
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย
.jpg)
เป็นท่าอากาศยานประจำประเทศบาห์เรน ตั้งอยู่ที่เกาะอัล มูฮาร์รัก บริเวณทางตอนเหนือสุดของมานามา ประเทศบาห์เรน และเป็นท่าอากาศยานปฏิบัติการหลักของสายการบินกัลฟ์แอร์ (Gulf Air)


เป็นเมืองหลวงของประเทศจอร์แดน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจการเมืองและวัฒนธรรมของประเทศ อัมมานได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองอาหรับที่ทันสมัยที่สุด และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ
_-_%D8%B3%D8%A7%D8%AD%D8%A9_%D8%A7%D9%84%D9%86%D8%AF%D9%88%D8%A9%2C_%D8%AC%D8%B1%D8%B4%20(1).jpg)



.jpg)
ที่นี่เป็นเมืองหินสีกุหลาบแกะสลักโบราณที่ซ่อนตัวอย่างลึกลับในหุบเขาวาดี มูซา หุบเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบเดดซีกับทะเลอัคบา ชนกลุ่มแรกที่เดินทางเข้าสู่นครเพตราคือพวก เอโดไมท์ ซึ่งเข้ามาราว 1,000 ปี ก่อนคริสตกาล แต่ชนเผ่าที่สร้างเมืองเพตราขึ้นมานั้นคือ ชาวนาบาเทียน ในศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล คนกลุ่มนี้สกัดผาหินทรายเป็นที่อยู่อาศัย และนครแห่งนี้เดิมนั้นเป็นนครแห่งการค้าขนาดใหญ่ ซึ้งต่อมาถูกละทิ้งเป็นเวลานานกว่า 700 ปี จนเมื่อเมื่อนักสำรวจชาวสวิตเซอร์แลนด์โยฮันน์ ลุค วิก บวร์ก ได้ค้นพบนครศิลาแห่งนี้ ในปี ค.ส 1812 และได้นำไปเขียนในหนังสือชื่อ Travel in Syria จนทำให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน
.jpg)
เป็นหนึ่งในมหาวิหารอันสวยงามของนครสีชมพูเพตรา เมืองแห่งอาณาจักร Nabatean ซึ่งชาวอาหรับอาศัยอยู่ในสมัยโบราณ เชื่อกันว่าโครงสร้างนี้เป็นที่เก็บศพของกษัตริย์ Nabatean Aretas ที่ 4 ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1 ทุกวันนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของจอร์แดน นอกจากนี้ที่นี่ยังเคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องอินเดียน่าโจนส์ภาค 3 ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าอีกด้วย
.jpg)
ทะเลทรายวาดีรัมก็ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งในประเทศจอร์แดนเลยก็ว่าได้ และทะเลทรายวาดีรัมก็อยู่ไม่ไกลจากเมืองอัคคาบา (Aqaba) เมืองท่าสำคัญทางตอนใต้ของประเทศจอร์แดนโดยมีระยะห่างประมาณ 60 กิโลเมตร และใช้เวลาในการเดินทางมาทะเลทรายวาดีรัมเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินและปีนเขา นอกจากนั้นยังมีการขี่อูฐ และเที่ยวซาฟารีด้วยม้า หรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากจาเภตราหรือเมืองอควาบา

ที่นี่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในแนวหุบเขา มีภาพสลักของลอว์เรนซ์แห่งอาระเบีย ว่ากันว่าที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่อดีตนายทหาร ทีอี ลอว์เรนซ์ ทหารข่าวกรองชาวอังกฤษใช้เป็นสถานที่พักและคิดแผนการต่อสู้กับจักรวรรดิออตโตมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1
.jpg)
ชื่อเสียงในเรื่องของพื้นโมเสกที่เป็นแผนที่สมัยโบราณ ทำจากกระเบื้องโมเสกสีสันสวยงามมากกว่า 2 ล้านชิ้น สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 6 หรือราวปี ค.ศ. 600 ในยุคไบเซนไทน์ แผนที่นี้แสดงให้เห็นถึงพื้นที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในอดีต โดยเฉพาะพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับพระคัมภีร์

เป็นดินแดนศักดิ์สิทธ์ที่ตั้งอยู่บนเขาซึ่งเชื่อกันว่า น่าจะเป็นบริเวณที่เสียชีวิตและฝังศพของโมเสส ผู้นำชาวยิวส์เดินทางจากอิยิปต์มายังเยรูซาเลม ภายในมีพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม ภายในเก็บสิ่งของต่างๆ ที่ขุดพบภายในบริเวณนี้
.jpg)
ลักษณะเป็นไม้เท้าในรูปแบบไม้กางเขนสัญลักษณ์ของโมเสสและพระเยซู จากนั้นนำท่านถ่ายรูป ณ จุดชมวิวหากเป็นวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ท่านจะสามารถมองเห็น แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เมืองเมืองเจอริโกและประเทศอิสราเอล ได้จากจุดนี้อย่างชัดเจน

เป็นร้านที่ขายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มาจากธรรมชาติของทะเลเดดซี ซึ่งมีทั้งโคลนพอกตัวพอกหน้า สบู่ ครีม และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย
.jpg)
ทะเลสาบน้ำเค็มขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างเขตแดนของจอร์แดนและอิสราเอล ถูกจัดให้เป็นจุดที่ต่ำที่สุดในโลก ซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลราว 800 เมตร ความเค็มของทะเลเดดซีในส่วนที่อยู่ลึกที่สุดมีมากถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ความเค็มของทะเลทั่วไปอย่างเช่นอ่าวไทย มีความเค็มเพียงแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น จึงทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆอาศัยอยู่ในท้องทะเลแห่งนี้ได้เลย อิสระให้ท่านเล่นน้ำทะเลตามอัธยาศัย ท่านสามารถลอยตัวได้ไม่จม

ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดสังเกตเหตุบ้านการเมืองต่างๆโดยรอบ อิสระให้ท่านชมและถ่ายรูปกับป้อมปราการอันสวยงาม โดยมีฉากหลังเป็นโรงละครโรมันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจอร์แดน สามารถจุผู้ชมได้ถึง 6,000 คน และตึกรามบ้านช่องที่สร้างบนภูเขาสูงสุดแสนแปลกตา ชมวิหารเฮอร์คิวลิสที่สันนิษฐานว่าถูกสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ.161-180 ในสมัยของโรมัน

.jpg)
เป็นท่าอากาศยานประจำประเทศบาห์เรน ตั้งอยู่ที่เกาะอัล มูฮาร์รัก บริเวณทางตอนเหนือสุดของมานามา ประเทศบาห์เรน และเป็นท่าอากาศยานปฏิบัติการหลักของสายการบินกัลฟ์แอร์ (Gulf Air)

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย