
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานหลักของนครกวางโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้งในประเทศจีน จากสถิติในปี 2014 ท่าอากาศยานแห่งนี้มีปริมาณผู้โดยสารมากสุดเป็นอันดับสองของจีน รองจากท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง และเป็นอันดับ 16 ของโลก


ชายหาดทรายสีทอง สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 4A แนวชายหาดยาวมีความยาวประมาณ 10 กิโลเมตร จุดเด่นของชายหาดที่นี่คือมีทรายละเอียดและสีทองระยิบระยับ เมื่อโดนแดดจึงดูสวยงามมากและน้ำทะเลสะอาด และห้ามพลาดกับจุดต๋าข่า รูปปั้นปลาวาฬ สุดไวรัลที่ใครๆมาแล้วต้องมาเช็คอิน

ที่นี่เป็นสถานที่ที่มีความสวยงามมากบวกด้วยถาปัตยกรรมคลาสสิกแบบจีน และตำหนักต่างๆ ที่มีชื่อเสียงของเยียนไถมารวมไว้ด้วยกัน ด้วยเงินลงทุนกว่า 3,000 ล้านหยวน ชื่อของสถานที่นี้มาจากตำนานมาว่า แปดเซียนข้ามทะเลได้มีการถมทะเล 3.3 หมื่นตารางเมตรในการสร้าง และภายในตกแต่งสไตล์โบราณ นอกจากนั้นยังคงมีรูปปั้นเทวดาลัทธิเต๋ากว่า 100 องค์
แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองเหยียนไถ และเป็นจุดท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่บนเนินเขาติดชายทะเล บริเวณ “เขตท่าเรือเก่า” ซึ่งเป็นจุดที่เมืองเหยียนไถเริ่มต้นพัฒนาในยุคปลายราชวงศ์ชิงและสมัยที่ต่างชาติเข้ามาตั้งสถานกงสุล ไฮไลต์ภายในสวนเหยียนไถซาน มีหอคอยเหยียนไถ จุดกำเนิดชื่อเมืองเคยใช้เป็น “หอบอกสัญญาณควัน” ตั้งแต่ราชวงศ์หมิง ปัจจุบันเป็นจุดชมวิวทะเลและเมือง
เขตประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในเมืองเหยียนไถ โดยมีประวัติยาวนานกว่า 600 ปี ที่นี่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมดั้งเดิมบ้านสไตล์ (ยุคหมิง-ชิง) อาคารหิน อิฐเก่า ที่สะท้อนชีวิตชุมชนแบบโบราณถนนปูด้วย หินเก่า ให้ท่านสัมผัสกับบรรยากาศย้อนยุค

สวนสาธารณะริมทะเลที่นิยมที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองเว่ยไห่ โดดเด่นด้วยพื้นที่สีเขียวกว้างขวาง ทางเดินชมวิวริมทะเล และมุมพักผ่อนสบาย ๆ เหมาะทั้งสำหรับถ่ายรูป เดินเล่น และสัมผัสบรรยากาศเมืองชายฝั่งที่เงียบสงบ ให้ท่านได้ต๋าข่ากับจุดเช็คอินต่างๆไม่ว่าจะเป็น หอประภาคาร จุดเช็คอินสุดแมสของสวนเย่วไห่ ร้านคาเฟ่ที่นำหญ้าทะเลมาตกแต่ง สัมผัสวิถีชีวิตของชาวเมืองเว่ยไห่

ถนนริมทะเลให้บรรยากาศไวบ์สไตล์ตะวันตกสุดโรแมนติกและ “ถ่ายรูปปัง” นอกจากนี้ถนนฮั่วจวี้ปายังเต็มไปด้วยเหล่าร้านคาเฟ่และร้านช้อปปิ้งสุคชิค ให้ท่านเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศสุดชิคและยังสามารถมองชมวิวทะเลได้ด้วย

ย่านช้อปปิ้งและถนนคนเดินสไตล์เกาหลี ภายในมีร้านค้าช้อปปิ้ง & ของฝากและซูเปอร์มาร์เก็ตเกาหลี มีร้านค้าอาหารทะเลสด เช่น หอยนางรมย่าง, ปลาหมึกย่าง อาหารเกาหลี เช่น ไก่ทอดเกาหลี, กิมจิ, ของว่างต่างๆ

ท่าเรือประมงที่มีชีวิตชีวาและหมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเขาเหลาซาน สถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสกับกลิ่นอายทะเล ฟังเสียงเรือประมงที่เข้าเทียบท่า และตื่นตาตื่นใจไปกับอาหารทะเลสดๆ ที่เพิ่งขึ้นจากทะเล ด้วยทิวทัศน์ของบ้านเรือนหลังคาสีแดงที่เรียงรายลดหลั่นตามไหล่เขา ตัดกับสีฟ้าครามของน้ำทะเล ทำให้ที่นี่ถูกขนานนามว่าเป็น "ชิงเต่าฉบับหมู่บ้านชาวประมง" และกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในหมู่บ้านริมทะเลของอิตาลี

ถนนที่เต็มไปด้วยความน่ารักของเมืองชิงเต่า ตลอดเส้นทางจะได้พบกับกำแพงเพ้นท์ลวดลายสีสดใส ลายการ์ตูน “จิบิ” ให้ท่านได้เลือกถ่ายรูปมากมาย ถึงแม้จะเป็นถนนเส้นเล็กๆ สองข้างทางยังเต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านขนม ร้านของฝากให้ท่านได้เลือกสรร ทุกจุดทุกร้านเหมาะกับการเยี่ยมชมทุกจุด

บนเนิน Signal Hill คืออาคารสไตล์ยุโรปสร้างปี ค.ศ. 1907 แบบ German Baroque Revival เคยเป็นบ้านพักผู้ว่าการชาวเยอรมันในยุคอาณานิคม ภายในจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ราชการ และภาพถ่ายเก่าที่เล่าเรื่องชิงเต่าในอดีต พร้อมจุดชมวิวบนดาดฟ้าที่มองเห็นเมืองและทะเลได้แบบพาโนรามา นับเป็นจุดชมวิวที่ถ่ายรูปสวยที่สุดแห่งหนึ่งของชิงเต่า

สะพานจ้านเฉียว สร้างในสมัยจักรพรรดิ์กวงสู่ราชวงศ์ชิง (ราวปี ค.ศ.1819) ตัวสะพานยาว 440 เมตร กว้าง 8 เมตร ยื่นลงไปในทะเล

ย่านการค้าชื่อดังเก่าแก่ และเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่สำคัญใจกลางเมืองชิงเต่า ถนนเส้นนี้ถือเป็นศูนย์รวมความคึกคักที่ผสมผสานกลิ่นอายของเมืองเก่ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปและอาคารเก่าแก่เข้ากับร้านค้าแฟชั่น บูติก และร้านอาหาร ปัจจุบันยังเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมแฟชั่น และมีการบูรณะฟื้นฟูเพื่อดึงดูดแบรนด์ระดับโลก สองข้างทางเรียงรายด้วยร้านค้าท้องถิ่น ห้างสรรพสินค้า แฟชั่นแบรนด์ และของฝากพื้นเมืองชื่อดัง เช่น เบียร์ชิงเต่า ขนมของฝาก และงานหัตถกรรมพื้นบ้านยามค่ำคืนถนนทั้งสายจะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟและป้ายร้านค้า สร้างบรรยากาศครึกครื้นให้ผู้มาเยือนได้เดินเล่น ถ่ายรูป และลิ้มลองอาหารพื้นเมืองรสเลิศ สัมผัสเสน่ห์เมืองท่าชิงเต่าในยามราตรีอย่างเต็มอิ่ม

เป็นโบสถ์คาทอลิก รูปทรงสถาปัตยกรรมฟื้นฟูโรมันผสมผสานโกธิค ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน สร้างเสร็จปีคศ.1934 บริเวณอาคารด้านหน้ามีหอนาฬิกาสูง 56 เมตร ส่วนด้านในตกแต่งเรียบง่ายตามสไตล์เรเนอซองส์อิตาลี ว่ากันว่า โบสถ์แห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมโกธิคที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และยังเป็นอาคารที่สูงที่สุดทางใต้ของชิงเต่าในอดีต

สถานที่พักผ่อนในวันสบายๆ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่มีอายุกว่า 90 ปี สวนที่นี่คึกคักมาก เต็มไปด้วยผู้คน เพราะมีต้นไม้ที่ร่มรื่น ถัดไปใกล้ๆ ยังมีสวนสนุกให้เด็กๆ ได้เล่น มีมุมดอกกุหลาบแปลงใหญ่ให้ได้ถ่ายรูปสวยๆ ซึ่งช่วงเดือนมี.ค. เป็นฤดูของดอกเหมย และซากุระเริ่มบานช่วงเดือนเม.ย.

เป็นถนนอันสวยงามที่อยู่ในเขตหุยเฉวียน จุดชมวิวที่สามารถพบเห็นสถาปัตยกรรม สไตล์ยุโรปได้อย่างหลากหลายกว่า 200 หลัง เนื่องจากเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเยอรมันมาก่อน เมื่อครั้งที่ชิงเต่าถูกยึดเป็นอาณานิคม นอกจากนี้ ปาต้ากวนยังเป็นสถานที่สุดแสนโรแมนติก ที่คู่รักหลายคู่เลือกมาถ่ายภาพแต่งงาน

ชมแหล่งผลิตเบียร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน โรงงานเบียร์ชิงเต่า เริ่มตั้งแต่การก่อตั้งโรงงาน กระบวนการพัฒนาตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบันรู้จักกรรมวิธีในการกลั่นเบียร์ของโรงงานเบียร์แห่งแรกของประเทศจีนรวมทั้งกรรมวิธีการกลั่นเบียร์ที่ทันสมัยที่สุดในโลกปัจจุบัน"ชมขบวนการบรรจุเบียร์ใส่ขวด และกระป๋อง เพื่อจำหน่ายสู่ตลาดโลกอีกทั้งยังให้ท่านได้ลิ้มรสชิมเบียร์ชิงเต่าที่มีชื่อเสียง

ตลาดกลางคืนไถ่ตง เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงและคึกคักที่สุดในชิงเต่า มีเสื้อผ้า รองเท้า และของกระจุกกระจิกจำหน่ายและนอกจากนี้ยังมีอาหารเยอะแยะมากมาย ให้ท่านได้เลือกซื้อและได้สัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนของถนนสายนี้

ศูนย์เรือใบโอลิมปิกชิงเต่า ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของเมืองชิงเต่า มีเนื้อที่ประมาณ 45 เฮกตาร์ นอกจากจะเป็นสถานที่จัดการแข่งขันเรือใบงานกีฬาโอลิมปิกแล้ว ยังรวมถึงหมู่บ้านนักกีฬา ศูนย์บริหาร ศูนย์ข่าว เป็นต้น


เป็นท่าอากาศยานหลักของนครกวางโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้งในประเทศจีน จากสถิติในปี 2014 ท่าอากาศยานแห่งนี้มีปริมาณผู้โดยสารมากสุดเป็นอันดับสองของจีน รองจากท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง และเป็นอันดับ 16 ของโลก

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย