
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย


ตั้งอยู่ในเมืองจิ้งเปียน มณฑลฉ่านซี เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยภูเขาหินทรายสีแดงที่ถูกกัดเซาะด้วยลมและฝนมานานหลายล้านปี จนเกิดเป็นลวดลายเส้นสายที่พลิ้วไหวโค้งมนคล้ายกับระลอกคลื่นในมหาสมุทร พื้นผิวของหินทรายมีเฉดสีแดงสลับส้มที่เข้มข้นและงดงาม สถานที่แห่งนี้ได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงามและมหัศจรรย์เทียบเคียงได้กับ The Wave ในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา จึงถือเป็น

ตามรอยเท้าของมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ “เจงกิสข่าน” ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่ในเมืองออร์ดอส ที่นี่ไม่เพียงเป็นสถานที่รำลึกถึงเจงกิสข่าน แต่ยังเป็นศูนย์รวมประสบการณ์ที่จะพาคุณย้อนเวลากลับไปสู่ยุครุ่งเรืองของชนเผ่ามองโกล ชมหนึ่งในไฮไลท์กลุ่มประติมากรรม กองทัพเหล็กและกระโจมทอง จำลองภาพกองทัพของเจงกิสข่านและขบวนทัพออกศึกได้อย่างสมจริง

จัดเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์มหัศจรรย์ของจีนอันงดงามแปลกตา ตั้งอยู่ในเขตภูเขาฉีเหลียนซาน จากตัวเมืองจางเย่ไปทางตะวันตก 40 กิโลเมตร ครอบคลุมอาณาบริเวณกว้างขวางถึง 300 ตร.กม. ตั้งอยู่บนระดับความสูง 2,000-3,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในทางธรณีวิทยาสันนิษฐานว่ามีอายุมานานกว่า 2 ล้านปี ผ่านการกัดกร่อนของธรรมชาติ สายลม แสงแดด และความแห้งแล้งของภูมิประเทศ เผยให้เห็นถึงชั้นของแร่ธาตุใต้ดิน ที่บ้างเป็นริ้วเลื่อมลายหลากสีสันพาดผ่านทั้งเนินภูแลซับซ้อน ดูสวยงามน่าชม

ผืนแผ่นดินหลังฝั่งทะเลแห่งที่ราบสูงทางตะวันตกเฉียงใต้ของเขตปกครองตนเองมองโกเลีย ครอบคลุมพื้นที่ 86,752 ตารางกิโลเมตร ล้อมรอบด้วยแม่น้ำเหลืองทางเหนือ ตะวันตก และตะวันออก แยกออกจากมณฑลส่านซี ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ด้วยกำแพงเมืองจีนพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงทางใต้ และลาดต่ำลงมาเป็นลูกเนินทางตะวันออก ส่วนพื้นที่ทางเหนือค่อนข้างราบเรียบและเต็มไปด้วยดินโคลนที่น้ำพัดพามา ซึ่งส่วนกลางของพื้นที่เป็นที่ตั้งของทะเลทราย Khoqi เดิมเมืองแห่งนี้มีชื่อว่า ณ Ih Ju League เคยเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยปราสาทราชวัง มีผู้คนอยู่อาศัยมากกว่า 35,000 มาปีแล้ว ก่อนที่ราชวงศ์ชิง จะแผ่ขยายอำนาจมาครอบครองดินแดนแถบนี้ แต่ก็ยังมีพื้นที่บางส่วนที่ชนเผ่าเร่ร่อนยังคงถือครองอยู่ ซึ่งในสมัยราชวงศ์ชิงมีชนกลุ่มน้อยเร่ร่อนกว่า 6 ชนเผ่าตั้งรกรากอยู่บริเวณนี้

เนินทรายเสี่ยงซาวาน ตั้งอยู่ในเขตทะเลทรายคูบูฉี KUBUQI เป็นทะเลทรายที่ทอดตัวยาวถึง 400 กิโลเมตร จากตะวันตกไปยังตะวันออกและมีความกว้างถึง 50 กิโลเมตร และใหญ่ติด 1 ใน 3 สามของทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในจีน ให้ท่านได้ถ่ายรูปและสนุกกับกิจกรรมอันหลายหลายตามอัธยาศัย เช่น การขี่อูฐชมทะเลทราย, เล่นสไลเดอร์บนเนินทรายที่มีความสูง 110 เมตร ชัน 45 องศา, นั่งกระเช้าลอยฟ้า หรือจะเดินเล่นในทะเลทราย (รวมถุงเท้าป้องกันทรายคนละหนึ่งชุด) นั่งรถ 4WD ลุยทะเลทราย

ขี่อูฐ สู่เนินทรายอันกว้างใหญ่สุดตาเพื่อรอชม พระอาทิตย์ทอแสงยามเช้า แสงทองยามเช้าสาดสู่ทะเลทราย เป็นบรรยากาศยามเช้าที่คุณจะประทับใจมิรู้ลืม

ชาวพื้นเมืองเชื่อว่าเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงระหว่างสวรรค์และโลก และยังเป็นลานสวดมนต์ภาวนาให้เกิดความสันติภาพมั่นคงให้มีความเจริญรุ่งเรือง จุดชมวิวด้านบนมีพื้นที่ประมาณ 1,500 ตารางเมตร มีหินรูปกรวยสูง 13 เมตรลวดลายตามแบบมองโกเลียดั้งเดิม ซึ่งกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมโดยรอบและงดงามตระการตา กลายเป็นสถานที่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ศูนย์วัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิมองโกล ชมการจัดแสดงนิทรรศการเข้ากับการแสดงศิลปะและวัฒนธรรมอันตระการตา ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณของ ชนเผ่ามองโกลได้อย่างลึกซึ้งและมีชีวิตชีวา
.jpg)
ศูนย์รวมของความบันเทิง ร้านค้า ร้านอาหาร ที่จะทำให้ท่านได้สัมผัสกับชีวิตชีวาและเสน่ห์ของเมืองใหม่แห่งนี้อย่างแท้จริง


เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย