
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่มากที่ตั้งอยู่ในเขตอัลการ์ฮูดของนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นท่าอากาศยานที่พลุกพล่านที่สุดในโลกจากการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของการบินพาณิชย์และการขนส่งข้ามภูมิภาคต่างๆ ของโลก
_38.jpg)
รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า ท่าอากาศยานโคลเทิน (Kloten Airport) ตั้งอยู่ในเมืองโคลเทิน, รัฐซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ บริหารโดย Unique Airport เป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นศูนย์กลางของสายการบินสวิสอินเตอร์เนชันแนลแอร์ไลน์ มี Skyguide รับผิดชอบการควบคุมการจราจรทางอากาศทั้งหมดในท่าอากาศยาน
.jpg)
เป็นโบสถ์สวยที่มีสถาปัตยกรรมสมัยศตวรรษที่ 9 อันมีชื่อเสียง เพราะหน้าต่างในโบสถ์ประดับด้วยกระจกสีฝีมือศิลปินที่มีชื่อเสียงมากของยุโรปชื่อ MARC CHAGALL รังสรรค์งานศิลปะชิ้นเยี่ยมของโลกไว้ที่โบสถ์นี้

อีกหนึ่งจัตุรัสที่เป็นหนึ่งในสถานที่แพงที่สุดในเมืองซูริก โดยจัตุรัสปาราเดพลาทซ์ เป็นจัตุรัสเก่าแก่ ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางของการค้าสัตว์ที่สำคัญของเมืองซูริก ปัจจุบันจัตุรัสแห่งนี้ได้กลายเป็นชุมทางรถรางที่สำคัญของเมืองซูริกและยังเป็นศูนย์กลางของย่านธุรกิจ ธนาคาร สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิสเซอร์แลนด์

เป็นเมืองที่สวยงามราวกับเทพนิยาย ตั้งอยู่ทางภาคกลางตอนบนของประเทศ โดยนอกจากความสวยงามของทัศนียภาพแล้วเมืองนี้ยังมีอัตราการเก็บภาษีที่ค่อนข้างต่ำจึงถือเป็นที่ตากอากาศที่นิยมของเหล่าเศรษฐี คนดังสำคัญระดับโลก ท่านอาจจะเห็นซูเปอร์คาร์จอดเรียงรายอยู่ 2 ข้างทางที่เมืองซุกจนเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย

แลนด์มาร์กที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง ด้วยความสูงของหอถึง 52 เมตรและความโดดเด่น ของหลังคาซึ่งเป็นสีน้ำเงินขาวโดนเด่นตัดกับสีหลังคาสีน้ำตาลของบ้านเมืองสวยงามอย่างยิ่ง

เป็นรถไฟที่นำพานักท่องเที่ยวขึ้นสู่ยอดเขาริกิ หนึ่งในภูเขาขึ้นชื่อของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ข้างบนสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของยอดเขาอื่นๆ ได้รอบด้าน 360 องศา

หนึ่งจุดชมวิวสวยๆ ที่ได้รับการยกย่องเป็น ราชินีแห่งภูเขา เพราะสามารถมองเห็นยอดเขาอื่นๆ ได้รอบ 360 องศา ที่ระดับความสูง 1,797 เมตร (5,896 ft)

เป็นทะเลสาบที่ตั้งอยู่ในส่วนกลางของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของประเทศตัวทะเลสาบมีรูปร่างที่โค้งงอแบบซับซ้อน รอบๆ ทะเลสาบมีเส้นทางการเดินป่ามากมาย รวมทั้งเส้นทางขี่จักรยานพื้นราบ และเส้นทางจักรยานภูเขา

เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลูเซิน และเป็นอนุสาวรีย์สำหรับทหารสวิสที่ตายในหน้าที่ที่ฝรั่งเศส ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวลูเซิร์น สำหรับความกล้าหาญและความซื่อสัตย์ในหน้าที่ แกะสลักอยู่บนหน้าผา ที่หัวของสิงโตจะมีโล่ ซึ่งมีกากบาทสัญลักษณ์ของสวิสเซอร์แลนด์อยู่ ออกแบบและแกะสลักโดย ธอร์ วอลเส้น ใช้เวลาแกะสลักอยู่ราว 2 ปี สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์และรักภักดี ที่เสียชีวิตไปในฝรั่งเศส

เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี ทอดตัวข้ามแม่น้ำรอยส์ เป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว สะพานวิหารนี้เป็นสะพานที่แข็งแรงมากมุงหลังคาแบบโบราณ เชื่อมต่อไปยังป้อมแปดเหลี่ยมกลางน้ำ ที่จั่วแต่ละช่องของสะพานจะมีภาพเขียนเป็นเรื่องราวประวัติความเป็นมาของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นภาพเขียนเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี สะพานนี้เคยถูกไฟไหม้เสียหายอย่าง แต่ได้รับการซ่อมแซมใหม่จนอยู่ในสภาพที่ดีเหมือนเดิม

เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่สวยงามและน่าค้นหาเมืองหนึ่ง สัมผัสความงามที่เป็นเอกลักษณ์ และอาหารประจำท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นความภูมิใจของคนสวิสเซอร์แลนด์ ส่วนใครที่ชอบช้อป ก็มีร้านสินค้าแบรนด์ดังทั้งแฟชั่นและนาฬิกาสุดหรูให้เลือกช้อปกันอย่างมากมาย สำหรับอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจ ก็คือจุดชมวิวมุมสูงของสามขุนเขา ที่บนนั้นจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์อันงดงามของขุนเขา 3 ลูก พร้อมด้วยทะเลสาบสีเขียวที่ล้อมด้วยป่าสนสูงชะลูด

นั่งรถรางไฟฟ้าขึ้นเขาฮาร์เดอร์คุม ภูเขาที่มีระดับความสูง 1,322 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ดื่มดำกับทัศนียภาพ 3 ขุนเขา ซึ่งท่านสามารถชมทัศนียภาพแบบพาโนรามาได้ที่สะพานชมวิวบนยอดเขาและยังเป็นจุดชมวิวเมืองอินเทอร์ลาเก้นที่ขนาบด้วยทะเลสาบเบรียน์และทูน

เป็นยอดเขาที่ตั้งอยู่เหนือสุดของเมืองอินเทอร์ลาเก้น ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของสวิส ด้วยความสูงถึง 1,322 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้มองเห็นเมืองอินเทอร์ลาเก้น ทะเลสาบธูน และทะเลสาบเบรียนซ์ นอกจากนี้เรายังสามารถมองเห็นยอดเขาทั้ง 3 ยอดอีกด้วย นั่นคือ ไอเกอร์(Eiger) เมินช์(Monch) และจุงเฟรา(Jungfrau)

ที่นี่เป็นศูนย์รวมนาฬิกาและเครื่องประดับชั้นนำของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีสินค้าโดดเด่นอย่างนาฬิกาที่หรูหรา เป็นที่รู้จักทั่วทั้งอุตสาหกรรมนาฬิกาและเครื่องประดับที่มีคุณภาพดีเยี่ยมในหลากหลายยี่ห้อดัง

เป็นพื้นที่ชนบทที่มีชื่อเสียงของสวิตเซอร์แลนด์ อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 1,034 เมตร ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางขึ้นยอดเขาจุงเฟราที่สำคัญจุดหนึ่ง มีโรงแรมและรีสอร์ทตากอากาศอยู่หลายแห่งอยู่ที่นี่ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันสวยงามไม่แพ้พื้นที่รอบๆ


เป็นเส้นทางรถไฟที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองของยุโรป ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในสี่รางรถไฟในโลกที่ยังใช้งานระบบไฟแบบโบราณ มีจุดประสงค์หลักคือเพื่อใช้เดินทางขึ้นสู่ยอดเขาจุงเฟรา

เป็นธารน้ำแข็งที่ได้รับการยกย่องจากองค์การ UNESCO ให้เป็น “มรดกโลกทางธรรมชาติ” มีความยาวถึง 22 กิโลเมตร ซึ่งยาวที่สุดในบรรดาทุ่งน้ำแข็งของเทือกเขาแอลป์ทั้งยุโรป และหนา 700 เมตรโดยไม่เคยละลาย วันที่อากาศดีจากบนยอดเขาจุงเฟราจะสามารถเห็นวิวธารน้ำแข็งนี้ได้อย่างชัดเจน

ถ้ำนี้มีอายุกว่าพันปี มีความยาวถึง 130 เมตร และลึกที่สุดถึง 15 เมตร มีน้ำแข็งปกคลุมตลอดทั้งปี อุณหภูมิข้างในจะหนาวเหน็บแบบติดลบ อุณหภูมิ 1 ถึง 1.5 องศา แต่ก็ทำให้เราติดใจในความแปลกตาของรูปทรงน้ำแข็งที่สวยใสวาววับราวกับคริสตัลของสวารอฟสกี้ มีพรมกันลื่นปูไว้ให้เดิน และเปิดไฟสลัวๆภายในถ้ำ ทำให้สวยงามมาก เลยทีเดียว
.jpg)
Alpine Sensation มีลักษณะเป็นทางเดินห้องจัดนิทรรศการแสงสีสวยๆ ที่แสดงถึงประวัติศาสตร์และชีวิตของผู้บุกเบิกและผู้คนที่เคยอยู่ในแถบนี้

สัญลักษณ์ของกรุงเบิร์น บ่อเลี้ยงหมีนี้ เป็นหน้า เป็นตา ของเมือง เบิร์น เลยก็ว่าได้ เพราะว่าก่อนที่แขกต่างเมืองจากประเทศไหนๆ เมื่อมาถึงเมืองนี้ ก็ต้องแวะเข้ามาชม เจ้าหมีก่อน เพราะว่า สถานที่ตั้งอยู่ก่อนเข้าเมือง และบางวันก็อาจจะมีผู้ดูแลหมี นำหมีออกมาให้ชม ความน่ารักของหมีในช่วง ฤดูร้อน และ ฤดูหนาว

ถนนนี้เต็มไปด้วยร้านภาพวาดและร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ และเป็นหนึงในทางผ่านของนาฬิกาไซ้ท์คล็อคเค่นทรัมอายุ 800 ปี ที่มีโชว์ให้ดูทุกๆ ชั่วโมงในการตีบอกเวลาแต่ละครั้ง

หอนาฬิกาแห่งนี้มีความโดดเด่นในสถาปัตยกรรมการสร้างด้วยความสวยงาม หน้าปัดทำด้วยทองแดงขนาดใหญ่และยังมีหน้าปัดขนาดเล็กอีกหนึ่งเรือนอยู่ด้านล่างภายในหน้าปัดนาฬิกาขนาดเล็กจะ แสดงเวลา วัน เดือน ปี และจักรราศี สร้างเพื่อเป็นประตูเมือง ไฮไลท์ที่ต้องรอชมทุกๆ 5 นาทีก่อนจะครบรอบชั่วโมงคือจะมีตุ๊กกาออกมาเต้นระบำ

เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ ริมจุดตะวันออกของทะเลสาบเจเนวา ซึ่งเป็นปราสาทที่ล้อมด้วยน้ำ หรือเรียกได้ว่าเป็นเกาะเล็กซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของทั้งสวิสและยุโรป ที่นี่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคอยเก็บค่าผ่านทางของเรือที่ล่องผ่านทะเลสาบเจนีวา ภายหลังปราสาทแห่งนี้มีชื่อเสียงเนื่องจากเป็นสถานที่ที่ทำให้ Lord Byron เกิดแรงบันดาลใจในการประพันธ์บทกวีโรแมนติกเรื่อง "The Prisoner of Chillon" ซึ่งมาจากชีวิตจริงของ ฟรองซัว เดอ โบนีวาร์ นักเทศน์จากเจนีวา ที่ถูกจองจำอยู่ในปราสาทแห่งนี้และภายหลังได้ถูกปล่อยตัว
.jpg)
เป็นเส้นทางผ่านภูเขาทางตะวันตกของเทือกเขาแอลป์ของสวิสซึ่งเชื่อมระหว่าง Aigle, Le Sépey และ Les Diablerets ในเขต Vaud กับ Gstaad และเป็นสถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการขึ้นไปสู่เขากลาเซียร์ 300 โดยเป็นที่ตั้งของสถานีกระเช้าไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่จุผู้โดยสารได้ถึง 125 คน

เป็นกระเช้าที่ให้บริการพานักท่องเที่ยวขึ้นสู่ยอดเขากลาเซียร์ 3000 ตัวกระเช้ามีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ระหว่างที่ขึ้นกระเช้านักท่องเที่ยวจะได้ชมวิวอันสุดงดงามของแนวเทือกเขาแอลป์แห่งสวิตเซอร์แลนด์จากมุมสูง

เมือนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาที่ความสูง 1,620 เมตรจากระดับน้ำทะเล และสามารถมองเห็นยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นได้อย่างชัดเจน เป็นเมืองเล็กๆ ที่ยังคงกลิ่นอายของหมู่บ้านสวิสโบราณ เป็นเมืองท่องเที่ยวสำหรับสกีที่ติดอันดับต้นๆ ในเรื่องความสวยงาม และในเรื่องราคาค่าครองชีพที่แพงทั้งๆ ที่เป็นเมืองเล็ก

นั่งรถไฟกรอนเนอร์แกรตบาห์นขึ้นไปสู่เบื้องบนซึ่งก็คือยอดเขากรอนเนอร์แกรต จุดที่ท่านจะได้เห็นยอดเขาแมทเทอร์ฮฮร์นอย่างสวยงามที่สุดในวันที่อากาศดีท้องฟ้าโปร่งใส

ศาลาไม้สักทองหลังนี้คือของขวัญล้ำค่าที่รัฐบาลไทยมอบให้แก่สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันยาวนาน และเป็นอนุสรณ์แห่งความผูกพันของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เคยประทับ ณ เมืองแห่งนี้

เป็นน้ำพุขนาดใหญ่ที่ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางทะเลสาบเจนีวา น้ำพุแห่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองไปโดยปริยาย เจ็ตโดมีความสูงกว่า 140 เมตร พุ่งสู่อากาศด้วยความเร็วกว่า 200 กม / ชม. ว่ากันว่าละอองน้ำที่กระจายไปโดยรอบน้ำพุนั้นมีมากกว่า 500 ลิตรต่อวินาทีเลยทีเดียว
.jpg)
รู้จักกันในชื่อว่าท่าอากาศยานกวงแทร็ง เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการแก่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีพื้นที่ติดกับพรมแดนระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับฝรั่งเศส และยังสามารถเข้าสู่ท่าอากาศยานได้จากทั้งสองประเทศ

เป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่มากที่ตั้งอยู่ในเขตอัลการ์ฮูดของนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นท่าอากาศยานที่พลุกพล่านที่สุดในโลกจากการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของการบินพาณิชย์และการขนส่งข้ามภูมิภาคต่างๆ ของโลก

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย