
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการเมืองซีอาน มณฑลส่านซี สาธารณรัฐประชาชนจีน มีพื้นที่รวมประมาณ 5 ตารางกิโลเมตร ที่นี่ถือเป็นท่าอากาศยานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ท่าอากาศยานแห่งนี้สามารถเชื่อมต่อไปยัง 79 เมือง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เป็นพิพิธภัณฑ์ใหม่ที่รวบรวมโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบจาก สุสานโบราณและของเก่าจากพื้นที่ต่างๆ รอบฉางอานนับแสนชิ้น

เป็นเจดีย์ที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองซีอานไปทางตอนใต้ราว 2 กิโลเมตร โดดเด่นด้วยเจดีย์สูง 13 ชั้น เดิมมี 15 ชั้น แต่ยอดเจดีย์หักพังจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และยังคงร่องรอยนั้นไว้อยู่ มีลักษณะการออกแบบคล้ายๆ กับเจดีย์ห่านป่าใหญ่ในเมืองเดียวกัน

เป็นถนนสายเก่าแก่ที่ว่่ากันว่ามีมาตั้งแต่ปี 1368 เป็นถนนขายภาพวาด ของที่ระลึก กาน้ำชา ตราประทับ พู่กัน และของโบราณต่างๆ ให้ท่านได้ชมบรรยากาศและเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

ชาวจีนเรียกสุสานแห่งกองทัพของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ว่า “ฉินหย่ง” บ้างเรียก “ปิงหม่าหย่ง” โดยปิง หมายถึง ทหาร , หม่า หมายถึง ม้า , หย่ง หมายถึง หุ่น ซึ่งสุสานกองทัพมีทั้งหมด 3 หลุม ซึ่งชาวนาขุดพบโดยบังเอิญ ในปี ค.ศ. 1974 โดยชาวนาในหมู่บ้านซีหยาง ในขณะที่ขุดดินเพื่อทำบ่อน้ำ บริเวณเชิงเขาหลีซาน ห่างจากตัวเมืองซีอาน ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 35 กม. โดยในระหว่างที่ขุดนั้น ก็บังเอิญพบกับซากของทหารดินเผา ที่ทราบภายหลังว่ามีอายุมากกว่า 2,000 ปี ปัจจุบันรัฐบาลจีนขุดค้นพบวัตถุโบราณที่เป็นกองทัพทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้าและม้าศึก จำนวนทั้งสิ้นกว่า 7,400 ชิ้น

วัดนี้มีอีกชื่อว่าวัดซือฟ๋อ เป็นวัดโบราณของเมืองซีอาน ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง เป็นวัดที่มีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรมและสถาปัตยกรรมโบราณสถาน ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดของพุทธศาสนาลึกลับซึ่งเป็นหนึ่งในแปดของนิกายทางพุทธศาสนาญี่ปุ่น ช่วงเดือนมีนาคมถ้าโชคดีจะได้ชมความงามของดอกซากุระที่เปล่งบานภายในบริเวณวัดแห่งนี้อีกด้วย

วัด Daxingshan สร้างขึ้นในต้นราชวงศ์จินเมื่อกว่า 1,600 ปีที่แล้ว เป็นหนึ่งในวัดทางพุทธศาสนาที่มีอยู่ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานในซีอาน ในสมัยราชวงศ์ซุยและราชวงศ์ถัง พระภิกษุจากอินเดียเดินทางมาที่ฉางอันเพื่อศึกษาและแปลพระคัมภีร์ในวัด ดังนั้นจึงกลายเป็น 1 ใน 3 แหล่งแปลพระคัมภีร์ทางพุทธศาสนาที่สำคัญในฉางอานในขณะนั้น วัดต้าซิงซานไม่ได้เป็นเพียงวัดพุทธที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน แต่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย ในซีอาน เมืองหลวงเก่าที่เจริญรุ่งเรืองและอึกทึกครึกโครม วัดต้าซิงซานเต็มไปด้วยต้นไซเปรสโบราณ บดบังท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ ทำให้ผู้คนมีความสง่างามและเคร่งขรึมอย่างไม่มีขอบเขต ปัจจุบัน อาคารที่มีอยู่ทั้งหมดมาจากสมัยราชวงศ์หมิง และซากปรักหักพังของห้องโถง Zhuanlunzang Sutra จากสมัยราชวงศ์ถังยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้ โดยสูงจากระดับพื้นดิน 1 เมตร และมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กน้อย อาคารวัดที่มีอยู่ของวัดต้าซิงซานนั้นจัดเรียงเป็นเส้นตรงบนแกนกลางตามแนวทิศใต้และทิศเหนือ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีค่าสำหรับการศึกษาวัดต้าซิงซาน ห้องโถงด้านหลังมีพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ของราชวงศ์ถังและรูปปั้นราชวงศ์ซ่ง ที่มีรูปร่างแตกต่างกันของพระธรรมศาลา

เป็นเจดีย์แห่งวัดฉือเอิน สร้างเสร็จในปี 652 โดยถังเกาจง (หลี่จื้อ) ฮ่องเต้องค์ที่สาม แห่งราชวงศ์ถัง และ ได้นิมนต์พระภิกษุสวนจั้ง หรือรู้จักในนามพระถังซัมจั๋ง พระเถระที่มีชื่อเสียงที่สุดในสมัยถัง ซึ่งใช้เวลากว่า 15 ปี จาริกไปถึงอินเดียและได้นำพระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา กลับมาเผยแผ่ ในแผ่นดินจีนให้มาอยู่ที่วัดฉือเอินแห่งนี้ พระถังซัมจั๋งได้ใช้เวลาออกแบบและร่วมสร้างเจดีย์ห่านป่าใหญ่ในวัดฉือเอินเพื่อใช้ในการเก็บรักษาพระไตรปิฎก ที่ท่านได้นำมาจากอินเดียและแปลเป็นภาษาจีนนับจำนวนกว่าพันเล่ม

เป็นกำแพงเมืองโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง มีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี และได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี มีแนวกำแพงจากทิศเหนือถึงทิศใต้ยาว 2.8 กิโลเมตร ทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกยาว 4.2 กิโลเมตร ความยาวโดยรอบ 14 กิโลเมตร สูง 12 เมตร มีประตูเข้าออกทั้งสี่ด้านรวม 13 ประตู

ถนนคนเดินวัฒนธรรมสมัยราชวงศ์ถัง ต้าถัง ถนนราชวงศ์ถัง ถนนคนเดินวัฒนธรรมราชวงศ์ถัง ราชวงศ์ถัง ถนนคนเดินวัฒนธรรมถัง

วัดลามะกว่างเหริน เป็นวัดลามะแห่งเดียวในนครซีอาน เป็นศาสนสถานของพุทธศาสนานิกายวัชรยาน ซึ่งเป็นนิกายที่ผสมผสานระหว่างนิกายมหายานจากประเทศจีนและนิกายตันตระจากประเทศอินเดีย วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ 1705 ครั้งฮ่องเต้คังซี ในเสด็จเยือนนครซีอานเห็นว่าการสร้างวัดนี้จะเป็นการสะดวกพักระหว่างทางสำหรับลามะผู้ใหญ่จากทิเบตที่ต้องเดินทางผ่านส่านซีเข้าสู่วังหลวงปักกิ่งเพื่อเข้าเฝ้า ในปัจจุบันวัดแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในวัดลามะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีน

เดิมเป็นที่ตั้งของวัดเฉิงหวังเมี่ยว เป็นหนึ่งในย่านช้อปปิ้งที่สำคัญของเซี่ยงไฮ้ อาคารบ้านเรือนบริเวณนี้เป็นสถาปัตยกรรมโบราณสมัยราชวงศ์หมิงและชิง มีสีสันร้านค้าต่างๆ ที่ตกแต่งสไตล์สถาปัตยกรรมแบบโบราณจีน ทั้งร้านขายอาหาร ร้านขนมพื้นเมือง ร้านกาแฟดัง ของที่ระลึกต่างๆ มากมาย ถือเป็นตลาดนัดขนาดใหญ่สำหรับช้อปปิ้งของฝาก นักท่องเที่ยวจะยังได้อิ่มเอมกับบรรยากาศความสวยงามอีกด้วย

ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซีอาน สร้างจากอิฐและไม้ เป็นอาคารหลังคาสามชั้น มีความสูงทั้งหมด 36 เมตร หอระฆังแห่งนี้เริ่มสร้างเมื่อปีที่ 17 สมัยจักรพรรดิหงอู่แห่งราชวงศ์หมิง(ค.ศ.1384) เป็นรูปแบบศิลปะสถาปัตยกรรมที่เด่นชัดของราชวงศ์หมิง เป็นหอระฆังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและรักษาไว้สมบูรณ์แบบที่สุดของจีนโบราณที่สืบทอดจนถึงปัจจุบัน

จัตุรัสหอกลอง เป็นหนึ่งในจัตุรัสที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซีอาน บนถนนซีต้าเจีย เป็นสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์หมิง ต่อมาในสมัยราชวงศ์ชิงได้ทำการบูรณะขึ้นมาใหม่สองครั้ง โดยรักษารูปแบบเดิมไว้ โครงสร้างหลังคาเป็นไม้ 3 ชั้น ฐานอิฐสูง 77 เมตร กว้าง 52.6 เมตร ยาว 38 เมตร ประตูด้านเหนือและใต้สูงและกว้าง 6 เมตร ชั้นล่างก่อเป็นผนังอิฐและประตูทางเข้าชั้นที่สองและชั้นที่สามเป็นเครื่องใม้หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบ สร้างขึ้นในปีที่ 17 แห่งการครองราชย์ของพระจักรพรรดิหงหวู่ (จูหยวนจาง) ซึ่งเป็นพระจักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์หมิง

เป็นถนนคนเดินอิสลามที่เป็นแหล่งรวมของอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อหลากชนิด รวมถึงร้านขายของที่ระลึกและร้านขายผลไม้แห้ง เช่น พุทธา อินทผาลัม ลูกพลับ กีวี่ วอลนัทและถั่วต่างๆ ก็มีให้ท่านได้เลือกซื้อมากมายหลายร้าน ท่านใดที่เป็นนักชิมรับรองว่า อาหารพื้นเมืองหลากหลายชนิดในตลาดมุสลิมแห่งนี้ไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน

เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการเมืองซีอาน มณฑลส่านซี สาธารณรัฐประชาชนจีน มีพื้นที่รวมประมาณ 5 ตารางกิโลเมตร ที่นี่ถือเป็นท่าอากาศยานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ท่าอากาศยานแห่งนี้สามารถเชื่อมต่อไปยัง 79 เมือง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย