All articles abouts ร้านอาหารมญี่ปุ่น

[ โตเกียว เกียวโต ] ไปเยือนต้องโดน..! ร้านอาหารยอดนิยมในญี่ปุ่น

[ โตเกียว เกียวโต ] ไปเยือนต้องโดน..! ร้านอาหารยอดนิยมในญี่ปุ่น

29 ส.ค. 61

ที่แม้ชื่อเมืองจะมีความคล้ายกัน แต่ลักษณะเมืองต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะโตเกียว หลายคนทราบดีอยู่แล้วว่าโตเกียวนั่นเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น อาจเปรียบเสมือนได้ว่าเป็นแดนนิวยอร์กของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่ โตเกียวนั้นมีความเจริญที่ค่อนข้างครบคันจริงๆ และเป็นส่วนผสมของวัฒนธรรมที่หลากหลายประเทศมากๆ มารวมๆกัน จึงไม่แปลกใจเลยที่ภายในเมืองจะมีความครึกครื้นมากๆ ส่วนเมืองเกียวโตนั้น เป็นเมืองของอารยธรรม วัฒนธรรมมากมาย เพราะภายในเมืองเกียวโตเต็มไปด้วยบ้านที่มีรูปแบบญี่ปุ่นต้นตำรับ รวมถึงวัดและศาลเจ้าที่มีค่อนข้างเยอะ แถมยังมีแหล่งทางประวัติศาตร์ของญี่ปุ่นมากมายอีกตังหาก ทำให้วัฒนธรรมของอาหารนั้นก็มีความแตกต่างกันบ้าง ไม่มากก็น้อย แต่ก็ยังคงลักษณะของความเป็นญี่ปุ่นอยู่ดี ทั้งนี้ วันนี้ทัวร์ครับมี 6 ร้านอาหาร ขึ้นชื่อที่สุด !! ทั้งในโตเกียว และเกียวโต ไปดูกันเล้ยย... โตเกียว :  Sushiya no Nohachi 1. มาถึงโตเกียวทั้งที เริ่มกันที่ซูชิ ที่ดังที่สุดในโตเกียวก่อนละกัน ที่กว่าจะได้กินนั้นต้องโทรจองกันเป็นวัน หรือบางทีอาจถึงสัปดาห์เลยทีเดียว เพราะอะไรถึงดัง? เพราะที่นี่ ไม่ใช่ Sushi ธรรมดา ที่มีขนาดพอดีคำ ปกติทั่วไป แต่ที่จะมีกิมมิคเล็ก นั่นก็คือความจิ๋วของซูชิจิ๋ว นั่นเอง ที่มีขนาดเท่าเม็ดข้าวเพียงเม็ดเดียวเท่านั้น โดยต้นกำเนิดของความจิ๋วนี้ก็มาจาก การที่เจ้าร้านนั้นมีจุดประสงค์อยากให้เด็กๆตัวเล็กๆนั้นได้ลิ้มรสความอร่อยของซูชินั่นเอง ถือเป็นการต้อนรับเด็กๆแรกเกิด แต่แล้ววันนึงก็ปิ้งไอเดียขึ้นมาว่า การทำซูชิเนี่ยมันสามารถทำได้เล็กขนาดไหนกันเชียวนะ?? ทำไมไม่ทำซูชิที่เล็กที่สุดในโลกไปเลยนะ?? เท่านั้นละ ความจิ๋วที่จิ๋วลงเรื่อยๆของซูชิจึงเริ่มต้นขึ้น ถือเป็นสีสันในการรับประทานซูชิมากๆ เพราะว่าเชพนั้นใจดีมากๆเลย ที่ทำซูชิจิ๋วให้เราได้ถ่ายรูปกันแบบฟรีๆ แต่ต้องเป็นช่วงเวลาที่เชพว่าง และไม่ค่อยมีคนเท่านั้นนะคะ แต่... ที่เด็ดยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ซูชิจิ๋วมันจะไปอิ่มอะไร จริงไหมคะ? ต้องลองไซต์ปกติด้วยสิ ที่มาพร้อมกับไซต์พอดีคำน่ารับประทาน แถมความสดใหม่นี่ สดอย่าบอกใครเลยนะ จัดว่าเด็ด ให้ไปเลย 1 ในใจ 10 อันดับซูชิ ต้องลอง...ในโตเกียว โดยร้านซูชิจะใช้เวลาเดินจากสถานี Asakusa ประมาน 9 นาที หรือเดินจากสถานี Tawaramachi เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น  โตเกียว :  Ginza Sushi Ichi / Omakase 2. เป็นการรับประทาน ซูชิ แบบ โอมากาเสะ (Omakase) หรือรับประทานแบบตามใจเชฟเสิร์ฟ นั่นเอง เชฟจะแนะนำอาหารและเสิร์ฟเป็นเซ็ทตามฤดูกาลนั้นๆ เสิร์ฟตามลำดับของเมนูอาหาร ว่าเราต้องรับประทานอะไรก่อนถึงจะเข้าถึงรสชาติของอาหารได้อย่างเเท้จริง โดยราคาก็จะมีหลากหลายระดับให้เลือก ราคาอาจจะเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายรับประทานตัวจริง เพราะอาจจะต้องใช้งบเยอะหน่อย แต่มันคุ้มมากถ้าแลกมาด้วยการรักษามาตรฐานของอาหารที่สูงมาก และบริการอย่างสะดวกสบาย ตามสไตล์ญี่ปุ่น ต้นตำรับ เป็นร้านซูชิระดับ Michelin starts กันเลยทีเดียว ที่กว่าจะได้ไปรับประทานนั้น จำเป็นที่จะต้องจองล่วงหน้าก่อนเป็นเวลาประมาณ หนึ่งอาทิตย์ เป็นอย่างน้อย ด้วยชื่อเสียงของทางร้านค้าที่ค่อนข้างดัง โดยมีสาขาต้นตำรับอยู่ที่ ย่านกินซ่า เมืองโตเกียว จึงไม่แปลกใจเลย ด้วยความอร่อยและพิถีพิถันของทางร้าน รับประกันความสดอย่างไม่เคยเจอมาก่อน คำซูชิที่พอดีคำแต่เต็มคำมากๆ รวมถึงความหลากลายของปลาที่หาทานยาก ที่ในแต่ละวันนั้นจะมีปลาแปลกๆมาให้เราลองได้ชิมกันด้วย จนเป็นที่เลื่องชื่อจนได้ Michelin starts 1 ดวง มาครอง นั่นเอง โดยส่วนมากเขาจะนิยมรับประทาน แบบใช้มือรับประทาน เพื่อให้ความร้อนในมือสามารถถ่ายทอดความอุ่นผ่านนิ้วมือไปจนถึง คำซูชิ ลิ้มรสเนื้อปลาและข้าวที่กำลังอุ่นๆ เหมือนราวกับยังมีชีวิต อร่อยอย่าบอกใครเลยทีเดียว แต่หากใครไม่ถนัดใช้มือรับประทาน ทางร้านก็จะมีตะเกียบบริการให้เช่นกัน เกียวโต : Nezameya 1. พูดถึงร้านอาหารต้นตำรับ ที่เกียวโต ต้องนี่เลย ร้านปลาไหลชื่อดัง ร้าน Nezameya ที่เปิดมานานกว่า 450 ปีค่อนข้างเกาแก่มากเลยทีเดียว เป็นร้านแถวศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ที่มีเสาแดงโทริอิเรียงรายกันนับพันนับหมื่นต้น เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่เมืองเกียวโต หลายคนคงรู้จักกันดี สำหรับการเดินทางก็ไม่ไกลมาก สามารถเดินได้ จากศาลเจ้า แถมตกเย็นอากาศดีดี ในบางฤดูกาลก็จะมีตลาดที่มีอาหารมาขายหลากหลายอย่างกันเลยทีเดียว ทั้งเนื้อย่าง ทาโกยากิ ดังโงะ น่ากินทั้งนั้นเลย แต่ต้องอย่าลืมเก็บท้องไว้รับประทานของเด็ดนะจ๊ะ นั่นก็คือ ...แท่นแท๊นนน จุดเด่นของร้านนี้คือ เมนูปลาไหลย่าง ซึ่งหน้าร้านจะมีการย่างปลาไหลกลิ่นหอมฟุ้งต้อนรับลูกค้าอยู่หน้าร้าน เหมาะสำหรับคนที่รักการรับประทานปลาไหล ต้องไม่พลาด ...!! นอกจากปลาไหลย่างแล้ว ยังมีเมนูอื่นๆอีกมากมาย หรือสามารถรับประทานเป็นเส้นก็ได้ ก็จะมีทั้งอุด้งและโซบะ ด้วยบรรยากาศรอบๆร้านและรสชาติของเนื้อปลาไหลที่นุ่ม ละมุนลิ้น ไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อย คนที่ไม่ชอบปลาไหลก็สามารถหลับหู หลับตาลองกินได้ สำหรับซอส, น้ำซุบ และข้าวร้อนๆ รับประทานได้อย่างเข้ากันสุดๆ ยิ่งในฤดูหนาว ยิ่งเข้าถึงความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ ฟินสุดๆไปเลยจ้าา ลองสักครั้งแล้วจะติดใจ  ร้าน Nezameya จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00น. – 18.00น. ทริค : เนื่องจากร้านค่อนข้างมีชื่อเสียง แต่ภายในร้านมีขนาดเล็ก และปิดค่อนข้างเร็ว หากสามารถไปกินได้ช่วงเช้า - กลางวัน จะดีกว่า เพราะของหมดค่อนข้างเร็ว ส่วนเวลาสั่งอาหารเหมือนจะสั่งได้แค่รอบเดียวเท่านั้น ดังนั้น ต้องคิดก่อนเลยว่าอยากชิมอะไรบ้าง เมื่อตกลงกับเพื่อนร่วมทางเรียบร้อยก็ลงมือสั่งได้เลย เพื่อความรวดเร็วต่อลูกค้าท่านอื่นๆด้วย เกียวโต : Sushi Iwa / Omakase 2. “ซูชิอิวะ” อีกหนึ่งร้านซูชิที่รับประทานแบบโอมากาเสะ ที่ขึ้นชื่อในเกียวโต เป็นซูชิชั้นสูงต้นตำรับที่เปิดตัวขึ้นเมื่อ 50 ปีก่อน จนเป็นที่จับตามองของนักท่องเที่ยวทั่วโลก รวมไปถึง สตีฟ จ๊อบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Apple และผู้คิดค้นไอโฟน ที่แม้แต่สตีฟ จ๊อบส์ก็กล่าวไว้ว่า เป็นซูชิที่อร่อยที่สุดในชีวิต ทำให้บรรดาแฟนๆของเขาทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติก็ตามมารับประทานกันเยอะขึ้น ทำให้กลายเป็นร้านที่โด่งดังมากกว่าเดิมเลยทีเดียว โดยความอร่อยของทางร้านจะเน้นคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาล เสิร์ฟเป็น “ไคเซคิ” หรือเป็นชุดอาหารที่บริการตามลำดับการรับประทาน นอกจากจะอร่อยแล้วยังได้รับความรู้สึกที่สนุกสนานไปอีกแบบ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเรากำลังจะได้รับประทานอะไร แต่บางร้าน เชพก็จะถามก่อน ว่าเราสามารถรับประทานอะไรไม่ได้บ้าง เพื่อความสบายใจของลูกค้า นั่นเอง สำหรับเมนูที่โด่งดังของที่นี่ ก็คือเมนู “โทะโระ” หรือเนื้อส่วนท้องนุ่มๆของปลามะกุโระ (ปลาทูน่า) เพราะเป็นเมนูที่สตีฟ จ๊อบส์ ตั้งใจมารับประทาน ราคาจะอยู่ที่ 2,000 เยนต่อหนึ่งคำ ราคาถือว่าค่อนข้างแพงเลยทีเดียว ส่วนถ้าเป็นคอร์ส Omakase ราคาต่อหัวตั้งแต่ 8,000 เยน 10,000 เยน 12,000 เยน 15,000 เยน จนถึง 20,000 เยน [ ราคาอัพเดต ปี 2560 ] ที่นี่จะเสิร์ฟซูชิชั้นเลิศเมนูขึ้นป้ายของแต่ละวัน ถึงราคาจะค่อนข้างแพง แต่ถ้าพูดถึงประสบการณ์สักครั้งในชีวิต กับซูชิชั้นเลิศ ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่คุ้มมากๆเลยทีเดียว ไหนๆก็ไปเที่ยวถึงถิ่น ลองลิ้มรส สัมผัสความเป็นซูชิขั้นเทพดูสักครั้งจะเป็นไรไปเนอะ.. 

อ่านเพิ่มเติม
2 เมืองสุดฮิต !! สถานที่ไฮไลท์ เที่ยวญี่ปุ่น โตเกียว-โอซาก้า
2 เมืองสุดฮิต !! สถานที่ไฮไลท์ เที่ยวญี่ปุ่น โตเกียว-โอซาก้า

30 ต.ค. 61

วันนี้ ทัวร์ครับ  เลยนำสถานที่เที่ยวโตเกียวและโอซาก้ามาให้ดูกันก่อนคร่าวๆ เผื่อเป็นไอเดียในการเที่ยวญี่ปุ่นในครั้งต่อไปครับ …   โตเกียว กรุงโตเกียว เมืองหลวงชื่อดังในญี่ปุ่นที่ใครๆก็ต้องรู้จัก ย่านแห่งการคมนาคมการขนส่งจุดศูนย์กลางของดินแดนอาทิตย์อุทัย เดินทางสะดวกด้วยคมนาคมที่ครอบคลุมทั้งเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวญี่ปุ่นสามารถเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายในราคาที่ไม่แพง ใครที่พาคุณแม่หรือลูกๆมาเที่ยวญี่ปุ่น หมดกังวลเรื่องการเดินทางไปได้เลย แต่ถ้ามาแบบวางแผนเที่ยวเองก็ต้องขยันวางแผนหน่อยนะครับ ถึงแม้ว่าจะมีการคมนาคมที่สะดวก แต่เราก็ยังต้องสู้กับความเหนื่อยในการเดินไปยังสถานีต่างๆและการดูแผนที่ในการท่องเที่ยวไปพร้อมๆกัน   โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower)   โตเกียวทาวเวอร์ แลนด์มาร์กยอดนิยมของโตเกียว สัญลักษณ์ของเมือง สำหรับใครที่มาครั้งแรกอย่าพลาดที่จะมาถ่ายรูปกับโตเกียวทาวน์เวอร์กันครับ ซึ่งหอคอยโตเกียวแห่งนี้มีเปิดให้นักท่องเที่ยวให้ขึ้นไปชมวิวด้านบนที่สามารถดูได้แบบ 360 องศาเลยล่ะ เปิดทุกวัน เวลา 9:00 - 22:00 น. หรือใครอยากซื้อของฝาก ในโตเกียวทาวน์เวอร์ก็มีร้านของที่ระลึกด้วยนะครับ เป็นแลนด์มาร์กแรกที่น่าไปสุดๆ พิกัด : 4 Chome-2-8 Shibakoen, Minato, Tokyo 105-0011, Japan ค่าเข้าชม : Main observatory  900 เยน และ Special observatory  700 เยน ย่านชินจูกุ (Shinjuku) & ย่านชิบูย่า (Shibuya) ย่านชินจูกุ & ย่านชิบูย่า แหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ใจกลางโตเกียว ซึ่งห่างกันเพียงสถานีเดียว ย่านที่สายช้อปปิ้งห้ามพลาด !!! ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างแดนหรือชาวญี่ปุ่นต่างก็มาช้อปกันที่นี่ 2 ย่านนี้ ถือว่าเป็นย่านที่คนคึกคักมากที่สุด ศูนย์รวมแฟชั่นเก๋ ๆ ของเหล่าบรรดาแฟชั่นนิสต้า และเป็นแหล่งสินค้าแบรนด์ชั้นนำอีกด้วย หมู่บ้านโอชิโนะฮัคไค (Oshino Hakkai) หมู่บ้านโอชิโนะฮัคไค หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบคาวากูจิโกะ กับ ทะเลสาบยามานาคาโกะ สถานที่ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นที่รายล้อมไปด้วยวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของแม่น้ำทั้ง 5 และยังมีแบล็คกราวด์เป็นภูเขาไฟฟูจิอีกด้วย  ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมไปดื่มน้ำที่นี่ เพราะเค้าว่ากันว่าบ่อน้ำในหมู่บ้านโอชิโนะฮัคไคนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ที่หากใครได้ดื่มก็จะมีอายุยืนยาว ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ถ้าใครที่ไม่รู้ว่าจะพาแม่ไปเที่ยวไหนดี ก็อย่าลืมมาที่หมู่บ้านน้ำใสแห่งนี้กันนะครับ วัดนาริตะ (Naritasan Shinshoji Temple) วัดนาริตะ วัดศาสนาพุทธชื่อดังในนาริตะ วัดใหญ่ที่สุดในเขตคันโต เป็นวัด 3 อันดับแรกที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสักการะมากที่สุด แถมวัดนาริตะยังตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินนาริตะ เราสามารถเดินทางไปวัดนาริตะได้ง่ายๆจากสนามบิน โดยภายในวัด เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันสวยงามอันแสดงออกถึงวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง และยังมีเครื่องรางขอพรเรื่องโชคลาภต่างๆมากมาย รวมทั้งสินค้าที่ระลึกต่างๆ บริเวณรอบๆวัด ย่านกินซ่า (Ginza) กินซ่า แหล่งช้อปปิ้งสุดฮิตในญี่ปุ่น ย่านช็อปปิ้งระดับไฮเอนด์ เหมาะสำหรับครอบครัวสาบช้อปเป็นที่สุด  แต่เดี๋ยวก่อน ย่านกินซ่าเป็นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในที่ดินราคาแพงที่สุดในญี่ปุ่น จึงทำให้ร้านค้าร้านอาหารแถวนี้ราคาแพงสุดๆไปเลยล่ะครับ ต้องพกเงินไปหนาๆกันหน่อย นอกจากนี้ยังมีร้านค้าแบรนด์เนม เครื่องสำอางระดับไฮเอนด์และสินค้าแฟชั่นแบรนด์ชั่นนำต่างๆก็มารวมอยู่ในย่านนี้ด้วยยย แม่น้ำเมกุโระ (Meguro) แม่น้ำเมกุโระ จุดชมดอกซากุระที่โด่งดังที่สุดในโตเกียว เพราะตลอดสองฝั่งทางของแม่น้ำเมกุโระนั้นเต็มไปด้วยต้นซากุระถึง 830 ต้น !!  และชมได้ทั้งในตอนกลางวันและตอนกลางคืน สามารถเดินจากสถานี Naka-Meguro Station ประมาณ 10 นาทีครับ ทะเลสาบคาวากูจิโกะ (Kawaguchiko) ทะเลสาบคาวากูจิโกะ สถานที่เที่ยวรอบๆโตเกียวครับ และเป็นหนึ่งสถานที่ที่คนไปเที่ยวโตเกียวก็จะไม่พลาดที่จะมาเที่ยวที่ทะเลสาบคาวากูจิโกะ ชมวิวแนวธรรมชาติตามจุดต่างๆ ด้วยความที่อยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ จึงเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ชัดมากกกกกกกก แนะนำช่วงซากุระและช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยมากๆ กิจกรรมยอดฮิตของที่นี่คือ ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าชมวิว ล่องเรือในทะเลสาบคาวากูจิโกะ อุทยานแห่งชาติฮาโกเน่ (Hakone) ฮาโกเน่ เมืองในเขตอาชิงาราชิโมะ ประเทศญี่ปุ่น บอกเลยว่าที่นี่เต็มเปี่ยมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ชักชวนให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติต่างเดินทางมาฮาโกเน่เพื่อพักผ่อนตามรีสอร์ทและสปาที่อยู่รอบอุทยาน ไฮไลท์คือ ไปชิมไข่ดำ นั่นเอง อ่านต่อ : กินแหลก..ตัวแตกที่โตเกียว !! 9 ร้านอาหารห้ามพลาด ณ กรุงโตเกียว โอซาก้า "โอซาก้า" แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของการเที่ยวญี่ปุ่นรองจากโตเกียว ที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมายและขึ้นชื่อเรื่องอาหารอย่างทาโกะยากิ โอซาก้าอยู่ทางฝั่งตะวันตกของทางโตเกียว ซึ่งเราสามารถนั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวมาถึงโอซาก้าได้ ใช้เวลาเดินทางแค่ 1 ชั่วโมง เท่านั้น ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) มาเริ่มกันที่จุดไฮไลท์ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะทัวร์หรือเที่ยวเอง นั่นคือ ปราสาทโอซาก้า  นั่นเอง แหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวที่มาชมความสวยงามของปราสาทโอซาก้าแห่งนี้ ปราสาทโอซาก้าได้รับตั้งให้เป็นสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น แถมตั้งอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้า เมื่อถึงช่วงดอกซากุระบานหรือใบไม้เปลี่ยนสี ที่ปราสาทโอซาก้านี้ก็จะมีวิวที่สวยงามตามสีใบไม้ที่เปลี่ยนไปตามฤดู นอกจากนี้ในช่วงกลางคืนก็จะมีจัดไลท์อัพ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมาเยี่ยมชมกันได้ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน Universal Studios Japan คงเป็นไปไม่ได้ว่าคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นโตเกียว-โอซาก้า นั้น จะไม่รู้จักสวนสนุกชื่อดัง อย่าง ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ แจแปน สวนสนุกที่เป็นที่นิยมมากที่สุดเป็นอันสองของญี่ปุ่น(รองจากโตเกียวดิสนีย์แลนด์) ที่นักท่องเที่ยวนั้นหลั่งไหลกันมาเพื่อมาเที่ยวสวนสนุกแห่งนี้ให้ได้สักครั้ง ยิ่งเป็นสาวกแฮร์รี่พอทเตอร์และเหล่าสมุนมินเนี่ยนก็อย่าพลาดที่จะมาเที่ยวยูนิเวอร์แซลแจแปนกันนะครับ ส่วนการเดินทางไป Universal Studios Japan นั้นไม่ยาก ถ้าจากสถานีโอซาก้านั่งรถไฟ Osaka Loop Line ไปลงสถานี NISHIKUJO ก็ถึงเลยครับ ย่านชินเซไค (Shinsekai) ย่านชินเซไค แลนด์มาร์กอีกที่หนึ่งของโอซาก้าสถานที่แห่งการช้อปปิ้ง และยังมีหอคอยซึเทนคาคุ (Tsutenkaku) ที่เป็นสถานที่เที่ยวหนึ่งในสัญลักษณ์ของที่ชินเซไคอีกด้วย นอกจากจะช้อปปิ้งแล้ว เรื่องอาหารก็ไม่แพ้ใครเลยครับ แหล่งรวมร้านกินดื่มสำหรับคนญี่ปุ่นและแถวๆนี้ยังมีร้านขายของที่ระลีกให้เลือกช็อปปิ้งกันอีกหลายร้าน  ใครที่มาเที่ยวญี่ปุ่น โตเกียว-โอซาก้า ก็อย่าลืมแวะมาที่นี่กันน้าา ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) ย่านโดทงโบริ ย่านที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของโอซาก้า ไม่ว่าจะเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร ร้านของฝาก บอกเลยว่าเดินเพลิน ช้อปกระจาย และที่นี่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่น หากมาย่านโดทงโบริแล้วก็อย่าลืมถ่ายรูปที่ระลึกกับป้ายกูลิโกะมาอวดกันด้วยนะครับ    จบแล้วกับทริปญี่ปุ่นโตเกียวโอซาก้า เที่ยวสะดวก อาหารอร่อย ช้อปปิ้งกันเพลินๆ ทัวร์ครับขอคอนเฟิร์มเลยว่าไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ !! และเป็นอีกหลายเหตุผลว่าทำไมคนไทยถึงนิยมไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน.. ถ้ามีโอกาสลองไปเที่ยวญี่ปุ่นกันให้ได้สักครั้งรับรองว่ามีครั้ง 2 3 4 ตามมาแน่นอนนน    อ่านต่อ : 7 ร้านอาหาร โอซาก้า ถูก และ ดี ไปเที่ยวโอซาก้าต้องลอง!  

อ่านเพิ่มเติม
Merry Christmas !!  15 สถานที่เที่ยววันคริสต์มาส คริสต์มาสนี้เที่ยวไหนดีนะ
Merry Christmas !! 15 สถานที่เที่ยววันคริสต์มาส คริสต์มาสนี้เที่ยวไหนดีนะ

04 ธ.ค. 62

1.Lapland (Finland) พิกัด: Lapland คริสต์มาสเที่ยวไหนดี ? ถ้าพูดถึงเทศกาลคริสต์มาสต้องนึกถึงที่นี่เลยกับประเทศฟินแลนด์ ที่ถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนมหัศจรรย์มีความเชื่อกันว่ามี ซานตาคลอส ตัวจริงอาศัยอยู่ที่เมือง Rovaniemi ใน แลปแลนด์ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นแหล่งดึงดูดเหล่านักท่องเที่ยวให้เดินไปพบเขาและยังสามารถช่วยแจกของในเทศกาลคริสต์มาสหรืออาจจะอยากทำให้ความฝันในวัยเยาว์เป็นจริงขึ้นมาก็ได้นั่นก็คือไปขอของขวัญจากคุณลุงซานตาคลอส ที่นี่จะมีผู้คนมากมายต่างเฝ้ารอการมาของซานต้าอยู่หน้าบ้านเป็นจำนวนมากในวันเทศกาล หรืออีกทางเลือกหนึ่งให้ไปที่ เมือง Kuusamo เป็นอีกทางเลือกนึงสำหรับคนที่ไม่ชอบเบียดเสียดผู้คน และต้องการสัมผัสกับความหนาวยะเยือกของหิมะแต่กลับอบอุ่นด้วยเตาผิงอันน้อยในค่ำคืนแห่งความสุข 2. Nuremberg (Germany) พิกัด: Nuremberg ในเทศกาลคริสมาสต์ มีอยู่เมืองนึงที่ถูกขานนามว่าเป็นเมืองคริสมาสต์หมายเลข 1 แห่งประเทศเยอรมนีนั้นคือ นูเรมเบิร์ก ซึ่งทุกปีผู้คนจำนวนมากพากันออกมาจับจ่ายซื้อของ เพื่อเฉลิมฉลอง ไฮไลท์ คือตลาดคริสต์มาส ที่หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นอบเชย เหล้าองุ่น อัลมอนด์คั่ว และไส้กรอกสูตรเฉพาะหรือจะเป็นบ้าน Volfshera ซึ่งจะจัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์ของวันคริสต์มาส โดยแต่ละปีจะนำเสนอเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับเทศกาลเฉลิมฉลองของคริสต์มาส เหมาะสำหรับใครที่ไม่ชอบความพลุกพล่านก็สามารถมาหาความสงบได้ หรือจะเป็นที่ Dresden ก็สวยไม่แพ้กันที่นี่รวมความแตกต่างของตลาดคริสมาสต์ มาเข้าด้วยกันมีทั้งเสียงดนตรีและเสียงการเฉลิมฉลองทำให้รู้สึกเข้าถึงบรรยากาศเทศกาลคริสมาสต์ 3. Vienna (Austria) พิกัด: Vienna เวียนนาเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในยุโรปสำหรับเทศกาลคริสมาสต์ ตั้งอยู่ในประเทศออสเตรเลีย เป็นเมืองที่น่าตื่นตาตื่นใจกับประวัติศาสตร์อันยาวนาน ในจัตุรัสใจกลางกรุงเวียนนาจะกลายเป็นตลาดคริสมาสต์ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่คึกคักและมีกลิ่นอายของความดั้งเดิม เทศกาลคริสมาสต์ในกรุงเวียนนาเปรียบเสมือนเวทมนต์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในหนึ่งปี มีการตกแต่งเต็มไปด้วยต้นเคริสมาสต์ ของขวัญคริสมาสต์ เครื่องดื่ม ขนม  ครัวซอง และยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่ชวนให้เด็กสนุกสนาน หากยังไม่รู้ว่าคริสต์มาสเที่ยวไหนดี ที่เวียนนาเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ควรมาเยือนด้วยตัวเองสักครั้งในชีวิต 4. Rome (Italy) พิกัด: Rome กรุงโรมคงไม่มีใครไม่รู้จักที่ตั้งอยู่ในประเทศอิตาลี ที่มีความโดดเด่นด้านประวิติศาสตร์แต่ยังมีอีกสีสันนึงเป็นสีสันแห่งคริสต์มาสจึงกลายเป็นความสวยงามของนานาต้นไม้ อย่าง ต้นส้ม ไซปรัส และปาล์ม แน่นอนว่าประเทศอิตาลีเป็นประเทศที่คุ้นเคยกับหิมะกันแทบทุกฤดูกาล ทำให้คนกรุงโรมไม่ตื่นเต้นกับหิมะ แต่ครึกครื้นกับสีสันพันธุ์ไม้เพื่อเฉลิมฉลองวันสุดพิเศษในเทศกาลคริสต์มาส ทั่วเมืองจะอบอวลด้วยเทศกาลขนมอันหลากหลาย ต้นคริสต์มาสยักษ์ใจกลางเมืองที่จะมอบให้นครรัฐวาติกันนั้นก็ได้รับของขวัญประดับประดาจากนานาประเทศ ยิ่งทำให้เทศกาลคริสต์มาสในกรุงโรมกลายเป็นปลายทางของเหล่านักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก 5. London (English) พิกัด: London กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายของเหล่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวต้อนรับเทศการลคริสต์มาส เป็นเมืองที่สามารถพบกับซานตาครอสได้ทุกสถานที่ มีการประดับประดาไฟสวยงาม มีต้นคริสต์มาสเกือบทุกสถานที่สำคัญในกรุงลอนดอนไม่ว่าจะเป็น Oxford street, Regent Street, Mayfair, Harrods ซึ่งไฟเริ่มเปิดตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน หรือจะไปเดินชมไฟที่ London eye ลากยาวผ่าน Southbank ไปถึง Tate modern ข้ามไป St. Paul แถวๆ southbank จะมี Chrismas Market ให้ช๊อปปิ้งกัน หรือจะ Covent Garden ก็เป็นทางเลือกนึง และอย่าลืมไปเดินเล่น Winter Wonderland ที่ Hyde Park มีบรรยากาศอากาศเย็นๆ พร้อมดื่ม Mulled wine แล้วไปเล่น ice skating ก็ทำให้คุณรู้สึกเข้าเทศกาลคริสต์มาสกันแบบฟินๆ คริสต์มาสไม่รู้เที่ยวไหนดีลอนดอนก็เป็นอีกที่หนึ่งที่ทัวร์ครับแนะนำ ! 6. ICONSIAM (Thailand) พิกัด: ICONSIAM คริสต์มาส เที่ยวไหนดี กลับมาที่บ้านเรากันบ้างอย่าง ICONSIAM ที่เที่ยวแห่งใหม่ ตั้งอยู่ถนนเจริญนคร กรุงเทพ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทาง ICONSIAM จัดงาน “ICONSIAM Presents Bangkok Illumination 2019” มหัศจรรย์ประดับประดาแสงไฟและขบวนต้นคริสต์มาสเอกลักษณ์ไทยยาวที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมเฉลิมฉลองบรรยากาศแห่งความสุขต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสและต้อนรับปีใหม่ยิ่งใหญ่ตระการตา อีกทั้งด้านในเราจะได้พบกับขบวนต้นคริสต์มาสที่ยาวที่สุด ความยาวกว่า 400 เมตร ตกแต่งประดับไฟสุดตระการตา  แน่นอนว่าอยากได้มุมสวยทางเราแนะนำว่าให้ขึ้นลิฟต์ไปชั้น 3 และ 4 บริเวณร้าน True Branding Shop บอกเลยว่าจากมุมนี้ จะสามารถมองเห็นไฟ และโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างสวยงาม ใครๆ ที่ไม่อยากเดินทางไปยังต่างประเทศ ก็ขอแนะนำ ICONSIAM ก็เป็นอีกทางเลือกนึงที่จะมาเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส ถึงจะไม่ได้มีหิมะเหมือนใครเขา แต่แน่นอนว่าความอลังการเราไม่แพ้ที่ไหนๆ Facebook: https://www.facebook.com/ICONSIAM 7. Granada (Spain) พิกัด: Granada สถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในช่วงคริสต์มาส ของประเทศสเปน คงหนีไม่พ้นเมืองกรานาดา ที่เหล่านักท่องเที่ยวต่างพากันมาสัมผัสความงดงามของหิมะที่ปกคลุมยอดเขา Sierra Nevada ซึ่งสถานที่นี้ถือเป็นสุดยอดของการเล่นสกี นอกจากนี้ยังมีขบวนพาเหรดสุดแฟนตาซี และอีกสถานที่ที่เป็นไฮไลท์ของเมืองกรานาดา คือ พระราชวัง Alhambra ที่มีความงดงามคงความเป็นเอกลักษณ์ของประเทศสเปน ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาเซียรา เนวาดา ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของสกีแล้วล่ะก็เราขอแนะนำเมืองนี้เลย    8. New York (USA) พิกัด: New York ใครๆ ก็คงอยากไป นิวยอร์ค ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ที่เต็มไปด้วยแหล่งช้อปปิ้งที่ไม่มีสิ้นสุดอย่าง Fifth Avenue พร้อมกับบรรยากาศสีสันในช่วงเทศกาลกับต้นคริสต์มาสจำนวนมากภายในเมืองหรือจะเป็นการไปเล่นสกีน้ำแข็ง และสิ่งที่ไม่ควรพลาดอีกอย่างเลยก็คือชมสะพานบรูคลิน พร้อมฟังเพลงประสานเสียงที่ ไทม์แสควร์ และเดินเล่นรอบเมืองที่ประดับประดาด้วยแสงสี สัญลักษณ์แห่งเทศกาลคริสต์มาสกิจกรรมแน่นขนาดนี้แน่นอนว่าคงไม่อยากพลาดเทศกาลคริสต์มาสที่นิวยอร์คกันล่ะสิ 9. Amsterdam (Netherlands) พิกัด: Amsterdam เมืองอัมสเตอร์ดัม ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์รวมแห่งร้านกาแฟชื่อดัง มีความคลาสสิกผสมผสานระหว่างตรอกแคบและคลองอันแปลกตา ทำให้ได้บรรยากาศแบบ City of Angels ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสมีการประดับประดาไฟสว่างไสวทั่วเมือง นักท่องเที่ยวจะได้พบกับ ซานตาคลอสต้นแบบ ซึ่งเป็นนักบุญแห่งฮอลแลนด์ และใครอยากจะขอพรให้สมปราถนา แนะนำให้มุ่งตรงไปที่ พิพิธภัณฑ์ Amstelkring หรือ โบสถ์แห่งความลับ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่าน Red Light 10. Prague (Czech Republic) พิกัด: Prague กรุงปราก คงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ผู้คนนิยมมาในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ว่ากันว่าในช่วงที่อบอุ่นที่สุดของฤดูหนาว ปราก ก็ยังคงมีหิมะตก แน่นอนว่าในยามค่ำคืนแสงของไฟที่ประดับอยู่ผสมผสานเข้ากับหิมะสีขาวให้ความสวยงามและบรรยากาศที่หนาว เหน็บซึ่งทุกแห่งหนจะมีเหล้าองุ่นขายเพื่อคลายอาการสั่น ผู้คนที่นี่นิยมประดับประดาต้นไม้ไว้ในถัง และร่วมกันบริจาคอุปกรณ์ตกแต่งให้กลายเป็น Bethlehem ดินแดนแห่งพระประสูติกาลขององค์พระเยซูคริสต์ 11. Oslo  (Norway) พิกัด: Oslo ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ใครที่ชื่นชอบหิมะคงหนีไม่พ้น ประเทศนอร์เวย์ ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ประเทศที่มีหิมะปกคลุมมากที่สุดในโลกถ้าอยากเห็นกับตาต้องไปสัมผัสและกระโดดสกีที่ Holmenkollen บนเขาออสโลสักครั้ง สามารถเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินไป หรือใครที่ชอบความคลาสสิกสามารถเดินทางด้วยกวางลากเลื่อนเป็นกลิ่นอายแบบคริสต์มาสจ๋าๆ และหวังว่าคงได้เจอกับซานตาครอสระหว่างทาง   12. Edinburgh (Scotland) พิกัด: Edinburgh เมืองเอดินบะระ ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งย้อนยุค แนะนำว่าใครที่ชื่นชอบให้มาฉลองเทศกาลคริสต์มาสที่เมืองเอดินบะระ เพื่อเข้าสู่ยุคกลาง ยุคแห่งประเพณีและวัฒนธรรมการเป่าปี่ ขับขานเพลงคริสต์มาสแบบดั้งเดิม พร้อมเพลิดเพลินกับเทศกาลอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงประสานเสียง โชว์คาบาเร่ต์ ขบวนแห่ยานไวกิ้ง และตระการตากับพลุสุดอลังการ ทำให้เมืองเอดินบะระ เป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก 13. Paris (France) พิกัด: Paris แน่นอนว่าไม่มีทีไหนที่สามารถจะสู้ความเก๋ เลิศ หรู ไปกว่ากรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสได้อีกแล้ว ยิ่งช่วงฤดูหนาวของทุกปีก็จะมีการประดับประดาไฟตามสถานที่สำคัญไม่ว่าจะเป็น หอคอยไอเฟล พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์หรือตามร้านค้าต่างๆ ที่ไม่ควรพลาดเลยคือต้นคริสต์มาสที่มีความสูง 27 เมตร ตั้งอยู่ ลาฟาแยตต์แกลอรี่ ซึ่งเป็นเป็นศูนย์การค้าชื่อดังของกรุงปารีส เอาล่ะได้เวลาสวมโค้ท ใส่บูทสูงแล้วไปสนุกกันแล้ว! 14. Stockholm (Sweden) พิกัด: Stockholm กรุงสตอกโฮลม์ ประเทศสวีเดน ตั้งอยู่แถบสแกนดิเนเวีย เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านวัฒนธรรมพื้นเมืองและวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมไปถึงเทศกาลคริสต์มาส กิจกรรมประจำปีนั่นก็คือช้อปปิ้งตามตลาดคริสต์มาสที่ตกแต่งอย่างพลิ้วไหวไปตามเทศกาล แน่นอนว่าบรรยากาศที่กรุงสตอกโฮลม์ มีความหนาวเหน็บ เมื่อเดินทางมาถึงขอแนะนำให้คุณนั่งจิบไวน์พร้อมขนมรสขิงอันเลื่องชื่อของที่นี่ซะก่อน 15. Tokyo (Japan) พิกัด: Tokyo มาถึงประเทศญี่ปุ่น ที่ขาดไม่ได้เลยคือความโดดเด่นเรื่องการจัดไฟที่สวยงามอย่างมากไม่ว่าจะเป็น Caretta Shiodome ที่จัดมาต่อเนื่องเป็นเวลาสิบกว่าปีแล้ว, ถนน Keyakizaka, Tokyo Disneyland, และอีกหลากสถานที่ทั่วญี่ปุ่น หรือจะเป็น Nabana no Sato Winter Illumination หนึ่งในเทศกาลแสงสีที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีตลาดคริสต์มาส มีกลิ่นอายแบบยุโรป ไม่ว่าจะสถาปัตยกรรมของตัวร้านค้า ประเภทของสินค้าที่วางจำหน่าย รวมถึงศิลปะการตกแต่ง ตลาดคริสมาสต์ที่มีชื่อเสียงมากคือ “Tokyo Christmas Market” จัดขึ้นที่สวน Hibiya Park แน่นอนว่าดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างมากสำหรับเทศกาลคริสต์มาสในประเทศญี่ปุ่น 15 ที่เที่ยวในเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึง เป็นยังไงกันบ้างครับเพื่อนๆ ใครมีแพลนไปไหนกันบ้างแล้วชูมือหน่อย วันหยุดยาวทั้งทีไม่เที่ยวล่ะก็เสียดายแย่ แต่ถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะไปไหนดีมาจดลิสต์จาก Tourkrub ได้เลยเพราะเรามีสถานที่สวยๆ มาแนะนำเพื่อนๆ แน่นอน! ขอให้เทศกาลคริสต์มาสนี้มีความสุขกันทุกคนนะครับ อ่านต่อ  Happy New Year ปีใหม่นี้ เที่ยวประเทศไหนดีนะ ?  เที่ยวญี่ปุ่นปีใหม่ไฉไลกว่าเดิม ! 10 กิจกรรมเที่ยวญี่ปุ่นช่วงปีใหม่

อ่านเพิ่มเติม