
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการเมืองหนานหนิง เมืองหลวงของเขตปกครองตนเองกวางสี ประเทศจีน ตั้งอยู่ห่างไป 32 กม. ทางตะวันตกเฉียงใต้ของใจกลางเมืองหนานหนิง ท่าอากาศยานแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสาร 16 ล้านคนต่อปี

หนึ่งปีจะบานหนึ่งครั้งเป็นสวนซากุระบานที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในจีน ซากุระมากกว่า 700,000 ต้น ภายในสวนสาธารณะมีจุดชมวิวหลายแห่ง เหมาะแก่การถ่ายรูปและเช็คอิน เช่น ทะเลสาบหงเฟิง ดอกซากุระและทะเลสาบ ทิวทัศน์ของทะเลสาบและภูเขาสวยงามราวภาพวาด ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นและปั่นจักรยาน

หมู่บ้านชนเผ่าแม้ว (Xijiang miao village) นับว่าเป็นชนเผ่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากที่สุดของจีนก็ว่าได้ โดยชนเผ่าเหมียวจะอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของจีน โดยส่วนใหญ่หรือกว่าร้อยละ 90 จะอาศัยอยู่ในเมืองกุ้ยโจว ซึ่งถือได้ว่าชนเผ่าเหมียวเป็นชนเผ่าที่มีขนาดใหญ่และประชากรมากที่สุดในบรรดาชนเผ่าพื้นเมืองต่างๆ ในประเทศจีน โดยมีประมาณ 9 ล้านคน โดยส่วนใหญ่ของชาวเหมียว หรือ 5 ล้านคนอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเหมียว Kaili Xijiang Miao Village

สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 4A มีอายุกว่า 600 ปีมาแล้ว เป็นเมืองของชนเผ่าแม้ว ซึ่งอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง เมืองแห่งนี้อยู่ริมแม่น้ำชิงสุ่ย ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำชิงสุ่ย” ด้วยทำเลริมแม่น้ำจึงเป็นท่าเรือ และเส้นทางการค้าในสมัยโบราณกับมณฑลยูนนาน ถนนปูลาดด้วยหินลัดเลาะไปตามแม่น้ำ
.jpg)
เป็นรถไฟความเร็วสูงที่บริหารงานโดยการรถไฟจีน มีความเร็วสูงสุดประมาณ 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง การออกแบบระบบรถไฟความเร็วสูงทั้งหมดได้ถูกออกแบบมาจากต่างประเทศ ใช้สำหรับการเดินทางที่รวดเร็วระหว่างเมือง ปัจจุบันจีนมีแบบรถไฟความเร็วสูงต่างๆ มากมาย ใช้งานไปตามแต่ละสภาพภูมิประเทศ และเศรษฐกิจ

ล่องชมแม่น้ำที่เป็นแหล่งภูมิลักษณ์ภูดอยหินปูนขนาดใหญ่ที่สุดของโลก เป็นสุดยอดแห่งความงามของทิวทัศน์เมืองกุ้ยหลิน ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกมาช้านาน


ตั้งอยู่ใจกลางเมืองตรงบริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำหลีเจียงและแม่น้ำถาวฮัวเป็นหนึ่งในภูเขาที่ขึ้นชื่อของกุ้ยหลิน ทางตะวันออกเฉียงใต้สุดเขตเมืองกุ้ยหลิน ริมแม่น้ำหลีเจียง เป็นสัญลักษณ์ของเมืองกุ้ยหลิน ที่ได้ชื่อว่าเขางวงช้างนั้น มาจากรูปร่างของภูเขาหินที่คล้ายกับงวงของช้างที่กำลังโน้มลงเพื่อกินน้ำจากแม่น้ำหลีเจียงที่อยู่เบื้องล่าง บริเวณชายฝั่งแม่น้ำบริเวณนี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมาก

เป็นวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกุ้ยหลิน มีจุดเด่นคือเจดีย์คู่ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำในเมืองกุ้ยหลิน และในเวลากลางคืนจะเห็นสีสะท้อนอย่างงดงาม ที่เชื่อกันว่าเพื่อแสดงถึงอนาคตอันสดใสของกุ้ยหลินในภายภาคหน้า

ถ้ำเงิน ซึ่งเป็นถ้ำที่มีความงดงามที่สุดของกุ้ยหลิน ถ้ำนี้เป็นถ้ำที่อยู่ติดกับแม่น้ำหลีเจียง ซึ่ง ภายในถ้ำจะมีน้ำตกสายน้ำใสและปลาต่างๆไหลเวียนเข้าสู่ภายในถ้ำ อีกสัมผัสใหม่ของการท่องถ้ำนี้คือ ท่านจะได้เที่ยวชมปราสาทพระจันทร์และเงาสะท้อนในน้ำ เปรียบประดุจกระจกใน ซึ่งเป็นสถานที่ที่หาที่ใดจะเสมอเหมือนได้ ภายในปราสาท ท่านจะได้พบกับ เสาซึ่งสูงเด่น ร่มที่ประดับด้วยไข่มุกอันมีค่า หินคริสตัลสะท้อนแสงมีค่าที่มาของชื่อถ้ำนี้
.jpg)
เป็นรถไฟความเร็วสูงที่บริหารงานโดยการรถไฟจีน มีความเร็วสูงสุดประมาณ 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง การออกแบบระบบรถไฟความเร็วสูงทั้งหมดได้ถูกออกแบบมาจากต่างประเทศ ใช้สำหรับการเดินทางที่รวดเร็วระหว่างเมือง ปัจจุบันจีนมีแบบรถไฟความเร็วสูงต่างๆ มากมาย ใช้งานไปตามแต่ละสภาพภูมิประเทศ และเศรษฐกิจ

ถนนสามสายและเขตประวัติศาสตร์วัฒนธรรมสองซอย มีที่มาจากถนนสายเก่าสามสาย ได้แก่ ถนนซิงหนิง ถนนหมินเซิง และถนนเจี่ยฟ่าง และถนนโบราณสองตรอกของถนนจินซีและถนนหยินซีจากราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง รวมกันเป็น “ถนนสามสายและสองตรอก” ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่ง หนึ่งในย่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในมณฑลกว่างสี และมีกลุ่มอาคารที่อยู่อาศัยจากราชวงศ์ชิงที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ในเขตเมืองหนาน หนิง นอกจากนี้ ยังมีถนนคนเดินช้อปปิ้งที่ทันสมัยอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการเมืองหนานหนิง เมืองหลวงของเขตปกครองตนเองกวางสี ประเทศจีน ตั้งอยู่ห่างไป 32 กม. ทางตะวันตกเฉียงใต้ของใจกลางเมืองหนานหนิง ท่าอากาศยานแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสาร 16 ล้านคนต่อปี

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย