
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ในเขต Yubei ของเมืองฉงชิ่ง โดยอยู่ขึ้นไปทางเหนือประมาณ 19 กิโลเมตรจากตัวเมืองฉงชิ่ง ที่นี่เป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญสำหรับสายการบินในจีนตะวันตกที่รวมถึง China Express Airlines, China Southern Airlines, Sichuan Airlines และอื่นๆ

เมืองอู่หลง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองฉงชิ่ง เป็นเมืองที่โอบล้อมด้วยภูเขาสูง มีแม่น้ำอู่เจียงตัดผ่านเป็นแม่น้ำสายหลักในเมืองอู่หลง

อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 2007 นอกจากนี้บริเวณหุบเหวด้านล่างยังเป็นที่ตั้งของบ้านโบราณกลางหุบเขา เป็นฉากใหญ่ที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ศึกโค่นบัลลังก์วังทอง ล่าสุดเป็นฉากหลังของภาพยนตร์ฮอลีวู้ด เรื่อง TRANSFORMERS 4
อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตวู่หลง อยู่ห่างจากฉงชิ่งประมาณ 3 ชั่วโมง เป็นดินแดนธรณีสัณฐานซึ่งมีจุดชมวิวที่สำคัญหลายแห่ง ที่นี่ได้รับการขนานนามว่าเป็นดินแดน 4 สิ่งมหัศจรรย์ คือมีป่าไม้หนาแน่น, ยอดเขาประหลาด, ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์และลานหิมะ เป็นความงามทางธรรมชาติระดับ 4A ที่หาชมได้ยากในฉงชิ่ง ในปี 1999 พื้นที่นี้ได้รับสถานะอุทยานแห่งชาติด้วย


เมืองจำลองที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นสักขีพยานแห่งความภาคภูมิใจของชาวเหมียวทั่วโลก ที่นี่คือกลุ่มสถาปัตยกรรมไม้และเรือนยกพื้นที่ใหญ่ที่สุดของจีน สร้างขึ้นตามแบบฉบับดั้งเดิมอย่างวิจิตรบรรจง ทันทีที่ก้าวผ่านประตูเมือง คุณจะรู้สึกได้ถึงพลังอำนาจและความขรึมขลัง
อัญมณีที่ซ่อนเร้นอยู่ในอ้อมกอดของขุนเขาแห่งเขตเฉียนเจียง ภาพวาดมีชีวิตที่ทุกตารางนิ้วยังคงหายใจด้วยเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ เมืองโบราณแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในสมัยราชวงศ์ถังและรุ่งเรืองในฐานะเมืองท่าสำคัญในสมัยราชวงศ์ซ่ง ทำให้ที่นี่คือศูนย์รวมการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่น่าทึ่งระหว่างชาวปา, ชาวถู่เจีย และชาวฮั่น

สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีนในมหานครฉงชิ่ง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบทกวีชื่อดัง "บันทึกสวนดอกท้อ" ของเถาหยวนหมิง เป็นการจำลองหมู่บ้านโบราณสมัยราชวงศ์ฉินและจิ้นที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก สัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม เตรียมตัวให้พร้อมที่จะสวมบทบาทเป็นชาวประมงผู้ค้นพบดินแดนลับแลแห่งนี้ และหลีกหนีความวุ่นวายสู่สวรรค์บนดิน และในอุทยานแห่งนี้ยังเป็น จุดชมดอกซากุระ ที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของจีน ท่ามกลางขุนเขาแห่งสายหมอกดอกซากุระสีขาวนวลส่งแสงรับพระอาทิตย์ยามเช้า
ทะเลดอกไม้สีชมพู ที่ซึ่งกาลเวลาได้บรรจงสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันน่าทึ่ง ที่นี่คือ "เตี๋ยสือฮัวกู่" หรือหุบเขาบุปผาหินซ้อน ที่ซึ่ง "ดอกไม้หิน" อายุ 500 ล้านปีจากยุคแคมเบรียน ผุดขึ้นจากผืนดินราวกับสวนสวรรค์โบราณ โอบล้อมด้วยทะเลดอกหญ้าสีชมพูพิงค์มูลี่ อันกว้างใหญ่ไพศาลที่พลิ้วไหวราวกับคลื่นในสายลม บอกเล่าการเดินทางข้ามเวลาที่ผสานความยิ่งใหญ่ของธรณีวิทยา ความงดงามของธรรมชาติ และมนต์เสน่ห์ลึกลับของวัฒนธรรม ความเชื่อและพิธีกรรมโบราณของชนเผ่าถู่เจียเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เตรียมกล้องของคุณให้พร้อม แล้วมาปลดปล่อยจินตนาการไปกับประติมากรรมหินรูปร่างแปลกตา ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีชมพูที่ราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย

เป็นอำเภอเล็กๆ ที่อยู่ท่ามกลางภูเขา 5 ลูก คือ ภูเขาเป่ยซัน ภูเขาเป๋าติ่งซัน ภูเขาหนันซัน ภูเขาสือจ้วนซัน และภูเขาสือเหมินซัน เป็นเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวด้วยผืนป่าและอากาศเย็นสบายตลอดปี

หน้าผาหินแกะสลักต้าจู๋ ตั้งอยู่ที่อำเภอต้าจู๋ ห่างจากนครฉงชิ่งออกไปทางทิศตะวันตกประมาณ 80 กิโลเมตร การแกะสลักหน้าผา เริ่มกันประมาณปีค.ศ.650 หรือประมาณต้นราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618-907) และในราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง (ราวค.ศ.ที่ 1368 - 1911) ตามหน้าผาต้าจู๋จะมีรูปปั้นพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์กว่า 50,000 รูป และรูปปั้นอื่นๆ อีกนับ 100,000 รูป

เป็นถนนช้อปปิ้งที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าขนาดใหญ่ใจกลางนครฉงชิ่ง บริเวณนี้เต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ มากมายกว่า 3,000 ร้าน

เป็นย่านประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจย่านหนึ่งในเมืองฉงชิ่ง ปัจจุบันมีโรงแรม ร้านอาหาร และร้านค้าตั้งอยู่รวมกันหลายๆ
สวนสาธารณะที่ไม่ได้มีดีแค่ซากุระ ใจกลางมหานครที่คึกคักอย่างฉงชิ่ง อันเปรียบเสมือนโอเอซิสขนาดมหึมาที่เปิดประตูต้อนรับทุกคน พื้นที่แห่งชีวิตชีวาที่ผสมผสานความงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน สวนแห่งนี้จะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีชมพูอ่อนหวานของดอกซากุระที่เบ่งบานสะพรั่ง สร้างบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม ทั่วทั้งสวนยังจะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามจากใบของต้นแปะก๊วยอีกด้วย สวนสาธารณะแห่งนี้มีขนาดใหญ่โตและแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลานกว้างสำหรับจัดกิจกรรม สนามหญ้าสีเขียวกว้างไกลสุดลูกตาที่ผู้คนนิยมมาปิกนิกและกางเต็นท์พักผ่อน ไปจนถึงทะเลสาบกระจก ที่งดงาม และเส้นทางเดินเลียบธารน้ำในป่าทึบ ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับครอบครัว คู่รัก และผู้ที่รักการถ่ายภาพ

แหล่งประวัติศาสตร์กลางใจเมืองฉงชิ่ง ที่ได้รับการบูรณะอย่างงดงามให้คงกลิ่นอายของอดีตผสมผสานกับความร่วมสมัยชื่อ "สือป้าตี้" แปลว่า "18 ขั้นบันได" มาจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาและบันไดหินทอดยาวลดหลั่นกันไปตามไหล่เขา ถนนสายนี้เป็นย่านเก่าแก่ที่เคยเป็นทางสัญจรหลักของผู้คนในอดีต เชื่อมต่อย่านชุมชนต่าง ๆ จนถึงศิลปะสตรีทอาร์ตและงานฝีมือพื้นบ้านมากมาย เรียกได้ว่าเป็น แหล่งรวมวัฒนธรรมเก่าของฉงชิ่

ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ในเขต Yubei ของเมืองฉงชิ่ง โดยอยู่ขึ้นไปทางเหนือประมาณ 19 กิโลเมตรจากตัวเมืองฉงชิ่ง ที่นี่เป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญสำหรับสายการบินในจีนตะวันตกที่รวมถึง China Express Airlines, China Southern Airlines, Sichuan Airlines และอื่นๆ

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย