
เป็นจุดศูนย์กลางทางการบินในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถเชื่อมโยงการคมนาคมทางอากาศไปยังจุดต่างๆ ของโลกได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการบินภายในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน หรือระหว่างทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา ทวีปออสเตรเลีย ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดแวะลงและเชื่อมต่อในการเดินทางของผู้โดยสารตลอดจนพัสดุไปรษณียภัณฑ์ไปยังจุดอื่นๆ ได้อย่างดี

ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่บริเวณอ่าวกามรัญ เป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่ให้บริการเมืองญาจาง ซึ่งตั้งอยู่ห่างไปทางเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร

ได้รับสมญานามว่า “หยกเขียวแห่งประเทศเวียดนาม” เป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเล อยู่ในจังหวัดคั้ญฮหว่า ประเทศเวียดนาม เป็นเมืองในเมืองท่องเที่ยวริมทะเลอันลือชื่อ มีชายหาดและทะเลที่เหมาะแก่การดำน้ำ

ที่นี่เป็นวัดในเมืองญาจาง เป็นหนึ่งในสองสถานที่สำคัญทางศาสนาของเมือง ตั้งอยู่ที่เชิงเขาห่างจากสถานีรถไฟของเมืองประมาณ 400 เมตร ถูกสร้างขึ้นในปี 1886 ที่นี่มีความซับซ้อนอันน่าทึ่งของห้องโถงอาคารและสวน อยู่ติดกับเจดีย์อีกตัวหนึ่งที่ชื่อว่า Hai Duc ซึ่งเป็นที่ตั้งของรูปปั้นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่มีความสูง 24 เมตร ซึ่งรูปปั้นนี้สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล

วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 8 ถึง 11 โดยชาวจามผู้เคยครองที่ราบทางตอนกลางของเวียดนาม ชาวจามซึ่งเป็นชาวฮินดูมีต้นกำเนิดมาจากภาษาสันสกฤต พวกเขามีชื่อเสียงในด้านทักษะในการประติมากรรมและสถาปัตยกรรม และทิ้งมรดกของสิ่งประดิษฐ์และการตั้งถิ่นฐานอย่างปราสาทโพนครนี้ไว้

ที่นี่เป็นสวนสนุกขนาดใหญ่และครบวงจรแห่งใหม่ของประเทศเวียดนาม มีพื้นที่รวมกว่า 50,000 ตารางเมตร มีระบบภูเขาเทียมขนาด 30,000 ตารางเมตรพร้อมกับสวนน้ำที่ทันสมัย ที่นี่แบ่งออกเป็น 4 โซนใหญ่ๆ ทั้งสวนน้ำ ที่มีชายหาดจำลอง สวนสนุกกลางแจ้งที่มีเครื่องเล่นอันหวาดเสียว ทั้งยังมีสวนสนุกในร่มและโซนเกมส์ที่สนุกได้ไม่แพ้กัน

เป็นตลาดพื้นเมืองของเมืองญาจาง ให้ท่านได้เพลิดเพลินดื่มด่ำช้อปปิ้ง ทามกลางบรรยากาศของเมือง

เป็นเมืองหลวงของจังหวัดเลียนเคือง ตั้งอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,500 เมตร บนที่ราบสูงลางเบียน ดาลัดเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดตลอดกาลของเวียดนาม ชื่อเมืองนั้นแปลว่าเมืองแห่งสนพันต้น และยังถูกเรียกว่าเมืองที่แห่งใบไม้ผลิ ซึ่งมาจากอากาศที่เย็นสบายกำลังดีตลอดทั้งปี

เป็นกระเช้าไฟฟ้าเคเบิลคาร์บนเทือกเขาโรบินฮิลล์ บนกระเช้านักท่องเที่ยวจะได้ชมวิวเมืองดาลัดจากที่สูง และยังสามารถนั่งไปยังวัดตั๊กลัม ซึ่งเป็นวัดพุทธในนิกาย ZEN แบบญี่ปุ่นได้

วัดตั๊กลัมวัดพุทธในนิกายเซนแบบญี่ปุ่น ตั้งอยู่บนเทือกเขาเฟืองฮว่าง ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างที่สวยงาม สะอาด เป็นระเบียบ ทัศนียภาพโดยรอบล้อมรอบไปด้วยดอกไม้ที่ผลิดอกบานสะพรั่ง นับได้ว่าเป็นหนึ่งในวัดที่นิยมและงดงามที่สุดในเมืองดาลัด

เป็นหนึ่งในพระราชวังของจักรพรรดิ์เบ่าได๋ที่ยังดำรงไว้อยู่ ซึ่งพระองค์ทรงสร้างพระราชวังนี้เอาไว้ใช้เป็นหนึ่งในสถานที่พักผ่อนตั้งแต่ช่วง พ.ศ.2493 ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้

ที่นี่ถูกสร้างขึ้นมาโดยสถาปนิคชาวเวียดนามโดนคิดว่าจะออกแบบแนว "เทพนิยาย" โดยที่ตัวตึกหน้าตาออกมาเหมือนต้นไม้ และด้วยการออกแบบและตกแต่งภายในที่แปลกประหลาด ทำให้ขึ้นชื่อเรื่องความเพี๊ยน

เป็นสวนดอกไม้ที่มีดอกไฮเดรนเยียร์สีสันสวยสดใสเบ่งบานสะพรั่งไปทั่วสวน และเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองดาลัดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองแห่งนี้ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเก็บภาพความสวยงามนี่ไว้เป็นที่ระลึกอย่างเต็มอิ่ม

ไนท์มาเก็ตที่เมืองดาลัดเขาจะมีถนนคนเดินที่อยู่ริมถนนเส้นล่างด้านหน้าตลาดดาลัด มีร้านเสื้อผ้า ร้านขายอาหารมากมายริมถนน มีจักรยานให้เช่าปั่นเล่น มีศิลปินมารับวาดรูปเหมือน เขียนหนังสือภาษาเวียดนาม และอื่นๆ มากมายให้นักท่องเที่ยวเดินชมกันได้ตามอัธยาศัย

เป็นเมืองตากอากาศชั้นดีของประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลของจังหวัดบิ่ญถ่วน ในภูมิภาคภาคกลางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองโฮจิมินห์ ประมาณ 230 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องของชายหาดที่เงียบสงบ และทะเลทรายอันกว้างใหญ่

ทะเลทรายแดง มีขนาดกว้างใหญ่ทอดตัวยาวตั้งแต่ริมฝั่งทะเลเข้าไปในตัวแผ่นดิน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 50 เฮกเตอร์ เวลาที่เหมาะสมในการเที่ยวชมคือช่วงเช้า หรือช่วงหลังจาก 15.00 น. เป็นต้นไป เพราะกระแสลมไม่แรงและแดดไม่ร้อนมากจนเกินไป

ทะเลทรายขาว เป็นทะเลทรายสีขาวอันกว้างใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของเมืองมุยเน่ ห่างไปประมาณ 20 กิโลเมตร มีทะเลสาบที่สวยงามขนาบข้างของเนินทราย เรียกว่า "ทะเลสาบ Bau Trang" ซึ่งครอบคลุมเนื้อที่มากถึง 70 เฮกเตอร์ กว้างประมาณ 500 เมตร และลึกประมาณ 19 เมตร ในทะเลทรายมีทะเลสาบเล็กๆ อยู่ตรงกลาง ภายในทะเลสาบเต็มไปด้วยดอกบัวสีสันสดใส
%2C%20Mui%20Ne%2C%20Vietnam%20(1).jpg)
เป็นธารน้ำสีแดงธรรมชาติที่เป็นจุดท่องเที่ยวแลนมาร์คหนึ่งเมื่อได้มาเยือนมุยเน่ ที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นความงดงามของผืนน้ำตื้นอันสดชื่น ชั้นดินที่สูงลดลั่นกัน สลับกับสีสันของดินทรายที่สวยงาม

เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม และเล่นบทสำคัญในสงครามเวียดนาม ได้ผ่านการเปลี่ยนชื่อมาหลายครั้ง แต่ชื่อที่คนจดจำก็คือเมืองไซง่อน เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง โฮจิมินห์เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเวียดนาม จากประชากรร้อยละ 7.5 ของประเทศ แต่มีจีดีพีถึงร้อยละ 20.2 และการลงทุนจากต่างประเทศมากถึงร้อยละ 34.9 ของทั้งประเทศ
.jpg)
เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในไชน่าทาวน์ของโฮจิมินห์ สร้างขึ้นต้นศตวรรษที่ 19 โดยชุมชนชาวจีนกวางตุ้งในเมือง เป็นวัดสไตล์จีนของเทพธิดาแห่งท้องทะเลชื่อ Mazu ซึ่งเป็นเทพีที่คอยปกป้องรักษา ชาวประมงให้ปลอดภัยในการออกเดินทางในทะเล เป็นที่นับถือของชาวประมงเป็นอย่างมาก
.jpg)
เป็นตลาดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ซึ่งเมื่อก่อนเป็นแค่เพียงพ่อค้าข้างถนนที่ยืนร่วมกันใกล้ๆ กับแม่น้ำไซง่อน ที่นี่เป็นตลาดหลักของเมืองโฮจิมินห์ ซึ่งถูกเปลี่ยนสถานที่ตั้งมาอยู่จุดล่าสุด และถูกตั้งชื่อว่า "ตลาดเบนถัน"

มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าท่าอากาศยานเตินเซินเญิ้ต (Tan Son Nhat) ที่นี่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อต้นทศวรรษที่ 1930 (พ.ศ. 2473-2482) โดยรัฐบาลภายใต้อาณัติของฝรั่งเศสได้สร้างท่าอากาศยานขนาดเล็กขึ้นในหมู่บ้านเตินเซินเญิ้ต จึงเป็นที่รู้จักในชื่อนี้ ท่าอากาศยานโฮจิมินห์ถือเป็นหนึ่งในประตูเข้าออกระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศเวียดนาม

เป็นจุดศูนย์กลางทางการบินในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถเชื่อมโยงการคมนาคมทางอากาศไปยังจุดต่างๆ ของโลกได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการบินภายในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน หรือระหว่างทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา ทวีปออสเตรเลีย ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดแวะลงและเชื่อมต่อในการเดินทางของผู้โดยสารตลอดจนพัสดุไปรษณียภัณฑ์ไปยังจุดอื่นๆ ได้อย่างดี