็เลยชมความงดงามกันไปเรื่อยๆ เพลินๆ เพราะรูปปั้นสวยมากจริงๆเหมือนมีมนต์ขลังอะไรบางอย่าง ถ้ำรามเกียรติ์   เอาล่ะถึงที่หมายแล้วว BATU CAVE เป็นวัดและสถานที่ประกอบพิธีกรรมในศาสนาฮินดู สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของถ้ำบาตูก็คือรูปปั้นสีทองอันใหญ่ที่ตั้งตระหง่านมาก รูปปั้นนี้คือ พระขันธกุมารสีทอง สูงถึง 42.7 เมตร สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2549 และจะมีบันไดให้ขึ้น 272 ขั้น เพื่อไปชมวิวด้านบน BATU CAVE   กลับจาก BATU CAVE กองทัพต้องเดินด้วยท้องเราเลยตัดสินใจหาของอร่อยกินก่อนไปเที่ยวต่อ จังหวะนี้ก็ต้องเสิชสิครับ สรุปได้ว่าจะไปฝากท้องที่ Chocha Foodstore ก็นั่ง KTM มาลงที่สถานี Kuala lumpur เดินสกายวอร์คไปยังสถานี LRT Pasar Seni เรื่อยๆเพื่อไปยังย่าน Jalan Petaling  ตัวร้านจะหายากนิดนึงแต่รับรองว่าคุ้มเหมาะกับวัยรุ่นสายชิคมากๆ Chocha Foodstore   ภายในร้านบรรยากาศดีมากๆ คือดีมากก แนะนำหนักมากกจริงๆคาเฟ่นี้ดัดแปลงจากโรงแรมเก่าชื่อ MAH LIAN HOTEL มาเป็นร้านคาเฟ่ได้อย่างลงตัวลูกค้าในร้านมีทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว เมื่อวานกินไก่มาแล้ววันนี้ก็เลยกินเป็ดละกัน เลือก Duck Confit Rice ข้าวหน้าเป็ด อร่อยดีครับราคา 26 ริงกิต ส่วนรูปอาหารนั้นนหมดก่อนจะหยิบกล้องอีกจ้า เรื่องกินเราเต็มที่เสมอ 55555 Chocha Foodstore 2   เหลือเวลาอยู่อีกหน่อยเราเลยตัดสินใจมาเดินเล่นที่ JALAN PETALING หรือไชน่าทาวน์ของมาเลเซียนั่นเองของที่ขายส่วนใหญ่ก็จะออกเป็นของแนวกอปปี้พาสกันซะส่วนใหญ่ ใครไม่สันทัดเชิญผ่านได้จ้ามาเดินเล่นชิวๆ หาขนมกินก็พอ JALAN PETALING   แถวนี้เราสามารถเดินหาตึกเท่ๆถ่ายรูปสไตล์ฮิปสเตอร์ได้นะเชื่อว่าวัยรุ่นหลายๆคนน่าจะชอบกลิ่นอายความคลาสสิคแบบนี้แน่นอน   ถ่ายรูปเยอะแล้วท้องก็เริ่มร้องเป็ดเมื่อกลางวันน่าจะหายไปเรียบร้อย 555 สถานีต่อไปที่เราจะไปฝากท้องกันก็คือ Jalan Alor เป็นย่านที่ขายอาหารช่วงกลางคืนและคนเยอะมากๆ มีอาหารให้เลือกเยอะเช่นกัน ราคาไม่สูงมากมื้อเรากินกันแบบอดออมดีกว่าเดี๋ยวจะเกินงบ 5555 ก่อนจะกลับที่พักแบบพุงกาง Jalan Alor   เที่ยวมาเลเซีย 3 วัน 2 คืน : Day3 วันนี้ตื่นเช้าเป็นพิเศษครับเพราะว่าเป็นวันสุดท้ายแล้วอยากเก็บภาพดีๆก่อนเช็คเอาท์โรงแรม หลังจากกินข้าวเช้าเรียบร้อยก็ออกมาเดินเล่นหามุมตึกสวยๆเก็บภาพไปฝากเพื่อนกันเพราะที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องตึกรามบ้านช่องมากจริงๆแล้วด้วยเวลาที่เรามีไม่พอที่จะไปต่างเมืองได้   ถึงเวลาเช็คเอาท์ได้เวลากลับบ้านเราแล้วว เอาจริงๆทริปนี้คือสั้นมากสำหรับเราอยากอยู่ต่ออีกนิดแต่เจ้านายดูจะไม่เข้าใจไม่เป็นไรเราสัญญากับตัวเองว่าครั้งหน้าจะหาเวลามาให้ยาวกว่านี้เอาล่ะฤกษ์งามยามดีตามที่เราตกลงกันไว้ตอนต้นตามชื่อทริปเที่ยวมาเลเซีย ฉบับ 3 วัน 2 คืน เที่ยวกินช้อปจบในงบ 8 พัน !! ได้เวลามาคำนวณค่าใช้จ่ายกันแล้ววจ้าจะเกินไหมน้ออ สรุปค่าใช้จ่ายเที่ยวมาเลเซียต่อคน ไม่เกิน 8,000 บาท 1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ไปกลับ กรุงเทพ-กัวลาลัมเปอร์ รวมค่าที่พักแบบเซทประมาณ 5,000 บาท 2. ค่าเดินทางในมาเลเซียรถไฟเริ่มต้นที่ 2 ริงกิต (16บาท) คิดแบบประมาณทั้งทริป ประมาณคนละ 1,200 บาท 3. อาหาร ประมาณ 1,300 บาทรวมขนมจุกจิกต่างๆโชคดีที่ได้ข้าวเช้าจากโรงแรมประหยัดคอร์สดีมากๆ 4.ซิมส์อินเตอร์เน็ต 200 บาท 5.ค่าจิปาถะช้อปปิ้ง เช่นของฝาก อีกนิดหน่อย รวมๆ ก็ได้ประมาณ 8,000พอดีไม่เกินน   สรุป 8,000 สำหรับเราก็ได้อยู่นะครับ ไม่เหนื่อยเกินไป มาเลเซียถือเป็นอีกประเทศเพื่อนบ้านเราที่น่ามาท่องเที่ยวมากๆ แถมค่าเงินก็ไม่ได้ต่างกันเยอะมาก ถ้าใครชอบงานศิลปะแนวสตรีทอาร์ทน่าจะเลิฟที่นี่และยกให้เป็น Favorite เลยก็ว่าได้ วันนี้จบทริปกันแบบสวยๆ ขอบคุณทุกคนที่อ่านกันมาจนถึงตรงนี้นะครับ ไปแล้วบ๊ายบายย ทริปหน้าเจอกันใหม่เนอะ     อ่านต่อ >> ช้อป กิน เที่ยว ที่มาเลเซีย “กัวลาลัมเปอร์” ไม่เบลอไม่กลับ  

อ่านเพิ่มเติม
จดไว้เลย! 10 เมืองอากาศดีเที่ยวได้ตลอดกาล ไร้กังวลเรื่องมลพิษ
จดไว้เลย! 10 เมืองอากาศดีเที่ยวได้ตลอดกาล ไร้กังวลเรื่องมลพิษ

05 มิ.ย. 62

               แต่! ไม่ต้องกังวลไป ต้นปีแบบนี้วันลายังเหลือชัวร์ๆ เพราะฉะนั้นเตรียมเขียนไปลา ขออนุญาตเจ้านายที่รักไปพักผ่อน สูดอากาศดีๆ สัก 2 - 3 วันกันหน่อยดีกว่า พร้อมแล้วลุย! 1. เชียงคาน : จ.เลย แผนที่ : เชียงคาน             ขอเริ่มแบบเบาๆ ซอฟท์ๆ กันก่อนกับเมืองในประเทศไทย ที่ขึ้นชื่อว่ามีอากาศที่ดี๊ดี อย่าง เชียงคาน อยู่ที่จ.เลยนั่นเองครับแทบไม่ต้องลางานเลย หาเวลาว่างวันเสาร์ - อาทิตย์ นั่งเครื่องบินตรงลงไปพักผ่อน นอนโฮมสเตย์ ดูวิถีชีวิตของชาวบ้าน เย็นๆ จะเดินเล่นหรือปั่นจักรยานริมแม่น้ำโขงก็ได้ แล้วเช้าๆ ก็ตื่นมาตักบาตรข้าวเหนียว และจิบกาแฟที่คาเฟ่ชิคๆ แค่นี้ก็ถือว่าเป็นการชาร์จแบตให้ตัวเองแล้วครับ 2. หมู่บ้านคีรีวง : จ.นครศรีธรรมราช แผนที่ : หมู่บ้านคีรีวง  แพ็คกระเป๋าลงใต้ ไปสูดออกซิเจน และอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด ฟอกปอดจาก pm 2.5 กันไปกับที่ หมู่บ้านคีรีวง ที่ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่มีอากาศดีที่สุดในประเทศไทย เพราะเป็นหมู่บ้านกลางหุบเขา รายล้อมไปด้วยต้นไม้ ลำธาร และความเป็นธรรมชาติ อากาศเย็นสบายเที่ยวได้ทั้งปี ถึงแม้จะอยู่ในฤดูร้อน แต่กลางคืนนอนกันแบบไม่ต้องเปิดพัดลมยังได้เลยนะจะบอกให้ Cr. Fidayvacation.com          3. วังน้ำเขียว : จ.นครราชสีมา แผนที่ : วังน้ำเขียว             หากพูดถึงแหล่งโอโซนชั้นดี ใกล้กรุงเทพฯ แค่เอื้อม ยังไง๊...ยังไงก็ต้องมีชื่อของวังน้ำเขียวติดอันดับมาด้วยอย่างแน่นอน เพราะขับรถแค่ 3 ชั่วโมงกว่าๆ จากกทม. แป๊บเดียวก็ถึงที่หมาย ได้สูดอากาศบริสุทธิ์แทนฝุ่นพิษแล้วจ้า ซึ่งที่วังน้ำเขียวนี้ก็สามารถเที่ยวได้ทั้งปีเช่นกัน ไม่จำเป็นว่าจะต้องมาเฉพาะในช่วงฤดูหนาวนะจ๊ะ เอ้า! รอไรล่ะแพ็คกระเป๋าได้แล้ววว 4. ฮอกไกโด : ญี่ปุ่น             มาแล้วจ้าสำหรับใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวอากาศดี๊ดี ณ ต่างประเทศ ฮอกไกโดนี้ติดมาเป็น 1 แคนดิเดทด้วยอย่างแน่นอน เพราะเป็นเมืองหนึ่งของญี่ปุ่นที่เรียกได้ว่าอากาศดีโดนใจตลอดทั้งปีเลยทีเดียว จะมาเดือนไหน วันไหน ก็รับรองว่าฟินอย่างแน่นอน ขนาดเดือนที่ร้อนที่สุดอย่างเดือนสิงหาคมยังมีอุณหภูมิเฉลี่ยแค่ 22 องศาเอง! และด้วยความที่ฮอกไกโดมีความเป็นธรรมชาติสูง ทุ่งดอกไม้เยอะ ต้นไม้แยะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องอากาศเลยครับ เพราะรับรองว่าบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่มีมลพิษ มากวนใจ สนใจทัวร์ฮอกไกโดราคาสุดคุ้มจากทัวร์ครับ คลิกที่นี่ เลย  5. โตเกียว : ญี่ปุ่น             แหม! ญี่ปุ่นนี่เค้ามาแรงจริงๆ เพราะนอกจากฮอกไกโดแล้ว โตเกียวก็ถือเป็นอีกหนึ่งเมืองที่อากาศดี เที่ยวได้ตลอดทั้งปีเหมือนกันครับ ซึ่งถึงแม้ว่าในช่วงฤดูร้อนนั้น อาจจะมีอากาศที่ร้อนพอๆ กับบ้านเรา แต่ก็ยังมีลมพัดอยู่ตลอด ทำให้ไม่เหนียวตัว เดินช้อปปิ้งได้สบายๆ เหงื่อออกนิดเดียวเท่านั้น แถมในช่วงนั้นยังมีเทศกาลดอกไม้ไฟ และเทศกาลต่างๆ อีกมากมายที่น่าสนใจอีก ใครอยากไปญี่ปุ่นแบบโลว์คลอส งบจำกัด เลือกฤดูร้อนเลยรับรองว่าสบายกระเป๋าแน่ๆ สนใจ ทัวร์โตเกียว เที่ยวครบทุกสถานที่ไฮไลท์ คลิกเลย !! 6. คุนหมิง : จีน             เมืองหนึ่งของจีนที่มีอากาศดี เสมือนว่ามีฤดูใบไม้ผลิทั้งปีก็ต้องที่คุณหมิงนี่แหละครับ เพราะขึ้นชื่อเรื่องของธรรมชาติสวยงาม มียอดเขาสูงชัน ข่าเก๋อป๋อ แห่งทิวเขาหิมะเหมยหลี่ ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนไปทักทายตลอด นอกจากนี้ยังมีอุทยานป่าหิน ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และปิดท้ายด้วยการไปเดินลอดประตูมังกรหลงเมิน แห่งเขาซีชาน ที่เชื่อกันว่าใครได้ลอดประตูนี้จะมีแต่โชคลาภไม่ขาดสายเลยล่ะ! 7. ซิดนีย์ : ออสเตรเลีย             อีกหนึ่งเมืองที่ได้ชื่อว่า เป็นเมืองที่อากาศดีมากเว่อร์! หากใครได้ลองมาซิดนีย์สักครั้งแล้วจะติดใจเลยล่ะครับ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และธรรมชาติ เรียกได้ว่ามาเที่ยวทั้งทีได้สัมผัสทุกอย่างครบเลย แถมยังได้สัมผัสกับอากาศดีๆ อีกด้วย คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มเลยนะเนี่ย 8. เซาเปาโล : บราซิล             ในหนึ่งปีจะมีนักท่องเที่ยวกว่า 13 ล้านคนทั่วโลกแวะเวียนมาเที่ยวที่เซาเปาโล เนื่องจากมีอากาศที่ดีตลอดทั้งปี จะมาเที่ยวเดือนไหนฤดูไหนก็ฟินทั้งนั้น เป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของบราซิล ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายเต็มไปหมด ทั้งพิพิธภัณฑ์เอย ทั้งที่เที่ยวธรรมชาติ หรือแหล่งช้อปปิ้งก็เพียบ! จึงไม่แปลกเลยที่เมืองนี้จะได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวกันจนชิน 9. เก็นติ้ง : มาเลเซีย             สองเมืองสุดท้ายขอพาเพื่อนๆ วกกลับมาที่เมืองใกล้ๆ บ้านเรากันบ้าง อย่างเก็นติ้งไฮแลนด์ ประเทศมาเลเซีย ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่อากาศดีตลอดทั้งปีเช่นกัน เพราะด้วยความที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร จึงทำให้เก็นติ้งมีหมอก และมีอากาศเย็นตลอดทั้งปีเลยครับ นอกจากจะชมความงามของธรรมชาติ และสูดอากาศบริสุทธิ์แล้ว ที่เก็นติ้งยังมีความบันเทิงอื่นๆ ให้ทำอีกหลากหลาย เช่น คาสิโน สวนสนุก หรือการเก็บสตรอว์เบอร์รี่ ใครที่กำลังมองหาเมืองอากาศดีๆ ไปง่ายๆ เลือกเก็นติ้งไว้ไม่มีผิดหวัง 10. ดาลัท : เวียดนาม             โฮจิมินห์จะร้อนก็ร้อนไป แต่ดาลัทจะเย็น! เป็นแบบนี้จริงๆ ครับ เพราะที่ดาลัทเรียกได้ว่าเป็นเมืองที่อากาศดี๊ดี ตลอดทั้งปีเลยล่ะเพื่อนๆ จึงทำให้เป็นเมืองที่สามารถเที่ยวได้ทั้งปี มาฤดูร้อนก็ยังได้ นอกจากจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปฟอกปอดแล้ว ยังได้เพลิดเพลินไปกับสถาปัตยกรรม และความน่ารักของเมืองนี้ เที่ยวเพลินจนไม่อยากกลับมาดมฝุ่นดมควันกันเลยล่ะ!             ทั้ง 10 เมืองที่ทัวร์ครับเลือกมาให้ สะดวกที่ไหนก็ไปที่นั่น ไปฟอกปอดกันเถอะ~ เพราะตอนนี้เราว่าฝุ่นมันจะเกินไปไม่ไหวแล้ววว หรือหากใครยังไม่สามารถปลีกตัวไปเที่ยวได้ ก็อย่าลืมหาหน้ากากกันฝุ่นมาใส่กันด้วยนะ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราเอง ทัวร์ครับเป็นห่วง ♡

อ่านเพิ่มเติม