ทัวร์อินโดนีเซีย ทัวร์อินโดนีเซีย

พบ 10 แพ็คเกจ
คัดกรอง
ตัวเลือกที่เลือกไว้ ล้างตัวเลือก
ช่วงราคา (บาท)
ช่วงเวลา
เส้นทาง
(8)
(2)
วันหยุด
เดือน
(4)
(8)
(8)
(7)
(7)
(3)
(1)
ดูเพิ่มเติม
จำนวนวันเดินทาง
(3)
(7)
สายการบิน
(3)
(3)
(2)
(2)

ทัวร์อินโดนีเซีย ข้อมูลทั่วไป จุดเด่น

ตั้งอยู่ระหว่างคาบสมุทรอินโดจีนกับทวีปออสเตรเลีย และระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก มีพรมแดนติดกับประเทศมาเลเซียบนเกาะบอร์เนียวหรือกาลีมันตัน อินโดนีเซียประกอบด้วยหมู่เกาะที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาช้านาน แต่ต่อมาต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของเนเธอร์แลนด์ อยู่ประมาณ 301 ปี เที่ยวอินโดนีเซีย หากมีวันหยุด ลาพักร้อนซัก 4-5 วัน ใครอยากออกเดินทาง เสาะแสวงหาประสบการณ์ใหม่ อยากให้มองไปยังแถบเพื่อนบ้านเราอีกหนึ่งประเทศ นั่นก็คือ “ประเทศอินโดนีเซีย” หมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก แบ่งออกเป็น 5 เกาะใหญ่ คือ ชวา สุมาตรา กาลิมันตัน (บนเกาะบอร์เนียว) สุลาเวสี และอิเรียนจายา (ปาปัว) มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มอาเซียน และเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตคงหนีไม่พ้น "บาหลี" ดินแดนที่งดงามทั้งโบราณสถาน สถาปัตยกรรม และชายหาด จึงมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยือนตลอดทั้งปี ดังนั้นการทัวร์อินโดนีเซียจึงเป็นอีก 1 ประเทศ สำหรับคนไทยที่ไม่ควรพลาด

อินโดนีเซีย
ภาพบรรยากาศ อินโดนีเซีย

สถานที่ท่องเที่ยวอินโดนีเซีย

เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องของวัฒนธรรมพื้นเมืองเก่าแก่ สถาปัตยกรรมที่เลื่องลือ ทัวร์จึงอยากแนะนำให้ไปเที่ยวอินโดนีเซีย ชมกับบรรดาสิ่งก่อสร้างที่สวยงาม อาทิเช่น

วัดเบซาห์กี

วัดเบซาห์กี
วัดเบซาห์กี

วัดเบซาห์กี วัดที่มีความสำคัญที่สุดบนเกาะบาหลี คนบาหลียกให้เป็นวัดหลวง (Mother Temple) ที่ใหญ่ที่สุดของบาหลี ยังถือเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเหนือวัดทั้งปวง มีบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล ประกอบด้วยวัดเล็กๆ อีก 23 แห่ง แห่งที่เรียงรายอยู่เป็นขั้นๆ กว่า 7 ขั้นไปตามไหล่เขา มีฉากหลังคือภูเขาไฟกุนุงอากุง ภูเขาไฟที่สูงที่สุดของเกาะบาหลี มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาก โดยทุกๆวันจะมีคนบาหลีเดินทางมาประกอบพิธีทางศาสนา ทำให้เป็นสถานที่ที่สามารถเห็นธรรมเนียมประเพณีและการแต่งกายแบบพื้นเมืองทั้งชายและหญิง รวมทั้งการแบกทูนของบูชาบนศีรษะตามแบบดั้งเดิมด้วย นักท่องเที่ยวหรือทัวร์ต่างๆ มักจะมาเยือนที่นี่เป็นที่แรก เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8.00-17.00 น.

วัดอูรูวาตู

วัดอูรูวาตู
วัดอูรูวาตู

ทัวร์จะพาแตะความสูงบนปลายขรุขระบริเวณหาดอูลูวาตูหน้าผาที่วัดอูรูวาตู วัดหลักเก่าแก่ประจำท้องทะเลที่โดยมีความสูง 70 เมตร ตั้งอยู่บนไหล่เขา ริมหน้าผาทางใต้สุดของเกาะบาหลี โดยมีฉากด้านหลังเป็นแผ่นฟ้าและผืนน้ำแห่งท้องทะเล การเดินทางจะต้องค่อยๆ ไต่ขึ้นไปตามหน้าผา และก่อนเข้าไปในบริเวณลานวัดจะต้องเดินผ่านซุ้มประตูแยก หรือที่เรียกว่า จันทิเบนตาร์ ถือเป็นลักษณะเฉพาะของศิลปะบาหลี ซึ่งจะประกอบไปด้วยเรือนธาตุและยอดปราสาทผ่าครึ่ง สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันอันตรายจากสิ่งชั่วร้ายตามความเชื่อของชาวบาหลี เมื่อเดินผ่านซุ้มประตูเข้ามาด้านในจะพบกับลานวัด โดยรอบจะมีเทวลัยซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมอาคารทรงเมรุรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส แต่ไฮไลท์สำคัญในการเที่ยวชมวัดอูลูวาตูไม่ใช่สถาปัตยกรรมภายในวัด แต่กลับเป็นจุดชมวิวที่อยู่ตรงปรายยอดสุดของหน้าผาที่ยื่นออกสู่ทะเลซึ่งอยู่ด้านในสุดของวัด จากจุดนี้สามารถชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในหาดอูลาวาตู หากนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพก็จะได้ภาพพระอาทิตย์ตกในแบบพาโนรามามุมสูงที่กว้างไกลสุดสายตาเลยทีเดียว ฟินสุดๆ

วัดทานาล็อต

วัดทานาล็อต
วัดทานาล็อต

ยังอยู่กันบนความสูงกับ วัดทานาล็อต วัดบนโขดหินริมมหาสมุทรอินเดีย และหน้าผามหัศจรรย์จุดชมวิวที่งดงามเป็นวิหารที่สร้างในศตวรรษที่ 16 โดยนักบุญนิธาราที่บำเพ็ญศีลภาวนาและศักดิ์สิทธิ์มากเป็นที่นับถือของชาวบาหลี และเชื่อกันว่ามีงูเทพเจ้าคอยปกปักรักษาอยู่ภายใต้วิหารแห่งนี้ ลักษณะการสร้างวัดอยู่บนโขดหินคล้ายเกาะเล็กๆเวลาน้ำขึ้นจะดูเหมือนอยู่กลางทะเล เป็นวัดริมทะเล 1 ใน 5 แห่งของเกาะบาหลีที่มีภูมิทัศน์สวยงามกว่าแห่งอื่นๆ เป็นสถานที่ถ่ายทำละครดังหลายเรื่อง นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามและแบบการสร้างอันแปลกๆของวิหารศักดิ์สิทธิ์นี้ได้อย่างตึงตา

บ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ วัดเทมภัคสิริงค์

 วัดเทมภัคสิริงค์
วัดเทมภัคสิริงค์

ชมวิวมุมสูงกันไปแล้ว ทัวร์พาแวะชมบ่อน้ำพุศักสิทธิ์ ณ วัดเทมภัคสิริงค์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 เป็นวิหารศักดิ์สิทธ์สมัยโบราณใช้ประกอบพิธีทางศาสนาในราชวงศ์กษัตริย์เท่านั้น ภายในวัดมีบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ใสสะอาดที่ผุดขึ้นจากใต้ดินเป็นพันปี โดยไม่มีวันหมด ชมศิวลึงค์ แท่นบูชาเทพที่ศักดิ์สิทธิ์ และทำเนียบประธานาธิบดีบนเนินเขา ด้านหน้าปากถ้ำเป็นสระศักดิ์สิทธิ์ มีน้ำไหลพุ่งจากปากปล่องแกะสลักเป็นรูปอิสตรี 6 นาง

วัดอูลันดานูบราตัน

วัดอูลันดานูบราตัน
วัดอูลันดานูบราตัน

อีกหนึ่งโบราณสถานที่ทัวร์อยากนำเสนอคือ วัดอูลันดานูบราตัน ตัวเลือกที่น่าสนใจแห่งนี้ตั้งอยู่ในทะเลสาบที่ถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขาน้อยใหญ่ กลางน้ำริมทะเลสาบบราตัน มีภูเขาไฟสูงทะมึน บางช่วงถูกคั่นด้วยปุยเมฆสีขาวลอยละอยู่ปรายยอด มองดูคล้ายภาพในความฝันมากกว่าจะเป็นจริง วัดนี้สร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้ทำพิธีทางศาสนาพุทธและฮินดู มีลักษณะเด่นตรงศาลาซึ่งมีหลังคาทรงสูงที่เรียกว่าเมรุ มุงด้วยฟางซ้อนกันถึง 11 ชั้น สวยงามมากมักปรากฏอยู่ในภาพถ่ายโฆษณาการท่องเที่ยวของบาหลีเสมอ มีอากาศเย็นสบาย ภายในสวนปลูกดอกไม้นานาพรรณ มีประติมากรรมปูนปั้นรูปทรงต่างๆไว้ให้ถ่ายรูป บางจุดมีกรงสัตว์ป่าจริงๆ นอกจากนั้นยังมีเรือเป็ดไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ปั่นชมวิวไปรอบๆ ทะเลสาบบราตันด้วย เสียค่าเข้าชมคนละ 3,000 รูเปียห์เท่านั้น

นาข้าวขั้นบันได

นาข้าวขั้นบันได
นาข้าวขั้นบันได

ไม่ไกลกันนั้น นักท่องเที่ยว สามารถชมฉากหลังของทะเลสาบบราตันเป็นนาข้าวขั้นบันไดที่ค่อย ๆ ลาดต่ำลง บนพื้นที่กว่า 6 ตารางกิโลเมตร อากาศชื้นและเย็น มองเห็นเนินเขาซ้อนกัน เป็นจุดชมวิวที่สวยแห่งหนึ่งของบาหลี เป็นวิวกว้างมองออกไปได้ไกลถึงภูเขาบาตูร์ (Batur) การปลูกข้าวบนเขาที่ไม่เสมอกัน จะต้องทำแปลงเป็นขั้นๆ วางระบบชลประทานเพื่อให้น้ำทั่วถึงทุกแปลง ชาวบาหลีจะเก่งเรื่องการชลประทานมาก

กิจกรรมสุดฮิต เที่ยวอินโดนีเซีย

เที่ยวอินโดนีเซีย หากตัดสินใจไปทัวร์อินโดนีเซียแล้ว กิจกรรมที่ทุกคนจะต้องทำ ย้ำ! ว่าต้องทำ ก็คือ เดินไต่หน้าผาสูง ขึ้นไปบน วิหารทานาห์ล็อต เพื่อชมพระอาทิตย์ตกดิน วิวหลักล้านพันล้าน อยากจะสวีทกับคนรู้ใจหรืออยากจะแชะภาพงามๆกับเดอะแก๊งแค่ไหน บอกคำเดียวว่าติดตาตึงใจไม่รู้ลืมแน่นอน หรือใครอยากเสริมความเป็นสิริมงคล ต้องไป อาบน้ำที่บ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ วัดเทมภัคสิริงค์ โดยด้านหน้าปากถ้ำเป็นสระศักดิ์สิทธิ์ มีน้ำไหลพุ่งจากปากปล่องแกะสลักเป็นรูปอิสตรี 6 นาง ชาวบาหลีเชื่อกันว่า ถ้าใครอยากมีลูก ลองมาดื่มหรืออาบน้ำที่นี่ จะมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง เรียกว่าตั้งทีมฟุตบอลกันได้เลยแหละ

สภาพอากาศ การมาเที่ยวอินโดนีเซีย

เที่ยวอินโดนีเซีย ประเทศอินโดนีเซีย มีสภาพอากาศแบบเขตร้อนชื้นตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30 องศาเซลเซียส และมีเพียง 2 ฤดูกาล คือ ฤดูแล้งและฤดูมรสุม ฤดูแล้งเริ่มตั้งแต่ เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม มีอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 23-31โดย โดยมีเดือนกรกฎาเป็นเดือนที่มีอากาศเย็นที่สุดในช่วงปี ส่วนฤดูมรสุมเริ่มตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน และจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 26-35 ซึ่งเดือนมกราคม เป็นเดือนที่มีปริมาณน้ำฝนสูงที่สุดของปี สภาพอากาศมีความชื้นราว 75 % ตลอดปี

ของฝาก

เที่ยวอินโดนีเซีย ของฝากที่นี่ก็คงหนีไม่พ้นกาแฟไฮโซราคาแพงถิ่นกำเนิด ณ อินโดนีเซีย ที่หลายคนอาจเคยได้ยิน “กาแฟขี้ชะมด” ที่เกิดจากการนำเม็ดกาแฟไปให้ตัวชะมดกินแล้วขี้ออกมา แล้วค่อยนำเม็ดกาแฟไปทำความสะอาดแล้วคั่วต่อ ผลคือกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์จากกรดในท้องของตัวชะมด ซึ่งราคาในปัจจุบันนี้ตกอยู่ที่แก้วละประมาณ 500-1,000 บาท เหตุผลที่ราคาแพงขนาดนี้ ก็เพราะว่ากระบวนการผลิตนั้นซับซ้อนและต้องพิถีพิถันเป็นอย่างมาก ไหนๆ ไปเยือนถิ่นกำเนิดทั้งที ลองชิมกันซักแก้วก็คงไม่หมดตัวหรอก

เทศกาล

เทศกาลในบาหลี อินโดนีเซียส่วนใหญ่นั้นจะเกี่ยวข้องกับความเชื่อเเละเทพเจ้าในศาสนาฮินดู ทำให้มีความสวยงามเเปลกตาเเละมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก รวมทั้งมีผสมความพิศวงเข้าไป ทำให้กลายเป็นมนต์เสน่ห์ที่น่าชมเป็นอย่างยิ่ง เเละมีนักท่องเที่ยวไม่น้อยที่ประทับใจกับเทศกาลต่างๆ ในบาหลี อย่างเช่น เทศกาลบาหลี สปิริต เฟสติวัล เป็นงานเทศกาลที่จัดขึ้นทุกวันที่ 19-23 มีนาคมของทุกปี โดยภายในงานจะมีการเฉลิมฉลองทั้งการร้องรำทำเพลง เเละการเต้นรำ ในสไตล์อินโดนีเซียที่มีความเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก เเถมยังมีการนั่งสมาธิเเละมีการเข้าบำบัดเเบบถือศีลด้วย พร้อมทั้งขบวนเเห่ที่ตระการตา ซึ่งถ้าใครได้ไปทัวร์ช่วงนี้ อย่าพลาดชมเชียว ไม่อย่างนั้นจะถือว่ามาไม่ถึงบาหลีนะ

อาหาร

เที่ยวอินโดนีเซีย อาหารพื้นเมืองที่มีถิ่นกำเนิดอย่าง ไก่สะเต๊ะ หมูสะเต๊ะ แกะหรือแพะสะเต๊ะ ที่คนไทยอย่างเราเคยกินอยู่บ่อยๆ ตามร้านอาหารในเมืองไทย แต่จะให้ถึงเครื่องอย่างแท้จริงต้องมาลองให้ถึงต้นตำรับ ซึ่งเสียบด้วยไม้เสียบที่ทำจากไม้ไผ่ แล้วนำไปย่างบนเตาฟืนหรือเตาถ่าน เสิร์ฟพร้อมเครื่องปรุงรส ที่มีรสจัด อร่อยเด็ด หรือจะเป็น ข้าวยำไก่ ที่เราเคยทานกันบ่อยๆ ในเคเอฟซี ก็มีต้นกำเนิดดั้งเดิมมาจากอินโดนีเซียเหมือนกัน โดยจะนำเนื้อไก่ ข้าวร้อนๆ มาคลุกเคล้ากับเครื่องเทศที่ปรุงรสได้เข้าที่ เสิร์ฟพร้อมผักสดพื้นบ้าน ปิดท้ายด้วย น้ำวุ้นเขียว หรือ วุ้นสวรรค์ เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “NATA de coco” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกระบวนการหมักน้ำมะพร้าว ให้ได้ทานเป็นของหวานล้างปากกัน

ติดต่อสอบถาม

เวลาทำการ จ.-ส. เวลา 09.00-18.00 น.