
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ในเขต Yubei ของเมืองฉงชิ่ง โดยอยู่ขึ้นไปทางเหนือประมาณ 19 กิโลเมตรจากตัวเมืองฉงชิ่ง ที่นี่เป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญสำหรับสายการบินในจีนตะวันตกที่รวมถึง China Express Airlines, China Southern Airlines, Sichuan Airlines และอื่นๆ

เป็นกระเช้าพาข้ามแม่น้ำแยงซีเกียงซึ่งเปิดให้บริการครั้งแรกในปี 1987 เชื่อมต่อระหว่างฝั่ง Yuzhong และฝั่ง Nan'an มีระยะทาง 1,166 เมตร บนกระเช้านักท่องเที่ยวก็เพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ที่สวยงามระหว่างข้ามแม่น้ำแยงซี โดยเฉพาะตอนค่ำคืนที่จะได้เห็นสะพานที่ตกแต่งด้วยแสงไฟ กับวิวเมืองที่ดูมีชีวิตชีวากับแสงนีออนยามค่ำ

แหล่งประวัติศาสตร์กลางใจเมืองฉงชิ่ง ที่ได้รับการบูรณะอย่างงดงามให้คงกลิ่นอายของอดีตผสมผสานกับความร่วมสมัยชื่อ "สือป้าตี้" แปลว่า "18 ขั้นบันได" มาจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาและบันไดหินทอดยาวลดหลั่นกันไปตามไหล่เขา ถนนสายนี้เป็นย่านเก่าแก่ที่เคยเป็นทางสัญจรหลักของผู้คนในอดีต เชื่อมต่อย่านชุมชนต่าง ๆ จนถึงศิลปะสตรีทอาร์ตและงานฝีมือพื้นบ้านมากมาย เรียกได้ว่าเป็น แหล่งรวมวัฒนธรรมเก่าของฉงชิ่
.jpg)

เป็นย่านประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจย่านหนึ่งในเมืองฉงชิ่ง ปัจจุบันมีโรงแรม ร้านอาหาร และร้านค้าตั้งอยู่รวมกันหลายๆ

เป็นอำเภอเล็กๆ ที่อยู่ท่ามกลางภูเขา 5 ลูก คือ ภูเขาเป่ยซัน ภูเขาเป๋าติ่งซัน ภูเขาหนันซัน ภูเขาสือจ้วนซัน และภูเขาสือเหมินซัน เป็นเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวด้วยผืนป่าและอากาศเย็นสบายตลอดปี

หน้าผาหินแกะสลักต้าจู๋ ตั้งอยู่ที่อำเภอต้าจู๋ ห่างจากนครฉงชิ่งออกไปทางทิศตะวันตกประมาณ 80 กิโลเมตร การแกะสลักหน้าผา เริ่มกันประมาณปีค.ศ.650 หรือประมาณต้นราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618-907) และในราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง (ราวค.ศ.ที่ 1368 - 1911) ตามหน้าผาต้าจู๋จะมีรูปปั้นพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์กว่า 50,000 รูป และรูปปั้นอื่นๆ อีกนับ 100,000 รูป

เป็นที่ราบสูงแบบภูเขาแห่งหนึ่งของจีน ซึ่งเอ๋อเหมยแปลว่าคิ้วโก่ง เพราะทิวเขามีลักษณะเหมือนคิ้ว นักพรตในลัทธิเต๋าเริ่มเข้ามาสร้างศาลเจ้าในเทือกเขาแห่งนี้ในศตวรรษที่ 2 หลังจากนั้นศาสนาก็เริ่มเฟื่องฟูมาจนถึงศตวรรษที่ 6 เอ๋อเหมยซานจึงกลายมาเป็น 1 ใน 4 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา (เอ๋อเหมยซาน, อู่ไถซาน, จิ่วหัวซาน, ผู่โถซาน)

แหล่งท่องเที่ยวระดับ 4A ขึ้นชื่อที่ตั้งอยู่อำเภอหงหย่า ครอบคลุมพื้นที่ 700 ตารางกิโลมเตร ภูเขาหว่าวูเป็นภูเขาที่มียอดเขาเป็นพื้นที่ราบกว้างมีรูปลักษณ์เหมือนโต๊ะ ถูกจัดเป็นภูเขาโต๊ะที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

ที่นี่เป็นพื้นที่ศูนย์การค้าใจกลางเมืองเฉินตู ที่มีการพัฒนาโดยเน้นการค้าปลีกให้เป็นศูนย์การค้าในร่มที่ได้มาตรฐาน ภายในมีร้านสินค้า ร้านอาหารต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวสามารถช้อปปิ้งกันได้ตามอัธยาศัย

เป็นถนนคนเดินในเมืองเฉิงตู มีอีกชื่อนึงว่าถนนทองคำ100 ปี ถนนคนเดินเส้นนี้มีร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีสินค้าทั้งแบรนด์ต่างประเทศและในประเทศ อาทิ เสื้อผ้า, รองเท้า, เครื่องหนัง, กระเป๋าเดินทาง, นาฬิกา, เกมส์, รวมถึงร้านอาหารมากมาย

-min.jpg)
เป็นถนนคนเดินอายุเก่าแก่นับพันปีของเมืองเฉินตู มีเสน่ห์ของความเป็นอาคาร ตกแต่งด้วยเรื่องราววิถีชีวิตการเป็นอยู่ของคนจีนเฉิงตูในสมัยโบราณ ปัจจุบันถูกพัฒนาให้เป็นย่านการค้า ในแต่ละซอยและตรอกจะมีร้านต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเลือกซื้อเลือกชมกัน ทั้งร้านหนังสือ ร้านชา-กาแฟ บาร์ เสื้อผ้า ไปจนถึงร้านอาหารนานาชนิด ที่นี่ยังถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของนครเฉิงตูอีกด้วย

เป็นถนนโบราณที่มีสินค้าให้ท่านช้อปปิ้งได้ทั้งของรับประทาน และของฝากของที่ระลึกเช่นหน้ากากเฉิงตูเพราะถนนจินหลีนี้เป็นที่ตั้งของสถานที่แสดงโชว์เปลี่ยนหน้ากากอันโงดังของเมืองเฉิงตู แค่ประตูทางเข้าก้อสามารถทำให้ท่านเห็นถึงบรรยากาศแห่งเหมือนเดินในหนังจีนสมัยก่อนได้เลยทีเดียว

เป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในเมืองเฉิงตู ประเทศจีน โดยอยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 16 กิโลเมตร ในเขตซวงหลิว ในปี 2552 ท่าอากาศยานแห่งนี้ได้กลายเป็นท่าอากาศยานที่วุ่นวายที่สุดในภาคตะวันตกของจีน มีผู้โดยสารมาใช้บริการทั้งสิ้นกว่า 22,637,762 คน

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย