
เป็นจุดศูนย์กลางทางการบินในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถเชื่อมโยงการคมนาคมทางอากาศไปยังจุดต่างๆ ของโลกได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการบินภายในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน หรือระหว่างทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา ทวีปออสเตรเลีย ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดแวะลงและเชื่อมต่อในการเดินทางของผู้โดยสารตลอดจนพัสดุไปรษณียภัณฑ์ไปยังจุดอื่นๆ ได้อย่างดี

ท่าอากาศยานนานาชาติเจิ้งโจวซินเจิ้ง อยู่ห่างจากตัวเมืองเจิ้งโจว ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 37 กิโลเมตร ท่าอากาศยานแห่งนี้เปิดใช้เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ.1997 ซึ่งถือเป็นท่าอากาศยานนานาชาติแห่งที่ 21 ของประเทศจีน เพื่อใช้งานแทนท่าอากาศยานตงเจียว ที่ตั้งอยู่ใกล้กับใจกลางเมืองเจิ้งโจว ท่าอากาศยานแห่งนี้เที่ยวบินที่ให้บริการทั้งในประเทศและในภูมิภาคจากท่าอากาศยานใหญ่ๆ ในประเทศจีน และยังมีเที่ยวบินขนส่งสินค้าไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ตลอดจนเที่ยวบินเช่าเหมาลำมายังประเทศไทยในช่วงฤดูท่องเที่ยวอีกด้วย

เป็นเทศกาลในเมืองลั่วหยาง ซึ่งจัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง ในช่วงกลางเดือนเมษายนของทุกปี ดอกโบตั๋นจะบานแค่ครั้งละ 7-10 วันเท่านั้น โดยดอกโบตั๋น เป็นดอกไม้ประจำชาติของจีนตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน ชาวจีนนิยมชมชอบดอกโบตั๋นเป็นอย่างมาก

เป็นสุสานกวนอูที่สำคัญในเมืองตังหยาง ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,700 ปีซึ่งย้อนหลังไปถึงยุคของสามก๊ก เชื่อกันว่าที่นี่เป็นสุสานที่ฝังร่างไร้ศีรษะของกวนอู โดยมีเหตุตามตำนานหนึ่งที่เล่าว่าศีรษะของเทพกวนอูได้ถูกฝังในสุสานที่ลั่วหยาง แต่ร่างของเขาถูกฝังไว้ในตังหยาง ณ ที่แห่งนี้

เป็นหมู่บ้านโบราณที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาอวิ๋นซิว มณฑลส่านซี มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี และยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมโบราณเอาไว้อย่างดี หมู่บ้านนี้เต็มไปด้วยบ้านเรือนหินและไม้ที่มีการออกแบบแบบดั้งเดิมของชาวส่านซี ซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของผู้คนในยุคโบราณ บรรยากาศสงบและเรียบง่ายหมู่บ้านตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

ถ้ำน้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้น เมื่อกว่า 3 ล้านปีก่อน เป็นหนึ่งในสามสิ่งมหัศจรรย์ของถ้ำน้ำแข็งที่สำคัญของโลก แม้แต่สาเหตุของถ้ำก็ยังเป็นเรื่องลึกลับ กลุ่มถ้ำน้ำแข็งทั้งหมดประกอบด้วยโพรงถ้ำ 11 ช่อง และอุณหภูมิต่ำกว่าลบสิบองศาตลอดทั้งปี ฤดูกาลทั้งสี่ในถ้ำนั้นงดงามมาก และทิวทัศน์ของผลึกน้ำแข็งที่ใสราวคริสตัล

น้ำตกหูโข่ว ขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำตกใหญ่สุดของแม่น้ำเหลืองของจีน ตั้งอยู่ระหว่างมณฑลส่านซีกับซานซี ความกว้างของน้ำตกจะเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล โดยปกติจะมีความกว้าง 30 เมตรแต่หากช่วงฤดูน้ำหลากจะขยายได้กว้างถึง 50 เมตร ทั้งนี้มีความสูงกว่า 20 เมตรเมื่อสายน้ำในแม่น้ำเหลืองไหลผ่านปราการธรรมชาติหุบเขาหูโข่วทั้งสองฟาก ทำให้เกิดเป็นสายน้ำเอ่อล้นเป็นน้ำตกขนาดมหึมา สีสันคมเข้ม สวยงามตระการตาน้ำตกหูโข่ว เป็นน้ำตกสีเหลืองแห่งเดียวในโลก และสร้างสมอารยธรรมขึ้นมากมายให้กับสองฝั่งลุ่มแม่น้ำ
ที่ทำการประธานเหมา ให้ท่าน ชมบ้านประธานเหมาเจ๋อตุง ลักษณะเป็นถ้ำหลบซ่อนตัวท่านเหมาเจ๋อตุง และศูนย์ปฏิบัติการพรรคคอมมิวนิสต์เมืองเหยียนอัน สถานที่ตั้ง ของสำนักเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ เป็นสถานที่ทำงานและพักอาศัยของผู้นำคนสำคัญ ของพรรค รวมทั้งเหมาเจ๋อตุง โจวเอินไหล เติ้งเสี่ยวผิง เป็นต้น
แกรนด์แคนยอนยูฉาโกว ตั้งอยู่ในเมืองเหยียนอัน เป็นหุบเขาขนาดใหญ่ที่มีทิวทัศน์ธรรมชาติทีโดดเด่น ด้วยภูมิประเทศที่เกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำตลอดหลายล้านปี ทำให้แกรนด์แคนยอนแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีเอกลักษณ์ ลักษณะเด่นคือ หน้าผาหินทรายที่มีรูปร่างแปลกตาและสีสันหลากหลาย ตั้งแต่สีเหลืองทองไปจนถึงสีแดงเข้ม สร้างเป็นลวดลายธรรมชาติที่งดงาม นอกจากหินและภูเขา ยังมีป่าไม้เล็กๆ และลำธารที่ไหลผ่าน ซึ่งทำให้แกรนด์แคนยอนยูฉาโกวเป็นจุดหมายยอดนิยมที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและถ่ายภาพเปิดรับมุมมองใหม่

ชาวจีนเรียกสุสานแห่งกองทัพของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ว่า “ฉินหย่ง” บ้างเรียก “ปิงหม่าหย่ง” โดยปิง หมายถึง ทหาร , หม่า หมายถึง ม้า , หย่ง หมายถึง หุ่น ซึ่งสุสานกองทัพมีทั้งหมด 3 หลุม ซึ่งชาวนาขุดพบโดยบังเอิญ ในปี ค.ศ. 1974 โดยชาวนาในหมู่บ้านซีหยาง ในขณะที่ขุดดินเพื่อทำบ่อน้ำ บริเวณเชิงเขาหลีซาน ห่างจากตัวเมืองซีอาน ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 35 กม. โดยในระหว่างที่ขุดนั้น ก็บังเอิญพบกับซากของทหารดินเผา ที่ทราบภายหลังว่ามีอายุมากกว่า 2,000 ปี ปัจจุบันรัฐบาลจีนขุดค้นพบวัตถุโบราณที่เป็นกองทัพทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้าและม้าศึก จำนวนทั้งสิ้นกว่า 7,400 ชิ้น

ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซีอาน สร้างจากอิฐและไม้ เป็นอาคารหลังคาสามชั้น มีความสูงทั้งหมด 36 เมตร หอระฆังแห่งนี้เริ่มสร้างเมื่อปีที่ 17 สมัยจักรพรรดิหงอู่แห่งราชวงศ์หมิง(ค.ศ.1384) เป็นรูปแบบศิลปะสถาปัตยกรรมที่เด่นชัดของราชวงศ์หมิง เป็นหอระฆังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและรักษาไว้สมบูรณ์แบบที่สุดของจีนโบราณที่สืบทอดจนถึงปัจจุบัน

จัตุรัสหอกลอง เป็นหนึ่งในจัตุรัสที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซีอาน บนถนนซีต้าเจีย เป็นสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์หมิง ต่อมาในสมัยราชวงศ์ชิงได้ทำการบูรณะขึ้นมาใหม่สองครั้ง โดยรักษารูปแบบเดิมไว้ โครงสร้างหลังคาเป็นไม้ 3 ชั้น ฐานอิฐสูง 77 เมตร กว้าง 52.6 เมตร ยาว 38 เมตร ประตูด้านเหนือและใต้สูงและกว้าง 6 เมตร ชั้นล่างก่อเป็นผนังอิฐและประตูทางเข้าชั้นที่สองและชั้นที่สามเป็นเครื่องใม้หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบ สร้างขึ้นในปีที่ 17 แห่งการครองราชย์ของพระจักรพรรดิหงหวู่ (จูหยวนจาง) ซึ่งเป็นพระจักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์หมิง

เป็นกำแพงเมืองโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง มีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี และได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี มีแนวกำแพงจากทิศเหนือถึงทิศใต้ยาว 2.8 กิโลเมตร ทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกยาว 4.2 กิโลเมตร ความยาวโดยรอบ 14 กิโลเมตร สูง 12 เมตร มีประตูเข้าออกทั้งสี่ด้านรวม 13 ประตู

เป็นหนึ่งในห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยและได้รับความนิยมอย่างสูงในเมืองซีอาน เป็นแหล่งรวมสินค้าแฟชั่น ร้านอาหาร คาเฟ่ และความบันเทิงมากมายที่มีบรรยากาศคึกคักและมีชีวิตชีวา ดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ที่นี่จึงไม่ได้เป็นเพียงศูนย์การค้า แต่ยังเป็นสถานที่สำหรับไลฟ์สไตล์และเป็นแหล่งรวมเทรนด์ใหม่ๆ รวมถึงเป็นที่ตั้งของร้าน Pop Mart ที่คนรักของสะสมต้องไม่พลาด

เป็นเจดีย์แห่งวัดฉือเอิน สร้างเสร็จในปี 652 โดยถังเกาจง (หลี่จื้อ) ฮ่องเต้องค์ที่สาม แห่งราชวงศ์ถัง และ ได้นิมนต์พระภิกษุสวนจั้ง หรือรู้จักในนามพระถังซัมจั๋ง พระเถระที่มีชื่อเสียงที่สุดในสมัยถัง ซึ่งใช้เวลากว่า 15 ปี จาริกไปถึงอินเดียและได้นำพระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา กลับมาเผยแผ่ ในแผ่นดินจีนให้มาอยู่ที่วัดฉือเอินแห่งนี้ พระถังซัมจั๋งได้ใช้เวลาออกแบบและร่วมสร้างเจดีย์ห่านป่าใหญ่ในวัดฉือเอินเพื่อใช้ในการเก็บรักษาพระไตรปิฎก ที่ท่านได้นำมาจากอินเดียและแปลเป็นภาษาจีนนับจำนวนกว่าพันเล่ม

ถนนคนเดินวัฒนธรรมสมัยราชวงศ์ถัง ต้าถัง ถนนราชวงศ์ถัง ราชวงศ์ถัง ถนนคนเดินวัฒนธรรมถัง

เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการเมืองซีอาน มณฑลส่านซี สาธารณรัฐประชาชนจีน มีพื้นที่รวมประมาณ 5 ตารางกิโลเมตร ที่นี่ถือเป็นท่าอากาศยานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ท่าอากาศยานแห่งนี้สามารถเชื่อมต่อไปยัง 79 เมือง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เป็นจุดศูนย์กลางทางการบินในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถเชื่อมโยงการคมนาคมทางอากาศไปยังจุดต่างๆ ของโลกได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการบินภายในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน หรือระหว่างทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา ทวีปออสเตรเลีย ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดแวะลงและเชื่อมต่อในการเดินทางของผู้โดยสารตลอดจนพัสดุไปรษณียภัณฑ์ไปยังจุดอื่นๆ ได้อย่างดี